41
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ +1 0 1 ขอ้ เสนอแนะ
5. อธิบายโพลาไรเซชันของแสง แสงไม่โพลาไรสแ์ ละแสงโพลา
ไรส์เชงิ เส้น
ข้อ 32. เม่ือส่งคลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ ออกไป ถ้าสนามไฟฟ้าเปลี่ยน
ทศิ ทางกลับไปกลับมาในระนาบเดยี วกัน จะเกิดคล่ืน
แมเ่ หล็กไฟฟ้าชนิดใด
ก. คลน่ื แสง ข. คลนื่ วทิ ยุ
ค. คลืน่ โทรทัศน์ ง. คลืน่ โพลาไรส์
ขอ้ 33. เพราะเหตใุ ดแสงจากแหลง่ กาเนิดคล่ืนจงึ เป็นแสงไม่
โพลาไรส์
ก. สนามไฟฟ้าของแสงท่ีส่งออกมาจากแหลง่ กาเนิดมีทิศ
เหมือนกนั
ข. สนามไฟฟา้ ของแสงที่ส่งออกมาจากแหล่งกาเนดิ มีทิศต่างๆ
กัน
ค. สนามไฟฟา้ ของแสงทส่ี ง่ ออกมาจากแหล่งกาเนดิ มีทิศ
ตรงกันขา้ ม
ค. สนามไฟฟา้ ของแสงที่สง่ ออกมาจากแหล่งกาเนดิ ไมม่ ี
ทิศทาง
ขอ้ 34. เม่ือแสงไม่โพลาไรสต์ กกระทบผิววตั ถุ ถ้ามุมตกกระทบทา
ให้รงั สสี ะทอ้ นทามุม 90 องศากับรงั สีหักเหในวัตถุ แสง
สะทอ้ นจะมีลักษณะต่อไปน้ี ยกเว้น ขอ้ ใด
ก. เป็นแสงโพลาไรส์
ข. มีมมุ โพลาไรส์ หรอื มุมบรสู เตอร์
ค. สนามไฟฟ้าตัง้ ฉากกับระนาบของการหักเห
ง. สนามไฟฟ้าตั้งฉากกับระนาบของการสะท้อน
ขอ้ 35. เม่ือแสงอาทิตย์กระทบโมเลกุลอากาศจะเกดิ สิง่ ต่อไปนี้
ยกเว้น ข้อใด
ก. สนามไฟฟา้ ของแสงจะทาใหอ้ ิเล็กตรอนในโมเลกลุ สน่ั
ข. อิเลก็ ตรอนทีเ่ คลื่อนทใี่ นแนวดง่ิ จะใหแ้ สงโพลาไรสใ์ นแนว
ระดบั
ค. สนามไฟฟา้ ในแนวดง่ิ จะทาให้อิเล็กตรอนในโมเลกลุ อากาศ
เคลื่อนท่ีไปมาในแนวด่ิง
ง. สนามไฟฟ้าในแนวระดับจะทาใหอ้ ิเลก็ ตรอนในโมเลกุล
อากาศเคลื่อนท่ไี ปมาในแนวระดับ
42
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ +1 0 -1 ขอ้ เสนอแนะ
5. อธิบายโพลาไรเซชันของแสง แสงไม่โพลาไรส์และแสงโพลา
ไรสเ์ ชงิ เสน้
ขอ้ 36. ถ้ามุมวกิ ฤตของนลิ เท่ากบั 34.4 องศา มมุ บรูสเตอร์ของ
นิลในอากาศมีคา่ เท่าไร
ก. 40.5 องศา ข. 50.5 องศา
ค. 60.5 องศา ง. 70.5 องศา
ข้อ 37. แสงเคลอ่ื นทใ่ี นนา้ ตกกระทบแผ่นแกว้ ซ่ึงมีดรรชนหี กั เห
1.53 มมุ ตกกระทบท่ที าให้แสงสะท้อนจากผวิ แก้วเป็นแสง
โพลาไรสม์ ีคา่ เทา่ ไร
ก. 30.0 องศา ข. 37.0 องศา
ค. 45.0 องศา ง. 49.0 องศา
ข้อ 38. แสงเคล่ือนท่ใี นอากาสตพกระทบผิวน้าดว้ ยมมุ ตกกระทบ
ที่มคี ่าเท่าไร จึงทาให้แสงสะท้อนจากผิวน้าเป็นแสง
โพลาไรส์ เมื่อดชั นหี ักเหของนา้ 1.33
ก. 60.2 องศา ข. 53.1 องศา
ค. 37.3 องศา ง. 30.0 องศา
ขอ้ 39. แสงสีแดงเคลือ่ นทใ่ี นสุญญากาศตกกระทบแผ่นแกว้ โดยมี
มุมตกกรับเป็นมุมบรสู เตอร์ ถา้ แสงสแี ดงหักเหในแผ่นแก้ว
32.0 องศา ดรรชนีหักเหของแก้วและมุมบรสู เตอรม์ คี า่
เท่าไร
ก. 1.50 และ 58.0 องศา
ข. 1.50 และ 60.0 องศา
ค. 1.60 และ 58.0 องศา
ค. 1.60 และ 60.0 องศา
ขอ้ 40. มาลีใชแ้ ผน่ แก้วซง่ึ มดี รรชนหี กั เห 1.57 โพลาไรสแ์ สงใน
อากาศ เมอื่ แสงหักเหในแผน่ แก้วมุมหักเหมีคา่ เท่าไร
ก. 32.5 องศา ข. 33.4 องศา
ค. 34.3 องศา ง. 35.2 องศา
43
ตารางการวเิ คราะห์คุณภาพแบบทดสอบหนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 18
เรอื่ ง คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
ขอ้ ที่ RL RH p r IOC ผลการตรวจสอบคุณภาพ ผลการคัดเลือก
1. 0 7 0.44 0.88 1 ใชไ้ ด้
2. 0 5 0.31 0.63 1 ใช้ได้
3. 0 7 0.44 0.88 1 ใช้ได้
4. 4 3 0.44 -0.13 1 ใชไ้ มไ่ ด้
5. 1 7 0.50 0.75 1 ใช้ได้
6. 3 7 0.63 0.50 1 ใช้ได้
7. 3 6 0.56 0.38 1 ใช้ได้
8. 0 7 0.44 0.88 1 ใชไ้ ด้
9. 0 5 0.31 0.63 1 ใชไ้ ด้
10. 0 7 0.44 0.88 1 ใชไ้ ด้
11. 3 8 0.69 0.63 1 ใช้ได้
12. 4 3 0.44 -0.13 1 ใช้ไมไ่ ด้
13. 1 7 0.50 0.75 1 ใชไ้ ด้
14. 0 7 0.44 0.88 1 ใชไ้ ด้
15. 3 7 0.63 0.50 1 ใช้ได้
16. 3 6 0.56 0.38 1 ใช้ได้
17. 0 7 0.44 0.88 1 ใช้ได้
18. 4 6 0.63 0.25 1 ใช้ได้
19. 3 8 0.69 0.63 1 ใช้ได้
20. 4 3 0.44 -0.13 1 ใช้ไมไ่ ด้
21. 1 7 0.50 0.75 1 ใชไ้ ด้
22. 0 4 0.25 0.50 1 ใช้ได้
23. 0 7 0.44 0.88 1 ใช้ได้
24. 0 5 0.31 0.63 1 ใชไ้ ด้
25. 3 7 0.63 0.50 1 ใช้ได้
44
ขอ้ ท่ี RH RL P r IOC ผลการตรวจสอบคุณภาพ ผลการคัดเลอื ก
26. 3 6 0.56 0.38 1 ใช้ได้
27. 0 7 0.44 0.88 1 ใช้ได้
28. 0 7 0.44 0.88 1 ใชไ้ ด้
29. 0 5 0.31 0.63 1 ใชไ้ ด้
30. 0 4 0.25 0.50 1 ใชไ้ ด้
31. 3 6 0.56 0.38 1 ใช้ได้
32. 0 7 0.44 0.88 1 ใชไ้ ด้
33. 0 5 0.31 0.63 1 ใช้ได้
34. 0 7 0.44 0.88 1 ใช้ได้
35. 0 4 0.25 0.50 1 ใช้ได้
36. 3 7 0.63 0.50 1 ใช้ได้
37. 3 7 0.63 0.50 1 ใชไ้ ด้
38. 0 5 0.31 0.63 1 ใชไ้ ด้
39. 8 3 0.69 -0.63 1 ใช้ไม่ได้
40. 3 7 0.63 0.50 1 ใชไ้ ด้
ผลการวิเคราะห์คณุ ภาพขอ้ สอบแบบอิงกลุ่มของแบบทดสอบ เรอื่ ง คลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้ พบวา่ ขอ้ สอบ
ท่ีมีคุณภาพผ่านเกณฑ์มีจานวน 36 ข้อ ได้แก่ ข้อ1,2,3,5,6,7,8,9,10,11,13,14,15,16,17,18,19,21,22,23,
24,25,26,27,28,29,30,31,32,33,34,35,36,37,38 และข้อ 40 ผู้ออกข้อสอบคัดเลือกไว้ใช้จริงจานวน 20 ข้อ
ได้แก่ ข้อ 1,3,5,8,10,13,17,19,21,24,25,27,28,29,32,33,35,36,37 และข้อ 40 ซ่ึงความเชื่อมั่น(KR-20)
ของแบบทดสอบท้ังฉบบั (20 ข้อ) มีคา่ เท่ากับ 0.921202
45
ตารางวิเคราะห์คณุ ภาพข้อสอบแบบอิงเกณฑ์ของแบบทดสอบหนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 18
เรอ่ื ง คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้า “ด้านความร”ู้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ท่ี 1 อธบิ ายการเกดิ คลน่ื แม่เหล็กไฟฟ้า
ข้อที่ L U IOC P B คณุ ภาพขอ้ สอบ นาไปใชจ้ รงิ
1. 20 10 1 0.44 1.1 ใช้ไมไ่ ด้
2. 17 13 1 0.31 0.694 ใชไ้ ด้
3. 20 10 1 0.43 1.1 ใช้ไมไ่ ด้
4. 18 12 1 0.43 0.83 ใช้ได้
5. 15 15 1 0.5 0.416 ใชไ้ ด้
6. 12 18 1 0.62 0 ใชไ้ ด้
8
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูท้ ี่ 2 อธบิ ายลกั ษณะเฉพาะของคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า
ข้อที่ L U IOC P B คุณภาพขอ้ สอบ นาไปใชจ้ ริง
7. 12 18 1 0.6 0 ใช้ได้
8. 21 9 1 0.44 1.35 ใช้ไมไ่ ด้
9. 18 12 1 0.31 0.83 ใช้ได้
10. 21 9 1 0.44 1.25 ใช้ไมไ่ ด้
11. 14 16 1 0.69 0.27 ใชไ้ ด้
12. 18 12 1 0.44 0.83 ใชไ้ ด้
13. 15 15 1 0.44 0 ใช้ได้
14. 21 9 1 0.63 0 ใช้ได้
46
จุดประสงคก์ ารเรียนรทู้ ่ี 3 อธบิ ายความหมายของสเปกตรมั คล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
ขอ้ ที่ L U IOC P B คุณภาพข้อสอบ นาไปใช้จริง
15. 12 18 1 0.56 0 ใชไ้ ด้
16. 12 18 1 0.44 0 ใช้ได้
17. 21 9 1 0.63 1.25 ใช้ไมไ่ ด้
18. 14 16 1 0.69 0.27 ใช้ได้
19. 14 16 1 0.44 0.27 ใช้ได้
20. 18 12 1 0.44 0.83 ใชไ้ ด้
21. 15 15 1 0.50 0.416 ใช้ได้
22. 18 12 1 0.25 0.83 ใช้ได้
จุดประสงค์การเรียนรทู้ ี่ 4 อธิบายการนาคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้าในชว่ งความถ่ีต่าง ๆ ไปประยุกตใ์ ช้
ขอ้ ท่ี L U IOC P B คณุ ภาพขอ้ สอบ นาไปใชจ้ รงิ
23. 20 10 1 0.44 1.1 ใช้ไมไ่ ด้
24. 17 13 1 0.31 0.694 ใชไ้ ด้
25. 11 19 1 0.63 0.138 ใช้ได้
26. 11 19 1 0.56 0.138 ใช้ได้
27. 21 9 1 0.44 1.25 ใช้ไมไ่ ด้
28. 20 10 1 0.44 1.1 ใช้ไมไ่ ด้
29. 17 13 1 0.31 0.694 ใชไ้ ด้
30. 18 12 1 0.25 0.83 ใช้ได้
31. 12 18 1 0.56 0 ใชไ้ ด้
47
จุดประสงค์การเรียนรทู้ ี่ 5 อธิบายโพลาไรเซชนั ของแสง แสงไมโ่ พลาไรส์และแสงโพลาไรสเ์ ชิงเสน้
ขอ้ ที่ L U IOC P B คุณภาพข้อสอบ นาไปใชจ้ รงิ
32. 21 9 1 0.44 1.25 ใช้ไมไ่ ด้
33. 18 12 1 0.31 0 ใชไ้ ด้
34. 21 9 1 0.44 1.25 ใช้ไม่ได้
35. 18 12 1 0.25 0 ใช้ได้
36. 15 15 1 0.63 0.416 ใช้ได้
37. 6 24 1 0.63 0.83 ใช้ได้
38. 18 12 1 0.31 0 ใชไ้ ด้
39. 14 16 1 0.69 0.27 ใชไ้ ด้
40. 6 24 1 0.63 0.83 ใช้ได้
ผลการวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบแบบอิงเกณฑ์ของแบบทดสอบ เรื่อง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า พบว่า
ขอ้ สอบทมี่ คี ณุ ภาพผา่ นเกณฑม์ ีจานวน 30 ข้อ ไดแ้ ก่ ข้อ 1,2,3,5,6,7,8,9,10,11,13,14,15,16,17,18,19,21,
22,23, 24,25,26,27,28,29,30,31,32,33,34,35,36,37,38 และข้อ 40 ผู้ออกข้อสอบคัดเลือกไว้ใช้จรงิ จานวน
20 ข้อ ได้แก่ ข้อ 2,4,5,7,9,11,12,18,19,20,21,22,24,26,29,30,36,37,39 และข้อ 40 ซ่ึงความเช่ือมั่น
( ) ของแบบทดสอบทง้ั ฉบับ (20 ข้อ) มคี า่ เท่ากบั 0.927386
48
แบบทดสอบหนว่ ยการเรียนรู้ที่ 18
เร่ือง คลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้
คาชแ้ี จง
1. แบบทดสอบฉบบั นี้เปน็ แบบปรนยั จานวน 20 ขอ้ 10
2. แบบทดสอบมที ้งั หมด 3 หนา้
3. เวลา 1.50 ชวั่ โมง
คาส่งั ให้นักเรียนเลอื กคาตอบทีถ่ ูกต้องที่สดุ เพียง 1 ขอ้ แลว้ ทาเคร่ืองหมาย ลงบนกระดาษคาตอบ
1. จากสมมตฐิ านของแมกซ์เวลส์พบวา่ การเปลย่ี นแปลงสนามไฟฟา้ จะทาใหเ้ กิดอะไร
ก. แรงดนั ข. กระแสไฟฟา้
ค. สนามแม่เหลก็ ง. แรงเคล่ือนไฟฟ้า
2. คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า คือคล่ืนสนามแม่เหล็กและคลื่นสนามไฟฟ้าที่เปล่ียนแปลง คล่ืนทั้งสองมีปริมาณใดท่ี
เท่ากนั
ก. ขนาด เฟส คาบ
ข. ขนาด ความถี่ เฟส
ค. ความถี่ เฟส ความเร็ว
ง. ความถ่ี คาบ ความเรว็ แอมพลจิ ดู
3. ตามทฤษฎีคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าของแม็กซ์เวลล์ เมื่อเรานาเครื่องมือที่สามารถวัด สนามไฟฟ้าของคล่ืน
แม่เหล็กไฟฟ้าได้ไปตั้งไว้ในที่โล่งท่ีซึ่งมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเดินทางผ่าน เคร่ืองมือควรจะแสดงอาการ
อยา่ งไร ให้เราทราบ
ก. สนามไฟฟ้ามีคา่ คงตวั
ข. สนามไฟฟ้ามคี ่าเป็นศูนย์
ค. สนามไฟฟ้ามคี า่ ไมแ่ น่นอน
ง. สนามไฟฟา้ เปลีย่ นแปลง แบบซมิ เปิลฮาร์มอนกิ
4. คลน่ื แม่เหล็กไฟฟา้ ชนดิ ใดท่ีสะทอ้ นได้ดที ่บี รรยากาศชน้ั ไอโอโนสเฟียร์
ก. คลนื่ เรดาร์ ข. คลืน่ โทรทัศน์
ข. คลนื่ วิทยเุ อเอม็ ง. คลน่ื อินฟราเรด
5. คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าชนดิ ใดท่ีใช้ประโยชน์ในการถนอมอาหาร
ก. คลืน่ ไมโครเวฟ ข. รังสีแกมมา
ข. รังสอี นิ ฟราเลต ง. รังสีอลั ตราไวโอเลต
49
6. คลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ ในขอ้ ใดท่มี ีพลงั งานมากทีส่ ุด
ก. คล่นื แสง ข. รงั สเี อกซ์
ค. คล่ืนไมโครเวฟ ง. รงั สีอัลตราไวโอเลต
7. สเปกตรมั ของคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟ้าท่มี ีอานาจทะลทุ ะลวงร่างกายได้ คือคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ชนิดใด
ก. คลื่นแสง ข. รงั สีแกมมา
ค. รงั สีอนิ ฟาเรด ง. รังสีอัลตราไวโอเลต
8. คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ทุกชนดิ ขณะเคล่ือนท่ใี นสุญญากาศมีส่ิงหนงึ่ เทา่ กันเสมอ คอื ปริมาณใด
ก. ความถี่ ข. ความเร็ว
ค. แอมปลจิ ูด ง. ความยาวคลน่ื
9. ในสเปกตรัมของคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า พบว่ามีคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า หลายชนิดตามแหล่งกาเนิดและวิธีการ
ตรวจจบั ที่ต่างกันในบรรดาคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ เหล่านนั้ จะมีสมบัติหน่ึงทเี่ หมือนกันคือตวั เลอื กใด
ก. อตั ราเรว็ เทา่ แสง ข. พลงั งานเท่ากนั
ค. ทาปฏกิ ริ ิยากับฟิลม์ ถา่ ยรปู ง. ทาใหอ้ ากาศแตกตวั เป็นไอออน
10. กรมปา่ ไม้ได้เดนิ ทางคน้ หาสัตวป์ ่าในที่มืดเพ่ือการศึกษา กรมปา่ ไม้ควรใชค้ ลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้าชนดิ ใด
ก. รังสีเอกซ์ ข. รังสแี กมม
ค. รงั สีอินฟาเรด ง. คลื่นไมโครเวฟ
11. รงั สอี นิ ฟาเรดสามารถนามาใชป้ ระโยชนไ์ ดใ้ นเร่ืองใด
ก. การส่ือสาร ข. รักษาโรคมะเรง็
ค. ตรวจดอู วัยวะภายใน ง. รักษาโรคผิวหนงั บางชนิด
12. คลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้าชนดิ ใด ใช้ในการตรวจอาวุธหรือระเบดิ ในกระเปา๋ เดินทางบรเิ วณด่านตรวจคนเขา้ เมือง
ก. รงั สเี อกซ์ ข. คลืน่ วิทยุ
ค. รังสแี กมมา ง. คลืน่ ไมโครเวฟ
13. คลน่ื แม่เหล็กไฟฟ้าชนิดใดท่ีใชเ้ ปน็ แหลง่ กาเนิดความร้อนได้
ก. รังสีเอกซ์ ข. คลน่ื วิทยุ
ข. ค. รังสีแกมมา ง. คลื่นไมโครเวฟ
14. ถา้ นอ๊ ตต้องการตรวจสอบรอยรา้ วของสว่ นประกอบสงิ่ กอ่ สร้าง น๊อตควรเลือกใช้คลืน่ แม่เหลก็ ชนิดใด
ก. รงั สีแกมมา ข. คลืน่ วิทยุ
ค. รงั สเี อกซ์ ง. คลนื่ ไมโครเวฟ
50
15. เม่ือส่งคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าออกไป ถ้าสนามไฟฟ้าเปลี่ยนทศิ ทางกลับไปกลับมาในระนาบเดยี วกนั จะเกิด
คล่ืนแม่เหล็กไฟฟา้ ชนิดใด
ก. คล่ืนแสง ข. คลน่ื วทิ ยุ
ค. คลืน่ โทรทัศน์ ง. คล่ืนโพลาไรส์
16. เพราะเหตุใดแสงจากแหลง่ กาเนดิ คล่ืนจงึ เปน็ แสงไมโ่ พลาไรส์
ก. สนามไฟฟา้ ของแสงทีส่ ง่ ออกมาจากแหล่งกาเนดิ มีทศิ เหมือนกัน
ข. สนามไฟฟา้ ของแสงทีส่ ่งออกมาจากแหล่งกาเนิดมีทศิ ตา่ ง ๆ กนั
ค. สนามไฟฟา้ ของแสงที่ส่งออกมาจากแหลง่ กาเนิดมีทศิ ตรงกันขา้ ม
ง. สนามไฟฟ้าของแสงท่ีสง่ ออกมาจากแหล่งกาเนิดไมม่ ีทศิ ทาง
17. เมือ่ แสงอาทิตย์กระทบโมเลกุลอากาศจะเกดิ สงิ่ ต่อไปน้ี ยกเว้น ข้อใด
ก. สนามไฟฟ้าของแสงจะทาใหอ้ ิเล็กตรอนในโมเลกุลส่ัน
ข. อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่ในแนวดิ่งจะให้แสงโพลาไรส์ในแนวระดบั
ค. สนามไฟฟ้าในแนวดงิ่ จะทาให้อเิ ลก็ ตรอนในโมเลกุลอากาศเคลือ่ นที่ไปมาในแนวดิง่
ง. สนามไฟฟ้าในแนวระดบั จะทาให้อิเลก็ ตรอนในโมเลกลุ อากาศเคลือ่ นที่ไปมาในแนวระดับ
18. ถา้ มมุ วกิ ฤตของนลิ เท่ากับ 34.4 องศา มุมบรสู เตอรข์ องนลิ ในอากาศมคี ่าเท่าไร
ก. 40.5 องศา ข. 50.5 องศา
ค. 60.5 องศา ง. 70.5 องศา
19. แสงเคลือ่ นที่ในน้าตกกระทบแผ่นแก้วซึ่งมดี รรชนหี ักเห 1.53 มมุ ตกกระทบทท่ี าใหแ้ สงสะท้อนจากผวิ แก้ว
เปน็ แสงโพลาไรสม์ ีค่าเทา่ ไร
ก. 30.0 องศา ข. 37.0 องศา
ค. 45.0 องศา ง. 49.0 องศา
20 มาลีใช้แผ่นแก้วซึ่งมีดรรชนีหักเห 1.57 โพลาไรส์แสงในอากาศ เม่ือแสงหักเหในแผ่นแก้วมุมหักเหมีค่า
เทา่ ไร
ก. 32.5 องศา ข. 33.4 องศา
ค. 34.3 องศา ง. 35.2 องศา
51
กระดาษคาตอบ แบบทดสอบหนว่ ยการเรียนรู้ที่ 18
เร่ือง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ช่อื -สกุล..........................................................................ชัน้ ............................เลขท.ี่ ..................................
ตวั เลือก กขคง
ขอ้
1)
2)
3)
4)
5)
6)
7)
8)
9)
10)
11)
12)
13)
14)
15)
16)
17)
18)
19)
20)
52
เฉลยแบบทดสอบหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 18
เร่อื ง คล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้า
คาชี้แจง
4. แบบทดสอบฉบบั น้ีเปน็ แบบปรนยั จานวน 20 ข้อ 10
5. แบบทดสอบมที ั้งหมด 2 หน้า
6. เวลา 1.50 ชั่วโมง
คาสั่ง คะแนนใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องทีส่ ดุ เพียง 1 ข้อ กากบากลงบนกระดาษคาตอบท่แี จกให
1. จากสมมตฐิ านของแมกซเ์ วลสพ์ บวา่ การเปลีย่ นแปลงสนามไฟฟ้าจะทาให้เกดิ อะไร
ก. แรงดัน ข. กระแสไฟฟ้า
ค. สนามแมเ่ หล็ก ง. แรงเคลอื่ นไฟฟา้
2. คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า คือคล่ืนสนามแม่เหล็กและคลื่นสนามไฟฟ้าที่เปล่ียนแปลง คลื่นทั้งสองมีปริมาณใดที่
เทา่ กัน
ก. ขนาด เฟส คาบ
ข. ขนาด ความถ่ี เฟส
ค. ความถ่ี เฟส ความเรว็
ง. ความถ่ี คาบ ความเร็ว แอมพลจิ ูด
3. ตามทฤษฎีคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าของแม็กซ์เวลล์ เมื่อเรานาเคร่ืองมือท่ีสามารถวัด สนามไฟฟ้าของคลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้าได้ไปตั้งไว้ในที่โล่งท่ีซ่ึงมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเดินทางผ่าน เครื่องมือควรจะแสดงอาการ
อย่างไร ให้เราทราบ
ก. สนามไฟฟ้ามีคา่ คงตัว
ข. สนามไฟฟ้ามคี า่ เปน็ ศนู ย์
ค. สนามไฟฟา้ มีคา่ ไม่แนน่ อน
ง. สนามไฟฟ้าเปลยี่ นแปลง แบบซมิ เปิลฮาร์มอนกิ
4. คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้าชนดิ ใดทส่ี ะท้อนได้ดที ีบ่ รรยากาศช้ันไอโอโนสเฟียร์
ก. คลนื่ เรดาร์ ข. คล่นื โทรทัศน์
ค. คลน่ื วิทยเุ อเอ็ม ง. คลืน่ อนิ ฟราเรด
5. คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ชนดิ ใดทใี่ ชป้ ระโยชนใ์ นการถนอมอาหาร
ก. คล่นื ไมโครเวฟ ข. รังสีแกมมา
ค. รังสีอินฟราเลต ง. รงั สอี ลั ตราไวโอเลต
53
6. คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าในขอ้ ใดท่มี ีพลงั งานมากท่ีสุด
ก. คล่ืนแสง ข. รงั สีเอกซ์
ค. คลื่นไมโครเวฟ ง. รงั สีอลั ตราไวโอเลต
7. สเปกตรัมของคล่นื แม่เหล็กไฟฟ้าท่ีมีอานาจทะลทุ ะลวงร่างกายได้ คือคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟา้ ชนดิ ใด
ก. คลื่นแสง ข. รังสแี กมมา
ค. รังสีอินฟาเรด ง. รังสอี ัลตราไวโอเลต
8. คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ ทุกชนดิ ขณะเคลื่อนทใ่ี นสุญญากาศมีส่งิ หนึง่ เท่ากันเสมอ คือปริมาณใด
ก. ความถ่ี ข. ความเรว็ ค. แอมปลิจดู ง. ความยาวคลนื่
9. ในสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า พบว่ามีคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า หลายชนิดตามแหล่งกาเนิดและวิธีการ
ตรวจจับทีต่ า่ งกนั ในบรรดาคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ เหล่าน้ันจะมีสมบตั หิ นงึ่ ท่ีเหมือนกนั คือตวั เลือกใด
ก. อตั ราเรว็ เท่าแสง ข. พลังงานเทา่ กัน
ค. ทาปฏิกริ ยิ ากบั ฟิล์มถ่ายรปู ง. ทาให้อากาศแตกตัวเปน็ ไอออน
10. กรมป่าไมไ้ ด้เดนิ ทางคน้ หาสัตวป์ ่าในทมี่ ืดเพ่ือการศึกษา กรมป่าไมค้ วรใช้คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ชนิดใด
ก. รงั สีเอกซ์ ข. รงั สีแกมม
ค. รังสอี ินฟาเรด ง. คลนื่ ไมโครเวฟ
11. รังสอี ินฟาเรดสามารถนามาใชป้ ระโยชนไ์ ดใ้ นเร่ืองใด
ก. การส่ือสาร ข. รกั ษาโรคมะเร็ง
ค. ตรวจดอู วยั วะภายใน ง. รกั ษาโรคผิวหนงั บางชนดิ
12. คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าชนดิ ใด ใช้ในการตรวจอาวธุ หรอื ระเบิดในกระเป๋าเดินทางบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง
ก. รังสีเอกซ์ ข. คลื่นวิทยุ
ค. รงั สีแกมมา ง. คลืน่ ไมโครเวฟ
13. คล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ ชนดิ ใดทใ่ี ชเ้ ป็นแหลง่ กาเนิดความร้อนได้
ก. รงั สเี อกซ์ ข. คลื่นวทิ ยุ
ค. รังสแี กมมา ง. คลน่ื ไมโครเวฟ
14. ถ้านอ๊ ตต้องการตรวจสอบรอยรา้ วของสว่ นประกอบส่งิ กอ่ สรา้ ง น๊อตควรเลอื กใช้คล่ืนแม่เหล็กชนิดใด
ก. รงั สแี กมมา ข. คลนื่ วิทยุ ค. รงั สเี อกซ์ ง. คล่ืนไมโครเวฟ
54
15. เม่ือส่งคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าออกไป ถ้าสนามไฟฟ้าเปลยี่ นทิศทางกลับไปกลับมาในระนาบเดยี วกนั จะเกิด
คล่ืนแม่เหล็กไฟฟา้ ชนดิ ใด
ก. คล่ืนแสง ข. คลืน่ วิทยุ
ค. คลืน่ โทรทัศน์ ง. คล่นื โพลาไรส์
16. เพราะเหตุใดแสงจากแหล่งกาเนดิ คล่นื จงึ เปน็ แสงไมโ่ พลาไรส์
ก. สนามไฟฟา้ ของแสงท่สี ่งออกมาจากแหลง่ กาเนิดมีทิศเหมือนกนั
ข. สนามไฟฟา้ ของแสงทส่ี ่งออกมาจากแหล่งกาเนิดมีทศิ ตา่ ง ๆ กนั
ค. สนามไฟฟ้าของแสงทส่ี ่งออกมาจากแหลง่ กาเนิดมีทิศตรงกันขา้ ม
ง. สนามไฟฟ้าของแสงทสี่ ่งออกมาจากแหลง่ กาเนิดไมม่ ีทิศทาง
17. เมือ่ แสงอาทิตย์กระทบโมเลกุลอากาศจะเกดิ สงิ่ ต่อไปน้ี ยกเวน้ ข้อใด
ก. สนามไฟฟา้ ของแสงจะทาใหอ้ ิเล็กตรอนในโมเลกุลสน่ั
ข. อิเล็กตรอนท่เี คล่ือนทีใ่ นแนวดิ่งจะใหแ้ สงโพลาไรส์ในแนวระดบั
ค. สนามไฟฟา้ ในแนวดงิ่ จะทาให้อเิ ล็กตรอนในโมเลกลุ อากาศเคลือ่ นท่ีไปมาในแนวดิง่
ง. สนามไฟฟ้าในแนวระดับจะทาให้อเิ ลก็ ตรอนในโมเลกุลอากาศเคล่ือนที่ไปมาในแนวระดับ
18. ถา้ มมุ วกิ ฤตของนิลเทา่ กับ 34.4 องศา มุมบรูสเตอรข์ องนลิ ในอากาศมคี ่าเทา่ ไร
ก. 40.5 องศา ข. 50.5 องศา
ค. 60.5 องศา ง. 70.5 องศา
19. แสงเคลื่อนที่ในนา้ ตกกระทบแผ่นแกว้ ซงึ่ มีดรรชนีหกั เห 1.53 มมุ ตกกระทบทท่ี าให้แสงสะท้อนจากผวิ แก้ว
เปน็ แสงโพลาไรส์มีคา่ เทา่ ไร
ก. 30.0 องศา ข. 37.0 องศา
ค. 45.0 องศา ง. 49.0 องศา
20 มาลีใช้แผ่นแก้วซ่ึงมีดรรชนีหักเห 1.57 โพลาไรส์แสงในอากาศ เม่ือแสงหักเหในแผ่นแก้วมุมหักเหมีค่า
เทา่ ไร
ก. 32.5 องศา ข. 33.4 องศา
ค. 34.3 องศา ง. 35.2 องศา