สารบญั
๑. พระราชบัญญตั ิวชิ าชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ (รวมลาสุด)
๒. กฎกระทรวงกําหนดหลักประกนั ความรบั ผิดตอ บุคคลที่สามของผปู ระกอบวชิ าชพี บัญชี พ.ศ. 2553
กลับหนา สารบัญ
พระราชบญั ญตั ิ
วชิ าชพี บญั ชี
พ.ศ. ๒๕๔๗
ภมู พิ ลอดุลยเดช ป.ร.
ใหไว ณ วนั ที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
เปนปท ่ี ๕๙ ในรชั กาลปจ จบุ นั
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา
โดยท่ีเปน การสมควรใหม ีกฎหมายวาดวยวิชาชีพบัญชี
พระราชบัญญัติน้ีมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา
๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตาม
บทบญั ญัตแิ หงกฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติข้ึนไวโดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา
ดังตอไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบญั ญัตินเี้ รยี กวา “พระราชบัญญตั ิวชิ าชพี บัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗”
มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั ิน้ีใหใ ชบ งั คบั ต้ังแตวนั ถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปนตน ไป
มาตรา ๓ ใหยกเลิกพระราชบัญญัติผสู อบบัญชี พ.ศ. ๒๕๐๕
มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั นิ ี้
“วิชาชีพบัญชี” หมายความวา วิชาชีพในดานการทําบัญชี ดานการสอบบัญชี ดานการบัญชีบริหาร
ดานการวางระบบบัญชี ดานการบัญชีภาษีอากร ดานการศึกษาและเทคโนโลยีการบัญชี และบริการเก่ียวกับการ
บัญชดี านอน่ื ตามทก่ี ําหนดโดยกฎกระทรวง
“ผทู าํ บญั ชี” หมายความวา ผทู ําบัญชีตามกฎหมายวา ดว ยการบญั ชี
“การประชมุ ใหญ” หมายความวา การประชมุ ใหญสามัญหรอื การประชุมใหญวสิ ามญั
“สมาชิก” หมายความวา สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
“รัฐมนตร”ี หมายความวา รัฐมนตรผี รู กั ษาการตามพระราชบญั ญตั ินี้
มาตรา ๕ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจ
ออกกฎกระทรวงเพื่อปฏบิ ัตกิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
กฎกระทรวงนั้นเม่ือไดป ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแลว ใหใชบงั คับได
[ดกู ฎกระทรวงกาํ หนดหลกั ประกันความรับผดิ ตอบคุ คลทส่ี ามของผูป ระกอบวชิ าชีพบัญชี พ.ศ. 2553]
หมวด ๑
สภาวชิ าชีพบัญชี
มาตรา ๖ ใหมีสภาวิชาชีพบัญชี มีฐานะเปนนิติบุคคล โดยมีวัตถุประสงคเพื่อสงเสริมและพัฒนา
วิชาชีพบัญชี
-๒-
มาตรา ๗ สภาวชิ าชีพบญั ชมี อี าํ นาจหนา ที่ ดังตอไปนี้
(๑) สงเสริมการศกึ ษา การอบรม และการวจิ ยั เกีย่ วกบั วชิ าชพี บัญชี
(๒) สง เสริมความสามคั คแี ละผดุงเกยี รตขิ องสมาชิก จดั สวสั ดิการและการสงเคราะหร ะหวางสมาชิก
(๓) กาํ หนดมาตรฐานการบญั ชี มาตรฐานการสอบบัญชี และมาตรฐานอน่ื ทเ่ี กี่ยวกบั วชิ าชพี บญั ชี
(๔) กาํ หนดจรรยาบรรณผปู ระกอบวิชาชพี บญั ชี
(๕) รับข้ึนทะเบียนการประกอบวิชาชีพบัญชี ออกใบอนุญาต พักใช หรือเพิกถอนใบอนุญาตผูประกอบ
วชิ าชพี บัญชี
(๖) รับรองปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาการบัญชีของสถาบันการศึกษาตาง ๆ เพื่อ
ประโยชนในการรับสมัครเปน สมาชิก
(๗) รับรองความรคู วามชํานาญในการประกอบวชิ าชีพบญั ชี
(๘) รับรองหลักสูตรการฝกอบรมเปนผูชํานาญการและการศึกษาตอเน่ืองในดานตาง ๆ ของผู
ประกอบวิชาชีพบัญชี
(๙) ควบคุมความประพฤติและการดําเนินงานของสมาชิกและผูข้ึนทะเบียนอันเก่ียวกับการประกอบ
วชิ าชพี บญั ชีใหถูกตองตามจรรยาบรรณแหง วชิ าชพี บญั ชี
(๑๐) ชว ยเหลือ แนะนํา เผยแพร และใหบริการวิชาการแกป ระชาชนเกีย่ วกบั วิชาชพี บัญชี
(๑๑) ออกขอบังคบั สภาวิชาชพี บญั ชี
(๑๒) เปนตวั แทนของผปู ระกอบวชิ าชีพบัญชี
(๑๓) ใหคาํ ปรึกษาและเสนอแนะตอรฐั บาลเกีย่ วกับนโยบายและปญ หาของวชิ าชพี บัญชี
(๑๔) ดําเนินการอื่นเพื่อใหเปนไปตามวัตถุประสงคและอํานาจหนาที่ของสภาวิชาชีพบัญชีตาม
พระราชบญั ญตั ินี้
มาตรา ๘ สภาวิชาชพี บญั ชีอาจมรี ายได ดงั ตอ ไปน้ี
(๑) คา บาํ รุงสมาชิกและคาธรรมเนยี มตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
(๒) เงนิ อุดหนนุ จากงบประมาณแผน ดิน
(๓) ผลประโยชนจ ากการจดั การทรพั ยส นิ และการดาํ เนินกจิ การของสภาวิชาชีพบญั ชี
(๔) เงินและทรพั ยสนิ ซึง่ มีผใู หแ กสภาวิชาชพี บญั ชี
(๕) ดอกผลของเงินและทรัพยสินตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔)
มาตรา ๙ ภายใตบังคับบทบัญญัติหมวด ๕ การควบคุมการประกอบวิชาชีพดานการสอบบัญชี และ
หมวด ๖ การควบคุมการประกอบวิชาชีพดานการทําบัญชี ในกรณีที่การประกอบวิชาชีพบัญชีดานใดมีผลกระทบ
ตอประโยชนไดเสียของประชาชน หรือเพื่อประโยชนที่จะใหมีการคุมครองประชาชนและพัฒนาหรือจัดระเบียบ
การประกอบวิชาชีพบัญชีดานใด จะตราพระราชกฤษฎีกากําหนดใหการประกอบวิชาชีพบัญชีดานนั้นตองไดรับ
ใบอนญุ าตหรอื ตอ งขนึ้ ทะเบียนไวก บั สภาวิชาชพี บญั ชีก็ได
มาตรา ๑๐ เม่ือมีพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๙ ใชบังคับสําหรับวิชาชีพบัญชีดานใด หามมิใหผูใด
ประกอบวชิ าชพี บัญชดี านน้ัน เวนแตไดรบั ใบอนญุ าตหรอื ขน้ึ ทะเบยี นกับสภาวชิ าชพี บญั ชี
การขอรับใบอนุญาต การอนุญาต การออกใบอนุญาต และการข้ึนทะเบียนผูประกอบวิชาชีพบัญชี
ตามวรรคหนึง่ ใหเปนไปตามแบบ หลักเกณฑ วิธีการ และเงอื่ นไขท่กี ําหนดในขอบงั คับสภาวชิ าชีพบญั ชี
ในการขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพบัญชี สภาวิชาชีพบัญชีจะกําหนดใหผูขึ้นทะเบียนซึ่งมิไดเปน
สมาชิกตองเสียคาธรรมเนียมเปนรายปก็ได แตจะกําหนดคาธรรมเนียมดังกลาวใหสูงกวาคาบํารุงสมาชิกและ
คา ธรรมเนียมใบอนุญาตท่เี รยี กเกบ็ จากสมาชิกสภาวิชาชพี บัญชีเปนรายปไมได
-๓-
มาตรา ๑๑ นิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการใหบริการดานการสอบบัญชีหรือดานการทําบัญชีหรือ
ใหบริการวิชาชีพบัญชีดานอื่นตามท่ีกําหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๙ ตองจดทะเบียนตอสภาวิชาชีพ
บัญชีตามเง่อื นไข ดังตอ ไปน้ี
(๑) นิติบุคคลน้ันตองจัดใหมีหลักประกันเพื่อประกันความรับผิดตอบุคคลท่ีสาม ทั้งนี้ ตามประเภท
จํานวน หลกั เกณฑ และวิธกี ารที่กาํ หนดโดยกฎกระทรวง
[ดกู ฎกระทรวงกาํ หนดหลกั ประกันความรบั ผดิ ตอ บุคคลทส่ี ามของผปู ระกอบวชิ าชพี บญั ชี พ.ศ. 2553]
(๒) ในกรณีประกอบกิจการใหบริการการสอบบัญชี บุคคลซ่ึงมีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคลในการ
ใหบ ริการการสอบบัญชีตองเปนผไู ดร ับใบอนุญาตใหเปนผูสอบบญั ชรี บั อนญุ าต
การกําหนดหลักประกันตามวรรคหน่ึง (๑) ใหคํานึงถึงขนาดและรายไดของนิติบุคคลนั้น และใหนํา
ความเห็นของหนว ยงานท่เี กีย่ วของและสภาวิชาชีพบญั ชีมาพจิ ารณาประกอบดว ย
ในกรณีท่ีผูสอบบัญชีตองรับผิดชอบตอบุคคลท่ีสาม ใหนิติบุคคลซ่ึงผูสอบบัญชีนั้นสังกัดอยูรวมรับผิด
ดวยอยางลกู หนี้รว ม และในกรณีที่ยงั ไมสามารถชาํ ระคา เสยี หายไดครบจํานวน ใหหุนสวนหรือกรรมการผูมีอํานาจ
ลงนามผูกพันนิติบุคคล หรือผูแทนนิติบุคคลใดซึ่งตองรับผิดชอบในการดําเนินการของนิติบุคคลนั้น ตองรวมรับผิด
จนครบจํานวน เวนแตพ ิสูจนไ ดวาตนมิไดมีสวนรูเห็นหรอื ยินยอมในการกระทําผิดทตี่ อ งรบั ผิด
หมวด ๒
สมาชกิ สภาวชิ าชีพบญั ชี
มาตรา ๑๒ สมาชกิ สภาวิชาชีพบัญชีมีส่ีประเภท ดงั นี้
(๑) สมาชกิ สามญั
(๒) สมาชกิ วสิ ามัญ
(๓) สมาชกิ สมทบ
(๔) สมาชิกกิตตมิ ศักดิ์
มาตรา ๑๓ สมาชกิ สามญั ตอ งเปนผมู ีคุณสมบตั ิและไมม ลี ักษณะตอ งหาม ดังตอ ไปนี้
(๑) มอี ายุไมตํ่ากวา ยีส่ บิ ปบริบรู ณ
(๒) มสี ัญชาติไทย
(๓) สําเร็จการศึกษาวิชาการบัญชีไมตํ่ากวาระดับปริญญาตรี หรือไดรับประกาศนียบัตร หรือวุฒิอื่น
เทียบเทาปริญญาตรีสาขาวิชาชีพการบัญชีที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรอง หรือสําเร็จการศึกษาสาขาอื่นตามท่ีสภา
วชิ าชพี บญั ชีกําหนด
(๔) ไมเปนผูประพฤติผิดจรรยาบรรณอันนํามาซึ่งความเส่ือมเสียเกียรติศักด์ิแหงวิชาชีพบัญชีตามท่ี
กําหนดในขอบงั คบั สภาวชิ าชพี บัญชี
(๕) ไมเคยตองโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุกในคดีที่เปนการประพฤติผิดจรรยาบรรณ
อนั จะนาํ มาซง่ึ ความเสอ่ื มเสียเกียรติศกั ดิ์แหง วิชาชีพตามท่ีกําหนดในขอบงั คับสภาวิชาชีพบัญชี
(๖) ไมเปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ หรือเปนโรคตามท่ีกําหนดในขอบังคับ
สภาวชิ าชีพบญั ชี
มาตรา ๑๔ สมาชิกวิสามัญและสมาชิกสมทบตองเปนผูมีสัญชาติไทย และตองมีคุณสมบัติและไมมี
ลักษณะตองหา มตามทก่ี าํ หนดในขอ บงั คับสภาวิชาชพี บญั ชี
-๔-
ความในวรรคหนึง่ มิใหใชบังคบั กับผซู ่ึงไมมีสัญชาตไิ ทยแตม ีสัญชาตขิ องประเทศซึ่งยินยอมใหผูมีสัญชาติไทย
ประกอบอาชีพสอบบญั ชีในประเทศนน้ั ได และประสงคจะสมัครเขาเปนสมาชิกวิสามัญ แตผูนั้นจะตองมีคุณสมบัติ
และไมมลี กั ษณะตองหา มตามมาตรา ๑๓ (๑) (๓) (๔) (๕) และ (๖)
มาตรา ๑๕ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไดแก ผูทรงคุณวุฒิซึ่งไดรับเชิญเปนสมาชิกตามมติของคณะกรรมการ
สภาวชิ าชพี บญั ชี
มาตรา ๑๖ สมาชิกสามญั มสี ทิ ธแิ ละหนาท่ี ดังตอไปนี้
(๑) แสดงความคิดเห็นในการประชมุ ใหญ
(๒) ออกเสยี งลงคะแนนในการประชุมใหญ
(๓) เลือกตั้ง รับเลือกตั้ง หรือรับแตงต้ัง เปนกรรมการหรือดํารงตําแหนงอื่นอันเก่ียวกับกิจการของ
สภาวิชาชพี บัญชตี ามพระราชบญั ญตั ิน้ี
(๔) ชําระคาบํารงุ สมาชิกหรือคาธรรมเนียมตามทีก่ ําหนดในขอ บังคบั สภาวิชาชพี บญั ชี
(๕) ผดงุ ไวซ่ึงเกยี รติศักด์ิแหง วิชาชีพบัญชแี ละปฏิบัติตนตามบทบัญญัติแหงพระราชบัญญตั ินี้
(๖) สิทธแิ ละหนาท่อี ืน่ ตามท่ีสภาวชิ าชีพบัญชีกําหนด
สมาชิกวิสามัญ สมาชิกสมทบ และสมาชิกกติ ตมิ ศกั ดิ์ มีสทิ ธิและหนา ทตี่ าม (๑) (๔) (๕) และ (๖)
มาตรา ๑๗ สมาชกิ ภาพของสมาชกิ ส้ินสุดลง เมือ่
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๔ หรือคณะกรรมการสภา
วิชาชีพบญั ชีมมี ติเพกิ ถอนสําหรบั กรณีสมาชิกกิตตมิ ศักดิ์
(๔) ไมช าํ ระคาบาํ รงุ สมาชกิ โดยไมม เี หตอุ นั สมควรตามทีก่ าํ หนดในขอบงั คับสภาวชิ าชีพบัญชี
มาตรา ๑๘ ใหมกี ารประชุมใหญสามัญสภาวชิ าชีพบัญชอี ยางนอ ยปละหน่ึงคร้งั
การประชมุ ใหญอ ืน่ นอกจากการประชุมใหญสามัญ เรยี กวา การประชมุ ใหญวสิ ามญั
มาตรา ๑๙ สมาชิกสามัญอาจขอใหมีการประชุมใหญวิสามัญไดตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนด
ในขอบังคบั สภาวิชาชีพบญั ชี ในการน้ี นายกสภาวิชาชีพบัญชีตองเรียกประชุมใหญวิสามัญภายในสามสิบวันนับแต
วันทไ่ี ดรบั คาํ ขอ
มาตรา ๒๐ ในการประชุมใหญ ตองมีสมาชิกสามัญมาประชุมไมนอยกวาสองรอยคนจึงเปน
องคประชุม
การประชุมใหญครั้งใด เมื่อลวงพนเวลาที่กําหนดไวเปนเวลาสามสิบนาทีแลวมีสมาชิกสามัญมา
ประชุมไมครบองคประชุมตามวรรคหน่ึง และการประชุมนั้นไดเรียกประชุมตามมาตรา ๑๙ ใหงดการประชุมคร้ัง
นั้น แตถาคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีเปนผูจัดใหมีการประชุม ใหเล่ือนการประชุมนั้นออกไป โดยใหนายกสภา
วิชาชีพบัญชีเรียกประชุมใหญอีกครั้งหนึ่งภายในสามสิบวันและในการประชุมใหญครั้งนี้ ใหองคประชุม
ประกอบดวยสมาชิกสามญั เทาทมี่ าประชมุ
มาตรา ๒๑ ในการประชุมใหญ ใหนายกสภาวิชาชีพบัญชีเปนประธานในท่ีประชุม ในกรณีท่ีนายก
สภาวชิ าชีพบญั ชีไมอ ยูในท่ปี ระชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดหรือไมปฏิบัติหนาที่ ใหอุปนายกสภาวิชาชีพบัญชี
คนทีห่ น่งึ หรอื คนทส่ี องตามลาํ ดับเปนประธานในทปี่ ระชมุ ถานายกสภาวิชาชีพบัญชีและอุปนายกสภาวิชาชีพบัญชี
ไมอยใู นทีป่ ระชุมหรือไมส ามารถปฏบิ ัตหิ นา ทีไ่ ดหรือไมปฏิบัติหนาท่ี ใหสมาชิกสามัญท่ีมาประชุมเลือกสมาชิกสามัญ
คนหนง่ึ ทาํ หนาท่เี ปน ประธานในท่ปี ระชมุ
-๕-
หมวด ๓
คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี
มาตรา ๒๒ ใหมคี ณะกรรมการสภาวิชาชพี บัญชี ประกอบดวย
(๑) นายกสภาวชิ าชพี บญั ชี ซึง่ ทีป่ ระชมุ ใหญเลอื กตั้งจากสมาชกิ สามัญ
(๒) กรรมการโดยตําแหนง ไดแก ประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีทุกดาน ประธานคณะกรรมการ
กําหนดมาตรฐานการบัญชี และประธานคณะกรรมการจรรยาบรรณ
(๓) กรรมการผูท รงคณุ วฒุ ิ ซ่ึงนายกสภาวิชาชีพบัญชีและกรรมการโดยตําแหนงตาม (๒) มีมติแตงตั้ง
จากผูทรงคณุ วุฒิเกี่ยวกบั วชิ าการบัญชสี องคน และผูทรงคณุ วฒุ ทิ างดา นกฎหมายหนึ่งคน
(๔) กรรมการซง่ึ ที่ประชุมใหญเลอื กต้งั จากสมาชกิ สามญั มจี ํานวนไมเ กินหาคน
ใหเลขาธิการสภาวิชาชีพบัญชีเปนกรรมการและเลขานุการ และจะใหมีผูชวยเลขานุการก็ไดตาม
ความจาํ เปนและตามมตขิ องคณะกรรมการสภาวิชาชีพบญั ชี
คุณสมบัติและลกั ษณะตองหา มของนายกสภาวิชาชีพบัญชี กรรมการตาม (๓) และ (๔) และหลักเกณฑ
และวิธกี ารเลอื กตงั้ นายกสภาวิชาชีพบัญชี และกรรมการตาม (๔) ใหเ ปน ไปตามขอ บังคับสภาวชิ าชีพบัญชี
มาตรา ๒๓ นายกสภาวิชาชีพบัญชี และกรรมการตามมาตรา ๒๒ (๓) และ (๔) มีวาระการดํารง
ตาํ แหนง คราวละสามป
ในกรณีท่ีนายกสภาวิชาชีพบัญชี หรือกรรมการตามมาตรา ๒๒ (๓) และ (๔) พนจากตําแหนงกอน
ครบวาระ หรือในกรณีท่ีท่ีประชุมใหญเลือกต้ังกรรมการตามมาตรา ๒๒ (๔) เพ่ิมขึ้นในระหวางท่ีกรรมการซึ่ง
เลือกตั้งไวแลวยังมีวาระอยูในตําแหนง ใหผูไดรับเลือกต้ังหรือแตงต้ังแทนตําแหนงท่ีวางหรือเปนกรรมการเพ่ิมขึ้น
อยูในตาํ แหนง เทากบั วาระที่เหลอื อยขู องกรรมการซึ่งไดเลือกตง้ั หรอื แตงต้ังไวแลว
เม่ือครบกําหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิไดมีการเลือกตั้งนายกสภาวิชาชีพบัญชีหรือยังมิไดมี
การแตงตั้งกรรมการตามมาตรา ๒๒ (๓) หรือยังมิไดมีการเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๒๒ (๔) ข้ึนใหม ใหนายก
สภาวิชาชีพบัญชีหรือกรรมการซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระน้ันอยูในตําแหนงเพ่ือดําเนินงานตอไปจนกวานายก
สภาวชิ าชพี บัญชีหรือกรรมการซง่ึ ไดร บั เลอื กตั้งหรือแตง ตง้ั ใหมเ ขา รบั หนา ที่
นายกสภาวิชาชีพบัญชีหรือกรรมการซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระ อาจไดรับเลือกตั้งหรือแตงตั้งอีกได
แตน ายกสภาวชิ าชพี บัญชจี ะดาํ รงตาํ แหนง เกนิ สองวาระติดตอ กันไมไ ด
มาตรา ๒๔ นอกจากการพน จากตาํ แหนงตามวาระ ใหนายกสภาวิชาชีพบัญชีและกรรมการตามมาตรา
๒๒ (๓) และ (๔) พนจากตาํ แหนง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) พน จากสมาชกิ ภาพของสมาชกิ สภาวิชาชีพบัญชี
(๔) ขาดคุณสมบัติหรอื มีลกั ษณะตอ งหา มตามขอบังคับสภาวิชาชีพบญั ชี
(๕) รัฐมนตรีมคี ําสงั่ ใหพ นจากตาํ แหนง ตามมาตรา ๖๓
มาตรา ๒๕ ใหนายกสภาวิชาชีพบัญชีเลือกกรรมการเพื่อแตงต้ังใหดํารงตําแหนงอุปนายกตามจํานวน
ที่คณะกรรมการสภาวิชาชพี บัญชีกาํ หนด ตําแหนง เลขาธกิ าร เหรญั ญิก และนายทะเบยี น ตําแหนงละหน่งึ คน และ
ตาํ แหนงอนื่ ตามทคี่ ณะกรรมการสภาวชิ าชพี บญั ชกี ําหนดตามความจาํ เปน
-๖-
การปฏิบตั หิ นา ที่ อํานาจหนา ที่ และการพน จากตําแหนงของผูดาํ รงตําแหนงตามวรรคหน่ึง ใหเปนไป
ตามขอบงั คับสภาวิชาชพี บญั ชี
มาตรา ๒๖ การประชุมคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่ง
ของจาํ นวนกรรมการทัง้ หมด จึงจะเปน องคประชมุ
มติของท่ีประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหน่ึงมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน
ใหประธานในทีป่ ระชมุ ออกเสียงเพมิ่ ขึ้นอีกเสยี งหนง่ึ เปน เสยี งชี้ขาด
มาตรา ๒๗ คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี จะแตงตั้งคณะอนุกรรมการเพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการ
ตามท่ีมอบหมายก็ได
ใหนาํ ความในมาตรา ๒๖ มาใชบ ังคบั แกก ารประชมุ ของคณะอนกุ รรมการโดยอนุโลม
มาตรา ๒๘ ใหคณะกรรมการสภาวชิ าชีพบัญชีมีอาํ นาจหนา ท่ี ดังตอ ไปนี้
(๑) บริหารกจิ การของสภาวชิ าชีพบญั ชีใหเปนไปตามวตั ถุประสงค
(๒) กระทาํ กิจการที่อยใู นอํานาจหนาทีข่ องสภาวิชาชพี บัญชตี ามพระราชบญั ญัติน้ี
(๓) เสนอรางขอบังคับสภาวิชาชีพบัญชีในกิจการตาง ๆ ท่ีกําหนดไวในพระราชบัญญัติน้ีตอท่ีประชุม
ใหญส ภาวชิ าชพี บัญชี
(๔) จัดใหม ีการประชุมใหญ
(๕) ออกระเบียบเพือ่ ปฏิบตั กิ ารใหเปนไปตามพระราชบัญญัติน้ี
มาตรา ๒๙ สมาชิกสามัญไมนอยกวาหนึ่งรอยคนจะเขาชื่อเสนอรางขอบังคับตามมาตรา ๒๘ (๓)
ตอสภาวชิ าชพี บัญชดี ว ยก็ได
ใหคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีจัดใหมีการประชุมใหญเพื่อพิจารณารางขอบังคับสภาวิชาชีพ
บัญชีตามวรรคหนึง่ โดยไมช กั ชา
มาตรา ๓๐ วธิ ีการเสนอและการพจิ ารณารา งขอ บงั คับ ใหเ ปนไปตามขอ บงั คับสภาวิชาชีพบญั ชี
รา งขอบังคบั สภาวชิ าชพี บญั ชเี กีย่ วกับคาบาํ รุงสมาชกิ หรือคาธรรมเนียม หรอื รางขอ บังคับตามมาตรา
๒๒ วรรคสาม มาตรา ๔๓ วรรคหน่ึง และมาตรา ๔๔ วรรคสอง ตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกํากับ
ดูแลการประกอบวชิ าชีพบญั ชีกอน
รางขอบังคับสภาวิชาชีพบัญชีซึ่งสภาวิชาชีพบัญชีอนุมัติ หรือคณะกรรมการกํากับดูแลการประกอบ
วิชาชีพบัญชีใหความเห็นชอบตามวรรคสองแลว แลวแตกรณี เมื่อนายกสภาวิชาชีพบัญชีลงนามและ
ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาแลว ใหใ ชบ ังคับได
มาตรา ๓๑ ในกิจการท่ีเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ใหนายกสภาวิชาชีพบัญชีมีอํานาจกระทําการแทน
สภาวิชาชีพบัญชี ในการน้ี นายกสภาวิชาชีพบัญชีจะมอบหมายเปนหนังสือใหกรรมการอ่ืนกระทําการแทนตนเฉพาะ
ในกิจการใดกไ็ ด
มาตรา ๓๒ เพื่อประโยชนในการพัฒนาและสงเสริมการประกอบวิชาชีพบัญชีดานตาง ๆ ใหมี
คณะกรรมการวิชาชีพบัญชีของแตละดาน ประกอบดวยประธานกรรมการและกรรมการอื่นมีจํานวนตามที่
คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีกาํ หนด
ประธานกรรมการวิชาชพี บัญชดี านตาง ๆ ใหมาจากการเลือกต้ังของสมาชิกสามัญ โดยที่ประชุมใหญ
สภาวิชาชพี บญั ชี
-๗-
คุณสมบัติและลักษณะตองหามของประธานกรรมการหรือกรรมการวิชาชีพบัญชีตามวรรคหนึ่ง
การแตงตั้งหรือการเลือกตั้ง การดํารงตําแหนง การพนจากตําแหนง อํานาจหนาที่ และการดําเนินการอื่นของ
ประธานกรรมการหรอื กรรมการวิชาชีพบญั ชี ใหเปนไปตามขอ บงั คับสภาวชิ าชีพบญั ชี
หมวด ๔
คณะกรรมการกําหนดมาตรฐานการบัญชี
มาตรา ๓๓ ใหม คี ณะกรรมการกําหนดมาตรฐานการบัญชีประกอบดวยผูทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการ
สภาวิชาชีพบัญชีแตงตั้งจากผูมีความรูความชํานาญและประสบการณเกี่ยวกับการบัญชี มีจํานวนไมนอยกวา
เจ็ดคนแตไมเกินสิบเอ็ดคน และผูแทนกรมการประกันภัย ผูแทนกรมพัฒนาธุรกิจการคา ผูแทนกรมสรรพากร
ผูแทนธนาคารแหงประเทศไทย ผูแทนสํานักงานการตรวจเงินแผนดิน และผูแทนสํานักงานคณะกรรมการกํากับ
หลักทรัพยและตลาดหลักทรพั ย เปน กรรมการ
กรรมการผูทรงคณุ วุฒมิ วี าระการดาํ รงตําแหนงคราวละสามป
ใหกรรมการตามวรรคหนึ่งเลือกกรรมการคนหน่ึงเปนประธานกรรมการ และเลือกกรรมการอีกคน
หน่งึ เปนเลขานกุ าร
คุณสมบัติ ลักษณะตองหาม การคัดเลือก และการพนจากตําแหนงของกรรมการผูทรงคุณวุฒิ
ใหเ ปนไปตามขอบงั คับสภาวชิ าชีพบัญชี
มาตรา ๓๔ ใหคณะกรรมการกําหนดมาตรฐานการบัญชีมีอํานาจหนาท่ีกําหนดและปรับปรุง
มาตรฐานการบัญชี เพอ่ื ใชเ ปนมาตรฐานในการจดั ทาํ บญั ชีตามกฎหมายวาดวยการบญั ชีและกฎหมายอ่นื
มาตรฐานการบญั ชีตองจดั ทาํ ขน้ึ เปน ภาษาไทย
มาตรฐานการบัญชีท่ีคณะกรรมการกําหนดมาตรฐานการบัญชีกําหนดและปรับปรุงเม่ือไดรับความ
เหน็ ชอบจากคณะกรรมการกํากบั ดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว ใหใชบงั คบั ได
เม่ือไดรับแจงจากผูทําบัญชี ผูมีหนาท่ีจัดทําบัญชี ผูใชขอมูลทางการเงิน กรมการประกันภัย กรม
พฒั นาธุรกจิ การคา กรมสรรพากร ธนาคารแหงประเทศไทย สํานักงานการตรวจเงินแผนดิน สํานักงานคณะกรรมการ
กํากับหลักทรพั ยแ ละตลาดหลกั ทรัพย หรือหนวยงานอ่ืนใด วามปี ญ หาเกีย่ วกบั การปฏิบตั ิตามมาตรฐานการบัญชีที่
กาํ หนดไวซ ่งึ อาจกอ ใหเ กดิ ความเสียหาย หรือการปฏบิ ัตติ ามมาตรฐานดังกลาวทําใหเกิดความเสียหายตอเศรษฐกิจ
ของประเทศ หรือเปนอุปสรรคตอการประกอบกิจการ คณะกรรมการกําหนดมาตรฐานการบัญชีตองดําเนินการ
ตรวจสอบและรบั ฟงความคดิ เหน็ ของผทู ี่เกีย่ วขอ ง และกาํ หนด ปรบั ปรุง หรือพฒั นามาตรฐานการบัญชโี ดยพลัน
มาตรา ๓๕ คณะกรรมการกําหนดมาตรฐานการบัญชีอาจแตงต้ังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา
หรือปฏิบตั ิการอยา งใดตามท่ีมอบหมายได
มาตรา ๓๖ ใหนําความในมาตรา ๒๖ มาใชบังคับกับการประชุมคณะกรรมการกําหนดมาตรฐานการ
บญั ชแี ละคณะอนุกรรมการซึง่ คณะกรรมการกาํ หนดมาตรฐานการบญั ชีแตงตงั้ โดยอนุโลม
หมวด ๕
การควบคุมการประกอบวิชาชพี ดา นการสอบบัญชี
มาตรา ๓๗ ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติใหมีการสอบบัญชี หรือใหเอกสารใดตองมีผูสอบ
บัญชีลงลายมือชื่อรับรองหรือแสดงความเห็น หามมิใหผูใดลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชี รับรองเอกสาร หรือ
-๘-
แสดงความเห็นในฐานะผูสอบบัญชี เวนแตเปนผูสอบบัญชีรับอนุญาต หรือเปนการกระทําในอํานาจหนาที่ทาง
ราชการ
มาตรา ๓๘ ผูใดจะเปนผูสอบบัญชีรับอนุญาตตองไดรับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี
การขอรับใบอนุญาต การอนุญาต และการออกใบอนุญาตเปนผูสอบบัญชีรับอนุญาตใหเปนไปตาม
แบบและหลักเกณฑที่กําหนดในขอ บังคับสภาวชิ าชีพบัญชี
เมื่อไดรับใบอนุญาตแลวและใบอนุญาตนั้นมิไดถูกพักใชหรือถูกเพิกถอนใหผูสอบบัญชีรับอนุญาต
ไดรบั ยกเวน ไมต องขออนุญาตตอ อธิบดกี รมสรรพากรในการตรวจสอบและรบั รองบัญชีตามประมวลรษั ฎากร
มาตรา ๓๙ ผูขอรับใบอนุญาตเปนผูสอบบัญชีรับอนุญาตตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม
ดังตอไปน้ี
(๑) เปนสมาชิกสามัญหรอื สมาชกิ วิสามัญตามมาตรา ๑๔ วรรคสอง แตในกรณีเปนสมาชิกวิสามัญซึ่ง
เปนคนตางดาวตองเปนผูมีความรูภาษาไทยดีพอท่ีจะสามารถสอบบัญชีและจัดทํารายงานเปนภาษาไทยได และมี
ภูมิลําเนาในประเทศไทย และเม่ือไดรับใบอนุญาตแลวตองไดรับใบอนุญาตตามกฎหมายวาดวยการทํางานของคน
ตางดา วดว ย จงึ จะปฏิบตั งิ านเปน ผสู อบบญั ชรี บั อนุญาตได
(๒) ผานการทดสอบหรือฝกอบรมหรือฝกงานหรือเคยปฏิบัติงานเก่ียวกับวิชาชีพบัญชีมาแลวตามท่ี
กาํ หนดในขอ บังคบั สภาวิชาชีพบัญชี
(๓) ไมเคยตองคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เนื่องจากกระทําความผิดตามมาตรา ๒๖๙ มาตรา ๓๒๓
หรอื ความผิดเก่ยี วกับทรพั ยเวนแตความผิดฐานทาํ ใหเ สียทรพั ยและความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา
ความผิดตามกฎหมายวาดวยการบัญชี กฎหมายวาดวยผูสอบบัญชี หรือกฎหมายวาดวยการกําหนดความผิด
เกีย่ วกับหางหนุ สวนจดทะเบยี น หา งหุนสวนจํากัด บริษัทจํากัด สมาคม และมูลนิธิ เฉพาะท่ีเกี่ยวกับการรับรองงบ
การเงินหรือบัญชีอื่นใดอันไมถูกตองหรือทํารายงานเท็จ หรือความผิดตามหมวด ๕ และหมวด ๖ แหง
พระราชบัญญัตินี้ เวนแตตองคําพิพากษาหรือพนโทษมาแลว ไมนอ ยกวาหา ป
(๔) ไมเ ปน บุคคลลม ละลาย
(๕) มีคุณสมบตั แิ ละไมมลี กั ษณะตองหา มอ่ืนตามทีก่ าํ หนดในขอบังคบั สภาวชิ าชีพบญั ชี
มาตรา ๔๐ ผูสอบบัญชีรับอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตอาจขอรับใบอนุญาตอีกไดเมื่อพน
หาปนับแตวันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต แตเม่ือคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีไดพิจารณาคําขอรับใบอนุญาต
และปฏิเสธการออกใบอนุญาต ผูนั้นจะย่ืนคําขอรับใบอนุญาตไดอีกเมื่อสิ้นระยะเวลาหน่ึงปนับแตวันที่คณะกรรมการ
สภาวชิ าชพี บญั ชปี ฏิเสธการออกใบอนญุ าต ถา คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีปฏิเสธการออกใบอนุญาตเปนคร้ังที่
สองแลว ผนู ้นั เปนอนั หมดสทิ ธิขอรับใบอนุญาตอกี ตอไป
มาตรา ๔๑ ใบอนุญาตเปนผูสอบบัญชีรับอนุญาตไมมีอายุ แตผูรับใบอนุญาตตองชําระ
คาธรรมเนียมใบอนญุ าตตามทสี่ ภาวชิ าชีพบญั ชีกาํ หนด
ใบอนุญาตเปนผสู อบบัญชีรบั อนุญาตสิน้ ผล เม่ือผรู บั ใบอนญุ าต
(๑) ตาย
(๒) พน จากสมาชิกภาพของสมาชิกสภาวิชาชพี บญั ชี
(๓) ขาดคุณสมบตั ิหรอื มีลักษณะตอ งหามตามมาตรา ๓๙
(๔) ถกู เพกิ ถอนใบอนุญาตเนอ่ื งจากประพฤติผิดจรรยาบรรณ
(๕) ไมชําระคาธรรมเนียมใบอนุญาตและไมไดรับการผอนผันตามที่คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี
กาํ หนด
-๙-
(๖) ไมเขารับการอบรมตามหลักสูตรที่สภาวิชาชีพบัญชีกําหนดใหครบถวนตามมาตรา ๔๓ และสภา
วชิ าชีพบัญชไี มไ ดม ีคาํ สัง่ พักใชใบอนญุ าต
มาตรา ๔๒ เมื่อสภาวิชาชีพบัญชีไดรับคําขอรับใบอนุญาตแลวเห็นวาผูยื่นคําขอมีคุณสมบัติ
และไมมีลักษณะตอ งหามตามมาตรา ๓๙ ใหสภาวิชาชีพบัญชีพิจารณาออกใบอนุญาตใหผูย่ืนคําขอโดยเร็ว ซึ่งตอง
ไมเกินเกาสิบวนั นับแตว ันท่ไี ดรบั คําขอ
ในกรณีที่สภาวิชาชีพบัญชีไมออกใบอนุญาตใหแกผูย่ืนคําขอ สภาวิชาชีพบัญชีตองแสดงเหตุผลของ
การไมอ อกใบอนุญาตไวโ ดยชดั แจง ในกรณีเชนน้ผี ูย่ืนคาํ ขอมีสทิ ธิอทุ ธรณก ารไมอ อกใบอนญุ าตตอ คณะกรรมการกํากับ
ดแู ลการประกอบวชิ าชพี บัญชตี ามหลักเกณฑแ ละวิธีการท่คี ณะกรรมการกํากับดูแลการประกอบวชิ าชีพบัญชกี าํ หนด
มาตรา ๔๓ ผูสอบบัญชีรับอนุญาตมีหนาท่ีตองเขารับการฝกอบรมหรือเขารวมประชุมสัมมนา ตาม
หลกั เกณฑ และวิธกี ารทก่ี าํ หนดในขอบังคบั สภาวชิ าชพี บญั ชี
ผูสอบบัญชีรับอนุญาตผูใดไมปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง สภาวิชาชีพบัญชีจะมีคําสั่งพักใชใบอนุญาต
ของผนู นั้ ไวจนกวาผนู นั้ จะไดปฏบิ ัติตามก็ได
หมวด ๖
การควบคุมการประกอบวชิ าชพี ดานการทําบัญชี
มาตรา ๔๔ หา มมใิ หผ ใู ดประกอบวิชาชีพเปน ผทู ําบัญชี เวนแตเปน สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีหรอื ข้นึ
ทะเบียนไวก ับสภาวชิ าชีพบัญชี
หลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงื่อนไขในการข้ึนทะเบยี นตามวรรคหน่ึง ใหเ ปนไปตามขอบังคับสภาวชิ าชีพบัญชี
มาตรา ๔๕ ผทู ําบญั ชที ่ีจะขนึ้ ทะเบียนกับสภาวชิ าชพี บัญชีตอ งมคี ุณสมบตั ิและไมมลี ักษณะตองหาม
ดงั ตอไปนี้
(๑) มีภูมลิ ําเนาหรือถนิ่ ทอี่ ยูในราชอาณาจักร
(๒) มีความรภู าษาไทยเพยี งพอที่จะทาํ บญั ชเี ปนภาษาไทยได
(๓) ไมเคยตองคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เนื่องจากกระทําความผิดตามฐานความผิดหรือ
กฎหมายที่กาํ หนดในมาตรา ๓๙ (๓) เวน แตตองคาํ พิพากษาหรือพนโทษมาแลวไมน อ ยกวา สามป
(๔) มีคุณวุฒกิ ารศกึ ษาตามทกี่ าํ หนดในขอ บงั คับสภาวิชาชีพบญั ชี
(๕) ไมมลี ักษณะตอ งหา มอื่น ตามทกี่ าํ หนดในขอ บังคับสภาวชิ าชีพบัญชี
หมวด ๗
จรรยาบรรณของผูประกอบวิชาชีพบญั ชี
มาตรา ๔๖ ผูประกอบวิชาชีพบัญชีหรือผูซ่ึงขึ้นทะเบียนไวกับสภาวิชาชีพบัญชีมีหนาที่ตองปฏิบัติ
ตามจรรยาบรรณของผูประกอบวิชาชีพบัญชี และตองปฏิบัติหนาท่ีของตนตามมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการ
สอบบัญชี หรอื มาตรฐานอนื่ ใดทีเ่ ก่ยี วขอ งทกี่ าํ หนดตามพระราชบัญญัตนิ ี้
บุคคลตามวรรคหน่ึงผูใดไมปฏิบัติตามจรรยาบรรณหรือมาตรฐานท่ีกําหนดตามพระราชบัญญัตินี้ ให
ถือวา ผนู ัน้ ประพฤติผิดจรรยาบรรณ
- ๑๐ -
มาตรา ๔๗ ใหสภาวิชาชีพบัญชีจัดทําจรรยาบรรณของผูประกอบวิชาชีพบัญชีขึ้นเปนภาษาไทย
และอยา งนอยตอ งประกอบดวยขอกําหนดในเร่อื งดงั ตอ ไปน้ี
(๑) ความโปรง ใส ความเปน อสิ ระ ความเทยี่ งธรรม และความซื่อสัตยสจุ ริต
(๒) ความรูค วามสามารถและมาตรฐานในการปฏิบตั งิ าน
(๓) ความรับผดิ ชอบตอ ผูรับบรกิ ารและการรกั ษาความลบั
(๔) ความรับผิดชอบตอผูถือหุน ผูเปนหุนสวน หรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ผูประกอบวิชาชีพบัญชี
ปฏิบตั ิหนาทใ่ี ห
มาตรา ๔๘ ขอความใดในสัญญาจางสอบบัญชีที่กําหนดใหมีผลเปนการจํากัดหรือปฏิเสธความ
รับผิดชอบของผสู อบบญั ชีรบั อนญุ าต ขอความนนั้ เปนโมฆะ
ผูสอบบัญชีรับอนุญาตจะรายงานผลการสอบบัญชีโดยระบุขอความใดอันแสดงวาตนไมรับผิดชอบ
ในผลการตรวจสอบ หรือแสดงความไมชัดเจนในผลการตรวจสอบเพราะเหตุที่ตนมิไดปฏิบัติหนาที่โดยครบถวนที่พึง
คาดหวงั ไดจากผสู อบบัญชีรบั อนุญาตหรอื โดยครบถวนตามมาตรฐานการสอบบญั ชีมไิ ด
การกระทาํ ตามวรรคสองถือวาเปน การพฤติผดิ จรรยาบรรณ
มาตรา ๔๙ โทษการประพฤติผดิ จรรยาบรรณ มีดังตอไปน้ี
(๑) ตักเตอื นเปน หนังสือ
(๒) ภาคทัณฑ
(๓) พักใชใบอนุญาต พักการข้ึนทะเบียน หรือหามการประกอบวิชาชีพบัญชีดานที่ประพฤติผิด
จรรยาบรรณโดยมกี ําหนดเวลา แตไ มเ กนิ สามป
(๔) เพกิ ถอนใบอนญุ าต เพกิ ถอนการขน้ึ ทะเบยี นหรือสง่ั ใหพ น จากการเปนสมาชกิ สภาวิชาชีพบญั ชี
มาตรา ๕๐ ใหมีคณะกรรมการจรรยาบรรณ มีจํานวนไมนอยกวาเกาคนแตไมเกินสิบหาคน ซ่ึง
คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีแตงตั้งโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญสภาวิชาชีพบัญชีจากผูซึ่งมีความ
เท่ียงธรรมและมีความซื่อสตั ยสุจริตเปนทป่ี ระจักษ และมคี ุณสมบตั ิและไมม ีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้
(๑) เปน สมาชกิ สามญั
(๒) ประกอบวิชาชพี บญั ชีมาแลวไมน อ ยกวา ระยะเวลาตามท่ีกาํ หนดในขอบังคับสภาวิชาชพี บัญชี
(๓) ไมเ คยถูกลงโทษฐานประพฤตผิ ิดจรรยาบรรณผปู ระกอบวิชาชพี บัญชี
(๔) ไมดํารงตําแหนงนายกสภาวิชาชีพบัญชีหรือเปนกรรมการหรืออนุกรรมการอื่นตาม
พระราชบัญญตั นิ ี้
ในกรณีท่ีเปนการสมควรใหสวนราชการหรือหนวยงานอ่ืนของรัฐและคณะกรรมการจรรยาบรรณได
วินิจฉัยเร่ืองเก่ียวกับการประพฤติผิดจรรยาบรรณโดยมีมาตรฐานเดียวกัน ใหคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีโดยความ
เห็นชอบของที่ประชุมใหญสภาวิชาชีพบัญชีขอใหสวนราชการหรือหนวยงานอื่นของรัฐท่ีกฎหมายกําหนดใหมี
หนาที่ดูแลเร่ืองจรรยาบรรณของผูประกอบวิชาชีพบัญชีแตงต้ังผูแทนของตนเพ่ือเปนกรรมการจรรยาบรรณตาม
วรรคหน่งึ ได ในกรณีนีไ้ มใหน ําความในวรรคหนง่ึ (๑) และ (๒) มาใชบงั คบั
ใหคณะกรรมการจรรยาบรรณเลือกกรรมการจรรยาบรรณดวยกันคนหนึ่ง เปนประธานกรรมการ
และจะใหม ผี ดู าํ รงตําแหนง อนื่ ตามท่คี ณะกรรมการจรรยาบรรณกาํ หนดกไ็ ด
มาตรา ๕๑ ใหกรรมการจรรยาบรรณมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสามป และอาจไดรับการ
แตงตั้งอกี ได แตจ ะดาํ รงตําแหนง เกินสองวาระตดิ ตอ กนั ไมได
ใหกรรมการจรรยาบรรณซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระปฏิบัติหนาที่ไปพลางกอนจนกวากรรมการ
จรรยาบรรณใหมจ ะเขารบั หนา ที่
- ๑๑ -
มาตรา ๕๒ นอกจากการพนจากตาํ แหนงตามวาระ ใหกรรมการจรรยาบรรณพนจากตําแหนง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๕๐
(๔) ท่ีประชุมใหญสภาวิชาชีพบัญชีมีมติใหออกดวยคะแนนเสียงไมนอยกวาสองในสามของจํานวน
สมาชกิ สามัญที่มาประชุม แตตอ งไมน อยกวาสองรอ ยคะแนนเสียง
ในกรณีท่ีตําแหนงวางลงกอนครบวาระ ใหคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีแตงต้ังกรรมการ
จรรยาบรรณแทนตําแหนงท่ีวางไปพลางกอน และใหกรรมการจรรยาบรรณซึ่งไดรับแตงต้ังปฏิบัติหนาท่ีไดจนถึง
การประชมุ ใหญค ราวตอ ไป
มาตรา ๕๓ เมื่อมีผูกลาวหาหรือปรากฏตอคณะกรรมการจรรยาบรรณวาผูประกอบวิชาชีพบัญชี
หรือผซู ่งึ ข้นึ ทะเบยี นไวก ับสภาวิชาชีพบญั ชีผูใดประพฤตผิ ดิ จรรยาบรรณ ใหคณะกรรมการจรรยาบรรณดําเนินการ
สอบสวนพจิ ารณาโดยเรว็
สิทธิการกลาวหาตามวรรคหนึ่ง สิ้นสุดลงเมื่อพนหนึ่งปนับแตวันที่ผูไดรับความเสียหายหรือ
ผูกลาวหารูเ ร่ืองการประพฤติผดิ จรรยาบรรณและรูต วั ผูป ระพฤติผดิ จรรยาบรรณ ท้ังนี้ ไมเกินสามปนับแตวันท่ีมีการ
ประพฤตผิ ิดจรรยาบรรณนน้ั
การยน่ื คาํ กลาวหา การสอบสวน และการพิจารณาเรือ่ งจรรยาบรรณใหเปนไปตามที่กําหนดในขอบังคับ
สภาวชิ าชีพบัญชี
ในการดําเนินการสอบสวนของคณะกรรมการจรรยาบรรณ คณะกรรมการจรรยาบรรณจะแตงตั้ง
คณะอนุกรรมการเพื่อดําเนินการแทนก็ได โดยประกอบดวยกรรมการจรรยาบรรณอยางนอยหนึ่งคนและอนุกรรมการอื่น
ซ่ึงคณะกรรมการจรรยาบรรณแตงตั้งจากผูซ่ึงมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๕๐ (๑) (๓) และ
(๔) ตามจาํ นวนที่เหน็ สมควร
คณะกรรมการจรรยาบรรณและคณะอนุกรรมการมีอํานาจเรียกบุคคลที่เกี่ยวของมาใหถอยคําหรือ
ช้ีแจงขอเท็จจริงหรือทําคําชี้แจงเปนหนังสือ หรือสงบัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือหลักฐานใด เพื่อตรวจสอบหรือ
ประกอบการพจิ ารณา เพ่อื ประโยชนแ กการสอบสวนกไ็ ด
เม่ือคณะอนุกรรมการทําการสอบสวนเสร็จแลว ใหเสนอเร่ืองพรอมท้ังความเห็นตอคณะกรรมการ
จรรยาบรรณเพ่อื พจิ ารณา
การถอนเรื่องการกลาวหาที่ไดยื่นหรือแจงไวแลวนั้น ไมเปนเหตุใหระงับการดําเนินการตาม
พระราชบัญญัตนิ ้ี
มาตรา ๕๔ เมื่อคณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาจากผลการสอบสวนแลวมีมติวาผูใดประพฤติผิด
จรรยาบรรณ ใหมคี ําสงั่ ลงโทษผูนั้นตามมาตรา ๔๙
ในกรณีที่คณะกรรมการจรรยาบรรณมีมติวาผูถูกกลาวหามิไดประพฤติผิดจรรยาบรรณให
ส่ังยกคํากลา วหา
การออกคําสั่งลงโทษตามวรรคหนึ่งหรือการออกคําสั่งยกคํากลาวหาตามวรรคสอง ใหแจง
คาํ สั่งใหผูกลาวหาและผถู กู กลาวหาทราบเปนหนงั สอื โดยเรว็
มาตรา ๕๕ ผูกลาวหาหรือผูซึ่งถูกคณะกรรมการจรรยาบรรณสั่งลงโทษมีสิทธิอุทธรณคําสั่งตาม
มาตรา ๕๔ ตอคณะกรรมการกํากับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีไดภายในสามสิบวันนับแตวันท่ีไดรับคําส่ัง ตาม
หลักเกณฑแ ละวธิ กี ารที่คณะกรรมการกาํ กบั ดูแลการประกอบวชิ าชพี บญั ชกี าํ หนด
คาํ วนิ ิจฉัยของคณะกรรมการกาํ กับดแู ลการประกอบวชิ าชีพบัญชีใหเปนทีส่ ุด
- ๑๒ -
การอุทธรณคําสั่งไมเปนการทุเลาการปฏิบัติตามคําสั่งลงโทษ เวนแตคณะกรรมการกํากับ
ดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชจี ะส่งั เปน อยา งอนื่
มาตรา ๕๖ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ใหกรรมการจรรยาบรรณและอนุกรรมการ
จรรยาบรรณทคี่ ณะกรรมการจรรยาบรรณแตงต้งั เปน เจา พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๕๗ กรรมการจรรยาบรรณหรืออนุกรรมการจรรยาบรรณผูใดมีสวนไดเสียเปนการสวนตัวใน
เรื่องทป่ี รกึ ษาหารือเรอื่ งหนึ่งเรือ่ งใด หามมิใหเขารวมพิจารณา ปรึกษาหารือ หรือลงคะแนนเสยี งในเรอื่ งนัน้
มาตรา ๕๘ ใหนําความในมาตรา ๒๖ มาใชบังคับกับการประชุมของคณะกรรมการจรรยาบรรณ
และคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณโดยอนโุ ลม
หมวด ๘
การกาํ กับดแู ล
มาตรา ๕๙ ใหมีคณะกรรมการกํากบั ดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี ประกอบดวย
(๑) ปลัดประทรวงพาณชิ ยเ ปนประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตําแหนง ไดแก อธิบดีกรมการประกันภัย อธิบดีกรมสรรพากร ผูวาการตรวจเงิน
แผนดิน ผูวาการธนาคารแหงประเทศไทย เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย
นายกสภาวิชาชีพบัญชี ประธานสภาอุตสาหกรรมแหงประเทศไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย และประธาน
กรรมการหอการคา ไทย
(๓) กรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งจากผูมีความรูและความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับวิชาการ
บัญชีสองคน และผทู รงคณุ วฒุ ทิ างดา นกฎหมายหน่งึ คน
ใหอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการคาเปนกรรมการและเลขานุการ และใหแตงตั้งเจาหนาที่กรมพัฒนา
ธรุ กจิ การคา เปนผูช ว ยเลขานกุ ารตามความจําเปน
ใหกรมพัฒนาธุรกิจการคาทําหนาที่ธุรการและสนับสนุนการดําเนินงานของคณะกรรมการกํากับ
ดูแลการประกอบวชิ าชีพบัญชี ตามที่คณะกรรมการกาํ กับดูแลการประกอบวชิ าชีพบัญชีมอบหมาย
กรรมการผูทรงคุณวุฒิตาม (๓) มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสามป และอาจไดรับการ
แตงต้ังอกี ได แตจะดํารงตําแหนงเกินสองวาระติดตอกนั ไมได
มาตรา ๖๐ ใหค ณะกรรมการกาํ กับดูแลการประกอบวชิ าชพี บัญชีมอี ํานาจหนาที่ ดังตอไปน้ี
(๑) กํากับดูแลการดําเนินกิจการของสภาวิชาชีพบัญชีใหเปนไปตามกฎหมายและสอดคลองกับ
วัตถุประสงคของสภาวิชาชีพบัญชี
(๒) เสนอแนะใหมีการตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๙
(๓) ใหความเห็นชอบขอบังคับสภาวิชาชีพบัญชีตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง และมาตรฐานการ
บัญชีตามมาตรา ๓๔ วรรคสาม
(๔) พิจารณาอทุ ธรณข องผูขอรับใบอนุญาตเปน ผูสอบบญั ชรี ับอนุญาตตามมาตรา ๔๒ วรรคสอง
(๕) พิจารณาอุทธรณของผูกลาวหาหรือผูซ่ึงถูกคณะกรรมการจรรยาบรรณสั่งลงโทษตามมาตรา ๕๕
วรรคหน่งึ
(๖) แตงตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการตามที่อยูในอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการกํากับ
ดูแลการประกอบวิชาชีพบญั ชี
- ๑๓ -
มาตรา ๖๑ ในการดําเนินการของคณะกรรมการกํากบั ดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีตามมาตรา ๖๐
(๑) ใหค ณะกรรมการกาํ กบั ดแู ลการประกอบวชิ าชพี บญั ชีมีอาํ นาจดังตอ ไปน้ดี ว ย
(๑) สอบสวนขอ เท็จจริงเกี่ยวกบั การดําเนินงานของสภาวชิ าชพี บญั ชี
(๒) ส่ังเปนหนังสือใหสมาชิก กรรมการ หรืออนุกรรมการอ่ืนใดของสภาวิชาชีพบัญชีหรือบุคคลใด
ชแี้ จงขอเท็จจรงิ เก่ยี วกับกจิ การของสภาวชิ าชีพบญั ชี
(๓) สั่งเปนหนังสือใหสภาวิชาชีพบัญชี คณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการตามพระราชบัญญัติน้ี
ระงับ แกไข หรือวางมาตรการแกไขการกระทําอันเปนการขัดตอกฎหมาย วัตถุประสงค หรือขอบังคับสภาวิชาชีพ
บัญชี
มาตรา ๖๒ ใหนําความในมาตรา ๒๖ มาใชบังคับกับการประชุมคณะกรรมการกํากับดูแลการ
ประกอบวชิ าชีพบัญชี และคณะอนุกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการกาํ กับดแู ลการประกอบวิชาชีพบญั ชแี ตง ตง้ั โดยอนุโลม
มาตรา ๖๓ เมื่อปรากฏวานายกสภาวิชาชีพบัญชี กรรมการ หรืออนุกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้
ผูใ ดไมป ฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการกาํ กับดแู ลการประกอบวิชาชีพบญั ชี หรือกระทาํ การอันเปนการเส่ือมเสีย
อยางรายแรงแกสภาวิชาชีพบัญชี ใหคณะกรรมการกํากับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีทําการสอบสวนโดยเร็ว
และเสนอผลการพิจารณาเพื่อใหร ัฐมนตรีมีคาํ สัง่ ใหน ายกสภาวชิ าชีพบัญชี กรรมการ หรอื อนกุ รรมการผนู นั้ พนจาก
ตําแหนง
คําส่งั ของรฐั มนตรีใหเปน ทสี่ ุด
ในกรณีที่กรรมการโดยตําแหนงตามมาตรา ๒๒ (๒) ผูใดถูกสั่งใหพนจากตําแหนงตามวรรคหนึ่ง
ใหก รรมการผนู น้ั พน จากตาํ แหนงตามมาตรา ๒๒ (๒) ดวย
มาตรา ๖๔ ในกรณีทีร่ ัฐมนตรมี ีคําส่ังตามมาตรา ๖๓ อนั เปนผลใหจํานวนกรรมการของคณะกรรมการ
สภาวิชาชีพบัญชีเหลือไมถึงก่ึงหนึ่งของจํานวนกรรมการที่พึงมี ใหรัฐมนตรีแตงตั้งสมาชิกสามัญเทาจํานวน
กรรมการที่จะมีไดตามมาตรา ๒๒ เปนกรรมการช่ัวคราวแทนกรรมการที่พนจากตําแหนงในวันเดียวกันกับวันท่ี
รัฐมนตรีมีคาํ ส่ังใหกรรมการพนจากตําแหนง
ใหมีการเลือกต้ังหรอื แตงตั้งกรรมการใหมตามมาตรา ๒๒ ใหแลว เสรจ็ ภายในเกาสิบวันนบั แตว ันท่ี
รัฐมนตรีมีคําส่ังแตงตั้งกรรมการชั่วคราว เวนแตมีวาระเหลืออยูไมถึงหน่ึงรอยแปดสิบวัน รัฐมนตรีจะส่ังใหไมมี
การเลอื กตั้งกไ็ ด และใหผ ซู ง่ึ ไดร บั เลอื กตัง้ หรอื แตง ต้ังเปน กรรมการแทนอยูในตาํ แหนง เพียงเทา วาระทีเ่ หลืออยูของ
ผูซ่งึ ตนแทน
ใหก รรมการช่ัวคราวซึ่งรัฐมนตรแี ตงตง้ั พนจากตําแหนง เมื่อกรรมการใหมเขา รับหนา ทีแ่ ลว
หมวด ๙
บทกําหนดโทษ
มาตรา ๖๕ ผูใดฝาฝนมาตรา ๑๐ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท
หรือทั้งจําทงั้ ปรบั
มาตรา ๖๖ นติ บิ ุคคลใดฝา ฝนหรือไมปฏิบตั ติ ามมาตรา ๑๑ ตองระวางโทษปรับไมเกินสามแสนบาท
และปรับอีกไมเกนิ วนั ละหนงึ่ หม่ืนบาทจนกวา จะไดป ฏิบัติใหถ ูกตอง
มาตรา ๖๗ ผูใดฝาฝนมาตรา ๓๗ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท
หรือทัง้ จําท้งั ปรับ
- ๑๔ -
มาตรา ๖๘ ผูสอบบัญชีรับอนุญาตผูใดถูกสั่งพักใชใบอนุญาตตามมาตรา ๔๓ ทําการสอบ
บัญชีในระหวางนน้ั ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กินสามป หรอื ปรับไมเกนิ หกหมื่นบาท หรือทงั้ จาํ ทั้งปรบั
มาตรา ๖๙ ผูใดฝาฝนมาตรา ๔๔ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกินสี่หมื่นบาท
หรือทงั้ จาํ ทงั้ ปรับ
มาตรา ๗๐ ผูประกอบวิชาชีพบัญชีหรือผูซึ่งข้ึนทะเบียนไวกับสภาวิชาชีพบัญชีผูใดถูกลงโทษประพฤติ
ผิดจรรยาบรรณตามมาตรา ๔๙ (๓) หรือ (๔) ทําการประกอบวิชาชีพบัญชีในระหวางนั้น ตองระวางโทษจําคุก
ไมเ กนิ สามป หรอื ปรบั ไมเ กินหกหมื่นบาท หรอื ทัง้ จาํ ท้ังปรบั
มาตรา ๗๑ ผูใดไมปฏิบัติตามคําส่ังของคณะกรรมการจรรยาบรรณตามมาตรา ๕๓ วรรคหา หรือ
คําสั่งของคณะกรรมการกํากับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีตามมาตรา ๖๑ (๒) หรือ (๓) ตองระวางโทษ
จาํ คุกไมเกินหนึง่ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนึ่งพันบาท หรือทัง้ จําทั้งปรบั
มาตรา ๗๒0๑ ในกรณีที่ผูกระทําความผิดเปนนิติบุคคล ถาการกระทําความผิดของนิติบุคคล
นั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทําของกรรมการ หรือผูจัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการ
ดําเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกลาวมีหนาที่ตองสั่งการหรือกระทําการและละเวนไมสั่ง
การหรือไมกระทาํ การจนเปน เหตุใหนิติบุคคลน้ันกระทําความผิด ผูน้ันตองรับโทษตามที่บัญญัติไวสําหรับความผิด
น้นั ๆ ดวย
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๗๓ ใหผูสอบบัญชีรับอนุญาตตามพระราชบัญญัติผูสอบบัญชี พ.ศ. ๒๕๐๕ ในวันกอนวันท่ี
พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับเปนผูสอบบัญชีรับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ตอไปจนกวาใบอนุญาตจะสิ้นอายุ
หรือถูกเพิกถอนตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๗๔ ในวาระเร่ิมแรก ใหคณะกรรมการสมาคมนักบัญชีและผูสอบบัญชีรับอนุญาตแหงประเทศ
ไทยทําหนาที่คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีจนกวาคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีตามพระราชบัญญัตินี้จะ
เขารับหนาที่ และใหถือวานายกสมาคมนักบัญชีและผูสอบบัญชีรับอนุญาตแหงประเทศไทยเปนนายกสภาวิชาชีพ
บญั ชีจนกวาจะมีการเลือกตั้งนายกสภาวิชาชีพบัญชีตามพระราชบัญญัตินี้ แตตองไมเกินหน่ึงรอยแปดสิบวันนับแต
วนั ทพ่ี ระราชบัญญตั ินใ้ี ชบงั คบั
มาตรา ๗๕ ในระหวางที่สภาวิชาชีพบัญชียังมีสมาชิกไมถึงหารอยคน ใหคณะกรรมการกํากับ
ดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีทําหนาที่สภาวิชาชีพบัญชีเพ่ืออนุมัติหรือใหความเห็นชอบขอบังคับของสภาวิชาชีพ
บญั ชี
มาตรา ๗๖ ใหบรรดากฎกระทรวง ขอบังคับ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติผูสอบบัญชี
พ.ศ. ๒๕๐๕ มผี ลใชบ ังคบั ตอ ไปจนกวาจะมกี ฎกระทรวง ขอ บังคับ หรอื ประกาศตามพระราชบัญญตั นิ ใ้ี นเรื่องเดยี วกัน
ออกใชบงั คบั
๑ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั แิ กไ ขเพ่ิมเตมิ บทบัญญัตแิ หงกฎหมายท่เี กีย่ วกบั ความรับผดิ ในทางอาญาของผแู ทนนติ บิ ุคคล พ.ศ.
๒๕๖๐
- ๑๕ -
ในกรณีที่มีปญหาไมอาจปฏิบัติตามกฎกระทรวง ขอบังคับ หรือประกาศท่ีออกตามพระราชบัญญัติ
ผูสอบบัญชี พ.ศ. ๒๕๐๕ ไดในเรื่องใด ใหคณะกรรมการกํากับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีกําหนดวิธีปฏิบัติหรือ
ยกเวนการปฏิบัตใิ นเรอ่ื งนัน้ ข้ึนเปนการเฉพาะหรอื เปนการท่ัวไปได
มาตรา ๗๗ ในวาระเริ่มแรกท่ียังมิไดมีการกําหนดมาตรฐานการบัญชีตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการ
กํากับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีจะกําหนดใหใชมาตรฐานการบัญชีที่สมาคมนักบัญชีและผูสอบบัญชีรับอนุญาต
แหงประเทศไทยไดกาํ หนดข้ึนและใชกันแพรหลายอยูแลวกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับเปนมาตรฐานการบัญชี
ตามพระราชบญั ญัตนิ ีไ้ ปพลางกอ นก็ได
มาตรา ๗๘ นิติบุคคลใดใหบริการการสอบบัญชีหรือการทําบัญชีอยูแลวกอนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ี
ใชบังคับ ใหยื่นขอจดทะเบียนตอสภาวิชาชีพบัญชีภายในหน่ึงปนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับตามเง่ือนไข
ดงั ตอไปนี้
(๑) นิติบุคคลนั้นตองจัดใหมีหลักประกันตามมาตรา ๑๑ (๑) ใหครบถวนภายในระยะเวลาตามท่ี
กําหนดในกฎกระทรวงซ่ึงตองไมเ กนิ กวาสามป
(๒) ดําเนนิ การใหถ กู ตองตามมาตรา ๑๑ (๒) ใหครบถวนภายในสามปนับแตวนั ทพี่ ระราชบัญญัตินี้ใช
บังคบั
ผูร บั สนองพระบรมราชโองการ
พนั ตาํ รวจโท ทกั ษิณ ชนิ วัตร
นายกรฐั มนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปจจุบันน้ีการประกอบวิชาชีพบัญชีได
ขยายครอบคลุมออกไปหลายดานไมวาการทําบัญชี การสอบบัญชี การบัญชีบริหาร การวางระบบบัญชี การบัญชี
ภาษีอากร การศึกษาและเทคโนโลยีการบัญชี หรือบริการดานอื่น ซ่ึงมีความเกี่ยวของสัมพันธกับกิจกรรมในทาง
ธรุ กิจตา ง ๆ อยางกวา งขวาง สมควรสง เสรมิ ใหผูประกอบวชิ าชีพบัญชีอยูภายใตก ารดูแลของสภาวิชาชพี บญั ชเี ดียวกัน
เพ่ือเปนศูนยรวมและสงเสริมความเปนปกแผน รวมทั้งใหความรูและพัฒนาสงเสริมมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ
เพอ่ื ใหผ ูประกอบวชิ าชีพมคี ุณภาพและมาตรฐานและมีความกาวหนาในวิชาชีพ ตลอดจนเพื่อใหมีการควบคุมจรรยาบรรณ
การประกอบวิชาชีพ จงึ จําเปน ตอ งตราพระราชบญั ญตั นิ ้ี
เลม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๕ ก หนา ๑ กลับหนา สารบญั
ราชกจิ จานเุ บกษา
๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓
กฎกระทรวง
กาํ หนดหลกั ประกันความรบั ผดิ ตอบุคคลที่สามของผปู ระกอบวิชาชพี บญั ชี
พ.ศ. ๒๕๕๓
อาศยั อํานาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๑ (๑) แหงพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี
พ.ศ. ๒๕๔๗ อนั เปนกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซงึ่ มาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําได
โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยออกกฎกระทรวงไว
ดังตอไปน้ี
ขอ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“ผูประกอบวิชาชพี บัญชี” หมายความวา นติ ิบุคคลซง่ึ ประกอบกจิ การใหบรกิ ารดานการสอบบัญชี
หรือดา นการทําบัญชี หรอื ใหบ ริการวิชาชพี บัญชีดา นอื่นตามที่กาํ หนด โดยพระราชกฤษฎกี าตามมาตรา ๙
“ทนุ ” หมายความวา ทนุ จดทะเบยี นของบริษัทจํากัด ทุนชําระแลวของบริษัทมหาชนจํากัด
สว นลงหุน ของผเู ปน หุนสว นทุกคนในหางหุนสวนจดทะเบียนหรือหา งหุนสวนจํากัด หรือเงินท่ีผูเปน
หนุ สว นหรอื สมาชิกนํามาลงหุน ในนิติบคุ คลอื่น
“รายได” หมายความวา รายไดที่เกิดจากการประกอบกิจการใหบริการดานการสอบบัญชี
หรือดานการทาํ บัญชี หรือใหบ รกิ ารวชิ าชีพบญั ชีดา นอ่ืนตามทีก่ าํ หนด โดยพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๙
“สถาบันการเงิน” หมายความวา สถาบันการเงินตามกฎหมายวาดวยธุรกิจสถาบันการเงิน
และธนาคารท่มี ีกฎหมายเฉพาะจัดตัง้ ขน้ึ
เลม ๑๒๗ ตอนท่ี ๓๕ ก หนา ๒ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓
ราชกจิ จานุเบกษา
ขอ ๒ ในวันท่ียื่นจดทะเบียนตอสภาวิชาชีพบัญชี ผูประกอบวิชาชีพบัญชีตองจัดใหมี
หลกั ประกนั เพือ่ ประกันความรบั ผดิ ตอบคุ คลทีส่ ามประเภทหนงึ่ ประเภทใดรวมกันเปนจาํ นวนไมนอยกวา
รอยละสามของทุน ณ วันท่ียื่นจดทะเบียนตอสภาวิชาชีพบัญชี และแจงรายละเอียดเก่ียวกับ
หลักประกันมาพรอ มกบั การยื่นจดทะเบยี นตอสภาวชิ าชพี บญั ชี
การเพ่ิมทุนหรือลดทุนของผูประกอบวิชาชีพบัญชีในระหวางรอบปบัญชีไมกระทบตอ
จํานวนหลักประกนั ทีผ่ ปู ระกอบวชิ าชพี บัญชไี ดจัดใหมีแลว ในรอบปบ ัญชนี ้ัน
ขอ ๓ ประเภทของหลักประกนั เพอ่ื ประกันความรบั ผิดตอ บคุ คลทส่ี าม ไดแ ก
(๑) เงนิ ฝากสถาบนั การเงินในประเทศประเภทฝากประจาํ ตงั้ แตหนึ่งปข น้ึ ไป
(๒) บัตรเงินฝากซ่ึงสถาบันการเงินในประเทศออกใหแกผูประกอบวิชาชีพบัญชีเพ่ือเปน
หลักฐานการฝากเงินของผูประกอบวิชาชีพบญั ชีน้นั
(๓) พนั ธบตั รรัฐบาลไทยที่จําหนายในราชอาณาจักร
(๔) พนั ธบัตรองคก ารหรอื รฐั วสิ าหกจิ ทีเ่ ปนนิติบุคคลซ่ึงมีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา
จัดตง้ั ขน้ึ
(๕) กรมธรรมป ระกนั ภัยความรับผิดทางวิชาชพี บัญชีของผูป ระกอบวชิ าชพี บัญชี
หลักประกนั ตามวรรคหน่งึ ตองปราศจากภาระผกู พัน
ขอ ๔ จํานวนของหลักประกันตามขอ ๓ (๒) (๓) และ (๔) ใหถือตามจํานวนเงิน
ท่ีปรากฏในตราสารน้ัน สวนหลักประกันตามขอ ๓ (๕) ใหถือตามจํานวนเงินซึ่งเอาประกันภัย
ที่ระบไุ วในกรมธรรมประกนั ภัย
ขอ ๕ ผูประกอบวิชาชีพบัญชีตองดํารงหลักประกันเพื่อประกันความรับผิดตอบุคคล
ท่สี ามตลอดระยะเวลาท่ปี ระกอบกจิ การ
ขอ ๖ ภายในหกสิบวันนับแตวันส้ินรอบปบัญชีทุกป ใหผูประกอบวิชาชีพบัญชีจัดใหมี
หลักประกนั เปนจํานวนไมน อยกวารอ ยละสามของทนุ ณ วนั สิ้นรอบปบญั ชีทีผ่ านมา หรอื ของรายได
รอบปบัญชีท่ีผานมา แลวแตจํานวนใดจะมากกวา และแจงรายละเอียดเก่ียวกับหลักประกันตอสภา
วิชาชีพบญั ชี
ในกรณที ่ีมีการเปล่ียนแปลงประเภทของหลักประกันในระหวางรอบปบัญชี ใหผูประกอบ
วิชาชพี บัญชีแจงตอสภาวิชาชพี บญั ชีภายในสิบหา วันนับแตว ันทม่ี ีการเปลี่ยนแปลง
เลม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๕ ก หนา ๓ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓
ราชกิจจานุเบกษา
ขอ ๗ การแจงรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกันหรือการเปลี่ยนแปลงประเภท
ของหลักประกันตามกฎกระทรวงน้ี ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่นายกสภาวิชาชีพบัญชี
ประกาศกําหนด
ขอ ๘ ผูประกอบวิชาชีพบัญชีท่ีจดทะเบียนตอสภาวิชาชีพบัญชีอยูแลวกอนวันที่
กฎกระทรวงน้ีมีผลใชบังคับ ตองจัดใหมีหลักประกันประเภทหนึ่งประเภทใดรวมกันเปนจํานวน
ไมนอยกวารอยละสามของทุน ณ วันสิ้นรอบปบัญชีท่ีผานมา หรือของรายไดรอบปบัญชีท่ีผานมา
แลวแตจํานวนใดจะมากกวา และแจงรายละเอียดเก่ียวกับหลักประกันตอสภาวิชาชีพบัญชี
ภายในหกสิบวนั นับแตวันทก่ี ฎกระทรวงนมี้ ผี ลใชบังคับ
ในกรณีท่ีผูประกอบวิชาชีพบัญชีตามวรรคหน่ึงประกอบกิจการไมถึงหนึ่งรอบปบัญชี
ตอ งจัดใหมหี ลกั ประกนั เปนจํานวนไมน อ ยกวารอ ยละสามของทนุ ณ วันทแ่ี จงตอสภาวชิ าชีพบัญชี
ใหไว ณ วนั ท่ี ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓
พรทิวา นาคาศยั
รฐั มนตรวี าการกระทรวงพาณชิ ย
เลม ๑๒๗ ตอนท่ี ๓๕ ก หนา ๔ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓
ราชกจิ จานเุ บกษา
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชก ฎกระทรวงฉบบั นี้ คือ โดยท่ีมาตรา ๑๑ (๑) แหงพระราชบัญญัติ
วิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ บัญญัติใหนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการใหบริการดานการสอบบัญชี
หรือดา นการทาํ บัญชี หรือใหบริการวิชาชีพบัญชีดานอ่ืนตามท่ีกําหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๙
ตองจัดใหมีหลักประกันเพื่อประกันความรับผิดตอบุคคลท่ีสามตามประเภท จํานวน หลักเกณฑ
และวิธีการทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง จึงจําเปนตองออกกฎกระทรวงนี้