The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือแนวทางการเยี่ยมบ้านและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลางในชุมชน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ถกลวรรณ์ บุญเต็ม, 2023-07-29 00:46:39

คู่มือแนวทางการเยี่ยมบ้านและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลางในชุมชน

คู่มือแนวทางการเยี่ยมบ้านและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลางในชุมชน

ค าน า โรงพยาบาลสุรินทร์ มีการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวง สาธารณสุข ด้านการบริบาลฟื้นสภาพระยะกลาง (Intermediate care : IMC) ซึ่งมีผู้ปุวยโรคหลอดเลือด สมองเป็นหนึ่งในกลุ่มเปูาหมายในการให้บริการ โดยก าหนดให้มีการติดตามผู้ปุวยภายใน 6 เดือนหลังเกิดโรค หลอดเลือดสมอง งานกายภาพบ าบัด กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู กลุ่มงานการพยาบาลชุมชน กลุ่มงานเวชกรรมสังคม และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลในเขตอ าเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ได้สร้างเครือข่ายฟื้นฟู สมรรถภาพและจัดบริการติดตามและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลางในชุมชนขึ้นตั้งแต่ ปี พ.ศ.2556 มีเปูาหมายเพื่อให้ผู้ปุวยมีความสามารถในการท ากิจวัตรประจ าวันเพิ่มขึ้น ปูองกันภาวะแทรกซ้อน และไม่เป็นภาระต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม คู่มือแนวทางการเยี่ยมบ้านและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลางในชุมชน อ าเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เล่มนี้เป็นการจัดรูปแบบบริการที่เกิดจากการทบทวนและปรับปรุงกระบวนการ เยี่ยมบ้านและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวย เพื่อตอบสนองความต้องการและความจ าเป็นในการรับบริการฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ปุวยอย่างเหมาะสม งานกายภาพบ าบัด กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลสุรินทร์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวทางการเยี่ยม บ้านและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลางในชุมชน จะเกิดประโยชน์ ส าหรับบุคลากรที่ เกี่ยวข้องในการประยุกต์ใช้การบริบาลฟื้นสภาพระยะกลาง (Intermediate care : IMC)ในผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองหรือกลุ่มโรคอื่นๆ เพื่อให้ผู้ปุวยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น งานกายภาพบ าบัด กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลสุรินทร์ ตุลาคม พ.ศ. 2561


สารบัญ เนื้อหา หน้า ค าน า แบบประเมินระดับความพิการหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Modified Rankin Scale: MRS)…………………………………………………………………………………….. 1 แบบประเมินความสามารถในการท ากิจวัตรประจ าวัน (Barthel Index)……………………………….. 2 บทบาทและหน้าที่ของทีมสหสาขา ………………………………………………………………………………….. 4 แนวทางการเยี่ยมบ้านและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลางในชุมชน…….. 5 แบบประเมินการฟื้นฟูผู้ปุวยทางกายภาพบ าบัด………………………………………………………………… 12 ระบบจัดการความเสี่ยง/ภาวะแทรกซ้อน…………………………………………………………………………. 15 ระบบการปูองกันผู้ปุวยพลัดตกหกล้ม (ตกเตียง ลื่นล้ม)……………………………………………………… 16 ระบบปูองกันผิวหนังไหม้พองจากการใช้ความร้อน (burn)………………………………………………… 18 ระบบปูองกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนข้อไหล่ติด………………………………………………………………. 19 ระบบปูองกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนแผลกดทับ……………………………………………………………… 23 การบริหารร่างกายให้ผู้ปุวย........................................................................................................ 26 การฝึกท ากิจวัตรประจ าวันในผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมอง…………………………………………………… 28 แบบฟอร์มการขอเครื่องช่วยความพิการ / หนังสือรับรองความพิการ ส าหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหว เวชกรรมฟื้นฟู จังหวัดสุรินทร์……………………………………….. 32 ภาคผนวก แผ่นพับการดูแลและช่วยเหลือการเคลื่อนไหวในผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมอง แผ่นพับการฝึกท ากิจวัตรประจ าวันในผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมอง


1 แนวทางการเยี่ยมบ้านและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลางในชุมชน (แผนภูมิที่1) แบ่งกลุ่มในการเยี่ยมบ้านและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยตามระดับความพิการหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (MRS) เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 คะแนน MRS 1,2 กลุ่มที่ 2 คะแนน MRS 3 และกลุ่มที่ 3 คะแนน MRS 4,5 ทุกกลุ่ม ได้รับการติดตามครั้งที่ 1 ภายใน 14 วันหลังจ าหน่ายโดยทีม รพ.สต. ประเมินคะแนนความสามารถในการท า กิจวัตรประจ าวัน (BI) คะแนน 75 คะแนนขึ้นไป ติดตามและอยู่ในความดูแลของ อสม. ติดตามและประเมิน คะแนนอีกครั้งในเดือนที่ 6 กลุ่มที่ 2 และ 3 ที่มีคะแนนน้อยกว่า 75 คะแนน ได้รับการเยี่ยมบ้านและฟื้นฟู สมรรถภาพโดยทีมสหสาขา 1-4 ครั้งภายในเวลา 6 เดือน คะแนน 75 คะแนนขึ้นไป ติดตามและอยู่ในความดูแล ของ อสม. ประเมินคะแนนในเดือนที่ 1,3 และ 6 แบบประเมินระดับความพิการหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Modified Rankin Scale : MRS) แบบประเมินระดับความพิการหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Modified Rankin Scale : MRS) เป็น การประเมินระดับความพิการของผู้ปุวยหลังเป็นโรคหลอดเลือดสมองมีคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 6 โดยคะแนนสูง แปลว่า มีความพิการมาก การให้คะแนนจากการประเมินด้วย MRS จ าแนกออกเป็น 7ระดับ ดังนี้ คะแนน 0 = ไม่มีความผิดปกติเลย ประกอบอาชีพได้ (No symptoms at all) คะแนน 1 =ไม่มีความผิดปกติที่รุนแรง สามารถประกอบกิจวัตรประจ าวันได้ตามปกติทุกอย่าง ประกอบอาชีพได้ (No significant disability despite symptoms: able to carry out all usual duties and activities) คะแนน 2 = มีความผิดปกติเล็กน้อย สามารถประกอบกิจวัตรประจ าวันได้เกือบทุกอย่าง ประกอบ อาชีพได้(Slight disability: unable to carry out all previous activities but able to look after own affairs without assistance) คะแนน 3 = มีความผิดปกติพอสมควร ต้องการคนอื่นช่วยในการท ากิจวัตรประจ าวันบางอย่าง เดิน ได้เองโดยไม่ต้องมีคนช่วย ประกอบอาชีพไม่ได้ (Moderate disability: requiring some help, but able to walk without assistance) คะแนน 4 =มีความผิดปกติมาก ต้องมีคนช่วยในการท ากิจวัตรประจ าวันทั้งหมด ประคองเดินได้ใกล้ๆ ประกอบอาชีพไม่ได้ (Moderately severe disability: unable to walk without assistance, and unable to attend to own bodily needs without assistance) คะแนน 5 = มีความผิดปกติรุนแรง นอนติดเตียง ควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะไม่ได้ ต้องมีคนดูแล ใกล้ชิด ประกอบอาชีพไม่ได้(Severe disability: bedridden, incontinent, and requiring constant nursing care and attention) คะแนน 6 = เสียชีวิต (Death)


2 ค าถามในการประเมิน(Modified Rankin Scale : MRS) 1.มีอาการใดๆ รบกวนการใช้ชีวิตประจ าวัน ใช่ ไม่ใช่ 2.สามารถท างานได้เหมือนกับก่อนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ใช่ ไม่ใช่ 3.สามารถท างานอดิเรกได้เหมือนกับก่อนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ใช่ ไม่ใช่ 4. สามารถรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัวไว้ได้ เหมือนกับก่อนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ใช่ ไม่ใช่ 5. ต้องมีคนช่วยท าอาหารง่ายๆ ท างานบ้านง่ายๆ ใช่ ไม่ใช่ 6. ต้องมีคนช่วยพาไปซื้อของร้านค้าใกล้บ้านหรือเดินทางใกล้บ้าน ใช่ ไม่ใช่ 7. ต้องมีคนประคองเดิน ใช่ ไม่ใช่ 8. ต้องมีคนช่วยปูอนอาหาร ไปห้องน้ า หรือช่วยอาบน้ า ใช่ ไม่ใช่ 9. เวลาส่วนมากนอนบนเตียงและต้องมีผู้ดูแลท ากิจวัตรประจ าวันให้ ใช่ ไม่ใช่ แบบประเมินความสามารถในการท ากิจวัตรประจ าวัน (Barthel Index) แบบประเมินความสามารถในการท ากิจวัตรประจ าวัน (Barthel Index) ใช้ประกอบการพยากรณ์ การฟื้นตัวของผู้ปุวย เป็นแบบประเมินความสามารถในการท ากิจกรรมประจ าวัน 10 หัวข้อ ได้แก่ การรับประทานอาหาร การอาบน้ า การหวีผม การแต่งตัว การขับถ่ายอุจจาระ การปัสสาวะ การใช้ห้องน้ า การเคลื่อนย้ายตัว การเดิน และการใช้บันได โดยประเมินว่าผู้ปุวยสามารถท ากิจกรรมนั้นได้หรือไม่ด้วยวิธีการใดๆ ก็ได้ และในบางหัวข้อมีการประเมินเพิ่มเติมว่ากิจกรรมที่ท าได้นั้น ต้องมีผู้ช่วยเหลือหรือไม่ มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน และมีการแบ่งคะแนนระดับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวัน ซึ่งเป็นคะแนนไม่ต่อเนื่อง และ คะแนนที่ได จะอยู่ในช่วงคะแนนที่ก าหนดไว้โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ 0-20 หมายถึง ไมสามารถปฏิบัติกิจวัตรประจ าวันไดเลย (Very severity disabled) 25-45 หมายถึง สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจ าวันได้เล็กน้อย (Severity disabled) 50-70 หมายถึง สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจ าวันไดปานกลาง (Moderately disabled) 75-95 หมายถึง สามารถประกอบกิจวัตรประจ าวันไดมาก (Mildly disabled) 100 หมายถึง สามารถประกอบกิจวัตรประจ าวันไดด้วยตนเองทั้งหมด (Physically independent but not necessary normal or social independent)


3 Barthel Index 1.Feeding (การรับประทานอาหารเมื่อเตรียมส ารับไว้ให้เรียบร้อยต่อหน้า) 0 = ไม่สามารถตักอาหารเข้าปากได้ ต้องมีคนปูอนให้ 5 = ช่วยใช้ช้อนตักอาหารไว้ให้ หรือ ตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ ไว้ล่วงหน้า 10 = ตักอาหารและช่วยตัวเองได้ปกติ 2. Transfer (ลุกนั่งจากที่นอน หรือจากเตียงไปยังเก้าอี้) 0 = ไม่สามารถนั่งได้ (นั่งแล้วจะล้มเสมอ) หรือต้องใช้คนสองคนช่วยกันยกขึ้น 5 = ต้องการความช่วยเหลืออย่างมากจึงจะนั่งได้ เช่น ต้องใช้คนที่แข็งแรงหรือมีทักษะ 1 คน หรือใช้คนทั่วไป 2 คนพยุง หรือดันขึ้นมาจึงจะนั่งอยู่ได้ 10 = ต้องการความช่วยเหลือบ้าง เช่น บอกให้ท าตามหรือช่วยพยุงเล็กน้อยหรือต้องมีคนดูแลความปลอดภัย 15 = ท าได้เอง 3. Grooming (ล้างหน้า หวีผม แปรงฟัน โกนหนวด ในระยะ 24-48 ชั่วโมงที่ผ่านมา) 0 = ต้องการความช่วยเหลือ 5 = ท าได้เอง (รวมทั้งที่ท าได้เองถ้าเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้) 4. Toilet Use (การเข้าห้องน้ า) 0 = ช่วยตัวเองไม่ได้ 5 = ท าเองได้บ้าง (อย่างน้อยท าความสะอาดตัวเองได้หลังเสร็จธุระ แต่ต้องการความช่วยเหลือในบางสิ่ง 10 = ช่วยตัวเองได้ดี (ขึ้นนั่งและลงจากโถส้วมได้เอง ท าความสะอาดได้เรียบร้อยหลังจากเสร็จธุระแล้ว ถอดใส่เสื้อผ้าได้) 5. Bathing (การอาบน้ า) 0 = ต้องมีคนช่วย หรือท าให้ 5 = อาบน้ าได้เอง 6. Mobility (การเคลื่อนที่ภายในห้องหรือบ้าน) 0 = เคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้ 5 = ต้องใช้รถเข็นช่วยตัวเองให้เคลื่อนที่ได้เอง (ไม่ต้องมีคนเข็นให้) และจะต้องเข้าออกมุมหรือประตูได้ 10 = เดินหรือเคลื่อนที่โดยมีคนช่วย เช่น พยุง หรือบอกให้ท าตามหรือต้องให้ความสนใจดูแลเพื่อความปลอดภัย 15 = เดินหรือเคลื่อนที่ได้เอง 7. Stairs (การขึ้นลงบันได 1 ชั้นพัก) 0 = ไม่สามารถท าได้ 5 = ต้องการคนช่วยเหลือ 10 = ขึ้นลงได้เอง (ถ้าต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น walker จะต้องเอาขึ้นลงได้ด้วย) 8. Dressing (การสวมใส่เสื้อผ้า) 0 = ต้องมีคนสวมใส่ให้ ช่วยตัวเองไม่ได้เลยหรือได้น้อย 5 = ช่วยตัวเองได้ราวร้อยละ 50 ที่เหลือต้องมีคนช่วย 10 = ช่วยตัวเองได้ดี (รวมทั้งการติดกระดุม รูดซิบ หรือใส่เสื้อผ้าที่ดัดแปลงให้เหมาะสมก็ได้) 9. Bowels (การกลั้นอุจจาระในระยะ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา) 0 = กลั้นไม่ได้ หรือต้องการสวนอุจจาระอยู่เสมอ 5 = กลั้นไม่ได้เป็นบางครั้ง (ไม่เกิน 1 ครั้ง/สัปดาห์) 10 = กลั้นได้ปกติ 10. Bladder (การกลั้นปัสสาวะในระยะ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา) 0 = กลั้นไม่ได้ หรือใส่สายสวนปัสสาวะและไม่สามารถดูแลเองได้ 5 = กลั้นไม่ได้เป็นบางครั้ง (ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง) 10 = กลั้นได้ปกติ


4 บทบาทและหน้าที่ของทีมสหสาขา 1. แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ตรวจประเมินภาวะสุขภาพ ความถูกต้องในการใช้ยาของผู้ปุวยและ ประสานงานส่งต่อเพื่อปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง ประเมินความพิการและออกเอกสารรับรองความพิการ 2. นักกายภาพบ าบัด โรงพยาบาลสุรินทร์ เป็นผู้จัดการทีม มีหน้าที่ 2.1 รวบรวมและจัดท าข้อมูลผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองในเขตอ าเภอเมืองที่เข้ารับการรักษาและ ฟื้นฟูสมรรถภาพในโรงพยาบาลสุรินทร์ 2.2 จัดกลุ่มผู้ปุวยตามระดับความพิการหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Modified Rankin Scale: MRS) ส่งต่อข้อมูลให้พยาบาลชุมชน 2.3 ให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยที่บ้านตามปัญหาและความต้องการของผู้ปุวยอย่างเหมาะสม 2.4 สอน อสม.และผู้ดูแลผู้ปุวยในการด้านการเคลื่อนไหว การท ากิจวัตรประจ าวัน การปูองกัน ภาวะแทรกซ้อน 2.5 ให้ค าแนะน าในการปรับสภาพบ้านที่เหมาะสมกับผู้ปุวย 2.6 ประสานงานในการเบิกจ่ายกายอุปกรณ์ เครื่องช่วยเดินที่เหมาะสมกับผู้ปุวย โดยผู้ปุวยไม่ต้องเข้า รับบริการที่โรงพยาบาล 2.7 ประสานงานศูนย์ยืม คืนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เตียงนอน ที่นอนลม รถเข็นนั่ง 2.8 จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จ าเป็น ผ่านการจัดท าโครงการโดยการสนับสนุนของกองทุนฟื้นฟู สมรรถภาพจังหวัดสุรินทร์ 3. พยาบาลชุมชน โรงพยาบาลสุรินทร์ มีหน้าที่ 3.1 วางแผนจ าหน่ายผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองเขตอ าเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 3.2 ประสานศูนย์COC, ศูนย์IMC, ศูนย์LTC ร่วมวางแผนจ าหน่าย 3.3 ส่งต่อและตอบกลับการเยี่ยมบ้านด้วยโปรแกรม Thai COC ทุกราย 3.4 จัดตารางติดตามเยี่ยมบ้าน ประสานงาน กับ รพ.สต.เปูาหมาย และก าหนดวันติดตามเยี่ยมบ้าน และฟื้นฟูสมรรถภาพ 3.5 ให้บริการประเมินสัญญาณชีพ ประเมินความต้องการทางด้านโภชนาการ การดูแลการให้อาหาร ทางสายยางและปัญหาของการกลืนภายหลังการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง การดูแลสายสวนปัสสาวะ 3.6 ให้ความรู้แก่ อสม.และ ผู้ดูแลผู้ปุวยด้านโภชนาการ การรับประทานยา การท ากิจวัตรประจ าวัน การเข้ารับบริการพบแพทย์ตามนัดติดตามผล 3.7 ประสานงานเบิกยาให้ผู้ปุวย กรณีผู้ปุวยไม่สามารถเดินทางเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลได้ 4. พยาบาลและเจ้าหน้าที่รพ.สต. มีหน้าที่ เป็นผู้ประสานงานกับชุมชนในการช่วยเหลือผู้ปุวย ปรับสภาพ บ้านให้เหมาะสม ให้บริการปูองกันและส่งเสริมสุขภาพ เพื่อปูองกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ า รวมทั้ง ประสานงานกับนักกายภาพบ าบัดในการเบิกกายอุปกรณ์ เครื่องช่วยเดินที่เหมาะสมกับผู้ปุวย และประสานงาน กับ อบต.ในการจัดรถรับส่งผู้ปุวยเข้ารับบริการในโรงพยาบาลเพื่อติดตามผลการรักษา


5 BI < 75/100 MRS 3,4,5 สรุปปิดการฟื้นฟู สมรรถภาพ ผู้ปุวย Stroke ระยะกลาง สรุปปิดการ ฟื้นฟู สมรรถภาพ ผู้ปุวย Stroke ระยะกลาง - ส่งผู้ปุวยเข้าสู่ระบบการดูแลต่อเนื่อง (long term care) - ประเมินเพื่อออกเอกสารรับรองความ พิการ สรุปปิดการฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ปุวย Stroke ระยะกลาง แนวทางการเยี่ยมบ้านและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลาง ผู้ปุวยได้รับการส่งต่อจาก รพ.สุรินทร์ BI ≥ 75/100 MRS.1,2 BI < 75/100 MRS 3,4,5 เยี่ยมเดือนที่6 BI ≥ 75/100 MRS.1,2 BI < 75/100 MRS 3,4,5 BI ≥ 75/100 MRS.1,2 BI < 75/100 MRS 3,4,5 เยี่ยมเดือนที่6 BI ≥ 75/100 MRS.1,2 BI ≥ 75/100 MRS.1,2 BI < 75/100 MRS 3,4,5 เยี่ยมเดือนที่4 BI < 75/100 MRS 3,4,5 เยี่ยมเดือนที่3 BI < 75/100 MRS 3,4,5 เยี่ยมเดือนที่2 BI ≥ 75/100 MRS.1,2 เยี่ยมสัปดาห์ที่ 1-2 เยี่ยมสัปดาห์ที่ 3-4 เยี่ยมวันที่7-14 เยี่ยมวันที่ 3-7 เยี่ยมวันที่ 1-2 MRS 4,5 เจ้าหน้าที่ รพ.สต. - แนะน าการปฏิบัติตัวเพื่อ ปูองกันการเกิดโรคซ้ า - แนะน าการใช้ยาที่ถูกต้อง - แนะน ารับประทาน อาหารอย่างเหมาะสม - แนะน าการออกก าลัง กายอย่างเหมาะสม - แนะน าอาการผิดปกติที่ ต้องเข้ารับการรักษาทันที - แนะน าการรับการ F/U ที่ รพ. - แนะน า 1669 - ประเมิน BI, MRS -นักกายภาพบ าบัด ฝึกออกก าลังเพิ่มความแข็งแรง, ฝึกการ เคลื่อนย้าย/การเดินอย่างปลอดภัย,ฝึกกิจวัตรประจ าวัน,เบิก อุปกรณ์เครื่องช่วยเดินที่เหมาะสม,ปรับสภาพแวดล้อมในบ้าน, แนะน าญาติ/ผู้ดูแลช่วยออกก าลังให้ผู้ปุวย -พยาบาลชุมชน แนะน าภาวะสุขภาพ,การใช้ยา,อาหาร,การ ดูแลสายสวนปัสสาวะ -เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ประสานงานชุมชน/อบต.ช่วยเหลือ ครอบครัวผู้ปุวย - ประเมิน BI, MRS - เจ้าหน้าที่ รพ.สต.แนะน าการปฏิบัติตัวเพื่อปูองกันการเกิด โรคซ้ า,การใช้ยา,อาหาร,ออกก าลังกาย,ประเมินความพร้อม ของญาติ/ผู้ดูแล - ประเมิน BI, MRS - ให้บริการเหมือน การเยี่ยมเดือนที่4 - ประเมิน BI, MRS ติดตามในเดือนที่ 6 โดย อสม. เจ้าหน้าที่ รพ.สต. MRS 1,2 MRS 3 - ให้บริการเหมือน การเยี่ยมเดือนที่2 - ประเมิน BI, MRS - เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ประเมินความพร้อมของญาติ/ผู้ดูแล,แนะน าการ ปูองกันภาวะแทรกซ้อน,การให้อาหารทางสายยาง,ปัญหาของการกลืน การดูแลสายสวนปัสสาวะ,แจ้งปัญหาและความต้องการของผู้ปุวยให้แก่ ทีมเยี่ยมบ้าน,มอบหมายcaregiver/เจ้าหน้าที่บริบาลช่วยดูแลผู้ปุวย -นักกายภาพบ าบัด บ าบัดรักษาปูองกันภาวะแทรกซ้อน,จัดท่าที่เหมาะสม, ฝึกสมดุลร่างกาย,ฝึกการท ากิจวัตรประจ าวัน,ปรับสภาพแวดล้อมในบ้าน, แนะน าญาติ/ผู้ดูแลช่วยออกก าลังให้ผู้ปุวย,ประสานงานศูนย์ยืมอุปกรณ์ เครื่องช่วยความพิการ -พยาบาลชุมชน แนะน าภาวะสุขภาพ,การใช้ยา,อาหาร,การดูแลสายสวน ปัสสาวะ,การให้อาหารทางสายยาง,ปัญหาของการกลืน -เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ประสานงานชุมชน/อบต.ช่วยเหลือครอบครัวผู้ปุวย - สอน/แนะน าการดูแลผู้ปุวยให้แก่ อสม./เจ้าหน้าที่บริบาล/caregiver - ประเมิน BI, MRS ติดตามในเดือนที่ 6 โดย อสม. เจ้าหน้าที่ รพ.สต. -นักกายภาพบ าบัด ฝึกออกก าลังเพิ่มความแข็งแรง, ฝึก การเคลื่อนย้าย/การเดินอย่างปลอดภัย,ฝึกกิจวัตร ประจ าวัน,เบิกอุปกรณ์เครื่องช่วยเดินที่เหมาะสม,ปรับ สภาพแวดล้อมในบ้าน,แนะน าญาติ/ผู้ดูแลช่วยออกก าลัง ให้ผู้ปุวย -พยาบาลชุมชน แนะน าภาวะสุขภาพ,การใช้ยา,อาหาร, การดูแลสายสวนปัสสาวะ,การให้อาหารทางสายยาง ,ปัญหาของการกลืน -ทบทวนการดูแลและฟื้นฟูให้แก่caregiver/เจ้าหน้าที่ บริบาล/อสม. -เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ประสานงานชุมชน/อบต.ช่วยเหลือ ครอบครัวผู้ปุวย ให้บริการรับ-ส่งผู้ปุวยไปรพ. - ประเมิน BI, MRS ติดตามในเดือนที่ 6 โดย อสม. เจ้าหน้าที่ รพ.สต. BI ≥ 75/100 MRS.1,2 -นักกายภาพบ าบัด ฝึกออกก าลังเพิ่มความแข็งแรง, ฝึก การเคลื่อนย้าย/การเดินอย่างปลอดภัย,ฝึกกิจวัตร ประจ าวัน,เบิกอุปกรณ์เครื่องช่วยเดินที่เหมาะสม,ปรับ สภาพแวดล้อมในบ้าน,แนะน าญาติ/ผู้ดูแลช่วยออกก าลัง ให้ผู้ปุวย -พยาบาลชุมชน แนะน าภาวะสุขภาพ,การใช้ยา,อาหาร, การดูแลสายสวนปัสสาวะ,การให้อาหารทางสายยาง ,ปัญหาของการกลืน -ทบทวนการดูแลและฟื้นฟูให้แก่caregiver/เจ้าหน้าที่ บริบาล/อสม. -เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ประสานงานชุมชน/อบต.ช่วยเหลือ ครอบครัวผู้ปุวย ให้บริการรับ-ส่งผู้ปุวยไปรพ. - ประเมิน BI, MRS - ให้บริการเหมือน การเยี่ยมเดือนที่3 - ประเมิน BI, MRS ติดตามในเดือนที่ 6 โดย อสม. เจ้าหน้าที่ รพ.สต.


6 ขั้นตอนที่ 1 ผู้ปุวยได้รับการส่งต่อจาก รพ.สุรินทร์ 1. รับข้อมูลทางไลน์กลุ่ม Rehab stroke และตอบกลับการรับทราบเคสในไลน์กลุ่ม 2. ตรวจสอบในโปรแกรม Thai COC หากยังไม่มีข้อมูลแจ้งในไลน์กลุ่ม 3. จัดกลุ่มผู้ปุวยโดยแบ่งตามระดับความพิการโดยใช้ แบบประเมิน Modified Rankin Scale กลุ่มที่ 1 MRS gr.1,2 กลุ่มที่ 2 MRS gr.3 กลุ่มที่ 3 MRS gr.4,5 ขั้นตอนที่ 2 ติดตามเยี่ยม ครั้งที่ 1 ภายใน 14 วันหลัง D/C ในผู้ปุวยรายใหม่ทุกราย โดย รพ.สต. โดยมีรายละเอียดการติดตามเยี่ยมตามกลุ่มดังนี้ 1. กลุ่มที่ 1 MRS gr.1,2 เยี่ยมวันที่ 7-14 โดย แนะน าการปฏิบัติตัวเพื่อปูองกันการเกิดโรคซ้ า แนะน าการใช้ยาที่ถูกต้อง แนะน ารับประทานอาหารอย่างเหมาะสม แนะน าการออกก าลังกายอย่างเหมาะสม แนะน าอาการผิดปกติที่ต้องเข้ารับการรักษาทันที แนะน าการเข้ารับการพบแพทย์เพื่อติดตามผลการรักษาที่โรงพยาบาล แนะน า 1669 ประเมิน BI, MRS ติดตามโดย อสม.เยี่ยมหรือโทรศัพท์สอบถามในเดือนที่ 6หลังเกิดโรค สรุปสิ้นสุดการให้บริการติดตามและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลาง 2. กลุ่มที่ 2 MRS gr.3 เยี่ยมวันที่ 3-7 โดย แนะน าการปฏิบัติตัวเพื่อปูองกันการเกิดโรคซ้ า แนะน าการใช้ยาที่ถูกต้อง แนะน ารับประทานอาหารอย่างเหมาะสม แนะน าการออกก าลังกายอย่างเหมาะสม ประเมินความพร้อมของญาติ/ผู้ดูแล ประเมิน BI, MRS


7 3. กลุ่มที่ 3 MRS gr.4,5 เยี่ยมวันที่ 1-2 ประเมินความพร้อมของญาติ/ผู้ดูแล แนะน าการปูองกันภาวะแทรกซ้อน แนะน าการให้อาหารทางสายยาง ประเมินปัญหาของการกลืน แนะน าการดูแลสายสวนปัสสาวะ แจ้งปัญหาและความต้องการของผู้ปุวยให้แก่ทีมเยี่ยมบ้าน, มอบหมายcaregiver/เจ้าหน้าที่บริบาลช่วยดูแลผู้ปุวย บันทึกการเยี่ยมบ้านโดยใช้แบบประเมินการฟื้นฟูผู้ปุวยทางกายภาพบ าบัด ประเมินความสามารถใน การท ากิจวัตรประจ าวันด้วย Barthel index และ ประเมินความพิการด้วย Modified Rankin Scale บันทึก ตอบรับ stroke , IMC ลงในโปรแกรม Thai COC ขั้นตอนที่ 3 ติดตามเยี่ยม ครั้งที่ 2 ภายใน 1 เดือนหลัง D/C โดยนักกายภาพบ าบัด พยาบาลชุมชนและ รพ.สต. โดยมีรายละเอียดการติดตามเยี่ยมตามกลุ่มดังนี้ 1. กลุ่มที่ 2 MRS gr.3 เยี่ยมสัปดาห์ที่ 3-4 โดย นักกายภาพบ าบัด ฝึกออกก าลังเพิ่มความแข็งแรง, ฝึกการเคลื่อนย้าย/การเดินอย่าง ปลอดภัย,ฝึกกิจวัตรประจ าวัน,เบิกอุปกรณ์เครื่องช่วยเดินที่เหมาะสม ,ปรับ สภาพแวดล้อมในบ้าน,แนะน าญาติ/ผู้ดูแลช่วยออกก าลังให้ผู้ปุวย พยาบาลชุมชน แนะน าภาวะสุขภาพ,การใช้ยา,อาหาร,การดูแลสายสวนปัสสาวะ เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ประสานงานชุมชน/อบต.ช่วยเหลือครอบครัวผู้ปุวย ประเมิน BI, MRS ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI มากกว่าหรือเท่ากับ 75/100 หรือ MRS gr.1,2 ติดตามโดย อสม.เยี่ยมหรือโทรศัพท์สอบถามในเดือนที่ 6หลังเกิดโรค สรุป สิ้นสุดการให้บริการติดตามและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลาง ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI น้อยกว่า 75/100 หรือ MRS gr.3,4,5 ให้ติดตามเยี่ยมครั้งที่ 3 ในเดือนที่ 3 หลังเกิดโรค


8 2. กลุ่มที่ 3 MRS gr.4,5 เยี่ยมสัปดาห์ที่ 1-2 โดย นักกายภาพบ าบัด บ าบัดรักษาปูองกันภาวะแทรกซ้อน,จัดท่าที่เหมาะสม, ฝึกสมดุล ร่างกาย,ฝึกการท ากิจวัตรประจ าวัน,ปรับสภาพแวดล้อมในบ้าน,แนะน าญาติ/ผู้ดูแลช่วย ออกก าลังให้ผู้ปุวย,ประสานงานศูนย์ยืมอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ สอน/แนะน า การดูแลผู้ปุวยให้แก่ อสม./เจ้าหน้าที่บริบาล/caregiver พยาบาลชุมชน แนะน าภาวะสุขภาพ,การใช้ยา,อาหาร,การดูแลสายสวนปัสสาวะ,การให้ อาหารทางสายยาง,ปัญหาของการกลืน เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ประสานงานชุมชน/อบต.ช่วยเหลือครอบครัวผู้ปุวย ประเมิน BI, MRS ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI มากกว่าหรือเท่ากับ 75/100 หรือ MRS gr.1,2 ติดตามโดย อสม.เยี่ยมหรือโทรศัพท์สอบถามในเดือนที่ 6หลังเกิดโรค สรุป สิ้นสุดการให้บริการติดตามและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลาง ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI น้อยกว่า 75/100 หรือ MRS gr.3,4,5 ให้ติดตามเยี่ยมครั้งที่ 3 ในเดือนที่ 2- 3 หลังเกิดโรค บันทึกการเยี่ยมบ้านโดยใช้แบบประเมินการฟื้นฟูผู้ปุวยทางกายภาพบ าบัด ประเมินความสามารถใน การท ากิจวัตรประจ าวันด้วย Barthel index และ ประเมินความพิการด้วย Modified Rankin Scale บันทึก ตอบรับ stroke , IMC ลงในโปรแกรม Thai COC ขั้นตอนที่ 4 ติดตามเยี่ยมครั้งที่ 3 ภายใน 3 เดือน หลัง D/C โดย โดยนักกายภาพบ าบัด พยาบาลชุมชน และรพ.สต. โดยมีรายละเอียดการติดตามเยี่ยมตามกลุ่มดังนี้ 1. กลุ่มที่ 2 MRS gr.3 เยี่ยมเดือนที่ 3 โดย นักกายภาพบ าบัด ฝึกออกก าลังเพิ่มความแข็งแรง, ฝึกการเคลื่อนย้าย/การเดินอย่าง ปลอดภัย,ฝึกกิจวัตรประจ าวัน,เบิกอุปกรณ์เครื่องช่วยเดินที่เหมาะสม,ปรับ สภาพแวดล้อมในบ้าน,แนะน าญาติ/ผู้ดูแลช่วยออกก าลังให้ผู้ปุวย ทบทวนการดูแลและ ฟื้นฟูให้แก่caregiver/เจ้าหน้าที่บริบาล/อสม. พยาบาลชุมชน แนะน าภาวะสุขภาพ,การใช้ยา,อาหาร,การดูแลสายสวนปัสสาวะ,การให้ อาหารทางสายยาง, ปัญหาของการกลืน เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ประสานงานชุมชน/อบต.ช่วยเหลือครอบครัวผู้ปุวย ให้บริการรับ-ส่ง ผู้ปุวยไปโรงพยาบาล


9 ประเมิน BI, MRS ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI มากกว่าหรือเท่ากับ 75/100 หรือ MRS gr.1,2 ติดตามโดย อสม.เยี่ยมหรือโทรศัพท์สอบถามในเดือนที่ 6หลังเกิดโรค สรุป สิ้นสุดการให้บริการติดตามและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลาง ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI น้อยกว่า 75/100 หรือ MRS gr.3,4,5 ให้ติดตามเยี่ยมครั้งที่ 4 ในเดือนที่ 6 หลังเกิดโรค 2. กลุ่มที่ 3 MRS gr.4,5 เยี่ยมเดือนที่ 2 -3 โดย นักกายภาพบ าบัด ฝึกออกก าลังเพิ่มความแข็งแรง, ฝึกการเคลื่อนย้าย/การเดินอย่าง ปลอดภัย,ฝึกกิจวัตรประจ าวัน,เบิกอุปกรณ์เครื่องช่วยเดินที่เหมาะสม ,ปรับ สภาพแวดล้อมในบ้าน,แนะน าญาติ/ผู้ดูแลช่วยออกก าลังให้ผู้ปุวยทบทวนการดูแลและ ฟื้นฟูให้แก่caregiver/เจ้าหน้าที่บริบาล/อสม. พยาบาลชุมชน แนะน าภาวะสุขภาพ,การใช้ยา,อาหาร,การดูแลสายสวนปัสสาวะ,การให้ อาหารทางสายยาง, ปัญหาของการกลืน เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ประสานงานชุมชน/อบต.ช่วยเหลือครอบครัวผู้ปุวย ให้บริการรับ-ส่ง ผู้ปุวยไปรพ. ประเมิน BI, MRS ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI มากกว่าหรือเท่ากับ 75/100 หรือ MRS gr.1,2 ติดตามโดย อสม.เยี่ยมหรือโทรศัพท์สอบถามในเดือนที่ 6หลังเกิดโรค สรุป สิ้นสุดการให้บริการติดตามและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลาง ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI น้อยกว่า 75/100 หรือ MRS gr.3,4,5 ให้ติดตามเยี่ยมครั้งที่ 4 ในเดือนที่ 4 หลังเกิดโรค บันทึกการเยี่ยมบ้านโดยใช้แบบประเมินการฟื้นฟูผู้ปุวยทางกายภาพบ าบัด ประเมินความสามารถใน การท ากิจวัตรประจ าวันด้วย Barthel index และ ประเมินความพิการด้วย Modified Rankin Scale บันทึก ตอบรับ stroke , IMC ลงในโปรแกรม Thai COC ขั้นตอนที่ 5 ติดตามเยี่ยมครั้งที่ 4 ภายใน 6 เดือนหลัง D/C โดยนักกายภาพบ าบัด พยาบาลชุมชน และ รพ.สต. โดยมีรายละเอียดการติดตามเยี่ยมตามกลุ่มดังนี้


10 1. กลุ่มที่ 2 MRS gr.3 เยี่ยมเดือนที่ 6 โดย นักกายภาพบ าบัด ฝึกออกก าลังเพิ่มความแข็งแรง, ฝึกการเคลื่อนย้าย/การเดินอย่าง ปลอดภัย,ฝึกกิจวัตรประจ าวัน,เบิกอุปกรณ์เครื่องช่วยเดินที่เหมาะสม,ปรับ สภาพแวดล้อมในบ้าน,แนะน าญาติ/ผู้ดูแลช่วยออกก าลังให้ผู้ปุวย ทบทวนการดูแลและ ฟื้นฟูให้แก่caregiver/เจ้าหน้าที่บริบาล/อสม. พยาบาลชุมชน แนะน าภาวะสุขภาพ,การใช้ยา,อาหาร,การดูแลสายสวนปัสสาวะ,การให้ อาหารทางสายยาง, ปัญหาของการกลืน เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ประสานงานชุมชน/อบต.ช่วยเหลือครอบครัวผู้ปุวย ให้บริการรับ-ส่ง ผู้ปุวยไปโรงพยาบาล ประเมิน BI, MRS ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI มากกว่าหรือเท่ากับ 75/100 หรือ MRS gr.1,2 สรุปสิ้นสุดการให้บริการติดตามและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือด สมองระยะกลาง ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI น้อยกว่า 75/100 หรือ MRS gr.3,4,5 ส่งผู้ปุวยเข้าสู่ระบบ การดูแลต่อเนื่อง(long term care)และร่วมกันประเมินความพิการ ตามระบบการ ประเมินเพื่อออกเอกสารรับรองความพิการ 2. กลุ่มที่ 3 MRS gr.4,5 เยี่ยมเดือนที่ 4 โดย นักกายภาพบ าบัด ฝึกออกก าลังเพิ่มความแข็งแรง, ฝึกการเคลื่อนย้าย/การเดินอย่าง ปลอดภัย,ฝึกกิจวัตรประจ าวัน,เบิกอุปกรณ์เครื่องช่วยเดินที่เหมาะสม ,ปรับ สภาพแวดล้อมในบ้าน,แนะน าญาติ/ผู้ดูแลช่วยออกก าลังให้ผู้ปุวยทบทวนการดูแลและ ฟื้นฟูให้แก่caregiver/เจ้าหน้าที่บริบาล/อสม. พยาบาลชุมชน แนะน าภาวะสุขภาพ,การใช้ยา,อาหาร,การดูแลสายสวนปัสสาวะ,การให้ อาหารทางสายยาง, ปัญหาของการกลืน เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ประสานงานชุมชน/อบต.ช่วยเหลือครอบครัวผู้ปุวย ให้บริการรับ-ส่ง ผู้ปุวยไปรพ. ประเมิน BI, MRS ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI มากกว่าหรือเท่ากับ 75/100 หรือ MRS gr.1,2 ติดตามโดย อสม.เยี่ยมหรือโทรศัพท์สอบถามในเดือนที่ 6หลังเกิดโรค สรุป สิ้นสุดการให้บริการติดตามและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลาง ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI น้อยกว่า 75/100 หรือ MRS gr.3,4,5 ให้ติดตามเยี่ยมครั้งที่ 5 ในเดือนที่ 6 หลังเกิดโรค


11 บันทึกการเยี่ยมบ้านโดยใช้แบบประเมินการฟื้นฟูผู้ปุวยทางกายภาพบ าบัด ประเมินความสามารถใน การท ากิจวัตรประจ าวันด้วย Barthel index และ ประเมินความพิการด้วย Modified Rankin Scale บันทึก ตอบรับ stroke , IMC ลงในโปรแกรม Thai COC ขั้นตอนที่ 6 ติดตามเยี่ยมครั้งที่ 5 ในเดือนที่ 6 หลัง D/C ในผู้ปุวยกลุ่มที่ 3 โดยนักกายภาพบ าบัด พยาบาลชุมชน และรพ.สต. นักกายภาพบ าบัด ฝึกออกก าลังเพิ่มความแข็งแรง, ฝึกการเคลื่อนย้าย/การเดินอย่าง ปลอดภัย,ฝึกกิจวัตรประจ าวัน,เบิกอุปกรณ์เครื่องช่วยเดินที่เหมาะสม ,ปรับ สภาพแวดล้อมในบ้าน,แนะน าญาติ/ผู้ดูแลช่วยออกก าลังให้ผู้ปุวยทบทวนการดูแลและ ฟื้นฟูให้แก่caregiver/เจ้าหน้าที่บริบาล/อสม. พยาบาลชุมชน แนะน าภาวะสุขภาพ,การใช้ยา,อาหาร,การดูแลสายสวนปัสสาวะ,การให้ อาหารทางสายยาง, ปัญหาของการกลืน เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ประสานงานชุมชน/อบต.ช่วยเหลือครอบครัวผู้ปุวย ให้บริการรับ-ส่ง ผู้ปุวยไปรพ. ประเมิน BI, MRS ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI มากกว่าหรือเท่ากับ 75/100 หรือ MRS gr.1,2 สรุปสิ้นสุดการให้บริการติดตามและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลาง ถ้าผู้ปุวยมีค่าคะแนน BI น้อยกว่า 75/100 หรือ MRS gr.3,4,5 ส่งผู้ปุวยเข้าสู่ระบบ การดูแลต่อเนื่อง(long term care)และร่วมกันประเมินความพิการ ตามระบบการประเมินเพื่อออกเอกสารรับรองความพิการ บันทึกการเยี่ยมบ้านโดยใช้แบบประเมินการฟื้นฟูผู้ปุวยทางกายภาพบ าบัด ประเมินความสามารถใน การท ากิจวัตรประจ าวันด้วย Barthel index และ ประเมินความพิการด้วย Modified Rankin Scale บันทึก ตอบรับ stroke , IMC ลงในโปรแกรม Thai COC


12 แบบประเมินการฟื้นฟูผู้ปุวยทางกายภาพบ าบัด ชื่อผู้ปุวย..............................................ID………………..………รพ. สต. /รพช..................... HN………….โทร...................... โรคประจ าตัว □ เบาหวาน □ ความดันโลหิตสูง □ โรคหัวใจ □ ไขมันในเลือดสูง □ อื่นๆ ระบุ..................................... Subacute □ Stroke (Ischemic ,Infarction , Hemorrhage) □ SCI ………□ Trauma………..□ อื่นๆ ..................... BP………………………….…..…..mmHg. HR…………….……bpm. RR……..………..bpm BT……………………..………C ผู้ดูแลผู้ปุวย □ ไม่มี . □ มี..ชื่อ.........................................ความสัมพันธ์กับผู้ปุวย.................เบอร์โทร....................... อาการที่พบ 1. อาการอัมพาต □ ซีกซ้าย □ ซีกขวา □ สองซีก □ ครึ่งท่อนล่าง 2. หอบเหนื่อย □ ไม่มี . □ มี 3. บวม □ ไม่มี . □ มี (ซ้าย-ขวา) แขน , (ซ้าย-ขวา) ขา 4. ปวด □ ไม่มี . □ มี ระดับความเจ็บปวด....../10 (ซ้าย-ขวา) ไหล่, .... หลัง,..... .(ซ้าย-ขวา) เข่า 5. ข้อติด □ ไม่มี . □ (ซ้าย-ขวา) ไหล่, .... หลัง, .(ซ้าย-ขวา) เข่า, อื่นๆ ระบุ………………………….… 6. เกร็งของแขนหรือขา □ ไม่มี . □ มี (mild / moderate/ severe) (ซ้าย-ขวา) แขน / (ซ้าย-ขวา) ขา 7. ความตึงของกล้ามเนื้อหลัง □ ไม่มี . □ มี 8. ก าลังกล้ามเนื้อแขน(ซ้าย-ขวา) □ ไม่มี . □ มี ระดับ (1/ 2 /3 /4 /5) 9. ก าลังกล้ามเนื้อขา(ซ้าย-ขวา) □ ไม่มี . □ มี ระดับ (1/ 2 /3 /4 /5) 10. การทรงตัวท่านั่ง □ ทรงตัวได้เอง □ ทรงตัวได้บ้างมีคนช่วยประคองเล็กน้อยถึงปานกลาง □ ทรงตัวไม่ได้ 11. ลงน้ าหนักแขน (ซ้าย-ขวา) □ ได้ □ ไม่ได้ 12. การทรงตัวท่ายืน □ ยืนได้เอง □ ยืนได้ โดยมีคน / อุปกรณ์ช่วยพยุง □ ยืนไม่ได้ 13. ลงน้ าหนักขา (ซ้าย-ขวา) □ ได้ □ ไม่ได้ 14. เคลื่อนย้าย/เดินโดย □ ไม่ได้ . □ ได้ (WC / walker / cane/ crutches) 15. Barthel Index …………..………คะแนน MRS ……………………… สรุปปัญหาที่พบ □ ข้อติด .□ แผลกดทับ □ เสมหะ □ ปวด □ ไม่มีแรงข้าง □ มีแรงบ้าง □ เกร็ง □ การเคลื่อนย้าย □ นั่ง □ ยืน □ เดิน กิจกรรมให้บริการผู้ปุวย ครั้งที่.............วันที่................................... 1. ออกก าลังกาย □ ท าให้ผู้ปุวย □ ช่วยผู้ปุวยออกแรง □ ผู้ปุวยออกแรงเอง □ ออกแรงโดยใส่น้ าหนัก 2. การฝึกการเคลื่อนย้าย □ ฝึกนั่ง □ ฝึกยืน (คนประคอง/ walker / cane/ crutches) □ ฝึกเดิน (walker / cane/ crutches) ฝึกใช้ รถเข็นนั่ง 3. สอนการปูองกันภาวะแทรกซ้อน 4. ปรับสภาพบ้าน/สิ่งแวดล้อม □ ทางเดิน. □ ห้องน้ า □ อื่นๆ…………………………………………………………. 5. ประเมินญาติ/ผู้ปุวย □ เข้าใจสามารถท าได้ .□ ท าได้แต่ยังไม่ถูกต้อง □ ไม่ท าเลย 6. ผู้ประเมิน □ นักกายภาพบ าบัด □ เจ้าหน้าที่รพ.สต. □ caregiver (ชื่อ..........................) 16. สรุปผลการเยี่ยม O ดีขึ้น O เท่าเดิม O แย่ลง O เกิดภาวะแทรกซ้อน O re-admit O ย้ายที่อยู่ O ไม่พบผู้ปุวย O เสียชีวิต O ปิดcase O วางแผนการเยี่ยมครั้งต่อไป วันที่ ...... เดือน ............ พ.ศ…… R L


13 Barthel Index 1 2 3 4 1.Feeding (การรับประทานอาหารเมื่อเตรียมส ารับไว้ให้เรียบร้อยต่อหน้า) 0 = ไม่สามารถตักอาหารเข้าปากได้ ต้องมีคนปูอนให้ 5 = ช่วยใช้ช้อนตักอาหารไว้ให้ หรือ ตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ ไว้ล่วงหน้า 10 = ตักอาหารและช่วยตัวเองได้ปกติ 2. Transfer (ลุกนั่งจากที่นอน หรือจากเตียงไปยังเก้าอี้) 0 = ไม่สามารถนั่งได้ (นั่งแล้วจะล้มเสมอ) หรือต้องใช้คนสองคนช่วยกันยกขึ้น 5 = ต้องการความช่วยเหลืออย่างมากจึงจะนั่งได้ เช่น ต้องใช้คนที่แข็งแรงหรือมีทักษะ 1 คน หรือใช้คนทั่วไป 2 คนพยุง หรือดันขึ้นมาจึงจะนั่งอยู่ได้ 10 = ต้องการความช่วยเหลือบ้าง เช่น บอกให้ท าตามหรือช่วยพยุงเล็กน้อยหรือต้องมีคนดูแลความปลอดภัย 15 = ท าได้เอง 3. Grooming (ล้างหน้า หวีผม แปรงฟัน โกนหนวด ในระยะ 24-48 ชั่วโมงที่ผ่านมา) 0 = ต้องการความช่วยเหลือ 5 = ท าได้เอง (รวมทั้งที่ท าได้เองถ้าเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้) 4. Toilet Use (การเข้าห้องน้ า) 0 = ช่วยตัวเองไม่ได้ 5 = ท าเองได้บ้าง (อย่างน้อยท าความสะอาดตัวเองได้หลังเสร็จธุระ แต่ต้องการความช่วยเหลือในบางสิ่ง 10 = ช่วยตัวเองได้ดี (ขึ้นนั่งและลงจากโถส้วมได้เอง ท าความสะอาดได้เรียบร้อยหลังจากเสร็จธุระแล้ว ถอดใส่ เสื้อผ้าได้) 5. Bathing (การอาบน้ า) 0 = ต้องมีคนช่วย หรือท าให้ 5 = อาบน้ าได้เอง 6. Mobility (การเคลื่อนที่ภายในห้องหรือบ้าน) 0 = เคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้ 5 = ต้องใช้รถเข็นช่วยตัวเองให้เคลื่อนที่ได้เอง (ไม่ต้องมีคนเข็นให้) และจะต้องเข้าออกมุมหรือประตูได้ 10 = เดินหรือเคลื่อนที่โดยมีคนช่วย เช่น พยุง หรือบอกให้ท าตามหรือต้องให้ความสนใจดูแลเพื่อความปลอดภัย 15 = เดินหรือเคลื่อนที่ได้เอง 7. Stairs (การขึ้นลงบันได 1 ชั้นพัก) 0 = ไม่สามารถท าได้ 5 = ต้องการคนช่วยเหลือ 10 = ขึ้นลงได้เอง (ถ้าต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น walker จะต้องเอาขึ้นลงได้ด้วย) 8. Dressing (การสวมใส่เสื้อผ้า) 0 = ต้องมีคนสวมใส่ให้ ช่วยตัวเองไม่ได้เลยหรือได้น้อย 5 = ช่วยตัวเองได้ราวร้อยละ 50 ที่เหลือต้องมีคนช่วย 10 = ช่วยตัวเองได้ดี (รวมทั้งการติดกระดุม รูดซิบ หรือใส่เสื้อผ้าที่ดัดแปลงให้เหมาะสมก็ได้) 9. Bowels (การกลั้นอุจจาระในระยะ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา) 0 = กลั้นไม่ได้ หรือต้องการสวนอุจจาระอยู่เสมอ 5 = กลั้นไม่ได้เป็นบางครั้ง (ไม่เกิน 1 ครั้ง/สัปดาห์) 10 = กลั้นได้ปกติ 10. Bladder (การกลั้นปัสสาวะในระยะ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา) 0 = กลั้นไม่ได้ หรือใส่สายสวนปัสสาวะและไม่สามารถดูแลเองได้ 5 = กลั้นไม่ได้เป็นบางครั้ง (ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง) 10 = กลั้นได้ปกติ


14 Modified Rankin scale 1.มีอาการใดๆ รบกวนการใช้ชีวิตประจ าวัน ใช่ ไม่ใช่ 2.สามารถท างานได้เหมือนกับก่อนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ใช่ ไม่ใช่ 3.สามารถท างานอดิเรกได้เหมือนกับก่อนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ใช่ ไม่ใช่ 4. สามารถรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัวไว้ได้ เหมือนกับก่อนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ใช่ ไม่ใช่ 5. ต้องมีคนช่วยท าอาหารง่ายๆ ท างานบ้านง่ายๆ ใช่ ไม่ใช่ 6. ต้องมีคนช่วยพาไปซื้อของร้านค้าใกล้บ้านหรือเดินทางใกล้บ้าน ใช่ ไม่ใช่ 7. ต้องมีคนประคองเดิน ใช่ ไม่ใช่ 8. ต้องมีคนช่วยปูอนอาหาร ไปห้องน้ า หรือช่วยอาบน้ า ใช่ ไม่ใช่ 9. เวลาส่วนมากนอนบนเตียงและต้องมีผู้ดูแลท ากิจวัตรประจ าวันให้ ใช่ ไม่ใช่ คะแนน กิจวัตรประจ าวัน 1 2 3 4 0 ไม่มีความผิดปกติเลย ประกอบอาชีพได้ 1 ไม่มีความผิดปกติที่รุนแรง สามารถประกอบกิจวัตรประจ าวันได้ตามปกติทุกอย่าง ประกอบอาชีพได้ 2 มีความผิดปกติเล็กน้อย สามารถประกอบกิจวัตรประจ าวันได้เกือบทุกอย่าง ประกอบอาชีพได้ 3 มีความผิดปกติพอสมควร ต้องการคนอื่นช่วยในการท ากิจวัตรประจ าวันบางอย่าง เดินได้เองโดยไม่ต้องมีคนช่วย ประกอบอาชีพไม่ได้ 4 มีความผิดปกติมาก ต้องมีคนช่วยในการท ากิจวัตรประจ าวันทั้งหมด ประคองเดินได้ใกล้ๆ ประกอบอาชีพไม่ได้ 5 มีความผิดปกติรุนแรง นอนติดเตียง ควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะไม่ได้ ต้องมีคนดูแลใกล้ชิด ประกอบอาชีพไม่ได้ 6 เสียชีวิต


15 ระบบจัดการความเสี่ยง/ภาวะแทรกซ้อน วัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ปุวย ความเสี่ยงต่อผู้รับบริการ 1. การพลัดตกหกล้ม 2. ผิวหนังไหม้พองจากการใช้ความร้อน (burn) 3. การเกิดภาวะแทรกซ้อนข้อไหล่ติด 4. การเกิดภาวะแทรกซ้อนแผลกดทับ ระบบจัดการความเสี่ยง 1. การส ารวจภาวะเสี่ยงโดยการสังเกต และจากค ารายงานของเจ้าหน้าที่ อสม. หรือญาติ/ผู้ดูแล หรือ ตัวผู้ปุวยเอง มีการส ารวจทุกครั้งที่มีการเยี่ยมบ้าน ผลการส ารวจพบภาวะเสี่ยงในแต่ละเดือนจะ แตกต่างกัน 2. มีมาตรการในการแก้ไข และเขียนเป็นคู่มือปฏิบัติ


16 คู่มือปฏิบัติและแนวทางปูองกันความเสี่ยง/ภาวะแทรกซ้อน ระบบการปูองกันผู้ปุวยพลัดตกหกล้ม (ตกเตียง ลื่นล้ม) การปูองกันผู้ปุวยพลัดตกหกล้ม (ตกเตียง ลื่นล้ม) หมายถึง มีระบบปูองกันผู้ปุวยตกเตียง ลื่นล้มใน การใช้ชีวิตประจ าวัน ขั้นตอนวิธีปฏิบัติโดยละเอียด 1. ระบุตัวผู้ปุวยที่มีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม โดยค านึงถึงปัจจัยต่อไปนี้ ประวัติการพลัดตกหกล้ม อายุ การใช้ยากล่อมประสาท ยาจิตเวช และยาลดความดันโลหิต, โรคระบบทางเดินหายใจ โรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง โรคซึมเศร้า และโรคข้ออักเสบ มีการเคลื่อนไหว การเดิน ก าลังกล้ามเนื้อที่ไม่ปกติ การผิดรูปและอาการเจ็บปวดที่เท้าเวลาเดิน พฤติกรรมที่มีการท ากิจกรรมน้อย สภาวะทางจิตใจ การมองเห็น 2. ประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มซ้ าเนื่องจากสภาวะของผู้ปุวยจะเปลี่ยนไปในระหว่างมี การฟื้นตัว ทุกครั้งที่มีการติดตามเยี่ยมบ้าน 3. ใช้แนวทางปูองกันความเสี่ยงซึ่งพิจารณาปัจจัยหลายๆ อย่างไปด้วยกัน ประเมินความเสี่ยงของผู้ปุวยแต่ละรายและประเมินซ้ า ติดตามสังเกตผู้ปุวยที่มีความเสี่ยงบ่อยๆ ใช้ทางเลือกต่างๆ ในการดูแลผู้ปุวย เช่น ใช้เตียงที่มีระดับต่ า การเคลื่อนย้ายที่ปลอดภัยโดยใช้ ผู้เคลื่อนย้ายอย่างน้อย 2 คน การเคลื่อนย้ายโดยรถเข็นนั่ง มีญาติหรือผู้ดูแล ดูแลหรือ สังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ ใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยเดินและเฝูาระวังอย่างใกล้ชิดขณะเดิน ให้ความช่วยเหลือทางด้านร่างกายแก่ผู้ปุวยที่มีความเสี่ยงในขณะเดินหรือพยายามท ากิจกรรม ที่ยาก เช่น การเคลื่อนย้ายตนเอง และส่งเสริมให้ควบคุมการทรงตัวให้ดีขึ้นด้วยการท า กายภาพบ าบัดมีการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมโดยและขจัดหรือลดอันตรายให้เหลือ น้อยที่สุด 4. ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานรายงานการพลัดตกหกล้มและเหตุเกือบพลาดทั้งหมด โดยใช้ระบบรายงาน ที่เข้าถึงและใช้การได้ง่าย


17 แนวทางการปูองกันการพลัดตกหกล้ม 1. การปูองกันผู้ปุวยตกรถเข็น 1.1 เจ้าหน้าที่ให้ค าแนะน าผู้ปุวย ไม่ให้เหยียบที่วางเท้าก่อนขึ้นหรือลงจากรถเข็น 1.2 จัดให้ผู้ปุวยนั่งหลังชิดพนักรถเข็น วางเท้าบนที่วางเท้า และระวังไม่ให้แขนทั้งสองข้างออกนอก รถเข็น 1.3 ผู้ปุวยที่ใช้รถเข็นนั่งทุกราย ควรมีญาติ หรือเจ้าหน้าที่ดูแล 2. การปูองกันผู้ปุวยตกเตียง 2.1 ผู้ปุวยยังไม่รู้สึกตัวดีนักนอนเตียงนอนที่มีเหล็กกั้น ในกรณีดิ้นมากให้ผูกผ้ายึดตรึง/คาดเข็มขัด 2.2 ใช้เตียงที่มีระดับต่ าในการนอน 2.3 ผู้ปุวยช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ผู้สูงอายุควรให้ญาติหรือผู้ดูแลคอยดูแล 3. การปูองกันผู้ปุวยลื่นหกล้มขณะเดิน 3.1 ญาติและผู้ดูแลต้องคอยดูแลให้พื้นสะอาด และแห้งอยู่เสมอ 3.2 ดูแลไม่ให้มีสิ่งกีดขวางบริเวณช่องทางเดิน 3.3 กรณีพื้นต่างระดับ บริเวณนั้นต้องมีแสงสว่างเพียงพอ 3.4 ให้สวมรองเท้าที่ไม่ลื่นถ้าผู้ปุวยสามารถเดินเองได้ 3.5 ผู้ปุวยควรมีสภาพพร้อม ไม่มีเวียนศีรษะ หน้ามืด ตาพร่ามัว การทรงตัวไม่ดีก่อนการเคลื่อนย้าย 3.6 การแต่งกาย กระชับ ไม่รุ่มร่าม ไม่ควรให้ชายผ้านุ่งยาวลากพื้น 3.7 ขณะเคลื่อนไหวร่างกาย ควรเคลื่อนไหวช้าๆ เริ่มจาก นั่งบนเตียง นั่งห้อยขาข้างเตียง ยืน ลุกนั่ง ข้างเตียงและเดินเพื่อปรับสภาพร่างกาย 3.8 อุปกรณ์ในการช่วยเดินมีความมั่นคงแข็งแรง 3.9 ขณะฝึกเดินต้องมีญาติหรือผู้ดูแล ดูแลอย่างใกล้ชิด 4. เกณฑ์ชี้วัด ผู้ปุวยทุกรายที่ได้รับการประเมินความเสี่ยง ไม่เกิดอุบัติเหตุจากการพลัดตกหกล้ม


18 ระบบปูองกันผิวหนังไหม้พองจากการใช้ความร้อน (burn) การปูองกันผิวหนังไหม้พองจากการใช้ความร้อน หมายถึง มีระบบปูองกันผิวหนังไหม้พองจากการใช้ ความร้อนของผู้ปุวยในชีวิตประจ าวัน ขั้นตอนวิธีปฏิบัติโดยละเอียด 1. ระบุตัวผู้ปุวยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะผิวหนังแดง พอง เจ็บแสบ เป็นแผลโดยค านึงถึง ปัจจัยต่อไปนี้ ผู้ปุวยที่สูญเสียการรับความรู้สึก ร้อน –เย็น ผู้ปุวยที่มีประวัติโรคเบาหวาน ผู้ปุวยที่มีผิวหนังบาง ผู้ปุวยที่มีน้ าหนักตัวมาก และอบในลักษณะที่ต้องทับบนแผ่นร้อน/กระเป๋าน้ าร้อน ผู้ปุวยที่มีปัญหาจิตเวชหรือผู้ปุวยสูงอายุ 2. ประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดผิวหนังไหม้พองจากการใช้ความร้อนซ้ า ทุกครั้งที่มีการติดตาม เยี่ยมบ้าน 3. ใช้แนวทางปูองกันความเสี่ยงซึ่งพิจารณาปัจจัยหลายๆ อย่างไปด้วยกัน ประเมินความเสี่ยงของผู้ปุวยแต่ละรายและประเมินซ้ า ติดตามสังเกตผู้ปุวยที่มีความเสี่ยงบ่อยๆ ใช้ทางเลือกต่างๆ ในการดูแลผู้ปุวย เช่น ใช้ความเย็น ใช้น้ ามันนวดแบบเย็น 4. ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานรายงานการเกิดผิวหนังไหม้พองจากการใช้ความร้อนโดยใช้ระบบ รายงานที่เข้าถึงและใช้การได้ง่าย แนวทางปูองกันการเกิดผิวหนังไหม้พองจากการใช้ความร้อน 1. ใช้ผ้ารองที่พับอย่างน้อย 3 ทบ จ านวนอย่างน้อย 2 ผืน วางบนตัวผู้ปุวยหรือให้ผู้ปุวยนอนทับ 2. กรณีผู้ปุวยมีน้ าหนักมากให้เพิ่มผ้ารองแผ่นร้อน/กระเป๋าน้ าร้อนอย่างน้อย 1 ผืน 3. เกลี่ยผ้ารองแผ่นร้อน/กระเป๋าน้ าร้อนให้เรียบเสมอกันตลอดแนวและไม่มีส่วนของแผ่นร้อน/ กระเป๋าน้ าร้อนเลื่อนไปสัมผัสกับผิวหนังผู้ปุวย 4. ห้ามผู้ปุวยทายาร้อนในบริเวณที่จะอบ 5. ญาติหรือผู้ดูแลคอยสอบถามความรูสึกของผู้ปุวยเป็นระยะ(ทุก 5 นาที) ในกรณีที่ผู้ปุวยมี ปัญหาการรับรู้ความรู้สึกร้อน-เย็น ผู้สูงอายุ ผู้ปุวยเบาหวาน หรือผู้ปุวยผิวหนังบาง ญาติหรือ ผู้ดูแลต้องมาตรวจระดับความร้อนโดยเอามือไปวางบนผิวหนังที่โดนอบแผ่นร้อนเป็นเวลา 5 นาที ระหว่างนาทีที่ 5 ถึงนาทีที่ 10


19 ระบบปูองกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนข้อไหล่ติด การปูองกันภาวะแทรกซ้อนข้อไหล่ติด หมายถึง มีระบบปูองกันภาวะแทรกซ้อนข้อไหล่ติดของผู้ปุวย ในชีวิตประจ าวัน ขั้นตอนวิธีปฏิบัติโดยละเอียด 1. ระบุตัวผู้ปุวยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปูองกันภาวะแทรกซ้อนข้อไหล่ติดโดยค านึงถึงปัจจัยต่อไปนี้ ผู้ปุวยที่มีแรงและความตึงตัวของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ผิดปกติ ผู้ปุวยที่มีการจ ากัดการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ ผู้ปุวยที่มีความผิดปกติของระบบรับความรู้สึก ผู้ปุวยมีภาวะเบาหวานร่วมด้วย ผู้ปุวยที่มีการจัดท่าทางของแขนที่ไม่เหมาะสม 2. ประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนข้อไหล่ติดซ้ า ทุกครั้งที่มีการติดตามเยี่ยมบ้าน 3. ใช้แนวทางปูองกันความเสี่ยงซึ่งพิจารณาปัจจัยหลายๆ อย่างไปด้วยกัน ประเมินความเสี่ยงของผู้ปุวยแต่ละรายและประเมินซ้ า ติดตามสังเกตผู้ปุวยที่มีความเสี่ยงบ่อยๆ ใช้ทางเลือกต่างๆ ในการดูแลผู้ปุวย เช่น ให้ผู้ปุวยจัดท่าทางของแขนให้เหมาะสม ให้นั่งเท้า แขนหรือใช้หมอนรองที่แขน 4. ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานรายงานการเกิดภาวะแทรกซ้อนข้อไหล่ติดโดยใช้ระบบรายงานที่เข้าถึงและ ใช้การได้ง่าย


20 แนวทางปูองกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนข้อไหล่ติด 1. การจัดท่าทาง วัตถุประสงค์ เพื่อปูองกัน แผลกดทับ ข้อติด กล้ามเนื้อและเอ็นกล้ามเนื้อหดตัว กล้ามเนื้อเกร็งตัว มากกว่าปกติ 1.1 ท่านอนหงาย หน้าอยู่ในท่าตรง ระวังอย่าให้หมอนสูงเกินไป สอดหมอนไว้ใต้หัวไหล่เพื่อให้ไหล่ยกมาข้างหน้าเล็กน้อย แขนวางบนหมอน หงายฝุามือขึ้น ข้อศอกเหยียดตรง หากไม่สามารถหงายฝุามือได้ ให้ตั้งหัวแม่ มือขึ้น อาจใช้ถุงน้ าหนักเบาๆ ทับไว้ ถ้าแขนมีอาการเกร็งและไม่สามารถจัดให้อยู่ในท่าตรงได้ ใส่หมอนเล็กๆไว้ใต้สะโพกและใต้เข่า เพื่อบังคับให้ขาอยู่ในท่าตรง ห้ามใช้หมอนแข็งหรือใช้ที่ดันปลายเท้า เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดอาการเกร็งเพิ่มขึ้น ในผู้ปุวยที่ไม่มีข้อไหล่ติดหรือเจ็บ ให้จัดแขนในท่าหมุนแขนออกสลับกับท่าแขนวางข้างล าตัว 1.2 ท่านอนตะแคงทับข้างอ่อนแรง ผู้ดูแลจับที่ขอบสะบักของแขนข้างที่อ่อนแรงและดึงขอบสะบัก ออกมาเพื่อให้ผู้ปุวยนอนทับสะบัก ขยับให้หัวไหล่ยื่นไปข้างหน้าให้มากที่สุด โดยการดึงเบาๆที่ต้นแขน ห้ามดึงที่ข้อมือ สอดหมอนไว้ที่หลังผู้ปุวยและใส่หมอนรองรับขาผู้ปุวย


21 1.3 ท่านอนตะแคงทับข้างปกติ ขยับที่หัวไหล่ข้างที่อ่อนแรงยื่นไปข้างหน้าให้มากที่สุด โดยการดึงเบาๆที่กระดูกสะบัก ห้ามดึงที่ข้อมือ สอดหมอนไว้ที่หลังผู้ปุวย และใส่หมอนรองรับขาและ แขนผู้ปุวย 1.4 ท่านั่งบนตียง นั่งตัวตรง มีหมอนด้านหลัง มือวางบนโต๊ะข้างเตียง 1.5 ท่านั่งห้อยขาข้างเตียง ใช้หมอนช่วยประคองให้ตัวตรง น้ าหนักอยู่ที่สะโพกทั้งสองข้าง เท้าวางราบบนพื้น 1.6 การจัดท่านั่งในรถเข็น


22 2. การใช้เครื่องช่วยพยุง เพื่อช่วยปูองกันการเลื่อนหลุดของ ข้อไหล่ลงด้านล่าง 3. การเคลื่อนไหวข้อไหล่ด้วยตัวผู้ปุวยเอง นอนหงายประสานมือข้างที่ดีกับข้างที่อ่อนแรง โดยให้นิ้วหัวแม่มือของข้างที่อ่อนแรงอยู่บนข้างที่ดี ยก แขนขึ้นและลง ท าประมาณ 5-10 ครั้ง


23 ระบบปูองกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนแผลกดทับ การปูองกันภาวะแทรกซ้อนแผลกดทับ หมายถึง มีระบบปูองกันภาวะแทรกซ้อนแผลกดทับของผู้ปุวย ในชีวิตประจ าวัน ขั้นตอนวิธีปฏิบัติโดยละเอียด 1. ระบุตัวผู้ปุวยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปูองกันภาวะแทรกซ้อนแผลกดทับโดยค านึงถึงปัจจัยต่อไปนี้ ผู้ที่ไม่รู้สึกตัวหรือเป็นอัมพาต นอนอยู่ท่าเดียวเป็นเวลานานไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย ผู้ปุวยที่มีความเปียกชื้นจากเหงื่อ อุจจาระ หรือปัสสาวะราดบ่อย ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณ ดังกล่าวมีสภาพเป็นด่าง ความสามารถในการต้านเชื้อโรคจากแบคทีเรียลดลง และเนื้อเยื่อ ได้รับการระคายเคืองเกิดการฉีกขาดได้ง่ายและเกิดแผลกดทับในที่สุด ภาวะขาดสารอาหาร/ทุโภชนาการท าให้มีระดับสารโปรตีนในเลือดน้อยกว่าปกติ ท าให้มีอาการ บวมเป็นตัวขัดขวางการไหลเวียนเลือดในการส่งอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์และ เนื้อเยื่อ ท าให้เกิดแผลกดทับและจะเกิดแผลได้ง่ายและแผลจะหายช้า จึงเสี่ยงอีกประการต่อ การเกิดแผลกดทับได้ง่าย ผู้ที่มีน้ าหนักตัวน้อยหรือผอม ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น มีโอกาสเกิดแผลกดทับได้ ภาวะโรคที่มีผลต่อการไหลเวียนโลหิต/เลือดเช่น ภาวะโลหิตจาง โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรค เอดส์โรคความดันโลหิตต่ า แรงกดและแรงเสียดทานท าให้เนื้อเยื่อเกิดการบาดเจ็บฉีกขาดได้ง่าย มักพบในรายที่เป็น อัมพาตต้องยกผู้ปุวยบ่อยจึงท าให้เกิดแผลกดทับได้ง่าย ภาวะไข้อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 38 องศาเซลเซียส (Celsius) ท าให้มีการเผาผลาญอาหารมาก ขึ้น เป็นปัจจัยเสริมให้เซลล์และเนื้อเยื่อขาดเลือดและเนื้อเยื่อตายได้ง่าย 2. ประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนแผลกดทับซ้ า ทุกครั้งที่มีการติดตามเยี่ยมบ้าน 3. ใช้แนวทางปูองกันความเสี่ยงซึ่งพิจารณาปัจจัยหลายๆ อย่างไปด้วยกัน ประเมินความเสี่ยงของผู้ปุวยแต่ละรายและประเมินซ้ า ติดตามสังเกตผู้ปุวยที่มีความเสี่ยงบ่อยๆ ใช้ทางเลือกต่างๆ ในการดูแลผู้ปุวย เช่น ให้ผู้ปุวยจัดท่าทางการนอนให้เหมาะสม 4. ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานรายงานการเกิดภาวะแทรกซ้อนแผลกดทับโดยใช้ระบบรายงานที่เข้าถึงและ ใช้การได้ง่าย


24 แนวทางปูองกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนแผลกดทับ 1. การจัดท่านอน: ควรเปลี่ยนท่านอนอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมงเพื่อลดแรงกดนานเกินไปท าให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ถ้าเปลี่ยนท่านอนแล้วรอยแดงบริเวณผิวหนังไม่หายภายในประมาณ 30 นาที อาจจะ พิจารณาให้เปลี่ยนท่านอนได้บ่อยขึ้น หมุนเวียนเปลี่ยนท่านอนเช่น นอนหงาย นอนตะแคงซ้าย นอนตะแคง ขวา สลับกันไปทุก 2 ชั่วโมง อาจพลิกตะแคงตัวตามเข็มนาฬิกา เช่น 6.00 น. นอนหงาย, 8.00 น. นอนตะแคง ขวา, 10.00 น. นอนตะแคงซ้าย, 12.00 น. นอนหงาย เป็นต้น นอกจากนี้ควรพิจารณาการจัดท่านอนต่างๆ ดังนี้ 1.1 การนอนหงาย: ควรมีหมอนสอดคั่นระหว่างหัวเข่า ตาตุ่มทั้ง 2 ข้าง ขา 2 ข้าง และใช้หมอนรอง ใต้น่องและขาเพื่อให้เท้าลอยพ้นพื้นไม่กดที่นอน จัดท่านอนศีรษะสูงไม่เกิน 30 องศา แต่ถ้าจ าเป็นต้องจัดท่า นอนศีรษะสูง 60 - 90 องศาเพื่อให้อาหารปูองกันการส าลักอา หารหลังให้อาหารประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นควรลดระดับให้ศีรษะสูงไม่เกิน 30 องศา 1.2 การนอนตะแคง: ควรจัดให้นอนตะแคงกึ่งนอนหงาย ใช้หมอนยาวรับตลอดแนวล า ตัว รวมทั้ง บริเวณข้อเข่า ข้อเท้า ควรท าให้สะโพกท ามุม 30 องศา และใช้หมอนรองตามปุุมกระดูกและใบหู 2. การใช้อุปกรณ์ลดแรงกด: 2.1 ใช้อุปกรณ์เสริมช่วยลดแรงกด เลือกให้เหมาะสมกับสภาพของบุคคลนั้นเช่น ใช้ที่นอนฟองน้ าหรือ ที่นอนลมในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยง ใช้หมอน ผ้านุ่มๆ หรือเจลรองบริเวณปุุมกระดูกต่างๆเพื่อลดแรงกด บริเวณปุุมกระดูกต่างๆของร่างกายเช่น หัวไหล่ ใบหู ข้อศอก ข้อมือ ส้นเท้า และใช้เบาะรองก้นในผู้ที่นั่ง รถเข็น กระตุ้นให้เปลี่ยนถ่ายน้ าหนักตัว ยกก้นลอยพ้นพื้นที่นั่งทุก 15 - 30 นาทีเพราะช่วยลดแรงกดทับ บริเวณก้นกบจะช่วยปูองกันการกดทับ 2.2 ลดแรงเสียดทาน การเคลื่อนย้ายหรือเลื่อนตัวผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ ใช้การยกตัวแทนการ ดึงลากตัว ใช้อุปกรณ์ช่วยในการเคลื่อนย้ายเช่น ผ้ายกตัว แผ่นรองตัวขณะเคลื่อนย้าย (Pat slide) 3. การดูแลผิวหนัง: 3.1 การประเมินผิวหนังผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับเป็นสิ่งส าคัญอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการปูองกันและ ช่วยเหลือก่อนที่จะเกิดแผลกดทับ 3.2 การดูแลผิวหนังในรายที่ผิวหนังแห้งควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ าอุ่น หลังท าความสะอาด ร่างกายควร ทาครีม ทาโลชั่น หรือน้ ามันมะกอก วันละ 3 - 4 ครั้งเพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้นปูองกันผิวแห้งและฉีกขาด 3.3 ผู้ที่ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ควรท าความสะอาดทุกครั้งหลังการขับถ่ายและซับให้แห้ง พร้อมใช้ ปิโตรเลียม เจลลี่ (Petroleum jelly)/วาสลีน (Vaseline) ทาให้หนาๆบริเวณรอบๆ ปากทวารหนักและแก้ม ก้นทั้ง 2 ข้างเพื่อปูองกันการระคายผิวหนังจากความเปียกชื้น ในรายที่ไม่สามารถควบคุมการถ่ายอุจจาระควร ให้แผ่นรองก้น (Blue pad) แทนการใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพราะมีโอกาสเกิดการอับชื้นได้ง่ายและเกิดแผลกดทับ ตามมา 3.4 ส่งเสริมการเคลื่อนไหวของร่างกายโดยการออกก าลังกายอย่างสม่ าเสมอ 3.5 จัดสิ่งแวดล้อมเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ลดการอับชื้นของผิวหนัง


25 3.6 ดูแลผ้าปูที่นอนให้สะอาดแห้งและเรียบตึงเสมอเพื่อลดความเปียกชื้นและลดแรงเสียดทาน 3.7 สวมใส่เสื้อผ้าที่พอดีไม่คับแน่นเกินไป จัดเสื้อผ้าให้เรียบ หลีกเลี่ยงการนอนทับตะเข็บเสื้อและปม ผูกต่างๆเพื่อลดแรงกดบริเวณผิวหนัง 4. ภาวะโภชนาการ: การดูแลให้ร่างกายได้รับอาหารครบตามหลักโภชนาการ (อาหารมีประ โยชน์ 5 หมู่) โดยเฉพาะโปรตีน วิตามินซีและดื่มน้ าให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6 - 8 แก้วจะช่วยท าให้ร่างกายแข็งแรง และผิวหนังยืดหยุ่นมีความชุ่มชื้น เป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยแผลกดทับได้


26 การบริหารร่างกายให้ผู้ปุวย ท า 1-2 รอบ ต่อวัน 10-20 ครั้งต่อท่า ท่าที่ 1 ยืดกล้ามเนื้อล าตัว อ่อนแรงข้างขวาให้หมุนเข่าไปทางซ้าย อ่อนแรงข้างซ้ายหมุนเข่าไปทางขวา ท่าที่ 2 ขยับสะบัก ผู้ดูแลจับที่ต้นแขนผู้ปุวย อีกมือหนึ่งสอดเข้าทางด้านไหล่ วางบนสะบักผู้ปุวย ขยับสะบักเข้าและออก ขึ้นและลง ถ้ากล้ามเนื้อตึงมากให้ดึงสะบักออกและค้างไว้ 30 วินาที ท่าที่ 3 กาง- หุบแขน ผู้ดูแลอยู่ด้านข้างของผู้ปุวย แขนผู้ปุวยอยู่ข้างล าตัว งอศอก 90 องศากางแขนออก 90องศาหุบแขนเข้าชิดล าตัว ท่าที่4 ยกแขน วางแขน ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะพร้อมหมุนแขนออก ยกแขนไปให้ไกลที่สุด เท่าที่ผู้ปุวยไม่มีอาการเจ็บ ท่าที่ 5 งอ เหยียดศอก งอและเหยียดศอกผู้ปุวย ท่าที่ 6 ก า เหยียดนิ้ว กระดกข้อมือขึ้นลง กางหุบนิ้วหัวแม่มือ งอ เหยียดนิ้วมือทุกนิ้ว


27 ท่าที่ 8 ยกแขนขึ้นลงด้วยตัวเอง ให้ผู้ปุวยเอามือประสานกัน ยืดแขนตรง หงายฝุามือข้างอ่อน แรง ยกไหล่ขึ้นขณะยกแขนไปจนสุด ไม่งอข้อศอก ท่าที่7 งอ เหยียดข้อศอก จับข้อมือ ยกแขนขึ้นให้ศอกเหยียดตรง งอข้อศอกลง ท่าที8 กางขา ผู้ดูแลใช้มือรองใต้ข้อเข่า ข้อเท้า ขาเหยียดตรง กางขาออกและกลับที่เดิม ท่าที่9 ยกขา ผู้ดูแลใช้มือรองใต้ข้อเข่า ข้อเท้า ขาเหยียดตรง ยกขาขึ้น วางลงที่เดิม ท่าที่ 10 งอ เหยียดเข่า ผู้ดูแลใช้มือรองใต้ข้อเข่า ข้อเท้า งอและเหยียดเข่า ท่าที่11 ยกสะโพกขึ้น ลง งอเข่าทั้งสองข้างผู้ดูแลช่วยจับสะโพก ยกขึ้น วางลง ท่าที่12 การเคลื่อนย้ายจากเตียงมารถเข็นหรือเก้าอี้ คนที่ 1อยู่ด้านหน้า จับที่เข็มขัดผู้ปุวย คนที่ 2อยู่ด้านหลังช่วยจับสะโพก


28 การฝึกท ากิจวัตรประจ าวันในผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมอง การรับประทานอาหาร นั่งบนเตียง ห้อยขาข้างเตียงหรือนั่งเก้าอี้ แขนข้างอ่อนแรงวางอยู่บนโต๊ะ และนั่งตัวตรง ฝึกใช้มือข้างที่อ่อนแรงช่วยในการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ า เครื่องช่วยในการรับประทานอาหาร จานมีขอบช่วยให้ตักอาหารง่าย การดัดแปลงด้ามช้อนและส้อมให้ผู้ปุวยจับได้สะดวกขึ้น


29 การอาบน้ า นั่งเก้าอี้ ท าความสะอาดล าตัวและแขนข้างที่อ่อนแรงด้วยมือข้างปกติ ใช้ถุงมือที่ท าด้วยผ้าขนหนูเป็นผ้าถูตัว วางแขนข้างที่อ่อนแรงไว้บนโต๊ะที่มีอ่างใส่น้ าไว้ล้างหน้าหรือเช็ดตัว ท าความสะอาดร่างกายโดยใช้มือข้างปกติ ฝึกใช้แขนข้างอ่อนแรงท าความสะอาดแขนขาข้างปกติ


30 การใช้ห้องน้ า ติดราวไว้ข้างปกติเพื่อสามารถพยุงตัวเองขณะนั่งหรือยืน หรือใช้คอกช่วยเดิน(walker) เป็นเครื่องช่วยนั่ง หรือยืน กรณีใช้ส้วมนั่งยอง ใช้เก้าอี้เจาะวงกลมตรงกลางวางคร่อมลงบนโถ หรือใช้เก้าอี้ที่มีถังรองอยู่ด้านล่าง ท าความสะอาดหลังขับถ่ายโดยใช้มือข้างปกติ


31 การแต่งตัว เสื้อยืดคอกลม เสื้อโปโล เสื้อคอกระเช้า วางเสื้อที่ขาข้างปกติ แขนที่อ่อนแรงห้อยลงและผ่อนคลาย ใช้มือปกติสวมแขนข้างที่อ่อนแรงก่อน ดึงเสื้อให้สูงเลยข้อศอก สอดแขนข้างปกติเข้าในแขนเสื้ออีกข้าง ยกเสื้อขึ้นเหนือศีรษะด้วยแขนข้างปกติ สวมเสื้อผ่าศีรษะโดยโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยดึงเสื้อขึ้น เสื้อผ่าหน้า สวมแขนข้างที่อ่อนแรงก่อนแล้วค่อยสวมข้างปกติ กระโปรง ผ้าถุง กางเกง นั่งไขว่ห้าง เอาขาข้างอ่อนแรงทับขาข้างปกติ มือข้างปกติจับกางเกงสวมขาข้างอ่อนแรงก่อน ดึงขากางเกงขึ้นจนเท้าโผล่ออกมา เอาเท้าวางบนพื้น ยกขาข้างปกติใส่ในกางเกง ยันตัวขึ้นโดยผู้ดูแลควบคุม ดึงกางเกงขึ้นด้วยมือข้างปกติแล้วจึงนั่งลงและรูดซิป


32 แบบฟอร์มการขอเครื่องช่วยความพิการ / หนังสือรับรองความพิการ ส าหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหว เวชกรรมฟื้นฟู จังหวัดสุรินทร์ ชื่อผู้ปุวย................................................................อายุ..................ปี โรคประจ าตัว.............. ............................... เลขประจ าตัวประชาชน........................................................ H.N. รพ.สุรินทร์..................................................... ที่อยู่...................................................................................................................... ................................................ ญาติผู้ดูแล..........................................................................หมายเลขโทรศัพท์......................... ............................ ระยะเวลาที่ปุวย.......................................(วัน / เดือน/ ปี ) สิทธิการรักษา....................................................... อาการส าคัญ................................................................................................................... ...................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… มีความต้องการ ( ) Cane ( ) walker ( ) Tripod cane ( ) Wheelchair ( ) หนังสือรับรองความพิการ ( ) อื่นๆ ระบุ ................................................. นักกายภาพบ าบัดผู้ประเมิน / เยี่ยมบ้าน /นักกายภาพบ าบัดที่ปรึกษาชื่อ........................................................... ลงชื่อ................................................. ( ) ต าแหน่ง แพทย์ รพ./ผอ.รพ.สต. /แพทย์ ศสม. ...................................... หมายเหตุ : -แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.สุรินทร์ จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้ง -จนท.รพ/จนท. รพ.สต./ ศสม. จะต้องด าเนินการตามขั้นตอน คือ ท าบัตรที่ห้องบัตร รพ.สุรินทร์ แล้วมายื่นที่กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู (อ. 8 ล่าง) **ภาพถ่ายผู้ปุวยให้เห็นชัดเจนเพื่อประกอบการพิจารณาของแพทย์ รพ.สุรินทร์ รับเอกสาร/อุปกรณ์ วันที่................................................................... ลงชื่อ................................................. ( ) ความสัมพันธ์กับผู้ปุวย


การบริหารร่างกายให้ผู้ปุวย 1-2 รอบ ต่อวัน 10-20 ครั้งต่อท่า ท่าที่ 1 ยืดกล้ามเนื้อล าตัว ท่าที่ 2 ขยับสะบัก ท่าที่ 3กาง- หุบแขน ท่าที่ 4ยกแขน วางแขน ท่าที่ 5 งอ เหยียดศอก ท่าที่ 6ก า เหยียดนิ้ว ท่าที่ 7 ยกแขนขึ้นลงด้วยตัวเอ ท่าที่ 8งอ เหยียดข้อศอก ท่าที่ 9กางขา ท ท่าที่ 11งอ เหยียดเข่า ท่าท ท่าที่ 13 การเคลื่อนย้ายจากเตี


1 ง ท่าที่ 10ยกขา ที่ 12ยกสะโพกขึ้น ลง ยงมารถเข็นหรือเก้าอี้ การดูแลและช่วยเหลือการเคลื่อนไหว ในผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมอง หากท่านมีอาการ พูดไม่ชัด มุมปากตก ยกแขนไม่ขึ้น 1669 ด้วยความปรารถนาดี งานกายภาพบ าบัด กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลสุรินทร์ โทร.044-511757 ต่อ 08103 กายภาพบ าบัด


การจัดท่า ปูองกัน >>> แผลกดทับ ข้อติด กล้ามเนื้อและเอ็นกล้ามเนื้อ หดตัว กล้ามเนื้อเกร็งตัวมากกว่าปกติ ท่านอนหงาย หน้าอยู่ในท่าตรง ระวังอย่าให้หมอนสูงเกินไป สอดหมอนไว้ใต้หัวไหล่เพื่อให้ไหล่ยกมาข้างหน้าเล็กน้อย แขนวางบนหมอน หงายฝุามือขึ้น ข้อศอกเหยียดตรง หาก ไม่สามารถหงายฝุามือได้ ให้ตั้งหัวแม่มือขึ้น อาจใช้ถุง น้ าหนักเบาๆ ทับไว้ ถ้าแขนมีอาการเกร็งและไม่สามารถจัด ให้อยู่ในท่าตรงได้ ใส่หมอนเล็กๆไว้ใต้สะโพกและใต้เข่า เพื่อบังคับให้ขาอยู่ใน ท่าตรง ห้ามใช้หมอนแข็งหรือใช้ที่ดันปลายเท้า เพราะอาจกระตุ้น ให้เกิดอาการเกร็งเพิ่มขึ้น ในผู้ปุวยที่ไม่มีข้อไหล่ติดหรือ เจ็บ ให้จัดแขนในท่าหมุนแขน ออกสลับกับท่าแขนวางข้าง ล าตัว ท่านอนตะแคงทับข้างอ่อนแรง ผู้ดูแลจับที่ขอบสะบักของ สะบักออกมาเพื่อให้ผู้ปุวย ขยับให้หัวไหล่ยื่นไปข้างหน ต้นแขน ห้ามดึงที่ข้อมือ สอดหมอนไว้ที่หลังผู้ปุวยแ ท่านอนตะแคงทับข้างปกติ ขยับที่หัวไหล่ข้างที่อ่อนแร การดึงเบาๆที่กระดุกสะบัก สอดหมอนไว้ที่หลังผู้ปุวย ผู้ปุวย


2 แขนข้างที่อ่อนแรงและดึงขอบ นอนทับสะบัก น้าให้มากที่สุด โดยการดึงเบาๆที่ และใส่หมอนรองรับขาผู้ปุวย รงยื่นไปข้างหน้าให้มากที่สุด โดย ก ห้ามดึงที่ข้อมือ และใส่หมอนรองรับขาและแขน ท่านั่งบนตียง นั่งตัวตรง มีหมอนด้านหลัง มือวางบนโต๊ะข้างเตียง ท่านั่งห้อยขาข้างเตียง ใช้หมอนช่วยประคองให้ตัวตรง น้ าหนักอยู่ที่สะโพกทั้งสองข้าง เท้าวางราบบนพื้น การจัดท่านั่งในรถเข็น


การแต่งตัว เสื้อยืดคอกลม เสื้อโปโล เสื้อคอกระเช้า วางเสื้อที่ขาข้างปกติ แขนที่อ่อนแรงห้อยลงและผ่อนคลาย ใช้มือปกติสวมแขนข้างที่อ่อนแรงก่อน ดึงเสื้อให้สูงเลย ข้อศอก สอดแขนข้างปกติเข้าในแขนเสื้ออีกข้าง ยกเสื้อขึ้นเหนือศีรษะด้วยแขนข้างปกติ สวมเสื้อผ่าศีรษะโดยโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยดึงเสื้อขึ้น เสื้อผ่าหน้า สวมแขนข้างที่อ่อนแรงก่อนแล้วค่อยสวมข้างปกติ กระโปรง ผ้าถุง กางเกง นั่งไขว่ห้าง เอาขาข้างอ่อน มือข้างปกติจับกางเกงสวม ขึ้นจนเท้าโผล่ออกมา เอาเ ยกขาข้างปกติใส่ในกางเกง ยันตัวขึ้นโดยผู้ดูแลควบคุม ดึงกางเกงขึ้นด้วยมือข้างป


3 นแรงทับขาข้างปกติ มขาข้างอ่อนแรงก่อน ดึงขากางเกง เท้าวางบนพื้น ง ม ปกติแล้วจึงนั่งลงและรูดซิป การฝึกท ากิจวัตรประจ าวัน ในผู้ปุวยโรคหลอดเลือดสมอง หากท่านมีอาการ พูดไม่ชัด มุมปากตก ยกแขนไม่ขึ้น โทร.1669 ด้วยความปรารถนาดี งานกิจกรรมบ าบัด กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลสุรินทร์ โทร.044-511757 ต่อ 08105


การรับประทานอาหาร นั่งบนเตียง ห้อยขาข้างเตียงหรือนั่งเก้าอี้ แขนข้างอ่อนแรง วางอยู่บนโต๊ะ และนั่งตัวตรง ฝึกใช้มือข้างที่อ่อนแรงช่วยในการรับประทานอาหาร หรือ ดื่มน้ า เครื่องช่วยในการรับประทานอาหาร จานมีขอบช่วยให้ตักอาหารง่าย การดัดแปลงด้ามช้อนและส้อมให้ผู้ปุวยจับได้สะดวกขึ้น การอาบน้ า นั่งเก้าอี้ ท าความสะอาดล มือข้างปกติ ใช้ถุงมือที่ท าด้วยผ้าขนหนู แรงไว้บนโต๊ะที่มีอ่างใส่น้ าไ สะอาดร่างกายโดยใช้มือข้ ฝึกใช้แขนข้างอ่อนแรงท าค


4 าตัวและแขนข้างที่อ่อนแรงด้วย นูเป็นผ้าถูตัว วางแขนข้างที่อ่อน ไว้ล้างหน้าหรือเช็ดตัว ท าความ ้างปกติ ความสะอาดแขนขาข้างปกติ การใช้ห้องน้ า ติดราวไว้ข้างปกติเพื่อสามารถพยุงตัวเองขณะนั่งหรือยืน หรือใช้คอกช่วยเดิน(walker) เป็นเครื่องช่วยนั่งหรือยืน กรณีใช้ส้วมนั่งยอง ใช้เก้าอี้เจาะวงกลมตรงกลางวางคร่อม ลงบนโถ หรือใช้เก้าอี้ที่มีถังรองอยู่ด้านล่าง ท าความสะอาดหลังขับถ่ายโดยใช้มือข้างปกติ


Click to View FlipBook Version