ตวั อย่าง
;แนวทางการปฏบิ ตั ิงาน
บทคัดย่อผลงานวิชาการ สป.สธ.
รวบรวมโดย กลุม่ งานทรพั ยากรบุคคล
การยา้ ยหมนุ เวยี นสายงานแพทย์
นางบุญตา ประเสริฐสงค์ นกั ทรพั ยากรบคุ คลชำนาญการ
กองบรหิ ารทรพั ยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
บทคัดย่อ
การย้ายหมุนเวียนสายงานแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการย้าย
หมุนเวยี นตำแหน่งนายแพทย์ ทนั ตแพทย์ และเภสัชกร ประจำปีทุก ๆ ปี หรือที่เรียกกันว่า “การย้ายหมนุ เวยี น
3 สายงาน” รอบการยา้ ย คอื วนั ท่ี 1 มถิ ุนายน ของทกุ ปี การดำเนนิ การยา้ ยหมุนเวยี นสายงานแพทย์ทผี่ า่ นมา
จนถึงปัจจุบันยังพบปัญหาว่า หนว่ ยงานไมป่ รับปรุงฐานขอ้ มูลให้ถูกตอ้ งครบถ้วนตรงตามขอ้ เท็จจริง การบันทึก
ข้อมูลของผู้ขอย้าย และการบันทึกให้ความเห็นต้นทาง/ปลายทางไม่เป็นไปตามกรอบระยะเวลาท่ีกำหนด
ผู้ขอย้ายมีคุณสมบัติไม่ครบตามหลักเกณฑ์การย้าย รวมทั้งหน่วยงานปลายทางรับย้ายไม่ได้ตรวจสอบ
กรอบอัตรากำลังตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขกำหนด และกรอบ Service Plan ทำให้ผู้ขอย้าย
ไม่ได้ย้ายตามความประสงค์ ซ่ึงสาเหตุดังกล่าวอาจเกิดจากเจ้าหน้าท่ีไม่ทราบระเบียบ หลักเกณฑ์การย้าย
ข้ันตอนการดำเนินการ วิธีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอย้าย ท้ังน้ี เพ่ือให้การดำเนินการย้ายหมุนเวียนแพทย์
เป็นไปตามกรอบระยะเวลาท่ีกำหนด เจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกับหลักเกณฑ์การย้าย
และเกณฑ์ในการพิจารณา สามารถตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอย้ายได้อย่างถูกต้อง จึงเห็นสมควรมีคู่มือ
เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และสำหรับผู้ขอย้ายในการตัดสินใจเลือกสถานที่ย้าย
เพือ่ จะไดย้ ้ายตามความประสงค์ หรอื ผทู้ ี่สนใจใช้ข้อมูลในการศกึ ษา ค้นคว้า หาความรู้ นำไปใชป้ ระโยชนต์ ่อไป
คำสำคัญ : การยา้ ยแพทย์สังกดั สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
บทนำ
การย้ายหมุนเวียนสายงานแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการย้าย
ในวันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี มีวัตถุประสงค์เพ่ือให้สอดคล้องกับกรอบอัตรากำลังระบบบริการสุขภาพ
(Service Plan) การกระจายอัตรากำลังอย่างเหมาะสม และเป็นข้อมูลสำหรับการจัดสรรพื้นท่ีบรรจุแพทย์
ทันตแพทย์ และเภสัชกร ผู้ทำสัญญาชดใช้ทุนกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละปี สำนักงาน
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะเปิดให้แสดงความจำนงโดยให้ดำเนินการย้ายหมุนเวียนในระบบ HROPS
ทาง Website ของกองบริหารทรัพยากรบุคคล โดยกำหนดให้ย่ืนขอย้ายเฉพาะการย้ายข้ามจังหวัดเท่าน้ัน
และการดำเนนิ การยา้ ยหมนุ เวยี นสายงานแพทย์ทผ่ี า่ นมา มีจำนวนการยา้ ย แยกตามปีที่ดำเนินการ ดังน้ี
สรปุ ผลการย้ายหมุนเวียนสายงานแพทย์ ปี พ.ศ. 2561 - 2563
ลำดบั ปีที่ดำเนนิ การ จำนวนผยู้ น่ื ขอยา้ ย จำนวนการยา้ ย ย้ายได้ ยา้ ยไม่ได้ หมายเหตุ
ที่ (ราย) (ราย) (%) (%)
รอบที่ รอบท่ี รวม รอบที่ รอบที่ รวม
12 12
1 พ.ศ. 2561 205 67 272 134 42 176 64.70 35.30
2 พ.ศ. 2562 214 94 308 119 46 165 53.57 46.43
3 พ.ศ. 2563 213 - 213 121 - 121 56.81 43.19 ปรับการย้าย
เปน็ 1 รอบ
เวบ็ ไซต์กองบริหารทรพั ยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วันทเ่ี ผยแพร่ ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
2
การดำเนินการย้ายหมุนเวียนสายงานแพทย์ จะเริ่มดำเนินการประมาณเดือนมกราคมถึง
เดือนมีนาคม ของแต่ละปี (เปิดระบบให้บันทึกข้อมูลผู้ขอย้าย/บันทึกให้ความเห็นการย้าย/ประกาศรายชื่อ
ผู้ได้รับอนุมัติให้ย้าย) จะมีผลให้ผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้ย้ายเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ส่วนราชการใหม่
ในวันท่ี 1 มิถุนายน ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะแจ้งเวียนหลักเกณฑ์ วิธีการ และข้ันตอน
การดำเนินการย้ายหมุนเวียนให้จังหวัดทราบ สิ่งสำคัญท่ีผู้ปฏิบัติงานการเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องดำเนินการ
ตามกรอบระยะเวลาท่ีกำหนดอย่างเคร่งครัด และต้องปรับปรุงฐานข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน ตรงกับขอ้ เทจ็ จริง
รวมทั้งการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอย้ายให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การย้าย และเกณฑ์การพิจารณา
ตามกรอบ Service Plan และกรอบอัตรากำลงั ท่ีสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขกำหนด ซ่ึงขอ้ มูลดังกล่าว
จะมผี ลต่อการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาพืน้ ท่ีเพ่ือการยา้ ยหมุนเวียนแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสชั กร
และเพ่อื การจดั สรรแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร ผทู้ ำสัญญาของกระทรวงสาธารณสขุ
วัตถุประสงค์
1. เพ่ือศึกษาปญั หา และอปุ สรรค การย้ายหมนุ เวียนสายงานแพทย์ และหาแนวทางปรับปรุง
เสนอแนะแนวทางแกไ้ ข เพ่ือประสิทธภิ าพในการปฏบิ ตั งิ าน
2. เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้กับผู้รับผิดชอบงานการเจ้าหน้าที่ท้ังส่วนกลาง
และส่วนภูมิภาค มีความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ หลักเกณฑ์การย้าย ข้ันตอนการดำเนินการ วิธีการตรวจสอบ
คุณสมบตั ิของผูข้ อย้าย รวมทงั้ การจดั ทำขอ้ มลู ประกอบการพิจารณา
3. ผูข้ อย้ายมีความรู้ความเข้าใจ ทราบถึงหลักเกณฑ์ รวมท้งั แนวทางการพิจารณา เพื่อประโยชน์
ในการเลือกสถานท่ีขอย้าย และไดย้ า้ ยตามความประสงค์
ขอบเขตการจดั ทำ
การย้ายหมุนเวียนสายงานแพทย์ในสงั กัดสำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
วธิ ีดำเนินการ
เป็นการศึกษาจัดทำ โดยผู้เขียนได้ศึกษา กฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เก่ียวข้อง เอกสาร
และแนวทางการดำเนินการที่ผ่านมา รายงานการประชุมของคณะกรรมการท่ีเก่ียวข้อง และคู่มือการใช้งาน
ระบบสารสนเทศเพ่ือการบรหิ ารจดั การบุคลากรสาธารณสุข (HROPS)
ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รบั
1. เจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงาน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ
หลักเกณฑ์การย้าย การตรวจสอบกรอบอัตรากำลังตามท่ีสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขกำหนด
และกรอบ Service Plan สามารถดำเนินการตามขั้นตอน และจัดทำข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์
เพ่อื ประโยชนใ์ นการพิจารณาของคณะกรรมการ
2. ผู้รับผิดชอบงานการเจ้าหน้าที่ ให้ความสำคัญในการบันทึกข้อมูลบุคลากรให้ถูกต้อง
ครบถ้วนตามขอ้ เท็จจริงมากยิ่งขึน้ ซ่ึงจะเปน็ ประโยชนใ์ นการวางแผนอตั รากำลงั ในอนาคต
3. ผู้ขอย้ายได้ทราบถึงขั้นตอนการดำเนินการ หลักเกณฑก์ ารขอย้าย กรอบระยะเวลาการย่ืน
ขอย้าย และสามารถย่ืนขอย้ายได้ในระยะเวลาที่กำหนด เป็นประโยชน์ต่อผู้ขอย้าย และเจ้าหน้าที่ในการ
ปฏิบัติงาน
4. ผู้ทสี่ นใจใช้ข้อมูลในการศกึ ษา ค้นคว้า หาความรู้ นำไปใช้ประโยชนต์ ่อไป
เว็บไซต์กองบริหารทรพั ยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วันทเ่ี ผยแพร่ ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
3
ขั้นตอนการดำเนินการยา้ ยหมนุ เวียนสายงานแพทย์
1. การวางแผนดำเนินการย้ายหมุนเวียน เริ่มตั้งแต่การวางแผนกำหนดเวลาการเปิดระบบ
เพื่อบันทึกข้อมูลของผู้ขอย้าย/ประกาศรายช่ือผู้ยื่นขอย้าย การบันทึกให้ความเห็นของส่วนราชการต้นทาง/
ปลายทาง การประกาศรายช่อื ผู้ได้รับอนุมัตใิ ห้ยา้ ย และวางแผนการทำงานในส่วนของการตรวจสอบคณุ สมบัติ
ผู้ขอยา้ ย การจัดทำข้อมลู เพือ่ ประกอบการพิจารณา
2. การกำหนดหลักเกณฑแ์ ละเกณฑ์การพจิ ารณา
กำหนดโดยคณะกรรมการพิจารณาพ้ืนที่เพ่ือการย้ายหมุนเวียนแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร
และเพ่อื การจัดสรรแพทย์ ทนั ตแพทย์ และเภสัชกร ผู้ทำสัญญาของกระทรวงสาธารณสุข
สำหรบั หลักเกณฑ์การย้ายและเกณฑก์ ารพจิ ารณาสายงานแพทย์ สรุปได้ 2 ส่วน ดังนี้
(1) คุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การย้ายของสำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ และท่กี ำหนดอ่ืน ๆ
ประกอบด้วยหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการย้าย การโอน การยืมตวั และการให้ข้าราชการปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2554
หลักเกณฑ์เกี่ยวกับแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร ระหว่างปฏิบัติราชการชดใช้ทุน (หนังสือ สำนักงาน
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ด่วนท่ีสุด ที่ สธ 0201.032/ว 81 ลงวันที่ 8 เมษายน 2551) และหลักเกณฑ์
ทก่ี ำหนดไว้เป็นการเฉพาะ เชน่ แพทย์พเี่ ลยี้ ง แพทย์ชนบท (CPIRD) แพทย์ในโครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอ
หน่งึ ทุน (ODOD) เปน็ ต้น
(2) เกณฑ์การพิจารณาสำหรบั ส่วนราชการทีร่ ับย้าย พิจารณาจากเกณฑ์ตามกรอบ Service Plan
และกรอบอัตรากำลังตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขกำหนด ข้อมูลผู้ปฏิบัติงานจริง ข้อมูลการย้ายเข้า
ย้ายออก ข้อมูลการลาศึกษาต่อของแพทย์ ภาระงาน จะกำหนดไว้ท้ังโรงพยาบาลชุมชน/โรงพยาบาลศูนย์/
โรงพยาบาลทั่วไป กรณีขอย้ายเข้าโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลท่ัวไป ต้องมีวุฒิบัตรฯ ในสาขาท่ีไม่เกินเกณฑ์
เฉพาะทางแต่ละสาขาท่ยี ังไมเ่ กนิ กรอบอตั รากำลังตาม Service Plan ของแตล่ ะสาขานน้ั ๆ ด้วย
3. ประชาสัมพันธ์และแจ้งหลักเกณฑ์การย้ายหมุนเวียนให้จังหวัดทราบ สำหรับข้ันตอน
ทีจ่ ังหวัดจะต้องดำเนนิ การ มีดงั นี้
(1) จงั หวัดประชาสมั พนั ธ์ให้ผทู้ ่ีเกี่ยวข้องทราบ
(2) ให้ผู้ขอย้ายแสดงความจำนงโดย Download แบบขอย้าย กรอกข้อมูล ยื่นผ่าน
ผูบ้ ังคับบญั ชาตามลำดบั ชั้น ดงั นี้
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน นายแพทยส์ าธารณสขุ จงั หวดั
หัวหน้ากลุ่มงานโรงพยาบาลศูนย์ ผอู้ ำนวยการโรงพยาบาลศนู ย์
หัวหนา้ กลมุ่ งานโรงพยาบาลท่ัวไป ผ้อู ำนวยการโรงพยาบาลทวั่ ไป
(3) เมื่อผู้ขอยา้ ยได้รับการอนุมัติ ผูร้ ับผิดชอบงานการเจ้าหนา้ ท่ีบันทึกข้อมูลผา่ นระบบย้าย
หมนุ เวยี นแพทยใ์ นระบบ HROPS ภายในระยะเวลาทก่ี ำหนด
(4) ผู้บงั คบั บัญชาต้นทาง/ปลายทาง พิจารณาให้ความเห็นการย้าย
(5) ผู้รับผิดชอบงานการเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลความเห็นต้นทาง/ปลายทาง ภายใน
ระยะเวลาท่กี ำหนด
4. ผ้รู ับผดิ ชอบงานการเจ้าหน้าทีส่ ่วนกลางดำเนนิ การ ดงั น้ี
(1) ตรวจสอบคณุ สมบตั ิและข้อมูลของผูข้ อยา้ ย ประกอบด้วยข้อมูลบคุ คล กรอบอตั รากำลัง
ตามท่ีสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขกำหนด กรอบ Service Plan จำนวนผู้ปฏิบัติงานจริง จำนวนการย้ายเข้า
ย้ายออก ข้อมูลการลาศึกษาตอ่ ของแพทย์ และการบันทึกขอ้ มูลกรอบอตั รากำลังตาม Service Plan สาขาเฉพาะทาง
(2) จัดทำขอ้ มูลบัญชีรายละเอียดของผขู้ อยา้ ยภายในเขต และยา้ ยขา้ มเขต
- ย้ายภายในเขต เสนอผูต้ รวจราชการกระทรวงประจำเขตสุขภาพ พิจารณาการย้าย
เวบ็ ไซตก์ องบรหิ ารทรัพยากรบุคคล สำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วนั ทเี่ ผยแพร่ ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
4
- ย้ายขา้ มเขต เสนอคณะกรรมการฯ พจิ ารณาการย้าย
(3) สรุปผลผู้ได้รับอนุมัติให้ย้าย เสนอปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้ความเห็นการย้าย
และประกาศรายชื่อผู้ได้รบั อนมุ ตั ใิ ห้ย้าย
(4) บันทึกคำขอตัดโอนตำแหน่งเพ่ือเสนอ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข/อ.ก.พ.สำนักงาน
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และสรุปข้อมูลการย้ายเข้า ย้ายออก ของแต่ละส่วนราชการส่งให้คณะกรรมการ
จดั สรรพืน้ ที่บรรจแุ พทย์
(5) จัดทำคำสงั่ ยา้ ยขา้ ราชการ/ปฏบิ ตั ิราชการ
(6) แจง้ หนว่ ยงานทีเ่ กีย่ วข้อง
เวบ็ ไซต์กองบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล สำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วนั ท่เี ผยแพร่ ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
5
แผนภมู ิแสดงข้ันตอนการดำเนินการย้ายหมนุ เวียนสายงานแพทย์
วางแผนการดำเนนิ การยา้ ยหมนุ เวยี น
คณะกรรมการฯ พจิ ารณา
กำหนดหลกั เกณฑก์ ารย้ายหมุนเวยี น
ส่วสน่วกนลากงลาง ส่วนภูมภิ าค
สำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ - จงั หวัดประชาสัมพันธ์การดำเนนิ การย้าย
แจง้ หลกั เกณฑก์ ารย้ายหมุนเวยี นฯ - ปรบั ปรุงขอ้ มูลการปฏบิ ตั ิงานจริงของแพทย์
ในหน่วยงาน
เปดิ ระบบการบนั ทกึ ขอ้ มลู ผขู้ อยา้ ย
ในระบบ HROPS - ผ้ขู อย้ายย่ืนขอย้ายผ่านผู้บังคบั บญั ชา ตามลำดับชั้น
- ตรวจสอบคณุ สมบตั ิ
และประกาศรายช่อื ผ้ยู ืน่ ขอย้าย (รายวนั ) - บันทกึ ข้อมูลผู้ขอย้ายผ่านระบบ HROPS
- บันทึกความเห็นของผบู้ ังคบั บญั ชา
ตรวจสอบรายชอื่ และการใหค้ วามเห็น ผา่ นระบบ HROPS (ต้นทาง - ปลายทาง)
ในระบบ HROPS (ต้นทาง - ปลายทาง)
ตรวจสอบคุณสมบตั ิและจดั ทำข้อมลู
ของผ้ขู อยา้ ย
ภายในเขต ขา้ มเขต สรปุ รายงานผลการดำเนนิ การย้าย
หมุนเวยี นฯ เสนอปลดั กระทรวง
ผูต้ รวจราชการกระทรวง ประชุม และผตู้ รวจราชการกระทรวงประจำเขตสขุ ภาพ
พิจารณา คกก.พจิ ารณาการยา้ ย
บันทึกคำขอตัดโอนตำแหน่ง
อนุมัติ ไมอ่ นุมตั ิ อนุมตั ิ ไม่อนุมตั ิ เสนอ อ.ก.พ.กส./อ.ก.พ.สป
และสรปุ ขอ้ มลู การยา้ ยเขา้ - ออก
บันทกึ ผลการพจิ ารณา แตล่ ะส่วนราชการใหค้ ณะกรรมการ
ในระบบ HROPS จัดสรรพื้นท่ีเพอื่ บรรจแุ พทย์
ประกาศรายชือ่ ผไู้ ด้รบั อนมุ ัตใิ ห้ยา้ ย จดั ทำคำสัง่ ย้าย/ปฏบิ ัตริ าชการ
เวบ็ ไซต์กองบริหารทรัพยากรบคุ คล สำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข แจ้งหนว่ ยงานท่เี กย่ี วขอ้ ง
วันท่เี ผยแพร่ ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
6
จากการดำเนินการย้ายหมุนเวียนสายงานแพทย์ ผู้ปฏิบัติงานจะประสบปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
จึงขอสรุปประเด็นปญั หาทผี่ า่ นมา และแนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ ดงั นี้
ปญั หา แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ
1. หนว่ ยงานไมป่ รับปรุงฐานขอ้ มลู เช่น 1.ประชาสัมพันธ์และแจ้งให้จังหวัดเห็นความสำคัญ
- ข้อมูลการปฏบิ ตั ิงานจริง ของการปรับปรุงฐานข้อมูลให้ถูกต้อง ครบถ้วน
- ขอ้ มลู วฒุ ิบัตรฯ และตรงตามข้อเท็จจริง เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา
- ขอ้ มลู การลาศกึ ษา การย้ายของคณะกรรมการฯ
- คำสัง่ เลอ่ื นข้าราชการ และคำส่ังพ้นทดลองฯ
ทำใหข้ อ้ มลู แพทย์ไมถ่ ูกต้องตามข้อเท็จจรงิ
2. ผู้ปฏิบัติงานการเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกรอบ 2. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขแจ้งเวียน
ระยะเวลาที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข หนังสือทางเว็บไซต์ ของกองบริหารทรัพยากรบุคคล
กำหนด ในการบันทึกข้อมูลของผู้ขอย้ายผ่านระบบ และแจ้งเตือนในระบบไลน์ให้ผู้รับผิดชอบงานการ
เจา้ หน้าที่ทราบเปน็ ระยะ ๆ ก่อนปิดระบบ
HROPS และการบันทกึ ให้ความเห็นการยา้ ย
3. เจ้าหน้าท่ีขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ 3. จัดเวที ช้ีแจง และให้ความรู้เพิ่มเติม เพื่อเป็นการ
การย้ายหมุนเวียนสายงานแพทย์ เนื่องจากมีการ เสริมสรา้ งศักยภาพบุคลากรของจังหวัดและเขตสุขภาพ
เปล่ียนแปลงผปู้ ฏบิ ัติงานใหม่
4. จังหวัดไม่ส่งตัวข้าราชการไปปฏิบัติราชการ 4. จังหวัดควรมีการวางแผนบริหารกำลังคนสายงาน
ที่ส่วนราชการใหม่ เมื่อได้รับคำส่ังให้ย้ายข้าราชการ แพทย์ ก่อนจะพิจารณาการย้าย หากไม่พร้อมให้ย้าย
หมุนเวียน รอบ 1 มิถุนายน ให้พิจารณาการย้าย
ในวนั ที่ 1 มิถนุ ายน
ออนไลน์ รอบ 1 สงิ หาคม
5. แพทยท์ ี่สมัครขอรับการจดั สรรทุนแพทย์ประจำบา้ น 5. จังหวัดควรตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติของ
หรือแพทย์ท่ีอยู่ระหว่างการลาศึกษาแพทย์ประจำบ้าน ผู้ขอย้ายก่อนลงระบบย้าย และช้ีแจงให้ผู้ขอย้ายทราบ
หรือโครงการแพทย์ชนบทคืนถิ่น “แพทย์เวชศาสตร์ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การย้าย ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวง
ครอบครัว” ยน่ื ขอยา้ ยในระบบยา้ ยหมนุ เวยี นแพทย์ สาธารณสุขได้แจง้ เวียนใหท้ ราบทุกปี
6. กรอบ Service Plan นำมาใช้ประกอบการพิจารณา 6. ควรมีการปรับปรุง กรอบ Service Plan ให้เหมาะสม
ย้ายสายงานแพทย์ไม่เปน็ ไปตามสถานการณ์ปัจจบุ นั กบั สถานการณป์ ัจจุบนั
สรปุ
ผู้ปฏิบัติงานการเจ้าหน้าที่จะต้องให้ความสำคัญในการปรับปรุงฐานข้อมูลของหน่วยงาน
ให้ถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ ตรงตามข้อเท็จจริง รวมทั้งทราบข้ันตอน หลักเกณฑ์การย้ายหมุนเวียน
สายงานแพทย์ เพื่อประโยชน์ในการบริหารกำลังคนท่ีมีประสิทธิภาพ เพื่อขวัญและกำลังใจของผู้ขอย้าย
และสอดคลอ้ งกับระบบบริการสุขภาพตอ่ ไปในอนาคต
เวบ็ ไซต์กองบริหารทรัพยากรบคุ คล สำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วันทเี่ ผยแพร่ ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
7
เอกสารอา้ งอิง
1. พระราชบัญญตั ริ ะเบียบขา้ ราชการพลเรอื น พ.ศ. 2551
2. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ท่ี นร 0708/ว 9 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2535 เร่ือง การย้าย
ข้าราชการพลเรือนสามัญ
3. หนงั สอื สำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดว่ นทส่ี ุด ที่ สธ 0201.032/ว 81
ลงวันที่ 8 เมษายน 2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ เก่ียวกับแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร ระหว่าง
ปฏิบัตริ าชการชดใช้ทุน
4. หนงั สือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ ท่ี สธ 0201.036/ว 8 ลงวนั ที่ 10 มกราคม 2555
เรอื่ ง หลักเกณฑ์และวิธดี ำเนนิ การยา้ ยเกี่ยวกบั การยา้ ย การโอน การปฏิบตั ิราชการ
และการยมื ตัวขา้ ราชการของสำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2554
5. กรอบอัตรากำลงั บุคลากรสายวิชาชีพแพทยโ์ รงพยาบาลทุกระดับตามแผนพัฒนาระบบบริการ
(Service Plan) สำนั กบริหารการสาธารณ สุข สำนั กงานปลัดกระทรวงสาธารณ สุ ข
เมื่อวันท่ี 9 กันยายน 2556
6. หนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดว่ นทสี่ ุด ท่ี สธ 0201.032/ว 1707 ลงวันท่ี
14 มิถุนายน 2560 เร่ือง โครงสร้างและกรอบอัตรากำลังหน่วยงานราชการบริหาร
ส่วนภูมิภาค สังกัดสำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
7. หนงั สือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ สธ 0208.06/ว 2241 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2562
เร่ือง การยา้ ยหมุนเวียนนายแพทย์ ทนั แพทย์ และเภสัชกร ปี 2563
8. หนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ด่วนที่สุด ที่ สธ 0208.06/ว 2753 ลงวันที่
25 ธนั วาคม 2562 เรอ่ื ง การยา้ ยหมนุ เวียนนายแพทย์ ทันแพทย์ และเภสัชกร ปี 2563
เว็บไซตก์ องบริหารทรัพยากรบคุ คล สำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
วนั ทเ่ี ผยแพร่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
8
เวบ็ ไซต์กองบริหารทรัพยากรบุคคล สำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
วนั ที่เผยแพร่ ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
1
แนวทางการกำหนดตำแหน่งเปน็ ระดบั สูงข้นึ
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำบล/ผ้อู ำนวยการสถานีอนามัยเฉลมิ พระเกียรติ
นางสาวศภุ ักษร รกั สัตย์ นักทรพั ยากรบคุ คลชำนาญการ
กองบรหิ ารทรพั ยากรบุคคล สำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
บทคัดย่อ
ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ท่ี นร 1008.3.3/92 ลงวันท่ี 4 สิงหาคม 2563 กำหนด
หลักเกณฑ์และเง่ือนไขการกำหนดตำแหน่งในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ
ในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขสามารถกำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/
ผ้อู ำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ เป็นตำแหน่งนักวชิ าการสาธารณสุขหรือตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ
ระดับชำนาญการพิเศษ หรือตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุข เป็นระดับอาวุโสได้โดยมีวิธีการ/
กระบวนการดำเนินการกำหนดตำแหน่งได้ 2 กรณีแต่ละกรณีมีขั้นตอนการดำเนินการแตกต่างกันผู้เขียน
จึงได้รวบรวมวิธีการ/กระบวนการขอปรับปรุงกำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/
ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ เพ่ือใช้เป็นคู่มือและแนวทางในการดำเนินการ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงาน
เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ และดำเนนิ การได้อย่างถูกตอ้ ง รวมถึงใหผ้ ู้ทส่ี นใจไดศ้ กึ ษาเกิดความรูใ้ นเรื่องดังกลา่ ว
วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อจัดทำคมู่ อื และแนวทางปฏิบัตใิ ห้กบั ผู้ปฏิบัติงานให้มีความรู้ ความเข้าใจและ
สามารถปฏบิ ัติได้อยา่ งถกู ต้อง
2. เพ่ือให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือผู้อำนวยการ
สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ (นักวิชาการสาธารณสุข/พยาบาลวิชาชีพ) ระดับชำนาญการ หรือ (เจ้าพนักงาน
สาธารณสขุ ) ระดบั ชำนาญงาน ทราบหลกั เกณฑแ์ ละเงอื่ นไขในการกำหนดตำแหนง่ เป็นระดบั สงู ขึ้น
คำสำคัญ การกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงข้ึน ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/
ผอู้ ำนวยการสถานีอนามัยเฉลมิ พระเกียรติ
บทนำ
ประเทศไทยได้จัดบริการทางการแพทย์ออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และ
ตติยภูมิ โดยในระดับปฐมภมู ิ มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 9,863 แห่ง และศนู ย์สุขภาพชุมชน 215 แห่ง
ซึ่งเป็นหน่วยในการให้บริการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคโดยเบื้องต้น มีโรงพยาบาลชุมชน
เป็นจุดบริการระดับทุติยภูมิ ที่ครอบคลุมบริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน รวมถึงการสร้างเสริม
สุขภาพและป้องกันโรค ส่วนระดับตติยภูมิมีโรงพยาบาลจังหวัดในทุก ๆ จังหวัด หรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่
หรือโรงพยาบาลศูนย์ เปน็ หน่วยให้บรกิ ารรักษาพยาบาลทีม่ คี วามสลับซับซ้อน ต้องอาศัยบุคลากรทางการแพทย์
เว็บไซต์กองบริหารทรัพยากรบคุ คล สำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
วันท่เี ผยแพร่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔
2
ที่เช่ียวชาญเฉพาะ และต้องการเคร่ืองมือแพทย์และเทคโนโลยีเฉพาะในการวินิจฉัยและรักษาพยาบาล
ตลอดจนรับส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลชุมชน ท้ังน้ี การให้บริการระดับปฐมภูมิ ถือเป็นบริการด่านหน้า
ทีใ่ กล้ชิดประชาชนและชุมชนมากที่สุด ให้บริการสาธารณสุขผสมผสานเชิงรุก ในด้านส่งเสรมิ สุขภาพ ควบคุม
ป้องกันโรค รักษาพยาบาล ฟื้นฟูสมรรถภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนเรียนรู้
และให้มคี วามสามารถในการดูแลสขุ ภาพตนเอง ทัง้ ในระดับบุคคล ครอบครัว และชมุ ชน รวมท้ังเชือ่ มโยงและ
มีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการบริการสุขภาพของประชาชน ชุมชนและท้องถิ่น ดังนั้น นโยบายการพัฒนา
ประเทศจึงได้ใหค้ วามสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมใิ ห้เข้มแข็ง เพื่อเป็นรากฐานในการดูแลสุขภาพ
ประชาชน
กระทรวงสาธารณสุข ไดน้ ำนโยบายมาสู่การปฏิบัติ โดยการยกระดับคณุ ภาพการบริการของ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้มีศักยภาพสูงขึ้น ดังจะเห็นได้จากการส่งเสริมและพัฒนาให้โรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตำบลให้มีความสามารถเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิตาม
พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ.2562 หรือการพัฒนาคุณภาพซึ่งกระทรวงสาธารณสุข
ได้พัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่า รพ.สต.ติดดาว เพ่ือใช้ในการประเมินคุณภาพและได้มีการขับเคลื่อน ตั้งแต่ปี
๒๕๕๙ เป็นต้นมา หรือการให้มีแพทย์ลงไปปฏิบัติงานที่ รพ.สต. เพ่ือการเชื่อมโยงและดูแลประชาชนร่วมกับ
ทีมสหสาขาวิชาชีพที่เรียกว่า ทีมหมอครอบครัวเป็นต้น ดังนั้น จึงถือได้ว่าปัจจุบันโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบล/สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการขับเคล่ือนการปฏิรูประบบ
สุขภาพของประเทศไทยเปน็ อยา่ งมาก
สำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไดท้ บทวนโครงสร้างและกรอบอตั รากำลังของหนว่ ยงาน
ในราชการบริหารส่วนภูมิภาคให้สอดคล้องกับภารกิจและค่าใช้จ่ายกำลังคนของส่วนราชการ และ อ.ก.พ.
กระทรวงสาธารณสขุ ในการประชุมครง้ั ที่ 3/2560 เมือ่ วันท่ี 18 พฤษภาคม 2560 มีมตเิ หน็ ชอบโครงสร้าง
และกรอบอัตรากำลัง ของหน่วยงานในราชการบริหารส่วนภูมิภาค สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลท่ัวไป โรงพยาบาลชุมชน สำนักงาน
สาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ สำหรับโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตำบล/สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ กำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/
สถานีอนามัยเฉลมิ พระเกียรติ ไว้ 2 สายงานคอื สายงานนักวชิ าการสาธารณสุข หรือสายงานพยาบาลวชิ าชีพ
และได้เสนอ ก.พ. พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ เป็นตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขหรือ
ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ ระดับชำนาญการพิเศษ หรือตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุข ระดับอาวุโส
และการเกล่ียอัตรากำลัง (การตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือน โดยไม่เปลี่ยนประเภท สายงาน และระดับ
ตำแหน่ง) ทั้งน้ี เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการปฏิรูประบบสุขภาพที่เน้นบริการปฐมภูมิ โดยมีโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตำบล/สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ เป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนระบบบริการ และ
ก.พ. ได้มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติใหม่ โดยให้ยกเลิกหลักเกณฑ์และเง่ือนไขการกำหนด
ตำแหน่งเป็นระดับสูงข้ึนเฉพาะกรณี ในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข เฉพาะข้อ 2.3
ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ท่ี นร 1008.3.3/105
ลงวันที่ 27 มีนาคม 2555 และให้กำหนดหลักเกณฑ์และเง่ือนไขการกำหนดตำแหน่งในโรงพยาบาลส่งเสริม
เวบ็ ไซต์กองบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
วนั ท่ีเผยแพร่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔
3
สุขภาพตำบลหรือสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ เป็นกรณีเฉพาะ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร
1008.3.3/92 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2563 จากหลักเกณฑ์ดังกล่าวนี้ สามารถกำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ เป็นตำแหน่งนักวิชาการ
สาธารณสุขหรือตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ ระดับชำนาญการพิเศษ หรือตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุข เป็น
ระดับอาวุโสได้ โดยให้ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข สามารถพิจารณานำหลักเกณฑ์การยกเว้นการยุบเลิก
ตำแหน่ง (เพิ่มเติม) ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ท่ี นร 1008/ว 20 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 มาใช้
สำหรับกรณีการปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งฯ ได้ มีผลทำให้กระบวนการ/ข้ันตอนในการกำหนดตำแหน่ง
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ตามหลักเกณฑ์
ใหม่นี้สามารถดำเนินการได้ 2กรณี ดังนี้
กรณีที่ 1 หนว่ ยงานนำตำแหนง่ ว่างทม่ี เี งนิ มายุบเลกิ ดำเนินการตามขนั้ ตอนดังน้ี
กระบวนการ ผู้รบั ผดิ ชอบ
*ไมผ่ า่ น วิเคราะหค์ า่ งาน คณุ ภาพและความยุ่งยาก ผ่าน หน่วยงานเจา้ ของตำแหนง่
ของงานของตำแหน่งทีข่ อกำหนดพร้อมจัดทำ ผา่ น หน่วยงานเจ้าของตำแหนง่
แผนการปรบั ปรุงกำหนดตำแหนง่
จัดทำแบบประเมินคา่ งาน พร้อมแจ้งตำแหน่ง
ว่างที่จะนำมายุบเลิก
ตรวจสอบใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และเงื่อนไขที่
ก.พ. กำหนด/ตรวจสอบและวเิ คราะหภ์ าระงาน
ในแบบประเมนิ คา่ งาน
เสนอ อ.ก.พ. สำนกั งานปลดั กระทรวง ผ่าน
สาธารณสขุ กลนั่ กรองคา่ งานฯ
เสนอ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสขุ พจิ ารณา ผ่าน กองบริหารทรัพยากรบคุ คล สป.
กำหนดตำแหนง่
สป. แจง้ มติ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุขให้ ผา่ น
หนว่ ยงานเจา้ ของตำแหน่งทราบและดำเนนิ การ
ในส่วนทีเ่ กย่ี วข้องต่อไป
หมายเหตุ *ไมผ่ ่าน เป็นกรณีทตี่ รวจสอบแลว้ พบวา่ 1) ไม่เป็นไปตามหลกั เกณฑ์และเงื่อนไขท่ี ก.พ. หรอื 2)
ตำแหนง่ ว่างทน่ี ำมายุบไมส่ ามารถนำมาใชย้ ุบเลกิ เพ่ือปรับปรุงกำหนดตำแหน่งเปน็ ระดบั สงู ขึ้นได้ หรอื 3) มีการแก้ไข
แเเวพวกนั ่มิ็บไ้ ทขเไต่ีเซ/ผิมปตยขรก์ แับ้ออพมปงรูลบร่ งุใร๒นตหิ ๔แ่อาบไรพปทบฤรปษัพรภยะาเามคกมนิ รคบ๒่าุค๕งคา๖ลน๔สกำอนงักบงาคน. ปสลปัด.จกะรดะำทเนรวินงกสาารธแาจรง้ณไปสุขยังหน่วยงานเจา้ ของตำแหนง่ เพ่ือดำเนนิ การ
เวบ็ ไซตก์ องบรหิ ารทรัพยากรบุคคล สำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
วันที่เผยแพร่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔
4
กรณที ี่ 2 สป.นำหลกั เกณฑ์การยกเว้นการยุบเลิกตำแหน่งตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ท่ี นร 1008/ว 20
ลงวนั ท่ี 29 พฤศจกิ ายน 2559 มาใช้ ดำเนินการตามขน้ั ตอนดงั น้ี
กระบวนการ ผรู้ ับผิดชอบ
สว่ นราชการวเิ คราะหก์ ารปรบั ปรงุ กำหนด
ตำแหน่งให้สอดคลอ้ งกับความจำเปน็ ของภารกิจ
และคณุ ภาพของงาน
* ไม่ผา่ น ส่วนราชการจดั ทำแผนการกำหนดตำแหน่ง
เป็นการล่วงหนา้ 3 ปี โดยส่วนราชการจะตอ้ งมี
งบประมาณรองรับค่าใช้จา่ ยทเี่ พิ่มขึ้นจากการ
กำหนดตำแหน่งดงั กลา่ ว
นำแผนการขอกำหนดตำแหน่งเสนอคณะกรรมการ กองบริหารทรพั ยากรบคุ คล
การกำหนดตำแหน่งระดับสงู พจิ ารณา สป.
เสนอ อ.ก.พ.กระทรวงเหน็ ชอบแผนการกำหนด
ตำแหนง่ เพอื่ ปรับปรุงกำหนดตำแหนง่ เปน็ ระดบั สงู
ขนึ้ ของสว่ นราชการ
นำตำแหนง่ ท่จี ะขอปรบั ปรงุ เสนอ อ.ก.พ.กระทรวง
พจิ ารณาปรับปรุงกำหนดตำแหนง่
สป. แจง้ มติ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุขให้
หน่วยงานเจ้าของตำแหนง่ ทราบและดำเนนิ การใน
สว่ นทเ่ี ก่ยี วข้องต่อไป
หมายเหตุ *ไมผ่ ่าน เปน็ กรณีท่คี ณะกรรมการการกำหนดตำแหน่งระดบั สงู ของกระทรวง พจิ ารณาแลว้ เห็นวา่ เปน็
ตำแหนง่ ที่ไม่เข้าขา่ ยลักษณะเปน็ ไปตามหนงั สือสำนกั งาน ก.พ. ท่ี นร 1008/ว 20 ลงวนั ท่ี 29 พฤศจกิ ายน 2559
อาทเิ ชน่ ไม่ใช่ตำแหน่งที่มคี วามสำคญั ในองค์กรฯ หรือเป็นตำแหนง่ ท่ีไม่ไดร้ บั ผดิ ชอบภารกจิ ทตี่ ้องดำเนนิ การตาม
เวน็บโยไซบตาย์กสอำงบคัญรหิ ขาอรงทรรัฐัพบยาลากยรทุบธคุ ศคาลสตสรำน์ชากั ตงิาเนปป็นลตัดน้ กระทรวงสาธารณสุข
วนั ทเี่ ผยแพร่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔
เวบ็ ไซตก์ องบริหารทรัพยากรบคุ คล สำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
วันที่เผยแพร่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔
5
ปัญหาอปุ สรรค
ปัจจุบนั การปฏริ ปู ระบบบริการสขุ ภาพ ด้วยนโยบายที่ใหค้ วามสำคัญตอ่ ระบบบริการสขุ ภาพ
ปฐมภูมิ ที่มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ เป็นหน่วยงานหลักในการ
ขับเคล่ือนงาน โดยการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขท่ีมุ่งหมายดูแลสุขภาพของบุคคลในเขตพ้ืนท่ี
รบั ผิดชอบในลักษณะองค์รวม ต้ังแต่แรก ต่อเน่ือง และผสมผสานครอบคลุมท้ังการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมโรค
การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟ้ืนฟูสุขภาพ นับว่าเป็นภารกิจสำคัญและ
ภาระงานที่เพิ่มข้ึนของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ จึงเป็นเหตุผล
ที่ต้องให้ความสำคัญกับผู้ที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการดังกล่าวได้มีขวัญกำลังใจ มีความก้าวหน้าในอาชีพ
ก.พ. จึงมีมติกำหนดหลักเกณฑ์และเง่ือนไขการกำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบล/สถานอี นามัยเฉลิมพระเกียรติ เปน็ การเฉพาะกรณี สำหรับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ ข้ึนใหม่
จงึ อาจทำให้เกดิ ประเด็นปัญหา ดังนี้
1. เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาค ยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ในหลักเกณฑ์และ
เง่ือนไขการกำหนดตำแหน่งดังกล่าว อันจะส่งผลทำให้การกำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติเกิดความผิดพลาด เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบล/สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติท่ียังไม่ได้ข้ึนทะเบียนเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการ
ปฐมภูมิ หรือกรณีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติท่ีขึ้นทะเบียนเป็นหน่วย
บริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิแล้ว แต่ผู้อำนวยการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/
สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรตินั้น ๆ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วย
บริการปฐมภูมิ แสดงความประสงค์ขอปรับปรุงกำหนดตำแหน่งฯ เป็นระดับสูงขึ้น ซึ่งถือว่าไม่เป็น
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามท่ี ก.พ. กำหนดทำใหไ้ ม่สามารถดำเนนิ การกำหนดตำแหนง่ เป็นระดบั ท่ีสงู ขนึ้ ได้
2. เน่ืองจากหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติดังกล่าว เป็นหลกั เกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนดใหม่สามารถ
พิจารณานำหลักเกณฑ์การยกเว้นการยุบเลิกตำแหน่ง (เพ่ิมเติม) ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008/ว 20
ลงวันท่ี 29 พฤศจิกายน 2559 มาใช้สำหรับกรณีการปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งฯ ได้ทั้งนี้ ส่วนราชการ
จะต้องมีงบประมาณรองรบั ค่าใช้จ่ายท่ีเพิ่มขึ้นจากการกำหนดตำแหน่งดังกล่าว และไม่ใช้เป็นเหตุในการขอรับ
จัดสรรงบประมาณสนับสนุนเพ่ิมเติม และเมื่อพิจารณาบริบทของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ตามมติคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ครั้งท่ี 1/2563เม่ือวันท่ี
9 เมษายน 2563เห็นชอบให้บุคลากรสาธารณสุขผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส
โคโรนา 2019 ได้รับเงินเพ่ิมพิเศษ โดยกระทรวงสาธารณสุขต้องดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณ
เนื่องจากงบประมาณที่ไดร้ ับจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
มไิ ด้รองรบั สำหรบั การเบิกจ่ายเงนิ เพิ่มพิเศษสำหรับบุคลากรสาธารณสุขผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์ระบาดของ
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 และจากการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวส่งผลให้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขมีงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านบุคคลไม่เพียงพอต่อการ นำห ลักเกณฑ์การ
เว็บไซต์กองบรหิ ารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
วันท่ีเผยแพร่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔
6
ยกเว้นการยุบเลิกตำแหน่ง (เพิ่มเติม) ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008/ว 20ลงวันท่ี 29
พฤศจกิ ายน 2559 มาใช้ได้
แนวทางการแก้ไขปัญหา
1. ชี้แจงให้ความรู้ ความเข้าใจ กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในเวทีต่าง ๆ เช่น การจัดโครงการ
อบรมสัมมนาเจา้ หน้าทผ่ี ปู้ ฏิบตั งิ านในสว่ นภมู ภิ าค เพื่อใหส้ ามารถดำเนนิ การในเรือ่ งดังกล่าวทำได้ถกู ต้อง
2. จัดทำคู่มือในการปฏิบัติงานเรื่องแนวทางการกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงข้ึน ตำแหน่ง
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ โดยรวบรวม
วิธีดำเนินการ สรุปประเด็นปัญหา แนวทางแก้ไข กรณีตัวอย่าง เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติสำหรับ
ผูป้ ฏิบัติหรือผทู้ ีส่ นใจได้ศึกษาหาความรูใ้ นเรอ่ื งดงั กลา่ ว
3. จัดทำแบบสอบถามความคิดเห็นของเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานและผู้ท่ีเก่ียวข้องเพื่อให้ทราบ
ถงึ ปัญหา ข้อขดั ขอ้ ง อุปสรรค ในการดำเนินการตามหลักเกณฑด์ งั กลา่ ว เพอ่ื นำมาปรบั ปรงุ และพฒั นาตอ่ ไป
เอกสารอ้างอิง
1.พระราชบญั ญัติระเบียบข้าราชการพลเรอื น พ.ศ.2551
2. หนงั สือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008/ว 2 ลงวนั ที่ 19 กมุ ภาพนั ธ์ 2558
3. หนงั สือสำนกั งาน ก.พ. ที่ นร 1008.3.3/105 ลงวันท่ี 27 มนี าคม 2555
4. หนังสอื สำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008.3.3/92 ลงวนั ที่ 4 สงิ หาคม 2563
5. หนังสอื สำนักงาน ก.พ. ท่ี นร 1008/ว 20 ลงวนั ท่ี 29 พฤศจิกายน 2559
เวบ็ ไซต์กองบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
วันที่เผยแพร่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔
การคัดเลือกข้าราชการเพ่ือแต่งต้งั ให้ดำรงตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบล/
ผอู้ ำนวยการสถานีอนามยั เฉลมิ พระเกียรติ
นางสาวอรพนิ ทองสมนึก นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ
กองบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
บทคัดยอ่
การคัดเลือกข้าราชการเพื่อแต่งต้ังให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/
ผู้อำนวยการสถานีเฉลิมพระเกียรติ มีหลายกรณี ซึ่งในแต่ละกรณีมีหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการคัดเลือก
ท่ีแตกต่างกัน จึงได้จัดทำสรุปการคัดเลือกข้าราชการเพื่อแต่งต้ังให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ เพื่อใช้เป็นคู่มือและแนวทางปฏิบัติสำหรับ
เจ้าหน้าท่ีผู้เก่ียวข้อง เพ่ือจะได้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือก
ให้ดำรงตำแหน่ง ได้ทราบถึงคุณสมบัติท่ีจะแต่งตั้งและวิธีการดำเนินการคัดเลือก รวมถึงผู้ท่ีสนใจได้ใช้เป็น
ข้อมูลในการศึกษา หาความรู้ เพือ่ นำประโยชนไ์ ปใช้ต่อไป
วัตถุประสงค์
1. เพ่ือเป็นคู่มือและแนวทางปฏิบัติให้กับเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติ จะได้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถ
ปฏบิ ัติได้อย่างถูกต้อง
2. ผู้ท่ีจะเข้ารับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/
ผอู้ ำนวยการสถานอี นามยั เฉลมิ พระเกยี รติ ไดท้ ราบถึงคณุ สมบัติท่จี ะแต่งตัง้ และวิธกี ารดำเนนิ การคัดเลือก
คำสำคัญ การคัดเลือกข้าราชการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ผู้อำนวยการสถานีอนามัย
เฉลิมพระเกียรติ
บทนำ
โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบล/สถานีอนามยั เฉลมิ พระเกยี รติ มบี ทบาทหนา้ ท่ีในลักษณะให้บริการ
สาธารณสุขผสมผสาน ทั้งด้านการสร้างเสรมิ สุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการ
ฟื้นฟูสภาพ รวมทั้งการจัดการปัจจัยเส่ียงต่อสุขภาพ ท้ังในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชนและสังคมในพื้นท่ี
ท่รี ับผิดชอบ ซง่ึ ทผี่ ่านมาสำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ ได้ใชโ้ ครงสร้างหน่วยงานในราชการบริหารส่วนภูมภิ าค
สังกัดสำนักงานปลัดกระท รวงสาธารณ สุข ตามหนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณ สุข
ที่ สธ 0201.032/ว 76 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2547 ซ่ึงกำหนดสายงานหัวหน้าสถานีอนามัย มี 2 สายงาน
คอื นักวิชาการสาธารณสุขและเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน (พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
เปลี่ยนชื่อสายงานเป็นเจ้าพนักงานสาธารณสุข) และตามหนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่ี สธ
0201.032/ว 295 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2554 แจ้งให้จังหวัดใช้ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบลที่ว่างหรือจะว่างต่อจากน้ีในคร้ังแรกในตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขอาวุโส เพ่ือสรรหาและ
คัดเลือกมาดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขอาวุโสได้ 1 ครั้ง โดยให้ดำเนินการภายในเวลา 1 ปี นับแต่
เว็บไซต์กองบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล สำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
วันทเี่ ผยแพร่ ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
2
วันท่ีตำแหน่งว่างลง จากการดำเนินการตามแนวทางหนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ สธ
0201.032/ว 295 ลงวันที่ 9 ธนั วาคม 2554 พบว่าบางจังหวัดมีความประสงค์ขอใชต้ ำแหน่งเจ้าพนักงาน
สาธารณสขุ อาวโุ สท่วี า่ งมากกวา่ 1 ครง้ั และไม่สามารถดำเนนิ การไดภ้ ายในระยะเวลาที่กำหนด (1 ป)ี
ในปี 2560 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ใช้โครงสร้างและกรอบอัตรากำลังของหน่วยงาน
ในราชการส่วนภูมิภาค สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตามหนังสือสำนักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสุข ด่วนที่สุด ที่ สธ 0201.032/ว 1707 ลงวนั ท่ี 14 มถิ นุ ายน 2560 ซ่ึงในส่วนของโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตำบล/สถานอี นามัยเฉลิมพระเกยี รติ ได้กำหนดสายงานทเ่ี ป็นผ้อู ำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 2 สายงาน คือนักวิชาการสาธารณสุขและพยาบาล
วิชาชีพ และเพ่ือให้การคัดเลือกข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/
ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักการบริหาร
ทรัพยากรบุคคลตามระบบคณุ ธรรม ตามพระราชบัญญัตริ ะเบียบขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 โดยมีกรอบ
แนวคิดว่าจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่าย เป็นไปตามเจตนารมณ์ของโครงสร้าง และไม่ปิดก้ัน
ความกา้ วหนา้ ของเจา้ พนกั งานสาธารณสขุ ชำนาญงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นชอบ
จาก อ.ก.พ.สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในการประชุมคร้ังท่ี 2/2563 เม่ือวันท่ี 11 กุมภาพันธ์ 2563
จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกข้าราชการเพื่อแต่งต้ังให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบล/ผูอ้ ำนวยการสถานอี นามยั เฉลมิ พระเกียรติ
การคัดเลือกข้าราชการเพ่ือแต่งต้ังให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/
ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ (นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ/ชำนาญการพิเศษ พยาบาล
วชิ าชพี ชำนาญการ เจา้ พนักงานสาธารณสขุ ชำนาญงาน/อาวุโส มี 3 กรณี ดงั น้ี
1. ตำแหน่งผ้อู ำนวยการโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามยั เฉลมิ พระเกียรติ
(ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ) ให้ดำเนินการคัดเลือกได้ 2 กรณี คือ การเลื่อนและการย้าย
โดยคณะกรรมการคัดเลือกจะแต่งตั้งโดย อ.ก.พ.สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ตามหนังสือสำนักงาน
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่ี สธ 0208.10/ว 246 ลงวันที่ 3 กุมภาพนั ธ์ 2563) และการพิจารณาคดั เลอื ก
ผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง ให้ดำเนินการตามแนวทางและวิธีการท่ี ก.พ. กำหนดไว้ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ.
ท่ี นร 1006/ว 10 ลงวันที่ 15 กันยายน 2548 และตามหนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ที่ สธ 0201.10/ว 246 ลงวนั ที่ 3 กุมภาพนั ธ์ 2563
2. ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามยั เฉลมิ พระเกียรติ
(ตำแหนง่ นักวชิ าการสาธารณสุขชำนาญการ/พยาบาลวชิ าชีพชำนาญการ/เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน)
ให้ดำเนินการคัดเลือกได้เฉพาะกรณีการย้ายเท่าน้ัน โดยคณะกรรมการคัดเลือกจะแต่งตั้งโดยนายแพทย์สาธารณสุข
จังหวัด และการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์การย้ายข้าราชการ
ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2554 ท้ังนี้ ให้จังหวัดดำเนินการสรรหาและคัดเลือก
จากผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน ได้ 1 ครั้ง และเมื่อตำแหน่งว่างลงครั้งถัดไปให้
เว็บไซตก์ องบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล สำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
วนั ทีเ่ ผยแพร่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
3
จังหวัดเนนิ การรับสมัครคดั เลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งนักวชิ าการสาธารณสขุ ชำนาญการและพยาบาลวชิ าชีพชำนาญ
การเท่านั้น
3. ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบล/ผอู้ ำนวยการสถานีอนามยั เฉลมิ พระเกียรติ
(ตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขอาวุโส) ให้ดำเนินการคัดเลือกได้ 2 กรณี คือ การเล่ือนและการย้ายสำหรับ
กรณีการเลื่อนคณะกรรมการคัดเลือกจะแต่งตั้งโดย อ.ก.พ.จังหวัด และการพิจารณาคัดเลือกผู้ท่ีเหมาะสมกับ
ตำแหน่ง ให้ดำเนินการตามแนวทางและวิธีการท่ี ก.พ. กำหนดไว้ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ.ท่ี นร 0708.1/ว 22
ลงวันที่ 30 กันยายน 2540 กรณีการย้ายให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์การย้ายข้าราชการของสำนักงาน
ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ. 2554
ทั้งนี้ การพิจารณาคัดเลือกผู้เหมาะสมกับตำแหน่งทั้ง 3 กรณี ให้คณะกรรมการนำองค์ประกอบ
สมรรถนะผู้บริหารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขมาพิจารณา
ประกอบการคดั เลือกดว้ ย
คุณสมบัตผิ ู้มีสิทธเิ ขา้ รับการคดั เลือกเพอ่ื แตง่ ต้ังใหด้ ำรงตำแหน่ง
1. กรณีการเลื่อน
1.1 ตำแหน่งผ้อู ำนวยการโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัย
เฉลิมพระเกียรติ (นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพเิ ศษ)
1) มคี ุณสมบัติตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งท่ี ก.พ. กำหนด
2) มีคุณสมบัติท่ีจะส่งประเมินผลงานทางวิชาการตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่
นร 1006/ว 10 ลงวันที่ 15 กนั ยายน 2548 (เฉพาะตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสขุ ชำนาญการพิเศษ)
3) มคี ำสัง่ หรือมหี นังสือรบั รองจากผ้บู งั คบั บัญชามอบหมายให้ปฏิบัติหนา้ ที่ทางการ
บรหิ ารไมต่ ำ่ กว่าหัวหน้ากลุ่มงานมาแล้วไม่นอ้ ยกว่า 1 ปี และ
4) ปฏิบัติหน้าท่ีหรือเคยปฏิบัติหน้าที่ท่ีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/สถานี
อนามัย/สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/กลุ่มงาน
บริการด้านปฐมภูมิและองคร์ วมในโรงพยาบาลชุมชน (กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชนในโรงพยาบาลชุมชน
(เดมิ )) มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
แนวทางการแตง่ ตงั้
เม่ือคณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกผู้ที่สมควรได้รับการแต่งตั้งแล้ว ให้แจ้งผู้ได้รับ
การคัดเลอื กสง่ ประเมินผลงาน เม่ือคณะกรรมการฯ มีมติผา่ นประเมิน ให้เสนอผูม้ ีอำนาจสัง่ บรรจุแต่งตง้ั ผู้ไดร้ ับ
การคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ
(นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ) ตามตำแหน่งท่ีว่าง ทั้งน้ี หากคณะกรรมการฯ มีมติไม่ผ่านการ
ประเมนิ ผลงานให้จังหวดั ดำเนนิ การคัดเลอื กใหม่
1.2 ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัย
เฉลมิ พระเกียรติ (เจา้ พนักงานสาธารณสุขอาวโุ ส)
1) มีคณุ สมบัตติ รงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งท่ี ก.พ. กำหนด
เว็บไซต์กองบรหิ ารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
วันทีเ่ ผยแพร่ ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
4
2) มีคำสั่งหรือมีหนงั สือรับรองจากผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ปฏิบัติหน้าท่ีทางการ
บริหารไม่ตำ่ กวา่ หัวหน้ากลมุ่ งานมาแล้วไมน่ ้อยกวา่ 1 ปี และ
3) ปฏิบัติหน้าท่ีหรือเคยปฏิบัติหน้าท่ีท่ีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/สถานี
อนามัย/สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/กลุ่มงาน
บริการดา้ นปฐมภูมิและองคร์ วมในโรงพยาบาลชุมชน (กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชนในโรงพยาบาลชมุ ชน
(เดมิ )) มาแล้วไม่น้อยกวา่ 1 ปี
แนวทางการแตง่ ตง้ั
เม่ือคณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกผู้ที่สมควรได้รับการแต่งต้ังแล้วให้ผู้มีอำนาจส่ัง
บรรจุสั่งแต่งต้ังผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยสถานี
อนามยั เฉลิมพระเกยี รติ (เจา้ พนักงานสาธารณสุขอาวุโส) ตามตำแหนง่ ทว่ี ่าง
2. กรณีการยา้ ย
1) มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่ ก.พ. กำหนดคือมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับ
ตำแหนง่ นกั วชิ าการสาธารณสขุ ปฏิบตั กิ าร/พยาบาลวชิ าชพี ปฏิบตั ิการ/เจ้าพนกั งานสาธารณสขุ ปฏิบัติงาน
2) มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การย้ายข้าราชการ พ.ศ. 2554 คือ ต้องปฏิบัติราชการ
ทส่ี ว่ นราชการเดิมมาแลว้ ไม่นอ้ ยกวา่ 1 ปี
กรณีไม่เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ
ต้องมคี ณุ สมบตั ใิ นการยา้ ยดงั นี้
1) มีคำส่ังหรือมีหนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชา มอบหมายให้ปฏิบัติหน้าท่ีทางการบริหาร
ไมต่ ่ำกว่าหัวหน้ากลมุ่ งานมาแล้วไมน่ ้อยกว่า 1 ปี และ
2) ปฏิบัติหน้าท่ีหรือเคยปฏิบัติหน้าท่ีท่ีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/สถานีอนามัย/
สถานอี นามัยเฉลิมพระเกียรต/ิ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/สำนกั งานสาธารณสุขจังหวัด/กลุ่มงานบริการดา้ น
ปฐมภมู แิ ละองค์รวมในโรงพยาบาลชุมชน (กลุม่ งานเวชปฏิบตั คิ รอบครวั และชุมชนในโรงพยาบาลชมุ ชน (เดิม))
มาแล้วไมน่ อ้ ยกวา่ 1 ปี
แนวทางการแต่งตง้ั
1. ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัย
เฉลิมพระเกียรติ (นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ/พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ/เจ้าพนักงาน
สาธารณสขุ ชำนาญงาน)
1) กรณีผไู้ ด้รับการคัดเลือกเป็นผู้ดำรงตำแหนง่ ทีม่ ีชือ่ ตำแหนง่ ในสายงานเหมือนกับ
สายงานของตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ
ทว่ี ่าง จงั หวดั สามารถแต่งตั้งให้ดำรงตำแหนง่ ไดเ้ ลย
2) กรณีผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ดำรงตำแหน่งที่มีช่ือตำแหน่งใน สายงาน
ไม่เหมือนกับสายงานของตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัย
เฉลิมพระเกียรติ ท่ีว่าง ให้ดำเนนิ การ ดงั น้ี
เวบ็ ไซตก์ องบรหิ ารทรัพยากรบุคคล สำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
วันทีเ่ ผยแพร่ ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
5
(1) ส่ังให้ผู้ได้รับการคัดเลือกไปรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล
สง่ เสรมิ สุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานอี นามัยเฉลมิ พระเกียรติ ท่วี ่าง
(2) ส่งผลการพิจารณาคัดเลือกให้เขตสุขภาพเพื่อส่งให้สำนักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสุข เสนอ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุขพิจารณากำหนดตำแหน่งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกครองอยู่เป็น
ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ที่ว่างเดิม
เป็นตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ และเจ้าพนักงานสาธารณสุข
ชำนาญงาน
2. ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัย
เฉลิมพระเกียรติ (นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ/เจ้าพนักงานสาธารณสุขอาวุโส)
เม่ือคณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกผู้ท่ีสมควรได้รับการแต่งตั้งแล้ว ให้ผู้มีอำนาจส่ังบรรจุย้ายผู้ได้รับ
การคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ
ตามตำแหนง่ ทว่ี า่ ง
ปัญหาและอปุ สรรค
1. เน่ืองจากหลักเกณฑ์การคัดเลือกข้าราชการเพ่ือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ดังกล่าว เป็นหลักเกณฑ์ใหม่ที่กำหนดให้ใช้
สำหรับการคัดเลือกข้าราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/
ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ เป็นการเฉพาะ ทำให้เจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติไม่เข้าใจหรือเข้าใจคลาดเคล่ือน
ในหลักเกณฑ์การคัดเลือกดังกล่าวมีผลทำให้เมื่อดำเนินการคัดเลือกเกิดความผิดพลาด ต้องยกเลิกการประกาศ
รับสมัคร และต้องดำเนินการตามข้ันตอนใหม่ เช่น กรณีตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ (นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ) ว่าง ตามหลักเกณฑ์
การคดั เลือกฯ กำหนดให้จงั หวัดดำเนินการรบั สมัครคดั เลือกจากผดู้ ำรงตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ
พยาบาลวิชาชีพชำนาญการและเจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน แต่ปรากฏว่าจังหวัดดำเนินการรับสมัคร
คดั เลือกจากผดู้ ำรงตำแหนง่ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ เพียงตำแหน่งเดยี วซ่ึงไม่เป็นไปตามหลกั เกณฑ์
การคดั เลอื กฯ ดงั กล่าว และอาจทำใหเ้ กิดกรณีรอ้ งเรยี นได้
2. เนื่องจากหลักเกณฑ์การคัดเลือกฯ ดังกล่าว เป็นหลักเกณฑ์เฉพาะและเป็นหลักเกณฑ์ใหม่
จึงยังไม่มีการรวบรวมหลักเกณฑ์ วิธีการดำเนินการ หรือสรุปประเด็นปัญหาและแนวทางในการแก้ไขไว้สำหรับใช้
เปน็ คู่มือให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏบิ ัตงิ านในการดำเนนิ การคัดเลือกข้าราชการเพือ่ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ
โรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามยั เฉลมิ พระเกียรติ
แนวทางการแกไ้ ขปญั หา
1. ช้ีแจงให้ความรู้ ความเข้าใจ กบั เจ้าหนา้ ทผี่ ู้ปฏิบัติ ในเวทีตา่ ง ๆ เชน่ การจดั โครงการอบรมสมั มนา
เจา้ หนา้ ทผี่ ู้ปฏิบตั งิ านทัง้ ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จะทำใหก้ ารดำเนนิ การในเรื่องดังกลา่ วทำได้ถกู ต้อง
2. จัดทำคู่มือในการปฏิบัติงานเร่ืองการคัดเลือกข้าราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ โดยรวบรวมวิธีดำเนินการ
เว็บไซตก์ องบรหิ ารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
วนั ทเี่ ผยแพร่ ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
6
สรุปประเด็นปัญหา แนวทางแก้ไข กรณีตัวอย่าง เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติสำหรับผู้ปฏิบัติ หรือเพ่ือให้
ผ้ทู ส่ี นใจได้ศึกษาหาความรใู้ นเร่อื งดงั กล่าว
3. จดั ทำแบบสอบถามความคิดเห็นของเจ้าหนา้ ท่ผี ปู้ ฏิบัติงานและผู้ท่ีเก่ียวข้อง เพอ่ื ให้ทราบถึงปญั หา
ขอ้ ขัดข้อง อุปสรรค ในการดำเนินการตามหลักเกณฑด์ งั กล่าว และเพือ่ นำมาปรบั ปรงุ และพัฒนาตอ่ ไป
เอกสารอา้ งองิ
1. พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
2. กฎ ก.พ.วา่ ดว้ ยการใหข้ า้ ราชการพลเรือนสามญั ได้รับเงินเดอื น พ.ศ. 2551
3. หนงั สอื สำนกั งาน ก.พ. ท่ี นร 0708.1/ว 22 ลงวนั ที่ 30 กนั ยายน 2540
4. หนงั สือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 10 ลงวนั ที่ 15 กันยายน 2548
5. หนังสอื สำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008/ว 10 ลงวนั ที่ 11 ธนั วาคม 2551
6. หนงั สอื สำนักงาน ก.พ. ท่ี นร 1006/ว 7 ลงวันท่ี 6 มนี าคม 2552
7. คำสงั่ กระทรวงสาธารณสุข ท่ี 897/2559 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
8. หนงั สือสำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข ท่ี สธ 0201.036/ว 8 ลงวนั ท่ี 10 มกราคม 2555
9. หนังสอื สำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข ที่ สธ 0208.10/ว 246 ลงวันที่ 3 กุมภาพนั ธ์ 2563
10. หนังสือสำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ที่ สธ 0208.10/ว 919 ลงวนั ที่ 8 พฤษภาคม 2563
เวบ็ ไซต์กองบรหิ ารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
วันทเ่ี ผยแพร่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
การขอรับบำเหนจ็ บำนาญใหก้ ับข้าราชการในสงั กัดสำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
นางปัทมา ใจกลุ นักทรพั ยากรบุคคลชำนาญการ
กองบริหารทรพั ยากรบุคคล สำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
บทคดั ย่อ
การขอรับบำเหน็จบำนาญให้กับข้าราชการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไม่ว่า
จะเปน็ การดำเนินการในส่วนกลางหรอื สว่ นภูมภิ าค ถือว่าเป็นสทิ ธิประโยชน์เรอ่ื งหน่งึ ทม่ี ีความสำคัญในการบรหิ ารงาน
บุคคล เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ และข้ันตอนตามท่ีกฎหมายกำหนด
ซึ่งในปัจจุบันยังพบปัญหาการดำเนินการขอรับบำเหน็จบำนาญของบางหน่วยงานเกิดความล่าช้า การบันทึก
ข้อมูลในระบบคลาดเคล่ือนจากข้อเท็จจริง ซึ่งอาจเกิดจากเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการ ยังไม่ทราบข้ันตอน
การดำเนินการท่ีชัดเจนและการดำเนินการไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ดังนั้น เพื่อพัฒนาแนวทางการขอรับ
บำเหน็จบำนาญให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน การดำเนินการถูกต้องและมีประสิทธิภาพ จึงเห็นสมควรมีคู่มือและ
แนวทางให้ผู้ปฏิบัติงานขอรับบำเหน็จบำนาญ หรือผู้ท่ีสนใจจะนำไปศึกษาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการ
ขอรับบำเหนจ็ บำนาญใหก้ ับขา้ ราชการในสังกัด
คำสำคัญ : การขอรับบำเหน็จบำนาญให้กับข้าราชการ
บทนำ
ภารกิจท่ีสำคัญอีกอย่างหน่ึงของกองบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสขุ คือ ได้รับมอบหมายให้ทำหนา้ ที่เป็นส่วนราชการผู้ขอในการดำเนินการย่ืนเรือ่ งขอรับบำเหนจ็ บำนาญ
ให้กับข้าราชการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขส่วนกลาง และยังทำหน้าท่ีในการควบคุม กำกับ
ติดตาม พัฒนา และเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ปฏิบัติงานในการดำเนินการขอรับบำเหน็จบำนาญให้กับข้าราชการ
ในส่วนภูมิภาค กองต่าง ๆ ในส่วนกลาง และสำนักงานรัฐมนตรี เพ่ือให้การดำเนินการถูกต้องตามหลักเกณฑ์
ที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าท่ีผู้ดำเนินการจึงต้องมีความรู้ ความเข้าใจในกฎ ระเบียบ การดำเนินการทุกข้ันตอน
มีความรวดเร็ว สามารถให้ข้อมูล คำปรึกษากับผู้เก่ียวข้องและผู้รับบริการได้รับข้อมูลที่ต้องการและบริการที่ดี
ครบถว้ นทุกคน และการเกดิ สิทธิประโยชน์ของผรู้ บั บำเหน็จบำนาญหลงั จากออกจากราชการเป็นไปอย่างต่อเนอ่ื ง
ซึ่งปัจจุบันการดำเนินการขอรับบำเหน็จบำนาญมีความรวดเร็วย่ิงข้ึน โดยกรมบัญชีกลางได้พัฒนาระบบ
การยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองทางอิเล็กทรอนิกส์ (Pensions’Electronic Filing) เพื่ออำนวย
ความสะดวกให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับบำเหนจ็ บำนาญ ลดขน้ั ตอนและภาระงานของสว่ นราชการ ผรู้ ับบำเหน็จบำนาญ
สามารถติดตามผลการขอรับบำเหน็จบำนาญได้ เทคโนโลยจี ึงมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินการระหวา่ ง
ส่วนราชการ กรมบญั ชกี ลาง และผู้มีสทิ ธิขอรับบำเหนจ็ บำนาญ
วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อพัฒนาแนวทางการขอรับบำเหน็จบำนาญให้กับข้าราชการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสุขให้เป็นมาตรฐาน ทันสมัย สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเน้นการขับเคล่ือนด้วยเทคโนโลยี
และระบบดจิ ทิ ลั
2. เพ่ือให้หน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
มมี าตรฐานกลางในการปฏิบตั งิ านท่ีชัดเจน อย่างเปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษรท่ีแสดงถึงรายละเอียดข้ันตอน
เวบ็ ไซตก องบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล สาํ นกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
วันทเ่ี ผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
2
การปฏิบัติงานขอรบั บำเหน็จบำนาญ เพ่ือสร้างมาตรฐานการปฏิบตั ิงานที่มุ่งไปสู่การบริหารคุณภาพท่ัวท้ังองค์กร
อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลงานท่ีได้มาตรฐานเป็นไปตามเป้าหมาย ได้ผลผลิตหรือการบริการท่ีมีคุณภาพ
เป็นคู่มือให้กับเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานในการย่ืนเรื่องขอรับบำเหน็จบำนาญ ได้อย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐาน
เดียวกันทุกส่วนราชการ ลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน ส่งผลให้เกิดสิทธิประโยชน์ในการรับบำเหน็จบำนาญ
เปน็ ไปอย่างตอ่ เน่ือง
3. เพ่ือเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เก่ียวข้องกับ
การขอรับบำเหน็จบำนาญท่ีสามารถถ่ายทอดให้กับผู้เข้ามาปฏิบัติงานใหม่ พัฒนาให้การทำงานเป็นมืออาชีพ
รวมท้ังแสดงหรือเผยแพร่ให้กับบุคคลภายนอก หรือผู้ใช้บริการ ให้สามารถเข้าใจและใช้ประโยชน์จาก
กระบวนงานทมี่ ีอย่เู พื่อขอรบั การบริการตรงกบั ความต้องการ
ขอบเขตการจดั ทำ
การขอรับบำเหน็จบำนาญให้กบั ข้าราชการสงั กัดสำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ครอบคลุม
ตั้งแต่ผู้มีสิทธิดำเนินการย่ืนเร่ืองขอรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-filing) ส่วนราชการ
ผขู้ อรบั เรอื่ งผ่านระบบ จนถงึ ขัน้ ตอนการบันทึกข้อมลู ผา่ นระบบบำเหน็จบำนาญ (e-pension) ซ่งึ เปน็ ระบบงาน
อิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง โดยแสดงเนื้อหาสาระเป็นขั้นตอน นำเสนอผังขั้นตอนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับ
การดำเนินการขอรับบำเหน็จบำนาญ รายละเอียดการดำเนินการ แสดงตัวอย่างการคำนวณเวลาราชการ
การคำนวณบำเหน็จบำนาญ และบำเหน็จดำรงชีพ และนำเสนอตัวอยา่ งหนังสือตอบข้อหารอื จากกรมบัญชีกลาง
เพื่อใหส้ ่วนราชการใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัตงิ าน
วธิ ดี ำเนินการ
ผูจ้ ัดทำไดศ้ ึกษา กฎ ระเบียบ หลกั เกณฑ์ วิธกี ารและข้นั ตอนในการดำเนินการท่ีถกู ต้อง สอดคล้องกับ
พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 พระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พ.ศ.2539 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการขอรับและการจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2527
พระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ.2535 การตอบ
ข้อหารือของกรมบัญชีกลาง เช่น การนับระยะเวลาราชการเพื่อคำนวณบำเหน็จบำนาญ ข้อมูลจาก website
ของกรมบัญชีกลาง คลังเขต มาตรฐานข้ันตอนการปฏิบัติงาน (SOP) ของกองบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงาน
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ประโยชนท์ ีค่ าดวา่ จะได้รับ
1. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีแนวทางการขอรับบำเหนจ็ บำนาญท่ีเป็นมาตรฐาน
เดยี วกัน
2. เป็นคู่มือท่ีเป็นมาตรฐานในการปฏิบัติงาน ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง ลดข้อผิดพลาด
และมีผลงานออกมาอยา่ งน่าเชอื่ ถือ
3. การดำเนินการขอรับบำเหน็จบำนาญให้กับข้าราชการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสุขมคี วามถูกต้อง ครบถ้วนเปน็ ไปตามกฎ ระเบียบ หลกั เกณฑ์ทก่ี รมบัญชกี ลางกำหนด
การขอรับบำเหน็จบำนาญนับว่าเป็นสิทธิประโยชน์เรื่องหนึ่งท่ีมีความสำคัญในการบริหารงาน
บุคคล ซึ่งในแต่ละปีงบประมาณมีข้าราชการออกจากราชการจำนวนมาก จากการจัดเก็บข้อมูล 5 ปีย้อนหลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ.2558-2562 จากฐานข้อมูลนายทะเบียนผู้รับบำเหน็จบำนาญ ปรากฏว่ามีข้าราชการ
สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้รับบำเหน็จบำนาญ รวมทั้งสิ้น 126,247 ราย รายละเอียด
ปรากฏดงั ภาพที่ 1
เวบ็ ไซตก องบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล สาํ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
วนั ทเ่ี ผยแพร ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
3
ภาพท่ี 1 จำนวนผู้รบั บำเหนจ็ บำนาญสงั กดั สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปงี บประมาณ พ.ศ.2558-2562
ท่ีมา : กองบริหารการคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
จากภาพท่ี 1 ปีงบประมาณ พ.ศ.2558-2562 มีผู้ได้รับบำเหน็จบำนาญท้ังส่วนกลางและ
ส่วนภูมิภาค รวมท้ังสิ้น 126,247 ราย จะเห็นได้ว่าสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้สูญเสียอัตรากำลัง
ในแต่ละปีงบประมาณมีจำนวนเกินกว่า 20,000 ราย และในอนาคตจะมีจำนวนผู้เกษียณเพ่ิมข้ึน ซึ่งจากการสำรวจ
พบวา่ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563-2568 จะมผี ู้เกษยี ณทีจ่ ะตอ้ งรบั บำเหนจ็ บำนาญมีรายละเอยี ดดงั ภาพท่ี 2
ภาพที่ 2 จำนวนผ้เู กษยี ณอายุสงั กดั สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปงี บประมาณ พ.ศ.2563-2568
ที่มา : ฐานข้อมูลระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการบุคลากรสาธารณสุข (Human Resource
Office of the Permanent Secretary System : HROPS)
เวบ็ ไซตกองบริหารทรพั ยากรบคุ คล สาํ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วนั ที่เผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
4
จากภาพท่ี 2 จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้เกษียณ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563-2568 ที่จะรับบำเหน็จบำนาญมีประมาณ 24,586 ราย โดยมีอัตราเพิ่มขึ้น
ติดต่อกัน ทั้ง 6 ปี ดังนั้น สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะต้องมีการวางแผนการบริหารงานบุคคลและ
บริหารจดั การข้อมลู และเอกสารใหม้ ปี ระสิทธิภาพ
ขัน้ ตอนการดำเนนิ การขอรบั บำเหน็จบำนาญ
การ ขอรับ บ ำเห น็ จ บ ำน าญ ให้ กับ ข้าร าช กา รใน สั ง กัด ส ำ นั ก งาน ป ลั ด ก ระท รว งส าธ าร ณ สุ ข
มีขน้ั ตอนการดำเนนิ การดงั นี้
1. ข้าราชการที่ออกจากราชการและมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ ย่ืนขอรับบำเหน็จบำนาญ
ด้วยตนเองทางอิเล็กทรอนิกส์ (Pensions’ Electronic Filing) โดยผู้มีสิทธิขอรับบำเหน็จบำนาญสามารถเข้าถึง
ข้อมูลการดำเนินงานอนุมัตสิ ่ังจ่ายบำเหนจ็ บำนาญของตนเองได้ทุกขั้นตอน อย่างทวั่ ถึงและเท่าเทียมกนั สามารถ
รับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เช่น รับทราบการอนุมัติส่ังจ่ายบำเหน็จบำนาญ พิมพ์หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ท่ีจ่าย
ดูข้อมูลประวัติการจ่ายเงนิ ทงั้ รายเดอื นและรายปี ผ่านระบบบำเหน็จบำนาญของกรมบัญชีกลางด้วย Username
และ Password ที่ได้รับจากการลงทะเบียนใช้งานในระบบการย่ืนขอรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองทาง
อเิ ล็กทรอนิกส์ (Pensions’ Electronic Filing)
2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานกับฐานข้อมูลท่ีเกี่ยวข้อง ได้แก่ ฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ
ระบบจ่ายตรงเงนิ เดอื นของกรมบัญชีกลาง ระบบสารสนเทศเพ่ือการบริหารจัดการบุคลากรสาธารณสุข (Human
Resource Office of the Permanent Secretary System : HROPS) และข้อมูลในระบบ e-filing ของผู้ยื่นแบบ
ให้ถูกต้องตรงกัน
3. บันทึกข้อมูลผ่านระบบบำเหน็จบำนาญ (e-pension) ส่งให้กรมบัญชีกลางพร้อมเอกสาร
ที่เก่ยี วข้อง เพือ่ ให้กรมบญั ชกี ลางตรวจสอบและพิจารณาอนุมัติส่ังจ่าย
ในการย่ืนเร่ืองขอรับบำเหน็จบำนาญให้กับข้าราชการ เอกสารที่สำคัญอย่างหน่ึง ซ่ึงกรมบัญชีกลาง
หรือคลังเขตใช้ในการตรวจสอบประวัติการรับราชการของผู้มีสทิ ธิก่อนการอนมุ ัตจิ ่ายบำเหนจ็ บำนาญ คอื ประวตั ิ
ข้าราชการ (ก.พ.7) แบบกระดาษ ซ่ึงบันทึกข้อมูลประวัติการรับราชการต้ังแต่บรรจุเข้ารับราชการ จนพ้นจาก
ราชการ โดยมีรายการที่สำคัญ ๆ ได้แก่ ข้อมูลส่วนตัวและครอบครัว ข้อมูลการปฏิบัติราชการในปัจจุบัน ข้อมูล
ประวัติการดำรงตำแหน่ง ข้อมูลประวัติการศึกษา ข้อมูลการฝึกอบรม/ดูงาน ข้อมูลการรับโทษทางวินัย เป็นต้น
แต่ปัจจุบันสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการพัฒนาระบบสารสนเทศเพ่ือการบริหารจัดการบุคลากร
สาธารณสุข เพ่ือใช้ในการบริหารงานด้านข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมี
ประสิทธิภาพย่ิงขึ้น ซ่ึงในส่วนของข้อมูลทะเบียนประวัติ โดยเฉพาะรายการที่ 14 ตำแหน่งและเงินเดือน
ได้กำหนดรูปแบบการออกรายงานเหมือนรายการใน ก.พ.7 ทุกประการ ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ได้เห็นชอ บให้
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ นำแผน่ พมิ พ์รายการประวัติการดำรงตำแหน่งของข้าราชการท่อี อกดว้ ยระบบ
คอมพิวเตอร์ มาใช้แทนการบันทึกรายการด้วยมือใน ก.พ.7 ได้ จึงถือว่าเป็นการนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่งท่ี
ช่วยให้ลดข้ันตอนในการบันทึกรายการต่างๆ ใน ก.พ. 7 ด้วยมือ ประกอบกับกรมบัญชีกลาง อนุมัติให้ใช้แผ่นพิมพ์
รายการประวัติดังกล่าวเป็นเอกสารประกอบการยื่นเร่ืองขอรับบำเหน็จบำนาญได้เช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่
เก็บรักษาทะเบยี นประวัติหรือผ้ไู ด้รับมอบหมาย จะตอ้ งลงนามรับรองแผ่นพิมพร์ ายการประวัติการดำรงตำแหน่ง
ของขา้ ราชการทีอ่ อกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทุกแผ่น
ดงั น้ัน การขอรบั บำเหน็จบำนาญให้กับข้าราชการสังกัดสำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท้งั ใน
ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จึงเป็นการนำเทคโนโลยีที่เกิดจากการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ
เวบ็ ไซตก องบริหารทรัพยากรบคุ คล สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วนั ท่ีเผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
5
บุคลากรสาธารณสุขมาเป็นส่วนช่วยสนับสนุนข้อมูลให้การรับบำเหน็จบำนาญมีความรวดเร็วมากข้ึน แต่การนำ
ข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการบุคลากรสาธารณสุข ท่ีเก่ียวกับข้อมูลทะเบียนประวัติ มาใช้
ประกอบการขอรับบำเหน็จบำนาญให้ข้าราชการในสังกัด เจ้าหน้าที่จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในการบันทึก
ข้อมูลหรือตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ หากบันทึกหรือตรวจสอบผิดพลาดอาจจะกระทบต่อสิทธิในการรับ
บำเหน็จบำนาญของผู้มีสิทธิ จึงถือว่าเทคโนโลยีเป็น ส่วนหน่ึงท่ีผลักดันให้การบริหารงานบุคคลในเร่ืองการ
ขอรบั บำเหนจ็ บำนาญใหก้ บั ข้าราชการในสังกัดสำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข เป็นไปอยา่ งคล่องตวั รวดเร็ว
และมีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน ซ่ึงการขอรับบำเหน็จบำนาญกำหนดไว้ด้วย พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญ
ขา้ ราชการ พ.ศ.2494 และพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง
ดงั น้ี
1. เหตุทดแทน
2. เหตุทพุ พลภาพ
3. เหตุสูงอายุ
4. เหตรุ บั ราชการนาน (ไมเ่ ป็นสมาชิก กบข.) หรอื มาตรา 48 (สมาชกิ กบข.)
ข้าราชการที่พ้นจากราชการไม่ว่าจะด้วยเหตุทดแทน เหตุทุพพลภาพ เหตุสูงอายุ หรือเหตุ
รับราชการนาน จะเกิดสิทธิในการรับบำเหน็จการรับบำนาญกรณีใดนั้น ขอเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ในการ
ขอรับบำเหน็จบำนาญกรณีเป็นสมาชิก กบข. และไม่เป็นสมาชิก กบข. วิธีคำนวณบำเหน็จบำนาญ และเงินที่
ไดร้ ับจาก กบข. ซง่ึ ปรากฏตามหลกั เกณฑ์ดังนี้
เวบ็ ไซตกองบริหารทรพั ยากรบุคคล สํานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
วันที่เผยแพร ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
สิทธิการไดร้ ับบำเหน็จบำนาญ กรณีเปน็
เหตทุ ่อี อก สทิ ธริ บั ตาม พ.ร.บ.
จากราชการ อายรุ าชการ บำเหน็จ
บำนาญ บำเหน็จบำนาญขา้ ราชการ กองทนุ บำเหนจ็ บำนาญ
- ลาออก ไม่ถงึ 10 ปี ข้าราชการ
-
พ.ศ.2494 และทแี่ กไ้ ขเพิ่มเตมิ พ.ศ.2539 และทแี่ กไ้ ขเพิ่มเติม
- -
- ให้ออก 10 ปขี น้ึ ไป บำเหนจ็ มาตรา 17 มาตรา 47
- ปลดออก แต่ไมถ่ ึง 25 ปี มาตรา 48
เลือกรบั มาตรา 9
(อายตุ ำ่ กวา่ 25 ปขี นึ้ ไป บำนาญ และมาตรา 14 -
50 ป)ี เลือกรับ (เหตุรับราชการนาน)
บำเหนจ็
ไมถ่ งึ 1 ปี -
-
- เกษยี ณอายุ 1 ปีขึ้นไป บำเหน็จ มาตรา 9 มาตรา 53 (1)
ลาออก แตไ่ ม่ถึง 10 ปี และมาตรา 15
- ใหอ้ อก เลือกรับ มาตรา 9 และมาตรา 13 ลาออกเหตุสงู อายุ มาตรา 49 และมาตรา 52
บำนาญ มาตรา 9 และมาตรา 12 ใหอ้ อกเหตมุทาุพตพราลภ9าแพละ มาตรา 49 และมาตรา 50
10 ปีข้ึนไป
เลือกรับ มาตรา 9 และมาตรา 11 ให้ออกเหตทุ ดแทน มาตรา 49 และมาตรา 51
บำเหน็จ 515151
หมายเหตุ - บำเหน็จบำนาญ ขอรบั ภายใน 3 ปี เงิน กบข. ขอรับภายใน 10 ปี
- เงนิ สะสม หมายถงึ เงินท่สี มาชิกส่งสะสมเข้ากองทนุ ทุกคร้ังทีม่ ีการจา่ ยเงินเดือน
- เงนิ สมทบ หมายถึง เงนิ ทีร่ ัฐจ่ายสมทบให้สมาชิกทส่ี ง่ เงินสะสมเขา้ กองทุน
- เงินประเดิม หมายถงึ เงินทร่ี ัฐนำส่งเขา้ บัญชีสมาชิก กบข. ซึ่งเป็นข้าราชการอยกู่ อ่ นวันท่ี 27 มี.ค.2540
- เงนิ ชดเชย หมายถงึ เงนิ ท่ีรฐั นำสง่ เข้ากองทนุ ใหแ้ ก่สมาชิกทกุ คร้งั ท่มี กี ารจา่ ยเงนิ เดอื นเพ่ือชดเชยบำนาญท่ีลดลงจาก
นสมาชกิ กบข.และไมเ่ ปน็ สมาชิก กบข.
การคำนวณเงินทีไ่ ด้รับจากกระทรวงการคลัง
พ.ร.บ.บำเหนจ็ บำนาญขา้ ราชการ พ.ร.บ.กองทุนบำเหนจ็ บำนาญขา้ ราชการ เงินทไี่ ดร้ ับจาก กบข.
พ.ศ.2494 และทแี่ กไ้ ขเพิ่มเตมิ พ.ศ.2539 และทแี่ กไ้ ขเพ่มิ เตมิ
สะสม+สมทบ+ผลประโยชน์
- -
เงนิ เดอื นเดือนสดุ ทา้ ยxเวลาราชการ เงินเดอื นเดือนสุดท้ายxเวลาราชการ สะสม+สมทบ+ผลประโยชน์
เงนิ เดือนเดือนสุดทา้ ยxเวลาราชการ เงินเดือนเดือนสุดทา้ ยxเวลาราชการ ประเดมิ (ถา้ ม)ี +ชดเชย+สะสม+
50 50 สมทบ+ผลประโยชน์
เงินเดอื นเดือนสุดท้ายxเวลาราชการ เงินเดือนเดอื นสดุ ท้ายxเวลาราชการ สะสม+สมทบ+ผลประโยชน์
สะสม+สมทบ+ผลประโยชน์
--
เงินเดือนเดอื นสดุ ท้ายxเวลาราชการ เงินเดือนเดอื นสดุ ทา้ ยxเวลาราชการ สะสม+สมทบ+ผลประโยชน์
เงนิ เดอื นเดอื นสดุ ท้ายxเวลาราชการ เงินเดอื นเดอื นสุดท้ายxเวลาราชการ ประเดมิ (ถ้ามี)+ชดเชย+สะสม+
2 50 50 สมทบ+ผลประโยชน์
0 เงินเดือนเดอื นสุดท้ายxเวลาราชการ สะสม+สมทบ+ผลประโยชน์
1
เงินเดอื นเดือนสุดทา้ ยxเวลาราชการ
กการเปลี่ยนแปลงสูตรเงนิ บำนาญสำหรบั สมาชกิ กบข.
7
ขอ้ เสนอแนะเพอื่ การพัฒนางาน
1. เจ้าหนา้ ท่ีผู้ดำเนินการ
1. เนื่องจากการปฏิบัติงานเก่ียวกับการขอรับบำเหน็จบำนาญ เป็นงานท่ีต้องอาศัยระเบียบ
ข้อบังคับ และกฎหมายท่ีเก่ียวข้อง และเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับตัวเงินรวมถึงผู้มีสิทธิขอรับเงิน ดังนั้น เจ้าหน้าที่
ผ้ดู ำเนินการ จึงจำเปน็ ต้องใชค้ วามละเอยี ดรอบคอบในการปฏิบัติงานแต่ละขั้นตอน ทั้งในเรื่องการบันทกึ ประวัติ
ข้าราชการ (ก.พ.7) ท่ีเป็นแผ่นกระดาษ และการบันทึกประวัติข้าราชการในระบบสารสนเทศเพ่ือการบริหาร
จัดการบุคลากรสาธารณสุข (Human Resource Office of the Permanent Secretary System : HROPS)
ผู้ปฏิบัติงานจึงควรศึกษาให้เข้าใจถูกต้องครบถ้วน และผู้บังคับบัญชาควรมีส่วนสนับสนุนในการให้ผู้ปฏิบัติงาน
เข้ารบั การฝกึ อบรมเพือ่ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
2. กรณีมีระเบียบหลักเกณฑ์บำเหน็จบำนาญใหม่ ๆ หากเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นว่าข้อมูล
หรือแนวปฏิบัติใดไม่ชัดเจน ควรทำหนังสือหารือไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพ่ือที่กองบริหาร
ทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซ่ึงเป็นหน่วยงานกลางจะได้ดำเนินการหารือไปยัง
กรมบัญชีกลางหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมแจ้งผลให้หน่วยงานทราบต่อไป หรือกรณีที่สำนักงาน
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เคยมีข้อหารือไปยังกรมบัญชีกลางหรอื หน่วยงานท่ีเกีย่ วข้องแล้ว จะได้แจ้งให้ทราบ
ขอ้ หารอื ดงั กล่าวเพอื่ เป็นแนวทางในการดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์
3. เม่ือเจ้าหน้าท่ีได้ทราบข้อมูล ระเบียบหลักเกณฑ์ หรือแนวทางปฏิบัติใด ๆ ควรเสนอให้
ผบู้ ริหารได้รบั ทราบ และแจ้งเวียนให้ทกุ คนในหนว่ ยงานทราบและถือปฏิบตั ิ
4. ควรศึกษาความคิดเหน็ ของข้าราชการหรอื ผขู้ อรับบำเหน็จบำนาญ เพือ่ ทำให้ทราบขอ้ มูล
หรือปัจจัยท่ีมีผลต่อการปฏิบัติงานเรื่องบำเหน็จบำนาญที่มีประสิทธิภาพ เพ่ือจะได้ข้อมูลไปใช้เป็นแนวทาง
การดำเนินงานเร่ืองบำเหน็จบำนาญให้มปี ระสิทธิภาพตอ่ ไป
5. ผู้ที่เปน็ นายทะเบยี นบคุ ลากรภาครัฐของหน่วยงาน (ผู้ที่มีสิทธิแก้ไขประวัติของข้าราชการ
ในระบบข้อมูลบุคลากรภาครัฐที่กรมบัญชีกลางกำหนด) จะต้องตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและ ครบถ้วน เพื่อลด
ความผิดพลาดและความล่าชา้ ในการขอรับบำเหน็จบำนาญ
2. สำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ส่วนราชการระดบั กรม)/หน่วยงานในสังกัด
1. กำหนดแนวทางการดำเนินการของทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสุขให้การปฏบิ ัติงานเป็นมาตรฐานเดยี วกนั
2. ควรจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าท่ผี ู้ดำเนนิ การรับผดิ ชอบโดยตรงให้มีความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนอ่ื ง
สม่ำเสมอ เพ่ือมิให้เกิดข้อร้องเรียนกรณีเจ้าหน้าท่ีดำเนินการผิดพลาด ซึ่งส่งผลให้ผู้ขอรับบำเหน็จบำนาญเสียสิทธิ
ประโยชน์ การจดั ฝกึ อบรมอาจจะจัดโดยหน่วยงานในส่วนกลางหรอื ส่วนภูมภิ าค
3. ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงาน ควรให้คำแนะนำและช่วยตรวจสอบข้อมูลของผู้ขอรับ
บำเหน็จบำนาญและเอกสารประกอบการขอรับบำเหน็จบำนาญอย่างละเอียด เพื่อป้องกันความผิดพลาดและ
ความล่าช้าที่จะเกดิ ข้ึนในการสัง่ จ่ายบำเหน็จบำนาญ
4. ตรวจสอบ ควบคุม กำกับ และรวบรวมปัญหาที่เกิดจากการดำเนินการทุกปี เพื่อพัฒนา
และดำเนินการปรบั ปรงุ แก้ไข
เวบ็ ไซตก องบริหารทรัพยากรบคุ คล สาํ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
วันท่ีเผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
8
สรปุ
หากกล่าวโดยสรุปแล้ว การดำเนินการขอรับบำเหน็จบำนาญให้กบั ข้าราชการในสังกัดสำนักงาน
ปลัดกระทรวงสาธารณสุขท้ังในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนท่ีถูกต้อง
ตามหลักเกณฑ์ และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพ่ือให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินตรงตามรอบปฏิทินการเบิกจ่ายของ
กรมบัญชีกลาง หากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในฐานะส่วนราชการผู้ขอขาดความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับหลักเกณฑ์ในการ
ย่ืนขอรับบำเหน็จบำนาญ อาจทำให้เอกสารประกอบการขอรับบำเหน็จบำนาญขาดความครบถ้วนถูกต้องและ
สามารถเข้าไปตรวจสอบตามขัน้ ตอนท่กี รมบัญชกี ลางกำหนดไว้ ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏบิ ัตงิ านได้ศึกษาแนวทาง
ขั้นตอนการขอรับบำเหน็จบำนาญ ที่ผู้เขียนได้จัดทำไว้ ผู้ปฏิบัติงานจะมีความรู้ ความเข้าใจในข้ันตอนการ
ดำเนินการและสามารถให้คำปรึกษาแนะนำผู้มีสิทธิได้อย่างถูกต้อง และการปฏิบัติงานขอรับบำเหน็จบำนาญ
ให้กับข้าราชการสงั กัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะปฏบิ ัติงานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน สง่ ผลให้สทิ ธิ
ประโยชน์ของผู้รับบำเหนจ็ บำนาญเปน็ ไปอย่างต่อเนื่อง
ผู้เขียนหวังเป็นอย่างย่ิงว่าการจัดทำแนวทางและข้ันตอนการขอรับบำเหน็จบำนาญ ให้กับ
ข้าราชการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงานท้ังในส่วนกลางและ
ส่วนภูมิภาค ซึ่งจะใช้เป็นแนวทางในการบริหารงานบุคคลเรื่องเก่ียวกับการขอรับบำเหน็จบำนาญอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ การดำเนนิ การทกุ ข้ันตอนมคี วามถกู ตอ้ ง รวดเรว็
เอกสารอา้ งอิง
1. พระราชบญั ญตั ิบำเหนจ็ บำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 และทแ่ี กไ้ ขเพมิ่ เติม
2. พระราชบญั ญตั กิ องทนุ บำเหนจ็ บำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 และท่ีแก้ไขเพม่ิ เติม
3. ระเบียบกระทรวงการคลังวา่ ดว้ ยการขอรับและการจ่ายบำเหนจ็ บำนาญข้าราชการ พ.ศ.2527
4. พระราชกฤษฎีการการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญและเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน
พ.ศ.2535
5. ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการบคุ ลากรสาธารณสขุ (Human Resource Office of
the Permanent Secretary System : HROPS)
เว็บไซตกองบริหารทรพั ยากรบุคคล สาํ นกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
วันที่เผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
แนวทางการปฏิบตั ิงาน การตรวจสอบ และการควบคุมวัสดุครุภัณฑ
นางสาวพวงเพญ็ สมยั นักจดั การงานทว่ั ไปชำนาญการ
กองบริหารทรพั ยากรบุคคล สำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
บทคัดยอ
ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 หมวด 13 การบริหาร
พัสดุ มาตรา 112 - 113 กำหนดใหหนวยงานของรัฐจัดใหมีการควบคุมและดูแลพัสดุที่อยูในความ
ครอบครองใหมีการใชและการบริหารพัสดุที่เหมาะสม คุมคาและเกิดประโยชนตอหนวยงานของรัฐมากที่สุด
ซึ่งรวมถึง การเก็บ การบันทึก การเบิกจาย การยืม การตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหนายพัสดุ
ใหเปนไปตามระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560
โดยหมวด 9 ไดกำหนดใหหนวยงานของรัฐตองปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารพัสดุ ขอ 202 - 219 เพื่อให
การปฏิบัติงานดานการตรวจสอบ การควบคุมวัสดุและครุภัณฑ ของหนวยงานมีความถูกตองเปนไปตามระเบียบ
มีประสิทธิภาพและเกิดความคุมคา ลดปญหาอันเกิดจากความไมรู ไมเขาใจ หรือความเขาใจที่ไมตรงกันและ
อาจทำให “เจาหนาที่” และ “หัวหนาหนวยงาน” ถูกตรวจสอบเรียกรองใหมีความรับผิด ทางวินัย ทางละเมิด
หรือทางอาญาได และจากการปฏิบัติงานในเรื่องดังกลาวพบวา มีขั้นตอนและกระบวนการในการปฏิบัติงานหลาย
ข้นั ตอนแตละขน้ั ตอนก็มีความสลบั ซบั ซอน ซ่งึ อาจกอใหเกดิ ความผิดพลาดในการปฏบิ ตั ิงานได
ผเู ขยี นจึงไดจ ัดทำแนวทางการปฏบิ ัตงิ าน การตรวจสอบ และการควบคุมวัสดุครภุ ัณฑ ซงึ่ เปน สวนหน่ึง
ของกระบวนการบริหารพัสดุ มีวัตถุประสงคเพื่อใหทราบถึงจำนวนพัสดุทหี่ นว ยงานหรือกลุมงานตาง ๆ มีไวใช
ในราชการ โดยการลงบัญชีหรือทะเบียนเพื่อควบคุมพัสดุ มีการจำแนกประเภทและรายการของพัสดุ รวมทั้ง
หลักฐานการรับจายพัสดุที่ไดบันทึกในบัญชีหรือทะเบียนไวประกอบการตรวจสอบและใชเปนขอมูลทางการ
บริหาร นอกจากนั้น การควบคุมพัสดุยังชวยใหการดูแลและบำรุงรักษาพัสดุอยูในสภาพใชงานไดดีอยูเสมอ
และทำใหทราบวาพัสดุใดหากใชต อไปจะทำใหเกิดความสูญเสียคาใชจายในการดูแลบำรุงรักษา หรือหมดความจำเปน
สมควรที่จะจำหนายและจัดหาพัสดุมาทดแทน รวมทั้งเปนแนวทางการปฏิบัติงานในกระบวนการบริหารพัสดุ
ของหนวยงานใหเปนไปในทางเดียวกัน ตามหลักการคือ คุมคา โปรงใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ตรวจสอบได ชวยใหผูปฏิบัติงานมีความรูความเขาใจในการปฏิบัติงาน สามารถปฏิบัติงานไดอยางถูกตอง
เปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแนวทางการปฏิบัติที่เก่ียวของ
คำสำคญั : การตรวจสอบ การควบคุม การควบคมุ วัสดุ การควบคมุ ครุภณั ฑ
เว็บไซตกองบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล สํานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
วนั ทเี่ ผยแพร ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
๒
บทนำ
ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาพรัฐ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใชเมื่อวันท่ี
23 สิงหาคม 2560 และมีการออกกฎกระทรวง ระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจางและ
การบริหารพสั ดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ตลอดจนหลักเกณฑ วิธกี าร และรายละเอียดการดำเนนิ การจัดซ้ือจัดจางและ
การบริหารพสั ดภุ าครัฐ ใหห นว ยงานภาครฐั ไดถือปฏบิ ัติ โดยตามพระราชบญั ญตั ิการจัดซื้อจัดจา งและการบริหาร
พสั ดภุ าครฐั พ.ศ. 2560 หมวด 13 การบริหารพัสดุ มาตรา 112 - 113 กำหนดใหห นว ยงานของรัฐจัดใหมี
การควบคุมและดูแลพัสดุที่อยูในความครอบครองใหมีการใชและการบริหารพัสดุที่เหมาะสม คุมคาและ
เกิดประโยชนตอหนวยงานของรัฐ ซึ่งรวมถึง การเก็บ การบันทึก การเบิกจาย การยืม การตรวจสอบ
การบำรุงรักษาและการจำหนายพัสดุ ใหเปนไปตามระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจางและ
การบรหิ ารพสั ดุภาครัฐ พ.ศ.2560 โดยหมวด 9 ไดก ำหนดใหห นว ยงานของรัฐตองปฏิบตั ิเกี่ยวกับการบริหารพัสดุ
ใหเปนไปตาม ขอ 202 - 219 ทั้งนี้ เพื่อใหการปฏิบัติงานดานการตรวจสอบ การควบคุมวัสดุและครุภัณฑ
ของหนวยงาน มีความถูกตอง มีประสิทธิภาพและเกิดความคุมคา ลดปญหาอันเกิดจากความไมรู ไมเขาใจ
หรือความเขาใจที่ไมตรงกันเปนเหตุท่ีทำให “เจาหนาที่” และ “หัวหนาหนวยงาน” ถูกตรวจสอบเรียกรองใหมี
ความรับผิดทางวินัย ทางละเมิด หรือทางอาญาได จากการตรวจสอบการปฏิบัติงานในเรื่องดังกลาวพบวา
การควบคุมพัสดุของกองบริหารทรัพยากรบุคคลไมเปนระบบและไมมีประสิทธิภาพเพียงพอ เนื่องจากมีการ
เคลื่อนยา ยพัสดุโดยไมแจง ผรู บั ผดิ ชอบหรือผปู ฏิบัติงานพสั ดุ ทำใหเกดิ การสูญหายของพสั ดุ อีกทั้ง กองบริหาร
ทรัพยากรบุคคลไดรับโอนภารกิจงานและบุคลากรบางสวนมาจากสถาบันพระบรมราชชนกจึงนำหองเก็บพัสดุ
มาปรับปรุงเปนหองสำนักงาน ทำใหประสบปญหาสถานที่ในการจัดเก็บวัสดุและครุภัณฑไมเพียงพอ มีพัสดุ
ที่ชำรุด เสื่อมสภาพรอการจำหนายออกจากบัญชีเปนจำนวนมากและกระจายอยูตามตึกอาคารสถานที่
จึงยากตอการควบคุมดูแล ทำใหการสำรวจตรวจสอบไมทั่วถึง ประกอบกับกองบริหารทรัพยากรบุคคลไดรับ
จัดสรรงบประมาณรายจายประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในสวนของงบดำเนินงาน ไมเพียงพอตอการดำเนนิ งาน
ตามภารกิจตาง ๆ คาใชจายในสวนของการจัดหาวัสดุจึงลดลงตามไปดวย โดยกองบริหารทรัพยากรบุคคล
ไดจัดสรรวงเงินสำหรับจัดซื้อวัสดุ จำนวน 750,000 บาท ซึ่งวงเงินดังกลาวไมเพียงพอตอการใชงานทั้งป
ในระหวางปจึงมีการขอรับจัดสรรเพิ่มเติม รวมวงเงินในการจัดซื้อวัสดุทัง้ ป 1,224,019.07 บาท ซึ่งในชวง
ระหวางรอรับจัดสรรเงนิ ฯ ทำใหการจัดหาวัสดุลาชาออกไปและบางรายการขาดสตอก (stock) สง ผลกระทบตอ
การจดั หาวสั ดแุ ละครภุ ัณฑท่ีจำเปนตองใชใ นกองบริหารทรัพยากรบุคคล นอกจากปญ หาเรือ่ งงบดำเนินงานแลว
ยังมีปญหาในสวนของการไมไดรับจัดสรรงบลงทุนสำหรับการจัดซื้อเครื่องพิมพและรถยนตราชการซึ่งชำรุด
เสื่อมสภาพ มีอายุการใชงานนานจนสิ้นมูลคาแลว สงผลกระทบตอคาใชจายในการซอมแซมที่ตามมาอีกดวย
ดังนั้น จึงไดจัดทำแนวทางการปฏิบัติงานการตรวจสอบ และการควบคุมวัสดุครุภัณฑ เพื่อใหผูปฏบิ ัตดิ านพัสดุ
ของหนวยงานใชเปน แนวทางในการปฏบิ ตั ิงาน
เว็บไซตกองบรหิ ารทรัพยากรบุคคล สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วันทเ่ี ผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
๓
วัตถุประสงค
1. ผูปฏิบตั งิ านดา นพสั ดใุ นหนวยงาน สามารถใชเ ปนแนวทางในการปฏบิ ัตงิ านไดอยางมีประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล ลดความเสี่ยงหรือขอผิดพลาดตาง ๆ ของกระบวนการบริหารพัสดุ และเกิดประโยชนสูงสุด
ตอ หนวยงานของรฐั
2. เพื่อใหบุคลากรในหนวยงานที่รับผิดชอบดานการบริหารพัสดุ ใชเปนแนวทางการปฏิบัติงาน
ใหถูกตองตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หนังสือสั่งการตาง ๆ ที่ทางราชการกำหนดและ
เปน ไปในทศิ ทางเดียวกัน
3. เพื่อใหหนวยงานมีแนวทางปฏิบัติงานในการตรวจสอบ และการควบคุมวัสดุครุภัณฑเปนไป
ในทศิ ทางเดียวกนั มีความครบถวน ถูกตอ งตามระเบียบที่กำหนด และเพ่อื สรางความเขมแขง็ ใหก บั หนว ยงาน
4. เพ่ือใหหนวยงานมีขอ มูลทางการบริหาร การควบคุมพัสดุ และยังชว ยในการเกบ็ บันทึกการเบกิ จา ย
และดูแลบำรุงรักษาพัสดุใหอยูในสภาพใชงานไดดีอยูเสมอ ทำใหทราบวาพัสดุใดหากใชตอไปจะทำให
เกิดความสูญเสียคาใชจายในการดูแลบำรุงรักษา หรือหมดความจำเปนสมควรที่จะจำหนายและจัดหาพัสดุ
มาทดแทน
ขอบเขตของการจดั ทำ
แนวทางการปฏิบัติงาน การตรวจสอบ และการควบคุมวัสดุครุภัณฑ จะกลาวถึงวิธีการควบคุมวัสดุ
ครุภณั ฑ และการตรวจสอบการควบคมุ วัสดุ ครุภัณฑ ซึ่งเปนหนึง่ ในวงจรการบรหิ ารงานดา นพสั ดุทไี่ ดมกี ารเก็บ
รักษาพัสดุเพื่อจายพัสดุใหกับผูใชงาน ในการควบคุมบัญชีพัสดุแบงเปนบัญชีวัสดุและทะเบียนคุมทรัพยสิน
โดยปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจดั ซื้อจัดจา งและการบริหารพสั ดภุ าครฐั พ.ศ.2560 หมวด 13 การบริหาร
พัสดุ มาตรา 112 - 113 กำหนดใหห นวยงานของรฐั จัดใหมีการควบคุมและดูแลพสั ดทุ ่ีอยูในความครอบครอง
ใหมีการใชและการบริหารพัสดุที่เหมาะสม คุมคาและเกิดประโยชนตอหนวยงานของรัฐมากที่สุด ซึ่งรวมถึง
การเก็บ การบันทึก การเบิกจาย การยืม การตรวจสอบ การบํารุงรักษาและการจําหนายพัสดุใหเปนไปตาม
ระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 หมวด 9
การบริหารพัสดุ ขอ 202 - 219
ประโยชนทคี่ าดวาจะไดรับ
1. ทำใหผูปฏิบัติงานดานพัสดุสามารถปฏิบัติงานไดอยางถูกตองเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ
ขอบังคับ และแนวทางการปฏิบัติที่เกี่ยวของ กระบวนการเปนไปอยางโปรงใส มีประสิทธิภาพ และสามารถ
ตรวจสอบได
2. ทำใหบุคลากรในหนวยงานที่รับผิดชอบดานการบริหารพัสดุ มีแนวทางและขั้นตอนการปฏบิ ัตงิ าน
การตรวจสอบ การควบคุมวสั ดุและครุภัณฑ เปนไปในแนวทางเดียวกัน
3. ผูบริหารสามารถใชขอมูลในการตัดสินใจ ตลอดจนบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยูใหคุมคาและ
เกิดประโยชนสงู สุดตอ หนวยงานของรฐั
เว็บไซตกองบริหารทรัพยากรบุคคล สํานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วันท่เี ผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
๔
แนวทางและข้ันตอนการดำเนินการควบคุมและการจำหนายพัสดุ
จัดทำแผนและประกาศแผนจดั ซอื้
จดั จางเพื่อจดั หาวสั ดุ ครภุ ณั ฑ
การให ดำเนนิ การเกบ็ รกั ษา ดำเนนิ การใน
หนวยงานของ และลงบญั ชเี พอ่ื ควบคมุ ตามขอ 203 กรณีทพี่ สั ดุ
รัฐอนื่ หรือ หนวยงานทต่ี อ งการใชพสั ดแุ ละหนวยพัสดุ เกดิ การชำรดุ
บคุ คลยมื พสั ดุ เสือ่ มคณุ ภาพ
ไปใชใ นกจิ การ ทีค่ วบคมุ ดำเนินการ เบกิ -จา ย หรือสูญไป
ตามขอ 204 -206 หรอื ไมจ ำเปน
ทเี่ ปน ตองใชใ น
ประโยชนต อ จัดทำแผนการซอมบำรงุ และดำเนินการ ราชการตอ ไป
ทางราชการ ซอมแซมใหกลับมาอยูในสภาพ กอ นการ
พรอ มใชงาน ตามขอ 212 ตรวจสอบพสั ดุ
ตามขอ ประจำป
207-211 ตามขอ 219
หนว ยงานของรัฐหรอื หนว ยงานท่ีมีพัสดุ
ไวจา ย ดำเนินการตรวจสอบพสั ดปุ ระจำป
ตามขอ 213-214
ดำเนนิ การจำหนา ยในกรณีท่ปี รากฏวา มพี ัสดหุ มดความจำเปน
หรือหากใชใ นราชการตอ ไปจะสิ้นเปลืองคาใชจา ยมาก หรือสูญไป
โดยไมมผี รู บั ผิด ตามขอ 215-217
ลงจายพสั ดทุ จี่ ำหนายแลว ออกจากบญั ชหี รือทะเบียนคุม ตามขอ 218
สนิ้ สดุ
เวบ็ ไซตกองบริหารทรัพยากรบุคคล สํานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
วันทเ่ี ผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
๕
ปญ หาและอปุ สรรค
1. เจาหนาที่ผปู ฏบิ ัตงิ านดานพัสดุขาดทักษะ ประสบการณ ความรู ความเขาใจ ตามพระราชบัญญัติ
การจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจาง
และการบริหารพัสดภุ าครัฐ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวง ขอบังคับ ประกาศ ขอบัญญัติ หนังสือเวียน ที่ออกตาม
ความในพระราชบญั ญตั นิ ี้ รวมถึงมติคณะรฐั มนตรีท่เี ก่ยี วขอ ง
2. เจาหนาที่ผปู ฏบิ ตั ิงานดานพัสดขุ าดขวญั และกำลังใจในการปฏิบัตงิ าน เนื่องจากมีการโยกยาย
สับเปล่ียนงานอยูเปนประจำ ทำใหข าดความตอเน่อื งในการปฏิบตั งิ าน
3. เจาหนาที่ผูรับผิดชอบงานของแตละกลุมงานบางสวนยังไมเขาใจในการจัดเตรียมเอกสาร
ประกอบการดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมครุภัณฑที่ถูกตอง ครบถวนตามระเบียบการบริหารพัสดุ ซึ่งสงผล
กระทบตอการดำเนินการบริหารพสั ดทุ ไ่ี มเปน ไปตามแผนท่วี างไว
4. ผูใ ชบ รกิ ารไมท ราบวาพสั ดทุ ่สี ามารถเบิกจา ยไดมีอะไรบาง เหลอื อยจู ํานวนเทาไร
5. เจาหนาที่ผูรับผิดชอบดานการควบคุมพัสดุของแตละกลุมงาน ไมบันทึกการเบิกจาย ยืม คืน
พสั ดุ ใหชดั เจน เม่อื มกี ารเคลือ่ นยา ยพัสดุ
6. มีการเคลื่อนยา ยพสั ดโุ ดยไมแจงผรู บั ผดิ ชอบหรือผปู ฏิบตั งิ านพัสดุ ทำใหเกดิ การสูญหายของพสั ดุ
7. สถานที่สำหรับจัดเก็บไมเพียงพอและไมเปนระบบ ขาดความเปนสัดสวน จึงทำใหยากตอการ
ควบคมุ ดแู ล สง ผลใหก ารตรวจสอบไดไ มท ัว่ ถงึ
8. ไดรับจัดสรรงบประมาณประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2563 สำหรับจัดซื้อวัสดุไมเพียงพอ
ทำใหต อ งขอรบั จัดสรรงบประมาณเพิม่ เติมระหวางป สงผลใหการจดั หาวัสดุบางรายการลา ชา ไมท ันตามกำหนด
ใชงาน
9. ไมไดรับจัดสรรงบลงทุนประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2563 สำหรับการจัดซื้อเครื่องพิมพและ
รถยนตราชการซึ่งชำรุด เสื่อมสภาพ มีอายุการใชงานนานจนสิ้นมูลคาแลว สงผลกระทบตอคาใชจายในการ
ซอมแซมที่ตามมา
10. รถยนตราชการ มีไมเพียงพอตอการใหบริการเจาหนาที่ในหนวยงาน ปจจุบันมี 2 คัน
ตอผูใชบริการ 230 คน และในจำนวน 2 คันดังกลาว มีอายุการใชงานนาน เกา เสื่อมสภาพ ไมปลอดภัย
ในการเดนิ ทางไกล
ขอ เสนอแนะ
1. มีแนวทางหรือคูมือการปฏิบัตงิ านเกีย่ วกับการบริหารพัสดุ ตั้งแตขั้นตอน การเก็บ การบันทกึ
การเบิกจาย การยืม การบำรุงรักษา การตรวจสอบ การจำหนายพัสดุ เพ่ือใหเจาหนาที่และผูปฏิบัติงาน
ทีเ่ กีย่ วของสามารถนำไปเปนแนวทางปฏบิ ัตไิ ดอยา งถกู ตอง
2. ควรจัดทำแนวปฏิบัติการเบิกจาย ยืม คืน พัสดุ และมีทะเบียนคุมที่ระบุวัน เวลา ในการ
เบิกจาย ยืม คืน พัสดุใหชัดเจน เพื่อสามารถตรวจสอบไดและกำหนดหนาที่ความรับผิดชอบใหผูใชพัสดุ
แจง เจา หนาทพ่ี สั ดุทราบทกุ คร้งั ทม่ี กี ารเคลื่อนยา ยพัสดุเปนลายลักษณอกั ษร
เวบ็ ไซตกองบริหารทรพั ยากรบุคคล สาํ นกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
วนั ทีเ่ ผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
๖
3. เจา หนา ที่ผูป ฏิบัติงานดา นพัสดุ ควรศึกษาทำความเขา ใจพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจางและ
การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวง ขอบังคับ ประกาศ ขอบัญญัติ หนังสือเวียน ที่ออกตามความ
ในพระราชบัญญัตินี้ รวมถึงมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวของ หรือติดตอประสานงาน สอบถาม แลกเปลี่ยนเรียนรู
จากผูมคี วามรู ความสามารถประสบการณ ระหวางหนวยงานดว ยกัน
4. หนวยงานตนสงั กดั ควรจดั อบรมใหความรูแกเจาหนาทีผ่ ูปฏบิ ัตงิ านดานพสั ดอุ ยางตอเนอื่ ง
สมำ่ เสมอ เน่อื งจากมีการปรบั ปรุง แกไข ขอ กฎหมาย ขอ ระเบียบ หนงั สือเวียน อยเู ปน ประจำ
5. การเกบ็ รักษาวัสดุ ควรจดั ใหม ีสถานท่ีเก็บรักษาพัสดุท่ีเปนระเบียบ ปลอดภยั และจัดเก็บวัสดุ
จำแนกประเภทใหเปนหมวดหมู เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและการเก็บรักษา กรณี สถานที่ในการ
จดั เก็บไมเพยี งพอ ควรจัดทำแผนจดั ซือ้ จำนวนปรมิ าณเหมาะสม เพียงพอกบั สถานท่ใี นการจัดเก็บ
6. ไมควรเปลยี่ นเจา หนาท่ีพัสดบุ อ ย เพราะทำใหขาดความตอเน่อื งในการปฏิบตั ิงาน
7. หนวยงานควรจัดทำระบบโปรแกรมทางคอมพิวเตอรสำหรับการบริหารพัสดุ เชน ระบบ
คิวอารโคดในการออกเลขครุภัณฑ เพื่อชวยแกปญหาในการเคลื่อนยายครุภัณฑโดยไมแจงเจาหนาที่พัสดุ
ของหนวยงานทราบ ซึ่งระบบนี้จะสามารถตรวจสอบไดวาครุภัณฑดังกลาวอยูที่ใด ลดปญหาครุภัณฑสูญหาย
หรือตรวจไมพ บเจอ
8. ควรมีสถานที่สำหรับเก็บรวบรวมพัสดุที่ชำรุด เสื่อมสภาพรอการจำหนายไวที่เดียวกัน กรณี
สถานท่จี ดั เกบ็ ไมเพยี งพอ ควรจดั ทำแผนการจำหนายพัสดุ มากกวา ปล ะ 1 ครัง้
9. ควรจัดทำโครงการสงเสริมการใชวัสดุสำนักงานรวมกัน โดยการนำวัสดุสำนักงานที่เหลือใช
ท่ยี งั มีประโยชนสามารถกลับมาใชใหม รวมทง้ั การลดปริมาณขยะ ตามหลกั 3Rs ไดแ ก การลดการใช (Reduce)
การใชซ้ำ (Reuse) การนํากลับมาใชใหม (Recycle) เชน คลิปหนีบกระดาษ แฟมใสเอกสาร กระดาษ Reuse
แฟมเสนอลงนาม เปนตน เพื่อเสริมสรางจิตสํานึกการใหความรวมมือและชวยเหลือกันในการใชทรัพยากร
อยา งคุมคา และมปี ระสทิ ธิภาพ สามารถลดคา ใชจ ายในการจัดซ้อื วัสดุลง
10. กรณีไมไดรับจัดสรรงบลงทุนในการจัดซื้อเครื่องพิมพ ควรจัดหาทดแทนโดยการเชาเครื่อง
ถายเอกสารที่มีคุณสมบัติสามารถพิมพงานไดเพื่อทดแทนเครื่องพิมพเกาที่ชำรุด ซึ่งสงผลใหคาใชจายในสวน
ของการจดั ซือ้ หมึกพมิ พแ ละคา ใชจ า ยในการซอมบำรงุ รักษาเคร่อื งพิมพล ดลง
11. กรณีไมไดรับจัดสรรงบลงทุนในการจัดซื้อรถยนตราชการ ควรจัดหาทดแทนโดยการเชา
ซงึ่ สง ผลใหคา ใชจ ายในการซอมบำรงุ รักษาลดลง
12. กรณีรถยนตร าชการมีไมเพยี งพอตอการใหบริการเจาหนา ทใี่ นหนว ยงาน และไมปลอดภัยใน
การเดนิ ทางไกล สำหรบั งานโครงการฝกอบรมตา ง ๆ ควรจา งเหมาบริการรถตรู บั จางทดแทน
เว็บไซตกองบรหิ ารทรัพยากรบุคคล สํานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
วันทเี่ ผยแพร ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
๗
เอกสารอางอิง
พระราชบญั ญัติการจัดซื้อจดั จางและการบรหิ ารพสั ดภุ าครฐั พ.ศ. 2560. (2560). ราชกิจจานุเบกษา.
ระเบยี บกระทรวงการคลงั วา ดว ยการจดั ซือ้ จัดจา งและการบริหารพัสดภุ าครัฐ พ.ศ. 2560. (2560).
ราชกิจจานุเบกษา.
การลงทะเบียนควบคุมพสั ดุของทางราชการ. (2549). คณะกรรมการวา ดว ยการพสั ดุ กรมบัญชกี ลาง.
การตีราคาทรัพยสิน. (2544). กรมบญั ชีกลาง.
การบนั ทกึ บญั ชวี ัสดหุ รอื ครภุ ณั ฑ. (2549). กรมบัญชีกลาง.
การปรับปรงุ หลักการจำแนกประเภทรายจายตามงบประมาณ. (2553). สำนกั งบประมาณ.
การปรบั ปรงุ หลกั การจำแนกประเภทรายจา ยตามงบประมาณ. (2558). สำนักงบประมาณ.
แนวทางการพิจารณาส่ิงของทีจ่ ดั เปนวสั ดแุ ละครุภณั ฑตามหลักการจำแนกประเภทรายจายตามงบประมาณ.
(2559). สำนักงบประมาณ.
หลกั เกณฑก ารคำนวณคาเสือ่ มราคาทรัพยสินถาวร สำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ . (2559). สาํ นกั งาน
ปลดั กระทรวงสาธารณสุข.
ซกั ซอมความเขาใจหลักเกณฑการคำนวณคาเสื่อมราคาทรัพยสินถาวรสำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ .
(2562). สํานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข.
เว็บไซตกองบรหิ ารทรัพยากรบุคคล สาํ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
วนั ทเ่ี ผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
แนวทางการปฏิบตั ิงาน การตรวจสอบ และการควบคุมวัสดุครุภัณฑ
นางสาวพวงเพญ็ สมยั นักจดั การงานทว่ั ไปชำนาญการ
กองบริหารทรพั ยากรบุคคล สำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
บทคัดยอ
ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 หมวด 13 การบริหาร
พัสดุ มาตรา 112 - 113 กำหนดใหหนวยงานของรัฐจัดใหมีการควบคุมและดูแลพัสดุที่อยูในความ
ครอบครองใหมีการใชและการบริหารพัสดุที่เหมาะสม คุมคาและเกิดประโยชนตอหนวยงานของรัฐมากที่สุด
ซึ่งรวมถึง การเก็บ การบันทึก การเบิกจาย การยืม การตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหนายพัสดุ
ใหเปนไปตามระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560
โดยหมวด 9 ไดกำหนดใหหนวยงานของรัฐตองปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารพัสดุ ขอ 202 - 219 เพื่อให
การปฏิบัติงานดานการตรวจสอบ การควบคุมวัสดุและครุภัณฑ ของหนวยงานมีความถูกตองเปนไปตามระเบียบ
มีประสิทธิภาพและเกิดความคุมคา ลดปญหาอันเกิดจากความไมรู ไมเขาใจ หรือความเขาใจที่ไมตรงกันและ
อาจทำให “เจาหนาที่” และ “หัวหนาหนวยงาน” ถูกตรวจสอบเรียกรองใหมีความรับผิด ทางวินัย ทางละเมิด
หรือทางอาญาได และจากการปฏิบัติงานในเรื่องดังกลาวพบวา มีขั้นตอนและกระบวนการในการปฏิบัติงานหลาย
ข้นั ตอนแตละขน้ั ตอนก็มีความสลบั ซบั ซอน ซ่งึ อาจกอใหเกดิ ความผิดพลาดในการปฏบิ ตั ิงานได
ผเู ขยี นจึงไดจ ัดทำแนวทางการปฏบิ ัตงิ าน การตรวจสอบ และการควบคุมวัสดุครภุ ัณฑ ซงึ่ เปน สวนหน่ึง
ของกระบวนการบริหารพัสดุ มีวัตถุประสงคเพื่อใหทราบถึงจำนวนพัสดุทหี่ นว ยงานหรือกลุมงานตาง ๆ มีไวใช
ในราชการ โดยการลงบัญชีหรือทะเบียนเพื่อควบคุมพัสดุ มีการจำแนกประเภทและรายการของพัสดุ รวมทั้ง
หลักฐานการรับจายพัสดุที่ไดบันทึกในบัญชีหรือทะเบียนไวประกอบการตรวจสอบและใชเปนขอมูลทางการ
บริหาร นอกจากนั้น การควบคุมพัสดุยังชวยใหการดูแลและบำรุงรักษาพัสดุอยูในสภาพใชงานไดดีอยูเสมอ
และทำใหทราบวาพัสดุใดหากใชต อไปจะทำใหเกิดความสูญเสียคาใชจายในการดูแลบำรุงรักษา หรือหมดความจำเปน
สมควรที่จะจำหนายและจัดหาพัสดุมาทดแทน รวมทั้งเปนแนวทางการปฏิบัติงานในกระบวนการบริหารพัสดุ
ของหนวยงานใหเปนไปในทางเดียวกัน ตามหลักการคือ คุมคา โปรงใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ตรวจสอบได ชวยใหผูปฏิบัติงานมีความรูความเขาใจในการปฏิบัติงาน สามารถปฏิบัติงานไดอยางถูกตอง
เปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแนวทางการปฏิบัติที่เก่ียวของ
คำสำคญั : การตรวจสอบ การควบคุม การควบคมุ วัสดุ การควบคมุ ครุภณั ฑ
เว็บไซตกองบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล สํานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
วนั ทเี่ ผยแพร ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
๒
บทนำ
ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาพรัฐ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใชเมื่อวันท่ี
23 สิงหาคม 2560 และมีการออกกฎกระทรวง ระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจางและ
การบริหารพสั ดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ตลอดจนหลักเกณฑ วิธกี าร และรายละเอียดการดำเนนิ การจัดซ้ือจัดจางและ
การบริหารพสั ดภุ าครัฐ ใหห นว ยงานภาครฐั ไดถือปฏบิ ัติ โดยตามพระราชบญั ญตั ิการจัดซื้อจัดจา งและการบริหาร
พสั ดภุ าครฐั พ.ศ. 2560 หมวด 13 การบริหารพัสดุ มาตรา 112 - 113 กำหนดใหห นว ยงานของรัฐจัดใหมี
การควบคุมและดูแลพัสดุที่อยูในความครอบครองใหมีการใชและการบริหารพัสดุที่เหมาะสม คุมคาและ
เกิดประโยชนตอหนวยงานของรัฐ ซึ่งรวมถึง การเก็บ การบันทึก การเบิกจาย การยืม การตรวจสอบ
การบำรุงรักษาและการจำหนายพัสดุ ใหเปนไปตามระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจางและ
การบรหิ ารพสั ดุภาครัฐ พ.ศ.2560 โดยหมวด 9 ไดก ำหนดใหห นว ยงานของรัฐตองปฏิบตั ิเกี่ยวกับการบริหารพัสดุ
ใหเปนไปตาม ขอ 202 - 219 ทั้งนี้ เพื่อใหการปฏิบัติงานดานการตรวจสอบ การควบคุมวัสดุและครุภัณฑ
ของหนวยงาน มีความถูกตอง มีประสิทธิภาพและเกิดความคุมคา ลดปญหาอันเกิดจากความไมรู ไมเขาใจ
หรือความเขาใจที่ไมตรงกันเปนเหตุท่ีทำให “เจาหนาที่” และ “หัวหนาหนวยงาน” ถูกตรวจสอบเรียกรองใหมี
ความรับผิดทางวินัย ทางละเมิด หรือทางอาญาได จากการตรวจสอบการปฏิบัติงานในเรื่องดังกลาวพบวา
การควบคุมพัสดุของกองบริหารทรัพยากรบุคคลไมเปนระบบและไมมีประสิทธิภาพเพียงพอ เนื่องจากมีการ
เคลื่อนยา ยพัสดุโดยไมแจง ผรู บั ผดิ ชอบหรือผปู ฏิบัติงานพสั ดุ ทำใหเกดิ การสูญหายของพสั ดุ อีกทั้ง กองบริหาร
ทรัพยากรบุคคลไดรับโอนภารกิจงานและบุคลากรบางสวนมาจากสถาบันพระบรมราชชนกจึงนำหองเก็บพัสดุ
มาปรับปรุงเปนหองสำนักงาน ทำใหประสบปญหาสถานที่ในการจัดเก็บวัสดุและครุภัณฑไมเพียงพอ มีพัสดุ
ที่ชำรุด เสื่อมสภาพรอการจำหนายออกจากบัญชีเปนจำนวนมากและกระจายอยูตามตึกอาคารสถานที่
จึงยากตอการควบคุมดูแล ทำใหการสำรวจตรวจสอบไมทั่วถึง ประกอบกับกองบริหารทรัพยากรบุคคลไดรับ
จัดสรรงบประมาณรายจายประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในสวนของงบดำเนินงาน ไมเพียงพอตอการดำเนนิ งาน
ตามภารกิจตาง ๆ คาใชจายในสวนของการจัดหาวัสดุจึงลดลงตามไปดวย โดยกองบริหารทรัพยากรบุคคล
ไดจัดสรรวงเงินสำหรับจัดซื้อวัสดุ จำนวน 750,000 บาท ซึ่งวงเงินดังกลาวไมเพียงพอตอการใชงานทั้งป
ในระหวางปจึงมีการขอรับจัดสรรเพิ่มเติม รวมวงเงินในการจัดซื้อวัสดุทัง้ ป 1,224,019.07 บาท ซึ่งในชวง
ระหวางรอรับจัดสรรเงนิ ฯ ทำใหการจัดหาวัสดุลาชาออกไปและบางรายการขาดสตอก (stock) สง ผลกระทบตอ
การจดั หาวสั ดแุ ละครภุ ัณฑท่ีจำเปนตองใชใ นกองบริหารทรัพยากรบุคคล นอกจากปญ หาเรือ่ งงบดำเนินงานแลว
ยังมีปญหาในสวนของการไมไดรับจัดสรรงบลงทุนสำหรับการจัดซื้อเครื่องพิมพและรถยนตราชการซึ่งชำรุด
เสื่อมสภาพ มีอายุการใชงานนานจนสิ้นมูลคาแลว สงผลกระทบตอคาใชจายในการซอมแซมที่ตามมาอีกดวย
ดังนั้น จึงไดจัดทำแนวทางการปฏิบัติงานการตรวจสอบ และการควบคุมวัสดุครุภัณฑ เพื่อใหผูปฏบิ ัตดิ านพัสดุ
ของหนวยงานใชเปน แนวทางในการปฏบิ ตั ิงาน
เว็บไซตกองบรหิ ารทรัพยากรบุคคล สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วันทเ่ี ผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
๓
วัตถุประสงค
1. ผูปฏิบตั งิ านดา นพสั ดใุ นหนวยงาน สามารถใชเ ปนแนวทางในการปฏบิ ัตงิ านไดอยางมีประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล ลดความเสี่ยงหรือขอผิดพลาดตาง ๆ ของกระบวนการบริหารพัสดุ และเกิดประโยชนสูงสุด
ตอ หนวยงานของรฐั
2. เพื่อใหบุคลากรในหนวยงานที่รับผิดชอบดานการบริหารพัสดุ ใชเปนแนวทางการปฏิบัติงาน
ใหถูกตองตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หนังสือสั่งการตาง ๆ ที่ทางราชการกำหนดและ
เปน ไปในทศิ ทางเดียวกัน
3. เพื่อใหหนวยงานมีแนวทางปฏิบัติงานในการตรวจสอบ และการควบคุมวัสดุครุภัณฑเปนไป
ในทศิ ทางเดียวกนั มีความครบถวน ถูกตอ งตามระเบียบที่กำหนด และเพ่อื สรางความเขมแขง็ ใหก บั หนว ยงาน
4. เพ่ือใหหนวยงานมีขอ มูลทางการบริหาร การควบคุมพัสดุ และยังชว ยในการเกบ็ บันทึกการเบกิ จา ย
และดูแลบำรุงรักษาพัสดุใหอยูในสภาพใชงานไดดีอยูเสมอ ทำใหทราบวาพัสดุใดหากใชตอไปจะทำให
เกิดความสูญเสียคาใชจายในการดูแลบำรุงรักษา หรือหมดความจำเปนสมควรที่จะจำหนายและจัดหาพัสดุ
มาทดแทน
ขอบเขตของการจดั ทำ
แนวทางการปฏิบัติงาน การตรวจสอบ และการควบคุมวัสดุครุภัณฑ จะกลาวถึงวิธีการควบคุมวัสดุ
ครุภณั ฑ และการตรวจสอบการควบคมุ วัสดุ ครุภัณฑ ซึ่งเปนหนึง่ ในวงจรการบรหิ ารงานดา นพสั ดุทไี่ ดมกี ารเก็บ
รักษาพัสดุเพื่อจายพัสดุใหกับผูใชงาน ในการควบคุมบัญชีพัสดุแบงเปนบัญชีวัสดุและทะเบียนคุมทรัพยสิน
โดยปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจดั ซื้อจัดจา งและการบริหารพสั ดภุ าครฐั พ.ศ.2560 หมวด 13 การบริหาร
พัสดุ มาตรา 112 - 113 กำหนดใหห นวยงานของรฐั จัดใหมีการควบคุมและดูแลพสั ดทุ ่ีอยูในความครอบครอง
ใหมีการใชและการบริหารพัสดุที่เหมาะสม คุมคาและเกิดประโยชนตอหนวยงานของรัฐมากที่สุด ซึ่งรวมถึง
การเก็บ การบันทึก การเบิกจาย การยืม การตรวจสอบ การบํารุงรักษาและการจําหนายพัสดุใหเปนไปตาม
ระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 หมวด 9
การบริหารพัสดุ ขอ 202 - 219
ประโยชนทคี่ าดวาจะไดรับ
1. ทำใหผูปฏิบัติงานดานพัสดุสามารถปฏิบัติงานไดอยางถูกตองเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ
ขอบังคับ และแนวทางการปฏิบัติที่เกี่ยวของ กระบวนการเปนไปอยางโปรงใส มีประสิทธิภาพ และสามารถ
ตรวจสอบได
2. ทำใหบุคลากรในหนวยงานที่รับผิดชอบดานการบริหารพัสดุ มีแนวทางและขั้นตอนการปฏบิ ัตงิ าน
การตรวจสอบ การควบคุมวสั ดุและครุภัณฑ เปนไปในแนวทางเดียวกัน
3. ผูบริหารสามารถใชขอมูลในการตัดสินใจ ตลอดจนบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยูใหคุมคาและ
เกิดประโยชนสงู สุดตอ หนวยงานของรฐั
เว็บไซตกองบริหารทรัพยากรบุคคล สํานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วันท่เี ผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
๔
แนวทางและข้ันตอนการดำเนินการควบคุมและการจำหนายพัสดุ
จัดทำแผนและประกาศแผนจดั ซอื้
จดั จางเพื่อจดั หาวสั ดุ ครภุ ณั ฑ
การให ดำเนนิ การเกบ็ รกั ษา ดำเนนิ การใน
หนวยงานของ และลงบญั ชเี พอ่ื ควบคมุ ตามขอ 203 กรณีทพี่ สั ดุ
รัฐอนื่ หรือ หนวยงานทต่ี อ งการใชพสั ดแุ ละหนวยพัสดุ เกดิ การชำรดุ
บคุ คลยมื พสั ดุ เสือ่ มคณุ ภาพ
ไปใชใ นกจิ การ ทีค่ วบคมุ ดำเนินการ เบกิ -จา ย หรือสูญไป
ตามขอ 204 -206 หรอื ไมจ ำเปน
ทเี่ ปน ตองใชใ น
ประโยชนต อ จัดทำแผนการซอมบำรงุ และดำเนินการ ราชการตอ ไป
ทางราชการ ซอมแซมใหกลับมาอยูในสภาพ กอ นการ
พรอ มใชงาน ตามขอ 212 ตรวจสอบพสั ดุ
ตามขอ ประจำป
207-211 ตามขอ 219
หนว ยงานของรัฐหรอื หนว ยงานท่ีมีพัสดุ
ไวจา ย ดำเนินการตรวจสอบพสั ดปุ ระจำป
ตามขอ 213-214
ดำเนนิ การจำหนา ยในกรณีท่ปี รากฏวา มพี ัสดหุ มดความจำเปน
หรือหากใชใ นราชการตอ ไปจะสิ้นเปลืองคาใชจา ยมาก หรือสูญไป
โดยไมมผี รู บั ผิด ตามขอ 215-217
ลงจายพสั ดทุ จี่ ำหนายแลว ออกจากบญั ชหี รือทะเบียนคุม ตามขอ 218
สนิ้ สดุ
เวบ็ ไซตกองบริหารทรัพยากรบุคคล สํานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
วันทเ่ี ผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
๕
ปญ หาและอปุ สรรค
1. เจาหนาที่ผปู ฏบิ ัตงิ านดานพัสดุขาดทักษะ ประสบการณ ความรู ความเขาใจ ตามพระราชบัญญัติ
การจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจาง
และการบริหารพัสดภุ าครัฐ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวง ขอบังคับ ประกาศ ขอบัญญัติ หนังสือเวียน ที่ออกตาม
ความในพระราชบญั ญตั นิ ี้ รวมถึงมติคณะรฐั มนตรีท่เี ก่ยี วขอ ง
2. เจาหนาที่ผปู ฏบิ ตั ิงานดานพัสดขุ าดขวญั และกำลังใจในการปฏิบัตงิ าน เนื่องจากมีการโยกยาย
สับเปล่ียนงานอยูเปนประจำ ทำใหข าดความตอเน่อื งในการปฏิบตั งิ าน
3. เจาหนาที่ผูรับผิดชอบงานของแตละกลุมงานบางสวนยังไมเขาใจในการจัดเตรียมเอกสาร
ประกอบการดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมครุภัณฑที่ถูกตอง ครบถวนตามระเบียบการบริหารพัสดุ ซึ่งสงผล
กระทบตอการดำเนินการบริหารพสั ดทุ ไ่ี มเปน ไปตามแผนท่วี างไว
4. ผูใ ชบ รกิ ารไมท ราบวาพสั ดทุ ่สี ามารถเบิกจา ยไดมีอะไรบาง เหลอื อยจู ํานวนเทาไร
5. เจาหนาที่ผูรับผิดชอบดานการควบคุมพัสดุของแตละกลุมงาน ไมบันทึกการเบิกจาย ยืม คืน
พสั ดุ ใหชดั เจน เม่อื มกี ารเคลือ่ นยา ยพัสดุ
6. มีการเคลื่อนยา ยพสั ดโุ ดยไมแจงผรู บั ผดิ ชอบหรือผปู ฏิบตั งิ านพัสดุ ทำใหเกดิ การสูญหายของพสั ดุ
7. สถานที่สำหรับจัดเก็บไมเพียงพอและไมเปนระบบ ขาดความเปนสัดสวน จึงทำใหยากตอการ
ควบคมุ ดแู ล สง ผลใหก ารตรวจสอบไดไ มท ัว่ ถงึ
8. ไดรับจัดสรรงบประมาณประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2563 สำหรับจัดซื้อวัสดุไมเพียงพอ
ทำใหต อ งขอรบั จัดสรรงบประมาณเพิม่ เติมระหวางป สงผลใหการจดั หาวัสดุบางรายการลา ชา ไมท ันตามกำหนด
ใชงาน
9. ไมไดรับจัดสรรงบลงทุนประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2563 สำหรับการจัดซื้อเครื่องพิมพและ
รถยนตราชการซึ่งชำรุด เสื่อมสภาพ มีอายุการใชงานนานจนสิ้นมูลคาแลว สงผลกระทบตอคาใชจายในการ
ซอมแซมที่ตามมา
10. รถยนตราชการ มีไมเพียงพอตอการใหบริการเจาหนาที่ในหนวยงาน ปจจุบันมี 2 คัน
ตอผูใชบริการ 230 คน และในจำนวน 2 คันดังกลาว มีอายุการใชงานนาน เกา เสื่อมสภาพ ไมปลอดภัย
ในการเดนิ ทางไกล
ขอ เสนอแนะ
1. มีแนวทางหรือคูมือการปฏิบัตงิ านเกีย่ วกับการบริหารพัสดุ ตั้งแตขั้นตอน การเก็บ การบันทกึ
การเบิกจาย การยืม การบำรุงรักษา การตรวจสอบ การจำหนายพัสดุ เพ่ือใหเจาหนาที่และผูปฏิบัติงาน
ทีเ่ กีย่ วของสามารถนำไปเปนแนวทางปฏบิ ัตไิ ดอยา งถกู ตอง
2. ควรจัดทำแนวปฏิบัติการเบิกจาย ยืม คืน พัสดุ และมีทะเบียนคุมที่ระบุวัน เวลา ในการ
เบิกจาย ยืม คืน พัสดุใหชัดเจน เพื่อสามารถตรวจสอบไดและกำหนดหนาที่ความรับผิดชอบใหผูใชพัสดุ
แจง เจา หนาทพ่ี สั ดุทราบทกุ คร้งั ทม่ี กี ารเคลื่อนยา ยพัสดุเปนลายลักษณอกั ษร
เวบ็ ไซตกองบริหารทรพั ยากรบุคคล สาํ นกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
วนั ทีเ่ ผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
๖
3. เจา หนา ที่ผูป ฏิบัติงานดา นพัสดุ ควรศึกษาทำความเขา ใจพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจางและ
การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวง ขอบังคับ ประกาศ ขอบัญญัติ หนังสือเวียน ที่ออกตามความ
ในพระราชบัญญัตินี้ รวมถึงมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวของ หรือติดตอประสานงาน สอบถาม แลกเปลี่ยนเรียนรู
จากผูมคี วามรู ความสามารถประสบการณ ระหวางหนวยงานดว ยกัน
4. หนวยงานตนสงั กดั ควรจดั อบรมใหความรูแกเจาหนาทีผ่ ูปฏบิ ัตงิ านดานพสั ดอุ ยางตอเนอื่ ง
สมำ่ เสมอ เน่อื งจากมีการปรบั ปรุง แกไข ขอ กฎหมาย ขอ ระเบียบ หนงั สือเวียน อยเู ปน ประจำ
5. การเกบ็ รักษาวัสดุ ควรจดั ใหม ีสถานท่ีเก็บรักษาพัสดุท่ีเปนระเบียบ ปลอดภยั และจัดเก็บวัสดุ
จำแนกประเภทใหเปนหมวดหมู เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและการเก็บรักษา กรณี สถานที่ในการ
จดั เก็บไมเพยี งพอ ควรจัดทำแผนจดั ซือ้ จำนวนปรมิ าณเหมาะสม เพียงพอกบั สถานท่ใี นการจัดเก็บ
6. ไมควรเปลยี่ นเจา หนาท่ีพัสดบุ อ ย เพราะทำใหขาดความตอเน่อื งในการปฏิบตั ิงาน
7. หนวยงานควรจัดทำระบบโปรแกรมทางคอมพิวเตอรสำหรับการบริหารพัสดุ เชน ระบบ
คิวอารโคดในการออกเลขครุภัณฑ เพื่อชวยแกปญหาในการเคลื่อนยายครุภัณฑโดยไมแจงเจาหนาที่พัสดุ
ของหนวยงานทราบ ซึ่งระบบนี้จะสามารถตรวจสอบไดวาครุภัณฑดังกลาวอยูที่ใด ลดปญหาครุภัณฑสูญหาย
หรือตรวจไมพ บเจอ
8. ควรมีสถานที่สำหรับเก็บรวบรวมพัสดุที่ชำรุด เสื่อมสภาพรอการจำหนายไวที่เดียวกัน กรณี
สถานท่จี ดั เกบ็ ไมเพยี งพอ ควรจดั ทำแผนการจำหนายพัสดุ มากกวา ปล ะ 1 ครัง้
9. ควรจัดทำโครงการสงเสริมการใชวัสดุสำนักงานรวมกัน โดยการนำวัสดุสำนักงานที่เหลือใช
ท่ยี งั มีประโยชนสามารถกลับมาใชใหม รวมทง้ั การลดปริมาณขยะ ตามหลกั 3Rs ไดแ ก การลดการใช (Reduce)
การใชซ้ำ (Reuse) การนํากลับมาใชใหม (Recycle) เชน คลิปหนีบกระดาษ แฟมใสเอกสาร กระดาษ Reuse
แฟมเสนอลงนาม เปนตน เพื่อเสริมสรางจิตสํานึกการใหความรวมมือและชวยเหลือกันในการใชทรัพยากร
อยา งคุมคา และมปี ระสทิ ธิภาพ สามารถลดคา ใชจ ายในการจัดซ้อื วัสดุลง
10. กรณีไมไดรับจัดสรรงบลงทุนในการจัดซื้อเครื่องพิมพ ควรจัดหาทดแทนโดยการเชาเครื่อง
ถายเอกสารที่มีคุณสมบัติสามารถพิมพงานไดเพื่อทดแทนเครื่องพิมพเกาที่ชำรุด ซึ่งสงผลใหคาใชจายในสวน
ของการจดั ซือ้ หมึกพมิ พแ ละคา ใชจ า ยในการซอมบำรงุ รักษาเคร่อื งพิมพล ดลง
11. กรณีไมไดรับจัดสรรงบลงทุนในการจัดซื้อรถยนตราชการ ควรจัดหาทดแทนโดยการเชา
ซงึ่ สง ผลใหคา ใชจ ายในการซอมบำรงุ รักษาลดลง
12. กรณีรถยนตร าชการมีไมเพยี งพอตอการใหบริการเจาหนา ทใี่ นหนว ยงาน และไมปลอดภัยใน
การเดนิ ทางไกล สำหรบั งานโครงการฝกอบรมตา ง ๆ ควรจา งเหมาบริการรถตรู บั จางทดแทน
เว็บไซตกองบรหิ ารทรัพยากรบุคคล สํานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
วันทเี่ ผยแพร ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
๗
เอกสารอางอิง
พระราชบญั ญัติการจัดซื้อจดั จางและการบรหิ ารพสั ดภุ าครฐั พ.ศ. 2560. (2560). ราชกิจจานุเบกษา.
ระเบยี บกระทรวงการคลงั วา ดว ยการจดั ซือ้ จัดจา งและการบริหารพัสดภุ าครัฐ พ.ศ. 2560. (2560).
ราชกิจจานุเบกษา.
การลงทะเบียนควบคุมพสั ดุของทางราชการ. (2549). คณะกรรมการวา ดว ยการพสั ดุ กรมบัญชกี ลาง.
การตีราคาทรัพยสิน. (2544). กรมบญั ชีกลาง.
การบนั ทกึ บญั ชวี ัสดหุ รอื ครภุ ณั ฑ. (2549). กรมบัญชีกลาง.
การปรับปรงุ หลักการจำแนกประเภทรายจายตามงบประมาณ. (2553). สำนกั งบประมาณ.
การปรบั ปรงุ หลกั การจำแนกประเภทรายจา ยตามงบประมาณ. (2558). สำนักงบประมาณ.
แนวทางการพิจารณาส่ิงของทีจ่ ดั เปนวสั ดแุ ละครุภณั ฑตามหลักการจำแนกประเภทรายจายตามงบประมาณ.
(2559). สำนักงบประมาณ.
หลกั เกณฑก ารคำนวณคาเสือ่ มราคาทรัพยสินถาวร สำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ . (2559). สาํ นกั งาน
ปลดั กระทรวงสาธารณสุข.
ซกั ซอมความเขาใจหลักเกณฑการคำนวณคาเสื่อมราคาทรัพยสินถาวรสำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ .
(2562). สํานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข.
เว็บไซตกองบรหิ ารทรัพยากรบุคคล สาํ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
วนั ทเ่ี ผยแพร ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓