วเิ คราะห์วรรณคดี เรอื ง ระเดน่ ลัดได
สมัยรตั นโกสินตอนต้น
ผแู้ ต่ง
พระมหามนตรี (ทรัพย์)
-ประวตั ิการเกดิ
เกิดเมือวนั ที 1 กนั ยายน พ.ศ. 2439
-ครอบครวั
เปนบุตรชายคนโตของนายนอ้ มกบั นางอิน
-ผลงาน
โคลงภาพฤๅษีดัดตน โคลงที 62 ดดั ตนแกเ้ ส้นมหาสนกุ ระงบั
บทละครเรอื งระเดน่ ลันได
เพลงยาวกลบท* บทที 8 กลบทกบเตน้ สามตอน 1 บท
เพลงยาวแตง่ วา่ จมืนราชามาตย์* หรอื เพลงยาววา่ พระยามหาเทพปาน
ความเปนมาของวรรณคดี
บทละคร เรอื ง ระเด่นลนั ได นี มีผเู้ คยพิมพ์มาแล้ว แต่ฉบบั ทีพิมพ์มาแต่
กอ่ นวิปลาสคลาดเคลอื น และมผี ู้อืนแต่งแทรกแซมเพิมเติมอกี เปนอันมากจนวิปรติ
ผิดรูปฉบบั เดมิ กรรมการหอพระสมดุ ฯ เห็นว่า บทละคร เรือง ระเด่นลันได นับว่า
เปนเรอื งสาํ คญั ในหนงั สือกลอนไทยเรอื ง ๑ ซึงสมควรจะรักษาไว้ให้บรสิ ุทธิ จงึ ได้
พยายามหาฉบับมาแต่ทีตา่ ง ๆ สอบชาํ ระแล้วพิมพ์ไว้ในสมดุ เลม่ นี
คาํ ประพันธ์
เปนกลอนสภุ าพ หรือเรียกกนั วา่ กลอนแปด
โครงเรือง
บทละครเรือง “ระเดน่ ลนั ได” นี เปนวรรณคดสี าํ คัญในสมัยรัชกาลที ๓ มี
เคา้ โครงเรืองมาจากชวี ติ จริงของแขกขอทานชือ ลนั ได อาศัยอยใู่ กล้โบสถ์
พราหมณ์ บรเิ วณหน้าวดั สทุ ศั นเทพวราราม ต่อมาแขกขอทานเกดิ วิวาทกับแขก
เลียงวัวดว้ ยเรืองแย่งหญงิ สาว ผู้คนตา่ งเห็นเปนเรืองขบขัน พระมหามนตรี
(ทรัพย์) ทราบเรืองจึงนาํ มาแต่งเปนกลอนบทละคร
เรอื งยอ่
ระเดน่ ลนั ไดอาศัยอยู่บริเวณเสาชงิ ช้าหน้าโบสถพ์ ราหมณ์ มอี าชพี สซี อขอทานอย่ตู ามตลาด วนั หนึงเดนิ ทางมา
ถึงริมหวั ปอม พบนางประแดะภรรยาของท้าวประดู่ ระเด่นลันไดสซี อและร้องเพลงใหฟ้ ง นางประแดะถูกใจจงึ ใหข้ า้ ว
กล้องและปลาสลดิ แห้ง ระเดน่ ลันไดเกยี วพาราสีและใหส้ ัญญาว่าตอนดึกจะเขา้ หา ขอให้นางประแดะเปดประตไู ว้คอยท่า
ส่วนทา้ วประดกู่ ลับจากเลียงววั เห็นข้าวกลอ้ งพรอ่ งไปและปลาสลดิ แหง้ หายไปหมดซักไซ้ได้ความว่าใหร้ ะเดน่ ลันไดไป
ท้าวประดูโ่ กรธจงึ ทุบตีและขับไล่นาง
ครนั ตกดกึ ระเดน่ ลันไดลอบเขา้ ไปหานางประแดะในหอ้ งพบท้าวประดู่ ตา่ งฝายตา่ งเลา้ โลมกันเพราะคิดว่าอกี
ฝายหนงึ เปนนางประแดะ เมือรู้ว่าผดิ ตัวจงึ รอ้ งเอะอะขนึ ระเดน่ ลนั ไดหนมี าถึงร้านรมิ ถนน พบนางประแดะนงั รอ้ งไหจ้ งึ
พานางไปอยู่ด้วย ต่อมานางกระแอแมค่ า้ ขายข้าวเหนยี วชาวทวายคนรักของระเด่นลนั ไดคดิ ถงึ ระเด่นลันไดจึงไปหา
นางกระแอแอบเหน็ ระเดน่ ลันไดอยกู่ ับนางประแดะก็หึงหวงจึงแกลง้ ทาํ เปนทวงค่าข้าวเหนียว ระเด่นลันไดปลอบโยน
ตัวละคร
ระเดน่ ลันได , นางประแดะ , นางกระแอ , ท้าวประดู่ , ชู้สาว , สซี อ
ลกั ษณะเด่นของวรรณคดี
มีความเดน่ อย่างมากดา้ นสาระอารมณข์ ันทเี กิดจากภาษาและพฤตกิ รรมตัว
ละคร และความเดน่ ซงึ เปนนวลักษณน์ ีเปนจดุ เพ่งความสนใจของผู้อ่านทัวไป
คณุ ค่า
๑.บทละครเรืองนี เปนบทลอ้ สังคมเรืองแรกในวรรณคดไี ทยอาจลอ้ เพียงเรอื งแขก ซึง
เมียมชี ูห้ รอื ลอ้ เรืองอิเหนา ซึงเชดิ ชอู ิเหนากษัตรยิ ์เจ้าชู้ไวม้ ากเกินไป หรอื ล้อทงั สองเรืองกอ็ าจ
จะเปนได้
๒.คุณค่าของบทละครเรืองระเด่นลันไดอยทู่ ีการใช้คําใหเ้ กิดภาพพจน์ เกิดอารมณ์ ให้
ความหมายเดน่ ชดั ทาํ ให้ผอู้ า่ นผู้ฟงเข้าใจทนั ทีไม่ตอ้ งคิด เพราะอารมณ์ขนั เปนอารมณ์ฉาบฉวย
เกิดได้งา่ ย คลายเรว็ เมอื ผู้แตง่ รักษาอารมณข์ องผ้อู า่ นไว้ได้สมาํ เสมอ กน็ บั วา่ ไดส้ ร้างงานอนั
ควรแกก่ ารยกยอ่ งอยา่ งยงิ ระเด่นลันไดมีลักษณะครบดงั กลา่ ว ไมว่ ่าจะเปนบทพรรณนา
ปราสาททอี ยู่ของลนั ได หรอื พรรณนาชมโฉมนางประแดะ ฯลฯ ทีกลา่ วข้างตน้ ผูอ้ า่ นเข้าใจโยง
ความถึงกันตลอดเรอื ง ทําให้ระเดน่ ลันไดเปนเรอื งทนี ักเลงกลอนจะลืมไม่ได้อีกเรอื งหนงึ
สมัยทีเกดิ วรรณคดี
ระเด่นลนั ได เปนวรรณกรรมเสยี ดสีสงั คมด้วยอารมณข์ นั เยาะเยย้ ถากถาง ลอ้
เลยี น เสียดสี นับเปนเลม่ แรกๆ ของไทย ราว 200 ปมาแล้ว สมัยต้นกรงุ รัตนโกสินทร์
แผน่ ดิน ร.3 (พ.ศ. 2367-2394) โดยใชฉ้ ันทลกั ษณแ์ บบกลอนบทละคร แตไ่ มเ่ จตนาจะให้
เล่นละคร หากแตง่ ล้อเลียนบทละครยอดนิยมอยา่ งสูงยิงขณะนนั คอื พระราชนิพนธ์ ร.2
เรือง อิเหนา
สมาชิกกลุ่ม
นายนฤบดี พิมพขันธ์ เลขที6
นาย สญั ชยั นิงนกึ เลขท8ี
นายสรยุทร นาคพูล เลขที13
ชันมธั ยมศึกษาปที 6/4