The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-12-17 07:20:10

High Alert Drug

High Alert Drug

Morphine Morphine Morphine Morphine Morphine
Pethidine Pethidine Pethidine Pethidine Pethidine
Adrenaline Adrenaline Adrenaline Adrenaline Adrenaline
Calcium Gluconate Calcium Gluconate Calcium Gluconate Calcium Gluconate Calcium Gluconate

Dopamine Dopamine Dopamine Dopamine Dopamine
Levophed Levophed Levophed Levophed Levophed
Magnesium Sulfate Magnesium Sulfate Magnesium Sulfate Magnesium Sulfate Magnesium Sulfate
Potassium Chloride Potassium Chloride Potassium Chloride Potassium Chloride Potassium Chloride

Enoxaparin High Enoxaparin

Morphine Morphine
Pethidine Pethidine
Adrenaline Adrenaline

Calcium Gluconate Calcium Gluconate

Dopamine Alert Dopamine
Levophed Levophed
Magnesium Sulfate Magnesium Sulfate
Potassium Chloride Potassium Chloride

Enoxaparin Enoxaparin

Morphine Drug Morphine
Pethidine Pethidine
Adrenaline Adrenaline
Calcium Gluconate Calcium Gluconate

Dopamine Dopamine

Levophed Levophed

Magnesium Sulfate Morphine Morphine Morphine Magnesium Sulfate

Potassium Chloride Pethidine Pethidine Pethidine Potassium Chloride

Enoxaparin Enoxaparin
Morphine
ทีใ่ ชใ้ นโรงพยาบาลเกาะพะงนัMorphine
Adrenaline Adrenaline Adrenaline
Calcium Gluconate Calcium Gluconate Calcium Gluconate

Pethidine Dopamine Dopamine Dopamine Pethidine

Adrenaline Levophed Levophed Levophed Adrenaline

Calcium Gluconate Magnesium Sulfate Magnesium Sulfate Magnesium Sulfate Calcium Gluconate

Dopamine Potassium Chloride Potassium Chloride Potassium Chloride Dopamine

Levophed Enoxaparin Enoxaparin Enoxaparin Levophed

Magnesium Sulfate Morphine Morphine Morphine Magnesium Sulfate

Potassium Chloride Pethidine Pethidine Pethidine Potassium Chloride

Enoxaparin Adrenaline Adrenaline Adrenaline Enoxaparin

ยาที่มีความเส่ยี งสูง (High Alert Drugs)

ยา Hight alert drug ในโรงพยาบาลเกาะพะงัน มีท้งั หมด 9 ตัว

1.Morphine Sulfate Injection
2.Pethidine Hydrochloride Injection
3.Adrenaline /Epinephrine Injection
4.Calcium Gluconate Injection
5.Dopamine Injection
6.Levophed /Norepinephrine Injection
7.Magnesium Sulfate Injection
8.Potassium Chloride Injection
9.Enoxaparin Injection
และรอเข้าทีมPTC เพิ่มอีก 2 ตวั คือThrombolytic Agent (rt-PA)
และStreptokinase (SK)

ยา Hight alert drug ในหอผู้ป่วยใน มีทัง้ หมด 5 ตวั

1.Morphine Sulfate Injection
2.Pethidine Hydrochloride Injection
3.Adrenaline /Epinephrine Injection
4.Calcium Gluconate Injection
5.Dopamine Injection

การเก็บ “ยาที่มีความเสี่ยงสงู ”ควรเกบ็ แยกจากยาอื่นๆ เพือ่ ลดโอกาสเสี่ยงตอ่ การเกดิ ความ
ผดิ พลาดใน การหยิบใชย้ าและควรมีการตรวจสอบจำนวนที่ Stock ให้เป็นปัจจบุ นั อีกทั้งตอ้ งมีป้าย ยาทีม่ ี
ความเสี่ยงสงู (High Alert Drug)

1

แนวทางปฏิบตั ิท่วั ไปในการจัดการยาท่ีมีความเส่ียงสูง (High Alert Drugs)

1. การคดั เลอื กยา โดย คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบาบดั
ตอ้ งมีการจากดั รูปแบบ ความเขม้ ขน้ ความแรงของยาท่ีตอ้ งระมดั ระวงั สูงอยา่ งเหมาะสมในการ
คดั เลือกยาเขา้ บญั ชียาโรงพยาบาล
2. การจัดซื้อจดั หายา โดย ฝ่ ายเภสัชกรรม
2.1 ตอ้ งจดั ซ้ือยาทม่ี ีฉลากชดั เจน อ่านงา่ ยและมีภาชนะบรรจุทส่ี ะดวกและปลอดภยั
2.2 หลีกเลี่ยงการจดั ซ้ือยาท่มี ีลกั ษณะยา ลกั ษณะบรรจุผลิตภณั ฑท์ ่คี ลา้ ยคลึงกนั ซ่ึงอาจกอ่ ใหเ้ กดิ

ความคลาดเคลื่อนทางยา
2.3 หากมีการเปล่ียนแปลงขนาดบรรจุหรือความแรง ฝ่ ายเภสัชกรรมชุมชนจะตอ้ งทาหนงั สือแจง้

เวียนแกผ่ เู้ กยี่ วขอ้ งทราบ ซ่ึงไดแ้ ก่แพทย์ งานอุบตั เิ หตุ-ฉุกเฉิน หอ้ งผปู้ ่ วยใน และหอ้ งคลอด
โดยทนั ที
2.4 กรณีจดั ซ้ือ D-5-W ควรเลือกซ้ือยาทมี่ ี pH 4.2 – 5.5 และตรวจสอบใบวิเคราะห์ยาทกุ รุ่นผลิต
กอ่ นรับยาเขา้ คลงั เวชภณั ฑเ์ พอ่ื หลีกเล่ียงการตกตะกอนของ Adrenaline และ Amphotericin B
3. การเกบ็ รักษายา โดย ฝ่ ายเภสัชกรรม หอผู้ป่ วย ห้องคลอด ห้องฉุกเฉนิ
3.1 ตอ้ งเกบ็ ยาใหเ้ ป็นสดั ส่วน และบริเวณที่เกบ็ ยาทม่ี ีความเส่ียงสูงตอ้ งมีป้ ายเตอื นใหเ้ หน็ ชดั เจน
ติดสต๊ิกเกอร์ว่าเป็นยา High Alert Drugs ต้งั แตร่ ับยาเขา้ คลงั
3.2 ใหม้ ีการสารองเฉพาะหน่วยงานทก่ี าหนดเทา่ น้นั และจากดั การเขา้ ถึงยา หา้ มผูท้ ่ีมิใช่
เจา้ หนา้ ที่พยาบาลหยบิ ยา High Alert Drugs
3.3 สาหรับยาของผปู้ ่ วยใน ใหเ้ กบ็ ยาของผปู้ ่ วยเฉพาะราย และตดิ เครื่องหมายเตือนในทเี่ กบ็ ยา
ของผูป้ ่ วยรายน้นั
4. การสั่งใช้ยา โดย องค์กรแพทย์
4.1 แพทยเ์ ท่าน้นั ท่เี ป็นผูส้ ั่งใชย้ า High Alert Drugs
4.2 เขยี นคาสั่งใหค้ รบถว้ น ชดั เจน ส่ือสารใหท้ ราบถึง เหตุผลของการตดั สินใจใชย้ า ระบคุ วาม
แรง วธิ ีการใหย้ า และความถ่ีในการใหย้ า การติดตามหลงั การให้ยา ความถ่ี อาการไม่พึงประสงค์
จากการใชย้ าหรืออาการทตี่ อ้ งขอรบั คาปรึกษาจากแพทย์
4.3 การสงั่ ใชย้ าทางวาจา เช่น การสั่งใชย้ าทางโทรศพั ท์ ใหท้ าไดเ้ ฉพาะยา Adrenaline injection
(กรณี CPR) โดยตอ้ งมีการทวนสอบการบนั ทึกคาส่ังของพยาบาลอีกคร้ังกอ่ นวางสายและตอ้ ง
ตรวจสอบคาสงั่ ดว้ ยตนเองอีกคร้งั ทนั ทีที่ทาไดพ้ รอ้ มลงช่ือกากบั
4.4 การใชต้ วั ยอ่ ใหใ้ ชไ้ ดเ้ ฉพาะ 2 รายการ Potassium Chloride injection ใหใ้ ช้ KCl ,
Magnesium Sulfate ใหใ้ ช้ MgSO4

2

4.5 หา้ มใชช้ ื่อยอ่ ในการสัง่ ใช้ Morphine Sulfate injection เดด็ ขาด เพราะอาจทาใหเ้ ขา้ ใจผดิ และ
ใหย้ าผิดชนิดได้

4.6 การสั่งใช้ Adrenaline , Dopamine ทมี่ ีการสัง่ เป็นอตั ราส่วน ใหย้ ดึ ตามท่ีกาหนดของยาแตล่ ะ
ชนิด

4.7 การสัง่ ยาฉีดใหร้ ะบุหน่วยใหช้ ดั เจน ดงั น้ี KCl injection ใหร้ ะบหุ น่วยเป็น mEq , MgSO4
injection ใหร้ ะบหุ น่วยเป็น กรมั (gm) หรือ มิลลิกรัม (mg) หา้ มระบเุ ป็นมิลลิลิตร ,
Ampoules จะทาใหเ้ ขา้ ใจผดิ ได้

4.8 มีแบบฟอร์มสาเร็จรูปสาหรบั สง่ั ใชย้ า Streptokinase inj
5. การจดั -จ่ายยา โดยฝ่ ายเภสัชกรรม
5.1 กรณีรับเขา้ รกั ษาในโรงพยาบาล การคดั ลอกคาสงั่ ในบนั ทกึ การใชย้ าของผปู้ ่ วยให้ขดี เสน้ ใต้

ช่ือยาและเขียน “(HAD)” ดว้ ยปากกาสีแดงบริเวณช่ือยา เพือ่ ใหเ้ กดิ ความระมดั ระวงั ในการจดั ยา
ตรวจสอบยา จ่ายยา และใหย้ าผปู้ ่ วย
5.2 อ่านคาสั่งยาและขนาดยาใหช้ ดั เจน โดยอ่านซ้าอยา่ งนอ้ ย 2 คร้ัง กรณีไม่มน่ั ใจให้สอบทาน
จากแพทยผ์ สู้ ั่งใชย้ า หรือพยาบาลประจาหอผปู้ ่ วยทเ่ี กยี่ วขอ้ งทนั ที
5.3 การเตรียมยาหรือจดั ยา ตอ้ งมีการตรวจสอบซ้าโดยบุคคลท่ีไม่ไดเ้ ป็นผเู้ ตรียมยาหรือจดั ยา
กอ่ นท่จี ะจ่ายออกไป (independent check)หรือตรวจทานอยา่ งนอ้ ย 2 คร้งั กรณีบุคลากรไม่พอ
5.4 การพมิ พฉ์ ลากยา ใหพ้ ิมพข์ อ้ ความ (HAD) ตอ่ หลงั ช่ือยากลุ่มเส่ียง ติดสติ๊กเกอร์ ยากลุ่มเส่ียง
เพื่อใหส้ ะดุดตา
5.5 การจ่ายยาท่มี ีความเสี่ยงสูงใหแ้ กห่ อผูป้ ่ วย หอ้ งฉุกเฉิน จะตอ้ งติดสติ๊กเกอร์เตอื นทุกคร้ังและ
ใหแ้ บบบนั ทกึ การเฝ้ าระวงั และการติดตามยา High Alert Drugs เพื่อใหพ้ ยาบาลประจาหอ
ผปู้ ่ วยใชเ้ ป็นแนวทางเฝ้ าระวงั และรายงานแพทย์
ตดิ สติ๊กเกอร์เตอื นดงั น้ี
“ยากลุ่มเสี่ยง” สีแดง ที่ภาชนะบรรจุหน่วยเล็กทสี่ ุดของยาทม่ี ีความเส่ียงสูงทก่ี าหนดท้งั หมด
“สารละลายเขม้ ขน้ ตอ้ งเจือจางกอ่ นใช้” ที่ยา Potassium Chloride (KCl) injection ,
Dopamine injection
5.6 กรณีผปู้ ่ วยนอกท่แี พทยส์ งั่ ยาที่ตอ้ งระมดั ระวงั สูง คอื Digoxin 0.25 mg tab ใหต้ ิดสติ๊กเกอร์
เตือนบนฉลากยาที่จดั เป็นยาท่มี ีความเสี่ยงสูงใหช้ ดั เจน ฉลากยาตอ้ งมีขอ้ ความ “ ควรใชย้ าน้ี
ตามแพทยส์ ั่งอยา่ งเคร่งครดั หา้ มเพิม่ หรือลดยาเอง” และใหเ้ ภสัชกรผจู้ ่ายยาแนบขอ้ มูลยาที่
จาเป็นไปพร้อมกบั ซองบรรจุยา พร้อมกบั อธิบายถึงอาการท่สี ามารถเกดิ ข้นึ จากการใชย้ า
และขอ้ ควรปฏบิ ตั เิ พอ่ื ความปลอดภยั จากการใชย้ า
5.7 การจ่ายยาทต่ี อ้ งระมดั ระวงั สูงในผปู้ ่ วยนอก และผปู้ ่ วยรบั ยากลบั บา้ น ตอ้ งมีคาถามหลกั ที่

3

ชดั เจนเพือ่ ยนื ยนั ความถูกตอ้ ง และใหค้ าแนะนา ตดิ ตามผลการใชย้ าตามแนวปฏิบตั ขิ องยาที่
ตอ้ งระมดั ระวงั สูงแตล่ ะชนิด

6. การบริหารยาในผู้ป่ วย (หอผู้ป่ วย ห้องฉุกเฉนิ ห้องคลอด)
6.1 เมื่อรับยากลุ่ม HAD จากหอ้ งยามา ตอ้ งมีการตรวจสอบความถูกตอ้ ง ตามหลกั 6R’ กบั คาสง่ั ใชย้ า
ของแพทย์
การเตรียมยา
6.2 ในการเตรียมยา ใหอ้ ่านคาสง่ั และขนาดยาใหช้ ดั เจน และควรอ่านฉลากยาอยา่ งนอ้ ย 3 คร้ัง

คือ ระหวา่ งการเตรียมยาหรือจดั ยา กอ่ นใหย้ า และขณะทจี่ ะทิ้งภาชนะบรรจุยาหรือนา
กลบั คนื ทเ่ี กบ็ ยา
6.3 การเตรียมยา แบ่งยา คานวณขนาดยา และจดั ยาท่ตี อ้ งระมดั ระวงั สูง ตอ้ งบนั ทึกการคานวณ
ขนาดยา ตอ้ งมีการตรวจสอบความถูกตอ้ ง โดยใหพ้ ยาบาลอีกคนเป็นผทู้ บทวนความถูกตอ้ ง
กบั คาสั่งแพทย์ หรือตอ้ งมีการตรวจสอบความถูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 3 คร้ัง กรณีบุคลากรไม่พอ
6.4 กาหนดใหย้ า HAD กรณีท่ีตอ้ งให้ยาตอ่ เน่ืองตอ้ งใช้ Infusion pump เท่าน้นั เช่น Adrenaline IV
infusion,Amiodarone IV infusion, Dopamine IV infusion, Magnesium sulfate IV infusion ,
Norepinephrine IV infusion และ Streptokinase IV infusion
6.5 ยาทีต่ อ้ งใหโ้ ดยการหยดเขา้ หลอดเลือด ใหต้ ดิ ฉลากท่ฝี ่ ายเภสัชกรรมจดั มาใหท้ ี่ถุงน้าเกลือ
สาหรบั ยาท่ีตอ้ งระมดั ระวงั สูง ซ่ึงตอ้ งระบขุ อ้ มูลที่กาหนดท่ีขวดน้าเกลือ (เขยี นฉลากตดิ บน iv
fluid ดว้ ยปากกาสีแดง ว่าเป็นยาความเส่ียงสูง เพื่อเป็นจุดสังเกตใหเ้ กดิ ความระมดั ระวงั เพ่มิ ข้ึน)
การให้และบริหารยา
6.6 กอ่ นใหย้ าตอ้ งมีการยนื ยนั ความถูกตอ้ งของผปู้ ่ วยอยา่ งนอ้ ย 2 ขอ้ บ่งช้ี โดยการถามช่ือ-สกุล
ผปู้ ่ วย พรอ้ มดูป้ ายขอ้ มือ หากผปู้ ่ วยไม่สามารถตอบไดจ้ ึงค่อยดูจากเลขเตยี งทผี่ ปู้ ่ วยนอนรกั ษา
ตวั อยู่ หรือกรณีมีญาติอยใู่ หถ้ ามช่ือผปู้ ่ วยกบั ญาติ
6.7 ควรแจง้ อาการท่เี กดิ ข้ึนหลงั การไดร้ ับยา และอาการท่ผี ูป้ ่ วย หรือญาติจะตอ้ งรีบแจง้ แพทย์
หรือพยาบาล
6.8 สาหรับยาที่ตอ้ งให้โดยการหยดเขา้ หลอดเลือดดา ตอ้ งมีการตรวจสอบความถูกตอ้ งในการให้
ยาและตอ้ งตรวจสอบอตั ราเร็วในการใหย้ าและผวิ หนงั บริเวณใหย้ าตามขอ้ กาหนดยาแตล่ ะ
ชนิด หรืออยา่ งนอ้ ยเวรละ 2 คร้ัง
การตดิ ตามเฝ้ าระวงั ผู้ป่ วย(Monitoring)ภายหลงั ได้รับยา
6.9 ใหต้ ิดตามเฝ้ าระวงั ผปู้ ่ วยตามแนวทางปฏบิ ตั ขิ องยาทตี่ อ้ งระมดั ระวงั สูงแต่ละชนิด
6.10 ประเมินผลการตอบสนองยา และสงั เกตอาการไม่พงึ ประสงคจ์ ากการใชย้ า หากเกดิ อาการ
ไม่พึงประสงคข์ ้นึ ใหร้ ายงานแพทย์ และแจง้ เภสชั กรทราบ

4

6.11 ในกรณีทต่ี อ้ งยา้ ยเตียง ตอ้ งมีการส่งตอ่ ขอ้ มูลและตรวจสอบความถูกตอ้ งของยากบั คาสงั่
แพทย์ โดยหากเป็นยาหยดเขา้ หลอดเลือดดา ตอ้ งมีการตรวจสอบความถูกตอ้ งในการใหย้ า
และตอ้ งตรวจสอบอตั ราเร็วในการใหย้ าและความเขม้ ขน้ ของยา และรีบยา้ ยยาทีเ่ กบ็ ในท่เี กบ็
ยาของผปู้ ่ วยแตล่ ะรายใหต้ รงกบั เตียงผปู้ ่ วยใหเ้ ร็วทสี่ ุด

6

ข้อมูลยาท่ีมีความเส่ียงสูง(High Alert Drugs)

1. ADENOSINE injection

รูปแบบท่ีมีในโรงพยาบาล Injection : 6 mg in 2 ml

ข้อบ่งใช้ : paroxysmal supraventricular tachycardia (PSVT)

ประเดน็ ปัญหา

1. ช่ือคลา้ ยกบั ยา Adrenaline (Epinephrine) 1 mg/ml injection

2. การเกดิ ภาวะ cardiac arrest เน่ืองจากเป็นยาทีม่ ี therapeutic index แคบ

แนวทางการจดั การ

การคดั เลอื ก 1. ตอ้ งจดั ซ้ือยาท่ีมีฉลากชดั เจน อ่านงา่ ย และมีภาชนะบรรจุท่ีสะดวก และปลอดภยั
จัดหา 2. หลีกเลีย่ งการจดั ซ้ือยาท่ีมีลกั ษณะยา ลักษณะบรรจุภณั ฑค์ ลา้ ยคลึงกนั ซ่ึงอาจกอ่ ให้เกดิ
(Supply)
ความคลาดเคล่อื นทางยา
3. หากมีการเปล่ียนแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง ฝ่ ายเภสัชกรรมชุมชนจะต้องทาหนังสือ

แจง้ เวยี นให้ผเู้ กยี่ วขอ้ งทราบ ซ่ึงได้แก่ แพทย์ งานอุบตั เิ หตุ- ฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน โดยทนั ที

การจดั เกบ็ 1. ให้ทาการจดั เกบ็ ในอุณหภูมิห้อง ไม่ควรเกบ็ ในตเู้ ยน็ เนื่องจากยาอาจตกตะกอน
(Storage) 2. ใหม้ ีการสารองยาไดท้ ี่ห้องอบุ ัตเิ หตุ-ฉุกเฉิน และหอผปู้ ่ วยใน
3. การจดั เกบ็ ยาตอ้ งแยกเกบ็ ในพ้ืนที่เฉพาะแยกจากยาอ่นื ๆ และตดิ ป้ ายบอกยากลมุ่ เส่ียงอย่าง

ชดั เจน
4. หอ้ งยาตดิ แถบสีแดงท่ี ampoule ยา เพื่อแจง้ เตอื น

การสั่งใช้ ยา 1. แพทยค์ วรส่ังยาดว้ ยชื่อสามญั ทางยาท่ีชดั เจน อา่ นง่าย ห้ามใชช้ ื่อยอ่
(Prescribing) 2. แพทยค์ วรสัง่ ยาดว้ ยขอ้ มูล ดงั น้ี

- ชื่อยา
- ขนาดการใช้ยา

ขนาดยา:

ขนาดเริ่มตน้ : 3 mg (1 ml) ฉีดเขา้ ทางหลอดเลอื ดดาอยา่ งรวดเร็ว ภายใน 1 – 2 วินาที
ขนาดยาคร้งั ที่สอง : ถา้ ขนาดยาท่ีใหค้ ร้ังแรกไม่สามารถทาให้อาการของหัวใจเตน้
เร็วผดิ ปกตหิ ายไปภายใน 1-2 นาที ควรให้ยาอีก 6 mg ฉีดเขา้ หลอดเลอื ดดาอยา่ งรวดเร็ว
ขนาดยาคร้ังที่สาม : ถา้ ขนาดยาที่ให้คร้ังท่ีสองไม่สามารถทาให้อาการของหัวใจเตน้
เร็วผดิ ปกติหายไปภายใน 1-2 นาที ควรใหย้ าอีก 12 mg ฉีดเขา้ หลอดเลือดดาอยา่ งรวดเร็ว

การเตรียม ไม่แนะนาให้ใชข้ นาดยาที่สูงกว่าขนาดยาท่ีกลา่ วมาขา้ งตน้ น้ี
สาหรับเด็กขนาดยาอยทู่ ่ี 0.0375-0.25 mg/kg
3. เปลีย่ นแปลงชื่อในคอมพิวเตอร์ ให้ต่างจาก Adrenaline เพ่อื ป้ องกนั ความสับสนในการสง่ั
ใช้ยา
4. หา้ มสั่งใช้ยาทางวาจา หรือโทรศพั ท์
1. ไมค่ วรทาการเจอื จาง เนื่องจากยาสามารถใช้ได้เลยตามขนาดยาที่ต้องการ
2. หากพบวา่ ยามีการตกตะกอน ห้ามใช้ยาน้ีเด็ดขาด ควรวางท้ิงไวใ้ หต้ ะกอนหายกอ่ นใช้

7

(Preparation)
การบริหารยา 1. ควรมกี ารระบุตวั ผปู้ ่ วยให้ชัดเจนกอ่ นบริหารยา
(Administration) 2. ให้ยาผา่ นเสน้ เลือดท่ีใกลห้ วั ใจที่สุดโดยวธิ ี iv push และฉีด NSS ตาม 20 ml เพ่อื ให้ยาออก

ฤทธ์ิเร็วข้ึนใช้ Three way
การตดิ ตาม 1. EKG กอ่ น และหลงั บริหารยา
(Monitoring) 2. BP, HR ทุก 15 นาที เป็ นเวลา 1 ชวั่ โมง

3. อาการขา้ งเคียง: ใบหนา้ ร้อนวบู วาบ (facial flushing), ใจสน่ั , เจบ็ หน้าอก, ความ
ดนั โลหิตต่า, ปวดศรี ษะ, เหน่ือยหอบ

ควรแจ้งแพทย์ทนั ที เม่ือ
1. BP < 90/60 mmHg
2. HR < 60 BPM

วธิ ปี ฏบิ ัตเิ พอื่ แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา

อาการไม่พึงประสงคท์ เ่ี กดิ ข้นึ จะเกดิ อยา่ งรวดเร็วและหายไดเ้ อง มีความเป็นพิษเพียงระยะส้นั ๆ
เนื่องจากยามีคา่ คร่ึงชีวิตส้ันมาก (half-life ของยา ADENOSINE < 10 วนิ าที)

8

2. Adrenaline Injection

รูปแบบท่ีมีในโรงพยาบาล Injection : 1 mg in 1 ml (1: 1,000)

ข้อบ่งใช้ : รักษาภาวะ shock, anaphylaxis

ประเดน็ ปัญหา

1. การเกดิ Tissue necrosis จากการรว่ั ไหลของยาออกนอกหลอดเลือด(extravasation)

2. อาจเกดิ ventricular fibrillation, pulmonary edema ซ่ึงถึงแกช่ ีวิตได้

3. ชื่อยาคลา้ ยกบั ADENOSINE injection อาจทาใหเ้ กดิ ความสบั สนของผใู้ ชไ้ ด้

แนวทางการจดั การ

การคดั เลอื ก 1. ใหท้ าการจดั ซ้ือยา 1 ขนาดความแรง คือ ขนาด 1 mg in 1 ml (1: 1,000) injection
จัดหา 2. ใหท้ าการจดั ซ้ือจากบริษทั เดียวเสมอ (องคก์ ารเภสชั กรรม)
(Supply) 3. หากมีการเปล่ียนแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง ฝ่ ายเภสัชกรรมชุมชนจะตอ้ งทาหนังสือ

แจง้ เวยี นให้ผเู้ กย่ี วข้องทราบ ซ่ึงได้แก่ แพทย์ งานอุบัติเหตุ- ฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน โดย

ทนั ที

การจัดเกบ็ 1. กาหนดให้ทาการเกบ็ ยาในตเู้ ยน็ อุณหภูมริ ะหว่าง 2 – 8 องศาเซลเซียส ยามีอายุ 3 ปี (เกบ็
(Storage) ที่อุณหภูมไิ มเ่ กนิ 25 องศาเซลเซียส มอี ายุ 2 ปี )

2. กาหนดให้หน่วยงานท่ีมีการสารองยา ได้แก่ งานอบุ ตั ิเหตุ-ฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน หอ้ ง

คลอด ตรวจสอบความพร้อมใช้ทุกเวร

3. การจดั เกบ็ ตอ้ งแยกเกบ็ ในพ้ืนที่เฉพาะแยกจากยาอน่ื ๆ และติดป้ ายบอกยากลุ่มเสี่ยงอยา่ ง

ชัดเจน

4. หอ้ งยาติดแถบสีแดงที่ ampoule ยา เพ่ือแจง้ เตอื น

การส่งั ใช้ยา 1. การส่ังใชย้ าตอ้ งระบุขอ้ มลู ดังน้ี

(Prescribing)  ช่ือยา โดยใชช้ ่ือสามัญทางยา

 ความเขม้ ขน้ โดยระบุ 1: 1,000 หรือ 1: 10,000

 ขนาดการใช้ยา

Infant and children

Asystolic or pulseless arrest : ผสมยา 1 mg (1 amp) ใน NSS จนครบ 10 ml (1:10000) ขนาด

ยาท่ีใช้คือ 0.01 mg/kg (0.1 ml /kg) ให้ยานานมากกว่า 1 นาที ให้ซ้าไดท้ ุก 3 – 5 นาที ตามการ
ตอบสนองของคนไข้

Adults

Cardiac arrest : IV 1 mg โดยผสมยา 1 mg (1 amp) ใน NSS จนครบ 10 ml ให้ยานานมากกว่า

1 นาที ซ้าได้ทุก 3 – 5 นาที ให้ push น้าตาม 10 – 20 ซีซี
Endotracheal 2 – 2.5 amp ของสารละลายเขม้ ขน้ 1:1,000 ผสม NSS จนครบ 10 ml

2. เปลีย่ นแปลงช่ือในคอมพวิ เตอร์ใหต้ า่ งจากยา ADENOSINE เพื่อป้ องกนั ความ

สบั สนในการสั่งยา
3. หา้ มสั่งใช้ยาทางวาจา หรือโทรศพั ท์ ยกกรณี CPR

9

การเตรียม 1. Adrenaline 1: 1,000 คือ Adrenaline 1 amp ในรูปแบบที่โรงพยาบาลมจี ึงไมต่ อ้ งมี
(Preparation) การเตรียมเพิ่มเติม สามารถใช้ได้ทันที

2. Adrenaline 1: 10,000 เตรียมโดย
2.1 Adrenaline 10 amp (10 ml) ผสมกบั NSS 90 ml (NSS 100 ml) นาสารละลาย
ออก 10 ml) ผสมใหเ้ ขา้ กนั กอ่ นใช้
2.2 Adrenaline 1 amp (1 ml) ผสมกบั NSS 9 ml

การบริหารยา 1. การบริหารยาทาง sc , im ใช้ Adrenaline 1: 1,000 ได้ แต่ไม่ควรเกนิ 5 mg ตอ่ วนั
(Administration) 2. การให้ Direct iv ควรใหใ้ นความเขม้ ขน้ 1: 10,000 ทางหลอดเลือดดาใหญ่ และให้

NSS 20 ml ตาม ห้ามให้ทางหลอดเลือดแดงและกลา้ มเน้ือ
3. การให้ iv infusion ควรให้อตั ราเริ่มตน้ 0.1 mcg/kg/min โดยใช้ infusion pump
4. การให้ Endotracheal tube ใชข้ นาดยาเป็ น 2-2.5 เท่า ของการฉีดเขา้ หลอดเลือดและ

ตอ้ งเจือจางด้วย NSS, SWFI 10 ml
การตดิ ตาม 1. EKG monitor ในกรณี CPR
(Monitoring) 2. BP, HR ทุก 15 นาที เป็ นเวลา 1 ชั่วโมง และติดตามต่อทุก 30 นาที จนกวา่ จะ stable รายงาน

แพทยเ์ มอ่ื BP<90/60 mmHg หรือ >160/100 mmHg HR <60คร้งั /min หรือ >120 คร้ัง/min
3. กรณี iv infusion ควรตรวจดู IV site ติดตามประเมินการเกดิ tissue necrosis ถา้ มี

ยารั่วออกมา
4.ประเมินGCS เฝ้ าระวงั ภาวะรูมา่ นตาขยายใหญ่
5.บนั ทึกปริมาณสารน้าเขา้ -ออกจากร่างกาย
ควรแจ้งแพทย์ทนั ที เม่ือ
1. BP มากกว่า 140/90 mmHg
2. HR มากกว่า 140 คร้ัง/นาที
3. เกดิ Tissue necrosis

วธิ ีปฏิบตั เิ พอื่ แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา
1. เม่ือให้ยาในขนาดปกติแลว้ เกดิ อาการขา้ งเคียงที่มีอาการเลวลงให้หยดุ ยา
2. ถา้ เกดิ อาการขา้ งเคยี งรุนแรงจากพษิ ของยาให้รกั ษาตามอาการ
- การเกดิ hypotension จะเกดิ ไม่นานและอาจไม่จาเป็ นตอ้ งรักษา ยกเวน้ มีอาการรุนแรง

- Agitation ให้ Haloperidol 2 – 5 mg im ในผใู้ หญ่
- อาการชัก ให้ Diazepam iv
- Cardiac arrythmias ให้ beta blockers เช่น Propranolol
- Hyperthermia ใหค้ วามเย็น
- ไม่มียาตา้ นพิษท่ีจาเพาะเจาะจง

10

3. Amiodarone injection

รูปแบบท่ีมีในโรงพยาบาล Injection : 150 mg/3 ml

ข้อบ่งใช้ : Atraial และ Ventricular tachyarrythymia

: Rapif atrial arrythymia (AF with RVR) ในผปู้ ่ วย impair LV function ท่ใี ช้ Digoxin แลว้ ไม่

ไดผ้ ล

ประเดน็ ปัญหา

1. ช่ือคลา้ ยกบั ยา Adrenaline (Epinephrine), Adenosine อาจทาใหเ้ กดิ ความสบั สนของผใู้ ชไ้ ด้

2. ข้นั ตอนการบริหารยาย่งุ ยาก

แนวทางการจัดการ

การคดั เลอื ก 1. ตอ้ งจดั ซ้ือยาที่มฉี ลากชัดเจน อ่านง่าย และมีภาชนะบรรจุที่สะดวก และปลอดภยั

จดั หา 2. หลีกเลี่ยงการจดั ซ้ือยาท่ีมีลกั ษณะยา ลกั ษณะบรรจุภณั ฑท์ ่ีคลา้ ยคลึงกนั ซ่ึงอาจ
(Supply) กอ่ ใหเ้ กดิ ความคลาดเคล่ือนทางยา

3. หากมีการเปล่ียนแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง ฝ่ ายเภสัชกรรมชุมชนจะตอ้ งทา

หนังสือแจง้ เวียนให้ผเู้ กยี่ วข้องทราบ ซ่ึงได้แก่ แพทย์ งานอบุ ตั ิเหตุ- ฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วย

ใน โดยทันที

การจัดเกบ็ 1. เกบ็ ท่ีอณุ หภูมหิ ้อง (25 องศาเซลเซียส) หา้ มใชเ้ มื่อเปลยี่ นสีหรือมตี ะกอน

(Storage) 2. หน่วยงานท่ีมีการสารองได้แก่ งานอบุ ตั เิ หตฉุ ุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน
3. ตอ้ งมีการทาเคร่ืองหมายบริเวณที่เกบ็ ให้ทราบวา่ เป็ นยา High Alert Drug และ

ตรวจสอบจานวน

การสัง่ ใช้ยา 1. Cardiac arrest (VF/pulseless VT) : 300 mg dilute D-5-W 30 ml IV push 3 – 5 นาที

(Prescribing) (ซ้าไดอ้ ีก 150 mg IV) สูงสุดไม่เกนิ 2.1 g / 24 hrs
IV push ฉีดยาให้เร็วร่วมกบั ควรใหส้ ารน้าไล่ตามไปอีก 20 ml หลงั จากน้นั ยกแขน
ขา้ งน้ันข้นึ สูงนาน 10 – 20 วนิ าที เพอ่ื ใหย้ าเขา้ สู่หวั ใจได้เร็วข้ึน
2. wide complex tachycardia (stable) : 24 ชวั่ โมงแรก ให้ยา 1050 mg โดยใหต้ ามลาดับ

แบ่งเป็ น 3 phase ดังน้ี

Rapid phase เร่ิมให้ยา 150 mg / 3 ml(1 amp) (ผสม 3 ml ใน D-5-W 100 ml) ดว้ ย

อตั ราเร็ว 30 mg/min ประมาณ 10 นาที

หลงั จากน้นั ให้ยาต่อไปอีกประมาณ 900 mg (ผสม 6 amp = 18 ml ใน D-5-W 500 ml)
โดยแบ่งการให้เป็ น 2 ช่วง คือ

Slow phase แบ่งให้ยา 360 mg (200 ml) IV drip ใน 6 ชม. (อตั ราเร็ว 33 ml/hr) แลว้

ต่อดว้ ย

Maintenance phase โดยใหย้ าตอ่ อกี 540 mg (300 ml) IV drip ใน 18 ชวั่ โมง
(อตั ราเร็ว 17 ml/hr)

หลงั จาก 24 ชม. แรกผา่ นไป ให้ Maintenance อตั ราเร็วการให้ยาตอ่ จนอาการผปู้ ่ วยดี

ข้ึน

11

การเตรียม - เจอื จางดว้ ย D-5-W
(Preparation) - หา้ มผสมกบั NSS, Heparin, Aminophylline, Cefazolin, Furosemide
การบริหารยา - ถา้ สารละลายท่ีเจอื จางแลว้ บรรจใุ นภาชนะ Plastic PVC ควรใช้ภายใน 2 ช่วั โมง
(Administration) - ถา้ สารละลายท่ีเจือจางแลว้ บรรจุในภาชนะ แกว้ ควรใชภ้ ายใน 24 ช่ัวโมง
- ยากอ่ นผสม เกบ็ ให้พน้ แสง
การตดิ ตาม
(Monitoring) 1. ติดตาม EKG ตลอดเวลา รายงานแพทย์ เมอ่ื พบ VT, VF, Heart block
2. ติดตาม BP, RR ทุก 5 นาที ในช่วงแรกของการใหย้ า (ติดตามจนกระทง่ั BP, RR คงท่ี

จากน้ันตดิ ตามทุก 2 – 4 ชวั่ โมง) รายงานแพทย์ เม่ือพบ BP < 90/60 mmHg หรือ HR
< 60 BMP
3. Serum electrolytes : K, Mg

วธิ ีปฏบิ ัตเิ พอื่ แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา : แกไ้ ขตามอาการ

ข้อห้ามใช้
- Hypersensitivity ต่อ Amiodarone
- Severe sinus-node dysfunction, Bradycardia
- Cause syncope
- Cardiogenic shock
- ต้งั ครรภ์
- ใหน้ มบุตร

12

4. Atropine injection

รูปแบบทม่ี ีในโรงพยาบาล Injection : 0.6 mg in 1 ml (1: 1,000)

ข้อบ่งใช้ ; Preanesthetic,sinus bradycardia,organophosphate or carbamate poisoning,

neuromuscular blockade

ประเดน็ ปัญหา

เป็นยาทีม่ ีผลต่อระบบหวั ใจและหลอดเลือด หากเกดิ ความผดิ พลาดอาจทาใหผ้ ปู้ ่ วยเกดิ อนั ตรายได้ โดย

อาจเกดิ อาการไม่พึงประสงคท์ ่ีสาคญั ไดแ้ ก่ tachycardia

แนวทางการจัดการ

การคดั เลอื ก 1. ให้ทาการจดั ซ้ือยา 1 ขนาดความแรง คือ ขนาด 0.6 mg in 1 ml injection
จดั หา 2. ให้ทาการจดั ซ้ือจากบริษทั เดียวเสมอ (องคก์ ารเภสชั กรรม)
(Supply) 3. หากมีการเปล่ียนแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง ฝ่ ายเภสัชกรรมชุมชน

จะตอ้ งทาหนังสือแจง้ เวยี นให้ผเู้ กยี่ วขอ้ งทราบ ซ่ึงไดแ้ ก่ แพทย์ งาน

อบุ ัตเิ หตุ- ฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน โดยทันที

การจัดเกบ็ 1. กาหนดให้ทาการเกบ็ ยา อณุ หภูมิไมเ่ กนิ 25 องศาเซลเซียส
(Storage) 2. กาหนดให้หน่วยงานที่มกี ารสารองยา ได้แก่ ห้องอุบัตเิ หตุ-ฉุกเฉิน หอ

ผปู้ ่ วยใน ห้องคลอด ตรวจสอบความพร้อมใช้ทุกเวร

3. การจดั เกบ็ ตอ้ งแยกเกบ็ ในพ้ืนท่ีเฉพาะแยกจากยาอนื่ ๆ และติดป้ ายบอก

ยากลมุ่ เสี่ยงอย่างชัดเจน

4. ห้องยาติดแถบสีแดงท่ี ampoule ยา เพ่อื แจง้ เตอื น

การสง่ั ใช้ยา 1. การส่ังใชย้ าตอ้ งระบุขอ้ มลู ดังน้ี

(Prescribing)  ช่ือยา โดยใช้ช่ือสามญั ทางยา

 ขนาดการใช้ยา

ทารกและเดก็ :

- Preanesthetic : Oral, IM, IV, SC

< 5 kg: 0.02 mg/kg/dose ใหก้ อ่ นผา่ ตดั 30- 60 นาที อาจใหต้ อ่ ทุก 4 – 6 ชว่ั โมงตาม
ความจาเป็ น

> 5 kg: 0.01 – 0.02 mg/kg/dose ถงึ ขนาดสูงสุด 0.4 mg/dose กอ่ นผา่ ตดั 30 – 60 นาที

ขนาดต่าสุด 0.1 mg

- Bradycardia : IV, intratracheal : 0.02 mg/kg ขนาดตา่ สุด 0.1 mg ขนาดสูงสุดต่อคร้ัง

0.5 mg ในเด็ก และ 1 mg ในผใู้ หญ่ อาจให้ซ้าได้ทุก 5 นาที จนได้ขนาดยารวมไม่เกนิ 1
mg ในเด็กและ 2 mg ในผใู้ หญ่

· การใหแ้ บบ intratracheal ตอ้ งเจอื จางยาดว้ ย NSS ใหไ้ ด้ปริมาตร 2 –3 ml. กอ่ น

· การรักษาภาวะ bradycardia จะใช้ atropine ตอ่ เมอื่ การให้ oxygen และ adrenaline

ไม่ไดผ้ ลเท่าน้ัน

เดก็ :

13

- Bronchospasm :Inhalation : 0.03 – 0.05 mg/kg/dose วนั ละ 3 – 4 คร้งั

ผ้ใู หญ่ :

- Asystole : IV 1 mg ซ้าได้ ทุก 3 – 5 นาทีตามความจาเป็ น
- Bradycardia : IV 0.5 – 1 mg ทุก 5 นาที ขนาดยารวมไมเ่ กนิ 2 mg หรือ 0.04

mg/kg

- การแกไ้ ขภาวะ neuromuscular blockade : IV 25 – 30 mcg/kg ให้กอ่ นให้ยา

neostigmine 30 วินาที

- พิษจาก organophosphate หรือ carbamate : IV 1 – 2 mg/dose ทุก 10 – 20

นาที จนกวา่ จะเกดิ atropine effect ( ปากแห้ง ตาพร่า ถ่ายปัสสาวะลาบาก

หน้าแดง ) ต่อไปให้ยาทุก 1 – 4 ช่ัวโมงเป็ นเวลาอยา่ งน้อย 24 ชว่ั โมง ขนาดยา

รวมสูงสุด 50 mg ใน 24 ชวั่ โมงแรก กรณี severe intoxication อาจให้ยารวม

ท้งั หมดสูงถึง 2 g.

- Bronchospasm : inhalation : 0.025 – 0.05 mg/kg/dose ทุก 4 – 6 ชวั่ โมง

(ขนาดยาสูงสุด 5 g/dose)

ระวงั การใชใ้ นผปู้ ่ วยเด็กท่ีมอี าการ spastic paralysis **

3. ห้ามสั่งใช้ยาทางวาจา หรือโทรศพั ท์ ยกกรณี CPR

การเตรียม หา้ มผสมยาร่วมกบั ยา Ampicillin, Chloramphenicol, Adrenaline,Heparin,Warfarin

(Preparation)

การบริหารยา 1. ให้ 1 mg ฉีดเขา้ ทางเสน้ เลือดดาช้าๆ และใหซ้ ้าได้ 3-5 นาที หากยงั ไม่

(Administration) ตอบสนอง แต่ไมเ่ กนิ 3 mg

2. กรณีหวั ใจเตน้ ช้า อาจให้ขนาด 0.5-1 mg ซ้าไดท้ ุก 3-5 นาที ขนาดโดยรวม

ไมเ่ กนิ 3 mg หรือ 0.04mg/kg

การตดิ ตาม 1. ตดิ ตามอตั ราการเตน้ ของหัวใจ ความดันโลหิต และ Mental status

(Monitoring) 2. ตรวจวดั vital sign ทุก 5 นาที จนกว่าจะ stable รายงานแพทยท์ ันทีเม่ือ

BP > 140/90 mmHg , HR >120 คร้ัง /นาที

3. หากให้ยาเขา้ ทางหลอดเลือดดา Mornitor EKG ตลอดการให้ยา ถึง 1 ชว่ั โมง

หลงั ใหย้ า

4. อาการขา้ งเคียงที่อาจพบได้ เช่น ปากแห้ง,ตาพร่ามวั ,หัวใจเตน้ ชา้ ,ชีพจรเตน้

เร็ว,รูม่านตาขยายไมต่ อบสนอง ผวิ หนังร้อนวบู วาบ หวั ใจเตน้ เร็ว ความดันโลหิต

สูง หายใจเร็วข้ึน

1. บนั ทึกปริมาณสารน้าเขา้ -ออก เพื่อดูสัดส่วนความสมดุล เพราะยาอาจทาใหเ้ กดิ ภาวะ

Urinary Retention ได้รายงานแพทยเ์ มื่อ Urine Output < 100 cc./hr

วธิ ปี ฏิบตั เิ พอ่ื แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา Overdose: Physostigmine 1-2 mg ( 0.5 mg หรือ 0.02 mg/kg

สาหรับเด็ก) ฉีดเขา้ ใตผ้ วิ หนงั หรือ IV อยา่ งชา้ ๆ

14

5. Calcium gluconate injection

รูปแบบทม่ี ีในโรงพยาบาล

Injection : 10% Calcium gluconate in 10 ml (1 g/amp = 4.65 mEq/amp)

ข้อบ่งใช้ : รักษาอาการพิษจากแมกนีเซียม ,ภาวะ severe hyperkalemia

ประเดน็ ปัญหา

1. หากฉีด IV push หรือหยดยาเขา้ หลอดเลือดเร็วเกนิ ไป อาจทาใหเ้ กดิ

- เสียชีวิตจากหวั ใจเตน้ ผดิ จงั หวะ (bradycardia,cardiac arrest)

- ความดนั โลหิตต่า เป็นลม (Syncope)

- ระดับแคลเซียมในเลือดสูง

2. Tissue necrosis หากเกดิ การร่ัวของยาออกนอกเสน้ เลือด (หา้ มฉีด IM หรือ SC )

3. เกดิ ตะกอนอุดตนั เส้นเลือด หากผสมหรือฉีดยาน้ีต่อเน่ืองกบั Sodium bicarbonate , Dipotassium

phosphate

แนวทางการจดั การ

การคดั เลอื ก 1. ตอ้ งจดั ซ้ือยาท่ีมีฉลากชดั เจน อ่านงา่ ย และมีภาชนะบรรจทุ ี่สะดวก และปลอดภยั
จดั หา 2. หลีกเล่ยี งการจดั ซ้ือยาที่มีลกั ษณะยา ลกั ษณะบรรจุภณั ฑค์ ลา้ ยคลงึ กนั ซ่ึงอาจกอ่ ให้เกดิ
(Supply)
ความคลาดเคล่อื นทางยา
3. จดั หาให้มยี า 1 ความเขม้ ขน้ คือ 10% ขนาดบรรจเุ ดียวคอื 10 mL (มี Calcium gluconate

1 g/amp ให้ Elemental Calcium 93 mg/amp = 4.65 mEq/amp)
4. หากมีการเปลี่ยนแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง ฝ่ ายเภสัชกรรมชุมชนจะตอ้ งทา

หนังสือแจง้ เวียนให้ผเู้ กยี่ วขอ้ งทราบ ซ่ึงไดแ้ ก่ แพทย์ งานอุบตั เิ หตุ- ฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วย

การจัดเกบ็ ใน โดยทันที
(Storage) 1. สารองเกบ็ ในรถกชู้ ีพ (Emergency cart) ให้เบิกทดแทนเฉพาะผปู้ ่ วยที่มีการสั่งใช้ยา
2. หน่วยงานที่มีการสารองไดแ้ ก่ งานอุบัติเหตฉุ ุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน

หอ้ งคลอด

การสัง่ ใช้ยา ข้อห้ามใช้

(Prescribing)  ผปู้ ่ วยท่ีมีระดับแคลเซียมในเลือดสูง (Corrected serum calcium > 10.5 mmol/L)
 ผปู้ ่ วยท่ีมีหรือสงสัยว่ามภี าวะพิษจากยากลุ่ม Digitalis

 ผปู้ ่ วยท่ีมี Ventricular fibrillation ในระหวา่ งการทาหัตถการฟ้ื นคนื ชีพ
ข้อควรระวงั ในการใช้

 ผปู้ ่ วยท่ีได้ยากลุ่ม Digitalis

 ผปู้ ่ วยท่ีมีระดบั Phosphorusในเลือดสูง (โดยเฉพาะผลคูณระหวา่ ง Corrected serum
calcium กบั Serum phosphorus มากกวา่ 55 mg2/dL

 ผปู้ ่ วยไตวาย
วธิ กี ารสง่ั ใช้ ยา

15

การเตรียม 1. หา้ มส่ัง IM หรือ SC
(Preparation) 2. สง่ั ระบุปริมาณยาในหน่วย mg หรือ g หา้ มสั่งเป็ นamp หรือ mL

การบริหารยา ส่ังระบุวิธีการบริหาร อตั ราเร็วในการ drip ยาให้ชดั เจน
(Administration) 1. ฉีดยาเขม้ ขน้ โดยไมเ่ จือจาง หรือเจือจางใน D-5-W , D-5-S , D-10-W หรือ NSS ใหไ้ ด้

การตดิ ตาม สารละลายมาตรฐานที่มคี วามเขม้ ขน้ 1- 2 g/100 mL (ควรผสม Calcium ใน D-5-W ไม่
(Monitoring) ควรใช้ NSS เพราะ sodium ทาให้ calcium ขบั ออกเร็วข้นึ ห้ามผสมใน Bicarbonate
เพราะจะตกตะกอน)
2. สารละลายที่เจือจางแลว้ เกบ็ ในอุณหภมู ิหอ้ ง และตอ้ งใช้ ภายใน 24 ชัว่ โมง
3. ติดฉลากบริเวณขวดยาให้เห็นชื่อยาชัดเจนและเนน้ “High Alert Drugs”
1. ฉีดเขา้ ทางหลอดเลือดดาเท่าน้ัน ห้ามฉีด IM หรือ SC
2. ฉีด IV ช้าๆ ดว้ ยอตั ราเร็วไม่เกนิ 1.5 mL ของ 10% Calcium gluconate ตอ่ นาที ยกเวน้
กรณี CPR ให้อยใู่ นดุลยพนิ ิจของแพทย์
3. ห้ามผสมหรือให้ยาร่วมกบั Bactrim , Ceftriaxone sodium , Cefazolin sodium ,
Dexamethasone , Diazepam , , Phenytoin sodium , Sodium bicarbonate และ
สารละลายด่าง ส่วนยาอืน่ ๆ ให้ปรึกษาเภสชั กรกอ่ น
4. ในผปู้ ่ วยท่ีได้รบั ยา Digoxin หา้ มให้ Calcium gluconate IV push ถา้ จาเป็ นตอ้ งใหท้ าง
หลอดเลอื ดดา ใหเ้ จอื จาง 10% Calcium gluconate 10 mL ในสารน้า 100 mL และให้
ในเวลาไม่ตา่ กว่า 1 ช่ัวโมง หรือใช้ยาชนิดรับประทานแทน
1. On monitor EKG ตลอดเวลา วดั สญญาณชีพทุก15 นาที หลงั ให้ยา เกดิ ภาวะความดนั
โลหิตตา่ ชีพจรช้า หวั ใจเตน้ ผดิ จงั หวะ หรืออาจทาให้เกดิ ภาวะหัวใจหยดุ เตน้ ได้ ควร
รายงานแพทยท์ ันทีเมอื่ HR <60 คร้งั /นาที BP<90/60mmHg
2. เฝ้ าระวงั อาการแสดงของภาวะ
- Calcium ตา่ จะชักกระตกุ ปากเบ้ียว นิ้วชา กลา้ มเน้ือเป็ นตะคริว เลอื ดออกง่าย
หวั ใจบีบตวั อ่อนลง
- Calcium สูง กลา้ มเน้ือจะเปล้ีย ปวดบริเวณกระดูก
3. เฝ้ าระวงั อาการคลนื่ ไสอ้ าเจียน จากผลขา้ งเคียงของยา
4. ตรวจสอบบริเวณให้ยา หากปวดบวมแดงให้หยดุ ยาและเปล่ียนตาแหน่งให้ยาใหม่
รายงานแพทยต์ ิดตามอาการอกั เสบเวรละ 1 คร้ัง จนกว่าจะทุเลา
5. ติดตามผล Lab : Ca ให้อยใู่ นระดับปกติคอื 8.1-10.4 mg/dL หากมีค่ามากกว่า 11mg/dL
ให้รายงานแพทยท์ ันที

16

วธิ ีปฏบิ ัตเิ พอ่ื แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา
1. ถา้ เกดิ อาการขา้ งเคียงให้ใช้สารละลายที่เจือจางและลดอตั ราเร็วของการใหย้ า ถา้ อาการขา้ งเคียงรุนแรงหรือยงั
มอี าการอยใู่ ห้หยดุ ยา
2. การรักษาภาวะ overdose ให้ sodium chloride iv infusion เพ่อื รักษาภาวะ normovolumia และให้
Furosemide 80 – 100 mg iv ทุก 2 – 4 ชัว่ โมง โดย Sodium Chloride จะแยง่ ท่ีกบั Calcium ในการ
reabsorption ที่ท่อไตและ Furosemide จะเพ่มิ ประสิทธิภาพการรกั ษาโดยทาให้เพิ่มการขบั ออกของ
Calcium

23

8. Magnesium sulfate (MgSO4) injection

รูปแบบทีม่ ใี นโรงพยาบาล Injection : 50% in 2 ml (Mg2+ 1 gm = 8.1 mEq)

ข้อบ่งใช้ : อาการชกั เน่ืองจากภาวะครรภ์เป็นพษิ (pre-eclampsia หรือ ecrampsia )

ประเดน็ ปัญหา

1. การสง่ั ยาที่ทาใหส้ บั สนระหวา่ งการเลือกใชย้ า 2 ความแรง คอื 50% และ 10% Magnesium

sulfate injection

2. การสง่ั ใชย้ าโดยใชห้ น่วยท่ีไม่เป็นมาตรฐานเดียวกนั การใชต้ วั ยอ่ อาจทาใหค้ ลา้ ยกบั การสัง่ ใช้

ยา Morphine sulfate ได้ การอ่านชื่อยาหรืออตั ราการใหย้ าผดิ ความไม่เขา้ ใจในสมดุลของ

แมกนีเซียมในร่างกาย อาจทาใหเ้ กดิ ความผดิ พลาดในการใหย้ า ซ่ึงอาจจะทาใหผ้ ปู้ ่ วยเกดิ

อนั ตรายถึงชีวติ ได้

3. การเตรียมยากอ่ นบริหารยาโดยการผสมกบั ยาอื่น อาจทาใหต้ กตะกอน

4. การเกดิ ภาวะ Apnea หลงั การบริหารยา

5. ไม่ไดป้ รับระดบั ยาในผปู้ ่ วยท่ีมีการทางานของไตบกพร่องหรือลม้ เหลว

แนวทางการจัดการ

การคัดเลอื ก 1. ตอ้ งจดั ซ้ือยาท่ีมฉี ลากชดั เจน อ่านงา่ ย และมีภาชนะบรรจุสะดวก

จัดหา ปลอดภัย หลีกเล่ียงการจดั ซ้ือยาที่มีลักษณะยา ลักษณะบรรจุภณั ฑ์

(Supply) คลา้ ยคลึงกนั ซ่ึงอาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความคลาดเคลื่อนทางยา

ตวั ผลติ ภณั ฑ์ บรรจภุ ณั ฑอ์ าจนาไปสู่ 2. จดั ซ้ือยาเพียง 1 ความแรงเท่าน้ัน คือ Magnesium sulfate injection

ความผดิ พลาดถึงตวั ผปู้ ่ วยได้ 50% in 2 ml
3. หากมีการเปล่ียนแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง ฝ่ ายเภสัชกรรม

ชุมชนจะตอ้ งทาหนังสือแจง้ เวยี นใหผ้ เู้ กยี่ วขอ้ งทราบ ซ่ึงได้แก่

แพทย์ งานอุบตั ิเหตุ- ฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน โดยทนั ที

การจดั เกบ็ 1. ตอ้ งเกบ็ ยาใหเ้ ป็ นสดั ส่วน และบริเวณเกบ็ ยาที่มีความเสี่ยงสูงตอ้ งมี

(Storage) ป้ ายเตือนใหเ้ ห็นชัดเจน

หา้ มเกบ็ ยาในตเู้ ย็นจะทาให้ 2. สาหรบั ยาของผปู้ ่ วยใน ให้เกบ็ ยาของผปู้ ่ วยเฉพาะราย และติด
ตกตะกอน เคร่ืองหมายในท่ีเกบ็ ยาของผปู้ ่ วยรายน้ัน

3. ฉลากเตอื นให้ระวงั เกบ็ ยาในอุณหภูมิห้อง ห้ามเกบ็ ในตเู้ ยน็

เนื่องจากยาจะตกตะกอน

4. ไม่มกี ารสารองยาท่ีหน่วยงานอื่น

การส่งั ใช้ยา 1. จดั ทาแนวทางการสัง่ ใช้ยาแมกนีเซียมท่ีใหท้ างหลอดเลอื ดดาเพ่ือ

(Prescribing) ใช้เป็ นแนวทางปฏิบตั ใิ นการสัง่ ใช้

ไม่ไดค้ านึงถงึ renal threshold ของ 2. ตรวจวดั การทางานของไตในผปู้ ่ วยท่ีตอ้ งให้แมกนีเซียมทดแทน

แมกนีเซียม เมื่อใหท้ ่ีความเร็วมาก และถ้าผปู้ ่ วยมกี ารทางานของไตบกพร่องควรลดขนาดของ
เกนิ ไปทาให้ยาถกู กาจดั ออกจาก แมกนีเซียมลง ร้อยละ 50

24

ร่างกายดว้ ยความรวดเร็ว เน่ืองจาก 3. การวดั ระดับยาแมกนีเซียมในเลือดให้ทา ณ 12 – 24 ชว่ั โมง หลัง
จานวนยามากเกนิ กวา่ ขีดจากดั ในการ สิ้นสุดการให้ยา
ดูดกลบั ของไต ยาจะถูกขบั ออกทาง
ปัสสาวะได้มาก จึงไมใ่ ห้ผลท่ี 4. ควรสั่งคาสงั่ เป็ น % Magnesium sulfate….g + D5W…..ml drip
ตอ้ งการ in 4 hr monitor……………………..
แพทยส์ ่วนใหญจ่ ะสง่ั วดั ระดบั
แมกนีเซียมในเลอื ดทนั ทีหลงั การให้ 5. ขนาดยาสูงสุด ไมค่ วรเกนิ วนั ละ 30 – 40 กรัม
ยาทางหลอดเลอื ดดาซ่ึงยงั เป็ นระยะ 6. ระวังในผปู้ ่ วยที่ใชย้ า digoxin เน่ืองจากอาจทาให้เกดิ heart block ได้
กระจายตวั ของยาใหว้ ดั ได้ระดบั ท่ีสูง 7. หา้ มใชใ้ นในผปู้ ่ วยท่ีเกดิ heart block หรือมี myocardial damage,
เกนิ จริง
ผปู้ ่ วย pre-eclampsia ที่อยใู่ นระหว่างการคลอด 2 ช่ัวโมง,ใน
การจดั จ่ายยา ผปู้ ่ วยที่มภี าวะไตบกพร่องอยา่ งรุนแรง
(Dispensing)
ทบทวนขนาดยา และข้อบ่งใช้ 1. อา่ นคาส่งั การใช้ยาอยา่ งระมดั ระวงั ทบทวนขนาดยาโดยดูตาราง
ขนาดยาตามระดบั Mg2+ ในเลือด
การเตรียม
(Preparation) 2. ติดฉลากเตือน 50% Magnesium sulfate ห้าม iv push เขา้ หลอด
ความไมเ่ ขา้ กนั ของแมกนีเซียมกบั ยา เลอื ดโดยตรงห้ามใหพ้ ร้อมกบั ยาตวั อ่นื ถา้ จาเป็ นตอ้ งใช้ให้ flush
ตวั อน่ื ๆ สายกอ่ นใหย้ าตวั อน่ื
ความเขม้ ขน้ ของยาที่เตรียมพร้อม
บริหาร 1. ยาที่ไม่เขา้ กนั กบั แมกนีเซียม เช่น Sodium bicarbonate (ทาให้
การบริหารยา ตกตะกอน)
(Administration)
แมกนีเซียมสามารถให้ไดท้ ้งั im , iv 2. กอ่ นฉีด iv ตอ้ ง dilute กอ่ นเสมอ (ดว้ ย D5W หรือ NSS) ควรให้
push และ iv infusion แต่ความ ความเขม้ ขน้ ไมเ่ กนิ 20%
เขม้ ขน้ ในการฉีดแตล่ ะอยา่ งไม่เท่ากนั
1. iv push ยาควรมีความเขม้ ขน้ น้อยกว่า 20% ใน D5W หรือ NSS และ
การตดิ ตาม ควรให้ยาช้ากว่า 1.5 ซีซี/นาที ของสารละลายความเขม้ ขน้ 10%
(Monitoring) หรือเทียบเท่า
อาการพิษท่ีเกดิ ข้ึน
ระดบั Magnesium ในเลอื ด 2. im ควรมีความเขม้ ขน้ 25 – 50 % สาหรบั ผใู้ หญ่ และควรเจือจางให้
ระดับการทางานของไต ไดส้ ารละลาย 20% ในเด็ก

3. iv infusion ให้อา้ งอิงตามแนวทางการให้ดา้ นล่าง และต้องใช้
infusion pump เสมอ

1. เฝ้ าระวงั ภาวะ Hypermagnesemia ได้แก่ คลน่ื ไส้ , อาเจียน , ท้องเสีย
ระบบการทางานของกลา้ มเน้ือถูกกด ,เป็ นตะคริว ,ชักกระตุก ระบบ
การหายใจถูกกด ,Deep tendon Reflex ถูกกด

2. วดั สัญญาณชีพ สังเกตการณ์หายใจ กอ่ นและหลงั ใหย้ าทุก 15 นาที 2
คร้งั ทุก 30 นาที 2 คร้ัง และทุก 1 ชั่วโมง จน off ยา รายงานแพทย์
ทันทีเม่ือ BP < 90/60 mmHg หรือ 160/110 mmHg , RR <14 คร้ัง/
นาที ,HR <60 ,120 คร้ัง/นาที

3. ในผปู้ ่ วยต้งั ครรภใ์ ห้ Observe FHS ถา้ < 120 หรือ 160 คร้ัง/นาที

25

รายงานแพทย์
4. ตดิ ตามผล Lab : Mg หลังส้ินสุดการให้ยา 12-24 ชั่วโมง
5. บนั ทึกปริมาณสารน้าเขา้ -ออกทุก 4 ชว่ั โมง ถา้ < 30 cc./hr รายงาน

แพทย์

แนวทางการใหข้ นาดยาแมกนีเซียมสาหรบั ภาวะ hypomagnesemia ในผใู้ หญ่

ระดับ Mg ในเลอื ด ขนาดยาเป็ นกรัม ขนาดยาเป็ น mEq ระยะเวลาการใหย้ า
(mg/dl) (g/kg) (mEq/kg) (ชั่วโมง)
1.6 – 1.8 0.05 0.5 12
1.0 – 1.5 0.1 1.0 24
< 1.0 0.15 1.5 24

หมายเหตุ
- ถ้าผปู้ ่ วยมีน้าหนักเกนิ ร้อยละ 130 ของ ideal body weight ให้ใช้ ideal body weight ในการคานวณ
- ในผปู้ ่ วยท่ีระดบั แมกนีเซียมในเลือดต่ามากหรือมอี าการกระตุกควรใหแ้ บบ bolus (1 – 2 g หยดเขา้ หลอดเลือด
ดานาน 10 นาที )จากน้ันใหย้ าเพ่ิมตามตาราง
อาการเม่ือไดร้ บั ยาเกนิ ขนาด อาการ hypermagnesia ข้นึ กบั ระดบั ยาในเลอื ด
1.9 – 2.5 mg/dl : normal level
> 3 mg/dl : CNS depression, diarrhea, depressed neuromuscular transmission and deep tendon reflexs
>5 mg/dl : flushing, somnolence
>12.5 mg/dl : complete heart block, respiratory depression
อาการไม่พงึ ประสงค์ - hypotension และ asystole อาจพบได้ถา้ ให้ยาในอตั ราท่ีเร็วเกนิ ไป

วธิ ปี ฏิบัตเิ พอื่ แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา
10% Calcium gluconate ให้ 10 – 20 ml iv push ไม่เร็วกว่า 20 นาทีตอ่ 10 ml( 1 amp)จะสามารถแกไ้ ขภาวะ respiratory
depression หรือ heart block หากไม่ไดผ้ ล refer for dialysis

26

9. Morphine sulfate injection

รูปแบบทมี่ ีในโรงพยาบาล Injection : 10 mg in 1 ml

ข้อบ่งใช้ : modurate - severe pain

ประเดน็ ปัญหา

1. การเกดิ ภาวะกดการหายใจในผปู้ ่ วยหลงั การใช้ยา ถา้ ใหเ้ กนิ ขนาดอาจทาใหผ้ ปู้ ่ วยเสียชีวิตได้

2. ยาน้ีเป็นยาในกลุ่มยาเสพตดิ ใหโ้ ทษประเภท 2 ตอ้ งมีการควบคุมการเบกิ จ่ายอยา่ งเคร่งครดั

แนวทางการจดั การ

การคัดเลอื ก 1. ตอ้ งจดั ซ้ือยาที่มฉี ลากชดั เจน อ่านงา่ ย และมีภาชนะบรรจุที่สะดวก และ

จัดหา ปลอดภยั
2. หลีกเลยี่ งการจดั ซ้ือยาท่ีมีลกั ษณะยา ลักษณะบรรจุภณั ฑท์ ่ีคลา้ ยคลงึ กนั ซ่ึงอาจ
(Supply)
ผลติ ภณั ฑ์ บรรจุภณั ฑอ์ าจ กอ่ ใหเ้ กดิ ความคลาดเคลอื่ นทางยา
นาไปสู่ความผดิ พลาดถึงตวั 3. หากมีการเปล่ียนแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง ฝ่ ายเภสชั กรรมชุมชนจะตอ้ ง
ผปู้ ่ วยได้
ทาหนังสือแจง้ เวียนให้ผเู้ กย่ี วข้องทราบ ซ่ึงได้แก่ แพทย์ งานอุบัติเหตุ- ฉุกเฉิน
หอผปู้ ่ วยใน โดยทันที

การจัดเกบ็ 1. ตอ้ งเกบ็ ยาให้เป็ นสัดส่วน และบริเวณท่ีเกบ็ ยาท่ีมคี วามเส่ียงสูงต้องมีป้ ายเตอื น

(Storage) ใหเ้ ห็นชัดเจน

เป็ นยาเสพตดิ ประเภท 2 ตอ้ ง 2. เกบ็ แยกยาไวใ้ นท่ีเขา้ ถงึ ไดย้ ากและล็อกกุญแจเสมอ

มีการจดั เกบ็ และการเบิกจ่ายท่ี 3. ติดตามและตรวจสอบใบ ยส.5 กอ่ นจา่ ยยาทุกคร้ัง

รัดกุม 4. หน่วยงานท่ีมีการสารองไดแ้ ก่ งานอบุ ตั ิเหตุฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน

การสง่ั ใช้ยา 1. ไมเ่ ขียนคายอ่ ให้เขยี น Morphine sulfate เท่าน้ัน
2. ให้ส่ังจานวนเป็ น mg หา้ มสั่งเป็ น ml
(Prescribing) 3. ตอ้ งเขียนใบ ยส.5 กากบั ทุกคร้ัง (เป็ นแพทยค์ นเดียวกนั )
ระวงั เขา้ ใจผดิ เป็ น 4. ระมดั ระวงั เร่ืองการกดการหายใจ โดยเฉพาะเมื่อให้ร่วมกบั ยาอืน่ ท่ีเพิ่ม
Magnesium sulfate
เขียนใบ ยส.5 ทุกคร้งั ฤทธ์ิกดการหายใจ เช่น ยานอนหลบั ยาคลายกลา้ มเน้ือ ยาคลายกงั วล

การเตรียม 1. sc, im ไมต่ อ้ งเจอื จาง

(Preparation) 2. iv push : ยา 1 amp เจือจางด้วย SWFI 2 ml (ความเขม้ ขน้ ไม่เกนิ 5 mg/ml)
3. iv infusion: เจอื จางดว้ ย D5W 10 ml (ความเขม้ ขน้ ไมเ่ กนิ 1 mg/ml)

4. ภายหลังการผสมสามารถคงตวั ได้หลายวนั แต่ไมแ่ นะนาให้ท้ิงไวน้ านเกนิ 24
ช่ัวโมง

การบริหารยา 1. sc, im : ไมต่ ้องเจอื จาง ใหย้ าได้เลย
(Administration) 2. iv push : ให้ยาที่เจอื จางแลว้ ช้า ๆ ใชเ้ วลา 3 – 5 นาที
3. iv infusion: เริ่มตน้ ให้ยาที่เจือจางแลว้ ในอตั ราเร็ว1 – 10 mg/hr ตอ้ งให้ยาผา่ น

infusion pump เพม่ิ ขนาดยาไดต้ ามการตอบสนองของผปู้ ่ วย ไมม่ ี maximum
dose ใหด้ ู clinical เป็ นหลกั

4. ควรให้ยากอ่ นที่จะปวดมากจึงจะได้ผลดี

27

การตดิ ตาม 1. ประเมินสัญญาณชีพ ,pupil กอ่ นให้ยาและหลังให้ยาทุก 15 นาที เป็ นเวลา 1
(Monitoring) ช่ัวโมง และหลงั จากน้นั ทุก 1 ชัว่ โมง 2คร้ัง
ระวงั กดการหายใจ
2. ดูแลให้ ออกซิเจน เพ่อื เพิ่มปริมาณออกซิเจนในร่างกาย
3. เฝ้ าระวงั ภาวะระบบการหายใจถกู กด หัวใจเตน้ ช้า ความดนั โลหิตต่า ปอดบวม

น้า รูมา่ นตาหดเล็ก ชัก ไม่รู้สึกตวั
4. ประเมินอาการ pain ของผปู้ ่ วย

รายงานแพทย์ทนั ทเี มอื่
1. RR < 12 คร้งั /นาที ,BP <90/60 mmHg , PR <60 คร้งั /นาที
2. pupil < 2 min
3. ให้ยาแลว้ 1 ช่ัวโมงยงั ไม่ทุเลาอาการปวด

วธิ ีปฏิบตั เิ พอ่ื แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา
overdose ให้ใช้ Naloxone (Narcan)
1. หากเกดิ การกดหายใจ ใหจ้ ดั การช่วยการหายใจ Airway support
2. Naloxone 2 mg IV (สาหรับเด็กให้ขนาด 0.01 mg/kg) และให้ซ้าหากจาเป็ น อาจให้ได้ขนาดรวมถึง 10 mg

28

10. Norepinephrine (Levophed) injection

รูปแบบทม่ี ีในโรงพยาบาล Injection : อยใู่ นรูปเกลือ Bitartrate 8 mg แต่มีตวั ยา Norepinephrine 4 mg ใน

4 ml (1 mg/ml)

ข้อบ่งใช้ : ใชใ้ นการรักษาภาวะชอ็ ก หลงั จากทใ่ี หส้ ารน้าทดแทนเพียงพอแลว้

: ใชส้ าหรับช่วยใหแ้ รงดนั โลหิตทล่ี ดต่าลงอยา่ งเฉียบพลนั กลบั สูงข้ึนสู่ระดบั ปกติ

ประเดน็ ปัญหา

1. ช่ือคลา้ ยกบั ยา Adrenaline (Epinephrine) อาจทาใหเ้ กดิ ความสับสนของผใู้ ชไ้ ด้

3. สับสนขนาดมิลลิกรัมตวั ยาสาคญั กบั ตวั ยารูปเกลือ

แนวทางการจัดการ

การคดั เลอื ก 1. ตอ้ งจดั ซ้ือยาที่มีฉลากชัดเจน อ่านงา่ ย และมีภาชนะบรรจทุ ่ีสะดวก และปลอดภัย

จัดหา 2. หลีกเล่ียงการจดั ซ้ือยาท่ีมีลกั ษณะยา ลกั ษณะบรรจุภณั ฑท์ ี่คลา้ ยคลึงกนั ซ่ึงอาจกอ่ ให้เกดิ ความ
(Supply) คลาดเคลือ่ นทางยา

3. หากมีการเปลี่ยนแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง ฝ่ ายเภสชั กรรมชุมชนจะตอ้ งทาหนังสือแจง้

เวยี นให้ผเู้ กยี่ วขอ้ งทราบ ซ่ึงไดแ้ ก่ แพทย์ งานอบุ ตั เิ หตุ- ฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน โดยทนั ที

การจดั เกบ็ 1. เกบ็ ที่อณุ หภูมิห้อง หา้ มใชเ้ มื่อเปลี่ยนสีหรือมีตะกอน
(Storage) 2. เกบ็ ใหพ้ น้ แสง
3. หน่วยงานท่ีมีการสารองได้แก่ งานอุบัตเิ หตุฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน

4. ตอ้ งมีการทาเครื่องหมายบริเวณที่เกบ็ ให้ทราบว่าเป็ นยา High Alert Drug และ

ตรวจสอบจานวน

การส่งั ใช้ยา ส่งั ใช้ในขนาดมลิ ลิกรัมตวั ยาสาคญั

(Prescribing) - การให้แบบ continuous IV infusion

 เด็ก ขนาดเร่ิมตน้ : 0.05 – 0.1 mcg/kg/min เพ่มิ ขนาดจนไดผ้ ลที่ตอ้ งการ

(Maximum dose 1 – 2 mcg/kg/min)

 ผใู้ หญ่ ขนาดเริ่มตน้ : 0.5 – 1.0 mcg/min เพิ่มขนาดจนไดผ้ ลท่ีตอ้ งการ

ขนาดยาโดยทัว่ ไปอยใู่ นช่วง 8 – 30 mcg/min

- Hypotension, shock and cardiopulmonary resuscitation

 เด็ก ขนาดเร่ิมตน้ : 0.1 mcg/kg/min แลว้ คอ่ ยๆ เพ่ิมอตั ราการหยดยาได้ถึง 2

mcg/kg/min

 ผใู้ หญ่ ขนาดเร่ิมตน้ : 8 – 12 mcg/min

- Upper GI Hemorrhage

8 mg ใน NSS 250 ml ทาง Intraperitoneal หรือ 8 mg ใน NSS ทาง Nasogastric tube ทุก

ช่วั โมง เป็ นเวลา 6 – 8 ชวั่ โมง จากน้ันให้ทุก 2 ชัว่ โมง เป็ นเวลา 4 – 6 ชว่ั โมง

- อตั ราการให้ยาคานวณจากสูตร

29

การเตรียม - เจอื จางดว้ ย D-5-W หรือ D-5-S 100 ml
(Preparation) - ไม่แนะนาใหเ้ จือจางใน NSS เด่ียวๆ เพอ่ื ป้ องกนั การสูญเสียความแรงของยาจากปฏิกริ ิยา
การบริหารยา oxidation
(Administration) - สารละลายท่ีเจือจางแลว้ จะมีความคงตวั 24 ชว่ั โมง ท่ีอณุ หภมู ิหอ้ ง โดยเกบ็ ใหพ้ น้ แสง

- หา้ มใช้สารละลายที่ขุ่นหรือเปลยี่ นเป็ นสีชมพู สีเหลอื งเขม้ หรือสีน้าตาล
- บริหารยาเขา้ ทางหลอดเลอื ดดา โดยใช้ infusion pump เพอ่ื ให้สามารถควบคุม การใช้ยาไดด้ ี
- เริ่มใหย้ าอยา่ งช้าๆ และปรับเพ่มิ ตามความจาเป็ น โดยต้องติดตามดูการตอบสนองของผปู้ ่ วย เช่น

ระดบั ความดนั โลหิต และ cardiovascular parameter อ่ืนๆ
- การหยดุ ยาตอ้ งคอ่ ยๆ ปรับลดลง ห้ามหยดุ ยาทันที เพ่ือป้ องกนั ภาวะความดนั เลือดต่า
- ควรให้ยาเขา้ หลอดเลือดดาใหญ่ตรง antecubital vein ที่ขอ้ ศอกด้านในหรือใหย้ าทางหลอดเลือด

ดา femoral ท่ีหน้าขา ไม่ควรให้ยาโดยวิธี catheter tie-in เพราะจะทาใหเ้ กดิ ยาคง่ั เฉพาะที่
การตดิ ตาม - ในกรณี Anaphylaxis ให้บนั ทึก Vital signs (Heart rate, BP) ทุก 10 นาที จนครบ 30 นาที
(Monitoring) - ในกรณี Hypotension ที่มีการใหแ้ บบ IV drip ให้บันทึก Vital signs (Heart rate, BP) ทุก 1

ชว่ั โมง ตลอดระยะเวลาที่มีการให้ยา
- ตรวจดูตาแหน่ง IV site ทุก 1 ชว่ั โมง ตลอดระยะเวลาที่มีการใหย้ า หากพบรอยแดง บวม คล้า

ตามเสน้ เลือด ให้เปล่ียนตาแหน่งการให้ยาใหม่
รายงานแพทย์ทนั ทเี มอื่

 เด็ก : BP > 120/80 mmHg หรือ HR > 180 คร้งั /นาที
 ผใู้ หญ่ : BP > 160/90 mmHg หรือ HR > 120 คร้ัง/นาที
เพอื่ พิจารณาหยดุ ยาหรือปรบั ลดขนาดยาลง

วธิ ปี ฏิบัตเิ พอื่ แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา : รักษาตามอาการ
อาการไม่พงึ ประสงคจ์ ากยา ไดแ้ ก่
- หวั ใจเตน้ ชา้ หวั ใจเตน้ ผดิ จงั หวะ
- ปวดศีรษะ ความดนั โลหิตสูง
- กระวนกระวาย หายใจลาบาก
- หากมีการรัว่ ออกนอกหลอดเลือด อาจทาใหเ้ กดิ เน้ือเยอ่ื ตายได้

30

11. Pethidine (Meperidine) injection

รูปแบบทีม่ ใี นโรงพยาบาล Injection : 1 mg in 1 ml (1: 1,000)

ข้อบ่งใช้ : modurate – severe pain

ประเดน็ ปัญหา

1. การเกดิ ภาวะกดการหายใจในผปู้ ่ วยหลงั การใชย้ า ถา้ ใหเ้ กนิ ขนาดอาจทาใหผ้ ปู้ ่ วยเสียชีวิตได้

2. ยาน้ีเป็นยาในกลุ่มยาเสพตดิ ใหโ้ ทษประเภท 2 ตอ้ งมีการควบคุมการเบกิ จ่ายอยา่ งเคร่งครัด

แนวทางการจดั การ

การคัดเลอื ก 1. ตอ้ งจดั ซ้ือยาท่ีมีฉลากชดั เจน อ่านงา่ ย และมีภาชนะบรรจทุ ี่สะดวก

จัดหา และปลอดภยั
(Supply) 2. หลีกเลี่ยงการจดั ซ้ือยาท่ีมีลกั ษณะยา ลกั ษณะบรรจุภณั ฑท์ ี่คลา้ ยคลงึ กนั

ซ่ึงอาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความคลาดเคลื่อนทางยา

3. หากมีการเปล่ยี นแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง ฝ่ ายเภสัชกรรมชุมชน

จะตอ้ งทาหนังสือแจง้ เวียนใหผ้ เู้ กย่ี วขอ้ งทราบ ซ่ึงได้แก่ แพทย์ งาน

อบุ ัตเิ หตุ- ฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน โดยทันที

การจดั เกบ็ 1. ตอ้ งเกบ็ ยาให้เป็ นสดั ส่วน และบริเวณท่ีเกบ็ ยาท่ีมคี วามเส่ียงสูงตอ้ งมีป้ ายเตอื น

(Storage) ใหเ้ ห็นชดั เจน
2. เกบ็ แยกยาไว้ในที่เขา้ ถงึ ไดย้ ากและล็อกกญุ แจเสมอ

3. ตดิ ตามและตรวจสอบใบ ยส.5 กอ่ นจา่ ยยาทุกคร้งั
4. หน่วยงานที่มีการสารองไดแ้ ก่ งานอุบตั ิเหตุฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน

การส่งั ใช้ยา 1. ตอ้ งเขยี นใบ ยส.5 กากบั ทุกคร้ัง (เป็ นแพทยค์ นเดียวกนั )

(Prescribing) 2. ระมดั ระวังเรื่องการกดการหายใจ โดยเฉพาะเมื่อให้ร่วมกบั ยาอื่นที่เพิ่ม
ฤทธ์ิกดการหายใจ เช่น ยานอนหลบั ยาคลายกลา้ มเน้ือ ยาคลายกงั วล

ไมค่ วรใช้ในหญิงมีครรภ์ เนื่องจากยาสามารถผา่ นรก และส่งผลตอ่ การ

หายใจและกดประสาทของทารกได้

3. ควรหลีกเลยี่ งหรือใช้อย่างระมดั ระวงั ในผปู้ ่ วย COPD ,โรคตบั ,การ

ทางานของไตเสียไป

การเตรียม ตรวจสอบการเปลี่ยนสีของยาและสารแปลกปลอมในผลิตภณั ฑก์ อ่ นฉีด

(Preparation)

การบริหารยา 1. บริหารยาได้ท้ังIM , IV และ SC
(Administration) 2. กรณีฉีดเขา้ หลอดเลอื ดดาใหเ้ จือจางกอ่ นแลว้ ฉีดช้าๆ (10 mg/ml)

การตดิ ตาม 1 . ประเมนิ สัญญาณชีพ ,pupil กอ่ นใหย้ าและหลงั ให้ยาทุก 15 นาที เป็ นเวลา
(Monitoring) 1 ชัว่ โมง และหลงั จากน้นั ทุก 1 ชั่วโมง 2 คร้งั

2. ดูแลให้ ออกซิเจน เพ่อื เพิ่มปริมาณออกซิเจนในร่างกาย

3. เฝ้ าระวงั ภาวะระบบการหายใจถกู กด หัวใจเตน้ ช้า ความดันโลหิตตา่

ปอดบวมน้า รูม่านตาหดเล็ก ชัก ไม่รู้สึกตวั

31

4. ประเมินอาการ pain ของผปู้ ่ วย
รายงานแพทย์ทนั ทเี มอ่ื
1. RR < 12 คร้งั /นาที ,BP <90/60 mmHg , PR <60 คร้ัง /นาที
2. pupil < 2 min
3. ให้ยาแลว้ 1 ชว่ั โมงยงั ไมท่ ุเลาอาการปวด

วธิ ีปฏิบัตเิ พอื่ แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา
การแกพ้ ิษ ใหใ้ ช้ Naloxone (Narcan)
1. หากเกดิ การกดการหายใจ ใหจ้ ดั การช่วยการหายใจ Airway support
2. Naloxone 2 mg IV (สาหรบั เด็กให้ขนาด 0.01 mg/kg ) และให้ซ้าหากจาเป็ น อาจให้ไดข้ นาดรวมถงึ 10 mg

32

12. Potassium Chloride injection

รูปแบบท่ีมใี นโรงพยาบาล Injection : 20 mEq in 20 ml ( 1.5 g)

ข้อบ่งใช้ : รักษาภาวะโปแตสเซ่ียมต่า ( hypokalemia)

ประเดน็ ปัญหา

1. การเกดิ heart block เม่ือมีการใชย้ าในความเขม้ ขน้ ท่ีสูงเกนิ ไป ไม่ไดผ้ สม หรือใหย้ าผดิ วิธีการ

ให้ เช่น iv push

2. การหยบิ ยาผดิ ในกรณีมียาสารองไวใ้ นหอผปู้ ่ วย และการเตรียมท่ีไม่ถูกตอ้ งกอ่ นการบริหาร

3. การเกดิ ภาวะ hyper K+ ในกรณีทีส่ ัง่ ใชย้ าโดยไม่มีการตรวจคา่ K+ ในเลือด

4. การสงั่ ใชย้ าท่ีไม่มีแนวทางการใช้ Potassium รูปแบบต่าง ๆ ในผปู้ ่ วยอยา่ งชดั เจน

แนวทางการจดั การ

การคัดเลอื ก 1. ตอ้ งจดั ซ้ือยาท่ีมฉี ลากชัดเจน อ่านงา่ ย และมีภาชนะบรรจทุ ่ีสะดวกและปลอดภยั

จดั หา 2. หลีกเล่ยี งการจดั ซ้ือยาที่มีลกั ษณะยา ลักษณะบรรจุภณั ฑท์ ่ีคลา้ ยคลงึ กนั ซ่ึงอาจ
(Supply) กอ่ ให้เกดิ ความคลาดเคลื่อนทางยา

3. หากมีการเปล่ียนแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง จากที่กาหนด ฝ่ ายเภสชั กรรมชุมชน

จะตอ้ งทาหนังสือแจง้ เวยี นให้ผเู้ กย่ี วขอ้ งทราบ ซ่ึงไดแ้ ก่ แพทย์ งานอุบตั เิ หตุ- ฉุกเฉิน

หอผปู้ ่ วยใน โดยทันที

การจดั เกบ็ 1. ยกเลิกการสารอง KCl injection ในหอผปู้ ่ วย ห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
(Storage) 2. การสารองยาที่หอ้ งจา่ ยยาให้จดั เกบ็ ในพ้นื ท่ีเฉพาะ แยกจากยาอ่นื และมีเครื่องหมาย

การสั่งใช้ ยา แสดงชื่อยา และยากลุ่มเสี่ยงอยา่ งชดั เจน
(Prescribing) 1. การสงั่ ใช้ยาตอ้ งมกี ารตรวจระดบั Serum K+ กอ่ นทุกคร้งั
2. คาส่ังใช้ยา ตอ้ งประกอบดว้ ย ช่ือยา ความแรง (mEq/L)ขนาดใหย้ า(ml/hr)

ช่องทางบริหารยา สารน้าท่ีใช้เจือจาง และคาแนะนาเพิ่มเติมในการบริหารยา
3. หา้ มส่ังฉีดทาง im, iv push (bolus)

4. ความเขม้ ขน้ สูงสุดที่สง่ั ใช้ไดค้ อื ไมเ่ กนิ 40 mEq/L
5. อตั ราการให้ยาสูงสุด ไมเ่ กนิ 20 mEq/hr และหากมกี ารใช้อตั ราการให้สูงกวา่

10 mEq/hr ควรมกี ารตดิ ตามประเมิน EKG ดว้ ย

6. การสั่งใชย้ าที่มคี วามเขม้ ขน้ เกนิ กว่า 40 mEq/L ใหท้ าง peripheral line อาจทาให้
เกดิ phlebitis ได้

7. ควรมีการประเมินการไดร้ บั K+ จากวถิ ที างอื่น เช่น อาหาร ร่วมด้วย

8. กรณีส่งั ใช้ในผปู้ ่ วยท่ีตอ้ งควบคุมการให้สารน้า ให้ใช้ 10 mEq KCl in NSS 100
ml (isotonic solution) ให้ผปู้ ่ วย

9. ไม่ควรส่งั ยาน้ีทางโทรศพั ท์

การเตรียม และจ่ายยา 1. การจ่ายยาจากห้องยา ตอ้ งตดิ ฉลากสีแดง “ยากล่มุ เสี่ยง” เพ่ือแจง้ เตือน และจดั เป็ นชุด

33

(Preparation and พรอ้ มใช้ โดยเตรียมสารละลายที่ใหผ้ สมไปพร้อมกบั ยาในชุดเดียวกนั โดยมีการ
Dispensing) ตรวจสอบโดยเภสชั กรกอ่ นส่งมอบยาทุกคร้ัง
2. การจ่ายยาจากห้องยาจะใหย้ าเพยี งจานวนเท่ากบั ความตอ้ งการใช้เท่าน้นั และยาที่เหลอื
การบริหารยา ให้ส่งคืนห้องยาทนั ทีหลังไม่ไดใ้ ช้
(Administration) 3. สารละลายที่ให้ผสมไดค้ ือ NSS โดยหลังผสม สารละลายท่ีไดจ้ ะมีอายุ 24 ช่ัวโมง
4. ตอ้ งตรวจสอบขอ้ มูลการสั่งใช้ คือความเขม้ ขน้ ท่ีใช้ อตั ราการใช้
การตดิ ตาม 5. ตอ้ งพลกิ ขวดสารละลายกลบั ไปกลบั มา เพ่ือให้ยาละลายเขา้ กบั ได้ดีอยา่ งน้อย 10 รอบ
6. ห้ามผสมยาในถุงสารละลายท่ีแขวนให้ผปู้ ่ วยอยู่
7. ควรตดิ ฉลากที่ขวดสารละลายที่ผสมแลว้ พร้อมระบุขอ้ มลู สาคญั อยา่ งน้อยคือ ชื่อผปู้ ่ วย
HN ชื่อยา ความเขม้ ขน้ อตั ราการให้ยา
8. หา้ มผสมในขวดสารละลายที่มียาอ่ืนผสมอยู่ (หา้ มผสมกบั
Amikacin,Amoxicillin,Amphotericin B,Mannitol,Fat emulsion)
9. ห้ามฉีดยาเขา้ Y-site ร่วมกบั Amphotericin B,Diazepam

วธิ ีผสม :
- ผสมไดท้ ้ังใน dextrose และ NSS ความเขม้ ขน้ สูงสุดไมเ่ กนิ 40 mEq/L
- ในภาวะฉุกเฉิน ( critical state:severe hypokalemia:serum K+ < 2 mEq/L) ควรใช้

NSS เนื่องจากการเจือจางโปแตสเซียมคลอไรด์ใน dextrose จะทาให้ระดับโป
แตสเซียมในเลือดตา่ ได้
- วธิ ี การผสม KCl ให้ควา่ ขวดข้ึนลง ไมต่ า่ กวา่ 10 คร้ัง เพ่อื ใหส้ ารละลายเป็ นเน้ือ
เดียวกนั

ตรวจสอบชื่อ ผปู้ ่ วย รายการยาตามใบ MAR และตรวจสอบสารละลายที่มีขอ้ มูลตรงกบั
ผปู้ ่ วย โดยที่ตอ้ งมีการ double check โดยเจา้ หนา้ ท่ีอีกคร้ัง
Peripheral line
- ควรใชค้ วามเขม้ ขน้ ไมเ่ กนิ 40 mEq/L และอตั ราให้ยาสูงสุดไมค่ วรเกนิ 10 mEq/hr
- ควรใช้สารน้าขนาดมาตรฐาน เช่น 500 ml หรือ 1000 ml โดยที่

 การให้ยาที่ความเขม้ ขน้ < 20 mEq/L อาจไม่ตอ้ งใช้ infusion pump

 การใหย้ าท่ีความเขม้ ขน้ > 20 mEq/L ตอ้ งใช้ infusion pump
- กรณีผปู้ ่ วยตอ้ งควบคุมสารน้า ใหใ้ ช้ Isotonic solution 10 mEq/100 ml solution และ

ไมต่ ้องใช้ infusion pump
Central line
- ให้ในความเขม้ ขน้ มากกวา่ 40 mEq/L และควรใช้ infusion pump และประเมิน EKG

แบบต่อเน่ือง
- หากตอ้ งการใชแ้ บบรวดเร็วใหใ้ ช้ 10 mEq/100 ml solution
ผปู้ ่ วยท่ีมีการทางานของไตบกพร่องหรือ Heart block ควรลดอตั ราเร็วในการบริหารยาลง
ประมาณคร่ึงหน่ึง

1. กรณีผปู้ ่ วย Moderate – Severe deficit ควรมกี ารตดิ ตามประเมนิ อาการทว่ั ไป, vital sign

34

(Monitoring) ของผปู้ ่ วยทุก 2 ชัว่ โมง และมีการประเมิน Serum K+ ทุก 4 – 6 ชั่วโมง (ข้นึ กบั อตั ราการ
ใหย้ า)
2. ควรมกี ารประเมิน EKG ร่วมดว้ ยในกรณีต่อไปน้ี
- Serum K+ < 2.5 mEq/L และผปู้ ่ วยเส่ียงต่อ arrhythmias หรือภาวะหวั ใจเตน้ ผดิ ปกติ
ตอ้ งให้ KCl > 10 mEq/L
3. เฝ้ าระวงั ภาวะ peaked T wave , prolong QRS complex สงั เกตภาวะ Oliguria โดยบันทึก
สารน้า เขา้ –ออก ทุก 4 ชั่วโมง
4. อาการท่ีแสดงว่ามีระดับโปแตสเซียมสูง ไดแ้ ก่ ทอ้ งเสีย คลืน่ ไส้อาเจียน ทอ้ งอืด หัว
ใจเตน้ ช้า ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย ชาปลายมอื ปลายเท้า

ควรแจ้งแพทย์ทนั ที เม่ือ
1. Serum K+ > 5.5 mEq/L
2. EKG ผดิ ปกติ
3. Urine output < 200 ml/8 hr
4. Heart Rate > 120 หรือ < 60
5. Cr > 2.0

Potassium Chloride injection Guideline

Critical deficit Clinical Emergency

Serum K+ < 2.0 mmol/L และมี - ให้ 0.4 mEq/kg/hr เป็ นเวลา 4 ชัว่ โมง แลว้ ตามด้วย 0.1 – 0.3 mEq/kg/hr

severe acidosis pH <7.2 - ตอ้ งประเมิน EKG และตามดูอาการทุกชวั่ โมง

EKG change of Hypo K+ - Refer รพศ.

Severe deficit Oral : 4 – 6 mEq/kg/day แบ่งให้ 2 – 4 doses

Serum K+ 2.0 – 2.5 mmol/L และไม่ iv : 40 mEq/L ให้ infusion rate ตามปริมาณความตอ้ งการ fluids ของผปู้ ่ วย

พบอาการ severe acidosis หรือ EKG (0.3 mEq/kg/hr)

change ตดิ ตามประเมนิ อาการทุก 4 ชั่วโมง และวดั Serum K+ และ fluid balance ทุก

8 ชัว่ โมง

Moderate deficit Oral : 2 – 6 mEq/kg/day แบ่งให้ 2 – 4 doses

Serum K+ 2.5 – 3.0 mmol/L iv : 20-40 mEq/L ให้ infusion rate ตามปริมาณความตอ้ งการ fluids ของ

ผปู้ ่ วย (0.3 mEq/kg/hr)

ติดตามประเมนิ อาการทุก 4 ชว่ั โมง และวดั Serum K+ และ fluid balance ทุก

8 ช่ัวโมง

Mild deficit Oral : 2 – 6 mEq/kg/day แบ่งให้ 2 – 4 doses

Serum K+ 3.0 – 3.5 mmol/L Iv : 20 mEq/L ให้ infusion rate ตามปริมาณความตอ้ งการ fluids ของผปู้ ่ วย

(0.3 mEq/kg/hr)

ติดตามประเมนิ อาการทุก 4 ชว่ั โมง และวดั Serum K+ และ fluid balance

วนั ละคร้ัง

35

วธิ ีปฏิบตั เิ พอ่ื แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา
การแกไ้ ขภาวะ Hyperkalemia
1. ถา้ เกดิ อาการขา้ งเคยี งให้หยดุ ยา ซ่ึงถา้ ระดบั โปแตสเซียมมากกวา่ 8 mEq/L อาจทาใหเ้ สียชีวติ ได้
2. การรักษาภาวะ severe hyperkalemia (K > 6.5 mEq/L)
- ภาวะ acidosis ให้ sodium bicarbonate 40 – 160 mEq iv infusion มากกวา่ 5 นาที และซ้าไดท้ ุก 10 – 15
นาที
- ถา้ ECG ยงั ผดิ ปกติ เริ่มให้ 50% dextrose 50 ml. IV ตามด้วย D10W ท่ีผสม Regular insulin (RI) 10-20 U/L

ในอตั รา 300-500 ml ตอ่ ชว่ั โมง
- หา้ มใหอ้ าหารที่มสี ่วนประกอบของโปแตสเซียมหรือยาท่ีทาให้โปแตสเซียมในเลือดสูงข้ึน
- ติดตาม ECG อยา่ งต่อเน่ือง ถา้ ไม่พบ P wave ให้ calcium gluconate 0.5 – 1 g. ในเวลามากกวา่ 2 นาที

(มากกว่าขนาดปกติ) แต่ไม่ควรให้เม่ือผปู้ ่ วยได้รับยา digitalis
- การใช้ sodium polystyrene sulfonate (Kayexalate) รับประทานหรือให้ทาง rectum จะช่วยการขับโป

แตสเซียมออกจากร่างกาย
- การทา hemodialysis หรือ peritoneal dialysis อาจมปี ระโยชน์
- ให้ระวงั ในผปู้ ่ วยที่ใช้ยากลุ่ม digitalis ซ่ึงถา้ มีระดบั โปแตสซียมลดลงเร็วเกนิ ไปจะทาใหเ้ กดิ digitalis toxicity

หมายเหตุ - ยาเมด็ 500 mg/tab ( 3 tab = 20 mEq)
- K.Elixir ร.พ. อุตรดิตถเ์ ตรียม 1 ชอ้ นโตะ๊ = 20 mEq

36

13. Sodium bicarbonate injection

รูปแบบท่ีมใี นโรงพยาบาล Injection : 7.5% in 10 ml (7.5 mg/mL=8.92 mEq/ 10 mL)

ข้อบ่งใช้ metabolic acidosis ,Hyperkalemia, Cardiac arrest

ประเดน็ ปัญหา

1. เป็น electrolyte ท่ีมีความเขม้ ขน้ สูงหากเกดิ ความผดิ พลาดจะทาใหร้ ะดบั electrolyte ใน

ร่างกายของผปู้ ่ วยเสียสมดุลและอาจเกดิ อนั ตรายถึงชีวติ ได้

2. การใหย้ าในเด็กอายุ < 2 ปี การให้ยาในอตั ราเร็วอาจทาใหเ้ กดิ ภาวะ Hypernatremia, CSF

pressure ลดลง และภาวะเลือดออกในสมอง

แนวทางการจดั การ

การคัดเลอื ก 1. ตอ้ งจดั ซ้ือยาที่มฉี ลากชัดเจน อา่ นงา่ ย และมีภาชนะบรรจุท่ีสะดวก และปลอดภยั
จัดหา 2. หลีกเล่ยี งการจดั ซ้ือยาท่ีมีลกั ษณะยา ลกั ษณะบรรจุภณั ฑท์ ่ีคลา้ ยคลึงกนั ซ่ึงอาจ
(Supply)
กอ่ ใหเ้ กดิ ความคลาดเคล่อื นทางยา
3. หากมีการเปลี่ยนแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง ฝ่ ายเภสัชกรรมชุมชนจะตอ้ งทา

หนงั สือแจง้ เวียนให้ผเู้ กยี่ วข้องทราบ ซ่ึงได้แก่ แพทย์ งานอบุ ัติเหตุ- ฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วย

ใน โดยทันที

การจัดเกบ็ 1. เกบ็ ท่ีอุณหภูมิห้อง หา้ มใชเ้ ม่ือเปล่ียนสีหรือมตี ะกอน
(Storage) 2. หน่วยงานที่มีการสารองไดแ้ ก่ งานอุบตั ิเหตฉุ ุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน

หอ้ งคลอด

3. ตอ้ งมีการทาเครื่องหมายบริเวณที่เกบ็ ใหท้ ราบว่าเป็ นยา High Alert Drug และ

ตรวจสอบจานวน

การสง่ั ใช้ยา Cardiac arrest (ไมแ่ นะนาให้ใช้เป็ นประจา โดยเฉพาะผปู้ ่ วยท่ี CPR โดยไม่ใส่ท่อช่วย
(Prescribing) หายใจ )

- Infant &children: I.V. 0.5-1 mEq/kg/dose ใหซ้ ้าทุก 10 นาที อตั ราเร็วของการ
ใหย้ า ไมค่ วรเกนิ 10 mEq/นาที

- Neonate &children < 2 ปี ควรได้รบั ยาขนาด 4.2% solution (0.5mEq/mL)

- Adult :I.V. bolusเร่ิมตน้ 1mEq/kg/dose 1 คร้ัง ,Maintenance 0.5 mEq/kg/dose
ทุก 10 นาที

การเตรียม - ห้ามผสมรวมกบั ยา Amphotericin B ,Atropine,Calcium gluconate,
(Preparation) Ciprofloxacin,Dopamine
การบริหารยา - flush IV line กอ่ นและหลังให้ยา ระหว่าง CPR

(Administration)

การตดิ ตาม 1. วดั สัญญาณชีพประเมนิ BP ,PR, RR ทุก 5 นาที 3 คร้ัง ทุก15 นาที 1 คร้งั
(Monitoring) 2. สงั เกตอาการชัก กลา้ มเน้ือเกร็งกระตุก
3. สังเกตผวิ หนังประเมินภาวะ cellulitis บริเวณที่ฉีดยา

37

4. กรณีใช้ยาน้ีรกั ษาภาวะ metabolic acidosis ตอ้ งเฝ้ าระวงั ภาวะ Alkalosis

วธิ ีปฏบิ ตั เิ พอื่ แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา
1. ถา้ เกดิ ภาวะเลือดเป็ นด่างให้หยดุ ยา ถา้ อาการรุนแรงใหฉ้ ีด Calcium gluconate
2. ถา้ เกดิ ภาวะโปแตสเซียมในเลอื ดตา่ จาการรักษาภาวะเลือดเป็ นกรดจะทาให้มีภาวะเลือดเป็ นด่างอยา่ งรุนแรง
ควรให้ NSS หรือ KCL จะช่วยในการปรบั สมดุล
3. ให้ Calcium gluconate เพอ่ื ควบคุมอาการ tetany
4. ภาวะชกั ให้ยา diazepam 0.1 – 0.25 mg/kg
5. ภาวะโซเดียมในเลือดสูงแกไ้ ขโดยให้ยาขบั ปัสสาวะ น้า และ Calcium gluconate จะช่วยรักษาภาวะ severe
alkalosis

38

14. Sodium Chloride 3% injection

รูปแบบที่มีในโรงพยาบาล สารละลายบรรจุในถุงน้าเกลือขนาด 500 ml.

ข้อบ่งใช้ : ใชร้ ักษาผปู้ ่ วยที่มีภาวะโซเดียมหรือคลอไรดใ์ นร่างกายต่าอยา่ งรุนแรง

ประเดน็ ปัญหา

1. อาจทาใหเ้ กดิ ภาวะ hypervolemia หรือ overhydration

2. เป็นยาท่ีอาจทาใหร้ ะบบหวั ใจ เกดิ Congestive Condition

3. เป็นยาทรี่ ะคายเคืองหลอดเลือดทาใหเ้ กดิ venous thrombosis, phlebitis หรือ extravasation

บริเวณท่ีบริหารยา

4. เป็นยาท่ีทาใหเ้ กดิ ADR อ่ืน ๆ ไดอ้ ีก เช่น รบกวนระบบสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย ทาให้

Potassium ในเลือดต่า

แนวทางการจดั การ

การคัดเลอื ก 1. ตอ้ งจดั ซ้ือยาท่ีมีฉลากชัดเจน อ่านงา่ ย แลมีภาชนะบรรจทุ ่ีสะดวก และ
จัดหา ปลอดภยั
(Supply)
2. หลีกเลีย่ งการจดั ซ้ือยาท่ีมีลกั ษณะยา ลักษณะบรรจุภณั ฑท์ ี่คลา้ ยคลงึ กนั ซ่ึง
ตวั ผลิตภณั ฑ์ บรรจภุ ณั ฑอ์ าจ อาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความคลาดเคลือ่ นทางยา
นาไปสู่ความผดิ พลาดถึงตวั
ผปู้ ่ วยได้ 3. หากมีการเปล่ียนแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง จากท่ีกาหนด ฝ่ ายเภสชั
กรรมชุมชนจะตอ้ งทาหนงั สือแจง้ เวยี นให้ผเู้ กย่ี วขอ้ งทราบ ซ่ึงไดแ้ ก่ แพทย์
งานอบุ ตั ิเหตุ- ฉุกเฉิน หอผปู้ ่ วยใน โดยทันที

การจดั เกบ็ 1. การสารองยาท่ีหอ้ งจา่ ยยาให้จดั เกบ็ ในพ้ืนท่ีเฉพาะ แยกจากยาอน่ื และมี

(Storage) เคร่ืองหมายแสดงชื่อยา และยากลุ่มเสี่ยงอยา่ งชดั เจน
เป็ นยาท่ีตอ้ งเกบ็ ในตเู้ ยน็ 2. ไม่มีการสารองยาที่หน่วยงานอื่นนอกจากฝ่ ายเภสชั กรรมชุมชน
3. เกบ็ ในอณุ หภมิูห้อง (25°C) ป้ องกนั จากความร้อนและห้ามแช่เยน็

การสั่งใช้ ยา 1. การสั่งใช้ยาต้องมกี ารตรวจระดบั Serum Na+ กอ่ นทุกคร้ัง

(Prescribing) 2. คาส่ังใชย้ า ตอ้ งประกอบด้วย ชื่อยา ความแรง (mEq/L)ขนาดใหย้ า(ml/hr)
า ช่องทางบริหารยา สารน้าท่ีใช้เจอื จาง และคาแนะนาเพ่ิมเตมิ ในการบริหารยา

3. ผใู้ หญ่ Hyponatremia

คานวณปริมาณ Sodium mEq.Sodium =

ระดบั โซเดียมท่ีตอ้ งการ (mEq/L) – ระดับที่วดั ได้(mEq/L) x 0.6 x น้าหนัก (kg)
หมายเหตุ กรณีฉุกเฉินปริมาณโซเดียมที่ตอ้ งการอาจใช้ 125 mEq/L –

Chloride maintenance requirement in parenteral nutrition: 2-4 mEq/kg/24hr max

dose 100-150 mEq/day

Sodium maintenance requirement in parenteral nutrition: 3-4 mEq/kg/24hr max

dose 100-150 mEq/day

39

เด็ก Hyponatremia:
สารละลายโซเดียมเขม้ ขน้ (>0.9%) ควรให้ในเด็กเฉพาะกรณีท่ีมีอาการจากภาวะ
โซเดียมต่าอยา่ งรุนแรงโดย
maintenance dose 3-4 mEq/kg/day, max. dose 100-150 mEq/day
4. ควรมีการประเมินการไดร้ ับ Na+ จากวิถีทางอืน่ เช่น อาหาร ร่วมด้วย
5. ไมค่ วรสั่งยาน้ีทางโทรศพั ท์

การจดั จ่ายยา 1. อ่านคาสั่งยาให้ละเอียด ตอ้ งทบทวนขนาดยา น้าหนักผปู้ ่ วย และขอ้ บ่งใช้ซ้า
(Dispensing) หากพบปัญหาให้ประสานกบั แพทยท์ ันที หากประสานไม่ไดใ้ ห้เขียนขอ
คาปรึกษาที่ progress note

การเตรียม 1. อ่านคาสั่งยาให้ละเอียด ทบทวนขนาดยาซ้าอีกคร้งั หากพบปัญหา ประสาน
(Preparation) แพทยห์ รือเภสัชกรทนั ที
การบริหารยา
(Administration) 2.

การตดิ ตาม 1. การให้ 3%NaCl ไม่ควรให้อตั ราเกนิ 100 ml/hr หรืออตั ราสูงสุดไม่เกนิ 1
(Monitoring) mEq/kg/hr (ความเป็ นพิษของโซเดียมจะสัมพนั ธ์กบั อตั ราเร็วของการให้
ชดเชย) เกดิ ภาวะแทรกซ้อน Osmotic demyelination syndrome: ODS ได้

2. แนะนาให้บริหารทางเส้นเลือดดาท่ีมีขนาดใหญ่เพ่ือลดการเกดิ venous
irritation และ extravasation –

3. ควรใช้ infusion pump และตรวจสอบซ้าทุก 3-4 hr ในการใช้ infusion
pum

4. ควรระวงั การใช้ในคนไข้ CHF, ไตบกพร่อง, cirrhosis, hypertension

1. ติดตามระดบั sodium, potassium, calcium, bicarbonate ในเลือดผปู้ ่ วย
เพอ่ื ป้ องกนั การเกดิ electrolyte imbalance

2. ติดตามความสมดุลระหวา่ งปริมาณสารน้า ท่ีใหแ้ กผ่ ปู้ ่ วยตอ่ วนั และ
ปริมาณน้าปัสสาวะท่ีออกจากร่างกายผปู้ ่ วยต่อวนั ทุกวนั (Input VS
output balance)

3. ติดตามน้าหนักตวั ผปู้ ่ วยที่เปลี่ยนแปลงกอ่ นและหลงั การให้สารน้า
4. เฝ้ าระวงั การเกดิ การอกั เสบของหลอดเลอื ดดาโดยตรวจสอบบริเวณ

ตาแหน่งท่ีให้ Fluid ไม่ให้มีการร่วั ซึมของยา
5. ตดิ ตาม Heart rate (HR) และ Blood Pressure (BP) โดย monitor ทุก 4 hr

วธิ ีปฏิบตั เิ พอื่ แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา
ภาวะ hypernatenia
1.แกไ้ ขโดยการให้ diuretics หรือการให้ free water replacement

40

15. Streptokinase injection

รูปแบบที่มใี นโรงพยาบาล Injection : 1,500,000 I.U. in vial (dry powder for injection)

ข้อบ่งใช้ : รักษาภาวะกลา้ มเน้ือหวั ใจขาดเลือดเฉียบพลนั ( Acute STEMI )

ประเดน็ ปัญหา

1. ยาอาจทาใหเ้ กดิ cardiac arrhythmia ไดแ้ ก่ heart block, ventricular tachycardia ,

ventricularfibrillation

2. มีโอกาสเกดิ อาการของ Bleeding เช่น เลือดออกในกระเพาะอาหาร, ลาไส้ /ถ่ายดามี

เลือดออกในทางเดินปัสสาวะ

3. มีโอกาสเกดิ การแพ้Allergic reaction เช่น ไข้ สั่น ผน่ื คนั คล่ืนไส้ ปวดศีรษะ และ

Anaphylaxis

4. การใหย้ าอาจท าใหเ้ กดิ ภาวะ hypotension ถา้ ความดนั โลหิตนอ้ ยกว่า90/60 mmHg

แนวทางการจัดการ

การคดั เลอื ก 1. ตอ้ งจดั ซ้ือยาท่ีมฉี ลากชัดเจน อ่านงา่ ย และมีภาชนะบรรจุท่ีสะดวกและปลอดภยั

จดั หา 2. หลีกเลี่ยงการจดั ซ้ือยาท่ีมีลกั ษณะยา ลกั ษณะบรรจุภณั ฑท์ ี่คลา้ ยคลึงกนั ซ่ึงอาจ
(Supply) กอ่ ใหเ้ กดิ ความคลาดเคลอื่ นทางยา

3. หากมีการเปลี่ยนแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง จากที่กาหนด ฝ่ ายเภสัชกรรมชุมชน

จะตอ้ งทาหนังสือแจง้ เวยี นให้ผเู้ กยี่ วข้องทราบ ซ่ึงไดแ้ ก่ แพทย์ งานอบุ ัตเิ หตุ- ฉุกเฉิน

หอผปู้ ่ วยใน โดยทันที

การจดั เกบ็ 3. ไม่มีการสารอง Streptokinase injection ที่จุดบริการหน่วยอืน่
(Storage) 4. การสารองยาท่ีห้องจ่ายยาใหจ้ ดั เกบ็ ในพ้ืนท่ีเฉพาะ แยกจากยาอ่นื และมีเครื่องหมาย

แสดงช่ือยา และยากลมุ่ เส่ียงอยา่ งชัดเจน

การสงั่ ใช้ยา 1.ไม่ควรใช้ชื่อยอ่
2.ใหย้ าทาง IV หรือ Intracoronary เท่าน้นั (หลีกเล่ยี งการให้ IM)
(Prescribing) 3.กอ่ นสั่งใช้ยา แพทยค์ วรพิจารณาถึงความเส่ียงและประโยชนท์ ่ีจะได้รับ โดยเฉพาะในราย
ตอ้ งมีการให้ pre- ที่มเี ลือดออกหรือการใชร้ ่วมกบั ยาท่ีมีผลต่อการทางานของเกล็ดเลือดไดแ้ ก่aspirin,
NSAIDS , Ticlopidine
medication

4.ไม่สั่งใช้ยาในผปู้ ่ วยท่ีเคยใช้ Streptokinase ภายใน 1 ปี เพราะมีการสรา้ ง Streptokinase
antibody ข้นึ อาจจะลดประสิทธิภาพของยาและอาจเกดิ ปฏิกริ ิยาการแพ้ได้

การเตรียม และจ่ายยา 1.การจา่ ยยาจากห้องยา ตอ้ งตดิ ฉลากสีแดง “ยากลุ่มเส่ียง” เพ่อื แจ้งเตือน และจดั เป็ นชุด

(Preparation and พรอ้ มใช้ โดยเตรียมสารละลายที่ให้ผสมไปพร้อมกบั ยาในชุดเดียวกนั โดยมีการตรวจสอบ
Dispensing) โดยเภสัชกรกอ่ นส่งมอบยาทุกคร้ัง
2.การจ่ายยาจากห้องยาจะให้ยาเพียงจานวนเท่ากบั ความตอ้ งการใชเ้ ท่าน้นั และยาที่เหลือ
ให้ส่งคืนหอ้ งยาทันทีหลงั ไมไ่ ดใ้ ช้

41

3. สารละลายท่ีใหผ้ สมไดค้ ือ NSS และ D5W โดยหลงั ผสม สารละลายที่ได้จะมีอายเุ กบ็
ได้ 24 ชว่ั โมง ท่ี 2-8 °C(ตเู้ ยน็ ), เกบ็ ได้ 8 ช่ัวโมง ท่ี >25°C(นอกตเู้ ยน็ )

4. ตอ้ งพลิกขวดสารละลายกลบั ไปกลบั มา เพ่ือให้ยาละลายเขา้ กบั ได้ดีอยา่ งน้อย 10 รอบ
ควรติดฉลากท่ีขวดสารละลายที่ผสมแลว้ พร้อมระบุขอ้ มลู สาคญั อยา่ งน้อยคือ ชื่อผปู้ ่ วย
HN ช่ือยา ความเขม้ ขน้ อตั ราการให้ยา

5. ห้ามผสม Streptokinase ร่วมกบั ยาอื่นๆ

วธิ ีผสม :
1. ใช้ยา 1,5000,000 unit (1 vial) โดยละลายด้วย D5W หรือ NSS 5 ml และเวลาผสมควร
กล้ิงขวดเบาๆ ไมค่ วรเขย่าแรงๆ เนื่องจากจะทาให้โปรตนี เส่ือมสภาพ
2. เจือจางต่อใน D5W หรือ NSS 100 ml

การบริหารยา 1.ให้ IV infusion นานไม่ตา่ กว่า 60 นาที (IV Infusion pump)
(Administration) 2. เมอื่ ครบกาหนดเวลาแลว้ ใหค้ อ่ ยๆ หยดุ ยา
3. เมอ่ื เร่ิมตน้ การรักษาอาจเกดิ ความดนั โลหิตตา่ หัวใจเตน้ เร็วหรือช้าผิดปกติจนอาจถึงช็อค
การตดิ ตาม ได้ ดังน้นั จงึ ควรหยดยาอยา่ งช้าๆ เม่ือเร่ิมตน้ การรักษาและสามารถให้ยากลุ่ม corticosteroids
(Monitoring) เพอื่ การป้ องกนั ไดก้ อ่ นเร่ิมให้ยา Streptokinase 10 นาที
1. Monitor EKG โดยใช้เครื่อง defibrillator ไวต้ ลอดเวลา เพราะขณะใหย้ าอาจทาให้เกดิ

cardiac arrhythmia ไดแ้ ก่ heart block, ventricular tachycardia , ventricular fibrillation
2. อาการของ Bleeding เช่น เลอื ดออกในกระเพาะอาหาร, ล าไส้ /ถ่ายดา มีเลือดออกใน

ทางเดินปัสสาวะ
3. ตดิ ตาม Blood pressure (ปกติ systolic 90-140 mmHg, diastolic 60-90 mmHg)เน่ืองจาก

การให้ยาอาจทาใหเ้ กดิ ภาวะ hypotension ถา้ ความดันโลหิตน้อยกว่า90/60 mmHg ให้
รายงานแพทย,์ Heart rate (ปกติ 60-90 คร้ัง/นาที), Platelet count (ค่าปกติ 140,000-
400,000 เซลล/์ ไมโครลติ ร), Platelet count (คา่ ปกติ 140,000-400,000 เซลล์/
ไมโครลติ ร), Hematocrit (ปกตชิ าย ร้อยละ 40-50, หญิง ร้อยละ 35-45)
4. ตดิ ตามการเกดิ การแพ้ Allergic reaction เช่น ไข้ สนั่ ผนื่ คนั คลนื่ ไส้ ปวดศีรษะ และ
Anaphylaxis

ควรแจ้งแพทย์ทนั ที เมื่อ
1. การให้ยาในช่วงแรกแลว้ พบอาการแพย้ า (allergic reaction)
2. BP <90/60 mmHg
3. หากมีอาการหืด (asthmatic symptom) ใหห้ ยดุ ยา
4. ตดิ ตามภาวะเลือดออกทุก 15 นาที ใน 1 ช่ัวโมงแรกที่ให้ยา หากพบใหแ้ จง้ แกแ่ พทย์

42

Pre-medication and doses:

Medication Doses

CPM injection .ให้ 10 mg iv กอ่ นเร่ิมบริหารยา 30 นาที

Hydrocortisone iv .ให้ 300 mg iv กอ่ นการบริหารยา 30 นาที

Metoclopramide iv ให้ 10 mg iv กอ่ นเริ่มบริหารยา 30 นาที

ข้อห้ามใช้และข้อควรระวงั
1. หา้ มใชใ้ นผปู้ ่ วยทแี่ พ้ anistreplase, streptokinase
2. หา้ มใชใ้ นผปู้ ่ วยทม่ี ีภาวะ active internal bleeding, มีประวตั ิโรค CVA, มีภาวะintracranial, intraspinal
tauma or surgery, intracranial neospasm, arteriovenous malformation, aneurysm, severe uncontrolled
hypertension
3. ระมดั ระวงั การใชใ้ นผปู้ ่ วยทีค่ วามเสี่ยงสูงในการเกดิ ภาวะเลือดออก
4. หลีกเลี่ยงการฉีดแบบ IM
5. ระมดั ระวงั การใชใ้ นผปู้ ่ วยที่มีอายมุ ากกว่า 75 ปี
6.ไมส่ ่ังใช้ยาในผปู้ ่ วยที่เคยใช้ Streptokinase ภายใน 1 ปี เพราะมีการสรา้ ง Streptokinase antibody

วธิ ปี ฏิบตั เิ พอ่ื แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา : แกไ้ ขตามอาการ

43

16. Warfarin tablet

รูปแบบทีม่ ีในโรงพยาบาล Tablet 1 mg, 2 mg, 3 mg, 4 mg, 5 mg

ข้อบ่งใช้ : เป็นยาตา้ นการแขง็ ตวั ของเลือดชนิดรบั ประทาน ใชเ้ พ่ือป้ องกนั และรักษา venous thrombosis,

pulmonary embolism, atrial fibrillation with risk of embolism และป้ องกนั การเกดิ systemic embolism

ภายหลงั การเกดิ myocardial infarction

ประเดน็ ปัญหา

เป็นยาที่เกดิ ปฏิกริ ิยากบั ยาอ่ืนๆ ไดเ้ ป็นจานวนมาก รวมท้งั อาหารบางชนิด อาจเกดิ อาการไม่พงึ ประสงค์

ท่ีรุนแรง คอื ภาวะเลือดออกจนเสียชีวิตได้

แนวทางการจดั การ

การคัดเลอื ก 1. ตอ้ งจดั ซ้ือยาท่ีมีฉลากชัดเจน อ่านงา่ ย และมีภาชนะบรรจทุ ่ีสะดวก และปลอดภยั
จดั หา 2. หลีกเลยี่ งการจดั ซ้ือยาที่มีลกั ษณะยา ลกั ษณะบรรจุภณั ฑค์ ลา้ ยคลึงกนั ซ่ึงอาจกอ่ ใหเ้ กดิ
(Supply)
ความคลาดเคลื่อนทางยา
3. หากมีการเปลย่ี นแปลงขนาดบรรจุ หรือความแรง ฝ่ ายเภสชั กรรมชุมชนจะตอ้ ง

ทาหนังสือแจง้ เวยี นให้ผเู้ กยี่ วขอ้ งทราบ ซ่ึงไดแ้ ก่ แพทย์ งานอุบตั เิ หตุ- ฉุกเฉิน

หอผปู้ ่ วยใน โดยทันที

การจดั เกบ็ 1. บริเวณที่เกบ็ ให้ทาเคร่ืองหมายให้ทราบว่าเป็ นยาที่ตอ้ งระวังเป็ นพเิ ศษ
(Storage) 2 เกบ็ ท่ีอุณหภูมิหอ้ ง

การสัง่ ใช้ยา เขยี นขนาดมลิ ลกิ รัมยาให้ชัดเจน

(Prescribing) ขนาดยา:

Usual initial dose : 2 – 5 mg

Maintenance dose : 2 – 10 mg /วนั

ข้อห้ามใช้ :

หา้ มใชใ้ นหญงิ มีครรภ์

การจดั ยา จ่ายยา 1. จา่ ยยาตามจานวนท่ีสง่ั
(Dispensing) 2. สื่อสารคาส่ังใช้ยาท่ีฉลากยาให้ชดั เจน โดยเฉพาะคาสง่ั ให้รับประทานมากกว่า 1 ความ

แรง ในวนั ตา่ งๆ เช่น 1 mg วนั จนั ทร์ ถงึ วนั ศุกร์ 2 mg วนั เสารแ์ ละวนั อาทิตย์

3. มีการตรวจสอบความถูกตอ้ งของชนิดยา ความแรง ปริมาณยา ขนาดยาตามใบสั่ง
แพทย์ และผปู้ ่ วยที่ตอ้ งไดร้ บั ยาทุกคร้งั กอ่ นจ่ายยา

4. หากพบว่า มกี ารสั่งใช้ยา มากกว่าวนั ละคร้ัง หรือมากกว่า 10 mg/day หรือมีการสั่งใช้
ในผปู้ ่ วยท่ี INR > 3 ใหย้ ืนยนั ความถูกตอ้ งของคาสง่ั ทุกคร้งั

5. แนะนาผปู้ ่ วยให้บอกทนั ตแพทยท์ ุกคร้ังว่าใช้ยาตา้ นการแขง็ ตวั ของเลอื ดอยู่
6. สอนวิธีห้ามเลอื ดง่ายๆ เช่น ใชผ้ า้ สะอาดกดที่แผล 5 – 10 นาที

7. แนะนายาและอาหารที่ห้ามใช้ร่วมกบั ยา Warfarin เช่น Gemfibrozil, Paracetamol,

NSAIDS, กระเทียม ขงิ พริก หัวหอม เป็ นตน้

44

การบริหารยา 8. แจกสมุดคู่มือประจาตวั ผปู้ ่ วย
(Administration) ผปู้ ่ วยที่รับประทานยาน้ี ควรหลีกเลย่ี งการฉีดยาเขา้ กลา้ มเน้ือ

การตดิ ตาม สงั เกตอาการเลือดออกตามอวยั วะต่างๆ เช่น จ้าเลอื ดบริเวณผวิ หนัง เลือดออกตามเหงือก
(Monitoring) ลกั ษณะของปัสสาวะ (hematuria) อุจจาระ (melena) ตรวจวดั สัญญาณชีพทุก 2 – 4 ชั่วโมง
ถา้ มีการตกเลอื ดภายในจะทาใหช้ ีพจรเบาเร็ว ความดันโลหิตต่าลง ให้รายงานแพทยเ์ มื่อมี
อาการดังกลา่ วเกดิ ข้ึน
วดั คา่ Prothombin time (PT), INR, HCT

วธิ ีปฏิบัตเิ พอื่ แก้ไขอาการไม่พงึ ประสงค์จากยา
กรณไี ม่มีภาวะเลอื ดออก

ระดบั INR คาแนะนา

INR < 5.0 ; หยดุ ยา 1 วนั และติดตามคา่ INR จนอยใู่ นช่วงรักษา

และเร่ิมยาใหมใ่ นขนาดต่าลง (ลดลง 10%
ของขนาดต่อสปั ดาห์เดิม)

ถา้ INR สูงกว่าช่วงรักษาเล็กนอ้ ย
อาจไม่จาเป็ นตอ้ งปรับลดขนาดยา

INR ≥ 5.0 แต่ < 9.0; - หยดุ ยา 2 วนั และตดิ ตามคา่ INR อยา่ งใกลช้ ิดจนอยใู่ นช่วงรักษา
และเร่ิมยาใหมใ่ นขนาดตา่ ลง (ลดลง 10-20%
ของขนาดต่อสัปดาห์เดิม)

- ผปู้ ่ วยมีปัจจยั เสี่ยงต่อภาวะเลือดออก พจิ ารณาให้ Vitamin K 1-2.
1

5 mg

- กรณีท่ีตอ้ งผา่ ตดั เร่งด่วน พจิ ารณาให้ Vitamin K 2.5-5 mg
1

เพอื่ หวงั ให้ INR กลบั มาอยใู่ นช่วงรักษาใน 24 ชัว่ โมง

INR ≥ 9.0; - หยดุ ยาและใหร้ บั ประทาน Vitamin K 2.5-5mg และติดตามค่า I
1

NR อยา่ งใกลช้ ิด เพื่อหวงั ให้ INR กลบั มาอยใู่ นช่วงรกั ษาใน 24-48
ชั่วโมง
แต่หาก INR ยงั สูงอยู่ อาจให้ รบั ประทาน Vitamin K 1-2mg

1

อีกคร้ ัง

45

กรณมี ีภาวะเลอื ดออก
เกดิ Serious bleeding ใหห้ ยดุ Warfarin และให้ Vitamin K1 10 mg slow I.V. infusion และให้

เสริมดว้ ย Fresh plasma transfusion
สามารถให้ Vitamin K1 ซ้าทกุ 12 ชว่ั โมง


Click to View FlipBook Version