ข้อ ข้ มูล มู พื้น พื้ ฐานชุม ชุ ชน บ้า บ้ นหนองเต่า ต่
แบบส ำรวจชุมชนต้นแบบ โครงกำรพัฒนำกำรศึกษำทำงเลือกอย่ำงมีส่วนร่วมส ำหรับเด็กและเยำวชนชนเผ่ำพื้นเมืองใน ประเทศไทย (ศวท./PEICY) 1. ข้อมูลพื้นฐำนชุมชนต้นแบบ 1.1 ชื่อชุมชนทำงกำร บ้านหนองเต่า ชื่อชุมชนภำษำเผ่ำ - 1.2 ที่ตั้ง หมู่ที่ 15 ต าบลปิ งโค้ง อ าเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 1.3 ประวัติศำสตร์ชุมชน (กำรก่อต้ังโยกย้ำยมำจำก ผู้ก่อต้ังหมู่บ้ำน จากค าบอกเล่าของผู้เฒ่าในหมู่บ้านหนองเต่าว่าชาวบ้านหนองเต่าย้ายมาจากอ าเภอไชย ปราการ โดยการนา ของนายจะสือจะขา้เริ่มตน้ ด้วย 5 ครอบครัว เมื่อปีประมาณ 2526 ณ.ตอนน้นั ไดต้้งับา้นเรือนอยู่ห่างจากบา้นหนองเต่าในปัจจุบนั ประมาณ 3กิโลเมตร (ต้งัอยู่ฝั่งขุดถนนเขา้มา หมู่บ้าน) หลังจากน้นัก็มีการประชากรจากบา้นดอยปู่หมื่น อา เภอฝางจงัหวงัเชียงใหม่ยา้ยเขามาอยู่ ้ เพิ่มข้ึนเป็นกลุ่มของผูใ้หญ่บา้นคนปัจจุบนัซ่ึงญาติได้แนะน าให้มาท ามาหากินที่ห้วยไส้แห้ง อยู่ได้ เพียงสองปีก็มีเหตุร้ายคือมีคนมายิงใส่บ้านหลังหน่ึง ทา ให้หญิงต้งัครรภ์ตาย 2 คน และมีคน บาดเจ็บ ชาวบ้านจึงตกลงที่จะยา้ยถิ่นฐานมาอยู่ที่บา้นหนองเต่าซ่ึงตอนน้ันเป็นเพียงไร่ที่ชาวบา้น เพาะปลูกข้าวไม่มีคนอาศัยอยู่ก่อน ในปีพ.ศ. 2528 จา นวนประชากร 18 หลังคาเรือน มีจ านวน ประชากรประมาณ 100 คน จากน้ันก็มีญาติๆ จากบ้านดอยปู่ หมื่นและจากบ้านขุนแม่ข้อง มา สมทบอีก13 หลังคาเรือน หลงัจากน้นั มีญาติมาสมทบเรื่อย ๆ ในการย้ายมาอยู่ที่บ้านหนองเต่า มีก านันต าบลปิ งโค้งมาไล่ชาวบ้านไม่ให้อยู่ แต่ชาวบ้าน ไม่ยอมย้ายไปไหน และเนื่องจากชาวบ้านในหมู่บ้านเป็ นลาหู่ญีท้งัหมดนับถือศาสนาด้งัเดิม และ รักษาประเพณีวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัด ในการจัดงานประเพณีปี ใหม่ก็เชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐเช่น นายอ าเภอก านัน ผู้ใหญ่บ้านมาร่วมในงาน ท าพิธีด าหัวให้กับเจ้าหน้าทีๆ ก็เริ่มยอมรับและให้เป็น หมู่บ้านบริวารของบ้านห้วยลึก ปี พ.ศ.2545 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก เข้ามาส่งเสริมงานด้านอาชีพ พัฒนาและให้ ความช่วยเหลือดา้นต่างๆ ปีพ.ศ.2548 ได้ขอจดัต้งัเป็นหมู่บา้นอย่างเป็นทางการ โดยมีเหตุผลคือ ประชากรหนาแน่นข้ึน มีจา นวน 310คน 76 หลงัคาเรือน มีการเลือกต้ังผูใหญ่บ้าน ผู้ช่วย และ ้ สมาชิก อบต. รวมถึงคณะกรรมการหมู่บ้านเข้ามาบริหารจัดการ จ ำนวนประชำกร 1. จ านวนประชากรชาย 133คน 2. จ านวนประชากรหญิง 169 คน
3. จา นวนประชากรท้งัหมด 302คน 4. จ านวนครัวเรือน 67 หลังคาเรือน ตระกูล ลาหู่ไม่ได้ให้ความส าคัญกับเรื่องของตระกูลมากนัก จึงไม่สามารถแยกแยะตระกูลออกมา ได้ แต่มีการแบ่งเป็ นกลุ่มเครือญาติที่มาอยู่ร่วมกันได้ 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. กลุ่มนามสกุลจะข้า 2. กลุ่มนามสกุลจะหา 3. กลุ่มนามสกุลจะอู 4. กลุ่มนามสกุลจ่าฮอ ควำมเชื่อ / ศำสนำ ลาหู่บ้านหนองเต่าท้งัหมดนบัถือความเชื่อแบบด้งัเดิม หรือนับถือ “อื่อซา” ว่าเป็ นผู้สร้าง สรรค์สิ่งที่ดีงามท้งัหลายของโลก นอกจากอื่อซาแลว้ชาวลาหู่ยงัมีความเชื่อเกี่ยวกับผีท้งัหลาย ผี เรือน ผีป่ า ผีเขาต่างๆ ชาวลาหู่นับถือแต่ผีที่มีประโยชน์ ผีที่ป้องกนัภยัให้แก่มนุษย์ไดแ้ก่ผีวิญญาณ ของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้วเชื่อว่าจะคอยปกปักรักษาคนในตระกูลให้อยู่เย็นเป็ นสุข ในแต่ละ บา้นจะมีหิ้งบูชาไวต้รงหัวนอนของเจา้ของบา้น เพื่อเป็นที่บูชาเซ่นไหวแ้ก่อื่อซาและดวงวิญญาณ ของบรรพบุรุษ ผี(เน่) ในความเข้าใจของลาหู่มี 2อย่างผีดีที่คอยช่วยเหลือมนุษย์และอีกอย่างคือผีไม่ดี(ซ้ึ ซึ) คือผีที่คอยหลอนหลอน รบกวนชาวบ้าน ผีไม่ได้จึงเป็ นที่เกรงกลัวกันมาก ในการขับไล่ผีไม่ดี น้นัผทู้ี่ทา พิธีกรรม คือลาสอ หรือ หมอผี วันส ำคัญทำงศำสนำและพิธีกรรมทำงศำสนำ 1) วันศิล (สี หยี แซ เว) ลาหหู่บอกว่าเมื่อถึงเดือนแรมสิบสี่ค่า และข้ึนสิบห้าค่า เป็นวนัหยุดศิล หยุดการท างานในไร่ อย่าฆ่าสัตว์ตัดชีวิต อย่าได้ออกไปหากินในป่ าเด็ดขาด วันศิลเป็ นวันหา กินของผีสาง หากหากินจะถูผีสางท าร้ายได้ กิจกรรมที่ท าในวันศิล ก่อนถึงวนัศิลในเวลาตอนเย็นจะมีการตีกลองบอกเวลาที่จะ ประกอบพิธีกรรม หัวหน้าครอบครัวและภรรยาจะไปพร้อมกันที่หอแหย่ โดยฝ่ ายหญิงจะถือ น้า อุ่นไปหน่ึงกระบอกไมไ้ผ่ จะทา พิธีรดน้ าดา หัว (อี๊ก๊ะ ส่อ ดะ เว)ผูช้ายจะนั่งเป็นแถวเรียง ตามลา ดบัความอาวุโส และตามตา แหน่งหน้าที่ดงัน้ีเริ่มจากลาส่ออาจา ส่าหล่า โตโบ จาหลี่ และอาดอหรือคะแซ ส่วนฝ่ ายผู้หญิงก็จะเรียงตามล าดับความอาวุโส และตามต าแหน่งหน้า เหมือนฝ่ายชายผูห้ญิงจะรดน้า ที่มือของสามีตนเองก่อนที่จะรดให้กบัพ่อแม่พี่เพื่อนบา้นและ ลาสอ อาจา ส่าหล่า โตโบ จาหลี๋ อาดอ จากน้ันผูห้ญิงกับผูห้ญิงจะรดน้ าซ่ึงกนัและกนัเสร็จ แลว้จะข้ึนหอแหย่เปลี่ยนน้ าใหม่แทนสองจุด คือที่ประตูทางเขา้หอแหย่กบัที่วางเครื่องเซ่น ไหว้ โตโบหรือส่าหล่าจะจุดเทียนกล่าวสวดถึงอื่อซา เมื่อกล่าวเสร็จแล้ว เด็ก เยาวชน หนุ่มสาว
ผเู้ฒ่าผูอ้าวุโส ท้งัชายและหญิงเตน้ร า (ป้อย เต เว) ตีกลอง เป่าแคน ตีฉิ่ง ตีฆอ้งและเตน้ร าตาม จังหวัดสนุกสนานรื่นเริง พิธีด าหัวแสดงออกถึงความนอบน้อมถ่อมตน เคารพนับถือซึ่งกัน และกนัหากมีความหมางใจก็จะให้อภยัซ่ึงกนัและกนัวนัศิลหน่ึงจะมีพิธีรดน้า ดา หัวสามคร้ัง คือก่อนคืนวนัศิลเชา้วนัศิลและเยน็วนัศิลอีกหน่ึงคร้ัง หลงัจากเสร็จพิธีกรรมรดน้า ดา หัวในตอนเช้าคณะบริหารหอแหย่จะถ่ายทอดขนบธรรม เนียนประเพณีวัฒนธรรม และพิธีกรรมให้กับเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ ได้เรียนรู้และปฏิบัติอย่าง ถูกตอ้ง โดยลาส่ออาจา ส่าหล่า โตโบ จาหลี๋จะช่วยกนัสอนตามความรู้ที่ตนเองถนัด จากน้ัน จะมีการสอนเต้นร า (ป้อย เต เว) วัถตุประสงค์ของการเต้นร าก็เพื่อให้ผู้เรียนไม่เบื่อกับการเรียน และมีความสนุกสนานเพลิดเพลิน นอกจากจะสอนเกี่ยวกับวัฒนธรรมแล้ว ยังมีการรักษาโรคภัยไขเจ็บ และการบ าบัดผู้ติดยา เสพติด โดยคณะผู้บริหารจะช่วยกันบีบนวดตามร่างกาย และใช้พิธีกรรมทางศาสนารักษาโรค มีการพูดคุยให้ก าลังใจให้ส านึกผิดกลับตัวเป็ นคนดี 2) ศิลก่อทรำย (แซ ก่อ สี) เป็ นวันหยุดศิลใหญ่ ตรงกับเดือน 6 ซ่ึงกบัเดือนเมษายนของไทย พิธีน้ี จะทา ก่อนจะมีการเพาะปลูกทา ไร่ น าเมล็ดพันธุ์พืชที่จะท าการเพาะปลูกมารวมกันแล้วเอาทราย มากองพร้อมประดับประดาด้วยข้าวตอกดอกไม้ เพื่อขอพรต่อ “อื่อซา” ให้เมล็ดพันธุ์ที่จะท า การเพาะปลูกต่อไปน้ันเจริญงอกงามออกดอกออกผล อีกเหตุผลหนึ่ งคือ การเผ่าไร่ท าให้มี บรรดาแมลงสัตวเ์ล็กสัตวใ์หญ่ตายไปมหาศาลจึงเชื่อว่ามีบาปกรรม ตอ้งถ่ายบาปดว้ยการก่อ ทรายทดแทน ส่วนเมล็ดพันธุ์จะต้องน าไปไว้ที่หอแหย่หนึ่งคืน วนัรุ่งข้ึนถึงจะนา ไปเพาะปลูก ต่อไป ทรายก่อศิลจะทา อยสู่ามที่คือ 1. บริเวณหัวหมู่บ้าน 2. หลังบ้านอาดอ/คะแซ 3. หลังหอแหย่ กิจกรรมที่ท ำในวันแซก่อ 1. ก่อนเขา้วนัศิลในตอนเยน็จะมีการตานขา้วสารเทียนไข ส าลีเพื่อใช้ในการจา ศิลและ ประกอบพิธีกรรม 2. ตอนเชา้วนัศิลจะมีการรดน้า ดา หวั (อี๊ก๊ะ ส่อ ดะเว) ที่บริเวณหอแหย่ 3. ตอนเย็นมีการเต้นร า (ป้อย เต เว) ที่หอแหย่ เพื่อเป็ นหการถวายแด่องค์สัจจะ 4. ตอนเยน็จะมีการก่อทรายในวนัศิลใหญ่3 จุดส าคัญ อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรแซก่อสี - ต้นไม้ท าพิธี - ต้นไม้ไผ่ - ธงกระดาษสี - ทราย - ส าลี ม้วนเป็ นรูปวงกลม - เมล็ดพืช - เทียน -ข้าวสาร - ดอกไม้
ชาวบ้านจะเอาต้นไม้ไผ่เจาะรู แล้วเสียบด้วยดอกไม้ และธงกระดาษสี เมื่อคิดว่า สวยงามแลว้จะน าตน้ ไมไ้ผ่มาขุดหลุมฝังที่สถานที่ที่จดัเตรียมไว้รวมท้งัตน้ ไม้หลงัจาก น้นัก็จะเอาทรายที่ขนมากองรวมกนัแลว้จุดเทียนปักลงบนกองทราย โตโบจะทา พิธีสวด มนต์ เมื่อกล่าวเสร็จจะโยนข้าวสาร พร้อมกับกล่าวค าว่า “ส่า ส่า ส่า” เป็ นอันเสร็จพิธี 3) ส้ำ ละ เต ต้ำ เว (สร้ำงศำลำถวำย) จดัข้ึนในช่วงเดือน 6-9ผู้ใหญ่บ้านจะเป็ นผู้ก าหนดวันเวลา เป็ นการสร้างศาลาแล้วเอาอาหารมารวมกันแล้วท าพิธีกล่าวโดยโตโบ ขณะที่ท าพิธีอยู่จะมีการตี ฆ้อง กลอง หลังจากโตโบท าพิธีเสร็จทุกคนจะร่วมรับประทานอาหารที่น ามาร่วมกัน หลังจาก น้นัจะมีการขอให้ผูอ้าวุโสมดัมือให้วตัถุประสงคข์องการสร้างศาลาเพื่อให้เกิดความสามคัคีใน ชุมชน เป็ นการอนุรักษ์ประเพณี 4) พิธีเลี้ยงผีป่ ำ ผีเขำ ผีดอย (มอ เล เว) จดัข้ึนในเดือน 9ก่อนเขา้พรรษา เป็ นการระลึกต่อคุณของ เทพารักษ์ในการปกป้องดูแลพืชผลในไร่ให้ได้ผลผลิตที่ดี และมีของป่ าให้ทุกคนในหมู่บ้านได้ กิน ได้ใช้ช่วยดูแล ปกป้องคนในหมู่บ้านไม่ได้เจ็บป่ วย 5) ข่ำว สี (ศิลเข้ำพรรษำ) เป็ นศิลใหญ่ หยุด 2วัน เพื่อน าผลผลิตมาเซ่นไหว้ “อื่อ ซา” แบ่งปัน พืชผลให้กับพ่อ แม่ พี่น้อง ผู้อาวุโส และเพื่อนบ้านซึ่งกันและกัน 6) อ๊อก สี(ศิลออกพรรษำ) เป็ นศิลใหญ่ หยุด 2วัน เดือนสิบสองหรือเดือนสุดท้ายของปี จะน า ผลผลิตไปถวาย “อื่อ ซา” ที่หอแหย่ ที่บ้านอาดอ ที่บ้านจาหลี่ บ้านพ่อ แม่ และเพื่อนบ้าน เพื่อ เป็ นการถวายผลผลิตหัวปี และตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ สถำนที่ส ำคัญในหมู่บ้ำนคือ ศูนย์วัฒนธรรมของชนเผ่ำลำหู่ประจ ำหมู่บ้ำน (หอแหย่) เปรียบ เหมือนวัดหรือโบสถ์ ใช้เป็ นสถานที่ประกอบพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนใน หมู่บ้าน เช่น ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ความเชื่อ รักษาโรคภัย ศูนย์บ าบัดยาเสพติด และ เป็ น ศูนย์การเรียนการสืบทอด/ถ่ายทอด การร้ือฟ้ืนวัฒนธรรม ตลอดจนการประชุมแลกเปลี่ยนประเพณี วฒันธรรมต่างๆ ท้งัในหมู่บา้น และระหวา่งหมู่บา้น ข้อห้ำมของหอแหย่ 1. ห้ามไกล่เกลี่ยคดีความผิดต่างๆ ในหอแหย่ 2. หา้มนา อาหารที่เป็นเน้ือสัตวท์ุกชนิดไปรับประทานในหอแหย่ 3. ห้ามพูดจาหยาบคาย และประพฤติอันใดที่ผิดศิลธรรม 4. ห้ามมีสัมพันธ์ชู้สาวในหอแหย่ 5. ห้ามทะเลาะวิวาทในหอแหย่ สภำพทำงเศรษฐกิจ จากผลของการประกาศเขตอุทยาน ทา ให้การทา ไร่ของชาวบา้นลา บากมากข้ึน ไม่สามารถ ทา ไร่หมุนเวียนไดเ้หมือนสมยัก่อน ที่ดินที่มีเพียงนอ้ยนิดจะตอ้งทา การเพาะปลูกซ้า ทุกปีสภาพดิน
เสื่อม พืชที่จะปลูกได้จึงเป็ นพืชเศรษฐกิจ เช่น ปลูกถวั่ลิสง ถวั่แดง และขา้วโพด รายได้แต่ละปี น้อยมาก ไม่พอบริโภคในรอบปี ชาวบา้นตอ้งเสียเงินซ้ือปุยและฉีดยาพ่นแมลงมากข้ึน ตน้ทุนใน การเพาะปลูกก็สูงข้ึนด้วย เมื่อได้ผลผลิตมาก็ไม่ค่อยมีคนมาซ้ือเพราะถนนลา บากมากก่อนที่จะ เพาะปลูกก็จะมีพ่อคา้มาปล่อยพนัธ์พืช ปุ๋ย และยาฆ่าหญ้า ให้กับชาวบ้านทา การเพาะปลูกก่อน หลังจากเก็บผลผลิตขายแล้วค่อยช าระเงินค่าพันธ์พืช ปุ๋ ย และยาฆ่าหญ้า ในราคาที่ค่อนข้างสูงกว่า ท้องตลาด ชาวบา้นส่วนใหญ่หลงัจากชา ระหน้ีแลว้เหลือเงินไม่มากนกั ไม่พอส าหรับใช้จ่ายในรอบ ปีถดัไป จึงตอ้งกูห้น้ีนอกระบบจากในคนชุมชนเอง หรือเงินกูจ้ากแหล่งอื่น ๆ ชาวบ้านบางส่วน จึงจ าเป็ นต้องไปหางานท าในเมือง ส่วนที่อยู่ในหมู่บ้านก็ต้องหารายได้เสริมจากการรับจ้างท างาน ในหมู่บ้านใกล้เคียง หรือหาของป่ าขาย สัตวเ์ล้ียงที่สา คญัของชุมชนไดแ้ก่ ไก่หมูและววัสัตวเ์ล้ียงของลาหู่ไม่ไดม้ีไวส้า หรับขาย ส่วนใหญ่เล้ียงไวเ้พื่อบริโภคในครัวเรือน สภำพปัญหำในชุมชน 1) ปัญหำพื้นที่ท ำกิน เนื่องจากทุกครอบครัวมีประชากรเพิ่มข้ึน แต่จา นวนพ้ืนที่ทา กินไม่ สามารถขยายได้และการออกนโยบายต่างๆ ของรัฐที่จา กดัพ้ืนที่ท ากิน 2) ปัญหำยำเสพติด เด็กและเยาวชนที่ติดยาเสพติดในหมู่บา้นมีมากข้ึน 3) ปัญหำกำรรับเอำค่ำนิยม /วัฒนธรรมใหม่ๆ จำกภำยนอกมำกขึ้น ปัจจุบันมีความ เจริญกา้วหนา้ทางเทคโนโลยีและชุมชนเองเริ่มเปิดรับสังคมภายนอกมากข้ึน จึงไดร้ับ อิทธิพลจากวัฒนธรรมและค่านิยมภายนอกมากข้ึนตามไปดว้ยเทคโนโลยบีางอยา่งได้ กลายเป็นปัจจยัพ้ืนฐานของชีวิต เช่น โทรทศัน์โทรศพัทม์ ือถือ โดยเฉพาะกับคนรุ่น ใหม่ซ่ึงรับและสนใจสิ่งใหม่ที่ทนัสมยัทา ใหไ้ม่เห็นคุณค่าของวฒันธรรมของตนเอง 4) ปัญหำภำระหนีส้ินจำกกำรกู้ยืม ที่ดินท ากินไม่เพียงพอประกอบกับราคาผลผลิตตกต ่า คนส่วนใหญ่ในหมู่บา้นหนองเต่าจึงมีความจา เป็นตอ้งกู้หน้ีจากนอกระบบ และหน้ี จากกองทุนต่างๆ ที่เข้ามาในหมู่บ้าน เช่น กองทุนเงินล้าน เป็ นต้น สิ่งอำ นวยควำมสะดวกในหมู่บ้ำน 1) รถแทรกเตอร์ 1 คัน 2) รถยนต์ 13คัน 3) รถจักรยานยนต์ 53 คัน กำรจัดสรรทรัพยำกรธรรมชำติในชุมชน 1) พ้ืนที่ป่าชุมชน ประมาณ 1500ไร่ 2) พ้ืนที่ป่าชุมชนใชส้อยประมาณ 700 ไร่ 3) พ้ืนที่ทา กินประมาณ 1700ไร่
4) พ้ืนที่ที่อยอู่าศยัประมาณ 70 ไร่ กฎเกณฑ์ในกำรจัดกำรทรัพยำกรธรรมชำติ 1) ห้ามมีการตัดไม้ท าหลายป่ า เขตป่ าอนุรักษ์ 2) ห้ามมิให้บุคคลนอกชุมชนเข้ามาตัดไม้ในเขตป่าใช้สอย ต้องได้รับการอนุญาตจาก คณะกรรมการหมู่บ้าน 3) ห้ามตัดไม้จ าหน่วยให้บุคคลภายนอกชุมชน 4) ใหม้ีการแนวกนัไฟรอบพ้ืนที่ในเขตป่าชุมชน ป่ าใช้สอย ป่ าอนุรักษ์ 5) เมื่อมีไฟป่ าเข้าในเขตรับผิดชอบทุกคนต้องร่วมกันดับไฟป่ า 1.4 ลกัษณะภูมิประเทศ - ความสูงเฉลี่ยจากระดบัน้า ทะเลปานกลาง 580 ม. - อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแดง อ าเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พ้ืนที่ปฏิบตัิงาน ของหน่วยจดัการตน้น้า ดอยผาแดง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก - สภาพที่ต้งัของชุมชน เป็ นที่ลาดเชิงเขาล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูนที่สูงชัน - ความลาดเอียง............... % - ลักษณะภูมิอากาศ สภาพอากาศแบบร้อนช้ืน ในฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย ฤดูหนาว อากาศค่อนข้างหนาว ฤดูฝนฝนจะตกชุก อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดท้งัปีอยู่ที่13-35องศา เซลเซียส - สภาพทรัพยากรธรรมชาติ จะเป็ นป่ าเบญจพรรณสลับกับป่ าเต็งรังและยังมีอยู่อย่าง อุดมสมบรูณ์นอกจากน้ียังเป็ นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ านานาชนิด 1.5 อำณำเขตติดต่อ - ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านขุนห้วยไส้ หมู่ที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ - ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้านห้วยลึก หมู่ที่ 7 ต.ปิ งโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ - ทิศตะวนัออก ติดต่อกบับา้นถ้า แกลบ หมู่ที่ 7 ต.ปิ งโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ - ทิศตะวันตก ติดต่อกับ บ้านทุ่งข้าวพวง หมู่ที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 1.6 กำรคมนำคม เส้นทางเข้าหมู่บ้านหนองเต่ามี 2 เส้นทางคือ เส้นทำงรถยนต์ 1) ระยะทางจากอ าเภอเชียงดาว ถึงหมู่บ้านหนองเต่าเป็ นระยะทาง 50 กิโลเมตร 2) ระยะทางจากถนนใหญ่ถึงหมู่บ้านหนองเต่า 16 กิโลเมตร สภาพถนนเป็ นลาดยาง ลูกรัง และดินแดง เส้ นทำงเดินเท้ำ จากทางหลวงต้นทางบ้านห้วยลึก มีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ถนนเป็ นทางดิน แคบและชันมาก เป็ นเส้นทางส าหรับเดินเท้า ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สัญจร
ในช่วงหน้าฝนที่ถนนทางรถยนต์ไม่สามารถใช้ได้ แต่ก็มีบางคนที่ใช้สัญจรทางน้ีโดย รถจักรยานยนต์ 1.7 โครงสร้ำงกำรปกครองในปัจจุบัน ผู้น ำทำงกำร 1. นายปะสอ จะหา ผู้ใหญ่บ้าน 2. นายยะเสอ พนากังวาง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 3. นายมนตม์นสัแลกู่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้น ำธรรมชำติ 1. นายสา แอฟู ผู้น าด้านการปกครองหมู่บ้าน 2. นายคะหน่อ จะอู ต าแหน่งโตโบ (ผู้น าด้านศาสนา) 3. นายป้าหลู จะเสือ ต าแหน่งส่าหล่า 4. นายจะนา จะหลุ ต าแหน่งอาจา 5. นายจะเสือ จะข้า ผนู้า ในการจดัต้งัหมู่บา้นคร้ังแรก 1.8 อำชีพของคนในหมู่บ้ำน 1. การเกษตร ทุกครัวเรือนประกอบอาชีพทางการเกษตร 2. การค้าขาย มีการต้งัร้านคา้ในหมู่บา้น 4 ครัวเรือน (ท าการเกษตรร่วมด้วย) 3. รับราชการ 3 คน (ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วย 2คน)
1.9 แผนที่รอบนอก
1.9 แผนที่รอบนอก (2) หน่วยพิทักษ์ศรีลำนนำ อ.ฝำง หน่วยจัดกำรต้นน ้ำห้วยจะค่ำน อ.ไชยปรำกำร คล.ห้วยลึก บ้ำนออน,บ้ำนป่ ำตึงงำม หมู่บ้ำนลำหู่หนองเต่ำ หน่วยจัดกำรต้นน ้ำดอยผำแดง ไป อ.พร้ำว สี่แยกเมืองงำย อ.เชียงดำว อ.แม่แตง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
1.10 แผนที่รอบใน N 229 353 ศาลา ประชาคม บ่อเกบ็น้า ฝำย กั้นน ้ำ โรงเรียน โครงการ หลวง หอแหย่ บ่อน้า
1.11 กลุ่ม,องค์กรในชุมชน 1. กลุ่มสตรี 2. กลุ่มเยาวชน 1.12 องค์กร, หน่วยงำนที่เข้ำมำส่งเสริมสนับสนุน องค์กรภำครัฐ 1. มูลนิธิโครงการหลวงบ้านห้วยลึก สาขาหนองเต่า เข้ามาเมื่อปี2545 สนับสนุนด้าน อาชีพ และพัฒนาในด้านต่างๆ 2. ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านหนองเต่า เข้ามาเปิ ดท าการเรียน การสอน เมื่อเดือน พฤษภาคม 2536 มีหน้าที่ส่งเสริมด้านการจัดการเรียนการสอน ให้กับเด็กและผู้ใหญ่ในชุมชน 3. หน่วยจดัการตน้น้า ผาแดง ส่งเสริมด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ 4. เทศบาลปิงโคง้ สนบัสนุนสาธาณูปโภคพ้ืนฐาน,การศึกษา 5. ชุดสันตินิมิต 6. ชุดปฏิบัติการรบพิเศษ องค์กรเอกชน / องค์กรภำคประชำชน - สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (ศวท.) ส่งเสริม ดา้นสิทธิ, ดา้นการอนุรักษ์ฟ้ืนฟูสืบทอดวฒันธรรมของตนเองรวมท้งัการศึกษาของเด็ก 2. ข้อมูลต้นแบบ (ศูนย์กำรเรียนรู้/ศึกษำดูงำน) 2.1 ในชุมชนมีกำรจัดกำร/จัดระบบ ด้ำนใดบ้ำง? (ท ำเครื่องหมำย / ในข้อควำมที่ต้องกำร) ............การศึกษาวฒันธรรม / หลกัสูตรทอ้งถิ่น ............การเกษตรพ้ืนบา้นยงั่ยนื ............การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ............การดูแลรักษาสุขภาพแบบพ้ืนบา้น (สมุนไพร/พิธีกรรม) 2.2 ในชุมชนมีศิลปหัตถกรรมด้ังเดิม ด้ำนใดบ้ำง? (ท ำเครื่องหมำย / ในข้อควำมที่ต้องกำร) ............การท าเครื่องเงิน ............การตีเหล็ก ............การถัก,ทอผ้า ............การเย็บปักถักร้อย ............การย้อมสีธรรมชาติ ............การจักสาน 3. ข้อมูลด้ำนกำรศึกษำ
ในชุมชนมีศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวงบ้านหนองเต่า สังกัดกรมการ ศึกษานอกโรง เรียนจังหวัดเชียงใหม่ เข้ามาเปิ ดท าการสอน เมื่อเดือน พฤษภาคม 2536 มี จ านวนนักเรียน 40 คน มีครูผู้สอนประจ าอยู่ 2 คน ปัจจุบนันักเรียนไดเ้พิ่มข้ึนเป็นจา นวน 60 คน -ระดับเตรียมอนุบาลจ านวน 34 คน -ระดบัช้นั ป.1จา นวน 7 คน -ระดบัช้นั ป. 2จา นวน 1คน -ระดบัช้นั ป. 3จา นวน 5คน -ระดบัช้นั ป. 4จา นวน 11คน -ระดบัช้นั ป. 6จา นวน 2คน ส่วนนกัเรียนจา นวนหน่ึงพยายามเรียนนอกพ้ืนที่เช่น โรงเรียนห้วยลึกและตามหอพกัของ มูลนิธิต่างๆ เพราะเชื่อว่าเรียนโรงเรียนนอกชุมชนแล้วจะมีความรู้แน่นกว่าโรงเรียนในชุมชน แต่ การเรียนนอกพ้ืนที่ท าได้เฉพาะเด็กที่เริ่มดูแลตัวเองได้แล้ว เพราะต้องไปอยู่ในหอพัก นั่นก็ หมายความว่าจะเริ่มเขา้เรียนช้ากว่าปกติเมื่อเด็กเริ่มโตเด็กจะเริ่มรู้สึกอายที่ตนเองอายุเยอะกว่า เพื่อนในช้นัเรียนมาก ทา ใหเ้ด็กออกจากโรงเรียนกลางคนัหรือเมื่อจบช้นั ประถมศึกษาก็ไม่อยากจะ เรียนต่อ แต่ก็มีหลายครอบครัวที่เห็นความส าคัญและให้กา ลังใจลูกเรียนต่อในระดับที่สูงข้ึน ปัจจุบันมีนักเรียนที่ก าลังศึกษาในระดับอุดมศึกษา 1คน แม้รัฐบาลจะประกาศให้ได้เรียนฟรี 15 ปี แต่ชาวบ้านหนองเต่าก็ยังมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย อยู่มาก เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทางไปโรงเรียน ซึ่งก็ถือว่า เป็ นค่าใช้จ่ายที่สูงมากส าหรับชาวบ้าน จึงเป็ นปัญหาให้ชาวบ้านไม่สามารถส่งลูกหลานให้เรียน ต่อไปได้ 4. ข้อมูลด้ำนสุขภำพอนำมัย 4.1. ในชุมชนมีปัญหำสุขภำพด้ำนใดบ้ำง • ไอ/เจ็บคอ • ปวดหัว /ตัวร้อน • ความดันโลหิตสูง • ไขมันในเส้นเลือดสูง • นิ้ว • ใส้ติ่งอบัเสบ 4.2 ชุมชนมีวิธีกำรรักษำแบบใดบ้ำง
• รักษาโดยประกอบพิธีตามความเชื่อพ้ืนบา้น ใหห้มอเมืองรักษา หรือให้โตโบเป็น ผู้ท าพิธีกรรมรักษา หาไม่หายถึงจะไปหาหมอแผนปัจจุบัน • ใชส้มุนไพร หรือการรักษาแบบพ้ืนบา้น • ซ้ือยากินเอง • ไปหาหมอที่อนามัยบ้านปางเฟื อง หรือโรงพยาบาลเชียงดาว 4.3 มีโรงพยำบำลหรือสถำนีอนำมัยหรือไม่ มี ไม่มี 4.4 จำกชุมชนถึงสถำนีอนำมัย......... กิโลเมตร - จากชุมชนถึงโรงพยาบาลประจ าอ าเภอระยะทาง 45 กิโลเมตร
หอประชุมหมู่บ้ำน โรงเรียน
อ่ำงเก็บน ้ำ สถำนที่ส ำหรับตีเหล็ก
หอแหย่(ศูนย์วัฒนธรรมลำหู่) แปลงปลูกสมุนไพร
ปลูกป่ำเฉลมิพระเกยีรติ พิธีบวชป่ ำ (มอเลเว)
สภำพถนนทำงเข้ำหมู่บ้ำนในหน้ำฝน บ่อเกบ็น ้ำส ำหรับจ่ำยน ้ำในหมู่บ้ำน
เตำไฟส ำหรับท ำอำหำร
เด็กๆ ที่บ้ำนหนองเต่ำ
1. ข้อมูลหมู่บ้าน จังหวัด เชียงใหม่ อ ำเภอ เชียงดำว ต ำบล ปิ งโค้ง หมู่บ้ำนหลัก บ้ำนหนองเต่ำ หมู่ที่ 15 หมู่บ้ำนรอง บ้ำนหนองเต่ำ (ลำหู่) 1.1 ที่ต้งัของหมู่บำ้น อยใู่นเขตพ้ืนที่ป่ำอนุรักษ์ อุทยำนแห่งชำติผำแดง พ้ืนที่เตรียมกำรจดัต้งัอุทยำนแห่งชำติ........................ เขตรักษำพันธุ์สัตว์ป่ ำ............................................ พ้ืนที่เตรียมกำรจดัต้งัเขตรักษำพนัธุ์สัตวป์่ำ................................... พ้ืนที่ป่ำสงวนแห่งชำติ................................................................... อยนู่อกเขตพ้ืนที่ป่ำอนุรักษ์
แผนที่หมู่บ้าน บ้านหนองเต่า 1 N 353 229
1.2 ข้อมูลทำงกำรปกครอง ชื่อผู้ใหญ่บ้ำน นำยปะสอ จะหำ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้ำน นำยมนต์มำนัส เลกู ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้ำน นำยยะสือ พนำกังวำล บุคคลส ำคัญที่ชำวบ้ำนให้กำรเคำรพนับถือ 1 นำยจะเสือ จะข้ำ เป็น ผนู้ำ ในกำรจดัต้งัหมู่บำ้นคนแรก 2 นำยสำ แอฟู เป็ น ผู้น ำทำงศำสนำ 3 เป็ น 2. ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ 2.1 พิกดัที่ต้งัหมูบำ้น(UTM) N(X) 0504105 E(Y) 2162322 ระบบพิกัด WGS 84 Indian75 ระวำงแผ่นที่4847 3 2.2 ที่ต้งัหมู่บำ้นมีควำมสูงจำกระดบัน้ำ ทะเลปำนกลำง 585 ม. 2.3 พ้ืนที่ท้งัหมดของหมู่บำ้น 1,600 ไร่ 2.4 ควำมสูงเฉลี่ยจำกระดบัน้ำ ทะเลปำนกลำง 580 ม. 2.5 ช้นัคุณภำพลุ่มน้ำ 1A ...........................................ไร่ 1B ............................................ไร่ 2 .............................................ไร่ 3 .............................................ไร่ 4 .............................................ไร่ 2.6 ลุ่มน ้าหลกั แม่น้ำ ปิง ลุ่มน ้าสาขา น้ำ แม่ป๋อย ลุ่มน ้าย่อย หนองเต่ำ 2.7 อำณำเขตติดต่อ ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้ำนขุนห้วยไส้หมู่ที่ ต.เมืองนะอ.เชียงดำวจ.เชียงใหม่ ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้ำนห้วยลึก หมู่ที่7 ต.ปิ งโค้งอ.เชียงดำวจ.เชียงใหม่ ทิศตะวันออก ติดต่อกับ บำ้นถ้ำ แกลบ หมู่ที่7 ต.ปิ งโค้งอ.เชียงดำวจ.เชียงใหม่ ทิศตะวันตก ติดต่อกับ บ้ำนทุ่งข้ำวพวง หมู่ที่ ต.เมืองนะอ.เชียงดำวจ.เชียงใหม่
2.8 ลักษณะภูมิประเทศ บ้ำนลำหู่หนองเต่ำอยู่ทำงตอนเหนือของอ ำเภอเชียงดำว ลักษณะภูมิประเทศเป็ น ที่ลำดเชิงเขำล้อมรอบด้วยภูเขำหินปูนที่สูงชัน สูงจำกระดับ น้ำ ทะเลปำนกลำงประมำณ 585 เมตรอยู่ในเขตอุทยำนแห่งชำติผำแดงเป็นพ้ืนที่ปฏิบตัิงำนของหน่วยจดักำรตน้น้ำ ดอย ผำแดงและศูนย์พัฒนำโครงกำรหลวงห้วยลึกลักษณะภูมิอำกำศ สภำพอำกำศแบบร้อนช้ืน ในฤดูร้อนอำกำศจะเย็นสบำย ฤดูหนำวอำกำศค่อนข้ำงหนำวฤดูฝนฝนจะตกชุกอุณหภูมิ เฉลี่ยตลอดท้ังปีอยู่ที่13-35องศำเซลเซียส สภำพทรัพยำกรธรรมชำติ จะเป็ นป่ ำเบญจ พรรณสลับกับป่ ำเต็งรังและยังมีอยู่อย่ำงอุดมสมบรูณ์นอกจำกน้ียงัเป็นที่อยู่อำศยัของสัตว์ ป่ ำนำนำชนิด ประวัติความเป็นมาของชนเผ่าลาหู่ ตำมประวัติศำสตร์ของชนชำติ “ลำหู่” มีมำนำนไม่ต ่ำกว่ำ 4,500 ปีโดยชำวลำหู่มีถิ่นฐำน ด้งัเดิมอยู่ในธิเบต และอยู่ในภำคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ต่อมำได้ทยอยอพยพลงมำอยู่ทำงตอนใต้ ของจีน โดยแบ่งออกเป็ นสองสำยคือส่วนหนึ่งอพยพเข้ำมำในแคว้นเชียงตุง ประเทศพม่ำ เมื่อพ.ศ. 2383 และรำว พ.ศ. 2423 ไดเ้ขำ้มำอยทู่ำงตอนเหนือของประเทศไทยโดยต้งัรกรำกที่อำ เภอฝำงจ. เชียงใหม่ เป็ นแห่งแรก อีกส่วนหนึ่งได้อพยพเข้ำไปในประเทศลำวและเวียดนำม ท้งัน้ีชนเผำ่ลำหู่ได้ แบ่งเป็ นเผ่ำย่อยอีกหลำยเผ่ำ อำทิ ลำหู่ด ำ ลำหู่แดงลำหู่เหลือง ลำหู่ขำว ลำหู่ปะกิว ลำหู่ปะแกว ลำหู่ เฮ่กะ ลำหู่ลำบำ ลำหู่เชแล ลำหู่บำลำ เป็ นต้น ปัจจุบันในประเทศไทยมีชนเผ่ำลำหู่อำศัยอยู่รำว 1.5 แสนคน โดยกระจำยอยู่ตำมหมู่บ้ำนต่ำงๆ ตำมแนวชำยแดนไทย - พม่ำกว่ำ 800 หมู่บ้ำน พ้ืนที่ที่มี ชำวลำหู่อำศยัอยมู่ำกไดแ้ก่เชียงรำยแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่และลำ ปำงโดยเฉพำะตำมพ้ืนที่ติด ชำยแดน ส่วนใหญ่แล้วชนเผ่ำลำหู่ มักจะอำศัยปะปนกับชนเผ่ำอื่น ๆ หรือคนไทย มีเพียงส่วนน้อยที่ อยู่รวมกันเป็ นกลุ่มหรือเป็ นหมู่บ้ำน เผ่ำลำหู่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือ ลำหู่แดง ซึ่งมีกำรนับ ถือผีโดยโตโบหรือผู้น ำทำงศำสนำ ส่วนลำหู่ด ำหรือลำหู่เหลือง ก็มีกำรนับถือผีเช่นกัน นอกจำกน้ี เผ่ำลำหู่ก็ยังมีกำรนับถือศำสนำคริสต์อีกด้วย ดำ้นวิถีชีวิตของชนเผำ่ลำหู่น้นั โดยปกติแลว้ชนเผำ่ลำ หู่ชอบอำศัยอยู่บนที่สูงและเป็ นชนเผ่ำที่ไม่ชอบควำมวุ่นวำย มีวิถีชีวิตควำมเป็ นอยู่ที่เรียบง่ำย เป็ น ชนเผ่ำที่สำมำรถปรับตัวเข้ำกับผู้คนได้เป็ นอย่ำงดีถึงแม้ว่ำจะยังชีพด้วยกำรเป็ นชำวนำ ปลูกข้ำว และข้ำวโพด เพื่อกำรบริโภคในครัวเรือน ลำหู่ก็ยังภูมิใจกับกำรเป็ นนักล่ำสัตว์นอกจำกน้ีพวกเขำยงั เคร่งครัดกับกฎระเบียบของควำมถูกและผิด ทุกๆ คนจะตอบคำ ถำมในพ้ืนฐำนเดียวกบัคนรุ่นเก่ำ
ชำวลำหู่เขม้แขง็ต่อกำรยดึมนั่ต่อควำมเป็นน้ำ หน่ึงใจเดียวกนั และท ำงำนด้วยกันเพื่อยังชีพ ลำหู่อำจ เป็ นกลุ่มคนที่มีควำมเท่ำเทียมทำงด้ำนเพศมำกที่สุดในโลก 2.9 ประวัติหมู่บ้ำนโดยสังเขป ห มู่ บ้ำน ห น อ ง เต่ำเริ่มจัดต้ังเมื่อปีพ.ศ. 2528โดยมีลุงจะเสือเป็ น ผู้น ำที่เข้ำมำอยู่ก่อน ใน ตอนแรกมีอยู่17 หลังคำ เรือน ชำวบ้ำนเคยได้อยู่ ในหมู่บ้ำนขุนห้วยไส้มำ ก่อนชำวบ้ำนส่ วนใหญ่ ยำ้ยถิ่นฐำนมำจำกอ ำเภอฝำงอ ำเภอแม่อำยและบ้ำนห้วยขุนข้อน ต ำบลเมืองงำย เหตุที่ย้ำย มำอยู่ที่หมู่บ้ำนหนองเต่ำ เนื่องจำก ที่อยู่เดิมประสบปัญหำเรื่องที่ท ำกิน ต่อมำทำงญำติพี่ น้องทำงหมู่บ้ำนห้วยจะค่ำน ได้แนะน ำให้มำอยู่ที่หมู่บ้ำนหนองเต่ำ เนื่องจำกบริเวณ หมู่บ้ำนหนองเต่ำมีที่ดินที่เหมำะสมกับกำรท ำกำรเกษตรและมีเพียงพอกับควำมต้องกำร ของชำวบำ้นจึงทำ ให้ชำวบำ้นไดย้ำ้ยจำกหมู่บำ้นขุนห้วยไส้มำต้งัที่หมู่บำ้นหนองเต่ำจนถึง ปัจจุบัน ลักษณะบ้าน บำ้นเรือนของเผำ่ลำหู่ส่วนมำกปลูกยกพ้ืนใตถุ้นสูง ซ่ึงจะใชเ้ป็นที่เก็บฟื น เสำบำ้นเป็นไมเ้น้ือแขง็ พ้ืนฟำกฝำฟำก มุงดว้ยหญำ้คำ หรือใบกอ้ วิธีมุงหลังคำด้วยหญ้ำคำของชำวลำหู่ค่อนข้ำงแปลก คือ แทนที่จะมัดคำเป็ นต้น ๆ เขำใช้มุงฟ่ อนทับกันหนำแน่น เช่นเดียวกับวิธีกำรมุงหลัง คำด้วยหญ้ำของชำวยุโรป กำรมุงแบบน้ี ท ำให้ใช้ได้ทน และอบอุ่นในฤดูหนำว ตัวบ้ำนแบ่งออกเป็ น 2 ตอน ตอนหน้ำเป็ นชำนนอกชำยคำ ปูด้วยไม้ฟำก มีบันไดเป็ นไม้ ท่อนยำวพำด
จำกพ้ืนดินข้ึนไปสู่บ้ำน ตอนหลังเป็นห้องสี่เหลี่ยมกว้ำง 3-4 เมตร มีฝำสำนรอบทุกด้ำน สูง ประมำณ 1 เมตรครึ่ ง ท ำด้วยไม้ไผ่ล้วนไม่มีเพดำน ตรงกลำงห้อง มีเตำไฟ 1 เตำ ส ำหรับท ำอำหำร รอบ ๆ เตำไฟเป็ นที่นอน และใช้เป็ นที่ต้อนรับแขกด้วย ส ำหรับบ้ำนของหัวหน้ำหมู่บ้ำนจะใหญ่โต กว่ำบ้ำนของลูกบ้ำนรำว 2 เท่ำ มีห้องนอนส ำหรับต้อนรับแขก กับห้องนอนของครอบครัว เตำไฟ ท ำไว้ 2 แห่ง เพรำะบรรดำแขกผูไ้ปเยือนหมู่บำ้นจะไปหำหัวหน้ำหมู่บำ้นก่อน และพักค้ำงแรมอยู่ ภำยในบำ้นผเู้ป็นหวัหนำ้น้นัเอง บ้าน (แหย่) ตำมแบบวิธีชำวลำหู่ก่อนที่เรำจะสร้ำงบำ้นตำมแบบของชำวลำหู่เรำตอ้งหำสิ่ง เหล่ำน้ีใหค้รบก่อน ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จะสร้ำงบ้ำนแบบลำหู่ จะมี 4 อย่ำงใหญ่ ๆ 1. เสำบ้ำน 2. คำน 3. แฝกหญ้ำคำ 4. ไม้ไผ่สับฟำกเพื่อท ำฝำ และพ้ืนบำ้น เมื่อไดส้ิ่งเหล่ำน้ีครบแลว้ชำวลำหู่ก็จะหำฤกษ์หำยำมว่ำ วันไหนเหมำะที่จะปลูกบ้ำน และจะปลูกบ้ำนบริเวณ ไหน หลงัจำกที่เลือกวนั โดยผูเ้ฒ่ำผูแ้ก่ที่จะรู้เรื่องกำรนับวันได้ดี เพรำะว่ำผู้เฒ่ำจะรู้ดีว่ำ สร้ำงวันใหน อยู่แล้วครอบครัวจะมีควำมสุขกับบ้ำนที่สร้ำงข้ึนมำผู้เฒ่ำจะนับวันแล้วบอก กับคนที่จะไปหำรือเรื่องจะสร้ำงบ้ำน และสถำนที่ได้แล้วชำวลำหู่ก็จะเตรียมข้ำวสำร 3 เมล็ด และเทียนไข 1 คู่เพื่อบวงสรวงเจ้ำที่แล้ว จะขุดหลุมในที่ที่เลือกไว้ใส่ข้ำวสำร 3 เมล็ด ลงไป เอำใบไม้ปิ ด จุดเทียน พร้อมกับกล่ำวเพื่อท ำกำรเสี่ยงทำย ใจควำมส ำคัญของกำร เสี่ยงทำย คือ“ถำ้เรำสำมำรถปลูกบำ้นและอยทู่ ี่น้ีไดอ้ย่ำงมีควำมสุขขอใหข้ำ้วสำรเกำะกลุ่ม กัน แต่ถำ้หำกเรำปลูกบำ้นตรงน้ีแลว้ทำ ให้อยู่ไม่มีควำมสุข หรือไม่สำมำรถปลูกบำ้นตรงน้ี ได้แล้ว ขอให้ข้ำวสำรอยู่คนละที่” ถ้ำเป็ นอย่ำงที่กล่ำวเสร็จ ชำวบ้ำนก็จะช่วยกันสร้ำงตำม แบบที่ ตอ้งกำรของเจ้ำบำ้นน้ัน ๆ ไปหลงัจำกที่ทำ กำร เสี่ยงทำยแล้ว ชำวลำหู่จะขุดหลุม แลว้นำ น้ำ เทลงไปใน หลุม เพรำะน้ำ ที่เทลงน้นัมีควำมเชื่อวำ่ จะท ำไห้เป็ นอยู่ดี ทำ ไหร้่มเยน็ดงั่น้ำ และเอำเสำลงเสำตน้แรกที่ชำวลำหู่จะ ต้ัง คือ เสำที่เป็ นศำลพระภูมิ และเป็ นหัวนอนของ เจ้ำของบ้ำน หลังจำกที่สร้ำงบ้ำนเสร็จแล้ว ก็จะท ำพิธีไล่
สิ่งไม่ดีออกจำกบำ้น เนื่องจำกมีควำมเชื่อว่ำถ้ำไม่ไล่ออกแล้วจะอยู่บ้ำนหลัง น้ีอย่ำงไม่มี ควำมสุขเมื่อทำ พิธีไล่สิ่งไม่ดีออกจำกบำ้นแลว้ก็จะเป็นพิธีข้ึนบำ้นใหม่กำรข้ึนบำ้นใหม่ น้นัชำวลำหู่จะฆ่ำไก่1 ตัว เพื่อท ำกำรเสี่ยงทำยเหตุกำรณ์ภำยหน้ำ นอกจำกน้ีแลว้จะฆ่ำไก่ เพิ่มตำมแต่ฐำนะของเจ้ำของบ้ำน หลังจำกน้ันก็ขนข้ำวของเข้ำมำอยู่ในบ้ำน อย่ำงมี ควำมสุขต่อครอบครัว 2.10 กำรคมนำคมจำกหมู่บ้ำนถึงอ ำเภอ 2.10.1 จำกหมู่บ้ำนถึงอ ำเภอ มีระยะทำง 50 กิโลเมตร ใชเ้วลำเดินทำง 1 ชวั่โมง 30 นำที 2.10.2 มีถนนติดต่อกับอ ำเภอ จ ำนวน 2 เส้นทำง สภำพถนน ลำดยำงหรือคอนกรีต 30 กิโลเมตร ลูกรัง 5 กิโลเมตร ทำงดิน 15 กิโลเมตร บ้านลาหู่ ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แบบ ตามแบบบ้านลาหู่(ด้านหลัง) บ้านลาหู่ ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แบบ ตามแบบบ้านลาหู่(ด้านหน้า)
เส้นทางคมนาคม 3.ข้อมูลทำงเศรษฐกิจและสังคม 3.1จำ นวนครัวเรือนในหมู่บำ้น มีจำ นวนครัวเรือนท้งัสิ้น 67 ครัวเรือน 3.2 จ ำนวนรำษฎร ช่วงอำยุ1-14 ปี มีจ ำนวน 81คน ชำย41คน หญิง 40คน ช่วงอำยุ15-59 ปี มีจ ำนวน 187คน ชำย85คน หญิง 102คน ช่วงอำยุ60 ปีข้ึนไป มีจ ำนวน 13คน ชำย6คน หญิง 7คน รวม 281คน อ.ฝาง หน่วยจัดการต้นน ้าห้วยจะค่าน อ.ไชยปราการ คล.ห้วยลึก บ้านออน,บ้านป่ าตึงงาม หมู่บ้านลาหู่หนองเต่า หน่วยพิทักษ์ศรีลานนา ไป อ.พร้าว หน่วยจัดการต้นน ้าดอยผาแดง สี่แยกเมืองงาย อ.เชียงดาว อ.แม่แตง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
3.3 กลุ่มชำติพันธุ์ และกำรนับถือศำสนำ กลุ่มชำติพันธุ์ ชำย หญิง ครัวเรือน ศำสนำ รวม พุทธ คริสต์ อิสลำม อื่นๆ 1. อำข่ำ 2. จีนฮ่อ 3. กะเหรี่ยง 1 4. ลีซอ 5. ม้ง 6. เย้ำ 7. มูเซอ 129 149 67 281 8. ไทยใหญ่ 9 . ค น พ้ืนเมือง 2 10. อื่นๆ รวม 132 149 67 281 3.4 ระดับกำรศึกษำ (ระบุจ ำนวนคน) -ไม่รู้หนังสือ จ ำนวน 156 คน - ประถมศึกษำ จ ำนวน 112 คน - มัธยมศึกษำ จ ำนวน 9 คน - ปวช., ปวส., ปวท. จ ำนวน 2 คน - ปริญญำตรีข้ึนไป จ ำนวน 2 คน 3.5 อำชีพ 1. เกษตรกรรม จ ำนวน 65 ครัวเรือน 2. ค้ำขำย จ ำนวน 2 ครัวเรือน 3.6 รำยได้ - น้อยกว่ำ 5,000 บำท จ ำนวน ครัวเรือน - 5,001 - 10,000 บำท จ ำนวน ครัวเรือน - 10,001 - 15,000 บำท จ ำนวน ครัวเรือน - 15,001 - 20,000 บำท จ ำนวน 1 ครัวเรือน - มำกกว่ำ 20,000 บำท จ ำนวน 66 ครัวเรือน
3.7 พืชเศรษฐกิจ (ให้ระบุชื่อพืชเศรษฐกิจ 5 อันดับแรก) อันดับที่ 1 ข้ำวโพด อันดับที่ 2 ถวั่ลิสง อันดับที่ 3 ถวั่แดง อันดับที่ 4 ข้ำว อันดับที่ 5 3.8 ปฏิทินกำรเกษตรในรอบปี ชนิดพันธุ์ ม. ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. หมำย เหตุ 1.ข้ำวโพด ต พ ด ก 2.ถวั่ลิสง ต พ ด ก 3. ถวั่แดง ต พ ด ก 4. ข้ำว ต พ ด ก ต = เตรียม พ =เพำะปลูก ด = ดูแล ก =เก็บเกี่ยว
วิถีชีวิตในรอบหนึ่งปี เดือน วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม ภาพ มกราคม เกี่ยวหญ้าคาเพื่อน ามามุง หลังคา มงุหลังคาหรอืซอ่มแซมบา้นท า ความสะอาดในบ้าน รอบๆบ้าน ให ้น่าอยู่ เพื่อที่จะ ต้อนรับปีใหม่ลาหู่ (กินวอร์ลาหู่) กุมภาพันธ์ หาของป่ าน ามาไว้ที่บ้าน เพอื่ทจี่ะใชใ้นชว่งปีใหม่ เพราะวา่ ในชว่งปีใหม่ ไปหา ของป่ าไม่ได้จึงจะต้อง เตรียมก่อนปีใหม่ ประเพณีปีใหม่กินวอร์ชาวลาหู่ เรียกว่า( เขาะจาเว ) เป็น เทศกาลสนุกสนาน มีการสร ้าง ความประทับใจ ซงึ่กันและกัน ชาวบ้านจะอยู่ในหมู่บ้าน และจะ เลน่กจิกรรมตา่งๆ เชน่ตลีูกขา่ง เล่นสะบ้า หรือ เต้นร าใต้ต้นวอร์ ผู้เฒ่าผู้แก่จากเล่านิทานให ้ เด็กๆฟัง เป็นต ้น มีนาคม ชว่งนี้เป็นชว่งทหี่าของป่า เชน่เก็บดอกกง๋ เพื่อท าไม ้ กวาดหรือน ามาขายตาม พ่อค้าแม่ค้า และหาเปลือก ปอจะน ามาใช้ ตามปกตใินชว่งนี้ไมม่ ปีระเพณี และพธิกีรรมอะไร เป็นชว่งทหี่า ของป่ าอยู่ ปลายเดือนเตรียมหา พื้นที่ ท าไร่ท าสวนกัน เมษายน การเตรียมพื้นที่เพาะปลูก ถางไร่ และท าแนวกันไฟ รอบๆ พื้นที่ของแต่ละคน 1.พิธีกรรม ก่อทราย ชาวลาหู่ เรยีกวา่ (แซก่อ่ )เป็นประเพณี ของทุกปีจะต้องท า เพื่ออุทิศ สว่นกศุล ขอขมาตอ่ สตัวต์า่งๆ ทโี่ดนฆา่ตายชว่งเวลาในการท า ไร่ ท าสวนโดยไม่ตั่งใจ 2.เป็นพิธีกรรมท าศาลา ลาหู่ เรียกว่า( ศาละเตเว ) มีปีละครั้ง ท าเพื่ออุทศิ สว่นกศุล ขอพรเจา้ ที่เจ้าทาง ว่าเมื่อเราไปหาของ ป่าขอใหเ้จา้ทเี่จา้ทางชว่ยดแูล เราด้วย พฤษภาคม พรวนดิน ปลูกข ้าว ปลูก ข ้าวโพด มีพิธีกรรมสวดมนต์ ก่อนการ เพาะปลูกทุกครั้ง เพื่อไม่ให ้ เมล็ดพันธุ์สูญหายไป และขอพร ว่าต้นกล้าออกมาอย่างงอกงาม
มิถุนายน เป็นชว่งปลกูขา้วไร่และ ปลูกพืชพักในไร่ มีพิธีท าบุญต้นข ้าวเป็นพิธีกรรม สวนรวม่ ท าเมื่อต้นข ้าว อายุ ประมาณ 30 วัน หรือ หลังจาก การก าจัดวัชพืชครั้งที่หนึ่ง เพื่อ ขอให ้ผีไร่ผีดอย ป้องกันไม่ให ้ หนูแมลง หรอื สัตวป์ ่ามากัดกนิ หรือท าลายต้นข ้าว กรกฏาคม หาของป่า เชน่หาหน่อไม้ ซาง หาเห็ดไม ้ซาง สมาชกิ ในหมบู่า้นจะนัดวันดีๆ หนึ่งวัน ไปลงแรงท าไร่ท าสวน ให ้กับผู้น าชุมชน เพื่อเป็นการ ตอบแทน และถือว่าเป็นกิจกรรม และท าให ้กับผู้น าชุมชน มี ก าลังใจในการท างาน ให ้กับ ชุมชนต่อไป ไม่มีพิธีกรรมใดๆ ทัง้สนิ้ชว่งนี้ สงิหาคม ชว่งนี้หาหน่อไมไ้ผแ่ละ หา หนอนไม ้ไผ่ตามป่ า ในเดือนนี้ไม่มีการประกอบ พิธีกรรม เป็นชว่งทหี่าหน่อไม้ ไผ่ขายหรือมาเป็นอาหาร กันยายน หาหนอนไมไ้ผ่เชน่ดักแด้ หาหน่อไม ้ไร่ ก่อนจะถึงประเพณีกินข ้าวใหม่ ชาวบ้านแต่ละหลังคาเรือน หา ผลผลิตจากในไร่ในสวนน ามาไว้ ทบี่า้นเชน่ ฟักทอง ถั่งฝักยาว พริก มะเขือ เป็นต้น ตุลาคม เตรีอมที่จะเก็บเกี่ยวข ้าวไร่ ถึงประเพณีกินข ้าวใหม่ ชาวลาหู่ แต่ละบ้าน จะน าผลผลิต ที่ เพาะปลูกไว้ในไร่นั้น ๆ จะน ามา ท าอาหารแล้ว มานั่งกินด ้วยกัน เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณี และ วัฒนธรรมของลาหู่ พฤศจิกายน ชวงนี้เก็บเกี่ยวผลผลิตตาม ่ ไร่ ตามสวน ชาวบ้านจะมา ชว่ยกันเก็บเกยี่วผลผลติ ใน ไร่กัน อยากมีความสุข ชว่งนี้ไมม่ ปีระเพณีและพธิกีรรม ใดๆ เป็นชว่งเก็บเกยี่วผลผลติ จัดในไร่ ในสวนเพื่อน ามาเป็น อาหารในใชช้วีติ ประจ าวัน
ธันวาคม ชว่งนี้เป็นการ พักผ่อน ปัก เย็บเสอื้ผา้และทอผา้ไวใ้ส่ ในชว่งเทศกาลปีใหม่ ในเดือนนี้ไม่มีการประกอบ พธิกีรรม เตรยีมการตอ้นรับ สงิ่ ใหม่ ๆ ทอผ้า เย็บผ้า เพื่อจะ น าไปใชใ้นชว่ง เทศกาลปีใหม่ หรือกินวอร์ลาหู่ 3.9กำรสำธำรณูปโภค 3.9.1 ไฟฟ้ำ มีไฟฟ้ำใช้ จ ำนวน.....................ครัวเรือน ไม่มีไฟฟ้ำใช้ จ ำนวน.....................ครัวเรือน 3.9.2 แหล่งพลังงำนไฟฟ้ำ ใช้พลังงำนจำกแสงอำทิตย์ 3.9.3 โทรคมนำคม สัญญำณโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3.9.4 น้ำ ประปำ ใชน้ ้ำ ประปำภูเขำมีน้ำ ใชทุ้กครัวเรือน 3.9.5 สถำนที่สำธำรณะของหมู่บ้ำน ภำยในหมู่บ้ำนมีสถำนที่สำธำรณะดงัน้ี 1. โรงเรียน ประถมศึกษำ/มัธยมศึกษำ 2. วัด/ศำสนสถำนอื่นๆ 3. ศำลำประชำคม 3.10 การรวมกลุ่ม/องค์กร ภายในหมู่บ้าน (กลุ่มอาชีพ กลุ่มการเกษตรกลุ่มสหกรณ์ฯลฯ ) กลุ่ม/องค์กรภำยในหมู่บ้ำน หน่วยงำนที่สนับสนุน จ ำนวนสมำชิก
ประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามของชุมชน วันก่อกองทราย(ประเพณีแซก่อ) ประเพณีแซก่อน้ีมีมำต้งัแต่สมยับรรพบุรุษปฎิบตัิมำและสืบทอดต่อ ๆกนัมำจนถึงปัจจุบนั ชนเผ่ำละหู่ที่นบัถือพุทธ(ผี) ซ่ึงแซก่อ ตรงกบัวนัที่14 เมษำยนของทุกปี และเป็ นวันสงกรำนต์ไทย ชนเผำ่ลำหู่จะมีประเพณีแซก่อเป็ นประเพณีที่ปฏิบัติเพื่อเป็ นกำรอุทิศส่วนกุศลให้กบัสิ่งที่ล่วงลบัที่ ท ำไปแล้วในกำรประกอบอำชีพ ท ำไร่ ท ำสวนโดยที่ฆ่ำสัตวโดยต้ังใจ หรือไม่ต้ังใจ เชื่อว่ำท ำ พิธีกรรมแซก่อแลว้ จะท ำให้ไม่มีบำป แล้วอำชีพกำรท ำไร่ ท ำสวน ผลผลิตจะได้ดีและชีวิตกำร เป็ นอยู่เย็นเป็ นสุข กำรเตรียมสิ่งของที่จะไปประกอบพิธีกรรมแซก่อแต่ละบำ้นจะตอ้งจดัหำดอกไมส้วย ๆ น ำมำใส่ กระบอกไม้ไผ่เพื่อที่จะน ำมำท ำพิธีกรรม เช่น เตรียมเมล็ดพืชข้ำว ข้ำวโพด พริกเตรียมทรำย เตรียม เทียนไขน้ีไปเก็บไว้ณ จุดที่เคำรพ ชำวบำ้นก็จะมำพร้อมกนัณ จุดศูนยร์วมของหมู่บำ้นเพื่อที่จะช่วยกำรทำ พิธีกรรมแซก่อ หรือทรำยก่อ
เตรียมขุดหลุมเล็ก ๆ ไว้เพื่อที่จะใส่เสำดอกไม้ลง นำ ดอกไมม้ำประดบัจุดที่ทำ พิธีกรรมแซก่อ น ำดอกไม้มำเพื่อที่จะประกอบพิธีกรรมให้สมบูรณ์แบบ
นำ สิ่งของเพำะปลูกมำไวจุ้ดที่ทำ พิธีกรรม เช่น เมลด็ขำ้ว ข้ำวโพด พริก ชำวบ้ำนจุดเทียนเพื่อ จะประกอบพิธีขอขมำสัตว์ที่ตำยไปในกำรท ำไร่ ท ำสวน ชำวบ้ำนท ำเครื่องมืออุปกรณ์ ในกำรประกอบพิธีกรรม สร้ำงเสร็จแลว้เริ่มทำ พิธีกรรมขอขมำ สิ่ง ต่ำง ๆ ในกำรท ำไร่ เช่น สัตว์
ทำ พิธีกรรมจะตอ้งมีพ่อหมอ หรือผเู้ฒ่ำผแู้ก่ในหมู่บำ้นที่สำมำรถอ่ำนบทสวด เพื่ออุทิศส่วนกุศล ขอขมำต่อสัตว์ต่ำง ๆ ที่โดนฆ่ำตำยในกำรท ำไร่ ท ำสวนแล้ว สวดว่ำขอให้ได้ผลผลิตสูง เจริญงอก งำม ออกเมล็ดเหมือนเมล็ดทรำย และสวดว่ำขอให้ชำวบ้ำนทุกหลังคำเรือนอยู่เย็น เป็ นสุข หลังจำก เสร็จพิธีกรรม ชำวบ้ำนเก็บเมล็ดพืชที่ท ำพิธีกรรม จะน ำมำไว้จุดที่ศักดิ์สิทธิ์ ในบ้ำน พธิีฉลองปีใหม่ภาษาลาหู่(มูเซอ) ปี ใหม่การกินวอ พิธีฉลองปี ใหม่ ภำษำลำหู่ (มูเซอ) เรียกว่ำ ประเพณีเขำะเจ๊ำเว มีควำมหมำยในภำษำไทย แปลว่ำ ปี ใหม่กำรกินวอ พีธีฉลองปี ใหม่ของลำหู่ ไม่มีกำรก ำหนดกำรเฉพำะเจำะจงแน่นอน จะเลือก เวลำที่สมำชิกส่ วนใหญ่อยู่และเสร็จสิ้นภำระ กิจกำรท ำงำนท ำไร่ ท ำสวน จำกกำรเก็บเกี่ยวพืชผล แล้ว อำจเป็ นช่วงเดือนกุมภำพันธ์ มีนำคม หรื อ เมษำยน ของแต่ละปี ก็ได้อีกท้ังทุกหมู่บ้ำนก็ไม่ จ ำเป็ นต้องจัดฉลองปี ใหม่พร้อมกัน เพรำะแต่ละหมู่บ้ำนจะมีควำมพร้อมไม่ตรงกัน เมื่อถึงช่วง ฉลองปี ใหม่ สมำชิกของหมู่บ้ำนที่ไปท ำงำนอยู่ห่ำงไกลจะเดินทำงกลับมำร่วมงำนฉลองปี ใหม่ มี กำรฆ่ำหมูดำ เพื่อน ำเน้ือหมูและหัวหมูสังเวยต่อ เทพเจ้ำ อื่อชำ ลำหู่นับถือมำก ต่อจำกน้ัน ก็จะน ำ เน้ือหมูมำปรุงเป็นอำหำรเล้ียงกนัอย่ำงสมบูรณ์ใน เทศกำลปีใหม่น้ีชำวลำหู่ (มูเซอ) จะน ำข้ำวเหนียว น่ึงมำตำ เสร็จแลว้จะป้ันเป็นกอ้นกลม เรียกวำ่ “อ่อ ผุ” หรือข้ำวปุ๊ ก จะน ำไปใช้เป็ นเครื่องถวำยต่อเทพ เจ้ำอื่อซำพิธีฉลองปี ใหม่ของชำวลำหู่ (มูเซอ) มี เวลำปี ใหม่นำนถึง 12 วัน โดยจะแบ่งกำรฉลองปี
ใหม่ออกเป็ นสองช่วง ช่วงแรก เป็ นกำรฉลองปี ใหม่ของผู้หญิง เรียกว่ำ “เขำะหลวง” หรือ “ปี ใหญ่” มีระยะเวลำ 6 วัน ช่วงที่สอง เป็ นกำรฉลองปี ใหม่ของผู้ชำย เรียกว่ำ “เขำะน้อย” หรือ “ปี เล็ก” มี ระยะเวลำ 6 วัน ระหว่ำงช่วงแรกกับช่วงที่สองจะมีหยุดพัก 1-2 วัน ในหลังจำกสองวนัน้ีแล้ว กลำงคืนจะมีกำรเต้นร ำทุก ๆ คืน ลำหู่เรียกว่ำ “ก่ำเคำะเว” ต้งัแต่หัวค่ำ ไปจนกระท้งัรุ่งสำงไก่ขนั กลำงวันชำย – หญิงลำหู่ (มูเซอ) จะมีกำรละเล่นที่แตกต่ำงกัน โดยผู้ชำยจะเล่นขว้ำงลูกข่ำง ส่วน ผูห้ญิงจะเล่นลูกสะบำ้กนัและกำรเล่นโยนลูกบอลกลมขนำดเท่ำกำ ป้ันมือลูกบอลน้ีท ำโดยใช้ผ้ำ เย็บห่อข้ำงในก็จะเป็ นแกลบ หรือร ำข้ำว สำเหตุที่ต้องมีกำรฉลองปี ใหม่แยกกันระหว่ำงชำยและ หญิงน้ัน มีผูเ้ฒ่ำอธิบำยว่ำสมัยก่อนนำนมำแล้ว พวกผูช้ำยชำวลำหู่ (มูเซอ) ต้องออกไปปฏิบัติ ภำระกิจนอกหมู่บ้ำนเป็ นเวลำนำน เช่น ไปสงครำม ไปค้ำขำย ไปล่ำสัตว์ในป่ ำ จึงท ำให้กลับมำร่วม ฉลองปี ใหม่ไม่ทัน บรรดำผู้หญิงที่อยู่ในหมู่บ้ำน จึงจดังำนฉลองปีใหม่กนัก่อน เมื่อพวกผูช้ำยกลบั มำถึง ปี ใหม่ก็เสร็จพอดีเลยบรรดำผู้ชำยจัดงำนฉลองปี ใหม่กันอีกทีหลังปัจจุบันพบว่ำชำวลำหู่ (มูเซอ) ยังจัดฉลองปี ใหม่เป็ นสองช่วง คือเขำะหลวง และเขำะนอ้ย เหมือนสมยัก่อน แต่ท้งัเพศชำย และเพศหญิงจะเขำ้ร่วมฉลองเทศกำลท้งัสองช่วงดว้ยกนัท้งัน้ีเป็นเพรำะพวกผูช้ำย และผู้หญิงต่ำง ทำ งำนอยู่ใกลก้นัซ่ึงสำมำรถทรำบข่ำววนัเริ่มฉลองปีใหม่ของหมู่บำ้น และชวนกันมำร่วมฉลอง เทศกำลปี ใหม่พร้อมกันได้โดยช่วงแรกปี ใหม่จะมีควำมสนุกสนำนคึกคักมำก แต่ละคนมีควำม กระตือรือร้นที่จะเข้ำมำร่วมกิจกรรมต่ำง ๆ ช่วงหลงัแต่ละคนเริ่มเหนื่อยลำ้ลงคนร่วมงำนอำจจะ น้อยลงไปเทศกำลฉลองปีใหม่น้ีจะมีกำรจุดเทียนข้ีผ้ึงสวดออ้นวอนเทพเจำ้ที่นับถือ เพื่อให้เกิด ควำมสงบสุข พร้อมท้งัควำมอุดมสมบูรณ์แก่สมำชิกในแต่ละครอบครัวของชุมชน และถ้ำมีลำหู่ (มูเซอ) หมู่บ้ำนใกล้เคียงกันจัดงำนพร้อมกัน พวกลำหู่จะมีพิธีหนึ่งที่เรียกว่ำ “อ่อร้ีเตดะเว” คือ กำรเดินทำงไปเยือนหมู่บำ้นอื่นพร้อมกบัห่อเน้ือหมูและเอำขำ้วปุ๊ก หรือเรียกอ่อผุ(ข้ำวเหนียวนึ่ง ต ำเป็ นก้อน) ไปท ำบุญเพื่อนบ้ำน รดน้ำ ให้ผูอ้ำวุโส ทำ กำรเตน้ร ำรอบลำนพิธีของหมู่บำ้นน้นัก่อน กลับมำหมู่บ้ำนตน และอีกไม่กี่วนัเพื่อนบำ้นจำกมำหมู่บำ้นเรำน้นัก็จะยกขบวนกนัมำประกอบพิธี “อ่อร้ีเตดะเว” เป็ นกำรตอบแทนเช่นกัน เมื่อใกล้จะเสร็จงำนปี ใหม่จะต้องเซ่นไหว้ต้นวอ และอื่อซำ ว่ำบรรดำเผ่ำชนลำหู่ก็จะขอบุญ จำกเทพเจ้ำ ขอคุ้มครองรักรับหมู่บ้ำนเรำเป็ นสุขๆ ขอให้บรรดำพวกเรำมีสุขภำพอนำมัยที่แข็งแรง ตลอดปีปลูกขำ้วขอขำ้วงำมน้ำ ดื่มแก่ขำ้นอ้ย พิธีวันศีล วนัศีลของชำวลำหู่จะตรงกบัวนัข้ึน 15 ค ่ำ และแรม 15 ค ่ำแต่ วันศีลในช่วงปี ใหม่จะตรงวันที่สำมของปี ใหม่ จะต้องงดกำร กินเน้ือสัตว์กำรฆ่ำสัตว์ กำรดื่มเหล้ำในเมื่อวันศีล พวกเขำมี ควำมเชื่อว่ำเป็ นวันพักผ่อนของพวกเขำ ตอนเย็นของวันศีล จะมีพิธีรดน้ำ ดำ หัวผเู้ฒ่ำผแู้ก่แลว้โตโบจะกล่ำวอวยพรทุก ๆ
คน ดึก ๆ ค ่ำคืน จะมีกำรประกอบพิธีในหอแหย่ (โบสถ์แล้วเต้นร ำตีกลองและเป่ ำแคนกันอย่ำง สนุกสนำนต่อหน้ำต้นวอ กจิกรรมในชว่งปีใหม่ เล่นกิจกรรมใต้ต้นวอ เต้นร า (ปอยเตเว) การเล่นสะบ้า 3. วันศีล ชุมชนในแต่ละพ้ืนที่แต่ละแห่งวิถีกำรดำ รงชีวิต และควำมเชื่อที่แตกต่ำงกนัไป เพรำะมำจำกกำรสืบทอดจำกบรรพบุรุษที่ไม่เหมือนกัน กำรกระท ำใด ๆ ในควำมเชื่อที่ใน สิ่งต่ำง ๆ หรือที่เรียกวำ่พิธีกรรม เพื่อที่จะให้ชำวบ้ำนได้มีกำรจัดกำรท ำพิธีกรรมทำงควำม เชื่อโดยเฉพำะพิธีกรรมในวันศีลชำวลำหู่ถือว่ำ เป็ นพิธีกรรมอย่ำงหนึ่งที่ส ำคัญที่ผู้เฒ่ำหยุด งำนเพื่อที่จะท ำบุญรับศีลและจำกไปประกอบพิธีกรรมก็จดัเตรียม น้ำ เทียน เขำ้ไปใน หอ แหย่ เพื่อบูชำสักกำระตำมควำมเชื่อของชนเผ่ำลำหู่ ชำวบ้ำนจะหยุดงำนท ำไร่ ท ำนำ ท ำสวนและพักผ่อนอยู่ ที่บ้ำนเพื่อจะท ำพิธีกรรมที่หอแหยใ่นวนัศีลตอนเยน็นำ น้ำ มำเพื่อ ลำ้งมือใหแ้ก่ผเู้ฒ่ำ ผแู้ก่และผนู้ำ ศำสนำกำรรดน้ำ ลำ้งมือน้นั ชำวบ้ำนถือว่ำเป็ นกำรล้ำงบำปไปในตัว เพื่อเป็ นกำรล้ำงบำปใน สิ่งต่ำง ๆ ที่มือไดท้ำ ลงไป และก็มีกำรเต้นร ำในหอแหย่กัน สนุกสนำน การปฏิบัติตนในวันศีล ชำวลำหู่ถือว่ำวันศีลเป็ นที่ส ำคัญวันหนึ่ง เพรำะฉะน้นัชำว ลำหู่จะพร้อมใจกันเพื่อหยุดงำนต่ำง ๆ อยู่แต่กับบ้ำน พร้อมที่
จะรับศีลกำรปฏิบตัิตนของชำวลำหู่ที่บำ้นจะแลในวนัศีลมีขอ้หำ้มและขอ้ปฏิบตัิดงัน้ี 1. จะไม่ไปท ำงำนนอกหมู่บ้ำน 2.ไม่ฆ่ำสัตว์ตัดชีวิดในวันศีล 3.ไม่ควรพูดถึงเรื่องที่ไม่ดีและไม่เป็ นมงคล 4. จะไม่กินอำหำรเน้ือสัตวใ์นวนัศีลถำ้กินอำจจะเกิดกำรเจ็บป่ วยได้ง่ำย การท าบุญสะเดาะเคราะห์ ในกำรท ำบุญสะเดำะเครำะห์เมื่อชำวลำหู่ได้รับเครำะห์ หรือมีกำรเจ็บป่ วยไม่ สบำยกำยและใจ ก็จะได้จัดเตรียม สิ่งของเพื่อไปให้ผนู้ำ ทำงศำสนำ ทำ พิธีซ่ึงชำวลำหู่ เรียกว่ำ “ค๊อตำเตเว่” โดยเครื่องมือเหล่ำน้ีจะมีผู้บอกวิธีกำรท ำ คือ ลำซ่อลำซ่อเป็ นผู้เชี่ยวชำญกำรเครื่องมือ ในกำรประกอบ พิธีกรรมเพื่อน ำไปไห้ผู้น ำทำงศำสนำ หรือที่เรียกว่ำโตโบ เพื่อ สวดขอพรให้หำยจำกเครำะห์ร้ำยต่ำง ๆ หรือเครำะห์ที่จะมำถึง นอกจำกน้ียงัมีสิ่งของที่จะตอ้งเตรียมเพื่อนำ ไปประกอบกำรทำ พิธีกรรม คือ 1. เทียน ถือว่ำให้น ำไปจุดเพื่อ แสงสว่ำง ในกำร ประกอบพิธีกรรม 2. ส ำลี หรือ ฝ้ำย สำ ลีตอ้งเป็นสีขำว ชำวลำหู่ถือวำ่สำ ลีหรือฝ้ำยน้ีจะไป รับคำ พูดที่เคย พูดไม่ดีหรือผใู้ห้ร้ำยแก่ผอู้ื่น 3. ผ้ำขำว เพื่อควำมสะอำดและควำมบริสุทธิ์ผ้ำจึงต้องเป็ นผ้ำสีขำว 4. น้ำ เพื่อนำ ไปลำ้งมือผนู้ำ ศำสนำหรือโตโบ 5. ด้ำยกำรพิธีจะตอ้งเป็นดำ้ยขำวเหมือนกนัสำ หรับดำ้ยน้ีเมื่อโตโบท ำพิธีเสร็จก็เอำผูก ขอ้มือหรือหอ้ยคอเพื่อป้องกนัอนัตรำยสิ่งต่ำง ๆ เหล่ำน้ีท้งัหมด จะเห็นไดว้ำ่อุปกรณ์ที่นำ ไปทำ ประกอบกับเครื่องมือในกำรประกอบพิธีกรรมน้นัจะตอ้งเป็นสีขำว ชำวลำหู่หรือแมแ้ต่ศำสนำใดก็ ตำม จะใช้สีขำวเป็ นสื่อ
อุปกรณ์การประกอบพธิีกรรม หอเหย่ (วัด) วิถีชีวิตของคนในสังคมเกษตรกรรมเพื่อกำรยังชีพ ควำมอยู่รอดของชำวลำหู่ข้ึนอยู่กับ ธรรมชำติอย่ำงกลมกลืน ไม่ว่ำเป็ นดิน ควำมพอดีของน้ำ จำกทอ้งฟ้ำวัฒนธรรมของชำวลำหู่ผูกพัน อยู่เป็นน้ ำหน่ึงอันเดียวกับธรรมชำติได้สะท้อนออกมำในรูปแบบวรรณกรรมปำกเปล่ำ ซึ่งผู้น ำ ศำสนำมักจะสอนศำสนิกชน ของตน “กระดูกของเรำเป็ นก้อนหิน เน้ือหนังของเรำเป็นดิน สำยเลือดเป็นสำยน้ ำ ลมหำยใจเป็นอำกำศ และควำมอบอุ่นภำยในกำยเป็ นแสงแดด” ดินเป็ น ตัวแทนธรรมชำติที่มีควำมผูกพันที่ใกล้ชิดมนุษย์ สถานที่ประกอบพิธีกรรม ชำวลำหู่เกือบทุกหมู่บ้ำนจะมีสถำนที่ประกอบพิธีกรรมที่ เรียกว่ำ หอแหย่มีไว้เพื่อประกอบพิธีกรรม ทำงศำสนำของ ลำหู่ ชำวลำหู่นับถือบรรพบุรุษ วิญญำณ และเทพเจ้ำกือซำ จึงทำ ใหไ้ม่เหมือนกบัศำสนำพุทธทวั่ ไปในประเทศไทย “หอ แหย่” เปรียบเสมือนโบสถ์หรือวัด ตำมควำมเชื่อ ของศำสนำ น้นัๆ สถำนที่ประกอบพิธีกรรม หรือหอแหย่ของชำวลำหู่ 1. กุติเจ 2. ธุ๋ยหิเจ่ 3. เควิเจ่ 5. ลิชิ 6. โลบูพือ 4 . กอมูตุ่ย
จะสร้ำงอยู่ที่สูงและใกล้ๆ กับบ้ำนของ ผู้น ำศำสนำ (โตโบ) จึงสังเกตได้ว่ำถ้ำมีหอเเหย่อยู่ที่ไหนก็มี บำ้นของโตโบที่ตรงน้นั สิ่งของส าคัญูในหอเหย่ โต๊ะบูชำ หรือชำวลำหู่เรียกว่ำ “กะปะแต” เป็ นที่ส ำหรับเทพเจ้ำ (กือซำ) ลงมำประทับ และเป็ นที่ สื่อสำรกับผู้น ำศำสนำถือว่ำเป็ น ที่ส ำคัญที่สุด ในศำสนสถำน นกเทพเจ้ำจะมี 2 ตัวคู่กันมีตัวผู้และ ตัวเมีย ชำวลำหู่เรียกตัวผู้ว่ำ นำนะบุจุแงะ และตัวเมียเรียกว่ำ นะสิจุแงะ เขำจะเชื่อกันว่ำเป็ น นกของ พระเจ้ำที่จะน ำพำขวัญของผู้ที่เสียขวัญกลับคืนมำเข้ำสู่ร่ำงกำย นกไม้ 2 ตวัน้ีจะอยคูู่่กบับ่อน้ำ ทิพย์ เรียกวำ่ลิเด่ซ่ึงผนู้ำ ศำสนำจะคอยเติมน้ำ ทุก ๆ วันศีลโดยแต่ละเดือนจะมีวันศีลอยู่ 2 วันคือ วันแรม และข้ึน 15 ค ่ำของทุกเดือนจะถือวันศีล ดงัน้นัชำวลำหู่ก็หยดุทำ งำนเพื่อถือศีลและได้มีกำร จดัเตรียมเครื่องบูชำที่จะนำ ไปทำ บุญที่หอเเหย่เพื่อทำ พิธีกรรมทำงศำสนำจำกน้นัก็มีกำรเตน้ “ปอย แตแว” หรือ “จะคึ” กันอย่ำงสนุกสนำน ถือกันว่ำถ้ำเต้นมำกก็จะได้บุญมำก ผู้ท าพธิีกรรมทางศาสนา ผู้ไหว้และบูชำขอพรสวดมนตน์ ้นัจะตอ้งเป็น “โตโบ” ซึ่งเป็ นผู้ที่ท ำหน้ำที่สอนศำสนำและเป็ น สื่อกลำง ระหว่ำงชำวบ้ำนกับเทพเจ้ำกือซำ นอกจำกน้ีโตโบยงัตอ้งปฏิบตัิหนำ้ที่ที่จะตอ้งดูแลรักษำ หอแหย่อีกด้วยเพรำะเป็ นคนที่มีควำมเมตตำกรุณำ และเป็ นบุคคลที่ชำวบ้ำนยอมรับนับถือกำรเป็ น โตโบจะต้องเป็ นผู้ที่ได้รับกำรสื่อสำรจำกเทพเจ้ำ หรือกือซำเข้ำทรงผู้เฒ่ำในชุมชนเล่ำว่ำผู้ที่จะมำ เป็น โตโบ ไดน้ ้นัจะตอ้งมีบุคลิกดงัน้ี 1. เป็ นคนที่มีควำมเมตำ และชอบช่วยเหลือผู้อื่น โดย จะให้ควำมรักกับทุกคนในหมู่บ้ำน และไม่เลือกที่ จะล ำเอียงข้ำงใดข้ำงหนึ่ง 2. เป็ นคนที่มีควำมซื่อสัตย์ สุจริต ต่อตนเองและผู้อื่น ไม่คิดเบียดเบียนผูอ้ื่นในท้งัทำงตรงและทำงออ้ม
3. เป็ นคนที่มีจิตใจ กำยที่บริสุทธิ์ ไม่ชอบกำรฆ่ำสัตว์ 4. ไม่ยงุ่เกี่ยวกบัยำเสพติด และน้ำ มึนเมำทุกชนิด จะเป็นโตโบไดน้ ้นัอยทู่ ี่เทพเจำ้หรือกือซำจะทรงร่ำงเท่ำน้นัถึงเป็นโตโบได้หรือเป็ นผู้น ำ ศำสนำชำวลำหู่ในขณะที่บุคคลภำยนอกมองไม่เห็นประโยชน์ของควำมเชื่อของชำวลำหู่แต่กลับ มองเป็ นควำมเชื่อที่งมงำย ไร้สำระลำหู่ซึ่งมีวิถีชีวิตแตกต่ำงจำกชำวเขำเผ่ำอื่น ๆ ซึ่งยังคงเหนียว แน่น ในวิถีชีวิตที่บรรพบุรุษสร้ำงสมกันมำ และถ่ำยถอด ไว้ป็ นมรดกของเผ่ำพันธุ์อำจกล่ำวได้ว่ำ ชำวเขำท้งัหมด ลำหู่เป็นชำวเขำที่สม่ำ เสมอในขนบธรรมเนียมประเพณีทำงศำสนำของตนเองมำก ที่สุด คนลำหู่จะเชื่อฟังคำ สั่งสอน ของผูน้ำ ศำสนำ มีกำรไปชุมนุมกนัที่หอแหย่ทุกวนัข้ึนและแรม 15 ค ่ำ เพื่อกำรท ำพิธีกรรมทำงศำสนำ เนื่องจำกเป็ นวันศีล มีกำรรดน้ำ เพื่อลำ้งบำปในตอนเยน็และ ตอนค ่ำก็จะมีกำรเต้นร ำกันอย่ำงสนุกสนำน การละเล่นในพีธีกรรม การละเล่นของชนเผ่าลาหู่ กำรละเล่นเป็ นอีกวัฒนธรรมหนึ่งของชนเผ่ำลำหู่ที่นิยมเล่นกันยำมที่ว่ำงจำกกำรท ำไร่ ท ำ สวน และช่วงที่มีพิธีกรรมทำงศำสนำ หรือประเพณีซึ่งเด็กหรือผู้ใหญ่จะมำรวมตัวกันบริเวณรำงที่ กว้ำงๆ พร้อมจัดกลุ่มแล้วก็เล่น เป็ นกำรละเล่นเพื่อควำมสนุกสนำน เพลิดเพลิน และจะเน้นกำรเล่น เป็ นกลุ่ม เพื่อให้เกิดควำมสมัคสำมัคคีกันภำยในกลุ่ม เป็นกำรใชภู้มิปัญญำของชำวบำ้นในกำรนำ สิ่ง ของต่ำง ๆ มำประดิษฐ์เป็ นของเล่น โดยกำรใช้วัสดุธรรมชำติ ที่หำได้ง่ำยและไม่ได้ใช้ต้นทุนเยอะ ของทอ้งถิ่นมำดดัแปลงและท ำเป็ นของเล่นในยำมที่ไปไร่ไปสวน ระหว่ำงทำงก็จะเด็ดใบไม้แล้วก็ มำเป่ ำให้เกิดเป็ นเสียงเพลง ซึ่งจะท ำให้เกิดควำมสุขในกำรเดินทำง และกำรเป่ ำใบไม้หนุ่ม ๆ ยังใช้ เป่ ำในกำรจีบสำว ซึ่งจะเป็ นกำรเป่ำเพลงที่ขอ้งขำ้งเศร้ำและมีควำมหมำยอนัลึกซ้ึงถือได้ว่ำเป็ น วิธีกำรในกำรหำคู่ของหนุ่มสำวอีกวิธีหนึ่งกำรละเล่นของชนเผ่ำลำหู่แบ่งได้เป็ น 2 ประเภท ไดแ้ก่ การละเล่นในพิธีกรรม เป็นกำรละเล่นเฉพำะในช่วงที่มีพิธีกรรมหรือประเพณีเท่ำน้นัซ่ึงชำวลำหู่ท้งัหญิงและชำย จะแต่งกำยด้วยชุดประจ ำเผ่ำเต็มยศแลว้จะมำเล่นกนัอนัไดแ้ก่กำรเตน้ “จะคึ” และประกอบด้วยกำร เล่นสะบ้ำ (หมะย้สีื่อต่อดะเว) เล่นลูกข่ำง (ข่อสือบ่ำดะเว)โยนผำ้ (แข่ปุกสื่อเหล่ดะเว) ซึ่งหนุ่มสำว จะนิยมเล่นกันมำกที่สุด ในช่วงที่มีพิธีกรรม หรือกินวอเป็ นเวลำว่ำงที่มีค่ำมำกส ำหรับหนุ่มสำว
การเต้นจะคึ (ปอย เต เว) เป็ นกำรบ่งบอกถึงควำมหลำกหลำยของกำรท ำมำหำกิน จะเต้นในช่วงที่มีงำนประเพณี (กิน วอ) เต้นเพื่อเฉลิมฉลองในงำนประเพณีและเป็ นกำรกล่ำวขอบคุณแขกที่มำร่วมในงำนพิธีกรรม อำจมำจำกต่ำงหมู่บ้ำน หรือต่ำงทอ้งถิ่น กำรเต้นจะคึ จะเป็ นกำรเต้นเป็ นจังหวะ ตำมเสียงกลอง (เจะ โข ่่) ฉิ่งฉำบ (แซ)และฆอ้ง (โบโลโก่)โดยจะมีท่ำทำงประกอบหลำกหลำยท่ำอยำ่งพร้อมเพรียง กัน เช่น ท่ำเกี่ยวข้ำว ท่ำตักข้ำว และ ท่ำตีข้ำว เป็ นต้น กำรเต้นจะคึจะมีอีกหลำกหลำยท่ำ คือ ท่ำสวัสดี ท่ำขอบคุณ และยินดีต้อนรับ ก็จะมี อยู่ใน ตวัท่ำสวสัดีและยนิดีตอ้นรับ น้นัจะอยใู่นจงัหวะเดียวกนัช่วงปีใหม่หรือกินวอ จะมีแขกจำกบ้ำน อื่นมำเที่ยว และชำวลำหู่จะมีกำรเต้นจะคึเพื่อเป็ นกำรต้อนรับแขกที่มำร่วมในงำน (ก่า เคอะเว) เป็ นกำรละเล่นอีกแบบหนึ่ง เป็ นกำรละเล่นเพื่อควำม สนุกสนำน โดยมีอุปกรณ์ที่ใช้คือ แคน โดยผู้ที่มีควำมช ำนำญ ในเรื่องของแคน จะเป็ นคนเป่ ำแล้วเต้นเป็ นกำรและเพื่อเฉลิม ฉลองในงำนประเพณี ให้ เทวรำช หรือ หงื่อซำ รับทรำบว่ำ ถึง เวลำ แล้วที่ชำวลำหู่จะเฉลิมฉลองให้กับท่ำน และขอให้ท่ำน เทพเจ้ำลงมำอวยพรให้กับคนในชุมชนด้วย การละเล่นลูกข่าง (ค่อซือ) เป็ นกำรละเล่นของชนเผ่ำลำหู่จะนิยมเล่นกันในช่วงปี ใหม่ กินวอ ของลำหู่ลูกข่ำงน้นัทำ จำกไมเ้น้ือแขง็วิธีกำรเล่น มี ดงัน้ีอยำ่งแรก ท ำเชือกส ำหรับเหวี่ยงลูกข่ำง แล้วมัดกับด้ำมไม้
พอเสร็จก็พันลูกข่ำงแล้วโยนไปยังเป้ำหมำย แล้วดึงเชือกคืนไว ๆ ก็จะท ำให้ลูกข่ำงหมุน และถ้ำ ลูกข่ำงของเรำไปโดนของคู่ต่อสู้ ถือว่ำเรำเป็ นฝ่ ำยชนะ (น่อ) แคน เป็ นอีกอย่ำงหนึ่งที่ชำวลำหู่นิยมมำก และเป็ น เครื่องดนตรีในเวลำที่ว่ำง ๆ ก็เป่ ำแคนมำเล่นกันเป็ น ทีม เพื่อที่จะให้รู้ว่ำทีมใครมีควำมสำมำรถมำกกว่ำกันเมื่อ ประเพณีเช่น เวลำเต้นร ำ การโยนผ้า (แข่ปุกสื่อบ่าดะเว) เป็ นชนิดหนึ่งที่หนุ่ม สำว จะเล่นนิยมเล่นกันมำก แต่หนุ่ม สำว มักจะเล่นช่วงปี ใหม่ หรือ กิน วอ วิธีกำรเล่นก็จะมีกำรแบ่งฝ่ ำยเป็ น 2 ฝ่ ำยหนุ่ม ๆ ก็จะอยู่ฝ่ ำยหนึ่ง และสำว ๆ ก็จะอยู่อีกฝ่ ำยหนึ่ง แล้วมีกติกำว่ำถ้ำหนุ่ม ๆ โยนผำ้ใหฝ้่ำยสำว ๆ แลว้สำว ๆ รับไม่ไดแ้ละรับไม่ทนัทำ ใหต้กสู่พ้ืน 3คร้ัง หรือ 3 ทีแลว้แต่จะต้งักติกำกี่ทีหรือกี่คร้ังก็แลว้แต่ที่จะต้งักนัเองในกลุ่ม จะมีกำรยดึสิ่งของต่ำง ๆ เช่น สร้อย นำฬิกำ ข้อมือ ฯลฯ จำกฝ่ ำยที่แพ้มำแต่ก็จะคืนให้กันหลังจำกเสร็จกำรกินวอกัน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วิถีของสังคมลำหู่น้ีจำกตอ้งมีสิ่งศิกด์ิสิทธ์ิอยใู่นหมู่บำ้น สิ่งศิกด์ิสิทธ์ิสำ คญัต่อในกำร ด ำรงชีวิต และควำมอยู่รอดของชำว ลำหู่อย่ำงมำก ในเมื่อท ำอะไรก็ตำม จะต้องคนึงถึง สิ่งศิกด์ิสิทธ์ิ เหล่ำน้ีเป็นตน้ชำวลำหู่ควำมเชื่อวำ่สิ่งศิกด์ิสิทธ์ิเหล่ำน้ีจะดูแลรักษำทุกสิ่งทุกอยำ่งที่เรำมีเมื่อเรำ ทำ ไร่ทำ สวนเช่น มีสิ่งชวั่ร้ำยจะมำทำ ร้ำยเรำก็ทำ ร้ำยไม่ได้เพรำะวำ่มีสิ่งศิกด์ิสิกธ์ิคุม้ครองเรำอยู่ หิง้พระภูมิในห้องนอน ชำวลำหู่เชื่อว่ำ เป็นหิ้งพระภูมิที่สิงสถิตผีเรือนอยเู่ป็นผีดี ป้องกันผีร้ำยเข้ำมำในบ้ำน จะดูแลสมำชิกในครัวเรือน หอแหย่หรือวัด เป็ นสถำนที่ประกอบพิธีกรรมทำงศำสนำ เป็ นที่เต้นร ำ ในวันศีล และเป็ นสถำนที่ขอค ำอวยพรจำกเทวรำช ลำหู่เรียกว่ำ "หงื่อซำ" เป็ นสถำนที่ศักดิ์สิทธิ์ ของลำหู่
รางน ้า ในสมยัก่อนตำมหมู่บำ้นลำหู่มกัจะมีรำงน้ำ ไมไ้ผเ่พียงรำงเดียวใชน้ ้ำ จำกรำงน้ีท้งัหมู่บำ้น เขำถือวำ่รำงน้ำ มำกกวำ่หน่ึงรำงมกัจะเป็นบ่อเกิดของกำรทะเลำะวิวำทแยง่น้ำ กนัดงัน้นั ใน หมู่บำ้นลำหู่ในสมยัก่อนจะมีรำงน้ำ แค่รำงเดียวรำงน้ำ ยงเป็ นสัญลักษณ์ ัของควำมเป็นน้ำ หน่ึงใจ เดียวของคนลำหู่ที่อำศัยอยู่ด้วยกับมำนำน ๆ แล้ว แซ่ก่อหรือทรายก่อ ทำ เพื่อสิ่งที่ล่วงลบัที่ทำ ไปแลว้โดยไม่รู้ตวั ในช่วงท ำ ไร่ทำ สวนที่ฆ่ำสัตวโดยไม่ต้งัใจ หรือต้งัใจก็ตำม ลำหู่เชื่อว่ำท ำ พิธีกรรมแซก่อแลว้จะทำ ให้บำปสิ่งเหล่ำน้ีจะหำยไปจะตวัเรำ แล้วอำชีพกำรท ำไร่ ท ำสวน ผลผลิตจะได้ดี และกำรด ำรงชีวิต จะอยู่อย่ำงเย็นเป็ นสุข ศาลา ชำวลำหู่ที่อยใู่นหมู่บำ้นเดียวกบัน้นัๆ จะต้องร่วมมือ กันท ำศำลำ และแบ่งหน้ำที่กับส่วนหนึ่งไปตันไม้ไผ่อีกส่วนหน่ึงหำพ้ืนที่จะทำ ศำลำ หลงัจำกทำ ศำลำเสร็จแล้ว พวกผู้หญิงและเด็ก ๆ จะนำ ขำ้วสำรเอำไก่หมูมำทำ อำหำรร่วมกบัอำหำรที่ลุกแลว้ จะตอ้งไปถวำยศำลำก่อน และทิศทำงต่ำง ๆ ที่ต้งัไว้ทิศทำงแรกเหนือ ทิศทำงใต้ทิศทำงตะวนัออก ทิศทำงตะวันตก ถวำยทิศทำงต่ำง ๆ น้ีเพื่อที่เป็นทิศทำงที่เป็นทำงไปหำของป่ำ หรือเป็ นทิศทำงที่ เดิมไป ทำ ธุระต่ำง ๆ ที่ทำ สิ่งเหล่ำน้ีชำวลำหู่มีควำมเชื่อวำ่ทุกสิ่งทุกอยำ่ง มีเจำ้ของเลยขอขมำเจำ้ที่ เจำ้ทำงก่อนวำ่วนัหนำ้เรำมำทำ อะไรผิด ขออภยัโทษดว้ยอยำ่งน้ีเป็นตน้หลงัจำกทำ พิธีกรรมต่ำง ๆ เสร็จร่วมประทำนอำหำรแล้ว เก็บขำ้วของกลบับำ้น พิธีกรรมน้ีมีปีละคร้ังเดียว ความเชื่อของชนเผ่าลาหู่ พ้ืนฐำนควำมเชื่อของลำหู่น้ีจะนบัถือพระเจำ้หรือ(อื่อซำ) ชำวลำหู่มีควำมเชื่อเรื่องภูต ผี ขวัญ วิญญำณ ผสมผสำนไปด้วยกัน พระเจ้า (อื่อซา) อื่อซำถือเป็นผยู้งิ่ใหญ่ผใู้หก้ำ เนิดโลกและควำมดีท้งัปวง กำรบูชำสวดอ้อนวอน อื่อซำถือเป็นสิ่งสำ คญัเพรำะจะบนัดำล ให้ทุกคนสมบูรณ์พูนสุขข้ำวปลำอำหำรอุดมสมบูรณ์ อย่ำงเช่น เทศกำลปี ใหม่ หรือกินวอ (เขำะจำเว) ช่วงปลำยเดือนมกรำคม หรือเดือนกุมภำพันธ์ของทุกปี ทุกหลังคำเรือน ทุกกลุ่มบ้ำน หรือ
หมู่บำ้นก็ตอ้งทำ กำรบูชำและสวด ผลผลิตที่ไดใ้นรอบปีน้นๆ ั ให้กับ อื่อซำ เพื่อได้รับประทำน และได้รับรู้ รับทรำบ บวกกับขอ โชคลำภในปี ต่อไป เช่น ในปีน้ีผลผลิตไดเ้ท่ำน้ีทำ ถวำยให้ท่ำนอื่อซำ หนึ่งถ้วย -จำน ท่ำนอื่อซำรับประทำน และได้รับรู้ ปี หน้ำขอผลผลิตให้ได้ เก้ำเท่ำ เก้ำถ้วย –จำ เป็ นต้น ผี ผีน้นัชำวลำหู่เชื่อวำ่มีอยทู่วั่ ไปแต่มีท้งัผีดีและร้ำย ต้งัแต่ใน เรือนไปจนทวั่บริเวณหมู่บำ้น เช่น ผีหมู่บำ้น ผีเรือน เป็ นผีที่คอยให้ ควำมคุม้ครอง ส่วนผีน้ำ ผีป่ำผีดอยและผีอื่นๆ ที่อยนู่อกบำ้น ถือ เป็ นผีร้ำยที่ให้โทษต่อคน ตัวอย่ำง เช่น ผีบ้ำน ผีเรือน ที่ชำวไทย เรียกว่ำศำลพระภูมิหรือเจำ้ที่ในหมู่บำ้นก่็ช่วยคูม้ครองสมำชิกใน ครอบครัวน้นัๆ เช่นกบัชำวไทยพุทธผีป่ำ หรือเจำ้ที่เจำ้ทำงในป่ำ เหมือนกนั ในเมื่อคนเขำ้ไปทำ สิ่งไม่ดีใหก้บัสถำนที่ๆ น้นั หรือที่ชำวไทยเรียกว่ำลบหลู่ผีป่ ำ ผีเขำ หรือเจำ้ป่ำ เจำ้เขำ เจำ้ที่ที่แห่งน้นั มันก็จะทำ คนคนน้นัมีอนัเป็นไป และถำ้คนคนน้นัรู้ตวัเองวำ่ ได้ กระท ำผิดไว้แลว้ไดไ้ปลบหลู่ที่แห่งน้นัแลว้ก็จะไปหำหมอผีมำแกบ้น หรือท ำพิธีตำมควำมเชื่อชำว ลำหู่เกี่ยวกับผี วิญญาณ หรือขวัญ วิญญำณ หรือขวัญ เป็ นภำคจิตของร่ำงกำยคล้ำยกับ ควำมเชื่อทำงไสยศำสตร์ของคนไทย หำกวิญญำณออกจำกร่ำง หรือถูกผีร้ำยกระท ำ เจ้ำของร่ำงกำยจะเจ็บป่ วย ควำมเชื่อชำวลำหู่ ขวัญ วิญญำณ คือช่วงที่คนไม่ค่อยมีแรง ไม่สบำยบ่อย ๆ คร้ังน้นั ชำวลำหู่ก็จะไปหำโตโบ ชึ่งที่เป็ นผู้น ำทำงศำสนำ ท ำพีธีไสย ศำสตร์จุดเที่ยนแล้วสวด กล่ำวตำมวิธีโตโบ โตโบท ำเสร็จพิธีและ รู้ว่ำจะต้องท ำอะไรชึ่งผู้ป่ วยก็ถำมว่ำ จะท ำอย่ำงไร และจะต้องแก้ ในด้ำนไหน แลว้โตโบก็จะตอบ และบอกตำมจริงที่ไดร้ับคำ สั่งจำกเบ้ืองบนใหก้บัคนที่ไม่สบำย รับรู้และใหก้ลบัไปแกต้ำมจริงที่โตโบบอกเช่น ช่วงน้ีบุญมีไม่มำกแลว้นะและขวญัหำยวิญญำณ ไม่อยกู่บัเน้ือกบัตวัถำ้เป็นอยำ่งน้ีแลว้ผปู้่วยหรือผไู้ม่สบำยก็ตอ้งรีบหำหมอผีทำ พิธีแกส้ิ่งเหล่ำน้ี กำรทำ พิธีมีดงัน้ีพิธีเลก็ๆ ทำ พิธีหำ บุญูก็จะมีไก่ก็ได้หมูกไ็ด้พิธีเลก็ๆ ก็ไก่พธิีใหญ่ๆ ก็หมูได้นำ หมู -ไก่มำฆ่ำเล้ียงใหก้บัสมำชิกในหมู่บำ้น เพื่อที่จะขอบุญคนในหมู่บ้ำน และคนในหมู่บ้ำนก็ผูก ข้อมือ และอวยพรให้กับคนไม่สบำยคน ๆ น้นั ขวัญ ถ้ำขวัญหำยชำวลำหู่ก็จะมีวิธี เช่น ชำวลำหู่รู้ว่ำขวัญหำยก็จะหำไก่หน่ึงตวัเพื่อที่จะ
น ำมำท ำพิธีเรียกขวัญตำมวิธีชำวลำหู่ขวญักลบัมำหรือยงัอยำ่งไรน้นัตอ้งฆ่ำไก่ตวัที่ทำ พิธีแลว้ก็มำ ท ำกินกันเองในกลุ่มหมอผีหรือผเู้ฒ่ำเพียงไม่กี่คนเท่ำน้นัพอกินเสร็จหมอผีหรือผูเ้ฒ่ำผแู้ก่ก็จะดูที่ กระดูกไก่ก็จะรู้วำ่ขวญักลบัมำหรือยงัก็จะรู้ทนัที ความเชื่อเกี่ยวกับที่มาของฝิ่ น มีเรื่องเล่ำว่ำมีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ นำมะ เธอยังไม่ได้แต่งงำน ภำยหลังมำเธอได้เสียชีวิตลง ชำวบ้ำนจึงได้น ำศพไปฝังไว้หลังหมู่บ้ำน พอหลำยวันผ่ำนไป ก็ไดม้ีตน้ฝิ่น และตน้ยำสูบข้ึนบริเวณ ที่ฝังศพของผหู้ญิงคนน้นัอยำ่งน่ำอศัจรรย์โดยตน้ฝิ่นข้ึนตรงบริเวณหนำ้อกของผหู้ญิงและต้น ยำสูบข้ึนบริเวณอวยัวะเพศของผหู้ญิงคนน้นัจำกน้นัมำชำวลำหู่ก็เริ่มสูบฝิ่นกันมำก หรือถ้ำใครสูบ ยำสูบก็จะเป็นที่รังเกียจของสังคม และจะยกยอ่งคนที่สูบฝิ่น ความเชื่ออื่น ๆ -ไม่ควรนำ ผำ้ถุงของผหู้ญิงติดไปในกำรไปล่ำสัตว์เพรำะจะทำ ใหเ้กิดกำรมวั่ และยิงคนผิดได - ห้ำมผู้หญิงจับอำวุธเช่น อุปกรณ์ล่ำสัตวต่ำง ๆ ของผู้ชำย เพรำะจะทำ ใหอ้ำวุธน้นั ไม่แม่น เวลำไปล่ำสัตว์ การเกิด วิธีปฏิบัติเมื่อมีเด็กเกิดในบ้ำน กำรคลอดลูกน้นัตอ้งใชผ้ำ้ หรือเชือกผูกกับขื่อบ้ำนเพื่อให้แม่เด็กจับ และ มีแรงในกำร ออกลูก เมื่อเด็กเกิดมำต้องตัดสำยสะดือเด็กด้วยไม้ไผ่ หรือไม้ เห้ียจะไม่ใช้มีดตัดเพรำะกลัวเด็ก จะเป็ นบำดทะยักจำกน้นัก็ ใช้เชือกผูกสำยสะดือเด็กเอำไว้เพื่อไม่ให้เลือดไหลออกมำ แล้วพ่อเด็กจึงน ำรกไปฝังไว้ใต้บันได โดยพยำยำมให้ เรียบร้อยที่สุดมิใหส้ ัตวม์ำคุย้และตอ้งฆ่ำไก่ใหแ้ม่เด็กกินโดย ตอ้งเป็นไก่ดำ เท่ำน้นัเพรำะเชื่อวำ่จะทำ ให้น้ำ นมแม่มีคุณค่ำมำกข้ึน เมื่อลูกกินจะท ำให้ลูกมีร่ำงกำย แขง็แรงข้ึน ในกรณีที่เด็กเกิดมำอยำ่งปลอดภยัจะเอำไปฝังไว้ที่ใต้บันไดบ้ำน แต่ถ้ำเด็กเกิดมำแล้ว เสียชีวิตต้องเอำรกเด็กไปฝังในป่ ำคนทำ คลอดส่วนใหญ่เป็นผเู้ฒ่ำผูแ้ก่ที่เป็นผูห้ญิงและมี ประสบกำรณ์ในกำรท ำคลอด ซึ่งตำมธรรมเนียมแล้วพ่อแม่เด็กตอ้งใหเ้งินแก่คนที่มำทำ คลอดดว้ย 10 บำท ซ่ึงในสมยัน้นัเงิน 10 บำทถือว่ำเยอะมำก การตั้งชื่อ กำรต้งัชื่อเด็กน้นัเชื่อกนัวำ่ถำ้พ่อแม่ต้งัชื่อให้โดยไม่ดูวนัเวลำที่เกิด หรือเด็กไม่ชอบชื่อ น้นัเด็กจะร้องไห้พ่อแม่เด็กตอ้งให้โตโบ มำทำ พิธีต้งัชื่อให้เป็ นกำรบอกให้เทวดำรับรู้ และเทวดำ ก็จะต้งัชื่อใหม่ใหเ้ด็ก ซ่ึงกำรทำ พิธีเปลี่ยนชื่อน้ีตอ้งทำ ในหอเหย่มีเฉพำะโตโบ พ่อแม่เด็กและเด็ก เท่ำน้นั ในพิธีสิ่งของที่ใชป้ระกอบในกำรทำ พิธีไดแ้ก่ฝ้ำยทำ เป็นดอกไม้เทียนไว้จุดในพิธี และ