The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทบทวนก่อนสอบ วิชาวรรณศิลป์ ม.๕

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Aoy Arachaporn, 2021-12-19 09:13:12

ทบทวนก่อนสอบ วิชาวรรณศิลป์ ม.๕

ทบทวนก่อนสอบ วิชาวรรณศิลป์ ม.๕

ทบทวนก่อนสอบรายวิชาวรรณศลิ ป์
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕

นางอรชพร อะทะเทพ
ครูชานาญการ

ทบทวนก่อนสอบ วิชาวรรณศิลป์ ม.๕
ใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคาถามข้อ ข้อ ๑-๔

ก. อุปมา ข. อุปลักษณ์ ค. บุคลวัต ง. สัทพจน์

๑. “ธรรมชาติต่างสลดหมดความคะนองทุกสิ่งทุกอย่าง” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด

๒. “บุหลันลอยเลื่อนฟ้าไม่ราคี รัศมีส่องสว่างดั่งกลางวัน” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด

๓.“เธอคือสายนา้ ฉ่้าชื่นใจ จากวันนีไปฉันไม่ทุกข์ตรม” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด

๔“นา้ พุพุ่งซ่าไหลมาฉาดฉาน เห็นตระการมันไหลจอกโครมจอกโครม” เป็นโวหารภาพพจน์ ชนิดใด

ถ้าโลกน้ีเรามีเขาเป็นเพื่อน คอยตักเตือนชี้ทางให้สดใส

เม่ือทุกข์โศกคอยเป็นกาลังใจ คือพลังที่ยิ่งใหญ่บางเวลา

(เบญจพร เตชะกัน)

๕. จากบทร้อยกรองข้างต้นข้อใดเป็นวรรครับ

ก. ถ้าโลกนีเรามีเขาเป็นเพื่อน ข. คอยตักเตือนชีทางให้สดใส

ค. เมื่อทุกข์โศกคอยเป็นกา้ ลังใจ ง. คือพลังท่ียิ่งใหญ่บางเวลา

๖. ข้อใดกล่าวถึงกลอนสุภาพไม่ถูกต้อง

ก. บทหนึ่งมี ๔ วรรค ข. บทหนึ่งมี ๔ ค้ากลอน

ค. วรรคหนึ่งมี ๗ – ๙ ค้า ง. ค้ากลอนหน่ึงมี ๒ วรรค

๗. การแต่งกลอนสุภาพให้ไพเราะนัน ค้าสุดท้ายของวรรครับควรใช้เสียงวรรณยุกต์ใด

ก. โท ข. เอก ค. ตรี ง. จัตวา

อ่านค้าประพันธ์ต่อไปนีแล้วตอบค้าถามข้อ ๘ –๙

คาว่าแม่คาน้ีมีค่านัก แม่ฟูมฟักเลี้ยงลูกเฝ้าถนอม

แม้แต่ยุงกับไรไม่ไต่ตอม แม่ยินยอมลาบากเพื่อลูกยา

สิ่งท่ีดีแม่นี้หยิบย่ืนให้ ยากปานใดเมื่อลูกปรารถนา

หวังสิ่งเดียวเมื่อลูกเติบใหญ่มา เล้ียงชีวาเป็นคนดีของสังคม (เบญจพร เตชะกัน)

๗. ข้อใดไม่เป็นค้าสัมผัสระหว่างวรรค

ก. นัก – ฟัก ข. ตอม – ยอม ค. ให้ – ใด ง. ไต่ – ไร

๘. บทที่สองข้อใดเป็นวรรคสดับ

ก. ยากปานใดเมื่อลูกปรารถนา ข. ส่ิงที่ดีแม่นีหยิบยื่นให้

ค. หวังส่ิงเดียวเม่ือลูกเติบใหญ่มา ง. เลียงชีวาเป็นคนดีของสังคม

๑๐. วรรครับในบทที่ หนึ่งมีกี่พยางค์

ก. ๗ พยางค์ ข. ๘ พยางค์ ค. ๙ พยางค์ ง. ๑๐ พยางค์

๑๑. ข้อความต่อไปนีข้อความใดน่าจะเป็นวรรคสดับ

ก. เป็นแนวทางลิขิตชีวิตคน ข. อันบุญธรรมกรรมแต่งใช่แกล้งกล่าว

ค. แฝงความโลภโกรธหลงอยู่ตรงกลาง ง. ดุจคาบคาวคาบคนบนโลกา

๑๒. “โลกยังย้ิม...............สุขอยู่ทุกเม่ือ ยิ้มไว้............สันติภาพที่................ฝัน ”

ควรจะเติมค้าใดลงไปเพื่อให้กลอนบาทนีถูกต้องและไพเราะ

ก. มี กับ วาด ข. มี เพ่ือ ใฝ่ ค. ปริ่ม เพื่อ อาบ ง. พิมพ์ เพ่ือ วาด

๑๓. “ไม่มีใครไม่เคยไม่ผิดพลาด ไม่มีใครไม่เคย............มาแต่ต้น

เมื่อมีเมฆย่อมมีความ............. เม่ือ...........ผ่านพ้นจึงสร่างซา”

ควรเติมค้าใดลงในช่องว่างจึงจะเหมาะสมและไพเราะ

ก. ขลาด มืดมน พายุ ข. พลาด ฉงน ลมฝน

ค. ขลาด อดทน เรื่องร้าย ง. ฉลาด มืดมน เหตุการณ์

๑๔. จงเรียงล้าดับของกลอนต่อไปนีให้ถูกต้อง

๑. ประเสริฐสุดซ่อนใส่ไว้ในฝัก

๒. จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย

๓. สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก

๔. อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ

ก. ๔ ๓ ๒ ๑ ข. ๔ ๑ ๓ ๒ ค. ๔ ๑ ๒ ๓ ง. ๔ ๒ ๓ ๑

๑๕. ค้าตอบใดคอื ค้าสัมผัสระหวา่ งบทของค้าประพนั ธต์ ่อไปนี

จาเรยี งรกั ษ์อักษรผ่านกลอนกาพย์ บ่งซง้ึ ซาบรสกวีศรีสยาม

สนุ ทรภู่ ครกู ลอนกระฉ่อนนาม ท่ัวเขตคามคราอา่ นพลา่ นอารมณ์

ทั้งแว่วหวานตาลหยดมดตอมไต่ โอดอาลัยโศกเศรา้ เคล้าทุกขถ์ ม

ไหลลดเลยี้ วทะเล้นล้วนโลมลม พอกเพาะบ่มส่ังสอนแทรกซ้อนธรรม”

ก. สยาม – นาม ข. นาม – คาม

ค. รมณ์ – ถม ง. ถม – ลม

ความสขุ ของปคู่ อื กินเหล้า ความเศร้าของยา่ คอื ห่วงปู่

แม้ความรสู้ ึกของย่าป่จู ะรู้ แต่ปู่ก็เป็นป่ไู ม่เปลี่ยนแปลง

ยา่ อาจมเิ คยรู้ความรูส้ ึก ลึกลึกของปไู่ ม่เคยแจ้ง

แม้ย่าจะบน่ กน่ คาแรงแรง ปู่กไ็ ม่แสดงอารมณ์ใด

๑๖. ขอ้ ความดังกลา่ ว ตีความได้วา่ อยา่ งไร

ก. ความอดทนไมโ่ ต้ตอบ ข. ความขัดแย้งระหว่างปู่กบั ยา่

ค. ความรักและความห่วงใยของสามีภรรยา ง .ความไมก่ ระจา่ งชัดในการสอ่ื สารทา้ ใหเ้ กิดปัญหา

๑๗. กลอนในข้อใดเป็นกลอนประเภทกลอนสภุ าพ

ก. สกั วาหวานอื่นมีหมื่นแสน ข. ถึงม้วยดนิ สินฟา้ มหาสมุทร

ค. เรียมรา้่ นา้ เนตรทว่ ม ถึงพรหม ง. วังเอย๋ วงั เวงหง่างเหง่งย้่าคา้่ ระฆังขาน

๑๘. ขอ้ ใดมีคา้ ทม่ี ีความหมายแตกต่าง

ก. ชัฏ อารัญ พงพี ข. ยกั ษา ไพรี อสรู ค. วานร แสม กบนิ ทร์ ง. นงคราญ นารี เยาวลกั ษณ์

อ่านข้อความต่อไปนีแลว้ ตอบค้าถามข้อท่ี ๑๙ – ๒๐

ปล่อยตัวเองหลับใหลใตแ้ สงดาว น้าค้างพราวกอดซบแนบอกไว้
ฟงั เสยี งคลนื่ ทะเลกล่อมเห่ใจ เฝ้ารา่ ใหค้ ดิ ถึงใครทล่ี บั ลา

๑๙. อ่านบทประพนั ธน์ ีแลว้ มีความรู้สกึ อยา่ งไร

ก. สลดหดหู่ใจ ข. ไมส่ บายใจ ค. เงียบเหงาเศร้าใจ ง. สดชนื่ หวั ใจ

๒๐. คา้ ในขอ้ ใดมีความหมายเหมอื นกบั คา้ วา่ “ไพรสณฑ์”

ก. คีรี ข. ศลิ า ค. บรรพต ง. พนาวัน

๒๑. “กล้าแดดจ้ากล้าพายุกล้าต้น กล้าต้านทนร้อนลมระดมกล้า

ครั้นกล้าแข็งแปลงยัดย่ิงอัตรา ชาวนามาถอนทากล้ากาไป”

บทประพันธ์นี้โดดเด่นในด้านใด

ก. เล่นคา้ ข. เล่นสัมผัส ค. เล่นโวหาร ง. สร้างภาพละเอียด

๒๒. “มืดส้ินแสงเทียนประทีปส่อง ก็ผ่องแสงจันทร์กระจ่างสว่างส่ง

บุปผชาติสาดเกสรขจรลง บุษบงเบิกแบ่งระบัดบาน

เรณูนวลหวนหอมมาโรยริน พระรายพัดประทิ่นกล่ินหวาน

เฉื่อยฉิวปลิวรสสุมามาลย์ ประสานสอดกอดหลับระงับไป”

บทประพันธ์นี้ใช้กลวิธีการประพันธ์ด้านใด

ก. การซ้าค้า ข. การเล่นคา้ ค. การหลากค้า ง. การกร่อนคา้

๒๓. ข้อใดใช้กลวิธีการประพันธ์ต่างจากข้ออื่น

ก. ลมระริวปลิวหญ้าคาระยาบ ข. สนละเมียดเสียดยอดขึนกอดฟ้า

ค. ดอกหญ้ายิมหวานหวานกับลานหญ้า ง. แก้วเอียงกลีบเคลียน้าค้างอย่างหงิมหงิม

๒๔. คา้ ประพันธ์ต่อไปนีใช้การเรียบเรียงค้าแบบใด

“คุณแม่หนาหนักเพียง พสุธา

คุณบิดรดุจอา- กาศกว้าง

คุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศ

คุณพระอาจารย์อ้าง อาจสู้สาคร”

ก. เรียงข้อความที่บรรจุสาระส้าคัญไว้ข้างท้ายสุด

ข. เรียงข้อความหรือประโยคท่ีมีความส้าคัญเท่า ๆ กัน เคียงกันไป

ค. เรียงประโยคให้มีเนือหาเข้มข้นขึนไปตามล้าดับดุจขึนบันไดถึงขันสุดท้าย

ง. เรียงถ้อยค้าให้เป็นประโยคคา้ ถามเชิงวาทศิลป์

๒๕. ข้อใดไม่เกิดนาฏการ

ก. กระหวัดหวิดหวิวผวาเสียงฮาฮือ คนดูอือเออเอาสนั่นอึง

ข. บรรดาเพื่อนเตือนตื่นขึนเซ็งแซ่ บ้างจอแจจัดการประสานเสียง

ค. ย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงาย

ง. เห็นโศกใหญ่ใกล้น้าระกา้ แฝง ทังรักแซงแซมสวาทประหลาดเหลือ

๒๖. บทประพันธ์ต่อไปนีไม่ปรากฏลักษณะในข้อใด

“จะว่าโศกโศกอะไรที่ในโลก ยังไม่โศกใจหนักเหมือนรักสมร

จะว่าหนักหนักอะไรในดินดอน ถึงสิงขรก็ไม่หนักเหมือนรักกัน”

ก. การซา้ ค้า ข. การหลากคา้ ค. การเล่นสัมผัส ง. การเปรียบเทียบ

พิจารณาบทประพันธ์ต่อไปน้ีแล้วตอบคาถามข้อ ๒๗ - ๒๘

“แม้นโลกนีพลันมืดดับลับไปสิน แต่หัวใจยังโบยบินถวิลหา

เสียงร้่าร้องติ๊กต๊อกของนาฬิกา ปานเสียงใจร้า่ หาเธอมิคลาย”

๒๗. บทประพันธ์ข้างต้น มีการใช้ภาพพจน์โวหารทังหมดก่ีประเภท

ก. ๒ ประเภท ข. ๓ ประเภท ค. ๔ ประเภท ง. ๕ ประเภท

๒๘. โวหารภาพพจน์ชนิดใด ไม่ปรากฏในบทประพันธ์ข้างต้น

ก. อุปมา ข. บุคคลวัต ค. สัทพจน์ ง. อุปลักษณ์

๒๙. “เราต่างคงความกร่อนในความแกร่ง และคงความเข้มแข็งในความเปราะ

สะอื้นไห้อยู่ในเสียงหัวเราะ และเงียบนิ่งในเสนาะเสียงดนตรี”

คาประพันธ์นี้มีลักษณะดีเด่นอย่างไร

ก. การเล่นเสียงสัมผัส ข. การซ้าค้าเพ่ิมความหมาย

ค. การเล่นค้าหลากความหมาย ง. การใช้ค้าที่มีความหมายขัดแย้งกัน

๓๐. คาประพันธ์ต่อไปนี้ใช้ภาพพจน์ตามข้อใด

“ฉันมองคลื่นรื่นเร่เข้าเห่ฝ่ัง พรา่ ฝากฝังภักดีไม่มีสอง

มองดาวเฟี้ยมเย่ียมพักตร์ลักษณ์ลายอง จากคันฉ่องชลาลัยใสสะอาง”

ก. บุคคลวัตและอุปลักษณ์ ข. อุปลักษณ์และอติพจน์

ค. บุคคลวัตและสัญลักษณ์ ง. สัญลักษณ์และอติพจน์

๓๑. ขอใดมี การใชคาเลียนเสียงธรรมชาติ

ก. เสียงสังขแตรแซศัพทมหามโหระทึกกึกกอง

ข. ทังเสียงจักจ่ันพรรณเรไรเรื่อยรองระงมดง

ค. กองกึกพิลึกปีบประเปรียงเสียงสน่ันลั่นพนัสพนาดร

ง. ก็เปลงเสียงกองโกญจศัพทประกาศกาหลค้ารนนฤโฆษ

๓๒. ศิลปะการประพันธขอใดใชอัพภาสเลียนเสียงธรรมชาติ

ก. ชะโดดุกกระดี่โดด สลาดโลดยะหยอยหยอย

กระเพื่อมนา้ พะพร้่าพรอย กระฉอกฉานกระฉอนชล

ข. พลหัวหนาพะกัน แกวงตาวฟันฉะฉาดแกวงดาบฟันฉะฉัด

ซองหอกซัดยะยุง ซองหอกพุงยะยาย

ค. เกลากลอนใสชักครุคระ มุงจะจะจากปรุโปรงแลตะละโลงลอดฟา

ง. ทังยุงชุมรุมกัดปัดเปรี๊ยะประเสียงผัวะผะพึ่บพ่ับปุบปบแปะ

๓๓. ตะวันรอนออนแสงแฝงเหลี่ยมเขา พยับเงาระยับแดดแสดสีสาย

กระทบหินหักเห็นเป็นเลื่อมพราย แสนเสียดายตะวันดับลับเหลี่ยมลง

คาประพันธบทนี้เดนท่ีสุดในดานใด

ก. การใหภาพ ข. การเลนค้า

ค. การเลนสัมผัส ง. การใหอารมณสะเทือนใจ

๓๔. ขอใดไมใชภาพพจนแบบบุคคลวัต

ก. เมฆไหลลงหมเงือม ผาชะโงก

ข. งามมานเงาไมโศก ซับซอน

ค. ดอกหญาปาลมโบก ผวาชอ

ง. ซาซาธาราฉะออน เรงรอนระหายฝน

๓๕. บทประพันธ์ในข้อใดไม่มีจินตภาพด้านเสียงปรากฏ

ก. หยาดย้อยพลอยนา้ ค้างแวววาว

ข. กระจงกระจิดเตีย ว่ิงเรียเร่ียน่าเอ็นดู

ค. แสงเรื่อเรืองแดงระยับสลับคราม

ง. เมฆไหลลงห่มเงือมผาชะโงก

๓๖. บทประพันธ์ในข้อใดจินตภาพแตกต่างจากข้ออื่น

ก. เรไรระร่ีเรื่อยร้องอยู่หริ่ง ๆ

ข. ดูทุ่งกว้างวางเวกหมอกเมฆมืด

ค. ลิงค่างครางโครกครอก

ง. เสียงซออ๋ออ่ออ้อ เอ่ือยเพลง

๓๗. “สายธาราดั่งนาฬิกาแก้ว แว่วแว่วจ๊อกจ๊อกเซาะซอกหิน” ข้อความที่ขีดเส้นใต้ใช้ภาพพจน์

ชนิดใด

ก. สัทพจน์ ข. สัญลักษณ์

ค. บุคลวัต ง. อุปมา

๓๘. ข้อใดใช้ภาพพจน์แบบอุปลักษณ์

ก. เธอคือโคมทองของชีวิตพี่ ข. เสียงรถด่วนขบวนสุดท้าย

ค. ฝากเพลงนีมากับสายลมผ่าน ง. หากมีเวลามาเย่ียมบ้านนาบ้างเธอพี่เน้อ

๓๙. “เพชรน้ำคำ้ งคำ้ งหล่นบนพรมหญำ้ เยน็ หยำดฟ้ ำมำฝันหลงวนั ใหม่

เคล้าเคลยี หยอกดอกหญ้าอย่างอาลยั เมื่อแฉกดำวใบไผไ่ หวตะวนั ”

คำประพนั ธ์ท่ีขีดเส้นใต้ เป็นโวหำรภำพพจนช์ นิดใด

ก. นำมนยั ข.อุปมำ ค. บุคลวตั ง. สทั พจน์

๔0. วรรคใดมีสัมผสั ในท่ีเปน็ สัมผัสสระและสมั ผัสอักษรเด่นชัดทสี่ ดุ

ก. ไพเราะคา้ นา้ ใจให้เปน็ สุข ข. ปราศจากทุกข์ไดเ้ พยี งเสยี งเสนาะ

ค. อันรอ้ ยกรองพ้องเสียงเพียงจา้ เพาะ ง. ไทยสืบเสาะสานเสกเอกลักษณ์

เฉลย

๑. ค. บุคลวัต
๒. ก. อุปมา
๓. ข. อุปลักษณ์
๔.ง. สัทพจน์
๕. ข. คอยตักเตือนชีทางให้สดใส
๖. ง. ค้ากลอนหนึ่งมี ๒ วรรค
๗. ง. จัตวา
๗. ง. ไต่ – ไร
๘. ข. สิ่งที่ดีแม่นีหยิบย่ืนให้
๑๐. ข. ๘ พยางค์
๑๑. ข. อันบุญธรรมกรรมแต่งใช่แกล้งกล่าว
๑๒. ค. ปร่ิม เพื่อ อาบ
๑๓. ก. ขลาด มืดมน พายุ
๑๔. ข. ๔ ๑ ๓ ๒
๑๕. ค. รมณ์ – ถม
๑๖. ง .ความไม่กระจา่ งชดั ในการส่ือสารทา้ ใหเ้ กดิ ปญั หา

๑๗. ข. ถึงม้วยดนิ สนิ ฟ้ามหาสมทุ ร

๑๘. ค. วานร แสม กบินทร์

๑๙. ค. เงยี บเหงาเศร้าใจ

๒๐.ง. พนาวัน

๒๑. ก. เล่นค้า

๒๒. ค. การหลากค้า
๒๓. ก. ลมระริวปลิวหญ้าคาระยาบ
๒๔.ข. เรียงข้อความหรือประโยคที่มีความสา้ คัญเท่า ๆ กัน เคียงกันไป
๒๕. ง. เห็นโศกใหญ่ใกล้น้าระกา้ แฝง ทังรักแซงแซมสวาทประหลาดเหลือ
๒๖.ข. การหลากคา้
๒๗.ข. ๓ ประเภท
๒๘. ค. สัทพจน์
๒๙. ง. การใช้ค้าที่มีความหมายขัดแย้งกัน
๓๐. ง. สัญลักษณ์และอติพจน์
๓๑.ค. กองกึกพิลึกปีบประเปรียงเสียงสนั่นล่ันพนัสพนาดร
๓๒.ง. ทังยุงชุมรุมกัดปัดเปรี๊ยะประเสียงผัวะผะพึ่บพ่ับปุบปบแปะ
๓๓. ก. การใหภาพ
๓๔. ค. ดอกหญาปาลมโบก ผวาชอ
๓๕. ง. เมฆไหลลงห่มเงือมผาชะโงก
๓๖. ข. ดูทุ่งกว้างวางเวกหมอกเมฆมืด
๓๗. ค. บุคลวัต
๓๘. ก. เธอคือโคมทองของชีวิต
๓๙. ค. บคุ ลวตั

๔0. ง. ไทยสืบเสาะสานเสกเอกลักษณ์




Click to View FlipBook Version