กฎระเบียบข้อบังคับ
เกี่ยวกับการทางาน
ข้อบังคับเกี่ยวกับการท างาน
ชื่อสถานประกอบการ บริษัท โรงแรมคริสตัลหาดใหญ่ จ ากัด
สถานที่ตั้งส านักงาน เลขที่ 4 ซอย 23 ถนนกาญจนวณิชย์ ต าบลหาดใหญ่ อ าเภอหาดใหญ่
จังหวัดสงขลา
ประกอบกิจการ โรงแรม
วัตถุประสงค์ เพื่อให้การด าเนินงานของบริษัท โรงแรมคริสตัลหาดใหญ่ จ ากัด
เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสมและบรรลุวัตถุประสงค์ บริษัทฯ จึงได้ก าหนด
ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการท างานขึ้น โดยมีความมุ่งหมายที่จะให้พนักงานได้รับทราบ
และยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ โดยให้ตระหนักถึงหน้าที่
ความรับผิดชอบของตนในฐานะที่เป็นพนักงานของบริษัทฯ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความ
เป็นระเบียบ เรียบร้อย การมีวินัยในการปฏิบัติตน และรักษาไว้ซึ่งความเข้าใจอันดี
ความสามัคคี ความสัมพันธ์อันดี ระหว่างพนักงานด้วยกันเอง พนักงานกับผู้บังคับบัญชา
และพนักงานกับบริษัทฯ อันจะน ามาสู่ความสงบเรียบร้อย ประสิทธิภาพในการท างาน
ร่วมกัน อย่างมีความสุข ประสบความส าเร็จ และบรรลุเปูาหมายตามวัตถุประสงค์ของ
บริษัทฯ ทุกประการ
ระเบียบข้อบังคับฉบับนี้
แบ่งเป็น 10 หมวด
หมวด 1 ข้อบังคับทั่วไป
หมวด 2 การว่าจ้าง
หมวด 3 วันท างาน เวลาท างานปกติ และวันหยุด
หมวด 4 หลักเกณฑ์การทางานล่วงเวลา และการท างานในวันหยุด
หมวด 5 วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าท างานในวันหยุด
หมวด 6 การลาและหลักเกณฑ์การลา
หมวด 7 วินัยและโทษทางวินัย
หมวด 8 การร้องทุกข์
หมวด 9 การเลิกจ้าง
หมวด 10 การพ้นสภาพการเป็นพนักงาน
หมวด
1 ขอบังคับทัวไป
่
้
ระเบียบนี้เรียกว่า
“ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทางานของ บริษัท โรงแรมคริสตัลหาดใหญ่ จ ากัด”
ใช้บังคับส าหรับพนักงานของบริษัทฯ
ค าจ ากัดความ
บริษัทฯ หมายถึง บริษัท โรงแรมคริสตัลหาดใหญ่ จ ากัด
พนักงานระดับปฏิบัติการ หมายถึง บุคคลที่ได้รับการว่าจ้างให้ทางานกับบริษัทฯ โดยได้รับการ
แต่งตั้งจากบริษัทฯให้ด ารงต าแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายแบ่งเป็นพนักงานรายเดือน
,พนักงานรายวัน และ พนักงานที่มีก าหนดระยะเวลาการจ้างแน่นอน
พนักงานระดับบริหาร หมายถึง พนักงานระดับผู้จัดการฝุายขึ้นไปที่ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทฯให้
มีอ านาจทาการแทนบริษัทฯ เช่น การลงโทษ การวินิจฉัยข้อร้องทุกข์ การบังคับบัญชาพนักงานและ
การควบคุมการด าเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ ซึ่งผู้บริหารระดับสูงขึ้นไปก าหนดให้
สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ บริษัทฯ มีสิทธิที่จะกระท าการดังต่อไปนี้
1. สั่งมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ หรือก าหนดหน้าที่และความรับผิดชอบในแต่ละงาน
2. จ้างเลื่อนต าแหน่ง โยกย้าย มอบหมาย และให้พนักงานอยู่ในต าแหน่งพนักงาน ลดต าแหน่ง
เลิกจ้างหรือด าเนินมาตรการลงโทษ ตามระเบียบข้อบังคับฯ
3. ก าหนดวิธีการท างาน , วัสดุอุปกรณ์ในการท างาน และจ านวนพนักงานตามความเหมาะสม
4. ก าหนดระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับความประพฤติ และความปลอดภัยในการท างาน บริษัท
สงวนสิทธิและอ านาจ ในการด าเนินงานซึ่งรวมทั้งการจัดการการปฏิบัติและการริเริ่มหรือเปลี่ยน
แปลงวิธีการด าเนินงานต่างๆ นอกเหนือจากสิทธิต่างๆ ข้างต้น
5. พนักงานมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย ให้ส าเร็จลุล่วงไปด้วยดีและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้พนักงานจะต้องเคารพ และปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับนี้ โดยเคร่งครัดและสม่ าเสมอ
6. พนักงานควรจะปรึกษากับผู้บังคับบัญชาโดยตรงและผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปตามล าดับ
เพื่อขอค าแนะน า หรือขอความช่วยเหลือในการแก้ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับงาน
หมวด
2 การว่าจ้าง
คุณสมบัติของพนักงาน
1. มีอายุระหว่าง 18 ปี ขึ้นไป
2. มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ ไม่เป็นโรคติดต่อ หรือโรคที่สังคมรังเกียจ
3. มีคุณวุฒิ และความสามารถตรงตามที่ได้ก าหนดไว้ส าหรับต าแหน่ง
4. มีความประพฤติดี ไม่เคยเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือเป็นที่รังเกียจของสังคม
5. มีผู้รับรองค้าประกันการท างานและ / หรือวางเงินค้ าประกัน ในทุกต าแหน่ง ตามเงื่อนไขที่
บริษัทฯ ก าหนด
6. พนักงานชายต้องพ้นการเกณฑ์ทหารแล้วเว้นแต่กรณีที่ บริษัทฯ พิจารณายกเว้นให้
7. ไม่เคยถูกพิจารณาโทษโดยการให้ออก หรือไล่ออก จากการเป็นลูกจ้างที่ท างานใดมาก่อน
8. ไม่เคยเป็นผู้ต้องโทษจาคุกโดยค าพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จ าคุกมาก่อนเว้นแต่มี
ความผิดที่กระท าไปด้วยความประมาท หรือความผิดลหุโทษ
9. ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
10. ผู้สมัครงาน จะต้องส่งมอบต้นฉบับ หรือส าเนาของเอกสารก่อนเข้าท างานดังต่อไปนี้
- รูปถ่าย ตามขนาดและจ านวนที่บริษัทฯ ก าหนดซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน
- บัตรประจ าตัวประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- หลักฐานการศึกษา
- หลักฐานการผ่านการเกณฑ์ทหาร ส าหรับพนักงานชาย
- หนังสือรับรองการผ่านงาน ( ถ้ามี )
- หลักฐานอื่นๆ ที่บริษัท ฯ ต้องการ
11. พนักงานจะต้องแจ้งข้อมูล พร้อมหลักฐานในการเปลี่ยนแปลงชื่อที่อยู่ สถานภาพทาง
ครอบครัวหรือการปุวยโรคเรื้อรัง เป็นต้น ต่อบริษัทฯ
หมวด
2 การว่าจ้าง (ต่อ)
12. ประเภทพนักงานของบริษัทฯ มีดังต่อไปนี้
พนักงานประจ า หมายถึง พนักงานที่ผ่านการทดลองงานแล้ว
พนักงานรายเดือน หมายถึง พนักงานซึ่งบริษัทฯ ก าหนดค่าจ้างเป็นรายเดือนอัน
รวมถึงค่าจ้างในวันหยุดประจาสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจ าปี และวันลาปุวย
(พนักงานที่ผ่านทดลองงานแล้ว)
พนักงานรายวัน หมายถึง พนักงานที่บริษัทฯ ก าหนดค่าจ้างเป็นรายวัน (ไม่มีวันหยุด
ประจ าสัปดาห์)
พนักงานตามสัญญาจ้าง หมายถึง พนักงานที่ทางบริษัทฯ รับเข้ามาตามสัญญาจ้างที่ท า
ขึ้นเฉพาะกับพนักงานแต่ละคนเมื่อครบก าหนดสัญญาจ้างจะถือว่าพ้นสภาพการเป็นพนักงานทันที
13. ระยะเวลาทดลองงาน 90 วันและ แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรในหนังสือสัญญาจ้างท างาน
นับตั้งแต่ วันแรก ของการท างาน บริษัท ฯ มีสิทธิเลิกจ้างได้โดยพนักงานจะเรียกร้องค่าชดเชยหรือ
ค่าเสียหาย หรือค่าทดแทน อื่นใดไม่ได้ หากการปฏิบัติงานของพนักงานเป็นที่พอใจ บริษัท ฯ จะ
พิจารณาบรรจุเข้าตามต าแหน่งงานที่บริษัทฯ ก าหนดโดยนับอายุงาน ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มท างานกับ
บริษัทฯ เป็นต้นมา
ข้อตกลงของพนักงานก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
- พนักงานทุกระดับ จะมีเงินค้ าประกันการท างาน ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน (เพื่อประกันความเสียหาย
ข้อผิดพลาดในการท างาน) ซึ่งรายละเอียดการหักเงินประกันการท างาน แบ่งได้ดังนี้
1. แผนกบัญชี 5,000 บาท
2. แผนกขาย 5,000 บาท
3. แผนกบุคคล 5,000 บาท
4. แผนกแม่บ้าน 2,500 บาท ( ผู้จัดการแม่บ้าน 5,000 บาท)
5. แผนกห้องอาหาร 2,500 บาท (หัวหน้าห้องอาหาร 5,000 บาท)
6. แผนกต้อนรับ 5,000 บาท , เบลและคนขับรถ 2,500 บาท
7. แผนกจัดเลี้ยง 2,500 บาท (ระดับ Sup ขึ้นไป 5,000 บาท)
หมวด
2 การว่าจ้าง (ต่อ)
8.แผนกครัว แบ่งได้ดังนี้
- ระดับหัวหน้าและเลขาเชฟ ขึ้นไป 5,000 บาท
- กุ๊กครัวจีน 5,000 บาท
- กุ๊กครัวไทย 5,000 บาท
- ผู้ช่วยกุ๊ก 2,500 บาท
- สจ๊วต 2,500 บาท
9.แผนกช่าง 5,000 บาท
- โดยจะหักจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จนกว่าจะครบก าหนดตามข้อตกลงใน
สัญญาจ้าง
เงินค้ าประกันดังกล่าวนี้ หากพนักงานปฏิบัติงานประมาทเลินเล่อ จงใจท าให้บริษัท
ได้รับความเสียหาย และไม่ได้แจ้งความประสงค์ในการลาออกล่วงหน้า ภายใน 15 วัน (ระดับ
ปฏิบัติการ) 30 วัน (ระดับหัวหน้างาน) จะไม่คืนเงินประกันให้
การแต่งกาย และการดูแลรักษาบุคลิกภาพ
ความสะอาดของการแต่งกาย และการดูแลรักษาบุคลิกเป็นสิ่งส าคัญส าหรับพนักงาน ของบริษัทฯ
การจะประสบความส าเร็จอย่างหนึ่งของพนักงาน คือการแต่งกายที่สะอาด เรียบร้อยอยู่เสมอ พนักงาน
จะต้องแต่งกายให้เหมาะสมกับบรรยากาศของธุรกิจโรงแรม ในการดูแลรักษาบุคลิกให้ดูเป็นมืออาชีพ
พนักงานต้องปฏิบัติตามมาตรฐานด้านล่างนี้เพื่อความส าเร็จของงานในทุกวัน
1. ปูายชื่อ - ต้องใส่ปูายชื่อของตนเองเท่านั้น
- ต้องอยู่ในสภาพดี และสะอาดอยู่เสมอ
- ติดบนหน้าอกด้านซ้ายให้เห็นชัดเจน
2. ผม - ต้องรักษาความสะอาด และตัดให้เรียบร้อย
- ตัดทรงสุภาพ
- พนักงานหญิง หากผมยาวเกินต้นคอต้องรวบไว้ให้เรียบร้อยด้วยที่ผูกสีด าหรือน้ าตาลเข้ม
- อนุญาตให้ย้อมผมได้เฉพาะสีด า หรือสีน้ าตาลเข้ม เท่านั้น
หมวด 2 การว่าจ้าง (ต่อ)
3. เครื่องส าอาง - พนักงานหญิงที่ท างานติดต่อกับแขกต้องแต่งหน้าอ่อนๆ ขณะปฏิบัติหน้าที่
4. เครื่องประดับ - นาฬิกาแบบ และสีเรียบๆ 1 เรือน
- แหวนแบบ และสีเรียบๆ 1 วง
- อนุญาตให้ใส่สร้อยคอได้ แต่ต้องอยู่ใต้เครื่องแบบพนักงานเท่านั้น
- อนุญาตให้พนักงานหญิงใส่ต่างหูได้ข้างละอัน สีและแบบเรียบๆ
เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 เซนติเมตร
- พนักงานชาย ไม่อนุญาตให้ใส่ต่างหู
5. รองเท้า - ต้องอยู่ในสภาพดี สะอาด แบบและสีตามมาตรฐานของบริษัทฯ ก าหนด
6. ถุงน่องและถุงเท้า - พนักงานชาย ให้ใส่ถุงเท้าแบบ และสีสุภาพ หรือสีเดียวกับรองเท้า
- พนักงานหญิง สามารถใส่ถุงน่อง สีเนื้อได้
7. เล็บ - ต้องตัดให้สั้น และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ
- พนักงานหญิงที่ไว้เล็บยาว ต้องทาเล็บด้วยสีสุภาพ
- พนักงานชายห้ามไว้เล็บยาว
8. แว่นตา - พนักงานที่ใส่แว่นตา สีและกรอบแว่นต้องเป็นแบบเรียบๆ
- คอนแทคเลนส์ให้ใช้สีเดียวกับดวงตาเท่านั้น
9. น้ าหอม - พนักงานควรใช้โคโลญจน์กลิ่นอ่อน ๆ และยาระงับกลิ่นเหงื่อ
10. อื่น ๆ - การสักต่าง ๆ บริษัทฯ ไม่อนุญาต โดยเฉพาะในส่วนที่สามารถมองเห็นได้
ที่เกี่ยวข้อง - เจาะหูได้เฉพาะที่บริเวณติ่งหูข้างละ 1 รูเท่านั้น
- พนักงานควรแปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร
- เพื่อความสะอาด พนักงานต้องอาบน้ า แปรงฟัน ทุกวัน
- พนักงานชาย ต้องโกนหนวดเคราก่อนเข้าท างาน
พนักงานจะต้องมีบุคลิกลักษณะและการแต่งกายที่เป็นมาตรฐานเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะสมกับ
สภาพแวดล้อมที่หรูหราของโรงแรม และความคาดหวังของแขก พนักงานทราบว่าการแต่งกายของพนักงาน
จะต้องไม่ดึงดูดความสนใจและไม่เป็นเหตุให้มีผลประโยชน์ต่อตนเอง ที่นอกเหนือไปกว่าการปฏิบัติงาน
หัวหน้างาน หรือหัวหน้าแผนกจะเป็นผู้ดูแลบุคลิกการแต่งกายของพนักงานเช่นเดียวกัน
หมวด 2 การว่าจ้าง (ต่อ)
ป้ายชื่อ
พนักงานต้องติดปูายชื่อตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่ และต้องดูแลให้อยู่ในสภาพดีเสมอ หาก
พนักงานท าปูายชื่อสูญหาย พนักงานจะต้องแจ้งต่อฝุายทรัพยากรบุคคลทันที เพื่อขอท าใหม่ โดย
พนักงานต้องเสียค่าท าปูายชื่อใหม่เอง แต่หากเกิดจากการช ารุด หรือเก่า พนักงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
การสูบบุหรี่
พนักงานจะสูบบุหรี่เฉพาะบริเวณที่บริษัทฯ จัดไว้ให้เป็นที่สูบบุหรี่ และในเวลาพักที่ทางแผนกจัดให้
เท่านั้น
การใช้โทรศัพท์ และอุปกรณ์ของบริษัทฯในเรื่องส่วนตัว
บริษัทฯ เชื่อว่าเวลาปฏิบัติงาน เป็นเวลาส าหรับการท างาน จึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะรบกวนการ
ท างานของพนักงาน
ไม่อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์มือถือขณะปฏิบัติหน้าที่ หรือในบริเวณที่ท างาน โดยจะต้องปิดเครื่องขณะ
ท างาน พนักงานสามารถใช้โทรศัพท์ส่วนตัวได้ในช่วงเวลาพักของพนักงาน และ ในบริเวณที่แขกไม่
สามารถมองเห็นได้เท่านั้น
ไม่อนุญาตให้พนักงานใช้ทรัพย์สินของบริษัทฯ ไปในเรื่องส่วนตัว เช่น โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ท อีเมล
โทรสาร เครื่องถ่ายเอกสาร ไปรษณีย์ เป็นต้น
ไม่อนุญาตให้พนักงานรับสายส่วนตัวในขณะท างาน ในกรณีฉุกเฉิน ฝุายทรัพยากรบุคคลจะเป็น
ผู้รับเรื่องเพื่อแจ้งไปยังพนักงานที่เกี่ยวข้องทราบ ส่วนสายอื่นๆ จะถูกแจ้งให้ติดต่อพนักงานที่หมายเลข
ส่วนตัว
แขกของพนักงาน
เมื่อมีครอบครัว เพื่อน หรือญาติของพนักงานมาพบพนักงาน พนักงานจะออกมาพบบุคคลดังกล่าวตรงบริเวณ
ทางเข้า-ออก ส าหรับพนักงานเท่านั้น
หมวด
2 การว่าจ้าง (ต่อ)
แฟ้มประวัติส่วนตัวพนักงาน
หากพนักงานต้องการดูแฟูมประวัติส่วนตัวของพนักงาน พนักงานสามารถติดต่อฝุายทรัพยากรบุคคล พนักงาน
ไม่สามารถนาเอกสารใด ๆ ออกจากแฟูมได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากฝุายทรัพยากรบุคคลพนักงานมีหน้าที่
ปรับเปลี่ยนข้อมูลของตัวพนักงานเองให้ตรงกับความเป็นจริง ในปัจจุบันทุกประการ
หากข้อมูลเกี่ยวกับตัวพนักงานมีการเปลี่ยนแปลง พนักงานจะต้องแจ้งให้ฝุายทรัพยากรบุคคลทราบเช่น
- ชื่อ - สกุล, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์
- สถานภาพสมรส, จ านวนบุตร หรือผู้รับอุปการะ
- ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน
- ผู้รับผลประโยชน์จากประกัน และการเกษียณอายุ
- บันทึกการฝึกอบรม
ทางเข้า – ออกพนักงาน
- พนักงานจะเข้า – ออกบริเวณบริษัทฯ โดยใช้ทางเข้า – ออกพนักงานเท่านั้น และจะไม่ใช้ทางเข้า – ออกอื่น
ยกเว้นในกรณีที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น
ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเพลิงไหม้
- ในกรณีที่พนักงานพบไฟไหม้ หรือควันไฟ พนักงานจะกดสัญญาณแจ้งไฟไหม้ทันที ซึ่งพนักงานทุกคนจะต้อง
ทราบว่าสถานีกดสัญญาณไฟไหม้มีที่ใดบ้าง และจะใช้งานอย่างไร
- เมื่อมีสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังขึ้นแล้ว พนักงานจะต้องอพยพไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย และโทรศัพท์ไปยัง
หมายเลขฉุกเฉินเพื่อแจ้งต าแหน่ง และลักษณะของไฟ
- พนักงานทุกคนจะต้องช่วยเหลือแขกที่มาใช้บริการที่โรงแรม โดยเฉพาะคนพิการ ไปยังทางออกที่ใกล้ที่สุด
โดยจะต้องอยู่ในอาการที่ควบคุมตนเองได้
หมวด
2 การว่าจ้าง (ต่อ)
นโยบายเรื่องสุรา และยาเสพติด
บริษัทฯ เชื่อว่าหากเราจะรักษาภาพพจน์ที่ดีให้คงไว้ เราจะต้องไม่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุรา และยาเสพติด
พนักงานทราบว่า ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาตให้พนักงานครอบครอง โอนย้าย โยกย้าย แจกจ่าย ผลิตหรือขายสุรา
และ / หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด สิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะปฏิบัติหน้าที่ และ / หรืออยู่ใน
บริษัทฯ (ยกเว้นการขายแอลกอฮอล์ตามหน้าที่)
บริษัทฯ จะไม่อนุญาตให้พนักงานปฏิบัติงานโดยเด็ดขาด หากพบว่าพนักงานอยู่ในอาการมึนเมา มีกลิ่นสุราติด
ตัวหรือในอาการที่เหมือนมึนเมา ไม่ว่าจะจากสุรา หรือยาเสพติด ทั้งนี้รวมถึงการใช้สารเสพติดที่เกี่ยวกับยาโดยไม่มี
ค าสั่งจากแพทย์ หากพบว่าพนักงานกระท าความผิดละเมิดคาสั่งตามที่กล่าวมาข้างต้น พนักงานจะถูกลงโทษและ /
หรือถูกเลิกจ้าง
ห า ก มีความจ าเป็นเนื่องจากสภาพทางานขณะอยู่กับแขกในงานเลี้ยง พนักงานก็จะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้แต่
พอดีเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และภาวะแวดล้อมของพนักงานทุกๆ คน แขกของโรงแรม และ
ชื่อเสียงของบริษัทฯ
ย
บริษัทฯ พร้อมที่จะจัดหาที่ให้ค าปรึกษาหากพนักงานต้องการค าแนะน าปรึกษา กรณีติดสุรา หรือ า เสพติด
ห้องล็อคเกอร์
พนักงานจะได้รับกุญแจส าหรับตู้ล็อคเกอร์จ านวน 1 ตู้ เพื่อเก็บสิ่งของ และเสื้อผ้า ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบ
ของพนักงานในการดูแลรักษาตู้ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย และสะอาด บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบหากเกิดการสูญหายใน
ทรัพย์สินของพนักงาน และไม่อนุญาตให้พนักงานเก็บอาหารไว้ในตู้ล็อคเกอร์ บริษัทฯ มีสิทธิตรวจค้นตู้ล็อคเกอร์
ของพนักงานทุกคนได้ทุกเวลา โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
หมวด 3
วันท างาน เวลาท างานปกติ
วันท างาน เวลาท างานปกติ และเวลาพัก
วันท างาน
พนักงานในส านักงาน ต้องท างานสัปดาห์ละ 6 วันตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ (หรือตามความเหมาะสม)
พนักงานกะ ต้องท างานสัปดาห์ละ 6 วัน ตามตารางการทางานที่ก าหนดโดยหัวหน้างาน
เวลาท างานปกติ
- พนักงานออฟฟิต ท างานวันละ 8 ชั่วโมง พัก 1 ชั่วโมง
- พนักงานกะ ต้องท างานกะละ 8 ชั่วโมง พัก 1 ชั่วโมง (พักตามความเหมาะสมกับหน้างาน)
- พนักงานจะต้องบันทึกลงเวลาก่อนและหลังการท างานทุกครั้งยกเว้นพนักงานที่ได้รับอนุมัติ
เป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บริหาร
- พนักงานที่บริษัท ๆ ก าหนดให้ลงเวลาก่อนเข้าท างานและหลังการท างาน ให้ลงเวลาท างาน
ด้วยตนเองตามวิธี ที่บริษัท ๆ ก าหนดหากพนักงานลงเวลาท างานแทนกัน ให้ถือว่าเป็นการกระท าผิด
วินัยทั้งสองฝุาย
เวลาพัก
พนักงานในส านักงาน มีสิทธิพัก 1 ชั่วโมงต่อวัน
พนักงานกะ มีสิทธิพักแล้วแต่ความเหมาะสมของงานโดยจัดให้พักได้ 1 ชั่วโมงต่อวันท างานปกติ
เนื่องจากเป็นกิจการโรงแรมจึงก าหนดเวลาท างานของพนักงาน คือ 8 ชม. เวลาพัก 1 ชม.
อาจจะเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของการท างาน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บริหารจะแจ้งให้
พนักงานรับทราบเป็นกรณีไป
หมวด 3
วันท างาน เวลาท างานปกติ (ต่อ)
วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด
วันหยุดตามประเพณี
- บริษัทฯ มีวันหยุดตามประเพณีปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน โดยจะประกาศให้พนักงานทราบล่วงหน้า
ก่อนวันที่ 1 มกราคม ของปีถัดไป (สามารถเก็บวันหยุดประเพณีได้ ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคม ในปีถัดไป)
สิทธิ์ประโยชน์วันหยุดพักร้อน
- พนักงานท างานครบ 1 ปี มีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจ าปี 6 วัน (สามารถเก็บวันหยุดพักร้อนได้
ไม่เกิน 1 รอบ ปี)
วันหยุดพักผ่อนประจ าปี (พักร้อน)
- พนักงานจะต้องยื่นใบลาหยุดพักผ่อนประจ าปีต่อฝุายทรัพยากรบุคคลล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
และจะต้องได้รับการอนุมัติจากหัวหน้าแผนกจึงจะมีสิทธิลาหยุดได้
- วันหยุดพักผ่อนประจ าปี เป็นสิทธิเฉพาะ จะเก็บสะสมไว้น าไปหยุดในปีต่อไปไม่ได้
- ทางบริษัทฯ จะไม่จ่ายเงินทดแทนกรณีไม่ใช้สิทธิการหยุดพักผ่อนประจ าปี
ส า ย
- ม า ท างานสาย หักนาทีละ 1 บาท ออกก่อนเวลาท างานหักนาทีละ 2 บาท
- ในรอบ 1 งวด หากพนักงานมาสาย เกิน 60 นาที จะได้รับใบเตือน
หมวด 4
หลักเกณฑ์การท างานล่วงเวลา และการท างานในวันหยุด
หลักเกณฑ์
- เนื่องจากบริษัทฯ เป็นกิจการโรงแรม ซึ่งเป็นงานบริการ ในบางกรณีงานจะมีลักษณะ หรือสภาพ
ของงานที่ต้องท าต่อเนื่องกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งานได้ หรือ เป็นงานฉุกเฉิน บริษัทฯ จะให้
พนักงานท างานล่วงเวลาในวันท างาน หรือ ท างานในวันหยุด รวมถึงล่วงเวลาในวันหยุดได้เท่าที่จ าเป็น
โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน
- พนักงานจะท างานล่วงเวลา หรือท างานในวันหยุด หรือท างานล่วงเวลาในวันหยุดได้ ต่อเมื่อได้รับ
ค าสั่งจากบริษัทฯ เท่านั้น
- พนักงานระดับปฏิบัติการ มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา
- พนักงานระดับปฏิบัติการ มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา
- วันท างานปกติท างานล่วงเวลาจะได้รับค่าล่วงเวลาในอัตรา 1 เท่าของค่าจ้าง (เฉพาะแผนกจัด
เลี้ยงได้ ชม.ละ 50 บาท )
- การจ่ายค่าล่วงเวลา หรือค่าท างานในวันหยุด บริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้างการท างานล่วงเวลา
เฉพาะกรณีที่ได้รับการอนุมัติให้พนักงานท างานล่วงเวลาจากผู้จัดการทั่วไปหรือผู้มีอ านาจสั่งการ
แทนเท่านั้น
หมวด 5
วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าท างานในวันหยุด
วันจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทางานในวันหยุด
- บริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าท างานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และเงิน
ผลประโยชน์อื่นๆ เนื่องในการจ้างเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งการคิดเงินเดือนเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ของเดือนก่อน
จนถึงวันที่ 25 ของเดือนปัจจุบัน โดยจ่ายทุกวันที่สุดท้ายของเดือน หากตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือ
วันหยุด ธนาคารเลื่อนเข้าให้ตรงกับวันเปิดทาการได้
- บริษัทฯ จะหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินรายได้ตามอัตราที่ประมวลรัษฎากรก าหนดและ
หักเงินสมทบประกันสังคมในอัตราที่ พ.ร.บ.ก าหนด
- บริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้าง ผ่านบัญชี ธนาคารกสิกรไทย จังหวัดสงขลา เท่านั้น
หมวด 6
การลา และหลักเกณฑ์การลา
ประเภทการลา
บริษัทฯ ก าหนดประเภทการลาไว้ดังนี้
1. ลาปุวย
2. ลากิจ
3. ลาหยุดพักผ่อน
4. ลาคลอดบุตร
5. ลาหยุดเนื่องจากการประสบอันตราย หรือเจ็บปุวยที่เกิดขึ้นเนื่องจากการท างาน
6. ลาอุปสมบท หรือลาไปประกอบพิธีทางศาสนา
7. การลาย่อย
8. ล า อื่นๆ
การลาตามข้อ 2,3,6,7 ในข้อบังคับนี้ไม่เป็นสิทธิที่พนักงานจะเรียกร้องได้ ทางบริษัทฯต้องอนุญาตให้ลาได้
บริษัท ฯ จะค านึงถึงความจ าเป็นแห่งกิจการของบริษัทฯด้วย หากบริษัทฯ มีกิจการจ าเป็นอาจไม่อนุญาต
ให้ลาก็ได้
พนักงานที่ได้รับอนุญาตให้ลา ถ้าบริษัทฯ เห็นว่ามีความจ าเป็นแก่กิจการของบริษัทฯ บริษัทฯ จะเพิกถอนการ
อนุญาตและเรียกกลับเข้าท างานก่อนครบก าหนดการลาก็ได้ และให้ถือว่าการลาเป็นอันหมดเขตเพียงวันก่อนวันที่
บริษัทฯ ก าหนดให้กลับเข้าท างาน
หลักเกณฑ์ในการลา
การลาป่วย
- พนักงานประจาของบริษัทฯ มีสิทธิลาปุวยได้ปีละไม่เกิน 30 วันทางานโดยได้รับค่าจ้างเท่ากับวันทางานปกติ
- พนักงานที่ปุวย ไม่สามารถทางานได้ ให้แจ้งแผนกบุคคลทราบก่อนเวลา 2 ชั่วโมง และยื่นใบลา
ทันทีในวันแรกที่กลับเข้าทางาน
- การลาปุวยตั้งแต่ 1 วันขึ้นไปต้องมีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งประกอบการลา
หากไม่แล้วบริษัทฯ จะถือว่าเป็นการขาดงาน โดยไม่ได้รับค่าจ้างในวันที่หยุดไป
หมวด 6
การลา และหลักเกณฑ์การลา (ต่อ)
การลาป่วย (ค่อ)
ี
้
้
ื่
้
ิ
้
ั
ี่
้
ื
- กรณทพนักงานไม่สามารถแจงใหบรษทฯ ทราบไดดวยตนเองใหพนักงานอน หรอบุคคลใน
ื
็
ั
ื่
ั
ครอบครวแจงใหบรษทฯ ทราบ และยนใบลาในโอกาสต่อไปทันท หากไม่แลวบรษทฯ จะถอว่าเปน
ิ
้
้
ี
้
ิ
ั
้
ั
ี่
การขาดงานโดยไม่ไดรบค่าจางในวันทหยุดไป
้
ื
ิ
้
่
- การลาปวยโดยไม่ไดปวยจรง บรษทฯ ถอว่ามเจตนาแจงขอมูลอันเปนเท็จต่อ บรษทฯ
ั
ิ
่
ั
็
ี
้
ิ
้
้
ื
้
็
และจะถอเปนความผิดรายแรงมโทษใหออกจากการเปนพนักงานทันท ี
็
ี
ลากิจ
้
้
่
ี่
ิ
ิ
ิ
ี
- หากพนักงานมความจาเปนตองลากจเกนกว่าระยะเวลาทกาหนด ใหอยูในดุลยพินจของ
็
้
ี่
้
ั
ี่
ผูบังคับบัญชา โดยไม่ก่อใหเกดความเสียหายต่องานในหนาททรบผิดชอบ และเปนการลากจไม่รบ
ิ
ั
็
้
ิ
้
ค่าจาง
้
ี
้
้
ิ
ื่
้
- การลากจพนักงานตองช้แจงเหตุผล และยนใบลาต่อผูบังคับบัญชาล่วงหนาอย่างนอย 3 วัน
้
้
ื
ั
และตองไดรบการอนุมัติจากผูบังคับบัญชา ก่อนจึงจะหยุดงานได มิฉะนั้นบรษทฯ จะถอว่าเปนการ
็
ิ
้
้
ั
ั
ขาดงานโดยไม่ไดรบค่าจางในวันทหยุดไป
้
ี่
้
้
- ลากจไม่ไดรบค่าจาง กรณลาไปธุระฉุกเฉนหรอกะทันหัน จะถูกหักค่าจางตามวันทลาหยุด
ิ
ื
ี
้
ั
้
ี่
ิ
สิทธิ์ประโยชน์วันหยุดพักร้อน
- พนักงานทางานครบ 1 ปี มีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจาปี 6 วัน (สามารถเก็บวันหยุดพักร้อนได้ ไม่เกิน 1 รอบ
ปี) วันหยุดพักผ่อนประจาปี (พักร้อน)
- พนักงานจะต้องยื่นใบลาหยุดพักผ่อนประจ าปีต่อฝุายทรัพยากรบุคคลล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และจะต้อง
ได้รับการอนุมัติจากหัวหน้าแผนกจึงจะมีสิทธิลาหยุดได้
- วันหยุดพักผ่อนประจ าปี เป็นสิทธิเฉพาะ จะเก็บสะสมไว้น าไปหยุดในปีต่อไปไม่ได้
- ทางบริษัทฯ จะไม่จ่ายเงินทดแทนกรณีไม่ใช้สิทธิการหยุดพักผ่อนประจ าปี
หมวด 6
การลา และหลักเกณฑ์การลา (ต่อ)
การลาเพื่อคลอดบุตร (พนักงานประจ าเท่านั้น)
- พนักงานมีครรภ์ต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงการตั้งครรภ์
- พนักงานมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกิน 98 วัน โดยรวมวันหยุดทุกประเภทที่มีระหว่างวันลา
คลอดบุตรด้วยและได้รับค่าจ้างไม่เกิน 45 วัน และหากพนักงานไม่สามารถรับผิดชอบงานในหน้าที่เดิมได้ตาม
มาตรฐานที่ บริษัทฯ ก าหนดไว้ได้ บริษัทฯ มีสิทธิจะพิจารณาโยกย้าย หรือ เปลี่ยนแปลงงานที่เหมาะสมให้แก่
พนักงานผู้นั้น
ั
- การคลอดบุตรดังกล่าว ต้องแจ้งให้บริษัทฯทราบทันทีนับจากวันคลอดและพนักงานต้องนาใบรบรองแพทย ์
ี่
้
และใบสูติบัตรมาแสดงประกอบการลาทันททกลับเขาทางานในวันแรก
ี
การลาหยุดเนื่องจากประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเนื่องจากการท างาน
ให้ลาได้ตามความจ าเป็น โดยมีใบรับรองแพทย์และได้รับค่าจ้างตลอดระยะเวลาเจ็บปุวย แต่ไม่เกิน 30 วัน (นับ
รวมกับวันลาปุวยที่ไม่ได้เจ็บจากการท างาน) แต่ทั้งนี้ในกรณีที่พนักงานมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากกองทุนเงิน
ทดแทน บริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้าง ตามข้อนี้ให้เฉพาะส่วนต่างของค่าจ้างทดแทนที่มีสิทธิได้รับนั้น
การลาอุปสมบทหรือลาไปประกอบพิธีศาสนา (พนักงานประจ าเท่านั้น)
พนักงานที่ยังไม่เคยลาอุปสมบท หรือประกอบพิธีศาสนา และมีอายุการท างานมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี จะลา
อุปสมบทหรือประกอบพิธีศาสนาได้ โดยได้รับค่าจ้าง 15 วัน ทั้งนี้ให้นับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลาด้วย และ
เมื่อลาสิกขาบท หรือเดินทางกลับจากการประกอบพิธีแล้ว ต้องกลับเข้าทางานทันที และถือว่าสิทธิการลาประเภทนี้
สิ้นสุดแม้จะยังไม่ครบวันลา
ล า ย่อย
- พนักงานที่ได้รับสิทธิในการลาย่อยนั้นต้องเป็น ‘’พนักงานประจาเท่านั้น’’ (ผ่านทดลองงาน)
- ในรอบ 1 งวด ลาได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง
- การลาย่อยต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าแผนกก่อนทุกครั้ง
หมวด 6
การลา และหลักเกณฑ์การลา (ต่อ)
ล า ย่อย (ต่อ)
- ลาย่อยในแต่ละครั้งต้องส่งใบลาในวันที่ลา/หรือส่งก่อนลาทุกครั้ง ‘’ห้ามส่งย้อนหลัง’’ ในการลา หากส่ง
ย้อนหลังถือว่าไม่ได้ลา
- ลาย่อยทุกครั้ง ต้องแกนนิ้วมือเข้า ออก ทุกครั้ง
การลาเพื่อท าหมัน
ลูกจ้างมีสิทธิเพื่อท าหมันได้และมีสิทธิลาเนื่องจากการท าหมันตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง
ก าหนดและออกใบรับรอง โดยได้รับค่าจ้างตามระยะเวลาที่ลา
การลาเพื่อฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้
- พนักงานที่บริษัท ฯ ส่งเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการแรงงานและสวัสดิการแรงงานหรือ การ
เพิ่มทักษะความช านาญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทางานของพนักงานสามารถลาเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมโดยได้รับ
ค่าจ้างปกติ
- พนักงานต้องยื่นใบลาล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ในกรณีฉุกเฉินการอนุมัติให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา
และพนักงานต้องได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น จึงจะท าการลาได้ มิฉะนั้นจะถือว่าการลานั้นๆ
ไม่สมบูรณ์ และบริษัทฯ จะถือว่าเป็นการขาดงานไม่ได้รับเงินค่าจ้างในวันที่ลาไป
การลาเพื่อรับราชการทหาร
ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อรับราชการทหารในการเรียกพล เพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่ง
พร้อมตามกฏหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร โดยได้รับค่าจ้างไม่เกินปีละ 60 วัน (ยกเว้นการเกณฑ์ทหาร)
ล า เพื่อจัดพิธีฌาปนกิจศพ
พนักงานมีสิทธิขอลาเพื่อจัดพิธีฌาปนกิจศพโดยได้รับค่าจ้าง 6 วัน ในกรณีที่เป็นบุคคลในครอบครัวโดยตรง
(บิดา มารดา สามี ภรรยา บุตร เสียชีวิต) โดยต้องยื่นหลักฐานรับรองความสัมพันธ์และใบมรณบัตรให้แก่ฝุายบุคคล
วิธีการขออนุญาต และอ านาจในการอนุญาตให้ลา
ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการลาที่ผู้จัดการทั่วไป หรือผู้มีอ านาจกระท าการแทนก าหนด
หมวด 7
วินัย และโทษทางวินัย
บริษัทฯ ก าหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับวินัยในการท างานและมาตรการลงโทษในกรณีพนักงานกระท าผิดวินัย
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในระหว่างคนหมู่มาก และเพื่อให้สามารถบริหารกิจการของบริษัทฯ ได้อย่างเป็น
ระเบียบเรียบร้อย
วินัย และ โทษทางวินัย
เพื่อรักษาไว้ซึ่งความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการท างานร่วมกัน พนักงานผู้ใดจงใจฝุาฝืนหรือมีเจตนากระท า
ผิด จะได้รับการลงโทษทางวินัยการลงโทษทางวินัย 5 ระดับคือ
1. ตักเตือนด้วยวาจา
2. ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ครั้งที่ 1
3. ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ครั้งที่ 2
4. ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ครั้งสุดท้าย
5. ไล่ออก / เลิกจ้าง
ความผิดไม่ร้ายแรง ได้แก่
1. ละเลยที่จะปฏิบัติตามข้อบังคับหรือประมาทเลินเล่อ เป็นผลให้เกิดความเสียหาย สูญเสียของอุปกรณ์ต่าง ๆ
ของโรงแรม
2. ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจถุงหรือหีบห่อที่จะน าออกจากบริษัท ฯ
3. เข้าปฏิบัติงานไม่ตรงตามตารางเวลาที่หัวหน้างานก าหนด โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ หรือไม่มีเหตุผลอันควร
บ่อยครั้ง
4. ม า ท างานสายเกินกว่า 3 ครั้งใน 1 เดือน
5. กลับก่อนเวลาเกิน 3 ครั้ง ใน 1 เดือน
6. ไม่บันทึกเวลาเข้า-ออก และไม่เซ็นชื่อเข้า-ออกเมื่อปฏิบัติหน้าที่
7. ต้อนรับแขกส่วนตัวในเวลาท างาน นอกจากจะได้รับอนุญาตจากผู้จัดการแผนก หากจ าเป็นอาจพบได้ที่บริเวณ
หน้าแผนกรักษาความปลอดภัย
8. ออกจากบริษัทฯ ในเวลาท างาน โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีใบผ่านเข้าออกจากผู้จัดการแผนก
9. ใช้ห้องน้ า ลิฟท์ ทางผ่านเข้าออกส าหรับแขก โดยไม่ได้รับอนุญาต
10. เข้าไปในบริเวณที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบตามหน้าที่
11. ใช้ทางเข้า-ออกโรงแรมทางอื่น นอกเหนือจากทางเข้า-ออกพนักงานที่ทางโรงแรมอนุญาต
หมวด 7
วินัย และโทษทางวินัย (ต่อ)
12. น าอาหารออกจากห้องอาหาร หรือรับประทานอาหารในบริเวณที่ไม่ได้รับอนุญาต
13. แสดงกิริยา มารยาทที่ไม่สุภาพต่อแขกผู้มาใช้บริการ เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานในขณะ ปฏิบัติหน้าที่
หรืออยู่ในบริเวณบริษัท ฯ
14. เรียกร้องเงินรางวัลหรือทิปจากแขก
15. แต่งกายหรือสวมเครื่องแบบไม่เรียบร้อยขณะปฏิบัติหน้าที่
16. ไม่ติดบัตรประจ าตัวหรือปูายชื่อให้เรียบร้อยขณะปฏิบัติหน้าที่
17. ไม่ยอมไปตรวจร่างกายหรือเอ็กซ์เรย์ตามเวลาที่ก าหนด
18. สวมเครื่องแบบของบริษัท ฯ ออกนอกบริเวณบริษัท ฯ
19. เปลี่ยนแปลงที่อยู่หรือสถานภาพส่วนบุคคลโดยไม่แจ้งให้ฝุายบุคคลทราบ
20. ไม่แจ้งให้หัวหน้างานทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ในกรณีที่ปุวยไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้รับ
มอบหมาย โดยปราศจากเหตุอันควร
21. ละทิ้งหน้าที่หรือสถานที่ท างานในระหว่างเวลาท างานโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือสถานที่ท างานและไม่ได้รับ
อนุญาตจากหัวหน้างาน
22. ไว้ผมยาวเกินที่บริษัท ฯ อนุญาต ,ไว้หนวดเครา หรือไม่โกนหนวดเครา หรือ พนักงานชายใส่ตุ้มหู
้
้
23. ใหขอความอันเปนเท็จระหว่างสอบสวน
็
้
้
้
ื
ื
ื่
ั
ื่
24. ใชยานพาหนะหรออุปกรณของบรษทฯ เพอผลประโยชนส่วนตัวหรอผูอนไม่ไดรบอนุญาต
ิ
์
์
ั
25. ไม่ส่งมอบรายงานสิ่งของทพบเห็นในบรเวณบรษท ฯ
ิ
ั
ิ
ี่
้
็
้
ิ
ั
ั
ี
์
26. มทรพยสินของบรษท ฯ ในตูเกบเสื้อผา
ื
้
้
ิ
้
้
ั
27. เขาไปในหองพักแขกโดยไม่ไดรบอนุญาตจากผูจัดการแผนก หรอคณะกรรมการบรหาร
้
ี่
่
้
้
ิ
ระดับสูงของฝายนั้น ๆ เวน แต่จะเขาไปปฏบัติงานตามหนาท
28. พิสูจนไดว่าไม่ไดปวยจรง
้
้
์
ิ
่
์
ั
29. แสดงใบรบรองแพทยปลอม
30. นอนหรอหลับในขณะปฏบัติหนาทหรอในเวลางาน
้
ื
ื
ิ
ี่
ื่
31. ไม่เชอฟงหรอจงใจขัดค าสั่งของหัวหนางาน หรอพนักงานระดับสูงกว่า
ื
้
ื
ั
ิ
้
32. ใชเวลาของบรษท ฯ ทาธุรกจส่วนตัว
ิ
ั
หมวด 7
วินัย และโทษทางวินัย (ต่อ)
33. ไม่รายงานตัวเพื่อท างานล่วงเวลา หรือท างานในวันหยุดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหลังจากได้รับแจ้งเวลา
ท างานแล้ว
34. ขายของ ขอบริจาค หรือเรี่ยไรเงิน หรือสิ่งของภายในบริเวณบริษัท ฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต
35. รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มของแขก
36. .แจกข้อเขียนหรือสิ่งพิมพ์ใด ๆ ภายในหรือภายนอกบริเวณ ฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต
37. แสดงกิริยาใด ๆ ที่เป็นการก้าวร้าวหรือลบหลู่ต่อแขก เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างานหรือพนักงานระดับสูงกว่า
38. แสดงภาพที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีงาน เช่น ภาพลามกอนาจารในที่สาธารณะในโรงแรม
39. โต้เถียงกับเพื่อนพนักงาน หัวหน้างานหรือลูกค้า
40. มั่วสุม ร่วมเล่นในวงพนัน หรือส่งเสริมการพนัน เล่นแชร์ ออกเงินกู้หรือเสี่ยงโชค ใด ๆ ภายในบริเวณ
บริษัทฯ ไม่ว่าในหรือนอกเวลาท างาน
41. ปลด เขียนเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงปูายประกาศของบริษัท ฯ
42. สูบบุหรี่ขณะปฏิบัติหน้าที่ต่อหน้าแขกในบริเวณที่รับแขก บริเวณภายในครัวหรือบริเวณอื่นที่มี
ปูายห้ามสูบบุหรี่
43. แพร่ข่าวให้ร้ายบุคคลอื่นหรือก่อกวนความสงบสุข หรือยุแหย่ให้พนักงานเกิดความแตกแยก
ขาดความสามัคคี
44. ไม่ปฏิบัติตามค าสั่งที่นายจ้างก าหนด
ความผิดวินัยร้ายแรง ได้แก่
1. ลักขโมย หรือยักยอกทรัพย์สินของบริษัทฯ ของแขกของบริษัท ฯ หรือของเพื่อนพนักงาน
2. อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอ านาจหน้าที่ของตนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมหาผลประโยชน์แก่
ตนเอง หรือผู้อื่น
3. ท าความทุจริตใด ๆ
4. รับหรือให้เงินสิ่งของแลกเปลี่ยนกับการเลื่อนต าแหน่ง หรือ การท างานที่สบายขึ้น
5. ต้องค าพิพากษาลงโทษคดีอาญา
6. มีไว้หรือครอบครองปืน ระเบิด วัตถุไวไฟ หรืออาวุธ ภายในบริเวณโรงแรม
7. ขาดงานติดต่อกันเกิน กว่า 3 วันท างาน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุผลอัน
สมควร และไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าแผนก
หมวด 7
วินัย และโทษทางวินัย (ต่อ)
ี่
์
้
้
8. ไปทางานใหกับบุคคลภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานทสามารถใชประโยชนจากต าแหน่ง
้
ั
้
ิ
้
ี่
ั
หนาทของบรษท ฯ เวนแต่จะไดรบอนุญาต
ิ
ิ
้
ิ
9. ด าเนนธุรกจแลกเปลี่ยนเงนตราภายในบรษทฯ โดยไม่ไดรบอนุญาต
ั
ั
ิ
้
้
ู
10. เจตนา จงใจ เปลี่ยนแปลงแกไขเวลาทางานของตนเอง หรอผูอน หรอรดบัตรเขา –ออกแทน
ื
ื
้
ื่
เพอนพนักงาน
ื่
11. มพฤติกรรมส่อเจตนาทขาดความน่าไววางใจทบรษท ฯ เห็นว่าไม่เหมาะสมต่อหนาทการ
้
ี่
ี่
ี
ั
ี่
้
ิ
้
ิ
ิ
ั
ิ
งาน หากใหปฏบัติงานต่อไปจะเกดความเสียหายแก่บรษท ฯ
ี่
็
ื่
้
ื
12. ดื่มเครองดมทเปนของมึนเมาในขณะปฏบัติหนาท หรอรายงานตัวเพื่อเขาทางานในสภาพ
ื่
ิ
ี่
้
้
ี่
้
ิ
ื
ื่
ื่
ี่
้
มึนเมาไม่พรอมทจะปฏิบัติหนาทเนองจากการดมสุรา หรอเสพยาเสพติดใหโทษทุกชนด
ื
้
่
้
้
ื
้
13. ทาทายหรอยั่วยุใหผูอนโกรธจนทาใหมการต่อสู ทารายรางกาย หรอจงใจใหทรพยสินของ
้
ื่
์
้
ั
ี
้
้
ผูอนเสียหายภายในบรเวณในบรเวณโรงแรม
ิ
ื่
ิ
้
ื่
ื
์
้
ื
14. ประพฤตผิดศีลธรรม หรอ ลามกอนาจารในหองพักแขกเพอสินจางหรอประโยชนอันใด
้
้
่
่
่
ื
ิ
15. ทารายรางกาย ข่มขูใชอานาจบังคับหรอทะเลาะวิวาทกับเพื่อรวมงานในบรเวณโรงแรม
16. ทาผิดกฏหมายโดยฝาฝนค าสั่งทางราชการ
่
ื
ี่
ี
์
17. ประกอบอาหารจากวัตถุดิบโรงแรมทเตรยมไวส าหรบแขก เพอประโยชนแก่ตนเองหรอผูอน
ั
้
ื่
ื
ื่
้
ี
พนกงานผูใดฝาฝนไมปฏิบติตามกฎระเบยบดังกลาวบรษทฯ ขอสงวนสิทธในการพิจารณา
ั
่
ิ
ั
้
่
ั
่
ิ
ื
ิ
ลงโทษพนกงานผูน้นตามสมควรแหงความผดทีไดกระท าโดย
ั
้
ั
้
่
่
ื
- ตักเตอนดวยวาจา
้
็
ี
ื
ื
ี
ี
- การตักเตอนเปนหนังสือ ทั้งน้ ใหหนังสือเตอนมผลบังคับไดไม่เกน 1 ป นับแต่วัน
้
้
ิ
กระทาความผิด
็
- การพักงานโดยไม่จ่ายค่าจาง เปนระยะเวลา 3 วัน หรอ 7 วัน
้
ื
-การปลดออกจากการเปนพนักงาน
็
หมวด 7
วินัย และโทษทางวินัย (ต่อ)
่
ื
ื่
ี
้
้
ี่
เมอปรากฏว่ามการฝาฝนขอบังคับในการทางาน ระเบียบวินัยต่าง ๆ ทนายจางกาหนดขึ้น
ื
้
้
ิ
หรอไม่ปฏบัติตามค าสั่งอันชอบดวยกฎหมาย นายจางมอานาจในการสอบสวนขอเท็จจรงเกยวกับ
ิ
ี่
้
ี
้
ื
ี
การฝาฝนระเบียบในการทางาน และมอานาจในการพิจารณาลงโทษพนักงานดวยมาตรการลงโทษ
่
้
ี
ื
้
ทเหมาะสมอย่างใดอย่างหนึ่ง หรอหลายอย่างพรอมกัน ตามมาตรการดังต่อไปน้โดยไม่จาเปนตอง
ี่
็
ื
เรยงล าดับ โดยพิจารณาถึงความเหมาะสม ความประพฤติ หรอผลการปฏิบัติงานของพนักงาน และ
ี
้
ความรายแรง หรอผลของการฝาฝนของพนักงานเปนราย ๆ ไป
็
ื
ื
่
การลงโทษใหออกนั้น ใหกระทาในกรณทพนักงานทาผิดวินัยเปนเหตุใหเสียหายแก่บรษทฯ แต่
ี
ี่
้
้
็
้
ั
ิ
ี
ื
ี่
้
้
์
้
ไม่ถึงขั้นรายแรง หรอกระทาการ หรอมพฤติการณททาใหขาดความไววางใจ หรอมมลทินมัวหมอง
ื
ี
ื
หากใหปฏบัติงานต่อไป จะเกดความเสียหายต่อบรษทฯ
ิ
ั
ิ
ิ
้
ี
ี
้
ี
้
ในกรณพนักงานกระทาผิดวินัยถึงขั้นรายแรง แต่มเหตุทสมควรลดโทษ ผูมอานาจสั่งลงโทษ
ี่
จะลงโทษใหออกกได
็
้
้
การลงโทษไล่ออกนั้น ให้กระท าในกรณีที่พนักงานกระท าผิดวินัยถึงขั้นร้ายแรงในกรณีหนึ่งกรณี
ใดดังต่อไปนี้
- ทุจริตตอหน้าที่หรือกระท าความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
่
- จงใจท าให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
- ประมาทเลินเล่อให้เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
- ฝุาฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการท างาน หรือระเบียบ หรือค าสั่งของนายจ้างอันชอบด้วย
กฎหมายและ เป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่
จ าเป็นต้องตักเตือน หนังสือเตือนให้มีผลบังคับไม่เกินหนึ่งปี นับแต่วันที่พนักงานได้กระท าผิด
- ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันท างานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มี
เหตุสมควร
- ได้รับโทษจ าคุกตามค าพิพากษาถึงที่สุดให้จ าคุก เว้นแต่เป็นโทษส าหรับความผิดที่ได้
กระท าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
หมวด 8
การร้องทุกข์
ขอบเขตและความหมาย
การร้องทุกข์ หมายถึง กรณีที่พนักงานมีความไม่พอใจหรือมีความทุกข์อันเกิดเนื่องจากการท างานไม่ว่าจะเป็น
เรื่องการบังคับบัญชา การสั่งหรือมอบหมายงาน หรือการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่การปฏิบัติที่ไม่
เหมาะสมระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาหรือระหว่างพนักงานด้วยกันเอง พนักงานสามารถร้องทุกข์ต่อ
บริษัทฯเพื่อให้ด าเนินการแก้ไขหรือยุติเหตุการณ์นั้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกันและเพื่อความสุขใน
การท างาน
วิธีการและขั้นตอน
- พนักงานที่มีความทุกข์เนื่องจากการท างาน ยื่นค าร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชา ชั้นแรกของตนเป็นอันดับแรก
เว้นแต่เรื่องที่จะร้องทุกข์นั้นเกี่ยวกับการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาดังกล่าวหรือผู้บังคับบัญชาดังกล่าวเป็นต้นเหตุ
ก็ให้ยื่นค าร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง โดยยื่นค าร้องทุกข์เป็นลายลักษณ์อักษร
- ผู้บังคับบัญชาที่รับค าร้องทุกข์จะพิจารณาแก้ไขปัญหาตามขั้นตอนความรับผิดชอบของตนโดยเร็ว หากเป็น
เรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ให้รายงานตามล าดับขึ้นไป
- ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีหน้าที่พิจารณาข้อร้องทุกข์ตามล าดับขั้นต้องพิจารณาและด าเนินการด้วยความถูกต้อง
และเป็นธรรม
- กรณีค าร้องทุกข์ยังไม่เป็นที่ยุติให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดสุดท้ายและให้ถือค าวินิจฉัยชี้ขาด
นั้นเป็นที่ยุติพนักงานที่ยื่นข้อร้องทุกข์อันเป็นเท็จ หรือยื่นข้อร้องทุกข์เพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง หรือใส่ความผู้อื่น
เพื่อกล่าวหาบุคคลใด ๆ อาจได้รับการพิจารณาลงโทษตามข้อบังคับของบริษัทฯ โดยถือเป็นความผิดวินัยอย่าง
ร้ายแรง
หมวด 9
การเลิกจาง
้
การเลิกจ้าง หมายถึง การที่บริษัทฯ ไม่ให้พนักงานท างานต่อไป และไม่จ่ายค่าจ้างให้ไม่ว่าจะเป็น
เพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด
การเลิกจ้างกรณีปกติ
หลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าชดเชย
1. พนักงานซึ่งท างานติดต่อกันครบ 120 วัน(หนึ่งร้อยยี่สิบวัน) แต่ไม่ครบ 1 ปี (หนึ่งปี) )
โดยรวมวันหยุด วันลา และวันที่บริษัทฯ สั่งให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ
บริษัทฯ จ่ายค่าชดเชยให้ 1 เดือน หรือ ค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน (30 วัน)
2. พนักงานซึ่งท างานติดต่อกันครบ 1 ปี (หนึ่งปี) แต่ไม่ครบ 3 ปี (สามปี )
โดยรวมวันหยุด วันลา และวันที่บริษัทฯ สั่งพนักงานหยุดงาน เพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ
บริษัทฯจ่ายเงินชดเชย ให้ 3 เดือน หรือ ค่าจ้างอัตราสุดท้าย เก้าสิบวัน ( 90 วัน)
3. พนักงานซึ่งท างานติดต่อกันครบ 3 ปี (สามปี) ขึ้นไป แต่ไม่ครบ 6 ปี
โดยรวมวันหยุด วันลา และวันที่บริษัทฯ สั่งให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ
บริษัทฯ จ่ายเงินชดเชยให้ 6 เดือน ค่าจ้างอัตราสุดท้าย หนึ่งร้อยสี่สิบวัน ( 180 วัน )
4 .พนักงานซึ่งท างานติดต่อกันครบ 6 ปี (หกปี) ขึ้นไป แต่ไม่ครบ 8 ปี
โดยรวมวันหยุด วันลา และวันที่บริษัทฯ สั่งให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ
บริษัทฯ จ่ายเงินชดเชยให้ 8 เดือน ค่าจ้างอัตราสุดท้าย หนึ่งร้อยสี่สิบวัน ( 240 วัน )
5. พนักงานที่ท างานติดต่อกันครบ 10 ปี ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 20 ปี จ่ายให้ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตรา
สุดท้าย 300 วัน
6. พนักงานที่ท างานติดต่อกันครบ 20 ปี ขึ้นไป จ่ายให้ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน
อัตราค่าจ้างต่อวัน หมายถึง เงินเดือนหารด้วยสามสิบ
หมวด 9
้
การเลิกจาง (ตอ)
่
ข้อยกเว้นในการไม่จ่ายค่าชดเชย
. บริษัทฯจะไม่จ่ายเงินชดเชยให้แก่พนักงานซึ่งบริษัทฯ เลิกจ้างในกรณีดังต่อไปนี้
- ตาย
- ลาออก
- พนักงานซึ่งบริษัทฯ แจ้งเป็นหนังสือแต่แรกว่าให้ทดลองปฏิบัติงานและเลิกจ้างก่อน
ครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
- พนักงานซึ่งทุจริตต่อหน้าที่หรือกระท าความผิดอาญาโดยเจตนาแก่บริษัทฯ
- พนักงานซึ่งจงใจท าให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย
- พนักงานซึ่งฝุาฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการท างาน หรือค าสั่งอันชอบด้วย
กฎหมาย ของบริษัทฯ ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง ฯ ไม่
จ าเป็นต้องตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรหนังสือเตือนให้มีผลบังคับไม่เกินหนึ่งปี นับแต่วันที่พนักงานได้
กระท าผิด
- พนักงานละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันท างานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม
โดยไม่มีเหตุอันควร
- พนักงานซึ่งปฏิบัติงานด้วยความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้บริษัทฯได้รับความเสียหาย
อย่างร้ายแรง
- พนักงานซึ่งได้รับโทษจาคุกตามค าพิพากษาถึงที่สุดให้จ าคุกเว้นแต่เป็นโทษส าหรับ
ความผิดที่ได้กระท าโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
การบอกเลิกสัญญาจ้าง
- การจ้างที่มีก าหนดระยะเวลา สัญญาจ้างสิ้นสุดลงเมื่อครบก าหนดระยะเวลาจ้างโดยบริษัทฯ และ
พนักงานไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
- การจ้างที่ไม่มีก าหนดระยะเวลา บริษัทฯ และ พนักงานสามารถบอกเลิกสัญญาจ้างได้ โดยบอก
กล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์ให้อีกฝุายทราบ อย่างน้อย 15 วัน
หมวด 10
้
การพนสภาพการเปนพนกงาน
็
ั
พนักงานของบริษัทฯ จะพ้นสภาพการเป็นพนักงานในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
1. การเสียชีวิต
1.1 เมื่อพนักงานเสียชีวิต ให้ถือว่าพนักงานผู้นั้นพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของบริษัท ฯ ใน
วันถัดไป
1.2 พนักงานมีสิทธิได้รับผลประโยชน์จากบริษัทฯ จนถึงวันที่เสียชีวิต ในอัตราค่าจ้างสุดท้ายที่
ได้รับ
1.3 สิทธิและผลประโยชน์ทั้งที่เป็นเงินและสิ่งของ บริษัทฯ จะมอบให้กับทายาทโดยชอบธรรม
ตามกฎหมายเป็นผู้มีสิทธิได้รับมรดกของพนักงานผู้เสียชีวิต
2. การลาออก
2.1 พนักงานที่ประสงค์จะลาออกจากบริษัทฯให้ยื่นหนังสือขอลาออกให้บริษัทฯ ทราบล่วงหน้า
ดังนี้
2.1.1 พนักงานระดับปฏิบัติการ ต้องแจ้งล่วงหน้า 15 วัน ก่อนถึงวันลาออก
2.2.2 พนักงานระดับหัวหน้างาน ต้องแจ้งล่วงหน้า 30 วัน ก่อนถึงวันลาออก
การยื่นหนังสือลาออกให้ยื่นหนังสือผู้จัดการทั่วไป หรือผู้มีอ านาจกระท าการแทน และเมื่อได้รับ
อนุญาตแล้วจึงลาออกได้
2.2 บริษัทฯ จะจ่ายเงินค้าประกันตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ ก าหนดคืนให้ทั้งหมด
2.3 บริษัทฯ จะออกหนังสือรับรองให้ส าหรับพนักงานที่ผ่านการทดลองงานของบริษัทฯ เท่านั้น
2.4 พนักงานที่ลาออกจากการเป็นพนักงานของบริษัทฯ และปฏิบัติตามข้อบังคับในข้อ 2.1
อย่างครบถ้วนและได้รับการอนุมัติจากบริษัทฯ เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วจึงจะมีสิทธิรับประโยชน์ใน
ข้อ 2.2 และ 2.3
3. การเลิกจ้าง
3.1 พนักงานที่ทดลองงานมีระยะเวลาการจ้างไม่เกิน 120 วัน บริษัทฯ เลิกจ้างเมื่อหมดงาน
หรือครบสัญญา หรือเป็นผู้ไม่เหมาะสมต่อการเป็นพนักงานของบริษัทฯ
หมวด 10
้
การพนสภาพการเปนพนกงาน
็
ั
3. การเลิกจ้าง (ต่อ)
3.2 พนักงานที่มีก าหนดระยะเวลาการจ้างแน่นอน และเลิกจ้างตามก าหนดระยะเวลาหรือสิ้นสุด
สัญญาการจ้างงานนั้น
3.3 พนักงานซึ่งอยู่ในระหว่างการทดลองงานและมีผลงานไม่เป็นที่พอใจของบริษัทฯ
3.4 พนักงานซึ่งกระท าผิดระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ ในหมวด 7 วินัยและการลงโทษ
และบริษัท พิจารณาและตัดสินแล้วว่าเป็นความผิดร้ายแรงต่อบริษัทฯ
4. การเกษียณอายุ
4.1 พนักงานจะถูกเลิกจ้างเมื่อเกษียณอายุ กล่าวคือจะเลิกจ้างและสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลงใน
วันสุดท้ายของเดือนซึ่งพนักงานมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
4.2 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์จะว่าจ้างผู้ใดที่ครบเกษียณอายุแล้วได้หากพนักงานผู้นั้นท า
คุณประโยชน์ให้แก่บริษัทฯ ต่อไปได้
ให้ประธานกรรมการมีอ านาจในการปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับ หากเมื่อบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงใด
ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงในสาระส าคัญของข้อบังคับ หรือหาก
กฎหมายแรงงานมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ บริษัทฯ จะปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์
ให้ผู้บริหารผู้มีอ านาจ หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารผู้มีอ านาจ ด าเนินการหรือ
ปฏิบัติการและมีอ านาจวางระเบียบปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้และให้ใช้บังคับได้
ประกาศ ณ วันที่
ลงชื่อ.................................................
( )
ผู้จัดการทั่วไป