The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suchanun Poocharean, 2023-02-21 01:37:56

กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

รายงานการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้รูปแบบการสอนแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5E+ รายวิชาวิทยาศาสตร์ ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 นางสาวสุชานันท์ ภู่เจริญ ครู กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยศรี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


1. ความเป็นมาและสภาพของปัญหา พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ใน หมวด 1 บททั่วไป ความมุ่งหมาย และหลักการ มาตรา 6 การจัดการศึกษา “ต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคน ไทย ให้เป็น มนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและ วัฒนธรรมในการ ด ารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข” และหมวด 1 มาตราที่ 22 กล่าว ว่า การจัดการศึกษา ต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่า ผู้เรียนมีความส าคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพและมาตรา ที่ 24 (1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและ ความถนัดของผู้เรียน โดยค านึงถึงความ แตกต่างระหว่างบุคคล (2) ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา และ (3) จัดกิจกรรมให้ ผู้เรียน ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการ ปฏิบัติให้ท าได้คิดเป็น ท าเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการศึกษาในยุคปัจจุบันเป็นยุค ที่ข้อมูลข่าวสารมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ท าให้เกิดองค์ความรู้ใหม่เกิดขึ้นมากมายด้วยความก้าวหน้า ของ เทคโนโลยีสารสนเทศ การเข้าถึงแหล่งข้อมูลสามารถท าได้ทุกที่ทุกเวลา ส่งผลให้ผู้เรียนต้องมีการ พัฒนา ความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง มีการแสวงหาความรู้ตลอดเวลา เพราะการ เรียนรู้จาก ภายในห้องเรียนอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถจะพัฒนาผู้เรียนให้น าความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ใน ห้องเรียนไปใช้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ดังนั้นผู้สอนจ าเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนการ สอนให้สอดคล้องกับการ เรียนรู้ของผู้เรียน จากอดีตที่ผู้สอนเป็นผู้ถ่ายทอด และผู้สอน มาเป็นผู้ชี้น า วิธีการค้นคว้าหาความรู้ให้ผู้เรียน อันจะเป็นการพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ แสวงหาความรู้และ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้วยความเข้าใจ สอดคล้อง กับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้ให้ค า จ ากัดความของการศึกษาในมาตรา 22 ว่า “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนที่ความสามารถ เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียน มีความส าคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตาม ศักยภาพ” กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning คือ กระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ ผู้เรียนต้อง ได้มีโอกาสลงมือกระท ามากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว โดยมีกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียน ประยุกต์ใช้ทักษะและ เชื่อมโยงองค์ความรู้น าไปปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหา โดยมีกระบวนการเรียนรู้โดยการ อ่าน การเขียน การโต้ตอบ และการวิเคราะห์ปัญหา อีกทั้งผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง ได้แก่ คิด วิเคราะห์สังเคราะห์และการ ประเมิน (Bonwell & Eison, 1991) การประยุกต์การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) มาใช้ในการ จัดการเรียนการสอน จะท าให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน ส่งเสริมให้เกิด ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน และผู้เรียนกับผู้เรียน จึงถือเป็นการจัดการเรียนการสอนประเภทหนึ่ง ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า Active Learning คือกระบวนการจัดการ เรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือกระท า และได้ใช้กระบวนการคิด เกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้กระท าลงไป และเป็นการจัด


กิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้สมมติฐานพื้นฐาน 2 ประการ คือ (1) การเรียนรู้เป็นความพยายามโดย ธรรมชาติของ มนุษย์และ (2) แต่ละบุคคลมีแนวทางในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน (Meyers and Jones) โดยผู้เรียนจะเปลี่ยน บทบาทจากผู้รับความรู้(receive) ไปสู่การมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้(cocreators) การค้นคว้าและสืบค้นด้วยตนเองจะท าให้เกิดทักษะในการเรียนรู้ที่ส าคัญและ จ าเป็นต่อการ ด ารงชีวิต ซึ่งทักษะการเรียนรู้ที่จ าเป็นส าหรับผู้เรียนในปัจจุบัน หรือ ทักษะที่ผู้เรียนใน ศตวรรษที่ 21 คือ ทักษะด้านการ เรียนรู้และนวัตกรรม(Learning and Innovation Skills) อัน ได้แก่ ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์และนวัตกรรม การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา การ สื่อสารและการร่วมมือ และ ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี(Information, Media and Technology Skills) อันได้แก่ ความรู้ด้านสารสนเทศ ความรู้ เกี่ยวกับสื่อ และความรู้ด้าน เทคโนโลยี (วิจารณ์ พานิช,2555) ความสนใจ ใฝ่รู้ ความมีเหตุผล คือคุณลักษณะ หรือลักษณะนิสัยของบุคคลที่เกิดจากการศึกษาหาความรู้โดยใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นั่นคือ จิตวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นผลจากการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยผ่าน กิจกรรมที่หลายหลาย จากการที่ผู้สอนได้วิเคราะห์สภาพการเรียนการสอนแล้ว พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ ไม่ให้ความส าคัญ กับการเรียนเท่าที่ควร นักเรียนขาดความกระตือรือร้น ไม่เตรียมการเรียนล่วงหน้ามา ก่อน นักเรียนขาดทักษะ ในการคิดวิเคราะห์ การสืบหาข้อเท็จจริง การสืบหาข้อค้นพบใหม่ ๆ การ วิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อน ขาดประสิทธิภาพในการสรุปประเด็นและการสื่อสาร นักเรียนขาดทักษะ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย อีกทั้งนักเรียนไม่คุ้นเคยกับ การเรียนการสอนแบบ Active Learning และCo-operative Learning ที่ต้องการให้ผู้เรียนเป็นผู้ลงมือ กระท าด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดองค์ ความรู้ใหม่ ทั้งนี้ อาจมีสาเหตุที่เกิดจากกระบวนการสร้างแรงจูงใจของ นักเรียนต่ าท าให้นักเรียนขาดความ อดทน และขาดความกระตือรือร้น นักเรียนขาดความมุ่งมั่น ใฝ่รู้ ใฝ่ เรียน ขาดแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์และจิตพิสัย เชิงบวกประกอบกับการมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนค่อนข้างต่ า เป็นส่วนมาก หากผู้สอนนาวิธีการสอนที่ใช้ Active Learning มาใช้ในห้องเรียน สร้างวิธีการเรียนการ สอนแบบใหม่ขึ้นมาให้น่าเรียน มีชีวิตชีวา สามารถ กระตุ้นนักเรียนให้เกิดกระบวนการตามผลการเรียนรู้ที่ คาดหวัง ดังที่กล่าวมาได้โดยน า Active Learning มาใช้ ในการจัดการเรียนการสอน สามารถพัฒนาให้ ความสนใจของผู้เรียนในบทเรียนมีมากขึ้น ส่งผลให้ผู้เรียนมี ทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 และน าไปสู่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ได้ดีกว่าเดิม ก็จะเป็น แนวทางในการพัฒนาทักษะการเรียนการ สอนในเรื่องอื่น ๆ หรือรายวิชาอื่น ต่อไป 2. วัตถุประสงค์ของการด าเนินการ 2.1 เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนแบบมีส่วนร่วม (Active Learning) และพัฒนาทักษะด้านการ เรียนรู้ และนวัตกรรมส าหรับนักเรียน 2.2 เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของรูปแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์แบบมี ส่วน ร่วม (Active Learning) ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ตามเกณฑ์ 80/80


2.3 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังทดลองสอนด้วย กระบวนการ จัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ที่ส่งเสริมทักษะการ เรียนรู้ของผู้เรียนใน ศตวรรษที่ 21 2.4 เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนด้วยกระบวนการจัดการ เรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนใน ศตวรรษที่ 21 3. ล าดับขั้นตอนในการจัดท านวัตกรรม 3.1 การออกแบบนวัตกรรม การสร้างนวัตกรรมในครั้งนี้ได้ตั้งจุดประสงค์ส าคัญคือ เพื่อให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ในวิชา วิทยาศาสตร์ โดยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และการสร้างนวัตกรรมใหม่ ทักษะด้านข้อมูลข่าวสาร สื่อ และ เทคโนโลยี มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ สร้างสรรค์องค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง จากการศึกษาเอกสาร การค้นคว้าท าให้ได้มาซึ่งนวัตกรรม โดยมีแนวคิดในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการจัดการเรียนรู้แบบ 5E ของครู


Active Learning Active Learning คือกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือกระท าและได้ ใช้กระบวนการคิด เกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้กระท าลงไป (Bonwell, 1991) เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้ สมมติฐาน พื้นฐาน 2 ประการคือ 1) การเรียนรู้เป็นความพยายามโดยธรรมชาติของมนุษย์, และ 2) แต่ละบุคคล มี แนวทางในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน (Meyers and Jones, 1993) โดยผู้เรียนจะถูกเปลี่ยนบทบาทจาก ผู้รับ ความรู้ (receive) ไปสู่การมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ (co-creators) ( Fedler and Brent, 1996) Active Learning เป็นกระบวนการเรียนการสอนอย่างหนึ่ง แปลตามตัวก็คือเป็นการเรียนรู้ผ่าน การ ปฏิบัติ หรือ การลงมือท าซึ่ง ” ความรู้ “ที่เกิดขึ้นก็เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์กระบวนการใน การจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องได้มีโอกาสลงมือกระท ามากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว ต้องจัด กิจกรรมให้ ผู้เรียนได้การเรียนรู้โดยการอ่าน, การเขียน, การโต้ตอบ, และการวิเคราะห์ปัญหา อีกทั้งให้ ผู้เรียนได้ใช้ กระบวนการคิดขั้นสูง ได้แก่ การวิเคราะห์, การสังเคราะห์“เป็นกระบวนการ เรียนรู้ที่ให้ ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่าง มีความหมาย โดยการร่วมมือระหว่างผู้เรียนด้วยกัน ในการนี้ครูต้องลดบทบาท ใน การสอนและการให้ ข้อความรู้แก่ผู้เรียนโดยตรงลง แต่ไปเพิ่มกระบวนการและกิจกรรมที่จะท าให้ผู้เรียน เกิด ความกระตือรือร้นใน การจะท ากิจกรรมต่างๆ มากขึ้น และอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการ แลกเปลี่ยน ประสบการณ์โดยการพูด การเขียน การอภิปรายกับเพื่อนๆ” กระบวนการเรียนรู้Active Learning ท าให้ผู้เรียนสามารถรักษาผลการเรียนรู้ให้อยู่คงทนได้มาก และ นานกว่ากระบวนการเรียนรู้ Passive Learning เพราะกระบวนการเรียนรู้Active Learning สอดคล้อง กับ การท างานของสมองที่เกี่ยวข้องกับความจ าโดยสามารถเก็บและจ าสิ่งที่ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม มีปฏิสัมพันธ์ กับเพื่อน ผู้สอน สิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ได้ผ่านการปฏิบัติจริง จะสามารถเก็บจ าในระบบ


ความจ าระยะยาว (Long Term Memory) ท าให้ผลการเรียนรู้ ยังคงอยู่ได้ในปริมาณที่มากกว่า ระยะ ยาวกว่า ซึ่ง อธิบายไว้ ดังรูป จากรูปจะเห็นได้ว่า กรวยแห่งการเรียนรู้นี้ได้แบ่งเป็น 2 กระบวนการ คือ กระบวนการเรียนรู้Passive Learning • กระบวนการเรียนรู้โดยการอ่านท่องจ าผู้เรียนจะจ าได้ในสิ่งที่เรียนได้เพียง 10% • การเรียนรู้โดยการฟังบรรยายเพียงอย่างเดียวโดยที่ผู้เรียนไม่มีโอกาสได้มีส่วนร่วมใน การ เรียนรู้ด้วย กิจกรรมอื่นในขณะที่อาจารย์สอนเมื่อเวลาผ่านไปผู้เรียนจะจ าได้เพียง 20% • หากในการเรียนการสอนผู้เรียนมีโอกาสได้เห็นภาพประกอบด้วยก็จะท าให้ผลการ เรียนรู้ คงอยู่ได้เพิ่มขึ้นเป็น 30% • กระบวนการเรียนรู้ที่ผู้สอนจัดประสบการณ์ให้กับผู้เรียนเพิ่มขึ้น เช่น การให้ดู ภาพยนตร์ การสาธิต จัดนิทรรศการให้ผู้เรียนได้ดูรวมทั้งการน าผู้เรียนไปทัศนศึกษา หรือดูงาน ก็ท าให้ผล การเรียนรู้ เพิ่มขึ้น เป็น 50% กระบวนการเรียนรู้Active Learning • การให้ผู้เรียนมีบทบาทในการแสวงหาความรู้และเรียนรู้อย่างมีปฏิสัมพันธ์จนเกิด ความรู้ ความเข้าใจ น าไปประยุกต์ใช้สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่าหรือ สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ และพัฒนา ตนเอง เต็มความสามารถ รวมถึงการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เขาได้มีโอกาสร่วม อภิปรายให้มีโอกาสฝึก ทักษะการสื่อสาร ท าให้ผลการเรียนรู้เพิ่มขึ้น 70% • การน าเสนองานทางวิชาการ เรียนรู้ในสถานการณ์จ าลอง ทั้งมีการฝึกปฏิบัติในสภาพ จริง มีการ เชื่อมโยงกับสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งจะท าให้ผลการเรียนรู้เกิดขึ้นถึง 90% The 5E’s Learning Cycle คือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตาม ขั้นตอนการสอน แบบ สืบเสาะหาความรู้ตามสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) อันประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) เป็นการน าเข้าสู่บทเรียนซึ่ง อาจเกิด ความ สนใจ ความสงสัย จากเหตุการณ์ที่ก าลังเกิดขึ้น เป็นการกระตุ้นให้เกิดความสนใจใคร่รู้น าไปสู่


ประเด็น ที่จะศึกษาค้นคว้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขั้นที่2 ส ารวจและค้นหา (Exploration) เป็นการท าความเข้าใจใน ประเด็นที่ศึกษา วิธีการศึกษาอาจเป็นการตรวจสอบ การทดลอง การปฏิบัติ การสืบค้นความรู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลอย่าง พอเพียงในการที่จะใช้ในขั้นต่อไป ขั้นที่3 อธิบายและลงข้อสรุป(Explanation) เป็นการน าข้อมูล ข้อสนเทศที่ได้มา วิเคราะห์ แปลผล สรุปผล และน าเสนอในรูปของภาพวาด ตาราง แผนภูมิ การค้นพบในขั้นนี้อาจเป็น การสนับสนุนหรือ โต้แย้งสมมติฐานก็ได้ ผลที่ได้สามารถสร้างความรู้และช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้ ขั้นที่4 ขยายความรู้(Elaboration) เป็นการน าความรู้ที่สร้างขึ้นไป เชื่อมโยงกับ ความรู้เดิม หรือแนวคิดที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติม หรือน าข้อสรุปไปอธิบายสถานการณ์เหตุการณ์ต่าง ๆ ท าให้ เกิดความรู้ที่กว้าง ขึ้น ขั้นที่5 ประเมิน (Evaluation) เป็นการประเมินการเรียนรู้ด้วย กระบวนการต่าง ๆ ว่ามี ความรู้อะไรบ้าง รู้มากน้อยเพียงใดและน าไปประยุกต์ความรู้สู่เรื่องอื่น ๆ กระบวนการทั้ง 5 ขั้นนี้ จะเป็นไป เพื่อสนับสนุนให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยเชื่อมโยง สิ่งที่เรียนรู้เข้ากับประสบการณ์หรือ ความรู้เดิม กระบวนการเรียนรู้ทั้งสองรูปแบบ จะเห็นความสัมพันธ์ ความสอดคล้องของกระบวนการได้ อย่าง ชัดเจน นั่นก็คือ แนวคิดการจัดการเรียนรู้The 5E’s Learning Cycle ของครูผู้สอนมา สนับสนุน ในการ เรียนรู้ของผู้เรียนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เกิดการเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สามารถน าองค์ ความรู้ที่ได้นั้นมาพิสูจน์ ตรวจสอบ เพื่อหาข้อเท็จจริง มาอธิบายความจริงและสถาน การณ์ที่เกิดขึ้นใน ชีวิตประจ าวันได้ ก่อให้เกิดการค้นพบ องค์ความรู้ที่น ามาสู่การเปลี่ยนแปลงหรือการแก้ไขปัญหา อันเป็นการ พัฒนาทรัพยากรบุคคลที่ น าไปสู่การพัฒนาประเทศ 3.2 การด าเนินการตามนวัตกรรม 3.2.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย ประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4โรงเรียนวัดชัยศรี กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 จ านวน 28 คน โรงเรียนวัดชัยศรี 3.2.2 เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลของการวิจัยครั้งนี้แบ่งเป็น 3 แบบ คือ 1) แผนการสอนแบบมีส่วนร่วม (Active Learning) 2) แบบทดสอบทักษะการคิด (Thinking Skills) และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ 3.2.2.1 แผนการสอนแบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ทั้งนี้เมื่อสร้างแผนการสอนแบบ ส่วนร่วม (Active Learning) เสร็จเรียบแล้วจะน าเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ตรวจสอบเนื้อหาและความ ถูกต้อง ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ ดังนี้ 1) น าแผนการสอนแบบมีส่วนร่วม (Active Learning) เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้


ผู้เชี่ยวชาญประเมิน 2) น าแผนการสอนแบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ที่ได้กลับคืนมาแก้ไขและน า กลับไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้ง 3) น าแผนการสอนแบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ที่ได้มาปรับปรุงแก้ไขและ น าไปใช้ต่อไป 3.2.2.2 แบบบันทึกพฤติกรรมทางการเรียน ตรวจสอบแบบบันทึกพฤติกรรมทางการเรียน โดยเสนอ ต่อผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ และปรับปรุง ในข้อที่ได้รับค าแนะน าจากผู้เชี่ยวชาญ 3.2.2.3 แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ของนักเรียน โดยแบบสอบถาม เป็นแบบ มาตรา ประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) ตามแบบของลิเคิร์ท (Likert) โดยได้ก าหนด คะแนนของค าตอบ แต่ละข้อดังนี้ มากที่สุด ให้ค่าน้ าหนักคะแนนเท่ากับ 5 มาก ให้ค่าน้ าหนักคะแนนเท่ากับ 4 ปานกลาง ให้ค่าน้ าหนักคะแนนเท่ากับ 3 น้อย ให้ค่าน้ าหนักคะแนนเท่ากับ 2 น้อยที่สุด ให้ค่าน้ าหนักคะแนนเท่ากับ 1 ส่วนเกณฑ์การแปลความหมายคะแนน ก าหนดไว้ดังนี้ 4.51-5.00 หมายความว่าอยู่ในระดับ มากที่สุด 3.51-4.50 หมายความว่าอยู่ในระดับ มาก 2.51-3.50 หมายความว่าอยู่ในระดับ ปานกลาง 1.51-2.50 หมายความว่าอยู่ในระดับ น้อย 1.00-1.50 หมายความว่าอยู่ในระดับ น้อยที่สุด ได้ค่าความเชื่อมั่นด้วยสัมประสิทธิ์แอลฟาของ เท่ากับ 0.823 3.2.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล 1) การเก็บรวบรวมข้อมูล ณ โรงเรียนวัดชัยศรี 2) ครูผู้สอนตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน และแบบสอบถามความพึง พอใจต่อ การเรียนรู้ที่บันทึกเสร็จแล้วมาตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูลที่สมบูรณ์ไม่ต่ ากว่า ร้อยละ 80 3) กรณีที่พบว่าแบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ ต่อการ เรียนรู้ไม่ถูกต้องและไม่สมบูรณ์จะถูกตัดออก 3.2.4 การสังเคราะห์/วิเคราะห์ข้อมูล 1) สังเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมทางการเรียน ของนักเรียน ด้วยการเรียนรู้แบบมีส่วน ร่วม (Active Learning) จากแบบบันทึกพฤติกรรมทางการเรียน


2) การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียน ด้วยการเรียนรู้แบบมีส่วน ร่วม (Active Learning) ก่อนเรียน และหลังเรียน โดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่า ร้อยละ 3) การศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ด้วยการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) โดยใช้ค่าเฉลี่ย (̅) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 3.3 ประสิทธิภาพของนวัตกรรม หาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ที่ ส่งเสริม ทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยการหาประสิทธิภาพของกระบวนการ / ประสิทธิภาพของ ผลลัพธ์ (E1/E2) โดยทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัด ชัยศรีอ าเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ปีการศึกษา 2565 จ านวน 28 คน พบว่ารูปแบบ การสอนที่ พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 80.67/81.25 เป็นไปตามเกณฑ์80/80 ที่ได้ก าหนดไว้ 3.4 แผนภูมิการจัดท านวัตกรรม


4. ผลการด าเนินการ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. ผลการศึกษาพฤติกรรมทางการเรียน ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์ แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 พฤติกรรม ทางการเรียน หลังการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ดีขึ้นทั้งในด้านการท างานเป็นกลุ่ม ของ ผู้เรียน การแสดงความคิดเห็น และการแสดงออกเพื่อสะท้อนความคิดเห็นร่วมกัน จากการสังเกตและ ประเมินของผู้สอน ดังตารางที่ 1 ตารางที่1 ผลการศึกษาพฤติกรรมทางการเรียน ด้วยการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) หัวข้อกิจกรรม กิจกรรม สื่อ การวัดและการประเมินผล 1. ส่วนประกอบของ ดอก 2. กลีบเลี้ยง 3. กลีบดอก 4. เกสรตัวผู้มีอับเกสร ตัวผู้ 5. เกสรตัวเมีย 6. ชนิดของดอกไม้ 7.ดอกสมบูรณ์เพศ/ดอก ไม่สมบูรณ์เพศ 8.ดอกครบส่วนหรือดอก สมบูรณ์/ดอกไม่ครบส่วน หรือดอกไม่สมบูรณ์ 1. ดูวีดีทัศน์ 2. ครูและ นักเรียน ร่วมกัน อภิปราย 3. ค้นคว้าและ เสนอผลงาน 4. ฝึกปฏิบัติ สร้างชิ้นงาน 1. วีดีทัศน์ 2. ใบความรู้ 3. เอกสาร ประกอบการสอน 4. แบบฝึกปฏิบัติ 5. กิจกรรม แก้ปัญหา สังเกตการท างานเป็นกลุ่ม ของผู้เรียน/ การแสดงความ คิดเห็น/การมีส่วนร่วม ใน การวิเคราะห์การสร้าง ชิ้นงาน พบว่า ผู้เรียนเกิด การเรียนรู้ด้วยตนเอง โดย การสืบค้นจากหนังสือเรียน และ Internet สามารถ ท างานเป็นกลุ่ม แสดงความ คิดเห็นร่วมกัน มีแสดงออก มากขึ้น รวมถึงมีวางแผน ร่วมกันในการ น าเสนอ สะท้อนคิดแก้ปัญหาและ สร้าง แผนผังความคิด เชื่อมโยงประเด็น บูรณาการ เข้าด้วยกันได้ร่วมถึงมีการ น าเสนอได้ 2. ผลเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยการเรียนรู้ด้วยกระบวนการจัดการ เรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนใน ศตวรรษที่ 21 คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) หลัง เรียนสูงกว่าก่อนเรียน ร้อยละ 56.16 ดังตารางที่ 2


ตารางที่2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จ านวน คะแนนเต็ม ̅ S.D. อัตราผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน (ร้อยละ) ก่อนเรียน หลังเรียน 28 28 20 20 6.66 10.40 1.971 3.754 56.16 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนด้วยการเรียนรู้ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา วิทยาศาสตร์แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนใน ศตวรรษที่ 21 ความ พึงพอใจของนักเรียน โดยรวมอยู่ระดับมาก (̅=4.17, S.D.=0.476) เมื่อพิจารณา รายข้อ พบว่า นักเรียน มีความพึงพอใจมากที่สุด คือ นักเรียนมีความกล้าแสดงออกมากขึ้นโดยการเรียน การสอนแบบการเรียนรู้แบบ มีส่วนร่วม (Active Learning) อยู่ในระดับมาก (̅=4.35, S.D.=0.740) รองลงมาคือ การเรียนการสอนแบบ การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) มีความน่าสนใจ และ รู้สึกสนุกกับการเรียน อยู่ในระดับมาก (̅=4.31,S.D.=0.714) และน้อยที่สุดคือ นักเรียนอยากให้มีการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วน ร่วม (Active Learning) ในรายวิชาอื่นๆ อีก อยู่ในระดับมาก (̅=3.93, S.D.=0.677) ตามล าดับ ดัง ตารางที่ 3 ตารางที่ 3 ความพึงพอใจของนักเรียนด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์แบบมีส่วน ร่วม (Active Learning) ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 รายการประเมิน ̅ S.D. ระดับ 1. การเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ 4.22 0.645 มาก 2. การเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) มีความน่าสนใจ และรู้สึกสนุกกับการเรียน 4.31 0.714 มาก 3. การเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาในบทเรียนได้มากยิ่งขึ้น 4.08 0.684 มาก 4. การเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้สามารถท างาน 4.08 0.684 มาก


ร่วมผู้อื่นได้ 5. การเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ส่งเสริมกระบวนการคิด วิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ด้วย ตนเอง 4.24 0.636 มาก 6. การเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ช่วยฝึกให้นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ 4.16 0.634 มาก 7. การเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) สร้างบรรยากาศที่ดีในการศึกษา 4.13 0.570 มาก 8. การเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ช่วยให้นักเรียนสามารถน าความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตจริง 4.16 0.671 มาก 9. นักเรียนมีความกล้าแสดงออกมากขึ้นโดยการเรียนการสอนแบบ การ เรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) 4.35 0.740 มาก 10. การเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ท าให้นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการ เรียน 4.17 0.659 มาก 11. นักเรียนอยากให้มีการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วน ร่วม (Active Learning) ในรายวิชาอื่นๆ อีก 3.93 0.677 มาก โดยรวม 4.17 0.476 มาก 4.2 ผลจากการใช้นวัตกรรม จากผลจากการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์แบบมีส่วนร่วม( Active Learning) ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 สามารถอภิปรายผลตามวัตถุประสงค์ได้ดังนี้ 1. เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนแบบมีส่วนร่วม (Active Learning) และพัฒนา ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรมส าหรับนักเรียน การสอนด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์แบบมีส่วนร่วม( Active Learning) ที่ ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ส่งผลให้พฤติกรรมทางการเรียน ของ นักเรียน หลัง


การได้รับการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ดีขึ้นทั้งในด้านการท างานเป็นกลุ่มของ ผู้เรียน การแสดงความคิดเห็น และการแสดงออกเพื่อสะท้อนความคิดเห็นร่วมกัน จากการสังเกตและประเมิน ของผู้สอน ทั้งนี้เพราะการจัดการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) กระตุ้น ให้ เกิดการเรียนแบบกระบวนการกลุ่ม ซึ่งจะช่วยให้เรียนแต่ละคนทราบจุดเด่นจุดด้อยของผู้อื่น และ ส่งเสริมให้ เกิดการเรียนรู้ร่วมกันภายในกลุ่ม มีการกล้าแสดงออกกล้าแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์รวมถึง มีวางแผน กลั่นกรองร่วมกันภายในกลุ่มก่อนการน าเสนอสะท้อนคิดจากโจทย์ปัญหาที่ให้จึงท าให้นักเรียน มีทักษะการ เรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 2. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของรูปแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์แบบมีส่วนร่วม ( Active Learning) ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ตามเกณฑ์ 80/80 โดยการหาประสิทธิภาพของกระบวนการ / ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E1/E2) ตาม วิธีการของ ชัยยงค์พรหมวงศ์ โดยทดลองใช้กับ นักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัด ชัยศรี อ าเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ปีการศึกษา 2565 จ านวน 28 คน พบว่ารูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น มี ประสิทธิภาพ 80.67/81.25 เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ได้ก าหนดไว้ 3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังทดลอง สอนด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ที่ ส่งเสริม ทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียน ด้วยการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการทดสอบก่อนเรียนและ หลังเรียนด้วย วิธีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้Active Learning หลังการจัดการเรียนการสอนมีคะแนนจาก การ ทดสอบสูงกว่าก่อนการจัดการเรียนการสอน เนื่องจากการจัดการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วน ร่วม (Active Learning) นั้น นักเรียนจ าเป็นจะต้องศึกษาค้นคว้า และท าความเข้าใจในเนื้อหาที่จะท าการ เรียน มาก่อน อีกทั้งยังเป็นการศึกษาค้นคว้าที่เป็นกระบวนการกลุ่ม จึงต้องมีการปรึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้ซึ่งกัน และกันในระหว่างกลุ่ม โดยมีอาจารย์เป็น ผู้แนะน า เมื่อเสร็จสิ้นการน าเสนอผลการศึกษา ค้นคว้า กิจกรรม ครูผู้สอนได้มีการบรรยายเพิ่มเติมในส่วนของเนื้อหาที่ขาดตกบกพร่องไป จึงท าให้เกิด ความเข้าใจในเนื้อที่จะ เรียน 4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา วิทยาศาสตร์แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนใน ศตวรรษที่ 21 ความพึงพอใจของนักเรียนด้วยการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) โดยรวมอยู่ ระดับมาก พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อต่อการจัดการเรียนการสอนใช้Active Learning อยู่ ใน ระดับมาก เนื่องจากการจัดการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) เป็นการ จัดการเรียนการสอนที่มีกิจกรรมหลากหลาย ส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการท างานเป็นกลุ่ม ได้ แสดงออก เกิดความสนุกในการเรียนและมีความมั่นใจในการน าเสนอผลงาน ซึ่งมีความน่าสนใจ มากกว่าการ สอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียว จากการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้รายวิชา


วิทยาศาสตร์แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ส่งผลให้พฤติกรรมทางการเรียนดีขึ้น มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ทั้งในด้านทักษะการเรียนรู้และ นวัตกรรม คิดสร้างสรรค์คิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การสื่อสารและการให้ความร่วมมือกับ เพื่อน ในชั้นเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีในการค้นคว้าหาค าตอบ และสามารถน า ความรู้ที่ได้ไป ปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน จากการสังเกตและประเมินของผู้สอน ทั้งนักเรียนยังเกิด ความพึงพอใจใน การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ดังนั้นจึงควรน าการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) มาใช้ในการจัดการ เรียนการสอน โดยพัฒนาให้เกิดความหลากหลาย น่าสนใจมาก และมีความสนุกกับ กิจกรรมการเรียนการสอน มากยิ่งขึ้น 4.3 ประโยชน์ที่จะได้รับ 1) ได้นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนสูงขึ้น 3) เป็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้กับวิชาอื่น ๆ 5. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ 5.1 การเผยแพร่ ข้าพเจ้าเผยแพร่การจัดกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์แบบ มีส่วนร่วม( Active Learning) ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ผ่านทาง Facebook ซึ่ง สามารถเป็นแนวทางในแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้กับครูผู้สอนทั้งในและ ต่าง โรงเรียน


บรรยากาศในการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม


Click to View FlipBook Version