The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่ม-8-วิเคราะห์วรรณคดีวิถีไทยนำไปใช้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nukul2506, 2021-07-13 03:57:37

เล่ม-8-วิเคราะห์วรรณคดีวิถีไทยนำไปใช้

เล่ม-8-วิเคราะห์วรรณคดีวิถีไทยนำไปใช้

-ก-

คำนำ

ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหา เป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้เรียนในศตวรรษ

ที่ ๒๑ ยคุ โลกดจิ ติ อล ยคุ สงั คมข่าวสารในโลกอินเทอรเ์ น็ต ซ่งึ เต็มไปด้วยข้อมูลที่มที ั้งเชื่อถือได้ มีคณุ ค่า และข้อมูล

ที่บิดเบือนความจริง ข้อมูลที่มีอคติ พลเมืองของประเทศเป็นทรัพยากรบุคคลที่จำเป็นจึงต้องมีขีดความสามารถ

ในการปรับตัวสูง ใช้วิจารณญาณเพื่อประเมินสิ่งที่ตนอ่านและตัดสินใจว่า จะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด ผู้ที่มี

ความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์จะเป็นผู้ที่สามารถคิดได้ลึกซึ้ง ชาญฉลาด รอบคอบ นำไปสู่การสรา้ งความรู้

ความคิด การตัดสินใจแก้ปัญหา สามารถปรับตวั ได้ทันการเปล่ียนแปลง ในยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน ตลอดจน

นำไปสู่การสรา้ งวิสัยทศั น์ในการดำเนินชวี ิตได้เป็นอยา่ งดี

แนวคิดการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ได้แก่การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ คือแนวการ

จัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนสร้างความรู้ใหม่ ดังนั้นการอ่านเพื่อการคิดวิเคราะห์ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากใน

ชีวิตประจำวัน แต่กลับเป็นปัญหาที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะผู้เรียนส่วนใหญ่อ่าน คิดวิเคราะห์ไม่เป็น ไม่สามารถ

แสดงความคดิ เห็นในเรื่องตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสมและมีคณุ คา่ ผู้สอนจงึ ไดจ้ ดั ทำแบบฝกึ ทักษะการอา่ นเพื่อการคิด

วิเคราะห์ โดยการจัดการเรียนรู้รปู แบบ TBRR Model วชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๒ ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๖

เพื่อพฒั นาผลสมั ฤทธกิ์ ารอา่ น คิดวิเคราะห์ และใชเ้ ปน็ แนวทางในการจัดการเรียนรวู้ ชิ าภาษาไทย หรอื ใช้สอนเสรมิ

นักเรียนที่มีความบกพร่องด้านการอ่าน คิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ซึ่งมีทั้งหมด ๙ เล่ม

ดังน้ี

เลม่ ที่ ๑ พืน้ ฐานการอ่าน คดิ วเิ คราะห์

เลม่ ท่ี ๒ วเิ คราะห์ความหมายของคำและข้อความ

เลม่ ท่ี ๓ วเิ คราะหส์ ือ่ โฆษณานา่ เชื่อถอื

เลม่ ที่ ๔ วิเคราะหข์ ้อเทจ็ จรงิ จากขา่ วสาร

เล่มท่ี ๕ วเิ คราะหข์ ้อเท็จจริงและข้อคิดเหน็ จากบทความ

เล่มท่ี ๖ วเิ คราะห์ความงามงานรอ้ ยกรอง

เล่มที่ ๗ วิเคราะหว์ รรณกรรมท้องถนิ่ ฉะเชิงเทรา

เลม่ ที่ ๘ วเิ คราะห์วรรณคดวี ิถีไทยนำไปใช้

เล่มที่ ๙ วิเคราะหก์ ารรเู้ รื่องการอ่านแนว PISA

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อการคิดวิเคราะห์ โดยการจัดการเรียนรู้

รูปแบบ TBRR Model สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เล่มนี้ จะเป็นแนวทางในการพัฒนาทักษะ

การอ่าน คิดวิเคราะห์แก่ผู้เรียน ได้ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช

๒๕๕๑ และเป็นประโยชน์ต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพ

ดียง่ิ ขึ้นต่อไป

นางนกุ ลู สนั ทัด

ค้า

สารบญั -ข-

คำนำ หนา้
สารบญั ก
คำชแ้ี จง ข
คำแนะนำสำหรับครู ค
คำแนะนำสำหรับนักเรยี น ง
คำแนะนำในการวางแผน และการบริหารการจดั การเรยี นรู้รปู แบบ TBRR Model จ
สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั ฉ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑
แบบทดสอบกอ่ นเรียน ๒
ใบความร้เู รอ่ื ง วิเคราะห์วรรณคดีวถิ ีไทยนำไปใช้ ๓
แบบฝึกทกั ษะที่ ๑ ๗
แบบฝกึ ทักษะท่ี ๒
แบบฝึกทกั ษะท่ี ๓ ๑๐
แบบฝกึ ทักษะที่ ๔ ๑๔
แบบฝึกทกั ษะที่ ๕ ๑๘
แบบทดสอบหลังเรียน ๒๒
ภาคผนวก ๒๖
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน ๓๐
เฉลยแบบฝกึ ทักษะที่ ๑ ๓๔
เฉลยแบบฝกึ ทักษะที่ ๒ ๓๕
เฉลยแบบฝกึ ทักษะท่ี ๓ ๓๖
เฉลยแบบฝกึ ทักษะท่ี ๔ ๓๗
เฉลยแบบฝกึ ทักษะท่ี ๕ ๓๘
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น ๓๙
บรรณานกุ รม ๔๐
๔๑
๔๒

-ค-

คำช้ีแจง

แบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นเพื่อการคิดวเิ คราะห์ โดยการจัดการเรยี นรู้รปู แบบ TBRR Model สำหรบั นกั เรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ประกอบด้วยแบบฝึกทักษะทั้งหมด ๙ เล่ม คือ ๑) พื้นฐานการอ่าน คิดวิเคราะห์
๒) วิเคราะห์ความหมายของคำและข้อความ ๓) วิเคราะห์สื่อโฆษณาน่าเชื่อถือ ๔) วิเคราะห์ข้อเท็จจริงจาก
ข่าวสาร ๕) วิเคราะห์ข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ จากบทความ ๖) วเิ คราะห์ความงามงานรอ้ ยกรอง
๗) วิเคราะห์วรรณกรรมท้องถิ่นฉะเชิงเทรา ๘) วิเคราะห์วรรณคดีวิถีไทยนำไปใช้ ๙) วิเคราะห์การรู้เรื่อง
การอ่านแนว PISA เป็นนวัตกรรมช่วยเร้า และกระตุ้นความสนใจของนักเรียนให้ปฏิบัติตามขั้นตอน
ตามกระบวนการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ ประกอบดว้ ย

สว่ นที่ ๑ ประกอบดว้ ย
๑.๑ คำนำ
๑.๒ สารบัญ
๑.๓ คำชแ้ี จง
๑.๔ คำแนะนำสำหรบั ครู
๑.๕ คำแนะนำสำหรับนักเรยี น
๑.๕ คำแนะนำในการวางแผน และการบรหิ ารการจัดการเรียนรู้รปู แบบ TBRR Model
๑.๖ สาระ/มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวช้วี ัด
๑.๗ จดุ ประสงค์การเรียนรู้

ส่วนที่ ๒ ประกอบด้วย
๒.๑ แบบทดสอบก่อนเรยี น
๒.๒ กรอบเน้อื หา
๒.๓ แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านเพอ่ื การคดิ วเิ คราะห์
๒.๔ แบบทดสอบหลังเรยี น

ส่วนที่ ๓ ประกอบดว้ ย
๓.๑ เฉลยแบบฝกึ ทักษะการอ่านเพื่อการคิดวิเคราะห์
๓.๒ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน และหลงั เรียน
๓.๓ บรรณานกุ รม

-ง-

คำแนะนำสำหรับครูผูส้ อน

แบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อการคดิ วิเคราะห์ โดยการจัดการเรียนรูร้ ปู แบบ TBRR Model สำหรับนักเรียน
ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๖ เล่มท่ี ๒ วิเคราะห์ความหมายของคำและขอ้ ความ ควรปฏิบัตติ ามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้

๑. แบบฝกึ ทกั ษะการอ่าน คิดวเิ คราะห์นี้ ใชเ้ วลา ๒ คาบเรียน
๒. ครูผสู้ อนเตรยี มและสำรวจความพร้อมของแบบฝกึ ทักษะให้เข้าใจชดั เจน
๓. ครผู ู้สอนศกึ ษาเน้ือหาและลำดับขั้นตอนของแบบฝึกทกั ษะใหเ้ ข้าใจชดั เจน
๔. กอ่ นลงมือสอนหรือปฏิบัติกจิ กรรม ครูผู้สอนควรอธิบายให้นักเรยี นทราบถึงจดุ ประสงค์ ใน
การทำแบบฝึกทักษะแตล่ ะคร้ัง และใหน้ ักเรยี นเหน็ ประโยชน์ และคุณค่าของการทำแบบฝึกทักษะ
๕. ใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี นรายบคุ คล ก่อนทจ่ี ะศึกษาแบบฝึกทักษะแต่ละเล่ม ซึง่ ใน
แต่ละเลม่ จะมแี บบทดสอบย่อยกอ่ นเรียนและหลงั เรียน
๖. การทำแบบฝึกทักษะใชก้ ระบวนการกลุ่ม ๆ ละ ๕ - ๘ คน ตามความเหมาะสม
นกั เรียนควรมสี ว่ นร่วม เชน่ รว่ มคดิ รว่ มแสดงความคิดเหน็ อภปิ ราย และสรุปองค์ความรู้ดว้ ยตนเอง
๗. ขณะทนี่ กั เรียนศกึ ษาแบบฝึกทักษะและปฏิบัติกจิ กรรม ครูผสู้ อนควรกำกับดูแลอยา่ งใกล้ชดิ
หากนกั เรียนคนใดสงสยั ใหแ้ นะนำเปน็ รายบุคคลหรอื รายกล่มุ
๘. การทำแบบฝึกทักษะทกุ ครั้งใหค้ รผู สู้ อนบันทกึ ผลหลังสอน เพอ่ื ดูพฒั นาการของนกั เรยี น
๙. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียนอีกครั้งหนึ่ง
๑๐. ครูบันทึกผลคะแนนทุกคร้งั ท่ีนักเรียนทำแบบฝึกทักษะ เพ่ือสังเกตพฒั นาการของนักเรียน

-จ-

คำแนะนำสำหรับนกั เรยี น

แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านเพื่อการคิดวเิ คราะห์ โดยการจดั การเรียนรู้รูปแบบ TBRR Model สำหรับนกั เรียน
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๖ เล่มที่ ๘ วิเคราะหว์ รรณคดีวถิ ีไทยนำไปใช้ ทนี่ ักเรยี นจะได้ศึกษา ตอ่ ไปนี้ เป็นแบบฝึกเสริม
ทักษะเพื่อพัฒนาการอ่าน คิดวิเคราะห์ที่เหมาะสมกับวัยของนักเรียน สามารถศึกษาได้ด้วยความเข้าใจ และ
ประสบความสำเรจ็ ในการเรยี นดว้ ยการปฏิบัตติ ามคำแนะนำ ต่อไปนี้

๑. แบบฝกึ ทักษะการอา่ นเพ่ือการคิดวเิ คราะห์ เล่มท่ี ๘ วิเคราะห์วรรณคดวี ิถีไทยนำไปใช้ ใช้
เวลาในการศึกษา ๒ คาบเรยี น

๒. แบง่ กลุ่ม ๆ ละ ๕-๘ คน โดยคละความสามารถนักเรียนในกลมุ่ เปน็ เกง่ ปานกลาง และอ่อน
ต้ังช่ือกลุ่ม เลือกประธาน เลขานกุ าร และกำหนดบทบาทของสมาชกิ ภายในกลุ่ม

๓. อา่ นคำแนะนำ ตัวช้ีวัด และจุดประสงค์การเรียนร้ใู หเ้ ข้าใจกอ่ นลงมือศึกษาการใช้
แบบฝึกทกั ษะเพ่ือการอา่ นคิดวเิ คราะห์ ใหเ้ ข้าใจก่อนลงมือศกึ ษาแบบฝึกตามขัน้ ตอนท่ีกำหนดไว้

๔. นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นรายบคุ คล จำนวน ๑๐ ขอ้ โดยใชเ้ วลา ๑๕ นาที
เพอ่ื ประเมินความรู้เดิมของนักเรียน

๕. ใหแ้ ต่ละกล่มุ ศึกษาใบความรู้และเรมิ่ ดำเนินกจิ กรรมตามลำดับขัน้ ในแบบฝึกทักษะ
ทั้งเปน็ รายบคุ คล และระดมความคดิ เปน็ ระบบกลมุ่ เพอ่ื ให้นักเรยี นได้รว่ มคิด รว่ มแสดงความคดิ เหน็ อภิปราย
และสรปุ องค์ความรดู้ ้วยตนเอง

๖. ขณะทน่ี กั เรียนปฏิบัติกจิ กรรมในแบบฝกึ ทกั ษะ ใหน้ ักเรียนทกุ คนตั้งใจปฏิบตั ิ
ให้ความรว่ มมือทกุ คร้งั เม่ือปฏิบตั กิ ิจกรรมกลุม่ มนี ้ำใจซงึ่ กนั และกนั มีความซ่ือสตั ยต์ อ่ ตนเอง และมี
ความรับผิดชอบในการฝึกทักษะ

๗. กจิ กรรมสุดท้ายของแบบฝึกทักษะเป็นกจิ กรรมพฒั นาการคิดวเิ คราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์
โดยการรวบรวมความคดิ ของสมาชิกทกุ คนภายในกลมุ่ นำมาสรุปเป็นความคดิ ของกลุ่ม และสามารถแสดงผลงาน
ด้วยวธิ กี ารต่าง ๆ เช่น แผนภาพความคดิ การอภิปราย ทำป้ายประกาศ บทบาทสมมติ การนำเสนอด้วยเทคโนโลยี
สารสนเทศ ตามความเหมาะสม

๘. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี นรายบุคคล จำนวน ๑๐ ขอ้ โดยใชเ้ วลา ๑๕ นาที
๙. ตรวจคำตอบจากเฉลยแบบทดสอบหลังเรียนพร้อมบันทึกผลคะแนนท่ีได้ เพอื่ ตรวจสอบ
ความกา้ วหนา้ ทางการเรยี นซี่งนกั เรยี นต้องทำแบบทดสอบหลงั เรยี นใหไ้ ดร้ ้อยละ ๘๐ ข้ึนไป จึงจะผา่ นเกณฑ์ ถ้า
นักเรยี นไม่ฝา่ นเกณฑ์ตามท่กี ำหนดให้ทบทวนเน้ือหาแลว้ ให้ทำแบบทดสอบหลงั เรียนอีกครัง้ หากผา่ นเกณฑ์ให้
ศึกษาแบบฝึกทักษะการอา่ นเพอื่ การคิดวิเคราะห์ เล่มท่ี ๙ ตอ่ ไป

-ฉ-

คำแนะนำในการวางแผน และการบรหิ ารการจัดการเรยี นรู้
รูปแบบ TBRR Model

การจัดการเรยี นรรู้ ปู แบบ TBRR Model มีองค์ประกอบทีส่ ำคญั ๔ ประการ ดังนี้
T : Teamwork คือ การทำงานเป็นทมี สมาชิกในกล่มุ มีเปา้ หมายเดียวกัน ม่งุ มน่ั มรี ะบบการทำงาน

ทชี่ ดั เจน ทุกคนรหู้ น้าที่ ปฏิบตั ภิ ารกจิ ให้ดีทส่ี ดุ สามคั คี ให้ความรว่ มมือ ชว่ ยเหลือเกื้อกลู รว่ มภาคภมู ใิ จด้วยกัน
B : Brainstorming คือ การระดมความคิด เพื่อการแก้ไขปัญหาจากหลายมุมมองโดยไม่มีการตัดสิน

ถกู ผดิ ของสมาชกิ ในกลมุ่ เพ่ือหาทางเลอื กในการตัดสินใจ ความคดิ ใหม่ ๆ และใชใ้ นการวางแผน
R : Reading Literacy & Creative คอื ความรแู้ ละทกั ษะท่ีจะเขา้ ใจเร่ืองราวและสาระของส่งิ ท่ีได้อ่าน

ตีความ หรือแปลความหมายของข้อความที่ได้อ่าน และประเมิน คิดวิเคราะห์ จากประสบการณ์เดิมที่จะเชื่อมโยง
กับความรู้ใหม่หรือสิ่งใหม่ นำไปสู่การสังเคราะห์ สร้างสรรค์ และสามารถแก้ปัญหาได้ นำมาปรับประยุกต์ใช้ได้
ในชีวติ จรงิ

R : Reporting คือ การที่ผู้เรียนสื่อสารและนำเสนอผลการเรียนรู้ด้วยภาษา วิธีการและเทคโนโลยี
สารสนเทศท่เี หมาะสม

แนวการจัดการเรยี นรูร้ ูปแบบ TBRR Model
การจดั การเรยี นรู้รูปแบบ TBRR Model แบ่งเปน็ ๔ ขัน้ ตอน โดยแต่ละขน้ั ตอนมีแนวทาง ดงั นี้
๑. ขั้นการทำงานเป็นทีม (Teamwork) แบ่งกลุ่มนักเรียน ๕ – ๘ คน ตามจำนวนที่เหมาะสม ให้ใช้

วิธีการแบ่งกลุ่มที่น่าสนใจ ให้แต่ละกลุ่มแบ่งหน้าที่โดยการเลือกประธาน เลขานุการ สมาชิกภายในกลุ่มต้องรู้
บทบาทหนา้ ท่ขี องตน เชน่ เป็นผู้อ่านคำถาม ผตู้ รวจสอบ ผู้กระตนุ้ ใหส้ มาชิกชว่ ยกันคิดหาคำตอบ และผู้จดบันทึก
ต้องมคี วามรับผดิ ชอบ มีการวางแผนการทำงานรว่ มกันให้ความร่วมมือช่วยกันแก้ปญั หาเพ่ือใหบ้ รรลุผลสำเร็จตาม
เป้าหมาย

๒. ขัน้ การระดมความคิด (Brainstorming) ให้แตล่ ะกลมุ่ ศึกษาแบบฝกึ ทักษะการอ่านเพือ่ การคดิ
วิเคราะห์ ปฏบิ ัติตามกจิ กรรมท่กี ำหนดไว้ ให้ทุกคนไดม้ ีสว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งอสิ ระ ไมม่ กี ารตัง้
กรอบ หรอื ประเมนิ ถูกผิดขณะระดมความคดิ โดยกำหนดเวลาทีเ่ หมาะสมกับการทำกิจกรรม ใหเ้ ลขานุการเป็นผู้
บันทกึ ทุกความคดิ จากนั้นนำความคิดที่ได้มาประมวลผล

๓. ข้ันการอ่านเพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ และคิดสร้างสรรค์ (Reading Literacy & Creative)
เป็นการประเมินการอ่านเพื่อการปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งความสามารถอย่าง
เตม็ ศกั ยภาพ โดยการกำหนดภาระงานให้สมาชิกภายในกล่มุ แสดงความสามารถในการแก้ปัญหา รวมท้งั การแสดง
ความคิดสร้างสรรค์ในการแกป้ ัญหา และสามารถนำไปปรบั ใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้

-ช-

๔. ข้ันรายงานและนำเสนอ (Reporting) ข้นั แสดงผลงานการสรา้ งความรู้ของกลมุ่ ใหผ้ อู้ ่นื รับรู้
เป็นการช่วยให้ผู้เรียนไดต้ รวจสอบความเข้าใจของตนเอง และช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้ความคดิ สร้างสรรค์ ผู้เรียน
สามารถแสดงผลงานด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การอภิปราย ทำป้ายประกาศ บทบาทสมมติ การนำเสนอด้วย
เทคโนโลยสี ารสนเทศ ตามความเหมาะสม

๕. ข้ันรายงานและนำเสนอ (Reporting) ขนั้ แสดงผลงานการสรา้ งความร้ขู องกลุ่มให้ผูอ้ น่ื รบั รู้
เป็นการชว่ ยให้ผู้เรยี นได้ตรวจสอบความเข้าใจของตนเอง และชว่ ยสง่ เสรมิ ใหผ้ ูเ้ รียนใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผเู้ รยี น
สามารถแสดงผลงานด้วยวธิ กี ารตา่ ง ๆ เช่น การอภิปราย ทำปา้ ยประกาศ บทบาทสมมติ การนำเสนอดว้ ย
เทคโนโลยสี ารสนเทศ ตามความเหมาะสม

ความสำคัญของ TBRR Model

๑. การเรียนรดู้ ้วยตนเอง ตามแนวคดิ การจดั การเรียนรโู้ ดยเนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคญั เปน็ การสอนให้
สามารถลงมือปฏิบตั ิ กลา้ คดิ กลา้ แสดงออก เปลีย่ นจากการเรียนแบบรบั ฟังอย่างเดยี ว (passive) เปน็ การเรยี นรู้
ด้วยตนเอง (active) ยั่วยุใหเ้ ดก็ สนใจใฝ่ร้เู ป็นการเรยี นรู้เพ่ือแก้ปัญหา

๒. การทำงานเป็นทมี เป็นการเรียนร้เู พือ่ ส่งเสริมความสามัคคี การทำงานร่วมกัน การชว่ ยเหลอื
เกื้อกูลกนั การยอมรบั ความคิดเหน็ ซงึ่ กันและกนั ตามวถิ ีชวี ติ ระบอบประชาธิปไตย ฝกึ ความเป็นผู้นำ ผตู้ ามที่ดี
สง่ เสรมิ คุณธรรมจรยิ ธรรม

๓. การฝึกทักษะเพื่อพฒั นาการคิดวิเคราะห์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ และการแก้ไขปญั หา สามารถที่จะ
พฒั นาเด็กไทยให้มคี ุณภาพพร้อมรองรับสถานการณใ์ นอนาคต อันจะส่งผลใหป้ ระเทศมีความมั่นคง ยง่ั ยนื พฒั นา
ตอ่ ไป

๔. การสอ่ื สารและนำเสนอ เป็นสมรรถนะสำคัญในระดบั สากลทำใหผ้ ู้เรียนไดม้ ีพัฒนาการทางดา้ น
ภาษา และมีความสามารถในการนำเสนอ มีทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

-๑-

สาระ / มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชว้ี ัด

สาระที่ ๑ การอ่าน

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพ่อื นำไปใช้ตดั สินใจแกป้ ญั หา
ในการดำเนนิ ชีวติ และมนี ิสัยรักการอา่ น

ตวั ชว้ี ัด
ม.๔-๖/๓ วิเคราะหแ์ ละวิจารณเ์ รอื่ งที่อ่านในทุก ๆ ดา้ นอยา่ งมเี หตผุ ล
ม.๔-๖/๔ คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเรื่องท่ีอ่านและประเมินคุณคา่ เพ่ือนำความรู้
ความคิดไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการดำเนินชีวิต
ม.๔-๖/๕ วิเคราะห์ วจิ ารณ์ แสดงความคิดเหน็ โต้แย้งกับเรอ่ื งที่อ่าน และเสนอความคิดใหม่
อย่างมเี หตผุ ล
ม.๔-๖/๖ ตอบคำถามจากการอ่านงานเขยี นประเภทตา่ ง ๆ ภายในเวลาทีก่ ำหนด
ม.๔-๖/๗ อา่ นเรื่องต่าง ๆ แลว้ เขยี นกรอบแนวคิดผังความคดิ บันทึก ยอ่ ความ และรายงาน
ม.๔-๖/๘ สงั เคราะห์ความรู้จากการอา่ นสอ่ื สง่ิ พมิ พ์ สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ และแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ
มาพฒั นาตน พฒั นาการเรียน และพฒั นาความร้ทู างอาชีพ

-๒-

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๑. ด้านความรู้ (K)
นักเรยี นเขา้ ใจความหมาย และหลกั เกณฑ์ของการอา่ น คดิ วิเคราะห์วรรณคดีไทย

๒. ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๒.๑ นักเรียนสามารถ สรุปใจความสำคญั ลำดบั เหตุการณ์ จากการอา่ นวรรณคดีไทย
๒.๒ นักเรียนสามารถ แยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ ข้อคิดเหน็ และสรุปข้อคิดจากการอา่ นวรรณคดีได้
ถกู ต้อง
๒.๓ นกั เรียนสามารถวเิ คราะห์ วิจารณ์ ความสมเหตสุ มผล ความน่าเชือ่ ถือ
ลำดับความและ ความเป็นไปไดข้ องขอ้ มลู ท่อี ่าน
๒.๔ นกั เรยี นสามารถสรุปคณุ ค่า แนวคิด แง่คดิ ที่ไดจ้ ากการอ่านบทร้อยกรองรว่ มสมยั
นำไปประยกุ ตใ์ ช้ไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม

๓. สาระการเรยี นรู้
การอ่าน คดิ วิเคราะห์วรรณคดไี ทย

๔. ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
๔.๑ ตระหนักในคุณค่าของการอ่าน คิดวเิ คราะห์
๔..๒ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน
๔.๓ มีวินัย
๔.๔ ซอ่ื สตั ย์สุจริต

-๓-

แบบทดสอบก่อนเรยี น

เรอ่ื ง วิเคราะหว์ รรณคดวี ิถไี ทยนำไปใช้

คำช้แี จง

๑. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบเป็นรายบุคคล

๒. แบบทดสอบฉบับน้ีเป็นแบบเลือกตอบ มีท้ังหมด ๑๐ ข้อ ข้อละ ๑ คะแนน

๓. เลอื กคำตอบท่ถี กู ตอ้ งทสี่ ดุ เพียงคำตอบเดียว

๔. ให้นกั เรยี นทำเคร่อื งหมายกากบาท (X) ลงในช่องที่ตรงกบั อักษร ก ข ค ง

ในกระดาษคำตอบท่ีแจกให้

๕. ห้ามขีดเขยี นขอ้ ความใด ๆ ลงในแบบทดสอบ

********************************

๑. ขอ้ ใดแสดงถงึ ความเชือ่ ตา่ งจากข้ออืน่

ก. เดชะพระเวทวเิ ศษขลงั สหี มอกมีกำลงั ขึ้นดงั เก่า

ข. คิดพลางทางร่ายมนตส์ ะกด หลบั หมดเงยี บดีไม่มีเสียง

ค. ถงึ เดือนสิบจวนสารทยงั ขาดวัน คิดกันจะมเี ทศน์ดว้ ยศรทั ธา

ง. ยงั เครอ่ื งรางปลุกเสกล้วนเลขยันต์ ฤๅขวญั เข้าเจ้ารังเกยี จด้วยเกลียดผี

ตอบคำถาม ข้อ ๒ - ๔ จากบทอา่ นต่อไปนี้ เจา้ ตกแต่งเคร่ืองเรอื นไว้หนักหนา
อัจกลับตามวางกระจา่ งแสง ขันล้างหน้าพานรองของผ้ดู ี
เรยี งลำดับวางไว้เป็นท่ีที่
เครอ่ื งแป้งจดั ตั้งไว้หลังมา้ โต๊ะหวตี ้ังเรียงไว้เคยี งกนั
เคร่อื งนากเคร่ืองทองสองสำรับ ท้งั ผา้ ผอ่ นพับเรยี บทกุ ส่ิงสรรพ์
โถขผี้ งึ้ แปง้ ร่ำน้ำมนั ตานี คนั ฉ่องแกะงาเปน็ หนา้ พรหม
โตกพานหีบปดั จดั ต้ังซอ้ น
เครอ่ื งไหวพ้ ระน้ันจัดอัฒจนั ทร์ (ขนุ ชา้ งขุนแผน)

๒. บทอ่านข้างตน้ ใช้โวหารประเภทใด ข. สาธกโวหาร
ก. อุปมาโวหาร ง. พรรณนาโวหาร
ค. บรรยายโวหาร
ข. มัธยสั ถ์
๓. ขอ้ ใดคือลักษณะของตวั ละครในบทอา่ น ง. ขยนั หม่นั เพยี ร
ก. อดทน
ค. มรี ะเบยี บ

-๔-

๔. ข้อใดกลา่ วถึงลวดลายของสิ่งของเคร่อื งใช้ ข. บาทที่ ๓
ก. บาทที่ ๑ ง. บาทที่ ๖
ค. บาทที่ ๕

ตอบคำถาม ข้อ ๕ - ๘ จากบทอา่ นตอ่ ไปน้ี

ครัน้ กวนอแู จ้งในหนงั สือแล้วก็ร้องไห้ จงึ วา่ แกต่ นั จน๋ิ ว่า ซงึ่ เรามาอยู่กบั โจโฉน้ีเพราะความจำใจ
จะได้ลืมพี่เสียนั้นหามิได้ ถึงอาสาโจโฉไปทัพครั้งไรก็สืบข่าวอยู่มิได้ขาด ครั้นรู้ว่าเล่าปี่อยู่กับอ้วนเสี้ยว
กค็ ดิ อยู่วา่ จะไปหาแตย่ งั มิได้ที ตนั จนิ๋ จงึ ว่าท่านรักษาสตั ยอ์ ยู่ดงั นั้น จงเร่งคดิ อ่านไปหาเล่าปใ่ี ห้จงได้ กวนอู
จึงตอบว่า เมื่อจะเข้าไปอยู่กับโจโฉนั้น เราก็ได้ว่ากล่าวไว้ถึงสามประการ ครั้นรู้ข่าวบัดนี้จะรีบไปตาม
สัญญา คนทั้งปวงก็จะล่วงครหานินทาได้ จำเราจะคิดผันผ่อนลาโจโฉเสียให้เป็นทีก่อน ถึงมาตรว่าโจโฉ
มิให้ไปเราก็จะไปให้ได้ แล้วกวนอกู ็แตง่ หนังสอื ตอบเลา่ ป่ีตามเน้อื ความหนหลงั ทุกประการ

(สามก๊ก, เจา้ พระยาพระคลงั (หน))

๕. “หนงั สอื ” ในที่นม้ี ีความหมายว่าอะไร ข. จดหมาย
ก. คำพดู ง. หนงั สอื
ค. เครือ่ งหมาย

๖. จากบทอา่ นแสดงใหเ้ ห็นถึงลักษณะของ “กวนอ”ู ยกเว้นขอ้ ใด

ก. มีเหตุผล ข. รักษาคำพดู

ค. สุภาพอ่อนโยน ง. คดิ ถงึ ความรูส้ ึกของผูอ้ ่นื

๗. “กวนอ”ู รอ้ งไหจ้ ากสาเหตุใด ข. เสียหน้า
ก. เสียใจ ง. อัดอนั้ ตนั ใจ
ค. กังวลใจ

๘. “รักษาสตั ย”์ ในทีน่ ้ีแสดงถึงการรักษาสัตยต์ ่อใคร ข. เล่าป่ี
ก. โจโฉ ง. อว้ นเสย้ี ว
ค. ตนั จิ๋น

-๕-

ตอบคำถาม ข้อ ๙ - ๑๐ จากบทอ่านตอ่ ไปน้ี คดิ มะกรูดนางสางสะผม
กล่นิ ขจรจายเรยี มสบายใจ
มะกรูดสองแถวทาง แถวพนม
แกเ้ กล้าเจ้าผ่ึงลม พา่ งเพีย้ ง
รวยรน่ื
ตน้ มะกรดู สองเถอ่ื นถ้อง รืน่ ล้ำเรียมสบายฯ
มะกรดู เหมือนนางสะผม (กาพย์หอ่ โคลงนริ าศธารโศก, เจ้าฟา้ ธรรมธิเบศร)
แกเ้ กล้าเจ้าผึง่ ลม
ขจรสคุ นธ์กล่ินเกลย้ี ง ข. ผหู้ ญิงปล่อยผมตากลม
ง. มตี น้ มะกรูดอย่สู องข้างทาง
๙. บทอ่านขา้ งต้นไม่ได้กลา่ วถึงเรื่องใด
ก. ตน้ มะกรดู มีกลน่ิ หอม ข. ค่านิยมของผหู้ ญิงในสมัยก่อน
ค. ผู้หญงิ ใชม้ ะกรดู สระผม ง. ภูมปิ ญั ญาเก่ียวกบั การใชส้ มนุ ไพรไทย

๑๐. บทอา่ นข้างต้นให้ข้อมูลเก่ียวกับเรือ่ งใด
ก. ความเช่ือเกย่ี วกับความงาม
ค. การดำเนินชวี ติ ของคนสมัยโบราณ

-๖-

กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น

ช่ือ - สกลุ .......................................................................ระดบั ชนั้ ม...../..... เลขที่..............

ข้อ ก ข ค ง
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.

รวม

-๗-

ใบความรู้ การอา่ นคดิ วิเคราะห์วรรณคดี

จุดมุ่งหมายในการอ่านวรรณคดี
การอ่านวรรณคดีคือการพยายามทำความเข้าใจบทประพันธ์ให้ทะลุปรุโปร่งและพยาย ามใช้จินตภาพ

สร้างสภาพอารมณ์ของกวีข้ึนในจิตใจของเรา เพื่อจะได้เข้าถึงสารท่ีกวีต้องการสื่อ
การประพันธ์วรรณคดีเป็นการสื่อสารอย่างหน่ึง กวสี ามารถระบายความรู้สึกของตนโดยใช้ภาษาเป็น

สื่อ กล่อมเกลาโน้มน้าวผู้อ่านให้มีความคิดและอารมณ์คล้อยตามกวี ผู้อ่านจะรับสารของกวีได้ก็โดยเอาใจกวีมา
ใส่ใจตน เพื่อให้มีคลื่นในการสื่อสารตรงกัน ดังน้ันถ้าเราอ่านหนังสือของกวีคนใด เราต้องอ่านด้วยจิตใจท่ีสอด
ประสานกับกาลสมัยท่ีแต่งหนังสือนั้น ต้องอ่านด้วยสติปญั ญาหรือใช้วิจารณญาณ คืออ่านแล้วนำไปคิด
ต่อ กลั่นกรองแล้วสกัดเอาคุณค่าท่ีแท้จริงออกมา ทั้งคุณค่าทางด้านอารมณ์ และคุณค่าทางความคิด

วรรณกรรมและวรรณคดีคืออะไร
วรรณกรรม เป็นงานศิลปะท่ีใช้ภาษาเป็นส่ือ ผลงานสร้างสรรค์ที่เกิดจากความรู้สึกและความนึกคิดของ

มนุษย์
วรรณกรรมเร่ืองใดที่มีคนอ่านแล้วอ่านอีและถ่ายทอดสืบต่อกันมาช้านาน ถือเป็นผลงานท่ีมีคุณค่าควร

แก่การศึกษา เพราะมีกาลเวลาเป็นเครื่องตัดสินอย่างหนึ่งและมีกลุ่มบุคคลในอดีตกล่าวยกย่องไว้ เราเรียก
วรรณกรรมประเภทนว้ี ่าวรรณคดี

การอ่านวรรณคดีมีคุณคา่ อย่างไร
๑. คุณค่าทางด้านอารมณ์สร้างความบันเทิงใจ สร้างความจรรโลงใจ
ความบันเทิงใจ คือ ความอ่ิมใจอิ่มอารมณ์เม่ือได้เสพงานศิลป์
ความจรรโลงใจ คือ ความผ่องใส ชื่นบาน และร่าเริงหายจากความหมกมุ่นกังวล มีจิตใจท่ีขัดเกลาและมี

อารมณ์ท่ีกล่อมเกลาแล้ว
๒.คุณค่าการอ่านวรรณคดีไทยมีทั้งด้านอารมณ์และคุณธรรม
คุณค่าทางด้านอารมณ์ ความอ่ิมอารมณ์จากวรรณคดีมีท้ังเน้ือหาที่สนุกชวน

ติดตามและเสียงไพเราะที่ทำให้เพลินอารมณ์
คุณค่าด้านคุณธรรม กวีแสดงคุณธรรมไว้ในผลงานของตน ทั้งทางตรงและทางอ้อม
๓.คุณค่าการอ่านวรรณคดีทำให้ผู้อ่านเข้าใจชีวิตมนุษย์ได้มากขึ้น

-๘-

การวิจักษ์และการวิจารณ์วรรณคดี
การวิจักษ์วรรณคดี คือการเกิดความเข้าใจแจ่มแจ้งจนตระหนักในคุณค่าของวรรณคดีว่าเป็นงานศิลปะท่ี

ถึงพร้อมเพียงใด มีข้อดีเด่นอย่างไร มีข้อด้อยอย่างไร มีข้อคิดที่สัมพันธ์กับชีวิตจริงเพียงใด การตระหนัก
นำไปสู่ ความซาบซึ้งในคุณค่าทำให้เกิดความหวงแหนอยากจะรักษาไว้เป็นสมบัติชาติต่อไป

การวิจารณ์วรรณคดี คือการแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับวรรณคดี และคิดค้นหาเหตุผลมาอธิบายถึงการ
แสดงความคิดเห็น จึงมีหลักการในการวิจารณ์วรรณคดี เช่น การวิจารณ์แบบอิงชีวประวัติของกวี การวิจารณ์
แนวจิตวิทยา การวิจารณ์แนวสังคม การวิจารณ์แนวปรชั ญา เป็นต้น

แนวพิจารณารูปแบบของวรรณคดี
๑.ร้อยแก้ว
๒.ร้อยกรอง

แนวพิจารณาตามเนื้อหา
๑.บันเทิงคดี
๑.๑ บทมหรสพ
๑.๒ เรื่องเล่า
๑.๓ บทพรรณนา
๒. สารคดี

แนวทางพิจารณาเนื้อหาและกลวิธีในวรรณคดี
๑. เนื้อเร่ือง
๒. โครงเร่ือง
๓. ตัวละคร
๔. ฉาก
๕. บทเจรจาหรือรำพึงรำพัน
๖. แก่นเรื่อง

-๙-

การพิจารณาวรรณคดีประเภทร้อยกรอง
๑. รูปแบบกับเน้ือเร่ืองเหมาะสมกันหรือไม่
๒.ภายในเนื้อเร่ืองมีรายละเอียดที่ขัดแย้งกันหรือสอดคล้องกัน
๓. ส่ิงท่ีประกอบเป็นเนื้อหาเช่น โครงเรื่อง ตัวละคร กาลสมัย ความนึกคิด ขัดแย้งกันหรือไม่
๔.ตัวละครถ้ามีทำให้เกิดความนึกคิดไปในทางท่ีน่าสนใจหรือไม่
๕. มีภาพพจน์ถ้อยคำสำนวนจับใจหรือไม่
๖. ทรรศนะของผู้ประพันธ์ รสนิยม คติต่างๆ สอดคล้องกันหรือขัดแย้งกัน แนวคิดเป็นของตนเองหรือ

คัดลอกมา พัฒนาการทางอารมณ์อยู่ในเกณฑ์สูงหรือต่ำ
๗. ความมุ่งหมายของผู้ประพันธ์ เหมาะสมกับกลวธิ ีที่ใช้ในการประพันธ์ ในด้านเน้ือเร่ือง นิสัยตัวละคร
๘. ความรู้ของผู้ประพันธ์ดีหรอื บกพร่อง
๙.กลวิธีการร้อยกรอง แสดงความรู้สึก ความคิดเห็น เหมาะสมหรือไม่

-๑๐-

แบบฝึกทกั ษะที่ ๑
วิเคราะห์วรรณคดีวถิ ีไทยนำไปใช้

คำช้แี จง ให้นกั เรยี นอ่านวรรณคดแี ละตอบคำถามต่อไปนี้
สามกก๊

ตอบคำถาม ข้อ ๑ - ๓ จากบทอา่ นต่อไปนี้

คร้นั กวนอแู จ้งในหนังสือแล้วก็ร้องไห้ จงึ ว่าแก่ตนั จิ๋นว่า ซง่ึ เรามาอยู่กบั โจโฉน้ีเพราะความจำใจ
จะได้ลืมพี่เสียนั้นหามิได้ ถึงอาสาโจโฉไปทัพครั้งไรก็สืบข่าวอยู่มิได้ขาด ครั้นรู้ว่าเล่าปี่อยู่กับอ้วนเสี้ยว
ก็คดิ อยวู่ า่ จะไปหาแตย่ ังมิได้ที ตันจ๋ินจงึ ว่าท่านรักษาสัตยอ์ ยดู่ งั นัน้ จงเรง่ คิดอ่านไปหาเล่าปีใ่ หจ้ งได้ กวนอู
จึงตอบว่า เมื่อจะเข้าไปอยู่กับโจโฉนั้น เราก็ได้ว่ากล่าวไว้ถึงสามประการ ครั้นรู้ข่าวบัดนี้จะรีบไปตาม
สัญญา คนทั้งปวงก็จะล่วงครหานินทาได้ จำเราจะคิดผันผ่อนลาโจโฉเสียให้เป็นทีก่อน ถึงมาตรว่าโจโฉ
มใิ หไ้ ปเรากจ็ ะไปให้ได้ แล้วกวนอูกแ็ ตง่ หนงั สอื ตอบเล่าป่ีตามเน้อื ความหนหลงั ทกุ ประการ

(สามกก๊ , เจา้ พระยาพระคลัง(หน))

๑. “หนงั สอื ” ในทน่ี ้มี ีความหมายวา่ อะไร

ก. คำพดู ข. จดหมาย

ค. เคร่ืองหมาย ง. หนังสอื

๒. จากบทอา่ นแสดงใหเ้ หน็ ถึงลักษณะของ “กวนอ”ู ยกเวน้ ขอ้ ใด

ก. มีเหตุผล ข. รักษาคำพดู

ค. สุภาพออ่ นโยน ง. คดิ ถงึ ความรสู้ กึ ของผ้อู น่ื

๓. “กวนอู” รอ้ งไหจ้ ากสาเหตใุ ด

ก. เสยี ใจ ข. เสยี หน้า

ค. กังวลใจ ง. อดั อนั้ ตันใจ

-๑๑-

“กวนอูได้ฟังดังน้ันก็โกรธ จึงว่าแกเ่ ตยี วเลี้ยวว่าเดิมเราถามตัวเราว่าจะเกลย้ี กล่อมหรือตัวว่าหามิได้

แลตัวมาว่ากล่าวดงั น้ี จะวา่ ไม่เกล้ียกล่อมนนั้ ตัวจะประสงค์ส่ิงใดเลา่ แล้ววา่ เราอยู่ในท่ีนี้ก็เป็นท่ีคบั

ขันอยู่ ซึง่ เราจะเข้าด้วยผ้ใู ดนอกจากเลา่ ปีน่ ้ันอยา่ สงสัยเลย”

(สามก๊ก, เจ้าพระยาพระคลงั (หน))

๔. ขอ้ ใดกลา่ วเกยี่ วกับการใชค้ ำในข้อความข้างตน้ ไดถ้ ูกต้อง

ก. เลือกใชค้ ำได้ถูกต้องตรงตามความหมาย

ข. เลอื กใช้คำทเี่ หมาะแก่ลักษณะคำประพนั ธ์

ค. เลือกใช้คำท่ีเหมาะสมแกเ่ นื้อเรือ่ งและฐานะบคุ คล

ง. เลอื กใชค้ ำทลี่ ะเอยี ดลออสอ่ื ความหมายอยา่ งมีนัยประหวดั

. “...โจโฉ จงึ ถามเทียหยกว่า ท่านจะคิดล่อลวงประการใด เทียหยกจึงวา่ จบั ทหารเลา่ ปี่ไว้ไดเ้ ป็นอนั

มาก จงบำเหน็จรางวัล ให้ถงึ ขนาด แลว้ ส่งั ใหท้ ำตามคำเรา จึงปล่อยเขา้ ไปในเมืองให้บอกวา่ หนี

กลบั มาได้ ถ้าเราจะท าการก็ใหเ้ ปน็ ไส้ศกึ อยูใ่ นเมือง แลว้ ให้แตง่ ทหารไปรบลอ่ ถ้ากวนอูไลอ่ อกมา

นอกเมืองแลว้ จงึ ใหท้ หารซงึ่ ซุ่มอย่สู องข้องล้อมไว้ จึงแตง่ ให้ผมู้ ีสตปิ ัญญาไปเกลยี้ กลอ่ มกวนอูเหน็

จะไดโ้ ดยงา่ ย…”

(สามก๊ก, เจา้ พระยาพระคลงั (หน))

๕.ข้อความข้างต้น สะท้อนคุณค่าทางด้านสังคมอยา่ งไร

ก. สะท้อนค่านยิ มในการปฏิบัติตนในสงั คม ข. สะทอ้ นเรื่องราวความเชื่อของคนในสงั คม

ค. สะท้อนแนวคดิ เกี่ยวกบั การทำสงครามของจีน ง. สะทอ้ นเก่ียวกับขนบธรรมเนียมประเพณจี ีน

๖.“ฝ่ายโจโฉทำนุบำรุงกวนอูมิให้อนาทร สามวันแต่งโตะ๊ ไปใหค้ รงั้ หนงึ่ ห้อวันคร้ังหนง่ึ ” คำว่า แต่งโตะ๊ ในทีน่ ี้

หมายถงึ

ก. ตกแต่งโตะ๊ ให้วายงาม ข. มอบโตะ๊ ที่สวยงามให้กับกวนอู

ค. จดั อาหารเลยี้ งใหก้ บั กวนอู ง. จดั อาหารใหภ้ รรยาเลา่ ป่ี

๗. กลวธิ ีการนำเสนอเรื่องสามกก๊ ตรงกับโวหารการแต่งชนิดใด

ก. อธิบายโวหาร ข. บรรยายโวหาร ค. พรรณนาโวหาร ง. สาธกโวหาร

๘.เหตใุ ดโจโฉจงึ คดิ ใหค้ น ไปเกลย้ี กล่อมกวนอูมาเปน็ พวก

ก. เพราะกวนอมู ีความซ่ือสัตย์

ข. เพราะกวนอมู ีความสามารถในกลอุบาย

ค. เพราะกวนอูเป็นผู้ที่มีสตปิ ญั ญาดีเลิศ

ง. เพราะกวนอูมคี วามกล้าหาญชำนาญในการรบ

-๑๒-

๙.สามก๊ก ตอนกวนอูไปรบั ราชการกับโจโฉ เป็นตอนหนึง่ ท่ีม่งุ เน้นข้อคดิ ในดา้ นใด
ก. คุณธรรมจรยิ ธรรมของตัวละคร
ข. ความงามของวรรณศิลป์
ค. สภาพสังคมและวฒั นธรรม
ง. แนวคิดการทำสงคราม

“...นางกำฮหู ยนิ จงึ ตอบว่า คืนนพ้ี ี่ฝันเหน็ เล่าปี่ตกหลมุ ลง ครน้ั ตื่นข้นึ มาก็ตกใจจึงแก้ฝนั นางบิฮูหยิน
เหน็ พร้อมว่าเล่าปี่ตายแลว้ พี่จึงรอ้ งไหร้ ัก กวนอูได้ฟงั ดงั นนั้ พิเคราะห์ดูเหน็ เป็นประหลาด สำคญั วา่ เล่า
ปี่เปน็ อนั ตรายร้องไหด้ ้วย”

(สามก๊ก, เจา้ พระยาพระคลงั (หน))
๑๐.ข้อใดกล่าวเกีย่ วกับการใช้คำในข้อความขา้ งต้นไดถ้ ูกต้อง
ก. เลือกใช้คำไดถ้ ูกต้องตรงตามความหมาย
ข. เลอื กใช้คำท่เี หมาะแก่ลักษณะคำประพันธ์
ค. เลือกใชค้ ำที่เหมาะสมแกเ่ นอ้ื เรอ่ื งและฐานะบุคคล
ง. เลือกใช้คำทล่ี ะเอียดลออส่ือความหมายอย่างมีนยั ประหวัด

-๑๓-

กระดาษคำตอบ

ช่อื - สกลุ .......................................................................ระดบั ชน้ั ม...../..... เลขท่.ี .............

ข้อ ก ข ค ง
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.

รวม

-๑๔-

แบบฝกึ ทักษะท่ี ๒
วิเคราะหว์ รรณคดวี ิถีไทยนำไปใช้

คำช้แี จง ให้นักเรียนอา่ นวรรณคดีและตอบคำถามต่อไปน้ี
สามคั คีเภทคำฉนั ท์

“ดั่งอินทโคปกะผวา มุหฝ่า ณ กองไฟ”

๑. ข้อความนีเ้ ปรยี บเทียบให้เหน็ อยา่ งชดั เจนในเร่ืองใด

ก. ความหลง ข. ความฮึกเหมิ

ค. ความต่ืนตระหนก ง. ความโอหังอวดดี

“ ควรขตั ิยยานยรรยง เพียงพาหนาสน์องค์

สหสั นยั น์ใดปาน”

๒.ขอ้ ความเปรยี บเทยี บน้ีแสดงวา่ ราชพาหนะของพระเจ้าอชาตศตั รคู อื อะไร

ก. หงส์ ข. ช้าง

ค. โค ง. มา้

“แยกพรรคสมรรคภิน ทนส้ินบปรองดอง

ขาดญาณพจิ ารณ์ตรอง ตริมลกั ประจักษ์เจอื ”

๓.ฉนั ทน์ ีร้ ะบุวา่ กษัตริยล์ จิ ฉวบี กพร่องในคณุ ธรรมข้อใด

ก. สตแิ ละปัญญา ข. ขันตแิ ละปรีชาญาณ

ค. สามคั คีและวิจารณญาณ ง. สามคั คีและหิริโอตปั ปะ

-๑๕-

“กลกะกากะหวาดขมงั ธนู บ่ห่อนจะเห็นธวชั รปิ ู

สิล่าถอย”

๔. ฉันทบ์ ทนผี้ ้พู ดู เจตนากลา่ วในลกั ษณะทีต่ รงกบั ข้อใด

ก. บริภาษใหเ้ จบ็ ใจ

ข. ให้แง่คดิ เสริมปญั ญา

ค. ทา้ ทายใหเ้ กดิ มานะ

ง. ประกาศความโกรธให้ปรากฏ

“และโลกจะล่วงวา ทตวิ า่ พระองค์จำ

นงเจตนาดำ รวิ ริ ุธประทุษเขา”

๕. ฉนั ท์บทนแ้ี สดงวา่ ผู้พดู คดิ อย่างไร

ก. คิดเรอ่ื งสำคญั ระดบั โลก

ข. คดิ เกรงเร่ืองจะดังไปทวั่ โลก

ค. คิดถึงความสมั พันธก์ ับประเทศอนื่ ๆ ในโลก

ง. คิดห่วงชาวโลกจะตำหนไิ ด้

“หวงั พระหฤทัยใครก่ รี- ธาทัพโยธี

กระทำประยุทธ์ชงิ ชยั

ครั้นทรงดำรติ ริไป กลับยั้งหยง่ั ใน

มนสั มแิ นแ่ ปรเกรง

๖. ฉนั ทบ์ ทนแ้ี สดงออกถงึ อุปนิสยั อยา่ งไร

ก. ขี้ขลาด ข. จิตใจรวนเร

ค. ไมก่ ลา้ ตัดสินใจ ง. คดิ อย่างรอบคอบ

“มิแผกมผิ ดิ พา กยข้าพระองคท์ าย

ไปไ่ ดส้ ะดวกดาย และจะแพ้เพราะไพรี”

๗. ขอ้ ความต่อไปนี้เป็นคำพูดของผ้ใู ด

ก. พระเจ้าอชาตศตั รู ข. กษตั ริย์ลจิ ฉวี

ค. วสั สการพราหมณ์ ง. พระราชกุมาร

“เปรียบปานมหรรณพนที ทะนุที่ประทงั ความ

รอ้ นกายกระหายอุทกยาม นรหากประสบเหน็

เอบิ อ่มิ กระหยิ่มหทยคราว ระอุผ่าวกผ็ ่อนเย็น

ยังอุณหมุญจนและเป็น สขุ ปีติดีใจ”

-๑๖-

๘. ข้อความตอ่ ไปน้ีผู้พูดพดู แก่ผใู้ ด

ก. พระเจ้าอชาตศัตรู ข. กษัตรยิ ล์ จิ ฉวี

ค. วสั สการพราหมณ์ ง. พระราชกมุ าร

๙. จากขอ้ ๘ ผพู้ ูดมเี จตนาในการพูดตรงกบั สำนวนข้อใด

ก. ยกยอปอปั้น ข. สรรเสรญิ เยินยอ

ค. ยยุ งส่งเสรมิ ง. ชักแมน่ ้ำทัง้ หา้

๑๐. ขอ้ ใดเป็นแก่นหลักของเร่ืองสามคั คเี ภทคำฉันท์

ก. โทษของการแตกสามัคคีนำหมคู่ ณะไปสู่ความฉิบหาย

ข. การใชป้ ญั ญาเอาชนะศัตรูโดยไม่ต้องเสยี เลอื ดเนือ้

ค. การรู้จักใชบ้ คุ คลให้เหมาะสมกับงานทำใหง้ านสำเร็จดว้ ยดี

ง. การใชว้ จิ ารณญาณใครค่ รวญก่อนตัดสนิ ใจทำสงิ่ ใดย่อมเป็นผลดี

-๑๗-

กระดาษคำตอบ

ช่อื - สกลุ .......................................................................ระดบั ชน้ั ม...../..... เลขท่.ี .............

ข้อ ก ข ค ง
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.

รวม

-๑๘-

แบบฝกึ ทักษะที่ ๓
วิเคราะห์วรรณคดวี ิถีไทยนำไปใช้

คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นอ่านวรรณคดีและตอบคำถามต่อไปน้ี
เสภาเรอ่ื ง ขนุ ช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา

“ว่าตัง้ แต่วนั นสี้ บื ตอ่ ไป หนา้ ทข่ี องผูใ้ ดให้รักษา

ถา้ ประมาทราชการไม่นำพา ปลอ่ ยใหใ้ ครเข้ามาในล้อมวง”

๑. คำวา่ “ราชการ” หมายถงึ เร่ืองใด

ก. การอารักขาพระมหากษัตรยิ ์ ข. การแสดงความเคารพตอ่ พระมหากษตั ริย์

ค. การตดั สนิ คดคี วาม ง. การดแู ลความสงบเรยี บร้อยของบ้านเมอื ง

๒. ขอ้ ใดไม่มภี าพสะท้อนทางวัฒนธรรม

ก. ถ้ารักน้องปอ้ งปิดใหม้ ิดอาย ฉนั กลับกลายแล้วหมอ่ มจงฟาดฟัน

ข. พระจนั ทรจรแจ่มกระจ่างดี พระพายพัดมาลีตรลบไป

ค. ไปเพ็ดทูลเสียให้ทูลกระหม่อมแจง้ นอ้ งจะแตง่ บายศรีไว้เชญิ ขวัญ

ง. หญิงเดียวชายครองเปน็ สองมิตร ถา้ มปิ ลิดเสียใหเ้ ปลอ้ื งไม่ตามใจ

๓. ขอ้ ใดคือเหตผุ ลที่วนั ทองต้องถูกลงพระอาญารนุ แรงถึงข้ัน

“อกเอาขวานผา่ อย่าปรานี อยา่ ใหม้ โี ลหติ ติดตนี กู

เอาใบตองรองไวใ้ ห้หมากนิ ตกดินจะอัปรียก์ าลีอยู”่

ก. วา่ หญิงชว่ั ผัวยงั คราวละคนเดยี ว หาตอมกนั เกลยี วเหมือนมงึ ไม่

ข. กเู ล้ยี งมงึ ใหถ้ งึ เปน็ หวั หม่นื คนอ่ืนรูว้ า่ แม่กข็ ายหน้า

ค. ที่รูปรวยสวยสมมีถมไป มึงตดั ใจเสยี เถดิ อคี นนี้

ง. รปู งามนามเพราะน้อยไปหรือ ใจไมซ่ ื่อสมศักด์ิเท่าเสน้ ผม

-๑๙-

๔. ข้อใดไม่แสดงอาการเคล่อื นไหว

ก. ยา่ งท้าวกา้ วไปในทนั ที มไิ ด้มีใครทักแต่สกั คน

ข.โอ้แม่เจา้ ประคณุ ของลกู เอย๋ ไมค่ วรเลยจะพรากจากคุณพ่อ

ค. ชมพลางยา่ งเย้ืองชำเลืองมา เปดิ มุ้งเห็นหนา้ แมว่ ันทอง

ง. พลางนั่งลงนอบนบอภิวนั ท์ สะอ้นื อั้นอกแคน้ น้ำตาคลอ

๕.คำประพันธใ์ นข้อใดไม่เข้าลักษณะ พิโรธวาทัง

ก. ไมม่ ีอาญาสิทธิ์คิดดงึ โดน เที่ยวทำใจคะนองจองหองครนั

เลีย้ งมึงไม่ได้อ้ายใจร้าย ชอบแต่เฆ่ยี นสองหวายตลอดหลงั

ข. ถา้ ฉวยเกดิ ฆ่าฟนั กันลม้ ตาย อันตรายไพร่เมืองก็เคอื งกู

อวี นั ทองกูให้อา้ ยแผนไป อา้ ยช้างบังอาจใจทำจลู่ ู่

ค. ฉดุ มันขน้ึ ชา้ งอา้ งถึงกู ตะคอกขู่อวี ันทองให้ตกใจ

ชอบตบให้สลบลงกบั ท่ี เฆ่ยี นตเี สียใหย้ บั ไม่นับได้

ง. จะรกั ชู้ชงั ผวั มงึ กลวั อาย จะอยูด่ ว้ ยลูกชายก็ไม่ว่า

ตามใจกูจะใหด้ ังวาจา แต่น้ีเบือ้ งหน้าขาดเด็ดไป

“คดิ คะนึงตะลงึ ตะลานอก ดงั ตวั ตกพระสุเมรุภูผา”

๖.คำประพนั ธข์ า้ งต้น มีลกั ษณะดเี ดน่ อย่างไร

ก. มกี ารใช้โวหารภาพพจน์ ข. มกี ารเล่นสัมผสั

ค. ใช้การบรรยายใหเ้ หน็ ภาพ ง. ทกุ ขอ้ ท่ีกลา่ วมา

๗.คำประพนั ธน์ ้ีใช้โวหารขอ้ ใด

“พผี่ ดิ พีก่ ม็ าลุแก่โทษ จะคมุ โกรธคมุ แคน้ ไปถงึ ไหน

ความรกั พ่ียงั รักระงมใจ อย่าตดั ไมตรีตรึงให้ตรอมตาย”

ก. เสาวรจนี ข. นารปี ราโมทย์ ค. พิโรธวาทงั ง. สัลลาปังคพสิ ยั

๘.คำประพันธบ์ ทน้ีเนน้ สาระดา้ นใด

“ถา้ อ้ายไวยอยากจะใคร่ได้แม่มา ถึงฟ้องมันก็จะปิดใหม้ ิดไป

อัยการศาลโรงก็มีอยู่ ฤๅว่ากูตัดสินให้ไม่ได้”

ก. ขนบประเพณี ข. จารตี ประเพณี ค. จารตี นครบาล ง. ความสำคัญของกฎหมายบา้ นเมือง

๙.“อดึ อดั ฮึดฮัดดว้ ยขัดใจ” คำประพนั ธ์ทย่ี กมาน้ี มีลกั ษณะเดน่ ในเร่อื งใด

ก. ความล้มเหลว ข. การเลน่ อักษร ค. การเล่นคำ ง. การเล่นสัมผสั

-๒๐-

๑๐.ข้อใดแสดงใหเ้ ห็นถึงค่านิยมของคนไทยดา้ นความกตัญญตู อ่ ผู้มีพระคณุ

ก. ความรักขุนแผนกแ็ สนรกั ด้วยร่วมยากมานักไมเ่ ดียดฉันท์

ส้ลู ำบากบุกป่ามาด้วยกนั สารพันอดออมถนอมใจ

ข. ขุนชา้ งแตอ่ ยู่ด้วยกันมา คำหนกั หนาได้ว่าใหเ้ คืองไม่

เงินทองกองไว้มิให้ใคร ข้าไทใชส้ อยเหมือนของตัว

ค. พระหมืน่ ไวยใชใ้ บ้ใหแ้ มว่ ่า บุ้ยปากตรงบิดาเปน็ หลายหน

วันทองหมองจิตคิดเวยี นวน เป็นจนใจนง่ิ อยู่ไม่ทลู ไป

ง. จมื่นไวยเลา่ กเ็ ลือดในอก ก็หยบิ ยกรักเทา่ กนั กบั ผัว

ทูลพลางตัวนางเริ่มระรวั ความกลวั อาญาเปน็ พน้ ไป

-๒๑-

กระดาษคำตอบ

ช่อื - สกลุ .......................................................................ระดบั ชน้ั ม...../..... เลขท่.ี .............

ข้อ ก ข ค ง
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.

รวม

-๒๒-

แบบฝึกที่ ๔
วิเคราะวรรณคดวี ถิ ีไทยนำไปใช้

คำชแ้ี จง ให้นักเรียนอ่านวรรณคดีและตอบคำถามตอ่ ไปนี้
ขัตตยิ พันธกรณี

๑. เหตุการณท์ างประวตั ศิ าสตร์ข้อใดเป็นทมี่ าของเรอื่ งขตั ตยิ พนั ธกรณี

ก. การท่ีเรอื รบของฝร่งั เศสปิดลอ้ มอ่าวไทย

ข. กรณีพิพาทกบั อังกฤษเร่ืองสทิ ธิสภาพนอกอาณาเขต

ค. ความขดั แยง้ ในเรือ่ งเขตแดนกบั ฝรั่งเศสใน ร.ศ. ๑๑๒

ง. ความขัดแย้งกบั ประเทศในแหลมอินโดจีนเมื่อ ร.ศ. ๑๑๒

๒. ชื่อเรอ่ื ง “ขตั ติยพนั ธกรณี” มคี วามหมายตามรปู ศัพท์อย่างไร

ก. หนา้ ที่ของกษตั ริยช์ าตนิ ักรบ ข. เรื่องราวอนั เกยี่ วเนื่องด้วยกษัตรยิ ์

ค. เหตุอันเปน็ ข้อผกู พันของกษัตรยิ ์ ง. ข้อผกู พันแห่งการดแู ลปกครองของกษตั รยิ ์

๓. พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั ทรงปฏบิ ัตติ ามธรรมะตามข้อใด เหตกุ ารณ์เลวร้ายจึงกลายเป็นดี

ก.ทาน ข. ขันติ ค. มุทติ า ง. จิตตะ

๔. ขอ้ ใดไม่ใชเ่ หตผุ ลที่พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยูห่ วั “คิดใครล่ าลาญหกั ปลดเปล้ือง”

ก. ความกังวลเก่ยี วกบั พระราชโอรส

ข. ความเจ็บป่วยพระวรกายและพระหทัย

ค. ความกังวลในเรอื่ งทปี่ ระชวรหนกั และนานทาํ ใหเ้ ปน็ ภาระแกผ่ ู้รกั ษา

ง. ความไม่สบายพระทยั ทไี่ มอ่ าจปฏิบัตริ าชกรณียกิจไดอ้ ยา่ งเตม็ พระกําลัง

-๒๓-

๕. สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ ทรงให้กําลงั ใจโดยเปรียบเทียบพระบาทสมเดจ็

พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั ตามข้อใด

ก. เปรียบเหมอื นวา่ วทต่ี ้องต้านแรงลมใหไ้ ด้

ข. เปรยี บเหมอื นบวั ที่ต้องโผลพ่ น้ โคลนตมให้ได้

ค. เปรยี บเหมอื นส่ิงศักดิ์สิทธเิ์ ปน็ ทก่ี ราบไหวบ้ ูชา

ง. เปรียบเหมอื นกปั ตันเรือทต่ี ้องนําเรือฝ่าคล่นื ลมไปให้ตลอดรอดฝง่ั

อ่านคำประพนั ธ์ต่อไปน้แี ลว้ ตอบคำถามข้อ ๖ - ๗

ตะปดู อกใหญ่ตรง้ึ บาทา อยเู่ ฮย

จงึ บอาจลีลา คล่องได้

เชญิ ผู้ที่เมตตา แก่สัตว์ ปวงแฮ

ชักตะปนู ้ใี ห้ สง่ ข้าอัญขยม

๖. คําวา่ “ตะปดู อกใหญ่” ในคาํ ประพันธข์ า้ งต้นหมายถึงอะไร

ก. อุปสรรค ข. ความทกุ ข์ใจ ค. ภาระหน้าที่ ง. ความทุกข์กาย

๗. จากคาํ ประพันธ์ข้างตน้ “ตะปดู อกใหญ่” เป็นภาพพจน์ประเภทใด

ก. อุปมา ข. อติพจน์ ค. สัญลกั ษณ์ ง. อุปลกั ษณ์

๘. คาํ ประพนั ธ์ในข้อใดแสดงให้เหน็ ความจงรักภักดีอยา่ งสูงสุดของคนไทยท่ีมตี ่อพระมหากษัตรยิ ์

ก. อนั พระประชวรครงั้ นีแ้ ท้ทงั้ ไผทสยาม

เหลา่ ข้าพระบาทความ วิตกพ้นจะอปุ มา

ข. ประสาแต่อยู่ใกล้ ท้ังรใู้ ชว่ า่ หนักหนา

เลอื ดเนือ้ ผเขอื ยา ใหห้ ายได้จะชิงถวาย

ค. ทุกหน้าทุกตาดู บ พบผจู้ ะพึงสบาย

ปรบั ทกุ ข์ทุรนราย กันมเิ ว้นทวิ าวัน

ง. ขอตายใหต้ าหลับ ด้วยชอ่ื นบั ว่าชายชาญ

เกิดมาประสบภาร ธรุ ะได้บาํ เพ็ญทำ

-๒๔-

๙. คาํ ที่ขดี เสน้ ใต้ในบทประพันธ์หมายถึงอะไร

ถา้ จะว่าบรรดากิจ กไ็ ม่ผดิ ณ นิยม

เรอื แลน่ ทะเลลม จะเปรียบตอ่ ก็พอกัน

ก. สงั ขาร ข. ลกู เรอื ค. ผ้ปู กครอง ง. ประเทศชาติ

๑๐. คณุ ธรรมในขอ้ ใดของพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อย่หู ัวและสมเดจ็ ฯกรมพระยาดำรงราชานภุ าพ ท่ี
ตรงกัน

ก. ความกตัญญูกตเวที ข. ความรักเกยี รติรักศักดิ์ศรี

ค. ความรกั ชาตริ กั แผ่นดนิ ง. ความสํานกึ ในหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบ

-๒๕-

กระดาษคำตอบ

ช่อื - สกลุ .......................................................................ระดบั ชน้ั ม...../..... เลขท่.ี .............

ข้อ ก ข ค ง
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.

รวม

-๒๖-

แบบฝกึ ที่ ๕
วเิ คราะห์วรรณคดวี ิถีไทยนำไปใช้

คำช้แี จง ให้นกั เรียนอ่านวรรณคดแี ละตอบคำถามตอ่ ไปนี้
กาพยเ์ หเ่ รือของเจา้ ฟา้ ธรรมธิเบศร

สวุ รรณหงส์ทรงภหู่ อ้ ย งามชดชอ้ ยลอยหลงั สินธุ์

เพียงหงส์ทรงพรหมนิ ทร์ ลนิ ลาศเล่ือนเตือนตาชม

๑.คำประพนั ธ์ข้างต้น มกี ารเปรียบเทียบของสิง่ ใด

ก. เปรยี บเทียบเรือสวุ รรณหงสก์ ับหงสพ์ าหนะของพระพรหม

ข. เปรยี บเทียบเรอื สุวรรณหงส์กบั ความงามของพระหรหม

ค. เปรียบเทียบหงส์ของพระพรหม์กบั นางรา

ง. เปรียบเทียบหงส์กบั พระพรหม

๒. “ไมเ่ ทียมทัน” เปน็ คาเปรยี บเทยี บท่ีให้ความรู้สึกอย่างไร

ก. เสมอตน ข. เจยี มตัว ค. มคี ่าสูงกวา่ สงิ่ อ่ืนๆ ง. นอ้ ยเกนิ ไป

๓. “เรอื ชายชมมงิ่ ไม้ ริมท่าไสวหลากหลายพรรณ เพลด็ ดอกออกแกมกนั ส่งกลนิ่ เกลีย้ งเพยี งกล่นิ สมร”

คำประพันธ์ดังกล่าว คำใดเป็นคำท่ีกวี ใช้แทน นางงามซึ่งเปน็ ท่รี กั

ก.มิ่งไม้ ข.ดอก ค.กล่ินเกลี้ยง ง.สมร

๔. “มลวิ ันพันจกิ จวง ดอกเป็นพวงรว่ งเรณู หอมมาน่าเอ็นดู ชชู ื่นจิตคดิ วนดิ า”

ขอ้ ความทีข่ ีดเสน้ ใต้ เป็นการใช้คาอย่างไร

ก. การใช้คาที่กอ่ ให้เกดิ ภาพหรือความรู้สกึ ข. การเปรยี บเทียบส่งิ หน่งึ เป็นอกี สง่ิ หน่ึงหรืออปุ ลักษณ์

ค. การกล่าวเกินจรงิ ง. การใช้ถ้อยคำทม่ี ีความหมายกว้างออกไป

-๒๗-

“เรยี มทนทุกข์แตเ่ ชา้ ถึงเยน็

มาสูส่ มคืนเขญ็ หม่นไหม้

ชายใดจากสมรเป็น ทกุ ข์เท่า เรียมเลย

จักคู่วันเดียวได้ ทกุ ขป์ มิ้ ปานปี”

๕.จากคำประพนั ธ์ข้างต้นข้อใดกลา่ วถูกต้อง

ก. การใชค้ าท่ีก่อใหเ้ กิดภาพหรอื ความรสู้ กึ ข. การเปรยี บเทียบสงิ่ หนง่ึ เป็นอีกสิ่งหน่งึ หรืออุปลักษณ์

ค. การกลา่ วเกนิ จรงิ ง. การใช้ถอ้ ยคาท่มี ีความหมายกว้างออกไป

๖. ขอ้ ใดมีการพรรณนาตา่ งจากข้ออนื่

ก. เรอื ครุฑยุดนาคหิ้ว ลว่ิ ลอยมาพาผนั ผยอง

พลพายกรายพายทอง รอ้ งโหเ่ ห่โอ้เห่มา

ข. เรือมา้ หนา้ มุ่งน้า แล่นเฉอ่ื ยฉา่ ลาระหง

เพียงมา้ อาชาทรง องค์พระพายผายผนั ผยอง

ค. สุวรรณหงสท์ รงพูห่ ้อย งามชดชอ้ ยลอยหลงั สินธ์ุ

เพยี งหงสท์ รงพรหมนิ ทร์ ลนิ ลาศเลือ่ นเตอื นตาชม

ง. พระเสดจ็ โดยแดนชล ทรงถือต้นงามเฉดิ ฉาย

ก่งิ แกว้ แพร้วพรรณราย พายอ่อนหยับจับงามงอน

๗. คำประพนั ธต์ ่อไปน้ีใชภ้ าพพจน์ตามข้อใด

“ฉนั มองคลืน่ ร่นื เร่เข้าเห่ฝัง่ พร่าฝากฝังภักดีไมม่ ีสอง

มองดาวเฟ้ยี มเยย่ี มพักตร์ลักษณล์ ายอง จากคันฉ่องชลาลยั ใสสะอาง

ก. บคุ คลวัตและอปุ ลกั ษณ์ ข. สัญลักษณ์และอติพจน์

ค. บุคคลวตั และสัญลกั ษณ์ ง. อปุ ลักษณ์และอตพิ จน์

๘. ข้อใดใชภ้ าพพจน์

ก. แขกเตา้ เคลา้ คเู่ คยี ง เรยี งจับไม้ไซป้ ีกหาง เรียมคะนงึ ถึงเอวบาง เคยแนบขา้ งร้างแรมนอน

ข. ปักษีมีหลายพรรณ บา้ งชมกนั ขันเพรยี กไพร ย่ิงฟังวังเวงใจ ล้วนหลายลากมากภาษา

ค. ลมชวยรวยกลน่ิ น้อง หอมเร่ือยต้องคลองนาสา เคลือบเคล้นเหน็ คล้ายมา เหลียวหาเจา้ เปล่าวงั เวง

ง. พกิ ลุ บนุ นาคบาน กล่ินหอมหวานซ่านขจร แม้นนุชสุดสายสมร เหน็ จะวอนอ้อน

-๒๘-

ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ ตอบคาถามข้อ ๙-๑๐

นาวาแนน่ เป็นขนัด ลว้ นรปู สตั วแ์ สนยากร

เรือริว้ ทิวธงสลอน สาครลั่นคลั่นครื้นฟอง

เรอื ครุฑยุดนาคห้ิว ลว่ิ ลอยมาพาผนั ผยอง

พลพายกรายพายทอง รอ้ งโหเ่ ห่โอ้เหม่ า

๙. ขอ้ ใดไม่ใชล่ ักษณะเดน่ ของคาประพนั ธข์ า้ งตน้

ก. ภาพ ข. เสียง

ค. แสงสี ง. อารมณ์

๑๐. ภาพสะทอ้ นในด้านใดไม่ได้ปรากฏอยู่ในคาประพันธข์ า้ งต้น

ก. วฒั นธรรมพนื้ บา้ น ข. ศลิ ปะ

ค. ประเพณี ง. วรรณกรรม

-๒๙-

กระดาษคำตอบ

ช่อื - สกลุ .......................................................................ระดบั ชน้ั ม...../..... เลขท่.ี .............

ข้อ ก ข ค ง
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.

รวม

-๓๐-

แบบทดสอบหลังเรียน

เร่ือง วิเคราะหว์ รรณคดวี ิถีไทยนำไปใช้

คำช้แี จง

๑. ใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบเป็นรายบคุ คล

๒. แบบทดสอบฉบบั นี้เปน็ แบบเลือกตอบ มที ง้ั หมด ๑๐ ขอ้ ข้อละ ๑ คะแนน

๓. เลอื กคำตอบทถ่ี กู ต้องท่สี ุดเพียงคำตอบเดียว

๔. ให้นกั เรียนทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทตี่ รงกบั อักษร ก ข ค ง

ในกระดาษคำตอบท่ีแจกให้

๕. หา้ มขดี เขียนข้อความใด ๆ ลงในแบบทดสอบ

********************************

๑. ข้อใดแสดงถงึ ความเชอ่ื ต่างจากข้ออนื่

ก. เดชะพระเวทวเิ ศษขลงั สีหมอกมีกำลงั ขึ้นดงั เก่า

ข. คิดพลางทางร่ายมนต์สะกด หลบั หมดเงียบดไี ม่มีเสียง

ค. ถึงเดือนสิบจวนสารทยงั ขาดวนั คดิ กนั จะมีเทศน์ดว้ ยศรทั ธา

ง. ยังเครื่องรางปลุกเสกล้วนเลขยนั ต์ ฤๅขวญั เข้าเจ้ารังเกียจดว้ ยเกลยี ดผี

ตอบคำถาม ข้อ ๒ - ๔ จากบทอา่ นต่อไปน้ี เจ้าตกแตง่ เคร่ืองเรอื นไวห้ นักหนา
อจั กลับตามวางกระจ่างแสง ขันลา้ งหน้าพานรองของผดู้ ี
เรียงลำดับวางไวเ้ ปน็ ท่ที ่ี
เครอ่ื งแป้งจดั ต้งั ไวห้ ลงั ม้า โต๊ะหวีตง้ั เรียงไวเ้ คยี งกนั
เครื่องนากเคร่ืองทองสองสำรับ ทงั้ ผา้ ผอ่ นพับเรียบทกุ สง่ิ สรรพ์
โถขี้ผงึ้ แปง้ รำ่ นำ้ มันตานี คนั ฉ่องแกะงาเปน็ หนา้ พรหม
โตกพานหบี ปดั จดั ต้ังซ้อน
เครอื่ งไหว้พระน้ันจัดอฒั จันทร์ (ขุนช้างขุนแผน)

๒. บทอ่านข้างต้นใช้โวหารประเภทใด ข. สาธกโวหาร
ก. อปุ มาโวหาร ง. พรรณนาโวหาร
ค. บรรยายโวหาร
ข. มัธยัสถ์
๓. ขอ้ ใดคือลกั ษณะของตวั ละครในบทอ่าน ง. ขยันหมนั่ เพยี ร
ก. อดทน
ค. มรี ะเบียบ

-๓๑-

๔. ข้อใดกลา่ วถึงลวดลายของสิ่งของเคร่อื งใช้ ข. บาทที่ ๓
ก. บาทที่ ๑ ง. บาทที่ ๖
ค. บาทที่ ๕

ตอบคำถาม ข้อ ๕ - ๘ จากบทอา่ นตอ่ ไปน้ี

ครัน้ กวนอแู จ้งในหนงั สือแล้วก็ร้องไห้ จงึ วา่ แกต่ นั จน๋ิ ว่า ซงึ่ เรามาอยู่กบั โจโฉน้ีเพราะความจำใจ
จะได้ลืมพี่เสียนั้นหามิได้ ถึงอาสาโจโฉไปทัพครั้งไรก็สืบข่าวอยู่มิได้ขาด ครั้นรู้ว่าเล่าปี่อยู่กับอ้วนเสี้ยว
กค็ ดิ อยู่วา่ จะไปหาแตย่ งั มิได้ที ตนั จนิ๋ จงึ ว่าท่านรักษาสตั ยอ์ ยู่ดงั นั้น จงเร่งคดิ อ่านไปหาเล่าปใ่ี ห้จงได้ กวนอู
จึงตอบว่า เมื่อจะเข้าไปอยู่กับโจโฉนั้น เราก็ได้ว่ากล่าวไว้ถึงสามประการ ครั้นรู้ข่าวบัดนี้จะรีบไปตาม
สัญญา คนทั้งปวงก็จะล่วงครหานินทาได้ จำเราจะคิดผันผ่อนลาโจโฉเสียให้เป็นทีก่อน ถึงมาตรว่าโจโฉ
มิให้ไปเราก็จะไปให้ได้ แล้วกวนอกู ็แตง่ หนังสอื ตอบเลา่ ป่ีตามเน้อื ความหนหลงั ทุกประการ

(สามก๊ก, เจา้ พระยาพระคลงั (หน))

๕. “หนงั สอื ” ในที่นม้ี ีความหมายว่าอะไร ข. จดหมาย
ก. คำพดู ง. หนงั สอื
ค. เครือ่ งหมาย

๖. จากบทอา่ นแสดงใหเ้ ห็นถึงลักษณะของ “กวนอ”ู ยกเว้นขอ้ ใด

ก. มีเหตุผล ข. รักษาคำพดู

ค. สุภาพอ่อนโยน ง. คดิ ถงึ ความรูส้ ึกของผูอ้ ่นื

๗. “กวนอ”ู รอ้ งไหจ้ ากสาเหตุใด ข. เสียหน้า
ก. เสียใจ ง. อัดอนั้ ตนั ใจ
ค. กังวลใจ

๘. “รักษาสตั ย”์ ในทีน่ ้ีแสดงถึงการรักษาสัตยต์ ่อใคร ข. เล่าป่ี
ก. โจโฉ ง. อว้ นเสย้ี ว
ค. ตนั จิ๋น

-๓๒-

ตอบคำถาม ข้อ ๙ - ๑๐ จากบทอา่ นต่อไปนี้ คิดมะกรูดนางสางสะผม
กลิ่นขจรจายเรียมสบายใจ
มะกรดู สองแถวทาง แถวพนม
แกเ้ กล้าเจ้าผึง่ ลม พา่ งเพี้ยง
รวยรน่ื
ตน้ มะกรูดสองเถอ่ื นถอ้ ง รื่นล้ำเรียมสบายฯ
มะกรดู เหมือนนางสะผม (กาพย์หอ่ โคลงนิราศธารโศก, เจา้ ฟา้ ธรรมธเิ บศร)
แกเ้ กล้าเจ้าผ่งึ ลม
ขจรสคุ นธ์กลน่ิ เกลีย้ ง ข. ผหู้ ญิงปล่อยผมตากลม
ง. มตี น้ มะกรูดอยสู่ องข้างทาง
๙. บทอ่านขา้ งต้นไม่ได้กล่าวถงึ เร่ืองใด
ก. ตน้ มะกรดู มีกลน่ิ หอม ข. ค่านิยมของผหู้ ญิงในสมยั ก่อน
ค. ผู้หญงิ ใชม้ ะกรดู สระผม ง. ภูมิปัญญาเกี่ยวกับการใชส้ มุนไพรไทย

๑๐. บทอา่ นข้างต้นให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรอื่ งใด
ก. ความเช่ือเกย่ี วกับความงาม
ค. การดำเนินชวี ติ ของคนสมัยโบราณ

-๓๓-

กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลงั เรยี น

ชื่อ - สกลุ .......................................................................ระดบั ช้ัน ม...../..... เลขท่.ี .............

ข้อ ก ข ค ง
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.

รวม

-๓๔-

ภาคผนวก

-๓๕-

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน

ข้อ คำตอบ
๑. ค
๒. ค
๓. ค
๔. ง
๕. ข
๖. ค
๗. ง
๘. ข
๙. ก
๑๐. ง

-๓๖-

เฉลยแบบฝกึ หดั ท่ี ๑

ข้อ คำตอบ
๑. ข
๒. ค
๓. ง
๔. ก
๕. ค
๖. ค
๗. ข
๘. ง
๙. ก
๑๐. ข

-๓๗-

เฉลยแบบฝกึ หัดที่ ๒

ข้อ คำตอบ
๑. ง
๒. ข
๓. ค
๔. ก
๕. ค
๖. ง
๗. ค
๘. ข
๙. ข
๑๐. ก

-๓๘-

เฉลยแบบฝึกหัดท่ี ๓

ขอ้ คำตอบ
๑. ค
๒. ค
๓. ก
๔. ข
๕. ง
๖. ก
๗. ข
๘. ง
๙. ข
๑๐. ก

-๓๙-

เฉลยแบบฝึกหัดที่ ๔

ข้อ คำตอบ
๑. ค
๒. ค
๓. ข
๔. ก
๕. ง
๖. ค
๗. ง
๘. ข
๙. ง
๑๐. ค

-๔๐-

เฉลยแบบฝึกหัดที่ ๕

ข้อ คำตอบ
๑. ก
๒. ข
๓. ง
๔. ง
๕. ค
๖. ก
๗. ก
๘. ก
๙. ค
๑๐. ก

-๔๑-

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน

ข้อ คำตอบ
๑. ค
๒. ค
๓. ค
๔. ง
๕. ข
๖. ค
๗. ง
๘. ข
๙. ก
๑๐. ง

-๔๒-

บรรณานกุ รม

กระทรวงศึกษาธกิ าร. (๒๕๔๓). หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑.
พมิ พค์ ร้งั ท่ี ๒. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พช์ ุมนมุ สหกรณเ์ พือ่ การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั .

กานตร์ วี บษุ ยานนท์. (๒๕๕๙ กรกฎาคม - ธนั วาคม). รปู แบบการสอนท่สี อดคล้องกับการเรียนรู้ของ
สมอง (Brain – Targetd Model). วารสารศลิ ปะศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อุบลราชธานี.
๑๒ (๒): ๑๕๙ - ๑๗๖.

กติ ติ อัมพรมหา. (๒๕๖๒). เก็บรกั ไวท้ ป่ี ลายรงุ้ . กรงุ เทพฯ: อมรินทร์พรนิ้ ติ้งแอนดพ์ บั ลชิ ช่ิง.
เกรียงศักด์ิ เจริญวงศ์ศักด.ิ์ (๒๕๕๓). การคดิ เชงิ วเิ คราะห์ (Analytical Thinking). พมิ พ์ครงั้ ที่ ๖.

กรุงเทพซัค: เซสมเี ดีย.
ขัณธช์ ยั อธิเกยี รติ และธนารักษ์ สารเถ่ือนแกว้ . (๒๕๖๑). การสอนแบบทันสมยั และเทคนิค

วธิ ีสอนแนวใหม่. วันที่คน้ ข้อมูล ๑๒ มกราคม ๒๕๖๑, เขา้ ถงึ ไดจ้ าก
https://regis.skru.ac.th/RegisWeb/webpage/addnews/
คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน, สำนักงาน กระทรวงศึกษาธกิ าร. (๒๕๕๘). คูม่ ือการเรยี น
การสอนภาษาไทย คิดและเขยี นเชงิ สร้างสรรค์: เรียงความ ย่อความ และสรุปความ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔–ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖. กรุงเทพฯ: สกสค.
เฉลมิ ลาภ ทองอาจ. (๒๕๖๑ มกราคม - มนี าคม). การจัดการเรียนร้ภู าษาไทยโดยใช้สมรรถนะ
ในศตวรรษท่ี ๒๑ เปน็ ฐาน: ทฤษฎีส่กู ารปฏิบัต.ิ วารสารครุศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
๔๖ (๑): ๑๗๑ - ๑๘๔.
ชยั วฒั น์ สุทธวิ ฒั น.์ (๒๕๕๗). ๘๐ นวตั กรรมการจัดการเรยี นร้ทู ี่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคญั . พิมพค์ ร้ังที่ ๕.
กรงุ เทพฯ: แดเน็กซ์ อินเตอร์คอปอเรชน่ั .
ทิศนา แขมมณี. (๒๕๕๐). ศาสตร์การสอน: องค์ความร้เู พื่อการจดั การกระบวนการเรียนรู้ท่มี ี
ประสทิ ธภิ าพ. กรุงเทพฯ สำนักพมิ พ์แห่งจุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณ.ี (๒๕๕๑). รปู แบบการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
ทิศนา แขมมณ.ี (๒๕๕๔). ศาสตรก์ ารสอนองค์ความรูเ้ พ่ือการจดั การกระบวนการเรยี นรู้ทีม่ ี
ประสทิ ธภิ าพ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไพฑรู ย์ สินลารตั น์ และคณะ. (๒๕๕๗). คดิ นอกกรอบ: สอนและสรา้ งได้อย่างไร. กรุงเทพฯ:
มหาวิทยาลัยธุรกิจบณั ฑิตย์.
วจิ ารณ์ พานิช. (๒๕๕๖). การจัดการเรียนรู้สู่ศตวรรษท่ี ๒๑. กรงุ เทพฯ: ส.เจรญิ การพิมพ์.


Click to View FlipBook Version