AK 47 ปืน ปื ตัว ตั ร้า ร้ ย พ่อ พ่ ทุก ทุ สถาบัน บั และปืนปื ต่าต่ งๆในตระกูลกูAK และปืนปื ที่น่ที่ าน่ สนใจ
คำ นำ รายงานเล่มล่นี้จั นี้ ดจัทำ ขึ้นเพื่อ พื่ เป็นป็ส่วส่นหนึ่ง นึ่ ของรายงานวิชวิาคอมพิวพิเตอร์ ชั้น ชั้ ม.6/2 เพื่อ พื่ เป็นป็ ประโยชน์แน์ก่นัก่กนัเรียรีนที่อ ที่ ยากรู้เรู้รื่อ รื่ งปืนปื Ak47 ผู้จัดจัทำ หวังวัว่าว่ รายงานเล่มล่นี้จ นี้ ะเป็นป็ ประโยชน์แน์ก่ผู้ก่ ผู้อ่าอ่นที่กำ ที่ กำลังลัหาข้อมูล มู เรื่อ รื่ งนี้อ นี้ ยู่ หากผิดพลาดประการใดผู้จัดจัทำ ต้อต้งขออภัยภัด้วด้ย 1
สารบัญ บั เรื่อง หน้า คำ นำ 1 History of Ak 3 ข้อ ข้ มูล มู เพิ่มพิ่เติมติ 4 RPK 5 Ak-74 6 Ak-12 7 Ak-104 8 SVD 9 Pk 10 Vss 11
ต่อต่มาภายหลังลัสงครามโลกครั้ง รั้ ที่ 2 สงบลง กองทัพทั ฝ่าฝ่ยสัมสัพันพัธมิตมิรต่าต่งได้ยึด้ดยึอาวุธวุและเทคโนโลยีทยีางการทหารของนาซี เยอรมันมั ไปเป็นป็ต้นต้แบบในการผลิตลิอาวุธวุของตนเอง โดยคาลาชนิคนิอฟเองก็ไก็ด้นำด้นำรูปรูทรงของปืนปืเล็กล็ยาวอัตอั โนมัติมั ติStG 44 และเอสเคเค-45มาใช้เช้ป็นป็แบบ ส่วส่นระบบกลไกบางส่วส่น นำ มาจากปืนปืเอ็มอ็1กาแรนด์(ด์M1 Garand)รวมทั้ง ทั้ ได้นำด้นำกระสุนสุขนาด 7.62x54 mm. R และ 7.92x33 mm. Kurz มาเป็นป็ต้นต้ แบบในการพัฒพันา โดยได้มีด้กมีารออกแบบและพัฒพันาในเรื่อ รื่ งของกระสุนสุก่อก่น ซึ่ง ซึ่ กระสุนสุมาตรฐานของกองทัพทั โซเวียวีตในขณะนั้น นั้ คือคืกระสุนสุขนาด 7.62x54 ม.ม.ซึ่ง ซึ่ ประจำ การมาตั้ง ตั้ แต่ปีต่พปี .ศ. 2434 โดยได้นำด้นำกระสุนสุขนาด 7.62x41 ม.ม.ที่ม ที่ าจากโครงการAS-44มาใช้ ทดสอบและมีกมีารพัฒพันาปืนปื ไรเฟิลฟิอัตอั โนมัติมัขึ้ติน ขึ้ มาใช้กัช้บกักระสุนสุขนาดนี้ด้ นี้ วด้ยคือคื ปืนปืเอเค-46 ซึ่ง ซึ่ ยังยัมีรูมี ปรูทรงคล้าล้ยกับกั ปืนปืเอสทีจีทีจี44 อยู่มยู่ าก แต่เต่นื่อ นื่ งจากประสิทสิธิภธิาพของปืนปืและกระสุนสุไม่ดีม่เดีท่าท่ที่ค ที่ วรนักนัจึงจึได้มีด้กมีาร ปรับรั ปรุงรุปืนปืและกระสุนสุใหม่อีม่กอีครั้ง รั้ โดยมีกมีารปรับรั ปรุงรุกระสุนสุก่อก่นจนเป็นป็กระสุนสุขนาด 7.62x39 ม.ม.ซึ่ง ซึ่ ได้นำด้นำมาใช้คช้รั้ง รั้ แรก กับกั ปืนปื ไรเฟิลฟิกึ่ง กึ่ อัตอั โนมัติมัเติอสเคเอสหรือรืปืนปืเซกาเซ ซึ่ง ซึ่ เป็นป็ที่รู้ ที่ จัรู้กจักันกัเป็นป็อย่าย่งดีก่ดีอก่น พร้อร้มทั้ง ทั้ นำ ปืนปื ไรเฟิลฟิอัตอั โนมัติมัเติอเค-46 มาปรับรั ปรุงรุระบบกลไกและรูปรูทรงอีกอีครั้ง รั้ โดยได้ เอารูปรูทรงของปืนปืเอสเคเอสเข้าข้มาร่วร่มในการออกแบบด้วด้ย จนออกมาเป็นป็ ปืนปืเอเค-47 ที่มี ที่ รูมี ปรูทรงอย่าย่งที่เ ที่ ห็นห็ ในปัจจุบัจุนบั History of Ak47 ปืนปืเอเค-47 ได้รัด้บรัการออกแบบครั้ง รั้ แรกในปี พ.ศ. 2484 และพัฒพันาจนเป็นป็รูปรูแบบมาตรฐานในปี พ.ศ. 2490 เขาก็ เห็นห็ว่าว่ ไม่ยุม่ติยุธติรรมเลยที่ก ที่ องทัพทันาซีเซียอรมันมั ได้ใด้ช้อช้าวุธวุปืนปือัตอั โนมัติมัอัตินอัทันทัสมัยมัมากมายหลายรุ่นรุ่ ตั้ง ตั้ แต่ปืต่นปืเล็กล็ยาว ปืนปืกลมือมืเอ็มอ็พี 40 ปืนปืกลเบาเอ็มอ็จี 34 และปืนปืกลเบาเอ็มอ็จี 42 รวมทั้ง ทั้ รถถังถัยานเกราะอีกอีมากมาย ในขณะที่ก ที่ องทัพทั โซเวียวีตกลับลัมีเมีพียพีงปืนปืเล็กล็ยาวโมซินซิ-นากองท์อัท์นอัคร่ำ ครึมรึาตั้ง ตั้ แต่สต่มัยมัก่อก่นสงครามโลกครั้ง รั้ ที่ 1 รวมไปถึงถึ ปืนปื ไรเฟิลฟิกึ่ง กึ่ อัตอั โนมัติมัเติอสวีทีวี-ที40กับกั ปืนปืกลมือมื PPSH-41 เท่าท่นั้น นั้ ส่วส่นปืนปืกลระดับดัหมู่ก็มู่ มีก็เมีพียพีงปืนปืกลเดกท์ยท์าร์ยร์อฟ โดยรถถังถัยานเกราะกับกัยุทยุโธปกรณ์ต่ณ์าต่งๆของกองทัพทั โซเวียวีตใน ขณะนั้น นั้ ถ้าถ้ไม่เม่ ป็นป็ของเก่าก่ตกค้าค้งมาจากช่วช่งสงครามโลกครั้ง รั้ ที่2ที่ ส่วส่นมากก็อก็ยู่ใยู่ นสภาพเก่าก่และไม่พม่ร้อร้มใช้ เนื่อ นื่ งจากขาดแคลนงบประมาณซ่อซ่มแซม แค่โค่ดยสังสัเขป แหล่งล่อ้าอ้งอิงอิ: https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%84_47 3
ปืนปืเอเค-47 เองเป็นป็ที่ย ที่ อมรับรักันกัว่าว่เป็นป็ ปืนปืที่มี ที่ น้ำมีน้ำหนักนัพอสมควร มีขมีนาดใหญ่โญ่ตและมีขมีนาดกระสุนสุที่น้ ที่ อน้ย สามารถเลือลืกทำ การยิงยิได้ 3 โหมด คือคืห้าห้มไก อัตอั โนมัติมั ติและกึ่ง กึ่ อัตอั โนมัตมัสามารถถอดล้าล้งในสนามได้ง่ด้าง่ยมาก นับนัเป็นป็ ปืนปืเล็กล็ยาวจู่โจู่ จมแบบหนึ่ง นึ่ ที่ยั ที่ งยัมีกมีารใช้อช้ย่าย่ง กว้าว้งขวางทั่ว ทั่ โลก โดยมีกมีารผลิตลิ ปืนปืเอเค-47 และปืนปืรูปรูแบบอื่น อื่ ๆ ที่พั ที่ ฒพันาโดยใช้ปืช้นปืเอเค-47 เป็นป็ต้นต้แบบเป็นป็จำ นวนมากกว่าว่ ปืนปืเล็กล็ยาวจู่โจู่ จมชนิดนิอื่น อื่ ๆ และยังยัคงมีกมีารผลิตลิแล ะใช้งช้านมาจนถึงถึ ปัจจุบัจุนบัต่อต่มาในปีพปี .ศ. 2502 ก็ไก็ด้มีด้กมีารนำ ปืนปืเอเค-47 มาทำ การแก้ไก้ขปรับรั ปรุงรุระบบกลไกและวิธีวิกธีารผลิตลิต่าต่งๆให้ ดีขึ้ดีขึ้ นและเรียรีกในชื่อ ชื่ ใหม่ว่ม่าว่เอเคเอ็มอ็ (AKM : Avtomat Kalashnikova Modernizirovannyj หรือรื Kalashnikov Automaticrifle, Modified) ซึ่ง ซึ่ ปืนปืรุ่นรุ่ นี้จ นี้ ะมีกมีารปั้มปั้ขึ้นรูปรูโครงปืนปืด้วด้ยเครื่อ รื่ งจักจัรและมีกมีารทำ สัญสัลักลัษณ์ด้ณ์วด้ยการปั้มปั้ดุนดุแผ่นเหล็กล็ โครงปืนปื ให้เห้ป็นป็เพียพีงช่อช่งเล็กล็ๆ รวมทั้ง ทั้ มีกมีารดัดดัแปลงปากลำ กล้อล้งให้เห้ป็นป็รูปรูเฉียฉีงปากฉลามเพื่อ พื่ ลดอาการสะบัดบัขึ้นเมื่อ มื่ ทำ การยิงยิซึ่ง ซึ่ ผิดกับกักระบวนการผลิตลิของปืนปื เอเค-47 ที่มี ที่ กมีารผลิตลิด้วด้ยการนำ แผ่นเหล็กล็มาเซาะร่อร่งและปั้มปั้ดุนดุโครงปืนปืเข้าไปเป็นป็รูปรูสี่เ สี่ หลี่ย ลี่ มผืนผ้าขนาดใหญ่เญ่หนือนืช่อช่งใส่ซส่องกระสุนสุและ ปากลำ กล้อล้งตัดตัตรงทำ ให้เห้วลายิงยิด้วด้ยระบบอัตอั โนมัติมั ติปืนปืจะสะบัดบัเป็นป็อย่าย่งมาก ส่วส่นอำ นาจการทำ ลายล้าล้งนั้น นั้ ยังยัถือถืว่าว่ยังยัสร้าร้งความเสียสีหาย เนื่อ นื่ งจากกระสุนสุขนาด 7.62x39 ในระยะ200-300เมตร ความแรง ของกระสุนสุยังยัคงที่อ ที่ ยู่เยู่ มื่อ มื่ เข้าสู่เสู่นื้อ นื้ เยื่อ ยื่ กระสุนสุทะลุอลุอกไปก่อก่นที่จ ที่ ะหันหัเหก่อก่นแต่ใต่นระยะ 400-500 เมตร รูเรูข้าประมาณ 8 มิลมิลิเลิมตร รู ออกอาจจะ 30-40 มิลมิลิเลิมตรก็ไก็ด้ ต่อต่มาในปี พ.ศ. 2517 กองทัพทั โซเวียวีตก็ไก็ด้มีด้กมีารนำ ปืนปืเอเค-47 และปืนปืเอเคเอ็มอ็มาทำ การปรับรั ปรุงรุและพัฒนพัาอีกอีครั้ง รั้ จนเป็นป็ ปืนปื เอเค-74 และนำ มาใช้กัช้บกักระสุนสุขนาด 5.45x39 ม.ม.รุ่นรุ่ เอ็มอ็ 74 หรือรื 5เอ็นอ็ 7 ซึ่ง ซึ่ ได้รัด้บรัพัฒนพัาและปรับรั ปรุงรุมาจากกระสุนสุขนาด 5.56x45 ม.ม.แบบนาโตของกองทัพทัสหรัฐรัอเมริกริาและกองกำ ลังลันาโตสามารถติดติตั้ง ตั้ อุปอุกรณ์เณ์สริมริได้ เช่นช่เครื่อ รื่ งยิงยิลูกลูระเบิดบิขนาด 40 มม.แบบติดติตั้ง ตั้ ใต้ลำต้ลำกล้อล้ง รุ่นรุ่ จีพีจี-พี25 ดาบปลายปืนปืฯลฯ เป็นป็ต้นต้ ข้อ ข้ มูล มู เพิ่ม พิ่ เติม ติ 4
RPK (รัสรัเซียซี: Ручной пулемёт Калашникова/РПК , โรมันมั: Ruchnoy Pulemyot Kalashnikova, อังอักฤษ: "Kalashnikov hand-held machinegun") บางครั้ง รั้ เรียรีกย้อย้นหลังลัว่าว่ RPK -47เ ป็นป็ ปืนปืกลเบาขนาด 7.62×39 มม. ของ โซเวียวีตที่พั ที่ ฒนพัาโดยMikhail Kalashnikovในช่วช่งต้นต้ทศวรรษ 1960 ควบคู่ไคู่ ปกับกั ปืนปื ไรเฟิลฟิ จู่โจู่ จมAKM . มันมัถูกถูสร้าร้งเพื่อ พื่ สร้าร้งมาตรฐานให้กัห้บกัคลังลัอาวุธวุขนาดเล็กล็ของกองทัพทั โซเวียวีตโดยแทนที่ปืที่ นปืกลเบาRPD ขนาด 7.62×39 มม. RPK ยังยัคงถูกถูใช้โช้ดยกองกำ ลังลัติดติอาวุธวุของ ประเทศของอดีตดีสหภาพโซเวียวีตและบางประเทศในแอฟริกริาและเอเชียชี RPK ยังยัผลิตลิใน บัลบัแกเรียรีโรมาเนียนีและเซอร์เร์บี ย RPK เป็นป็ ปืนปืกลเบามาตรฐาน/ ปืนปืกลเบารุ่นรุ่ อัตอั โนมัติมัแติละมีขมีนาดลำ กล้อล้ง 7.62×39 มม. มันมัถูกถูนำ ไปใช้โช้ดยอดีตดีสหภาพโซเวียวีตและ ส่วส่นใหญ่อญ่อกให้กัห้บกัหน่วน่ยเครื่อ รื่ งยนต์ ต่อต่มาได้ถูด้กถูนำ ไปใช้โช้ดยหน่วน่ยงานทางทหารหลายแห่งห่ทั่ว ทั่ โลก ปืน ปื AKรุ่นรุ่ อื่น อื่ ๆ 5 RPK
AK -74 ( รัสรัเซียซี: Автомат Калашникова образца 1974 года , tr. Avtomat Kalashnikovaobraztsa1974 goda, lit. 'Kalashnikov Assault Rifle Model 1974') เป็นป็ ปืนปื ไรเฟิลฟิจู่โจู่ จมที่อ ที่ อกแบบโดยนักนัออกแบบอาวุธวุขนาดเล็กล็ Mikhail Kalashnikovในปี 1974 โดยส่วส่นใหญ่เญ่กี่ย กี่ วข้องกับกัสหภาพ โซเวียวีตถูกถูใช้ใช้นหลายประเทศตั้ง ตั้ แต่ปีต่ ปี1970 มันมัถูกถูบรรจุไจุว้สำว้สำหรับรัคาร์ทร์ริดริจ์ 5.45×39 มม. ซึ่ง ซึ่ แทนที่ คาร์ทร์ริดริจ์ 7.62×39 มม.ของ อาวุธวุอัตอั โนมัติมั ติรุ่นรุ่ ก่อก่นหน้าน้ของ Kalashnikovสำ หรับรักองทัพทั โซเวียวีต ปืนปื ไรเฟิลฟินี้เ นี้ ข้าประจำ การกับกักองกำ ลังลั โซเวียวีตเป็นป็ครั้ง รั้ แรกในความขัดแย้งย้ในอัฟอักานิสนิถานตั้ง ตั้ แต่ปีต่ ปีพ.ศ. 2522 หัวหัหน้าน้สำ นักนั อัฟอักานิสนิถานของInter-ServicesIntelligence(ISI) ซึ่ง ซึ่ เป็นป็หน่วน่ยงานข่าวกรองของปากีสกีถานอ้าอ้งว่าว่สำ นักนัข่าวกรองกลาง ของ อเมริกริา (CIA) จ่าจ่ยเงินงิให้ 5,000 ดอลลาร์สำร์สำหรับรั AK-74 ลำ แรกที่ถู ที่ กถูจับจั โดยมุญมุาฮิดีฮินดีอัฟอักานิสนิถานในช่วช่งสงครามอัฟอักานิสนิถานโซเวียวีต ในปี 2021 ประเทศ ส่วส่นใหญ่ใญ่นอดีตดีสหภาพโซเวียวีตใช้ปืช้นปื ไรเฟิลฟิสำ เนาลิขลิสิทสิธิ์ผธิ์ลิตลิขึ้นในบัลบัแกเรียรี (AK-74, AKS-74 และ AKS74U) และในอดีตดีเยอรมนีตนีะวันวัออก (MPi-AK-74N, MPi-AKS-74N, MPi-AKS-74NK) ปืน ปื AKรุ่นรุ่ อื่น อื่ ๆ 6 AK-74
AK -12เป็นป็ ปืนปื ไรเฟิลฟิจู่โจู่ จม ของรัสรัเซียซีบรรจุกจุระสุนสุขนาด5.45×39 มม.ออกแบบและผลิตลิโดยKalashnikov Concern (ชื่อ ชื่ เดิมดิคือคื Izhmash) ทำ ให้เห้ป็นป็ ปืนปื ไรเฟิลฟิ Kalashnikov รุ่นรุ่ ที่ห้ ที่ าห้ Kalashnikov Concern ยังยัเสนอรุ่นรุ่ AK-12 ที่มี ที่ ขมีนาด7.62×39 มม.ซึ่ง ซึ่ รู้จัรู้กจักันกั ในชื่อ ชื่ AK-15เนื่อ นื่ งจากคำ ขอของกองทัพทัรัสรัเซียซีรุ่นรุ่ ย่อย่ยที่มี ที่ กมีระสุนสุขนาด5.56×45 มม. NATOได้รัด้บรัการเปิดปิเผยในภายหลังลัซึ่ง ซึ่ รู้จัรู้กจักันกั ในชื่อ ชื่ AK-19ตามคำ ขอของลูกลูค้าค้ต่าต่งประเทศ รุ่นรุ่ กะทัดทัรัดรัของ AK-12 และ AK-15 ก็อก็ยู่ใยู่ นระหว่าว่งการพัฒนพัาเช่นช่กันกั AK-12K และ AK-15K ตามลำ ดับดัซึ่ง ซึ่ มีลำมีลำกล้อล้งสั้น สั้ กว่าว่ โครงการ AK-12 เริ่มริ่ขึ้นในปี 2554 โดยโรงงาน IZHMASH ซึ่ง ซึ่ กลายเป็นป็ส่วส่นหนึ่ง นึ่ ของ Kalashnikov Concern ในฐานะกิจกิการส่วส่น ตัวตั ในความพยายามที่จ ที่ ะเข้าร่วร่มในการทดลอง " Ratnik " ซึ่ง ซึ่ จัดจัขึ้นโดยกองทัพทัรัสรัเซียซี [8]ได้รัด้บรัการพัฒนพัาเพิ่มพิ่เติมติโดย Kalashnikov Concern ตลอดขั้นตอนการพัฒนพัาและการประเมินมิ ได้รัด้บรัการปรับรัเปลี่ย ลี่ นหลายครั้ง รั้ เพื่อ พื่ ให้ตห้รงตามมาตรฐานกองทัพทั รัสรัเซียซีและเพื่อ พื่ จัดจัการกับกัข้อกังกัวลของกองทัพทัรัสรัเซียซีเกี่ย กี่ วกับกัค่าค่ ใช้จ่ช้าจ่ยและปัญหาในการยิงยิอัตอั โนมัติมัเติต็มต็รูปรูแบบของรุ่นรุ่ ต้นต้แบบก่อก่น หน้าน้นี้ . มันมัต้อต้งผ่านการแก้ไก้ขหลายครั้ง รั้ เพื่อ พื่ ปรับรั ปรุงรุ"ช่วช่งของข้อบกพร่อร่ง" ที่ค้ ที่ นค้พบในรุ่นรุ่ ต้นต้แบบก่อก่นหน้าน้นี้ที่ นี้ ไที่ ด้รัด้บรัมาจาก AK -200 .AK-400ซึ่ง ซึ่ กลายเป็นป็รุ่นรุ่ สุดสุท้าท้ยของ AK-12 ปืน ปื AKรุ่นรุ่ อื่น อื่ ๆ 7 AK-12 Meme หมด
เอเค 104 (อังอักฤษ: AK-104) เป็นป็รุ่นรุ่ ปืนปืยาวลำ กล้อล้งสั้น สั้ ของปืนปืเล็กล็ยาวเอเค 103 ซึ่ง ซึ่ เอเค 102, เอเค 105 และเอเค 104 นั้น นั้ คล้าล้ยกันกั มากในการออกแบบ ความแตกต่าต่งเพียพีงอย่าย่งเดียดีวคือคืขนาดลำ กล้อล้งปืนปืและแบบซองกระสุนสุตามส่วส่น โดยเอเค 104 นั้น นั้ บรรจุกจุระสุนสุขนาด 7.62×39 มม. และสามารถป้อป้นจากแมกกาซีนซีรูปรูแบบเอเคมาตรฐาน 7.62x39 ได้ เมื่อ มื่ เทียทีบกับกัเอเค 74เอ็มอ็, เอเค 101 และเอเค 103 ซึ่ง ซึ่ เป็นป็ ปืนปืเล็กล็ยาวขนาดเต็มต็ที่มี ที่ กมีารออกแบบคล้าล้ยกันกัเอเค 102, 104 และ 105 มีคุมีณคุสมบัติบัลำติลำกล้อล้งปืนปืแบบสั้น สั้ ที่ทำ ที่ ทำให้พห้วกมันมัอยู่ตยู่ รง กลางระหว่าว่งปืนปืเล็กล็ยาวขนาดเต็มต็และเอเคเอส 74ยู ที่ก ที่ ะทัดทัรัดรักว่าว่อย่าย่งไรก็ตก็าม เอเค 104 ยังยัมีพมีานท้าท้ยพอลิเลิมอร์ที่ร์แ ที่ ข็งและพับพัข้างได้ ซึ่ง ซึ่ ไม่เม่หมือมืนเอเคเอส 74ยู ที่มี ที่ โมีครงพานท้าท้ย สั้น สั้ กว่าว่ [2] เอเค 104 ใช้ศูช้นศูย์เย์ล็งล็เหล็กล็หลังลัที่มี ที่ รมีอยบากสามารถปรับรัพิกัพิดกั ใน 100 เมตร (109 หลา) และเพิ่มพิ่จาก 100 เมตรเป็นป็ 500 เมตร (109 หลาถึงถึ 547 หลา) ศูนศูย์หย์น้าน้เป็นป็เสาที่ปที่ รับรัสูงสูได้ใด้นสนามรบ ส่วส่นการปรับรัแนวนอนทำ โดยคลังลัแสงก่อก่นแจกจ่าจ่ย ทั้ง ทั้ นี้ เอเค 104 มีปมีลอกทวีแวีรงถอยที่ม ที่ าจากเอเคเอส 74ยู ปืน ปื AKรุ่นรุ่ อื่น อื่ ๆ 8 Ak-104
ปืนปืซุ่มซุ่ ยิงยิดรากูนกูอฟ หรือรื SVD (รัสรัเซียซี: Снайперская винтовка Драгунова, Snayperskaya Vintovka Dragunova(SVD) เ ป็นป็ ปืนปืซุ่มซุ่ ยิงยิระยะไกลแบบกึ่ง กึ่ อัตอั โนมัติมัทำติทำงานด้วด้ยระบบแกส ที่พั ที่ ฒนพัาในสหภาพโซเวียวีต ออกแบบโดยเยฟเกนี ดรากูนกูอฟ และเข้า ประจำ การตั้ง ตั้ แต่ปีต่ ปีค.ศ. 1963 โดยพัฒนพัามาจากปืนปื ไรเฟิลฟิตระกูลกูเอเค 47 ปืนปืซุ่มซุ่ ยิงยิดรากูนกูอฟถูกถูจัดจั ให้เห้ป็นป็ ปืนปืระยะกลาง ที่มี ที่ คมีวามแม่นม่ยำ กว่าว่ ปืนปื ประเภท Assault Rifle(ตัวตัอย่าย่งเช่นช่ ปืนปื ในตระกูลกูM4) แต่ยัต่งยั เป็นป็รองปืนปื ประเภท Sniper Rifle ปืนปืซุ่มซุ่ ยิงยิดรากูนกูอฟ ใช้กช้ระสุนสุขนาด 7.62×54 mmR ความยาวลำ กล้อล้ง 620 มม. ความเร็วร็ของ กระสุนสุ830 ม./วินวิาที ระยะหวังวัผล 800 เมตร แต่ถ้ต่าถ้ใช้กช้ล้อล้ง PSO-1M2-1 ในการเล็งล็ก็สก็ามารถที่จ ที่ ะยิงยิได้ได้กลถึงถึ 1,300 เมตร (ระยะ ขนาดนี้ขึ้ นี้ขึ้ นอยู่กัยู่ บกัความสามารถและประสบการณ์ขณ์องผู้ยิงยิ) หน้าน้ที่ห ที่ ลักลัๆ ของปืนปืซุ่มซุ่ ยิงยิดรากูนกูอฟ จะถูกถูใช้เช้ป็นป็ ปืนปืของพลชี้เ ชี้ป้าป้ให้พห้ล ซุ่มซุ่ ยิงยิที่ใที่ ช้ปืช้นปื ประเภท Sniper Rifle มากกว่าว่จะนำ ไปใช้ใช้นการลอบสังสัหารบุคบุคลเพราะระยะความแม่นม่ยำ ของมันมัยังยัเป็นป็รองปืนปื ประเภท Sniper Rlfle ส่วส่นใหญ่ถ้ญ่าถ้จะใช้เช้ป็นป็ ปืนปืซุ่มซุ่ ยิงยิก็จก็ะใช้ใช้นระยะที่ไที่ ม่ไม่กลนักนัเพราะถ้าถ้ยิงยิพลาดก็สก็ามารถที่จ ที่ ะยิงยิซ้ำ ได้ใด้นทันทัทีเทีพราะ ตัวตั ปืนปืนั้น นั้ มีรมีะบบ Semi Auto ที่ช่ ที่ วช่ยให้ยิห้งยิต่อต่เนื่อ นื่ งได้ ปืน ปื รัสรั เซีย ซี 9 SVD ที่น่าสนใจ
PK ( รัสรัเซียซี: Пулемёт Калашниковаทับทัศัพศัท์ว่ท์าว่ Pulemyot Kalashnikova หรือรื "ปืนปืกลของ Kalashnikov") เป็นป็ ปืนปืกลอเนกประสงค์แค์บบป้อป้นสายพานออกแบบในสหภาพโซเวียวีตและกำ ลังลัผลิตลิในรัสรัเซียซี ปืนปืกล PK ดั้ง ดั้ เดิมดิเปิดปิตัวตั ในปี 1961 และรุ่นรุ่ PKM ที่ปที่ รับรั ปรุงรุแล้วล้ถูกถูนำ มาใช้ใช้นปี 1969 PKM ได้รัด้บรัการออกแบบมาเพื่อ พื่ แทนที่ปืที่ นปื กลSGMและRP-46 ที่เ ที่ คยใช้ ก่อก่นหน้าน้นี้ในี้ นการให้บห้ริกริารของสหภาพโซเวียวีต อาวุธวุดังดักล่าล่วยังยัคงถูกถูใช้งช้านในฐานะทหารราบแนวหน้าน้และอาวุธวุติดติยานพาหนะของกองทัพทัรัสรัเซียซีและยังยัถูกถูส่งส่ออกอย่าย่งกว้าว้ง ขวางและผลิตลิในหลายประเทศภายใต้ใต้บอนุญนุาต ปืน ปื รัสรั เซีย ซี 10 pk ที่น่าสนใจ
6P29 และ6P30 ( GRAU Indices) หรือรืที่เ ที่ รียรีกกันกัทั่ว ทั่ ไปว่าว่ VSS "Thread Cutter" (รัสรัเซียซี: ВСС « Винторе́з» Винто́вка Сна́йперская Специа́льная โรมันมั: Vintóvka Snáyperskaya Spetsiálnaya"Vintorez" , "Sniperez" Special , " Sniperez" Special Shaft" (รัสรัเซียซี: АС « Вал» ; Автома́т Специа́льный, โรมันมั: Avtomát Spetsiálny "Val" , ระบุว่บุาว่ 'Special Automatic') ตามลำ ดับดัเป็นป็ชุดชุปืนปื ไรเฟิลฟิที่อ ที่ อกแบบโดยโซเวียวีต นำ เสนอ ตัวตัยับยัยั้ง ยั้ แบบรวมตามต้นต้แบบ RG-036 ที่ส ที่ ร้าร้งเสร็จร็ในปี 1981 โดยTsNIITochMash ปืนปื ไรเฟิลฟิสองกระบอกต่อต่ ไปนี้จ นี้ ะเรียรีกว่าว่ Vintorez และ Val Vintorez (เริ่มริ่ในปี 1983) และ Val (เริ่มริ่ในปี 1985) ได้รัด้บรัการพัฒนพัาโดยTsNIITochMashเพื่อ พื่ แทนที่อ ที่ าวุธวุปืนปืเอนกประสงค์ที่ค์ ไที่ ด้ รับรัการดัดดัแปลง เช่นช่ AKS-74UB , BS-1 , APBและPBสำ หรับรัการปฏิบัฏิติบักติารลับลัเหมือมืนกับกั PSS วัลวัการผลิตลิเริ่มริ่ต้นต้ขึ้นที่โที่ รงงาน Tula Armsหลังลัจากที่ก ที่ องทัพทัของสหภาพโซเวียวีต นำ มาใช้ ในปี 2530 ปืน ปื รัสรั เซีย ซี 11 Vss ที่น่าสนใจ