The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปประเด็นจากเรื่อง โคลนติดล้อ
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1
บทความพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Methawee Thongkoom, 2020-06-01 06:24:21

โคลนติดล้อ

สรุปประเด็นจากเรื่อง โคลนติดล้อ
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1
บทความพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)

โคลตนิดลอ้

ผู้แต่ง

“อศั วพาหุ”

พระนามแฝงของ

พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้า
เจ้าอยูห่ วั (รชั กาลท่ี 6)

“โคลนตดิ ลอ้ ”

เป็นบทความทท่ี รงพระราชนพิ นธ์ขึ้น
ในปีพ.ศ. ๒๔๕๘ ท้ังฉบบั ภาษาไทย

และภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์ลงหนงั สือพิมพ์

“สยามออบเซอรเ์ วอร”์ มที ง้ั หมด 12 บทความ

โดยมีพระราชประสงค์ดงั ตอ่ ไปน้ี

> เพื่อชีแ้ จงนโยบายของผู้ปกครองบ้านเมือง
> ตอ้ งการชักจงู ประชาชนให้เข้าใจหนา้ ที่ของตน
> ตอ้ งการให้ประชาชนรู้จักใช้สติปญั ญา ความคิด

มีวิจารณญาณเป็นผู้ที่มีคุณภาพต่อสงั คม
> ตอ้ งการให้ประชาชนทราบความตอ้ งการของสงั คม

และประเทศชาติ ให้เป็นคนทนั โลก ทันคน ทันเหตุการณ์
> ตอ้ งการเปลีย่ นทศั นคติบางอย่างของคนในสังคม

ทีเ่ ป็นเรื่องงมงาย ไม่มีเหตผุ ลถว่ งความเจริญของประเทศ

(ทิพย์สุเนตร อนัมบุตร, 2559: 324-325)

“โคลนตดิ ล้อ”
เม่ือรถขบั ไปชา้ ๆ อย่างระมัดระวงั

บนถนนทเี่ ต็มไปดว้ ยโคลน
แม้จะทาใหโ้ คลนไมเ่ ปอื้ นตัวรถกจ็ รงิ
แตต่ ามลอ้ กลบั มีโคลนพอกเตม็ ไปหมด
นานวันเขา้ ยง่ิ จะทาให้เคลื่อนไปข้างหน้าไม่สะดวก

แต่หากขบั รถอยา่ งรวดเรว็

ถึงจะแล่นไปในโคลนจนทาให้ตัวรถเปรอะเปื้อนบ้าง
แตก่ ารหมุนวงล้อเรว็ ๆ จะทาใหโ้ คลนกระเด็นหลุด
ไปหมด และทาใหส้ ามารถแล่นรถไปข้างหนา้

ได้คลอ่ งแคล่วดียง่ิ กว่า

“โคลนตดิ ลอ้ ” จงึ เปรยี บได้กับทศั นคติ

การกระทาของผคู้ น ในสังคมท่ขี ดั ขวาง
ความเจรญิ ของประเทศชาติ จนกลายเปน็
ปญั หาทพ่ี อกพูนสะสมของประเทศในทส่ี ุด
เพราะความเฉอ่ื ยแฉะ ไมก่ ระฉับกระเฉง

-เปน็ การใชภ้ าพพจนแ์ บบ “อุปลกั ษณ”์ -

บทความ 12 เรอ่ื ง

แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั ปญั หา

และอปุ สรรคในการพฒั นาประเทศ

เอาอยา่ งโดยไม่ตรติ รอง ความจนไมจ่ รงิ

การทาตนใหต้ า่ ต้อย แต่งงานช่วั คราว

บชู าหนงั สือจนเกนิ เหตุ ความไม่รับผิดชอบของ
ความนิยมเป็นเสมยี น บดิ ามารดา

การค้าหญงิ สาว

ความเหน็ ผดิ ความหยมุ หยมิ
ถอื เกยี รติยศไม่มมี ูล หลกั ฐานไม่มั่นคง

ตอนที่ 1 เอาอยา่ งโดยไมต่ รติ รอง

การเอาอยา่ งเป็นเหตุใหเ้ ส่อื มความนบั ถอื
การเอาอยา่ งฝร่ัง ทาใหค้ นไทยถูกดหู มิน่ วา่ ต่าต้อย
คนไทยจึงควรสนบั สนุนผมู้ ีความคดิ สรา้ งสรรค์
เวลาท่ฝี ร่ังกาลังรบกันอยนู่ ีค้ นไทยจงึ ควรจะถอื โอกาส
เปน็ ตัวของตัวเอง

ตอนท่ี 2 การทาตนใหต้ า่ ตอ้ ย

คนไทยไม่เช่อื คนไทยดว้ ยกนั เอง แมผ้ ูน้ ้นั จะมี
การศกึ ษาดสี ักเพยี งใด คนไทยขเ้ี กยี จทา ขเี้ กยี จคิด
วธิ ีที่สะดวกทส่ี ุดจึงอาศยั ฝรง่ั แลว้ เช่ือถอื แตฝ่ รง่ั
คนไทยควรจะหันมาเช่อื ฝีมอื คนไทยด้วยกนั ใหม้ ากขึ้น
เพราะขณะนก้ี ม็ ีคนไทยมากมายที่จบการศกึ ษา
จากต่างประเทศ

ตอนที่ 3 บูชาหนงั สอื จนเกนิ เหตุ

คนไทยน่าจะนาธรรมเนยี มบชู าหนงั สอื มาจากจนี
ซึ่งนิยมใชห้ นงั สอื พิมพโ์ ตแ้ ยง้ รฐั บาล นกั หนงั สอื พมิ พ์
ในปจั จบุ ันส่วนมากมกี ารศึกษานอ้ ยอีกทง้ั บางสว่ น
ยังมีความแคน้ สว่ นตัวกบั รฐั บาล จึงโจมตรี ฐั บาล
อย่างไรเ้ หตผุ ล พวกนี้จึงเปน็ พวกตเิ พอื่ ทาลาย
ขาดความรับผดิ ชอบ ผู้ทอี่ ่านก็เช่อื โดยไม่ใช้วจิ ารณญาณ

ตอนท่ี 4 ความนยิ มเปน็ เสมยี น

คนไทยท่ีมีการศึกษานิยมแตจ่ ะเปน็ เสมียนหรอื เลขานุการ
โดยไม่สนใจทาการคา้ หรอื ทาการเกษตร ซ่ึงคิดว่าความรู้
ของตนทไ่ี ดร้ ่าเรียนมากนัน้ จะสามารถนามาใช้ใหเ้ กิด
ประโยชน์กับประเทศไดม้ าก และมองอาชีพอื่นไมม่ ีเกียรติ
ซึ่งเปน็ ความเข้าใจผิดเพราะทกุ อาชพี ลว้ นมเี กียรติ
และสาคญั

ตอนท่ี 5 ความเหน็ ผดิ

คนไทยบางคนมคี วามเหน็ วา่ ถา้ ประพฤตติ ามแบบ
ยโุ รป แม้จะผิดจรรยาบรรณก็ถอื วา่ เปน็ เรื่องดี เช่น
การเลยี้ งรับรองดว้ ยเหลา้ การเรียนกฎหมาย เพราะ
อยากมาใช้เปน็ เคร่อื งมอื ทาร้ายผอู้ ่ืน และมีความเห็นผดิ
คิดว่า อสิ ระคือการเลือกทาอะไรก็ได้ตามใจชอบ
คนไทยที่ดีไมค่ วรคบคนประเภทน้ี

ตอนท่ี 6 ถอื เกยี รตยิ ศไมม่ มี ลู

คนไทยจานวนหนง่ึ คิดวา่ ตนเป็นผนู้ ยิ มลัทธแิ หง่ ความ
เสมอภาค ท้งั พวกนกั หนงั สือพมิ พ์ ทัง้ คนไทย ลกู ครึ่ง
และขา้ ราชการบางสว่ น พวกนเ้ี ปน็ พวกยโส
ถอื ยศศกั ดไิ์ มย่ อมกม้ หวั ใหใ้ คร เหน็ คนแสดงความเคารพ
ผู้อาวุโสก็หาวา่ ประจบประแจง คนพวกนเี้ นือ้ แทน้ ั้น
เป็นพวกความคดิ แคบ เยอ่ หยงิ่ ปราศจากสติปญั ญา

ตอนที่ 7 ความจนไมจ่ รงิ

คนไทยไมไ่ ดเ้ ปน็ จนจรงิ ๆเพราะยังมเี งินหาความสุข
สบายส่วนตัวได้ แม้แต่ชาวนาก็มีท่ดี ินอุดมสมบรู ณ์
สาหรับเพาะปลกู ตลอดปี และยังมเี งนิ เลน่ การพนนั
อกี ดว้ ย คนทอี่ ้างตัววา่ จนแต่ยงั ใชจ้ า่ ยสุรยุ่ สรุ า่ ยได้
ตอ้ งเรียกว่าจนไมจ่ ริง

ตอนที่ 8 แตง่ งานช่วั คราว

หญงิ สาวบางคนถูกพอ่ แมย่ กใหฝ้ า่ ยชายโดยท่ีตน
ไม่ยินดี ครนั้ เม่ืออยู่ด้วยกนั ไมไ่ ด้ ฝา่ ยชายกก็ ระทาย่ายี
ต่าง ๆ นานา ถงึ ขนาดมภี รรยาใหม่ อาจเปล่ยี นภรรยา
หลายคนไปโดยท่ไี มม่ กี ารจดทะเบยี นแตง่ งาน
ซงึ่ เปน็ ผลร้ายแกฝ่ า่ ยหญิงมาก ย่ิงถ้ามลี กู ดว้ ยแล้ว
กรรมกต็ กอย่กู ับลกู

ตอนที่ 9 ความไมร่ บั ผดิ ชอบของบดิ ามารดา

ผเู้ ป็นบิดามารดาโดยการแตง่ งานทว่ั ๆ ไป
บางครอบครวั ประสบปัญหาภายในครอบครวั
ฝา่ ยสามีอาจนอกใจและมีภรรยาน้อย
ทง้ิ ใหภ้ รรยาเปน็ ฝา่ ยดแู ลบตุ ร
หรอื ที่รา้ ยแรงที่สุดก็ทอดทงิ้ บุตรของตน
ทาใหไ้ มไ่ ด้รบั การอบรมสง่ั สอนจนเป็นปญั หาสงั คม

ตอนที่ 10 การคา้ หญงิ สาว

พวกผชู้ ายทมี่ ียศศกั ดใิ์ นกรงุ เทพฯ หลายคน
เปน็ พวกเห็นแก่ตวั ท้งั พวกท่มี ภี รรยาแล้วและยงั ไม่มี
พวกนจ้ี ะแสวงหาหญงิ สาวมาเปน็ ภรรยาลับ ๆ
โดยการซ้ือมาจากบดิ ามารดาของฝา่ ยหญงิ ท่ียากจน
แลว้ เม่ือผ้ชู ายเบ่ือผู้หญิงท่ถี ูกซอื้ มานนั้ กจ็ ะถกู ทิง้ เสยี
ชีวติ ของหญงิ นนั้ ก็จะตกตา่ ลงทุกทีจนถึงท่ีสุดแลว้

อาจตอ้ งขายตวั ท้ังนีเ้ ป็นเพราะความโลภของคน

ตอนท่ี 11 ความหยมุ หยมิ

นสิ ยั ใจแคบ เห็นแกต่ ัว ยกตัวใหส้ าคัญกวา่ ผอู้ ่ืน
ปจั จุบันน้มี ีมาก ส่งิ ใดทมี่ บี ุคคลทาไปเพอ่ื ชาติ
แตต่ วั เขาไมไ่ ดเ้ กีย่ วข้องด้วย เขาจะตอ้ งแสดงจดุ ยืน
ไมเ่ ห็นดว้ ยอยู่เสมอ เชน่ การตัง้ กองเสอื ปา่ เปน็ นสิ ัย
หยมุ หยิมคอยจบั ผิด คิดทาลายกนั ซ่งึ ถือว่าเป็นการ
บ่อนทาลายชาตอิ ยา่ งหนงึ่

ตอนท่ี 12 หลกั ฐานไมม่ ่ันคง

บคุ คลผู้มีหลักฐานไม่มนั่ คง ได้แก่ ผู้ท่ียังบกพรอ่ ง
ในกจิ การสว่ นตวั เช่น ขา้ ราชการชอบเลน่ การพนนั
นักเขยี น นกั หนังสอื พมิ พ์เมาสรุ า พลเมอื งไมม่ ีคุณภาพ
ทาใหช้ าวต่างชาตไิ มไ่ วใ้ จ เป็นสาเหตใุ ห้ต่างประเทศ
ตั้งศาลกงสุลชาระคดใี นระหวา่ งคนประเทศเขาและ
ประเทศของเรา เราจงึ ตอ้ งประพฤติตนให้สุจริต

ท้งั กาย วาจาและใจ

(สกุ ัญญา ตีระวนิช, 2532: 134-139)

สรปุ แนวคดิ

และสาระสาคญั ของบทความโคลนตดิ ลอ้

ตอนท่ี 3

ทรงเตือนไม่ใหเ้ ชือ่
ทุกอย่างทห่ี นังสอื พิมพ์
นาเสนอ ใหป้ ระชาชน
ใช้วิจารณญาณ

สรปุ สาระสาคญั โคลนตดิ ลอ้

ตอน ความนยิ มเปน็ เสมยี น

“เสมยี น” คือ ตาแหนง่ เจา้ หนา้ ทร่ี ะดบั ลา่ ง

ทมี่ ีหน้าที่เกี่ยวกับการเขียนหนังสอื เปน็ ตน้

เทยี บได้กับงานธรุ การในปัจจุบัน

ผู้ทมี่ ีการศกึ ษาในสมยั กอ่ น

นิยมเปน็ เสมยี น กล่าวคอื นยิ มเขา้ รบั ราชการ
โดยไม่สนใจกลับไปทาการเกษตร

ในภมู ลิ าเนาบา้ นเกิดของตน
เพราะมองว่าการเป็นเกษตรกร
เปน็ อาชีพทไ่ี ม่มีเกยี รติ
เหมอื นกับการเป็นเสมยี น
อกี ทัง้ ยงั เปน็ งานที่
ไมจ่ าเปน็ ต้องใชค้ วามรู้
ของคนที่มีการศกึ ษาแลว้

บุคคลเหลา่ นค้ี ดิ จะทาประโยชน์เพอื่ ประเทศชาติ

โดยการเปน็ เสมียน มองวา่ อาชีพอน่ื นัน้ ลว้ นไม่มเี กียรติ
ทง้ั ทค่ี วามจรงิ การทาเกษตรจะชว่ ยใหเ้ กิดประโยชน์
กับประเทศไดม้ าก และทกุ อาชพี มคี วามสาคญั
และมีเกียรติ

คนจาพวกนย้ี อมดนิ้ รนทนใชช้ ีวติ อยใู่ นกรงุ เทพฯ

ทง้ั ทเ่ี งนิ เดอื นไมม่ ากแตก่ ลบั ใชจ้ า่ ยฟมุ่ เฟอื ย
อาทิ นงุ่ ผา้ ม่วง ดหู นัง กินขา้ วตามกกุ๊ ช็อปหรอื ภัตตาคาร
ในแต่ละเดอื นตอ้ งเสียคา่ เชา่ บ้าน อีกท้ังมีค่าใช้จา่ ยต่าง ๆ
มากมาย เม่ือนานวันเข้ากอ็ าจถูกไล่ออกจากงาน
จนสุดท้ายชีวติ อาจจะจบส้ินลงไปโดยเปลา่ ประโยชน์

ท้ายทส่ี ดุ ทเี่ ปน็ เชน่ นเี้ พราะความผดิ ของทกุ คน

เพราะสงั คมยงั มองว่าการเป็นเสมยี นนัน้ มเี กียรติ
และเป็นอาชพี ท่ีสูงกวา่ ชาวนาชาวสวน ดังนัน้ เราทุกคน
ควรจะปรับเปลย่ี นทัศนคตใิ นการประกอบอาชพี
วา่ ทุกอาชพี ล้วนมเี กยี รติและสาคญั เท่ากนั ไม่ดกี ว่าหรือ?

ปณิณกะ สาระน่ารู้

กิจการหนงั สอื พิมพใ์ นสมยั รชั กาลที่ 6

ในสมยั รชั กาลท่ี 6 หนังสอื พมิ พเ์ ป็นสอ่ื ที่เขา้ ถึง

มวลชนไดม้ ากขึน้ กวา่ แต่ก่อน มผี นู้ ิยมทาหนังสอื พมิ พ์
เป็นอาชพี และเนอื่ งจากเกิดสงครามโลกครัง้ ที่ 1
ทาใหป้ ระชาชนเกิดความต่นื ตวั ทางการเมอื ง
ประกอบกบั รชั กาลที่ 6 ทรงโปรดงานหนงั สอื พิมพ์
และการโตแ้ ยง้ แสดงความคิดเหน็ เพราะได้รับอิทธิพล
มาจากการศกึ ษาในประเทศอังกฤษ ทาให้มีหนงั สือพมิ พ์
ออกมาอย่างแพรห่ ลาย ท้งั ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ในเมอื งจาลองดสุ ติ ธานี ยงั มหี นงั สือขา่ วทงั้ รายวัน

และรายสปั ดาห์ทีไ่ ดร้ บั ความนยิ มมาก ไดแ้ ก่ ดสุ ติ สมยั
ดสุ ิตสมิธ นาเสนอทง้ั เรอ่ื งการเมอื ง เรอ่ื งเบด็ เตลด็

กวนี ิพนธ์ และการ์ตูนลอ้ การเมือง

ล้อตดิ โคลน

จากนามปากกา “โคนนั ทวศิ าล”

นายพลเรือตรี พระยาวนิ ัยสุนทร (วมิ พลกลุ )

หลังจากทมี่ ีบทพระราชนพิ นธ์ “โคลนตดิ ลอ้ ”
กม็ ผี ู้ใชน้ ามปากกาวา่ “โคนนั ทวศิ าล”
เขียนบทความในชอื่ “ล้อตดิ โคลน” ลงในหนงั สอื พิมพ์
“กรงุ เทพฯเดลเิ มล”์ ตอบโต้บทความเร่ือง “โคลนตดิ ลอ้ ” วา่

ถ้าสารถคี นขบั รถมีฝีมือไม่ขับรถไปลงโคลน
โคลนจะติดล้อได้อย่างไร

บทความดงั กลา่ วไดใ้ ชเ้ หตผุ ลทน่ี า่ ฟงั มาเปน็ ขอ้ โตแ้ ยง้

จงึ เปน็ เรอ่ื งที่ฮือฮากนั มากในยุคนั้นด้วยเหตทุ ่ีการเขียนบทความ
โต้แย้งพระเจา้ แผ่นดนิ ในระบอบสมบูรณาญาสทิ ธริ าชย์
นบั เป็นเรอื่ งลอ่ แหลมและบงั อาจอยา่ งมาก

แต่ต่อมารชั กาลท่ี 6 ไดม้ พี ระกระแสรับสง่ั ว่าพระองค์
ไมไ่ ดถ้ อื โกรธแต่อย่างใด ทง้ั ยังทรงชมเชยว่าเป็นคนกลา้
ที่ชว่ ยแสดงความเหน็ ท่ีเปน็ ประโยชนต์ อ่ ประเทศชาติ

คาศัพท์น่ารู้

สแกนเพอ่ื เลน่ เกมการด์ จดจาคาศพั ท์

กุ๊กช็อป

ภัตตาคารให้บรกิ ารอาหารฝรั่ง (cook shop)

บ้านนอกขอกนา [ปัจจุบนั : บ้านนอกคอกนา]

เรยี กผู้ทเ่ี ป็นชาวไรช่ าวนาอยนู่ อกเมอื งหลวง

ผ้าม่วง

ผา้ นงุ่ แบบโจงกระเบนของข้าราชการสมัยกอ่ น

พดู อย่างละมอ่ ม

พดู อย่างสุภาพ

ออฟฟศิ

คาเรยี กสานักงาน (Office)

คาถามสะทอ้ นคิด

โคลนตดิ ลอ้ สือ่ ถงึ อะไร

โคลนติดล้อประกอบด้วยปญั หาอะไรบา้ ง

ผู้แตง่ ช้ที างแก้ไขปญั หาในเร่ืองโคลนตดิ ลอ้
ตอน ความนิยมเปน็ เสมียนว่าอย่างไร

นกั เรยี นเหน็ ดว้ ยกับแนวทางแกไ้ ขปัญหา
ในขอ้ 3 หรอื ไม่ เพราะเหตุใด มีส่ิงใดที่ควรเพ่ิมเติม

นกั เรียนคดิ วา่ ปญั หาต่าง ๆ ในโคลนติดล้อ
ยงั คงเปน็ “โคลนตดิ ลอ้ ”ของบา้ นเมอื งในปัจจุบนั
อยู่หรอื ไม่ เพราะเหตุใด

นกั เรยี นคดิ วา่ “โคลน”

ทก่ี ีดขวางความเจรญิ ของประเทศชาติ
ในปัจจุบันมอี ะไรบ้าง จงอธบิ าย

นักเรยี นไดร้ บั ขอ้ คดิ

เก่ยี วกับการเลอื กประกอบอาชพี
ในอนาคตของนักเรยี นอยา่ งไรบา้ ง?

บรรณานกุ รม

ณัฐวุฒิ คล้ายสวุ รรณและวนั เพญ็ เหลืองอรณุ .
2562. พินจิ วรรณคดีจากหนังสือแบบเรียนมธั ยมศกึ ษา
ตอนปลาย. กรุงเทพฯ : ซีเอด็ ยูเคชั่น.

ภาสกร เกิดอ่อน และคณะ. 2554. หนงั สือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน
ภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5.
กรงุ เทพฯ : อกั ษรเจริญทัศน.์

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน. กระทรวงศกึ ษาธิการ.
2557. หนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐานภาษาไทย วรรณคดีวจิ กั ษ์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5. กรุงเทพฯ : สกสค. ลาดพร้าว.

จดั ทาโดย

ครเู มธาวี ทองคุ้ม

กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
โรงเรียนจอมสุรางค์อปุ ถมั ภ์


Click to View FlipBook Version