The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือส่งเสริมการอ่าน เล่ม๓

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อรุณรัตน์ พนมไชย์, 2023-07-25 04:48:40

หนังสือส่งเสริมการอ่าน เล่ม๓

หนังสือส่งเสริมการอ่าน เล่ม๓

หนังสือส่งเสริมการอ่าน เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนกลอนสุภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ชุด กลอนกานท์จากนิทานอาเซียน เรื่อง : อรุณรัตน์ ระวิโชติ ภาพ : บุษบง ศิริบัติ


คำนำ หนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนกลอนสุภาพเล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเรียน การสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ชุด กลอนกานท์จากนิทานอาเซียน เล่ม ๓ นิทานพื้นบ้านประเทศกัมพูชา เรื่อง หมาป่ากับกุ้งฝอย โดยเนื้อหาแต่งเป็นกลอนสุภาพ เพื่อให้นักเรียนมีความ สนุกสนานในการอ่านบทร้อยกรอง และสามารถพัฒนาทักษะการเขียนกลอนสุภาพ ตามกระบวนการ ๘ ขั้นของ กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีเนื้อหาจากง่ายไปหายาก ตั้งแต่การเรียงร้อยข้อความให้เป็นเรื่องราว การฝึกฝนคำ สัมผัส การจัดคำคล้องจองตามจังหวะต่าง ๆ การศึกษารูปแบบของฉันทลักษณ์ การเข้าใจหลักในการเขียนบท ร้อยกรอง การมีส่วนร่วมในการเขียนบทร้อยกรอง การลงมือเขียนบทร้อยกรองด้วยตนเอง หนังสือเล่มนี้ได้ สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมจากนิทานให้นักเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมี ความสุข หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนกลอนสุภาพเล่มนี้ จะเป็น ประโยชน์ต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการส่งเสริมการรักการอ่านและพัฒนาทักษะการเขียนกลอนสุภาพ จน บรรลุผลสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ นางอรุณรัตน์ ระวิโชติ ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนเทศบาล ๔ เฉลิมพระเกียรติ


คำชี้แจง หนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนกลอนสุภาพ ชุด กลอนกานท์จากนิทานอาเซียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มี ๑๐ เล่ม ดังนี้ เล่มที่ ๑ นิทานพื้นบ้านอาเซียนประเทศมาเลเซีย เรื่องลูกกระจงน้อยกับจระเข้ (ความรู้เกี่ยวกับกลอนแปด) เล่มที่ ๒ นิทานพื้นบ้านอาเซียนประเทศฟิลิปปินส์ เรื่องกำเนิดค้างคาว (ขั้นที่ ๑ เรียงร้อยความคิดตน) เล่มที่ ๓ นิทานพื้นบ้านอาเซียนประเทศกัมพูชา เรื่อง หมาป่ากับกุ้งฝอย (ขั้นที่ ๒ ฝึกฝนให้รู้สัมผัส ) เล่มที่ ๔ นิทานพื้นบ้านอาเซียนประเทศบรูไน เรื่อง ภูเขาทองคำกับเมล็ดข้าว (ขั้นที่ ๓ รู้จักจัดคำคล้องจอง ) เล่มที่ ๕ นิทานพื้นบ้านอาเซียนประเทศไทย เรื่อง ตำนานขนมครก (ขั้นที่ ๔ เห็นรูปของฉันทลักษณ์ ) เล่มที่ ๖ นิทานพื้นบ้านอาเซียนประเทศอินโดนีเซีย เรื่องกระจงเจ้าปัญญา (ขั้นที่ ๕ เข้าใจหลักของการเขียน) เล่มที่ ๗ นิทานพื้นบ้านอาเซียนประเทศลาว เรื่องภูท้าวภูนาง (ขั้นที่ ๖ ลองปรับเปลี่ยนร่วมเขียนบ้าง ) เล่มที่ ๘ นิทานพื้นบ้านอาเซียนประเทศสิงคโปร์ เรื่อง บาดังผู้ทรงพลัง (ขั้นที่ ๗ ลงมือสร้างผลงานตน) เล่มที่ ๙ นิทานพื้นบ้านอาเซียนประเทศพม่า เรื่อง หุ่นทั้งสี่ (ขั้นที่ ๗ ลงมือสร้างผลงานตนต่อ) เล่มที่ ๑๐ นิทานพื้นบ้านอาเซียนประเทศเวียดนาม เรื่อง จอมกะล่อน (ขั้นที่ ๘ ประเมินผลและชื่นชม) ข้อเสนอแนะในการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนกลอนสุภาพ ๑. ใช้ประกอบการเรียนการสอนเนื้อหาเรื่อง การเขียนกลอนสุภาพ ควบคู่กับหนังสือเรียนสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย ชุดภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ๒. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน อ่านเนื้อเรื่อง ทำกิจกรรมเสริมทักษะท้ายเล่ม และ แบบทดสอบหลังเรียน โดยครูผู้สอนเป็นผู้ให้คำแนะนำ และเฉลยคำตอบบางกิจกรรม


คำชี้แจง การแต่งกลอนสุภาพ หนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนกลอนสุภาพ ได้จัดทำขึ้นตามขั้นตอนการสอนเขียน บทร้อยกรองระดับประถมศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ๘ ขั้นตอน โดยเริ่มจากง่ายไปหายาก ตั้งแต่การเรียง ร้อยข้อความให้เป็นเรื่องราว การฝึกฝนคำสัมผัส การจัดคำคล้องจองตามจังหวะต่าง ๆ การศึกษารูปแบบของ ฉันทลักษณ์ การเข้าใจหลักในการเขียนบทร้อยกรอง การมีส่วนร่วมในการเขียนบทร้อยกรอง การลงมือเขียน บทร้อยกรองด้วยตนเอง จนถึงขั้นชื่นชมผลงาน ขั้นตอนการเขียนบทร้อยกรอง ๘ ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ ๑ เรียงร้อยความคิดตน เป็นขั้นที่ฝึกให้นักเรียนรู้จักการคิดอย่างต่อเนื่อง แล้วเขียนความคิดนั้น ออกมาเป็นร้อยแก้วข้อความสั้น ๆ เป็นประโยคหรือวลีก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนคำ และการสัมผัสตาม ลักษณะร้อยกรอง แต่ต้องให้ข้อความต่อเนื่องเป็นเรื่องเดียวกัน การฝึกให้รู้จักคิดและเรียบเรียงความคิดอย่าง ต่อเนื่องเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเขียน ขั้นที่ ๒ ฝึกฝนให้รู้สัมผัส เป็นการฝึกให้นักเรียนรู้จักคำสัมผัสคล้องจอง ซึ่งจำเป็นสำหรับการแต่งบท ร้อยกรองทุกประเภท ขั้นที่ ๓ รู้จักจัดคำคล้องจอง เป็นการฝึกให้นักเรียนรู้จักการหาคำคล้องจองที่มีจังหวะสัมผัสต่าง ๆ เช่น กลุ่มคำ ๒ คำ คำสุดท้ายของกลุ่มคำหน้าคล้องจองกับคำแรกของกลุ่มคำหลัง, กลุ่มคำ ๓ คำ คำสุดท้ายของ กลุ่มคำหน้า สัมผัสคล้องจองกับคำที่ ๑ หรือคำที่ ๒ ของกลุ่มคำหลัง เป็นต้น ขั้นที่ ๔ เห็นรูปของฉันทลักษณ์ เป็นขั้นการให้นักเรียนเห็นรูปแบบฉันทลักษณ์ของบทร้อยกรอง ซึ่งจะ กำหนดจำนวนวรรค จำนวนคำในแต่ละวรรค และตำแหน่งของคำที่ต้องการสัมผัส เป็นต้น ขั้นที่ ๕ เข้าใจหลักของการเขียน เป็นขั้นฝึกให้นักเรียนเข้าใจหลักและวิธีการเขียนบทร้อยกรอง ขั้นที่ ๖ ลองปรับเปลี่ยนร่วมเขียนบ้าง เป็นขั้นฝึกให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเขียน เช่น เรียงคำ คล้องจองใหม่ เติมคำที่หายไป เติมวรรคที่หายไป ปรับเปลี่ยนคำให้เหมาะสม เป็นต้น ขั้นที่ ๗ ลงมือสร้างผลงานตน เป็นขั้นที่นักเรียนเริ่มลงมือเขียนบทร้อยกรองของตนเอง เช่น การใส่คำ ตามผัง ลองเขียนเลียนแบบ ขึ้นต้นให้เขียนต่อ กำหนดหัวข้อให้ หรือให้เขียนโดยใช้ภาพนำ การรวมกลุ่มกัน เขียน และการเขียนเองตามลำพัง เป็นต้น ขั้นที่ ๘ ประเมินผล และชื่นชม เป็นขั้นการประเมินผลงานเขียนของนักเรียนและจัดกิจกรรมให้นักเรียน ชื่นชมผลงานของตนเอง สำหรับขั้นที่ ๘ เป็นขั้นที่ครูประเมินผลงาน และชื่นชมผลงานนักเรียน แยกเป็น ๒ ส่วน คือ ๑. ส่วนการประเมินผลงาน ๒. ส่วนการชื่นชมผลงาน ส่วนที่ ๑ การประเมินผลงาน ครูควรพิจารณาผลงานของนักเรียนว่ามีจุดเด่นอย่างไร แล้วชี้ให้เห็น เพื่อเป็นกำลังใจ ส่วนจุดด้อย นอกจากครูต้องชี้ให้เห็นแล้ว อาจให้ข้อเสนอแนะหรือร่วมกันคิดกับนักเรียนว่าควร จะปรับปรุงแก้ไขอย่างไรจึงจะดีขึ้น แนวการประเมินผลงานร้อยกรองของนักเรียนมีดังนี้ ๑. ด้านฉันทลักษณ์ ควรดูจำนวนคำในแต่ละวรรค การสัมผัสคล้องจองระหว่างวรรค ระหว่างบท หรือเสียงท้ายวรรค ว่าถูกต้องตามกฎเกณฑ์ฉันทลักษณ์ของบทร้อยกรองประเภทนั้น ๆ หรือไม่ ๒. ด้านเนื้อเรื่อง ควรดูว่าเรื่องตรงตามหัวข้อที่กำหนดหรือไม่ เนื้อเรื่องเป็นเรื่องเดียวกัน และมีการ เชื่อมโยงเป็นกระบวนความต่อเนื่องกันโดยตลอดหรือไม่


๓. ด้านการใช้ภาษา ควรดูว่านักเรียนใช้คำและสำนวนภาษาเหมาะสมกับเนื้อหาของเรื่องหรือไม่ ๔. ด้านความคิด ควรดูว่านักเรียนได้เสนอข้อคิดเห็นแนวทางที่เป็นคติเตือนใจไว้ในบทร้อยกรองอย่างไร มีความแปลกใหม่น่าสนใจเพียงใด ส่วนที่ ๒ การชื่นชมผลงาน ครูอาจจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ชื่นชมผลงานของตนเอง เช่น นำผลงานของนักเรียนอ่านให้เพื่อน ๆ ฟังหน้าห้อง หน้าเสาธง หรือในโอกาสจัดกิจกรรมต่าง ๆ นำผลงานนักเรียนมาแสดงละคร หรือแสดงบทบาทสมมุติ นำผลงานของนักเรียนมาจัดนิทรรศการ หรือติดบอร์ดไว้ในที่เปิดเผย นำผลงานนักเรียนไปลงในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร


นิทานพื้นบ้านประเทศกัมพูชา เรื่องหมาป่ากับกุ้งฝอย นานมาแล้ว ในช่วง ฤดูแล้ง บึงน้ำแห้ง ขอดไป ใจเหือดหาย กุ้งหอยปู อยู่ก้นบึง นอนเรียงราย รอวันตาย จำนวนมาก น่าเศร้าใจ มีหมาป่า ตัวหนึ่ง ผ่านมาเห็น หวังเอาเป็น อาหาร ทานมื้อใหญ่ เมื่อทำท่า จะจับ กุ้งทันใด กุ้งตะโกน ออกไป ห้ามทันที


เดี๋ยวก่อนท่าน หมาป่า ผู้ใหญ่ยิ่ง กว่าทุกสิ่ง ในป่า อันสุขศรี ขออภัย ก่อนกิน พวกเรานี้ ควรล้างน้ำ ให้ดี ก่อนอื่นใด


หมาป่านั้น เห็นด้วย กับกุ้งฝอย กุ้งตัวน้อย บอกหมาป่า น่าเลื่อมใส ให้หมาป่า หมอบตัว ลงทันใด กุ้งหอยปู น้อยใหญ่ เกาะขนพลัน


แล้วหมาป่า ก็พาไป หนองน้ำใหม่ มีน้ำใส ชำระล้าง ทุกสิ่งสรร กุ้งฝอยน้อย ใช้ปัญญา หลอกหมานั้น กลับไปพา เพื่อนมัน มาอีกที หมาป่านั้น หลงเชื่อ เจ้ากุ้งฝอย ทำตามกุ้ง ตัวน้อย อย่างขมี รีบกลับไป บึงน้ำแห้ง ไม่รอรี พาสัตว์มา โดยดี ถ้วนทุกตัว


บรรดาสัตว์ น้อยใหญ่ เมื่อมาพบ เห็นกันครบ ก็พร้อมใจ รีบมุดหัว ดำน้ำหาย กันหมดสิ้น กันทุกตัว ทิ้งหมาป่า แสนชั่ว ยืนงงงัน


หมาป่าเห็น กุ้งหอยปู มุดน้ำหาย โดนหลอกใช้ คิดแล้ว ใจโศกศัลย์ แสนโมโห เจ้ากุ้งฝอย ตัวน้อยนั้น ทำให้มัน เป็นหมาโง่ สุดเศร้าจริง


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จงรู้จักใช้ปัญญาเพื่อแก้ปัญหา


อ่านเพิ่มเติมความรู้ คำสัมผัสคล้องจอง คำสัมผัสคล้องจอง ได้แก่ กลุ่มคำที่มีเสียงสัมผัสคล้องจองกัน ในบทร้อยกรอง เรียกคำในลักษณะนี้ว่า คำสัมผัส คำสัมผัส แบ่งออกได้ ๒ อย่าง คือ ๑. สัมผัสสระ ได้แก่ คำที่ใช้เสียงสระเดียวกัน เช่น มะ – คะ – ละ , หนู - ปู่ – สู้ , ปา – หน้า – หา และถ้ามีตัวสะกด ต้องใช้ตัวสะกดในมาตราเดียวกัน เช่น วาน - งาน - การ, วัด – จัด - นัด ดังตัวอย่าง การเรียน เขียนอ่าน จานชาม ถามไถ่ ไฟฟ้า ๒. สัมผัสพยัญชนะ ได้แก่ คำที่มีพยัญชนะต้นเหมือนกัน หรือคล้ายกัน แต่สระ และตัวสะกดต่างกัน เช่น เก่ง – กาจ แก่น – แก้ว กล้า – แกร่ง เกรียว – กราว โขดเขิน เขาใหญ่ อยากเที่ยว ท่องไป เปล่าเปลี่ยว นั่งทอผ้า ผืนใหญ่ใหญ่ ยามหนาวเย็น เย็บเป็นเสื้อ


ภาคผนวก


แบบพัฒนาทักษะการเขียนบทร้อยกรอง (กลอนแปด) ตามกระบวนการขั้นที่ ๒ ฝึกฝนให้รู้สัมผัส **************************** กิจกรรมที่ ๑ ให้นักเรียนโยงคำคล้องจองจากสำนวนที่กำหนดให้ (๑๐ คะแนน) ๑. คนดี แกงร้อน ๒. ข้าเก่า ผีคุ้ม ๓. ข้าวแดง ปลายดี ๔. ข้าวยาก เต่าเลี้ยง ๕.จองหอง ขับสู้ ๖. ต้นร้าย หมากแพง ๗. ต้อนรับ ยามดี ๘. ตีปลา เก้าสิบ ๙. บอกเล่า หน้าไซ ๑๐. ฤกษ์งาม พองขน


แบบพัฒนาทักษะการเขียนบทร้อยกรอง (กลอนแปด) ตามกระบวนการขั้นที่ ๒ ฝึกฝนให้รู้สัมผัส **************************** กิจกรรมที่ ๒ ให้นักเรียนโยงคำคล้องจองจากสำนวนที่กำหนดให้ (๑๐ คะแนน) ตัวอย่าง ตื่นแต่ดึก สึกแต่หนุ่ม ๑. กินเหมือนหมู อยู่เหมือนหมา ๒. ฝนสั่งฟ้า ปลาสั่งหนอง ๓. หนักไม่เอา เบาไม่สู้ ๔. มดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ๕. รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ๖. เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน ๗. รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง ๘. สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ ๙. ฝนตกอย่าเชื่อดาว มีเมียสาวอย่าเชื่อแม่ยาย ๑๐. ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป


แบบพัฒนาทักษะการเขียนบทร้อยกรอง (กลอนแปด) ตามกระบวนการขั้นที่ ๒ ฝึกฝนให้รู้สัมผัส **************************** กิจกรรมที่ ๓ ให้นักเรียนต่อเติมคำคล้องจอง ต่อจากคำที่กำหนดให้ (๑๐ คะแนน) ๑. คำคล้องจอง ๑ พยางค์ ๑. นก ..................... ..................... ..................... ๒. ปลา ..................... ..................... ..................... ๒. คำคล้องจอง ๒ พยางค์ ๑. นกน้อย .............................. ............................... ๒. ไก่แจ้ .............................. ............................... ๓. คำคล้องจอง ๓ พยางค์ ๑. ภาษาไทย ................................ .................................... ๒. หนังสือพิมพ์ ................................ .................................... ๔. คำคล้องจอง ๔ พยางค์ ๑. สวัสดิการ ................................ .................................... ๒. ประดิดประดอย ................................ .................................... ๕. คำคล้องจอง ๕ พยางค์ ๑. พฤศจิกายน ................................ .................................... ๒. พฤหัสบดี ................................ .................................... ชื่อ...............................................................................ชั้น...................เลขที่.........


แบบพัฒนาทักษะการเขียนบทร้อยกรอง (กลอนแปด) ตามกระบวนการขั้นที่ ๒ ฝึกฝนให้รู้สัมผัส **************************** กิจกรรมที่ ๔ ให้นักเรียนต่อเติมคำคล้องจองจากสำนวน สุภาษิต คำพังเพย ต่อไปนี้ พร้อมกับโยงสัมผัส (๑๐ คะแนน) ชุดที่ ๑ คำคล้องจอง ๒ พยางค์ ๑. ก่อร่าง ........................ ๔. กรวดน้ำ ........................ ๒. ก่อกรรม ........................ ๕. กระต่าย ........................ ๓. ยกยอ ........................ ชุดที่ ๒ คำคล้องจอง ๓ พยางค์ ๑. ขิงก็รา ........................ ๔. แมวไม่อยู่ ........................ ๒. น้ำพึ่งเรือ ........................ ๕. มือถือสาก ........................ ๓. ชั่วช่างชี ........................ ชุดที่ ๓ คำคล้องจอง ๔ พยางค์ ๑. น้ำร้อนปลาเป็น ........................ ๔. คับที่อยู่ได้ ........................ ๒. ไก่งามเพราะขน ........................ ๕. ซื่อกินไม่หมด ........................ ๓. กินอยู่กับปาก ........................ ชุดที่ ๔ คำคล้องจอง ๕ พยางค์ ๑. คบคนให้ดูหน้า ................................................. ๒. ดูช้างให้ดูหาง ................................................. ๓. หุงข้าวประชดหมา ................................................. ๔. น้ำมาปลากินมด ................................................. ๕. พูดไปสองไพเบี้ย ................................................. ชื่อ...............................................................................ชั้น...................เลขที่.........


แบบทดสอบ คำสั่ง ให้นักเรียน รอบตัวอักษรหน้าคำตอบที่ถูกต้อง ๑. คำคล้องจองในบทร้อยกรองเรียกว่าอย่างไร ก. คำกลอน ข. คำสัมผัส ค. คำซ้ำ ง. คำเป็น ๒. คำสัมผัสแบ่งออกเป็นกี่แบบ ก. ๑ แบบ ข. ๒ แบบ ค. ๓ แบบ ง. ๔ แบบ ๓. คำที่ใช้สระเสียงเดียวกัน เรียกว่าสัมผัสอะไร ก. สัมผัสนอก ข. สัมผัสใน ค. สัมผัสสระ ง. สัมผัสพยัญชนะ ๔. คำที่มีพยัญชนะต้นเหมือนกัน แต่สระและตัวสะกดต่างกัน เป็นคำสัมผัสแบบใด ก. สัมผัสนอก ข. สัมผัสใน ค. สัมผัสสระ ง. สัมผัสพยัญชนะ ๕. คำว่า “บ้าน” สัมผัสกับคำใด ก. สาน ข. นก ค. ใหญ่ ง. ผึ้ง ๖. คำในข้อใดเป็นคำสัมผัสสระ ก. ปู่-อยู่ ข. เก่ง-กาจ ค. ยุ่ง-ยาก ง. ปลา-เปรี้ยว ๗. คำในข้อใดเป็นคำสัมผัสพยัญชนะ ก. กุ้ง-ไก่ ข. หนู-งู ค. ปลา-กา ง. เสือ-เรือ ๘. คำในข้อใดสัมผัสกับคำว่า “เด็กดี” ก. ก้อนหิน ข. แตงโม ค. สีฟ้า ง. ตุ๊กตา ๙. คำในข้อใดสัมผัสกับคำว่า “พ่อแม่” ก. ปู่ย่า ข. แก่เฒ่า ค. ดนตรี ง. โชคดี ๑๐.คำในข้อใดสัมผัสกับคำว่า “รถยนต์” ก. ปู่ย่า ข. แก่เฒ่า ค. ดนตรี ง. โชคดี


เฉลยแบบทดสอบ ๑. ข ๒. ข ๓. ค ๔. ง ๕. ก ๖. ก ๗. ก ๘. ค ๙. ข ๑๐. ค


เฉลยแบบพัฒนาทักษะการเขียนบทร้อยกรอง แบบพัฒนาทักษะการเขียนบทร้อยกรอง (กลอนแปด) ตามกระบวนการขั้นที่ ๒ ฝึกฝนให้รู้สัมผัส **************************** กิจกรรมที่ ๑ ให้นักเรียนโยงคำคล้องจองจากสำนวนที่กำหนดให้ (๑๐ คะแนน) ๑. คนดี แกงร้อน ๒. ข้าเก่า ผีคุ้ม ๓. ข้าวแดง ปลายดี ๔. ข้าวยาก เต่าเลี้ยง ๕.จองหอง ขับสู้ ๖. ต้นร้าย หมากแพง ๗. ต้อนรับ ยามดี ๘. ตีปลา เก้าสิบ ๙. บอกเล่า หน้าไซ ๑๐. ฤกษ์งาม พองขน


แบบพัฒนาทักษะการเขียนบทร้อยกรอง (กลอนแปด) ตามกระบวนการขั้นที่ ๒ ฝึกฝนให้รู้สัมผัส **************************** กิจกรรมที่ ๒ ให้นักเรียนโยงคำคล้องจองจากสำนวนที่กำหนดให้ (๑๐ คะแนน) ตัวอย่าง ตื่นแต่ดึก สึกแต่หนุ่ม ๑. กินเหมือนหมู อยู่เหมือนหมา ๒. ฝนสั่งฟ้า ปลาสั่งหนอง ๓. หนักไม่เอา เบาไม่สู้ ๔. มดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ๕. รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ๖. เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน ๗. รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง ๘. สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ ๙. ฝนตกอย่าเชื่อดาว มีเมียสาวอย่าเชื่อแม่ยาย ๑๐. ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป


แบบพัฒนาทักษะการเขียนบทร้อยกรอง (กลอนแปด) ตามกระบวนการขั้นที่ ๒ ฝึกฝนให้รู้สัมผัส **************************** กิจกรรมที่ ๓ ให้นักเรียนต่อเติมคำคล้องจอง ต่อจากคำที่กำหนดให้ ๑. คำคล้องจอง ๑ พยางค์ ๑. นก หก ปก ตก ๒. ปลา กา หา นา ๒. คำคล้องจอง ๒ พยางค์ ๑. นกน้อย สร้อยคอ ต่อเติม ๒. ไก่แจ้ แก่เฒ่า เข้าใจ ๓. คำคล้องจอง ๓ พยางค์ ๑. ภาษาไทย ไปไถนา ฟ้าสดใส ๒. หนังสือพิมพ์ ริมฝั่งโขง โรงเรียนดี ๔. คำคล้องจอง ๔ พยางค์ ๑. สวัสดิการ นิทานอีสป เคารพนับถือ ๒. ประดิดประดอย ต่ำต้อยด้อยค่า ราคาย่อมเยา ๕. คำคล้องจอง ๕ พยางค์ ๑. พฤศจิกายน ฝึกฝนเขียนบทกลอน สั่งสอนให้ทำดี ๒. พฤหัสบดี มากมีด้วยเงินทอง พี่น้องสามัคคี


แบบพัฒนาทักษะการเขียนบทร้อยกรอง (กลอนแปด) ตามกระบวนการขั้นที่ ๒ ฝึกฝนให้รู้สัมผัส **************************** กิจกรรมที่ ๔ ให้นักเรียนต่อเติมคำคล้องจองจากสำนวน สุภาษิต คำพังเพย ต่อไปนี้ พร้อมกับโยงสัมผัส ชุดที่ ๑ คำคล้องจอง ๒ พยางค์ ๑. ก่อร่าง สร้างตัว ๔. กรวดน้ำ คว่ำขัน ๒. ก่อกรรม ทำเวร ๕. กระต่าย หมายจันทร์ ๓. ยกยอ ปอปั้น ชุดที่ ๒ คำคล้องจอง ๓ พยางค์ ๑. ขิงก็รา ข่าก็แรง ๔. แมวไม่อยู่ หนูร่าเริง ๒. น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ๕. มือถือสาก ปากถือศีล ๓. ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ชุดที่ ๓ คำคล้องจอง ๔ พยางค์ ๑. น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย ๔. คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก ๒. ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ๕. ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน ๓. กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง ชุดที่ ๔ คำคล้องจอง ๕ พยางค์ ๑. คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ ๒. ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ๓. หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว ๔. น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา ๕. พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง


บรรณานุกรม กระปุกดอทคอม. รู้จักนิทานพื้นบ้านของประเทศประชาคมอาเซียน. เข้าถึงได้จาก : http://aec.kapook.com/view49547.html. [27 มีนาคม ๒๕๕๕] ประคอง นิมมานเหมินทร์. นิทานพื้นบ้านศึกษา. กรุงเทพฯ : โครงการตำรา และอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๓. ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. กวีนิพนธ์ไทย. มหาสารคาม : สถาบันราชภัฏ มหาสารคาม, ม.ป.ป. เทศบาล ๔ วัดต้โพธิ์ค้ำ, โรงเรียน. หลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กาฬสินธุ์ : โรงพิมพ์กาฬสินธุ์ การพิมพ์, ๒๕๕๒. มิ่งขวัญ กิตติวรรณกร. การสอนบทร้อยกรองสู่การสร้างยุวกวีในโรงเรียน. กรุงเทพฯ : ไอ.คิว. เซ็นเตอร์, ม.ป.ป.. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๒. กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น , ๒๕๔๗. วชิราภรณ์ น้อยยม. นิทานอาเซียน ๑๐ ประเทศ. เข้าถึงได้จาก : http://region4.prd.go.th. [๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕] ศึกษาธิการ,กระทรวง.กรมวิชาการ. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว, ๒๕๕๔. .หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต วรรณคดีลำนำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว , ๒๕๕๔. .ตัวชี้วัดและสารการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย จำกัด , ๒๕๕๑. สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร, หน่วยศึกษานิเทศก์. คู่มือพัฒนาทักษะการเขียนบทร้อยกรอง : กลอนแปด ดอกสร้อย สักวา. กรุงเทพฯ : ชุมนุมการเกษตรแห่งประเทศไทย, ๒๕๕๑. เอกรินทร์ สี่มหาศาล และคณะ. ภาษาไทย ป.๖. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพฯ : บริษัทอักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด, ๒๕๕๑.


ประวัติผู้แต่ง ชื่อ-สกุล : นางอรุณรัตน์ ระวิโชติ เกิด : ๙ พฤษภาคม ๒๕๒๓ การศึกษา : ปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ ๑) สาขา จิตวิทยาและการแนะแนว วิชาโทภาษาไทย : สถาบันราชภัฏมหาสารคาม : ปริญญาโท ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขา การบริหารการศึกษา : มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี สถานที่ทำงาน : โรงเรียนเทศบาล ๔ เฉลิมพระเกียรติ สำนักการศึกษา เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ตำแหน่งปัจจุบัน : ครู วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ ที่อยู่ : ๑๒ หมู่ ๑๙ บ้านดงบ่อ ตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้วาดภาพ : นางสาวบุษบง ศิริบัติ


Click to View FlipBook Version