ครูขา้ ราชการส�านักงาน วารสาร
และบุคลากรทางการศกึ ษา
ฉบับท่ี 1 / 2564
โรงเรียนสุขภาวะ
คือทางเลือกโรงเรียนในรูปแบบศตวรรษท่ี 21
18
22
23
ชีพจรส�านักงาน ก.ค.ศ. 1 7
สารบัญ 1 17
บทบรรณาธิการ 2 อุ ทาหรณ์คดีปกครอง 34
เก่ียวกับการบริหารงานบุ คคล
• นงลักษณ์ คิดควร 3
PEPLE IN FOCUS
เลขาธิการ ก.ค.ศ. คนใหม่
(ป่ วยจริงแต่ยังปฏิบัติงานได้ ถือว่า
“ไม่มีเหตุผลอันสมควร” ต้องละทิ้งหน้าท่ี)
Special Issue 3 27
โรงเรียนสุขภาวะคือทางเลือกโรงเรียน
ในรูปแบบศตวรรษท่ี 21
• ว่าท่ี ร.ต. อัมโร รักช่วย
การน�าบัญชี ผู ้สอบแข่งขันได้ 12 ถาม - ตอบ 36
ปั ญหาการบริหารงานบุ คคลของ
ในบญั ชีหน่งึ ไปขนึ� บญั ชีเปน็ ผูส้ อบแขง่ ขนั ได้
ในบัญชีอ่ืน ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา
• พิมพ์พิศา เปินสมุทร • ศรายุทธ มาทัพ
1 4เกณฑ์อัตราก�าลังของข้าราชการครู
และบุ คลากรทางการศึกษา
สงั กดั สา� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
• สุทัสสา อุปลกะลิน 22
33
บทบรรณาธกิ าร
นงลักษณ์ คิดควร สวสั ดคี ่ะเพอื่ นข้าราชการคร ู บคุ ลากรทางการศึกษา
และผู้อ่านทุกท่าน พบกันอีกเช่นเคยกับวารสารข้าราชการครู
ผู้อ�านวยการสา� นกั งานเลขาธกิ าร และบคุ ลากรทางการศกึ ษา ฉบบั ท ่ี 1 ของปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
พร้อมกับข่าวสารความเคล่ือนไหวเก่ียวกับการขับเคลื่อน
การบรหิ ารงานบคุ คลของสา� นกั งาน ก.ค.ศ. ของเรานะคะ กอ่ นอนื่
สา� นกั งาน ก.ค.ศ. กม็ ขี า่ วทนี่ า่ ยนิ ดที ไ่ี ดต้ อ้ นรบั เลขาธกิ าร ก.ค.ศ.
คนใหม่คอื รศ.ดร.ประวติ เอราวรรณ ์ ทีไ่ ด้เข้ามาปฏบิ ัตหิ น้าที่
เลขาธิการ ก.ค.ศ. เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2563 ซึ่งหลายท่าน
คงจะรู้จักท่านในฐานะเป็นนักวิชาการหนุ่มไฟแรงท่ีมีความรู้
ความสามารถ และมีประสบการณ์ที่หลากหลาย ซ่ึงก็หวังว่า
ท่านจะน�าพาส�านักงาน ก.ค.ศ. ไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ส�าคัญ
รวมถงึ การแกไ้ ขปญั หาและอปุ สรรคในการขบั เคลอื่ นการบรหิ าร
งานบคุ คลของขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาใหเ้ ปน็ ไป
ในทิศทางท่ีดีขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเพื่อนข้าราชการครู
และบคุ ลากรทางการศกึ ษา อนั จะสง่ ผลไปถงึ การพฒั นาคณุ ภาพ
การศกึ ษาทมี่ ีประสิทธภิ าพและเกิดประสทิ ธิผลยิง่ ๆ ข้นึ ไปค่ะ
แต่อย่างไรก็ตาม วารสารข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษาฉบบั น ้ี ยงั คงแนน่ ไปดว้ ยคณุ ภาพและเนอื้ หาสาระ
และความรทู้ เี่ ปน็ ประโยชนก์ บั ขา้ ราชการคร ู บคุ ลากรทางการศกึ ษา
และประชาชนท่ัวไปที่สนใจศึกษาในเร่ืองของการบริหารงาน
บคุ คล ซ่งึ ทมี งานของส�านักงาน ก.ค.ศ. ก็มีความตัง้ ใจที่จะมอบ
ส่ิงดี ๆ ให้กับทุกท่านด้วยความจริงใจ ติดตามอ่านกันดูนะคะ
แล้วพบกนั ใหม่ในฉบบั ตอ่ ไปค่ะ
วารสารขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ฉบับท่ี 1 / 2564 1
ส�านกั งาน ก.ค.ศ.
PEPLE IN FOCUS ส�านักงานเลขาธิการ
สวสั ดีขา้ ราชการครู บคุ ลากรทางการศกึ ษา และทา่ นผอู้ า่ น รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์
ทกุ ท่าน ในชว่ งเดอื นตุลาคม 2563 สา� นกั งาน ก.ค.ศ. มีความยินดี
ทไี่ ดต้ อ้ นรบั เลขาธกิ าร ก.ค.ศ. คนใหมค่ อื รศ.ดร.ประวติ เอราวรรณ์ เลขาธกิ าร ก.ค.ศ.
ซึ่งท่านเป็นนักวิชาการหนุ่มไฟแรง ท่ีมีความรู้ความสามารถและ
มีประสบการณ์ที่หลากหลาย ได้เดินทางเข้ารับต�าแหน่งใหม่ที่
สา� นกั งาน ก.ค.ศ. ในการน ี้ จงึ มคี วามยนิ ดที จ่ี ะแนะนา� ใหข้ า้ ราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษารวมท้ังผู้อ่านทุกท่าน ได้ท�าความรู้จัก
มากย่ิงข้ึน
การศึกษา
• ปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต (โครงการคุรุทายาท) วิทยาลัยครูอุบลราชธาน ี
• ปริญญาโท ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิจัยการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• ปริญญาเอก การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิจัยและพัฒนาหลักสูตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
การรบั ราชการ การฝึ กอบรม
• รองคณบดีฝา่ ยวจิ ยั และบริการวิชาการ • Education Project Management : British Cousin
คณะศึกษาศาสตร ์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม • Education Leadership : University of London, UK
• คณบดคี ณะศกึ ษาศาสตร ์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม • Inquiry Method for Science Teaching :
• รกั ษาราชการแทนคณบด ี คณะวทิ ยาการจัดการ University of Wisconsin Madison, USA
และเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวิทยาลยั นครพนม • นกั บรหิ ารระดบั สงู มหาวทิ ยาลยั (นบม.)
• รกั ษาราชการแทนอธกิ ารบด ี มหาวทิ ยาลัยนครพนม รุน่ ท ี่ 16 สา� นกั งานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา
• อธิการบด ี มหาวทิ ยาลัยนครพนม • เครือข่ายพฒั นาศักยภาพผู้นา� การสร้างสขุ ภาวะ (คศน.)
• รองศาสตราจารย ์ ภาควิชาวิจยั และพฒั นาการศึกษา รุ่นท่ี 2 สนง. กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
คณะศึกษาศาสตร ์ มหาวทิ ยาลัยนครพนม (สสส.)
• ประธานมลู นิธิสถาบนั วิจยั ระบบการศึกษา • นกั บริหารการงบประมาณระดับสูง (นงส.) ร่นุ 4
(Institute for Research on Education ส�านกั งบประมาณ
System : IRES • นกั บรหิ ารนกั การทตู (นบท.) รนุ่ 9 กระทรวงการตา่ งประเทศ
• รองเลขาธกิ าร ก.ค.ศ. ส�านักงาน ก.ค.ศ. • เสริมนักบริหารระดับสูง (ส.นบส.) รุ่นที่ 10
• ศกึ ษาธิการภาค 2 (จังหวดั ปทมุ ธานี) ส�านักงาน ก.พ.
• เลขาธิการ ก.ค.ศ. สา� นักงาน ก.ค.ศ.
2
Special Issue
โรงเรียนสุขภาวะ
21คือทางเลือกโรงเรียนในรูปแบบ
ศตวรรษท่ี
การเรียนการสอนในโรงเรียนส่วนใหญ่ วา่ ท่ี ร.ต. อมั โร รักช่ วย
เป็นการรวมศูนย์และส่ังการจากส่วนกลาง
ผูอ้ �านวยการโรงเรยี นไทยรัฐวทิ ยา 88
มีหลักสูตรจากกระทรวงเป็นแม่แบบในการจัด (บา้ นคลองควน)
การเรียนการสอนในแต่ละวิชา ความรู้ยังเป็น
แบบดั�งเดิมไม่สามารถตอบโจทย์การใช�ชี วิต
ของเดก็ เปน็ การทอ่ งวชิ าการศกึ ษากบั ฐานชีวติ จรงิ
แยกออกจากกัน ผู้เรียนจึงไม่มีทักษะท่ีไวพอจะ
น�ามาใช�กับชี วิตให้ทันต่อการเปล่ียนแปลง
ของโลกท่นี ับวันจะสลับซับซ้อนมากข้นึ
โรงเรียนสุขภาวะให้ความส�าคัญกับความสุขในการเรียนรู้หากเริ่มต้นการเรียนรู้ ด้วยความสุขจะท�าให้การเรียนรู้
มีคุณภาพเพราะกระบวนการต่างๆ ท�าให้นักเรียนเกิดกระบวนการคิดและทักษะแสวงหาความรู้ด้วยตัวเอง มีทักษะชีวิต
มคี วามฉลาดทางอารมณ ์ เปน็ มนษุ ยท์ ส่ี มบรู ณเ์ พยี บพรอ้ มดว้ ยปญั ญาภายในและปญั ญาภายนอก สามารถดา� รงชวี ติ อยใู่ นสงั คมได้
อยา่ งสมดุลและมีความสุข
ผมได้พยายามแสวงหาแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่สามารถตอบสนองชีวิตนักเรียนได้มากกว่าเดิมจนได้โอกาส
เข้าร่วมโครงการสขุ ภาวะ และตดั สินใจที่จะเปลยี่ นแปลงทันทีตามวิถกี ารเรียนรู้ของโรงเรยี นสุขภาวะ จึงได้พาครแู ละประธาน
คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐานไปดูงานโรงเรียนล�าปลายมาศพัฒนา ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิสถาบันวิจัย
ระบบการศึกษานวัตกรรมส�าคัญ 3 ประการคือ นวัตกรรมจิตศึกษาพัฒนาปัญญาภายใน ML (Mind Learning) นวัตกรรม
การจัดการเรียนการสอนบูรณาการ PBL (Problem Based Learning) และกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
PLC (Professional Learning Community)นับเป็นแหล่งสร้างแรงบันดาลใจด้วยพลังแห่งความหวังด้วยองค์ความรู้และ
ประสบการณซ์ ง่ึ ผมน�าประยุกตใ์ ช้โดยคา� นงึ ถงึ “ภูมสิ งั คม” ของแตล่ ะท้องถิน่ เป็นส�าคญั
วารสารขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ฉบับท่ี 1 / 2564 3
ส�ำนักงาน ก.ค.ศ.
Policy Support รฐั หนว่ ยงานตน้ สังกดั
Know how Support นักเรียน Technology
มหาวิทยาลัย ปฏิสัมพนั ธ์เชิงบวก ครู Support
นกั วิชาการ
ผอ. เช่ น DLTV
SCHOOL
CHANGE
By By ครอบครวั /
intervention autonomy ชุมชน
Cooperate Support
เอกชนภาคสว่ นต่างๆ
การส่ือสารพู ดจาปฏิสมั พันธ์เชิงบวก
(Interactive Communication)
พน้ื ฐานท่ีจะทำ� ใหก้ ารพู ดจาปฏิสัมพันธ์ในโรงเรยี นส�ำเรจ็ ไดน้ ัน้
“การสร้างความสัมพนั ธ์ท่ีรบั ฟั งซ่ึงกนั และกนั ทงั้ ในหอ้ งเรียนและหอ้ งพกั ครู
”รวมถึง ระหวา่ งโรงเรียนกบั ท้องถ่นิ
ผล เกิดการส่อื สาร เดก็ และครูเกิดการเรียนรู้
4
สรา้ ง “ชุมชนการเรียนรู้” ขน้ึ ได้
การรับฟั งจากผู้อ่ืน
จุดเร่ิมต้นของการเรยี นรู้และเป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย
ฟั งผูป้ กครอง เพราะมารว่ มวางแผนชั้นเรยี น
สรา้ ง “ชุมชนการเรียนรู”้ ขึ้นได้
โรงเรียนตอ้ งท�าให้ทกุ คนเติบโตขึ้น
ในฐานะผูเ้ ช่ียวชาญ
รับประกันว่าเด็กทุกคนจะได้รับสิทธิทางการศึกษา
อย่างมีคุณภาพเท่าเทียมกัน
ชุมชนแหง่ การเรยี นรู้ (Learning Community)
ปรชั ญา แนวคิด วธิ ีการสอนในชั้นเรยี น ความร่วมมือ
รว่ มใจและสมั พนั ธภาพ ระหวา่ งครูกบั ครู ครูกบั ผูป้ กครอง
วารสารขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉบบั ท่ี 1 / 2564 5
สา� นกั งาน ก.ค.ศ.
กุญแจดอกส�าคัญ
“คดิ อย่างปฏิวัติ แต่เปล่ียนแปลง
”อย่างคอ่ ยเป็นค่อยไป
Think Revolutionary But Change
Gradually
การปรบั เปล่ยี นกระบวนทศั น์ของผูบ้ ริหาร
สู่เสน้ ทางการพัฒนาเป็นโรงเรยี นสขุ ภาวะ
การเปลย่ี นกระบวนทศั นใ์ หมห่ รอื ภมู ปิ ญั ญาใหมเ่ พอื่ นา� ไปสกู่ ารเปลยี่ นแปลง
การบริหารจัดการและเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ท้ังหมดภายในโรงเรียน ทุกอย่าง
ตอ้ งคอ่ ยเปน็ คอ่ ยไปเปน็ ลา� ดบั ซง่ึ จะตอ้ งสรา้ งระบบภมู ปิ ญั ญาใหมโ่ ดยผบู้ รหิ ารตอ้ งเปลยี่ น
Mindset ก�าหนดวิสัยทัศน์ให้ชัดเจนและท�าความเข้าใจวิสัยทัศน์ว่าไม่ใช่เรื่องของ
การมองเห็นเท่านัน้ แตเ่ นน้ เร่ืองของภูมิปญั ญาที่สามารถอยูบ่ นพื้นฐานของการเขา้ ถึง
ภาพรวมทั้งหมดจากอดีต ปจั จบุ ัน และอนาคต เปล่ยี นจากการท่องวิชามาใหน้ ักเรียน
คดิ เปน็ ทา� เปน็ และจดั การเปน็ ซงึ่ กระบวนทศั นใ์ หมต่ อ้ งคดิ แบบองคร์ วม เนน้ การลงมอื
ปฏิบัติหน้างาน เปล่ียนกิจกรรมท่ีเป็นมายาคติ ใช้แข่งขันชิงดีชิงเด่นเพ่ือเอารางวัล
ท�าเพอื่ ตวั เองและเอาเวลาเหลา่ นัน้ มาสร้างโอกาสการเรียนรู้ใหก้ บั เดก็ ทุกคน สรา้ งครู
ใหเ้ ปน็ ผเู้ ชยี่ วชาญ คอ่ ย ๆ ปลดพนั ธนาการและตกี รอบจากสว่ นกลาง ดว้ ยความเชอื่ มนั่
ว่าการพัฒนา “ต้องจัดกระบวนการกระตุ้นจิตส�านึกให้ระเบิดจากภายในตัวเอง”
จึงได้ก�าหนดเป็นกฎข้ึนมา 4 ข้อ เพื่อเป็นแนวทางในฐานการพัฒนาให้เข้มแข็งและ
ย่งั ยนื
6
กฎแหง่ ความส�ำเรจ็ สู่การพฒั นาการศึกษา
กฎขอ้ ท่ี 1 กฎของความพรอ้ ม (The Law of Readiness)
โรงเรียนต้องสร้างความพร้อมทุกด้าน เพื่อจะสร้างความพึงพอใจให้นักเรียนอยากเรียนรู้และท�ำอย่างไรที่จะพัฒนา
ผ้เู รียนพฒั นาโรงเรยี นใหย้ ง่ั ยืน ให้ถงึ เปา้ หมายตามเจตจ�ำนงของการศึกษาอยา่ งแทจ้ ริง
1.1 เปดิ ใจยอมรบั /ปรบั เปลีย่ นวธิ ีคิด (ทำ� ตวั เล็กลง - ฟงั ให้มาก - เปลยี่ นคุ้นชนิ เดมิ เป็นคุ้นชินใหม)่
• ผู้บริหารกล้าที่จะเปล่ียนแปลง และส่งเสริมให้ครูกล้าท่ีจะเปลี่ยนแปลง “เป็นผู้น�ำ ผู้ท�ำ ผู้ช้ีแนะท่ีสร้าง
ผู้น�ำการเปลี่ยนแปลง” พรอ้ มเตบิ โตเรอื งแสงไปดว้ ยกัน
- ครกู ับผบู้ ริหารรบั ฟงั กันมากขึน้ รบั ฟังเดก็ มากขึ้น
- ยอมรับความคิดเห็นและข้อตกลงของสว่ นรวม ไมใ่ ช่สัง่ การเกดิ เปน็ พนั ธะสัญญาใจ
- ลดอคติของตนเองเอง ชน่ื ชมสิ่งเล็ก ๆ เพื่อเป็นกำ� ลงั ใจให้แกค่ รู
- ปรบั เปลย่ี นวธิ คี ิดสรา้ งพื้นฐานในการเรียนร้ใู นโรงเรียน (Learning Space)
- เสริมแรงบวกให้ก�ำลังใจต่อคนในองคก์ ร
- สร้างบรรยากาศในการทำ� งานในดา้ นบวก
- เปิดใจยอมรับฟังซ่งึ กนั และกัน รวมหาปัญหาจริงกบั ครู
สังเกตการสอน สะท้อนผลการพัฒนา สร้างกระบวนการพัฒนาเครือข่าย ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ของครู
ทุกระดับ
1.2 ปรบั เวลาเรยี น
- ลดชั่วโมงเรียน โดยเน้นการเรียนมากกว่าการสอน โดยใช้การเรียนรู้วิชาหลักในช่วงเช้า และเรียนรู้
บูรณาการแบบ PBL ในช่วงบ่าย
- เพิ่มเวลารู้ มีกิจกรรม 2 ส่วน ได้แก่ จิตศึกษาก่อนเรียนภาคเช้า และภาคบ่าย เพ่ือการเตรียม
ผู้เรียนสู่กระบวนการเรียนรู้ทุกครั้ง และกิจกรรมเสริมทักษะชีวิต ทักษะดูแลสุขภาพ ทักษะอาชีพและ
ทักษะแสวงหาความรู้โดยการรู้เท่าทันส่ือเทคโนโลยีกับหลักสูตรสื่อมวลชนศึกษา หลักสูตรเสริม
สร้างพลเมืองดีจ�ำเป็นในศตวรรษท่ี 21
1.3 ปรับพฤตกิ รรมการจัดการความรู้
- สร้างความรกั ใหม้ าก่อนความรู้ / บทบาทครู สร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวก
- สรา้ งโรงเรยี นเป็นชมุ ชนแห่งการ “เรียนร”ู้ และเป็นชมุ ชนแห่งความ “หว่ งใย”
- สรา้ งห้องเรยี นเปน็ หอ้ งเรยี นท่ี “ออ่ นโยน”
- สรา้ งนกั เรยี น รู้คุณค่าแห่งตนและรคู้ ณุ คา่ ต่อสรรพสงิ่ ในโลกนี้
- สรา้ งผบู้ รหิ ารเปน็ “ลมใตป้ กี และแสวงหาลมเหนือปีกตลอดเวลา”
- ปรับหลักสูตรให้เป็นสมรรถนะ บูรณาการ 8 กลุ่มสาระ ให้คุณค่าเช่ือมโยงทักษะชีวิตประจ�ำวัน
เปน็ ฐานดว้ ยโครงงานเพอื่ ใหเ้ ดก็ ไดล้ งมอื ดว้ ยตนเองโดยมคี รเู ปน็ พเี่ ลย้ี ง เพอ่ื ใหเ้ หน็ สมรรถนะทห่ี ลากหลาย
ของผู้เรียนด้วยจติ ศึกษา พฒั นาปญั ญาภายในเป็นพ้นื ฐาน สร้างความเป็นมนษุ ย์
วารสารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉบับท่ี 1 / 2564 7
สำ� นักงาน ก.ค.ศ.
กฎขอ้ ท่ี 2 กฎของการฝึก (The Law Of Exercise)
มกี ารพฒั นาครแู ละบคุ ลากรใหม้ คี วามเชยี่ วชาญทางวชิ าชพี และบคุ ลากรทมี่ คี ณุ ภาพ จดั การเรยี นรสู้ กู่ ระบวนการคดิ
และปฏิบัติจริง (Active Learning) สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ และพัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา
เพอ่ื เปน็ เครอ่ื งมอื ใชพ้ ฒั นากระบวนการเรยี นให้มคี ณุ ภาพสู่ทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21
2.1 เปล่ยี นวิธสี อน
- ครเู ปลี่ยนพฤติกรรมจากผูบ้ อกเป็นผจู้ ดั การเรยี นรู้ / ชง - เชือ่ ม - ใช้
- จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เป็น Active Learning เด็กมีส่วนร่วมในการวางแผนและออกแบบการเรียนรู้ /
เตรียมผู้เรยี นสกู่ ระบวนการเรียนรดู้ ้วยจติ ศกึ ษาทกุ คร้ังก่อนการจัดการเรยี นรู้
- ครเู คารพความเปน็ มนษุ ยข์ องผเู้ รยี น เขา้ ใจและรจู้ กั เด็กเป็นรายบุคคล
- ใช้เครือข่ายการเรยี นรู้ การท�ำงานผา่ นโปรแกรม Social media เพ่อื พฒั นาการสอน
- เสริมแรงบวกให้ก�ำลังใจผ้เู รยี น
- ลดการเปรยี บเทยี บ การลงโทษ
- พฒั นาตามศักยภาพผู้เรยี น
- ขบั เคลื่อนกระบวนการ PLC เพอื่ ปฏิรปู ในหอ้ งเรยี น และใช้ PLC เปน็ จดุ คานงดั ในการพฒั นาสร้างครูเป็น
“นักปฏิบตั ิผูท้ บทวน” พรอ้ ม “เรืองแสงด้วยตนเองตลอดเวลา”
2.2 ประเมินผลตามสภาพจริง
- ครใู ชร้ ปู แบบการประเมนิ หลากหลายจากชน้ิ งาน ภาระงาน การนำ� เสนอผลงานตามความเปน็ จรงิ
- ใชเ้ กณฑ์ Rubric ประเมินชน้ิ งานภาระงานตามตวั ชี้วดั
- ประเมนิ จากสภาพจริง สนทนาซงึ่ กนั และกันกจิ กรรม ของ PLC จนถึงขนั้ ใช้ภาษา Dialogue
กฎขอ้ ท่ี 3 กฎของการสรา้ งวิถี (The Law of way/The Law of life)
- พฒั นาระบบบรหิ ารจดั การทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพตามหลกั ธรรมาภบิ าล มกี ารแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ ขบั เคลอื่ นด้วย
กระบวนการ PLC และให้ขอ้ มูลสะทอ้ นกลบั
- สร้างวิถีการท�ำงานรว่ มกนั อย่างมคี วามสขุ โดยมขี อ้ ตกลงร่วมกันทำ� ใหเ้ หน็ และพากันทำ�
- สร้างวิถกี ารเรียนรสู้ ่ิงใหม่ ๆ เพ่อื พัฒนาเดก็ พัฒนาตนเอง ส่งเสริมการสรา้ งชุมชนการเรียนรู้
- การท�ำงานอย่างคงเสน้ คงวาตอ่ เน่อื งสมำ�่ เสมอ / เขา้ ใจ Concept ในการเรียนรู้
- การกระทำ� ซำ�้ ทีช่ ว่ ยบม่ เพาะความดีงาม มีวนิ ยั และความรับผิดชอบในหนา้ ที่
- เสริมแรงบวก สร้างความสมั พนั ธภาพเชงิ บวก เกาะยึดอยา่ งเหนียวแน่น ระหว่างครูกับนักเรยี น ครูกบั คร ู
ครูกับผูบ้ ริหาร ครกู ับผู้บริหารและชุมชน ผปู้ กครอง ตลอดจนองค์กรทเ่ี กยี่ วข้อง
- นเิ ทศการเรยี นการสอนทุกคร้ังด้วยกระบวนการศึกษาบทเรียน (Lesson Study)
- ถอดบทเรียนการสอนด้วยกระบวนการ PLC เพ่ือต่อยอดพัฒนาศักยภาพครู และสร้างบุคลากรทุกคน
“เหน็ คุณค่าสรรพส่ิง” และ “ใหเ้ กยี รติเคารพรับฟังซ่งึ กนั และกัน”
8
กฎขอ้ ท่ี 4 กฎแห่งผล (The Law of Effect)
4.1 ผบู้ รหิ ารและครูมเี ป้าหมายพร้อมกัน
มคี วามมงุ่ ม่นั ต้งั ใจ เพ่ือพัฒนาใหโ้ รงเรียนเกดิ การเปลย่ี นแปลง โดยทำ� ทกุ อยา่ งแบบมเี ปา้ หมายรว่ มกัน คือ
- เดก็ มีความสุขในการเรยี นรู้ เดก็ เรียนร้แู บบ (Active Learning) มีทักษะชีวิต และพนื้ ฐานทกั ษะอาชีพ
มีทกั ษะดแู ลสุขภาพ มที ักษะแสวงหาความรู้ รเู้ ทา่ ทนั สอื่ และใช้เทคโนโลยีให้ทนั โลกทกี่ า้ วไกล
- ครทู ำ� งานอยา่ งมคี วามสขุ ครมู องเดก็ เปน็ รายบคุ คล ทำ� โรงเรยี นใหเ้ ปน็ องคก์ รแหง่ การเรยี นรู้ สามารถใหโ้ อกาส
การเรยี นรู้อยา่ งเสมอภาคและมคี ณุ ภาพ
- โรงเรียนเปน็ องคก์ รแหง่ การเรยี นรู้ ชมุ ชนแห่งความหว่ งใย หอ้ งเรียนทอ่ี อ่ นโยน
- ผปู้ กครองมคี วามพึงพอใจ เป็นเจา้ ของโรงเรียน
- มอี งค์กรภายนอกมาร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้
- มีภาคีเครือข่ายเข้าเรียนรู้ศึกษารูปแบบและสามารถน�ำไปประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลาย พร้อมจะบ่มเพาะ
เติบโตเรืองแสงด้วยตนเองอย่างมากมาย
- เป็นโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนสุขภาวะ น�ำนวัตกรรม จิตศึกษาพัฒนาปัญญาภายใน การเรียนการสอน
Active Learning เน้น PBL ขบั เคล่อื นด้วย PLC
การเร่มิ ตน้ เปล่ียนต้องเปล่ียนท่ใี จคน
ผูบ้ รหิ ารสรา้ งปฏิสมั พันธเ์ ชิงบวกเปน็ แนวปฏิบัติ ครใู ช้จิตวิทยาเชงิ บวกทุกกิจกรรมจนเป็นวถิ ีเพอ่ื บ่มเพาะจติ ศึกษา
พฒั นาปญั ญาภายใน ฝกึ ฝนการจดั การตนเอง การรคู้ ณุ คา่ ตนเองและคณุ คา่ ของสรรพสง่ิ ตอ่ โลกและจกั รวาล มเี ปา้ หมายในชวี ติ
อยอู่ ยา่ งมเี จตจำ� นงอยา่ งมคี วามหมาย พรอ้ มจะพฒั นาตนเองและสรรพสงิ่ รจู้ กั การจดั การอารมณแ์ ละความเครยี ด ความฉลาด
ทางอารมณ์ (Emotion) และจิตวิญญาณ (Spiritual) บูรณาการกับปัญญาภายนอก คือ ความเข้าใจต่อโลกภายนอกท้ังศาสตร์
และศิลป์ สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการแก้ปัญหาและสภาวะวิกฤตที่เกี่ยวเน่ืองกับการด�ำเนินชีวิตจริงให้อยู่ได้อย่าง
มีคุณภาพ มีชวี ติ ทีส่ มดุลและมคี วามสขุ ...ตอบค�ำถามคำ� วา่ “มนษุ ย์ทสี่ มบูรณ์”
กระบวนการ PLC กับการเปล่ียนแปลงท่ตี วั ครู
บทบาทผบู้ รหิ ารตอ้ งคอยกระตนุ้ ครู วนั ไหนไม่กระตนุ้ ครกู ช็ ้าลง ไม่มกี ารแลกเปล่ียนเรียนร้ใู นองคก์ ร ขาดเป้าหมาย
รว่ มกนั ในการพฒั นาผเู้ รยี นแลว้ จะทำ� อยา่ งไรทจ่ี ะทำ� ใหถ้ งึ เปา้ หมายการศกึ ษาอยา่ งแทจ้ รงิ
ในฐานะผู้รับผิดชอบโรงเรียนผู้บริหารต้องท�ำให้ครูเติบโตข้ึนสามารถเรืองแสงได้ด้วยตนเองในฐานะผู้เช่ียวชาญ
และรบั ประกนั วา่ เดก็ ทกุ คนจะไดร้ บั สทิ ธทิ างการศกึ ษาอยา่ งมคี ณุ ภาพเทา่ เทยี มกนั ยำ�้ ทวนวา่ การเปน็ ครไู มใ่ ชใ่ หแ้ ตว่ ชิ าความรู้
เพยี งอยา่ งเดยี ว แตต่ อ้ งเปน็ ผสู้ รา้ งการเปลย่ี นแปลงใหแ้ กล่ กู ศษิ ยไ์ ปสหู่ นทางทด่ี ขี น้ึ ดว้ ย ครจู งึ ตอ้ งใชก้ ระบวนการ PLC สนทนา
วชิ าชพี ครกู นั อยบู่ อ่ ย ๆ อยา่ งนอ้ ยสปั ดาหล์ ะครงั้ เพอื่ พลกิ โฉมจากเดมิ พฤตกิ รรมการสอนของครู คอื ผลกั ดนั การสอนไปขา้ งหนา้
การสอนนาน ๆ เกดิ ชอ่ งวา่ งระหวา่ งนักเรียนท่ีเข้าใจและไม่เข้าใจ ครูจึงต้องหันมาปรกึ ษากัน ห้องพักครูควรเป็นสถานท่ีท่ีครู
ช่วยเหลือกัน ห้องเรียนควรเป็นห้องเรียนท่ีเปิดส�ำหรับผู้ปกครองและทุกคนเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครูจ�ำเป็นจะต้องสร้าง
วฒั นธรรมในห้องเรยี นท่ีเอ้ืออาทร ดูแลซ่งึ กนั แบบรว่ มใจรว่ มพลงั (Collaborative Learning)
การเปดิ หอ้ งเรยี นสำ� หรบั ผบู้ รหิ ารและสำ� หรบั เพอ่ื นครเู พอื่ การแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ โดยปกตคิ รจู ะสนใจทจี่ ะสงั เกตการสอน
เพอ่ื นครแู ละรว่ มอภปิ ราย การไดใ้ ครค่ รวญกบั เพอ่ื นครแู ละรว่ มอภปิ รายได้ ชว่ ยใหก้ ารสอนประจำ� วนั ดขี น้ึ และมคี วามหลากหลาย
ตรงตามความตอ้ งการของเดก็ มากทส่ี ดุ “No child behind” ความสมั พนั ธเ์ ชงิ บวก การสรา้ งโอกาสสำ� หรบั เดก็ ทกุ คน
วารสารขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉบบั ท่ี 1 / 2564 9
สำ� นักงาน ก.ค.ศ.
การเรยี นรู้เชิงลึกเพ่ือเปล่ียนแปลงครู
* Learning Progressive : ยดึ ผลลัพธ์ท่ีเด็กเป็นตวั ตงั้
นักเรยี น * เปล่ียนเป็นความเคยชิน เปล่ยี นตัวเอง
เปิ ดการเรียนรู้
ปฏิสัมพันธเ์ ชิงบวก ท�ำจนเป็นวถิ ใี นโรงเรียน
ผอ. ครู ผอ. ตงั้ วงเปิ ด
Back to *PL
School
น�ำผลลัพธม์ า ฟั งเร่ืองดี ๆ ของเด็กท่ีเปล่ียนแปลง
แลกเปล่ียนกัน
ครอบครวั /
ชุมชน
ตกลงกนั จะท�ำอะไรตอ่
Teacher as key Teacher learning แยกยา้ ยลงมือท�ำ
success As Student learning
กระบวนการ PLC สรา้ งความรว่ มมอื กบั ชุมชน
มีการท�ำ PLC กับผู้ปกครองทั้ง 2 ระดับ คือ ระดับโรงเรียนและระดับห้องเรียน เป็นกระบวนการการพูดคุย
เพ่ือทำ� ความเขา้ ใจกับครู ผู้ปกครอง และชมุ ชนอยา่ งสม�่ำเสมอ ท�ำให้เกดิ ความเข้าใจ เกดิ ความร่วมมอื และเรยี นรูร้ ่วมกนั ทำ� ให้
ผูป้ กครองเร่มิ เปลย่ี นจากการทำ� เพ่ือลกู ตนเองเป็นการทำ� เพ่ือลกู คนอ่นื เปน็ ส่วนรวม
ผบู้ รหิ ารตอ้ งเชอื่ มโยงการดำ� เนนิ ชวี ติ อาชพี และความเปน็ อยขู่ องครอบครวั ชมุ ชนเขา้ กบั การเรยี นรขู้ องเดก็ (อยา่ แยก
เด็กออกไปเพ่ือเรียนหนังสืออย่างเดียว ชีวิตการศึกษากับชีวิตจริงคือเรื่องเดียวกัน) ส่งเสริมการเรียนรู้จากฐานการท�ำงาน
WBL (Work Based Learning) เพ่อื ให้นักเรยี นรูจ้ กั ท�ำมาหากนิ ทำ� บญั ชีรายได้ เรียนรู้เศรษฐศาสตร์ลงมอื ปฏิบัตทิ ่หี นา้ งาน
ถ้าผู้ปกครองเห็นเด็กเปล่ียน ครอบครัวจะเปล่ียน ชุมชนจะเปล่ียน เพราะโรงเรียน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ค�ำว่า “ภูมิสังคม”
ครอบครวั ชุมชนคอื กลไกทเี่ ป็นพลังหนุนการเรยี นรูข้ องเดก็ ทดี่ ีท่ีสดุ โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พน้ื ฐาน เช่อื มความรกั
ความเขา้ ใจ และความรว่ มมอื ได้ดีท่สี ดุ
การเรยี นรูท้ ่เี อาชีวติ เดก็ เป็นตวั ตงั้ ปรบั เปล่ยี นวถิ กี ารเรยี นรู้
เดก็ มีวิธกี ารเรยี นร้ตู ่างกัน การเรียนรตู้ อ้ งยดึ โยงกบั ปญั หาในชวี ติ จริงและตามความสนใจของเด็ก จึงตอ้ งออกแบบ
บูรณาการให้กบั ชีวิตของเดก็ เดก็ เรยี นรจู้ ากการปฏิบตั ิลงมือทำ� จริง บทบาทของเด็กต้องเปน็ นักแสวงหาความรู้ เด็กต้องเข้าใจ
ตอ่ โลกภายนอก เดก็ ต้องเขา้ ใจต่อโลกภายใน และเดก็ ต้องปลอดภยั เรียนรู้อย่างมีความสุข มภี มู คิ ้มุ กันทางปญั ญาตง้ั แต่เลก็ ๆ
10
นักเรียน 1 ได้ฝึ กฝนทักษะการคดิ ชั้นสูง Hight Order Thinking
2 ไดล้ งมือปฏิบตั ิ Doing
เกิดอะไรข้นึ 3 ได้ Sharing ไดพ้ ู ดคุยกนั
4 ได้ Construction สรุปความรูไ้ ดด้ ว้ ยตนเอง
5 ได้เห็นรอยยิม้ นักเรียนเรยี นรูอ้ ย่างมคี วามสขุ มีความหลงใหลหมกมุ่น
ในการเรียนรู้ และไวพอท่ีจะเรยี นรูไ้ ดด้ ว้ ยตัวเองในอนาคต
โรงเรียนในศตวรรษท่ี 21
1 เป็นสถานท่ีนักเรียนได้แลกเปล่ยี นเรียนรู้ซ่ึงกนั และกนั
2 เป็นสถานท่ีซ่ึงครูไดแ้ ลกเปล่ยี นเรียนรู้ซ่ึงกันและกัน สามารถพัฒนาวิชาชีพตนเอง
3 เป็นสถานท่ผี ูป้ กครองและผูค้ นในทอ้ งถ่นิ มสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมของสถานศกึ ษา รว่ มวางแผนชั้นเรยี น
กับครูในโรงเรยี น
สภาพแวดล้อมถูกจัดเตรยี มไว้ให้ผู้มาเย่ียมสามารถเรยี นรู้ไดอ้ ยา่ ง ส่ือสัมพันธภาพระหวา่ งเด็กกับครู
สบายใจ จงึ เป็นชุมชนแหง่ ความหว่ งใย (Care Community)
บรรยากาศในหอ้ งเรยี นไดร้ บั ความใสใ่ จ และเป็นธรรมชาติ “รับฟั งซ่ึงกนั และกนั ”
วัฒนธรรมความเป็นอยู่ในห้องเรยี น มคี วามเอ้อื อาทรดแู ลซ่ึงกันและกนั เรียนรูซ้ ่ึงกันและกัน
ครูและนกั เรยี นช่วยเหลอื กนั ในการเรยี น ใครผา่ นไปมาเพยี งไดส้ มั ผสั กม็ ชี ีวติ ชีวา ประทบั ใจในความนอบนอ้ ม
เคารพให้เกียรตซิ ่ึงกันและกนั ทักทายพู ดคุยด้วยน้�าใจไมตรี จึงเป็น “ห้องเรยี นท่ีออ่ นโยน”
เอกสารอ้างอิง
กัมพล เจริญรักษ์. (2558). รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะเพื่อส่งเสริมกระบวนการจัดการเรียนรู้ ทักษะในศตวรรษที่ 21
ศรีสะเกษ : โรงเรียนบ้านทุ่งยาวค�าโปรย.
ชาโต มานาบุ.(2559). แนวความคิด “ชุมชนแห่งการเรียนรู้” กับการน�าทฤษฎีมาปฏิบัติจริง. แปลโดย กุลกัลยา ภู่สิงห์. พิมพ์คร้ังท่ี 1
นนทบุรี : โรงพิมพ์ภาพพิมพ์.
ประวิต. เอราวรรณ์. (2560). เคร่ืองมือพัฒนาสู่ความเป็นโรงเรียนสุขภาวะ. มหาสารคาม : สถาบันวิจัยระบบการศึกษา.
ประวิต เอราวรรณ์. (2562). การวิจัยและพัฒนาองค์กรในโรงเรียน.พิมพ์คร้ังท่ี 3 กรุงเทพฯ : ส�านักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประเวศ วะสี. (2562). 100ปีชาตกาล ก�าพล วัชรพล. ปฐกถาพิเศษ (27 ธันวาคม 2562) ณ ส�านักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ.
วิเชียร ไชยบัง. (2560). โรงเรียนนอกกะลา. พิมพ์คร้ังที่ 16 กรุงเทพฯ : โรงเรียนล�าปลายมาศพัฒนา.
วารสารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ฉบบั ท่ี 1 / 2564 11
สา� นกั งาน ก.ค.ศ.
การน�าบัญชี ผู ้สอบแข่งขันได้ในบัญชี หน่ึง
ไปข้ึนบัญชี เป็นผู ้สอบแข่งขันได้ในบัญชี อ่ืน
ต�าแหน่งครูผู้ช่ วย
นางพิมพ์พิศา เปิ นสมุทร
หัวหน้ากลุ่มสรรหาและคุณวุฒิ
การนา� บญั ชผี สู้ อบแขง่ ขนั ไดใ้ นบญั ชหี นงึ่ ไปขนึ้ บญั ชเี ปน็ ผสู้ อบแขง่ ขนั ไดใ้ นบญั ชอี นื่ ตา� แหนง่ ครผู ชู้ ว่ ย หรอื ทเ่ี รยี กกนั
โดยทว่ั ไปว่า “การขอใชบ้ ญั ชี” เปน็ หลักเกณฑท์ ี่กา� หนดขึน้ คู่กับหลกั เกณฑ์และวิธกี ารสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแตง่ ตง้ั บุคคล
เขา้ รบั ราชการเปน็ ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา ตา� แหนง่ ครผู ชู้ ว่ ย เจตนารมณข์ องการกา� หนดใหม้ กี ารขอใชบ้ ญั ชนี นั้
เน่ืองมาจากความประสงค์ทจ่ี ะใหโ้ รงเรียนมคี รใู นสาขาวชิ าเอกทตี่ รงกบั ความต้องการจ�าเปน็ ของสถานศกึ ษา แม้ว่า จงั หวัดท่ี
โรงเรียนต้ังอยู่จะไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หรือมี แต่ไม่เพียงพอก็สามารถขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ กศจ. อื่นได้
ตามหนังสือส�านักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.6/ว 14 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 ข้อ 12 จึงก�าหนดว่า “การน�าบัญชี
ผสู้ อบแขง่ ขนั ไดใ้ นบญั ชหี นงึ่ ไปขนึ้ บญั ชเี ปน็ ผสู้ อบแขง่ ขนั ไดใ้ นบญั ชอี น่ื ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารท ี่ ก.ค.ศ. กา� หนด”
และ ก.ค.ศ. ได้ก�าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการน�าบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น
ต�าแหน่งครูผชู้ ว่ ย ตามหนังสอื ส�านกั งาน ก.ค.ศ. ท่ ี ศธ 0206.6/ว 22 ลงวันท่ ี 22 ธนั วาคม 2563 โดยมสี าระสา� คัญ ดงั นี้
1. การขอบัญชีผู้สอบแขง่ ขนั ได้ ดงั น้ี
1.1 กรณีสถานศึกษาในส�านักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดส�านักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน
ให ้ กศจ. ดา� เนินการตามลา� ดบั และข้ันตอน ดงั น้ี
1.1.1 ให้ขอรายช่อื ผสู้ อบแข่งขันได ้ จากบญั ชีของ กศจ. ทมี่ ีพ้นื ทต่ี ดิ ต่อกนั ในสังกัดสา� นักงานศกึ ษาธกิ าร
ภาคเดยี วกัน
1.1.2 หาก กศจ. น้ัน ไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ตามคุณวุฒิที่ขอ ให้ขอจาก กศจ. ท่ีมีพื้นที่ติดต่อกัน
ในสงั กดั สา� นักงานศึกษาธกิ ารภาคอื่น
1.1.3 หากไมม่ ีใหข้ อจาก กศจ. ใดกไ็ ด้ในสังกดั ส�านักงานศึกษาธิการภาคเดยี วกัน
1.1.4 หากไมม่ ีใหข้ อจาก กศจ. ในสังกดั ส�านักงานศกึ ษาธกิ ารภาคใดกไ็ ด้
1.1.5 หากทกุ กศจ. ไม่มบี ัญชผี ู้สอบแข่งขันไดต้ ามคณุ วุฒิทีข่ อ ให้ขอจากบญั ชี อ.ก.ค.ศ. ที ่ ก.ค.ศ. ต้งั
ในสา� นักบรหิ ารงานการศึกษาพิเศษ
1.1.6 หากยงั ไม่มอี ีกใหข้ อจากบัญชีของ อ.ก.ค.ศ. ท ี่ ก.ค.ศ. ตงั้ ในส่วนราชการ
1.2 กรณสี ถานศกึ ษาในสา� นกั บรหิ ารงานการศึกษาพเิ ศษ ให ้ อ.ก.ค.ศ. ท ่ี ก.ค.ศ. ต้งั ในสา� นักบริหารงาน
การศึกษาพเิ ศษ พิจารณาขอจากบญั ชีของ กศจ. ท่ีใกล้เคยี งทส่ี ดุ ตามลักษณะทางภูมศิ าสตรก์ บั หน่วยงานการศกึ ษาท่จี ะบรรจุ
และแต่งตั้ง โดยพิจารณาตามล�าดับขั้นตามข้อ 1.1.1 - 1.1.4 ก่อน หากไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ตามคุณวุฒิที่ขอ ให้ขอจาก
บญั ชีของ อ.ก.ค.ศ. ท ี่ ก.ค.ศ. ตั้งในส่วนราชการ
1.3. กรณีสถานศกึ ษาสังกัดส่วนราชการอน่ื ให ้ อ.ก.ค.ศ. ท ี่ ก.ค.ศ. ตัง้ ในสว่ นราชการ พิจารณาขอจากบัญชี
ของ กศจ. หรอื อ.ก.ค.ศ. ท่ ี ก.ค.ศ. ตง้ั ตามความเหมาะสม โดยค�านึงถงึ ประโยชน์ท่ที างราชการจะไดร้ บั เปน็ ส�าคญั
12
2. การด�ำเนนิ การของผูข้ อใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้
2.1 ให้ กศจ. หรอื อ.ก.ค.ศ. ท่ี ก.ค.ศ. ตงั้ พจิ ารณาและมมี ตกิ ำ� หนดคณุ วฒุ ิ กลมุ่ วชิ า หรอื ทาง หรอื สาขาวชิ าเอก
และเม่ือ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ต้ัง มีมติอนุมัติให้ขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้ส�ำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหรือ
ส่วนราชการแจ้งมติพร้อมท้ังรายช่ือสถานศึกษาและที่ตั้ง ไปยังส�ำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหรือส่วนราชการท่ีมีบัญช ี
ผู้สอบแข่งขันได้ เพื่อขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ท่ีต้องการเท่ากับจ�ำนวนต�ำแหน่งว่างท่ีจะบรรจุและแต่งตั้งทางไปรษณีย ์
ลงทะเบยี นตอบรบั
2.2 เมื่อส�ำนักงานศึกษาธิการจังหวัด หรือส่วนราชการ ได้รับรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ที่จัดล�ำดับท่ีเอกสาร
หลักฐานการสมัครสอบแข่งขัน หนังสือสอบถามความสมัครใจ และท่ีอยู่ท่ีสามารถติดต่อได้ของผู้สมัครใจ จากส�ำนักงาน
ศึกษาธิการจังหวัดหรือส่วนราชการท่ีส่งรายช่ือผู้สอบแข่งขันได้แล้ว ให้รายงาน กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ต้ัง พิจารณา
ใหค้ วามเหน็ ชอบและประกาศขน้ึ บญั ชผี สู้ อบแขง่ ขนั ได้ โดยบญั ชผี สู้ อบแขง่ ขนั ไดท้ ปี่ ระกาศใหม่ ใหม้ อี ายกุ ารขนึ้ บญั ชเี ทา่ กบั บญั ชเี ดมิ
2.3 ใหแ้ จง้ สำ� นกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั หรอื สว่ นราชการทสี่ ง่ รายชอื่ ผสู้ อบแขง่ ขนั ได้ ทางไปรษณยี ล์ งทะเบยี น
ตอบรบั เพอื่ เสนอ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ท่ีเป็นเจ้าของบัญชี ยกเลิกการข้นึ บญั ชีเดมิ ของผสู้ อบแข่งขันได้ท่ีไดร้ บั
การประกาศข้นึ บัญชีใหม่แล้ว
2.4 ใหใ้ ชป้ ระกาศขน้ึ บญั ชผี สู้ อบแขง่ ขนั ได้ เปน็ การเรยี กตวั ผสู้ อบแขง่ ขนั ไดม้ ารายงานตวั เพอ่ื บรรจแุ ละแตง่ ตง้ั
ตามลำ� ดบั ที่ โดยตอ้ งกำ� หนดใหผ้ สู้ อบแขง่ ขนั ไดม้ ารายงานตวั เพอื่ บรรจแุ ละแตง่ ตง้ั ไมห่ ลงั วนั ทบ่ี ญั ชผี สู้ อบแขง่ ขนั ไดจ้ ะครบอายุ
การขึ้นบัญชี และใหผ้ มู้ อี �ำนาจสง่ั บรรจแุ ละแต่งต้ัง โดยความเห็นชอบของ กศจ. หรอื อ.ก.ค.ศ. ท่ี ก.ค.ศ. ต้ัง ด�ำเนินการบรรจุ
และแตง่ ตง้ั ผ้สู อบแขง่ ขนั ได้ท่มี คี ุณสมบัตคิ รบถว้ นตามมาตรฐานต�ำแหน่ง ใหแ้ ล้วเสร็จโดยเร็ว
ทงั้ น้ี สถานศกึ ษาทร่ี บั การบรรจแุ ละแตง่ ตง้ั ตอ้ งมจี ำ� นวนขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาไมเ่ กนิ เกณฑ์
อตั ราก�ำลังท่ี ก.ค.ศ. ก�ำหนด
3. การด�ำเนินการของเจ้าของบญั ชผี สู้ อบแข่งขันได้
3.1 ให้ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ท่ี ก.ค.ศ. ต้ัง พิจารณาเพือ่ มีมติอนุมตั หิ รอื ไมอ่ นุมตั ิให้ใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้
และแจง้ ให้ส�ำนกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั หรอื สว่ นราชการ แลว้ แตก่ รณี ท่ขี อใช้บญั ชที ราบผลการพิจารณาโดยเร็ว
3.2 กรณี กศจ. หรอื อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตัง้ อนุมตั ใิ หใ้ ชบ้ ัญชีผ้สู อบแขง่ ขันได้ ใหส้ ำ� นกั งานศกึ ษาธิการจังหวดั
หรอื ส่วนราชการมหี นงั สอื สอบถามความสมัครใจผู้สอบแขง่ ขันได้ ตามรายช่อื ตามล�ำดับที่และจำ� นวนทไี่ ด้รบั อนมุ ตั ิตามแบบ
ท่ีก�ำหนด โดยแจ้งรายละเอียดให้ผู้สอบแข่งขันได้ทราบเก่ียวกับล�ำดับที่ที่ผู้สอบแข่งขันได้มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งใน
แต่ละคุณวุฒิ กลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก พร้อมรายช่ือและท่ีต้ังสถานศึกษาที่จะบรรจุและแต่งต้ัง และให้เลือก
สถานศกึ ษาทต่ี ้องการจะบรรจุและแต่งตัง้ เรียงตามล�ำดับตัง้ แตล่ ำ� ดบั ที่ 1 ถึงล�ำดับสุดท้าย
3.3 เมื่อได้รับหนังสือตอบรับจากผู้สอบแข่งขันได้แล้ว ให้พิจารณาด�ำเนินการเฉพาะผู้ท่ีสมัครใจ จัดล�ำดับ
ท่ีเท่ากับจ�ำนวนต�ำแหน่งว่างท่ีผู้ขอใช้บัญชีขอ โดยผู้ที่ได้ล�ำดับท่ีดีกว่าในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จะได้รับการพิจารณาก่อน
และเม่ือจัดล�ำดับที่แล้ว ให้แจ้งรายช่ือ ล�ำดับที่ เอกสารหลักฐานการสมัครให้ส�ำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหรือส่วนราชการ
ท่ขี อรายชอื่ ผสู้ อบแข่งขนั ไดท้ ราบ ทางไปรษณยี ล์ งทะเบียนตอบรับ เพอื่ ด�ำเนินการในส่วนทีเ่ กี่ยวข้องตอ่ ไป
หวังเป็นอย่างย่ิงว่าหลักเกณฑ์และวิธีการน�ำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหน่ึงไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้
ในบญั ชอี น่ื ตำ� แหนง่ ครผู ชู้ ว่ ย ตามหนงั สอื สำ� นกั งาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.6/ว 22 ลงวนั ท่ี 22 ธนั วาคม 2563 จะชว่ ยใหด้ ำ� เนนิ การ
ขอใช้บัญชีเป็นไปอย่างคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ ท้ังน้ี ผู้ท่ีสนใจสามารถศึกษารายละเอียดของหลักเกณฑ์และวิธีการฯ
ไดท้ างเวบ็ ไซตข์ องสำ� นกั งาน ก.ค.ศ. ที่ www.otepc.go.th
วารสารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ฉบบั ท่ี 1 / 2564 13
สา� นกั งาน ก.ค.ศ.
เกณฑ์อัตราก�าลัง
ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
สงั กดั สา� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
นางสาวสุทัสสา อุปลกะลิน
หัวหน้ากลุ่มพัฒนานโยบายและระบบบริหารงานบุ คคล
ท�าไมจึงต้องออกเกณฑ์อัตราก�าลัง
ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาในสถานศกึ ษาใหม่
การวางแผนผลติ กา� ลงั คนทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ยอ่ มทา� ใหป้ ระเทศมตี น้ ทนุ ทรพั ยากรมนษุ ยท์ ม่ี ศี กั ยภาพ การศกึ ษาถอื เปน็
เครอื่ งมอื สา� คญั ในการพฒั นาเยาวชนซงึ่ เปน็ ทรพั ยากรมนษุ ยท์ เี่ ปน็ กา� ลงั สา� คญั ของประเทศใหเ้ ปน็ คนด ี มปี ญั ญา เกง่ มคี วามสขุ
และมคี วามพรอ้ มสา� หรบั บรบิ ทในการเรยี นรแู้ ละการดา� รงชวี ติ ในศตวรรษท ่ี 21 เพราะสงั คมแหง่ การเปลยี่ นแปลงยอ่ มตอ้ งการ
ผู้ท่ียอมรับการเปล่ียนแปลงได้อย่างสร้างสรรค์ และพร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ การศึกษานอกจากจะท�าให้ผู้เรียนเกิดความรู้และ
พัฒนาตนไดแ้ ลว้ ยังสามารถเป็นตวั กา� หนดทศิ ทางของประเทศได้อกี ดว้ ย
“ทําไมจึงตองออกเกณฑอัตรากําลังขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาใหม?” เม่ือต้นป ี
พ.ศ. 2564 คงมีค�าถามนี้เกดิ ขน้ึ ในแวดวงการศึกษา จากผู้ที่มสี ่วนเกย่ี วขอ้ งในหลาย ๆ ภาคสว่ น ไมว่ า่ จะเป็นผูท้ ่ีปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี
อยใู่ นสถานศกึ ษา สา� นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา สา� นกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั และสา� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
ซง่ึ เปน็ สว่ นราชการตน้ สงั กดั หลงั จากท ่ี ก.ค.ศ. ประกาศเกณฑอ์ ตั รากา� ลงั ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาในสถานศกึ ษา
สังกัดส�านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ใหม่ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 (หนังสือส�านักงาน ก.ค.ศ.
ท ่ี ศธ 0206.6/ว 23 ลงวนั ท่ี 23 ธันวาคม 2563)
คงหลกี เลยี่ งไมไ่ ดว้ า่ ปญั หาอตั ราการเกดิ ลดลงอยา่ งตอ่ เนอื่ งกา� ลงั สง่ ผลตอ่ ประเทศไทย ทเี่ หน็ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน คอื ปญั หา
จา� นวนเดก็ ลดลงเรอ่ื ย ๆ ทา� ใหส้ ดั สว่ นของโรงเรยี นประถมศกึ ษาทมี่ นี กั เรยี นนอ้ ยกวา่ 50 คน เพมิ่ สงู ขน้ึ หอ้ งเรยี นมขี นาดเลก็ ลง
ซ่ึงเป็นสาเหตุส�าคัญของความถดถอยของคุณภาพการศึกษาเน่ืองจากโรงเรียนขนาดเล็กมีต้นทุนในการบริหารจัดการสูง
และมักจะได้รับการจัดสรรทรัพยากรไม่เพียงพอ จากงานวิจัยของธนาคารโลก (WORLD BANK) สํานักงานประเทศไทย
แสดงหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษช์ ดั เจนวา่ จา� นวนครตู อ่ นกั เรยี นของประเทศไทยอยใู่ นเกณฑท์ ดี่ ที ส่ี ดุ ในโลก คอื 1 : 17 แตเ่ มอื่ ลงลกึ
ในรายละเอียดกลับพบว่าในสถานศึกษายังพบปัญหาครูขาดแคลนในลักษณะที่ไม่ครบกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ซึ่งมีอยู่จ�านวน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) ภาษาไทย 2) คณิตศาสตร์
3) วิทยาศาสตร์ 4) สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5) สุขศึกษาและพลศึกษา 6) ศิลปะ 7) การงานอาชีพ
และเทคโนโลยี และ 8) ภาษาต่างประเทศ ซึ่งการขาดแคลนครูในลักษณะดังกล่าว นับเป็นสาเหตุหลักท่ีท�าให้คุณภาพ
การศกึ ษาตกตา่� นอกจากนยี้ ังมีปญั หาจากการเกษียณอายุราชการเขา้ มาเพมิ่ เตมิ อีกด้วย เพราะในช่วงป ี พ.ศ. 2556 - 2567
14
จำ� นวนของครทู จี่ ะเกษยี ณอายุราชการ จะสูงถงึ 1.9 แสนคน หรอื ครึ่งหนงึ่ ของจ�ำนวนครทู ั้งหมดก�ำลงั จะเกษียณอายรุ าชการ
และโรงเรียนจะต้องบรรจุครูใหม่เข้ามาทดแทน ประมาณ 1.6 แสนคน หรือคิดเป็นร้อยละ 48 ของครูท้ังหมดในปี 2568
เพื่อใหเ้ หมาะสมกบั จ�ำนวนนกั เรียนในอนาคต
เกณฑอ์ ตั รากำ� ลงั เดมิ ซงึ่ ใชม้ าเปน็ เวลากวา่ 18 ปี จากการคำ� นวณจะพบวา่ โรงเรยี นทมี่ นี กั เรยี น 135 คน ขน้ึ ไปเทา่ นนั้
จึงจะได้อตั รากำ� ลงั ครู จำ� นวน 8 อัตรา อกี ท้งั ยังมไิ ด้กำ� หนดวา่ ต้องจัดอัตราก�ำลังครตู ามวิชาเอกใด เมือ่ เทยี บกับ 8 กลมุ่ สาระ
การเรียนรู้ ส่งผลให้บางโรงเรียนขาดครูในวิชาเอกที่จ�ำเป็น หรือบางโรงเรียนอาจมีครูเกินในบางวิชาเอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในโรงเรียนขนาดเล็กที่ควรต้องมีครูอย่างน้อย 4 คน ในวิชาเอกประถมศึกษา ภาษาไทย คณิตศาสตร์ และปฐมวัยหรือ
ภาษาองั กฤษ
ในขณะที่เกณฑ์อัตราก�ำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดส�ำนักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน (ว 23/2563) ท่ี ก.ค.ศ. ก�ำหนดใหม่ กำ� หนดใหโ้ รงเรยี นทีม่ ีนักเรียน 80 คน ขึน้ ไป ได้อัตราก�ำลังครูจำ� นวน
8 อัตรา ทำ� ใหโ้ รงเรียนสามารถมีครูได้ครบทกุ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ซงึ่ ชว่ ยปลดล็อคปญั หาดงั กล่าวได้ อยา่ งไรก็ตาม โรงเรียน
ที่มีนักเรียนต�่ำกว่า 80 คน เกณฑ์อัตราก�ำลังใหม่ยังได้ก�ำหนดมาตรฐานวิชาเอก เพื่อให้โรงเรียนได้วางแผนบริหารจัดการ
ให้มีครูท่ีเหมาะสมกับเวลาเรียนต่อสัปดาห์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ โรงเรยี นขนาดเลก็ ที่มีจำ� นวนนักเรียน 40 คนลงมา กำ� หนดใหม้ ีอตั ราก�ำลงั ครไู ด้ ตัง้ แต่ 1 - 4 คน ในวชิ าเอก
ประถมศึกษา ภาษาไทย คณิตศาสตร์ และปฐมวัยหรือภาษาอังกฤษ ซ่ึงจะส่งผลให้โรงเรียนขนาดเล็กจะมีประสิทธิภาพ
ในการจัดการเรยี นการสอนมากขึน้
ในดา้ นงานบรหิ ารสถานศกึ ษา นอกจากต�ำแหนง่ ผอู้ �ำนวยการสถานศกึ ษาแล้ว ยังไดก้ ำ� หนดให้โรงเรยี นท่ีมนี ักเรียน
120-359 คน มอี ตั ราก�ำลงั รองผอู้ �ำนวยการสถานศึกษาได้ จำ� นวน 1 อตั รา ซึง่ เกณฑ์เดิมมไิ ดก้ ำ� หนดไว้ ทงั้ น้ี เพอ่ื แบง่ เบาภาระ
งานของผู้อำ� นวยการสถานศกึ ษา และเป็นการสร้างความกา้ วหน้าในวชิ าชีพ สอดคลอ้ งกับนโยบายท่ีตอ้ งการใหผ้ ู้อ�ำนวยการ
สถานศึกษาตอ้ งเป็นผมู้ ีประสบการณด์ ้านการบริหารสถานศกึ ษาและเคยด�ำรงต�ำแหน่งรองผู้อ�ำนวยการสถานศกึ ษามากอ่ น
นอกจากการกำ� หนดอตั ราก�ำลงั ครทู เ่ี หมาะสมกบั ปริมาณงาน (Work Load) แลว้ เกณฑอ์ ัตราก�ำลงั ใหมย่ ังไดค้ ำ� นึง
ถึงการลดงานธุรการของครูเพ่ือคืนครูสู่ห้องเรียน ด้วยการก�ำหนดอัตราก�ำลังสายงานสนับสนุนการศึกษา โดยก�ำหนดให ้
สถานศึกษาท่มี ีนักเรียน 359 คนลงมา ไดอ้ ตั รากำ� ลงั สายงานสนบั สนนุ การศึกษาในต�ำแหนง่ พนักงานราชการหรอื อตั ราจา้ ง
จ�ำนวน 1 อตั รา สำ� หรับสถานศึกษาทีม่ นี กั เรียนต้ังแต่ 360 คนข้นึ ไป ใหม้ ีอัตราก�ำลังสายงานสนับสนนุ การศกึ ษาในตำ� แหนง่
บคุ ลากรทางการศกึ ษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ได้สงู สุดไม่เกิน 4 อัตรา ทง้ั นี้ ในแต่ละสถานศึกษาจะได้สายงานสนบั สนนุ
ดังกล่าวเปน็ ต�ำแหนง่ ใดและจ�ำนวนเทา่ ใด ข้นึ อยกู่ ับจ�ำนวนนักเรียน บริบท และความต้องการจ�ำเป็นของสถานศึกษานน้ั ดว้ ย
ทา้ ยทีส่ ุดนี้ การบริหารอัตราก�ำลังจะประสบความส�ำเร็จ และบรรลเุ จตนารมณข์ องเกณฑอ์ ตั รากำ� ลังได้ ต้องอาศัย
ความร่วมมือของแต่ละภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ได้แก่ สถานศึกษา ส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา ส�ำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
และส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน พิจารณาวางแผนอัตราก�ำลัง และสร้างเส้นทางการบริหารอัตราก�ำลัง
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาในสถานศกึ ษารว่ มกัน เพื่อใหท้ กุ ส่วนที่เกย่ี วข้องไดท้ ราบความตอ้ งการ และสามารถ
วารสารขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ฉบับท่ี 1 / 2564 15
สำ� นักงาน ก.ค.ศ.
ตรวจสอบอัตราก�ำลังครู ท้ังความขาดและเกินในแต่ละสาขาวิชา รวมถึงการคาดการณ์ แนวโน้มความต้องการตามบริบท
และความต้องการจ�ำเป็นของสถานศึกษาตามมาตรฐานวิชาเอกท่แี นบท้ายเกณฑอ์ ตั รากำ� ลงั เชอ่ื มโยงสกู่ ารวางแผนการบรหิ าร
งานบคุ คลของขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา ตง้ั แตก่ ารสอบแขง่ ขนั และการสอบคดั เลอื กครผู ชู้ ว่ ย การยา้ ย การโอน
การเกล่ียอัตราก�ำลัง การตัดโอนตำ� แหนง่ และอัตราเงินเดือน ได้อย่างเปน็ ระบบต่อไป
16
ชี พจร
ส�ำนักงาน ก.ค.ศ.
สำ� นกั งาน ก.ค.ศ. ตอ้ นรบั คณะนสิ ติ ป.โท ม.บูรพา
ศึกษาดูงานเร่ืองการบริหารงานบุคคลและการเล่ือนวิทยฐานะครู
วนั ที่ 5 ตลุ าคม 2563 นางสปุ ราณี นฤนาทนโรดม รองเลขาธกิ าร ก.ค.ศ.
พรอ้ มคณะผบู้ รหิ ารของสำ� นกั งาน ก.ค.ศ. ใหก้ ารตอ้ นรบั และบรรยายใหค้ วามรู้
กับคณะนิสิตปริญญาโท ภาควิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั บรู พา จำ� นวน 17 คน ทเี่ ดนิ ทางมาศกึ ษาดงู าน เรอ่ื ง การบรหิ าร
งานบคุ คลและการเลอ่ื นวทิ ยฐานะคร ู โดยการศกึ ษาดงู านในครง้ั นเ้ี ปน็ สว่ นหนง่ึ
ของหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ซึ่งมี
รองศาสตราจารย์ ดร.สเุ มธ งามกนก เปน็ อาจารยผ์ สู้ อน ซงึ่ หลกั สตู รดงั กลา่ วน้ี
เน้นการฝึกปฏิบัติและการศึกษาจากประสบการณ์จริงควบคู่กับการเรียน
ภาคทฤษฎี ทง้ั นี้ ผบู้ รหิ ารสำ� นกั งาน ก.ค.ศ. ไดถ้ า่ ยทอดองคค์ วามรดู้ า้ นการบรหิ าร
งานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเป็นแนวทาง
ในการศึกษาและเพ่ือให้นิสิตได้น�ำความรู้ไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ส�ำหรับ
การศึกษาตอ่ ไป
วารสารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉบับท่ี 1 / 2564 17
สา� นักงาน ก.ค.ศ.
รักษาราชการแทนเลขาธิการ ก.ค.ศ.
เข้าปฏิบัติหน้าท่ีเป็นวันแรก
วันที่ 7 ตุลาคม 2563 เวลา 08.00 น. รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ ์
ศกึ ษาธกิ ารภาค สา� นกั งานศกึ ษาธกิ ารภาค 2 รกั ษาราชการแทนเลขาธกิ าร ก.ค.ศ.
ไดเ้ ดนิ ทางมาปฏบิ ตั หิ นา้ ทยี่ งั สา� นกั งาน ก.ค.ศ. เปน็ วนั แรก ณ อาคารรชั มงั คลาภเิ ษก
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยไดถ้ วายพวงมาลยั ดอกไม ้ แดพ่ ระพทุ ธรปู ภายในหอ้ งทา� งาน
เพ่ือความเป็นสิริมงคล ก่อนปฏิบัติหน้าท่ีอยา่ งเปน็ ทางการ โดยมผี บู้ รหิ ารและ
เจา้ หนา้ ทข่ี องสา� นกั งาน ก.ค.ศ. ใหก้ ารตอ้ นรบั และตอ่ มาในเวลา 09.30 น. ไดเ้ ขา้ รว่ ม
การประชมุ กบั คณะผบู้ รหิ ารสา� นกั งาน ก.ค.ศ. เพอ่ื มอบนโยบายในการดา� เนินงาน
และการขบั เคลอื่ นการดา� เนนิ งานของสา� นกั งาน ก.ค.ศ. ในสว่ นทต่ี อ้ งเรง่ ดา� เนนิ การ
และทอ่ี ยรู่ ะหวา่ งการดา� เนนิ การ รวมถงึ รบั ฟงั การรายงานผลการดา� เนนิ งาน ปญั หา
และอปุ สรรคของการดา� เนนิ งานทผี่ า่ นมาของสา� นกั งาน ก.ค.ศ. ในภาพรวมทง้ั หมด
เพอ่ื หาแนวทางแกไ้ ขปญั หาตา่ ง ๆ กบั ผบู้ รหิ ารของสา� นกั งาน ก.ค.ศ. โดย รศ.ดร.ประวติ
เอราวรรณ ์ เนน้ ยา�้ ใหด้ า� เนนิ งานตามนโยบายของนายณฏั ฐพล ทปี สวุ รรณ รฐั มนตรี
วา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เพอ่ื เปน็ การปลดลอ็ ค แกไ้ ขปญั หา และพฒั นาระบบ
บรหิ ารงานบคุ คลของขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
เกดิ ประสทิ ธผิ ลมากยงิ่ ขน้ึ และไดข้ อใหผ้ บู้ รหิ ารและเจา้ หนา้ ทข่ี องสา� นกั งาน ก.ค.ศ.
รว่ มมอื รว่ มใจในการดา� เนนิ งานเพอ่ื นา� ไปสเู่ ปา้ หมายทว่ี างไว ้ และเพอื่ ประโยชนข์ อง
ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา และการจดั การศึกษาของชาติต่อไป
18
พิธีท�าบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเน่ืองในวันคล้ายวันสวรรคต
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
วนั ท ี่ 12 ตลุ าคม 2563 กระทรวงศึกษาธิการไดจ้ ัดพิธีท�าบญุ ตกั บาตรถวายพระราชกศุ ลเนือ่ งในวันคล้ายวันสวรรคต
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมี นายณัฏฐพล ทปี สวุ รรณ รฐั มนตรี
ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรี
ชว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร และคณะผบู้ รหิ ารระดบั สงู ของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารเขา้ รว่ มพธิ สี วดพระพทุ ธมนต ์ และตกั บาตร
พระสงฆ์ สามเณร จ�านวน 89 รูป ณ บริเวณสนามหญ้าหน้า
กระทรวงศึกษาธิการ เพ่ือเป็นการแสดงออกซ่ึงความจงรักภักดี
และน้อมร�าลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์
ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ในการน้ี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์
รักษาราชการแทนเลขาธิการ ก.ค.ศ. พร้อมด้วย นางสุปราณี
นฤนาทนโรดม นางสาวเจรญิ วรรณ หนนู าค รองเลขาธกิ าร ก.ค.ศ.
ผเู้ ชย่ี วชาญฯ ผอู้ า� นวยการภารกจิ ฯ และเจา้ หนา้ ทข่ี องสา� นกั งาน
ก.ค.ศ. เขา้ รว่ มพธิ ใี นครงั้ น้ีดว้ ย
วารสารขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ฉบบั ท่ี 1 / 2564 19
ส�านกั งาน ก.ค.ศ.
20
กระทรวงศึกษาธิการ
จดั การประชุมผูบ้บรรหิ ิหาารร “ศธ.สัญจร”ปปรระะจจ�ำำ� ปปีงีงบบปปรระะมมาาณ พ.ศ. 2564
มุมมองสกู่ ารปฏบิ ัติ : การศกึ ษายกกำ� ลังสอง
วนั ท่ี 15 ตลุ าคม 2563 กระทรวงศกึ ษาธกิ ารจดั การประชมุ ผบู้ รหิ าร “ศธ.สญั จร” ประจำ� ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
“มมุ มองสกู่ ารปฏบิ ตั ิ : การศกึ ษายกกำ� ลงั สอง” ณ หอ้ งประชมุ บวั แสด วทิ ยาลยั เทคนคิ อบุ ลราชธานี โดยมี นายสภุ ทั ร จำ� ปาทอง
ปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เปน็ ประธานเปดิ การประชมุ และบรรยายพเิ ศษ ในหวั ขอ้ “แนวทางการขบั เคลอื่ นนโยบายการศกึ ษา
ยกกำ� ลงั สอง ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564” โดยไดเ้ นน้ ยำ�้ แนวนโยบายการทำ� งานของ นายณฏั ฐพล ทปี สวุ รรณ รฐั มนตรวี า่ การ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ในเรอ่ื งของการพฒั นาศกั ยภาพของบคุ คลสคู่ วามเปน็ เลศิ (Education for Excellence) สรา้ งการศกึ ษา
ใหม้ คี วามยดื หยนุ่ เทา่ ทนั บรบิ ทภายนอกทเ่ี ปลยี่ นไปอยา่ งรวดเรว็ สามารถพฒั นาทนุ มนษุ ยข์ องประเทศทตี่ อบโจทยค์ วามตอ้ งการ
ของสังคมและตลาดได้ ซึ่งจะต้องมุ่งเน้นไปท่ีการพัฒนาศักยภาพของบุคคลสู่ความเป็นเลิศในแบบฉบับของแต่ละคน
โดยการประชมุ ในครงั้ นี้ มผี บู้ รหิ ารกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ผบู้ รหิ ารหนว่ ยงานในองคก์ รหลกั ตลอดจนศกึ ษาธกิ ารภาค ศกึ ษาธกิ าร
จงั หวดั อบุ ลราชธานี ผอู้ ำ� นวยการเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา รองผอู้ ำ� นวยการเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา และพน้ื ทใ่ี กลเ้ คยี ง เขา้ รว่ มการประชมุ
และฟงั บรรยายพเิ ศษ ในการน ี้ รศ.ดร.ประวติ เอราวรรณ์ รกั ษาราชการแทนเลขาธกิ าร ก.ค.ศ. และนางสปุ ราณี นฤนาทนโรดม
รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. ไดล้ งพ้ืนทีแ่ ละเขา้ รว่ มการประชุมพรอ้ มรบั ฟงั การบรรยายในคร้ังนด้ี ว้ ย
วารสารขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉบับท่ี 1 / 2564 21
สา� นักงาน ก.ค.ศ.
รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์
รกั ษาราชการแทน เลขาธกิ าร ก.ค.ศ.
ลงพน้ื ท่ตี รวจเย่ยี มโรงเรยี นพรอ้ มรบั ฟั งขอ้ คดิ เหน็ ของ
ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา จังหวัดอุบลราชธานี
วนั ท ี่ 15 ตลุ าคม 2563 เวลา 11.00 น. รศ.ดร.ประวติ เอราวรรณ์
รกั ษาราชการแทนเลขาธกิ าร ก.ค.ศ. เดนิ ทางลงพนื้ ท ่ี ณ โรงเรยี นบา้ นหนองหลม่ หนองเหลา่
อ.มว่ งสามสบิ จ.อบุ ลราชธาน ี สังกัด สพป. อุบลราชธาน ี เขต 1 และในเวลา 15.00 น.
เดนิ ทางตอ่ ไปยงั โรงเรยี นบา้ นโคกสวา่ ง อ.สา� โรง จ.อบุ ลราชธาน ี สงั กดั สพป.อบุ ลราชธาน ี เขต 4
เพื่อพบปะพูดคุยและแลกเปล่ียนความคิดเห็น รวมถึงรับฟังปัญหาในเรื่องการบริหาร
งานบคุ คลจากข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ในเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาดงั กล่าว
โดยมขี า้ ราชการคร ู ผอู้ า� นวยการโรงเรยี น และผอู้ า� นวยการสา� นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา
ใหก้ ารตอ้ นรับ
สา� หรบั การลงพนื้ ทใ่ี นครง้ั น ี้ รศ.ดร.ประวติ เอราวรรณ ์ ในฐานะรกั ษาราชการ
แทนเลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้พบปะ พดู คยุ สรา้ งความเขา้ ใจ เก่ยี วกบั แนวคิดและนโยบาย
ส�าคญั ด้านการบริหารงานบุคคลทีส่ �านกั งาน ก.ค.ศ. ก�าลังด�าเนินการขบั เคล่ือน ซงึ่ เปน็
ไปตามนโยบายของ นายณัฏฐพล ทปี สวุ รรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ในหลายเร่ือง เช่น เร่ืองการปรับปรุงแนวทางประเมินวิทยฐานะ ที่ต้องการเน้น
ดา้ นการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นเปน็ สา� คญั เรอ่ื งเกณฑก์ ารยา้ ยผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ทตี่ อ้ งการ
ดึงคนเก่งเข้ามาท�างานในโรงเรียนขนาดเล็ก และในการนี้ ได้รับฟังและเปิดโอกาสให้
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพ้ืนท่ี ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เป็น
ความกังวลใจ รวมถงึ เรื่องทก่ี ารจะฝากถึง ก.ค.ศ. ให้เร่งด�าเนินการ เชน่ การแกไ้ ขปญั หา
โรงเรียนขนาดเล็ก การประเมนิ วิทยฐานะ และมาตรฐานอตั ราก�าลงั ครูในสถานศึกษา
ซ่งึ ส�านักงาน ก.ค.ศ. จะน�าขอ้ มลู และความคดิ เห็นตา่ ง ๆ ทไี่ ด้รับ ไปด�าเนนิ การปรบั ปรุง
และพฒั นา เพ่ือใหก้ ารบรหิ ารงานบคุ คลของขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา
มีประสิทธิภาพเกดิ ประสทิ ธผิ ลมากยิง่ ข้นึ ตอ่ ไป
22
กระทรวงศึกษาธกิ าร
ถวายผาพระกฐินพระราชทาน
ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2563
วันท่ี 16 ตุลาคม 2563 กระ ทรวงศึกษาธิการได้จัด
พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจ�าปี พ.ศ. 2563
ณ วดั ศรอี บุ ลรตั นาราม ตา� บลในเมอื ง อา� เภอเมอื งอบุ ลราชธานี
จงั หวดั อบุ ลราชธาน ี โดยม ี นายสภุ ทั ร จา� ปาทอง ปลดั กระทรวง
ศกึ ษาธกิ าร เปน็ ประธานในพธิ ถี วายผา้ พระกฐนิ พระราชทาน
พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ
ขา้ ราชการ เจา้ หนา้ ทข่ี องกระทรวงศกึ ษาธกิ าร และประชาชน
ในจงั หวดั อบุ ลราชธานเี ขา้ รว่ มพธิ ถี วายผา้ พระกฐนิ พระราชทาน
พร้อมเคร่ืองอัฐบริขารและได้ร่วมกันถวายปัจจัยในครั้งนี้
เป็นจ�านวนเงินท้งั สิ้น 2,409,898.38 บาท (สองลา้ นส่แี สน
เก้าพันแปดร้อยเก้าสิบแปดบาทสามสิบแปดสตางค์)
โดยในการน้ี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ รักษาราชการ
แทนเลขาธิการ ก.ค.ศ. และ นางสุปราณี นฤนาทนโรดม
รองเลขาธิการธกิ าร ก.ค.ศ. ได้เข้ารว่ มพิธถี วายผา้ พระกฐิน
พระราชทานของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ในคร้ังนีด้ ้วย
วารสารขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉบับท่ี 1 / 2564 23
ส�านกั งาน ก.ค.ศ.
การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดท�า
(รา่ ง) ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการครู
และบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. ....
วนั ท ี่ 28 ตลุ าคม 2563 รศ.ดร.ประวติ เอราวรรณ ์ ศกึ ษาธกิ ารภาค
ส�านกั งานศกึ ษาธกิ ารภาค 2 รักษาราชการแทนเลขาธกิ าร ก.ค.ศ. เป็นประธาน
เปดิ การประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารจดั ทา� (รา่ ง) ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากร
ทางการศกึ ษา พ.ศ. .... ณ หอ้ งประชมุ จรญู มลิ นิ ทร ์ (หอ้ งประชมุ 1 ชนั้ 7) สา� นกั งาน ก.ค.ศ.
อาคารรชั มงั คลาภเิ ษก กระทรวงศกึ ษาธกิ าร สบื เนอื่ งจากการประชมุ คณะกรรมการจดั ทา� (รา่ ง) ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. .... ครั้งที่ 3/2563 เม่ือวันท่ี 20 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องประชุมจันทรเกษม ตึกราชวัลลภ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ไดร้ ว่ มกนั พจิ ารณาจดั ทา� (รา่ ง) ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการครดู งั กลา่ ว โดยเหน็ วา่ ความหมายของคา� นยิ าม
ยังไม่ครอบคลมุ หน่วยงาน รวมถึงยงั ตอ้ งปรบั แก้เนื้อหาในสว่ นของบทบาท หน้าท่ี และอ�านาจในแต่ละส่วนให้สอดคล้องกับ
(ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดท�าประมวลจริยธรรม ข้อก�าหนดจริยธรรม
และกระบวนการรักษาจริยธรรมของหน่วยงานและเจ้าหน้าท่ีของรัฐ พ.ศ. .... ตลอดจนก�าหนดองค์ประกอบ คุณสมบัติ
หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารไดม้ าของคณะกรรมการ
ใหส้ อดคลอ้ งกบั หนา้ ท ี่ และอา� นาจของ ก.ค.ศ.
ซงึ่ เปน็ องคก์ รกลางการบรหิ ารงานบคุ คลของ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ซงึ่ ฝา่ ยทเี่ กย่ี วขอ้ งไดด้ า� เนนิ การเรยี บรอ้ ยแลว้
24
ต่อมาระเบียบคณะกรรมการมาตรฐาน
ทางจริยธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดท�ำประมวล
จริยธรรม ข้อกําหนดจริยธรรม และกระบวนการ
รักษาจริยธรรมของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
พ.ศ. 2563 ได้ประกาศลงราชกจิ จานุเบกษา โดยมี
ผลใช้บงั คบั ตง้ั แตว่ ันท่ี 9 ตลุ าคม 2563 ซ่ึงหมวด 1
บทท่วั ไป ข้อ 6 ได้กำ� หนดให้องค์กรทีม่ ีหน้าท่จี ดั ทำ� ประมวลจรยิ ธรรม ดำ� เนนิ การจัดทำ� ประมวลจริยธรรมให้แล้วเสรจ็
ภายใน 180 วนั นบั ตงั้ แตว่ นั ทรี่ ะเบยี บฉบบั นม้ี ผี ลใชบ้ งั คบั นนั้ จงึ มผี ลใหก้ ารจดั ทำ� (รา่ ง) ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. .... ท่ีได้ด�ำเนินการดังกล่าวมาแล้วน้ันไม่สอดคล้องกับระเบียบคณะกรรมการ
มาตรฐานทางจริยธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดท�ำประมวลจริยธรรม ข้อก�ำหนดจริยธรรม.และกระบวนการรักษา
จริยธรรมของหน่วยงานและเจ้าหนา้ ทข่ี องรัฐ พ.ศ. 2563 จงึ ต้องดำ� เนนิ การแก้ไข ปรบั ปรุง (ร่าง) ประมวลจรยิ ธรรม
ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. .... อย่างเร่งดว่ น เพ่ือใหเ้ ป็นไปตามก�ำหนดระยะเวลาและสอดคลอ้ งกับ
ระเบียบดังกล่าว จึงได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการจัดท�ำ (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษา พ.ศ. .... ครั้งท่ี 4/2563 ขน้ึ เพื่อพิจารณาประมวลจริยธรรมดังกลา่ ว ให้ครอบคลมุ ถึงบทบาทอ�ำนาจ
หนา้ ทข่ี อง ก.ค.ศ. สว่ นราชการและหนว่ ยงาน และผบู้ งั คบั บญั ชา ตามพระราชบญั ญตั มิ าตรฐานทางจรยิ ธรรม พ.ศ. 2562
และระเบียบคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมว่าด้วยหลกั เกณฑก์ ารจดั ท�ำประมวลจริยธรรม ข้อกำ� หนดจริยธรรม
และกระบวนการรักษาจริยธรรมของหน่วยงานและเจ้าหน้าท่ีของรัฐ พ.ศ. 2563 ภายใต้หลักการส่งเสริม สนับสนุน
และพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นข้าราชการท่ีดีมีจริยธรรม เพื่อเป็นแนวทางให้หน่วยงาน
นำ� ไปจดั ทำ� ขอ้ กำ� หนดจรยิ ธรรมของตนเอง โดยไดเ้ ชญิ ผทู้ รงคณุ วฒุ ภิ ายนอก ผบู้ รหิ ารและเจา้ หนา้ ทส่ี ำ� นกั งาน ก.ค.ศ.
เขา้ ร่วมการประชมุ
วารสารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉบับท่ี 1 / 2564 25
ส�านักงาน ก.ค.ศ.
กระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นท่ีติดตามการด�าเนินงาน
ตามนโยบายของรัฐบาล
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานท่ี ครัง้ ท่ี 3/2563
วันท่ี 2 พฤศจิกายน 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ศกึ ษาธกิ าร ลงพนื้ ทตี่ ดิ ตามการดา� เนนิ งานตามนโยบายของรฐั บาล ในโอกาสการประชมุ คณะรฐั มนตรี
อย่างเป็นทางการนอกสถานท่ี ครั้งท่ี 3/2563 ณ กลุ่มจังหวัดภาคใต้
ฝังอันดามัน (ภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนอง สตูล) โดยเดินทางไปติดตาม
การด�าเนินงานตามนโยบายการจัดการศึกษาอาชีวศึกษายกก�าลังสอง
และในช่วงบ่ายได้เปิดการประชุมมอบนโยบายการจัดการศึกษาแก่
คณะผู้บริหาร ครู บุคลากรและเครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐและ
ภาคเอกชนทอ่ี ย่ใู นพื้นท ่ี ณ หอ้ งประชุมราไวย์ วิทยาลยั อาชวี ศึกษาภเู ก็ต
ในการน ้ี รศ.ดร. ประวติ เอราวรรณ ์ รกั ษาราชการแทนเลขาธกิ าร ก.ค.ศ.
ได้เดินทางลงพื้นท่ีติดตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและ
เขา้ รว่ มการประชมุ พรอ้ มคณะผบู้ รหิ ารระดบั สงู ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
นางสุปราณี นฤนาทนโรดม รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้ลงพ้ืนท่ีติดตาม
คณะท�างานของ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ เพ่ือติดตามผลการด�าเนินงานนโยบายการจัด
การเรียนการสอนระดับช้ันอนุบาลและประถมศึกษา โรงเรียนเยาววิทย์
อ.กะปง จงั หวดั พงั งา และ นางสาวเจรญิ วรรณ หนนู าค รองเลขาธกิ าร ก.ค.ศ.
ไดล้ งพนื้ ทตี่ ดิ ตามคณะทา� งานของ นางกนกวรรณ วลิ าวลั ย ์ รฐั มนตรชี ว่ ย
ว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เพอ่ื ตดิ ตามการดา� เนนิ งานนโยบายการจัดการศึกษา ส�านักงาน กศน.
จังหวัดกระบี่ และรับฟังปัญหาการจัดการศึกษาบนพื้นที่เกาะ ณ ส�านักงาน กศน. จังหวัดกระบี ่
อ.เมือง จ.กระบ่ ี
26
ส�ำนักงาน ก.ค.ศ. จัดการประชุม
เพ่ือรับฟั งความคิดเห็นเก่ียวกับการปรับปรุง
การประเมนิ วทิ ยฐานะขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา
วันท่ี 6 พฤศจิกายน 2563 รศ.ดร.ประวติ
เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิ ด
การประชุ มเพ่ือรับฟั งความคิดเห็นเก่ียวกับ
การปรับปรุ งการประเมินวิทยฐานะข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา ณ ห้องประชุมจรูญ
มิลินทร์ (ห้องประชุม 1 ชั้น 7) ส�ำนักงาน ก.ค.ศ.
อาคารรัชมงั คลาภเิ ษก กระทรวงศกึ ษาธิการ
ส�ำหรับการประชุมในคร้ังนี้ จัดข้ึนเพ่ือรับฟังความคิดเห็นของผู้มี
สว่ นไดส้ ว่ นเสยี และผปู้ ฏบิ ตั งิ านในพนื้ ท ่ี โดยเชญิ ผอู้ ำ� นวยการเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา
ผู้อ�ำนวยการสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นท่ีเมือง
ผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่ในพ้ืนท่ีห่างไกล ผู้น�ำองค์กรครู และผู้ท่ีเก่ียวข้อง
ซ่ึงเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มาแสดงความคิดเห็นในเรื่องเก่ียวกับการปรับปรุง
ระบบมาตรฐานต�ำแหน่ง มาตรฐานวิทยฐานะ และระบบวิทยฐานะใหม ่
ซ่ึงถือเป็นการท�ำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างส�ำนักงาน ก.ค.ศ. และ
ผปู้ ฏบิ ตั งิ านในพนื้ ทตี่ ามแนวคดิ ของ ก.ค.ศ. ทตี่ อ้ งการใหเ้ กดิ การทำ� งานแบบเปดิ
คือเป็นหน่วยงานที่พร้อมรับฟังความเห็นจากผู้ท่ีเกี่ยวข้อง เพ่ือหาจุดพัฒนา
และแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม ซ่ึงจะสามารถท�ำให้เกิดการยกระดับคุณภาพ
ครูผสู้ อน ทถ่ี ือเป็นหวั ใจสำ� คัญของการยกระดับคณุ ภาพการศกึ ษาของประเทศ
วารสารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉบบั ท่ี 1 / 2564 27
สำ� นกั งาน ก.ค.ศ.
ตามนโยบายของ นายณฏั ฐพล ทปี สวุ รรณ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ทต่ี อ้ งการเหน็ การยกระดบั
การศึกษายกก�ำลังสอง ซ่ึงจากท่ีส�ำนักงาน ก.ค.ศ. ได้น�ำเสนอรูปแบบและกรอบแนวทางการประเมิน
วิทยฐานะใหม่ให้ท่ีประชุมได้รับทราบแล้ว ท่ีประชุมเห็นด้วยกับกรอบแนวคิดท่ีส�ำนักงาน ก.ค.ศ. พัฒนา
หลกั เกณฑว์ ทิ ยฐานะแนวใหม่ และไดใ้ หข้ อ้ คดิ เหน็ เกย่ี วกบั ระบบวทิ ยฐานะใหมน่ วี้ า่ จะเปน็ การสรา้ งแรงจงู ใจ
ให้กับข้าราชการครูได้มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และเป็นประเด็นที่น�ำไปสู่การพัฒนาในเรื่องของ
การจัดการเรียนการสอนที่แท้จริงตามเจตนารมณ์ของ ก.ค.ศ. ท่ีต้องการจะวางกรอบการพัฒนามาตรฐาน
วทิ ยฐานะท่มี ่งุ เน้นสู่คุณภาพผ้เู รยี น เพ่อื ลดความซ้ำ� ซ้อนการประเมิน และปรับระบบมาใช้วิธีการประเมิน
แบบออนไลน์ ซ่ึงจะเน้นการดูท่ีผลลัพธ์ของผู้เรียนและการปฏิบัติงานของครูเป็นส�ำคัญ และท่ีประชุม
ได้ขอให้ส�ำนักงาน ก.ค.ศ. น�ำเสนอ ก.ค.ศ. พิจารณา ในเร่ืองการของลดระยะเวลาการประเมินวิทยฐานะ
เน่ืองจากเห็นว่าระยะเวลา 5 ปี นานเกินไป และไม่ได้กระตุ้นแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการคร ู
ให้เกิดการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและควรมีวิธีการประเมินให้คน
ที่มีความรู้สามารถสูงหรือคนที่ท�ำงานอยู่ในพ้ืนท่ีห่างไกลทุรกันดาร
หรือครูที่มีบริบทการท�ำงานท่ีแตกต่างจากครูในโรงเรียนปกติ เช่น คร ู
ท่ีต้องดูแลนักเรียนในโรงเรียนประจ�ำท่ีมีการพักนอนของนักเรียน
ครูศูนย์การศึกษาพิเศษ และครู กศน. ได้มีแนวทางในการประเมินด้วย
ซ่ึงหลังจากนี้ส�ำนักงาน ก.ค.ศ. จะได้น�ำข้อเสนอดังกล่าวมาพิจารณา
ซึ่งอาจจะมีความเป็นไปได้ในเร่ืองของการลดระยะเวลา โดยมุ่งเน้น
ในด้านผลลัพธ์ผู้เรียนเป็นส�ำคัญ ท้ังน้ี จะดูด้านทักษะศตวรรษท่ี 21
และทกั ษะการทำ� งาน ซงึ่ เปน็ ทกั ษะทจ่ี ำ� เปน็ รว่ มดว้ ย นอกจากนท้ี ปี่ ระชมุ
ได้มีการเสนอให้เพ่ิมทักษะด้านคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่ผู้เรียน
โดยจะดูว่าครูผู้สอนได้มีการสอดแทรกหรือสอนในเร่ืองของคุณธรรม
จริยธรรมให้แก่ผ้เู รียน มากน้อยเพียงใดด้วย
ส�ำหรับการประชุมในคร้ังน้ี ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการท ่ี
ส�ำนักงาน ก.ค.ศ. จะเดินหน้าในการพัฒนาหลักเกณฑ์วิทยฐานะ
ขณะนี้ส�ำนักงาน ก.ค.ศ. มีความมั่นใจในหลักคิดและกรอบการปฏิบัติ
หลักเกณฑ์วิทยฐานะแนวใหม่ ที่เป็นท่ียอมรับในหลายภาคส่วนท่ี
เขา้ มารว่ มฟงั ซง่ึ ขน้ั ตอนตอ่ ไปกจ็ ะเปน็ การนำ� รายละเอยี ดและขอ้ เสนอแนะ
ท่ีได้ไปปรับร่างหลักเกณฑ์ฯ ให้เสร็จเรียบร้อย และจะได้น�ำเสนอกับ
ผู้ปฏิบัติในพื้นท่ีได้ร่วมกันพิจารณาอีกคร้ัง เพื่อให้เกิดความรัดกุมและ
ครบถ้วนสมบูรณ์ต่อไป
นอกจากน้ีที่ประชุมยังได้มีการรับฟังความคิดเห็นในเร่ืองของการโยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษา
ที่ผ่านมา โดยเห็นว่าต้องมีการปรับปรุง อาทิ เรื่องการก�ำหนดขนาดของสถานศึกษา การย้ายข้ามขนาด
สถานศึกษา ประเด็นเร่ืองตัวบ่งชี้ ตลอดจนการประเมินศักยภาพของผู้บริหารและประสบกาณ์การท�ำงาน
โดยทผ่ี า่ นมาสำ� นกั งาน ก.ค.ศ. ไดม้ กี ารเกบ็ ขอ้ มลู ดงั กลา่ ว เพอื่ นำ� ไปปรบั ปรงุ หลกั เกณฑก์ ารโยกยา้ ยผบู้ รหิ าร
สถานศึกษาอยู่แล้ว จึงถือเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับท่ีประชุมท่ีส�ำนักงาน ก.ค.ศ. จะได้น�ำไปพัฒนา
โดยหลกั เกณฑ์การยา้ ยผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาในปีหน้าจะมกี ารปรบั ปรุงตามความเหน็ ของทีป่ ระชมุ ตอ่ ไป
28
การประชุมคณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียน
เพ่ือแกไ้ ขปัญหาหนส้ี ินขา้ ราชการครู ครงั้ ท่ี 7/2563
วนั ที่ 11 พฤศจกิ ายน 2563 นายสภุ ทั ร จำ� ปาทอง ปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เปน็ ประธานการประชมุ คณะกรรมการ
บริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหน้ีสินข้าราชการครูในการประชุมคร้ังที่ 7/2563 ณ ห้องประชุมสอาด พิมพ์สวัสด ิ์
ชั้น 9 อาคารรชั มงั คลาภิเษก กระทรวงศกึ ษาธิการ
โดยทีป่ ระชมุ ได้ร่วมกนั พจิ ารณา (รา่ ง) หลักเกณฑ์และวธิ ีการชำ� ระคืนเงนิ ก้แู ละการเรียกคนื เงินก้ยู ืมเงิทนุ หมนุ เวียน
เพ่อื แก้ไขปญั หาหน้ีสนิ ข้าราชการครู พ.ศ. ... ท่ีส�ำนักงาน ก.ค.ศ. เสนอ และมมี ติเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารดงั กล่าว
เพ่ือน�ำไปใช้เป็นแนวปฏิบัติในการรับช�ำระหน้ีและติดตามหน้ีเงินกู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนเพ่ือแก้ไขปัญหาหน้ีสินข้าราชการครู
ของสำ� นกั งาน ก.ค.ศ. สำ� นักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์ ส�ำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา
และหนว่ ยงานที่เกี่ยวข้อง โดยหลงั จากนส้ี ำ� นกั งาน ก.ค.ศ. จะไดแ้ จง้ หลักเกณฑแ์ ละวธิ กี าร ฯ ดังกลา่ วใหห้ น่วยงานทเ่ี ก่ยี วข้อง
ทราบและปฏบิ ัตติ อ่ ไป
วารสารขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ฉบับท่ี 1 / 2564 29
ส�ำนักงาน ก.ค.ศ.
การประชุมเชิ งปฏิบัติการ วันที่ 23 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2563 นางสปุ ราณี
นฤนาทนโรดม รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธาน
จัดท�ำรายงานการจัดวาง เปดิ การประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารจดั ทำ� รายงานการจดั วางระบบ
ระบบการควบคุมภายในของ การควบคุมภายในของส�ำนักงาน ก.ค.ศ. ประจ�ำปี
งบประมาณ พ.ศ. 2564 ระหว่างวันที่ 23 - 24
ส�ำนักงาน ก.ค.ศ. พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2563 ณ โรงแรมแกรนด์ ทาวเวอร์ อนิ น์
กรงุ เทพมหานคร
ประจ�ำปี งบประมาณ พ.ศ. 2564 สืบเนื่องจากกระทรวงการคลังได้ก�ำหนด
หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและ
หลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในส�ำหรับหน่วยงาน
ภาครัฐ พ.ศ. 2561 เพื่อให้หน่วยงานของรัฐ ได้มี
การตรวจสอบภายใน การควบคมุ ภายใน และการบรหิ าร
จัดการความเสี่ยง โดยให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
ทกี่ ระทรวงการคลงั กำ� หนด ทงั้ นหี้ นว่ ยงานของรฐั จะตอ้ ง
รายงานการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายในตามหลกั เกณฑ์
ดังกล่าวด้วย โดยในส่วนของส�ำนักงาน ก.ค.ศ. จะต้อง
จัดท�ำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในต่อ
ส�ำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ภายในวันท่ี 30
พฤศจิกายน 2563 ดังนนั้ เพื่อใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์
และวิธีการและขั้นตอนที่ก�ำหนด ส�ำนักงาน ก.ค.ศ.
จึงได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดท�ำรายงาน
การจัดวางระบบการควบคุมภายในของส�ำนักงาน
ก.ค.ศ. ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ขึ้น โดยมี
วตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ใหส้ ำ� นกั งาน ก.ค.ศ. มกี ารจดั ทำ� รายงาน
การประเมนิ ผลการควบคมุ ภายในเปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์
ท่ีก�ำหนด รวมถึงมีการจัดท�ำระบบการควบคุมภายใน
ที่เป็นมาตรฐานตามหลักเกณฑ์และวิธีการควบคุม
ภายในส�ำหรบั หนว่ ยงานภาครัฐ พ.ศ. 2561 และเพ่ือให้
ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ส�ำนักงาน ก.ค.ศ. มีความรู ้
ความเข้าใจ เห็นความส�ำคัญในการเปล่ียนแปลงระบบ
การควบคุมภายใน และสามารถน�ำไปปฏิบัติได้อย่าง
ถกู ตอ้ ง โดยการประชมุ ในครง้ั นไี้ ดร้ บั เกยี รตจิ าก คณุ มณโี ชค
ตติยไตรรงค์ อดีตข้าราชการจากกรมบัญชีกลางเป็น
วิทยากรบรรยายให้ความรู้ให้กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่
ส�ำนกั งาน ก.ค.ศ. ท่ีเขา้ ร่วมการประชุม
30
ส�านักงาน ก.ค.ศ. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ
เพ่ือรับฟั งความคิดเห็น ต่อ (ร่าง) มาตรฐานต�าแหน่ง
และมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
วนั ท ี่ 25 พฤศจกิ ายน 2563 รศ.ดร.ประวติ เอราวรรณ ์ เลขาธกิ าร ก.ค.ศ.
เ ป ็ น ป ร ะ ธ า น เ ป ิ ด ก า ร ป ร ะ ชุ ม เ ชิ ง ป ฏิ บั ติ ก า ร เ พ่ื อ รั บ ฟ ั ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น
ตอ่ (รา่ ง) มาตรฐานตา� แหนง่ และมาตรฐานวทิ ยฐานะของขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากร
ทางการศกึ ษา ณ หอ้ งประชมุ บษุ บงกช โรงแรมรอยลั รเิ วอร ์ กรงุ เทพมหานคร
สบื เนอ่ื งจาก สา� นกั งาน ก.ค.ศ. ไดป้ รบั ปรงุ มาตรฐานตา� แหนง่ และมาตรฐาน
วทิ ยฐานะของขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา และไดน้ า� (รา่ ง) มาตรฐาน
ต�าแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะฯ ส่งให้ส่วนราชการที่เก่ียวข้องได้พิจารณา
ใหค้ วามเหน็ และขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ ซง่ึ ตอ่ มาสว่ นราชการตา่ ง ๆ ไดจ้ ดั สง่ ขอ้ มลู
และความเหน็ เกย่ี วกบั (รา่ ง) มาตรฐานตา� แหนง่ และมาตรฐานวทิ ยฐานะฯ มายงั
ส�านักงาน ก.ค.ศ. เรียบร้อยแล้ว และส�านักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดการประชุม
เชิงปฏิบัตกิ ารเพอื่ พิจารณา (ร่าง) ดังกล่าวแลว้ จา� นวน 5 ครง้ั โดยได้พิจารณา
(รา่ ง) มาตรฐานตา� แหนง่ และมาตรฐานวทิ ยฐานะฯ ทกุ สายงานใหม้ คี วามสอดคลอ้ ง
และเชอ่ื มโยงกนั และเปน็ ไปตามนโยบายของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารเรยี บรอ้ ยแลว้
ส�านักงาน ก.ค.ศ. จึงไดจ้ ดั การประชมุ เชงิ ปฏิบัตกิ ารเพ่ือรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ต่อ
(รา่ ง) มาตรฐานตา� แหนง่ และมาตรฐานวทิ ยฐานะของขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากร
ทางการศึกษาจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ผู้อ�านวยการส�านักงานเขตพื้นท่ี
การศกึ ษา ผอู้ า� นวยการสถานศกึ ษา ศกึ ษานเิ ทศก ์ ขา้ ราชการคร ู โดยสา� นกั งาน ก.ค.ศ.
ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาส�านักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหารและเจ้าหน้าท่ี
ส�านักงาน ก.ค.ศ. เข้าร่วมการประชุมในคร้ังน้ี เพื่อให้มาตรฐานต�าแหน่งและ
มาตรฐานวิทยฐานะท่ีปรับปรุงใหม่นี้ ตรงตามบริบทของแต่ละส่วนราชการ
มีความสอดคล้องเช่ือมโยงกัน และมีความเหมาะสมต่อการพัฒนาเส้นทาง
ความก้าวหน้าในวิชาชีพของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ตามนโยบายของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารอยา่ งแทจ้ รงิ กอ่ นทีจ่ ะไดน้ า� เสนอ ก.ค.ศ.
พจิ ารณาตอ่ ไป
วารสารขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ฉบบั ท่ี 1 / 2564 31
ส�านกั งาน ก.ค.ศ.
พิธีท�าบุญตักบาตรเน่ืองในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของ
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
วันชาติ และ วันพ่อแห่งชาติ
ประจ�าปี พุ ทธศักราช 2563
วันที่ 4 ธนั วาคม 2563 กระทรวงศึกษาธิการได้
จดั พธิ ที า� บญุ ตกั บาตรเนอ่ื งในวนั คลา้ ยวนั พระบรมราชสมภพ
ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร วนั ชาต ิ และวนั พอ่ แหง่ ชาติ
ประจา� ปีพุทธศกั ราช 2563 โดยม ี นายณฏั ฐพล ทปี สวุ รรณ
รฐั ม นตรีวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เป็นประธานในพิธี พรอ้ มดว้ ย คุณหญิงกลั ยา โสภณพนิช นางกนกวรรณ วิลาวลั ย์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต ์
และตักบาตรพระสงฆ์ สามเณร จ�านวน 89 รูป ณ บริเวณสนามหญ้าหน้ากระทรวงศึกษาธิการ เพ่ือเป็นการแสดงออก
ซ่งึ ความจงรักภกั ดีและน้อมรา� ลึกในพระมหากรุณาธิคณุ ของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคณุ อันประเสรฐิ
ในการน ้ี รศ.ดร.ประวติ เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. นางสุปราณี นฤนาทนโรดม นางสาวเจริญวรรณ หนนู าค
รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. ผเู้ ชีย่ วชาญฯ ผู้อา� นวยการภารกิจฯ และเจา้ หนา้ ท่ขี องสา� นกั งาน ก.ค.ศ. ไดเ้ ข้ารว่ มพิธีในครัง้ น้ีด้วย
32
การประชุมสัมมนาผู ้ทรงคุณวุ ฒิ
ในการจัดท�า (ร่าง) ประมวลจริยธรรม
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ....
วันท่ี 16 ธนั วาคม 2563 นางสาวเจริญวรรณ หนนู าค รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปดิ การประชมุ สมั มนา
ผูท้ รงคณุ วุฒิในการจดั ท�า (ร่าง) ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. .... ณ โรงแรมรอยลั ริเวอร ์
บางพลัด กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการจัดท�า (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. .... คร้งั ที่ 5/2563 เม่ือวนั ท ี่ 10 พฤศจิกายน 2563 ณ หอ้ งประชุมจรูญ มิลนิ ทร ์ (ห้องประชุม 1 ชัน้ 7) สา� นกั งาน ก.ค.ศ.
อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ ท่ีประชุมได้พิจารณา (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา พ.ศ. .... และมีข้อเสนอแนะให้ด�าเนินการปรับแก้ (ร่าง) ประมวลจริยธรรมฯ ให้สอดคล้องกับระเบียบ
คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ซึ่งคณะกรรมการจัดท�า (ร่าง) ประมวลจริยธรรมดังกล่าวได้ด�าเนินการปรับปรุง
ร่างประมวลจริยธรรมดงั กล่าวตามมตทิ ่ปี ระชมุ เรียบร้อยแลว้ ส�านกั งาน ก.ค.ศ. จงึ ได้จดั ใหม้ ีการประชุมสัมมนาผทู้ รงคุณวฒุ ิ
ในการจัดท�า (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. .... ข้ึน เพ่ือรับฟังความคิดเห็นและ
ขอ้ เสนอแนะตอ่ (รา่ ง) ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการครแู ละ
บคุ ลากรทางการศกึ ษา ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย
พทุ ธศกั ราช 2560 กรงุ เทพมหานคร โดยเชญิ ผู้ทรงคุณวฒุ ิ
ที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ ที่ปรึกษา
สา� นกั งาน ก.ค.ศ. ผบู้ รหิ ารสา� นกั งาน ก.ค.ศ. และเจา้ หนา้ ท่ี
ส�านักงาน ก.ค.ศ. เข้ารว่ มประชมุ
วารสารขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ฉบับท่ี 1 / 2564 33
สา� นักงาน ก.ค.ศ.
อุ ทาหรณ์คดีปกครอง
เก่ียวกับการบริหารงานบุคคล
ป่ วยจริงแต่ยังปฏิบัติงานได้ ถือว่า
“ไม่มีเหตุผลอันสมควร” ต้องละทิ้งหน้าท่ี
การปฏิบัติตนให้เป็นข้าราชการท่ีดีไม่ว่าจะเป็นข้าราชการประเภทใดนอกจากจะต้องปฏิบัติงาน
ใหเ้ ปน็ ไปตามหนา้ ทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมายใหส้ า� เรจ็ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและมปี ระสทิ ธผิ ลแลว้ ขา้ ราชการ
ยังต้องประพฤติปฏิบัติตนภายใต้กรอบของระเบียบวินัยที่ทางราชการได้ก�าหนดไว้อย่างเคร่งครัด
ดงั เช่นการลาปว่ ยของขา้ ราชการ แม้จะเปน็ สทิ ธขิ องขา้ ราชการทพ่ี งึ ลาได้ แตต่ ้องปฏบิ ัติตามข้อ 17
ของระเบียบว่าดว้ ยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2535 โดยตอ้ งเสนอหรือจดั ส่งใบลาตอ่ ผูบ้ งั คับบัญชา
ตามล�าดับจนถึงผู้มีอ�านาจอนุญาตก่อนหรือในวันที่ลา เว้นแต่กรณีจ�าเป็นจะเสนอ
หรอื จดั สง่ ใบลาในวนั แรกทมี่ าปฏบิ ตั ริ าชการกไ็ ด ้ และกรณที มี่ อี าการปว่ ยจนไมส่ ามารถ
ลงชอื่ ในใบลาไดจ้ ะใหผ้ อู้ นื่ ลาแทนกไ็ ด ้ แตเ่ มอ่ื สามารถลงชอ่ื ไดแ้ ลว้ ใหเ้ สนอหรอื จดั สง่ ใบลา
โดยเรว็ และกรณที ขี่ า้ ราชการละท้ิงหนา้ ทร่ี าชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสบิ ห้าวัน
โดยไม่มเี หตผุ ลอนั สมควรหรอื โดยมีพฤติการณอ์ ันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทาง
ราชการ ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551 มาตรา 85 (3)
ขอ้ พพิ าททนี่ า� มาเปน็ อทุ าหรณค์ ดปี กครอง เปน็ กรณที ่ี ศาลปกครองสงู สดุ วนิ จิ ฉยั พฤตกิ ารณข์ องขา้ ราชการ
ทปี่ ว่ ยจรงิ หลายวนั แตไ่ มร่ นุ แรงถงึ ขนาดจะมาทา� งานไมไ่ ดแ้ ละไดย้ น่ื ใบลาปว่ ยทางไปรษณยี ์ ภายหลงั จากทม่ี กี ารแตง่ ตงั้
คณะกรรมการสอบสวนแล้วพฤตกิ ารณ์ดังกลา่ วถือว่ามีเหตผุ ลอันสมควรหรือไม่ มูลเหตขุ องคดีเกดิ จากนายสมหมาย
(นามสมมต)ิ ขา้ ราชการครไู ดร้ บั คา� สง่ั ใหไ้ ปชว่ ยราชการอกี โรงเรยี นหนง่ึ และเมอื่ ครบกา� หนดการชว่ ยราชการตอ้ งกลบั ไป
ปฏบิ ตั ิราชการที่โรงเรยี นต้นสงั กดั เดิม ตง้ั แตว่ ันที่ 22 สงิ หาคม 2552 แตน่ ายสมหมายไม่ได้มารายงานตวั และไมไ่ ด้ไป
ปฏบิ ัตริ าชการต้งั แต่วันท่ี 22 สิงหาคม 2552 ถงึ วนั ท ี่ 7 กนั ยายน 2552 หน่วยงานราชการตน้ สังกัดจึงมีค�าส่ังแตง่ ตัง้
คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและผู้อ�านวยการโรงเรียนต้นสังกัดมีค�าส่ังแต่งต้ังคณะกรรมการสอบสวนวินัย
อย่างร้ายแรง ในส่วนของการสอบสวนทางวินัยคณะกรรมการฯ ได้ด�าเนินการตามกระบวนการและข้ันตอนที่
กฎหมายก�าหนดและนายสมหมายได้รับทราบแต่ไม่ได้ด�าเนินการตามค�าส่ังหรือโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานตามท่ี
คณะกรรมการฯ ก�าหนด ต่อมาผู้อ�านวยการโรงเรียนจึงมีค�าสั่งลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงไล่ออกจากราชการ
ตามความเห็นของคณะกรรมการฯ ฐานจงใจละทิ้งหน้าท่ีราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน
โดยไม่มเี หตุผลอันสมควร หลังจากน้ันนายสมหมายไดน้ า� คดีมาฟ้องตอ่ ศาลปกครองเพื่อขอใหม้ คี �าพิพากษาเพกิ ถอน
34
ค�ำสั่งดังกล่าว และให้กลับเข้ารับราชการในต�ำแหน่งเดิม คดีนี้ถึงแม้เป็นการกระท�ำผิดทางวินัยของข้าราชการคร ู
แต่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 87 ได้ก�ำหนดพฤติการณ ์
การละทงิ้ หนา้ ทร่ี าชการตดิ ตอ่ ในคราวเดยี วกนั เปน็ เวลาเกนิ กวา่ สบิ หา้ วนั โดยไมม่ เี หตผุ ลอนั สมควร หรอื โดยมพี ฤตกิ ารณ์
อนั แสดงถงึ ความจงใจไมป่ ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บของทางราชการ ซง่ึ เปน็ ความผดิ วนิ ยั อยา่ งรา้ ยแรงเชน่ เดยี วกบั พระราชบญั ญตั ิ
ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และได้น�ำระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2535 มาใช้บังคับ
แก่ข้าราชการครูด้วย ดังน้ัน จึงใช้เป็นอุทาหรณ์ท่ีดีส�ำหรับข้าราชการท่ัวไปได้ โดยคดีนี้ปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ
การขาดราชการของนายสมหมาย (ผู้ฟ้องคดี) ตามทีศ่ าลปกครองสงู สดุ รับฟังได้ คอื ไมไ่ ด้ไปปฏิบัตริ าชการตั้งแตว่ ันท่ี
22 สิงหาคม 2552 จนถึงวันที่ 7 กันยายน 2552 (เกินกว่าสิบห้าวัน) ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อ 17 ของระเบียบว่าด้วย
การลาของข้าราชการ พ.ศ. 2535 แต่ได้ส่งใบลาพร้อมกับใบรับรองแพทย์ หลังจากที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ
สอบสวนข้อเท็จจริง และอยู่ระหว่างการด�ำเนินการของคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง นายสมหมาย
เขา้ รับการตรวจรักษาอาการปว่ ยกบั แพทย์หลายครัง้ และหลายแห่งจ�ำนวน 9 ครง้ั ดว้ ยอาการวงิ เวยี นศีรษะ คล่นื ไส้
คลา้ ยจะอาเจยี น ปวดบรเิ วณ เบา้ ตา สายตาพรา่ มวั มองเหน็ ภาพไมช่ ดั และมภี าพซอ้ น โดยแพทยร์ ะบวุ า่ มอี าการผดิ ปกติ
ท่ีตาข้างซ้าย เนื่องจากสายตาเอียงร่วมกับสายตายาวและกระจกตาแห้ง ส่งผลให้มองภาพไม่ชัด เห็นภาพซ้อน
และเวยี นศรี ษะ สว่ นตาขวาปกติ เมอ่ื แกไ้ ขดว้ ยแวน่ แลว้ อาการดขี น้ึ แตไ่ มเ่ ทา่ ตาขวา จงึ แนะนำ� ใหป้ ดิ ตาซา้ ยเมอื่ ไปทำ� งาน
ปรากฏจากใบรบั รองแพทยว์ า่ อาการเจบ็ ปว่ ยเปน็ กรณที แ่ี พทยน์ ดั ใหไ้ ปรบั การตรวจรกั ษา และใหห้ ยดุ งานเพอ่ื พกั รกั ษา
อาการเจ็บป่วยเป็นครั้งคราวไม่ถึงขนาดท่ีจะต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ปรากฏจากเอกสารบัญชีลงเวลา
ปฏบิ ตั ริ าชการ พบลายมอื ชอ่ื การลงเวลามาปฏบิ ตั ริ าชการ ในวนั ท่ี 26 และวนั ท่ี 27 ตลุ าคม 2552 แตไ่ มไ่ ดล้ งเวลากลบั
และมีพยานพบเห็นและได้พูดคุยทักทายกัน หลังจากนั้นนายสมหมายได้ข่ีรถจักรยานยนต์ออกไปจากโรงเรียน
และไมไ่ ดก้ ลบั มาปฏบิ ตั หิ นา้ ทอ่ี กี เลย จากขอ้ เทจ็ จรงิ ดงั กลา่ ว ศาลปกครองสงู สดุ วนิ จิ ฉยั วา่ อาการเจบ็ ปว่ ยของผฟู้ อ้ งคดี
ยังไม่รนุ แรงถึงขนาดทจ่ี ะต้องหยุดพักรกั ษาตวั ตดิ ต่อกนั หลายวนั อันเปน็ เหตุใหไ้ มส่ ามารถเดินทางไปปฏิบตั ริ าชการ
หรอื ยน่ื ใบลาปว่ ยได้ และแมว้ า่ จะไมส่ ามารถยน่ื ใบลาไดด้ ว้ ยตนเองแตส่ ามารถใหผ้ อู้ น่ื ลาแทนไดเ้ ชน่ กนั ทง้ั เมอื่ ผฟู้ อ้ งคดี
จัดส่งหนังสือรายงานอาการเจ็บป่วยและแนบใบรับรองแพทย์พร้อมใบนัดตรวจรักษาทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
ก็เป็นเหตุที่เกิดขึ้นภายหลังการที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่ามีอาการเจ็บป่วยทางสายตาและไม่ได้ยื่นใบลาป่วยต่อผู้บังคับบัญชา
ตามระเบียบของทางราชการว่าดว้ ยการลาจงึ ไมอ่ าจถือได้ว่ามีเหตุผลอันสมควร การกระทำ� ดงั กลา่ วถือเป็นการจงใจ
ละทิ้งหน้าท่ีราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรอันเป็นความผิดวินัย
อย่างร้ายแรง คำ� ส่งั ลงโทษไล่ผฟู้ อ้ งคดีออกจากราชการจงึ เปน็ การใชด้ ุลพนิ จิ โดยชอบดว้ ยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง
(คำ� พพิ ากษาศาลปกครองสงู สดุ ที่ อ.1266/2559) คดนี ถี้ อื เปน็ บรรทดั ฐานการปฏบิ ตั ริ าชการหรอื การประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นทดี่ ี
ของขา้ ราชการไมว่ า่ ประเภทใดเกยี่ วกบั การใชส้ ทิ ธลิ าปว่ ยวา่ เมอื่ ประสงคจ์ ะลาปว่ ยจะตอ้ งเสนอใบลาตอ่ ผบู้ งั คบั บญั ชา
ตามลำ� ดบั ชนั้ กอ่ นหรอื ในวนั ทลี่ า หากจำ� เปน็ จะเสนอใบลาในวนั แรกทมี่ าปฏบิ ตั ริ าชการกไ็ ด้ และการไมจ่ ดั สง่ ใบลาปว่ ย
ตามระเบยี บของทางราชการและขาดราชการติดตอ่ ในคราวเดียวกันเกินกวา่ สบิ ห้าวัน โดยอาการป่วยนัน้ ยังสามารถ
ไปปฏบิ ตั งิ านได้ พฤตกิ ารณถ์ อื เปน็ การละทงิ้ หนา้ ทรี่ าชการโดยไมม่ เี หตผุ ลอนั สมควรซง่ึ เปน็ ความผดิ วนิ ยั อยา่ งรา้ ยแรง
ถึงขั้นปลดออกหรือไลอ่ อกจากราชการได้
ขอบคณุ รายละเอียดขอ้ มูล : กลุ่มเผยแพร่ขอ้ มูลทางวิชาการ วารสารส�ำนักวิจัยและวชิ าการส�ำนกั งานศาลปกครอง
https//www.admincourt.go.th
วารสารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ฉบับท่ี 1 / 2564 35
สา� นักงาน ก.ค.ศ.
ถาม-ตอบ
ปั ญหาการบริหารงานบุคคลของ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
สวสั ดคี รบั ขา้ ราชการคร ู บคุ ลากรทางการศกึ ษาและทา่ นผอู้ า่ นทกุ ทา่ น ศรายุทธ มาทพั
มาพบกนั กบั วารสารขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา ในรปู แบบ E - book
ซึง่ เปน็ ฉบบั ท ่ี 1 ประจ�าปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ส�าหรับคอลัมน์ ถาม - ตอบ หวั หนา้ กลมุ่ ประชาสมั พันธ์
ปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และการเผยแพร่
ในชว่ งระยะเวลาทผี่ า่ นมา ตงั้ แตเ่ ดอื นตลุ าคมถงึ ธนั วาคม 2563 สา� นกั งาน ก.ค.ศ.
ได้รับการสอบถามในประเด็นเก่ียวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู
และบคุ ลากรทางการศกึ ษา ซงึ่ เหน็ วา่ มปี ระเดน็ คา� ถามทนี่ า่ สนใจและเปน็ ประโยชน์
กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและท่านผู้อ่านทุกท่าน จึงได้น�า
ประเดน็ ต่าง ๆ มานา� เสนอให้ทกุ ท่านได้รบั ทราบกนั ดังนี้
1 คา� ถาม การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซ่ึงได้รับแต่งต้ังให้ด�ารงต�าแหน่งสูงขึ้นหรือ
ให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะสูงขึ้นในวันท่ี 1 เมษายน หรือวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันเลือ่ น
เงนิ เดือน จะเล่ือนเงินเดอื นอย่างไร
คา� ตอบ ให้พิจารณาสั่งให้เลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อน แล้วจึงแต่ต้ังให้
ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาผนู้ น้ั ใหด้ า� รงตา� แหนง่ สงู ขนึ้ หรอื ใหม้ วี ทิ ยฐานะสงู ขนึ้ เวน้ แตก่ รณี
ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาผใู้ ดไดร้ บั เงนิ เดอื นถงึ ขน้ั สงู ของอนั ดบั สา� หรบั ตา� แหนง่ ทด่ี า� รงอยแู่ ลว้
ให้แต่งต้ังให้ด�ารงต�าแหน่งซ่ึงได้รับเงินเดือนในระดับท่ีสูงขึ้นก่อน แล้วจึงส่ังเล่ือนเงินเดือน (หนังสือ
ส�านักงาน ก.ค.ศ. ท่ี ศธ 0206.7/39 ลงวันท่ี 20 กุมภาพันธ์ 2562 เร่ือง การได้รับเงินเดือนของ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา)
2 คา� ถาม เมอ่ื มกี ารประกาศใชก้ ฎ ก.ค.ศ. การเลอ่ื นเงนิ เดอื นของขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2561
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต�าแหน่ง
ครูผู้ช่วย ซ่ึงผ่านการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มครบสองปี และผ่านการประเมินแล้วจะ
แต่งต้งั ให้ด�ารงต�าแหนง่ คร ู รับเงินเดือนในอันดับ คศ. 1 ในอัตราเงนิ เดือนเท่าใด
คา� ตอบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต�าแหน่งครูผู้ช่วย ซึ่งผ่านการเตรียมความพร้อมและพัฒนา
อย่างเขม้ ครบสองปี และผา่ นการประเมนิ แลว้ ให้แตง่ ต้งั ให้ด�ารงต�าแหน่งคร ู รบั เงนิ เดือนในอันดบั คศ.1
ในอตั ราเงนิ เดือนที่ได้รับอยูเ่ ดิม (หนงั สือส�านักงาน ก.ค.ศ. ที ่ ศธ 0206.7/ว 9 ลงวันท่ี 26 เมษายน 2562
เร่อื ง การไดร้ ับเงนิ เดอื นของขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา)
36
3 ค�ำถาม กรณีมีผู้ร้องเรียนต่อเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานว่า ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อ�ำนวยการ
ส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา และข้าราชการครูในเขตพ้ืนที่การศึกษา ร่วมกันกระท�ำผิดวินัย เลขาธิการ
คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐานจะเป็นผมู้ อี ำ� นาจสัง่ แตง่ ต้งั คณะกรรมการสอบสวนฯ ได้หรือไม่
คำ� ตอบ ตามมาตรา 98 วรรคสาม กำ� หนดว่า ในกรณที ี่ข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาตา่ งหนว่ ยงาน
การศกึ ษาหรอื ตา่ งเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา กระทำ� ผดิ วนิ ยั รว่ มกนั ใหผ้ มู้ อี ำ� นาจตามมาตรา 53 ของผถู้ กู กลา่ วหา
แตล่ ะรายประสานการด�ำเนนิ การร่วมกนั ในการแต่งตัง้ คณะกรรมการสอบสวน
4 ค�ำถาม กรณีการลงโทษข้าราชการที่เรียกร้องเงินจากราษฎรเพื่อฝากเข้าท�ำงาน แม้ในหน่วยงานท่ีตนไม่มีหน้าท ี่
เก่ียวข้อง จะน�ำเงินดังกล่าวมาคืนให้แก่ผู้ร้องเรียนแล้วจะลบล้างความผิดท่ีตนได้กระท�ำลงไปได้หรือไม่
การรับราชการมานาน มีความดีความชอบ และไม่เคยกระท�ำผิดวินัยมาก่อน เป็นเหตุลดหย่อนโทษ
ได้หรือไม่
ค�ำตอบ กรณีศึกษา (ค�ำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ. 117/2558) ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การที่ผู้ถูก
ด�ำเนินการทางวินัยรับราชการมาเป็นเวลานาน ย่อมรู้ดีว่าการเรียกและรับเงินจากผู้ท่ีประสงค์จะเข้ารับ
ราชการเพื่อเป็นค่าว่ิงเต้นให้ได้รับราชการ เป็นเร่ืองที่ข้าราชการที่ดีไม่ควรปฏิบัติ พฤติการณ์จึงถือว่า
เป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และท�ำให้เส่ือมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักด ิ์
ของต�ำแหนง่ หนา้ ทีร่ าชการของตน ซึง่ แม้ผถู้ ูกดำ� เนินการทางวนิ ยั จะไดน้ ำ� เงินมาคนื ใหแ้ ก่ผู้ร้องเรียนแลว้
ก็ตามก็ไม่อาจลบล้างความผิดท่ีตนได้กระท�ำส�ำเร็จไปแล้ว การรับราชการมานาน มีความดีความชอบ
และไม่เคยกระทำ� ผิดวินัยมากอ่ น กไ็ ม่อาจใช้เป็นเหตุปลดออกจากราชการได้เช่นกัน อีกทั้งไดม้ ีมติ ก.พ.
ตามหนังสือเวียน ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2538 กรณีการลงโทษข้าราชการที่เรียกร้องเงินจากราษฎร
เพอื่ ฝากเขา้ ทำ� งานในหนว่ ยงานทตี่ นไมม่ หี นา้ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง วา่ เปน็ ความผดิ วนิ ยั อยา่ งรา้ ยแรง ฐานประพฤตชิ ว่ั
อยา่ งรา้ ยแรง และความรา้ ยแรงแหง่ กรณอี ยใู่ นระดบั เดยี วกนั กบั กรณคี วามผดิ ฐานทจุ รติ ตอ่ หนา้ ทร่ี าชการ
โดยใหล้ งโทษไลอ่ อกจากราชการและเหตอุ นั ควรปรานใี ด ๆ ไมเ่ ปน็ เหตลุ ดหยอ่ นโทษลงเปน็ ปลดออกจาก
ราชการ
5 ค�ำถาม จะสามารถทราบหรือมีช่องทางในการตรวจสอบได้อย่างไรว่าคุณวุฒิใดท่ีส�ำเร็จการศึกษามาน้ัน
เป็นคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรองแล้วบ้าง
ค�ำตอบ ผู้ท่ีจะตรวจสอบคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์
ของส�ำนักงาน ก.ค.ศ. ที่
http://qualification60.otepc.go.th
วารสารขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉบับท่ี 1 / 2564 37
สำ� นักงาน ก.ค.ศ.
วตั ถปุ ระสงค์
1 เพ่อื เผยแพรข่ อ้ มูล ขา่ วสาร สาระความรูเ้ ก่ยี วกบั การบรหิ ารงานบุคคลของขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา
2 เพ่อื เสรมิ สรา้ งการรบั รู้ ความเขา้ ใจ และความสมั พนั ธอ์ นั ดรี ะหวา่ งสำ� นกั งานคณะกรรมการขา้ ราชการครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษา กบั ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนท่ัวไป
3 เพ่ือเป็นส่ือกลางในการแลกเปล่ียนความคิดเห็นและประสบการณ์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
กบั สำ� นกั งานคณะกรรมการขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
สำ� นักงานคณะกรรมการขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ท่ีปรึกษา
• เลขาธกิ าร ก.ค.ศ. (รศ.ดร.ประวติ เอราวรรณ)์
• รองเลขาธกิ าร ก.ค.ศ. (นางสาวเจรญิ วรรณ หนูนาค)
• ท่ีปรึกษาส�ำนักงาน ก.ค.ศ. (รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย)์
• ผูเ้ ช่ียวชาญเฉพาะดา้ นกฎหมาย (นางจีรนนั ท์ เพง่ พนิ ิจ)
• ผูเ้ ช่ียวชาญเฉพาะด้านพฒั นาระบบบรหิ ารงานบุคคล (นางสาวจิราภรณ์ ไทยก่งิ )
• ผูเ้ ช่ียวชาญเฉพาะดา้ นพฒั นาระบบบริหารงานบุคคล (นางทพิ พาศรี อนิ ทะกลู )
ประธาน
รองเลขาธกิ าร ก.ค.ศ.
• นางสปุ ราณี นฤนาทนโรดม
รองประธาน
• ผู้เช่ียวชาญเฉพาะดา้ นพัฒนาระบบบรหิ ารงานบุคคล
(นางนารวี รรณ จันทบาล)
บรรณาธกิ าร ผู้ช่ วยบรรณาธกิ าร
• ผูอ้ �ำนวยการส�ำนกั งานเลขาธิการ • หัวหน้ากล่มุ ประชาสมั พันธแ์ ละการเผยแพร่
(นางนงลักษณ์ คิดควร) (นายศรายุทธ มาทัพ)
กองบรรณาธิการ ฝ่ ายจดั การ
• ผู้อ�ำนวยการภารกิจตรวจติดตามและประเมินผลการบริหารงานบุคคล
• ผู้อ�ำนวยการภารกิจระบบต�ำแหนง่ และวทิ ยฐานะท่ี 1 • นางวัลยา บางน้อย
• ผูอ้ ำ� นวยการภารกิจระบบตำ� แหน่งและวิทยฐานะท่ี 2 • นางชุตมิ ณฑ์ วงค์ก่ำ�
• ผู้อ�ำนวยการภารกจิ นโยบายและระบบต�ำแหนง่ บุคลากรทางการศึกษา
• ผู้อำ� นวยการภารกจิ นโยบายและระบบบรหิ ารงานบุคคล • นางสาวธารณิ ี นาคเมธี
• ผู้อ�ำนวยการภารกิจกองทนุ และสวสั ดิการทางการศกึ ษา
• ผูอ้ ำ� นวยการภารกิจเสรมิ สร้างและพฒั นาประสิทธภิ าพการปฏิบัติราชการ • นางสาวระพพี รรณ จวงถาวร
• ผูอ้ ำ� นวยการภารกิจกฎหมาย อุทธรณ์ และรอ้ งทกุ ข์
• ผูอ้ ำ� นวยการภารกจิ บรหิ ารการเปล่ียนแปลงภาครัฐและนโยบายพเิ ศษ
• ผู้อำ� นวยการภารกิจวจิ ยั นวัตกรรมการบรหิ ารงานบุคคล
38