0 ชื่อ-นามสกุล ................................................................................. ต าแหน่ง.................................... แผนก................................................................................................. ฝ่าย ........................................ Life Betterment INTEQC GROUP คู่มือผู้ร่วมงานใหม่ คุณภาพ มาตรฐาน พร้อมบริการวิชาการ
a สารบัญ หน้า ค ากล่าวต้อนรับจากกรรมการผู้จัดการ 1 1. แนะน าองค์กร 2 1.1. วิสัยทัศน์ (Vision) 2 1.2 พันธกิจ (Mission) 2 1.3 คุณค่าหลักขององค์กร (INTEQC CORE VALUE) 3 1.4 สมรรถนะหลักผู้น าขององค์กร (INTEQC LEADERSHIP COMPETENCY) 3 1.5 ปรัชญาและวิถีอินเทคค์ (INTEQC Philosophy and Ways) 5 1.6 นโยบายการบริหารงานทรัพยากรบุคคลด้านบุคลากร 6 (Human Resource Policy) 1.7 นโยบายการเรียนรู้ การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรองค์กร อินเทคค์ 6 1.8 นโยบายปฏิบัติตามมาตรฐานด้านแรงงาน 7 1.9 INTEQC Headquarter (แนะน าสถานที่หลัก) 11 2. ระเบียบและสวัสดิการขององค์กร 12 2.1 จรรยาบรรณองค์กร INTEQC 12 2.2 ระเบียบประกาศขององค์กร 13 2.3 การทดลองปฏิบัติงาน 13 2.4 ค่าตอบแทน 13 2.5 ระเบียบวันท างาน 15 2.6 การหยุดพักผ่อนและการลาหยุด 15 2.7 กิจกรรม 5 ส. 19 2.8 การแต่งกายส าหรับผู้ร่วมงาน 20 2.9 สวัสดิการ 21 2.10 วินัยและมาตรการทางวินัย 22 2.11 การร้องทุกข์ 24 3. โปรแกรมและแอปพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้อง 25 4. สาระน่ารู้ 29
1 ค ากล่าวต้อนรับจากกรรมการผู้จัดการ ท่านถือว่าเป็นทรัพยากรที่ส าคัญยิ่งขององค์กรที่จะมีส่วนช่วยในการพัฒนา ปรับปรุงให้ องค์กร องค์กรอินเทคค์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้มาท างานร่วมกัน และเป็นส่วนหนึ่ง ของ อินเทคค์ กรุ๊ป เจริญก้าวหน้าต่อไป สิ่งที่ท่านต้องค านึงถึงในการร่วมงานกับ องค์กรอินเทคค์คือ 1. เข้าใจธุรกิจ เป้าหมายขององค์กร และ/หรือ หน่วยงานที่ท่านท าอยู่ 2. เข้าใจในบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบที่มีต่อองค์กร และหน่วยงานที่ท่านรับผิดชอบ อยู่ 3. ศึกษาหาความรู้ และพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ทั้งการฝึกอบรมภายใน และภายนอก องค์กร อ่านหนังสือและค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง (Life Time Learning) 4. นอกจากการพัฒนาตนเองแล้ว ต้องเข้าใจในการท างานเป็น TEAM ด้วย 5. มีเป้าหมายที่มั่นคง มีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะท างานด้วยสมอง กาย และใจที่จะ ท าให้งาน ส าเร็จ และบรรลุเป้าหมายทั้งส่วนตัวและขององค์กร ขอขอบคุณอย่างยิ่งที่ท่านมาเป็นส่วนหนึ่งของเรา กลุ่ม อินเทคค์ ดร.วิบูลย์ ลาภจตุพร กรรมการผู้จัดการ ยินดีต้อนรับ เข้าสู่องค์กรอินเทคค์ ขอขอบคุณ และขอบใจทุกท่านที่ตัดสินใจร่วมงานกับองค์กรอินเทคค์ขอให้มุ่งมั่น ตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความถูกต้องและดีงาม ด้วยคุณธรรม ด้วยเมตตาธรรม โดยยึดหลัก ของ ศีล สมาธิ และปัญญาน าพาในการด ารงชีวิต และการปฏิบัติงาน ถ้าไม่เข้าใจเรื่องใดขอให้ปรึกษาสอบถามหัวหน้า ผู้จัดการ ผู้ร่วมงาน หรือศึกษาดู มาตรฐานการปฏิบัติงานก่อนลงมือการปฏิบัติงานทุกครั้ง ขอให้เรียนรู้พัฒนาตน พัฒนาทีมงาน หน่วยงาน แผนก ฝ่ายและองค์กรอย่าง ต่อเนื่อง ดูแลรักษาสุขภาพด้วย ขอให้ทุกท่านประสบผลส าเร็จในหน้าที่การงาน ในชีวิต ใน ครอบครัว และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ขอขอบคุณและขอบใจทุกท่าน ยินดีต้อนรับ ดร.วิบูลย์ ลาภจตุพร กรรมการผู้จัดการ “Success and Happiness for all”
2 1. แนะน าองค์กร 1.1 วิสัยทัศน์ (Vision) สร้างสรรค์ ผลิตและส่งมอบ ผลิตภัณฑ์คุณภาพ พร้อมบริการวิชาการที่ดีเลิศ แด่ลูกค้าและสังคมอย่างต่อเนื่อง คือพันธสัญญา We are Commitment to be part of our customer’s success by providing Innovative solutions, professional Technical services, and Excellence Quality products. 1.2 พันธกิจ (Mission Statement) 1. ผลิต ส่งมอบผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณค่าทางอาหาร เสริมสร้างสุขภาพ และความ ปลอดภัย พร้อมบริการวิชาการ ข้อมูลและข่าวสาร อย่างต่อเนื่อง To produce and deliver nutritious, healthy, and safe products with technical Services and consultancy. 2. จัดให้มีสภาพแวดล้อมของการท างานและสวัสดิการที่ดี พร้อมส่งเสริม ความก้าวหน้าและความส าเร็จของผู้ร่วมงาน โดยค านึงว่า ผู้ร่วมงานทุกท่านมีส่วนร่วม ในความส าเร็จของบริษัท To provide a good working environment and benefits to all associates along with Advancement in their career and success. Everyone is part of the company’s success. 3. ดึงดูด ส่งเสริม รักษา ผู้ร่วมงานที่มีพรสวรรค์และผลผลิต ที่มีความมุ่งมั่น ใน เป้าหมายระยะยาวขององค์กร To attract, motivate and retain talented associates who are committed to our Long-term goals. 4. รักษาอัตราการเจริญเติบโต และผลก าไรของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้มีส่วน ร่วมธุรกิจได้ผลตอบแทนที่ดี To maintain growth, integration and profit for the benefit of all stakeholders. 5. สร้างสรรค์ รักษา และด ารงไว้ซึ่งธรรมาภิบาล เพื่อคุณธรรม จริยธรรมของ องค์กร เพื่อสภาพแวดล้อมและสังคม To promote governance in order to keep up our utmost ethical and moral standards for the whole society and environment.
3 หลัก 4 C INTEQC Man build INTEQC Enterprise “ จุดเริ่มต้นของความฝัน เรามาร่วมสร้างฝันให้เป็นจริง ” Compassion : ความรักและความเข้าใจ Competitive : ความสามารถในการแข่งขัน Competency : ความสามารถในการท างานให้ส าเร็จ Commitment : มีข้อผูกพัน “พันธกิจ” ตามค ามั่นสัญญา 1.3 คุณค่าหลักขององค์กร (INTEQC Core value) 1. เคารพผู้อื่น (Respecting) การเคารพในศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ การเคารพในความเสมอภาค และความหลากหลายในความคิด ความเชื่อ การดูแลผู้ด้อยโอกาสกว่าด้วยความ เมตตาและความเห็นอกเห็นใจ 2. มีคุณธรรม (Ethical) ความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และพฤติกรรมที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลัก จริยธรรม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ขององค์กรและสังคม 3. คิดสร้างสรรค์ (Innovative) การเปิดรับความคิดเทคโนโลยีและวิธีการใหม่ๆ ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ค้นคว้าและทดลอง เพื่อคิดค้นหาวิธีการในการแก้ไขปัญหา การปรับปรุง การสร้าง ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ อันน าไปสู่กระบวนการท างานและผลลัพธ์ที่แตกต่างจาก เดิม 1.4 สมรรถนะหลักผู้น าขององค์กร (Leadership Competency) 1. มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ (Results Orientation) การมุ่งหวังผลลัพธ์ที่ต้องการ เป็นแนวคิดหลักของการด าเนินงาน หรือกิจกรรมใน องค์กรที่มุ่งหวังให้เกิดความส าเร็จของงาน หรือโครงการมีผลลัพธ์เป็นไปตาม เป้าหมายที่ก าหนดไว้โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและสร้างผลส าเร็จ ในระยะยาว 2. มุ่งเน้นกลยุทธ์ (Strategic Orientation) ทัศนคติหรือวิธีการในการวางแผนกลยุทธ์การตัดสินใจขององค์กรหรือ บุคคล เน้นเป้าหมายระยะยาวมุ่งหวังผลลัพธ์ที่ส าคัญ โดยต้องเข้าใจสภาพแวดล้อม ทางธุรกิจ สามารถระบุโอกาสและอุปสรรค พร้อมการประเมินความสามารถในการ แข่งขันและการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อบรรลุความส าเร็จที่ยั่งยืน
4 3. การมีปฏิสัมพันธ์และการโน้มน้าวให้มีส่วนร่วม (Collaboration and Influence) กระบวนการท างานที่โน้มน้าวให้ผู้ร่วมงานเข้ามีส่วนร่วม เป็นการท างานร่วมกันใน ทีมหรือระหว่างทีมหรือระหว่างหน่วยงานเพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่ดีขึ้น โดยการสร้างความสัมพันธ์และพฤติกรรมการท างานที่สร้างสรรค์ระหว่าง กัน เช่น การแบ่งปันความรู้ข้อมูล การให้ความช่วยเหลือ 4. ภาวะผู้น าของทีม (Team Leadership) บทบาทของผู้น าในการสร้างและน าทีมให้บรรลุเป้าหมายหรือผลลัพธ์ผู้น าทีมมี ความรับผิดชอบในการสร้างทีมที่มีความสามารถและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง สมาชิก โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเหมาะสม และมีการสร้างสภาพแวดล้อมที่ สนับสนุนให้สมาชิกในทีมสามารถท างานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. พัฒนาขีดความสามารถขององค์กร (Developing Organization Capabilities) กระบวนการที่องค์กรใช้เพื่อเสริมสร้าง และพัฒนาความสามารถภายในองค์กร เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ รับมือกับสภาวะการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งเป็นการสร้างและ ส่งเสริมความสามารถใหม่ๆ เพื่อให้องค์กรสามารถแข่งและเติบโตได้ตามเป้าหมายทาง ธุรกิจ 6. ภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลง (Change Leadership) บทบาทหรือผู้น าทางในการเปลี่ยนแปลงในองค์กร เป็นผู้สนับสนุนและสร้างทีมให้ ตระหนัก ยอมรับและปรับตัวพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง สามารถสร้างบรรยากาศที่ สนับสนุนให้สมาชิกในองค์กรรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 7. เข้าใจการตลาด (Market Understanding) การเข้าใจและทราบข้อมูลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางการตลาด ซึ่งเป็น กระบวนการในการศึกษาและวิเคราะห์สภาวะการแข่งขันทางการตลาด รวมถึงการ เข้าใจความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้า 8. ยอมรับความต่าง (Inclusiveness) ความเป็นกลาง การยอมรับและการรับรู้ถึงความแตกต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง เชื้อชาติวัฒนธรรม การศึกษา รูปแบบการเลี้ยงดูความสามารถและการใช้ชีวิต บน ความหลากหลายของกลุ่มคนที่ต่างกัน เป็นพื้นฐานในการสร้างสังคมให้เข้มแข็งและ ยั่งยืน
5 ที่มาขององค์กร 1.5 ปรัชญาและวิถีINTEQC วัตถุประสงค์: เพื่อให้องค์กรอินเทคค์มีรูปแบบการบริหารหลักที่เป็นรูปแบบเดียวกันทั่วทั้ง องค์กร (INTEQC Philosophy & Ways) เป็นองค์กรระดับโลก (World Class Organization) ที่มั่นคง (Security) มั่งคั่ง (Wealthy) และยั่งยืน (Sustainable) ขอบเขต: 1) การบริหารคุณค่าทั่วทั้งองค์กร (INTEQC Total Value Management System) 2) การบริหารเพื่อให้เกิดความสมดุลย์ในด้านต่างๆขององค์กร (INTEQC Balance Score Card System) 3) การบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กร (INTEQC House of Quality Management) IN: Innovation (สร้างสรรค์) T: Technology (เทคโนโลยี) E: Excellence (ที่เป็นเลิศ) Q: Quality (เพื่อคุณภาพ) C: Commitment (ตามค าสัญญา) Strategy Map
6 1.6 นโยบายการบริหารงานทรัพยากรบุคคลด้านบุคลากร (Human Resource Policy) 1. สรรหาและคัดเลือกผู้ร่วมงานที่มีความรู้ มีความสามารถ มีทักษะสูง มีพฤติกรรมที่ พึงปรารถนา (High Competency) สอดคล้องกับวัฒนธรรม ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และเป้าหมายขององค์กรโดยไม่เลือกปฏิบัติ Compassion: Competency: Competitiveness: Commitment 2. พัฒนา ฝึกอบรมความรู้ ความสามารถ ทักษะ และส่งเสริมพฤติกรรมที่พึง ปรารถนาของผู้ร่วมงาน ให้มีประสิทธิผล สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ กลยุทธ์และเป้าหมาย ขององค์กร 3. ให้ผลตอบแทนที่ดีด้วยระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ดี ที่เป็นธรรมของ ผู้ร่วมงานทั้งในระดับบุคคล ระดับกลุ่มและระดับฝ่าย รวมถึงหน่วยธุรกิจ ที่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และเป้าหมายขององค์กร 4. ให้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่ดีที่เป็นธรรมที่แข่งขันได้ในอุตสาหกรรม 5. จัดให้มีเครืองมือ อุปกรณ์ และสภาพแวดล้อมการท างานที่เอื้ออ านวยการท างานที่ ดี มีสุขอนามัยและมีความปลอดภัยสูง 6. จัดให้มีกิจกรรมที่ส่งเสริม สร้างความสัมพันธ์ของผู้ร่วมงาน และการปฏิสัมพันธ์กับ สังคมที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมที่ดีงาม 7. เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ สื่อสารข้อมูลที่ต้องรู้ และควรรู้ให้ผู้ร่วมงานทุกระดับ สามารถเข้าถึงได้ รับรู้ได้อย่างทั่วถึง 1.7 นโยบายการเรียนรู้ การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรองค์กร อินเทคค์ (Learning, Training and Development of Human Resource) องค์กรอินเทคค์เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้ (Learning) ได้ฝึกทักษะ (Skill Training) ได้พัฒนาความรู้(Knowledge Development) ความสามารถและ พฤติกรรมที่พึงประสงค์(Attributes) ที่สอดคล้องกับคุณค่า วิชาชีพ เป้าหมายชีวิตของ ผู้ร่วมงาน โดยสอดคล้องกับคุณค่าวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายขององค์กร " Compassion : Competitiveness: Competency : Commitment" องค์กรเปิดโอกาสให้ผู้เริ่มงานใหม่ 1. ได้ฝึกฝนทักษะในวิชาชีพ (Formal & Technical Education) ในหน้าที่งานด้วย การปฏิบัติงานจริง ให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะสู่ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Expertise)
7 2. ได้เรียนรู้พัฒนาฝึกฝนทักษะที่หลากหลาย (Multi-Skill) ด้วยการหมุนเวียนการ ปฏิบัติงาน (Job Rotation) เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาสู่ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้จัดการที่สูงขึ้น " To be a Talented & High Potential Human Resource " องค์กรเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานที่มีศักยภาพและสมรรถนะสูงได้เรียนรู้และพัฒนา เพื่อสู่ความเป็นเลิศในสายวิชาชีพ (Professional) และหรือการบริหารจัดการด้วย การพัฒนาให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในระดับที่สูงขึ้น (Functional Expertise) โดยเฉพาะบุคลากรที่มีศักยภาพสูงในด้านการปฏิบัติเฉพาะทางที่ต้องใช้ความรู้ความ เชี่ยวชาญสูงเป็นพิเศษ การส่งเสริมพัฒนาให้เป็นผู้เชียวชาญในสายวิชาชีพอย่างต่อเนื่องและสูงสุดของ องค์กรด้วยการฝึกอบรม และพัฒนาความรู้ ความสามารถศักยภาพเพื่อเพิ่มสมรรถนะ ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน สายวิชาชีพ เช่น วิศวกรรม วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์บัญชีและการเงิน เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น ที่ต้องมีความรู้ พื้นฐานวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เฉพาะด้านเฉพาะทางเป็นส าคัญ " To be a Professional Expertise " การพัฒนาผู้ร่วมงานที่มัศักยภาพและสมรรถนะสูง (Talent and High Competent) สู่การเป็นผู้จัดการทั้งในระดับต้น ระดับกลางและระดับสูง (Functional, Managerial and Core Competency) และเป็นผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูงยิ่งๆขึ้น ต่อไป (INTEQC Managerial and Leadership) ด้วยการส่งเสริมพัฒนาให้เป็นผู้จัดการ อย่างเนื่องและสูงสุดขององค์กรด้วยการฝึกอบรมและพัฒนาความรู้ความสามารถ ศักยภาพเพื่อเพิ่ม สมรรถนะทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรอย่างต่อเนื่อง " To be a Competent Manager " การส่งเสริมพัฒนาให้เป็นผู้น าผู้จัดการสูงสุดขององค์กร ด้วยการฝึกอบรมและ พัฒนาความรู้ ความสามารถศักยภาพ ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรอย่างต่อเนือง " To be a Competent Leader Manager " " To Live: To Love: To learn … Leaving a Legacy … Life Time Learning " 1.8 นโยบายปฏิบัติตามมาตรฐานด้านแรงงาน 1. ด้านความเคารพในสิทธิของพนักงาน 1.1 ห้ามเลิกจ้าง หรือกระท าการใดๆ อันอาจเป็นผลให้พนักงานหรือผู้แทนพนักงานไม่ สามารถท างานอยู่ต่อได้เนื่องจากการเป็นสมาขิกสหภาพแรงงาน (รส.121/2518) 1.2 ห้ามขัดขวาง หรือให้ออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน 1.3 ห้ามขัดขวางการด าเนินการของสหภาพแรงงานหรือขัดขวางการใช้สิทธิในการ เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน
8 1.4 ห้ามบังคับขู่เข็ญโดยทางตรงและทางอ้อมให้พนักงานงานต้องเป็นสมาชิกหรือ ต้องลาออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน 1.5 จัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการที่มาจากการเลือกตั้ง (ม.96-98) 1.6 คณะกรรมการสวัสดิการจะต้องจัดให้มีการประชุมอย่างน้อย 3 เดือน/ครั้ง 1.7 จัดให้มีระบบช่องทางการร้องเรียน ของพนักงาน 2. ด้านการปฏิบัติในการจ้างงาน 2.1 การปฏิบัติต่อพนักงานชาย/หญิง ต้องมีความเท่าเทียมในการจ้างงาน เว้นแต่ ลักษณะงานหรือสภาพของงานไม่อาจปฏิบัติเช่นนั้นได้ (ม.15) 2.2 ไม่เลิกจ้างพนักงานเพราะเหตุจากการตั้งครรภ์(ม.43) 2.3 ไม่ตรวจหรือถามการตั้งครรภ์เพื่อวัตถุประสงค์ในการจ้างงาน 2.4 ไม่มีการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน ปรับค่าจ้าง เลื่อนต าแหน่ง และโอนย้าย อันมีเหตุผลมาจากเรื่องเพศ ศาสนา ความเบี่ยงเบนทางเพศ ความพิการ ความเป็น สมาชิกสหภาพแรงงาน และความคิดเห็นทางการเมืองมาเป็นเครื่องมือในการพิจารณา 2.5 ลูกจ้างเหมาค่าแรงที่ท างานลักษณะเดียวกันกับลูกจ้างสัญญาโดยตรง ต้อง ได้รับสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการที่มีความเป็นธรรมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ(ม. 11/1/2551) 3. ด้านการจ่ายค่าแรงในการปฏิบัติ 3.1 การจ่ายค่าจ้างและเงินผลประโยชน์อื่นๆ อันเนื่องมาจากการท างานต้องเป็น เงินตราไทย ยกเว้นแต่ได้รับความยินยอมให้จ่ายเป็นตั๋วเงิน หรือเงินตราต่างประเทศ (ม.54) 3.2 สถานที่ในการจ่ายค่าจ้างและเงินผลประโยชน์อื่นๆ อันเนื่องมาจากการท างาน ต้องจ่าย ณ สถานที่ท างาน ยกเว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง (ม.55) 3.3 การจ่ายค่าจ้างส าหรับวันหยุด ต้องจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันท างานปกติ (ม.56) ซึ่งวันหยุดได้แก่ 3.3.1 วันหยุดประจ าสัปดาห์ ยกเว้นลูกจ้างซึ่งได้รับจ้างเป็นรายวัน หรือตาม ผลงานโดยค านวณเป็นหน่วย 3.3.2 วันหยุดตามประเพณี 3.3.3 วันหยุดพักผ่อนประจ าปี 3.4 ต้องจ่ายค่าจ้างส าหรับวันลาป่วยซึ่งก าหนดไว้ที่ไม่เกิน 30 วันท างาน/ปี และ ต้องจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างกรณีลาหยุดเพื่อการท าหมันด้วย (ม.57) 3.5 ต้องจ่ายค่าจ้างส าหรับกรณีลาเพื่อรับราชการทหาร (ม.58)
9 3.6 ต้องมีการจ่ายค่าจ้างกรณีลาคลอดบุตร (ม.59) และหากกรณีที่ได้รับค่าจ้าง ตามผลงานให้ค านวณเป็นหน่วยค่าจ้างในวันหยุดหรือวันลาเท่ากับค่าจ้างโดยเฉลี่ยใน วันท างานที่ได้รับในงวดการจ่ายค่าจ้างก่อนวันหยุดหรือวันลา (ม.60) 3.7 การท างานล่วงเวลาในวันท างานปกติจะต้องจ่ายค่าจ้างไม่น้อยกว่า 1.5 เท่า (ม. 61) 3.8 การท างานในวันหยุดต้องจ่ายค่าจ้างไม่น้อยกว่า 1 เท่า ส าหรับผู้ที่ได้รับค่าจ้าง ในวันหยุด และไม่น้อยกว่า 2 เท่า ส าหรับผู้ที่ไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุด (ม.62) 3.9 การท างานในวันหยุดต้องจ่ายค่าจ้างไม่น้อยกว่า 3 เท่า (ม.63) 3.10 กรณีเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ต้องมีการจ่ายค่าจ้างส าหรับวันหยุดพักผ่อน ประจ าปีในปีที่เลิกจ้างตามสัดส่วน และในกรณีที่พนักงานลาออกเอง หรือถูกเลิกจ้าง ทุกกรณีการจ่ายค่าจ้างส าหรับวันหยุดพักผ่อนประจ าปีที่สะสมที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ (ม.67/255) 3.11 ห้ามท าการหักค่าจ้าง เว้นแต่เป็นการหักเพื่อการช าระหนี้ ประกันสังคม ค่า บ ารุงสหภาพ หนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หนี้สินที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์แก่ ลูกจ้างฝ่ายเดียว เงินประกันการท างานหรือชดใช้ค่าเสียหาย (ม.76) 3.12 กรณีที่มีการหักเงินต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง และมีการจัดท าเป็นลาย ลักษณ์อักษรพร้อมลงลายมือชื่อยินยอม 3.13 ค่าแรงที่จ่ายให้กับลูกจ้างต้องเหมาะสมตามความจ าเป็นพื้นฐานของท้องถิ่น นั้นๆ 4. ด้านชั่วโมงการปฏิบัติงานและวันหยุด 4.1 ต้องมีการประกาศเวลาท างานปกติให้กับพนักงานทราบ โดยก าหนดเวลาเริ่มต้น และสิ้นสุดของการท างาน 4.2 ระยะเวลาในการท างานวันละ 8 ชั่วโมง และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 4.3 การท างานล่วงเวลาต้องมีการท างานไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 4.4 การปฏิบัติงานใน 1 สัปดาห์ต้องจัดให้มีวันหยุดอย่างน้อย 1 วัน (ม.28) 4.5 การปฏิบัติงานในแต่ละวันต้องจัดให้มีการพักระหว่างท างานไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง (ม.27) 4.6 กรณีที่มีการปฏิบัติงานล่วงเวลาต่อจากการท างานปกติไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ต้องจัดให้มีเวลาพักไม่น้อยกว่า 20 นาที ก่อนการท างานล่วงเวลา 4.7 ต้องจัดให้มีวันหยุดตามประเพณีในหนึ่งปีไม่น้อยว่า 13 วัน (ม.29) 4.8 วันหยุดพักผ่อนประจ าปีไม่น้อยกว่า 6 วัน โดยท างานติดต่อกันครบ 1 ปี 4.9 ห้ามหญิงมีครรภ์ท างานระหว่าง 22.00-06.00 น. ท างานในวันหยุด ท างาน ล่วงเวลา ท างานอันตราย (ม.39 และ 39/1/2551)
10 5. ด้านการใช้แรงงานเด็ก 5.1 ห้ามจ้างแรงงานเด็กอายุต่ ากว่า 18 ปี 5.2 ในกรณีที่มีการจ้างแรงงานผู้เยาว์ต้องมีการปฏิบัติดังนี้ 5.2.1 แจ้งการจ้างแรงงานผู้เยาว์ต่อแรงงานภายใน 15 วัน นับแต่เริ่มจ้าง 5.2.2 จัดท าบันทึกสภาพการจ้างงาน 5.2.3 แจ้งการสิ้นสุดการจ้างงานต่อแรงงานภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ออกจาก งาน 5.2.4 จัดให้มีเวลาพักไม่น้อยกว่า 1 ชม. ติดต่อกันหลังจากท างานมาแล้วไม่เกิน 4 ชั่วโมง 5.2.5 ห้ามท างานในระหว่างเวลา 22.00-6.00 น. (เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็น หนังสือจากแรงงาน) 5.2.6 ห้ามท างานล่วงเวลา และท างานในวันหยุด 5.2.7 ห้ามท างานอันตรายที่กฏหมายก าหนด 5.2.8 มีสิทธิในการลาเพื่อเข้ารับการฝึกอมรบ เพื่อพัฒนา และส่งเสริมคุณภาพ ชีวิต และท างานโดยได้รับค่าจ้าง 6. ด้านการบังคับใช้แรงงาน 6.1 ห้ามมีการเรียกเก็บเงินประกันการท างาน หรือประกันความเสียหาย จาก ต าแหน่งที่นอกเหนือจากที่กฏหมายก าหนด และห้ามมีการเก็บเงินค่าอุปกรณ์การ ท างาน (ม.10/2551) 6.2 ห้ามบังคับให้ลูกจ้างท างานล่วงเวลาโดยปราศจากการยินยอม (ม.24-25) 6.3 ห้ามยึดเอกสารแสดงต้นฉบับ 6.4 ห้ามตั้งข้อก าหนดเรื่องเสรีภาพในการเคลื่อนไหวเช่น การเข้าห้องน้ า การลา ระหว่างวัน 6.5 ห้ามใช้แรงงานเพื่อชดใช้หนี้ คือท างานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน แต่เพื่อชดใช้หนี้ให้ ผู้อื่น โดยแลกด้วยแรงงาน 6.6 ห้ามใช้แรงงานตามสัญญาผูกมัด คือบุคคลที่ถูกบังคับให้ท างาน โดยห้ามมิให้ ลาออกจากงานตามสมัครใจ 6.7 ห้ามบังคับให้ท างานนอกเวลาเกินก าหนด 6.8 ห้ามจัดให้มียามรักษาการณ์ในโรงงานมากเกินเหตุ และมีหน้าที่รับผิดชอบ นอกเหนือจากการดูแลความสงบเรียบร้อย และดูแลทรัพย์สินของสถานประกอบการ
11 1.9 INTEQC Headquarter (แนะน าสถานที่หลัก) ตึกส านักงาน IFD 1. Guard House 1 2. Guard House 2 3. Head Office 4. KRD Building 5. Production Tower 1 6. Production Tower 2 7. Production Tower 3 8. Feed Mill – Store 9. Water Treatment 10. Flour Mill – Production Tower 1 11. Truck scale and parking lot 12. Car Parking 13. Fire water supply system 14. Dormitory A, B, C, D 15. Flour mill silos 16. R&D Center (planned) 17. Feed Mill Silos 18. Pet Food Center (planned) 19. Head Office (planned) 1. Head Office 2. Snacks Warehouse 3. Production Snack 2 4. Production Snack 1 5. Meat Proteins Product 6. Meat Proteins Warehouse 7. Guard House 8. Car Parking
12 1. ตึกส านักงาน (ตึก 1) • ชั้น 1 ฝ่าย HR& OD , ฝ่ายจัดซื้อ • ชั้น 2 ห้องท างาน คุณหมอวิชัย ฝ่ายขาย และการตลาด • ชั้น 3 ฝ่ายบัญชีและการเงิน 2. ตึก KRD (ตึก กลาง) • ชั้น 1 ศูนย์วิจัยพัฒนาแป้ง และ Lab Scale INTEQC Foods • ชั้น 2 ห้องสมุด • ชั้น 3 วิชาการ สูตรอาหาร กลยุทธ์องค์กร บัญชีบริหาร บัญชีต้นทุน ห้องท างาน ดร.วิบูลย์ 3. ส่วนโรงงานอาหารสัตว์ (Feed Plant) • คลังวัตถุดิบ • วิศวกรรม • ผลิต Tower 1(อาหารกุ้ง) • ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยี • ผลิต Tower 2 (อาหารปลา) • ICT • ผลิต Tower 3 (อาหารสัตว์บก) • ห้องพยาบาล • คลังอาหารส าเร็จรูป 2. ระเบียบและสวัสดิการขององค์กร 2.1 จรรยาบรรณองค์กร INTEQC หมวดที่ 1 : เป็นผู้ร่วมงานที่วางใจได้ (Be a Dependable Organizational Associate) 1.1 ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัย สุขภาพอนามัย 1.2 มีความสุภาพ ความเคารพ ความซื่อสัตย์ และความเป็นธรรม 1.3 ห้ามน ายา และเครื่องดื่มที่ผิดกฎหมาย มาในสถานที่ปฏิบัติงาน 1.4 มาปฏิบัติงานอย่างสม่ําเสมอและตรงต่อเวลา 1.5 ปฏิบัติตามมาตรฐาน คู่มือ และค าแนะน าของหัวหน้า 1.6 ห้ามใช้วาจาไม่สุภาพ 1.7 แต่งกายสุภาพ ตามกฎระเบียบบริษัท 1.8 ห้ามน าและพกพาอาวุธทุกชนิดมาในที่ท างาน หมวดที่ 2 : อย่าท าในสิ่งที่ผิดกฎหมาย สิ่งที่ไม่เหมาะสม และส่งผลเสียกับองค์กร (Do Not Do Anything Unlawful or Improper the Organization) 2.1 ปฏิบัติ และท าธุรกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย 2.2 ห้ามจ่ายเงินที่น าไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย 2.3 ห้ามให้สินบนทุกประเภท
13 2.4 หลีกเลี่ยงกิจกรรมภายนอกองค์กร ที่จะส่งผลเสียในการปฏิบัติงาน 2.5 รักษาข้อมูลความลับขององค์กรอย่างเคร่งครัด 2.6 ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์มาตราฐานทางบัญชี 2.7 ห้ามน าทรัพย์สินขององค์กรไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน 2.8 ห้ามให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง 2.9 การตัดสินใจในการท างานไม่ท าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน หมวดที่ 3 : การปฏิบัติต่อลูกค้าที่ดี (Be Good to Customers) 3.1 โฆษณาข้อมูลเป็นจริงในผลิตภัณฑ์เท่านั้น 3.2 ปฏิบัติหน้าที่ในการท างานอย่างเต็มความสามารถ 3.3 ส่งมอบผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีคุณภาพ ตรงปริมาณ ตรงเวลา ด้วยกริยามารยาทที่ถูกต้อง 2.2 ระเบียบประกาศขององค์กร 1. มาตรการป้องกันโรคระบาด African swine fever (ASF) 2. งดน าอาหารที่มีส่วนประกอบของหมูเข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติงานทุกกรณี 2.3 การทดลองปฏิบัติงาน 1. ผู้ร่วมงานทุกท่านต้องทดลองปฏิบัติงานเป็นระยะเวลา 119 วัน หรือตามตกลง ใน ระหว่างระยะเวลานี้องค์กรจะเลิกจ้างเมื่อใดก็ได้ โดยแจ้งให้ผู้ร่วมงานทราบล่วงหน้าหนึ่ง งวดการจ่ายค่าจ้าง 2. ผู้ร่วมงานที่ผ่านการทดลองปฎิบัติงานเรียบร้อยแล้ว ต้องได้รับการยืนยันเป็น หนังสือจากฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และพัฒนาองค์กร 2.4 ค่าตอบแทน นโยบายเกี่ยวกับเงินเดือน 1. องค์กรมีนโยบายที่จะจ่ายเงินเดือนให้ผู้ร่วมงานอย่างเที่ยงธรรม เพื่อให้เหมาะสม กับคุณวุฒิความรับผิดชอบการปฏิบัติงานและหน้าที่ 2. ผู้ร่วมงานซึ่งได้ท างานติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือนขึ้นไป อาจจะได้รับการปรับ เงินเดือนประจ าปีตามอัตราส่วนทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายและผลประกอบการขององค์กร ประจ าปี 3. ผู้ร่วมงานซึ่งผ่านทดลองการปฏิบัติงาน อาจจะได้รับการปรับค่าจ้างหลังผ่าน การทดลองการปฏิบัติงาน 4. ผู้ร่วมงานซึ่งได้รับการเลื่อนต าแหน่งสูงขึ้น จะได้รับการปรับเงินเดือนตามอัตรา ของต าแหน่งใหม่
14 หลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทน ค่าพาหนะและค่าเบี้ยเลี้ยง 1. ผู้ร่วมงานซึ่งได้รับมอบหมายให้เดินทางไปปฏิบัติงานขององค์กร มีสิทธิเบิกค่า พาหนะได้ตามหลักเกณฑ์ที่องค์กรก าหนด 2. ผู้ร่วมงานผู้ซึ่งปฏิบัติงานนอกส านักงานเป็นประจ า อาจจะได้รับค่าเดินทาง, ค่าที่พัก, ค่าอาหารและค่าเบี้ยเลี้ยงอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อให้อยู่ในดุลยนิจของฝ่ายจัดการซึ่งจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ค่าล่วงเวลาและค่าท างานในวันหยุด 1. การที่ได้รับค่าล่วงเวลา หรือค่าท างานในวันหยุด จะต้องได้รับการอนุมัติจาก ผู้จัดการฝ่าย/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย และจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ร่วมงานผู้นั้น เป็นคราวๆ ไป 2. ผู้บังคับบัญชาที่มีอ านาจในการจ้าง การลดค่าจ้าง การเลิกจ้าง การให้บ าเหน็จ ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา หรือค่าท างานในวันหยุด 3. ผู้ร่วมงานซึ่งสภาพของงานไม่อาจก าหนดเวลาท างานอันแน่นอนได้ ไม่มิสิทธิ ได้รับค่าล่วงเวลา 4. ค่าล่วงเวลา และค่าท างานในวันหยุด จะจ่ายให้ไม่น้อยกว่าอัตราที่กฎหมาย ก าหนดดังนี้
15 2.5 ระเบียบวันท างาน วัน เวลา ท างาน และวันหยุด รายละเอียด ส่วนส านักงาน ส่วนฝ่ายผลิต วันท างาน วันจันทร์-วันเสาร์ (6 วัน) หยุดวันอาทิตย์ วันจันทร์-วันอาทิตย์ หมุนเวียนวันหยุด เวลาท างาน 08.00 – 17.00 น. ตามกะงานของแต่ละส่วนงาน เวลาพัก 12.00 – 13.00 น. ตามกะงานของแต่ละส่วนงาน การลางาน 1. ลากิจ ไม่เกิน 7 วันต่อปี (แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน) 2. ลาป่วย ไม่เกิน 30 วันต่อปี 3. ลาคลอด ไม่เกิน 98 วัน (รับค่าจ้างไม่เกิน 45 วัน รวมวันหยุด) 4. ลาอุปสมบทไม่เกิน 90 วัน (รับค่าจ้างไม่เกิน 15 วัน) ต้องท างานครบ 1 ปี ** การตัดรอบวันลา คือ 31 ตุลาคม ของทุกปี โดยวันที่ 1 พฤศจิกายน ขึ้นรอบการ ลาใหม่ 2.6 การหยุดพักผ่อนและการลาหยุด การลาเพื่อการฝึกอบรมพัฒนาความรู้ 1. ผู้ร่วมงานท างานครบ 1 ปีมีสิทธิลาเพื่ออบรม/พัฒนาความรู้ความสามารถได้ ปีละ 30 วันหรือ 3 ครั้ง 2. องค์กรจะไม่อนุญาตให้ลา ถ้าการลาของผู้ร่วมงานอาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือกระทบต่อการประกอบธุรกิจขององค์กร วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด 1. ท างานครบ 1 ปีติดต่อกัน มีสิทธิหยุดพักร้อนประจ าปีได้ 6 วันท างาน ต้อง ได้รับการอนุมัติจากหัวหน้างานล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน 2. หยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปี ชว่งเวลา รายเดอืน รายวนั ค่าท างานในวันหยดุประจ าสัปดาห์ 1 เท่า 2 เท่า ค่าท างานในวันหยดุตามประเพณี/ วันหยดุ พกัผ่อนประจ าปี 1 เท่า 1 เท่า ค่าท างานในวันท างานปกติ 1.5 เท่า 3 เท่า ค่าล่วงเวลาในวันหยดุประจ าสัปดาห์/ วันหยดุตามประเพณี/ วันหยดุพกัผ่อนประจ าปี 3 เท่า 3 เท่า
16 บริษัทฯ สงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขวันท างาน และเวลาพักได้ตาม ความเหมาะสมกับการบริการหรือการผลิต บางส่วน บางแผนก หรือทั้งหมดได้ ถ้าบริษัทฯ เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นเป็นการสมควร เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพใน การท างานเพื่อเหตุอื่นใดโดยแจ้งพนักงานทราบล่วงหน้า วันหยุดตามประเพณี ในเดือนธันวาคมของทุกปี องค์กรจะประกาศวันหยุดตามประเพณีของปีถัดไปไม่ น้อยกว่าปีละ 13 วัน โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติด้วย องค์กรจะจ่ายค่าจ้างให้ ผู้ร่วมงานให้ส าหรับวันหยุดตามประเพณี การหยุดพักผ่อน และการลาหยุด รอบการตัดสถิติการมาท างาน และตัดรอบการลาทุกประเภท ทุกวันที่ 1 พฤศจิกายน - 31 ตุลาคม ของทุกปี การหยุดพักผ่อนประจ าปี ผู้ร่วมงานซึ่งได้ท างานกับองค์กรเป็นเวลาติดต่อกันครบหนึ่งปี มีสิทธิหยุดพักผ่อน ประจ าปี 6 วันท างานโดยได้รับค่าจ้าง ผู้ร่วมงานที่ประสงค์จะใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจ าปีจะต้องขออนุญาตและได้รับ อนุญาตจากผู้บังคับบัญชาล่วงหน้าเป็น ลายลักษณ์อักษรอย่งน้อย 7 วัน องค์กรจะให้ผู้ร่วมงานหยุดพักผ่อนประจ าปีตามสิทธิการหยุดพักผ่อนของแต่ละปี อย่างไรก็ตามวันหยุดพักผ่อนประจ าปีจะสะสมเพื่อน าวันหยุดใช้ในปีต่อไปไม่ได้ การลากิจ ผู้ร่วมงานมีสิทธิลากิจได้หากมีความจ าเป็นที่จะต้องจัดการกิจด้วยตนเองและไม่ สามารถที่จะกระท าได้นอกเวลาท างานปกติขององค์กรฯ การลากิจลาได้ 7 วันท างานต่อ 1 ปีปฏิทินที่องค์กรก าหนด โดยได้รับค่าจ้างถ้ามี ความจ าเป็นลาเกินจะไม่ได้รับค่าจ้าง การขอลากิจต้องแจ้งและให้เหตุผลต่อหัวหน้าล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันท างาน เว้น แต่ฉุกเฉินผู้ร่วมงานสามารถแจ้งผู้บังคับบัญชาโดยตรงด้วยวาจา การลาป่วย ในกรณีเจ็บป่วย ผู้ร่วมงานจะได้รับอนุญาตให้ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริงโดยได้รับ ค่าจ้างตามอัตราที่ได้รับ สูงสุดไม่เกิน 30 วันท างานในหนึ่งปีปฏิทิน ตามก าหนดเวลา ในใบรับรองแพทย์ หรือกรณีลาป่วย 3 วันให้น าใบรับรองแพทย์มาแสดง การลาป่วยต้องแจ้งหัวหน้าเร็วที่สุด และต้องยื่นใบลาต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงใน วันแรกที่กลับเข้ามาท างาน
17 การลาคลอด 1. ผู้ร่วมงานสตรีมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อการคลอดหนึ่งไม่เกิน 98 วันโดยรวมวันหยุด ด้วย 2. ในระหว่างลาเพื่อคลอด ผู้ร่วมงานสตรีมีสิทธิได้รับค่าจ้างตามอัตราที่ได้รับครั้ง หลังสุดระหว่างลาเป็นระยะเวลา 45 วันรวมทั้งวันหยุดด้วย 3. การหยุดงานเนื่องจากแท้งบุตรการท าแท้งการคลอดบุตรตายหรือมีโรคแทรก ซ้อนในระหว่าง 7 เดือนแรกของการมีครรภ์ให้ถือว่าเป็นการลาป่วย การลาเพื่อท าหมัน ผู้ร่วมงานมีสิทธิลาเพื่อท าหมัน และหยุดงานได้ตามใบรับรองแพทย์ก าหนดโดย ได้รับค่าจ้างในวันที่ลา การลาเพื่ออุปสมบท ผู้ร่วมงานที่ท างานครบ 1 ปี มีสิทธิลา 1 ครั้งเป็นเวลาไม่เกิน 90 วันรวมทั้ง วันหยุดด้วย โดยได้รับค่าจ้างตามระยะที่ลาแต่ไม่เกิน 15 วัน ต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบอย่างน้อย 30 วัน และต้องได้รับ อนุมัติจึงจะหยุดได้ การลาเพื่อการฝึกอบรมพัฒนาความรู้ ผู้ร่วมงานท างานครบ 1 ปีมีสิทธิลาเพื่ออบรม/พัฒนาความรู้ความสามารถได้ปีละ 30 วันหรือ 3 ครั้ง องค์กรจะไม่อนุญาตให้ลา ถ้าการลาของผู้ร่วมงานอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือ กระทบต่อการประกอบธุรกิจขององค์กร การสิ้นสุดการจ้าง การลาออก ผู้ร่วมงานซึ่งได้ท างานกับองค์กรไม่น้อยกว่า 180 วันติดต่อกันประสงค์จะ ลาออกจากองค์กรต้องแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน เว้นแต่ 1. ในกรณีที่ได้รับอนุมัติเป็นหนังสือจากผู้บังคับบัญชาให้ลาออกได้ก่อนเวลาที่ ก าหนดดังกล่าวนั้น 2. ในกรณีที่สัญญาจ้างมีก าหนดระยะเวลาการจ้างแน่นอนและเลิกจ้างตาม ก าหนดเวลานั้น องค์กรจะจ่ายเงินเดือนให้จนถึงวันสุดท้ายของการจ้าง การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย องค์กรจะเลิกจ้างผู้ร่วมงานโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและต้องจ่าย ค่าชดเชยหรือสินไหมใดๆ เมื่อปรากฏว่าผู้ร่วมงานมีความผิดดังต่อไปนี้ 1. ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระท าความผิดทางอาญาโดยเจตนาต่อองค์กรฯ 2. จงใจท าให้องค์กรได้รับความเสียหาย 3. ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุท าให้องค์กรได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
18 4. ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการท างาน หรือระเบียบ หรือค าสั่งขององค์กรอัน ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และองค์กรได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณี ที่ร้ายแรง องค์กรไม่จ าเป็นต้องตักเตือนหนังสือเตือน ให้มีผลบังคับไม่เกินหนึ่งปี นับตั้งแต่วันที่ผู้ร่วมงานได้กระท าผิด 5. ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันท างานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ ตาม โดยไม่มีเหตุอันควร 6. ได้รับโทษจ าคุกตามค าพิพากษาถึงที่สุดให้จ าคุก เว้นแต่เป็นโทษส าหรับ ความผิดที่ได้กระท าโดยประมาทหรือความผิดอาวุโส การเลิกจ้างเนื่องจากสาเหตุอื่น ผู้ร่วมงานซึ่งองค์กรเลิกจ้างเนื่องจากสาเหตุอื่น นอกเหนือจากการเลิกจ้าง ตามที่ระบุไว้ในระเบียบขององค์กร มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายก าหนดดังนี้ ระยะเวลาท างาน/อัตราค่าชดเชย ท างานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปี ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน ท างานติดต่อกันครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน ท างานติดต่อกันครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน ท างานติดต่อกันครบ 6 ปีแต่ไม่ครบ 10 ปี ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน ท างานติดต่อกันครบ 10 ปีแต่ไม่ครบ 20 ปี ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน ท างานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน ในกรณีที่องค์กรย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้งยังสถานที่อื่นอันมีผลกระทบ ส าคัญต่อการด ารงชีวิตตามปกติของผู้ร่วมงานหรือครอบครัว องค์กรจะแจ้งให้ ผู้ร่วมงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันย้ายสถานประกอบการ องค์กรจะจ่ายค่าชดเชยพิเศษเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วันให้กับ ผู้ร่วมงาน แทนการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนการย้ายสถานประกอบกิจการก็ได้ ผู้ร่วมงานที่ได้รับผลกระทบจากการที่องค์กรย้ายสถานประกอบกิจการตาม ความในวรรคแรกและไม่ประสงค์จะไปท างานด้วย ผู้ร่วมงานมีสิทธิบอกเลิกสัญญา จ้างได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยผู้ร่วมงานจะได้รับค่าชดเชยพิเศษเท่ากับ อัตราค่าชดเชยตามปกติ ในกรณีที่องค์กรเลิกจ้างผู้ร่วมงานเพราะสาเหตุที่องค์กรปรับปรุงหน่วยงาน กระบวนการผลิตการจ าหน่ายหรือการบริการ อันเนื่องมาจากการน าเครื่องจักรมาใช้ หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร ซึ่งเป็นสาเหตุให้ต้องลดจ านวนผู้ร่วมงานลง องค์กรจะแจ้ง วันที่จะเลิกจ้างเหตุผลการเลิกจ้างและรายชื่อผู้ร่วมงานต่อผู้ร่วมงานตรวจแรงงาน
19 และผู้ร่วมงานและผู้ร่วมงานที่จะเลิกจ้างล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน ก่อนวันที่จะเลิก จ้าง องค์กรจะจ่ายค่าชดเชยพิเศษเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 60 วัน ให้กับ ผู้ร่วมงานแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามความในวรรคก่อนก็ได้ ใบส าคัญการท างาน/และใบรับรองการท างาน เมื่อสภาพการจ้างสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้ร่วมงานจะได้รับใบส าคัญการ ท างานรวมระยะเวลาการท างานยกเว้นกรณีที่การลาออกนั้น มีผลท าให้องค์กรเกิด ความเสียหาย หนังสือรับรองเงินเดือน เมื่อผู้ร่วมงานพ้นทดลองงานแล้ว ผู้ร่วมงานจะมีสิทธิขอหนังสือรับรองเงินเดือนได้ ไม่เกินปีละ 3 ครั้ง เว้นแต่มีเหตุจ าเป็นต้องได้รับอนุมัติจากฝ่ายบริหาร และได้รับเอกสาร หลังจากยื่นเอกสารที่ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์เรียบร้อยแล้ว เป็นเวลา 7 วัน 2.7 กิจกรรม 5 ส 1. สะสาง (SEIRI) คือ การแยกระหว่างของที่จ าเป็น ต้องใช้กับของที่ไม่จ าเป็น และ จ ากัดของที่ไม่จ าเป็นทิ้งไป 2. สะอาด (SEISO) การท าความสะอาดให้สะอาดอยู่เสมอ 3. สะดวก (SEITON) การจัดวางของที่จ าเป็นต้องใช้ให้เป็นระเบียบ สามารถหยิบ จับใช้งานได้ทันที 4. สุขลักษณะ (SEIKETSU) สุขลักษณะ คือ การรักษาและปฏิบัติ 3 ส ได้แก่ สะสาง สะดวก และสะอาดให้ดีตลอดไป 5. สร้างนิสัย (SHISUKE) การรักษาและปฏิบัติ 3 ส ได้แก่ สะสาง สะดวก สะอาด จนเป็นนิสัย
20 2.8 การแต่งกายส าหรับผู้ร่วมงาน ส่วนส านักงาน ITG ส่วนส านักงาน IFM ผู้ร่วมงานชาย ผู้ร่วมงานหญิง สวมเสื้อตามที่องค์กรก าหนด สวมกางเกงผ้าขายาวสีด า หรือสีสุภาพ สวมรองเท้าหุ้มส้น สวมเสื้อตามที่องค์กรก าหนด สวมรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าส้นสูง สวมกางเกงขายาว หรือกระโปรงที่มีทรงและสีสุภาพ สวมเสื้อตามที่องค์กรก าหนด สวมกางเกงผ้าขายาวสีด า หรือสีสุภาพ สวมรองเท้าหุ้มส้น สวมเสื้อตามที่องค์กรก าหนด สวมรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าส้นสูง สวมกางเกงขายาว หรือกระโปรงที่มีทรงและสีสุภาพ ผู้ร่วมงานชาย ผู้ร่วมงานหญิง
21 2.9 สวัสดิการ 1. ได้รับประโยชน์ทางการแพทย์ จากส านักงานประกันสังคม 1.1 กรณีเจ็บป่วยอันเนื่องจากการท างาน กรณีเจ็บป่วยไม่เกี่ยวกับการท างาน – ส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายใน 15 เดือนใช้สิทธิตามโรงพยาบาลที่เลือกไว้ 1.2 กรณีคลอดบุตร ต้องส่งเงินสมทบครบ 7 เดือน ภายใน 15 เดือน ผู้ร่วมงานหญิง จะได้ค่าคลอดบุตร 15,000 บาท/คน และเงินชดเชยขาด รายได้ 45 วัน ผู้ร่วมงานชาย จะได้รับเฉพาะค่าคลอดบุตร 15,000 บาท/คน 1.3 กรณีเบิกค่าท าฟัน เบิกได้ 900 บาท ต่อปี 1.4 เงินช่วยเหลือสงเคราะห์บุตร ผู้ร่วมงานชายหญิงส่งเงินสมทบครบ 365 วัน มีสิทธิได้รับค่าสงเคราะห์บุตร เดือนละ 800 บาท (ไม่เกิน 3 คน) อายุบุตรไม่เกิน 6 ขวบ 2. ค่าอบรม ทางองค์กรจะก าหนดให้ผู้ร่วมงานสามารถไปอบรมในหัวข้อที่สนใจ และ เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานได้โดยองค์กรจ่ายค่าอบรมตามต าแหน่งงานที่องค์กร ก าหนด 3. เครื่องแบบผู้ร่วมงาน - ส านักงาน (Office) การตลาดและขาย เสื้อฟอร์มบริษัท 5 ตัว/คน/ปี - โรงงาน (Office) เสื้อฟอร์มบริษัท 6 ตัว/คน/ปี 4. หอพักผู้ร่วมงาน - องค์กรอินเทคค์จะจัดที่พักให้ผู้ร่วมงานตามประกาศระเบียบหอพักผู้ร่วมงาน กลุ่มอินเทคค์ 5. รถประจ าต าแหน่ง - องค์กรจัดหารถเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานตามระเบียบและประกาศของกลุ่มอิน เทคค์ 6. ค่าน้ ามันรถ - องค์กรจะจัดให้ส าหรับต าแหน่งที่ใช้รถเป็นพาหนะในการปฏิบัติงาน 7. ค่าเบี้ยเลี้ยง - องค์กรจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงส าหรับผู้ร่วมงานที่ต้องปฏิบัติงานนอกสถานที่, ไปดูงาน ต่างประเทศ 8. ค่าโทรศัพท์ - องค์กรจ่ายค่าโทรศัพท์ให้กับผู้ร่วมงานในต าแหน่งที่ก าหนด
22 9. อาหาร - ผู้ร่วมงานที่ผ่านทดลองงานทางองค์กรจัดให้ฟรี 3 มื้อ ส าหรับผู้ร่วมงานที่ ปฏิบัติงานประจ าส านักงานใหญ่เลขที่ 77/12 ยกเว้นฝ่ายขาย และระดับผจก. แผนกหรือเทียบเท่า ขึ้นไป 10. การช่วยเหลือเนื่องจากมรณกรรม - กรณีเสียชีวิตอันเนื่องจากการท างาน องค์กรจ่ายให้ตามสวัสดิการ: การประกัน การทุพพลภาพ และเสียชีวิตอันเนื่องจากการ ปฏิบัติหน้าที่ กรณีเสียชีวิต 300,000 บาท (ส าหรับผู้ร่วมงานที่บรรจุเป็นผู้ร่วมงานประจ าแล้ว) - กรณีไม่ใช่เนื่องจากการท างานองค์กรให้เงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจ 20,000 บาท (ส าหรับผู้ร่วมงานที่บรรจุเป็นผู้ร่วมงานประจ าแล้ว - กรณีครอบครัวผู้ร่วมงานเสียชีวิต ได้แก่ บิดามารดา บุตร คู่สมรส จะได้รับเงิน ช่วยเหลือ 10,000 บาท (ส าหรับผู้ร่วมงานที่บรรจุเป็นผู้ร่วมงานประจ าแล้ว) 11. การตรวจสุขภาพประจ าปี องค์กรจะจัดตรวจสุขภาพประจ าปีให้กับผู้ร่วมงานตามระเบียบที่องค์กร ก าหนด 12. โบนัส องค์กรจะจ่ายโบนัสให้กับผู้ร่วมงานที่อยู่ในข่ายได้รับในหลักเกณฑ์การได้รับใน รอบค่าต้างเดือนมีนาคม ในปีที่ได้รับสิทธิ์ ขอบเขตสวัสดิการ สวัสดิการต่าง ๆ ที่องค์กรจัดให้ตามที่ระบุ ไม่มีผลใช้บังคับในกรณีที่มีเหตุ สุดวิสัย แม้ว่าจะอยู่ในข่ายสมควรหรือไม่ก็ตาม 2.10 วินัยและมาตรการทางวินัย มาตรฐานการท างาน 1. ปฏิบัติงานให้องค์กรด้วยความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร จริงใจและท างานตาม หน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ 2. ปฏิบัติตามค าแนะน าหรือค าสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย ของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่ง ในหน้าที่การงานและต้องให้ความนับถือต่อผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่อาวุโสอื่นๆ ของ องค์กร 3. รักษาระเบียบวินัยโดยเคร่งครัด และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับผู้ร่วมงาน ด้วยกัน 4. มีกิริยาสุภาพเรียบร้อย 5. ปฏิบัติงานตามก าหนดเวลาท างาน
23 6. ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับตามระเบียบทั่วไปว่าด้วยสภาพการจ้างและข้อบังคับของ องค์กรที่ก าหนด เป็นการภายในหรือก าหนดขึ้นไปในภายหน้า 7. ดูแลรักษาทรัพย์สินขององค์กรทั้งมวล อันอยู่ในอารักขาของตนให้เรียบร้อย และช่วยกันรักษาความสะอาดในบริเวณสถานที่องค์กร 8. ละเว้นจาการดูหมิ่น หมิ่นประมาทท้าทาย ทะเลาะวิวาทหรือท าร้ายผู้อื่น 9. แต่งเครื่องแบบที่องค์กรจัดให้ กฎทั่วไป 1. ขณะที่มีหน้าที่ในองค์กร ผู้ร่วมงานไม่มีสิทธิด ารงต าแหน่งใดในธุรกิจอื่นไม่ว่าจะ ได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่เป็นงานอดิเรกอันก่อให้เกิดรายได้ และกิจกรรม ยามว่างอื่นๆ ซึ่งท านอกเวลาท างาน 2. ไม่ว่ากรณีใดๆ ห้ามมิให้ผู้ร่วมงานขององค์กรรับเงินเดือนหรือของขวัญจาก ผู้ขายของให้องค์กร ลูกค้า นายหน้าหรือคู่แข่งขององค์กร 3. ห้ามมิให้ผู้ร่วมงานแสวงหาผลประโยชน์จากการให้กู้ยืมเงินภายในองค์กร หากมี กรณีขัดแย้งขึ้น คู่กรณีจะได้รับการพิจารณาโทษทางวินัย 4. ห้ามมิให้พนักงานเปิดเผยข้อมูล และเอกสารที่เป็นความลับทางการค้าของ องค์กรต่อบุคคลภายนอก ทั้งในขณะที่ปฏิบัติงานอยู่ หรือพ้นหน้าที่แล้วภายใน ระยะเวลา 2 ปี 5. ให้ผู้ร่วมงานใช้ระบบ internet และ E-mail เพื่อการสื่อสารในกิจกรรมของ องค์กรเป็นหลัก ให้หลีกเลี่ยงการส่ง E-mail ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของ องค์กร หรือสร้างความร าคาญต่อผู้อื่น หรือผิดกฎหมาย หรือละเมิดศีลธรรม 6. ห้ามมิให้ผู้ร่วมงานใช้บริการ internet site ที่ผิดกฎหมาย หรือละเมิดศีลธรรม อันดีงาน รวมถึงเผยแพร่ข้อมูล หรือข่าวสารของ internet site ดังกล่าวต่อผู้อื่น 7. ห้ามมิให้ผู้ร่วมงานเล่นการพนัน ดื่มสุรา ยาเสพติด และของมึนเมาทุกชนิด ใน สถานที่องค์กรนั้น 8. ห้ามมิให้ผู้ร่วมงาน พกพาอาวุธ หรือสิ่งของต้องห้ามตามกฎหมายเข้ามาใน สถานที่องค์กรฯ 9. ห้ามมิให้ผู้ร่วมงานรายงานเท็จ ปลอมแปลงเอกสาร หรือปกปิดข้อความอันจะ เป็นประโยชน์ต่อองค์กร 10. ในกรณีฉุกเฉินอันเป็นเหตุให้ผู้ร่วมงานไม่สามารถท างานได้โดยเหตุผลใดๆ ก็ ตามจะต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็วที่สุด โดยทางโทรศัพท์
24 มาตรการทางวินัย ผู้ร่วมงานพึงต้องรักษาวินัยโดยเคร่งครัดหากกระท าผิดหรือประพฤติมิชอบ จะ ได้รับพิจารณาโทษทางวินัยตามความผิด ซึ่งอาจเป็นโทษสถานใดสถานหนึ่ง ดังต่อไปนี้ คือ 1. ตักเตือนด้วยวาจา 2. ตักเตือนเป็นหนังสือ (ลายลักษณ์อักษร) 3. ไม่ปรับเงินเดือนประจ าปี 4. พักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง 5. เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ด้วยเหตุตามที่กฎหมายก าหนด 2.11 การร้องทุกข์ 1. องค์กรตระหนักถึงคุณค่าและความส าคัญของการพบปะเจรจากัน เพื่อขจัดความไม่ เข้าใจกันและเพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีไว้ 2. ผู้ร่วมงานซึ่งมีข้อร้องทุกข์โดยชอบด้วยเหตุผล ให้เสนอข้อร้องทุกข์เป็นหนังสือต่อ ผู้บังคับบัญชาโดยตรง ภายใน 3 วันท างาน และผู้บังคับบัญชาต้องให้ค าตอบเป็นหนังสือ ภายใน 3 วันท างานนับตั้งแต่วันที่ได้รับข้อร้องทุกข์ 3. ผู้รับค าร้องทุกข์พิจารณาแก้ไขปัญหาตามขั้นตอนความรับผิดชอบของตนโดยเร็ว ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเองได้ให้รายงานตามล าดับ 4. ผู้ที่มีหน้าที่พิจารณาข้อร้องทุกข์ตามล าดับขั้น ตลอดจนถึงนายจ้างพร้อมที่จะ พิจารณาและด าเนินการตามความถูกต้องเป็นธรรม 5. กรณีที่ได้พิจารณาข้อร้องทุกข์ และด าเนินการถึงขั้นโดยนายจ้างแล้วยังไม่ยุติ ผู้เสียหายซึ่ง เกี่ยวเนื่องจากข้อร้องทุกข์ อาจร้องขอให้ตั้งคณะกรรมการอันประกอบด้วย นายจ้างหรือผู้แทนและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างหรืออาจตั้งผู้ทรงคุณวุฒิและเชื่อถือได้จาก ภายนอกท าหน้าที่อนุญาโตตุลาการเพื่อชี้ขาดจึงให้ถือเป็นที่สุดที่ผู้เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตาม 6. ช่องทางการร้องทุกข์ ผ่านระบบ QR Code และเสียงจากเพื่อนผู้ร่วมงาน ผ่าน INTEQC INTOUCH
25 3. โปรแกรมและแอปพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้อง Website ที่น่าสนใจและเบอร์โทรศัพท์ที่ส าคัญ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อที่ส าคัญ การบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุเนื่องจากการปฏิบัติงาน - ผู้ร่วมงานที่ได้รับบาดเจ็บ เป็นโรค หรือได้รับเชื้อโรคที่เกิดจากการท างาน ไม่ว่า จะเล็กน้อยเพียงใด ต้องรายงานให้หัวหน้า และจป.ทราบทันที ที่เบอร์ภายใน 3071- 3072 หน่วยงาน E-Mail เบอร์ภายใน ความปลอดภยัอาชีวอนามัยและ สิ่งแวดล้อม(SHE) [email protected] 3072 ทรพัยากรมนษุยแ์ละพฒันาองค์กร (HR&OD) [email protected] 1060-1064 เทคโนโลยสีารสนเทศการสื่อสารและ ประสานงานระบบ (ICT) [email protected] 1050-1052 สาธารณูปโภค /วิศวกรรม [email protected] 3030-3012 ชอื่องคก์ร ชอื่ Website อินเทคค์กรปุ๊ www.inteqcgroup.com กรมปศุสัตว์ www.dld.go.th กรมประมง www.fisheries.go.th กระทรวงสาธารณสุข www.moph.go.th ส านกังานประกนัสังคม www.sso.go.th กรมสรรพากร www.rd.go.th
26 การร้องทุกข์ แจ้งต่อหัวหน้างาน บอร์ดประชาสัมพันธ์ หน้าแผนกทรัพยากรมนุษย์ Voice Of Associate (INTEQC INTOUCH) ESS PROGRAM
27 PDPA (Personal Data Protection Act) สิ่งที่องค์กรต้องเตรียมพร้อมกับ พระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คือ ต้องจัดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกัน การสูญหาย เข้าถึง ใช้เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจาก อ านาจโดยมิชอบ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 โดยระบุให้องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เก็บข้อมูล ส่วนบุคคลของประชาชนไม่ว่าจะเป็นบริษัทเอกชน หรือ หน่วยงานภาครัฐ ต้องไม่น าเอาข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้ใน กิจกรรมอื่นๆ ที่เราไม่ยินยอม • เพื่อไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว • เพื่อให้มีมาตรการเยียวยาเจ้าของข้อมูลในกรณีที่ถูก ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
28 INTEQC in TOUCH 1. สันทนาการและกิจกรรมทางสังคม เพื่อเป็นการกระตุ้นความสนใจให้แก่ผู้ร่วมงานให้เข้ามามีส่วนร่วมใน กิจกรรม องค์กรจึงได้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ขึ้น ซึ่งได้จัดวางแผนไว้ตลอดปี จะ ด าเนินการโดยคณะกรรมการ หากพนักงานสนใจที่จะเข้ามา มีส่วนร่วม การ สื่อสาร ข่าวสาร องค์กรมีความประสงค์ที่จะให้ผู้ร่วมงานทุกท่านท างานอยู่ ท่ามกลางบรรยากาศที่มีการสื่อสารกันอย่างต่อเนื่องและเปิดเผย วิธีการสนับสนุน ในด้านการสื่อสารมีดังนี้ 2.INTEQC in TOUCH บอร์ดประกาศ ข้อเสนอแนะความคิดเห็น (Suggestion) พนักงานทุกคนควรสนใจและ พยายามเสนอแนะข้อคิดเห็น เพื่อปรับปรุงการด าเนินงานของบริษัทฯ เพื่อ ประหยัดเวลา,ค่าใช้จ่าย,วัสดุ หรือเพื่อปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงานให้ดีขึ้นหรือเพิ่ม ความปลอดภัยกับผู้ปฏิบัติงานให้มากขึ้น
29 IV. สาระน่ารู้ บุคลิก นิสัย ที่ควรสร้างเสริม - ปรับตัวเราให้เข้ากับเพื่อน กลุ่ม องค์กร - เข้าใจ และรับฟังผู้อื่น - มองหน้าเวลาสนทนา - อย่าขัดจังหวะ - ให้เครดิตผู้อื่นตามความเหมาะสม - อย่าโอ้อวดความส าเร็จมากเกินไป - อย่ายกยอปอปั้น - ภูมิใจเมื่อส าเร็จ(ชนะ) ยอมรับเมื่อพ่ายแพ้ - อย่าซุบซิบนินทา และไม่เห็นด้วยกับการนินทา - ให้ความเคารพในคนอื่น “มนุษย์” และตัวเรา - อย่าพยายามท าให้ผู้อื่นประทับใจ โดยคิดว่าเราฉลาดกว่า - อย่าเป็นคนอารมณ์เสียง่าย - ไม่ควรเล่าเรื่องส่วนตัว ปัญหาส่วนตัว ในที่ท างาน
30 เริ่มท าเดี๋ยวนี้ “ เริ่มที่ตัวเรา” * เป็นตัวอย่างและแบบอย่างที่ดี * INTELLIGENCE และ การศึกษา * DRIVE (แรงขับ) * DISCIPLINE (มีกฎระเบียบ) WORKING IT OUT โดย STEPHEN STRASSER 1. ให้ความเข้าใจและเคารพในผู้อื่น (EMPATHY) 2. มีอารมณ์ดี ขัน (HUMOR) พร้อมที่จะรับผิด 3. ความสุภาพ อ่อนน้อม (COURTESY) 4. สร้างความไว้วางใจ (BUILDING TRUST) WORK SMART NOT HARD โดย GREOGE SULLIVAN 1. THE SUCCESS MINDSET ต้องการความส าเร็จ - WINNING ATTITUDE ต้องการชัยชนะ - ENTHUSIASTIC มีความกระตือรือร้น - SELF ESTEEM มีความต้องการ เป็นตัวเองสูงสุด - DESIRE & EXPECTATION หวังและคาดหวัง 2 – 3 ปี 2. มีเป้าหมาย 5 –10 ปี - เป้าหมายระยะสั้น - เป้าหมายระยะยาว 3. THE EDUCATION ADVANTAGE - มีการศึกษาย่อมเป็นต่อ 4. CONTROLLING ORTHERS สามารถควบคุมผู้อื่นได้ - รู้ว่าอะไรท าให้คน TICK 5. PLAYING THE PART - เป็นส่วนหนึ่งของทีม ความส าเร็จ
31 ผู้แพ้…ผู้ชนะ - ผู้ชนะ พูดว่า “ลองหาหนทางดู” ผู้แพ้พูด “ไม่มีใครรู้” - เมื่อผู้ชนะผิดพลาด พูดว่า “เป็นความผิดของผมเอง ผู้แพ้ พูดว่า “มันไม่ใช่ความผิดของผม” - ผู้ชนะ พูดว่า “ถึงแม้ว่ามันยาก แต่มันก็เป็นไปได้เสมอ” - ผู้แพ้“ถึงแม้ว่ามันเป็นไปได้ แต่มันยาก" - ผู้ชนะท างานมากกว่าผู้แพ้ และยังมีเวลาเหลือที่จะท างานอื่น ๆ ผู้แพ้มักจะพูดว่า “ผมก็ยุ่งมากส าหรับงานที่มีอยู่แล้ว” - ผู้ชนะ ลงมือท า… ผู้แพ้ให้สัญญา - ผู้ชนะพูด “ผมยังไม่เก่ง และดีเท่าที่ผมคิดและควรเป็น” ผู้แพ้พูด “ผมยังดีกว่าอีกหลาย ๆ คน” - ผู้ชนะ รับฟัง ผู้แพ้ รอเวลาที่จะพูด - ผู้ชนะ เคารพผู้บังคับบัญชา และพยายามเรียนรู้จากเขา ผู้แพ้ พยายามหาข้อผิดพลาดของผู้บังคับบัญชา - ผู้ชนะ ให้ค าอธิบาย ผู้แพ้ แก้ตัว - ผู้ชนะ มักท าในสิ่งที่มากกว่าได้รับมอบหมาย ผู้แพ้พูดว่า ผมเป็นเพียงลูกจ้างเท่านั้น - ผู้ชนะพูด “มันต้องมีหนทางที่ดีกว่า” ผู้แพ้พูด “ที่นี่เขาก็เป็นอย่างนี้กันตั้งนานแล้ว”
32 ข้อคิดในการท างาน เคยถามตัวองอยู่บ่อยๆ ไหมว่าฝันอยากเป็นอะไร ไม่ต้องเอาระยะเวลาไกลๆ แค่ สัก 3 ปีก็พอแล้วช่วยคิดต่ออีกหน่อยสักนิดว่า จะท าอย่างไรให้ไปถึงฝัน ทุกอย่าง ต้องสร้างภายใต้ความรู้สึกดีๆ ของคุณเอง เพื่อเป็นทางลัดสู่ฝั่งฝันขอแนะน าให้ พัฒนาและปรับปรุงตัวเอง เริ่มจากการตื่นขึ้นมาท างานทุกวันเลยนะ 1. คิดว่าวันนี้เราจะท างานให้มีคุณภาพด้วยต้นทุนต่ า อย่าคิดว่าเป็นเงินของ องค์กรนะคะ เราเริ่มฝึกฝนนิสัยดีๆ ติดตัวไว้วันข้างหน้าสบายแน่ (อย่าซิกแซกแบบ โกง) ไม่ดีแน่! 2. ต้องส่งมอบให้แก่ลูกค้าภายนอกหรือภายในองค์กรอย่างตรงเวลาที่รับปากไว้ แค่นี้ก็มีเสน่ห์เกินคู่แข่งแล้ว 3. คิดท างานแบบเป็นทีม ช่วยกันคิด ช่วยกันท า โตไปด้วยกันดีกว่า มีสุขกันถ้วน หน้าแน่นอน 4. รักษาความลับขององค์กร ข้อนี้ก็ส าคัญนะเคยเล่นเกมข่าวลือหรือเปล่า ข้อมูล ขององค์กรที่ไปเผยแพร่ต่อคนภายนอก ทั้งในที่สาธารณะหรือกระดาษข้อมูลที่ไปอยู่ กับคนภายนอกอาจส่งผลเสียกับองค์กรได้ 5. รู้จักจัดล าดับความส าคัญของงาน โดยมุ่งผลส าเร็จเป็นเป้าหมาย ต้อง พยายามจัดเวลา งาน ตามความส าคัญเพื่อให้งานส าเร็จตามเป้าหมาย ข้อนี้ไม่ใช่ เพื่อใครหรอก เพื่อตัวเรานั่นแหละ 6. มีวินัยในการท างาน ฝึกไว้เถอะเรื่องนี้ที่ส าคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ว่าจะเป็นการตรง ต่อเวลา, การปฏิบัติตามระเบียบขององค์กร 7. ต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เราไม่กลายเป็นผู้แพ้ ถ้าเราหยุดเรียนรู้แค่ 1 วัน คนที่ขยันเรียนรู้กว่าเราก็ชนะเราไปแล้ว 1 ก้าว คุณเลือกได้นะว่าจะเป็นสิงโตที่วิ่งเร็ว ที่สุดหรือเป็นกวางที่วิ่งช้าที่สุดเด็กรุ่นใหม่ที่มีความสามารถก าลังตามคุณมาอยู่ติดๆ แล้ว
33 ที่อยู่ : 77/12 หมู่ 2 ถนนพระราม 2 ต าบลนาโคก อ าเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โทรศัพท์ : 0 3485 1211, 0 3488 6148-156 โทรสาร : 0 3485 1197, 0 3485 1132