The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารการสอน หน่วยที่ 5 เร่ือง ความขัดแย้ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wichooda jinda, 2020-04-27 11:19:50

เอกสารการสอน หน่วยที่ 5 เร่ือง ความขัดแย้ง

เอกสารการสอน หน่วยที่ 5 เร่ือง ความขัดแย้ง

เอกสารการสอน
เร่อื ง ความขัดแย้งดา้ นสงั คม

.....................................

ความขัดแยง้ ด้านการเหยยี ดผวิ
การค้าทาส การปฏบิ ัตติ ่อเพือ่ นมนษุ ย์เสมือน เปน็ สินค้า ทาใหส้ ูญเสีย

สทิ ธิส่วนบุคคลไป ได้เกดิ ขึน้ หลากหลายรูปแบบทั่วโลก แต่ขบวนการหนึ่งท่ีโดด
เด่นท้ังเร่อื ง เครือข่ายระดับโลกและเปน็ ตานานเล่าขาน ขบวนการค้าทาสข้าม
แอตแลนติค (Atlantic Slave Trade) ซง่ึ เกิดข้ึนระหว่างปลายศตวรรษที่15
จนถงึ กลางศตวรรษที่19 ขยายครอบคลุมไป
3 ทวีป ไดบ้ ังคับชาวแอฟริกันมากกว่า 10
ล้านคน เพือ่ พาไปยังทวปี อเมรกิ า ผลกระทบ
ที่เกิดข้ึนไม่เพยี งเฉพาะแต่พวกทาส และ
ลกู หลานของพวกเขาเท่านั้น แต่ยงั สง่ ผลต่อ
เศรษฐกิจและประวัติศาสตร์ ในหลายๆสว่ นของโลก เปน็ เวลาหลายศตวรรษ
มาแล้ว ทยี่ โุ รปและอัฟริกาได้ติดตอ่ กัน ผา่ นทางทะเลเมดิเตอร์เรเนยี น

การค้าทาสข้ามแอตแลนติคเร่ิมขน้ึ ไปชว่ งปลายทศวรรษที่ 1400 โดย
อาณานิคมโปรตเุ กสในอัฟรกิ าตะวันตก การที่สเปนไดไ้ ปต้ังรกรากท่ีทวปี เมริกา
หลังจากนั้นไมน่ าน พืชไร่ทท่ี าการปลูกท่ีอาณานิคมใหม่ เช่น ออ้ ย ยาสูบ และ
ฝา้ ย ซงึ่ ตอ้ งใช้แรงงานอย่างเข้มข้น และมันก็ไมม่ ีผู้ต้ังรกรากใหม่ หรือแรงงาน
อพยพท่ีเพียงพอ ท่ีจะเก็บเกี่ยวผลผลิตเหลา่ นน้ั ชาวอเมริกันพ้นื เมอื งไดถ้ ูกจับ
มาเปน็ ทาส แตส่ ่วนใหญ่ได้ตายจากโรคระบาดใหม่ทตี่ ิดมา พวกท่ียังแข็งแรงก็
ทาการตอ่ ต้านขัดขืน

ดังนั้น เพ่ือท่ีจะสนองความต้องการ แรงงานจานวนมหาศาล ชาวยุโรป
จึงเบนเข็มไปยังอัฟริกา ทาสชาวอฟั รกิ ามีมานานหลายศตวรรษ หลากหลาย

ประเภท เช่น ทาสจากการเป็นลูกหน้ึ ซ่ึงจากัดระยะเวลาการเป็นทาส และมี
โอกาสไถ่ตัวเอง ทาสบางประเภทก็คล้ายกับทาสติดที่ดินในยุโรป ในบางสังคม

ทาสอาจถือเป็นส่วนหนึ่ง ของครอบครัว ได้มีท่ีดิน และอาจมีโอกาส
ก้าวหน้า แต่เม่ือกัปตันเรือชาวยุโรปได้เสนอ สินค้า อาวุธ และ เหล้ารัม เพ่ือ

แลกกับทาส กษัตริย์ชาวอัฟรกิ าและพ่อค้า เร่ิมเกิดความลังเล พวกเขาไม่เห็นว่า
คนท่ถี กู ขายเปน็ ชาวแอฟริกันเหมือนๆ กัน แต่เป็น อาชญากร ลูกหนี้ หรือเชลย
ศึกจากเผ่าคู่อริ การขายพวกเขาคือความมั่งค่ังแก่กษัตริย์ และทาให้อาณาจักร

เขม้ แข็งขึ้น ในการต่อสู้กับชนเผ่าคู่อริ
หลายประเทศในอัฟริการ่งุ เรอื งมาจากการค้าทาส แต่เพอ่ื สนองความ

ตอ้ งการจากชาวยุโรป ทาให้เกดิ การแข่งขันรนุ แรง การค้าทาส ได้เขา้ มาแทนที่
เหล่าทาสนกั โทษ และการล่าทาสนนั้ เป็น
แรงจงู ใจสาคัญในการทาสงคราม จากเดมิ ท่ีเป็น

เพยี งผลพลอยได้ เพอื่ ปกป้องประเทศจาก
สงครามแยง่ ชิงทาส ประเทศเหลา่ น้นั ต้องการปืน

ไฟจากยุโรป ซึ่งกใ็ ช้ทาสไปแลกมาเชน่ เดิม การคา้
ทาสไดก้ ลายมาเปน็ การแข่งขนั ทางแสนยานุภาพ เปลยี่ นโฉมหน้าสังคมและ
เศรษฐกิจไปทั้งทวีปอฟั ริกา สาหรบั พวกทาสเองต้องเผชญิ กับ ความทารุน

โหดร้าย หลงั จากถูกต้อนมายังสถานีค้าทาสรมิ ชายฝ่ัง ถูกโกนผมเพื่อป้องกนั เหา
และถกู ตตี รา พวกเขาถูกยัดเข้าไปในเรอื ทมี่ ุ่งหน้าไปทวีปอเมริกา ประมาณ

20% ของพวกเขา จะไมม่ ีโอกาสได้เห็นแผน่ ดินอีก กัปตนั เรือส่วนใหญ่บรรทุก
ทาสแบบเต็มพิกัดให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ใต้ท้องเรอื ขณะที่สุขอนามัยท่ี
เลวร้าย ทาใหท้ าสหลายคนต้องล้มป่วยเสียชีวิต บางส่วนถูกจับโยนลงทะเล

เพียงเพราะลม้ ป่วย หรือจากการถูกลงโทษ เพื่อรกั ษาผลประโยชน์ของกัปตัน
เรือ พวกเขาจะตัดหูของทาสออก ใช้เป็นหลักฐานในการซ้ือขาย

ทาสบางส่วนรับมือกับปญั หาดว้ ย

ตัวเอง ชาวแอฟริกันส่วนใหญ่ ไม่เคยเห็นคนผิว
ขาวมากอ่ น และคิดไปว่าเปน็ มนษุ ยก์ นิ คน จาก

การท่มี าซอ้ื ทาสอยู่เรอื่ ยๆ อยา่ งไมร่ ู้จักพอ การ
กลวั ว่าจะถูกกนิ หรืออาจจะแค่ต้องการหนี
ปญั หา พวกเขาฆ่าตัวตาย หรืออดอาหาร

ตาย ด้วยเชื่อว่าเม่ือตาย วญิ ญาณพวกเขาจะได้
กลับบ้านเกิด ส่วนทาสทย่ี ังเหลือรอด ถกู ปฏบิ ัตอิ ย่างไรม้ นุษยธรรม เสมอื นเปน็

แค่สนิ ค้าอนั หนึง่
ทาสผู้หญิงและเด็กถูกแยกไว้อยู่บนดาดฟ้าเรือ และถูกข่มเหงโดย

ลูกเรือ ขณะท่ีทาสผู้ชายถูกจับให้มาเต้นรา เพ่ือให้ได้

ออกกาลังกาย และป้องกันการก่อกบฎ ชะตากรรมของ
ชาวแอฟริกันท่ีมาถึงโลกใหม่ และผลกระทบจากการค้า

ทาสท่ีตกทอด มาจนถึงลูกหลานทาสเหล่านั้น เป็นท่ีรู้ๆ
กันดี แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยรู้กันก็คือ ผลกระทบจากขบวน
การค้าทาสข้ามแอตแลนติค ท่ีมีต่ออนาคตของอัฟ

ริกา ไม่เพียงแค่อัฟริกาได้สูญเสีย ทรัพยากรมนุษย์ไป
กว่า 10 ล้านคน แต่เน่ืองว่าทาสส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ผลกระทบระยะยาวในเชิง

โครงสร้างประชากร จึงย่ิงรุนแรงข้ึนไปอีก เมื่อการค้าทาสได้กลายเป็นสิ่งผิด
กฎหมาย ในอเมรกิ าและยุโรป

ประเทศอัฟริกาท่ีเศรษฐกิจเคยรุ่งเรือง ก็ตกต่าลง เปิดช่องให้ถูกยึก

ครองตกเป็นอาณานิคม การแข่งขันที่สูงขึ้นและ การทะลักเข้ามาของอาวุธจาก
ยุโรป เพิ่มเชอื้ ไฟสงครามและ ความไม่มั่นคงในทวีปจนถึงทุกวันนี้ ขบวนการค้า

ทาสข้ามแอตแลนติค ยังทาให้เกิดแนวคิดเรื่องการเหยียดผิว ทาสชาวแอฟริกัน
ส่วนใหญม่ าเปน็ ทาส จากการถูกลงโทษตามกฏหมาย หรือเป็นเชลยสงคราม แต่

ชาวยุโรป ผู้ซ่ึงยึดหลักสากลของศาสนา และผู้ที่เคยกดข่ีชาวคริสเตียน อย่างผิด
กฏหมายเมื่อนานมาแล้ว ต้องการความชอบธรรมในการมีทาส ซึ่งขัดกับหลัก

ความเชอ่ื เรื่องความเสมอภาคอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาจึงอ้างว่าชาวแอฟริกัน มี
ความด้อยกว่าทางชีวภาพ แล้วเกิดมาเพื่อเป็นทาส พวกเขาพยายามอย่างมาก

เพ่ืออ้างความชอบธรรมนี้ ดังน้ัน การค้าทาสในยุโรปและอเมริกา จึงมีฐาน
แนวคิดเร่ืองเหยียดเช้ือชาติ ทาให้ทาสและลูกหลานของพวกเขาน้ัน ไม่มีโอกาส
ได้รับความเท่าเทียมกนั ทางสังคม

ดว้ ยเหตเุ หลา่ น้ี ขบวนการคา้ ทาสข้ามแอตแลนติคสร้างความอตธิ รรม
อย่างใหญห่ ลวง ซึ่งผลกระทบยงั คงมีต่อไป ภายหลังการเลิกทาส

ความขดั แย้งด้านเชอื้ ชาติ
ในอดีต ภูมิภาคยุโรปประกอบไปด้วยรัฐต่างๆ ท่ีมีพรมแดนติดกัน

โดยพรมแดนมักจะเปลี่ยนแปลงไป และไม่มีการกาหนดเขตแดนที่แน่นอน
ตามแผนที่ทางภูมิศาสตร์ ภายหลังสงครามโลกครั้งท่ีหนึ่ง เกิดการ

ปลดปล่อยดินแดนต่างๆ ส่งผลทาให้เกิดกลุ่มชนที่มีความหลากหลายทาง
ชาติพันธุ์ แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งท่ีสองได้ส้ินสุด ภูมิภาคยุโรปได้รับ
ผลกระทบที่รุนแรงมากกว่าประเทศในภูมิภาคอื่น เน่ืองจากยุโรปถูกแบ่ง

ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ยุโรปตะวันออกและยุโรปตะวันตก ยุโรปมีความ
ขดั แย้งระหวา่ งประเทศลดลงแต่มคี วามขัดแยง้ ทางด้านเชื้อชาติเข้ามาแทนที่

ปัจจุบันปัญหาความขัดแย้งทางเชื้อชาติในยุโรปกลายเป็นประเด็นสาคัญ
ทางด้านสิทธิมนุษยชน เพราะไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของ
ภูมิภาคยโุ รปเทา่ นน้ั แต่ยงั ส่งผลกระทบตอ่ สันติภาพของโลกดว้ ยเช่นกนั

ภายหลังสหภาพโซเวียตได้ล่มสลายลงในปี พ.ศ. 2534 ประเทศ
บริวารในยุโรปตะวันออกบางประเทศได้เกิดสงครามกลางเมือง อัน

เน่ืองมาจากปัญหาความขัดแย้งในเร่ืองเช้ือชาติ ทาให้องค์การสนธิสัญญา
ป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ต้องส่งหน่วยรักษาสันติภาพ
ไปยงั บริเวณท่ีเกดิ ความขดั แย้งเพ่ือให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เช่นใน

ปี พ.ศ. 2536 ส่งหน่วยรกั ษาสันติภาพเข้าไป
ยังพืน้ ทีท่ ่เี กิดความขดั แย้งในประเทศบอสเนีย

แ ล ะ เ ฮ อ ร์ เ ซ โ ก วี น า แ ล ะ ใ น พ .ศ .
2542 องค์การนาโตได้ส่งกองกาลังเข้า
ปราบปรามชาวเซิร์บที่ต้องการล้างเผ่าพันธ์ุ

ชาวโคโซโวเชอื้ สายแอลเบเนีย
ใ น อ ดี ต ส ห พั น ธ์ ส า ธ า ร ณ รั ฐ

ยูโกสลาเวียปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์
โดยมีผู้นาท่ีมีความสามารถในการปกครอง

และผสานความสมานฉันท์ระหว่างเช้ือชาติ คือ พลเอก โจซีป ตีโต(Josip
Tito) ทาให้ความขัดแย้งทางเชื้อชาติไม่มีปัญหามากนัก จนกระท่ัง

เปลี่ยนแปลงผู้นา คือ นายสโลโบดัน มิโลเชวิช (Slobodan Milosevic) ซึ่ง
เป็นคนเชื้อสายเซิร์บหัวรุนแรง ทาให้ปัญหาเชื้อชาติประทุข้ึนข้ึนมาอีกครั้ง

นอกจากน้ีความขัดแย้งท่ีเกิดขึ้นยังมีสาเหตุมาจากความแตกต่างในด้าน
ศาสนาดว้ ย อาทิ ชาวเซิร์บนับถือศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์ ส่วน
ชาวสโลวีนและโครแอตนบั ถอื ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นต้น ทา

ให้เกดิ ความขัดแย้งของรัฐบาลในแต่ละสาธารณรัฐ โดยเฉพาะอย่างย่ิงเมื่อ
รัฐบาลคอมมิวนิสต์หัวรุนแรงได้ขึ้นเป็นรัฐบาลกลางปกครองประเทศและ

รัฐบาลแห่งรัฐเซอร์เบียได้ผลักดันให้ชาวเซิร์บเข้ามามีบทบาทในกองทัพมา
ข้ึน ทาให้สาธ ารณรั ฐอื่น ไม่พ อใจเป็ นอย่าง มาก โดยใน ปี พ .ศ.
2534 สาธารณรัฐต่างๆไดแ้ ยกตวั จากยโู กสลาเวยี

เม่ือแต่ละสาธารณรัฐประกาศแยกตัวจากยูโกสลาเวีย ปัญหาที่
เกิดข้ึน คือ ปัญหาทางด้านเชื้อชาติ เช่น ชาวเซิร์บในเขตสาธารณรัฐโคร

เอเซีย บอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนา ได้ต่อต้านรัฐบาลโครเอเชียและรัฐบาล
บอสเนีย ภายใต้การสนับสนนุ จากรัฐบาลของสาธารณรัฐเซอร์เบีย ทาให้เกิด
การสู้รบในโครเอเชียขึ้นระหว่างกองกาลังชาวเซิร์บกับกองทัพรัฐบาลโคร

เอเซยี ตง้ั แต่เดือนมถิ ุนายน พ.ศ. 2534 จนถึงปี พ.ศ. 2538
ส่วนสงครามในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนามีความซับซ้อนมากกว่า

สงครามท่ีเกิดข้ึนใน โคร
เอเซีย เนื่องจากเป็นการสู้
ร บร ะ หว่ า ง 3เชื้ อชา ติ

ได้แก่ ชาวบอสเนียมุสลิม
ชาวเซิร์บ และชาวโครแอต

โดยกองกาลังชาวเซิร์บได้
ฆ่าชาว บอสเนียมุสลิม

หลายพนั คน ต่อมาชาวบอสเนียได้ร่วมมือกับชาวโครแอตก่อตั้งสมาพันธ์รัฐ
มสุ ลมิ โครแอตขน้ึ ในเดอื น มีนาคม พ.ศ. 2537 อยา่ งไรก็ตาม สงครามกลาง

เมอื งยงั คงดาเนนิ ตอ่ ไปและทาให้มีผู้เสียชีวิตและไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจานวนถึง
หลายแสนคน ปัญหาดังกล่าวทาให้ประชาคมยุโรปและองค์การ

สหประชาชาติต้องเข้าไปแทรกแซงเพื่อยุติสงคราม อาทิ นโยบายปิดล้อม
ทางเศรษฐกิจต่อสาธารณรัฐเซอร์เบีย การประกาศเขตคุ้มครองความ
ปลอดภัยแก่พลเรือน และมาตรการเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าบอสเนีย เป็น

ตน้ แตม่ าตรการต่างๆเหล่านไ้ี ม่บรรลุผลเทา่ ที่ควร
ในปี พ.ศ. 2538 กองทัพอากาศขององค์การสนธิสัญญา

แอตแลนติกเหนือ (NATO) ได้โจมตีกองกาลังชาวเซิร์บในบอสเนีย และ
ปลายปี พ.ศ. 2538 สหรัฐอเมริกาได้เข้าเป็นตัวกลางในการเปิดการเจรจา
สันติภาพในเรื่องปัญหาของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา จนนามาสู่การลง

นามสนั ตภิ าพ ณ กรงุ ปารีส
วิกฤตการณ์ในบอสเนีย

มีสาเหตุใหญ่มาจากความขัดแย้ง
ด้านเชื้อชาติที่ยืดเย้ือมาเป็นเวลา
ยาวน าน แต่สถานก าร ณ์ไ ด้

รนุ แรงในช่วงหลังสงครามเย็นได้
ส้ิน สุด ล ง ก า ร น อ ง เ ลื อ ด ใ น

บอสเนียเป็นการต่อสู้กันระหว่าง
กลุ่มชน 3 กลุ่ม ได้แก่ ชาวโค
รแอท ชาวเซิร์บ และชาวมุสลิม โดยกลุ่มมุสลิมซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลของ

บอสเนีย ฝ่ายเซิร์บไม่พอใจรัฐ บาลมานาน จึงมีการกระทาเพื่อต่อต้านใน
รูปแบบต่างๆ อาทิ การทาทารุณและกักขังพลเรือนในค่ายกักกันของชาว

เซิร์บ การข่มขืนหญิงสาวชาวมุสลิมโดยมีเป้าหมายเพ่ือล้างชาติหรือกลืน
เผ่าพันธุ์ ในที่สุดก็กลายมาเป็นความขัดแย้งด้านเช้ือชาติ ซึ่งรุนแรงขึ้นเมื่อ

รัฐบาลที่ปกครองโดยชาวมุสลิม ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของสาธารณรัฐ
บอสเนีย ได้ประกาศแยกตัวเป็นอิสระจากสหพันธรัฐยูโกสลาเวีย เมื่อ

สาธารณรัฐบอสเนีย ได้ประกาศ
แยกตัวเป็นอิสระแล้ว ชาวเซิร์บก็

ป ร ะ ก า ศ ตั ว เ ป็ น อิ ส ร ะ ขึ้ น ม า ใ น
ดินแดนบอสเนีย แต่ทางรัฐบาลของ
บอสเนียไม่ยอมจึงเกิดการต่อสู้กัน

ข้ึนจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง
และสงครามก็ได้ขยายวงกว้างออกไปก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อ

ประเทศในภมู ิภาคยโุ รป เพราะสัญญาณท่ีสะท้อนจากการกวาดล้างทางเช้ือ
ชาติของพวกเซิร์บ เป็นการกระตุ้นความรู้สึกเกลียดชังทางเชื้อชาติและค
วามรู้สึกชาตินิยมมากข้ึนในยุโรป ซ่ึงกลุ่มชนท่ีอยู่ในดินแดนเหล่านั้นถูก

ปกครองโดยไมใ่ ห้สิทธเิ สรภี าพแกช่ นกลมุ่ น้อยในช่วงแห่งสงครามเย็น
นอกจากปัญหาในดนิ แดนอดีตยโู กสลาเวียแล้ว ไอรแ์ ลนด์ กเ็ ป็นอกี

ตวั อยา่ งของปญั หาความแตกตา่ งทางเช้อื ชาติ สืบเนือ่ งมาจากชาวอังกฤษ
และชาวไอรชิ มเี ชือ้ ชาติทแี่ ตกตา่ งกนั โดยชาวองั กฤษสบื เชอ้ื สายมาจากเผ่า
แองโกล-แซกซอน (Anglo-Saxon) สว่ นชาวไอริชสบื เช้อื สายมาจากเผ่า

เคลท์ (Celt) ซ่ึงความแตกตา่ งกันทางเช้อื ชาติดงั กลา่ วสง่ ผลให้ชาวอังกฤษ
กับชาวไอรชิ เข้ากันไมไ่ ด้ ความเกลียดชงั ดา้ นเช้อื ชาติเป็นสาเหตหุ นึ่งท่ี

นาไปสู่ปญั หาในไอรแ์ ลนด์
กล่าวได้ว่ากระบวนการชาตินยิ มใหม่มีรากฐานมาจากความแตกตา่ ง

ทางวฒั นธรรมและอารยธรรม อาทิ ปัญหาชนกลมุ่ น้อยในประเทศรสั เซีย

บอสเนีย และยูโกสลาเวีย อย่างไรก็ตาม วกิ ฤตการณใ์ นยูโกสลาเวยี มีการ
ต่อสขู้ องพลเมอื งโดยใช้ความรนุ แรง และทาสงครามอยา่ งเตม็ รปู แบบ

ประเดน็ ปญั หาในโคโซโวเป็นเรอื่ งที่ยุ่งยากท่ีสุดในบรรดาความขดั แย้งทาง
การเมอื งท้งั หมดในคาบสมุทรบอลข่าน กลา่ วได้ว่าพน้ื ทีด่ ังกล่าวเปน็ พืน้ ท่ีที่มี

การละเมิดสิทธิมนษุ ยชนรุนแรงที่สดุ ในยุโรป และแนน่ อนว่าจะเปน็ บริเวณ
ซงึ่ ถ้าหากเกิดสงครามปะทขุ ้นึ มาแลว้ การฆ่าลา้ งและการทาลายล้างจะ

รุนแรงยงิ่ กว่าบรเิ วณอื่นใดในภูมิภาคยโุ รป โดยทั่วไปในประเทศตะวันตกตา่ ง
มีทศั นะที่แพรห่ ลายอันหนึ่งเกีย่ วกับสงครามในโครเอเชยี และบอสเนีย วา่

เป็นปญั หาของความขดั แยง้ ในทางชาตพิ นั ธ์ุ (ethnic conflict) ซ่ึงถกู สั่งสม
ขึ้นมาด้วยความเกลียดชงั ระหวา่ งชาตพิ นั ธใ์ุ นหมูผ่ คู้ นในพนื้ ที่ และส่งผล
กระทบท่ีรนุ แรง

ใน ก ร ะ บว น ก าร สร้ าง
ชาติ (Nation-building) ในกลาง

ศตวรรษท่ี 18 ชาตินิยมซึ่งเป็น
อดุ มการณ์ทางสังคมและการเมือง
ได้ถูกสรา้ งขึน้ จากกลุ่มชาติพนั ธุ์ที่มี

อานาจโดยเน้นวัฒนธรรมของชาติ
ให้ เ ป็น วั ฒ น ธ ร ร ม ท่ี เ ป็น ข อ ง

ประชาชนท่ัวไป ความหลากหลาย
ทางวัฒนธรรมจึงจะหมดไป อาทิ
เมื่อรสั เซยี มีอานาจในการปกครองประเทศ การสร้างชาติที่รวมเอากลุ่มชาติ

พนั ธต์ุ า่ งๆ เขา้ ไว้ด้วยกันเป็นส่ิงจาเป็นในการสร้างสหภาพโซเวียต และการ
เ ป็ น ป ร ะ ช า ช น ช า ว โ ซ เ วี ย ต ภ า ย ใ ต้ อุ ด ม ก า ร ณ์ ช า ติ นิ ย ม

คอมมิวนสิ ต์ (รัสเซีย) แต่เม่ือสงครามเย็นได้สิ้นสุดลง ทาให้เกิดประเทศใหม่
ที่เป็นของกลมุ่ ชาตพิ ันธ์ุตา่ งๆจานวนมาก แสดงให้เห็นว่าความเป็นชาติพันธ์ุ
ไม่ได้จางหายไปแต่อย่างใดแต่ถูกซ่อนไว้ ความหลากหลายทางชาติพันธ์ุจึง

ไม่ใช่ปรากฎการณ์ใหม่ และไม่ใช่สิ่งท่ีจะสามารถลบล้างออกไปได้อย่าง
ง่ายดาย ในรัฐชาติสมัยใหม่ (Modern nation-state) วัฒนธรรมของกลุ่ม

ชาติพนั ธท์ุ ี่เป็นชนกลุ่มใหญ่ มักถูกถือเป็นวัฒนธรรมประจาชาติหรือเป็นอัต
ลกั ษณข์ องชาติ โดยวัฒนธรรมของชนกลมุ่ น้อยมักถูกปิดทบั เอาไวใ้ นอดตี

สหภาพยุโรปได้ให้ความสาคัญต่อปัญหาความขัดแย้งทางเชื้อชาติ
แ ล ะ ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร มี เ อ ก ลั ก ษ ณ์ ข อ ง ชุ ม ช น อั น ต้ั ง อ ยู่ บ น ห ลั ก ก า ร ข อ ง

ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และหลักกฎหมาย โดยสหภาพยุโรปมี
นโยบายและมาตรการส่งเสริมสิทธิของชนกลุ่มน้อย ปัจจุบันสหภาพยุโรป

ถือเป็นองค์การระหว่างประเทศ ที่มีกฎหมายและนโยบายในการส่งเสริม
สทิ ธขิ องชนกลุ่มน้อยได้อย่างดีเย่ียม

คณะกรรมาธิการยุโรป มีบทบาทในการวางนโยบายด้านสิทธิ

มนุษยชน และดาเนินความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพ่ือส่งเสริม กลไกการ
ดาเนินงานของสหภาพยุโรปที่เก่ียวกับเรื่องชนกลุ่มน้อยและชาติพันธ์ุ

แผนการดังกล่าวนับได้ว่ามีส่วนช่วยในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและ
ประชาธิปไตยในสหภาพยุโรปได้มาก นอกจากน้ีสภายุโรปก็มีส่วนสาคัญใน
การปกปอ้ งคมุ้ ครองสิทธิมนุษยชน และเป็นองค์กรหลักในการประสานงาน

ทางดา้ นสิทธิมนษุ ยชนกับสถาบันต่างๆของสหภาพยโุ รป คณะกรรมาธิการท่ี
มีบทบาทในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน คือ คณะกรรมาธิการ

สิทธิมนุษยชนของรัฐสภายุโรป ผลงานทางด้านสิทธิมนุษยชนของรัฐสภา
ยุโรปท่ีสาคัญคือ การจัดสรร
ง บ ป ร ะ ม า ณ แ ล ะ ก า ร จั ด ต้ั ง

กองทุนเพ่ือช่วยเหลือชนกลุ่ม
น้อย

สาหรับประเด็นปัญหา
ความขัดแยง้ ทางเช้ือชาตทิ เี่ กิดขึ้น
ภ า ย น อ ก ภู มิ ภ า ค ยุ โ ร ป น้ั น

สหภาพยุโรปได้ให้ความสนใจ
ปัญหาความขัดแย้งในประเทศพม่า ซ่ึงประกอบด้วยประชาชนกลุ่ม

ใหญ่ 4 เชื้อชาติ คือ ชาวพม่าแท้ท่ีเป็นชนกลุ่มใหญ่ที่สุด ชาวกะเหร่ียง ไทย
ใ ห ญ่ แ ล ะ ม อ ญ ท่ี มี ค ว า ม ขั ด แ ย้ ง ร ะ ห ว่ า ง กั น อั น เ น่ื อ ง ม า จ า ก

นโยบาย “แบ่งแยกแล้วปกครอง” (Devide and Rule) ของอังกฤษในสมัย
ที่พมา่ ยงั เป็นอาณานิคมขององั กฤษทสี่ ่งผลกระทบมาจนถงึ ปจั จุบัน โดยกลุ่ม
ประเทศยโุ รปแสดงความสนใจตอ่ ปญั หาการละเมิดสทิ ธมิ นษุ ยชนในพม่าเป็น
อย่างมาก และได้ดาเนินการประณามและใช้มาตรการกดดันรัฐบาลทหาร
ของพม่ามาอย่างต่อเน่ือง เช่น การระงับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่
พม่า แต่อย่างไรก็ตามในช่วงปี พ.ศ. 2544 นั้น สหภาพยุโรปได้ให้เงิน
บริจาคผา่ นองคก์ ารสหประชาชาติ เพอื่ กิจกรรมด้านมนุษยธรรมในพม่า

ฮิตเลอร์ฝงั พิษ ปมขดั แย้งเช้อื ชาติ โดย...ชอ้ งนาง ปรีชาเจรญิ ศิลป์
ความขัดแย้งทางเช้ือชาติและสีผิวยังคงเป็นเหมือนสนิมท่ีกัดกร่อน
สังคมมนษุ ยม์ าตลอดระยะเวลากว่า 91 ปีท่ีผ่านมา นับตั้งแต่ท่ี อดอล์ฟ ฮิต
เลอร์ ชายผ้คู ล่งั เชอื้ สายชาวอารยัน ตีพิมพ์ ไมน์คัมพฟ์ (Mein Kampf) หรือ
การต่อสู้ของข้าพเจ้า หนังสือที่ฮิตเลอร์ลงมือเขียนด้วยตัวเอง บอกเล่า
เร่ืองราวอัตชีวประวัติของตัวเอง และเผยแพร่อุดมการณ์เช้ือสายอารยัน
บริสุทธ์ิ แนวคดิ ต่อต้านคอมมิวนิสต์ และเหตุผลที่ต้องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว
แมต้ วั จะตาย แตอ่ ุดมการณข์ องฮติ เลอรย์ งั คงอยู่ เพยี งแต่เปลย่ี นรูปแบบจาก
แนวคดิ อารยนั บริสุทธิ์และต่อต้านชาวยิว เป็นความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ
สีผิว และศาสนา ทเี่ กิดขึ้นในทกุ สังคม
ตัวอย่างความขัดแยง้ ทางเชือ้ ชาตแิ ละสผี ิวที่เกิดข้ึนในสหรัฐ โดยปม
ขัดแย้งทางผิวสีเริ่มปะทุข้ึนเมื่อตารวจผิวขาว 2 นายยิง อัลตัน สเตอร์ลิง
ชายผิวสีจนเสียชีวิต ที่เมืองบาตัน รูจ รัฐหลุยเซียนา ตามมาด้วยเหตุการณ์
ตารวจผิวขาวยงิ ฟแิ ลนโด คาสติล ชายผิวสีท่ีเสียชีวิตภายในรถยนต์ ที่เมือง
เซนตพ์ อล รัฐมินนิโซตา ประกอบกับการพบศพชายผิวสีแขวนคออยใู่ ต้ต้นไม้
ท่ีสวนสาธารณะเพียด์มอนต์ เมอื งแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ซึ่งมีการเชื่อมโยง
ไปถึงกลุ่มคู คลักซ์ แคลน (เคเคเค) กลุ่มคนต่อต้านสีผิว เช้ือไฟแห่งความ
ขัดแย้งทางผิวสีที่เกิดขึ้น ส่งผลให้สังคมสหรัฐแตกแยกมากท่ีสุดในรอบ 25

ปี โดยผลสารวจของสานักข่าวเอบีซี พบว่า 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสารวจ
มองว่า นับวันปัญหาทางผิวสีย่ิงย่าแย่ลง แตกต่างจากช่วงสัปดาห์แรกท่ี

ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ผู้นาผิวสีคนแรกของสหรัฐเข้ารับตาแหน่ง
โดยส่วนใหญ่มองว่า ชาวผวิ สีมกั ได้รับการปฏิบตั ทิ ีแ่ ตกต่างไปจากชาวผิวขาว

ชายผวิ สมี ีความเส่ยี งทจ่ี ะถกู เจา้ หน้าที่ตารวจสงั หารมากกว่าชาวผิวขาวถึง 9
เท่า สอดคล้องกับข้อมูลของหน่วยงาน แมพพ่ิง โปลิส ไวโอเลนซ์ พบว่า
พลเมืองผิวสีมีแนวโน้มที่จะถูกตารวจสังหารมากกว่าชาวผิวขาวถึง 3 เท่า

โดยในปี 2015 มีชาวผิวสีถูกตารวจสังหารกว่า 346 คน และ 30% ของ
ผู้เสียชีวิตไม่มีอาวุธ ย่ิงไปกว่านั้น ชาวผิวสีมีรายได้น้อยกว่าครึ่งหน่ึงของ

รายได้เฉลยี่ พลเมอื งสหรฐั อัตราการตายของทารกผิวสีแรกเกิดสูงกว่าทารก
ผิวขาวถงึ 2 เท่า ความมงั่ ค่งั ของครอบครวั ผวิ สนี ้อยกว่าความมัง่ คง่ั เฉลี่ยของ
ครอบครวั ผวิ ขาวถึง 13 เทา่ และ 38% ของนกั โทษในเรอื นจาเป็นชาวผิวสี

แม้สังคมพหวุ ัฒนธรรมอย่างสหรฐั จะเผชิญกับความขดั แยง้ ดา้ นผวิ สี
หลายครั้ง แต่บทเรยี นจากอดตี กลบั ไมส่ ามารถสร้างความเปลย่ี นแปลงได้

อย่างถาวร กลับกันปญั หาดังกลา่ วย่ิงรนุ แรงขนึ้ และนาไปสู่ความสูญเสยี ที่
ประเมินค่าไมไ่ ด้

ปัญหาการฆา่ ลา้ งเผ่าพนั ธใุ์ นรวนั ดา
เคยได้ยินเรือ่ งการฆ่าลา้ งเผ่าพันธร์ุ วันดากับรเึ ปลา่ นเี่ ป็นการฆา่ ลา้ ง

เผา่ พนั ธท์ุ ี่กินเวลาราวๆ 100 วันในช่วงปี 1994 และน่าแปลกท่ีแทบไมม่ ี
ใครเขา้ ไปหยุดย้งั
เหตุการณท์ ี่
เกดิ ข้ึนเลย ทง้ั ท่ี
เหตกุ ารณน์ ี้
เกิดข้ึนในยุค
สมัยใหม่

การฆ่าลา้ งเผ่าพันธุร์ วนั ดา เปน็ เหตกุ ารณ์ที่เกิดข้ึนในประเทศ
รวันดา ที่เคยถูกเบลเยียมปกครองและเป็นท่อี ยอู่ าศยั ของชนพืน้ เมืองสองชน
เผ่าใหญ่ๆ ไดแ้ ก่เผ่าทุตซี และเผา่ ฮูตู

จุดเร่มิ ต้นของความขดั แย้งในประเทศเกิดจากในสมยั ทป่ี ระเทศ
รวนั ดายงั คงเปน็ เมอื งขึ้น เผ่าทุตซีทมี่ ีจานวน
นอ้ ยกว่าเผ่าอน่ื ๆ กลบั เป็นชนชน้ั ปกครองของ
ประเทศ และไดร้ ับอภสิ ทิ ธ์ิเหนือชนเผา่ อน่ื ๆ
เชน่ เผ่าฮูตูที่มจี านวนมากท่ีสดุ ในประเทศ

เบลเยียม สั่งใหช้ นพ้นื เมอื งในพนื้ ที่
ลงทะเบียนวา่ ตนเองเป็นคนจากเผ่าไหน
ระหว่าง เผ่าฮตู ูและเผ่าทุตซี ซึง่ เปน็ การบม่
เพาะความไม่พอใจแก่เผ่าฮูตูเปน็ อย่างมาก
ดงั นั้นเมอ่ื รวนั ดาได้รับอิสรภาพจากเบลเยยี ม
รฐั บาลชาวทตุ ซกี ็ถกู ปฏวิ ัติจากชาวฮูตูแทบจะ
ในทนั ที

การปฏวิ ัติในคร้ังนี้ ทาให้ชาวทตุ ซีจานวนมากตอ้ งออกจากประเทศ
หรอื กลายเปน็ กล่มุ ตอ่ ต้านการกดข่ขี องชาวฮตู ู จนทาให้รวันดาตกอยใู่ น

ภาวะความขัดแยง้ ระหว่างชนเผา่ เปน็
เวลานาน
ความขัดแย้งในประเทศดาเนินเรื่อยมา
ประธานาธิบดี จูเวนาล ฮับยาริมานา
ของฮูตูพยายามเจรจาสันติภาพกับ
ชาวทุตซี แต่ถกู มิซไซล์ (ขปี นาวุธนาวิถี)
ยงิ ถลม่ เครื่องบินจนเสยี ชีวิตไปเสยี ก่อน

ทีม่ าของมิซไซล์นัน้ เป็นที่ถกเถยี งกันอย่คู อ่ นขา้ งมาก เพราะมี
แนวคดิ ที่วา่ จริงๆ แล้วมิซไซลเ์ หล่านีถ้ กู ยงิ มาจากทหารฮูตูหัวรุนแรง ที่ไม่
พอใจในการเจรจาสนั ตภิ าพ แต่แมว้ า่ จะยงั ไมอ่ าจมน่ั ใจได้ว่าใครเป็นคน
สงั หารประธานาธบิ ดี ประชาชนจานวนมากกลา่ วว่าเปน็ ความผดิ ของชาวทุต
ซี และเปน็ จุดเริม่ ต้นของการฆ่าลา้ งเผ่าพนั ธช์ุ าวรวนั ดาดว้ ยมือชาวรวนั ดา

การฆ่าลา้ งสงั หารใน
ครง้ั นที้ าใหม้ ีผเู้ สียชวี ติ จากทัง้
สองฝา่ ยรว่ มแลว้ กวา่
800,000 ราย และกลายเปน็
หน่งึ ในโศกนาฏกรรมที่เลวร้าย
ทส่ี ดุ ครัง้ หน่งึ ของมนุษยชาตไิ ป
โดยทแี่ ทบจะไม่มใี ครเลยที่กล้า
พอจะย่นื มอื มาหยุดย้ัง

สุดท้ายแลว้ การฆา่ ลา้ งเผ่าพันธจ์ุ บลงด้วยการเข้ายึดอานาจจากกอง
กาลังของชาวทุตซีทนี่ าโดยนายพอล คากาเม กอ่ นทจ่ี ะขนึ้ เปน็ ประธานาธิบดี
ในเวลาต่อมา

วันนี้ประเทศรวนั ดาคอ่ ยๆ พัฒนาข้ึน ดว้ ยความพยายามของรัฐบาล
ในการลดความขัดแย้งภายในประเทศ ต้งั แต่การให้แตล่ ะชนเผา่ มที ี่นัง่ ใน
สภาอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการชว่ ยเหลือประชาชนทกุ ฝา่ ยท่ีเดอื ดรอ้ น
ในทางการเมอื งนายพอล คากาเมจะเผด็จการบ้าง แตผ่ ลงานการเยยี วยา
ประเทศทีก่ าลังบอบช้าของเขาก็เป็นเรื่องทีป่ ฏิเสธไมไ่ ดเ้ ลย

การฆ่าล้างเผ่าพนั ธใุ์ นกัมพูชา

the killing fields:การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ท่ีเลวร้ายที่สุดของ

ศตวรรษท่ี 20

ตานานสังหารที่โลกไม่เคยลืม บท

บันทกึ ความเลวรา้ ยที่ปรากฎใน

ประวตั ศิ าสตรท์ มี่ นุษย์กระทาตอ่ มนษุ ย์

ดว้ ยกันอย่างป่าเถื่อนทารุณ จาก

โศกนาฏกรรม "กัมพชู า" ชว่ งเขมรแดงเรือง

อานาจหลงั จากยดึ กรงุ พนมเปญได้ในปี

2518 ทั่วทงั้ แผน่ ดนิ แดงฉานดว้ ยเลือด

ประชาชนผบู้ รสิ ุทธิท์ ต่ี กเป็นเหยอื่ ความ

โหดเห้ียม

ประวตั ศิ าสตรก์ มั พูชายุคใหม่เร่ิมต้น เมือ่ ได้รบั เอกราชอย่าง

สมบูรณต์ ามขอ้ ตกลงเจนวี าระหวา่ งเวยี ดนามกับฝร่ังเศสเมอื่ พ.ศ.2497

สมเดจ็ เจ้านโรดมสหี นปุ กครองประเทศมาตอ่ เนือ่ ง กระทั่งผลกระทบของ

สงครามเยน็ ทาใหก้ มั พูชาในชว่ งปี 2508 สภาพเศรษฐกิจและสังคมตกตา่

เสื่อมโทรมถงึ ขีดสุด เกิดความว่นุ วายทางการเมอื งและการเดินขบวน

ประท้วงรฐั บาลของนกั ศึกษาประชาชน เดอื นเมษายน 2510 ชาวบ้านและ

ชาวนาในอาเภอซมั ลดู จังหวดั พระตะบอง กอ่ การจลาจล รัฐบาลส่งทหาร

เข้าปราบปรามอย่างรนุ แรง ทาใหป้ ระชาชนซ่งึ ถูกรวมเรยี กเปน็ ฝ่ายซา้ ย

หลบหนีเข้ารว่ มกับฝา่ ยคอมมวิ นสิ ตก์ ัมพชู า ซง่ึ มีฐานท่มี ัน่ อยใู่ นพืน้ ท่ปี ่าเขา

ต่อมาเดือนมีนาคม 2513 นายพลลอน นอล ทาการรัฐประหาร กอ่ นกอง

กาลังฝ่ายคอมมวิ นสิ ตก์ มั พูชาหรอื เขมรแดง (Khmer Rouge) ซึ่งมเี วียดกง

เป็นพันธมติ ร เข้ายึดอานาจปกครองกัมพชู าได้สาเรจ็ เมื่อวนั ที่ 17 เมษายน

2518 จากนน้ั มากมั พชู าอยภู่ ายใต้อานาจของนายพล พต ผนู้ ากล่มุ เขมร

แดง ผโู้ คน่ ล้มรฐั บาลลอน นอล ทไี่ ด้รับการสนับสนนุ จากสหรฐั อเมริกา

กมั พูชาในกามอื นายพล พต ระหวา่ งปี 2518-2522 ได้ปรับปรงุ
ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนยิ มพึง่ ตนเอง ไมย่ อมรบั ความช่วยเหลอื จาก

ภายนอกประเทศ และไม่ยอมเปน็ พนั ธมิตรกบั ชาตใิ ด ๆ โดดเด่ียวประเทศ
ออกจากอิทธพิ ลของตา่ งชาติ ปิดโรงเรยี น โรงพยาบาล โรงงาน ยกเลิกระบบ

ธนาคาร ระบบเงินตรา ยดึ ทรัพย์สนิ จากเอกชนทง้ั หมด พล พต คลัง่ ลัทธิ
ซา้ ยสุด ๆ เขาเชือ่ ว่าระบบสงั คมนิยมจะนากัมพูชาไปสคู่ วามเจริญรงุ่ เรอื ง
เหมือนในอดตี ได้

ประเทศควรจะอยู่อย่างสันโดษ ไมต่ อ้ งเพ่งิ วทิ ยาการเทคโนโลยใี ด ๆ
ขอใหม้ ขี า้ วกินกอ็ ยูไ่ ด้ พล พต จึงกวาดล้างผู้ท่ีเป็นปฏปิ ักษท์ างความคิด

นกั ศกึ ษาปัญญาชน แพทย์ วิศวกร นักปราชญ์ ศิลปนิ คนใส่แวน่ สายตาทด่ี ู
เหมือนมคี วามรู้ เปน็ ภยั ตอ่ ความมน่ั คง ปกครองยาก จะถกู ฆา่ อย่างไรเ้ หตผุ ล
พล พต ต้องการให้กัมพชู ามีแตช่ นชนั้ กรรมาชีพ เมอ่ื เขมรแดงยึดกรุง

พนมเปญ ประชาชนพลเมอื งถกู หลอกออกจากเมืองไปยังชนบทกนั ดาร พล
พตตอ้ งการเปล่ียนให้ชาวกัมพชู า

กลับไปเปน็ ชนชัน้ ด้งั เดมิ ใช้แรงงาน
เพอ่ื การเกษตร ทุกคนต้องเปน็
ชาวนาชาวไร่ อาศัยอยใู่ นค่าย

แรงงาน ทางานวันละ 12 ชวั่ โมงโดย
ไมห่ ยดุ พัก รวมท้ังไม่มอี าหารท่ี

เพียงพอ ในเวลากวา่ 4 ปีท่ี พล พต
อยูใ่ นอานาจ มีผู้คนล้มตาย อดอยาก
ถูกทารณุ กรรม ถูกฆา่ อยา่ งมหาศาล “ทุง่ สงั หาร” อบุ ตั ขิ ้นึ ณ เวลาน้ัน

นโยบายหน่งึ ที่ทาใหผ้ ู้บริสทุ ธถิ์ ูกฆา่ คอื เขมรแดงต้องการให้กมั พูชาเปน็
ประเทศทมี่ ีแต่คนเชอื้ สายเดียว คือเชื้อสายกัมพูชา ชนกลมุ่ นอ้ ยอย่างชาว

เวียดนามและชาวจีน จงึ ถูกฆ่าล้างเผ่าพนั ธุ์ รวมถงึ คนเขมรดว้ ยกันเอง

ประเมินว่ามีผู้เสยี ชวี ติ ประมาณ 1.5-2 ลา้ นคน นบั เป็นการฆ่าล้างเผา่ พนั ธท์ุ ี่
เลวรา้ ยทส่ี ุดของศตวรรษท่ี 20

เดอื นมกราคม พ.ศ.2522 เขมรฝ่ายทีเ่ วยี ดนามหนนุ หลงั บกุ เขา้
ยึดกรงุ พนมเปญ เขมรแดงแตกพ่ายมาหลบอยู่ตามตะเขบ็ ชายแดนกมั พูชา-

ไทย ในขณะท่ีมีระเบิดนบั สิบล้านลูกฝงั อยู่ทั่วประเทศ ตอ่ มา พ.ศ.2525
พล พต รว่ มกบั เจา้ สีหนจุ ัดตัง้ รฐั บาลผสมกัมพูชาธิปไตย นายเขยี ว สัมพนั
ขน้ึ เป็นผูน้ าในปี 2528 แตเ่ ช่ือกันวา่ พล พต กุมอานาจท่ีแท้จรงิ ถงึ พ.ศ.

2534 กลมุ่ ต่าง ๆ ในเขมรลงนามสันตภิ าพ ใหม้ ีการเลอื กตง้ั ที่กากบั โดย
สหประชาชาติ แตแ่ ล้วเขมรแดงกลบั ปฏิเสธผลการเลอื กตัง้ ที่จะได้รัฐบาล

ผสมในปี 2535 แม้วา่ จะเสียกาลงั พลไปจานวนมากแล้วก็ตาม จากการต่อสู้
แย่งชิงอานาจท่เี กิดข้ึนจากภายในกลุม่ ปี 2536 สหประชาชาติสนับสนนุ ให้
มกี ารจัดเลอื กต้ังใหญ่ เพอ่ื นาประเทศกลับสู่สภาพปกติ ตอนนั้นเองที่เขมร

แดงหมดอานาจลงอย่างรวดเร็ว รฐั บาลท่ีได้ครองอานาจในระยะนัน้ เป็น
รฐั บาลผสม และหลังจากการเลือกตั้งใหญ่ทวั่ ประเทศในปี 2541 ทาให้

การเมอื งมเี สถียรภาพมากขึ้น นาไปสู่การยอมจานนของกองกาลังเขมรแดง
พล พต ถกู จับกุมและสิน้ ใจตายเยีย่ งคนสิ้นไรไ้ มต้ อกในกระท่อมเล็ก ๆ ที่
เป็นที่คมุ ขงั ในวนั ที่ 15 เมษายน 2541 สมาชิกของเขมรแดงบางส่วนยอม

จานนและถูกจับ ระดบั แกนนาพากนั หนหี วั ซุกหัวซุน
ทีม่ า : พทั ยาเดลนิ วิ ส์


Click to View FlipBook Version