NEW SPECIES
การค้นพบรา แมลง และพชื
ชนิดใหม่ของโลก 11 ชนิด
ในผืนป่าอนุรักษ์ของประเทศไทย
ประเทศไทยเขา้ เปน็ ภาคีภายใตอ้ นสุ ัญญาวา่ ด้วยความ
หลากหลายทางชวี ภาพหรอื CBD (Convention on Biological
Diversity) ต้งั แต่ พ.ศ. 2546 ภายใต้อนุสัญญาฯ ได้มมี ติจัดตัง้
โปรแกรมการรเิ รม่ิ ทวั่ โลกวา่ ดว้ ยอนกุ รมวธิ านหรอื GTI (Global
Taxonomy Initiative) ทเ่ี ปน็ หวั ใจสำ� คญั ตอ่ การศกึ ษาดา้ นอนกุ รม
วิธานของสงิ่ มชี ีวติ ทมี่ อี ยู่บนโลก ซง่ึ จะทำ� ให้ทกุ ประเทศทราบถึง
ตน้ ทนุ ทางทรพั ยากรทม่ี อี ยู่ นำ� ไปสกู่ ารกำ� หนดนโยบายในการอนรุ กั ษ์
และใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรทม่ี อี ยอู่ ยา่ งจำ� กดั ใหย้ งั่ ยนื ผลจาก
โปรแกรม GTI น้ีได้ก่อให้เกิดเครือข่ายนักวิจัยท่ีเข้มแข็ง ท้ังใน
ระดบั ประเทศ ระดับภมู ภิ าค และระดบั โลก โดยผลกั ดนั ให้ประเทศ
ต่าง ๆ สนับสนนุ งานวจิ ัยพื้นฐานดา้ นอนุกรมวธิ านมากยิง่ ขึน้
อันมีส่วนอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
ของโลก
1
ในปี 2562-2563 นักวิจัยของกรมอทุ ยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพนั ธพ์ุ ชื กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ไดท้ ำ� งานวจิ ยั
รว่ มกบั นกั อนกุ รมวธิ านจากหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทงั้ ภายในและตา่ งประเทศ
มีการคน้ พบ สงิ่ มีชวี ิตชนดิ ใหม่ของโลก (new species) ในป่าอนุรกั ษ์
ของประเทศไทย จ�ำนวน 11 ชนิด ซ่ึงล้วนเปน็ ทรัพยากรต้นทนุ ทาง
ธรรมชาติทีม่ ศี กั ยภาพ และมีบทบาทสำ� คญั ตอ่ การควบคมุ กลไกของ
ระบบนิเวศ (regulatory service) ดงั น้ี
ราชนิดใหม่ 9 ชนิด
o กลุ่มราท�ำลายแมลง 8 ชนิด เป็นราท่ีพบในอุทยานแห่งชาติภูเวียง จ.ขอนแก่น
จ�ำนวน 5 ชนิด คือ ราหนอนผีเส้ือภูเวียง ราแมงมุมภูเวียง ราด้วงภูเวียง
ราหนอนด้วงดีดภูเวียง ราดักแด้ผีเส้ือภูเวียง และอีก 3 ชนิด คือ ราหนอนด้วง
เขาใหญ่ พบในอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาใหญ่ จ.นครราชสมี า ราแมงมมุ กยุ บรุ ี พบในอทุ ยาน
แห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และราต๊ักแตนเกาะช้าง พบในอุทยานแห่งชาติ
หมู่เกาะชา้ ง จ.ตราด
o กลุม่ ราโรคพชื 1 ชนดิ คือ ราสนมิ ใบทลายเขา พบในกลุ่มป่าแกง่ กระจาน จ.เพชรบุรี
และราชบรุ ี
แมลงชนิดใหม่ 1 ชนิด
มวนตะพาบแบนเขาใหญ่ เป็นแมลงที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้�ำไหลและมีคุณภาพน�้ำดี
พบในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
พืชชนิดใหม่ 1 ชนิด
ขอ้ี า้ ยนำ้� เปน็ ไมต้ น้ พบขนึ้ อยใู่ นพน้ื ทปี่ า่ บงุ่ -ทาม รมิ หว้ ยนำ�้ อนู จ.สกลนคร และนครพนม
ประเทศไทยมศี ักยภาพอยา่ งย่งิ ในการคน้ พบสงิ่ มีชวี ิตชนิดใหม่ของโลก สำ� หรับพืช แมลง
และจลุ นิ ทรยี ์ โดยมตี วั อยา่ งทเี่ กบ็ มาเพอื่ รอการจดั จำ� แนกอกี เปน็ จำ� นวนมาก ซงึ่ กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความยินดีท่ีจะท�ำงานร่วมกับ
สถาบันการศึกษา หน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพ่ือขับเคลื่อนการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์
ความหลากหลายทางชวี ภาพอย่างย่งั ยืนตอ่ ไป
2
ราหนอนผีเส้อื ภเู วยี ง ราแมงมมุ ภูเวียง ราดว้ งภูเวียง ราหรนาอหนนดอ้วนงดดว้ ีดงภดเู วีดียภงเู วยี ง
ราดกั แด้ผีเสอ้ื ภเู วียง ราหนอนดว้ งเขาใหญ่ ราแมงมมุ กยุ บุรี ราตั๊กแตนเกาะช้าง
3
ราท�ำลายแมลงชนดิ ใหมข่ องโลก 8 ชนิด
มาจากการคน้ พบและความรว่ มมอื ทางวชิ าการของนางสาววนิ นั ทด์ า หมิ ะมาน
นกั วทิ ยาศาสตรช์ ำ� นาญการพเิ ศษ และนางสาวปานรดา แจง้ สนั เทยี ะ นกั วชิ าการ
ปา่ ไม้ กลุ่มงานวจิ ยั กีฏวทิ ยาและจลุ ชีววิทยาปา่ ไม้ ส�ำนกั วจิ ยั การอนุรกั ษ์ป่าไม้
และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับนักราวิทยา
ของส�ำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์พันธุ
วศิ วกรรมและเทคโนโลยชี วี ภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) น�ำทมี โดย ดร.เจนนเิ ฟอร์
เหลืองสอาด และนางสุชาดา มงคลสมั ฤทธ์ิ
ราท�ำลายแมลงทั้งหมดน้จี ัดอย่ใู นกล่มุ เดยี วกับราถ่ังเชา่ ท่ีมีศักยภาพ
ในดา้ นการแพทยแ์ ละการเกษตร สามารถพฒั นางานวจิ ยั สำ� หรบั ใชค้ วบคมุ แมลง
ศตั รพู ชื โดยชวี วิธีเพอื่ ทดแทนการใชส้ ารเคมี
4
Blackwellomyces aurantiacus
Mongkols., Noisrip.,
Himaman & Luangsa-ard
ราหนอนผีเสื้อภูเวยี ง
อันดบั Hypocreales วงศ์ Cordycipitaceae
5
ราชนดิ นีพ้ บได้ตามเศษซากใบไมท้ บั ถม ราเจริญบนตวั หนอน
ของผีเส้ือ (Lepidoptera) ที่ฝังตัวอยู่ในดิน ก้านราที่ผลิตสปอร์ (stromata)
มีลกั ษณะเป็นก้านเด่ยี วหรอื มากกว่าหนง่ึ ก้านแทงโผล่ทผ่ี วิ ดิน ก้านยาว 5–15 มม.
กว้าง 1–1.5 มม. มีสีเหลืองสม้ ก้านราทีฝ่ ังในดิน (rhizoids flexuous) งอกจาก
ส่วนหวั ของตัวหนอนซง่ึ ฝังตัวอยใู่ นดินลกึ ประมาณ 0.5–3.2 ซม. ส่วนปลายกา้ น
มลี กั ษณะทรงกระบอกหรอื รปู ไข่ ยาว 2–6 มม. กวา้ ง 1.5–2.5 มม. ประกอบดว้ ย
ถุงบรรจุสปอร์ (perithecia) เป็นโครงสรา้ งสืบพันธ์ุ รปู ทรงไข่ เรียงตวั หนาแน่น
และมีจ�ำนวนมากบนผิวเนื้อเย่ือรา (superficial) ขนาด 340–500 × 180–250
ไมโครเมตร
คำ� ระบุชนิดตง้ั ตามสขี องกา้ นราทผ่ี ลติ สปอร์ โดยค�ำวา่ “aurantiacus”
ในภาษาละติน หมายถึง สีส้ม ซ่ึงเป็นสีของก้านรา พบตัวอย่างครั้งแรกเมื่อ
17 กรกฎาคม 2560 ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง จ.ขอนแก่น ได้รับการตีพิมพ์
ในวารสาร Mycological Progress เล่มท่ี 19 ปี ค.ศ. 2020
6
Cordyceps araneae Mongkols.,
Tasan., Noisrip., Himaman
& Luangsa-ard
ราแมงมุมภเู วยี ง
อนั ดับ Hypocreales วงศ์ Cordycipitaceae
7
ราชนิดน้ีพบได้ตามเศษซากใบไม้ทับถม
กา้ นราทผี่ ลติ สปอร์ (stroma) มลี กั ษณะเปน็ กา้ นเดยี่ วหรอื หลายกา้ น
งอกออกมาจากถงุ ไขแ่ มงมมุ (spider cocoon) กา้ นยาว 4–8 มม.
กว้าง 0.5 มม. มีสีส้มออ่ น ปลายก้านรามีรปู แบบทห่ี ลากหลาย
ทง้ั ทรงกระบอง กลมรถี งึ รูปทรงกระสวย มีสีสม้ จนถึงส้มแดง
บริเวณปลายก้านราน้ีประกอบด้วยถุงบรรจุสปอร์ (perithecia)
เป็นโครงสร้างสืบพันธุ์ รูปทรงไข่ ฝังตัวแบบกึ่งฝังก่ึงจม
(semi-immersed) ขนาด 450–500 × 150–200 ไมโครเมตร
คำ� ระบชุ นดิ ตง้ั ตามสตั วผ์ ถู้ กู อาศยั (host) ของราชนดิ น้ี
โดยภาษาละตนิ “araneae” หมายถงึ สตั วใ์ นกลมุ่ แมงมมุ พบตวั อยา่ ง
ครั้งแรกเม่ือ 17 กรกฎาคม 2560 ท่ีอุทยานแห่งชาติภูเวียง
จ.ขอนแกน่ ไดร้ บั การตีพมิ พ์ในวารสาร Mycological Progress
เลม่ ที่ 19 ปี ค.ศ. 2020
8
Metarhizium phuwiangense
Luangsa-ard, Mongkols.,
Himaman, Thanakitp. & Samson
ราด้วงภูเวยี ง
อันดบั Hypocreales วงศ์ Clavicipitaceae
9
ราชนดิ นพ้ี บไดต้ ามเศษซากใบไมท้ บั ถม ราเจรญิ บนตวั เตม็ วยั ของดว้ ง
(Coleoptera) ท่ีฝงั ตัวอยู่ในดินลึกประมาณ 3.5 ซม. กา้ นราท่ผี ลิตสปอร์ (stromata)
เป็นรปู ทรงกระบองแตกกิง่ กา้ น ยาว 1–1.5 ซม. กว้าง 1.5–2 มม. กา้ นราทฝี่ ังในดิน
(rhizoids flexuous) งอกออกมาจากบรเิ วณระหวา่ งสว่ นหวั และอกของดว้ ง ปลายกา้ นรา
ทีโ่ ผลเ่ หนือดนิ มสี ีน�้ำตาลอมส้ม ยาว 0.5–1 ซม. กว้าง 1.5–2.5 มม. ประกอบดว้ ยถงุ
บรรจุสปอร์ (perithecia) เปน็ โครงสร้างสืบพนั ธุ์ มีรปู ทรงไข่ เรยี งตวั แบบเฉียงและ
กึ่งฝงั จมบนเนือ้ เย่อื รา (semi-immersed) ขนาด 540–700 × 200–400 ไมโครเมตร
กา้ นราชนิดน้เี มอื่ ทดสอบกับโปแตสเซียมไฮดรอกไซด์ จะเปลีย่ นจากสนี �้ำตาลอมส้มเปน็
สีมว่ ง
คำ� ระบชุ นดิ “phuwiangense” ตงั้ ตามชอื่ อทุ ยานแหง่ ชาตภิ เู วยี ง จ.ขอนแกน่
ซึ่งเป็นสถานท่ีพบตัวอย่างคร้ังแรกเมื่อ 19 กรกฎาคม 2560 และยังพบราชนิดน้ี
ท่ีเขตรกั ษาพนั ธุ์สัตว์ป่าภเู ขียว จ.ชยั ภมู ิ
ไดร้ ับการตพี มิ พใ์ นวารสาร Studies in
Mycology เล่มท่ี 95 ปี ค.ศ. 2020
10
Paraisaria phuwiangensis Mongkols.,
Noisrip., Himaman, Jangsantear
& Luangsa-ard
ราหนอนด้วงดีดภูเวียง
อนั ดบั Hypocreales วงศ์ Ophiocordycipitaceae
11
ราชนดิ นพ้ี บไดต้ ามเศษซากใบไมท้ บั ถม
ราเจริญบนตัวหนอนด้วงดีด (Elateridae)
ทฝี่ งั ตวั อยใู่ นดนิ กา้ นราทผี่ ลติ สปอร์ (stroma)
งอกออกจากส่วนหัวของตัวหนอน ก้านรา
สีน�้ำตาลสด ข้างในก้านกลวง ยาว 3–5 ซม.
กว้าง 2–3 มม. ปลายกา้ นรามลี ักษณะกลมรีถึง
ค่อนข้างกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4–8 ×
4–7 มม. สนี ำ้� ตาลสด แลว้ เปลย่ี นเปน็ สนี ำ�้ ตาลเขม้
ผลเชสนัทเมื่อตัวอย่างแห้ง ท่ีปลายก้านรา
ประกอบด้วยถุงบรรจุสปอร์ (perithecia)
เป็นโครงสร้างสืบพันธุ์ ทรงลูกแพร์ ฝังจมใน
เนื้อเย่ือรา (completely immersed) ขนาด
800–1,200 × 300–380 ไมโครเมตร
ค�ำระบุชนิด “phuwiangensis” ต้ังตาม
ชื่ออุทยานแห่งชาติภูเวียง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็น
สถานทพี่ บตวั อยา่ งครงั้ แรกเมอ่ื 7 มถิ นุ ายน 2561
ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Mycological
Progress เล่มท่ี 18 ปี ค.ศ. 2019
12
Purpureomyces pyriformis Luangsa-ard,
Noisrip., Himaman, Mongkols.,
Thanakitp. & Samson
ราดกั แดผ้ ีเสอื้ ภูเวียง
อันดับ Hypocreales วงศ์ Clavicipitaceae
13
ราชนิดน้ีพบได้ตามเศษซากใบไม้ทับถม
ก้านรางอกออกจากส่วนหัวของดักแด้ผีเสื้อ (Lepidoptera)
เปน็ กา้ นเดยี่ ว สมี ว่ ง รปู ทรงกระบอก ยาว 18 มม. กวา้ ง 3 มม.
ส่วนบนของก้านเป็นส่วนที่สร้างโครงสร้างขยายพันธุ์แบบอาศัย
เพศ ยาว 11 มม. กว้าง 3 มม. มีสีขาวจนถึงสีม่วง ปลายก้าน
ประกอบด้วยถุงบรรจุสปอร์ (perithecia) เป็นโครงสร้าง
สบื พนั ธุ์ มีรปู ทรงไข่ เรียงตัวแบบเฉยี งและฝังจมในเนอื้ เย่ือรา
(immersed) ขนาด 304–350 × 212–250 ไมโครเมตร
คำ� ระบุชนดิ “pyriformis” ตงั้ ตามรูปรา่ งของถงุ บรรจุ
สปอร์ (perithecia) โครงสร้างสบื พันธทุ์ ีม่ ีลกั ษณะคล้ายลกู แพร์
โดยพบตวั อยา่ งครง้ั แรกเมอื่ 19 กรกฎาคม 2560 ทอ่ี ทุ ยานแหง่ ชาติ
ภูเวียง จ.ขอนแก่น ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Studies in
Mycology เล่มท่ี 95 ปี ค.ศ. 2020
14
Blackwellomyces minutus Mongkols.,
Noisrip., Himaman & Luangsa-ard
ราหนอนดว้ งเขาใหญ่
อันดับ Hypocreales วงศ์ Cordycipitaceae
15
ราเจริญบนตวั หนอนของดว้ ง (Coleoptera) ทฝี่ ังตัวอยใู่ น
เศษไม้ท่ีก�ำลังย่อยสลาย ก้านราท่ีผลิตสปอร์ (stromata) มีมากกว่าหน่ึงก้าน
ไมแ่ ตกแขนง แทงโผล่ท่ีผวิ เนือ้ ไม้ กา้ นยาว 5–6 มม. กวา้ ง 1.5–2 มม. มีสคี รีม
ถึงสีส้มเหลือง รูปทรงกระบอกถึงส่วนปลายขยายใหญ่ ก้านราที่ฝังในเน้ือไม้
(rhizoids flexuous) งอกจากส่วนอกและท้องของตัวหนอนซึ่งฝังตัวอยู่ใน
เนอื้ ไมล้ กึ ประมาณ 5 มม. สว่ นปลายกา้ นมลี กั ษณะคอ่ นขา้ งกลม ยาว 1.5–2 มม.
กว้าง 1.5 มม. ประกอบด้วยถุงบรรจุสปอร์ (perithecia) เป็นโครงสร้าง
สืบพันธุ์ รูปทรงไข่ ฝังตัวแบบก่ึงฝังก่ึงจม (semi-immersed) ขนาด
(400)430–500 × 200–250(280) ไมโครเมตร
ค�ำระบุชนิดตั้งตามลักษณะของก้านราท่ีผลิตสปอร์ โดย “minutus”
ในภาษาละตนิ หมายถงึ ขนาดของกา้ นรา (stromata) ทม่ี ขี นาดเลก็ พบตวั อยา่ ง
คร้ังแรกเม่ือ 31 พฤษภาคม 2561 ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
ไดร้ บั การตพี มิ พใ์ นวารสาร Mycological Progress เลม่ ท่ี 19 ปี ค.ศ. 2020
16
Cordyceps kuiburiensis Himaman,
Mongkols., Noisrip. & Luangsa-ard
ราแมงมมุ กุยบุรี
อนั ดับ Hypocreales วงศ์ Cordycipitaceae
17
ราชนิดนี้เจริญบนตัวแมงมุม (Araneidae)
ทฝี่ งั อยใู่ นดนิ กา้ นราทผ่ี ลติ สปอร์ (stroma) ลกั ษณะเปน็ กา้ นเดย่ี ว
ยาวได้ถึง 8 มม. กวา้ ง 1–1.5 มม. รปู ทรงกระบอก มสี ีส้มอมแดง
ออ่ น ก้านราทฝ่ี ังในดนิ (rhizoids flexuous) งอกออกจากลำ� ตวั
ของแมงมุม ลึกลงในดินประมาณ 2–5 มม. บริเวณปลายก้านรา
มีรูปแบบทรงกระบอกถึงค่อนข้างกลม สีส้มอมแดง ขนาดยาว
1.5–5 มม. กว้าง 1–2.5 มม. บริเวณปลายก้านราน้ีประกอบ
ดว้ ยถงุ บรรจสุ ปอร์ (perithecia) เปน็ โครงสร้างสืบพนั ธ์ุ รปู ทรง
obpyriform ฝังตวั แบบ pseudo-immersed ขนาด (350–)370–
460(–550) × (120–) 140–190(–240) ไมโครเมตร
คำ� ระบชุ นิด “kuiburiensis” ต้งั ตามช่ืออทุ ยานแห่งชาติ
กยุ บรุ ี จ.ประจวบคีรขี นั ธ์ ซึง่ เปน็ สถานที่พบตัวอยา่ งครัง้ แรกเม่อื
7 มกราคม 2554 ได้รบั การตพี ิมพใ์ นวารสาร Persoonia เลม่ ท่ี
43 ปี ค.ศ. 2019
18
Paraisaria orthopterorum Mongkols.,
Noisrip., Himaman, Jangsantear
& Luangsa-ard
ราตั๊กแตนเกาะช้าง
อันดบั Hypocreales วงศ์ Ophiocordycipitaceae
19
ก้านราท่ีผลิตสปอร์ (stroma)
งอกออกจากสว่ นหวั ของตวั ออ่ นแมลงในกลมุ่ ตก๊ั แตน
(Orthoptera) ท่ีฝังตัวอยู่ในดิน ก้านราสีครีมสด
ยาว 1–4.5 ซม. กว้าง 1.5–2 มม. ปลายก้านรามี
ลักษณะกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2–4 × 3 มม.
สสี ม้ อมเทาเมอ่ื ตวั อยา่ งยงั สด แลว้ เปลย่ี นเปน็ สนี ำ�้ ตาลสด
เมื่อตัวอย่างแห้ง ถุงบรรจุสปอร์ (perithecia) เป็น
โครงสรา้ งสบื พนั ธท์ุ รง obclavate ฝงั จมในเนอื้ เยอ่ื รา
(completely immersed) ขนาด 520–650 × 150–250
ไมโครเมตร
คำ� ระบชุ นดิ “orthopterorum” ตง้ั ตามชอ่ื
อันดับของแมลงในกลุ่มตั๊กแตน (Orthoptera) ที่รา
เข้าท�ำลาย พบตัวอย่างคร้ังแรกที่อุทยานแห่งชาติ
หมู่เกาะช้าง จ.ตราด เม่ือ 8 พฤษภาคม 2561 ได้รับ
การตพี มิ พใ์ นวารสาร Mycological Progress เลม่ ท่ี 18
ปี ค.ศ. 2019
20
Cystomyces antheropori
Ayawong & Y. Ono
ราสนิมใบทลายเขา
อนั ดับ Urediniales วงศ์ Raveneliaceae
21
ลกั ษณะของสปอร์ (teliospores)
ลักษณะอาการโรคราสนิมบนใบทลายเขาและกลุ่มสปอร์ที่เช้ือราสร้างบนผิวใบด้านล่าง
ค้นพบโดยนางสาวจันจิรา อายะวงศ์ นักวิทยาศาสตร์ช�ำนาญการพิเศษ
สว่ นความหลากหลายทางชวี ภาพ สำ� นกั วจิ ยั การอนรุ กั ษป์ า่ ไมแ้ ละพนั ธพ์ุ ชื กรมอทุ ยาน
แหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื รว่ มกบั Prof. Dr.Yoshitaka Ono ผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นราสนมิ
มหาวิทยาลัยอบิ ารากิ ประเทศญ่ปี นุ่
เปน็ เชอื้ ราทำ� ใหเ้ กดิ โรคราสนมิ บนตน้ ทลายเขา เมอื่ สรา้ งสปอรจ์ ะปรากฏ
เป็นจุดนูนสีน้�ำตาลคล้ายสนิมเหล็กท่ีบริเวณผิวใบไม้ด้านล่าง ซ่ึงต่อมาใบไม้จะเหลือง
และรว่ งงา่ ย เชอ้ื ราสรา้ งสปอรไ์ ดห้ ลายแบบ และมวี งจรชวี ติ ครบทกุ ระยะในพชื ชนดิ เดยี ว
(autoeceous) ลกั ษณะของสปอรท์ ใี่ ชใ้ นการจำ� แนกชนดิ ของเชอื้ ราเรยี กวา่ Teliospore
มลี กั ษณะเปน็ ทรงกลมเชอื่ มตดิ กนั อยบู่ นกา้ นเดยี่ ว มี 2-4 เซลล์ ตอ่ 1 สปอร์ แตล่ ะเซลล์
มขี นาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง 34–49 ไมโครเมตร ผนงั เซลลห์ นา 2–3.5 ไมโครเมตร ดา้ นใต้
เซลล์สปอรม์ ี cysts สีใส ผนงั บางประกบกนั 2 เซลล์ ขนาดประมาณ 19–27 x 16–22
ไมโครเมตร มกี ้านชู (pedicel) ยาว 60–110 ไมโครเมตร ค�ำระบุชนดิ “antheropori”
ตง้ั ตามชอื่ สกลุ ของพชื ทถ่ี กู อาศยั (host) คอื ตน้ ทลายเขา (Antheroporum glaucum
Z. Wei) เป็นไม้ป่ายืนต้น อยู่ในวงศ์ถ่ัว (Fabaceae) พบตัวอย่างที่อุทยานแห่งชาติ
เฉลมิ พระเกียรตไิ ทยประจัน จ.ราชบุรี และอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Mycoscience เล่มที่ 61(4) ปี ค.ศ. 2020
การคน้ พบราทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ โรคพชื ปา่ ไม้ เปน็ ประโยชนต์ อ่ การเฝา้ ระวงั และควบคมุ
การแพร่กระจายไปสพู่ ืชเศรษฐกจิ ในวงศถ์ วั่
22
Aphelocheirus narumonae
Zettel & Rattanachan, 2020
มวนตะพาบแบนเขาใหญ่
อนั ดบั Hemiptera วงศ์ Aphelocheiridae
เพศผู้ เพศเมีย
23
ค้นพบโดยนางแก้วภวิกา รัตนจันทร์ นักกฏี วทิ ยาชำ� นาญการพเิ ศษ กล่มุ งานวจิ ยั
กีฏวิทยาและจุลชีววิทยาป่าไม้ ส�ำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ Dr.Herbert Zettel ผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ
วิทยา สาธารณรัฐออสเตรยี
มวนตะพาบแบนเขาใหญ่ เป็นแมลงเฉพาะถนิ่ ของไทย พบที่อุทยานแหง่ ชาตเิ ขาใหญ่
และพื้นที่ใกล้เคียง อาศัยอยู่ในล�ำธารน�้ำไหลท่ีมีคุณภาพดี บริเวณพ้ืนตะกอนท้องน�้ำ รูปร่าง
กลมรี สนี ำ้� ตาลแดง ลำ� ตัวยาว 3.6–3.8 มม. มปี กี ขนาดเลก็
ค�ำระบุชนิด “narumonae” ตง้ั เปน็ เกยี รติแก่ รศ. ดร.นฤมล แสงประดับ ผู้เช่ยี วชาญ
ดา้ นแมลงน้ำ� คณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ไดร้ บั การตพี ิมพใ์ นวารสาร Zootaxa
เล่มที่ 4853(1) ปี ค.ศ. 2020
มวนตะพาบแบนเขาใหญเ่ ปน็ แมลงตวั หำ้� กนิ แมลงหรอื สง่ิ มชี วี ติ ชนดิ อนื่ ในนำ�้ เปน็ อาหาร
มบี ทบาทตอ่ การควบคมุ แมลงทเี่ ปน็ พาหะนำ� โรคมาสมู่ นษุ ยแ์ ละสตั ว์ เชน่ ลกู นำ้� ยงุ ตวั ออ่ นรนิ้ ดำ�
แหล่งลำ� ธารทีพ่ บ
24
Terminalia santisukiana
Patthar. & Poopath
ขีอ้ า้ ยนำ�้
วงศ์ สมอ (Combretaceae)
ค้นพบโดยนางสาวนันท์นภัส ภัทรหิรัญไตรสิน นักวิชาการป่าไม้ช�ำนาญการพิเศษ
และนายมานพ ผพู้ ฒั น์ นกั วชิ าการปา่ ไมช้ ำ� นาญการ กลมุ่ งานพฤกษศาสตรป์ า่ ไม้ สำ� นกั วจิ ยั
การอนรุ กั ษป์ า่ ไมแ้ ละพนั ธพ์ุ ชื กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื ไดร้ บั การตพี มิ พใ์ น
วารสาร Thai Forest Bulletin (Botany) ฉบับที่ 48 เล่มที่ 2 หนา้ 199-203 ปี ค.ศ. 2020
คำ� ระบชุ นดิ “santisukiana” ตงั้ เพอื่ เปน็ เกยี รตแิ ก่ ศ. ดร.ธวชั ชยั สนั ตสิ ขุ นกั พฤกษศาสตร์
กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื ผมู้ คี ณุ ปู การในวงการพฤกษศาสตรข์ องประเทศไทย
ส่วนชอ่ื ไทยตงั้ ตามลกั ษณะท่คี ลา้ ยกับตน้ ขอี้ ้าย (Terminalia nigrovenulosa Pierre) และ
ถ่นิ อาศัยซ่งึ พบขึ้นตามรมิ น�้ำ 25
ลกั ษณะเดน่ เปน็ ไม้ตน้ ขนาดเล็ก สูง 5–10 ม. ใบเรยี งตรงขา้ มหรอื เกอื บ
ตรงขา้ ม มตี อ่ มนนู 1 คู่ ทข่ี อบใบใกลโ้ คนใบ ชอ่ ดอกสขี าวแบบแยกแขนงออกท่ี
ปลายกิ่ง ช่อย่อยแบบช่อเชิงลด ยาว 2–8 ซม. มีขนสั้นนุ่ม ดอกย่อยไม่มี
กลีบดอก ดอกบานกวา้ ง 3 มม. ฐานรองดอกสว่ นลา่ งยาวประมาณ 2 มม.
มขี นหนาแนน่ สว่ นบนรปู ถว้ ย เกลย้ี ง ปลายมกี ลบี เลยี้ ง 5 กลบี รปู สามเหลย่ี ม
ขนาดเลก็ ผลรูปรี ยาว 2.5–3 ซม. มปี กี 4–5 ปีก ปกี กวา้ ง 5–8 มม. (ข้ีอ้าย
มี 3 ปกี และขน้ึ ตามปา่ บนพน้ื ที่โคก–ภเู ขา)
ถนิ่ อาศยั ขนึ้ ตามรมิ นำ�้ ในปา่ บงุ่ ปา่ ทาม ออกดอกชว่ งเดอื นมนี าคม–มถิ นุ ายน
ผลแกช่ ว่ งเดอื นพฤษภาคม–สงิ หาคม เปน็ พชื หายาก จากการสำ� รวจในชว่ งปี
2558–2562 พบเพียง 2 ต้น ที่บริเวณริมห้วยน�้ำอูน อ.พรรณานิคม
จ.สกลนคร และ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ในที่ดินสาธารณประโยชน์
จึงมคี วามเสยี่ งอย่างยงิ่ ตอ่ การสูญพันธุ์
ประโยชน์ เตบิ โตไดด้ ใี นพนื้ ทร่ี มิ นำ้� และทมี่ นี ำ้� ทว่ มขงั สามารถนำ� มาปลกู เปน็ ตน้ ไม้
รมิ นำ�้ ปอ้ งกนั การกดั เซาะรมิ ตลง่ิ
26
กวา่ จะมาเป็น
New Species
สง่ิ มชี ีวิตชนิดใหม่ของโลก
และเจกด็บบตันัวทอกึ ยขา่ อ้งมลู จำ� แอนนกุกชนรมดิ วตธิามานหลัก เกดิ ข้อสมมตฐิ าน
ที่จ�ำเป็นในภาคสนาม ในห้องปฏิบัติการ ว่าเป็นส่ิงมีชีวิตชนิดท่ีไม่เหมือนกับ
หรือศึกษาจากตัวอย่าง จากลักษณะทางสัณฐานวิทยา ท่ีเคยปรากฏมาก่อน/คาดว่า
ท่ีเคยเก็บมาแล้วในพิพิธภัณฑ์ น่าจะเป็นชนิดใหม่
ในเบื้องต้น
เม่อื บทความไดร้ บั กตบั รเวอจกยสืนายรนัวขิชอ้ากมาูลร
การตอบรับให้ตพี มิ พ์ได้
จะถือวา่ เปน็ การค้นพบ ที่เคยศึกษามาก่อน และตรวจสอบ
ส่ิงมีชวี ติ ชนิดใหมข่ องโลก กับตัวอย่างต้นแบบ (Type specimens)
อย่างเป็นทางการ ชนิดที่ใกล้เคียงกัน หรืออาจจ�ำเป็น
ต้องศึกษาระดับชีววิทยาโมเลกุล และสายสัมพันธ์
ทางวิวัฒนาการด้วยส�ำหรับส่ิงมีชีวิต
ท่ีซับซ้อนด้านสัณฐานวิทยา
ยนื ยันว่าเป็นสิ่งมชี วี ติ ใหม่
แล้วเขียนค�ำบรรยายลักษณะต่าง ๆ
(Description) พร้อมกับ
ต้ังชื่อวิทยาศาสตร์
ของส่ิงมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกตาม
กฎการตั้งช่ือทางอนุกรมวิธาน
ส่งบทความตพี ิมพ์ เขียนบกทาครควาน้ มพรบายงาน ศกึก�ำษหตา(นHใน้ หดoแเ้ ปตบlo็นบวั tyตอแpรวัยeกอ่า)งยทา่ ่ีง
ในวารสารวิชาการท่ีเป็น ส่ิงมีชีวิตชนิดใหม่ น�ำตัวอย่างต้นแบบแรก
ท่ียอมรับของสาขาน้ัน เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ลงทะเบียนและเก็บรักษา
แล้วท�ำการแก้ไขปรับปรุงบทความ ในพิพิธภัณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับ
จนกว่ากรรมการวารสาร ตามรูปแบบการเขียน
จะยอมรับในผลงาน ของแต่ละกลุ่มส่ิงมีชีวิต
27
การเก็บตัวอย่างแมลงน�ำ้ ภาคสนาม
การเก็บขอ้ มูลสิ่งแวดล้อม การจ�ำแนก
ชนิด
การคดั แยกตัวอย่างแมลงนำ�้
ในหอ้ งปฏิบตั ิการ ตามหลัก
อนุกรมวิธาน
เทียบเคยี งตัวอย่างในพิพธิ ภณั ฑ์
เตรยี มภาพ
ส�ำหรบั
เขียน
บทความวิจัย
28
ส�ำรวจและเก็บตวั อยา่ งราแมลง
ศึกษาลกั ษณะโครงสร้างตา่ ง ๆ ของรา
ในหอ้ งปฏิบัตกิ าร
29 ส�ำรวจและเก็บตวั อย่างโรคพชื
สำ� รวจและเกบ็ ตวั อยา่ งพืช
การสมั ภาษณช์ าวบา้ นเพอ่ื เก็บข้อมูลการใชป้ ระโยชน์
30
ทป่ี รึกษา
นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ดร.รุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
นายจรวย อินทร์จันทร์ ผู้อ�ำนวยการส�ำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช
ดร.พงษ์ศักด์ิ พลเสนา ผอู้ �ำนวยการส่วนส่งเสริมและเผยแพรก่ ารอนรุ กั ษ์ปา่ ไม้
ผู้เรยี บเรยี ง
ดร.วนิ ันทด์ า หมิ ะมาน
ดร.จนั จริ า อายะวงศ์
ดร.แกว้ ภวิกา รัตนจันทร์
นางสาวนนั ทน์ ภัส ภทั รหริ ัญไตรสนิ
นายมานพ ผ้พู ฒั น์
ออกแบบรปู เล่ม
นางสาวนัทธ์ธนนั ศรเี กษ
นางอาทติ ยา บัวปรางค์
จดั พมิ พ์โดย
ส�ำนักวิจยั การอนรุ กั ษป์ ่าไมแ้ ละพันธ์พุ ืช
กรมอทุ ยานแห่งชาติ สตั วป์ า่ และพันธพ์ุ ชื
จำ� นวนพมิ พ์ 1,000 เลม่
พ.ศ. 2564
ISBN 978-616-316-626-5
31