ชุดจัดการเรียนรู้ นนาางงรุรุ รุ จี รุ จี จีจี ผัผั ผั ก ผั กบับั บั ว บั วเเงิงิ งิ นงิ น กกาารรสสอนแบบโครงงาน อนแบบโครงงาน ครูรู รู ชำ รู ชำชำชำนาญการพิพิพิเพิศษ .- ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
.-
ชุดการจัดการเรียนรู้ ชนั้ประถมศกึษาปีที่6 การสอนแบบโครงงาน “ขนมไทย” นางรุจี ผักบัวเงิน โรงเรียนบ้านหนองปลา สา นกังานเขตพ้นืที่การศึกษาประถมศกึษาชยัภมูิเขต2
ค าน า ชุดการจัดการเรียนรู้การสอนแบบโครงงาน เรื่อง ขนมไทย ได้จัดท าขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อการ เรียนการสอนในระดับชั้น ป.6 ซึ่งมีเนื้อหาสอดคล้องกับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ตามที่ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ปรับปรุง 2560 ก าหนดไว้ โดยได้เสนอ ภาพประกอบที่สวยงาม เหมาะสมกับวัยของนักเรียน ชุดการจัดการเรียนรู้การสอนแบบโครงงาน เรื่อง ขนมไทย ที่ผู้จัดท าได้สร้างขึ้นเป็นสื่อ ชนิดหนึ่งที่มุ่งหวังจะแก้ปัญหานักเรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาทักษะการท าโครงงาน เนื่องจากในห้องเรียนมีนักเรียนที่มีความแตกต่างกันใน หลายๆ ด้าน ชุดการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ได้จัดเนื้อหาจากง่ายไปหายากให้นักเรียนได้ศึกษาเนื้อหา แต่ละตอน พร้อมทั้งให้นักเรียนได้ตรวจสอบความถูกต้อง จึงเป็นการเสริมแรงให้นักเรียนรู้ผลทันที ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดการจัดการเรียนรู้เล่มนี้คงจะเป็นประโยชน์ต่อครู และนักเรียน ที่จะน าทางให้นักเรียนได้มีความรู้เข้าใจเนื้อหา และสามารถน าไปปฏิบัติได้ นางรุจี ผักบัวเงิน
สารบัญ หน้า ค าชี้แจง 1 ค าแนะน าการใช้ชุดการจัดการเรียนรู้ 2 แบบทดสอบก่อนเรียน 3 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 5 สาระส าคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ 6 ใบความรู้ที่ 1 การเตรียม การประกอบอาหารและเครื่องดื่มให้สมาชิกในครอบครัว 7 ใบความรู้ที่ 2 ความเป็นมาขนมไทย 8 ใบความรู้ที่ 3 ขนมต้ม 11 ใบความรู้ที่ 4 ขนมเทียน 13 ใบความรู้ที่ 5 ขนมถั่วแปบ 15 ใบความรู้ที่ 6 ขนมบัวลอย 16 ใบความรู้ที่ 7 ข้าวต้มมัด 17 กิจกรรมที่ 1 19 เฉลยกิจกรรมที่ 1 20 กิจกรรมที่ 2 21 เฉลยกิจกรรมที่ 2 22 กิจกรรมที่ 3 23 เฉลยกิจกรรมที่ 3 24 แบบทดสอบหลังเรียน 25 เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 27 บรรณานุกรม
ค าชี้แจง 1. ชุดการจัดการเรียนรู้ เล่ม 1 เรื่อง ขนมไทย เป็นสื่อการสอน สาระการ เรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จ านวน 7 ชั่วโมง ประกอบด้วยสาระส าคัญ คือ 1 การเตรียม การประกอบอาหารและเครื่องดื่มให้สมาชิกในครอบครัว 2 ความเป็นมาขนมไทย 3 ขนมต้ม 4 ขนมเทียน 5 ขนมถั่วแปบ 6 ขนมบัวลอย 7 ข้าวต้มมัด โครงงานขนมไทย 2. เนื้อหาและกิจกรรมในแต่ละตอนจะจัดให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ ระบุไว้ เฉลยแต่ละกิจกรรมจะอยู่หน้าถัดไปของทุกกิจกรรม หวังว่าชุดการจัดการเรียนรู้เรื่อง ขนมไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะช่วย อ านวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู และช่วยให้ นักเรียนได้เรียนรู้เนื้อหาง่ายขึ้น
คา แนะน าการใช ้ ชุดการจัดการเร ี ยนร ู้ การศึกษาชุดการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง ขนมไทย มีขั้นตอน ดังนี้ 1. ท าแบบทดสอบก่อนเรียน และตรวจค าตอบจากเฉลย แล้วบันทึกคะแนนที่ได้ไว้ 2. ศึกษาสาระส าคัญและจุดประสงค์การเรียนรู้ 3. ศึกษาเนื้อหาแต่ละตอนให้เข้าใจ 4. ท ากิจกรรมตามค าสั่งและตรวจสอบความถูกต้อง 5. ศึกษาสรุปบทเรียนให้เข้าใจ 6. ท าแบบฝึกหัดทบทวน ตรวจค าตอบจากเฉลย แล้วบันทึกคะแนน ที่ได้ไว้ 7. ท าแบบทดสอบหลังเรียนและตรวจสอบจากเฉลย แล้วบันทึกคะแนน ที่ได้ไว้
แบบทดสอบก่อนเรียน ค าชี้แจง ให้นักเรียนกาเครื่องหมายกากบาท (x) ลงในช่องตัวอักษร ก ข ค และ ง ให้เห็นว่า ถูกที่สุดลงในกระดาษค าตอบ (ข้อละ 1 คะแนน เวลา 10 นาที) 1. ข้อใดเป็นขนมไทยแท้ตั้งแต่สมัยโบราณ ก. ลอดช่อง ข. ซ่าหริ่ม ค. เม็ดขนุน ง. ขนมผิง 2. ขนมประเภทใดเป็นขนมน้ า ก. กล้วยเชื่อม ข. ขนมกล้วย ค. กล้วยบวชชีง. กล้วยอบน้ าผึ้ง 3. ถ้าต้องการให้ขนมไทยมีกลิ่นหอมควรเติมอะไร ก. เติมน้ าดอกอัญชัน ข. เติมน้ าลอยดอกมะลิ ค. เติมน้ าอบไทย ง. เติมแปูงร่ า 4. ส่วนผสมหลักของขนมไทยคือข้อใด ก. แปูง น้ าตาล ข้าว ข. แปูง ไข่ น้ าตาล ค. น้ าตาล ไข่ มะพร้าว ง. มะพร้าว น้ าตาล แปูง 5. ขนมไทยประเภทต้มคือข้อใด ก. กล้วยฉาบ ข. ขนมต้ม ค. ขนมใส่ไส้ ง. ขนมตาล 6. ข้อใดไม่สัมพันธ์กันเกี่ยวกับวิธีการเตรียมอาหาร ก. ล้าง เป็นการใช้น้ าท าความสะอาดโดยใช้มือถูผิวอาหาร ข. สง เป็นการใช้มือช้อนอาหารที่เป็นชิ้นหรือเป็นฝอยขึ้นจากน้ าเพื่อให้สะเด็ด ค. เด็ด เป็นการใช้มีดลอกเปลือกอาหารออกไป ง. หั่น เป็นการใช้มีดท าให้อาหารขาดออกจากกันเป็นชิ้นตามต้องการ 7. ขนมไทยภาคเหนือส่วนใหญ่ท าด้วยวิธีใด ก. ทอด ข. ต้ม ค. อบ ง. ปิ้ง 8.ขนมเทียนเป็นขนมของภาคใด ก. ใต้ ข. อีสาน ค. เหนือ ง. กลาง 9. นักเรียนคิดว่า ขนมไทย สะท้อนให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ด้านใดบ้าง ก. ขนบธรรมเนียมไทย ข. ประเพณีไทย ค. วัฒนธรรมไทย ง. ถูกทุกข้อ 10. ข้อใดกล่าวถูกต้องว่า “ขนมไทยชนิดใดที่ต้องห่อใบตองแล้วนึ่ง” ก. ขนมกล้วย ข. ขนมตาล ค. ขนมตะโก้ ง. ขนมเปียกปูน
กระดาษค าตอบ ชื่อ.....................................................เลขที่...................ชั้น............................. โรงเรียน.......................................................................................................... วันที่...........................เดือน...................................พ.ศ. .................................... ข้อ ก ข ค ง 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10.
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 1. ก 2. ค 3. ข 4. ง 5. ข 6. ค 7. ข 8. ง 9. ง 10. ก
สาระส าคัญ การประกอบขนมไทยแต่ละชนิดมีเทคนิคในการประกอบแตกต่างกัน หากต้องการให้ได้ขนมไทยลักษณะที่ดีจ าเป็นต้องรู้วิธีการและเทคนิควิธีการประกอบที่ถูกต้อง ขนมไทยมักใช้เป็นอาหารว่าง ใช้ในงานบุญงานประเพณีต่าง ๆ ประเทศไทยมี เทศกาลงานประเพณี ต่างๆหลากหลาย เช่น งานประเพณีประจ าเดือน งานตักบาตรเทโว หรือในงานบุญวันออกพรรษา หรืองานมงคลงานเลี้ยงสังสรรค์ต่าง ๆ การประยุกต์ขนมไทยให้มีความน าสมัยเพื่อใช้ได้ในงานทุก เทศกาลเป็นสิ่งจ าเป็น อีกทั้งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขนมไทย และเป็นการส่งเสริมการ ประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนได้เรียนรู้ส่วนประกอบการขนมไทยแต่ละชนิด และสามารถท าขนมไทย รับประทานเองได้ กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน 2. เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาของนักเรียนด้วยการจัดการ เรียนการสอนแบบ โครงงานเป็นฐาน 3. นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 ผ่านการจัดการ เรียนการสอน
ใบความรู้ที่ 1 การเตรียม การประกอบอาหารและเครื่องดื่มให้สมาชิกในครอบครัว การเตรียม การประกอบอาหารและเครื่องดื่มให้สมาชิกในครอบครัว เป็นงานบริการสมาชิกใน ครอบครัวที่นักเรียนสามารถช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองได้และท าให้สมาชิกในครอบครัวได้รับ ประทานอาหาร ที่มีประโยชน์และปลอดภัย 1. ความหมายของการเตรียม การประกอบอาหารและเครื่องดื่ม การเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม หมายถึง การเตรียมอาหารสด อาหารแห้ง เครื่องปรุงรสหรือส่วนผสม ของ เครื่องดื่ม การเตรียมอุปกรณ์ประกอบอาหารและผสมเครื่องดื่มให้พร้อมใช้งาน การจัดตกแต่ง อาหารหลังปรุง สุกแล้ว และการจัดตกแต่งภาชนะใส่เครื่องดื่มให้สวยงามก่อนเสิร์ฟ การประกอบอาหารและเครื่องดื่ม หมายถึง การปรุงอาหารให้สุกด้วยวิธีต่างๆ การผสม เครื่องดื่ม การปรุงแต่งรสชาติอาหารและเครื่องดื่ม ๒. การวางแผนการเตรียม การประกอบอาหารและเครื่องดื่มให้สมาชิกในครอบครัว ก่อนการ เตรียม การประกอบอาหารและเครื่องดื่ม ให้สมาชิกในครอบครัวควรมีการวางแผน เพื่อช่วย ประหยัดเวลาและแรงงาน เพราะการท างานตามล าดับขั้นตอนจะช่วยลดความซ้ าซ้อนในการท างาน นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากจะได้ตรวจสอบเครื่องปรุงและส่วนผสมที่มีอยู่แล้ว โดย ไม่ต้องซื้อ ใหม่ ๓. การเตรียมเครื่องปรุงและส่วนผสมของอาหารและเครื่องดื่ม ๓.๑ การท าความสะอาดและเตรียมอาหารลักษณะต่างๆ เช่น ล้าง หั่น สับ บุบ ปอก ซอย 3.2 การชั่งและการตวงเครื่องปรุงของอาหาร และส่วนผสมของเครื่องดื่ม เช่น เครื่องชั่ง ถ้วยตวง ช้อนตวง ๔. การประกอบอาหารและเครื่องดื่ม การประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อรับประทานใน ครอบครัว นอกจากจะต้องเลือกซื้อวัตถุดิบที่สดใหม่และประกอบอาหารอย่างมีอนามัยแล้ว ต้องรู้จัก สังเกตการเปลี่ยนแปลงของอาหารจากดิบจนกระทั่งสุก ๕. การจัดตกแต่งอาหารและเครื่องดื่ม การจัดตกแต่งอาหารและเครื่องดื่ม เป็นงานศิลปะที่ท า ให้อาหารและเครื่องดื่มธรรมดาๆ มีความ สวยงามและน่ารักประทานมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถท าได้ หลายวิธีดังนี้ - ผักและผลไม้แกะสลักใช้ตกแต่งอาหาร - ข้าวสวยน ามากดลงในถ้วยหรือพิมพ์ รูปต่างๆ วางคว่ าลงในจานแล้วเคาะข้าวออก จะได้ก้อน ข้าว ที่สวยงาม แปลกตา - แก้วเครื่องดื่มตกแต่งด้วยดอกไม้หรือผลไม้หั่นเป็นชิ้นๆ
ใบความรู้ที่ 2 ความเป็นมาขนมไทย ขนมไทย เป็นของหวานที่ท าและรับประทานกันในอาณาจักรไทย มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรม ประจ าชาติไทยคือ มีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการท า ที่พิถีพิถัน รสชาติ อร่อยหอมหวาน สีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีการรับประทานที่ปราณีต บรรจงของขนมแต่ละชนิด ซึ่งยังแตกต่างกันไปตามลักษณะของขนมชนิดนั้นๆ ประวัติความเป็นมาของขนมไทย ในสมัยโบราณคนไทยจะท าขนมเฉพาะวาระส าคัญเท่านั้นเป็นต้นว่างานท าบุญ เทศกาล ส าคัญ หรือต้อนรับแขกส าคัญ เพราะขนมบางชนิดจ าเป็นต้องใช้ก าลังคนอาศัยเวลาในการท า พอสมควร ส่วนใหญ่เป็น ขนมประเพณี เป็นต้นว่า ขนมงาน เนื่องในงานแต่งงาน ขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมครก ขนมถ้วย ฯลฯ ส่วนขนมในรั้วในวังจะมีหน้าตาจุ๋มจิ๋ม ประณีตวิจิตรบรรจงในการจัดวาง รูปทรงขนมสวยงามขนมไทยที่นิยมท ากันทุกๆ ภาคของประเทศไทย ในพิธีการต่างๆ เนื่องในการ ท าบุญเลี้ยงพระ ก็คือขนมจากไข่ และมักถือเคล็ดจากชื่อและลักษณะของขนมนั้นๆ งานศิริมงคลต่างๆ เช่น งานมงคลสมรส ท าบุญวันเกิด หรือท าบุญขึ้นบ้านใหม่ ส่วนใหญ่ก็จะมีการเลี้ยงพระกับแขกที่มา ในงาน เพื่อเป็นสิริมงคลของงานขนมก็จะมีฝอยทอง เพื่อหวังให้อยู่ด้วยกันยืดยาว มีอายุยืน ขนมชั้นก็ ให้ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน ขนมถ้วยฟูก็ขอให้เฟื่องฟู ขนมทองเอกก็ขอให้ได้เป็นเอก เป็นต้น สมัยรัตนโกสินทร์ จดหมายเหตุความทรงจ าของกรมหลวงนรินทรเทวี กล่าวไว้ว่าในงาน สมโภชพระแก้วมรกตและฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้มีเครื่องตั้งส ารับหวานส าหรับพระสงฆ์ 2,000 รูป ประกอบด้วย ขนมไส้ไก่ ขนมฝอย ข้าวเหนียวแก้ว ขนมผิง กล้วยฉาบ ล่าเตียง หรุ่ม สังขยา ฝอยทอง และขนมตะไล ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการพิมพ์ต าราอาหารออกเผยแพร่ รวมถึงต ารา ขนมไทยด้วย จึงนับได้ว่าวัฒนธรรมขนมไทยมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรก ต าราอาหาร ไทยเล่มแรกคือแม่ครัวหัวปุาก์ เขียนโดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ในหนังสือเล่มนี้ มีรายการ ส ารับของหวานเลี้ยงพระได้แก่ ทองหยิบ ฝอยทอง ขนมหม้อแกง ขนมหันตรา ขนมถ้วยฟู ขนมลืม กลืน ข้าวเหนียวแก้ว วุ้นผลมะปราง ในสมัยต่อมาเมื่อการค้าเจริญขึ้นในตลาดมีขนมนานาชนิดมา ขาย ทั้งขายอยู่กับที่ แบกกระบุง หาบเร่ และมีการปรับปรุงการบรรจุหีบห่อไปตามยุคสมัย เช่นใน ปัจจุบันมีการบรรจุในกล่องโฟมแทนการห่อด้วยใบตองในอดีต
การแบ่งประเภทของขนมไทย แบ่งตามวิธีการท าให้สุกได้ดังนี้ 1. ขนมที่ท าให้สุกด้วยการกวน ส่วนมากใช้กระทะทองกวนตั้งแต่เป็นน้ าเหลวใสจนงวดแล้วเท ใส่พิมพ์หรือถาดเมื่อเย็นจึงตัดเป็นชิ้น เช่น ตะโก้ ขนมลืมกลืน ขนมเปียกปูน ขนมศิลาอ่อน และผลไม้ กวนต่างๆ รวมถึง ข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวแก้ว และกะละแม 2. ขนมที่ท าให้สุกด้วยการนึ่ง ใช้ลังถึง บางชนิดเทส่วนผสมใส่ถ้วยตะไลแล้วนึ่ง บางชนิดใส่ ถาดหรือพิมพ์ บางชนิดห่อด้วยใบตองหรือใบมะพร้าว เช่น ช่อม่วง ขนมชั้น ข้าวต้มผัด สาลี่อ่อน สังขยา ขนมกล้วย ขนมตาล ขนมใส่ไส้ ขนมเทียน ขนมน้ าดอกไม้ 3. ขนมที่ท าให้สุกด้วยการเชื่อม เป็นการใส่ส่วนผสมลงในน้ าเชื่อมที่ก าลังเดือดจนสุก ได้แก่ ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง เม็ดขนุน กล้วยเชื่อม จาวตาลเชื่อม 4. ขนมที่ท าให้สุกด้วยการทอด เป็นการใส่ส่วนผสมลงในกระทะที่มีน้ ามันร้อนๆ จนสุก เช่น กล้วยทอด ข้าวเม่าทอด ขนมกง ขนมค้างคาว ขนมฝักบัว ขนมนางเล็ด 5. ขนมที่ท าให้สุกด้วยการนึ่งหรืออบ ได้แก่ ขนมหม้อแกง ขนมหน้านวล ขนมกลีบล าดวน ขนมทองม้วน สาลี่แข็ง ขนมจ่ามงกุฏ นอกจากนี้ อาจรวม ขนมครก ขนมเบื้อง ขนมดอกล าเจียกที่ใช้ ความร้อนบนเตาไว้ในกลุ่มนี้ด้วย 6. ขนมที่ท าให้สุกด้วยการต้ม ขนมประเภทนี้จะใช้หม้อหรือกระทะต้มน้ าให้เดือด ใส่ขนมลงไป จนสุกแล้วตักขึ้น น ามาคลุกหรือโรยมะพร้าว ได้แก่ ขนมถั่วแปบ ขนมต้ม ขนมเหนียว ขนมเรไร นอกจากนี้ยังรวมขนมประเภทน้ า ที่นิยมน ามาต้มกับกะทิ หรือใส่แปูงผสมเป็นขนมเปียก และขนมที่ กินกับน้ าเชื่อและน้ ากะทิ เช่น กล้วยบวชชี มันแกงบวด สาคูเปียก ลอดช่อง ซ่าหริ่ม ขนมไทยแต่ละภาค ขนมไทยภาคเหนือ ส่วนใหญ่จะท าจากข้าวเหนียว และส่วนใหญ่จะใช้วิธีการต้ม เช่น ขนม เทียน ขนมวง ข้าวต้มหัวหงอก มักท ากันในเทศกาลส าคัญ เช่นเข้าพรรษา สงกรานต์ ขนมที่นิยมท าใน งานบุญเกือบทุกเทศกาลคือขนมใส่ไส้หรือขนมจ๊อก ขนมที่หาซื้อได้ทั่วไปคือ ขนมปาดซึ่งคล้ายขนม ศิลาอ่อน ข้าวอีตูหรือข้าวเหนียวแดง ข้าวแตนหรือข้าวแต๋น ขนมเกลือ ขนมที่มีรับประทานเฉพาะฤดู หนาว ได้แก่ ข้าวหนุกงา ซึ่งเป็นงาคั่วต ากับข้าวเหนียว ถ้าใส่น้ าอ้อยด้วยเรียกงาต าอ้อย ข้าวแคบหรือ ข้าวเกรียบว่าว ลูกก่อ ถั่วแปะยี ถั่วแระ ลูกลานต้ม ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขนมพื้นบ้านได้แก่ ขนมอา ละหว่า ซึ่งคล้ายขนมหม้อแกง ขนมเปงม้ง ซึ่งคล้ายขนมอาละหว่าแต่มีการหมักแปูงให้ฟูก่อน ขนม ส่วยทะมินท าจากข้าวเหนียวนึ่ง น้ าตาลอ้อยและกะทิ ในช่วงที่มีน้ าตาลอ้อยมากจะนิยมท าขนมอีก 2 ชนิดคือ งาโบ๋ ท าจากน้ าตาลอ้อยเคี่ยวให้เหนียวคล้ายตังเมแล้วคลุกงา กับ แปโหย่ ท าจากน้ าตาลอ้อย และถั่วแปยี มีลักษณะคล้ายถั่วตัด
ขนมไทยภาคกลาง ส่วนใหญ่ท ามาจากข้าวเจ้า เช่น ข้าวตัง นางเล็ด ข้าวเหนียวมูล และมี ขนมที่หลุดลอดมาจากรั้ววัง จนแพร่หลายสู่สามัญชนทั่วไป เช่น ลูกชุบ หม้อข้าวหม้อแกง ฝอยทอง ทองหยิบ เป็นต้น ขนมไทยภาคอีสาน เป็นขนมที่ท ากันง่ายๆ ไม่พิถีพิถันมากเหมือนขนมภาคอื่น ขนมพื้นบ้าน อีสานได้แก่ ข้าวจี่ บายมะขามหรือมะขามบ่ายข้าว ข้าวโปุง [11]นอกจากนั้นมักเป็นขนมในงานบุญ พิธี ที่เรียกว่า ข้าวประดับดิน โดยชาวบ้านน าข้าวที่ห่อใบตอง มัดด้วยตอกแบบข้าวต้มมัด กระยา สารท ข้าวทิพย์ ข้าวยาคู ขนมพื้นบ้านของจังหวัดเลยมักเป็นขนมง่ายๆ เช่น ข้าวเหนียวนึ่งจิ้มน้ าผึ้ง ข้าวบ่ายเกลือ คือข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนจิ้มเกลือให้พอมีรสเค็ม ถ้ามีมะขามจะเอามาใส่เป็นไส้เรียก มะขามบ่ายข้าว น้ าอ้อยกะทิ ท าด้วยน้ าอ้อยที่เคี่ยวจนเหนียว ใส่ถั่วลิสงคั่วและมะพร้าวซอย ข้าวพอง ท ามาจากข้าวตากคั่วใส่มะพร้าวหั่นเป็นชิ้นๆ และถั่วลิสงคั่ว กวนกับน้ าอ้อยจนเหนียวเทใส่ถาด ในงาน บุญต่างๆจะนิยมท าขนมปาด (คล้ายขนมเปียกปูนของภาคกลาง) ลอดช่อง และขนมหมก (แปูงข้าว เหนียวโม่ ปั้นเป็นก้อนกลมใส่ไส้กระฉีก ห่อเป็นสามเหลี่ยมคล้ายขนมเทียน น าไปนึ่ง) ขนมไทยภาคใต้ชาวใต้มีความเชื่อในเทศกาลวันสารท เดือนสิบ จะท าบุญด้วยขนมที่มีเฉพาะ ในท้องถิ่นภาคใต้เท่านั้น เช่น ขนมลา ขนมพอง ข้าวต้มห่อด้วยใบกะพ้อ ขนมบ้าหรือขนมลูกสะบ้า ขนมดีซ าหรือเมซ า ขนมเจาะหูหรือเจาะรู ขนมไข่ปลา ขนมแดง เป็นต้น
ใบความรู้ที่ 3 ขนมต้ม ขนมต้มจะมีแปูงที่มีความนุ่ม โดยใช้เป็นแปูงข้าวเหนียว โรยด้วยมะพร้าวขูดแล้วน ามาผสมเข้า กับเกลือ ตัวเครื่องด้านในนั้นจะท ามาจากมะพร้าวขูดที่ผัด กับน้ าตาลมะพร้าว ท ามีรสชาติของความ หวาน และมีกลิ่นความหอมมาก ๆ หากได้น ามาทานคู่กันแล้วอร่อยถูกใจกันอย่างแน่นอน ส่วนผสมขนมต้ม 1. มะพร้าวขูด 300 กรัม 2. น้ าตาลปี๊บ 200 กรัม 3. น้ าเปล่า 4. แปูงข้าวเหนียว 300 กรัม 5. น้ าใบเตย (ส าหรับสีเขียว) 80 มิลลิลิตร 6. หัวกะทิ 7. มะพร้าว 8. มะพร้าวขูด (ส าหรับโรย) 100 กรัม 9. เกลือปุน ขั้นตอนและวิธีท าขนมต้ม ขนมต้มส่วนใหญ่จะท าจากแปูงข้าวเหนียว โดยปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ใส่ไส้มะพร้าวขูด เคี่ยวกับ น้ าตาลจนเหนียว น าไปต้มให้สุก และโรยด้วยมะพร้าวขูด ขนมต้มแบบดั้งเดิมนั้นจะเป็นขนมต้มสีขาว ซึ่งปัจจุบันมีการเพิ่มสีสันความสวยงาม เพื่อความน่าทานอีกด้วย
ขั้นตอนการท าขนมต้ม 1. ขั้นตอนแรกให้น ามะพร้าวขูด น้ าตาลปี๊บ และน้ าเปล่า ใส่ลงไปลงในกระทะ และเคี่ยวด้วยไฟ กลาง กระทั่งอ่อน โดยเคี่ยวจนน้ าตาลปี๊บละลายให้หมด 2. หลังจากน้ าตาลปี๊บละลายหมดแล้ว ให้ปรับใช้ไฟอ่อน จากนั้นผัดไส้ให้แห้ง เมื่อส่วนไส้แห้งแล้ว ให้ยกลงมาจากเตา และพักไว้ให้อุ่น 3. หลังจากที่ไส้ขนมเย็นลงแล้ว ให้น าไส้มาปั้นเป็นก้อนกลมตามความต้องการ (ถ้าหากว่า ต้องการจะให้ขนมนั้นมีความหอมเพิ่มมากขึ้น ก็สามารถท าน าไปอบเทียนได้) 4. ส าหรับการท าแปูงห่อไส้ ให้ใช้แปูงข้าวเหนียว โดยทยอยใส่น้ าเปล่า หรือน้ าใบเตยลงไป 5. จากนั้นให้น าหัวกะทิมาคนเข้าด้วยกัน เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ให้นวดไปเรื่อย ๆ และเพิ่ม หัวกะทิเข้าไป วิธีนี้จะท าให้ตัวขนมนั้นหอมมากกว่าเดิม และยังท าให้แปูงเหนียวนุ่มน่าทาน มากขึ้นอีกด้วย 6. น าถุงพลาสติก หรือผ้าขาวบางมารอง เพื่อคลุมตัวแปูง และทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที 7. ขั้นตอนต่อมาให้ขูดมะพร้าวพร้อมกับนึ่งให้สุก จากนั้นน ามาคลุกกับเกลือเล็กน้อย เพื่อเตรียม ตกแต่งหน้าขนม 8. ท าการห่อขนมกับไส้ และปั้นให้เป็นก้อนกลม และต้มให้สุก ด้วยไฟกลาง จากนั้นให้ใส่ใบเตย ลงไปเรื่อย ๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมให้กับขนมต้ม 9. เมื่อน้ าเดือดแล้ว ให้ใส่ตัวขนมต้มลงไปในน้ าเดือด รอจนน้ าเดือดจนขนมลอยขึ้นมาบนผิวน้ า เมื่อขนมสุกจะมีการลอยตัวขึ้นมา จากนั้นให้ตักขนมต้มขึ้นมา และสะเด็ดน้ าให้แห้ง น าตัวแปูงไปคลุก กับมะพร้าวขูดที่เราได้เตรียมไว้ ท าแบบนี้ซ้ า ๆ ไปจนหมดเป็นอันเสร็จ และพร้อมรับประทานได้
ใบความรู้ที่ 4 ขนมเทียน ส่วนผสมไส้ขนมเทียน ถั่วเขียวฝุาซีก 1 ถ้วย น้ ามันพืช 3 ช้อนโต๊ะ กระเทียมเจียว หรือ หอมแดงเจียว 1/4 ถ้วย รากผักชี 2 ราก เกลือ 1 ช้อนชา น้ าตาลปีบ 3 ชต. น้ าตาลทราย ตามชอบ พริกไทย ตามชอบ ส่วนผสมแป้งขนมเทียน แปูงข้าวเหนียว 400 กรัม แปูงข้าวจ้าว 100 กรัม น้ ากระทิ 3 ถ้วย น้ าตาลปีบ 1 ถ้วย (ถ้าจะท าขนมเทียนสีด า ใช้แปูงข้าวเหนียวด า 1 ถ้วย ผสมแปูงข้าวเหนียวขาว 3 ถ้วย)
วิธีท าขนมเทียน 1. เทแปูงใส่ชาม ละลายน้ าตาลบีบกับน้ าอุ่นเล็กน้อย แล้วค่อยนวดผสมไปกับแปูง 2. ค่อยๆเทกะทิใส่แล้วนวดให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 3-4 ช.ม. 3. น าถั่วเขียวซีกไปแช่น้ าไว้ 3 ชม. 4. น าถั่วไปนึ่งให้สุก 5. น าถั่วที่นึ่งสุกแล้วเข้าเครื่องบดให้ละเอียด พักไว้ 6. ตั้งกะทะเจียวกระเทียมพอเหลือง 7. ใส่ถั่วที่เตรียมไว้ (ข้อ.5) ในกะทะ ใส่น้ าตาล เกลือ พริกไทย ชิมรสตามชอบผัดไปจนแห้ง 8. น ามาปั้นเป็นก้อนกลม ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ประมาณ 10 กรัม 9. น าแปูงที่หมักไว้ (ข้อ.2) จนได้ที่แล้ว มาปั้นเป็นก้อน (ประมาณ 30 กรัม) ห่อไส้ที่เตรียมไว้ ห่อใบตองให้สวยงาม น าไปนึ่งด้วยไฟแรง 30 นาที
ใบความรู้ที่ 5 ขนมถั่วแปบ \ ส่วนผสมขนมถั่วแปบ 1. ถั่วเขียวเลาะเปลือก 80 กรัม 2. แปูงข้าวเหนียว 160 กรัม 3. มะพร้าวขูด 2 ถ้วย 4. เกลือปุน 1 ช้อนชา 5. น้ าตาลทราย 3 ช้อนชา 6. น้ าใบเตย 1/4 ถ้วย หรือน้ าอื่นๆ เช่นน้ าอัญชัน 7. งาขาว งาด า วิธีท าขนมถั่วแปบ 1. น าถั่วเขียวเลาะเปือกที่ผ่านการนึ่งจนนิ่มมาแล้ว มาผสมกับมะพร้าว เกลือ และน้ าตาลทราย จนเข้ากัน แล้วพักทิ้งไว้ 2. น าแปูงข้าวเหนียวค่อยๆ ผสมกับน้ าใบเตยพร้อมนวดให้เข้ากัน ในขั้นตอนนี้หากใครอยากท า ถั่วแปบสีอื่นๆ ให้เปลี่ยนจากน้ าใบเตยเป็นน้ าอื่น เช่นน้ าอัญชัน หรือน้ าแดง 3. ปั้นแปูงเป็นวงกลม แล้วจึงกดให้แปูงแบน 4. ตั้งไฟปานกลางน าแปูงลงไป รอจนแปูงสุกลอยขึ้นมาจากหม้อ แล้วจึงใช้กระชอนตักไปแช่ใน น้ าเย็น 5. น าแปูงมาคลุกกับถั่วแล้วพยายามจับให้แปูงเป็นทรงเรียวยาว จากนั้นน ามาโรยด้วยน้ าตาล ทราย งาขาว และงาด าตามใจชอบ พร้อมจัดเสิร์ฟได้เลย
ใบความรู้ที่ 6 ขนมบัวลอย ส่วนผสมตัวแป้งบัวลอย 1. แปูงข้าวเหนียว 100 กรัม 2. แปูงมัน 10 กรัม 3. สีผสมอาหาร 4. น้ าเปล่า 5. หางกะทิ 2 ถ้วย 6. หัวกะทิ 2 ถ้วย 7. น้ าตาลปี๊บ 100 กรัม 8. น้ าตาลทราย 80 กรัม 9. เกลือปุน 1/4 ช้อนโต๊ะ 10. ไข่ไก่ วิธีท าบัวลอยไข่หวาน 1. เริ่มกันที่ท าแปูงบัวลอย ใส่แปูงข้าวเหนียวลงในชามผสม ตามด้วยแปูงมัน และสีผสมอาหาร ในขั้นตอนนี้หากใครต้องการท าแปูงบัวลอยหลายสี สามารถแยกชามผสมและแบ่งเทสีผสม อาหารตามที่ต้องการได้เลยค่ะ 2. หลังจากนั้นค่อยๆ เติมน้ าเปล่าลงไป พร้อมกับนวดแปูงไปด้วย ใส่จนครบ 8 ช้อนโต๊ะ หรือจน รู้สึกว่าเนื้อแปูงมีความเนียนนุ่ม 3. น าแปูงมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ ขนาดประมาณ 1 ซม. ไม่ควรปั้นขนาดใหญ่มาก เพราะเมื่อแปูง สุกตัวแปูงจะขยายใหญ่ขึ้นอยู่แล้ว หลังจากนั้นน าไปต้มในน้ าที่เดือดจัด เมื่อแปูงลอยตัวขึ้นมา ให้ช้อนแปูงขึ้นมาพักไว้ในน้ าเย็น 4. เตรียมท าน้ ากะทิ โดยน าหางกะทิขึ้นตั้งเตาโดยใช้ไฟกลาง ตามด้วยใส่น้ าตาลปี๊บ น้ าตาลทราย และเกลือ คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน 5. ใส่ไข่ลงในกะทิทีละฟอง ระวังอย่าให้ไข่แตก เมื่อไข่สุกแล้วตักขึ้นมาพักทิ้งไว้ 6. เติมหัวกะทิลงไปในน้ ากะทิที่เราต้มเอาไว้แล้ว คนทั้งหมดให้เข้ากัน หลังจากนั้นจึงน าแปูงบัว ลอยใส่ลงไปในน้ ากะทิ พร้อมกับต้มทิ้งไว้ให้น้ ากะทิซึมเข้าไปในแปูงบัวลอยให้มีความหวานมัน มากขึ้น ประมาณ 15 นาที (หากอยากให้แปูงมีความเข้มข้นสามารถพักทิ้งไว้นานกว่านี้ได้) 7. น าบัวลอยพร้อมกับน้ ากะทิตักขึ้นใส่ถ้วย พร้อมกับใส่ไข่หวาน และจัดเสิร์ฟได้เลย
ใบความรู้ที่ 7 ข้าวต้มมัด ส่วนผสม ข้าวต้มมัด • ข้าวเหนียวเขี้ยวงูดิบ 2 ถ้วยตวง • ถั่วด า 1/2 ถ้วยตวง • หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง • เกลือปุน 2 ช้อนชา • ใบเตย • น้ าตาลทราย 1+1/2 ถ้วยตวง • กล้วยน้ าว้า 16-18 ลูก (หรือเผือกกวน) วิธีท าข้าวต้มมัด 1. ล้างข้าวเหนียวเขี้ยวงูประมาณ 2 ครั้ง น าไปแช่น้ าสะอาดประมาณ 4 ชั่วโมงขึ้นไป หรือข้ามคืน พอแช่ครบเวลาตักขึ้นสะเด็ดน้ า เตรียมไว้ 2. ล้างถั่วด าให้สะอาดแช่น้ าไว้ข้ามคืน จากนั้นน าไปต้มในน้ าเดือดพล่านประมาณ 30- 40 นาที ตักขึ้นสะเด็ดน้ า เตรียมไว้ 3. ใส่หัวกะทิกับเกลือปุนลงในกระทะ น าขึ้นตั้งใช้ไฟปานกลางโดยคนไปในทิศทาง เดียวกัน จากนั้นใส่ใบเตยลงไป พอกะทิเดือดพล่านใส่ข้าวเหนียวลงไปคนในทิศทางเดียวกัน เบา ๆ ด้วยพายยางหรือพายไม้ (อย่าคนมากจนเกินไปไม่เช่นนั้นเม็ดข้าวเหนียวจะหักและไม่ สวย) พอคนผสมไปประมาณ 2-3 นาที ข้าวเหนียวจะดูดซึมกะทิ ท าให้กะทิลดลงไปเยอะ 4. จากนั้นผัดต่ออีกประมาณ 5-6 นาที และปรับเป็นไฟอ่อน ข้าวเหนียวจะแห้งตัวลง เกือบสุกแล้วใส่น้ าตาลทรายลงไปและคนไปเรื่อย ๆ จนข้าวเหนียวขึ้นเงา ปิดไฟ 5. ปอกเปลือกกล้วยแล้วผ่าครึ่ง เตรียมไว้
วิธีห่อข้าวต้มมัด 1. วางใบตอง 2 ใบซ้อนกัน โดยหันด้านที่เป็นมันประกบกัน 2. ตักถั่วด าใส่ลงไปตามชอบ ตามด้วยตักข้าวเหนียวลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นวางกล้วย ตามลงไป ตักข้าวเหนียวอีกหนึ่งช้อนลงไปปิดทับหน้ากล้วย 3. พับใบตองครึ่งหนึ่งให้เป็นรูปสามเหลี่ยมให้เหลื่อมกันนิดหน่อย ต่อมาจึงพับปลายใบตองลงมา ครึ่งหนึ่ง และพับอีกครึ่งหนึ่งลงมาให้สวยงาม พับเก็บริมใบตองขึ้นมาด้านหนึ่ง 4. เริ่มจับจีบอีกด้านโดยให้จับห่อใบตองในลักษณะตั้งขึ้นแล้วก็ใช้นิ้วชี้มือขวากดไขว้ใบตองไป ทางซ้าย ต่อมาก็กดพับใบตองโดยเก็บริมปลายใบตองลงมาให้สวยงาม อีกด้านก็ท าเช่นเดียวกัน 5. พอท าครบก็จับทั้งสองชิ้นมาประกบกัน โดยหันด้านในชนกัน น าตอกมามัดให้แน่นเป็น 2 เปลาะ เก็บปลายตอกให้สวยงาม 6. น าข้าวต้มมัดไปวางเรียงในชุดนึ่ง น าไปตั้งบนน้ าเดือดพล่าน ใช้ไฟแรงนึ่งประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที ถึง 2 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาดของข้าวต้มมัด และการผัดข้าวเหนียวว่าสุกมากน้อยแค่ไหน) ยกออกจากเตา พักไว้ให้เย็น พร้อมเสิร์ฟ
กิจกรรมที่ 1 คำ ช้ีแจง นักเรียนจับคู่ตัวเลขกบั ขนมไทยใส่ในช่องคา ตอบให้ถูกต้อง กิจกรรมที่ 2 1 ขนมต้ม 3 ขนมถั่ว แปบถั่วฝักยาว 4 ขนมบัว ลอย ตอบ ขนมไทย 5 ข้าวต้มมัด 2 ขนมเทียน
เฉลยกิจกรรมที่ 1 ค าชี้แจง นักเรียนจับคู่ตัวเลขกบัขนมไทยใส่ในช่องคา ตอบให้ถูกต้อง กิจกรรมที่ 1 ขนมต้ม 3 ขนมถั่วแปบ ถั่วฝักยาว 4 ขนมบัวลอย ตอบ ส่วนผสม 1 3 4 5 2 5 ข้าวต้มมัด 2 ขนมเทียน
กิจกรรมที่ 2 ค าชี้แจง ให้นักเรียนท าเครื่องหมายถูก หน้าข้อที่ถูกและท าเครื่องหมายผิด X หน้า ข้อที่ผิด …………. 1 ส่วนผสมหลักในการท าขนมต้ม ได้แก่ แปูงข้าวเหนียว …………. 2 มะพร้าวที่เหมาะส าหรับน ามาท าไส้ขนมควรเป็นมะพร้าวแห้ง …………. 3 การเตรียมจัดวัสดุอุปกรณ์มาให้ครบเป็นการวางแผนในการท าขนมไทย …………. 4 น้ าตาลที่น ามาท าไส้ขนมควรเป็นน้ าตาลปี๊บ …………. 5 การบ ารุงรักษาอุปกรณ์ในการท าขนมที่ถูกต้องคือใช้แล้วเก็บเข้าที่ …………. 6 ข้าวที่นิยมน ามาท าข้าวต้มมัดคือข้าวเจ้า …………. 7 ขนมบัวลอยสีม่วงมีส่วนผสมของดอกไม้อัญชัน …………. 8 ขนมถั่วแปบสีเขียวมีส่วนผสมของใบเตย …………. 9 การปั้นขนมต้มเราก็ใช้แปูงท าขนมนั้นท าเป็นแปูงนวลเพื่อไม่ให้ก้อนขนมติดกัน …………. ๑๐ การให้ความร่วมมือของสมาชิกในกลุ่มส่งผลให้งานประสบผลส าเร็จช้า ชื่อ............................................................... ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เลขที่..................................
เฉลยกิจกรรมที่ 2 1. 2. X 3. 4. 5. 6. X 7. 8. 9. 10. X
กิจกรรมที่ 3 ค าชี้แจง ให้นักเรียนท าโครงงานขนมไทย ( 1 ประเภท) พร้อมสูตรคิดขึ้นมาใหม่ ชื่อผู้ท าโครงงาน................................................................................................................................. ชื่อโครงงาน................................................................................................................................. อุปกรณ์.......................................................................................................................................... .............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... วิธีท า ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ต้นทุนกี่บาท ......................................................................................................................... สรุปผล ได้อะไรจากสูตรที่คิดค้น....................................................................................... .............................................................................................................................................. น าเสนอขนมไทยของตัวเอง...................................................................................................
เฉลยกิจกรรมที่3 -ค าตอบดุลยพินิจของครูผู้สอน
แบบทดสอบหลังเรียน ค าชี้แจง ให้นักเรียนกาเครื่องหมายกากบาท (x) ลงในช่องตัวอักษร ก ข ค และ ง ให้เห็นว่าถูก ที่สุดลงในกระดาษค าตอบ (ข้อละ 1 คะแนน เวลา 10 นาที) 1. ขนมเทียนเป็นขนมของภาคใด ก. ใต้ ข. อีสาน ค. เหนือ ง. กลาง 2. ขนมใดเป็นขนมน้ า ก. กล้วยเชื่อม ข. ขนมกล้วย ค. กล้วยบวชชีง. กล้วยอบน้ าผึ้ง 3. ถ้าต้องการให้ขนมไทยมีกลิ่นหอมควรท าอย่างไร ก. เติมน้ าดอกอัญชัน ข. เติมน้ าลอยดอกมะลิ ค. เติมน้ าอบไทย ง. เติมแปูงร่ า 4. ข้อใดเป็นส่วนผสมหลักของขนมไทย ก. แปูง น้ าตาล ข้าว ข. แปูง ไข่ น้ าตาล ค. น้ าตาล ไข่ มะพร้าว ง. น้ าตาล มะพร้าว แปูง 5. ข้อใดเป็นขนมไทยประเภทต้ม ก. กล้วยฉาบ ข. ขนมต้ม ค. ขนมใส่ไส้ ง. ขนมตาล 6. ข้อใดไม่สัมพันธ์กันเกี่ยวกับวิธีการเตรียมอาหาร ก. ล้าง เป็นการใช้น้ าท าความสะอาดโดยใช้มือถูผิวอาหาร ข. สง เป็นการใช้มือช้อนอาหารที่เป็นชิ้นหรือเป็นฝอยขึ้นจากน้ าเพื่อให้สะเด็ด ค. เด็ด เป็นการใช้มีดหรือมือลอกเปลือกอาหารออกไป ง. หั่น เป็นการใช้มีดท าให้อาหารขาดออกจากกันเป็นชิ้นตามต้องการ 7. ขนมไทยภาคเหนือส่วนใหญ่ท าด้วยวิธีใด ก. ทอด ข. ต้ม ค. อบ ง. ปิ้ง 8. ขนมในข้อใดเป็นขนมไทยแท้ๆ ตั้งแต่สมัยโบราณ ก. ลอดช่อง ข. ซ่าหริ่ม ค. เม็ดขนุน ง. ขนมผิง 9. นักเรียนคิดว่า ขนมไทย สะท้อนให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ด้านใดบ้าง ก. ขนบธรรมเนียมไทย ข. ประเพณีไทย ค. วัฒนธรรมไทย ง. ถูกทุกข้อ 10. ข้อใดกล่าวถูกต้องว่า “ขนมไทยชนิดใดที่ต้องห่อใบตองแล้วนึ่ง” ก. ขนมกล้วย ข. ขนมตาล ค. ขนมตะโก้ ง. ขนมเปียกปู
กระดาษค าตอบ ชื่อ.....................................................เลขที่...................ชั้น............................. โรงเรียน.......................................................................................................... วันที่...........................เดือน...................................พ.ศ. .................................... ข้อ ก ข ค ง 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10.
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 1. ง 2. ค 3. ข 4. ง 5. ข 6. ค 7. ข 8. ก 9. ง 10. ก
บรรณานุกรม อัจฉรา นาคเมธี และคณะ.หนังสือเรียน การงานอาชีพและเทคโนโลยีป.6. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์ อจท.จ ากัด https://dltv.ac.th/teachplan/episode/39470 http://natty-thaidessert.blogspot.com/2010/07/blog-post.html https://agarmermaid.com/how-to-make-a-kanom-thom/ https://food.trueid.net/detail/9w3KzPae4e9 https://agarmermaid.com/15-thai-desserts-with-secrets https://cooking.kapook.com/view184536.html
โโรรงงเเรีรี รี ย รี ยนนบ้บ้ บ้ า บ้ านนหหนนอองงปปลลาา ตำตำตำตำบบลลโโคคกกสสะะออาาดด ออ.ภูภู ภู เ ภู เขีขี ขี ย ขี ยวว จจ.ชัชั ชั ย ชั ยภูภู ภู มิ ภู มิ มิมิ36110 E-mail:[email protected] Facebook : โโรรงงเเรีรี รี ย รี ยนนบ้บ้ บ้ า บ้ านนหหนนอองงปปลลาา .-