The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kodchakorn Benjangjaru, 2023-09-07 23:02:17

กาญจนบุรี

กาญจนบุรี

กาญจนบุรี KANCHANABURI จัดทำ โดย นา ง ส า ว ก ช ก ร เบญจ า ง จ า รุ


คำ นำ กาญจนบุรี เป็น ป็ จัง จั หวัด วั หนึ่ง นึ่ ที่ตั้ง ตั้ อยู่ใยู่ นภาคตะวัน วั ตกของประเทศไทย มีพื้ มี พื้ น พื้ ที่ทั้ง ทั้ หมด ประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร มีพื้ มี พื้ น พื้ ที่ใหญ่เ ญ่ ป็น ป็ อันดับ ดั 3 ของประเทศ รองจากจัง จั หวัด วั นครราชสีม สี า และจัง จั หวัด วั เชีย ชี งใหม่ และมีพื้ มี พื้ น พื้ ที่ใหญ่ที่ ญ่ ที่ สุด สุ ในภาคตะวัน วั ตก มีร มี ะยะทางห่า ห่ งจาก กรุง รุ เทพมหานครประมาณ 129 กิโลเมตร มีช มี ายแดนติดต่อกับประเทศพม่า ม่ ระยะทาง ประมาณ 370 กิโลเมตร มีอ มี าณาเขตติดต่อกับจัง จั หวัด วั ใกล้เคียง ได้แ ด้ ก่ ทิศเหนือ นื จรดจัง จั หวัด วั ตากและจัง จั หวัด วั อุทัยธานี ทิศใต้ จรดจัง จั หวัด วั ราชบุรี ทิศตะวัน วั ออก จรดจัง จั หวัด วั สุพ สุ รรณบุรี และนครปฐม ทิศตะวัน วั ตกจรดประเทศพม่า ม่ จัง จั หวัด วั กาญจนบุรีแ รี บ่ง บ่ เขตการปกครองส่ว ส่ น ภูมิ ภู ภมิาคออกเป็น ป็ 13 อำ เภอ98 ตำ บล 959 หมู่บ้ มู่ า บ้ น 206 ชุมชน โดยทั้ง ทั้ 13 อำ เภอ พื้น พื้ ที่ จัง จั หวัด วั กาญจนบุรีปรี ระกอบด้ว ด้ ย องค์กรปกครองส่ว ส่ นท้องถิ่น ทั้ง ทั้ หมด 122 แห่ง ห่ แบ่ง บ่ ตาม ประเภทและอำ นาจบริหริารจัด จั การภายในท้องที่ได้เ ด้ป็น ป็ องค์การบริหริารส่ว ส่ นจัง จั หวัด วั 1 แห่ง ห่ คือ องค์การบริหริารส่ว ส่ นจัง จั หวัด วั กาญจนบุรี, รี เทศบาลเมือ มื ง 3 แห่ง ห่ (ได้แ ด้ ก่ เทศบาลเมือ มื ง กาญจนบุรี เทศบาลเมือ มื งท่าเรือ รื พระแท่น และ เทศบาลเมือ มื งปากแพรก ), เทศบาลตำ บล 46 แห่ง ห่ , และ องค์การบริหริารส่ว ส่ นตำ บล 72 แห่ง ห่


สารบัญ บั เรื่อ รื่ ง ประวัติ วั ติ สัญ สั ลักษณ์ ภูมิ ภู ศ มิ าสตร์ เศรษฐกิจ วัฒ วั นธรรม ประเพณี สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป


ประวัติ วั ติ 01 02 03 HISTORY สมัย มั ก่อนประวัติ วั ติศาสตร์ เริ่มริ่ตั้งตั้แต่สมัยมัเริ่มริ่กำ เนิดนิมีมมีนุษนุย์ขึ้ย์ขึ้นขึ้ ในโลก จากสภาพภูมิภูศมิาสตร์ที่ร์ ที่ มีภูมีเภูขา แม่น้ำม่ น้ำป่าป่ ไม้ สิงสิสาราสัตสัว์มว์ากมาย เหมาะที่จะเป็น ป็ ที่ตั้งตั้อาศัยของมนุษนุย์มย์าตั้งตั้แต่ในสมัยมั ก่อนประวัติวั ติศาสตร์ พบหลักฐานทางด้าด้นโบราณคดีมดีากมายได้แด้ก่ เครื่อรื่งมือมืหินหิกะเทาะ เครื่อรื่งมือมืสมัยมัหินหิ ใหม่ เครื่อรื่งมือมืสมัยมั โลหะ โครงกระดูกดูมนุษนุย์ ภาชนะดินดิ เผา เครื่อรื่งประดับดัภาพเขียขีนสีที่สี ที่ ผนังนัถ้ำ โลงศพ ฯลฯ ตามถ้ำ เพิงพิผา และตามลำ น้ำ แควน้อน้ยแควใหญ่ ตลอดไปจนลุ่มลุ่แม่น้ำม่ น้ำแม่กม่ลอง เมื่อมื่อินเดียดี ได้เด้ดินดิทางเข้าข้มาค้าขาย และเผยแพร่พุร่พุทธศาสนายังยัแคว้นว้สุวสุรรณภูมิภูมิในราวพุทธศตวรรษที่1 1 - 16 พบหลักฐานศิลปะอินเดียดีสมัยมัคุปคุตะ ในสมัยมัทวา ราวดี ตามลำ น้ำ แควน้อน้ย แควใหญ่ และแม่กม่ลอง ที่บ้าบ้นวังวั ปะ โท่ บ้าบ้นท่าหวี บ้าบ้นวังวัตะเคียน และพงตึก โบราณวัตวัถุสถุถานที่พล เช่นช่ซากเจดีย์ดี ย์วิหวิาร พระพุทธรูปรู พระพิมพิพ์ เสมาธรรมจักจัร ระฆังฆัหินหิเครื่อรื่งประดับดัภาชนะดินดิเผา และพบตะเกียงโรมันมัสำ ริดริที่มีอมีายุราว พศ.600นับนัเป็น ป็ โบราณวัตวัถุที่ถุที่ เก่าแก่ที่สุดสุของไทย สมัย มั ทวาราวดี จากหลักฐานทางเอกสารที่เก่าแก่ที่สุดสุที่กล่าวถึงเมือมืงกาญจนบุรี คือ พงศาวคารเหนือนืกล่าวว่าว่ "กาญจนบุรีเรีป็น ป็ เมือมืงพญากง พระราชทานบิดบิา ของพระยาพาน เป็น ป็ เมือมืงสำ คัญของแคว้นว้อู่ทอง หรือรืสุวสุรรณภูมิภูมีมิผู้มีสัผู้ นสันิษนิฐานว่าว่พญากงสร้าร้งขึ้นขึ้ราว พ.ศ.1350" ต่อมาขอมได้แด้ผ่อิผ่ อิทธิพธิลนำ เอาศาสนาพุทธมหายานเข้าข้มาประดิษดิฐานในเมือมืงกาญจนบุรี ปรากฎหลักฐานคือปราสาทเมือมืงสิงสิห์ เมือมืงครุฑรุเมือมืงกลอนโด จนอำ นาจอิทธิพธิล ขอมเสื่อสื่มลงไป สมัย มั อิทธิพธิลขอม


ประวัติ วั ติ 04 05 06 HISTORY สมัย มั อยุธยาเป็น ป็ ราชธานี เมือมืงกาญจนบุรีต้รี ต้ องกลายเป็น ป็ เมือมืงหน้า น้ ด่า ด่ นเพราะตั้งตั้อยู่ติ ยู่ ติดกับประเทศคู่สคู่งครามคือพม่า ม่ คือ ด่า ด่ นพระเจดีย์ดีสย์ามองค์และด่า ด่ นบ้อ บ้ งตี้ จึงจึนับนัว่า ว่ มีคมีวามสำ คัญที่สัดสัเมือมืงหนึ่งนึ่ กาญจนบุรีเรีป็น ป็ สมรภูมิภูอีมิ อีกหลายครั้งรั้เช่น ช่ สงครามที่บางกุ้งกุ้และที่บางแก้ว ซึ่งซึ่มีสมีมรภูมิภูรมิบกันที่บ้า บ้ นหนองขาว สมัย มั ธนบุรีเ รีป็น ป็ ราชธานี กรุงรุรัตรันโกสินสิทร์จำร์จำเป็น ป็ ต้องมีทัมี ทัพเรือรืง่องลงมาจากสังสัขละบุรีมรีาตามลำ น้ำ แควน้อ น้ ยผ่า ผ่ นอำ เภอไทรโยคมายังยั ปากแพรก ซึ่งซึ่เป็น ป็ ที่ รวมของแม่น้ำ ม่ น้ำทั้งทั้สอง ด้ว ด้ ยเหตุนี้ตุห นี้ ลังสงคราม9ทัพแล้วที่ลาดหญ้า ญ้ มาตั้งตั้ที่ตำ บลปากแพรก สมัย มั กรุงรัต รั นโกสินสิทร์เ ร์ป็น ป็ ราชธานี


ประวัติ วั ติ ความเป็นมาของกาญจนบุรีเ รี ท่าที่มีการค้นพบหลัก ฐานนั้น นั้ ย้อนไปได้ถึงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อมี การค้นพบเครื่อ รื่ งมือหินหิ ในบริเริวณบ้านเก่า อำ เภอ เมืองฯ ล่วงมาถึงสมัยทวารวดี ซึ่ง ซึ่ มีหลักฐานคือ ซากโบราณสถานที่ตำ บลปรังรัเผล อำ เภอสังขละบุรี เป็นเจดีย์ลักษณะเดียวกับจุลประโทนเจดีย์ที่ จังหวัดนครปฐม บ้านคูบัว จังหวัดราชบุรี และเมือง อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้ง ทั้ ค้นพบโบราณ วัตถุ เช่น ช่ พระพิมพ์สมัยทวารวดีจำ นวนมาก สืบ เนื่องต่อมาถึงสมัยพุทธศตวรรษที่ 16-18 หลักฐาน ทางประวัติศาสตร์ที่ร์ ที่ ค้นพบคือปราสาทเมืองสิงห์ ซึ่ง ซึ่ มีรูปแบบศิลปะแบบขอม


แหล่งที่มา: http://cfbt.or.th/pb/index.php/article/40-kanganaburi แคว้น ว้ โบราณด่านเจดีย์ มณีเมือ มื งกาญจน์ สะพานข้า ข้ มแม่น้ำ ม่ น้ำ แคว แหล่งแร่น้ำ ตก ตราประจำ จังจัหวัด วั กาญจนบุรีบุ รี สัญ สั ลักษณ์เ ณ์ จดีย์ส ย์ ามองค์ทรงป้า ป้ ยเป็น ป็ ศิลปะ แบบมอญ สูง สู ประมาณ 6 เมตร ช่อ ช่ งห่างระหว่า ว่ เจดีย์ 5-6 เมตร เส้น ส้ ทางสายนี้ในอดีตใช้เ ช้ป็น ป็ ทางเดินทัพที่สำ คัญและใกล้ ที่สุด สุ ของประเทศคู่ศึ คู่ ศึ ก ไทยกับพม่า ม่ หากจะนับ นั แล้วไม่ต่ำ ม่ ต่ำ กว่า ว่ 15 ครั้ง รั้ ที่มีก มี ารยกทัพผ่า ผ่ นเส้น ส้ ทางประวัติ วั ติศาสตร์ส ร์ ายนี้ จากความ สำ คัญดังกล่าวจึง จึได้ใช้รู ช้ รู ปเจดีย์ส ย์ ามองค์เป็น ป็ ตราประจำ จัง จั หวัด วั คำ ขวัญ วั


แหล่งที่มา: http://cfbt.or.th/pb/index.php/article/40-kanganaburi ต้นไม้ปม้ ระจำ จัง จั หวัด วั กาญจนบุรี ลักษณะทั่วไป: ไม้ต้ ม้ ต้ นสูง สู 15 ถึง 40 เมตร ลำ ต้นตรง เปลือกเรีย รี บสี เทาอมเขีย ขี ว ใบเดี่ยว เรีย รี งสลับช่อ ช่ ดอกกระจุกเรีย รี งยาวห้อยลง ดอก ขนาดเล็กสีเ สี หลืองอ่อนอมเขีย ขี ว มีก มี ลิ่นเหม็น ม็ ผลขนาดเล็กมี 1เมล็ด ประโยชน์ : เนื้อ นื้ ไม้ แข็ง ข็ เหนียว ไม่ท ม่ นทานมากนัก นั ใช้ทำ ช้ ทำ เครื่อ รื่ งเรือ รื น เสา ด้ามเครื่อ รื่ งมือ มื ทางการเกษตร " ขานาง "


เป็น ป็ ดอกไม้ปม้ ระจำ จัง จั หวัด วั กาญจนบุรี มีชื่ มี ชื่ อ ชื่ พื้น พื้ เมือ มื งว่า ว่ ลั่น ลั่ ทมเขา แคเขา หรือ รื สะเดาดง เป็น ป็ สกุล กุ พัน พั ธุ์ไธุ์ ม้พื้ ม้ พื้ น พื้ เมือ มื งของไทย มีเ มี ขตการกระจายพัน พั ธุ์ จำ กัดอยู่เ ยู่ ฉพาะบนเขาหินปูน ในประเทศไทยเท่านั้น นั้ เป็น ป็ ไม้ข ม้ นาดเล็ก - กลาง สูง สู 5-15 เมตร แตกกึ่งต่ำ เรือ รื นยอดเป็น ป็ พุ่ม พุ่ กลใบเป็น ป็ ใบประกอบ แบบจนนกชั้น ชั้ เดียว ยาว 17-35 เซนติเมตร แหล่งที่มา: http://cfbt.or.th/pb/index.php/article/40-kanganaburi ดอกไม้ปม้ ระจำ จัง จั หวัด วั กาญจนบุรี " ดอกกาญจนิก นิ า "


ภูมิ ภู ศ มิ าสตร์


ภูมิ ภู ศ มิ าสตร์ แหล่งที่มา: https://kanchanaburi.m-society.go.th/?page_id=725 ขนาดที่ตั้ง – ห่างจากกรุงเทพฯไปทางทิศตะวัน วั ตกระยะทาง129กิโลเมตรตามเส้น ส้ ทางนครปฐม-บ้า บ้ นโป่ง ป่ - กาญจนบุรี – มีพื้ มี พื้ น พื้ ที่ 19,483,148 ตารางกิโลเมตรหรือ รื 12,176,968 ไร่ ใหญ่เ ญ่ ป็น ป็ อันดับ 3 ของประเทศ แยกเป็น ป็ พื้น พื้ ที่ป่า ป่ ไม้ 7,418,784 ไร่ พื้น พื้ ที่เพื่อ พื่ การเกษตร 2,548,893 ไร่ และเป็น ป็ พื้น พื้ ที่ไม่ไม่ ด้ จำ แนก 2,209,291 ไร่ พื้น พื้ ที่ป่า ป่ ไม้คิ ม้ คิดเป็น ป็ ร้อ ร้ ยละ 60.92 ของพื้น พื้ ที่รวมของจัง จั หวัด วั – ทิศเหนือ นื ติดจัง จั หวัด วั ตากจัง จั หวัด วั อุทัยธานี จัง จั หวัด วั สุพ สุ รรณบุรีแ รี ละประเทศเมีย มี นม่า ม่ – ทิศตะวัน วั ออกติดจัง จั หวัด วั สุพ สุ รรณบุรี จัง จั หวัด วั นครปฐมและจัง จั หวัด วั ราชบุรี – ทิศใต้ติดจัง จั หวัด วั ราชบุรี – ทิศตะวัน วั ตกติดประเทศเมีย มี นม่า ม่ โดยมีทิ มี ทิวเขาตะนาวศรีเ รีป็น ป็ แนวแดนระหว่า ว่ งประเทศ


ลักษณะภูมิ ภู ปมิ ระเทศ ประกอบด้ว ด้ ย ทิวเขา หุบ หุ เขา และที่ราบลุ่ม ลุ่ แม่น้ำ ม่ น้ำโดยพื้นพื้ที่ ทางด้า ด้ นเหนือนืและทิศจะวันวัตกของจังจัหวัดวั เป็น ป็ เทือกเขาแล้วค่อย ๆ ลาดลงทางด้า ด้ นใต้ และด้า ด้ นตะวันวัออก สามารถ แบ่ง บ่ ออกเป็น ป็ 3 เขตใหญ่ คือ Photography เขตภูเ ภู ขาและที่สูง สู ได้แ ด้ ก่พื้น พื้ ที่ทางด้า ด้ นทิศเหนือ นื ของจังจัหวัดวัมีลั มี ลักษณะเป็น ป็ เทือกเขาต่อ เนื่อ นื่ งมาจากเทือกเขาถนนธงชัยชัถัดไปทางด้า ด้ นตะวันวัตกของจังจัหวัดวัเป็น ป็ เทือกเขาตะนาว ศรี ซึ่ง ซึ่ กั้น กั้ พรมแดนระหว่า ว่ งไทยกับประเทศเมีย มี นม่า ม่ ร์ทร์อดยาวลงไป ทางด้า ด้ นใต้บริเริวณนี้ จะเป็น ป็ แหล่งกำ เนิดนิต้นน้ำ ที่สำ คัญของจังจัหวัดวั เขตที่ราบลูก ลู ฟูก ได้แ ด้ ก่ พื้น พื้ ที่ด้า ด้ นตะวันวัออกเฉียงเหนือ นื ของจังจัหวัดวัมีลั มี ลักษณะเป็น ป็ ที่ราบ เชิงชิเขาสลับกับเนินนิเขาเตี้ยๆอยู่บ ยู่ ริเริวณอำ เภอเลาขวัญวัอำ เภอบ่อ บ่ พลอยและบางส่ว ส่ นของ อำ เภอพนมทวน เขตที่ราบลุ่ม ลุ่ แม่น้ำ ม่ น้ำ ได้แ ด้ ก่ พื้น พื้ ที่ทางด้า ด้ นใต้ของจังจัหวัดวัลักษณะเป็น ป็ ที่ราบดินดิมีค มี วาม อุดมสมบูรณ์ อยู่บ ยู่ ริเริวณอำ เภอท่ามะกา อำ เภอท่าม่ว ม่ ง บางส่ว ส่ นของอำ เภอพนมทวน อำ เภอเมือ มื งกาญจนบุรี แหล่งที่มา: https://kanchanaburi.m-society.go.th/?page_id=725


ลักษณะภูมิอากาศ เนื่อ นื่ งจากจังจัหวัดวักาญจนบุรีส่ รี ว ส่ นใหญ่ เป็น ป็ ที่ดอนมี ทิวเขา เป็น ป็ แนวยาวกั้น กั้ แดนจึง จึ ทำ ให้มี ห้ อุ มี อุ ณหภูมิ ภู ค่มิ ค่ อน ข้า ข้ งสูง สู และมี อากาศ ร้อ ร้ นอบอ้าวมากในฤดูร้ ดู อ ร้ น ส่ว ส่ นในฤดูห ดู นาวไม่ห ม่ นาวจัดจัยกเว้น ว้ แต่บริเริวณเทือกเขา อุณหภูมิ ภู ต่ำมิต่ำ สุด สุ เฉลี่ย 22.45 องศา-เซลเซีย ซี ส อุณภูมิ ภู สูมิง สู สุด สุ เฉลี่ยะ 39.39 องศาเซลเซีย ซี ส เดือ ดื นเมษายน เป็น ป็ เดือ ดื นที่มีอ มี ากาศร้อ ร้ นที่สุด สุ ในรอบปี ฤดูฝ ดู นเริ่มริ่ตั้ง ตั้ แต่กลางเดือ ดื นพฤษภาคมจนถึงเดือ ดื นตุล ตุ าคม โดย ช่ว ช่ งนี้เ นี้ป็น ป็ ช่ว ช่ งที่ลมมรสุม สุ ตะวันวัตกเฉียงใต้พัดพั ปกคลุม ลุ ประเทศไทยทำ ให้มี ห้ ฝมี นตกในช่ว ช่ งนี้ โดยตกชุกที่สุด สุ ในช่ว ช่ งเดือ ดื นกันยายนและเป็น ป็ ช่ว ช่ งที่มีค มี วามชื้น ชื้ สูง สู ด้ว ด้ ย ฤดูห ดู นาวเกิดจากลมมรสุม สุ ตะวันวัออกเฉียงเหนือ นื ซึ่ง ซึ่ ความกดอากาศสูง สู จากประเทศจีน จี ซึ่ง ซึ่ มีคุ มี ณ คุ สมบัติบั ติหนาวเย็น ย็ และแห้ง ห้ แล้งแผ่ล ผ่ งปกคลุม ลุ จังจัหวัดวั กาญจนบุรี ประมาณเดือ ดื นพฤศจิกจิายนถึงกลางเดือ ดื นกุม กุ ภาพันพัธ์ฤธ์ดูร้ ดู อ ร้ น เริ่มริ่เมื่อ มื่ ลมมรสุม สุ ตะวันวัออก เฉียงเหนือ นื สิ้นสิ้สุด สุ ลง คือประมาณกลางเดือ ดื นกุม กุ ภาพันพัธ์ถึธ์ ถึ งกลางเดือ ดื นพฤษภาคม ในระยะนี้เ นี้ป็น ป็ ช่ว ช่ งของ ลมฝ่ายใต้พัดพัมาปกคลุม ลุ ทำ ให้มี ห้ อ มี ากาศร้อ ร้ นอบอ้าวทั่ว ทั่ ไป โดยมีอ มี ากาศร้อ ร้ นจัดจัอยู่ใยู่ นเดือ ดื นเมษายน แหล่งที่มา: https://kanchanaburi.m-society.go.th/?page_id=725


จัง จั หวัด วั กาญจบุรีอ รี ยู่ใยู่ นเขตภูมิ ภู อมิากาศแบบฝนเมือ มื งร้อ ร้ นเฉพาะฤดูก ดู าล ( Tropical Savanah ) มีอ มี ากาศแห้ง ห้ แล้งในฤดูห ดู นาว ในช่ว ช่ งฤดูฝ ดู นและฤดูแ ดู ล้งมีลั มี ลั กษณะอากาศแตกต่างกัน อย่า ย่ งเห็น ห็ ได้ชั ด้ ด ชั ในช่ว ช่ งเดือ ดื นพฤษภาคมถึงเดือ ดื นตุล ตุ าคมได้รั ด้ บ รั อิทธิพธิลจากลมมรสุม สุ ตะวัน วั ตกเฉียงใต้ ซึ่ง ซึ่ พัด พั จากทะเลอันดามัน มั ทำ ให้ช่ ห้ ว ช่ งระยะเวลานี้มี นี้ ฝมี นตกชุก อากาศมี ความชื้น ชื้ สูง สู การแพร่ก ร่ ระจายของฝนในบริเริวณจัง จั หวัด วั นี้แตกต่างกันอย่า ย่ งเห็น ห็ ได้ชั ด้ ด ชั บริเริวณพื้น พื้ ที่ตอนบนเขตอำ เภอไทรโยค อำ เภอทองผาภูมิ ภู แมิละอำ เภอสัง สั ขละบุรี มีฝมี น ตกชุกและมีช่ มี ว ช่ งการกระจายของฝนมากกว่า ว่ ตอนล่าง ปริมริาณน้ำ ฝนวัด วั ได้เ ด้ ฉลี่ย ประมาณ 1,086.2 มิลมิลิเมตรต่อปี แหล่งที่มา: https://kanchanaburi.m-society.go.th/?page_id=725 ลักษณะภูมิอากาศ


เศรษฐกิจ


แหล่งที่มา: https://www.nasuan.go.th/pages/content/189 เศรษฐกิจ ด้านเศรษฐกิจ * สภาพทางเศรษฐกิจของจังจัหวัดวักาญจนบุรี มีผมีลิตภัณฑ์มวลรวม 55,693 ล้านบาท มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ย 66,585 บาท / คน/ ปี “ข้อ ข้ มูลจากสำ นักงานคณะกรรมการพัฒพันาการเศรษฐกิจและสังสัคมแห่ง ห่ ชาติ (สศช.)” * รายได้เฉลี่ย / คน จากการสำ รวจข้อ ข้ มูลความจำ เป็น ป็ พื้นพื้ฐาน (จปฐ.) ของจังจัหวัดวั กาญจนบุรี พบว่า ว่ ประชากรมีรมีายได้โดยเฉลี่ยต่อคนต่อปี 33,056 บาท * มีโมีรงงานอุตสาหกรรม ทั้งทั้หมด 1,313 โรง (21 ประเภท) จำ นวนคนงาน 27,180 คน ประชากรส่ว ส่ นใหญ่ปญ่ ระกอบอาชีพ ชี ทางการเกษตร เช่น ช่ ทำ ไร่ ข้า ข้ วโพด พริกริ ฟัก ฟั ทอง ข้า ข้ ว มัน มั สำ ปะหลังและมะขาม เป็น ป็ ต้น บริเริวณอ่างเก็บน้ำ จะมีอ มี าชีพ ชี ประมง เพาะเลี้ยงสัต สั ว์น้ำ ว์ น้ำ จับ จั สัต สั ว์น้ำ ว์ น้ำ และหาของป่า ป่ ขายอีกด้ว ด้ ย ส่ว ส่ นหน่ว น่ ยธุรกิจอื่นๆไม่มี ม่ อ มี ยู่ใยู่ นพื้น พื้ ที่


เศรษฐกิจ การเกษตร ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรจัง จั หวัด วั กาญจนบุรี ปี2ปี 565 ภาคเกษตร ขยาย ตัวร้อ ร้ ยละ 4.3 เมื่อ มื่ เทียบกับปีที่ ปี ที่ ผ่า ผ่ นมา โดยสาขาพืช พื ขยายตัวร้อ ร้ ยละ 5.5 สาขาปศุสัต สั ว์ ขยายตัวร้อ ร้ ยละ 2.6 สาขาประมงหดตัวร้อ ร้ ยละ 3.4 สาขา บริกริาร ทางการเกษตร ขยายตัวร้อ ร้ ยละ 2.4 และสาขาป่า ป่ ไม้ข ม้ ยายตัว ร้อ ร้ ยละ 5.2 โดยสาขาพืช พื ขยายตัวเนื่อ นื่ งจากสภาพอากาศที่เหมาะสมและ ปริมริาณน้ํามีเ มี พีย พี งพอต่อการเพาะปลูก ลู พืช พื ราคาสินสิค้าพืช พื หลายชนิดนิอยู่ ในเกณฑ์ดี จูงใจให้เกษตรกรมีก มี ารขยายพื้น พื้ ที่เพาะปลูก ลู โดยพืช พื สํา สํ คัญที่ มีผ มี ลผลิตเพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ ได้แก่ ข้า ข้ วนาปรัง รั และอ้อยโรงงาน สาขาปศุสัต สั ว์ ขยายตัวเนื่อ นื่ งจากการขยายการผลิตเพื่อ พื่ รองรับ รั ความต้องการของ ตลาดที่มีอ มี ย่า ย่ งต่อเนื่อ นื่ งทั้งการบริโริภค ภายในประเทศและการส่ง ส่ ออกที่ เพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ โดยสินสิค้าปศุสัต สั ว์ที่ ว์ ที่ มีผ มี ลผลิตเพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ ได้แก่ โคเนื้อ นื้ ไก่เนื้อ นื้ ไข่ไข่ ก่ สาขาบริกริารทางการเกษตรขยายตัวตามพื้น พื้ ที่ เพาะปลูก ลู และพื้น พื้ ที่เก็บ เกี่ยวที่เพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ สาขาป่า ป่ ไม้ข ม้ ยายตัวเนื่อ นื่ งจากผลผลิตไม้ ยูคาลิปตัส ถ่าน ไม้ เพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ ส่ว ส่ นสาขาประมง หดตัวเนื่อ นื่ งจากเกษตรกรชะลอการ เลี้ยง ปลาในกระชัง ชั จากราคาอาหารสัต สั ว์น้ํ ว์ น้ํ าปรับ รั ตัวสูง สู ขึ้น ขึ้ ทําให้ต้นทุน ทุ การ ผลิตสูง สู ขึ้น ขึ้ ตามไปด้วย แหล่งที่มา: https://www.opsmoac.go.th/kanchanaburi-dwl-files-451891791014


เศรษฐกิจการเกษตร แนวโน้ม น้ ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2566 คาดว่า ว่ จะมีกมีารขยายตัว อยู่ใยู่ นช่ว ช่ งร้อ ร้ ยละ 2.2 – 3.2 โดยสาขาพืชพืคาดว่า ว่ จะขยายตัวอยู่ใยู่ นช่ว ช่ ง ร้อ ร้ ยละ 3.6 – 4.6 สาขาปศุสัตสัว์ คาดว่า ว่ อยู่ใยู่ นช่ว ช่ งร้อ ร้ ยละ (-0.3) – 0.7 สาขาประมง คาดว่า ว่ อยู่ใยู่ นช่ว ช่ งร้อ ร้ ยละ(-0.2)–0.8 สาขาบริกริารทางการ เกษตรคาดว่า ว่ จะขยายตัว อยู่ใยู่ นช่ว ช่ งร้อ ร้ ยละ 0.7 – 1.7 และสาขาปราไม้ คาดว่า ว่ จะขยายตัวอยู่ใยู่ นช่ว ช่ งร้อ ร้ ยละ 4.4 – 5.4 สําสํหรับรั ปัจจัยจัที่ช่ว ช่ ย สนับนัสนุน นุ ให้ภ ห้ าคเกษตรขยายตัว ได้แ ด้ ก่ ปริมริาณน้ําต้นทุน ทุ ในเขื่อขื่นหลัก มีเมีพียพีงพอสําสํหรับรัการเพาะปลูก ลู แนวโน้ม น้ เศรษฐกิจไทย ปี 2566 และ ความต้องการบริโริภคสินสิค้าเกษตรที่คาดว่า ว่ จะขยายตัวได้ม ด้ ากขึ้นขึ้กา รดําดํเนินนินโยบายและมาตรการด้า ด้ นการพัฒพันาประสิทสิธิภธิาพการผลิต การขยายช่อ ช่ งทางการตลาด ทําให้เ ห้ กษตรกรสามารถทําการผลิตและมี ช่อ ช่ งทางในการจําจํหน่า น่ ยสินสิค้าเกษตรมากขึ้นขึ้อย่า ย่ งไรก็ตามยังยัมีปัมี ปัจจัยจั เสี่ย สี่ ง ได้แ ด้ ก่ ความแปรปรวนของสภาพอากาศ และภัยธรรมชาติ ราคา ปัจจัยจัการผลิตที่มีแมีนวโน้ม น้ สูง สู ขึ้นขึ้รวมถึงการระบาดของโรคพืชพืและ สัตสัว์ทั้ว์ ทั้งทั้ ในและต่างประเทศที่อาจส่ง ส่ ผลต่อการผลิตและความต้องการ สินสิค้าเกษตรของไทย แหล่งที่มา: https://www.opsmoac.go.th/kanchanaburi-dwl-files-451891791014


เศรษฐกิจ กิ อุตสาหกรรม แหล่งที่มา: https://www.dft.go.th/Portals/0/อบรม-สัมสัมนา/(1)%20SEZ-%20รองผู้ว่ผู้ าว่บวรศักดิ์13112561.pdf?ver=2561-11-13-134417-537 รายได้ส่ ด้ ว ส่ นใหญ่ขึ้ ญ่ ขึ้ น ขึ้ อยู่กั ยู่ กั บการผลิตสาขาตสาหกรรม (การผต) อ ยละ 28 สาขาเกษตรกรรม ร้อ ร้ ยละ 21 สาขา การขายง ขายปกฯอ ยละ 11.3 และสาขา อื่นๆ ร้อ ร้ ยละ 36.0 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐจ ณ ราคาคงเม น จาก2558 ร้อ ร้ ยละ 0.8 ช่องทางหินกอง จุดผ่านแดนชั่วชั่คราว ด่านพระเจดีย์สามองค์ จุดผ่านแดนถาวร บ้านพุน้ำ ร้อ ร้ น การค้าขายชายแดนระหา งไทยบสาธารณฐ แง สหภาพเย นมาของประชาชน ส่ว ส่ นใหญ่ผ่า นอ งทางการา 4 อ งทาง ประกอบว ย ช่องผาสุก


เศรษฐกิจการท่องเที่ยว แหล่งที่มา: https://www.opsmoac.go.th/kanchanaburi-dwl-files-451891791014 1. กาญจนบุรีเ รีป็น ป็ แหล่งท่องเยวทางธรรมชาประวัติ วั ติ ศาสตร์ และศิลปวัฒ วั นธรรม ประกอบบอใกล้ 2. การขยาตัวของการลงทุน ทุ ภาคฐ และภาคเอกชน 3.การเป็น ป็เจ้า จ้ภาพในการจัด จัการแง น ฬาแง ชาคง 48 "กาญจนเ กม" และฬาคนก าร แง ชาคง 38 "กาญจก าเกม"4. โครงการอใเ ดการสะสมน และการา ง งานในอนาคต 5. มาตรการของฐ เอ เย วยาและกระน เศรษฐจาง ๆ ปัจจัย จั สนับ นั สนุน นุ ปัจจัย จั เสี่ย สี่ ง 1. ความเสี่ย สี่ งจากภัยโรคระบาด 2. ความเสี่ย สี่ งจากความผัน ผั ผวนของเศรษฐจโลก 3. ความเสี่ย สี่ งจากภัยธรรมชา4. อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราางประเทศ 5. ความเสี่ย สี่งจากราคาพลังงาน 6. ความไแ น อนของสถานการท างการเอ ง เศรษฐกิจการท่องเที่ยว


วัฒ วั นธรรม และประเพณี


แหล่งที่มา: http://www.dhammathai.org/culture/boat_kanchanaburi.php วัฒ วั นธรรมและประเพณี ประเพณีล ณี อยเรือ รื จำ ลองสะเดาะเคราะห์ ช่ว ช่ งปลายเดือ ดื นสิงสิหาคม - ต้นเดือ ดื น กันยายน ๒๕๖๔ จัง จั หวัด วั กาญจนบุรี ชาวมอญบ้า บ้ นหนองลูจ ลู ะช่ว ช่ ยกันสร้า ร้ งเรือ รื จาก ลำ ไผ่ ประดับ ดั ตกแต่งด้ว ด้ ยกระดาษสี ทำ ธงร่ม ร่ และจัด จั เครื่อ รื่ งบูชา เช่น ช่ กล้วย อ้อย ขนม ข้า ข้ ว ดอกไม้ ไปวางไว้ใว้ นลำ เรือ รื มีก มี ารนำ ธูป เทียน ตามกำ ลังวัน วั เกิด ไปไหว้ และจุดเทียนอธิษธิฐานขอให้สิ่ ห้ งสิ่ไม่ดี ม่ ดี และเคราะห์ร้ ห์ า ร้ ยต่างๆ ให้พ้ ห้ น พ้ ไปจากชีวิ ชี ตวิ


วัฒ วั นธรรมและประเพณี แหล่งที่มา: http://www.dhammathai.org/culture/boat_kanchanaburi.php ช่ว ช่ งสายมีก มี ารตักบาตรนํ้า นํ้ ผึ้ง ผึ้ และตักบาตรดอกไม้ใม้ นช่ว ช่ งบ่า บ่ ย ช่ว ช่ งคํ่าร่ว ร่ มกันปล่อยโคมลอยขนาดใหญ่ ฟัง ฟั บทสวดอิติปิโปิส ๑๐๘ จบ และบทสวดสะเดาะเคราะห์จ ห์ ากพระสงฆ์ เมื่อ มื่ ถึงเช้า ช้ วัน วั แรม ๑ คํ่า ชาวบ้า บ้ นจะแห่ข ห่ บวนมีก มี ารรำ ประกอบดนตรี และจะ ช่ว ช่ ยกันลากเรือ รืไปปล่อยกลางลำ นํ้า นํ้ สามประสบอย่า ย่ งสนุก นุ สนาน


การนับ นั ถือศาสนาของประชาชนในจัง จั หวัด วั กาญจนบุรีมี รี ทั้ มี ทั้ ง ทั้ ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสริต์ ศาสนาอิสลามศาสนาพราหมณ์-ณ์ ฮินดู โดยศาสนาที่ประชาชนส่ว ส่ นใหญ่ข ญ่ องจัง จั หวัด วั กาญจนบุรีนั รี บ นั ถือคือ ศาสนาพุทธ ประชาชนในจัง จั หวัด วั กาญจนบุรีมี รี มี ความเชื่อ ชื่ และความนับ นั ถือตั้ง ตั้ แต่บรรพบุรุษในเรื่อ รื่ งของผีส ผี างเทวดาการนับ นั ถือศาสนาและความเชื่อ ชื่ ของชาวกาญจนบุรี มีลั มี ลั กษณะเฉพาะคือ นอกจากจะกราบไหว้บู ว้ บู ชาพระพุทธรูปแล้ว ยัง ยั กราบไหว้บู ว้ บู ชาศาลพระภูมิ ภู แมิละผีส ผี างเทวดาและยัง ยั มี ความเกี่ยวพัน พั กับพระพุทธศาสนาอย่า ย่ งเหนีย นี วแน่น น่ นอกจากนี้ยั นี้ ง ยั มีลั มี ลั กษณะที่ผสมผสานความเชื่อ ชื่ ดั้ง ดั้ เดิมดิเข้า ข้ กับศาสนา พุทธและพราหมณ์ซึ่ ณ์ ซึ่ ง ซึ่ จะยกตัวอย่า ย่ งความเชื่อ ชื่ ที่สืบ สื ทอดกันมาที่สำ คัญของจัง จั หวัด วั กาญจนบุรี วัฒ วั นธรรมร่ว ร่ มสมัย มั ท้องถิ่น


ชาวจัง จั หวัด วั กาญจนบุรีโรี ดย ทั่ว ทั่ ไปยกเว้น ว้ คนไทยเชื้อ ชื้ สายต่าง ๆ เช่น ช่ พม่า ม่ มอญ กะเหรี่ย รี่ งจะมีก มี ารแต่งกาย คล้ายคลึงกับชาวจัง จั หวัด วั อื่นในภาคกลาง เมื่อ มื่ อยู่กั ยู่ กั บ บ้า บ้ นจะแต่งกายสบาย ๆ ไม่ พิถีพิ ถี พิถัพิ ถั น แต่เมื่อ มื่ เวลาไป งานเลี้ยง งานบุญ งานพิธีพิ ธี จะแต่งกายพิถีพิ ถี พิถัพิ ถั น สวยงามตามสมัย มั นิยนิม การแต่งกาย


สถานที่ท่องเที่ยว


สถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติ


สะพานข้า ข้ มแม่น้ำ ม่ น้ำ แคว สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น ป็ สถานที่ สำ คัญทางประวัติ วั ติศาตร์ สร้า ร้ งขึ้น ขึ้ ในสมัย มั สงครามมหาเอเชีย ชี บูรพาโดยกองทัพญี่ปุ่ญี่ ปุ่ น ปุ่ ได้เ ด้ กณฑ์เชลยศึกพัน พั ธมิตมิรจำ นวน มากมายมาสร้า ร้ งทางรถไฟผ่า ผ่ นประเทศพม่า ม่ ซึ่ง ซึ่ จะต้องสร้า ร้ ง ข้า ข้ มแม่น้ำ ม่ น้ำ แควใหญ่ ทำ ให้ก ห้ ารสร้า ร้ งรางรถไฟมีค มี วามลำ บาก เป็นอย่า ย่ งมาก ทำ ให้เ ห้ ชลยศึกหลายชีวิ ชี ตวิต้องเสีย สี ชีวิ ชี ตวิลง ปัจจุบัน บั สะพานแห่ง ห่ นี้ถู นี้ ก ถู เปิดปิเป็น ป็ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รั ด้ บ รั ความนิยนิมในหมู่นั มู่ ก นั ท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เป็น ป็ อีกหนึ่ง นึ่ จุดเช็ค ช็ อินสำ คัญที่ต้องมาให้ไห้ ด้สั ด้ ก สั ครั้ง รั้ สะพานข้า ข้ มแม่น้ำ ม่ น้ำ แคว สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น ป็ สถานที่ สำ คัญทางประวัติ วั ติศาตร์ สร้า ร้ งขึ้น ขึ้ ในสมัย มั สงครามมหาเอเชีย ชี บูรพาโดยกองทัพญี่ปุ่ญี่ ปุ่ น ปุ่ ได้เ ด้ กณฑ์เชลยศึกพัน พั ธมิตมิรจำ นวน มากมายมาสร้า ร้ งทางรถไฟผ่า ผ่ นประเทศพม่า ม่ ซึ่ง ซึ่ จะต้องสร้า ร้ ง ข้า ข้ มแม่น้ำ ม่ น้ำ แควใหญ่ ทำ ให้ก ห้ ารสร้า ร้ งรางรถไฟมีค มี วามลำ บาก เป็นอย่า ย่ งมาก ทำ ให้เ ห้ ชลยศึกหลายชีวิ ชี ตวิต้องเสีย สี ชีวิ ชี ตวิลง ปัจจุบัน บั สะพานแห่ง ห่ นี้ถู นี้ ก ถู เปิดปิเป็น ป็ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รั ด้ บ รั ความนิยนิมในหมู่นั มู่ ก นั ท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เป็น ป็ อีกหนึ่ง นึ่ จุดเช็ค ช็ อินสำ คัญที่ต้องมาให้ไห้ ด้สั ด้ ก สั ครั้ง รั้ สะพานข้า ข้ มแม่น้ำ ม่ น้ำ แคว


เขื่อ ขื่ นศรีน รี คริน ริ ทร์ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ที่ สามารถมาพักผ่อน ถ่ายรูปเล่น หรือจะมาดู พระอาทิตย์ตกดินก็ฟินสุดๆ ตัวสันเขื่อนที่เป็นจุด เด่นทอดยาวที่สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำ ที่ไกล สุดลูกหูลูกตาของเขื่อนแห่งนี้ได้ นอกจากนี้ยังมี ร้านอาหารอร่อยๆ อยู่บนเขื่อนและยังเข้าชมฟรี อีกด้วย ใครที่กำ ลังมองหาที่พักผ่อน ที่ถ่ายรูป เล่น บรรยากาศดีๆ เขื่อ ขื่ นศรีน รี คริน ริ ทร์ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ที่ สามารถมาพักผ่อน ถ่ายรูปเล่น หรือจะมาดู พระอาทิตย์ตกดินก็ฟินสุดๆ ตัวสันเขื่อนที่เป็นจุด เด่นทอดยาวที่สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำ ที่ไกล สุดลูกหูลูกตาของเขื่อนแห่งนี้ได้ นอกจากนี้ยังมี ร้านอาหารอร่อยๆ อยู่บนเขื่อนและยังเข้าชมฟรี อีกด้วย ใครที่กำ ลังมองหาที่พักผ่อน ที่ถ่ายรูป เล่น บรรยากาศดีๆ เขื่อ ขื่ นศรีน รี คริน ริ ทร์


หมู่บ้ มู่ า บ้ นอีต่อง-ปิล๊ ปิ ล๊ อก หมู่บ้านสุดอันซีนท่ามกลาง สายหมอกและกำ ลังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอด ฮิต ด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตแถมอากาศที่เย็น ตลอดทั้งปี ทำ ให้ใครหลายๆ คนเลือกที่จะมา สัมผัสบรรยากาศของหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ที่มี ทั้งเหมืองเก่าปิล๊อกและบ่อน้ำ ธรรมชาติที่มีปลา แหวกว่ายให้เราได้ชม นอกจากนี้ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ยังมีถนนคนเดินอีกด้วย หมู่บ้ มู่ า บ้ นอีต่อง-ปิล๊ ปิ ล๊ อก หมู่บ้านสุดอันซีนท่ามกลาง สายหมอกและกำ ลังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอด ฮิต ด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตแถมอากาศที่เย็น ตลอดทั้งปี ทำ ให้ใครหลายๆ คนเลือกที่จะมา สัมผัสบรรยากาศของหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ที่มี ทั้งเหมืองเก่าปิล๊อกและบ่อน้ำ ธรรมชาติที่มีปลา แหวกว่ายให้เราได้ชม นอกจากนี้ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ยังมีถนนคนเดินอีกด้วย หมู่บ้ มู่ า บ้ นอีต่อง-ปิล๊ ปิ ล๊ อก


สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป


วัด วั ถ้ำ เสือ สื วัด วั ถ้ำ เสือ สื วัดเก่าแก่ของ อ.ท่าม่วง ตัววัดตั้งอยู่บนเนิน เขาสูงและมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม และยังมี พระพุทธรูปปางประธานพรที่ตัวองค์พระประดับด้วย โมเสคสีทองที่ใหญ่ที่สุดใน จ.กาญจนบุรี และยังมี เจดีย์เกศแก้วปราสาทที่สูงสง่าซึ่งเป็นที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำ ทิพย์ บ่อน้ำ ศักดิ์สิ ดิ์ สิ ทธิ์ที่ ธิ์ ที่ ใครๆ ก็ต้องมาตักเพื่อความเป็น ศิริมงคล ด้านบนของวัดมีลมพัดเย็นๆ และมองลงไป เห็นวิวของทุ่งนาสีเขียวที่ล้อมรอบตัววัดอยู่ด้วย วัด วั ถ้ำ เสือ สื วัดเก่าแก่ของ อ.ท่าม่วง ตัววัดตั้งอยู่บนเนิน เขาสูงและมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม และยังมี พระพุทธรูปปางประธานพรที่ตัวองค์พระประดับด้วย โมเสคสีทองที่ใหญ่ที่สุดใน จ.กาญจนบุรี และยังมี เจดีย์เกศแก้วปราสาทที่สูงสง่าซึ่งเป็นที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำ ทิพย์ บ่อน้ำ ศักดิ์สิ ดิ์ สิ ทธิ์ที่ ธิ์ ที่ ใครๆ ก็ต้องมาตักเพื่อความเป็น ศิริมงคล ด้านบนของวัดมีลมพัดเย็นๆ และมองลงไป เห็นวิวของทุ่งนาสีเขียวที่ล้อมรอบตัววัดอยู่ด้วย


อุทยานประวัติ วั ติ ศาสตร์ ปราสาทเมือ มื งสิง สิ ห์ ปราสาทเมือ มื งสิง สิ ห์ ปราสาทที่มีความโดดเด่นและ สมบูรณ์ม  ากที่สุดในอุทยาน ตัวปราสาทยังคงความ สวยงามและสร้างขึ้น ขึ้ จากศิลาแลง โดยมีบรรยากาศ โดยรอบเป็นต้นไม้สูงใหญ่ที่ให้ร่มเงาร่มรื่นและเงียบ สงบ ด้วยความยิ่งใหญ่ของตัวปราสาทยิ่งชวนน่าหลง ไหล ทำ ให้คิดถึงความสวยงามและความยิ่งใหญ่ของ ตัวปราสาทในอดีตแห่งนี้ ที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ปราสาทเมือ มื งสิง สิ ห์ ปราสาทที่มีความโดดเด่นและ สมบูรณ์ม  ากที่สุดในอุทยาน ตัวปราสาทยังคงความ สวยงามและสร้างขึ้น ขึ้ จากศิลาแลง โดยมีบรรยากาศ โดยรอบเป็นต้นไม้สูงใหญ่ที่ให้ร่มเงาร่มรื่นและเงียบ สงบ ด้วยความยิ่งใหญ่ของตัวปราสาทยิ่งชวนน่าหลง ไหล ทำ ให้คิดถึงความสวยงามและความยิ่งใหญ่ของ ตัวปราสาทในอดีตแห่งนี้ ที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน


ถ้ำ กระแซ ทางรถไฟสายมรณะ ถ้ำ กระแซ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของ จ.กาญจนบุรี เพราะตั้งติดอยู่กับทางรถไฟสายมรณะ ที่เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2และเคยเป็นที่พักของเชลยศึกครั้งเมื่อสร้างทาง รถไฟจากไฟไปพม่า เมื่อมองจากปากถ้ำ ออกมาก็จะ เห็นทางรถไฟที่โค้งเลียบกับแนวเขาและวิวของ แม่น้ำ แควน้อ น้ ยอยู่ด้านล่าง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ ควรมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ อีกที่หนึ่ง ถ้ำ กระแซ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของ จ.กาญจนบุรี เพราะตั้งติดอยู่กับทางรถไฟสายมรณะ ที่เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2และเคยเป็นที่พักของเชลยศึกครั้งเมื่อสร้างทาง รถไฟจากไฟไปพม่า เมื่อมองจากปากถ้ำ ออกมาก็จะ เห็นทางรถไฟที่โค้งเลียบกับแนวเขาและวิวของ แม่น้ำ แควน้อ น้ ยอยู่ด้านล่าง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ ควรมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ อีกที่หนึ่ง


บรรณานุนุก นุนุ รม แหล่งที่มา: https://www.nasuan.go.th/pages/content/189 แหล่งที่มา: https://www.opsmoac.go.th/kanchanaburi-dwl-files-451891791014 แหล่งที่มา: http://www.dhammathai.org/culture/boat_kanchanaburi.php แหล่งที่มา: https://www.dft.go.th/Portals/0/อบรม-สัม สั มนา/(1)%20SEZ-%20รองผู้ว่ผู้ า ว่ บวรศักดิ์1ดิ์3112561.pdf?ver=2561-11-13-134417-537 แหล่งที่มา: https://kanchanaburi.m-society.go.th/?page_id=725 แหล่งที่มา: http://cfbt.or.th/pb/index.php/article/40-kanganaburi แหล่งที่มา: https://www.nasuan.go.th/pages/content/189 แหล่งที่มา: https://www.opsmoac.go.th/kanchanaburi-dwl-files-451891791014 แหล่งที่มา: http://www.dhammathai.org/culture/boat_kanchanaburi.php แหล่งที่มา: https://www.dft.go.th/Portals/0/อบรม-สัม สั มนา/(1)%20SEZ-%20รองผู้ว่ผู้ า ว่ บวรศักดิ์1ดิ์3112561.pdf?ver=2561-11-13-134417-537 แหล่งที่มา: https://kanchanaburi.m-society.go.th/?page_id=725 แหล่งที่มา: http://cfbt.or.th/pb/index.php/article/40-kanganaburi


THANK YOU


Click to View FlipBook Version