The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

องค์ความรู้ลาหู่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khankaew Rtavlx, 2024-04-10 03:08:51

องค์ความรู้ลาหู่

องค์ความรู้ลาหู่

50 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ 4. รูปแบบการรักษาโรค ▪ การรักษาด้วยสมุนไพร ละหู่เป็ นชนเผ่าหนึ่งที่รู้จักการใช้ยาสมุนไพรต่าง ๆ มารักษาอาการเจ็บป่ วยของคนเรา อย่างมากมาย อันเนื่องมาจากการปรับตัวอยู่ในป่ าดง จึงมีความจา เป็นอย่างยงิ่ที่ตอ้งรู้จกัใชย้า สมุนไพรเพื่อมารักษาอาการเจ็บป่ วย เพราะสมยัก่อนในชุมชนของละหู่น้ันจะไม่มีอนามัย หรือโรงพยาบาลแบบปัจจุบัน ละหู่จะรักษากับผูเ้ฒ่าผูแ้ก่ที่รู้ต ารับยาในหมู่บ้านด้วยยา สมุนไพรที่หามาจากป่าในชุมชนแถวน้ัน ต ารับยาของละหู่น้ันถือเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมา รุ่นต่อรุ่น ไม่มีการบันทึกต ารับยาเป็ นลายลักษณ์อักษร ส่วนใหญ่แล้วจะจ ามาจากการบอก กล่าวจากผู้รู้ผูท้ี่สนใจสามารถจะเรียนจากผูเ้ฒ่าผูแ้ก่ที่รู้ตา รับยาได ้ละหู่จะไม่มีการหวงห้าม วิชาและเวลาสอนจะสอนที่เงียบ ๆ ลับตาคน ถา้ไม่เช่นน้ันละหู่มีความเชื่อว่าวิชาจะไม่ขลัง ต ารับยาอาจจะเสื่อมได้และอาจมีบางตา รับยาที่หวงไวส้า หรับลูกหรือหลานในตระกูลเท่าน้ัน จะไม่สอนให้กบัคนทวั่ ไป และสมควรอย่างยิ่งที่ลูกหลานของละหู่ต้องสืบทอดภูมิปัญญาใน การรักษาโรคของละหู่ต่อไปไม่ให้สูญหาย การรักษาด้วยภูมิปัญญาของละหู่น้ันมีท้งัรักษาดว้ยยาสมุนไพรอย่างเดียว หรือทายา สมุนไพรประกอบคาถาด้วย สมุนไพรที่จะนา มารักษาน้นัมีท้งัใบ รากผลเปลือก น ามารักษา ได้หมด และรวมไปถึงเค้ียวเสือ,สิงโต อุ้งตีนหมี เอามาเป็ นยาได้ การรักษาโรคของละหู่น้นั สามารถจ าแนกออกเป็ น 2 แบบ คือการรักษาที่เป็ นบาดแผลสามารถมองเห็นได้ด้วยตา และ การรักษาอาการที่ไม่มีบาดแผล ▪ การรักษาด้วยการประกอบพิธีกรรม การรักษาโรคที่ไม่มีบาดแผล เช่นเป็ นไข้หรือหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุจะเชิญ หมอสวดมาท าพิธีเรียกขวัญและมัดข้อมือให้กับผู้ป่ วย หรือไม่ก็จะท่องคาถาใส่ในน้า แลว้ให้ คนป่ วยดื่ม หรือทาที่ร่างกายให้กับคนไข้ ยกตัวอย่างเช่น คนเป็ นลมหมดสติโดยไม่ทราบ สาเหตุหรือถูกวิญญาณที่ชวั่ร้ายเขา้สิง จะตอ้งเอาเค้ียวเสือไปขดูกบัหินแลว้ละลายในน้า พร้อม กับท่องคาถา หลงัจากน้นั ใหผู้ป้่วยดื่ม ผูป้่วยจะพ้ืน หรือวิญญาณร้ายจะออกจากร่างของผู้ป่ วย ทันที ▪ การรักษาบาดแผลสด การรักษาบาดแผลที่มองเห็นด้วยตาน้ันจะใช้ท่องถาคาก่อนหลงัจากน้ันทายาที่แผล เช่นมีดบาดมือจะต้องท่องคาถาห้ามเลือดให้หยุดไหลก่อน แล้วค่อยเอายาสมุนไพรทาที่แผล หรือในกรณีที่เข้าป่ ามีดบาดมือเล็กน้อยจะเด็ดใบไม้ของหญ้าที่เรียกว่า หญ้าสาบเสือ โดยเด็ด ใบหญา้สาบเสือเค้ียวให้ละเอียดแลว้โปะลงไปที่บาดแผลจะท าให้เลือดหยุดไหลและแผลจะ


51 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ ปิ ดสนิท หรือจะใช้ใบ หมามุ่ย แทนใบหญ้าสาบเสือก็ได้ แต่ชาวละหู่ถือเคล็ดอย่างหนึ่งว่า เวลาเด็ดใบสมุนไพรจะตอ้งหันหลงัให้กบัสิ่งที่เราจะเด็ดและจะตอ้งใช้มือซ้ายเด็ดข้ึนมาเค้ียว แล้วก็โปะลงไปที่แผลจะช่วยห้ามเลือดได้ และแผลที่เป็ นแผลสดเล็ก ๆ น้อย ๆ ใช้ถ่านที่ เราหุงต้มน ามาต าให้ละเอียดแล้วโรยที่แผลจะท าให้แผลหาย ▪ การรักษาด้วยการบีบนวด การนวดแบบละหู่เป็นการนวดเพื่อการบา บดัรักษา โดยแม่หมอจะทา พิธีก่อนการนวด ทุกคร้ัง พอนวดเสร็จแลว้ผปู้่วยตอ้งทา การลา้งมือแม่หมอโดยการเอาน้า สะอาดลาดไปที่มือ ของแม่หมอเพื่อเป็นการลา้งสิ่งเลวร้ายที่ผปู้่วยมีอยไม่ให้เข้าไปในตัู่ วของแม่หมอ ถ้าไม่ท า เช่นน้ีแม่หมอจะไม่สบายเป็นประเพณีที่ทา กนัมาหลายชวั่อายคุน สืบต่อกนัมา 5. การดูแลครรภ์การคลอดบุตรอนามัยแม่และเด็ก 5.1 ความเชื่อเรื่องการเกิดของเด็ก ชนเผ่าละหู่เชื่อว่าการคลอดลูกของผู้หญิง ในหมู่บ้านละหู่ดว้ยกนัเองน้นั ให้ความเห็น ต่างๆ กันไป ถึงการคลอดลูกของภรรยาว่าจะให้ผู้ใดเป็ นผู้ท าคลอด เพราะส าหรับละหู่บางคน ตัวสามีเองจะเป็ นผู้ท าคลอดให้ภรรยา บางคนอาจจะมีแม่เฒ่าท าหน้าที่เป็ นหมอต าแยประจ า หมู่บา้น หรือหญิงน้นัจะทา คลอดดว้ยตวัเอง โดยมีเพื่อนบา้นคอยช่วยเหลือและบางคร้ังผูเ้ป็น พ่อของหญิงน้ันจะเป็นผูท้า คลอดให้บุตรสาวของตนเอง ในกรณีให้ผูอ้ื่นช่วยท าคลอดให้ จะต้องมีค่าจ้างตอบแทน อาจเป็ นเงินหรือเป็ นข้าวสารก็ได้ตามแต่จะตกลงกัน ในตัวผู้ท า คลอดเองจะต้องมีความรู้เรื่องการท าคลอดหรือเป็ นผู้ที่มีความช านาญเป็ นพิเศษ 5.2 การเตรียมตัวก่อนคลอด เมื่อท้องแก่เต็มที่ใกลค้ลอด ผูเ้ป็นสามีจะตอ้งเตรียมตวัให้พร้อมเสมอ โดยเฉพาะย่าง เข้าเดือนที่แปด หรือเดือนที่เก้าผู้เป็ นสามีจะไม่นิยมเดินทางไปไกลและไม่ไปค้างแรมที่ไหน เด็ดขาด จะต้องเตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ส าหรับการอยู่ไฟให้กับภรรยา เช่น ฟื นส าหรับการอยู่ ไฟ ต้องเป็ นฟื นที่ติดไฟง่ายและไม่มีควันมาก ชาวละหู่ถือกันว่าการเตรียมอุปกรณ์เพื่อการอยู่ ไฟน้นัตอ้งเตรียมเวลาใกลก้า หนดคลอดหรือในราวเดือนที่8-9ของการต้งัครรภ์เท่าน้ัน หาก เตรียมไว้แต่เนินๆ อาจท าให้เด็กที่อยู่ในครรภ์มีอันเป็ นไป โดยเฉพาะเส้ือผา้ของเด็กจะไม่มีการ เตรียมไวก้่อนอย่างเด็ดขาด จะคอยจนกว่าเด็กจะคลอดออกมาแล้วจึงค่อยจัดหามาให้เป็ น ความเชื่อที่ชาวละหู่จึงยึดถือและปฏิบัติกันมาโดยตลอด หญิงมีครรภ์จะต้องส ารวจตัวเอง เช่น หากว่ามีหน้ีสิน หญิงมีครรภจ์ะรีบให้ใครไปจ่ายหน้ีสินให้โดยเร็วและหากว่ายงัไม่สามารถใช้ หน้ีไดใ้นเวลาน้ีก็จะใช้ยาสูบแทนการใชห้น้ีซ่ึงเจา้หน้ีเองก็เขา้ใจและจะบอกกบัลูกหน้ีวา่ ไดใ้ช้


52 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ เรียบร้อยแลว้ซ่ึงการปฏิบตัิเช่นน้ีเป็นความเชื่อของชาวละหู่โดยแท้ เพราะหากไม่ได้ปฏิบัติ ตามที่เชื่อถือกนัน้ีเชื่อวา่ เด็กจะไม่อยากออกมาดูโลก 5.3 วิธีการและขั้นตอนในการท าคลอด เมื่อหญิงเจ็บท้องจวนจะคลอดคนในบ้านรวมท้ังชายผูเ้ป็นสามีจะต้องรีบจัดการ เกี่ยวกับการติดไฟตม้น้ าไว้เพื่อใช้ในเวลาคลอด และสิ่งที่ไม่อาจมองขา้มได้คือจะตอ้งเปิด ประตู หน้าต่าง ปื นเก็บไว้ที่บ้านจะต้องไม่บรรจุลา เพลงไวต้ลอดจนซีกไมห้รือสิ่งใดๆ ที่เหน็บ ขัดหรือเสียบไว้ใต้รอดใต้หลงัคา รวมท้ังการทอผา้ของหญิงมีครรภ์เมื่อเวลาเจ็บท้องข้ึนมา จะต้องเอาออกให้หมด สิ่งใดที่ขมวดเป็นปมก็ตอ้งแกอ้อก หรือแมก้ระทงั่สัตวเ์ล้ียงที่ขงัไวใ้น คอกในเลา้ในโรง เช่น ชา้มา้ววัควาย ไก่เป็ด หรือที่ล่ามไว้เช่น สุนกัก็ตอ้งปล่อยออกให้เป็น อิสระชวั่คราวผมที่เกล้าที่ขมวดไว้ก็ต้อปลดต้อแก้ออกให้มด เป็ นความเชื่อว่าจะให้คลอดง่าย ไม่ติดขัดแต่อย่างใด การคลอดของชนเผ่าละหู่จะท าคลอดโดยหมอต าแยในหมู่บ้าน เนื่องจากวิถีชีวิตของ ชนบทโดยเฉพาะในอดีตพึ่งพิงอยู่กับธรรมชาติมาโดยตลอด การปฏิบัติตัวของแต่ละวันจะมี ความคิดที่ผูกพันอยู่กับธรรมชาติ การคลอดก็เช่นกัน เมื่อหญิงมีครรภ์รู้ตัวว่าตัวเองปวดท้อง จวนจะคลอดแล้ว จะบอกกับคนในบ้านให้รีบไปตามหมอต าแยเพื่อมาคอยให้ความช่วยเหลือ และเมื่อเจ็บทอ้งถี่ๆ คนในบา้นจะมีการแขวนเชือกไวท้ี่ขื่อ ทา เป็นบ่วงในระดบัที่คนนงั่คลอด ยึดได้พอดี เพราะช่วงใกล้คลอดน้ันจะไม่ให้นั่งติดกับพ้ืนจะเป็นลักษณะนั่งยองๆ หรือ นงั่คุกเข่าเพื่อสะดวกต่อการคลอด ในขณะที่หมอตา แยกา ลงัคอยให้ความช่วยเหลือในการทา คลอด หญิงที่ก าลังจะคลอดจะสามารถยึดเชือกไว้เพื่อช่วยในการเบ่งลูก ในขณะที่ก าลังจะ คลอดน้ันผูช้ายที่เป็นสามีเท่าน้ันจึงจะอยู่ใกล้ชิดได้ตลอดจะนั่งข้างหลังของภรรยาตนเอง เพื่อให้เธอให้พิง ส่วนหมดตา แยจะนงั่ขา้งหนา้คอยช่วยข่มเด็กในทอ้งให้ลงพร้อมกบัการแบ่ง ของแม่ดว้ยผูเ้ป็นสามีจะตอ้งคอยนั่งจบัภรรยาตนเองไวจ้นกว่าจะคลอดลูกออกมา ในกรณีที่ สามีท าคลอดได้บางคนอาจจะเอาหมากให้ภรรยากินท าให้คลอดลูกง่าย ในหมากน้ันจะเสก คาถาลงไปด้วยเพื่อให้คลอดลูกง่ายข้ึน เขาจะทา เองส่วนที่ผูช้ายทา ไม่ไดจ้ะพ่ึงหมอตา แย แต่ หากว่าหญิงที่คลอดลูกยากจะมีวิธีการแกไ้ขดว้ยการใชน้ ้า มนต์ที่เสกเป่าดว้ยคาถาต่างๆ ส่วน ใหญ่หมอตา แยจะเป็นผูเ้ป่าคาถาเอง จากน้ันหากหญิงที่คลอดออกมาแล้วเกิดอาการเป็ นลม หรือหน้ามืดไปก็จะมีการแก้ไขด้วยการใช้เสกเป่ าเช่นเดียวกัน ที่ส าคัญในขณะคลอดห้ามผู้ คลอดง่วงหลับ เชื่อว่าถ้าผู้คลอดเผลอหลับผีจะเอาชีวิตไป ดงัน้นัจึงตอ้งมีคนคอยดูแลและเรียก ไว้ไม่ให้หลับ ในกรณีที่รกไม่ออกมา หมดต าแยจะใช้ความพยายามอย่าพิถีพิถันที่สุด เพราะ ตอนน้ีเป็นตอนที่ส าคญัที่สุด แม่เด็กจะอยหู่รือตายตอ้งทา ทุกอย่างเพื่อเอารกออกมาให้ได้เช่น ตบหลงัเบา ๆเชื่อกนัวา่เหตุที่รกไม่ออกมาเพราะรกไปติดหลงัฉะน้นัจึงตอ้งใชว้ิธีตบหลงัหาก


53 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ ทา แลว้ยงัไม่ออกมาหมอตา แยจะใชว้ิธีข่มทอ้งของผูค้ลอด และใชน้ ้า มนต์เพื่อให้รกเคลื่อนตัว ลงต ่าจนกว่าจะออกมาในที่สุด 5.4 เทคนิคการท าคลอดส าหรับหญิงที่คลอดยาก ในช่วงที่หญิงละหู่ต้งัครรภช์นเผ่าละหู่เชื่อว่าผูห้ญิงที่ต้งัครรภ์จะตอ้งทา งานเป็นปกติ ยกเว้นงานที่หนักๆ ที่เป็ นงานผู้ชาย การท างานเป็ นปกติจะท าให้ผู้หญิงคลอดลูกง่าย และมี สุขภาพแข็งแรงในช่วงคลอด ก่อนคลอด ประมาณ 1-2 อาทิตย์หญิงต้งัครรภ์ละหู่จะคอยอยู่ บ้านเพื่อเตรียมตัวคลอด งานที่ท าระหว่างรอคลอดจะเป็ นงานในบ้านมากกว่างานในนอกบ้าน เทคนิคการท าคลอด คือการนวดตวัถือเป็นการช่วยใหส้บายตวัมากข้ึน ขณะเดียวกันหมอต าแย จะเป็ นตัวช่วยกดท้องช่วงบนเบา ๆ จะทา เช่นน้ีจนกว่าจะเห็นเด็ก ส่วนมารดาจะเบ่งเป็ นช่วงๆ เพื่อให้เด็กออกมาได้เร็วและไม่ต้องปวดท้องนาน 5.5 การปฏิบัติต่อเด็กและการตัดสายสะดือของเด็ก เมื่อเด็กน้อยได้ออกมาลืมตามองโลก อันดับแรกที่จะต้องปฏิบัติต่อเด็กคือการจัดการ เกี่ยวกับการท าความสะอาดตัวเด็กอย่างรวดเร็วที่สุด และการตัดสายสะดือของเด็กจะใช้ผิวไม้ ไผ่ ตัดเสร็จจะใช้ด้ายสีด าหรือสีขาวผูกสายสะดือเด็กให้แน่นเพื่อไม่ให้ลมเข้าไป ห้ามตัดด้วย เหล็กมีคม การผูกสายสะดือจะต้องท าอย่างพิถีพิถันและระมัดระวังเป็ นอย่างมาก หากมีการ ผิดพลาดจะต้องรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด ที่ส าคัญจะต้องไม่ให้สายสะดือที่เหลือส้ันเกินไป เพราะ เมื่อตัดแล้วอาจท าให้เลือดออกมาก ถา้เกิดเหตุการณ์น้ีข้ึนมาจะตอ้งรีบแกด้ว้ยการเอาดา้ยที่ผูก รัดเอาไว้แล้วมาผูกใหม่ ต้องผูกให้แน่นและถูกวิธีเพื่อเป็ นการห้ามเลือดที่จะออกมา สายสะดือ ของเด็กจะแห้งและหลุดออก ดงัน้ันการปฏิบัติแต่ละอย่างจะถือหลักธรรมชาติซึ่งเห็นได้จาก การตัดสายสะดือ 5.6 วิธีการน ารกเด็กไปฝัง วิธีการน ารกเด็กไปฝังจะท าต่อหลังจากที่รกเด็กออกมาแล้ว ฝ่ ายผู้เป็ นสามีหรือญาติพี่ น้องจะเป็ นผู้ที่น ารกเด็กไปฝังใต้ถุนหรือใต้บันใดบ้านเพราะมีความเชื่อว่าถ้าเด็กโตมาจะไม่ จากไปไหนไกลบ้าน วิธีการเอารกเด็กฝังคือพ่อเด็กจะขุดหลุมให้กว้างและลึกพอประมาณแล้ว เอารกเด็กใส่ไปในหลุม แลว้กลบดินใหแ้น่นหมนั่ทา ความสะอาดบริเวณรอบที่ฝังรกเด็ก หมนั่ คอยดูไม่ให้มดหรือสุนัขหรือไก่คุย้เขี่ยเอาไปกินเป็นอาหาร หากว่ามดหรือแมลงตอมก็จะ หมายถึงเด็กมีผื่นคันเต็มตัวเด็กได้พ่อของเด็กจะตอ้งไปดูแลบริเวณที่ฝังรกเด็กน้ันจนกว่าเด็ก จะหายเป็ นปกติบางคร้ังก็นา น้า ร้อนไปรดเพื่อไม่ใหม้ีมดหรือแมลงมาตอม 5.7 การสูญเสียหญิงมีครรภ์ขณะคลอด หรือ ทารกที่คลอดออกมาแล้ว หากเกิดการสูญเสียในช่วงต้ังครรภ์ระหว่างคลอด หรือหลังการคลอด เช่น เด็กที่ เสียชีวิตในท้อง เด็กที่คลอดออกมาแล้วเสียชีวิต เด็กที่เกิดมาแล้วมารดาเสียชีวิต หรือตายท้งั


54 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ กลม การเสียชีวิตดังกล่าวถือว่าร้ายแรงและอาถรรพ์มาก ชาวละหู่เชื่อว่าเด็กเหล่าน้ีไม่ใช่คน เป็นลูกเกิดมาอาศยักบัคนช่วงเวลาหน่ึงเท่าน้นั เมื่อถือเวลาก็จะกลับไปไม่พร้อมที่จะเป็ นคนที่ จะเติบโตยืนหยดัสู้ชีวิตบนโลกต่อไปได้เหมือนคนปกติทั่วไป เพราะฉะน้ันเด็กที่ตายใน ลกัษณะต่างๆน้ีชาวละหู่จะท าพิธีโดยหมอต าแยเมื่อเสร็จพิธีดังกล่าวก็จะน าร่างเด็กไปฝัง เป็ น อันเสร็จพิธี บางคร้ังจ าต้องน าร่างเด็กมาฝ่ าพิสูจน์ถึงความผิดปกติ ศพของหญิงที่ตายระหว่าง คลอดลูกสามารถเก็บตามประเพณีเหมือนคนทวั่ ไปได้หมอต าแยจะเป็ นผู้ท าพิธีโดยการใช้ หนามแทงลงไปที่ฝ่าเทา้ท้งสอังข้าง เพื่อมิไห้วิญญาณเร่ร่อนออกไปไหนเพราะเชื่อว่ามีหนาม แทงเท้าจะเจ็บและไม่สามารถเดินไปไหนๆ ได้เมื่อท าพิธีเสร็จก็จะน าไปฝัง 5.8 การตั้งชื่อเด็กละหู่ การต้งัชื่อน้นัตอ้งให้คนที่เป็น โตโบ หรือผู้ใหญ่หรือครอบครัวที่อบอุ่นที่มีลูกไม่เคย เสียชีวิตมาก่อนเป็นผูต้้งัให้ความหมายการต้งัชื่อน้ันถา้เป็นผูช้ายตอ้งมีคา ข้ึนตน้ดว้ย “จะ” เช่น จะสอ จะนะจะโบ จะแฮจะชี ถา้เป็นผหู้ญิงตอ้งมีคา ข้ึนตน้ดว้ย“นา” เช่น นาสอ นา โบ นาแฮ นาแส นานู นาคา ซ่ึงส่วนใหญ่จะต้งัตามลกัษณะทางกายภาพหรือตามวนันกัษตัร ในช่วงที่เกิด ดงัน้ี ➢ คนที่เกิดตอนเชา้จะตอ้งต้งัชื่อวา่ จะสอ หรือ นาสอ ➢ คนที่เกิดตอนกลางวนัจะตอ้งต้งัชื่อวา่ จะกอ หรือ นากอ ➢ คนที่เกิดตอนกลางคืนจะตอ้งต้งัชื่อว่า จะคือ หรือ นาคือ ➢ คนที่เกิดวนัหมาจะตอ้งต้งัชื่อวา่ จะพือ หรือ นาพือ ➢ คนที่เกิดวนัลิงจะตอ้งต้งัชื่อวา่ จะเหมาะ หรือนาเหมาะ ➢ คนที่เกิดวนัหมูจะตอ้งต้งัชื่อวา่ จะหวะ หรือนาหวะ ➢ คนที่เกิดวนัมา้จะตอ้งต้งัวา่ จะมูหรือ นามู ➢ คนที่เกิดมาแล้วร่างกายสมบูรณ์จะตอ้งต้งัชื่อวา่ จะแฮ หรือ นาแฮ ➢ ลูกคนสุดทอ้ง จะตอ้งต้งัวา่จะแล หรือ นาแล 5.9 การปฏิบัติตัวหลงัคลอดลูก หลงัจากคลอดลูกหญิงละหู่น้นัตอ้งนอนขา้ง ๆ เตาไฟในบ้าน เอาไว้ให้แม่และเด็กนอน วัตถุประสงค์เพื่อความอบอุ่นของเด็กและเป็ นการอยู่ไฟของแม่เด็กไปด้วย หลังคลอดลูกหญิง ละหู่ต้องเอาก้อนหินวางไว้ข้างๆ เตาไฟ พอร้อนก็น ามาห่อกับผ้าแล้วอังไว้บนหน้าท้องของ หญิงคลอด เพื่อเป็นการขบัเลือดออกและให้แผลหายเร็วข้ึน หลังคลอดลูกหนึ่งอาทิตย์(12 วัน) แม่เด็กจะไม่ท างานหนักและจะไม่ยกของหนัก ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ หากแม่เด็ก ต้องการจะออกนอกบ้านก็จะเอาลูกอ่อนแบกใส่หลัง โดยการใช้ผ้ารัดเป็ นปมด้านหน้า และจะ หลีกเลี่ยงการใชน้ ้า เยน็เพื่อรักษาใหร้่างกายของแม่เด็กอบอุ่นอยเู่สมอ


55 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ สิ่งที่ต้องระวงัคือ ของจ าพวกสบู่ เครื่องส าอางต่างๆ หรืออาหารจา พวกมีกลิ่น ห้าม น าเข้าใกล้เพราะถ้าสูดดมเข้าไปแล้วจะมีอาการผิดปกติกับหญิงคลอด ตามปกติแล้วละหู่ส่วน ใหญ่จะอยู่เดือนประมาณ 4 เดือนๆ น้ีครัวเรือนที่มีหญิงคลอดลูกจะมีเครื่องหมายที่บันไดโดย ใช้ไม้แหลมปัก2-3 อัน ที่บันไดเพื่อให้คนภายในหรือภายนอกรับรู้วา่บา้นหลงัน้ีมีเด็กเกิดใหม่ ข้อห้ามและความเชื่อต้องปฏิบัติระหว่างการอยู่เดือน 1) ห้ามมีเพศสัมพันธ์กับสามี หากลูกเป็ นชายห้าม 3 เดือน หากลูกเป็ นหญิงห้าม 2 เดือน เหตุที่ระยะเวลาต่างกันเพราะเชื่อว่าการดูดเอาสารอาหารของลูกใน ระหวา่งที่ต้งัครรภต์ ่างกนัเด็กชายจะกินอาหารมากกวา่เด็กหญิง 2) ห้ามเอาเด็กออกจากบ้านภายใน 12 วัน 3) ห้ามน าผ้าอ้อมเด็กไปซักในห้วยภายใน 12 วัน 4) ห้ามใช้เครื่องส าอางต่างๆ 5) ห้ามเอาฟื นดิบ มาเผาหรือมาท าอาหารเพราะจะท าให้ภรรยาไม่สบาย 6) ห้ามตัดผมให้เด็กภายใน 12 วันจะท าให้เด็กตกใจและ เจ็บไข้ได้ป่ วยง่าย 5.10 โรคผิดเดือนของหญิงคลอด • มีสาเหตุมาจาก 1) การที่นอนกับสามีก่อนกา หนด 2) การอยู่ไฟไม่ครบเดือน 3) การไดก้ลิ่นอาหารที่แสลง 4) สถานที่ของการอยู่ไฟไม่มิดชิด ได้รับลมหรืออากาศเย็นเกินไป 5) การอาบน้า และสระผมดว้ยน้า เยน็เร็วเกินไป 6) เกิดการแสลงจากการกินอาหารที่ต้องห้ามส าหรับหญิงที่อยู่ไฟ หากเกิดอาการโรคผิดเดือนหญิงที่คอลดลูกจะต้องพยายามรักษาสุขภาพของ ตนเองอย่างดีที่สุด ไม่รีบจับงานหนัก ท้งัน้ีเพื่อความปลอดภยัของตนเอง • อาการของโรคผิดเดือน จะมีอาการต่าง ๆ คือ ปวดหัวเวียนหัว มือเย็น เท้าเย็น และรู้สึกหนาวผิดปกติ จะต้องห่มฝ้าหนา ๆ และจะต้องอยู่ใกล้ไฟตลอด หญิงที่มีอาการจะถูกห้ามไม่ให้ถูก แดดถูกลมหรือท างานหนัก • วิธีแก้ไข


56 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ 1) หญิงที่มีอาการจะต้องอยู่ใกล้ไฟตลอด ห่มผ้าหรือสวมเส้ือผ้าหนาๆ เพื่อให้ ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา 2) อบตวัดว้ยสมุนไพรและดื่มน้ าสมุนไพรร้อน ๆ เชื่อกันว่าคนไข้ที่เป็นโรคน้ี ไม่สามารถแตะตอ้งน้า เยน็หรือถูกแดดถูกลมได้ 3) งดอาหารที่เป็ นของแสลงซึ่งได้แก่อาหารที่กลิ่นแรง ๆ เช่นเน้ือควาย วัว ไก่ เหลืองซีด หรือเก้ง ผกัที่มีกลิ่นแรง เช่นผักชะอม หากไม่มีการรักษาให้ดี คนไขจ้ะมีอาการที่หนกัข้ึนเรื่อย ๆ จนกลายเป็นอาการเร้ือรังซ่ึงรักษาไดย้าก หรือไม่ได้เลย 5.11 พิธีกรรมส าหรับแม่ที่มีน ้านมน้อย ถ้าแม่เด็กคนใดมีน้า นมนอ้ยข้นัแรกจะหาสมุนไพรเอาเปลือกไมช้นิดหน่ึง เรียกว่า ยา เปา ตม้กบัน้า แลว้เอาให้แม่เด็กดื่ม ถา้น้า นมยงัไม่ไหลอีกจะให้ผูเ้ฒ่าที่รู้คาถาในหมู่บา้น ท่องคาถาใส่ในน้า แลว้เอาให้แม่เด็กดื่ม ตอนให้หมอท่องคาถาให้น้นัตอ้งเอาเงินเหรียญแท้ ไปให้หมอ 5.12 การหย่านม ละหู่น้นั ให้ลูกกินนมแม่จนกว่าแม่จะต้งัครรภล์ูกอีกคนหน่ึง เด็กโตพอที่จะอยู่กับปู่ ย่า ได้ ไม่ต้องเอาลูกไปไร่แล้วกลางวันให้เด็กกินข้าว โดยการเอาขา้วสวยเค้ียวให้ละเอียดก่อน แลว้ถึงจะป้อนให้เด็กกินอีกทีและถา้เด็กมีฟันสามารถที่จะเค้ียวอาหารไดเ้องแลว้ ก็จะคลุก ขา้วกบัน้า แกงให้เด็กกิน ตอนเย็นแม่เด็กกลับมาจากไร่แล้วเด็กถึงจะได้กินนมแม่ พอแม่รู้ตัว วา่ตวัเองต้งัครรภล์ูกอีกคนหน่ึงก็ค่อย ๆ ให้เด็กเลิกกินนม โดยการให้กินข้าวแทน


57 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ บทที่ 8 ศิลปะวรรณกรรม 1. ค าสอนชนเผ่าละหู่ 1) คอโค๊ะ หล่อโค๊ะ , คอคา หล่อคา, จ้อคา แหล้ ค่า, ได ได กาย โย่, ไก เกาะ ลา เว มะ สี่ แปลว่า ตามภูเขาในล าห้วย จะเต็มไปด้วยรอยตีนงูไม่รู้ว่าไปหรือมา ความหมายคือ ตามป่ า ตามเขาตามล าห้วย เต็มไปด้วยถนนหนทางเข้าออก มีแต่รอยล้อรถ 2) เหมาะ ค่า เหมาะ เชะ ดะ, ฟะ ค่า ฟะ เช ดะ แปลว่า ลิงกับลิงกัดกัน กระรอกกับกระรอกกัดกัน ความหมายคือ พี่นอ้งเดียวกนัเผา่เดียวกนัเช้ือชาติเดียวกนัชาติเดียวกนัจะฆ่าแกงกนั 3) ชอ ค้อ ชอ ยา วื่อ นา เว แปลว่า คนจะไดซ้้ือฟังเสียง (ภาษา) ของคนฟัง ความหมาย การไดซ้้ือวิทยตุลบัเทปมาฟัง ซ่ึงเป็นการซ้ือเสียงของคนดว้ยกนัเองมาฟัง 4) ชอ เตะแล ชอ เซย เว ยา หม่อ ดะ เว แปลว่า คนเป็ น กับคนตายจะได้เห็นหน้า ความหมายคือ คนที่ตายไปแล้วแต่คนเป็ นยังได้เห็นรูปถ่าย ภาพในทีวี และภาพ วิดีโอ 5) อ่อ คะ ป่า หลอ ป่า ชุ้ยแผะเว แปลว่า ผู้ชายเปรียบเสมือนขลุ่ยที่มีเสียงไพเราะ ที่พวกหญิงต้องการฟังเสียง ความหมายคือ ผชู้ายจะเหลือนอ้ย ผหู้ญิงจะมีมากและเกิดการแก่นแยง่ผชู้ายกนั 6) มู่ญี่ฮา ปายู่แล น่าแข่กู่เต แผะ ท่ออื่อซา มะเฮก แปลว่า เอาดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ มาวางไว้บนหัวเข่า ก็ยังไม่ใช่พระเจ้า “อื่อซา” ความหมาย ถึงแม้คนมีความสามารถที่จะสร้างแสงสว่างเหมือนดวงอาทิตย์ ดวง จันทร์ไปไว้ที่ไหนก็ได้ก็ยังไม่ใช่พระเจ้า เช่น การสร้างหลอดไฟฟ้า ตะเกียง 7) แช กือ จ่อ แล ชอ เต่ จ้า ป่ า มะ จ่อ แปลว่า มีครกกระเดื่องต าข้าวแต่ไม่มีคนต าข้าว ความหมาย มีครกกระเดื่องแต่ปัจจุบันไม่มีคนใช้ตา ขา้วแลว้เพราะมีสิ่งอื่นที่ สะดวกกว่าเข้ามาแทนที่ เช่น โรงสี 8) อ่อ ยา จ้า แล หวะ พื้อ มะ จ่อ แปลว่า มีข้าวสารกิน แต่ไม่เห็นแกลบ


58 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ ความหมาย ปัจจุบนัคนปลูกขา้วไดผ้ลผลิตนอ้ยไม่เพียงพอต่อการบริโภคจึงตอ้งซ้ือ ขา้วสารกิน จึงไม่เห็นแกลบเพราะไม่มีขา้วใหต้า ดว้ยครกกระเดื่องเหมือนเมื่อก่อน 9) ซึแจ่อิ๊ก๊ะ หมื่อกื่อ หน่ะอุ๊เต แผะเว แปลว่า ป่าไม้น้า ดิน จะพูดได้ ความหมาย มีการหวงห้ามป่าไม้ตน้น้ า และดิน เช่น มีกรมป่าไม้เขตรักษาพนัธุ์ สัตวป์่าอุทยานแห่งชาติพูดแทนตน้ ไม้ตน้น้า และดิน 10) ฮา คือ ฮา มา ต่อ อะ เว แปลว่า มีกระด้ง และขอบดง้ขวางก้นั ความหมาย ผู้ที่ติดอยู่ในเรือนจ า ไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ หรือถ้ามองเห็นได้ก็ คือผู้ที่อยู่ในตาราง ที่สามารถพูด คุย ได้ แต่สัมผัส หรือแตะต้องไม่ได้ 11) อิ๊ กะ บ๊า ทอ ชี เผะ เว แปลว่า เอาน้า มาทา ใหเ้ป็นแผน่เป็นกอ้นได้ ความหมาย สามารถเอาแผ่นน้า มาทา ใหเ้ป็นแผน่เป็นกอ้นได้เช่น น้า แขง็ 12) ย้อ ฮา ย้อ ยา หม่อ เว แปลว่า คนมองเห็นตัวเองได้ ความหมายคือ สามารถมองเห็นภาพของตัวเองได้ เช่น กระจก 2. สุภาษิต 1) เข่ะ โก๊ะ แล พือ อะ มะ จ่า หมายถึง คนข้ีเหนียว ตระหนี่ (ข้ีไม่ใหห้มากิน) 2) เข่ะ โก๊ะ มะ เต๊าะ พือ ตา้กู่ หมายถึง อย่าเอาดี แต่พูด (ข้ีไม่ออกอยา่เรียกหมา) 3) ซึ เจ่ ต๊ะ โก๊ะ คา ห๋อย ต๊ะ หมายถึง ถ้าจะท าอะไร ก็ท าให้ส าเร็จ (ข้ึนตน้ ไมข้้ึนให้ถึง ยอด) 4) ชอ ดะ โก๊ะ เน่ หงี อะ เว หมายถึง คนท าดีผีย่อมคุ้มครอง(คนดีผีคุ้ม) 5) ชอ มอ คะ หน๊อ โต โก๊ะ พือ มะ เฉะ หมายถึง ประพฤติตามอย่างผู้ใหญ่ย่อมได้ดี ปลอดภัย (เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด) 6) อะ หมี่ตา้ฉิตู๋ดะ หมายถึง อยา่ยวั่ยุใหแ้ตกแยกกนั (ใส่ไฟ) 7) ฉิเวไก่วเวอะเปอลา เว หมายถึง หนีจากที่มีความเดือดร้อนมาอาศัยอยู่ในที่ๆ มี(หนีร้อนมาพึ่งเย็น) ความสงบสุข 8) จ๊า จ๊า โก๊ะ ยื่อ ลา เว กา กา โก๊ะ เฟ ลา เว หมายถึง ช่วยกันท าจะส าเร็จ (สาว ความยืด ต่อความยาว)


59 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ 9) อ่อ โต หม่อ แล หงี มา สี่ มะ หม่อ หมายถึง เห็นหน้า แต่ไม่รู้ใจ(เห็นหน้า แต่ไม่รู้ ใจ) 10) ก้า เยาะ โก๊ะ หม่อ เว ค๊อ นะ, หม่อ เยาะ โก๊ะ เต เว ค๊อ นะ, เต เยาะ โก๊ะ จ้า เยาะ ค๊อ นะ หมายถึง ได้ฟังแล้ว ให้เชื่อคนได้เห็น, เมื่อได้เห็นแล้ว ให้เชื่อคนได้ท า, คนได้ท าแล้ว ให้ เชื่อคนได้กิน 11) ฟู จ่อ เว โก๊ะ พื่อ หล่อ เว หมายถึง มีเงินทองแลว้แต่ตอ้งหาซ้ือขา้วกิน แลว้หมาเห่า (มีเงิน หมาเห่า) ท าให้อับอายขายหน้า 12) อ่อ จ่อ โก๊ะ ยึ มู๋ กา เว หมายถึง คนมีขา้วกินอิ่ม นอนหลบัสบาย ไม่ (มีข้าวกิน นอน หลับสบาย)ต้องกังวลว่าจะไม่มีกิน 13) ซึ เต แจ่ แฮ ส่า มะ แผะ หมายถึง ไม้ต้นเดียว ไม่เป็ นเหล่า 14) ว่า เด แช๊ะ โก๊ะ ว่า เน ชึ หมายถึง ไปอยู่ที่ไหน ก็ขอให้ประพฤติปฏิบัติ ตามกฎระเบียบ ของที่น้นั 15) ยะ ดะ เว แม่ะ อะ ดะ เว หมายถึง ไก่งามเพราะขน 16) ชอ ดะ เว อ่อ ลี อ่อ ค่า ดะ เว หมายถึง คนจะดีงามได้เพราะมีศีลธรรม จริยธรรม 17) ส่า ดะ เว อะ มี่ อะ ดะ เว หมายถึง เน้ือดีอร่อย ตอ้งมีไฟที่ไหมด้ี(เน้ือดีเพราะมีไฟดี) 18) ม้ือ หลู่แผะแลอ่อลีอ่อค่า หลู่มะแผะ หมายถึง เสียเมืองสร้างข้ึนใหม่ได้แต่เสียขบ ธรรมเนียมแล้ว คนแตกแยก รวมยาก 19) A ngo/ ma da[ k’o meh/ da[ , Chaw da[ ve k’o aw; me[ da[. (อา โหง่ มา ดะ โก แหม่ ดะ ชอ ดะ เว โก อ่อ เหมะ ดะ) นกยูงงามที่หาง คนงามที่ เกียรติ 20) A pi? hta: ya[ da[ de: da[ , ui/ la hta: daw{ da[ ma: peu;. (อา พ้ีท่า ยะ ดะเด้ดะอื่อลา ท่า เดอ้ะ ดะ ม่า เปอ) ข้ีทะเลาะแต่เยาวว์ยั โตมายงัระรานไม่รู้ จบ 21) A sha[ ui/ pa/ hpu: maw; ma:-a ,nyi ma i pa/ kaw{ jeh: ma: peu;. (อ่า สะอื่อ ป่า พ้ือ หม่อ ม่า-อา หงี มา อี ป่ า เก๊าะ แช่ ม่า เป่ อ)ผู้อาวุโสมาก ประสบการณ์แต่คนข้ีขลาดไดแ้ต่กลวั 22) A shu yaw: nyi ma hta[ ti/ g’a: ve k’o. ca; ve ca: pa/ hta[ taw/ g’a: ve hk’e yo;. (อ่า สู่ ย่อ หงี มา ถะ ตี่ ก้า เว โก จ่า เว จ้า ป่ า ถะ ต่อ ก้า เว เข โหย่) เอาชนะใจตนเองได้ก็เหมือนกับสู้กับศัตรูที่เข้มแข็งชนะแล้ว 23) A-mi/ ma: to[, mvuh: hk’aw: ma: du . (อ่า หมี่ ม่า โตะ หมื่อ ค้อ ม่า ดู) ไฟไม่ไหม้ ควันไม่มี


60 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ 24) A?-hk’aw cheh: hta: aw; pi/ ma: veu[ . taw{ k’ai aw; suh? Ma: caw;. (อ้า คอ แช้ ท่า อ่อ ปี่ ม่า เหวอะ ต๊อะ ไก อ่อ ซื่อ ม่า จอ) อยู่บ้านเมินชุด เก่า ออกไปขา้งนอกไม่มีชุดใหม่สวมใส่ 25) A? na: k’a/ pon; , suh{ mui? ku ma: pon;. (อา้นะก่า โป่ซึมื่อกูม่า โป่ )อีกาบินไปแล้ว ตอไม้ไม่บินตาม 26) A? htaw ma: tcuh{ ha? hta[ shi/ . Li[ meh[ ma: shi/ sa/ la[ hta[ na . (อ้า ทอ ม่า จ้ึฮา้ถะ ซีหลิแมะ ม่า ซีส่า หละถะ นา) มีดทื่อให้ฝนหิน ไม่ เข้าใจให้ถามครู 27) A? htaw k’o aw; vi: hta[ nyi , Chaw k’o nyi ma hta[ law: nyi. (อ้า ทอ โก อ่อ วิ ถะ หงี ชอ โก หงี มา ถะ ล่อ หงี) มีดจะดีดูที่ความคม คนน้นั ไซร้ ดูที่ใจ 28) A? the[ tcuh{ k’a[ ju: feu/ ta/ hta[ ma: tawn , Aw; g’a: ui/ ka[ chaw maw: hta[ ma: g’a . (อ้า เทะ จึ๊ กะ จ่อ ฟื่ อ ต่า ถะ ม่า ต่อ อ่อ ก้า อื่อ กะ ชอ ม้อ ถะ ม่า กา) มีดคมย่อมไม่ตัดไม่เท้าฉันใด คนหนุ่มย่อมไม่ท าร้ายผู้ใหญ่ฉัน น้นั 29) Aw; sa/ la[ ma: k’o aw; ta; peh: suh la-aw , Aw; ta[ peh: ma: k’o aw; sa/ la[ ha leh; .(อ่อ ส่า หละ ม่า โก อ่อ ต่า แป้ ซือ ลา-ออ อ่อ ตะ แป้ ม่า โก อ่อ ส่า หละ ฮา แหล่) อาจารย์เยอะ ศิษย์อาจตายได้ ศิษย์แยะอาจารย์สบาย 30) Aw; chu ca: leh aw; sha/ ma: hpeh[ , Aw; sha/ ca: leh aw; chu hpeh[. (อ่อ ชู จ้า แล อ่อ ส่า ม่า แพะ อ่อ ส่า จ้า แล อ่อ ชู แผะ) กินไขมันไม่เป็ น เน้ือ กินเน้ือเป็นไขมนั 31) Aw; mo/ hta[ hpa{ ve nu: la: che[ la , Aw; mo/ hta[ hpa{ ve chaw g’a suh la. (อ่อโหม่ถะ พะ เว นู่ล่า เชะลาอ่อโหม่ถะ พะ เว ชอก่า ซือ ลา)วัวที่แยกจากฝูงอาจถูกเสือกินได้คนไม่เขา้พวกอาจถึงแก่ความตาย 32) Aw; hi? Hkeh po/ to: cheh: ve nga{. La[ sheh hk’aw ve te: hkeh hk’e ma: ga:. (อ่อ ห้ีเขโป่ โต้แช้เว หงะ หละ แซ เขอะ เว เต้เขเคะ ม่า ก้า) นกพันตัวที่บินอยู่บนอากาศ ไม่เท่านกหนึ่งตัวที่อยู่ในมือ 33) Aw; chaw: g’a ma: g’a ha leh; , can: pa/ g’a; i g’a; da[ ja: . (อ่อ ช่อกา ม่าก่ฮาแหล่จา้ ป่าก่า ม่าก่า ดะ จา้) มิตรสหายยิ่งเยอะยิ่งดีฉันใด ศตัรูยิ่ง นอ้ยลงยงิ่ดีฉนัน้นั 34) Aw; da[ ma: ca: k’o ci nu pui?-a; , cu: yi/ ma: yeh: k’o leun: she; pui?-a; . (อ่อ ดะ ม่า จา้ โกจีนู่ ป้ือ-อ่า จู้หยี่ม่า แย้โกเล่อแส่ ป้ืออา) ข้าวดีแต่ไม่กินอาจบูดได้ มีความรู้แต่ไม่ใช้อาจลืมเสียได้


61 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ 35) Aw/ ma: k’aw; ma: ca: , taw: ma: leh; ma: yaw . (อ่อ ม่า ค่อ ม่า จ้า ต้อ ม่า แล ม้า ยอ) ข้าวไม่สุกไม่กิน เรื่องไม่จริงไม่พูด 36) Aw? K’a/ kai: taw: sheh{ hkeh meh? ve zuh[ mui? k’a , Hpui: she sheh{ hkeh lo[ ve zuh[ mui? ma: k’a . (อ้อ ก่า ไก้ต้อ แซะแขเม้เว ยึม้ือกา พ้ือแซ แซะแขโหละ เว ยึม้ือ ม่ากา) ควายผู้พันธุ์ดีหายไปสาม ตัวยังหลับตานอนได้เห็บหมาสามตัวไต่นอนไม่หลับ 37) Aw? K’a/ hkaw naw[ ci; ma: naw[ , I? Mvuh: ci; naw[ hkaw ma: naw[ . (อ้อ ก่าคอ เหนอะ จี่ม้า หม่อ อ้ีม้ือ จี่เนอะ คอ ม้า เหนอะ) ควายมีเขาแต่ไร้ฟัน ม้ามีฟันแต่ไร้เขา 38) Ca: ma: caw: k’o te: peu;-e ti? , k’ai ma: caw: k’o te: pi/ ti?. (จา้ม่าจอ้ โกเต้เป่อ ต้ีไก ม่าจอ้ โกเต้ปี่ต้ี)กินผิดแค่ค าเดียว หลงผิดแค่ก้าวเดียว ก็ตายได้ 39) Ca: hk’eh ve hpeu: sha/ ma: g’a[, Zuh[ hk’eh ve chaw aw; mui; ma: taw[. (จา้แขเว พ้ือ ส่า ม่ากา ยึแขเว ชออ่อ ม่า เตาะ) หมาตะกละไม่ ชอบล่าสัตว์ คนหลังยาวไม่ชอบท ามาหากิน 40) Ce: maw: hkaw{ leun: , chaw maw: taw: leun:. (เจ้ ม่อ เคาะ เล่อ ชอ ม้อ ต้อ เล่อ) สัตวแ์ก่ลืมคอก คนแก่ลืมคา 41) Ca? ca? k’o zuh; la , neh? neh? k’o fe la . (จ้า จ้า โก ยือ ลา เน่ เน่ โก ฟี ลา) ยงิ่ต่อยงิ่ยาว ยงิ่ขยายยงิ่กวา้ง 42) Ce? ce: aw; vi: ma: hta{ taw{ ma: tcuh{. Taw: yaw aw; li: ma: caw; yaw ma: tcuh{. (เจ้เจอ่อ วิม่า ทะ ตอ้ะ ม่า จึตอ้ยอ อ่อล้ีมา้จ่อ ยอ ม่า จึ) ขวานทื่อฟันไม่ขาด ค าพูดไม่มีหลักไม่มีค่า 43) Ceh; daw{ ja: k’o pe[ la . Ya: de: ma: k’o k’a/ la . ตีกลองมากไป (เจ่ เด้อะ ม่า โก เปะ ลา ย้า เด้ ม้าโก่ก่าลา)อาจแตกได้ยงิ่ด่าลูกลูกยงิ่โง่ 44) Cu: yi/ shi/ ma: peu; , meu[ keu g’aw ma: peu; . (จู้ หยี่ ซี่ ม่ า เป่อเหมอะก่อกอ มา้เป่อ)ความรู้เรียนไม่สิ้นสุด ดวงดาวนบัไม่หมด 45) Cu: yi/ kai; hk’aw g’a , paw sha pehn: hk’aw la;. (จู้หยี่ไก่คอ กา ปอ ซา เป้ คอ กา) ความหมนั่เพียรไดม้าซ่ึงปัญญา ความมัธยัสถ์นา มาซ่ึงความมงั่คงั่ 46) Chaw suh la: hpeh[ , la: suh sha/ hpeh[ . (ชอ ซือ ล่า แผะ ล่า ซือ ส่า แผะ)คนตายกลายเป็ นเสือ เสือตายเป็นเน้ือ 47) Chaw peh[ jaw[ hkaw g’a , nga{ peh[ hka? Je g’a . (ชอ เปะ เจาะ กอกา หงะ เปะ ก้า เจ กา) คนดัดจริตได้ไม้เรียว นกดัดจริตได้ธนู


62 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ 48) Chaw ma: k’o kan? Te sha-a; . chaw ma: ma: k’o aw; ca: sha-a;. (ชอ ม่า โก ก้า เต ซา ชอ ม่า ม่า โก อ่อ จ้า ซา-อ่า) คนมากงานเสร็จเร็ว คนน้อย กินสะดวก 49) Chu: pi? Maw: k’o hpeh , Va[ maw: k’o heh . (ชู่ ปี๊ ม่อ โก แพ หวะ ม่อ โก แฮ) ขิงแก่เผด็หมูแก่หนงัเหนียว 50) Chaw hta[ ma/ k’o gaw; leh; hta: ma/ , sho daw{ k’o chi{ cu? Hta: daw{. (ชอถะ หม่า โก่แหละ ท่า หม่า โซ ดอ้ะ โก ชิจู้ท่า ดอ้ะ) ตีเหล็ก ต้องตีเวลาร้อนจัด แต่อบรมคนต้องเมื่อคนสงบอารมณ์ 51) Chi: mvuh la: ve hk’a peu-e/ ma: da[ , hpa; ma? La: ve hk’a peu-e; ma: lu;. (ช้ีหมื่อ ล่า เว ค่า เปือย ม่า ดะ ผ่า ม้า ล่า เว ค่า เปือย ม่า หลู่) คา ยกย่องชมเชยทุกอย่างอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีฉันใด คา สบประมาททุกอย่างก็ไม่เลว ท้งัหมด 52) Cheh: sha caw; sha ve leh;, paw sha ve a keh? da[ ve yo;. (แช้ ซา จ่อ ซา เว แหล่ ปอ ซา เว อาแก๊ ดะ เว โหย่) สุขภาพที่ดี ส าคัญกว่ามีเงินมีทอง 53) Chaw te: yeh; ti? k’o hk’a{ tan; ma: hpeh[ , suh{ te: ceh; ti? K’o suh{ tsuh ma; hpeh[. (ชอ เต้เหย่ต้ีโก คะ ต่า ม่า แผะ ซึเต้แจ่ต้ี โก ซึชือ ม่า แผะ) ครอบครัวเดียวไม่อาจต้งัเป็นหมู่บา้นได้ตน้ ไมต้น้เดียวเป็นป่าไม่ได้ 54) Tzuh; daw; pa/ tzuh; ma: nu; ,shu? daw; pa/ shu? hk’eh: ma: nu;. (จือ ดอ ป่ า จือ ม้า หนู่ ซู่ ดอ ป่ า ซู่ แข้ ม้า หนู่) คนข้ีเหลา้ไม่เหม็นเหลา้คน สูบบุหรี่ไม่เหม็นบุหรี่ 55) Daw: hk’a: da[ ve heu{ g’a k’o , Chaw maw: chaw keh? hta[ aw; chaw: te. (ด้อ ก้า ดะ เว เห้อะ ก้า โก ชอ ม่อ ชอ แก๊ ถะ อ่อ ช่อ เต) ถ้า อยากได้ปัญญาหลักแหลม จงคบผู้ใหญ่ที่มากประสบการณ์ 56) I hta: ma: ma/ , ui/ la ma: cheun;. (อี ท่า ม้า หม่า อือ ลา ม่า เชอ) ยาม เด็กไม่สอน โตมาไม่เก่ง 57) I? Ka{ ga; ya[ g’a: ui/ hk’e , cu: yi/ g’a[ ca g’a: ui/ la. (อ้ีกะก่า ยะ ก้า อื่อ เขะ จู้ หยี่ กะ จา ก้า อื่อ ลา) น้ าไหลจากเขาน้ าจะไหลเชี่ยว คนแสวงหาวิชา ความรู้มากยงิ่รู้มาก 58) I? Mvuh: nyi ci; hta[ nyi , Aw? K’a/ nyi hkaw hta[ nyi . (อ้ี หมื่อ หงีจี่ถุหงีออ้ก่า หงีก่อถะ หงี) ดูม้าดูที่ฟัน ดูควายดูที่เขา


63 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ 59) I? Mvuh: ci: pa/ hpui: ma: kaw{ , A? du ka pa/ vui; ma: kaw{. (อ้ีหมือจ้ีป่า พื่อ ม่า เก๊าะอา้ดูกา ป่า เหว่อ ม่า เก๊าะคนขี่ม้าไม่กลัวหมา คนมี ไม้ไม่กลัวงู 60) I? mvuh: law: hta[ teh{ ma: g’a , chaw chaw: chaw hta[ teh{ ma: hpeh[. (อ้ีหมื่อล่อถะแตะ้ม่ากา ชอ ช่อ ชอถะแตะ้ม่าแผะ) ม้าเทียบ กบัลาไม่ไดฉ้นั ใด คนยอ่มเทียมกบัคนไม่ไดฉ้นัน้นั 61) I? mvuh: k’o/ hk’o: tsuh: g’a leh , chaw maw[ k’aw tsuh: ma: g’a. (อ้ีหมื่อโก่คอ ชื่อ ม่ากาแล ชอเหมาะกอ ชื่อ ม่ากา) ปิดปากโอ่งน้า ได้แต่ ปิดปากคนน้นัยาก 62) I? mvuh: hta[ daw{ k’o law kaw{ , Aw; ya: mi: hta[ daw: k’o hkui: ma kaw{. (อ้ีหมื่อถะเดอ้ะโกล่อเกา้ะอ่อ หยา้มี่ถะเดอ้ะโกคื่อ ม่า เก้าะ) ตีม้าลาหวาดกลัว ตีลูกสาวลูกสะใภ้หวาดกลัว 63) G’a ta/ peu; ve nga{ te: hkeh leh; po/ to: cheh: ve nga{ te: ha hkeh a keh? Aw; hpfuh: hk’a{ ve yo;. (ก่า ต่า เป่อเว หงะ เต้ เค แหล่ โป่ โต้ เช่ เว หงะ เต้ ฮา เค อา แก๊ อ่อ ฟื่ อ คะ เว โหย่) นกในก ามือหนึ่ งตัวย่อม ส าคัญกว่านกร้อยตัวที่บินอยู่ในอากาศ 64) Haw o? k’o/ hui daw: leh hpui: o? k’a/ hui/ g’a ve . (ฮอโอ้โก่ หือ ดอ้แล พ้ือโอ้โก่หือกา เว)คิดการใหญ่เท่าหัวช้าง ผลที่ได้เท่าหัวหมา 65) Ha[ ve , zeu[ ve leh meu[ ve ya[ taw kui; ma: shi/. (ฮะ เว ยึ เว แล เหมอะ เว ยะ ตอ กือ ม่า สื่อ) ความรัก ความง่วงและความหิว สามสิ่งน้ีไม่รู้จักอาย 66) Haw/ hk’eh ve ya: eh? , Cu: g’ui g’a daw; ma:. (ห่อ เค เว ย่า แอ้ จู้ กือก่า ดอ ม่า)เด็กทารกข้ีงอแง ไดก้ินนมแยะ 67) Hk’a deh[ nyi hk’a deh[ na , peu; k’o ta[ i? cheh: lo;. (คา เดะ หงีคาเดะ นา เป่อโก ตะอ้ีแช้ะ) จงดูดีๆ จงฟังดีๆ แลว้นิ่งเสีย 68) Hkui sheh te: pa? ti? k’o paw{ ma: la; , suh{ te: hteh ti? k’o tu? ma: hpeh[. (คือแซ เต้ป้า ต้ีโก ป๊อก ม่า หล่า ซึเต้เท ต้ีโก ตู้ม่าแผะ) ขาข้างเดียวกระโดดไม่ได้ ไม่ดุ้นเดียวเผาไม่ไหม้ 69) Hk’a ga; suh a; mi/ ta: tu? , ya[ k’aw ja: ve suh{ ta: chaw ba;. (คาก่า ซืออาหมี่ตา้ตู้หยะกอ ช่า เว ซึตา้ชอ บ่า)อย่าเที่ยวเผาไฟไปทวั่อย่าตดั ต้นไม้ข้างทาง


64 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ 70) Hka{ ma: hk’eun baw{ ma: heu{ , nyi ma ma: k’aw yeh; ma: hpeh[. (ข่ะ ม่า เขอ บ๊อะ ม่า เห้อะ หงี มา ม่า คอ แหย่ ม่า แผะ) ธนูไม่สมดุลยิง พลาดเป้า ใจไม่ปรองดองกันในครอบครัวจะล าบาก 71) Hkui sheh le{ k’o pai/ la , maw[ k’aw le{ k’o lu; la. (คือ แซ เล่ โก ป่ า-เอ ลา เหมาะ กอ เล่ โก หลู่ ลา) ขาลื่นจะล้ม ปากพล่อยจะเสียงาน 72) Hkui? Nu{ aw; pi/ teuh? sha-a; , shi/ da[ ve chaw yaw sha-a;. (คื่อ นุอ่อ ปี่จ้ือ ซา-อา สื่อ ดะ เว ชอ หยอ ซา อ่า) รองเทา้เก่าสวมสบาย เจอ คนรู้จักพูดกันง่าย 73) Hk’a; na? da[ ve sho ma: shi ma: tcuh{ , hk’a; na? La{ ve chaw ma: hen: ma: shi/ . (ข่า น้า ดะ เว โซ ม่า สี่ ม่า จึ ข่า น้า ละ เว ชอ ม่า เห้ ม่า สี่) เน้ือเหล็กดีแค่ไหนหากไม่ลับจะไม่คม คนฉลาดแค่ไหนหากไม่เรียนจะไม่รู้ 74) Hk’a{ hk’aw ve mvuh[ nu: ma: ca: , a shu yaw: hk’a{ hk’aw ve hta[ ma: heu{ ga:. (คะ คอ เว หมึอ นู่ ม่า จ้า อ่า สู่ ย่อ คะ คอ เว ถะ ม่า เฮอะ ก้า) วัวไม่กินหญ้าในหมู่บ้าน คนไม่อยากแต่งงานกับคนในหมู่บ้านเดียวกัน 75) Hk’aw mvuh k’o law; na? , chaw shi/ k’o ven: ba{ ui/ ve. (คอ หมือ คอ หล่อ น้า ชอ สี่ โก เว้ บ้ะ อื่อ เว) ภูเขายงิ่สูงเหวยงิ่ลึก คนรู้มากบาปก็ยงิ่มาก 76) Hk’aw pui hk’o{ caw; ve suh{ ceh; lon? hta[, mvuh: haw meu{ hehn: ve. (คอ ปื อ โคะ จ่อ เว ซึ แจ่ โล่ ถะ หมื่อ ฮอ หมึอ แฮ้ เว ) ต้นไม้บน ยอดเขา ย่อมถูกลม พายุกระหน ่าเสมอ 3. ปริศนาค าทาย 1) สาวนอ้ยสาวจี๋มาเป็นหมู่แลว้วิ่งเขา้กองไฟ ? ตอบ พริกหนุ่มเผา 2) สาวมาเป็นหมู่มาแลว้ก้นัหอ้งใครหอ้งมนัอยแู่ลว้นอน? ตอบ งา 3) คีบอะไรอยู่ใต้บันดาล ? ตอบ ปู 4) แม่ไก่อะไรฟักไข่อยใู่ตบ้นัดาล ? ตอบ หน้าไม้ 5) แม่ร้องใหฮ้ึมๆลุกใหญ่ข้ึนทนัตา? ตอบ ม้วนด้าย 6) เสียงปืนดงัป้ังๆอยใู่นหว้ย? ตอบ น้า ตก 7) เอาได้ แต่จับไม่ได้? ตอบ ข้าวปอลอ 8) จับได้ แต่ดูไม่ได้? ตอบ หู 9) อะไรเอ่ยท าประตูไม่เหมือนใครท าข้างบน? ตอบ เลา้ไก่ 10) อะไรเอ่ยมีลูกใต้ศอก ? ตอบ ข้าวพด 11) อะไรเอ่ยมีลูกไม่เหมือนใคร มีที่บนหัว ? ตอบ กล้วย


65 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ 12) อะไรเอ่ยมีนก 2 ตัวไปไหนไปได้เร็ว? ตอบ ลูกตา 13) อะไรเอ่ย มีน้า มนั 2 ขวดใช้ไม่หมด? ตอบ จมูก,น้า มูก 14) อะไรเอย ไม่มีใบมีแต่ก้าน? ตอบ นา 15) อะไรเอ่ยไม่มีก้านมีแต่ใบ? ตอบ ก้องเมฆ 16) อะไรเอ่ย ขาไปร้องเพลงไป ขากลับร้องให้? ตอบ กระบอกน้า 17) อะไรเอ่ย มีขนไม่เหมือใครมีที่ฝ่ าเท้า? ตอบ หอมชู 18) อะไรเอ่ย มีข้าวปุ๊ 2 แผน่กินท้งัครอบครัวก็กินไม่หมด? ตอบ นม 19) อะไรเอ่ย มีต้นไม้ใหญ่ๆไม่มีใครกล้าตัดแต่หมามาตัดลงไป? ตอบ ข้ี 20) อะไรเอ่ย วัวแดงเลียวัวด า? ตอบ หม้อหุงข้าว 21) อะไรเอ่ยมีไหมแดงอยู่ในห้วย? ตอบ ปลา 22) อะไรเอ่ย มีฝูงวัวมาชนกัน? ตอบ คนสร้างบ้าน 23) อะไรเอ่ย ชอบร้องเพลงเหมือนคนในโบสถ์? ตอบ กบ 24) อะไรเอ่ยมีนายแดงอยู่บนดอย? ตอบ ไฟไหม้ป่ า 25) อะไรเอ่ยกิ้งก่ามาแลว้เลียจนปวด? ตอบ ตัดผม 26) อะไรเอ่ยตัวเล็กนิดเดียวแต่ไส้ยาว 9 ศอก 9 วา? ตอบ ม้วนด้าย 27) อะไรเอ่ยเป็ นมหาเศรษฐีเอาแต่นอนกิน ? ตอบ หมู 28) อะไรเอ่ยอะไรก็ท าได้หมด? ตอบ ปากกา 29) อะไรเอ่ยมีน้า บ่อ ตกัน้า ใส่เท่าไหร่ก็ไม่เตม็? ตอบ เตาไฟ 4. นิทาน 1) นิทานเรื่อง ปีศาจร้าย จะมู–จากา -แป จะมู-จากา-แป เป็ นปี ศาจร้ายและมีชีวิตอมตะที่วางกลอุบายเพื่อลองอิทธิฤทธิ์ และ ความปราดเปรื่องกับองค์สัจจะ โดยสร้างพระอาทิตย์ 7 ดวง เพื่อไม่ให้องค์สัจจะเผยแพร่พระ ธรรมได้และถูกแดดจนเสียชีวิต แต่องค์สัจจะเดินทางไปเห็น จะมู-จะกาแป ทา หมวดเจ็ดช้นั สวมใส่กา ลงัไถนาโดยนงั่บนหลงัควายองคส์ ัจจะจึงรู้วา่เป็นกลอุบายของเจา้ปีศาจร้าย ที่ทา ให้ แสงแดดร้อนจัด จนท าให้เหล่าพืชผัก ต้นไม้และสัตว์ต่างๆต้องตายด้วยแสงแดด องค์สัจจะจึง ได้จับ มื่อ-แสงคือแมลงข้ีววั 7 ตัว ไว้ตามทางเดินของมัน หลังจากที่องค์สัจจะปล่อย มื่อ-แสง ไม่นานแมลงพวกเหล่าน้นัก็ไดเ้ดินไปมาอยู่ตามทางที่จา-มู-จะกาแป เดิน พอ จา-มู-จา-กาแป เห็นว่าองค์สัจจะคงสู้ตนไม่ได้และต้องตายแน่ๆจึงไดออกจากทุ่งนา มาดูองค์สัจจะ และแล้ว ระหวา่งทางก็ไดพ้บกบัแมลงท้งั 7 ตัว ที่องค์สัจจะปล่อยไว้ ร้องอยู่เป็ นเสียงเดียวกันว่า เมื่อแสง


66 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ ๆ (มื่อแสง คือเมืองในต านานเป็ นอุทยานดอกไม้ขององค์พระผู้เป็ นพระบิดาเจ้าเป็ นสวนที่ เหล่าปี ศาจปรารถนาจะไปกัน) แล้ว จา-มู-จา-กาแป ก็เกิดการหมนั่ ไส้บอกกบัเมื่อ-แสงว่า เจ้า หรือเคยไปถึงเมื่อแสงไฟ เจ้าบ้า และยกขา หยิบ เจา้ตวัมื่อแสงนนั่หมายจะ ให้เมื่อแสงแหลก เป็นผงแต่แลว้เจา้เมื่อแสงก็งอเขาข้ึนทา ให้เขาของมนัหักติดอยู่ขา้งในเน้ือทา ให้เจา้จะ-มูจากาแปร้องโหย หวนเจ็บปวดยิ่งนกั ไม่รู้จะไปหาใครช่วยรักษาให้จึงไปพบองคส์ ัจจะเพื่อขอยา แล้วองค์สัจจะ ก็ให้ยาผงชนิดหนึ่ง โดยเป็ นไข่แมลงวันใส่ลงไปที่แผล พร้อมกับพันผ้าพันแผล ให้ จา-มู-จา-กาแป เจ็บปวดมากไม่ดูที่องค์สัจจะใส่ยาให้ได้แต่ปิ ดตาร้องอย่างเดียว แล้วบอก จามูจากาแปว่าอย่าเอาผ้าออกจนกว่าจะครบ 7 วัน พอครบ 7 วัน จะมูจะกาแป ก็เปิ ดดูแผลที่เท้า ท าให้แผลที่เท้าเน่า เปลื่อย มีแต่หนอนจากน้ันความเน่าก็ไดล้ามทวั่ท้งัตวัจนถึงแก่ความตาย ท าให้ความเน่าเหม็นของจามูจากาแปน้ันไปทวั่ท้งัแผ่นดิน สุดทา้ยร่างกายและวิญญาณก็ถูก สาปให้กลายมาเป็นปลวกจะเห็นไดว้่าปลวกน้ันมีทุกหนทุกแห่ง ปีศาจจา-มู-จา-กาแป เป็ น สัตว์ประหลาด ใหญ่เท่าภูเขาหลายลูก มีอิทธิฤทธิ์ มาก มีชีวิตที่อมตะมีหน้าตาที่ดุร้าย ชอบกิน เน้ือสดและพืช แต่ตอ้งเจอกับความความพ่ายแพ้เพราะความประมาทของตน และความยา กลองดีกับผู้ที่มีอ านาจเหนือกว่าตน แท้ที่จริงแล้วจามูจากาแป เป็ นพาหะรับใช้องค์พระบิดาเจ้า ที่หนีมาก่อความไม่สงบกบัโลกมนุษย์ 2) ต านานการแยกกันของคน ตอน ผิดกันเรื่องการแบ่งเนื้อกวางและเนื้อเม่น ตามตา นานนิทานเรื่องน้ีไดก้ล่าวว่า มีสมยัหน่ึงคนเราไม่มีเผ่า ไม่มีก๊ก มีพี่น้องอยู่คู่ หน่ึงได้แยกจากกันด้วยเรื่องการเข้าใจผิดกันเรื่องสัตว์และขนสัตว์เป็นเหตุเรื่องน้ีมีความ เป็ นมากล่าวคือ มีพี่ชาย ออ-อู พา กับน้องสาว ออ-นู่มา คู่หนึ่งได้แบ่งกลุ่ม เข้าไปล่าสัตว์ในป่ า โดยท้งัสองกลุ่มต่างไปคนละที่และไดส้ ัตวค์นละชนิด โดยกลุ่มของน้องสาวน้นั ไดก้วางและ กลบัมาในหมู่บา้นก่อน พร้อมกบัแบ่งเน้ือให้เพื่อบา้น ทุกหลงัคา หลงัคาหน่ึงไดป้ระมาณ 2-3 กิโลกรัม แบ่งกนั ไปเรียบร้อยกล่าวถึงกลุ่มของพี่ชาย น้ันล่าสัตวอ์ยู่ยกใหญ่พอตกค่า จึงไดเ้ม่น 1 ตวัแต่เม่นที่ไดน้ ้นัถูกหมากินไปคร่ึงหน่ึง ที่เหลือก็ทา กินในป่าและเหลือกลบัมาประมาณ ครึ่ งขาพร้อมกับเอาขนเม่นกลับมา (สมยัก่อนสัตวต์ ่างไม่มีชื่อ) พอกลับมาถึงที่บ้านก็บอกกับ กลุ่มน้องสาวว่า ไดเ้น้ือสัตวม์าแค่น้ีพร้อมกับโชวข์นสัตว์ตามปกติแลว้ขนเม่นจะเป็นขนที่ ใหญ่ที่สุดในบรรดาขนสัตวท์ ้งัหลายจึงไดท้า ให้เกิดขอ้โตแ้ยง้ว่าเม่น น่าจะใหญ่กวา่กวางหรือ เท่ากบัยกัษ์เป็นแน่น จึงเกิดความไม่เขา้ใจกนัทา ให้ท้งัสองฝ่ายโตแ้ยง้กันถึงข้นแตกหักและ ั เกิดความไม่พอใจ ในที่สุดกลุ่มน้องสาวก็ได้ตีจากไป โดยกล่าวว่าพี่ไม่เป็ นธรรม เลยพาพรรค พวกหนีไปทางตะวันตก (ในปัจจุบนัคือพวกฝรั่ง) กล่าวกับพี่ชายว่าเราเป็ นผู้หญิงขอเอาวิชา ความรู้ไป ส่วนพี่น้นัเก็บความมีสัจจะไว้(กลุ่มที่เหลือคือกลุ่มชนชาติตะวันออก)และสัญญา ว่า


67 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ วนัหน่ึงจะกลบัมาหาพี่พร้อมกบัความรุ่งเรื่อง หลงัจากน้นัก็อพยพไปจากพี่และพอวนัรุ่งข้ึน กลุ่มพี่ชายก็ได้ตามหาน้องสาว ด้วยความสงสารในตัวน้องสาว ตามทางเดินไปเจ็ดวัน ก็ไม่พบ พบแต่ตนักลว้ยที่ถูกตดัและงอกข้ึนมาใหม่เป็นคืบแลว้ระหวา่งเดินหานอ้งสาวน้นัพอดีกับใกล้ จะถึงเทศกาลปี ใหม่ พวกที่ตามหาน้องจึงไปแวะหมู่บ้านที่ก าลังฉลองปี ใหม่ แล้วจีงกลับมาที่ หมู่บา้นที่ตนอยู่และไม่ตามหาอีกรอแต่วนัน้ันมาถึง หลงัจากเกิดเหตุการณ์น้ีแลว้ผูค้นจึงได้ แตกเป็นกลุ่ม เป็นเผา่ต่างเกิดข้ึน 3) ต านานการเกิดของเหล้า นานมาแล้วคร้ังหน่ึง มีสองแม่ลูกอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน อยู่มาวนัหน่ึงลูกชายคนน้ัน อยากท าบุญ เขาคิดว่าหากได้ท าบุญกับองค์พระบิดาเจ้าแล้วจะมีความสุขความเป็ นอยู่ที่ดี แต่ กบัแม่ของเขาแลว้ไม่มีอนัจะกินอดเป็นวนัๆคิดข้ึนไดด้งัน้ันแลว้เขาก็จดัอาหารเครื่องบูชา มี ผลไม้ เป็ นกล้วย มะม่วง อื่นๆมากมาย ใส่ถดัเพื่อข้ึนไปถวายให้กบัองคพ์ระบิดาเจา้พอไปถึง พระบิดาเจ้า (อื่อ ชา ) แลว้อื่อชาก็ไดถ้ามว่าเจา้ให้แม่เจา้ที่หิวโหยกินหรือยงัชายผูน้้ันตอบยงั ไม่ไดใ้ห้กิน และองคพ์ระบิดาเจา้ก็ไดแ้นะนา ให้ไปให้แม่กินก่อน จากน้นัชายผูน้้ันก็กลบัมา เอาข้าวของกลับมาหมด แต่แล้วแทนที่จะไปให้แม่กินตามค าแนะน าขององค์พระบิดาเจ้าหาไม่ เขาเกิดความอบัอายและไดน้า ผลไมเ้หล่าน้นัทิ้งไวท้ี่กรงไม้ชึโก่ทา ให้เกิดการมดัหม่น และ กลายเป็นน้า ที่มีกลิ่นหอมชวนกินยิ่งนกัทา ใหน้กกา แงะ ชี แงะนอ สัตวป์่าท้งัหลายพากนัมา กินเป็ นหมู่ๆ ถ้าสัตวต์วัไหนกินแลว้ก็จะมีอาการ สนุกสนานยิ่งนักอยู่มาวนัหน่ึงมีชายผูห้น่ึง ไดพ้าลูกชายออกหากินในป่าและไดพ้บกบัฝูงนกฝงูสัตวม์ากมายอยู่ที่กรงไมน้นั่และมีอาการ ที่สนุกสนานมากเขาจึงเกิดความสงสัยและเฝ้าดูอยนู่านและก็ไม่ยงินก สัตวเ์หล่าน้นัเลยเพราะ สัตว์เหล่าน้ันแสดงอาการแปลกอยู่จึงได้เขา้ไปดูใกล้ๆแลเห็นมีน้ าอยู่ในกรงไม้จึงได้ลว้ง ออกมากิน ทา ให้ชายผนู้้นัเกิดอาการมึนเมาและเกิดความคิดวา่ถา้ฆ่าลูกตวัเองบูชาเทพเจา้แลว้ จะมีความสุข ชายผูน้้ันจึงทา การฆ่าลูกตวัเองและบูชาเทพเจา้ไป พอหายเมาก็ร้องให้โห่แลว้ ฆ่าตัวตายตาม ท าให้เขาต้องตกนรกในที่สุข ชาวละหู่จึงมีการบอกต่อๆ กนัมาวา่เหลา้เป็นสิ่งที่ ไม่ดี และห้ามชาวละหู่กิน 5. เครื่องดนตรีประเภทต่าง ๆ โอกาสในการใช้/เล่น วิธีการใช้/เล่น การถ่ายทอด ละหู่มีความช านาญในเรื่องดนตรี เครื่องเป่ าแคนที่เรียกว่า “หน่อกู่มา” เป็ นเครื่องเป่าที่ท ามา จากลา ตน้ ไมไ้ผ่แข็งๆ ลา ยาวประกบติดกบัน้า เตา้เป็นเครื่องดนตรีเป่าประกอบการเตน้ร าชาวละหู่แคน เสียงต่า แต่เสียงไพเราะ ซ่ึงเกิดจากทา นองที่เกิดจาการเคลื่อนนิ้วตามช่องลมมือ ผูเ้ล่นจะเป่าซ่ึงเป็น เครื่องดนตรีที่นิยมในหมู่ละหู่ เครื่องดนตรีเป่ าอีกชนิดหนึ่งได้แก่อา้ถา มีลกัษณะคลา้ยกบัจิ๊งหน่อง


68 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ ของภาคอีสานท าด้ายไม้ไผ่ตง มีความยาวประมาณ 1 คืบ ประกอบกัน 3 อัน เวลาเป่ าจะแตะอ้าถาเรียง กัน 3 อันไว้ที่ริมผีปากเป่าลมออกและดูดลมเข้า พร้อมกับนิ้วมือดีดที่ปลายอ้าถา ท าให้เกิดเป็น เสียงเพลง เสียงจากอ้าถาสื่อบอกรักได้ ซึ่งฟังคลา้ยกบัเสียงหรีดหริ่งเรไรที่ร้องในยามค่า คืนแต่ในหมู่ละ หู่ด้วยกัน ฟังแล้วจะรู้ว่าเสียงเรียกสาวคนรัก และเสียงออดอ้อนขอความรักจึงย่อมรู้เองว่าใครดูเขา ใคร เป็นผเู้ป่าและเรียกใครออกมาท้งัคู่จะแบไปที่มุมสงบในยงุ่ขา้วตามวิถีทางแห่งความรักของละหู่ ประเภทของเครื่องดนตรี ▪ เครื่องดนตรีประเภทใช้ตี ไดแ้ก่กลอง ฉิ่ง ฆ้อง ▪ เครื่องดนตรีประเภทใช้ดีด ไดแ้ก่ ซึง อ้าทา ▪ เครื่องดนตรีประเภทใช้เป่ า ไดแ้ก่ ขลุ่ย แคน แปหลู ใบไม้ 5.1 อ้าถ่า เครื่องดนตรีชนิดน้ีมีขนาดเล็ก ท าจากไม้ไผ่แข็งผ่าซีก สามารถพกพาไปได้สะดวก ทุกที่ เสียงของจิ่งหน่องจะไม่ค่อยดัง สามารถเล่นได้ท้ังชายและหญิง มีเสียงไพเราะ เครื่องดนตรีชนิดน้ีไม่ทราบว่าเกิดข้ึนยุคใดไม่ปรากฏชัดเจน ซ่ึงการเล่นจิ่งหน่องจะเล่น โดยมาประกบและบงัคบัเสียงโดยลิ้น มีบทเพลงที่เล่นจิ่งหน่องของชนเผ่าละหู่ว่า “ชาย เล่นจิ่งหน่องก็เป็นปากนกกระจอกแม้เป่ าขลุ่ยบ่อยก็เจ็บริมฝี ปาก ขอให้หญิงสาวออกมา นอกบ้านแม้ช่วงยามเดียวก็ดี ใส่หมวกแต่งตัวให้สวยแล้วออกมา เมื่อถึงเวลานอนไปหาที่ นอนกัน ถา้หานอนไม่ไดจ้ะไม่นอนท้งัคืนเหมือนน้า ไหลไม่หยดุ ” เครื่องดนตรีชนิดน้ีใช้ เล่นเพลงเก้ียวพาราสีส าหรับหนุ่มสาวในช่วงก่อนเทศกาลฉลองปีใหม่หรือโอกาสอื่นๆ เสียงอ้าถาเป็ นเพลงแสดงความสนใจต่อฝ่ ายตรงข้าม 5.2 แล้-ก่าชุย คือ ขลุ่ย ทา ข้ึนไดอ้ย่างง่ายจากไมไ้ผ่ยาวประมาณ 10 นิ้ว มีรูบงัคบัเสียง 2 - 6 รู ชายหนุ่ม หญิงสาวมักจะเป่ าขลุ่ยในไร่ข้าว ในช่วงระยะเวลาเก็บเกี่ยว และมีอากาศ อย่างไรก็ตาม ในการตรงกนัขา้มถา้หากช่วงเวลาน้ีมีอากาศมืดคร้ึม ฝนตกมกัจะไม่ไดย้ิน เสียงขลุ่ยมักจะได้ยินโดยปกติ หากมีใครเป่ าขลุ่ยสักคนหนึ่ง ผู้ที่อยู่บนเขาห่างออกไปอีก หลายลูกจะได้ยินอย่างชัดเจน 5.3 แม-สิโก่ย หรือซึง ชายหนุ่มมักจะใช้ดีดเป็ นเพลงเกี่ยวกับหญิงสาวซึ่งมีอยู่ 2 - 6 สาย ทา ข้ึน เองอยา่งง่ายๆ เสียงเพลงจากซึงมีลกัษณะคลา้ยเสียงของอา้ถา เครื่องดนตรีชนิดน้ีเขาไดร้ับ การถ่ายทอดจากพ่อแม่ จึงมักจะมีการเล่นกันน้อย ไม่จ ากัดเวลา 5.4 หน่อ หรือแคน มีขนาดเล็กเท่าๆกบัแคนของชาวละหู่แคนใชเ้ป่าเป็นเพลงในวนัศีลค่า ข้ึน ค าแรมเพื่อการเต้นร าภายในหอแหย่ของหมู่บ้าน ในการเต้นร าฉลองปี ใหม่กลางหมู่บ้าน


69 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ ใชเ้รียกหาคู่ครอง เรียกญาติที่อยู่ห่างไกลบรรยายถึงแมลงสัตวป์่าและสิ่งแวดลอ้มรอบๆ ตวัเขา ตามตา นาน แคนเป็นสิ่งประดิษฐ์มหศัจรรย์ นอกจากจะเป่ าในเทศกาลปี ใหม่แล้ว แคนสามารถเป่ าเป็ นเพื่อความบันเทิงหรือ ใช้จีบสาว โดยส่วนมากจะเป็ นผู้ชายที่เป่ าแคน ลักษณะการเล่นจะเป่ าเดียว หรือเป็ นทีมก็ ได้นิยมเป่ าแคนในช่วงเช้าตรู่ตอนที่เสียงเงียบวังเวง ในกลางคืนตอนดึก หรือยามว่าง ช่วง ไปลงเล่นในลานเที่ยวของชุมชน หรือแม้แต่เมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวต่างหมู่บ้าน ระหว่าง ทางก็นิยมเป่ าแคน เพื่อส่งเสียงให้ผู้คนได้ยิน เครื่องเป่าแคนของละหู่น้ันยงัไม่พบว่า เกิดข้ึนช่วงใด หรือมีต านานกล่าวไว้อย่างไร แต่ก็มีสุภาษิตที่กล่าวเกี่ยวกับความยากการ ใช้เครื่องเป่ าแคนว่า “เมื่อไดที่เราจะฝึกฝนใหม้ีความชา นาญการเป่าแคนไดน้ ้นั ต้องมีความ อดทน และต้งัใจจริงเท่าน้ันจึงจะเป็นบุรุษที่มีความสามารถใช้เครื่องเป่าแคนได”้ดังน้ัน เป็ นเรื่องที่ไม่สามารถท าได้ง่ายเลย เครื่องเป่ าแคนที่ต่างชนเผ่านิยมใช้และมีลักษณะ คล้ายกัน คือชนเผ่าอาข่า และลีซูแต่เสียแคนมีความต่างกัน เสียงเป่ าแคนของละหู่เป็ น เสียงสูง-ต ่าและเป็ นจังหวะ เพื่อประกอบการเต้น เสียงเป่าแคนน้ีมกัมีเน้ือหาเกี่ยวขอ้งกบั วิถีการด ารงชีวิต การท ามาหากิน ความรักความเศร้า เป็ นส่วนใหญ่ 5.5 ขลุ่ยยาว “หนอยื่อ มา” ขลุ่ยยาวน้ีท ามาจากต้นไผ่เหียะ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 หุน ยาวประมาณ 75 เซนติเมตร ต้องเป็ นไผ่ที่แห้ง ท าการเจาะรูด้านปลาย จ านวน 3 รูและด้านที่เป่าให้มีข้อก้ัน พร้อมท้งัทา รูบากให้ต่อกนัและใช้ข้ีผ้ึงปิดรูเพื่อกา หนดเสียงขลุ่ยให้เสียงดีและดัง ขลุ่ยยาวน้ี สามารถเป่ าได้ทุกฤดูกาล 6. บทเพลง บทเพลงกับเครื่องดนตรี ชาวละหู่มีพฤติกรรมทางวัฒนธรรมที่แสดงออกในรูปของบท เพลงอยหู่ลายประเภท ไดแ้ก่ผ่านทางเครื่องดนตรี ผ่านทางค าพูดหรือร้อง 6.1 บทเพลงผ่านเครื่องดนตรี 6.1.1 เพลงแคนเรียกร้องหาพี่น้อง (อ่อว้ีอ่อ ญีจา เว) หรือเรียกร้องหาพี่น้อง เป็ น เพลงในจังหวะญาติพี่น้องได้มาพบปะกัน และเต้นร า 6.1.2 เพลงฉลองปี ใหม่ เพลงน้ีมีความส าคญัต่อละหู่ที่เดินทางออกไปจากหมู่บ้าน ขอให้เดินทางกลบัมาพบกันเพื่อร่วมพิธีกรรมจากเทวดาอื่อซา ในวนัข้ึนปี ใหม่โดยความส านึก ชาวละหู่ที่อาศัยอยู่นอกสังคม ละหู่มักจะต้องเดินทางไป ยังหมู่บ้านละหู่ที่ใดที่หนึ่ งเพื่อร่วมในพิธีกรรม ถ้าหากละเลยเขามักจะมี ความรู้สึกว่าเขาได้กระทา ต่อสิ่งสา คญั ในชีวิต ผลก็คือกลายเป็นคนอบัโชค


70 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ 6.1.3 เพลงแคนในหอแหย่ วนัศีลหรือวนัค่า ข้ึน และวนัค่า แรมดังกล่าวแล้วว่า ชาวบ้านพากันท าบุญหรือ (ขอ ตา เต เว) ในหอแหย่ เพื่อได้ท าการเซ่นสรวง พระเจ้า ละหู่เรียกว่า “อื่อซา” ตอนกลางคืนมีการเป่าแคน ตีฆอ้ง ตีกลอง ตีฉิ่ง และมีการเต้นเป่ าแคนเรียกว่า หน่อมึ้-ซื้เวเป็ นแถวหญิงและชายในการเต้นร า ในหอแหย่เรียกว่า“ปอย เต เว”การเป่ าแคนในหอแหย่ มีความหมายว่า ชาว ละหู่ท้งัหลายถึงเวลาแลว้ที่ตอ้งร่วมกนัทา บุญในวนัศีลวนัพระเพื่อลา้งบาป ลา้งกรรม สิ่งชวั่ร้ายความเจ็บไขไ้ดป้่วย ใหส้ิ้นไป 6.1.4 บทเพลงแคนในงานเทศกาลฉลองปี ใหม่ การเป่ าแคนเพื่อการเต้นร าใน เทศกาล ปีใหม่ของชาวละหู่เริ่มด้วยการเป่าส่งสัญญาณว่า “ถึงเวลาปี ใหม่ แล้ว ขอทุกผูทุ้กคนมีความสุขสวสัดีในปีใหม่น้ีครบอีกวาระหน่ึงของปี ขอให้พวกเราชาวละหู่ ส่งเครื่อง บูชา สักระ เทพเจ้าแห่งปี ใหม่ ให้มาร่วม เตน้ร า สนุกสนานที่ใตต้น้ ปีใหม่น้ี”การเป่าแคนในเทศกาลข้ึนปีใหม่ชาวละหู่ เรียกว่า หน่อ มึ้-ก่า-เคอะ-เว จะทา ที่ใตต้น้ ปีใหม่เท่าน้นั 6.1.5 บทเพลงแคนกับหนุ่มสาว หนุ่มสาวชาวละหู่มีเวลาที่ต้องพบกันในวันหยุด วันศีล เทศกาลต่างๆ และส่วนใหญ่พบกันในเวลาไปนา ไปไร่ มีวิธีที่จะพบ กันคือใช้เครื่องดนตรีเป็ นสื่อเรียกหา โดยเฉพาะแคน การใช้แคนเรียกหาคู่รัก ชาวละหู่เรียกว่า หน่อ-มึ้-เจื่อ ซ่ึงส่วนใหญ่จะมีความหมายดงัน้ี ▪ ฝ่ ายชาย สาวเจ้าละหู่เอ่ย เจ้าอยู่แห่งหนใด หากเจ้าไร้คู่ครอง ดงั่นกเขาไร้ คู่ เจ้าจงมาหาข้า หากเจ้าไร้คู่ครอง หนุ่มละหู่รอเจ้ามานมนาน เจ้าเหงา ก้าวเท้าหาข้าที่ดงดอย เรามาพูดกัน 3 ค า เอาแขนหนุนตักนอน กินข้าว ร่วมถ้วยเดียวกัน ร่วมเคียงกายกัน (ร่ วมหอ) มิให้เจ้าล าบากกาย เหล่า แมลงไม่ใหใ้กลต้วัติดผิวกาย หากมีแมลงขา้เอากิ่งเงินกิ่งทองฟากมนัตาย ▪ ฝ่ ายหญิง หนุ่มละหู่ป่ า หลอกสาวเจ้าละหู่หรือไร ดั่งลิ้นไม่มีกระดูก เป็นเพียงลมชวนเชย เจา้พูดดงั่ใจนึก หากเจา้หลอกกินน้ าใส เป็นดงั่กิน น้า ขุ่น หากมิได้เห็นหน้าเจา้ใจแทบขาดสิ้น หากเจา้หลอกขา้ขอเจา้สิ้น เงินหมื่นเงินแสน อย่าพน้บาปกรรม ให้ตายปากเสือ ให้กิ่งไม้ทับตาย หากเจ้าตายแล้ว เราสองจะรอกันที่ใต้ต้นดาวเรือน (สวรรค์) 6.1.6 บทเพลง อ้าทา บนริมฝี ปากเป็ นเครื่องดนตรีที่นิยมกันเล่นในกลุ่มหนุ่มสาว สมยัก่อน มีเสียงที่ไพเราะชวนฟังแต่เสียงค่อยตอ้งใชส้มาธิในการฟังเสียงเรา เป็นเสียงเสือสิงห์กระทิงหรือไร เจ้าสาวผูสู้งส่งและมั่นมีรีบเร็วไวข้าถูก


71 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ แมลงกดัต่อยผิวมนัถูกน้า คา้งจนเยน็ชาขา้รอเจา้หมื่นแสนปีสาวละหู่เอยละ หู่มา 6.2 บทเพลงผ่านค าพูด/ค าร้อง 6.2.1 การผิวปากร้องเพลงเรียกว่า ตี๋-แซะ-มื่อเว 6.2.2 การร้องเพลงโดยใช้ปากร้อง เรียกว่า กอ-แนะ- เตเว 6.2.3 การร้องสวดท าพิธี เรียกว่า โบ-กู่เว 7. การแต่งกาย ในอดีตละหู่ทอผ้าใช้เอง แต่ในปัจจุบันแทบจะไม่มีใครทอผ้าใช้เอง นอกจากจะทอพวกของใช้ ที่มีขนาดเลก็ๆ เช่น ยา่ม หรือสายสะพายยา่มเท่าน้นัเส้ือผา้ของละหู่จะใชผ้า้ดา หรือผา้สีฟ้าซ่ึงข้ึนอยกู่บั ว่าเป็ นละหู่กลุ่มใด และตกแต่งด้วยผ้าหลากสีเป็ นลวดลายสวยงาม ละหู่มีหลายกลุ่ม รูปแบบของตวัเส้ือ และลายบนเส้ือผา้จึงแตกต่างกนั ไปตามกลุ่ม แต่ทุกกลุ่มจะนุ่งซิ่นเช่นเดียวกนัเส้ือของหญิงละหู่ด าจะมี สองแบบ แบบแรกจะเป็ นเส้ือแขนยาวตวัส้ันแค่เอว แบบที่สองเป็นเส้ือแขนยาวตวัเส้ือยาวถึงน่อง ตกแต่งด้วยผ้าหลากสีและเครื่องเงิน สา หรับเส้ือผา้ของผูช้ายละหู่ทุกกลุ่ม ท้งัเส้ือและกางเกงจะใชผ้า้สีดา ใชผ้า้สีต่างๆ ทา เป็นแถบ ยาวซ้อนกันบริเวณปลายขากางเกง ปลายแขนเส้ือ และด้านหน้าตัวเส้ือ แต่จะไม่มีลวดลายมาก เหมือนกบัเส้ือผา้ของผหู้ญิง ผชู้ายละหู่สวมถุงน่องด้วยในขณะที่ผู้หญิงไม่สวม 8. การละเล่นพื้นบ้าน การละเล่นของเด็กผู้ชาย เมื่อเด็กผู้ชายโตพอที่มีความสนใจต่อการเล่น พ่อของเด็กมักจะท าจอบมือถือขนาดเล็ก มีดเล็ก ตะกร้า ส าหรับเด็กใชส้ะยายเด็กละเล่นของเหล่าน้ีในขณะที่พ่อแม่ทา งาน เด็กอายปุระมาณ 8 -12 ขวบ พ่อจะทา หนังสะติ๊ก และลูกข่าง เมื่อมีการเต้นร าเด็กในวยัน้ีจะเข้าร่วมเต้นร ากับผู้ใหญ่ เมื่อมีอายุ ประมาณ 14 ปีข้ึนไปจะเริ่มเล่นแคน ซึงและขลุ่ยรวมท้งัตีกลอง ฆอ้ง ฉาบ ฉิ่ง การละเล่มของเด็กผู้หญิง เด็กหญิงเล็กๆ มกัจะไม่มีโอกาสไดเ้ล่นอย่างเด็กชายที่อยู่ในวยัเดียวกนัท้งัน้ีมกัจะตอ้งสะพาย น้องเล็กๆ ไว้ทางด้านหลัง เมื่อโตพอประมาณ พ่อจะท าลูกสะบ้าไม้เล่นกับเพื่อในวัยเดียวกัน แต่ก็เล่น พร้อมๆ กนัดูแลนอ้งไปดว้ย เมื่อโตพอเป็นสาวมกัจะมีโอกาสเล่นไดเ้ต็มที่ในบางคร้ังเด็กชายและหญิง จะร้องเล่นค าสวดมนต์และแสดงท่าทางตามแบบอย่างผู้ใหญ่ง เช่น ร้องเลียนแบบตามค าสวดของผู้น า ทางศาสนา การละเล่นของละหู่มีอยู่หลายอย่างดังนี้


72 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ ✓ การเล่นลูกข่าง (คอสี-เหล่เว) ✓ การเล่นลูกสะบ้า (มะอ้ีสี่เหล่เว) ✓ การเล่นลูกช่วง (แคสี-อี่บ่า-ดะเว) ✓ การดันแรง (กา-ดะเว) ✓ การเล่นชักหย่อ(อ้าแค-ว่อดะเว) ✓ การเล่นปื นกระปอกไม้ไผ่ (โป้โปะ) ✓ การเล่นไม้โตกเตก ( มะก้ึ-เทอะเว) ✓ การเต้นร า (ปอยเต-เว) ✓ การเล่นหนงัสะติ๊ก(กู่บ๊อกเว) ✓ การเล่นรถสามล้อ(ก้า เหล่เว) ✓ การเล่นกระต่ายขาเดียว (คือจ้ือกู่ทอ้ะ ดะเว) ✓ การเล่นกระโดดหนังยาง (จ้ือแกะ ป๊อก ดะเว) ✓ การเล่นทายเม็ดข้าวโพด (ซา มา สี ฟ้า ดะ เว) ✓ การเล่นหมากเก็บ (ฮ้า ปื อ สี่ เวอะ ดะ เว) ✓ การเล่นทอผ้า (พาจ้ือเว) ✓ การเล่นกังหันที่ท าจากใบไม้(อา้ผะเหล่ก้ือเว) ✓ การเล่นยิงธนู(ข๊า เจ เหล่ เว) 8.1 การเล่นลูกข่าง ลักษณะการเล่น การเล่นลูกข่างน้ันเป็นการละเล่นส าหรับเด็กผูช้าย จะเล่นในช่วยเทศกาลปีใหม่ละหู่ จะจัดงานปีใหม่ในช่วงปลายเดือนธนัวาคมของทุกปีการเล่นลูกข่างจะมีข้ึนในช่วง 3 -4 วัน ที่ จัดงานปี ใหม่ของละหู่เท่าน้นั อุปกรณ์ อุปกรณ์ในการเล่นลูกข่างน้นัก่อนจะถึงวนั ปีใหม่เด็กจะเตรียมลูกข่าง โดยการเขา้ไป ในป่ าตัดต้นไม้ขนาดย่อม ๆ มาหนึ่งต้นมาตัดเป็ นท่อน ๆ แล้วแบ่งกันคนละท่อน และแต่ละคน ก็จะไปเสริมแต่งลูกข่างของตัวเองต้องเหลาให้หัวลูกข่างแหลม ๆ ทายจะเรียบ ขนาดของ ลูกข่างจะไม่เท่ากันแล้วแต่ว่าแต่ละคนชอบขนาดไหน เสร็จแล้วจะเอาเชือดมาถัดเป็ นเปี ยเพื่อ เอาไว้พันรอบลูกข่าง และปลายเชือดจะมัดติดด้วยไม้อันเล็กยาวประมาณ 1 ศอก เอาไว้จับ ตอนออกแรงเหวี่ยงให้ลูกข่างหมุน


73 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ สถานที่เล่น พอแต่ละคนได้ลูกข่างแล้วจะไปเล่นกันที่ไหนก็ได้ไม่จ ากัดสถานที่ แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะไปเล่นที่ลานกว้างของหมู่บ้าน จ านวนผู้เล่นไม่จ ากัดจ านวน เวลาเล่นแบ่งออกเป็ น 2 ฝ่ าย ฝ่ ายละกี่คนก็แล้วแต่จ านวนคนที่เล่น วิธีการที่จะเลือกว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายเล่นก่อนหรือหลงัก็ คือแต่ละฝ่ ายจะเลือกตัวแทนมาฝ่ ายละ 1 คน แล้วจะเหวี่ยงลูกข่างลงไปพร้อมกัน ฝ่ ายไหน ลูกข่างหมุนไดน้านที่สุดฝ่ายน้นัก็เป็นฝ่ายเล่นก่อน จ านวนผู้เล่น จะแบ่งเป็ นฝ่ าย ฝ่ ายละกี่คนก็ได้ไม่จ ากัดจ านวน วิธีเล่น วิธีการเล่นลูกข่างหลังจากได้แบ่งคนเล่นเป็ น 2 ฝ่ ายแล้วแต่ละฝ่ ายจะเลือกตัวแทน ออกมาเล่นฝ่ ายละ 1 คน ฝ่ายที่แพจ้ะเป็นฝ่ายเหวี่ยงลูกข่างต้งัแลว้ให้ฝ่ายที่ชนะเป็นคน เหวี่ยงลูกข่างใส่ ถ้าเหวี่ยงไม่โดนก็เป็ นคนแพ้ จะเรียงไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบทีม ทีมที่ แพจ้ะตอ้งเป็นฝ่ายต้งัลูกข่างให้อีกฝ่ ายหนึ่งเป็ นคนเหวี่ยงใส่จนกว่าจะเหวี่ยงไม่โดนก็ต้อง เป็นฝ่ายต้งัลูกข่างให้อีกฝ่ายเหวี่ยงใส่จะเป็นอย่างน้ีเรื่อย ๆ จนกว่าเด็กจะเหนื่อยและเลิก เล่น 8.2 การเล่นไม้โตกเตก ลักษณะ การเล่นขาโย่งน้นัเล่นไดท้ ้งัเด็กผูห้ญิงและเด็กผชู้าย แต่คนที่จะเล่นไดน้ ้นจะใช้ทักษะ ั ในการทรงตัวได้ดีเป็ นเลิศ และต้องฝึ กซ้อมบ่อย ๆ ถึงจะไปแข่งกับคนอื่นได้ อุปกรณ์ วสัดุอุปกรณ์ในการเล่นขาโย่งน้ัน ส่วนใหญ่แลว้พ่อหรือพี่ชายที่โตแลว้จะเป็นคน เตรียมอุปกรณ์ให้ วิธีการเตรียมอุปกรณ์คือไปตัดต้นไม้ไผ่ขนาดใหญ่พอที่จะก าในมือของเด็ก ได้ ความยาว แล้วแต่ว่าเป็ นเด็กโตหรือเด็กเล็ก แต่ส่วนใหญ่ประมาณ 1 วา ตอนตัดไม้ไผ่ให้ติด ตาไม้ไผ่ให้อยู่ตรงกลางของไม้ไผ่มาด้วย เพื่อเอาไว้เป็ นที่หนีบของขาเวลาเล่น หลังจากได้ ต้นไม้ไผ่มาแล้วให้เหลาให้เรียบร้อย แล้วตัดให้ตาของไม้ไผ่ติดอยู่ตรงกลางของไม้ไผ่ ใต้ตา ของไม้ไผเ่หลาใหไ้มไ้ผแ่หลม ๆ เพื่อเอาไวย้ดึกบัพ้ืนดินใหท้รงไดไ้ด้ สถานที่เล่น ลานกว้างของหมู่บ้าน ที่เป็ นที่ราบ จ านวนผู้เล่น ไม่จ ากัดจ านวนผู้เล่น ถ้ารวมตัวกันเล่นเป็ นจ านวนมากจะสนุกมาก วิธีการเล่น


74 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ วิธีการเล่นขาโย่งน้ัน หลงัจากเด็กมีอุปกรณ์ในการเล่นเรียบร้อยแลว้และมนั่ใจใน ฝี มือของตัวเองว่าสามารถจะแข่งขันกับผู้อื่นได้แล้ว จะพากันไปเล่นลานกว้างของหมู่บ้านที่ เป็นที่ราบเสมอกนัจะขีดเส้นจุดเริ่มตน้และจุดเส้นชยัจะเล่นกนัเป็นกลุ่มใหญ่เวลาเล่นจะเขา้ แถวที่จุดเริ่มตน้พร้อมกนัทุกคนก่อน แลว้เอาอุปกรณ์ต้งัใหต้รงเสร็จแลว้คนที่จะเล่นตอ้งข้ึนไป ยนืตรงไมไ้ผ่ โดยการเอาเทา้ระหวา่งหัวแม่โป้งของนิ้วเทา้ไปหนีบที่ตาไมไ้ผ่แลว้จะนบั 1 – 3 แลว้ออกตวัไปพร้อมกนัคนไหนถึงเส้นชยัก่อนเป็นผชู้นะ ประโยชน์ของการเล่น ประโยชน์ของการเล่นขาโย่งน้ัน เพื่อให้เด็กฝึกการทรงตวัและให้รู้จกัความอดทน เพราะว่ากว่าจะเล่นทรงตวัไดบ้นไมไ้ผ่น้ันตอ้งใช้เวลาในการซ้อมเป็นอย่างมาก ใช่ว่าใครก็ เล่นได้ตอ้งผ่านการฝึกซ้อมมาก่อนถึงจะเล่นได้และเป็นการออกกา ลงักายของเด็ก เพื่อให้ ร่างกายเด็กแข็งแรง 8.3 การเล่นสะบ้า ลักษณะ การเล่นสะบา้เป็นการเล่นของเด็กผูห้ญิงเท่าน้นัการเล่นสะบา้น้นั ไม่มีเทศกาลจะเล่น ในเวลาไหนก็ได้ที่ว่าง อุปกรณ์ อุปกรณ์ในการเล่นลูกสะบ้าก็คือเด็กผู้หญิงจะไปเก็บลูกสะบ้าในป่ าใกล้หมู่บ้าน เวลา ที่ไปเก็บลูกสะบ้าอาจจะเก็บมาส ารองไว้หลาย ๆ อันส ารองไว้เผื่อหาย แต่ตอนเล่นจะใช้ ลูกสะบ้าคนละ 1 อนัเท่าน้นั สถานที่เล่น ลานกว้างของหมู่บ้าน หรือใต้ถุนบ้าน จ านวนผู้เล่น จ านวนผู้เล่นสะบ้าน้ันไม่จ ากัดจ านวนคนจะเล่นกันกี่คนก็ได้เวลาเล่นจะแบ่ง ออกเป็ น 2 ฝ่าย ฝ่ายละเท่า ๆ กนัการที่จะเลือกว่าคนไหนอยู่ฝ่ายไหนน้ันจะเลือกโดยการคน ที่จะเล่นมารวมกลุ่มกนัเป็นวงกลมหลงัจากน้นัเอามือข้างใดข้างหนึ่งออกมาข้างหน้าให้มือชน กันนับ 1 –3 แล้วเอามือควบหรือหงายพร้อมกัน คนที่ควบมือก็ต้องไปอยู่กับพวกที่ควบมือ คน ที่หงายมือจะต้องไปอยู่กับพวกที่หงายมือ จะท าอย่างน้ีจนกว่าคนที่ควบมือหรือหงายมือ แบ่งเป็ นฝ่ ายละเท่า ๆ กัน หลังจากแบ่งเป็ น 2 ฝ่ ายเสร็จแลว้จะตกลงว่าโดยไหนจะเล่นก่อน โดยการเป่ายงิชุม ฝ่ายไหนชนะมากกว่าจะเป็นฝ่ายน้นัจะเป็นฝ่ายเล่นก่อน อีกฝ่ายหน่ึงจะเป็น ฝ่ายต้งัลูกสะบา้


75 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ วิธีการเล่น วิธีการเล่นลูกสะบ้าต้องเตรียมพ้ืนที่ก่อนโดยการท าพ้ืนดินให้เป็นร่องแนวยาว เพื่อที่จะไดต้้งัลูกสะบา้ให้ตรงเป็นแนวได้ ห่างออกไปจากร่องจะขีดเส้นไว้เพื่อบอกว่าจะต้อง ต้ังต้นเล่นจากตรงน้ัน ฝ่ายที่ต้ังรับจะต้ังลูกสะบ้าเป็นแนวยาวที่ร่อง อีกฝ่ายหน่ึงจะเอา ลูกสะบา้วางไวท้ ี่ปลายเทา้หลงัจากน้ันจะเขย่งเทา้ขา้งเดียวให้ใกลจุ้ดที่ต้งัลูกสะบา้ไวใ้ห้มาก ที่สุดแล้วจะเหวี่ยงลูกสะบ้าที่อยู่ปลายเทา้ให้ลูกสะบา้ที่ต้งัไวใ้ห้ลม้ถา้คนแรกที่เล่นก่อนทา ลูกสะบา้ของฝ่ายที่ต้งัรับไม่ไดส้ ักคนเลย จะตอ้งเป็นฝ่ายต้งัรับต่อไป 8.4 การเล่นรถสามล้อ ลักษณะการเล่น การเล่นรถสามล้อเป็ นการเล่นของเด็กชาย คนที่จะเล่นต้องเป็ นเด็กที่โตพอที่จะ ช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว เพราะต้องไปหาอุปกรณ์ด้วยตัวเอง มีส่วนน้อยที่พ่อหรือพี่ชายจะเป็ น คนช่วยท าให้ ส่วนใหญ่เด็กจะเล่นในช่วงหน้าแล้ง เด็ก ๆ จะรวมกันเป็ นกลุ่มแล้วเข้าไปในป่ า เพื่อตัดต้นไม้ขนาดเล็กประมาณเท่าแขน ความยาวก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน ตัดไม้ ขนาดความยาวเท่ากัน 2 อนัและส้ันกว่า 1 อัน และตัดเป็นท่อนส้ัน ๆ ไวท้า ล้อ 3 ท่อน หลังจากได้ไม้แล้วจะถือกลับมาในหมู่บ้านเพื่อมาประกอบเป็ นคัน อุปกรณ์ วิธีการประกอบรถสามล้อน้ัน ขา้งแรกเอาไม้2 อันที่ขนาดยาวเท่ากันมาวางเป็ น สามเหลี่ยม แล้วเอาตะปูตอกที่หัวไม้ให้ติดกัน เสร็จแลว้จะเอาไมท้ ่อนที่ส้ันกว่ามาวางที่ทาย ให้เป็นสามเหลี่ยม แลว้ตอกตะปูให้ติดกนัหลงัจากน้นัจะเอาไมท้ ่อนส้ัน ๆ ที่เตรียมไวท้า ลอ้ น้นัมาเจาะรูให้ทะลุแลว้เอาไมส้้ัน ๆ มาแทงให้ทะลุรูไมแ้ลว้ใหไ้มค้าไวอ้ยา่งน้นัทา อยา่งน้ีให้ ไดส้ามลอ้หลงัจากน้นัเอาไมส้ามเหลี่ยมที่เตรียมไว้มาตอกตะปูให้ติดกับล้อที่มุมสามมุมแล้ว ทดสอบดูว่าล้อหมุนได้และตะปูแน่นดี พร้อมที่จะออกไปเล่นได้ จ านวนผู้เล่น จะแบ่งออกเป็ น 2 ฝ่ าย ฝ่ ายละกี่คนก็ได้จ านวนผู้เล่นจะเล่นกันกี่คนก็ได้ไม่จ ากัด จ านวน ส่วนใหญ่จะรวมเล่นกันหลาย ๆ คนจะได้สนุกสนาน ถ้าเล่นกันน้อยคนจะไม่สนุก สถานที่เล่น สถานที่เล่นน้นัตอ้งไปเล่นที่ลาดชงัส่วนใหญ่เด็ก ๆ จะเลือกเล่นตามถนนในหมู่บา้น หรือใกล้หมู่บ้านที่ลาดชังพอที่รถสามล้อสามารถเลื่อนลงมาได้โดยที่ไม่ต้องใช้แรง วิธีเล่น วิธีการเล่นรถสามลอ้น้ัน หลงัจากไดอุ้ปกรณ์พร้อมแลว้จะชวนกันไปเล่นที่ประจ าที่ เคยเล่นกันทุกปีแลว้ต้งัรถเข้าแถวเรียงกัน นับ 1 – 3 แล้วปล่อยรถให้ไหลไปพร้อม ๆ กัน


76 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ ใครไปถึงเส้นชยัก่อนคนน้ันก็จะเป็นคนชนะ หลงัจากน้ันเด็ก ๆ จะไปต้งัรถที่จุดเริ่มตน้แลว้ แข่งกนั ใหม่จะเป็นอยา่งน้ีไปเรื่อย ๆ จนกวา่จะเหนื่อยหรือเบื่อ ประโยชน์ของการเล่น ประโยชน์ของการเล่นรถสามล้อเป็ นการหัดท าอุปกรณ์ง่าย ๆ เพื่อที่จะเตรียมไว้โต เป็ นผู้ใหญ่ต้องท าอุปกรณ์ในการใช้ชีวิตประจ าวันเพราะเป็ นหน้าที่ของผู้ชายละหู่ต้องท า อุปกรณ์ต่าง ๆ และเป็ นการออกก าลังกายส าหรับเด็ก ๆ เป็ นการแข่งกีฬาชนิดหนึ่งที่สอนให้ เด็กรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย 8.5 การเล่นยิงธนู ลักษณะการเล่น การเล่นยิงธนูเป็ นการเล่นเฉพาะเด็กชาย เป็ นการเตรียมความพร้อมส าหรับเด็กผู้ชาย ในการที่จะต้องเป็ นผู้ไปล่าสัตว์ในป่ า ธนูที่เล่นก็จะเหมือนกับของผู้ใหญ่ที่ไปล่าสัตว์ เพียงแต่ ยอ่ขนาดลงเท่าน้นัและจะไม่เหลวอาวุธใหแ้หลม เพื่อความปลอดภยัของเด็ก อุปกรณ์ อุปกรณ์ในการเล่นยงิธนูน้นั ปู่หรือพ่อเด็กจะเป็นคนเตรียมให้โดยการตดักิ่งไมข้นาด ย่อม ๆ พอที่จะทา เป็นธนูได้เอาไมม้าเหลาให้เป็นสี่เหลี่ยม หลงัจากน้ันจะเจาะรูให้ทะลุที่1 ส่วน 3 ของไม้และที่ตรงกลางไมน้ ้ันเอามีดตดัให้เป็นปม เพื่อให้เชือดเกี่ยวได้หาไม่ไผ่มา 1 อัน ผ่าซีกให้บาง ๆ ความยาวประมาณ 1 ศอก หลงัจากน้ันมาใส่ในรูไมท้ ี่เตรียมไว้ให้อยู่ใน ลักษณะเครื่องหมายบวก หลังจากน้ันหาเชือดปอที่ถัดเป็นเปียมามัดติดที่ไม้ไผ่2 ด้าน หลงัจากไดต้วัธนูแลว้ตอ้งเตรียมอาวุธส าหรับยิงอีก วิธีการทา อาวุธน้นัคือเอาไมไ้ผ่ผ่าให้เป็น ซีกเล็ก ๆ แล้วเหลาให้กลมแต่เป็ นของผู้ใหญ่ปลายอีกด้านหนึ่ งจะแหลมมาก ถ้าเป็ น ของเด็กเล่นจะไม่แหลมมาก เพื่อความปลอดภัยของเด็กในเวลาเล่น สถานที่เล่น ลานกว้างของหมู่บ้าน หรือตามชายป่ าข้างหมู่บ้าน จ านวนผู้เล่น จะแบ่งเป็ นทีม ออกเป็ น 2 ฝ่ าย หรือเล่นกันตัวต่อตัว วิธีการเล่น วิธีการเล่นยิงธนูของเด็กน้ันจะเล่นกันที่ลานกวา้งของหมู่บ้านหรือแล้วแต่ความ สะดวกของเด็กจะขีดเส้นเป็นจุดที่ยืนส าหรับยิง และจะเอาใบไมต้้งัไวเ้ป็นเป้าอีกด้านหนึ่ง แลว้เด็กผชู้ายจะทา้กนัวา่คนไหนยงิโดยเป้ามากที่สุดคนน้นัเป็นผชู้นะ


77 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ ประโยชน์ของการเล่น ประโยชน์ของการเล่นยิงธนูของเด็กผู้ชายละหู่น้นัเพื่อเป็นการเตรียมตวัสา หรับไปล่า สัตว์ เมื่อโตเป็ นผู้ใหญ่ เป็ นการฝึ กการยิงให้โดนเป้าหมาย และเป็ นการฝึ กซ้อมทักษะในการ ยิง เพราะเป็ นหน้าที่ของผู้ชายละหู่ที่ต้องเข้าป่ าไปล่าสัตว์มาเป็ นอาหารส าหรับครอบครัว 8.6 การเล่นยิงกระบอกไม้ไผ่ ลักษณะการเล่น การเล่นยิงกระบอกไม้ไผ่เป็ นการเล่นของเด็กผู้ชาย จะเล่นช่วงไหนก็ได้ไม่มีเทศกาล เฉพะ อุปกรณ์ อุปกรณ์ในการเล่นยิงกระบอกไม้ไผ่ คือเด็กผู้ชายจะชวนกันเข้าป่ าเพื่อไปตัดไม้ไผ่ ขนาดเท่าหัวนิ้วแม่มือตดัขอ้หัวและขอ้ทาย ให้ฉลุสามารถมองเห็นอีกขา้งหน่ึงได้หลงัจาก น้ันจะหาไม้ไผ่อีกอนัหน่ึง ผ่าเป็นซีกแล้วเหลาให้กลม เอาไม้ที่กลมอันน้ันแทงเขา้ไปใน กระบอกไมไ้ผ่ที่เตรียมไว้หลงัจากน้ันจะไปหาผลไม้ชนิดหนึ่ง ลักษณะผลจะกลมและแข็ง ขนาดของผลสามารถที่จะดันเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่ได้ ผลไม้ที่จะเล่นยิงกระบอกไม้ไผ่ได้ น้นัมีหลายชนิด ส่วนใหญ่เด็กเขาจะรู้ว่าสามารถไปเก็บไดจ้ากตรงไหน เพราะพวกเขาจะเล่น เป็ นประจ า สถานที่เล่น สถานที่ในการเล่นจะเล่นที่ไหนก็ได้ แต่ส่วนใหญ่เด็ก ๆ จะไปเล่นที่ป่ าหรือที่มีกันบัง สามารถหลบกระสุนของอีกฝ่ ายหนึ่งได้ จ านวนผู้เล่น จ านวนผู้เล่นไม่จ ากัดจ านวนจะเล่นกันกี่กันก็ได้ ถ้ามีผู้เล่นหลายคนจะแบ่งเป็ น 2 ฝ่ าย หรือจะไม่แบ่งเป็ นฝ่ ายเล่นกันไปแบบหมู่ก็ได้ วิธีการเล่น วิธีการเล่นยิงกระบอกไม้ไผ่ หลังจากได้อุปกรณ์ในการเล่นเรียบร้อยแล้ว เด็ก ๆ จะ ถือกระบอกไมไ้ผ่และสะไพกระเป๋าใส่ลูกกระสุน จะวิ่งกนั ไปที่ๆ พวกเขากนัเป็นประจา และ บรรจุลูกกระสุนในกระบอกไมไ้ผ่แลว้จะยิงใส่กนัและเวลาเล่นจะมีกติกาว่าจะยิ่งใส่ที่ร่างกาย เท่าน้นัถา้คนไหนถูกยงิโดนลูกกระสุนจะเป็ นคนแพ้ ประโยชน์ของการเล่น ประโยชน์ของการเล่นยิงกระบอกไม้ไผ่ ถ้าดูแต่ภายนอกเหมือนกับเป็ นการเล่นเพื่อ สนุกสนานของเด็กแต่ถา้ดูลึก ๆ เป็นการเตรียมไวโ้ตข้ึนพวกเขาตอ้งไปล่าสัตวท์ ี่ป่า สามารถ ที่เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ในการยิงสัตว์และท าอย่างไรถึงจะยิงโดนเยื่อได้ สามารถที่จะเรียนรู้ใน


78 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ การดักซุ้มสัตว์ และสามารถจะฝึ กซ้อมความอดทนในการรอสัตว์ที่จะออกมาหากินอาหาร เพราะในอดีตน้นัผชู้ายของเผา่ ละหู่มีหน้าที่จะต้องไปล่าสัตว์ เพื่อเป็ นอาหารส าหรับครอบครัว 8.7 การเล่นกังหันที่ท าจากใบไม้ ลักษณะ การเล่นกงัหันที่ทา จากใบไมน้ ้นัเล่นไดท้ ้งัเด็กหญิงและเด็กชาย ส่วนใหญ่เด็กจะเล่น ในช่วงที่ลมพัดแรง ๆ อุปกรณ์ อุปกรณ์ในการเล่นน้นัหาไดจ้ากใกลต้วัเด็กๆ คือใบไมท้ี่มีลกัษณะค่อนขา้งยาวและใบ ใหญ่พอสมควร เป็ นใบไม้อะไรก็ได้ไม่จ าจัด ชนิดของใบ ไม้ยาวประมาณ 5-7 นิ้ว 1 อัน เมื่อ เตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้วจะฉีกใบไม้ให้ลักษณะเหมือนใบพัดลมให้ใช้ไม้ที่เตรียมไว้เสียบ ใบไม้ จ านวนผู้เล่น ไม่จ าจัดจ านวนผู้เล่น ใครจะเล่นต้องมีอุปกรณ์ของตนเอง(ท าเอง) สถานที่เล่น สถานที่เล่นน้ันจะวิ่งเล่นกันตามถนน หรือลานกวา้งของหมู่บา้น จา นวนผูเ้ล่นไม่ จ ากัดจ านวนจะเล่นกันเป็ นหมู่วิ่งเขา้แถวเรียงกนัไป วิธีการเล่น วิธีการเล่นหลังจากได้อุปกรณ์ในการเล่นเรียบร้อยแลว้ต่างคนต่างก็ทยอยวิ่งไปตา มลานกวา้งหรือวิ่งไปตามถนน เวลาวิ่งไปใบไมน้ ้นัจะกระทบกบัลมแลว้จะหมุนตามลม เป็น ที่สนุกสนานส าหรับเด็ก ๆ 8.8 การเล่นทอผ้า ลักษณะ การเล่นทอผ้าเป็ นการละเล่นของเด็กผู้หญิง จะเล่นในช่วงเวลาไหนก็ได้ที่ว่าง สถานที่ เล่นน้นัส่วนใหญ่จะเล่นที่ใตถุ้นบา้นหรือใตต้น้ ไมท้ี่ร่ม ๆ อุปกรณ์ อุปกรณ์ในการเล่นทอผา้คือเถาวลัยช์นิดไหนก็ไดท้ ี่ข้ึนใกลห้มู่บา้น เด็ก ๆ จะชวนกนั ไปเก็บเถาวลัยใ์หไ้ดจ้า นวนพอสมควร บางส่วนจะตดัส้ัน ๆ บางส่วนจะเก็บไว้ยาว ๆ หลังจาก น้ันจะหาไม้เล็ก ๆ มาตอกเรียงกันเป็นแถวความกวา้งก็แลว้แต่ความตอ้งการของแต่ละคน แลว้เอาไมจ้า นวนเท่ากนั ไปตอกตรงกนัขา้มที่ตอกไวแ้ลว้หลงัจากน้ันเอาเถาวลัยท์ ี่ยาว ๆ มา ผกูติดกบัไม้ท้งัสองดา้น


79 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ จ านวนผู้เล่น ไม่จ ากัดจ านวนผู้ทอ แต่เป็ นการทอที่เกิดจากความสนใจของตัวเด็กเอง และจะทอ ของใครของมัน วิธีการเล่น วิธีการเล่นทอผ้าจะเหมือนกับการทอผ้าจริงทุกอย่างของผู้ใหญ่ จะต่างกันแค่อุปกรณ์ ในการทอเท่าน้ัน (การทอผา้ผูใ้หญ่จะใช้ดา้ย แต่ของเด็กจะใช้เถาวลัยห์รือเศษดา้ย) หลงัจาก เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแลว้เด็กจะนงั่ขา้งใดขา้งหน่ึงของไมแ้ลว้เอาเถาวลัยใ์ส่ที่เถาวลัย์ ส่วนที่ผกูติดไวก้บัไมใ้หเ้ป็นตะไขวแ่ลว้เอาไมช้ิ้นเลก็ๆ มาดนัเถาวลัยใ์หแ้น่นติดกนั ประโยชน์ของการเล่น ประโยชน์ของการเล่นทอผา้ของเด็กผูห้ญิงน้นัเป็นการเตรียมตวัในการทอผา้จริงเมื่อ โตเป็ นผู้ใหญ่ และเป็ นการใช้เวลาว่างให้เป็ นประโยชน์ 8.9 การเล่นหมากเก็บ ลักษณะการเล่น การเล่นหมากเก็บส่วนใหญ่เป็ นการเล่นของเด็กผู้หญิงถ้าเด็กผู้ชายสนใจจะเล่นด้วยก็ ได้วิธีการเล่นน้นัตอ้งนงั่นิ่งๆ การนงั่นิ่งๆ ทา ให้เด็กผชู้ายไม่ชอบสักเท่าไรและเป็นเรื่องแปลก ถ้าเด็กผชู้ายมานงั่เล่นหมากเก็บกบัเด็กผหู้ญิง จะโดนเพื่อนผชู้ายคนอื่นลอ้วา่เป็นกะเทย อุปกรณ์ในการเล่นหมากเกบ็ ก้อนหินประมาณหัวแม่มือลักษณะจะกลมและเรียบจ านวน 5 ก้อน แต่ละคนจะมี อุปกรณ์เป็ นของตนเองใส่ไว้ในกระเป๋ ากระโปรงมีเวลาว่างช่วงไหนก็จะรวมเป็ นกลุ่มแล้วเล่น หมากเก็บกัน จ านวนผู้เล่น จะเล่นเป็ นกลุ่มโดยแบ่งเป็ นฝ่ าย 2 ฝ่ าย หรือจะเล่นเป็ นคู่ก็ได้ จ านวนผู้เล่นไม่จ ากัด จ านวน วิธีการเล่น วิธีการเล่นหมากเก็บน้นัข้นัตอนแรกจะตอ้งคดัเลือกก่อนว่าคนไหนจะไดเ้ล่นเป็นคน แรก วิธีการคัดเลือกก็คือทุกคนที่จะเล่นหมากเก็บมารวมกลุ่มเป็นวงกลม หลงัจากน้นัเอามือ ข้างใดข้างหนึ่งออกมาชนกันเป็ นวงกลมแล้วจะนับ 1 – 3 แล้วจะเอามือควบหรือหงาย(โอ วา แป๊ ะ)ถ้าคนอื่นควบหมดมีคนหงายคนเดียวหรือคนอื่นหงายหมดมีคนเดียวที่ควบคนเดียว คน น้นัก็จะไดเ้ล่นเป็นคนแรก และจะทา อย่างน้ีไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเรียงลา ดับจ านวนผู้เล่นครบ ทุกคน หลงัจากน้ันจะนั่งกนัเป็นวงกลมเรียงลา ดบัตามที่คดัเลือกได้ วิธีการเล่นจะเล่นอย่าง


80 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ เป็นลา ดบัข้นัเล่นจากง่ายไปหายากจากจา นวนน้อยไปถึงจา นวนมาก โดยมีวิธีการเล่นตาม ข้นตอนดัง ั วิธีการเล่นหมากเก็บขั้นที่ 1ผูท้ ี่เล่นจะนั่งแล้วเอาก้อนหิน 5 ก้อนวางลงไปในพ้ืน พร้อมกัน หลังจากน้ันจะหยิบข้ึนมา 1 ก้อนเวลาหยิบจะไปโดนก้อนหินก้อนอื่นไม่ได้ ถ้า บงัเอิญไปโดนตอ้งให้คนที่นั่งคนต่อไปเป็นคนเล่นต่อแลว้จะหยิบข้ึนมาทีละลูกและตอนที่ หยิบกอ้นหินน้นักอ้นที่อยู่ในมือตอ้งโยนข้ึนไปดว้ยตอ้งหยบิในระหว่างกอ้นที่โยนจะลงมาถึง มือ ทา วิธีการเดียวกนัน้ีจนกวา่กอ้นหินทุกกอ้นจะอยใู่นมือผูเ้ล่นหมด ข้นัที่ต่อไปจะหยิบที่ละ 2 ลูก และทีละ 3 ลูกจนถึงข้นัที่4 วิธีการเล่นหมากเก็บขั้นที่ 5 จะหยิบก้อนหินมา 1 ลูกโยนข้ึนไปแลว้เอานิ้วโป้งทา เป็น วงกลมให้กอ้นหินตกลงมาใส่ในวงการเล่นกลมน้น และจะท าในลักษณะแบบเดียวกันจนกว่า ั จะครบ 5 ลูก วิธีหมากเก็บขั้นที่ 6 กา กอ้นหินไวใ้นมือท้งั 5 กอ้น หลงัจากน้ันจะหงายมือให้กอ้น หินไปอยู่บนมือที่หงายให้มากที่สุด แล้วจะเหวี่ยงลงมาในมือก าก้อนทุกก้อนที่อยู่บนมือ ถ้า หล่นก้อนใดก้อนหนึ่งก็ถือว่าเล่นตาย วิธีการเล่นหมากเก็บขั้นที่ 7 ก าก้อนหินในมือท้ัง 5 ก้อน โยนลงพ้ืนพร้อมกัน หลงัจากน้นัจะหยิบลงมาทีละลูก ตอนที่ไปหยิบลูกใหม่น้ันลูกเก่าที่หยิบมาแลว้ตอ้งอยู่ในมือ ดว้ย ทา เช่นน้ีจนกวา่จะครบ 5 ลูก วิธีการเล่นหมากเก็บขึ้นที่ 8 กา กอ้นหินท้งั 5 ลูกโยนลงพ้ืนพร้อมกนัแลว้หยบิข้ึนมา 1 ลูกโยนข้ึนไปพร้อมกบัไปหยิบลูกใหม่ทุกกอ้นที่หยบิข้ึนมาตอ้งโยนไปพร้อมกนัหมดตอน ที่หยิบลูกใหม่ จนกว่าจะครบ 5 ลูก ข้นัที่8 น้ีเล่นยากพอสมควร วิธีเล่นหมากเก็บขั้นที่ 9กา กอ้นหินท้งั 5 ลูก โยนลงพ้ืนพร้อมกนัแลว้ให้คู่ต่อสู้ช้ีว่า จะให้เลือกก้อนไหนก่อน พอคู่ต่อสู้ช้ีคนที่เล่นตอ้งเขี่ยกอ้นหินไปชนอีกลูกหน่ึง และตอนเขี่ย น้นัหา้มไปโดนกอ้นอื่น ๆ ถา้โดนก็ถือวา่เล่นตาย เขี่ยใหโ้ดนจนครบ 5 ลูก 8.10 การเล่นทายเม็ดข้าวโพด ลักษณะการเล่น การเล่นทายเมด็ขา้วโพดเล่นไดท้ ้งัเด็กผูช้ายและเด็กผูห้ญิงรวมไปถึงผใู้หญ่ ช่วงเวลา การเล่นทายเม็ดข้าวโพดจะเล่นในเวลาไหนก็ได้ส่วนใหญ่เด็กจะเล่นกันตอนที่ผู้ใหญ่แกะเม็ด ข้าวโพด เด็ก ๆ อาจจะถูกผู้ใหญ่เรียกไปช่วยแกะเม็ดข้าวโพด พอผู้ใหญ่เผลอเด็ก ๆ จะเล่น ทายเม็ดข้าวโพดกัน อุปกรณ์ในการเล่น เม็ดข้าวโพด ที่หาได้ง่ายจากในบ้าน หรือตามไร่ขา้วโพดทวั่ๆ ไป


81 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ จ านวนผู้เล่น จ านวนผู้เล่นจะเล่นกันไม่จ ากัดจ านวน และสามารถแบ่งเป็ น 2 ฝ่ าย สถานที่เล่น จะเล่นกันที่ไหนก็ได้ไม่จ ากัดสถานที่ วิธีเล่น วิธีการเล่นคือก าเม็ดข้าวโพดไว้ในมือข้างใดข้างหนึ่งแล้วจะทายกับคู่ต่อสู้ว่าในมือก า เมด็ขา้วโพดไวน้้นเป็ นคู่หรือว่าเป็ นคี่ ถ้าฝ่ ายตรงข้ามทายถูกก็จะเป็ นฝ่ ายก าเม็ดข้าวโพดให้อีก ั ฝ่ ายหนึ่งเป็ นคนทายบ้าง แต่ถ้าอีกฝ่ ายหนึ่งทายไม่ถูกคู่ต่อสู้ก็จะก าเม็ดข้าวโพดใหม่ต้องทาย ไปอยา่งน้ีเรื่อย ๆ จนกวา่จะถูก ประโยชน์ของการเล่น ประโยชน์ของการเล่นทายเม็ดข้าวโพด เพื่อให้เด็ก ๆ มาช่วยผู้ใหญ่แกะเม็ดข้าวโพด จะได้ใช้เวลาว่างของเด็กมาช่วยผู้ใหญ่ท างาน และเพื่อความเพลิดเพลินของเด็ก ๆ เวลาท างาน 8.11 การเล่นกระโดดหนังยาง ลักษณะการเล่น การเล่นกระโดดหนังยางส่วนใหญ่แล้วเป็ นการเล่นของเด็กผู้หญิง แต่ถ้าเด็กผู้ชายจะ เล่นก็ไม่ได้ห้าม วัตถุประสงค์ในการเล่นเพื่อให้เด็กออกก าลังกาย และให้เด็กเรียนรู้การ แบ่งปันซึ่งกันและกัน เพราะตอนเล่นต้องรอคิว อุปกรณ์ อุปกรณ์ในการเล่นคือเอาหนังยางมาร้อยต่อกันให้ยาว ๆ ตามความต้องการ เวลาร้อย อาจจะทบกันหลาย ๆ เส้น เพื่อความแข็งแรงและจะได้ไม่ขาดง่าย ๆ เวลาเอามาเล่น การเล่น กระโดดหนงัยางน้ันเป็นการเล่นเพื่อเป็นการออกกา ลงักายอย่างหน่ึงของเด็กชาวละหู่ซึ่งส่วน ใหญ่แล้วเล่นในช่วงเวลาว่างของเด็ก จ านวนผู้เล่น จะเล่นเป็ นกลุ่มโดยแบ่งเป็ น 2 ฝ่ าย หรือจะเล่นเป็ นคู่ สถานที่เล่น ลานกว้างของหมู่บ้าน หรือใต้ร่มต้นไม้ วิธีการเล่น วิธีการเล่นกระโดนหนงัยางคือ ข้นัแรกตอ้งตกลงคนที่จะเล่นก่อนวา่จะแบ่งเล่นเป็นคู่ หรือเป็ นกลุ่ม หรือจะเล่นกันเป็ นเดียว ๆ ส่วนใหญ่แล้วถ้าคนเยอะจะแบ่งเล่นเป็ น 2 กลุ่ม ถ้า เล่นกันแค่ 3 คน จะเล่นกนัแบบเดียว วิธีการเล่นจะเล่นเป็นข้นั ๆ จากต ่าไปจนสุดหัว ง่าย ๆ ไปหายาก


82 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ ข้นัแรกจะเอาหนงัยางมาถือไว้2 คน ต่างคนต่างยืนตรงข้ามกัน คนเล่นต้องกระโดน ขา้มหนังยาง เริ่มจากหัวเข่า มาที่เอว มาที่สะดือ มาที่หน้าอก มาที่คอ มาที่หูมาที่หัว ข้นั สูงสุดคือเอาหนังยางผูกที่ปลายนิ้วช้ีแล้วชูให้สูงที่สุดคู่ต่อสู้ต้องกระโดนข้ามให้ได้ ถ้า กระโดนข้ามไม่ได้ก็ถือว่าเล่นตาย ต้องให้อีกฝ่ ายเล่นต่อไป ประโยชน์ของการเล่น ประโยชน์ของการเล่นกระโดนหนังยาง เพื่อให้เด็กออกก าลังกายและให้รู้จักรักและ สามัคคีกัน เพราะในการเล่นต้องเล่นเป็ นทีม ถ้าในทีมไม่สามัคคีกันเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ยาก 8.12 การเล่นกระต่ายขาเดียว ลักษณะการเล่น การเล่นกระต่ายขาเดียวจะรวมกันเล่นท้งัเด็กผูช้ายและเด็กผูห้ญิง จะเล่นกันที่ลาน กวา้งของหมู่บา้น การเล่นกระต่ายขาเดียวน้ันไม่มีอุปกรณ์ก่อนอื่นรวมตวัคนที่จะเล่นกนั ได้ แลว้ต้งัเป็นวงกลมเอามือควบหรือหลายคนที่ทา ไม่เหมือนใครจะไดเ้ป็นคนเล่นก่อน จะทา เช่นน้ีจนกวา่จะครบคนที่จะเล่น คนสุดทายตอ้งเป็นกระต่ายไล่จบัคนอื่น จ านวนผู้เล่น จะเล่นกันเป็ นกลุ่มจ านวนไม่จ ากัด กติกาในการเล่น กติกาในการเล่นก็คือ หลงัจากหาลานกวา้งที่จะเล่นกนั ไดแ้ลว้หาไมม้าขีดพ้ืนให้เป็น วงกลม เพื่อกันเขตไว้ว่าคนที่ออกจากวงกลมน้ีถือวา่ตาย ตอ้งเป็นกระต่ายคนต่อไป คนที่เป็น กระต่ายตอ้งยกเทา้ข้ึนขา้งหน่ึงให้เหลือขา้งเดียวแลว้วิ่งไล่จบัคนอื่น ถา้เตะโดนใครคนน้ัน ต้องเป็ นกระต่ายคนต่อไป และตอนที่วิ่งหนีกนัเด็กจะตะโกนเสียงกรี๊ดก๊าด ร้องเรียกให้ผูท้ ี่ เป็ นกระต่ายมาจับตัวเขา เป็ นการเล่นที่เด็กชอบมากเพราะช่วยสร้างความสนุกสนานได้ดีมาก ประโยชน์ในการเล่น ประโยชน์ของการเล่นกระต่ายขาเดียว เป็ นการออกก าลังขาส าหรับเด็ก ๆ และเด็ก ต้องใช้สมองในการเล่น เพราะต้องคิดตลอดเวลาว่าจะท าอย่างไรถึงจะหนีกระต่าย และจะท า อย่างไรถึงจับจับเพื่อนได้ 9 ศิลปะการต่อสู้ป้องกนัตัว ไม่มีชนชาติใดในโลกน้ีไม่มีศิลปะการต่อสู้ป้องกนัตวัเป็นของตนเองศิปละการต่อสู้ต่างๆ ต่าง มีโอกาสในการใช้ที่แตกต่างกนัชาวละหู่น้ันมีศิลปะการป้องกนัตวัซ่ึงภาษาเผ่าเรียกว่า “เค่” ซ่ึงแค่มี ชนิดต่างๆ ดงัน้ี - การร าดาบ การใช้ดาบ


83 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ - การร าด้วยการใช้มือเปล่า เท้าเปล่า - การร าไมก้ระบอง,กิ่งไม้ เกณฑก์ารต่อสู้หากผใู้ดต่อสู้แลว้ถูกตวัหรือลม้อยขู่า้งล่างถือวา่ผนู้้นัแพแ้ลว้ ลกัษณะและรูปแบบการต่อสู้ • การต่อสู้โดยมีอาวุธเป็ นเครื่องมือในการท าร้ายคู่ต่อสู้ • การต่อสู้โดยใช้มือเปล่า • การต่อสู้โดยใช้คาถา • การต่อสู้โดยใช้ยาพิษ บทที่9 ศาสนาและโลกทัศน์ชนเผ่า 1. ความเชื่อเกี่ยวกับก าเนิดโลก คน การสร้างพื้นดิน มีเสาดิน 4 เสา เสาหิน 4 เสา บนเสาจะมีแผ่นดิน 9 ช้นัมีสีเหลืองและเป็น แผ่นบางๆ แล้วใช้ดินแค่ 4 แผ่น การสร้างฟ้า มีเสาทอง 4 เสา แผ่นทอง 9 แผ่น “มื่อคือ” (เสาฟ้า” จะเป็ นสีเหลืองทอง ที่เห็น เป็นสีน้า เงินขาว เพราะวา่ ไดแ้สงกระทบจากน้า และตน้ ไมบ้นแผน่ดิน ต านานการสร้าง ฟ้าและโลก ในต านานได้กล่าวถึงการโลกกับฟ้าว่า มีนางฟ้าและเทพคู่หนึ่งมีหน้าที่ในการสร้างโลก โดย ไดร้ับมอบหมายจากพระบิดาบนสวรรค์ให้นางฟ้า มี่ก่อมา สร้างโลกและ เทพ มูก่อป่า สร้างฟ้าหรือ โลก ท้งัสองไดท้า การปลูกเสพสร้างแข่งกนัวา่ ใครจะสร้างเสร็จก่อและใครสร้างไดม้ากกว่ากนัภายใน เวลา 7 วัน 7 คืนพอครบเจ็ดวัน เจ็ดคืนปรากฏว่านางฟ้า มี่-ก่อมา สร้างไดม้ากกว่า เทพ มูก่อป่า หลาย แสนลา้นเท่าจึงทา ให้เทพ มูก่อป่าไม่พอใจและคิดหาอุบายต่างๆที่จะทา ให้พ้ืนดินเล็กลงและเล็กกว่า ฟ้าให้จงได้ทนัทีที่คิดอุบายออกเทพมูก่อป่าก็เริ่มใชค้วามคิดที่ชวั่ๆ โดยการบอกกบันางฟ้าหมี่-ก่อมา ก่อนที่องคพ์ระบิดามาดูปลูกสร้างสิ่งมีชีวิตท้งัหลายวา่เรามาใหส้ ัตวท์ ี่เราเล้ียงที่เก่งสุดเร็วที่สุด มาแข่ง กนัหากสัตว์ของใครเร็วกว่าและมีรอยมากกว่าก็จะเป็นผูช้นะและพ้ืนดินก็จะตกเป็นของผูน้้ัน โดย นางฟ้าหมี่-ก่อมา น้นัเลือก สุนขัซ่ึงเป็นสัตวเ์ล้ียงที่เก่งและเร็ว ที่สุดของนางและเทพมูก่อ-ป่าน้นัเลือก หมูเป็นสัตวท์ ี่ใชแ้ข่งผลปรากฏว่า สัตวท์ ้งัสองเร็วเท่าๆ กันแต่สัตว์ที่ท ารอยได้มากกว่าคือ หมู ท าให้ เทพมูก่อ-ป่าเป็นผูช้นะและไดผ้ืนแผน่ดิน และนางฟ้า มี่ก่อมาก็ยอมยกพ้ืนแผ่นดินให้เทพมูก่อป่าและ เทพมูก่อ-ป่าก็ย่อพ้ืนแผ่นดินให้เล็กลง โดยทา ให้รูปเป็นกลมๆ จึงทา ให้พ้ืนแผ่นดินเล็กกว่าผืนแผ่นฟ้า ในที่สุด


84 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ แผ่นดินแข็งได้อย่างไร เมื่อแผ่นดินที่“หมี่ก่อมา” สร้างเสร็จแล้ว แผ่นดินยงัอ่อน จึงได้สร้างพระอาทิตย์และ พระจันทร์เพื่อให้แสงแดดส่องมายังแผ่นดินให้แข็งตัว แต่ก็ไม่แข็งพอ จึงพยายามหาทางแก้ไขหลาย อยา่งแต่ก็แกไ้ขไม่ได้จึงไดส้ร้างบริวารคือ“ผีเย่าะ” ผีผูช้ายกินอาหารม้ือหนึ่งจะใช้เหล็ก 4 เข่ง ทอง เหลือ9 เข่ง เพื่อให้แข็งแรงที่สุด เล้ียงจนครบ 3 ปีจึงไดท้ดลองให้หมุนเสาหิน 9 ช้นั ใตพ้ ้ืนดิน จึงเกิด การระเบิดตามช่องรอยต่อ ทา ให้เกิดความสว่างที่เพียงพอข้ึน “ผีเย่าะ” พ่นใส่พระจนัทร์และพระ อาทิตย์จึงท าให้เกิดความสว่างที่เพียงพอส าหรับตากแผ่นดินให้แข็งตัว ในขณะที่“หมี่ก่อมา” ปลูกเสาหิน ไดฆ้ ่าลูกตวัเองโดยไม่ต้งัใจ ในจุดศูนยก์ลางของแผ่นดิน คือ สะดือของแผ่นดิน “มื่อ แมะ น่อ” มีตน้ ไทรที่พระเจ้าได้สร้างเป็นตน้แรกข้างแม่น้ า แล้วมีต้น น้า เตา้งอกข้ึนมา เจริญเติบโตจนมีลูกน้า เตา้เมื่อถึงวันที่เจ็ดเทพผู้สร้างที่สองคนมาดูพืชที่ปลูกไว้ เมื่อ ใบของตน้ ไทรร่วงจะเกิดเป็นสัตว์ข้ึน ใบที่หน่ึงเกิดเป็น “จะ เง๊ะ เดอ้ย” หน่ึงตวั (เป็นนกชนิดหน่ึง) ใบที่สองร่วงลงมาเกิดเป็ น “แป โล ค๋า” หนึ่งตัว (เป็ นนกชนิดหนึ่ง) และใบที่สามร่วงลงมาเกิดเป็ น กวางหน่ึงตวัทุกใบที่ร่วงก็เป็นสัตวช์นิดต่างๆ จึงมีสัตวท์ุกอย่างเกิดข้ึนที่นั่น หลงัจากน้นัเทพท้งัสอง จึงกินผลของตน้ ไทรแต่เมื่อไปอุจจาระที่ไหนก็จะเกิดเป็นตน้ ไม้จึงมีตน้ ไมเ้กิดข้ึนอีกมากมาย ซ่ึงใน สมยัน้นัทุกสิ่งทุกอยา่งสามารถพูดคุยกนัได้ ผ่านไป 3 ปี พระเจ้าก็ไดป้้ันดินเสกเป็นคนให้อยู่ในน้า เตา้จา นวน 1คู่ชายหน่ึงหญิงหน่ึง ซ่ึง ท้งัคู่ก็ไดเ้รียกให้“จ่า ป้ีแนะ” (นกกระจิ) ให้เจาะปากน้า เตา้ให้หน่อย สมยัก่อนตามตา นานเล่าว่า “จ่า ป้ีแนะ” จะมีปากยาวแต่เมื่อไดเ้จาะน้า เตา้แลว้ปากของ “จ่า ป้ีแนะ”ก็ส้ันลงๆ แต่ก็ยงไม่ส าเร็จ เมื่อ ั คนไดย้ินเสียงของ “หะ ปือก่าย” (นกเขา) จึงไดเ้รียกให้มาช่วยโดยบอกว่าถา้ออกมาไดจ้ะช่วยทา ให้ ไร่ใหก้ิน “หะ ปือก่าย”ก็ช่วยแต่ไม่สามารถเจาะได้จึงไดบ้อกคนไปวา่ ปากหกัมีเลือดออกมาแลว้แต่ก็ ยังไม่ส าเร็จ เมื่อคนได้ยินเสียงของหนู จึงได้เรียกหนูให้ช่วยบอกว่าถ้าหนูช่วยได้ จะท าไร่ปลูกข้าวและ พืชผกัต่างๆ ให้หนูกินอยู่บนยุง้ฉางเลย หนูจึงกัดจนได้เจาะเป็นรูคนที่อยู่ในน้ าเตา้ก็มองดูหนูซ่ึง สมยัก่อนคนมีจมูกที่ยาวมากแต่ถูกหนูกดัจมูกไป จนถึงเดี๋ยวน้ีเมื่อขา้วออกรวงจึงมี“จ่า ป้ีเนะ” และ “หะ ปือก่าย” มากินรวงข้าว และสุดท้ายเมื่อเก็บข้าวใส่ยุ้งฉางแล้วจึงมีหนูมากินเมล็ดข้าว การเกิดของคน คนในโลกน้ีตา นานเล่าขนัสืบต่อกันมาว่าก่อนการเกิดของคนเราพระผูเ้ป็นพระบิดาเจ้าได้ สร้าง สิ่งมีชีวิตอื่นๆในโลกน้ีก่อนไม่ว่าจะเป็นพืช เป็นสัตว์หลงัจากที่เทพมี่ก่อ-มา เทพมูก่อป่า ได้ สร้างโลกเสร็จการเกิดของคนน้นั ไม่ไดเ้กิดมาเองแต่มีเจา้ของคือ พระผเู้ป็นพระบิดาเจา้เป็นผูส้ร้างคน ข้ึนมา โดยเสพจากดินป้ันคู่หน่ึงให้เป็นคนแลว้ให้อยู่ในน้า เตา้เหตุเพาะว่าคนยงัไม่แข็งแรงพอ ทา ให้ คนท้งัคู่ตอ้งอยู่ในน้า เตา้เป็นเวลาอนัยาวนาน ก่อนที่จะใหอ้ยใู่นน้า เตา้พระผเู้ป็นพระบิดาเจา้ ไดก้ล่าวว่า จะมีสัตว์ 3 ชนิด จะมาช่วยเจา้ท้งัสองออกจากน้า เตา้หากถึงเวลาและให้เจา้ท้งัสองตอบแทนบุญคุณกบั


85 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ สัตวท์ ้งัสาม (ตามตา นานสัตวท์ ้งัสามคือ นกกระจิ,นกเขา,หนู) ท าให้ชาวละหู่ทุกวนัน้ีตอ้งป้ันดินบูชา ทา บุญในหอแหยใ่นทุกวนัน้ี ต านานการเกิดศาสนาละหู่ สะ-ปานูกบัองค์สัจจะ สะ-ปานูกับองค์สัจจะเป็ นโอรสในหลายๆองค์ขององค์พระผู้เป็ นพระบิดาเจ้า ( อื่อ-ชา ) ซ่ึงท้งั สองน้ันเป็นพี่น้องร่วมมารดาด้วยกัน สะ-ปานูเป็นน้อง สัจจะเป็นพี่นานมาแล้วคร้ังหน่ึงได้เกิด เหตุการณ์การแย่งชิงอ านาจเพื่อการ ปกครองดูแลโลก สุดท้ายเหลือเทพ 2 องค์คือ สะปานูผู้เป็ นแทน เทพฝ่ายอธรรมและสัจจะผูเ้ป็นตวัแทนเทพแห่งความดีโดยพระบิดาเจ้าให้ท้งัสองใช้วิชา ใช้ความดี และสติปัญญาในต่อสู้กนัข้นัสุดทา้ยน้ีโดยองคพ์ระบิดาเจา้ให้ท้งัสองปลูกเหล็กให้มีดอก หากตน้ของ ใครออกดอกก่อนในวนัพรุ่งน้ีเช้าจะไดป้กครองดูแลโลกโดยใช้ระยะเวลา 1 วัน 1 คืน เมื่อท้งัสองได้ ฟังค า องค์พระบิดาเจ้า แล้วจึงไม่รอช้ารีบออกไปปลูกต้นเหล็ก ในที่เดียวกันและใกล้ๆกันด้วย พอใน วันรุ่งเช้าสะ-ปานูก็รีบตื่นก่อนองคส์ ัจจะแต่เชา้มืดและไปบริเวณทีท้งัสองปลูกตน้เหล็กเพื่อไปดูดอก แต่พอไปถึงสะ-ปานูก็ตกใจสุดขีด เมื่อมองเห็นตน้ของพี่ออกดอกแต่ของตนน้นั ไม่ออกจึงทา ให้สะปานู คิดว่าตนเองไม่ได้ดูแลโลกแน่ๆหากพี่ชายมาเห็น จึงเกิดความคิดที่เป็นความชวั่ข้ึนมาทนัทีเพราะ สะ-ปานู เป็ นเทพฝ่ ายอธรรม แล้วก็รีบเด็ดดอกของพี่ชายไปติดไว้ที่ต้นของตน แต่สะ-ปานู ลืมเด็ดก้าน ดอก หลังจากเด็ดดอกเสร็จแล้ว สะ-ปานู ก็หย่อนเวลาให้มืดอีก 1 ช่วงยาม เพื่อที่ตนเองกลับไปนอน และจะมาดูพร้อมกับพี่ชายอีกที่ พอกระท าการดังกล่าวแล้วกลับไปหลับต่อ กล่าวถึงด้านองค์สัจจะ จะ ตื่นข้ึนมามาแลว้แต่ในขณะที่กา้วลงบนั ใด ก็เกิดมืดอีกจึงเขา้ไปนอนต่อ พอนอนสักครู่ก็สว่างข้ึนมา จึง ไปชวนน้องไปดูที่ปลูกต้นเหล็ก ปรากฏว่า องค์สัจจะเห็นดอกเหล็กออกที่ต้นของน้อง จึงพูดกับน้องว่า ท าไมก้านดอกจึงอยู่ที่ต้นของพี่เป็ นไปได้ยังไง องค์สัจจะไม่ผิดสัญญาตามที่พระบิดาเจ้ากล่าวไว้ จึงยก โลกให้น้องดูแลพร้อมอธิฐานและกล่าวว่า พี่จะให้เจา้ในระเวลาที่เจา้ดูแลน้ัน จะเต็มไปดว้ยความชวั่ ร้าย มีแต่การฆ่าฟังกัน ผู้คนจะเป็ นโรค 9 อย่าง มีแต่ มีคนพิการ แขนขาหัก มีการแย่งชิงกันไม่มีวันจบ จะมีคนชั่วมากกว่าคนดีและหากวนั ใดที่พี่ได้ดูแลโลกจะมีแต่ความสุขความดีและมีความสงบสุข ผคู้นไม่มีความอิจฉา ริษยาจึงรีบไปหาพระบิดาเจา้ท้งัสองคน แลว้จึงรายงานใหท้ราบถึง เหตุการณ์ต่าง ที่เกิดข้ึนให้พระบิดาฟังอย่างละเอียด พร้อมกบัคา กล่าวอธิฐาน และถามว่าในตอนเช้าน้ีพระบิดาเจ้า บนัดาลใหห้ยอ่นระยะเวลาใช่หรือ พระบิดาไดย้ินดงัน้นัจึงเรียกเทพนาจา้มา เทพผูป้ระสานงาน มาและ ถามจึงไดค้วาม และกล่าวว่าใครทา อะไรก็ขอใหไ้ดด้งัน้นัเทอญ ชาวละหู่จึงเทิดทูบูชาองคส์ ัจจะ ต้งัแต่ น้นัมาจนถึงทุกวนัน้ีและมีความหวังว่าจะมีวันหนึ่งที่จะเกิดความสงบสุขได้ หากเราร่วมกันท าความดี ให้ชนะความชวั่วนัหน่ึงความชวั่ตอ้งหมดไป และจะเกิดโลกใหม่ในยคุน้ีชาวละหู่ถือว่าเป็ นยุคที่มีเทพ สะ-ปานู ครองอยู่


86 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ 2. ศาสนา/ความเชื่อ ชาวละหู่ก็นับถือผีเช่นเดียวกับชาวเขาเผ่าอื่นๆ ผีที่มีอ านาจที่สุดได้แก่ผีฟ้า ซ่ึงละหู่เรียกว่า "กือซา" (Guisha) ชาวละหู่นับถือผีฟ้าเปรียบเสมือนเป็ นพระเจ้า ละหู่เชื่อว่าผีฟ้าเป็นผูส้ร้างสรรพสิ่งที่ดี งามท้งัหลายในโลกน้ีนอกจากผีฟ้าแลว้ยงัมีผีเรือนและผีหมู่บา้นที่ละหู่นับถือ ผีเรือนท าหน้าที่ป้องกัน ภัยให้แก่คนในบ้าน เป็นดวงวิญญาณบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว จะมีหิ้งบูชาไวต้รงหัวนอนของ เจ้าของบ้าน จะเซ่นไหว้เป็ นประจ าหรือเมื่อยามเจ็บป่ วย ส่วนผีหมู่บ้านท าหน้าที่คุ้มครองหมู่บ้าน จะมี ศาลปลูกอยู่ดา้นหน่ึงของหมู่บา้น ผีเหล่าน้ีถือว่าเป็นผีดีเป็นประโยชน์ต่อชาวละหู่ ส าหรับผีร้ายที่ชาวละ หู่เกรงกลวัน้นัก็มีมากมาย เช่น ผีน้า ผีป่าผีไร่ผีภูเขาหลวง เป็นตน้ ต านานการเกิดศาสนาละหู่ การเกิดมาขององค์สัจจะในโลกมนุษยน์ ้ันเกิดจากบุคคลธรรมดา สามญัชน ไม่มีใครทราบได้ ว่าองค์สัจจะเกิดข้ึนเมื่อใด แต่ในตา นานไดก้ล่าวว่าเกิดข้ึนพร้อมๆกบัการเกิดของโลก หลงัจากที่เกิด แลว้ก็ไดแ้ต่งงานกบัหญิงชาวบา้นคนหน่ึง ชื่อนาสีมา พอแต่งงานแลว้ท้งัคู่ก็ใชช้ีวิตตามปกติแต่เป็นที่ น่าสังเกตว่าองคส์ ัจจะน้นัเป็นผถู้ือศีลอย่างเคร่งครัด ว่าคา ไหนก็ทา ตามน้นัทา ใหช้าวบา้นนบัถือท่านยิ่ง นกัท่านไม่ทา ตวัสิ้นเปลือง เป็นบุคคลที่คอยให้การช่วยเหลือผู้อื่น คอยแนะน าแนวทางที่ถูกต้องในการ ด าเนินชีวิตที่ถูกต้อง การเดินทางสายกลาง ไม่เคร่งครัดมากนัก ต่อมาท่านได้วางรากฐานต่างๆในทาง ศาสนา ทา ให้หมู่บา้นต่างในละแวกใกลเ้คียง น้นัต่างมีสานุศิษย์มีสถานที่ประกอบพิธีกรรม ชาวละหู่ เรียกว่า หอแหย่ มีความเคารพนับถือต่อท่าน ต่อมาท่านไดบ้อกกบันาสีมาว่าเราจะข้ึนสู่สวรรคแ์ลว้ให้ นาสีมาอยู่บ้านถือศีล ไม่ให้ออกจากบ้านภายในเวลา 7 วนัน้ีหลงัจากครบ 7 วัน พอถึงวันที่ 7 ก็บอกกับ นาสีมา ว่าในวนัน้ีเราไม่ให้ไปไหน ให้อยู่บา้นเราจะกลบัสวรรค์แลว้นาสีมาก็ไม่ยอมเชื่อและไปหา ปลา พอกลบัมาอีกทีก็ไม่เห็นองคส์ ัจจะอีกแลว้คงเหลือไวแ้ต่น้า มนตท์ ี่อยใู่นถว้ย ที่ใตห้ ิ้งบูชา นาสีมา ไม่รู้ว่าส าคญัจึงไดเ้ทน้า ลงไป น้า ไปถูกไก่หยดหน่ึง ไก่ก็บินข้ึนไดเ้ท่าตน้ ไมแ้ลว้ก็บินลงมา สมยัก่อน เล่าว่าไก่ไม่สามารถบินไดน้บัต้งัแต่งน้นัมาไก่ก็สามารถบินได้พอนาสีมาเห็นดงัน้นัก็เลียกินน้า ที่เหลือ บนพ้ืนไมฟ้ากก็เกิดเป็นลิงดา หรือเมอะนะในทุกวนัน้ีและสามารถบินข้ึนไดเ้ท่ากบั ไก่เช่นกนัเพราะ น้า มนต์แห้งหมดแลว้จึงทา ให้เมอะนะตอ้งร้อง หาองคส์ ัจจะว่าสัจจะโป่สัจจะโป่ ในทุกวนัน้ีชาวละ หู่จึงไม่ยิงลิงประเภทน้ีเพราะถือว่าเป็นนาสีมาขององคส์ ัจจะ ที่แทน้ ้า มนตท์ ี่ทา ไวน้ ้ันองค์สัจจะทา ไว้ ใหน้าสีมาดื่ม แต่แลว้นาสีมาก็ไม่มีบุญที่จะไปบนสวรรคห์าองคส์ ัจจะได้และถูกน้า มนตส์าปใหเ้ป็น เม อะนะอยใู่นทุกวนัน้ีและ ณ ที่แห่งน้ีก็ไดเ้กิดตา นาน ไก่กบัลิงดา หรือเมอะนะ เทพที่อยู่ในต านานที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา เทพผู้ชาย 1. เจ่า – ต้าสีคือ เป็นเทพแห่งสงคราม มีหน้าที่ดูแลเมืองท้ังหลาย ไม่ว่าโลก สวรรค์ นรก มีผู้ช่วยชื่อ แสะ ชี มี –แสะ ชี กา เป็ นผู้มี 30 มือ 30 ขา


87 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ 2. เจ่าอู้ – ป้อเมือง คือเทพแห่งผปู้กครองเมือง และสั่งสอนคน 3. เจ่า จู ฟู่คือเทพทางการเกษตรผดูู้แล พืชพนัธุ์ท้งัหลาย 4. เจ่า – ป๊าติคือเทพเจา้ผคูุ้มเทพท้งัหลาย 5. เจ่า – หน่าส้ีคือ เทพแห่งศีลธรรม จริยธรรม 6. มู –ก่อป่า คือเทพผสู้ร้างฟ้า เทพผู้หญิง 1. นา –ไคมา คือเทพปัดเป่าความชวั่ร้าย ปีศาจต่างๆ 2. นา – เป่ อมา คือ เทพผู้แยกแยะความผิดถูกท้งัหลายในบรรดาเทพ 3. นา –จ้ามา คือ เทพผู้ติดต่อประสานงานระหว่างโลก สวรรค์ นรก 4. นา –วิติ คือ เทพผู้สร้างความสันติ ความสงบสุข 5. หมี่ –ก่อมา คือเทพผพู้ ้ืนดิน 3. ประเพณีการตาย ในหมู่บ้านละหู่ หากผู้หนึ่งผู้ใดเสียชีวิตลงเพื่อนบ้านทุกคนจะต้องหยุดท างานเพราะถือว่ามีข้อ หา้มวา่เช่น หา้มไปทา ไร่ทา สวน หา้มตา ขา้ว ห้ามเอาสัตวเ์ล้ียงออกจากหมู่บา้น เพราะวา่ถา้สัตวเ์ล้ียง ออกจากหมู่บา้นแลว้ สัตวต์วัน้นัจะตาย ข้ันตอนในการเตรียมงาน ญาติพี่น้องจะต้องอาบน้ าศพน าเส้ือผา้ใหม่มาสวมให้ศพ แล้ว หลงัจากน้ันมีการห่อผา้ขาวให้มิดชิด และมีการทา พิธีโดยการฆ่าไก่1 ตวัเอาเฉพาะปีกไก่ท้งั 2 ข้าง ขาไก่1 คู่ ไม้กวาด 1 อัน น ามาวางไว้บนหน้าอกคนที่ตายแล้ว เพราะละหู่เชื่อว่า ไม้กวาดที่น ามาวางบน หนา้อก เพื่อป้องกนั ในยามที่มีจนัทรุปราคาเกิดข้ึน กลวัที่ตายแลว้ฟ้ืนข้ึนมาเก็บถ่านที่เตาไฟ หากว่า คนตายฟ้ืนข้ึนมาเก็บกินถ่านกิน 1 ก้อน ถือว่าคนสมาชิกในครอบครัวจะตายอีก 1 คน (ปีกไก่ หมายถึง คือญาติพี่นอ้งทางบา้นให้ไปเพื่อป้องกนัแสงแดด หรือฝน ปีกไก่ใชแ้ทน ร่ม ) (ขาไก่ หมายถึง ญาติพี่น้องทางบ้านให้ไปเพื่อ ป้องกัน ในยามที่หิวขา้ว หิวน้า ให้หาอาหาร กิน ) ละหู่ส่วนใหญ่ จะเอาศพไว้ในบ้าน 3 วันในช่วง 3 วนัน้ีชาวบ้านทุกครอบครัวจะบริจาค ข้าวสารบ้านละ 1 ลิตรพร้อมเงิน แลว้แม่บา้นจะช่วยกนัทา อาหาร กลางคืนจะมีการไปร่วมงาน ท้งั 3 คืน ส่วนใหญ่เป็ นชาย กลางวันส่วนใหญ่เป็ นหญิง หลงัจากน้ันจะนา ศพไปทา พิธีฝัง ก่อนฝังตอ้งทา พิธีเลือกพ้ืนที่ที่ป่าชา้มี2 อย่าง คือ 1.โดยจะใช้ไข่โยนข้ึนบนฟ้า เพื่อให้ไข่ตกลงมาแตก ถ้าไม่แตกแสดงว่าผูต้ายไม่อยากอยู่ บริเวณน้นั


88 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ 2. เอามีดปลายแหลม โยนข้ึนบนฟ้า เพื่อใหม้ีดน้นั ปักลงดิน ถา้ไม่ปักลงดิน แสดงว่าผู้ตามไม่ อยากอยตู่รงน้นั การฝังศพส่วนใหญ่จะมีตัวแทนจากบ้านละ 1 คน ท้งัหมู่บา้นเพื่อแสดงถึงความรักและการ ช่วยเหลือซ่ึงกนัและกนัตอนกลบัจากการฝังศพ ทุกคนที่ไปงาน จะตอ้งถือกิ่งไมใ้บไมส้ดดว้ยมือซ้าย คนละ 1 ก้าน โดยไม่สามารถเปลี่ยนมือจนกว่าจะถึงบ้านคนที่ตาย เจา้ของบา้นจะเตรียมน้า ใส่กะละมงั เมื่อชาวบ้านไปถึงตอ้งเอากิ่งไมจุ้่มลงไปในน้ าแลว้โยนข้ามหัวตวัเอง เพราะถือว่า จะทา ให้ไม่กลัว ไม่ให้คิดถึงคนตาย หรือไม่ให้วิญญาณผู้ร่วงลับจ าผู้ไปร่วมงานศพได้ หลังจากไปฝังศพมาแล้ว คืนที่ 3 ทุกคนจะตอ้งไปนั่งที่งานอีกคร้ังเพื่อไม่ให้วิญญาณเอาชีวิต เราไปหลังจากฝังได้ 13 วนัญาติพี่นอ้งจะทา พิธีอีกคร้ังหน่ึง สร้างบา้นหลงัเลก็ๆ 1 หลัง จะมีการเซ่น ไหว้ ด้วยอาหาร 1 ข้าว 1 จาน เส้ือผา้1 ชุด ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ยาสูบ บุหรี่ และอุปกรณ์ในการท ามา หากิน เช่น จอบ เสียม มีด คราด และมีผลผลิต เช่นเม็ดขา้วโพด ขา้วเปลือก ถวั่ชนิดต่างๆ เพื่อให้ ไปใช้ในภพหน้า ข้อห้าม ในกรณีเด็กตายจะไม่ให้หมวก และผ้าอ้อมเด็ก ถ้าเราให้ไป เชื่อว่าเด็กจะเอาหมวกไปยื่น ขอทานกับคนอื่น เพราะคิดว่าเป็ นแม่ ถ้าให้ผ้าอ้อมเด็กไป เมื่อเห็นตอไม้เด็กจะไปรัด เพราะคิดว่าเป็ น แม่ของตนในกรณีที่ผู้ใหญ่ตายจะไม่ให้ไฟฉาย เพราะเชื่อว่าคนที่ตายจะไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดหมาย


89 องค์ความรู้ชนเผ่าละหู่ บทที่ 10 ภาษา ภาษาละหู่จัดอยู่ในตระกูลธิเบต-พม่า หรือเป็ นภาษาหนึ่ งในสาขาโลโล นักชาติพันธุ์วิทยา จัดแบ่งอยู่ในพวกเดียวกับชนเผ่าอาข่าและลีซู ภาษาบางคา เอามาจากภาษาด้งัเดิมของจีนและไทยใหญ่ ละหู่ส่วนใหญ่พูดภาษาไทยใหญ่และลาวพอเข้าใจได้ และบางคนก็พูดภาษาจีนยูนาน ละหู่ด าบางกลุ่มที่ อพยพมาจากพม่าสามารถพูดภาษาพม่าได้คล่องแคล่ว ภาษาพูดของละหู่หญี่และละหู่นะต่างกันไม่มาก นักจึงพอฟังกันรู้เรื่อง ส่วนละหู่อีกสองกลุ่มคือละหู่เชเลและละหู่ชีพูดภาษาแตกต่างกันออกไปมาก ซึ่ง ท้งัละหู่หญี(ละหู่แดง) และละหู่นะ(ละหู่นะ) จะพูดคุยกบัสองกลุ่มน้ีไม่ค่อยรู้เรื่อง ละหู่มีภาษาเขียนเป็ นของตนเอง จึงมีอาจารยจ์ากมิชชนั่นารีไดบ้ญัญตัิภาษาเขียนของละหู่โดย ใช้ระบบตัวอักษรของโรมัน ซึ่งผู้ที่สามารถอ่านเขียนได้ก็เป็ นละหู่ที่นับถือศาสนาคริสต์ ส่วน กลุ่มละ หู่หญี่ (ละหู่แดง) ซ่ึงส่วนใหญ่นบัถือด้งัเดิมจะพบวา่ ไม่มีคนรู้ตัวภาษาเขียนละหู่เลย ภาษาเขียนของละหู่ที่ใชอ้ยใู่นปัจจุบนัมีท้งัหมด 4แบบ ด้วยกัน คือ 1) แบบโปรเตสเต้น (Protestent) โดยมีอาจารยป์ ้าก่อ(pa: k’aw/) เป็นผูค้ิดคน้ข้ึน เมื่อปี ค.ศ. 1906 2) แบบประเทศจีน คิดค้นโดยอาจาร์ยซึ่งเป็ นคนจีนชื่อว่า ฉะ เซ เญอ (Cha[ sheh sheu) ร่วมกับอาจารย์ผู้ช่วยอีก7คน เมื่อปี ค.ศ.1956 3) แบบคาทอลิก (Catholic) 4) แบบหม่าติซอต (Matisoff)ออกแบบโดยอาจารย์หม่าติซอต เมื่อปี ค.ศ.1988


Click to View FlipBook Version