The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จังหวัดตรัง-แปลง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kunanon Kamyang, 2020-11-06 00:00:40

จังหวัดตรัง-แปลง

จังหวัดตรัง-แปลง

ประวัติความเป็ นมาของจังหวดั ตรัง

จงั หวดั ตรังเป็นจงั หวดั หวั เมืองอย่ทู างภาคใต้ของประเทศไทย ติดทะเลอนั ดามนั มหาสมทุ รอนิ เดีย
ชายฝ่ังทะเลตะวนั ตก เป็นเมืองทีต่ งั้ ขึน้ ใหมใ่ นสมยั กรุงรัตนโกสินทร์ จึงไมป่ รากฎ

วา่ มปี ระวตั ิสมยั โบราณก่อนหน้านี ้และคาดวา่ ในสมยั แผ่นดนิ พระบรมไตรโลกนาถแหง่ กรุงศรี-อยธุ ยานนั้
เมืองตรังยงั ไมม่ เี พราะปรากฎในพระธรรมนญู กลา่ วถงึ เมืองทางใต้เพียงนครศรีธรรมราช พทั ลงุ ไชยา
ชมุ พร เพชรบรุ ี กยุ บรุ ี ปราณบรุ ี คลองวาฬ บางตะพาน ตะกว่ั ท่งุ ตะกวั่ ป่า ตะนาวศรี มะริด ทวาย
และสามโคก ดงั นนั้ เมอื งตรังแต่เดมิ มาน่าจะเป็นเพียงเส้นทางผ่านไปมา
ระหวา่ งนครศรีธรรมราชกบั พทั ลงุ เทา่ นนั้
ตอ่ มาเม่ือมีผ้คู นตงั้ ถิ่นฐานอย่มู ากขนึ ้ ก็บงั เกิดเป็นเมืองในภายหลงั

เทา่ ทีพ่ บหลกั ฐานความเป็นมาของจงั หวดั ตรัง เริ่มแรกได้จากจารึกวดั เสมาเมอื ง จงั หวดั นครศรีธรรมราช
ที่ว่าเมอื งตรังเดมิ เป็นหวั เมืองขึน้ ตอ่ เมืองนครศรีธรรมราช สมยั นนั้ กลา่ ว

กนั ว่านครศรีธรรมราชเจริญรุ่งเรืองมาก มีหวั เมืองต่าง ๆ อยใู่ นความปกครองถงึ 12 เมืองด้วยกนั เรียกว่า
12 นกั ษัตร สญั ลกั ษณ์ของเมืองใช้ตราม้า (ปีมะเมยี ) เป็นตราประจาเมือง
และพอจะแบง่ วิวฒั นาการของจงั หวดั ตรัง ออกเป็น 3 สมยั ด้วยกนั ดงั นี ้

1. สมยั ตงั้ เมืองท่ตี าบลควนธานี (พ.ศ. 2345 - 2436) เมืองตรังเมอื่ ปี พ.ศ. 2345
เท่าที่ทราบจากหลกั ฐานทาเนยี บเมืองนครศรีธรรมราช ว่าครัง้ สมยั รัชกาลท่ี 2 (สมเด็จ
พระพทุ ธเลิศหล้านภาลยั ) ตงั้ พระยาบริรักษ์ภเู บศร์ (น้อย) เป็นพระยานครศรีธรรมราช
สืบแทนเจ้าพระยานคร (พฒั น์) และตงั้ หลวงอไุ ภยธานเี ป็นผ้พู ยาบาลเมืองตรัง

หลวงอไุ ภยธานเี ป็นบตุ รเจ้าพระยานครฯ (น้อย) ในปี พ.ศ.2345 ปรากฏจากทาเนียบกรมการเมืองตรังว่า
หลวงอไุ ภยธานี ได้เป็นพระอไุ ภยธานี โดยมตี าแหน่งเป็นผ้วู ่าราชการเมืองตรังเป็นคนแรก

และได้สร้างหลกั เมอื งตรังท่ีควนธานี (ศาลหลกั เมอื งตรังท่ีตาบลควนธานี อาเภอกนั ตงั ปัจจบุ นั )
ห่างจากตวั จงั หวดั ปัจจบุ นั ไปทางทิศใต้ 8 กม.

2. สมัยตงั้ เมอื งท่กี ันตัง (พ.ศ. 2436 - 2458) พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้า
เจ้าอยหู่ วั ได้เสดจ็ ประพาสเมืองตรังเป็นครัง้ แรก ทรงเหน็ ว่าเมอื งตรัง (ท่ีควนธานี)

อยใู่ นสภาพชารุดทรุดโทรมมาก โจรผ้รู ้ายชกุ ชมุ ตรงกนั ข้ามกบั ทต่ี าบลกนั ตงั (ทีต่ งั้ เมืองกนั ตงั ในปัจจุบนั )

ปรากฎวา่ ได้กลายเป็นชมุ ชนใหญ่มชี าวจีนไปอยกู่ นั มาก
ประกอบอาชพี โดยการทาสวนพริกไทยสามารถสง่ ไปขายถงึ เกาะหมาก (ปีนงั ) จงึ ทรงมพี ระราชปรารภวา่

"เมอื งตรัง ถ้าจดั การทานบุ ารุงให้ดีจะเป็นเมืองทมี่ ีประโยชน์มาก เพราะที่ดนิ อดุ มสมบรู ณ์
ควรแก่การเพาะปลกู " เจ้าเมืองตรังสมยั นนั้ คือ พระยาบริรักษ์ภเู บศร์

ทรงแตง่ ตงั้ เป็นเจ้าเมอื งนครศรีธรรมราช แล้วโปรดเกล้าฯ ให้พระยารัษฎานุ- ประดิษฐ์มหศิ รภกั ดี (คอซมิ บี ้
ณ ระนอง) ผ้วู ่าราชการเมอื งกระบรุ ี มาดารงตาแหน่งในเจ้าเมืองตรัง พ.ศ. 2433

เม่ือพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ได้ดารงตาแหนง่ เจ้าเมืองตรังแล้ว
ได้พจิ ารณาเห็นว่าที่ตงั้ เมืองตรังท่ตี าบลควนธานีนนั้ อย่หู ่างจากฝ่ังทะเลมาก

ไมเ่ หมาะกบั การขยายความเจริญของ บ้านเมอื ง
จึงได้กราบบงั คมทลู ขอย้ายที่ตงั้ เมอื งจากตาบลควนธานไี ปตงั้ ที่ตาบลกนั ตงั ปี พ.ศ. 2436

ซงึ่ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชาอนญุ าต

เมอื่ ย้ายตวั เมืองไปตงั้ ทต่ี าบลกนั ตงั แล้ว พระยารัษฎานปุ ระดษิ ฐ์ฯ ก็ได้เร่ิม
ดาเนนิ การพฒั นาสร้างความเจริญเอนกประการให้แกเ่ มืองตรัง เช่น สร้างสถานทรี่ าชการ
ตดั ถนนเชือ่ มระหว่างอาเภอและจงั หวดั ใกล้เคยี งโดยเฉพาะการตดั ถนนเชือ่ มระหว่างเมอื งตรังกบั พทั ลงุ ซง่ึ

ต้องตดั ผ่านภเู ขาและต้องประสบความยากลาบากแต่ก็ทาได้ดี
(ปัจจบุ นั นีถ้ นนระหว่างจงั หวดั ตรังกบั จงั หวดั พัทลงุ ได้ปรับปรุงใหม่

บริเวณทีเ่ ป็นเขาพบั ผ้าถกู ทาลายไปหมดแล้ว)
นอกจากนยี ้ งั ได้จดั วางผงั เมืองใหมเ่ ปิดการค้ากบั ต่างประเทศ

โดยสร้างท่าเรือขนึ ้ ที่กนั ตงั มีสะพานทา่ เทยี บเรือ
ซงึ่ สมเด็จเจ้าฟา้ กรมพระยานริศรานวุ ตั ิวงศ์ประทานนามว่า "สะพานเจ้าฟ้า" พยายามนาแบบฉบบั การ

ปกครองของตา่ งประเทศทงั้ ฝร่ัง จีนและมลายู มาใช้ผสมกบั ของไทย
ดาเนินการพฒั นาบ้านเมอื งและเศรษฐกจิ ความเป็นอย่ขู องประชาชน และท่ีสาคญั อีกอย่างหนึ่งคือ

ได้นาพนั ธ์ุยางพาราจากแหลมมลายมู าปลกู ทเี่ มืองตรังเป็นแหง่ แรกของประเทศ
ได้แพร่หลายไปทว่ั ภาคใต้และภาคอน่ื ๆ ของประเทศไทยในขณะนี ้

3. สมยั ตงั้ เมอื งท่ที ับเท่ยี ง (พ.ศ. 2458 - ปัจจบุ นั ) ในปี พ.ศ. 2458
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอย่หู วั ได้เสด็จประพาสเมอื งตรัง (ทีก่ นั ตงั )

ขณะนนั้ อย่ใู นระหวา่ งสงครามโลกครัง้ ท่ี 1 ทรงมีพระราชดาริว่า
การตงั้ เมอื งท่ีกนั ตงั นนั้ ไม่ปลอดภยั จากอริราชศัตรู ประกอบกบั อหิวาตกโรคกาลงั ระบาด
กนั ตงั เป็นท่ลี มุ่ มกั เกิดโรคระบาดและยากแกก่ ารขยายเมือง ทรงเหน็ ว่า ตาบลทบั เทย่ี ง อาเภอบางรัก
(อาเภอเมอื งตรังในปัจจุบนั ) มลี กั ษณะภมู ิประเทศเหมาะสมท่ีจะ ตงั้ เมือง จงึ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ย้ายเมืองจากตาบลกนั ตงั ไปตงั้ ที่ตาบลทบั เทยี่ ง ซงึ่ กลายเป็นที่ตงั้ ของจงั หวดั ตรังปัจจบุ นั ตงั้ แต่ พ.ศ.

2458 มาจนถึงปัจจบุ นั

สถานท่ีท่องเท่ยี วในจังหวัดตรัง

1.ศาลเจ้าท่ามก๋งเยย่ี

ก่อนจะเร่ิมเดินทางไปเท่ยี วท่ไี หนไกล
แนะนาให้นักเดินทางทงั้ หลายมาสักการะส่งิ ศกั ด์ิสทิ ธ์ิคู่บ้านคู่เมืองชาวตรังกันก่อนกบั

“ศาลเจ้าท่ามก๋งเย่ยี ” ตัง้ อยู่บนถนนเพลนิ พิทักษ์
เป็ นศาลเจ้าท่ีคนส่วนมากนิยมมากราบไหว้ขอพร เพราะแม่นในเร่ืองของเซียมซีมาก

และคนท่มี าขอพรในส่งิ ท่ีปราถนากม็ กั จะสมหวัง ถ้าใครท่ไี ปไหว้พระท่ศี าลเจ้าแห่งนีบ้ ่อยๆ
กจ็ ะสงั เกตเหน็ หมูย่าง เพราะจะมีคนนามาแก้บนอยู่เน่ืองๆ
และส่วนใหญ่ท่ีนิยมแก้บนกค็ อื ประทดั ทัง้ หมด 1,000 นัด

2.พพิ ธิ ภัณฑ์พระยารัษฎา

ใครเป็ นนักท่องเท่ยี วสายพพิ ธิ ภณั ฑ์
หรือสายประวตั ศิ าสตร์ต้องชอบสถานท่ที ่องเท่ยี วแห่งนีอ้ ย่างแน่นอน เพราะว่า
“พพิ ิธภัณฑ์พระยารัษฎา” นัน้ เป็ นพพิ ธิ ภณั ฑ์ท่เี ป็ นจวนเก่าของเจ้าเมอื งตรัง
เป็ นบ้านเก่าท่ียงั คงอยู่ในสภาพดี สถาปัตยกรรมของตวั บ้านนัน้ เป็ นแบบโบราณท่ีหาดไู ด้ยากย่ิง
ภายในบ้านยังคงมีเฟอร์นิเจอร์ และของเก่าเกบ็ เพ่ือแสดงให้เหน็ ถึงวถิ ชี วี ิต
และวัฒนธรรมของชาวตรังสมยั ก่อน โดยบ้านหลงั นีไ้ ด้อย่ภู ายใต้ความดูแลของตระกลู ณ ระนอง
ชาวเมอื งกนั ตงั และเทศบาลเมอื งกนั ตงั

3.สถานีรถไฟกนั ตงั

นอกจากสถานีกนั ตงั จะเป็ นสถานีรถไฟท่ีมคี วามสวยงาม คลาสสิก เหมาะกบั การถ่ายรูปย่งิ นัก
สถานีแห่งนีย้ งั สาคญั ด้วยการท่เี ป็ นสถานีรถไฟสุดสาย

สาหรับทางรถไฟสายใต้ฝ่ังทะเลอันดามันอกี ด้วย
ซ่งึ มคี วามสาคญั ในอดตี เป็ นทางรถไฟท่นี าไว้ใช้รับส่งสนิ ค้ากบั ต่างประเทศ
สถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟกันตังจะเป็ นอาคารไม้ชัน้ เดียวทรงปั้นหยา
ยังคงแบบฉบับตงั้ แต่ในสมัยรัชกาลท่ี 6 และมีการทาสีเหลืองสดใสงดงาม
ท่ีกาลเวลาผ่านมาสเี หลืองอาจจะดูซดี ลงไปบ้าง แต่ก็ให้อารมณ์วินเทจเบาๆ

4.ถนนคนเดินตรัง

ท่ตี รังเองกไ็ ม่น้อยหน้าใคร มถี นนคนเดินตรังเองด้วยเหมือนกัน ใครท่เี ป็ นขากิน ขาชิม
หรือว่าขาช้อป แนะนาว่าไม่ควรพลาดถนนคนเดินแห่งนีเ้ ป็ นอย่างย่ิง
ซ่ึงใครท่อี ยากมาเดนิ เล่นท่ีถนนคนเดินแห่งนี้ จะตงั้ อย่บู ริเวณหน้าสถานีรถไฟตรัง
แนะนาว่าให้มาช่วงเย็น เพราะเป็ นช่วงพีคท่ตี ลาดจะมคี วามคึกคกั มากท่สี ุด

5.วงเวียนพะยูน

อกี หน่ึงสถานท่ีเชค็ อนิ แลนด์มาร์คสาคัญของจังหวัดตรัง ท่ีใครๆ ก็ต้องมาถ่ายรูป
เพ่อื เป็ นสญั ลกั ษณ์บ่งบอกได้ว่าเดินทางมาถึงเมอื งตรังแล้ว
สาหรับวงเวยี นพะยูนนีจ้ ะตัง้ อยู่ท่ีถนนพทั ลุง ทางขึน้ ของจวนผู้ว่า
ส่วนประกอบของสถาปัตยกรรมแต่ละชนั้ ล้วนมาจากวรรณคดีไทยทงั้ นัน้
และชัน้ สุดท้ายจะเป็ นพะยูน ท่ีถอื เป็ นสญั ลกั ษณ์หลักของเมอื งตรัง
ใครท่ไี ปเท่ยี วตรังก็อย่าลืมไปถ่ายรูปเชค็ อินกับวงเวียนพะยนู นี้

6. Street Art เมอื งตรัง

ใครว่าภาพเขยี นบนกาแพงแบบสตรีทอาร์ทจะมอี ยู่แค่สงขลาเสมอไป แต่จริงๆ
แล้วมีท่จี ังหวัดตรังด้วย ซ่ึงภายในเมืองตรังเองกจ็ ะมีจดุ แสดงศิลปะท่เี ป็ นสตรีทอาร์ททงั้ หมด 3
แห่งด้วยกัน แล้วรูปภาพทัง้ หมดกจ็ ะเป็ นรูปภาพวาดแบบ 3 มติ ิ
ท่ีรับรองเลยว่าคุณจะได้รูปสวยๆ กลบั ไปอวดเพ่ือนอย่างแน่นอน

7.คริสตจกั รตรัง

ความน่าสนใจของเมอื งตรังอีกหน่ึงอย่าง กค็ อื จะมี “คริสตจกั รตรัง” โบสถ์คริสต์อายุเก่าแก่เกอื บ

100 ปี แต่กไ็ ด้มีการปรับเปล่ียน และบรู ณะเร่ือยมา
ถึงแม้จะไม่ใช่โบสถ์ในรูปแบบเดมิ ร้อยเปอร์เซนต์ แต่ก็ยงั คงมกี ล่นิ อายของความเป็ นดงั้ เดิมอยู่
ความโดดเด่นของคริสตจักรนีจ้ ะเหน็ โดดเด่นเป็ นสีเหลือง แต่ทว่าไม่ใช่สเี หลืองท่วั ไป
แต่เป็ นสเี หลอื งของสีปูนปั้น จงึ เพ่มิ ความคลาสสกิ ให้โบสถ์แห่งนีด้ สู วยงาม และมคี วามวินเทจ
เหมาะกบั การถ่ายรูป

8.วัดภเู ขาทอง

นอกจากท่กี รุงเทพฯ แล้วท่ตี รังเองกม็ ี “วดั ภูเขาทอง” เช่นกัน
แต่ส่ิงท่แี ตกต่างสาหรับวดั ภเู ขาทองท่ี จ.ตรัง ท่ถี ือว่าเป็ นเอกลกั ษณ์โดดเด่นท่สี าคญั
น่ันกค็ อื พระพุทธรูปทรงเทริดมโนราห์ และมีพระอุโบสถท่งี ดงามเป็ นอย่างย่ิง
ท่สี ร้างขนึ้ โดยใช้กระจกเงาล้อมรอบ อกี ทงั้ ยังมกี ารจาลกึ เร่ืองราวตานานต่างๆ
ท่ีเก่ยี วข้องกบั พระพทุ ธศาสนาลงบนหนิ ต่างๆ นับว่าเป็ นวัดคู่บ้านคู่เมอื ง
ท่ชี าวตรังให้ความเคารพเล่อื มใส และมีความสวยงามเป็ นอย่างย่ิง

9.น่ังต๊กุ ตุ๊ก รถหัวกบเท่ยี วรอบเมือง

สเน่ห์อกี หน่ึงอย่างของเมืองตรัง ก็คือตัวเมืองเก่าท่ีสวย
และมีความงดงามด้วยสถาปัตยกรรมบ้านเรือนต่างๆ
ความโดดเด่นท่เี ป็ นเอกลักษณ์ของเมอื งตรัง ซ่ึงท่จี ังหวดั อ่ืนๆ อาจจะไม่มีก็คอื รถต๊กุ ต๊กุ หวั กบ
จะเป็ นรถต๊กุ ต๊กุ คนั เล็กๆ น่ารักท่ไี ม่สามารถหา และพบเจอได้จากท่ไี หนอกี แล้ว ยกเว้นท่นี ่ี
แนะนาให้ลองเช่าเหมารถตุ๊กต๊กุ
หัวกบให้พาเท่ียวรอบเมอื งก็นับว่าเป็ นประสบการณ์ท่ีดีอยู่ไม่น้อย

10.สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ท่งุ ค่าย)

หากใครเบ่ือการเท่ียวแบบในเมอื ง แนะนาว่าให้มาเท่ยี วชมความงามของธรรมชาตทิ ่ี
“สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ท่งุ ค่าย)” ท่แี ต่เดมิ มีช่ือว่าสวนรุกขชาติท่งุ ค่าย
เป็ นสวนพฤกศาสตร์ท่ีถอื เป็ นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ และแหล่งท่องเท่ียวในเชิงนิเวศน
ภายในมีพนื้ ท่มี ากถงึ 2,600 ไร่ด้วยกนั ถอื ว่าเป็ นสวนพฤกษศาตร์ท่กี ว้างใหญ่มาก
ความน่าสนใจคอื ด้านในจะมสี ่วนจดั แสดงสวนพชื เฉพาะถ่ิน และพืชพรรณหายากให้ดกู ันด้วย

11.เกาะลิบง

ถ้าคณุ อยากไปเท่ยี วเกาะ แนะนาให้ไปเท่ยี วท่เี กาะลิบง
เพราะว่าเกาะลิบงเป็ นเกาะท่ใี หญ่ท่สี ุดในจังหวดั ตรัง หากคุณไปเท่ียวท่เี กาะนี้
คุณจะได้ชมทัง้ ความงามของธรรมชาติ และเหน็ ถึงวถิ ีชาวบ้านท่ีอยู่บนเกาะลิบง
ส่วนใหญ่ท่ีพักบนเกาะลิบง จะมาในรูปแบบของโฮมสเตย์ ท่นี อกจากจะมีท่ีพกั ยังมกี จิ กรรมอ่ืนๆ
ให้ทาอกี มากมาย แต่ไฮไลท์ของเกาะลิบง ซ่ึงดงึ ดูดให้นักท่องเท่ียวมาพักท่ีน่ี กค็ ือการดูพะยูน
เพราะบริเวณรอบเกาะลบิ งจะเต็มไปด้วยสาหร่าย ท่ีเป็ นอาหารของพะยูน
ถ้าใครอยากมาดูพะยูนท่ีเกาะลบิ ง แนะนาให้มาช่วงเดอื นกุมภาพนั ธ์ – มีนาคม
ซ่งึ เป็ นช่วงท่ีนา้ ทะเลจะใสสะอาด

12.อทุ ยานแห่งชาตเิ จ้าไหม

เม่ือพดู ถึงความสวยงามของทะเลเมอื งตรัง แนะนาให้ลองมาเท่ียวท่ี “อทุ ยานแห่งชาตเิ จ้าไหม”
อุทยานแห่งชาติแห่งนีท้ ่คี รอบคลุมเนือ้ ท่มี ากกว่า 230 ตารางกิโลเมตร ตัง้ อยู่ในอาเภอสเิ กา
จ.ตรัง ภายในอทุ ยานแห่งชาติแห่งนีจ้ ะมที ัง้ ในส่วนท่ีเป็ นหาด อาทิ หาดเจ้าไหม เกาะมุก
เกาะกระดาน เกาะแหวน และมีทงั้ เทอื กเขามากมาย นับว่าเป็ นสถานท่ที ่องเท่ยี วหลัก
ท่รี วบรวมความสวยงามเอาไว้ทงั้ ผืนป่ า และท้องทะเล

13.เกาะมุก

“เกาะมุก” นับว่าเป็ นเกาะท่ใี หญ่เป็ นอันดับ 3 ของจงั หวดั ตรัง
ซ่งึ บนเกาะมุกนีจ้ ะแบ่งได้เป็ นสองฝ่ัง จะมีทงั้ ฝ่ังตะวันตก และฝ่ังตะวันออก
โดยฝ่ังตะวันตกจะเป็ นท่ตี ัง้ ของถา้ มรกตอันโด่งดัง ไม่มีทงั้ ชายหาด และท่ีพกั
ส่วนฝ่ังตะวันออกจะเป็ นท่ีตงั้ ของหม่บู ้านชาวประมง จะมที งั้ ท่ีพกั และร้านอาหารครบครัน
ใครท่อี ยากสัมผัสความงดงามของเกาะมุก แนะนาให้ลองพกั บนเกาะสักคืน

14.ถา้ มรกต

นับว่าเป็ นหน่ึงในท่เี ท่ยี วแบบ Unseen ของตรังท่ีไม่อยากให้พลาดเลยจริงๆ สาหรับถา้ มรกตนี้
เป็ นถา้ ท่ีสวยงดงาม ตัง้ อยู่บนเกาะมุก
โดยไฮไลท์ของถา้ มรกตนีค้ อื เวลาท่แี สงสะท้อนผนื นา้ จะเหน็ เป็ นสมี รกตสวยงาม
ถือว่าเป็ นท่เี ท่ียวท่นี ่าอศั จรรย์มาก ซ่งึ วธิ ีท่จี ะเข้าไปเท่ยี วภายในถา้ นีไ้ ด้
คือนักท่องเท่ยี วจะต้องลอยตัวในนา้ เข้าไปในถา้ เพราะนา้ ในบริเวณถา้ จะขนึ้ สูงมาก
ไม่สามารถแล่นเรือเข้าไปได้น่ันเอง ถ้าใครมาเท่ียวท่อี ทุ ยานแห่งชาตเิ จ้าไหม หรือเกาะมุก
ก็อย่าลมื แวะมาเท่ยี วท่ถี า้ มรกตแห่งนี้

15.ถา้ เลเขากอบ

ใครชอบเท่ียวถา้ ชอบดหู ินงอกหินย้อยอันงดงาม ควรจดลิส “ถา้ เลเขากอบ”
เข้าไว้ในวสิ ลสิ ต์เมอื งตรังด่วนๆ เพราะถา้ แห่งนีถ้ ือว่าเป็ นถา้ นา้ ลอดท่ีมีระยะทางยาวมากกว่า 4
กโิ ลเมตร โดยผู้ท่ตี ้องการเข้าไปเท่ียวท่ีถา้ เลเขากอบ จะต้องน่ังบนเรือแล้วลอดถา้ เข้าไป
ด้านในจะมีหนิ งอกหนิ ย้อยท่งี ดงาม
ไฮไลท์ของการเท่ียวถา้ แห่งนีค้ ือการนอนราบไปกับเรือเพ่อื ลอดท้องมังกร ซ่งึ ก็มคี วามเช่อื อีกว่า
ถ้าใครได้มีโอกาสมาลอดท้องมังกรจะโชคดี หากใครอยากโชคดีก็ลองมาลอดถา้ นีก้ ันดู

16.เกาะกระดาน

หน่ึงในเกาะท่มี ีชายหาดสีขาว ตัดกับสฟี ้าของนา้ ทะเลอันใสแจ๋ว
เหมือนได้ว่ายนา้ อยู่ในสระว่ายนา้ ส่วนตัวขนาดยักษ์
ท่เี ช่อื ได้เลยว่าไม่ว่าใครท่ีมีโอกาสได้ไปเท่ยี วท่เี กาะกระดานจะต้องหลงรักอย่างแน่นอน
นอกจากข้อดขี องชายหาดท่สี วยสดงดงามแล้วนัน้ ท่ีเกาะกระดานยังมีแนวปะการังแบบนา้ ตืน้
และมปี ลาหลากหลายชนิด เหมาะกบั คนท่ชี อบดานา้ ตนื้ เป็ นอย่างมาก

17.เกาะแหวน

ใครชอบดานา้ ไม่ว่าจะเป็ นการดานา้ ลึก หรือว่าดานา้ ตนื้ อย่าพลาดท่จี ะมาดานา้ ดปู ะการัง
และปลาน้อยใหญ่ท่เี กาะแหวน
เน่ืองจากบริเวณจุดแหวนนีเ้ ป็ นบริเวณดานา้ ท่ีฮอตฮิตเป็ นอย่างมาก
ขนึ้ ช่ือเร่ืองโลกใต้ทะเลท่ีสวยงดงามจับใจ แต่บริเวณเกาะแหวนจะไม่มีทงั้ หาด
หรือว่าท่ีพักแต่อย่างใด เพราะเกาะนีจ้ ะเป็ นเกาะท่เี ปิ ดสมั ปทานรังนกแต่เพียงเท่านัน้

18.เกาะไหง

ถึงแม้ว่าเกาะไหงจะเป็ นเกาะท่เี ป็ นรอยต่อของทงั้ จงั หวัดกระบ่ี และตรัง
แต่ส่วนมากคนท่ีมาเท่ียวตรัง ก็มักจะไม่พลาดมาเท่ียวท่ีเกาะไหงอยู่ดี
เพราะเกาะไหงขึน้ ช่ือเร่ืองความสวยงามของชายหาดเป็ นอย่างมาก
หาดทรายจะมคี วามขาวสะอาด และละเอียดอย่างเป็ นท่สี ุด การมาเท่ยี วท่เี กาะไหง
สามารถมาขนึ้ เรือได้ท่ีท่าเรือปากเมง หรือใครสะดวกมาเท่ยี วจากฝ่ังกระบ่ี
กส็ ามารถเดินทางมาจากเกาะลันตากไ็ ด้เช่นกนั

19.เกาะเหลาเหลียง

หากคณุ เป็ นคนท่ชี อบความสงบเงียบ อยากเท่ียวหาดทรายสวยๆ แต่ไม่ชอบความวุ่นวาย
แนะนาให้มาท่เี กาะเหลาเหลียงแห่งนี้ เพราะขึน้ ช่ือเร่ืองความเงียบสงบอย่างเป็ นท่สี ุด
พร้อมกันนัน้ ท่เี กาะเหลาเหลียงกย็ ังมีทัศนียภาพท่สี วยงาม
ด้วยเกาะหนิ ปนู ตัง้ ตระหง่านด้วยกนั สองลูก เป็ นเกาะท่เี หมาะกบั การมานอนอาบแดด
เล่นนา้ ทะเล และพกั ผ่อน

20.นา้ ตกโตนเต๊ะ

เปล่ียนบรรยากาศจากทะเล มาเท่ยี วนา้ ตกกนั บ้างดีกว่า กับท่เี ท่ยี ในเมืองตรัง “นา้ ตกโตนเต๊ะ”
เป็ นนา้ ตกท่ีมคี วามงดงามอย่างมาก และเป็ นนา้ ตกท่มี ีขนาดใหญ่
ซ่งึ จากด้านหน้าก็เดนิ เข้าไปเพียงแค่ 80 เมตรเท่านัน้ ก็จะเจอนา้ ตกแล้ว
ซ่งึ นา้ ตกแห่งนีไ้ ด้มตี ้นกาเนิดมาจากเขาบรรทดั จึงทาให้มนี า้ ไหลตลอดปี
แต่ถ้าใครมาเท่ยี วในช่วงหน้าฝน ก็จะมีนา้ มากเป็ นพิเศษ
บริเวณนา้ ตกจะเป็ นแอ่งท่ีสามารถลงเล่นนา้ ได้

21.ตึกเก่าเมอื งตรัง

ตึกเก่าเมอื งตรัง ตงั้ อยู่กระจายลัดเลาะเร่ือยๆ ในตวั เมืองตรัง ตามถนน ถ. ราชดาเนิน ถ. กนั ตัง
และ ถ. พระรามหก จะพบ
เหน็ ตึกเก่าซ่อนตวั อยู่เป็ นระยะลกั ษณะของตกึ จะเป็ นตกึ ในรูปแบบชโิ นโปรตกุ ิสคล้ายกบั เมอื งภูเ
กต็ ตกึ เก่ากระจายอยู่ท่ัวไปทงั้ ในย่านตลาดสด และย่านการค้าใกล้กับสถานีรถไฟ
หอนาฬิกาตรัง
ซ่งึ สามารถเดินชมเมืองได้แต่เช้าโดยเร่ิมจากโปรแกรมอาหารพืน้ เมอื งของตรังท่ขี นึ้ เช่น ต่มิ ซา

ขนมจบี ซาลาเปา ฮะเก๋า ปาท่องโก๋ ฯลฯ กับกาแฟ
ชาร้อน หรือจะเป็ นหมูย่างกับกาแฟร้อนเป็ นมอื้ เช้าอย่างคนตรังขนานแท้

22.เกาะม้า เกาะเชอื ก

เกาะม้า เกาะเชอื ก อย่รู ะหว่างเกาะมุกและเกาะไหง ทงั้ สองเกาะถอื เป็ นจุดดานา้ ชมปะการัง
ท่ีสวยท่ีสุดของทะเลตรังสามารถ ชมปะการังอ่อนมีทัง้ สีแดง สสี ้ม สีม่วง สเี หลอื ง สีชมพู
และอีกมากมาย จดุ เด่น ของ 2 เกาะนีอ้ ย่ทู ่จี ุดดานา้ ตืน้ ท่ีสมบรู ณ์และสวยงาม ระหว่าง 2
เกาะนีม้ ีกระแสนา้ เช่ียว จึงต้องใช้เชือกคอยช่วงพยุงตวั เวลาดานา้ จึงเป็ นท่มี าของเกาะเชอื ก

ส่วนเกาะม้า
รูปร่างของเกาะคล้ายกับห้วม้ากลางทะเลปะการังอ่านหลากสที ่ปี กติแล้วจะพบแต่ใจนา้ ลึก

23.สถานีรถไฟกันตงั

สถานีรถไฟกันตงั สถานีรถไฟเก่าแก่ ตัง้ อย่บู นถนนหน้าค่าย
ตาบลกนั ตงั อาเภอกันตังจังหวดั ตรังเป็ นสถานีรถไฟสุดทางของทางรถไฟสายใต้ฝ่ังทะเลอันดามนั
สถานีรถไฟกันตงั เป็ นอาคารไม้ชัน้ เดยี วทรงปั้นหยา ทาสเี หลืองมสั ตาร์ดสลับนา้ ตาล

อนั เป็ นค่สู ีหลักท่ีคุ้นตาของอาคารรถไฟท่ัวไป ตัวอาคารแบ่งออกเป็ น 2 ส่วน คือ
ส่วนตวั อาคารและชานชาลา ด้านหน้าของอาคารมีมุข ย่ืน
มีการตกแต่งประดบั มุมเสาด้วยลวดลายไม้ฉลุ
ภายในสถานียังพอมีข้าวของเคร่ืองใช้ในอดตี คงเหลืออยู่บ้าง
โดยภาพรวมแล้วยังรักษาเอกลักษณ์เดมิ ตงั้ แต่สมัยรัชกาลท่ี 6 ไว้เป็ นอย่างดี
นับเป็ นสถานีรถไฟท่มี ีความสวยงามเป็ นพเิ ศษจนได้รับการขึน้ ทะเบียนเป็ นโบราณสถานโดยกรม
ศลิ ปากร

24.หาดปากเมง

ตงั้ อยู่ท่ีตาบลไม้ฝาด ห่างจากตัวเมอื งตามถนนสายตรัง-สิเกา-ปากเมง ระยะทาง 38 กม.
เป็ นหาดท่สี วยงามและเงยี บสงบแห่งหน่ึง
แนวหาดยาวเหยียดไปตามชายฝ่ังทะเลอนั ดามันของมหาสมุทรอินเดีย
ทรายริมหาดแน่นมากจนสามารถขับรถยนต์ไปตามชายหาดได้
บริเวณหาดปากเมงมที ่าเรือปากเมง ซ่งึ มีเรือบริการไปเกาะไหงและเกาะต่างๆ ในบริเวณนัน้

25.เกาะกระดาน

เกาะนีใ้ ช้เวลาเดินทางจากหาดปากเมงราวๆ 1 ช่ัวโมง 30 นาที
พนื้ ท่ขี องเกาะแห่งนีแ้ บ่งออกเป็ น 2 ส่วน คือ ส่วนของ อทุ ยานแห่งชาตเิ จ้าไหม
และส่วนของเอกชน ทางด้านตะวันออกมีสวนยางและสวนมะพร้าว มที ่พี กั ให้บริการ
เกาะกระดานมหี าดทรายทอดยาวขาวสะอาด นา้ ใส มแี นวปะการังนา้ ตืน้ ท่ีสมบรู ณ์
สวยท่สี ุดในทะเลตรัง จงึ ถูกใช้เป็ นสถานท่ปี ระกอบพิธีวิวาห์ใต้สมุทรของเมืองตรัง
มีจดุ ชมววิ ทงั้ ด้านพระอาทิตย์ขนึ้ และด้านพระอาทติ ย์ตกท่สี วยงามแปลกตาไม่ซา้ กับท่ใี ดๆ

26.น่ังรถกบ ชมเมืองเก่า

ออกทะเลไปสกั พกั ขอกลบั มาในเมอื งตรังกนั บ้าง
เอกลกั ษณ์ของจงั หวดั ตรังอีกอยา่ งก็คือ รถกบ หรือ รถตุ๊กต๊กุ นนั่ เองค่ะ
มคี วามละม้ายคล้ายรถต๊กุ ต๊กุ ในกรุงเทพฯ เหมอื นกนั นะ!

27.นา้ ตกสายรุ้ง

นา้ ตกสายรุ้ง ตัง้ อย่ภู ายในเขตรักษาพนั ธ์ุสตั ว์ป่ าเทือกเขาบรรทดั จุดเด่นของนา้ ตกแห่งนีค้ อื
ในช่วงกลางวนั ละอองนา้ จากนา้ ตกจะทามุมกับแสงแดดปรากฏเป็ นประกายรุ้งท่สี วยงาม

จนเป็ นท่มี าของช่ือ “นา้ ตกสายรุ้ง” บริเวณนา้ ตกเป็ นชนั้ หนิ แกรนิต
และสามารถเข้าชมได้ทกุ ช่วงของปี

28.วนอุทยานบ่อนา้ ร้อนกันตัง

ไม่ต้องไปไกลถงึ ญ่ปี ่ นุ ท่ตี รังก็มนี า้ พุร้อนธรรมชาตใิ ห้เรามาแช่ผ่อนคลายกันได้ฟิ นๆ
ท่วี นอทุ ยานบ่อนา้ ร้อนกันตงั จากพนื้ ท่บี างส่วนของวนอุทยานฯ เป็ นพรุนา้ ร้อน
มนี า้ ร้อนไหลผุดจากใต้ดินตลอดเวลา
จงึ ได้พัฒนาให้เป็ นสถานท่ที ่องเท่ยี วเรียกว่าบ่อนา้ ร้อนควนแดง

29.ถา้ เขาช้างหาย

ถา้ แห่งนีม้ ีเนือ้ ท่ปี ระมาณ 500 ไร่ สูงจากพนื้ ดนิ 150 เมตร และยาว 850 เมตร ประกอบด้วย
6 ถา้ ใหญ่ ๆ ได้แก่ ถา้ ช้างหาย ถา้ เพกา ถา้ ทรายทอง ถา้ โอ่ง ถา้ ลม และถา้ แม่เฒ่าคล้าย
ซ่งึ ทงั้ หมดมคี วามสวยงามท่แี ตกต่างกนั ออกไป ตามลักษณะเฉพาะตวั ของแต่ละแห่ง
ส่วนทางทศิ ใต้ และทศิ ตะวันตก จะมี "คลองนา้ เจ็ด" ไหลผ่าน ทศิ เหนือ มี "ห้วยนา้ ใส"
ไหลไปบรรจบกบั ทศิ ตะวนั ตก และส่วนหน่ึงของนา้ ท่ีไหลผ่านใต้ภูเขาเรียกกนั ว่า "ถา้ นา้ "
และท่เี ป็ นจดุ เด่น คือ "ถา้ ช้างหาย" ซ่งึ มที ่มี าจากยคุ รุ่งเรืองของเมืองนครศรีธรรมราช
ท่จี ะมกี ารส่งเคร่ืองบรรณาการไปยังเมืองนครศรีธรรมราช ซ่งึ หัวเมืองทางใต้
จะนาช้างไปบรรณาการ โดยมีการแวะพกั ท่จี ดุ ดงั กล่าว ระหว่างทาง ช้างได้ตกลูก มาหน่ึงเชือก
แต่ลกู ช้างท่ีเพ่ิงคลอดไม่นาน ได้ว่งิ ซกุ ซนเดนิ หายเข้าไปในถา้ แห่งหน่ึง
ในจดุ ดังกล่าวอย่างอภนิ ิหาร แม้จะพยายามช่วยกนั หาก็ไม่เจอเหมอื นถกู บังตาไว้ จนควาญช้าง
ต้องร่ายคาถาอาคม จนเจอลูกช้างและใช้ด้ายแดงขาวเพียง 3 เส้น
จบั ลกู ช้างเชือกนัน้ ออกมาได้สาเร็จ
แต่ระหว่างทางลูกช้างสะบัดด้ายจนขาดและว่ิงกลบั เข้าไปในถา้ อีกครัง้ และครัง้ นี้
ไม่สามารถหาลูกช้างเจออีกเลย ตงั้ แต่นัน้ มาจึงมกี ารเรียกถา้ แห่งนีว้ ่า "ถา้ เขาช้างหาย"

30.วงั เทพทาโร

วงั เทพทาโร บนเนือ้ ท่กี ว่า 25 ไร่ เป็ นท่ีตัง้ ของวังมังกรงานศลิ ปะท่นี ายจรูญ แก้วละเอยี ด
เนรมิตนาเอาเศษซากไม้และรากไม้เทพทาโร หรือ ไม้จวง
มาสร้างเป็ นมงั กรหลายขนาด โดยการนาซากไม้มาสร้างมงั กรตัง้ แต่ตัวแรกจนถึงตวั ท่ี 88
โดยมงั กรตัวท่ี 87 เป็ นมังกรแม่คือมงั กรนา้ ให้นา้ กับโลกมนุษย์ เพ่ือไม่ให้เกดิ ภัยแล้ง
ไม่ให้เกิดอกุ ภัย ส่วนมงั กรตวั ท่ี 88 เป็ นมงั กรเพศผู้
เป็ นมังกรไม้ท่สี ร้างท่ขี นึ้ ใหญ่ท่สี ุดในประเทศไทยและใหญ่ท่ีสุดในโลกก็ว่าได้ มงั กรตัวนี้
บ่งบอกถงึ พลังอานาจของแผ่นดิน

31.วงเวียนพะยูน

วงเวยี นพะยูนตรังตัง้ อยู่ท่ีถนนพัทลุงบริเวณทางขนึ้ จวนผู้ว่าฯ เป็ นวงเวยี นนา้ พขุ นาดใหญ่ 4 ชัน้
โดยแต่ละชนั้ เป็ นเร่ืองราวของวรรณคดไี ทย
โดยชนั้ บนสุดเป็ นรูปพรานบุญจับกินรีจากเร่ืองพระสุธนมโนราห์
ชนั้ รองลงมาเป็ นรูปนางเงือกจากเร่ืองพระอภัยมณี
ถัดลงมาอีกก็เป็ นม้านิลมังกรจากเร่ืองพระอภัยมณีและชนั้ ล่างเป็ นรูปปลาพะยูน
ซ่งึ เป็ นสตั ว์อนุรักษ์ประจาจงั หวัดตรัง

32. ถา้ อโิ ส

พระสมุห์ณรงค์ อติภทโฺ ท เจ้าอาวาสวัดถา้ อโิ ส หรือ วดั ถา้ โสราษฎร์ ต.ปากคม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง
เล่าว่า วดั ถา้ อโิ ส เป็ นวดั ชนบทท่มี ีถา้ เลก็ ถา้ น้อยอยู่ประมาณ 2-3 ถา้
มีพระจาพรรษาอยู่และมกี ารพฒั นาต่อเน่ืองมา สาหรับประวตั ิ วัดถา้ โสราษฎร์
เดิมช่ือวัดถา้ อิโสราษประดษิ ฐ์ สาเหตุท่เี รียกว่า วดั ถา้ อิโส
เพราะมตี ้นไผ่ใหญ่ขึน้ อยู่ท่ปี ากทางเข้าถา้ คอื ต้นอิโส ชาวบ้านจงึ เรียกว่าถา้ อิโส
ท่มี า: https://blog.traveloka.com/th/local-travel/20-attraction-
trang/


Click to View FlipBook Version