รายงาน
เรอ่ื ง การทำงานเปน็ ทีมท่ีส่งผลตอ่ การพัฒนาคณุ ภาพชวี ิต
คณะผจู้ ดั ทำ
รายงานนี้เป็นส่วนหน่งึ ของรายวิชา 0040203 การพัฒนาคุณภาพชวี ิตเพือ่ สขุ ภาวะท่ดี ี
คณะครศุ าสตร์ สาขาวชิ าภาษาไทย
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎนครสวรรค์
ภาคเรียนท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
รายงาน
เรอ่ื ง การทำงานเปน็ ทีมทสี่ ่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชวี ิต
เสนอ
อาจารย์ดนธนิ ี ฟองคำ
จัดทำโดย
นางสาวภทั รดา ใจแสน รหัสนักศึกษา 64111602002
นายอัษฎาวธุ นริ ะทศุ รหสั นักศึกษา 64111602003
นายอาณฐั พล นอ้ ยแก้ว รหสั นักศึกษา 64111602005
นางสาวจารุพร พนั นิน รหสั นักศกึ ษา 64111602011
นายอธยิ ตุ หวังจติ ร รหัสนกั ศกึ ษา 64111602022
รายงานน้เี ปน็ สว่ นหน่งึ ของรายวิชา 0040203 การพฒั นาคุณภาพชีวิตเพอื่ สขุ ภาวะทีด่ ี
คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย
มหาวทิ ยาลัยราชภฎั นครสวรรค์
ภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
ก
คำนำ
การทำงานเปน็ ทีม หมายถึง การร่วมกนั ทำงานของสมาชิกทีม่ ากกว่า 1 คน โดยทสี่ มาชกิ ทุกคนน้ัน
จะตอ้ งมีเปา้ หมายเดียวกนั จะทำอะไรแล้วทุกคนต้องยอมรับรว่ มกัน มีการวางแผนการทำงานร่วมกนั
การทำงานเปน็ ทมี มคี วามสำคัญในทกุ องค์กรการทำงานเป็นทีมเปน็ ส่ิงจำเปน็ สำหรบั การเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพและ
ประสิทธิผลของการบริหารงานการทำงานเป็นทีมมบี ทบาทสำคญั ทจี่ ะนำไปสูค่ วามสำเร็จของงานท่ตี ้องอาศัย
ความร่วมมอื ของกลุ่มสมาชิกเป็นอยา่ งดี
จากการศึกษาเกยี่ วกบั การทำงานเป็นทมี ท่สี ่งผลต่อการพฒั นาคุณภาพชีวิต คณะผู้จดั ทำไดเ้ หน็ วา่ เป็น
ประโยชนแ์ ละมีความสำคัญในการทำงานเป็นทมี คณะผจู้ ัดทำจงึ ได้จัดทำรายงานฉบบั น้ีข้ึนเพ่ือเป็นข้อมูล
สำหรบั ผู้ท่สี นใจ อีกทัง้ เปน็ ส่ือให้ผู้ท่สี นใจในการทำงานเปน็ ทีมทีส่ ่งผลต่อการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ สามารถ
นำไปประยุกต์ใชใ้ นการดำเนินชีวติ ทางคณะผจู้ ดั ทำหวงั เป็นอย่างยิง่ วา่ รายงานฉบับน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อผู้
ศกึ ษา หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมาณทนี่ ี้
คณะผ้จู ดั ทำ
สารบัญ ข
เรือ่ ง หน้า
คำนำ ก
สารบญั ข
บทที่ 1 ความหมายของทมี ๑
บทท่ี 2 ความสำคญั ของการทำงานเปน็ ทีม ๓
4
การทำงานเปน็ ทีมช่วยทำให้เกดิ พลังกลุ่ม 6
องค์ประกอบท่สี ำคัญของการทำงานเปน็ ทีม ๘
ลกั ษณะทีมทดี่ ี 16
บรรณานุกรรม
๑
บทที่ 1
ความหมายของทีม
หวั ใจของการทำงานเพ่ือใหบ้ รรลุเป้าหมายทีว่ างไว้อย่างมปี ระสิทธภิ าพนัน้ ต้องอาศยั ความรว่ มมือ
รว่ มใจจากการทำงานร่วมกันของคณะบคุ คล ทุกคนในองค์กรตอ้ งรสู้ ึกว่าตนอยูใ่ นทีมเดยี วกัน รว่ มแรงร่วมใจ
ใหป้ ระสบผลสำเรจ็ ร่วมกนั ผบู้ รหิ ารจึงตอ้ งสร้างทีมขน้ึ ในองค์กรและกระตนุ้ ให้ทุกคนมคี วามรสู้ กึ ว่าผ้มู สี ่วนร่วม
ในฐานะส่วนหน่งึ ของทีม
ฟรานซสิ และยัง (Francis & Young, 1979, หนา้ . 8) กลาวถงึ ทมี ไววา หมายถึงกลุมบุคคลและผูมี
พลัง มคี วามผูกพนั รับผิดชอบท่ีจะทาํ งานใหบรรลุวัตถปุ ระสงครวมกนั สมาชิกในทีมเปนผูที่ทํางานรวมกนั ไดดี
และ รสู ึกเพลิดเพลินทีจ่ ะทาํ งานนนั้ สามารถผลติ ผลงานที่มีคุณภาพสูง ในขณะที่ เคซสบอม (Kezsbom,
1990, หนา้ . 51) มคี วามเหน็ วา ทีม หมายถงึ การมอบหมายพเิ ศษใหกับกลมุ บุคคล ซ่ึงมเี ปาหมายรวมและ
ตระหนักถึงบทบาททตี่ องพึ่งพากันในการปฏิบัติงาน และทราบวาจะใชความสามารถท่ีมีอยูของแตละคนให
สัมพนั ธกนั อยางไร เพ่อื รวมพลงั กันในอันจะนําความสาํ เรจ็ มาสูงานทีไ่ ดรับมอบหมาย ดังทีป่ ารคเกอร (Parker,
1990, หนา้ .16) กลาววาทีมเปนกลุมบุคคลทมี่ ีความสมั พันธ และตองพ่ึงพากนั เพื่อปฏิบัตงิ านใหบรรลุ
เปาหมายหรือปฏบิ ตั งิ านใหเสร็จสมบรู ณ คนกลุมนี้มีเปาหมายรวมกนั และยอมรับวาวิธีเดียวทจี่ ะทํางานให
สาํ เร็จ คอื การทํางานรวมกัน ในสวนของ เจิมจนั ทน ทองววิ ฒั น และปณรส มาลากุล ณ อยุธยา (2531,
หนา 2) อธิบายวา ทีมประกอบไปดวยบุคคลซึ่งมีความสัมพันธเก่ยี วของซ่ึงกนั และกันโดยตรง เพื่อปฏิบตั งิ าน
ใหสาํ เร็จ อยางมีคุณภาพ คลายคลึงกบั ความคดิ ท่วี า ทีม คือ กลุมคนท่มี จี ดุ มุงหมายรวมกัน และตองการ
ทาํ งานรวมกัน เพื่อใหจดุ มงุ หมายสมั ฤทธิผล (ชาญชยั อาจินสมาจาร, 2548, หนา 10) สวนณัฏฐพันธ
เขจรนันทน และคนอื่นๆ (2546, หนา 10) เขยี นถงึ ทีมงานวา หมายถงึ กลุมคนทต่ี อง มาทํางานรวมกนั โดย
มีวัตถุประสงคเดียวกัน และเปนการรวมตวั ท่จี ะตองอาศยั ความเขาใจ ความผกู พนั และความรวมมอื ซง่ึ กนั และ
กนั ของสมาชกิ ในกลุม เพื่อท่สี มาชกิ แตละคนจะสามารถทํางานรวมกัน จนประสบความสาํ เร็จและบรรลเุ ปา
หมายสงู สุดของทมี ได และในทาํ นองเดียวกนั วีระวฒั น พงษพยอม (2533, หนา 14) มีความเห็นวา ทีม
คอื กลุมของบุคคลที่ทาํ งานรวมกัน เพื่อบรรลวุ ัตถุประสงครวมกนั โดยสมาชิกตองเสียสละความเปนสวนตวั
เทาท่จี ําเปนเพอ่ื ใหบรรลวุ ัตถุประสงคดังกลาว
เชอเมอฮอรน ฮนั และออสบอน (Shermerhorn Hunt & Osborn, 1994, หนา้ . 328) นยิ ามการ
สรางทีมงานวา หมายถงึ กจิ กรรมทีไ่ ดวางแผนไวลวงหนาเพ่ือรวบรวมและวเิ คราะหขอมูลการทํางานของ
กลมุ บุคคล โดยรเิ ริม่ ใหมกี ารเปล่ยี นแปลงอันจะนําไปสูการพฒั นาทมี งานและ เพิ่มประสิทธผิ ลในการทํางาน
ของกลุม จุดเนนของการสรางทมี งาน อยูทกี่ ารใหกลมุ บุคคลทาํ งาน รวมกัน เพื่อใชวธิ กี ารแกปญหาและ
ปรบั ปรงุ ประสทิ ธภิ าพในการทาํ งาน สวนแนวคดิ ของวารนีย (Varney, 1977, p. 152) การสรางทมี งาน
หมายถึง กระบวนการของการพัฒนากลุมบุคคลที่ทาํ งานดวยกนั เพ่ือทจ่ี ะใหบุคคลเหลานั้นไดเรยี นรูวาจะ
ทาํ อยางไรจึงจะสามารถทํางานใหบรรลเุ ปาหมาย ของท้งั ตนเอง ของกลุม หรือขององคกรในขณะเดียวกนั ได
อยางมีประสิทธผิ ลและประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคลองกับทัศนะของวูดคอค และฟรานซสิ (Woodcock &
Francis, 1994, หนา้ . 1) ทก่ี ลาววา ทีมเปนกลุมบุคคลที่ตองสมั พนั ธกันเพ่ือปฏบิ ตั ิงานใหบรรลุวตั ถปุ ระสงค์
รวมกนั วูดคอคและฟรานซสิ เห็นวาบุคคลจํานวน 50 คน ไมใชทีม ถาเขาเหลานน้ั ไมมีความสมั พนั ธเก่ยี วของ
กันและไมมีเป้าหมายรวมกนั จะเปนทีมตอเมื่อสมาชิกมกี จิ กรรมผูกพันกนั เพ่อื ใหบรรลุเปาหมายเดียวกนั
๒
ซ่ึงคลายคลงึ กับ ปยพักตร สนิ บวั ทอง (2545, หนา 44) ทใ่ี หคาํ จํากัดความของการสรางทีมงาน คือ การกอ
รางบุคลากร ในลกั ษณะกลุม เพ่อื ใหเกดิ การประสานงานท่ีดี และสามารถปฏิบัติงานดวยความรวมมือ เพื่อให
บรรลุวตั ถุประสงครวมกันอยางมีประสิทธิภาพ และสุนันทา เลาหนนั ทน (2549, หนา 62) สรุปถงึ การ
สรางทีมงานวา หมายถึง ความพยายามทําใหกลมุ สามารถเรยี นรูการวินจิ ฉยั ปญหา เพื่อปรับปรุง ความสมั พนั ธ
ตางๆ ในการทํางานใหดีขึน้ ท้ังเชิงปริมาณและเชิงคณุ ภาพ ซ่งึ ความสัมพันธเหลานี้ จะมีผลตอการทํางานให
เสร็จตามเปาหมาย
จากความหมายดงั กลาวขางตน การทํางานเปนทมี หมายถึง การท่บี คุ คลหลายคนกระทํา กจิ กรรม
รวมกนั มีการแบงหนาทีแ่ ละความรบั ผดิ ชอบรวมกัน มีความสัมพนั ธกัน และมีจดุ ประสงค หรือความคาดหวัง
รวมกัน โดยมแี นวทางในการสรางความรวมมือรวมใจในการทํางานเพื่อให บรรลุเปาหมายเดียวกนั อยางมี
ประสทิ ธิภาพ เปนประโยชนตอองคกรตอสมาชิกในทมี และผูรวมทมี ตางมีความพอใจในการทํางานน้ัน
๓
บทท่ี ๒
ความสำคัญของการทำงานเป็นทมี
"การทำงานให้สำเรจ็ ขึ้นอยู่กับความสามารถสองอย่างเปน็ สำคัญ คือสามารถในการใชว้ ิชาความรู้อย่าง
หนึ่ง สามารถในการประสานสมั พนั ธ์กบั ผอู้ นื่ อีกอย่างหนึ่ง ทัง้ สองประการนต้ี ้องดำเนินคู่กันไป และจำเป็นต้อง
กระทำด้วยความสจุ รติ กาย สุจรติ ใจ ด้วยความคดิ ความเห็นทเี่ ปน็ อสิ ระ ปราศจากอคติ และดว้ ยความถูกต้อง
ตามเหตุตามผลด้วย จึงจะชว่ ยใหง้ านบรรลุจดุ หมายและประโยชนท์ พี่ ึงประสงคโ์ ดยครบถ้วน"
การทำงานเป็นทมี ถือว่าเปน็ หัวใจหนึ่งในการทำงานร่วมกัน องคก์ รไหน บริษทั ไหน หน่วยงานไหนที่
สามารถสรา้ งทีม พัฒนาทีม ใหท้ ำงานร่วมกันได้ องคก์ รน้ัน บริษทั นัน้ หนว่ ยงานนน้ั จะเจรญิ กา้ วหน้าไปได้
อยา่ งรวดเร็ว
ทำไมตอ้ งทำงานเป็นทมี ?
แน่นอนการทำงานบางอยา่ งอาจจะทำคนเดยี วได้ แต่การทำงานบางอยา่ งต้องอาศยั การทำงานร่วมกัน
จงึ จะประสบความสำเรจ็ เน่ืองจากทุกคนมีความสามารถแตค่ วามสามารถของทุกคนมจี ำกัด การนำ
ความสามารถของทุกคนมารวมกนั จงึ เกิดผลงานมากข้ึน อีกทงั้ งานบางอยา่ งต้องการความคิดที่ริเรมิ่ สร้างสรรค์
จึงต้องการคนมาทำงาน ด้วยการคิดรว่ มกัน งานจงึ ออกมาสำเร็จ
การทำงานเป็นทมี คือ การที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มาทำงานรว่ มกันเพอ่ื วตั ถุประสงค์อยา่ งเดยี วกัน
การทำงานเปน็ ทมี ที่ดี คอื ทมี ต้องทำงานรว่ มกนั โดยทุกคนในทีมจะตอ้ งทุ่มความคดิ ทุ่มแรงกาย เพื่องาน เพ่ือ
ความสำเรจ็ ของงาน โดยไม่ถือวา่ เป็นผลงานของคนคนเดยี วแต่ผลงานทัง้ หมดเป็นของทีม ทมี ที่ดีควรสร้าง
บรรยากาศในการทำงานใหม้ ีความไวใ้ จกัน เช่ือใจกัน มีความผกู พนั กันจนก่อใหเ้ กิดความรัก ความสามัคคี กนั
ในทีม
เม่ือทีมมปี ระสิทธภิ าพในการทำงานประโยชนท์ ่ีไดร้ ับก็คอื การทำงานจะมีพลงั อย่างมากมายมหาศาล
ผลงานทเ่ี กดิ ขึน้ จะมีมากมาย ช่วยลดต้นทนุ ในการทำงาน ผลงานมีคุณภาพมากขน้ึ อีกท้ังยังสามารถสรา้ งส่ิง
ใหม่ๆหรือนวัตกรรมใหมๆ่
การทำงานเป็นทีมที่ดมี ักมีองคป์ ระกอบของทมี ดงั น้ี มวี ัตถุประสงค์ในการทำงานรว่ มกนั มรี ะบบ
บริหารหรอื การจัดการทมี ทด่ี ี มีสมาชกิ ท่ีมีคณุ ภาพมีความสามารถในการทำงานมคี วามรับผดิ ชอบในหน้าที่
มผี ูน้ ำทีมที่มปี ระสทิ ธิภาพมีภาวะผนู้ ำทด่ี ี
ปจั จยั ที่มีผลกระทบตอ่ การทำงานเปน็ ทีม ทำให้ทมี เกิดการแตกแยก ไดแ้ ก่
- เรอ่ื งของผลประโยชน์
- เรื่องของความขดั แยง้
- เรื่องของการเสยี สละ
- เรื่องของความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล
- เรอ่ื งของการสื่อสาร ฯลฯ
๔
แนวทางในการลดปัญหาในการทำงานเป็นทีม คือ สรา้ งบรรยากาศที่ดใี นท่ีทำงาน มีการสอ่ื สารกัน
อย่างชัดเจนไมป่ ิดบงั กนั มอบหมายงานก็ต้องมคี วามชัดเจนแน่นอนไม่เปล่ียนไปมา ยอมรับในความแตกตา่ ง
ของสมาชิกในทีม เน่อื งจากคนเราเกดิ มาก็มีความแตกตา่ งกนั ไมว่ ่าจะเปน็ เรือ่ ง เพศ วัย ศาสนา การศกึ ษา
ส่งิ แวดลอ้ ม ความสามารถ ประสบการณ์ ฯลฯ
นอกจากนยี้ ังมรี ายละเอียดในการทำงานเป็นทมี ใหป้ ระสบความสำเร็จ เช่น
- การประชมุ ของทมี งาน ทมี งานทดี่ ีต้องมีการประชุมกันสม่ำเสมอ เพ่อื ใหส้ มาชิกได้
ปรึกษาหารือในการทำงานรว่ มกัน แก้ไขปัญหารว่ มกนั ระดมความคิดร่วมกันในการทำงาน
- ภาวะผู้นำกบั การทำงานเป็นทีม ผูน้ ำมสี ่วนสำคญั เป็นอย่างมากท่ีจะทำใหท้ ีมประสบ
ความสำเรจ็ ผู้นำมหี นา้ ทีใ่ นการบอกวตั ถุประสงค์ที่จะต้องทำงานรว่ มกนั ใหช้ ดั เจน ผูน้ ำจะตอ้ งมีหนา้ ทใี่ นการ
ชน้ี ำ สอนงาน สง่ั งาน อำนวยการ พรอ้ มทง้ั ติดตามควบคมุ การทำงานของทมี เพื่อใหเ้ กดิ มปี ระสิทธภิ าพ
- ส่วนทกั ษะของผ้นู ำทีมที่ดี คือ ต้องมีความสามารถทางดา้ นการสือ่ สาร ตอ้ งมีความสามารถ
ในดา้ นบริหารหรือการจัดการ (วางแผน จดั องค์กร จดั คนเข้าทำงาน สั่งการหรืออำนวยการ และการควบคมุ )
ตอ้ งมีความสามารถในด้านการเจรจาต่อรองและแกป้ ญั หาต่างๆได้อยา่ งดีเย่ยี ม
สรปุ การทำงานเปน็ ทีมมีความสำคัญมากในการทำงานขององค์กรของหนว่ ยงาน หากองค์กร
หนว่ ยงานไหนทมี่ ที ีมงานท่ีเข้มแข็ง ย่อมก่อให้เกดิ ความไดเ้ ปรียบในการแข่งขันกับองค์กรหรอื หนว่ ยงานอน่ื
การทำงานเป็นทีมช่วยทำให้เกิดพลงั กลุ่ม
ปัจจบุ นั การทำงานเปน็ ทมี ถกู พูดถงึ บ่อยครั้งข้นึ ในแวดวงราชการ เนอ่ื งจากได้ถกู บรรจุไวเ้ ป็นส่วนหน่ึง
ของสมรรถนะหลกั ข้อท่ี ๕ ที่สำนกั งาน ก.พ. กำหนด เพ่อื วัดพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความตัง้ ใจในการทำงาน
ร่วมกบั ผูอ้ ่นื ความร้สู ึกในการเป็นสว่ นหนึ่งของทีมของหน่วยงานหรือสว่ นราชการ รวมทั้งความสามารถในการ
สรา้ งความสามคั คีเป็นนํ้าหนง่ึ ใจเดียวกันและรักษาสัมพันธภาพกบั สมาชกิ ในทีม
หลกั เกณฑ์การทำงานเปน็ ทีมมี ๕ ระดบั ด้วยกนั คือ
ระดบั ที่ ๑ ทำหน้าท่ีของตนในทีมให้สำเร็จ โดยสนับสนนุ การตดั สินใจของทีมและทำงานใน
สว่ นที่ตนได้รับมอบหมาย รายงานใหส้ มาชิกทราบความคืบหนา้ ของการดำเนนิ งานของตนในทีม ให้ข้อมลู ท่ี
เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของทีม
ระดับท่ี ๒ ใหค้ วามรว่ มมือในการทำงานกับเพ่อื นร่วมงาน โดยสร้างสมั พนั ธ์เข้ากับผอู้ ่ืนใน
กลุ่มได้ดี ให้ความร่วมมือกับผู้อน่ื ในทีมดว้ ยดี กล่าวถงึ เพอื่ นรว่ มงานในเชิงสรา้ งสรรค์ และแสดงความเชอื่ มัน่ ใน
ศกั ยภาพของเพื่อนรว่ มทีมทงั้ ต่อหน้าและลบั หลงั
ระดบั ที่ ๓ ประสานความรว่ มมือของสมาชิกในทีม รับฟง้ ความคดิ เหน็ ของสมาขกิ ในทีม
เต็มใจเรยี นรู้จากผู้อ่นื ตัดสินใจหรือวางแผนรว่ มกันในทมี จากความคิดเห็นของเพ่ือนรว่ มทีม และสง่ เสรมิ
สัมพันธภาพอันดใี นทีม เพื่อสนบั สนนุ การทำงานรว่ มกนั ให้มีประสทิ ธภิ าพย่ิงขึน้
ระดบั ที่ ๔ สนับสนนุ และชว่ ยเหลือเพ่ือนร่วมทีม เพือ่ ใหง้ านประสบความสำเร็จยกย่องและ
ให้กำลังใจเพือ่ นรว่ มทมี อยา่ งจรงิ ใจ ให้ความชว่ ยเหลือเก้ือกลู แก่เพ่อื นร่วมทีมแม้ไม่มีการร้องขอ รกั ษา
มิตรภาพอนั ดีกบั เพือ่ นรว่ มทีม เพ่อื ชว่ ยเหลือกันในวาระต่าง ๆ ให้งานสำเร็จ
๕
ระดบั ท่ี ๕ สามารถนำทีมใหป้ ฏบิ ัติภารกิจใหไ้ ดผ้ ลสําเร็จ เสรมิ สรา้ งความสามัคคใี นทีมโดยไม่
คำนงึ ถงึ ความชอบหรือไม่ชอบสว่ นตน คลคี่ ลาย หรือแก้ไข ขอ้ ขดั แยง้ ทีเ่ กิดขึน้ ในทีม ประสานสมั พนั ธ์ สร้าง
ขวัญกำลังใจในทมี เพอ่ื ปฏิบตั ิภารกิจให้บรรลุผล
โดยท่ัวไปแล้ว วตั ถปุ ระสงค์หลักของการเข้าทีมคอื การรวมตัวกันของกล่มุ คนท่มี ีความรู้ ประสบการณ์
ทักษะ และความสามารถแตกตา่ งกนั และจากความหลากหลายดงั กลา่ ว เพอื่ แก้ปญั หาที่ซบั ซอ้ นในการทำงาน
หรือชว่ ยกนั ตดั สินใจเลอื กในส่ิงทดี่ ที ่สี ุด แม้วา่ การตงั้ ทีมงานสว่ นใหญ่จะถกู กำหนดโดยโครงสร้างงานหรอื ตาม
คำส่ังของผู้บริหาร แตก่ ็มีหลายกรณที ี่คนเราเลือกทีมทำงานเอง ย่งิ ไปกว่านน้ั แม้จะถูกกำหนดให้รว่ มทีมก็อาจมี
สมาชกิ บางคนออกจากทมี ไปก่อนที่งานจะสำเรจ็ หรอื อยตู่ ่ออยา่ งไม่มคี วามสุข ดังนน้ั การส่อื สารใหท้ ราบถึง
สาเหตขุ องการเขา้ มารวมกันเปน็ ทีมงานเดียวกันจะชว่ ยขจัดกับปญั หาข้างตน้ ซ่ึงสาเหตุของการมารวมกนั
เปน็ ทีม มีดงั นี้
๑. เพ่ือร่วมกนั แก้ปญั หา เมื่อประสบปัญหาในการทำงาน วิธแี ก้ปัญหาที่ใช้กันมากทสี่ ดุ คือ
ขอความชว่ ยเหลือจากสมาชิกคนอืน่ ๆ การทำงานคนเดยี วยอ่ มแก้ปัญหาไดย้ าก การรวมกนั เพื่อแก้ปัญหาอาจ
ได้วธิ แี ก้ท่มี ปี ระสิทธิภาพมากกวา่ ต่างคนตา่ งทำ
๒. เพอื่ ผลประโยชน์ การมที ีมนั้นมผี ลประโยชนห์ ลายอย่างทั้งทางตรงและทางอ้อมไมว่ ่าจะ
เปน็ เรื่องสทิ ธิพิเศษ หรือเรื่องของรายได้ ทงั้ นี้เพราะทมี จะมีอำนาจต่อรองเรื่องผลประโยชนม์ ากกวา่ รายบุคคล
๓. เพอ่ื ความรู้สึกปลอดภัยและมนั่ คง คนทวั่ ไปจะรู้สึกปลอดภัยและมัน่ คงกวา่ เมื่ออยู่กบั ทมี
การเข้าทีมเปน็ ไปได้มากเม่ือบุคคลร้สู ึกวา่ ตนถูกขเู่ ข็ญ ถูกทำให้หวาดวิตก หรือเครยี ด การมีทีมทำให้ความรูส้ กึ
ดังกลา่ วลดลง เนอื่ งจากได้พดู คุยระบายความคบั ข้องใจและไดป้ รกึ ษาหารือ ยง่ิ ไปกวา่ นนั้ การรวมตวั กันอาจ
ทาํ ใหม้ องเห็นหนทางท่ีจะจดั การกับความวติ กกังวลน้นั ได้
๔. เพ่ือตอบสนองความต้องการทางจติ เม่ือเขา้ ไปเป็นสมาชิกของทีม บคุ คลจะรสู้ กึ วา่ ตนเอง
ได้รับความอบอุ่น เนื่องจากมีกลมุ่ ท่ีตนเป็นเจา้ ของ เปน็ การตอบสนองความต้องการทางจติ มากกว่าการอยู่ตาม
ลำพัง ความต้องการเหล่าน้นั ได้แก่
๔.๑ ความตอ้ งการใฝ่สมั พนั ธ์ หมายถงึ ความตอ้ งการการร่วมมือโดยการให้และรบั จาก
คนอืน่ ๆ ต้องการความเป็นมิตรและความอบอนุ่ ปลอดภัย ซ่ึงความต้องการชนดิ แรกน้ตี อบสนองได้โดยตรง
ด้วยการมีกล่มุ หรือพรรคพวก
๔.๒ ความตอ้ งการความปลอดภยั หมายถงึ ความต้องการท่ีเกยี่ วข้องกบั การปกป้อง
ตนเองจากสง่ิ คกุ คาม ความเจ็บปวดหรอื ความอบั อาย หรือจากอนั ตรายต่าง ๆ
๔.๓ ความต้องการนับถอื ตนเอง หมายถึง เป็นความต้องการท่ีเกย่ี วกับการไดร้ บั การ
ยอมรบั การมีสถานภาพและการมีศักดศ์ิ รี ความตอ้ งการชนดิ นที้ มี สามารถตอบสนองได้ ๒ ลักษณะ ลกั ษณะ
แรกคือ การเสรมิ แรงบวกเม่ือกระทำสิ่งที่ถูกตอ้ ง เชน่ การชมเชยหรือการให้รางวลั อนั ถอื เป็นการยอมรบั จาก
ทมี ลกั ษณะทส่ี องคือ การยอมรบั ของทมี นี้เองจะทำให้บุคคลรู้สึกว่า ตนเองมีคุณคา่ และมศี กั ดิ์ศรซี ึง่ นำไปสู่
การนบั ถือตนเองในทีส่ ุด
๔.๔ ความต้องการท่จี ะพัฒนาตนเอง การทำงานเปน็ ทีมส่วนหนึ่งนนั้ จะเปน็ โอกาสใหค้ น
ไดพ้ ัฒนาความรู้ และทกั ษะของตนเอง โดยการเรียนร้จู ากผ้รู ่วมทมี คนอ่นื ๆ และมีการแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์กนั ลกั ษณะเช่นนจ้ี ะนำไปสู่การปรับปรุงตนเองและนำไปสกู่ ารพัฒนาพฤตกิ รรมการทำงานและ
พฤติกรรมสงั คมอืน่ ๆ ไปดว้ ยพร้อมกนั
๖
การทำงานเป็นทีมเกิดข้นึ อย่างเป็นรูปธรรมในองคก์ รต่าง ๆ ในหนว่ ยราชการของไทย เพื่อใหท้ ุกคนใน
ฐานะผ้ปู ฏบิ ัติงานมคี วามรู้สึกเปน็ สว่ นหนงึ่ ของทีมงาน สามารถเข้าไปมสี ว่ นร่วมในทกุ ขั้นตอนของการ
ดำเนนิ งาน ทำให้รู้สกึ ถึงความรบั ผดิ ชอบร่วมกนั มีเครือขา่ ยและความสมั พันธอ์ นั ดรี ะหว่างทีมงาน ท้ังทางตรง
และทางอ้อมท่ียนื ยาว ในทางปฏบิ ตั ิการรวมกลุ่มกนั ทำงานใหม้ ปี ระสิทธิภาพไดน้ ัน้ อนั ดับแรกควรชีแ้ จงสาเหตุ
ของการเข้าทมี ให้สมาชิกได้ทราบโดยทว่ั กัน เพือ่ ให้สมาชิกแตล่ ะคนได้รู้จกั บทบาทและมีความรสู้ กึ ร่วมกนั
โดยมกี ารจัดแบ่งบทบาทและหนา้ ทีค่ วามรบั ผดิ ชอบ กระจายงานกนั ตามความรู้ ความสามารถ ความถนดั ของ
สมาชิก เพ่อื ทุกคนได้มโี อกาสทำงานรว่ มกันทกุ คน ร้สู ึกมเี ป้าหมายร่วมกันในการทำงานและนำไปสู่เป้าหมาย
อนั สง่ ผลใหก้ ารทำงานเป็นทีมเป็นทมี งานที่มปี ระสิทธิภาพและเกดิ ประโยชน์สงู สุด
องค์ประกอบท่ีสำคัญของการทำงานเปน็ ทมี
องค์ประกอบของทีมมีทั้งหมด 3 ดา้ น
1) งาน (Task) ในระบบของทีมนัน้ มักมกี ารกำหนดทิศทางชัดเจนว่า การมารว่ มกนั ทำงาน
น้นั เพื่อวตั ถุประสงคใ์ ด งานใดเปน็ ตวั ขบั เคล่อื น เม่ือมีตวั งานชดั เจน จึงเปน็ หน้าที่ที่เราต้องคดั สรรบคุ ลากร
ภายใต้งานชน้ิ น้ันใหเ้ กิดขน้ึ ซ่ึงเราจะจะเรยี กวา่ ทมี โดยงานจะตอ้ งมีการวางแผนอย่างชดั เจน เช่น กรอบ
ระยะเวลาการทำงาน ข้ันตอนการปฏบิ ตั งิ านเป็นตน้
2) สมาชกิ (member) สมาชิกของทมี ถือเป็นตัวขับเคล่ือนความสำเรจ็ ของทมี ทส่ี ำคญั กลา่ ว
ได้อีกว่า ถือเป็นจุดเติมเต็มความสามารถของทมี ได้อีกด้วย การบริหารจัดการสมาชิกของทมี จึงเป็นเร่ืองสำคญั
โดยทัว่ ไปประกอบดว้ ย หวั หน้างาน (Leader) ลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงาน (Staff) คนกลุ่มน้ีสามารถสรา้ งพลัง
ของงานที่ย่งิ ใหญ่ รวมทงั้ สามารถทำลายความสำเร็จของทีมได้อีกดว้ ย ดังน้ันสมาชกิ ของทมี จงึ ต้องตระหนักถงึ
ความสามคั คแี ละการพัฒนาตนเอง เพื่อความสำเรจ็ รว่ มกนั ของทมี งาน
3) ระบบ (System)ระบบการทำงานนัน้ มักเกดิ ข้นึ หลงั จากท่ีเรา ไดห้ นา้ ท่รี ับผิดชอบท่ีได้รับ
จากองค์กรและมสี มาชิกทมี แลว้ ระบบจำเปน็ ต้องเกิดขึน้ ในทุกๆ กระบวนการทำงานของทมี เพ่ือใหเ้ กดิ
ขัน้ ตอน โครงสร้าง และเคร่ืองมือของการบรหิ ารงานนนั้ อย่าชดั เจน งานใดก็ตามหากทีมงานสามารถวางระบบ
การทำงาน ให้รัดกุมมปี ระสทิ ธภิ าพ จะทำให้ลดช่องว่างของการทำงาน แก้ ้ไขความผิดพลาดได้ และทสี่ ำคญั จะ
ทำให้งานเสรจ็ เรว็ และมีประสิทธภิ าพย่ิงขี้น
องค์ประกอบ 9 อยา่ ง ของการทำงานเปน็ ทีม
1. ความกระจ่างชดั ในวตั ถปุ ระสงค์ และเห็นดว้ ยกบั เปา้ หมาย (Clear Objectives and
agreed goals) สมาชิกทุกคนของทีมจะต้องมีความเข้าใจในเปา้ หมายอยา่ งเดน่ ชดั และเต็มใจท่ีจะผูกพัน
เพ่อื ใหเ้ กดิ ความสำเร็จใน เปา้ หมายทตี่ ้ังไว้
2. การเปิดเผยและการเผชญิ หน้ากัน (Openness and confrontation) สมาชิกในทมี งานมี
ความสัมพันธก์ ันอยา่ งเปิดเผย ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา กล้าเผชญิ หนา้ เพอ่ื แก้ปัญหาการทำงานรว่ มกนั
3. การสนับสนุนและการจริงใจตอ่ กัน (Support and trust) สมาชกิ ในทีมชว่ ยเหลือซ่งึ กัน
และกัน เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหว่างงานของตนเองกับของผอู้ นื่ และพร้อมท่จี ะรับและใหค้ วามชว่ ยเหลอื ดว้ ย
ความจริงใจ
4. ความร่วมมอื และความขัดแยง้ (Co-operation and conflict) สมาชิกในทีมงานอุทศิ ตน
ในการปฏบิ ตั งิ านให้เสรจ็ ไปด้วยดี จะมกี ารประสานประโยชน์ในเร่อื งของความรคู้ วามสามารถ ตลอดจนความ
๗
แตกตา่ งของแต่ละบุคคลให้ได้ผลรว่ มกนั อยา่ งสูงสดุ และเป็นลกั ษณะท่เี ปดิ โอกาสใหส้ มาชกิ ไดม้ สี ่วนรว่ มอยา่ ง
เตม็ ทีใ่ นการทำงาน ซึ่งอาจมีการขัดแย้งเกิดข้ึนภายในทีมก็จะเป็นในทางสร้างสรรค์
5. การปฏิบตั งิ านที่ชัดเจน (Sound procedure) สมาชิกในทีมจะอาศยั ข้อเทจ็ จรงิ เปน็ หลัก
และการตัด-สินใจจากข้อมลู ท่ีสมบูรณ์ท่ีสดุ ซึ่งมาจากการติดต่อสื่อสารทช่ี ดั เจน มีการพดู การเขียน และการ
ทำงานในส่ิงท่ีถกู ต้องในการแก้ปัญหาจะทำใหท้ ีมงานมีประสทิ ธิภาพได้
6. ภาวะผนู้ ำท่เี หมาะสม (Appropriate leadership) หวั หน้าทมี จะต้องมบี ทบาทผ้นู ำที่ดี
เปน็ มาตรฐานในการปฏบิ ตั ิทุกอยา่ ง ไม่ผกู ขาดเปน็ ผนู้ ำคนเดียวของกลุ่ม แตภ่ าวะผนู้ ำจะกระจายไปท่วั กลุ่ม
ตามสถานการณ์ทเี่ หมาะสม
7. ทบทวนการทำงานอย่างสมำ่ เสมอ (Regular review) ทีมงานจะตอ้ งใชเ้ วลาในการ
ประเมิน พฤตกิ รรม และเรยี นร้ถู งึ การผดิ พลาดในการทำงานของกลมุ่ ซ่ึงจะทบทวนอย่างสม่ำเสมอเพอื่ จะได้
แก้ไขข้อบกพรอ่ งในการทำงาน อาจทบทวนระหว่างการทำงานหรือหลงั จากทำงานเสร็จแล้ว
8. การพัฒนาบคุ คล (Individual development) สมาชิกในกลมุ่ จะไดร้ ับการพัฒนาตาม
ความชำนาญของแตล่ ะบุคคล ซงึ่ จะทำให้การทำงานเป็นทีมมปี ระสิทธิภาพมากข้นึ
9. สมั พนั ธ์ระหวา่ งกลมุ่ ทด่ี ี (Sound intergroup relations) นอกเหนือจากความสัมพนั ธ์อัน
ดรี ะหวา่ งกลุ่มแลว้ จะต้องให้กลุม่ อนื่ เข้าใจและยอมรับ ตลอดจนยื่นมือเขา้ ชว่ ยเหลือเม่ือจำเป็น ดว้ ยความ
เข้าใจและปราศจากการแขง่ ขัน การทำงานเป็นทมี นอกจากจะเปน็ ระบบการทำงานที่มีประสทิ ธภิ าพแล้ว ยงั
สรา้ งสัมพันธภาพทีด่ ีระหว่างบคุ คลในองค์กร สร้างความเป็นนำ้ หน่งึ ใจเดยี วกัน จนได้ทมี งานทแี่ ข็งแกรง่
สามารถบริหารองค์กรใหเ้ จริญกา้ วหนา้ ตอ่ ไป
ลักษณะของ "ทีม" ทด่ี ี
การทำงานเป็นทมี หมายถงึ การรว่ มกันทำงานของสมาชกิ ท่ีมากกว่า 1 คน โดยที่สมาชิกทุกคนน้ันจะตอ้ ง
มีเปา้ หมายเดียวกันจะทำอะไรแล้วทุกคนต้องยอมรับรว่ มกัน และมีการวางแผนการทำงานรว่ มกัน
การทำงานเป็นทมี มคี วามสำคัญในทุกองคก์ ร และเปน็ ส่ิงจำเปน็ สำหรบั การเพมิ่ ประสิทธิภาพ และ
ประสทิ ธิผลของการบรหิ ารงาน รวมถึงมบี ทบาทสำคัญทจี่ ะนำไปสคู่ วามสำเร็จของงานที่ต้องอาศัยความ
ร่วมมือของกลมุ่ สมาชิกเป็นอย่างดี และน่ีคือลักษณะของทีมทดี่ ี 4 ประการ
1. มีปฏสิ ัมพันธ์เป็นเครอื ขา่ ย หมายถึง สมาชกิ ต้งั แต่ 2 คนขึ้นไป ที่มคี วามเกยี่ วขอ้ งกันในกจิ การของ
กล่มุ หรือ ทมี ตระหนักในความสำคญั ของกนั และกนั แสดงออกซ่ึงการยอมรบั การให้เกียรติกนั สำหรบั กลุ่ม
ขนาดใหญ่มักมีปฏิสัมพนั ธ์กันเปน็ เครือข่ายมากกว่าการตดิ ต่อกนั ตัวต่อตัว
2. มีเปา้ หมายรว่ มกนั หมายถงึ สมาชิกกลุ่มมสี ว่ นกระตุ้นใหเ้ กิดกิจกรรมรว่ มกนั ของทมี โดยเฉพาะ
อย่างยงิ่ หากจุดประสงคข์ องสมาชกิ ในทีมสอดคลอ้ งกับเปา้ หมายองค์กร กจ็ ะนำมาซึง่ ความสำเร็จของการ
ทำงานได้ง่าย
3. มโี ครงสรา้ งทมี หมายถึง ระบบพฤติกรรม ซึ่งเป็นแบบแผนเฉพาะกลมุ่ ทส่ี มาชกิ ตอ้ งปฏบิ ัติตามกฏ
อาจจะเปน็ กลมุ่ แบบทางการ (Formal Group) หรอื กลุ่มแบบไม่เปน็ ทางการ (Informal Group) กไ็ ด้ แต่
สมาชิกทกุ คนในทีมต้องยอมรับและปฏิบัตติ าม
๘
4. บทบาทต่างกัน แต่ความร้สู ึกร่วมกนั หมายถึง การรักษาบทบาทที่มน่ั คง โดยในแต่ละทีมจะมีความ
แตกต่างกันตามลักษณะ ความรคู้ วามสามารถของสมาชกิ ดังนน้ั ทีมที่ดีตอ้ งจัดแบง่ บทบาทและหนา้ ท่ี ความ
รับผดิ ชอบ กระจายงานกันตามความรู้ ความสามารถ และความถนัด แตจ่ ะตอ้ งเกิดความรสู้ ึกรว่ มกันใน
เป้าหมายใหญ่ แม้บทบาทจะต่างกันก็ตาม
การทำงานเปน็ ทีมเป็นแรงจูงใจสำคัญท่จี ะผลกั ดันให้ท่านเป็นผนู้ ำท่ีดี ถ้าท่านประสงค์ทจ่ี ะนำทมี ให้ประสบ
ความสำเรจ็ ในการทำงาน ท่านจำเปน็ ตอ้ งค้นหาคุณลักษณะของการทำงานเปน็ ทีมให้พบระลกึ ไว้เสมอว่าทกุ
คนมอี สิ ระในตวั เอง ขณะเดียวกนั ก็เปน็ สว่ นหนึ่งของทีม แลว้ จงึ นำเอากลยทุ ธ์ในการสร้างทีมเข้ามาใช้เพ่ือให้
ทกุ คนทำงานรว่ มกนั และประสบความสำเร็จ
ลกั ษณะของกลุม่ งานท่ดี ี
1. วัตถุประสงค์ท่ีชดั เจนและเปา้ หมายทเี่ หน็ พอ้ งตอ้ งกนั เพ่ือใช้เป็นแนวทางการปฏบิ ัตงิ านทีต่ ้องการ
ทำให้องค์กรบรรลผุ ลสำเร็จท่ีคาดหวังไว้ในการดำเนนิ งานใหเ้ ปน็ ไปตามภารกจิ ขององคก์ ร
- การกำหนดวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีดี โดยให้ผู้นำและสมาชกิ ภายในทีม มสี ว่ นรว่ มในการกำหนด
หน้าท่คี วามรบั ผดิ ชอบและวัตถปุ ระสงค์รว่ มกนั ควรกำหนดจุดมงุ่ หมายไวใ้ หช้ ัดเจนท่ีผลงานมากกว่าการ
กระทำ
- ประโยชนข์ องการกำหนดวัตถปุ ระสงค์ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏบิ ตั งิ าน ใชเ้ ป็น
เครือ่ งมอื ในการรวมพลงั ในการทำงาน และใชเ้ ป็นเครือ่ งมอื วดั ความสำเรจ็ หรือความลม้ เหลวในงาน
- คณุ ลกั ษณะของวตั ถุประสงค์ทีด่ ี คือ เขียนเปน็ ลายลกั ษณ์อักษรเข้าใจได้ง่าย สามารถ
ปฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ ไม่ขัดต่อข้อบงั คับและนโยบายอืน่ ๆ ในหนว่ ยงาน
2. ความเปิดเผยตอ่ กันและการเผชิญหนา้ เพอื่ แก้ปัญหาเป็นสง่ิ สำคญั ตอ่ การทำงานเป็นทีมที่มี
ประสิทธิภาพ สมาชกิ ในทมี จะตอ้ งการแสดงความคิดเหน็ อยา่ งเปิดเผยตรงไปตรงมา แก้ปญั หาอยา่ งเต็มใจและ
จริงใจ การแสดงความเปิดเผยของสมาชิกในทีมจะต้องปลอดภัย พูดคุยถึงปัญหาอย่างสบายใจเพื่อให้
สามารถอยู่รว่ มกันและทำงานรว่ มกันเปน็ อย่างดี โดยมีการเรยี นรเู้ กย่ี วกับบคุ คลอน่ื ในดา้ นความต้องการ ความ
คาดหวัง ความชอบหรือไมช่ อบ ความรู้ความสามารถ ความสนใจ ความถนัด จุดเด่นจุดด้อยและอารมณ์
รวมท้ังความรู้สึก ความสนใจนสิ ยั ใจคอ
3. การสนบั สนนุ และความไว้วางใจตอ่ กัน สมาชิกในทีมจะต้องไว้วางใจซ่ึงกนั และกนั โดยแตล่ ะคนมี
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ตอ้ งกลัวว่าไดร้ บั ผลร้ายที่จะมีต่อเน่อื งมาภายหลงั
สามารถทำให้เกดิ การเปดิ เผยตอ่ กนั และกล้าที่จะเผชิญหน้าเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้เปน็ อยา่ งดี
4. ความรว่ มมือและการให้ความขัดแยง้ ในทางสร้างสรรค์ ผู้นำกลุม่ หรือทีมจะต้องทำงานอย่างหนักใน
อนั ท่ีจะทำใหเ้ กิดความร่วมมอื ดังน้ี
4.1 การสร้างความรว่ มมือกับบคุ คลอืน่ ในการสรา้ งความร่วมมือเพอ่ื ความเขา้ ใจซงึ่ กันและ
กันและมีบุคคลอยสู่ องฝ่าย คือ ผขู้ อความร่วมมือ และผใู้ ห้ความร่วมมอื ความร่วมมือจะเกดิ ขึ้นไดเ้ ม่ือฝ่ายผ้ใู ห้
เต็มใจและยินดจี ะให้ความรว่ มมือ เหตผุ ลท่ที ำใหข้ าดความรว่ มมอื ไมช่ ว่ ยเหลือกัน คือ การขัดผลประโยชน์ไม่
อยากให้คนอ่ืนได้ดีกว่า สัมพันธภาพไมด่ ี วตั ถุประสงค์ของทงั้ สองฝ่ายไมต่ รงกัน ไมเ่ ห็นด้วยกับวิธีทำงาน ขาด
ความพร้อมท่จี ะรว่ มมือ หรอื งานทีข่ อความร่วมมือน้ัน เลีย่ งภัยมากเกนิ ไป หรือเพราะความไมร่ บั ผดิ ชอบตอ่
ผลงานสว่ นรวม
๙
4.2 การขัดแย้ง หมายถึง ความไม่ลงรอยกันตามความคิด หรือการกระทำทเี่ กิดขน้ึ ระหว่าง
สองคนข้นึ ไป หรือระหวา่ งกลุ่ม โดยมลี ักษณะที่ไมส่ อดคลอ้ ง ขัดแย้ง ขัดขวาง ไม่ถูกกัน จึงทำใหค้ วามคิด หรอื
การทำกิจกรรมรว่ มกนั น้นั เสยี หาย หรอื ดำเนนิ ไปได้ยากไม่ราบร่ืน ทำใหก้ ารทำงานเป็นทีมลดลง นับเปน็
ปัญหาอปุ สรรคท่สี ำคญั ยิ่ง
- สาเหตขุ องความขัดแย้งผลประโยชนข์ ดั กนั
- ความคิดไม่ตรงกัน หรือองค์กรขดั แย้งกนั
- ความร้คู วามสามารถตา่ งกนั ทำให้มลี กั ษณะการทำงานตา่ งกนั
- การเรียนรู้ตา่ งกนั ประสบการณ์ที่มีมาไม่เหมอื นกัน
- เป้าหมายต่างกัน
4.3 วธิ ีแก้ความขัดแยง้ การแกค้ วามขัดแยง้ เป็นเร่ืองของทักษะเฉพาะบุคคล การแกป้ ัญหา
ความขัดแย้งในการทำงานเป็นทีม ควรใชว้ ิธีการแกป้ ญั หาร่วมกัน ไม่พูดในลักษณะทแ่ี ปลความหรือมุ่งตดั สนิ
ความ ไม่พูดในเชงิ วเิ คราะห์ ไม่พูดในลักษณะที่แสดงตนเหนอื กว่าผอู้ ื่น หรือไม่พดู ในลักษณะท่ที ำให้ผู้อนื่
เจบ็ ปวด เสยี หน้า อับอาย เจ็บใจ หรอื การพยายามพูดหาประเด็นของความขดั แย้ง ไม่กลา่ วโจมตีวา่ ใครผดิ ใคร
ถกู
5. กระบวนการการทำงาน และการตัดสินใจที่ถูกตอ้ งและเหมาะสม งานท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพน้นั ทกุ คน
ควรจะคิดถึงงานหรือคิดถึงผลงานเป็นอันดับแรก ต่อมาควรวางแผนวา่ ทำอย่างไรงานจงึ จะออกมาดีได้ดังทเี่ รา
ตอ้ งการ อย่างไรกต็ าม ก่อนที่จะตดั สนิ ใจนน้ั จดุ มงุ่ หมายควรจะมีความชัดเจนและสมาชกิ ทกุ คนควรมีความ
เข้าใจในจุดมุ่งหมายของการทำงานเป็นอยา่ งดี จดุ มงุ่ หมายทชี่ ัดเจนถือเป็นหัวใจสำคัญ ด้วยเหตนุ จี้ ุดมุ่งหมาย
ควรต้องมีความชัดเจนและสมาชิกทกุ คนมีความเขา้ ใจอยา่ งดี เพราะจะนำไปสแู่ นวทางในการทำงานวา่ ต้องทำ
อยา่ งไรจึงจะบรรลตุ ามเป้าหมายของงานใหไ้ ดผ้ ลของงานออกมาได้อยา่ งดีทส่ี ุด การตดั สินใจส่ังการเป็น
กระบวนการขัน้ พืน้ ฐานของการบริหารงาน ผู้บรหิ ารหรือผูน้ ำทมี เป็นบคุ คลสำคัญในการที่จะมสี ่วนในการ
ตดั สินใจ วธิ ีการที่ผบู้ รหิ ารใชใ้ นการตดั สินใจหลายวิธี คือ ผบู้ ริหารตดั สินใจเพ่ือแกป้ ัญหาโดยไมต่ อ้ งซกั ถามคน
อื่น หรือผู้บริหารจะรับฟงั ความคดิ เหน็ ก่อนตดั สนิ ใจ กลา่ วคือ ผูบ้ รหิ ารยังคงตัดสนิ ใจด้วยตนเอง แต่ขึ้นอยู่กับ
ความคิดเห็นและข้อมูลอื่น ๆ ทีผ่ บู้ รหิ ารได้รบั มาจากสมาชกิ ของทีม บางครั้งผบู้ ริหารอาจจะตัดสนิ ใจร่วมกับ
ทมี งานท่ีคดั เลือกมา โดยท่ผี ู้บรหิ ารนำเอาปัญหามาให้ทีมงานอภปิ รายแล้วให้ทีมงานตดั สินใจ หรือทีมงาน
อาจจะมอบหมายการตดั สนิ ใจใหค้ นใดคนหนึ่งหรือกลุ่มย่อยทีเ่ ห็นวา่ เหมาะสมกไ็ ด้
ข้นั ตอนในการตัดสนิ ใจทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพประกอบดว้ ยขน้ั ตอนทส่ี ำคัญ 4 ขั้นตอน คือ
1. ทำความเขา้ ใจอยา่ งชัดเจนในเหตผุ ลสำหรับการตัดสินใจ
2. วเิ คราะหล์ กั ษณะของปญั หาท่ีจะตดั สินใจ
3. ตรวจสอบทางเลอื กต่าง ๆ ในการแก้ปญั หา โดยพิจารณาถงึ ผลทีอ่ าจเกดิ ตามมาดว้ ย
4. การนำเอาผลการตัดสนิ ใจไปปฏิบตั ิ
6. ภาวะผนู้ ำทีเ่ หมาะสม ผนู้ ำ หรอื หวั หนา้ ทมี ควรทำหนา้ ที่เป็นผู้ชีแ้ นะประเดน็ ที่สำคัญในการทำงาน
ตามบทบาทของผู้นำ คือ การแบ่งงาน กระจายงานใหส้ มาชกิ ทุกกล่มุ ตามความรคู้ วามสามารถ สำหรบั สมาชกิ
ของทีมงานท่ไี ด้รับการคัดเลือกให้เป็นผ้นู ำ ตอ้ งพร้อมท่จี ะทำหน้าท่ีใหเ้ หมาะสมกับงานท่ีได้รบั มอบหมาย โดย
การใหก้ ารสนับสนุนนำทีมให้ประสบความสำเรจ็ สง่ เสริมให้มีบรรยากาศทีด่ ใี นการทำงานเป็นทมี มีการพฒั นา
บุคลากรและทีมงาน
๑๐
7. การตรวจสอบทบทวนผลงานและวธิ ใี นการทำงาน ทีมงานทดี่ ีไมเ่ พียงแตด่ จู ากลักษณะของทมี และ
บทบาทท่ีมีอย่ใู นองคก์ รเทา่ นั้น แต่ตอ้ งดูวิธีการทีท่ ำงานด้วย การทบทวนงานและทำให้ทีมงานได้เรียนรจู้ าก
ประสบการณ์ท่ที ำรจู้ ักคดิ การได้รบั ข้อมูลป้อนกลับเกี่ยวกับการปฏบิ ตั งานของแตล่ ะคนหรือของทีม
8. การพัฒนาตนเอง การทำงานเปน็ ทมี ที่มปี ระสทิ ธิภาพพยายามทีจ่ ะรวบรวมทักษะตา่ ง ๆ ของแต่
ละคน การพฒั นาบคุ ลากรในองค์กรมักจะมองในเรื่องทกั ษะและความร้ทู ี่แต่ละคนมอี ยู่แลว้ ก็ทำการฝึกอบรม
เพอ่ื ปรับปรุงพัฒนาคนใหม้ ีความสามารถสูงขน้ึ อันจะมผี ลดีในการทำงานให้ดขี ้ึน ผูบ้ ริหารหรอื ผู้นำต้องมี
ความรูใ้ นการบรหิ ารคน สามารถสอนพัฒนาคนให้มลี ักษณะทด่ี ีขนึ้
คุณลกั ษณะของทีม
ทมี ทจี่ ะประสบความสำเรจ็ ในการทำงานคือกลมุ่ ของบุคคลทีท่ ำงานรว่ มกนั เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายของ
ทมี ตอ่ ไปน้ีเป็นส่ิงที่ทา่ นและเพือ่ นร่วมทีมจะต้องยึดถือเปน็ กรอบเพ่ือทำงานรว่ มกนั
- มคี วามเป็นหนึ่งเดียวกนั
- จัดการดว้ ยตนเอง
- พึง่ พาตวั เอง
- ขนาดของกลุ่มที่พอเหมาะ
1. มคี วามเป็นหนึง่ เดียวกนั สมาชกิ ของทมี ทปี่ ระสบความสำเรจ็ ในการทำงานจะต้องมีความเป็นหนึง่
เดียวกนั ทกุ ๆ คนจะถูกดงึ เข้ามาในทิศทางเดียวกนั เพื่อให้บรรลุความสำเรจ็ ในงาน และ / หรอื บรรลุเป้าหมาย
ร่วมกนั โดยทวั่ ไปแลว้ งาน และ / หรือเปา้ หมายอาจบรรลไุ ด้เมอ่ื ทำงานร่วมกนั แทนท่จี ะต่างคนตา่ งทำ ทมี งาน
ทม่ี ปี ระสิทธิภาพจะมลี ักษณะโดดเด่นและสมาชิกทกุ คนมคี วามรูส้ กึ วา่ ตนเองมีสว่ นรว่ มในความสำเรจ็ ด้วย
2. จัดการด้วยตนเอง ทีมงานที่ประสบความสำเรจ็ ในการทำงานมีแนวโน้มวา่ จะสรา้ งโครงสร้างเฉพาะ
ตนขนึ้ มา เนื่องจากสมาชกิ ยอมรับบทบาท ของตนในเวลาต่าง ๆ กัน คล้อยตามความจำเป็น ความตอ้ งการ
และความสามารถของตน บางคนอาจมีประสบการณใ์ นงานเฉพาะอย่างจงึ อาจเป็นคนจัดการให้คนอนื่ ๆ ทำ
ตาม คนอ่นื ๆ ก็จะทำหนา้ ทใ่ี นกจิ กรรมของตนไปในงานทเี่ ขาคนุ้ เคย พฤติกรรมเหลา่ นีจ้ ะถกู พัฒนาไปในแนว
ของโครงสรา้ งองค์กร และสมาชิกทกุ คนจะต้องปฏบิ ัตติ าม
3. พ่ึงพาตวั เอง สมาชิกของทีมทป่ี ระสบความสำเรจ็ ในการทำงานจะร่วมมอื กบั คนอ่ืน ๆ เพอ่ื ทำงาน
ชิน้ ใดชิ้นหนึ่งหรือทำให้เปา้ หมายสำเรจ็ อย่างไม่หลกี เล่ยี ง รว่ มกันทำงานตามกำลงั ความสามารถของตนเอง ให้
คำปรกึ ษาแนะนำและชักจูงเม่ือจำเป็น ร่วมประสานงานในหน้าท่แี ละแกไ้ ขปญั หาอปุ สรรครว่ มกัน ทกุ คนต่าง
เอ้ืออาทรช่วยเหลือกนั และมีความเปน็ หนึง่ เดียวกัน ถ้ามีบุคคลหนึ่งบุคคลใดทำงานเกนิ กำลงั หรือประสบปัญหา
ยุ่งยากอันใดพวกเขาจะรว่ มมือกัน เช่น อาจปกปดิ คนท่มี าทำงานสายหรือ เลิกงานก่อนเวลา
4. ขนาดของกล่มุ ท่ีพอเหมาะ โดยทั่วไปแลว้ ทมี งานทป่ี ระสบความสำเร็จในการทำงานมักจะมีขนาด
พอเหมาะไม่ใหญโ่ ตเกินไปนัก เพื่อใหส้ มาชิกทุกคนในกล่มุ สามารถเข้ามามีสว่ นร่วมสรา้ งสรรค์และจัดการดว้ ย
ตัวเองได้ แบ่งงานกนั ทำอยา่ งยตุ ิธรรม แบ่งปันความคิดเหน็ และความรสู้ ึกอยา่ งเปดิ เผย รว่ มกันคดิ แกป้ ัญหา
อยา่ งฉบั ไวและทนั กาล สมาชิกสัก 5 คนตอ่ ทมี เป็นขนาดที่กำลงั พอดี ถ้ามากไปกว่านั้นอาจเสียเวลาในการ
อภิปรายกล่มุ ในขณะทส่ี มาชิกคนหนง่ึ หรอื สองคนกำลังทำงาน คนอนื่ ๆ อาจไม่เข้าไปมีส่วนร่วมมากนัก อาจมี
การจดั กลุ่มทม่ี ีสมาชิกน้อยกว่า 5 คน ซงึ่ จะมบี ุคคลที่มีความสามารถไมเ่ พยี งพอ หรอื มคี วามรูไ้ ม่เพยี งพอ
รวมทัง้ ความเชยี่ วชาญในงานก็อาจไมเ่ พียงพอทจ่ี ะทำให้งานสำเรจ็ อย่างเรียบรอ้ ย แต่ไม่วา่ กลุม่ จะมสี มาชกิ มาก
นอ้ ยเพียงใดก็ตาม ทา่ นอาจไมอ่ ยใู่ นสถานะทจี่ ะคัดเลอื กได้ จำนวนสมาชิกเลขคี่จะดูสมเหตสุ มผลกว่าเพ่ือ
๑๑
หลีกเลยี่ งการเผชญิ ปัญหาเสียงคร่ึงหนึ่งเหน็ อย่างหนึ่งเสยี งอีกครง่ึ หนึ่งเหน็ อีกแบบหน่งึ ในการตดั สินปญั หาใด ๆ
การรูจ้ กั เพ่อื นรว่ มทีมอีกอย่างหนงึ่ ทคี่ วรจำกค็ ือท่านไม่ควรมที ัศนะตอ่ เพื่อนรว่ มทีมทกุ คนว่าจะมปี ระสิทธิภาพ
เปน็ แบบเดียวกนั เพราะทุกคนจะมีบุคลิกภาพที่แตกต่างกันไป จงึ ควรพิจารณาให้ตา่ งทัศนะกนั ไป อย่างไรก็
ตามบางคนก็อาจมบี คุ ลิกที่คล้ายคลงึ กนั แบบท่เี ราจะกล่าวต่อไป แตโ่ ปรดระมดั ระวงั อยา่ ไปคิดวา่ คณุ ลกั ษณะที่
สมบรู ณข์ องแตล่ ะคนจะไมเ่ หมอื นกนั ทีเดยี วนัก เพราะวา่ เขาหรอื เธออาจมเี พยี งบางอยา่ งท่สี อดคล้องกัน จึง
จำเปน็ ตอ้ งรู้จักคนแต่ละคนเป็นอยา่ งดีสมาชิกของทมี มักจะเป็นดังตอ่ ไปน้ี
4.1 เป็นนักคดิ สมาชิกประเภทนี้อาจเรียกวา่ เป็น " คนเจา้ ความคิด " เขามักเข้าไปย่งุ
เก่ยี วกบั สิ่งท่จี ะตอ้ งกระทำและมกั จะมีความคิดความอ่านและมขี ้อเสนอแนะต่าง ๆ มากมาย นกั คิดมักไม่ค่อย
สนใจในรายละเอยี ดมากนัก โดยปกตแิ ล้วสมาชิกของทีมประเภทนี้จะต้องถูกจัดการอย่างระมดั ระวัง ให้เกียรติ
ใหก้ ำลงั ใจและแม้แต่การยกย่องใหเ้ กดิ ความภาคภมู ิใจ เพื่อปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ ขาถอนตัวออกไปจากทมี เสยี ก่อน
4.2 เป็นนกั จดั องค์กร การทำงานร่วมกับนกั คิดทส่ี รา้ งสรรค์ย่งิ ขึ้นซึง่ อาจเป็นนักจัดองคก์ ร ผู้
ซ่งึ ชอบเขา้ ไปยงุ่ เกี่ยวกบั การทำงานของทีมงานเสมอ เพ่ือไปจดั การและจัดสรรงานและหนา้ ท่ีต่าง ๆ เป็นคน
เจ้าหลักการและเจ้าระเบยี บ แต่กเ็ ปน็ ผู้ทำงานที่มปี ระสิทธิภาพดี นักจดั องค์กรบางคร้ังก็ไดร้ ับการยอมรบั วา่
เปน็ ผ้มู ีความคดิ กว้างไกล แตไ่ ม่คอ่ ยยืดหยุ่นนัก ในการทำงานเขามกั จะประสบกบั ปัญหาสภาพแวดลอ้ มท่ี
เปล่ียนแปลงและและมคี วามไม่แนน่ อน ทา่ นจะต้องมีแผนการฏิบัติงานที่ชดั เจนเพื่อประสานงานกบั เขาอย่าง
สม่ำเสมอ
4.3 เปน็ นกั ปฏบิ ัตกิ าร สมาชกิ ประเภทน้เี ป็นนักสร้างงาน และมีทัศนคติทจ่ี ะต้ังใจทำงาน
เพ่ือให้มีผลงานเกดิ ข้ึน เป็นคนเปิดเผย หนุ หนั พลันแลน่ ไม่อดทนหากการตดั สนิ ใจล่าชา้ หรอื ถูกดูแลควบคมุ
การปฏิบัตงิ านอย่างใกลช้ ดิ และมักจะผดิ หวังเม่ือทกุ สงิ่ ทุกอย่างไม่เป็นไปตามท่ตี ง้ั ใจ ท่านจะต้องใช้ความ
พยายามควบคมุ หนว่ งเหนี่ยวเขาไวเ้ พื่อไม่ให้รับผลกระทบจากความรุนแรงทีเ่ กิดข้ึน
4.4 เป็นสมาชิกของทีม ไมน่ า่ แปลกใจนักทส่ี มาชกิ ของทีมจะเป็นผ้ทู กี่ ระตือรอื ร้นในการ
ทำงานเพ่ือให้ทมี งานประสบความสำเรจ็ และมกี ารกระทำท่ีสนบั สนุนและสามคั คีกลมเกลยี วตอ่ เพ่ือนรว่ มทมี
เปน็ อันดี พยายามทจ่ี ะพัฒนาและเสนอแนวความคดิ ของกลมุ่ มากกว่าแนวความคิดของตัวเอง สมาชกิ ของทีม
มักไมช่ อบการเผชิญหนา้ และการทะเลาะเบาะแว้งกัน ไมต่ ้องการต่อตา้ นใครคนใดคนหน่ึง บางครงั้ สมาชิกของ
ทมี ก็ไมค่ ่อยได้รับความสนใจ 91 เท่าที่ควรจงึ พยายามปลีกตนเองออกจากคนอน่ื ๆ ท่านจะต้องกระตุน้ และชกั
จงู ใหเ้ ขาเสนอความคิดเห็น หรือให้ข้อแนะนำและมองในดา้ นบวกอยูเ่ สมอ
4.5 เป็นนกั ตรวจสอบ ก็เป็นไปตามชอ่ื นัน่ แหละ นักตรวจสอบหรอื นักตรวจซ้ำ มกั ชอบจับ
ตาดูว่ามงี านอะไรบา้ งท่ีกา้ วหนา้ เขามกั คดิ ว่าตนเองเป็นคนยุตธิ รรมและมีความพิถพี ิถนั แต่คนอ่นื ๆ อาจมอง
ว่าเขาเปน็ คนชอบใชอ้ ำนาจและและเปน็ พวกเผด็จการ นักตรวจสอบมีบทบาททต่ี ้องคอยเตือนใหท้ ีมงานรู้สกึ
ถึงความจำเปน็ ต้องใชค้ วามรีบด่วนปฏิบัติงานอยา่ งจรงิ จงั เพ่อื ใหง้ านกา้ วหน้าและบรรลุเป้าหมายทันเวลา
ท่านอาจต้องเข้าไปประสานกับนักตรวจสอบหรือทำหน้าท่ีประนปี ระนอมเมือ่ เขามีความขดั แยง้ กับเพื่อนร่วม
ทมี คนอื่น ๆ
4.6 เป็นนกั ประเมินผล สมาชิกประเภทนเ้ี ป็นผ้ทู ส่ี รา้ งสมดลุ อยา่ งดยี ่งิ ระหวา่ งนักคิดและนกั
ปฏิบตั กิ าร ชอบความเปน็ อสิ ระและมกั จะแยกตัวออกจากทีม มีความระมดั ระวงั และรอบคอบในการเข้าไป
ประเมินหรือวเิ คราะห์ขอ้ มูลหรอื สถานการณ์ ถึงแม้ว่านกั ประเมินผลจะไม่เปน็ ทช่ี ่นื ชอบของสมาชกิ บางคน แต่
ทัศนะของเขาก็ได้รับการยอมรับนบั ถือจากสมาชกิ ร่วมทีมคนอนื่ ๆ
๑๒
กลยุทธ์ในการสร้างทีมงาน
โดยแนวความคิดแล้วทา่ นและเพ่ือนรว่ มทีมย่อมตอ้ งการเป็นทีมท่ีประสบความสำเร็จในการทำงาน
โดยมที ่านเปน็ ผูน้ ำทมี มีขั้นตอนหลายข้ันตอนทท่ี า่ นควรนำมาใช้เพ่ือให้บรรลกุ ระบวนการ อนั ไดแ้ ก่
1. สร้างทีมยอ่ ย ๆ ข้ึนมา เห็นไดช้ ดั วา่ ท่านสามารถช่วยได้ในการกระต้นุ ให้ทีมท่ีประสบ
ความสำเรจ็ สามารถพัฒนาสมาชิกอนั มีจำกดั ได้เมื่อตอ้ งการ บางทกี ส็ กั 5 คน ซงึ่ อาจเป็นตัวเลขทด่ี ที ่สี ดุ
สำหรับสภาพแวดลอ้ มทัว่ ๆ ไป ทา่ นจำเปน็ ต้องคดิ ถึงบุคคลซ่งึ ประกอบกันเขา้ เป็นทมี คงไมเ่ หมาะสมนักท่ีจะ
ใหม้ ีพนักงานสองคนซง่ึ เปน็ นักคดิ เข้าร่วมทมี จะทำให้เกดิ กรณพี ิพาทข้นึ ภายในทีมเพราะการริเรม่ิ และทัศนะที่
ไมส่ อดคล้องกนั ฉนั ใดก็ฉันนั้นเราไม่ควรมีนักปฏิบตั ิการมากนัก เพราะแตล่ ะคนจะทำงานไปคนละทางสองทาง
ดงั นน้ั จึงควรนำเอาอตั ราส่วนผสมทีเ่ หมาะสมเขา้ มาใช้ในการสรา้ งทีม ใหม้ ี นกั คิด นักจดั องค์กร นักปฏบิ ัตกิ าร
และอื่น ๆ ซึ่งจะสนบั สนุนซึง่ กันและกันและตรวจสอบกนั เองเปน็ ไปตามความเหมาะสม
2. เหน็ ชอบในเป้าหมาย ใหแ้ นใ่ จวา่ สมาชกิ ทกุ คนร้วู ่างานของตนคืออะไร มาตรฐานและ
เปา้ หมายคืออะไร และจะก้าวไปในทิศทางใด บุคลากรแตล่ ะหน่วยงานจะต้องพยายามรวมกลุ่มเข้าดว้ ยกันเพอ่ื
ทำงานในหน้าท่ีอย่างดีท่ีสดุ และใหอ้ ยู่ในทมี เดียวกัน ส่ิงเหลา่ นี้จะกระตุน้ ให้สมาชิกทกุ คนจดั รปู งานของตนเข้า
กับงานของคนอืน่ ๆ เพือ่ ให้บรรลเุ ปา้ หมายรวมอยา่ งมีประสิทธภิ าพและทันเวลา ต้องให้สมาชิกทกุ คนเหน็ ดว้ ย
กับสง่ิ ทต่ี นกระทำอยวู่ า่ กำลงั ทำอะไร ทำเมอ่ื ใด ทำอยา่ งไร เพราะจะช่วยให้เกิดการประสานงานและทำงาน
ดว้ ยกนั อย่างสามคั คีกลมเกลยี ว
3. รู้จักสมาชิกเป็นรายตัว เปน็ ทก่ี ระจ่างชดั วา่ ทา่ นจะต้องรู้จกั สมาชิกแต่ละคนในทมี เปน็
อยา่ งดที ีส่ ุดเทา่ ท่ีจะเป็นไปได้ เพื่อทีจ่ ะสามารถระบุได้ว่าสมาชกิ แตล่ ะคนมีลักษณะสำคญั และองค์ประกอบ
อยา่ งใด ทราบจดุ แข็งและจดุ ออ่ นของแต่ละคน ทา่ นจะตอ้ งตดิ ตอ่ กับแตล่ ะคนในลักษณะท่ีแตกต่างกนั
ยกตวั อย่างเช่น นกั ปฏิบตั ิการจะต้องถกู กระตนุ้ ใหท้ ำงานชา้ ลง รอคอย คิดและรบั ฟังคนอ่ืนกอ่ นท่จี ะทำงานต่อ
ในบางครง้ั ทา่ นจะต้องเข้าไปไกล่เกลย่ี สมาชิกของทา่ น เชน่ ระหว่างนกั ปฏิบัติการกบั นักตรวจสอบ ให้ทั้งสอง
ฝา่ ยนงั่ ลงเจรจากนั รบั ฟังความคดิ เห็นของแต่ละฝา่ ยและยอมรับทัศนะของอีกฝา่ ยหน่ึงบ้าง
4. รักษาไว้ซึ่งการติดต่อสื่อสารท่ีดี การตดิ ต่อสอ่ื สารระหว่างท่านและทีมงานและระหวา่ งทมี
ด้วยกันเองมีความสำคัญในการพัฒนาเพ่ือนำไปสูก่ ารเปน็ ทีมท่จี ะประสบความสำเร็จในการทำงาน การ
ติดตอ่ สื่อสารสองทางอยา่ งต่อเน่อื งและผลท่ีไดร้ บั กลบั มาจะชว่ ยหยุดการซุบซิบนินทา ลดความสบั สน ระงับ
ปัญหาตา่ ง ๆ ได้อยา่ งรวดเรว็ และฟืน้ ฟูสมั พนั ธภาพโดยรวม นับเป็นความจำเปน็ ทีท่ ุกคนในองค์กรจะต้อง
พูดจากบั คนอืน่ ๆ ท้งั ในการประชุมปกติทีเ่ ป็นทางการและอยา่ งไม่เปน็ ทางการ เพ่ือก้าวไปขา้ งหน้า ยอมรับ
คำแนะนำต่าง ๆ รบั ฟังและแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ ระหว่างกัน แบบสอบถามต่อไปน้จี ะชว่ ยใหท้ ่านตัดสินใจ
ได้ว่าทา่ นและทมี งานมีการตดิ ตอ่ ส่อื สารกนั ดพี อหรือไม่ อยา่ งใดทีจ่ ะตอ้ งปรับปรุงบ้าง
5 แนวคิดการทำงานเปน็ ทมี เพื่อให้ประสบผลสำเร็จ แน่นอนวา่ งานบางอยา่ งอาจสามารถทำ
คนเดยี วได้ แตง่ านนั้นอาจทำได้ดีกว่าหากร่วมกันทำงานเปน็ ทีม การทำงานเป็นทีมนน้ั ถือเปน็ สง่ิ ท่ที ้าทาย
สำหรับหลายคนและหลายองคก์ ร อาจเปน็ เรื่องง่ายทีจ่ ะนำคนมาทำงานร่วมกัน แต่การทำให้คนเหลา่ นน้ั
กลายเปน็ ทีมทที่ ำงานได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพอาจต้องใช้เวลาเรยี นรู้อีกมากมาย
ปรบั Mindset “การทำงานเปน็ กลมุ่ ” ต่างกบั “การทำงานเปน็ ทีม”
Mindset เป็นสงิ่ สำคญั ในการทำงานและการใช้ชีวติ การที่จะทำงานเปน็ ทีมให้ประสบ
ความสำเรจ็ ได้ต้องเริ่มตน้ ทค่ี วามคิดและความเช่ือ การทำงานเปน็ กลุม่ อาจดเู หมือนวา่ มีความหมายคล้ายหรือ
๑๓
ใกลเ้ คยี งกับการ ทำงานเป็นทีม แตอ่ ันท่จี ริงแลว้ การทำงานทัง้ สองแบบน้ีแตกตา่ งกันโดยสนิ้ เชงิ หากเราเปลยี่ น
ความคดิ เรื่องการทำงานได้ก็จะนำไปสู่การทำงานเปน็ ทมี ให้มีประสทิ ธภิ าพ
การทำงานเป็นกล่มุ (Workgroup) หมายถึง การทำงานทป่ี ระกอบดว้ ยบคุ คลต้ังแต่ 3 คนข้นึ ไปมา
ทำงานร่วมกันโดยต่างคนต่างทำหน้าทขี่ องตวั เองใหเ้ สรจ็ และทำตามเป้าหมายของตัวเองใหล้ ลุ ว่ งเพยี งเท่านน้ั
ไม่มีการกำหนดเป้าหมายหรือแนวทางในการทำงานรว่ มกนั ท่ีชัดเจน
การทำงานเปน็ ทีม (Teamwork) หมายถงึ การทำงานทป่ี ระกอบดว้ ยบุคคลต้ังแต่ 3 คนขึ้นไปมา
ทำงานร่วมกัน ถึงแมว้ ่าแตล่ ะคนอาจมาจากต่างแผนกหรือแผนกเดยี วกนั แต่ทกุ คนลว้ นมีเปา้ หมายเดียวกัน
ชดั เจนโดยรว่ มกันทำงานเพ่ือใหบ้ รรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้ ตัง้ ใจทำหน้าท่ีของตัวเองใหส้ ำเรจ็ พร้อมกับชว่ ย
สนบั สนุนให้ทุกคนในทมี ทำงานให้เสร็จตามเปา้ หมายทีว่ างไวร้ ่วมกนั
5 แนวคดิ การทำงานเปน็ ทมี เพอ่ื ให้ประสบผลสำเร็จ
1. มเี ปา้ หมายทชี่ ัดเจนเปน็ เป้าหมายเดยี วกนั การมีเปา้ หมายทเ่ี ดยี วกันท่ชี ัดเจนคือหัวใจ
สำคญั ของการทำงานเปน็ ทมี เป้าหมายน้นี อกจากจะชว่ ยใหม้ ีทศิ ทางการทำงานทชี่ ดั เจนแลว้ ยงั ช่วยให้ทำงาน
ได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพขึ้นอีกด้วย เพราะเป้าหมายทช่ี ัดเจนจะทำให้เรารู้ว่าผลลพั ธ์จะออกมาเปน็ อยา่ งไร เรา
กำลงั ทำอะไร ตอ้ งใช้วิธไี หนหรือปรบั อะไรเพ่ือใหไ้ ปสู่เปา้ หมายท่ีต้งั ไวไ้ ด้
หากทกุ คนมเี ป้าหมายรว่ มกนั ก็จะยง่ิ ส่งเสริมให้ทำงานได้อย่างมปี ระสิทธิภาพและยงั ทำงาน
เปน็ ทมี ได้ดขี ึ้นอีกดว้ ย เป้าหมายรว่ มของทีมจะสง่ ผลใหค้ นในทีมมปี ฏิสัมพันธก์ ัน มคี วามรู้สกึ รว่ มกนั ร่วมแรง
ร่วมใจกนั ทำงานและมีแรงผลกั ดนั ไปสู่เปา้ หมายใหส้ ำเรจ็
2. ร้หู นา้ ทีแ่ ละมีระบบทชี่ ดั เจน อีกสงิ่ ทส่ี ำคญั อย่างยงิ่ ในการทำงานเปน็ ทีมให้มปี ระสทิ ธิภาพ
กค็ อื การรูห้ นา้ ท่แี ละมีระบบการทำงานทช่ี ัดเจน ทุกคนในทมี ควรรูห้ นา้ ทข่ี องตวั เองและเพอ่ื นรว่ มทีมวา่ แต่ละ
คนตอ้ งทำงานอะไรส่วนไหนบ้าง ใหค้ วามเคารพและทำความเข้าใจในหน้าทที่ ุกภาคส่วน เนอ่ื งจากทุกหนา้ ที่กม็ ี
ความสำคญั เชน่ กัน การรหู้ น้าท่ีและส่วนงานท่ีรับผดิ ชอบของแต่ละฝ่ายจะชว่ ยให้รวู้ ่าต้องแก้ไขส่วนไหนหรอื ยน่ื
มอื เข้าไปชว่ ยทมี อยา่ งไรเม่ืองานมีปญั หาหรอื เกิดความลา่ ช้า
นอกจากน้ี การมรี ะบบหรือโครงสรา้ งการทำงานและระบบตำแหน่งท่วี างไว้อย่างชัดเจน
สามารถทำได้จริง เข้าใจง่าย ไมย่ ่งุ ยากหรือซบั ซ้อนจนเกนิ ไป จะทำให้สามารถปฏิบัตงิ านได้จรงิ และไม่ทำงาน
ทบั ซ้อนกันและดำเนินการได้อย่างรวดเรว็
3. รจู้ กั ทีม สรา้ งความสัมพันธ์ เปน็ พลงั ให้กนั และกัน Teamwork ประกอบจากคนจาก
หลากหลายตำแหนง่ มาทำหน้าที่ต่างๆ รว่ มกันเปน็ ทมี สง่ิ ท่เี ราต้องเจอมากท่ีสดุ ในการทำงานเปน็ ทมี กค็ ือ
“เพ่ือนร่วมทีม” ดังนั้น เราจงึ ควรทำความเข้าใจนสิ ัยของแต่ละคนในทมี วา่ เป็นคนประเภทไหน มีนิสัยอย่างไร
มีจุดแขง็ จุดด้อยอย่างไร เพื่อทจ่ี ะสรา้ งความสัมพนั ธ์ที่ดี หาวิธสี อ่ื สาร และหาวธิ ที ำงานร่วมกนั ได้อย่างราบรื่น
โดยหลกั การแบ่งประเภทคนในการทำงานจะมหี ลายประเภทดว้ ยกัน แต่การแบง่ บุคลิกภาพแบบทน่ี ยิ มใช้กนั
มากทส่ี ดุ มกั จะเป็นการแบง่ โดยใช้แบบทดสอบหาบุคลกิ ภาพ “Personality Test” และ “สตั ว์ 4 ทศิ ” นัน่ เอง
เม่อื รูจ้ ักกบั คนในทีมและมองหาวธิ ีการทำงานร่วมกนั ที่เหมาะสมได้แลว้ ก็จะสามารถสร้างทมี
ที่ทำงานได้อย่างมปี ระสิทธิภาพด้วยจดุ เดน่ หรือความสามารถของแต่ละคน ซ่งึ แตล่ ะคนอาจถนัดหรือมี
ความสามารถพเิ ศษท่ีแตกตา่ งกนั ไป ดงั นนั้ การมอบหมายงานท่ถี กู ต้องใหถ้ ูกคนก็จะสง่ ผลให้งานนนั้ ๆ ออกมา
ดี
สิ่งสำคัญ อยา่ ลืมชื่นชมเพอื่ นร่วมทมี อย่างจรงิ ใจและใหก้ ำลังใจกนั และกัน เพ่ือเป็นพลัง
สนับสนนุ ตวั เองและคนในทมี ให้ทำงานได้อย่างมีความสขุ
๑๔
4. เสริมพลงั แห่ง Teamwork ดว้ ย 3 คำ “สนบั สนนุ สามัคคี แบ่งปนั ” เราสามารถเปล่ียน การ
ทำงานเปน็ ทีม ให้เปน็ การทำงานเป็นทีมท่ีมีประสิทธิภาพ ได้ดว้ ยสามส่งิ ตอ่ ไปน้ี คือ
Support each other : การสนบั สนุนซง่ึ กนั และกัน พร้อมทีจ่ ะเข้าไปช่วยเหลอื คนอืน่ ๆ
หรือหน้าที่อน่ื ๆ ในทีมใหท้ ำงานลลุ ว่ งไปพรอ้ มกนั ไม่ตัวใครตวั มนั
Find harmony : การค้นหาความสามคั คีเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการทำงานร่วมกัน เพราะ
หากมวั แต่คิดเห็นขดั แย้งและทำงานขัดแยง้ กนั ไม่เปิดใจรับฟงั ความเห็นต่างและทำงานไปคนละทิศละทางก็จะ
ทำใหง้ านไม่เดนิ หรือทำงานไม่ไดป้ ระสิทธิภาพ ดังนัน้ ทกุ คนในทมี จึงควรสามัคคีกัน
Sharing is having more : การแบ่งเปน็ อกี สิ่งทจ่ี ะสรา้ งพลังให้กับทีม โดยเราสามารถ
แบง่ ปนั ความรู้หรือวิธีการทำงานใหก้ ันระหว่างทมี แบง่ ปนั คำตชิ ม แบ่งปนั ความสำเร็จ ฝกึ ฝนทำงานไปพร้อม
กนั จะชว่ ยใหท้ ีมเติบโตไปดว้ ยกันในการทำงานและเพิ่มความรสู้ ึกร่วมในการทำงานไดอ้ ีกด้วย ย่งิ ให้มากกย็ ่ิง
ไดม้ ากน่ันเอง
5. ลม้ ไปด้วยกนั กก็ ้าวไปดว้ ยกนั ชนื่ ชมความสำเรจ็ และร่วมภาคภมู ิใจพร้อมกนั ไมว่ ่าผลงานจะ
ออกมาเป็นอย่างไรหรอื เจอปัญหาอะไร การร่วมชื่นชมและเรียนรูจ้ ากความผิดพลาดไปด้วยกันจะทำให้ทมี
ทำงานได้อยา่ งมีประสิทธิภาพมากย่ิงขน้ึ แมจ้ ะต่างฐานะหน้าที่กย็ ินดีกับความสำเรจ็ ของเพือ่ นร่วมงาน หวั หนา้
ลกู น้องไปดว้ ย เพราะความสำเรจ็ ของทุกคนก็คือหน่ึงในความสำเร็จของทมี
การทำงานเปน็ ทีมน้ันทรงพลังกว่าการทำงานร่วมกันหรือการทำงานเปน็ กลุ่ม การทำงานเปน็ ทมี
สามารถทำให้งานสำเร็จลลุ ่วงได้ดขี นึ้ หากทุกคนในทีมมีแนวคดิ ทศั นคติไปในทางเดียวกัน ต้ังเป้าหมายรว่ มกัน รู้
หน้าท่มี รี ะบบการทำงานทช่ี ัดเจน รจู้ ักกันและกนั อย่างลึกซึ้ง มคี วามสัมพันธอ์ ันดีในทีม สนบั สนุน สามคั คี
แบ่งปนั ความรู้ รว่ มสำเรจ็ ไปด้วยกันกจ็ ะทำให้การทาํ งานเป็นทีมมีประสิทธภิ าพมากขึ้น จนบรรลุเป้าหมายทตี่ งั้
ไว้ได้จรงิ
ประโยชน์ของการทำงานเป็นทีม
1. ชว่ ยให้การทำงานเป็นระบบทีด่ ขี นึ้ มีการแบง่ งานออกไปตามหนา้ ทแี่ ละความรบั ผิดชอบ ทำให้งาน
บรรลเุ ป้าหมายตามที่กลมุ่ และทีมงานตอ้ งการ
2. ช่วยใหม้ ีการนำหลกั มนุษย์สมั พันธ์มาใช้ในกล่มุ และทมี งาน ร้เู ขารเู้ รา ทีมงานจะสามารถดำเนินไป
อยา่ งสอดคล้องและประสบความสำเร็จได้ ชว่ ยให้เกดิ รู้รักสมัคคี ระหวา่ งสมาชกิ ในทีมงาน ในการทำงานให้
ประสานสัมพนั ธ์ทีด่ ีต่อกนั
3. ช่วยให้การทำงานบรรลเุ ปา้ หมาย เพราะทมี งานมีการแบง่ งาน แบ่งหน้าท่ีกนั ตามความสามารถ
และความชำนาญ เมื่อลงมือทำงานจะสามารถดำเนนิ งานได้รวดเร็ว ถกู ตอ้ ง แม่นยำ มคี ุณภาพ และทำใหง้ าน
ประสบความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธผิ ล
4. ชว่ ยสร้างพลังในการทำงาน การทำงานเปน็ ทีมจะมีความพร้อมทง้ั ทางด้านความคดิ กำลังกายและ
กำลังใจ สามารถรวมกบั เป็นหนึ่งเดียว และรวมประสบความสำเร็จในหน้าทก่ี ารงานร่วมกันได้ ก่อใหเ้ กิด
บรรยากาศการทำงานที่ดี
5. ช่วยสร้างความมั่งคงในอาชพี เพราะทมี งานทำงานได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ สามารถเพ่ิมผลผลติ ได้
มากมาย มีรายได้เพ่มิ มีกำไรเพม่ิ ฐานะของกิจการในหนว่ ยงานมีความกา้ วหน้า ทำใหส้ มาชิกของทมี มีความมั่ง
คงในอาชพี
๑๕
6. ช่วยเพ่มิ พูนความร้สู กึ ในการยอมรับนับถือในการทำงาน เพราะทีมงานต้องมีการกำหนดตำแหน่ง
และหนา้ ทข่ี องบุคคล มีหัวหน้าทีมงาน ผปู้ ระสานงานของทีม และสมาชกิ ในทมี กต็ อ้ งยอมรับนบั ถือกนั ใน
ตำแหน่งและอำนาจหนา้ ท่ี รวมถงึ บุคคลทีร่ ่วมทีมงานเพื่อการรบั รู้ และมคี วามเขา้ ใจต่อกัน เป็นประโยชนต์ อ่
การทำงานร่วมกัน
7. ชว่ ยให้เกิดความร่วมมอื กนั ของสมาชิกในทีมงาน สร้างผลงานใหอ้ อกมามคี ุณภาพ และสามารถ
พฒั นาต่อยอดต่อไปภายหนา้ ได้ การทำงานเป็นทมี สามารถช่วยเหลอื กนั ช่วยแก้ไขปัญหาทเ่ี กดิ ขน้ึ อยู่
ตลอดเวลาได้อยา่ งเหมาะสมและถกู ต้อง
8. ทำใหก้ ารปฏิบัตงิ านมีความชดั เจนขึน้ เพราะทีมงาน จะต้องอาศัยข้อเทจ็ จริงเป็นหลกั และชว่ ยกบั
ตดั สินใจจากข้อมลู ที่ได้ ให้งานออกมาสมบูรณแ์ บบมากทสี่ ุด ซึง่ ต้องการจากการพูด การเขียน และการทำงาน
เปน็ ทีม ไม่วา่ จะเจอกบั ปัญหาได้ก็สามารถช่วยกนั แก้ไขได้ทันที
9. ชว่ ยใหผ้ ลของการออกมาดที ส่ี ุด เพราะทมี งานมกี ารทบทวนงานอยา่ งสม่ำเสมอ ทีมงานใช้เวลาใน
การประเมิน พฤติกรรม และเรียนรูค้ วามผิดพลาดในการทำงานของทีม ซึ่งการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ จะ
สามารถแก้ไขข้อบกพรอ่ งในการทำงาน และสามารถปรับปรงุ งานใหอ้ อกมาดที สี่ ุดได้
๑๖
บรรณานุกรม
Business Plus. (2563). ประโยชนข์ องการทำงานเป็นทมี .
สบื ค้นเม่ือ 26 มกราคม 2565, จาก https://bit.ly/3IA9hZm
Cigna. 5 แนวคดิ การทำงานเป็นทมี เพ่ือให้ประสบผลสำเรจ็ .
สบื ค้นเมอื่ 26 มกราคม 2565, จาก https://bit.ly/348O5uo
NovaBizz. (2545). การบริหารความขัดแยง้ ในการทำงานเป็นทีม.
สืบค้นเมอ่ื 24 มกราคม 2565, จาก https://shorturl.asia/wpNZ5
Wealth Me Up. (2561). ลกั ษณะของ “ทีม” ที่ดี.
สบื คน้ เมอื่ 26 มกราคม 2565, จาก shorturl.at/qvKOP
การสร้างทีม. สืบค้นเมอ่ื 26 มกราคม 2565, จาก https://bit.ly/3KHa4JP
https://page.hrteamwork.com/knowledge/7970/
ความสำคญั ของการทำงานเป็นทมี
สืบคน้ เมื่อ 24 มกราคม 2565, จาก https://shorturl.asia/YuU3m
ลักษณะของกลุ่มงานที่ด.ี
สืบคน้ เมอ่ื 26 มกราคม 2565, จาก https://bit.ly/3G3CZEu
สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบคุ คลส่วนท้องถิ่น. การทำงานเปน็ ทมี .
สบื ค้นเม่อื 26 มกราคม 2565, จาก http://www.local.moi.go.th/team.html