คมู่ อื การฟื้นฟูสภาพสำหรบั
ผู้ป่วยหลงั ผา่ ตดั กระดูกสะโพกหกั
คำนำ
ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อกระดูกหักจะทำให้ความสามารถในการใช้
ชีวิตประจำวันลดลง และคุณภาพชีวิตลดลง การรักษาผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักมีท้ังการรักษาแบบไมผ่ ่าตัด และการรักษา
แบบผ่าตดั ใส่โลหะยึดตรึงกระดูกหรือการผา่ ตัดเปล่ียนขอ้ สะโพกเทียม การรักษาจะได้ผลดเี ม่ือผปู้ ่วยและญาติปฏิบัติตัวได้
ถูกตอ้ งในทกุ ระยะ ตั้งแตร่ ะยะก่อนผา่ ตดั ระยะหลังผ่าตดั และระยะฟนื้ ฟสู มรรถภาพ
คู่มอื การดแู ลตนเองสำหรับผู้ป่วยกระดกู สะโพกหักน้ี จดั นีท้ ำขน้ึ เพ่อื ใหผ้ ปู้ ว่ ยมีความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถนำ
กลับไปดูแลตนเองต่อเนอ่ื งที่บา้ นไดอ้ ยา่ งถูกต้อง โดยเฉพาะการระมัดระวังไมใ่ ห้เกดิ การหกลม้ อันอาจเปน็ สาเหตุทำให้เกิด
กระดกู หกั ซ้ำไดอ้ ีก
กระดกู สะโพกหัก
กระดกู สะโพกหกั เปน็ ปญั หาสุขภาพทสี่ ำคัญและรุนแรง พบได้บอ่ ยในผูส้ งู อายุ 1 ใน 3 ของผู้หญิง และ 1 ใน 5 ของ
ผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปี มีความเสี่ยงที่จะเกดิ กระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน สาเหตุส่วนใหญ่มักเกดิ จากการหกล้ม เมื่อ
กระดูกสะโพกหักจะทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการปฏบิ ตั ิกิจวัตรประจำวัน สูญเสียค่าใช้จ่ายในอัตราท่ีสูง อาจทำ
ใหเ้ กิดความพกิ ารและมีอัตราเส่ียงสงู ตอ่ การเสยี ชวี ติ จากภาวะแทรกซ้อนได้ ถ้าไม่รบี รกั ษา
ภาวะกระดูกสะโพกหัก หมายถงึ ภาวะทเ่ี นอ้ื กระดูกขาดการต่อเนอ่ื งกันอาจเป็นบางส่วนหรือทัง้ หมด โดยมีการหัก
บริเวณส่วนต้นของกระดูกต้นขา อันประกอบด้วยส่วนของหวั กระดกู และเบ้าของข้อสะโพก สามารถแบ่งตามตำแหน่งท่ี
หกั เปน็ 2 ชนิด ไดแ้ ก่
1. การหกั ของกระดกู สะโพกท่ีเกิดขึน้ ภายในข้อและเบ้าสะโพก(Intracapsular) หรือ
การหกั ของคอกระดูกฟีเมอร์ (Femur) สามารถแบ่งออกไดเ้ ปน็ การหักบริเวณแนวใต้ หวั กระดูกฟเี มอร์ การหกั ผา่ นบริเวณ
แนวของคอกระดูกฟเี มอร์ และการหกั บรเิ วณแนวใตก้ ระดูกฟเี มอร์
2. การหกั ของกระดกู สะโพกทเี่ กิดข้นึ ภายนอกข้อ บริเวณปมุ่ กระดกู โคนขาใหญ่
(Greater Trochanter) และปมุ่ กระดกู โคนขาเลก็ จากคอกระดกู ต้นขาประมาณ 5 เซนติเมตร เรยี กการหกั ชนิดน้ี
ว่าการหักของกระดูกฟีเมอร์ระหว่างปุ่มกระดูกโคนขา และอาจรวมถึงการหักบริเวณใต้กระดูกฟีเมอร์ระหว่างปุ่มกระดกู
โคนขา
เมื่อเกิดภาวะกระดูกหัก ร่างกายจะตอบสนองโดยมีปฏิกิริยาอกั เสบและเข้าสู่ ขบวนการซ่อมแซมและเสริมสร้าง
กระดูกตามมา ในระยะแรกที่มีการบาดเจ็บนั้น จะมีการอักเสบและเกิดอาการบวมของเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น และ
ในขณะท่ีมขี บวนการ ซ่อมแซมน้นั ระบบนำ้ เหลืองจะดดู ซมึ ของเหลวทีค่ ่ังคา้ งอยเู่ ข้าส่รู ะบบไหลเวียนโลหิต แต่โปรตีนท่ี
รว่ั ซึมออกมานน้ั อาจไมส่ ามารถดูดกลบั ไดห้ มด ผลคือ อาจทำใหเ้ กดิ ภาวะ fibrosis และขัดขวางการเคลือ่ นไหว ซ่ึงมผี ล
ตามมาทำใหเ้ กิดขอ้ ยึดติด กล้ามเน้ือ โดยรอบออ่ นแรง ฝอ่ ลีบ และภาวะแทรกซ้อนอนื่ ๆได้
อาการและอาการแสดงของกระดูกสะโพกหกั
อาการสำคญั ท่นี ำผู้ป่วยมาพบแพทย์ คืออาการปวดขอ้ สะโพก ซงึ่ อาการปวดจะ มากหรือน้อยข้ึนกับการเคล่ือนของ
กระดูก ผู้ปว่ ยจะขยบั หรอื เดนิ ลงน้ำหนกั ขาขา้ งนั้น ไมไ่ ด้ ในผปู้ ว่ ยท่ีมกี ารหักของกระดูกท่อี ยูภ่ ายในเยอ่ื ห้มุ ข้อสะโพก จะไม่
มีอาการบวม หรอื ฟกชำ้ ใหเ้ ห็น เนอ่ื งจากเลือดท่อี อกจากโพรงกระดกู ขงั ตวั อยูภ่ ายในข้อเทา่ นนั้
การรกั ษากระดกุ สะโพกหกั
1. การรกั ษาแบบไม่ผ่าตัด
เป็นการรกั ษาสำหรบั ผู้ป่วยทไ่ี มส่ ามารถเดิน หรอื ช่วยเหลือตัวเองไดอ้ ยู่ก่อนแล้ว หรือเปน็ ผ้ปู ว่ ยที่มโี รคประจำตัว หรือ
มีอาการเจ็บป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัด การรักษาจะทำโดยการดึงถ่วงน้ำหนักผ่านผิวหนังของขาข้างที่กระดูก
สะโพกหักเพื่อลดการ บาดเจ็บของเน้ือเยื่ออ่อน และลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ หรือรักษาโดยการให้ผู้ป่วยนอนพัก
ร่วมกับรับประทานยาบรรเทาอาการปวด จนอาการปวดทเุ ลาลง แล้วจึงให้ กลับไปพกั ฟื้นตอ่ ทีบ่ ้าน สิ่งสำคัญในการรักษา
แบบไม่ผ่าตัด คือ การดูแลผู้ป่วยไม่ให้เกิดภาวะแทรกซอ้ น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยพลิกตะแคงตัว และการจัดท่าผู้ป่วย
เพอ่ื ปอ้ งกันการเกดิ แผลกดทบั จากการนอนติดเตียงนานๆ
2. การรักษาแบบผา่ ตดั มี 2 วธิ ี คือ
2.1 การผ่าตดั ใส่โลหะยึดตรงึ กระดกู ทีห่ กั ให้เข้าทด่ี ว้ ยโลหะชนดิ ตา่ งๆ
2.2 การผา่ ตดั เปลีย่ นข้อสะโพกเทียม โดยอาจผ่าตัดเปล่ียนเฉพาะหัวของกระดูกตน้ ขาหรืออาจะเปล่ียนท่ีหัวกระดูกต้น
ขาและเบ้าสะโพก
ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดด้วยวิธีใดนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะการหัก ความแข็งแรงของกระดูก โรคร่วม และสภาพ
ร่างกายของผปู้ ่วย โดยแพทย์จะเป็นผ้พู ิจารณาตามความเหมาะสมของผปู้ ่วยแต่ละราย
การปฏบิ ัติตัวกอ่ นการผา่ ตัด
1. แจ้งแพทย์หรือพยาบาลเกี่ยวกบั ยาท่ีรับประทานเป็นประจำ โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพรนิ วา
ฟาริน ยาต้านการอักเสบ รวมทั้งยาต้ม ยาหม้อ โสม เนื่องจากอาจจะต้องหยุดรับประทานยาเหล่านี้ก่อนผ่าตัด หรือ
ข้นึ อยู่กับการพจิ ารณาของทีมแพทย์ผ้รู ักษา
2. พยาบาลหรอื นกั กายภาพบำบัดแนะนำการพลกิ ตะแคง หรือขยับตัวอยา่ งน้อยทกุ 2 ช่วั โมง ไมน่ อนอยู่ท่าเดียวนานๆ
เพ่อื ปอ้ งกันแผลกดทับ
3. ดูแลความสะอาดร่างกายทว่ั ไป
4. ถ้ามฟี ันปลอมใหถ้ อดออกกอ่ นเข้าห้องผา่ ตัด
5. งดน้ำและอาหาร 8 ช่ัวโมงกอ่ นการผา่ ตดั หรือข้นึ อย่กู บั การพิจารณาของทมี แพทยผ์ ู้รักษา
6. ปฏบิ ตั ติ ามคำแนะนำของทมี แพทยผ์ ใู้ ห้การรักษา
การปฏิบตั ิตวั หลงั การผ่าตัด
1. ในผู้ป่วยที่ผ่าตัดใส่โลหะยึดตรึงกระดูก ใหผ้ ู้ปว่ ยวางขาข้างผ่าตัดสูงบนหมอน 1 ใบ เพื่อช่วยลดอาการบวมและอาการ
ปวด
2. ในผูป้ ว่ ยท่ผี า่ ตัดเปล่ียนข้อสะโพกเทียม ให้ผูป้ ว่ ยนอนกางขาข้างทผี่ า่ ตดั ประมาณ 15-30 องศา โดยใชห้ มอนคั่นระหว่าง
ขาท้ัง 2 ข้าง ทง้ั ขณะนอนหงายและเม่ือพลิกตะแคงตวั เพือ่ ป้องกนั ข้อสะโพกเทียมหลดุ
3. ผูป้ ว่ ยฝึกหายใจ โดยสดู ลมหายใจเขา้ ทางจมูกลึกๆ แลว้ ผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ ทำ 10 คร้ัง ทกุ ชั่วโมงขณะต่ืน
และหากมีเสมหะให้ผปู้ ่วยสดู ลมหายใจเขา้ ทางจมูกลึกๆ กลั้นหายใจไว้สักครู่ แล้วไอเอาเสมหะออกมาจากลำคอ
การฟืน้ ฟสู มรรถภาพภายหลงั การผา่ ตดั กระดกู สะโพกหัก
ผปู้ ว่ ยจะได้รับการส่งเสริมใหล้ ุกจากเตียงในวันถัดจากวนั ท่ีรบั การผา่ ตัด โดยท่วั ไปแลว้ น้ำหนักที่ขาซ่ึงบาดเจ็บจะ
สามารถรับได้ขนึ้ อยู่กับประเภทของกระดกู ท่ีหักและการซอ่ มแซม โดยการผา่ ตัดเปลย่ี นข้อสะโพกจะรูสกึ ปวดน้อยลง ผู้ปว่ ย
สามารถลุกขึน้ น่ังและสามารถฟน้ื ฟูสมรรถภาพไดท้ ันที สามารถเดนิ ลงนำ้ หนกั ไดต้ ามที่แพทย์ แนะนำหลังจากผ่าตัด ควรจะ
เริม่ ใหม้ ีการทำกายภาพบำบดั แต่เน่นิ ๆ การรักษาตัวของ ผู้ปว่ ยกระดกู สะโพกหกั มักใช้ระยะเวลา 12 สัปดาห์ เพ่ือที่จะทำให้
แผลผ่าตัดหายสนทิ แต่โดยทั่วไป ผ้ปู ว่ ยจะเดินได้ดีก่อนท่จี ะถึง 12 สปั ดาห์
เป้าหมายในการกายภาพบำบัด
เพอื่ ให้ผ้ปู ่วยสามารถกลบั มามรี ะดบั ความสามารถในการดำรงชวี ติ ดังเดมิ กอ่ นเกิดภาวะบาดเจบ็ โดยจะคำนึงถงึ การ
เคลอื่ นย้ายตนเองและการเดิน
ปัจจัยเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
1. กระต้นุ ใหม้ รี ะบบการซอ่ มแซม การหายของกระดูกและเน้ือเยอ่ื โดยทำใหก้ ระดูก
เชอื่ มติดกันในลักษณะเดมิ หรอื ใกลเ้ คยี งปกตมิ ากท่ีสดุ โดยวิธีการรกั ษาทีเ่ หมาะสม ซ่ึงขึ้นกับพยาธิสภาพการบาดเจบ็
ตำแหนง่ และชนิดของกระดูกหัก สภาวะสขุ ภาพร่วมของผปู้ ่วย
2. ลดอาการปวด บวม หรอื อาการผดิ ปกติอน่ื ๆ ทข่ี ดั ขวางการฟนื้ ฟสู ภาพ
3. การกายภาพบำบัดและคงพสิ ัยการเคลอื่ นไหวของข้อ
4. การฟน้ื ฟคู วามแข็งแรงและความทนทานของกลา้ มเนือ้
5. การป้องกันภาวะแทรกซ้อนตา่ งๆ เชน่ ภาวะข้อยึดตดิ กล้ามเนอ้ื ฝอ่ ลีบ
การฟื้นฟสุ ภาพร่างกายหลังการผา่ ตดั
หลงั ผา่ ตดั วันท่ี 1
1. การฝึกการหายใจและการฝกึ การเคลื่อนไหวทรวงอก
1.1. การฝึกหายใจ โดยการนอนหงายศรีษะสูง 15-30 องศา หายใจเข้าทางจมูกลึกๆ จนหน้าท้องและทรวงอก
ขยายออก แลว้ ผอ่ นลมหายใจออกปากช้าๆจนทรวงอกและหน้าท้องคืนตวั ดังเดมิ ทำ 5 ถึง 10 ครัง้ ทกุ
ชั่วโมงขณะต่นื
1.1. การฝกึ การเคลอื่ นไหวทรวงอก โดยการนอนหงายศรีษะสูง 15-30 องศา หายใจเข้าทางจมูกลกึ ๆ จนหน้า
ทอ้ งและทรวงอกขยายออก พร้อมกบั ยกแขนขน้ึ ท้ังสองข้างชา้ ๆ จากนนั้ ยกแขนลงช้าๆพร้อมกับ ผ่อนลม
หายใจออกปากช้าๆจนทรวงอกและหน้าท้องคนื ตวั ดงั เดิม ทำ 5 ถงึ 10 ครงั้ ทุกช่ัวโมงขณะต่ืน
2. บริหารกล้ามเนอื้ แขนและขา
2.1 ทา่ บริการข้อเท้า
โดยใช้หมอนสูงพอควรหนุนใต้เข่า กระดกข้อเท้าข้ึนทั้งสองข้าง นับ 1 ถึง 5 แล้วคลาย หลังจากนั้น
กระดกข้อเทา้ ลงท้งั สองขา้ ง นบั 1 ถงึ 5 แลว้ คลาย นับเป็น 1 ครั้ง ทำ 10 ครง้ั ตอ่ รอบ ทำ 2-3 รอบต่อวนั
2.2 ทา่ บรหิ ารกล้ามเน้ือต้นขาดา้ นหนา้
นอนหงายขาทงั้ สองวางราบกบั พน้ื โดยมีผา้ เล็กๆ รองใตเ้ ขา่ ออกแรงกดเข่าขา้ งท่ีตอ้ งการออกกำลังกายลง
ให้รู้สึกว่าหลังเข่าสมั ผัสกบั ผา้ รองมากที่สุด เกร็งค้างไว้ นับ 1 ถึง 5 แล้วคลาย นับเป็น 1 ครั้ง ทำ 10 คร้ัง
ตอ่ รอบ ทำ 2-3 รอบต่อวัน
2.3 กล้ามเนื้อกางข้อสะโพก
นอนหงายเทา้ สองข้างวางราบกบั พื้น กางขาออกดา้ นข้างใหข้ าขนานกับพ้นื และลอยพ้นพ้นื เล็กนอ้ ย
2.4 ท่าบริหารกล้ามเน้อื แขน
ทำโดยการยกนำ้ หนกั เชน่ ยกขวดนำ้ แลว้ ชูข้นึ จนสุดแขน นับ 1 ถงึ 5 แลว้ ค่อยๆวางลง นบั เปน็ 1 ครั้ง ทำ
10 ครงั้ ต่อรอบ ทำ 2-3 รอบตอ่ วนั
3. เปลี่ยนอริ ยิ าบถในการพลิกตะแคงตัว
เรม่ิ ลกุ นั่งได้ จะไขเตยี งสงู หรือนัง่ หอ้ ยขาข้างเตยี ง ควรระมดั ระวังไมใ่ หง้ อสะโพกเกิน 90 องสาและระวงั ไม่ใหท้ ่อ
ระบายเลือดหลุด
หลงั ผา่ ตดั วนั ท่ี 2-3
1. บริหารกล้ามเน้ือและขอ้ เหมือนหลังผา่ ตดั วนั ที่ 1 ท่าท่ี 1-4
2. ลุกนง่ั บนเตียงหรือนงั่ หอ้ ยขาขา้ งเตียง
3. ฝึกยนื โดยใช้อปุ กรณ์เครอ่ื งชว่ ยเดิน
4. ฝึกเดิน โดนเดินลงนำ้ หนกั ขาข้างทผ่ี า่ ตัดตามดุลยพนิ จิ ของแพทย์
การปฏบิ ตั ิตวั เม่ือกลับไปอยู่บ้าน
1. รับประทานยาตามแผนการรักษา
2. ดูแลแผลผา่ ตดั ให้แห้งสะอาด
3. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณทเ่ี หมาะสม
4. บริหารกลา้ มเนอ้ื อยา่ งสมำ่ เสมอตามท่นี ักกายภาพบำบัดไดส้ อน
5. ตอ้ งใช้อปุ กรณช์ ว่ ยเดิน และให้ผูป้ ่วยเดินลงนำ้ หนกั ตามคำแนะนำของแพทย์ จนกวา่ แพทย์จะอนญุ าตใหเ้ ลิกใช้
และใหเ้ ดนิ ได้ตามปกติ
การปฏบิ ัตติ วั เฉพาะสำหรบั ผูป้ ่วยผา่ ตัดกระดูกสะโพกหัก
การนง่ั เกา้ อี้
ผ้ปู ว่ ยควรน่ังบนเกา้ อี้ทแ่ี ข็งแรง มพี นกั พงิ มคี วามสงู พอเหมาะ เมือ่ น่งั แลว้ เทา้ สองข้างวางบนพน้ื พอดี
ท่าท่ไี มค่ วรทำ
ห้ามผปู้ ่วยน่งั หุบขา ไขว้ขา หรือบดิ ขาเข้าดา้ นใน เวลานอน นง่ั ยนื เดนิ และหา้ มกม้ ตัวลงเกบ็ ของหรอื ทำกจิ กรรม
ใดๆ โดยเฉพาะในระยะ 3 เดือนแรกหลังผา่ ตดั เชน่ กม้ ตดั เลบ็ เท้าเอง ก้มหยิบผ้าหม่ จากปลายเตียงมาหม่ เอง ผปู้ ่วยไมค่ วรนง่ั
เก้าอที้ เ่ี ป็นโซฟา เก้าอีน้ อน หรอื เก้าอโี้ ยก