คำนำ
ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ คิดแกป้ ัญหา เปน็ ทกั ษะท่ีจำเป็นอย่างยง่ิ สำหรบั ผู้เรียนในศตวรรษ
ที่ ๒๑ ยุคโลกดิจิตอล ยุคสังคมข่าวสารในโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งเต็มไปด้วยข้อมูลที่มีทั้งเชื่อถือได้ มีคุณค่า
และข้อมูลที่บิดเบือนความจริง ข้อมูลที่มีอคติ พลเมืองของประเทศเป็นทรัพยากรบุคคลที่จำเป็นต้องมีขีด
ความสามารถในการปรบั ตวั สูง ใช้วจิ ารณญาณเพือ่ ประเมินสง่ิ ท่ีตนอ่านและตัดสินใจวา่ จะเชอ่ื ถือได้มากน้อย
เพียงใด ผู้ที่มีความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์จะเป็นผู้ที่สามารถคิดได้ลึกซึ้ง ชาญฉลาด รอบคอบ
นำไปสู่การสร้างความรู้ ความคิด การตัดสินใจแก้ปัญหา สามารถปรับตัวไดท้ ันการเปลี่ยนแปลง ในยุคข้อมูล
ขา่ วสารไร้พรมแดน ตลอดจนนำไปสกู่ ารสรา้ งวิสยั ทศั น์ในการดำเนนิ ชวี ติ ได้เปน็ อย่างดี
แนวคิดการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ได้แก่การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ คือแนว
การจดั การเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรยี นสร้างความรใู้ หม่ ดงั นน้ั การอ่านเพื่อการคดิ วิเคราะห์ ถือว่าเป็นเร่ืองท่ีสำคัญ
มากในชีวิตประจำวัน แต่กลับเป็นปญั หาท่ีสำคัญมากเชน่ กัน เพราะผู้เรียนส่วนใหญอ่ ่าน คิดวิเคราะห์ไม่เปน็
ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมและมีคุณค่า ผู้สอนจึงได้จัดทำแบบฝึกทักษะ
การอ่านเพื่อการคิดวิเคราะห์ โดยการจัดการเรียนรู้รูปแบบ TBRR Model วิชาภาษาไทย รหัสวิชา
ท ๓๓๑๐๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การอ่าน คิดวิเคราะห์ และใช้เป็นแนวทางในการ
จัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย หรือใช้สอนเสริมนักเรียนที่มีความบกพร่องด้านการอ่าน คิดวิเคราะห์ สำหรับ
นักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๖ ซึ่งมีทงั้ หมด ๙ เลม่ ดังน้ี
เล่มที่ ๑ พนื้ ฐานการอ่าน คิดวิเคราะห์
เลม่ ท่ี ๒ วเิ คราะห์ความหมายของคำและขอ้ ความ
เล่มที่ ๓ วิเคราะหส์ ื่อโฆษณาน่าเชอ่ื ถือ
เลม่ ที่ ๔ วิเคราะห์ข้อเทจ็ จริงจากข่าวสาร
เลม่ ที่ ๕ วิเคราะห์ข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ จากบทความ
เลม่ ท่ี ๖ วเิ คราะห์ความงามงานรอ้ ยกรอง
เลม่ ที่ ๗ วิเคราะห์วรรณกรรมท้องถิน่ ฉะเชิงเทรา
เล่มที่ ๘ วเิ คราะหว์ รรณคดีวิถีไทยนำไปใช้
เลม่ ท่ี ๙ วเิ คราะห์การร้เู รื่องการอ่านแนว PISA
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อการคิดวิเคราะห์ โดยการจัดการเรียนรู้
รูปแบบ TBRR Model สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เล่มนี้ จะเป็นแนวทางในการพัฒนาทักษะ
การอ่าน คิดวิเคราะห์แก่ผู้เรียน ได้ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ และเป็นประโยชน์ต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยให้มี
ประสทิ ธิภาพดีย่ิงขึน้ ตอ่ ไป
นกุ ูล สนั ทัดคา้
สารบัญ หนา้
คำนำ
สารบญั
คำชีแ้ จง
คำแนะนำสำหรับครู
คำแนะนำสำหรับนักเรียน
คำแนะนำในการวางแผน และการบรหิ ารการจดั การเรยี นรู้รูปแบบ TBRR Model
สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชว้ี ัด
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
แบบทดสอบก่อนเรยี น
ใบความรูเ้ รื่อง วเิ คราะห์สื่อโฆษณานา่ เชอื่ ถือ
แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๑
แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๒
แบบฝึกทักษะท่ี ๓
แบบฝึกทักษะท่ี ๔
แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๕
แบบทดสอบหลังเรยี น
ภาคผนวก
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
เฉลยแบบฝึกทักษะที่ ๑
เฉลยแบบฝึกทักษะที่ ๒
เฉลยแบบฝกึ ทักษะท่ี ๓
เฉลยแบบฝึกทักษะท่ี ๔
เฉลยแบบฝกึ ทักษะท่ี ๕
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
บรรณานกุ รม
คำชแ้ี จง
แบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อการคิดวิเคราะห์ โดยการจัดการเรียนรู้รูปแบบ TBRR Model สำหรับ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ประกอบด้วยแบบฝึกทักษะทั้งหมด ๙ เล่ม คือ ๑) พื้นฐานการอ่าน
คิดวิเคราะห์ ๒) วิเคราะห์ความหมายของคำและข้อความ ๓) วิเคราะห์สื่อโฆษณาน่าเชื่อถือ ๔) วิเคราะห์
ข้อเท็จจริงจากข่าวสาร ๕) วิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากบทความ ๖) วิเคราะห์ความงามงานร้อย
กรอง ๗) วิเคราะห์วรรณกรรมท้องถ่ินฉะเชิงเทรา ๘) วเิ คราะห์วรรณคดวี ิถีไทยนำไปใช้ ๙) วิเคราะห์การรู้
เรื่องการอ่านแนว PISA เป็นนวัตกรรมช่วยเร้า และกระตุ้นความสนใจของนักเรียนให้ปฏิบัติตามขั้นตอน
ตามกระบวนการอ่าน คดิ วิเคราะห์ ประกอบด้วย
สว่ นที่ ๑ ประกอบด้วย
๑.๑ คำนำ
๑.๒ สารบญั
๑.๓ คำชี้แจง
๑.๔ คำแนะนำสำหรับครู และนกั เรียน
๑.๕ มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
๑.๖ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ส่วนท่ี ๒ ประกอบด้วย
๒.๑ แบบทดสอบก่อนเรียน
๒.๒ กรอบเนือ้ หา
๒.๓ แบบฝกึ ทักษะการอา่ น คิดวเิ คราะห์
๒.๔ แบบทดสอบหลังเรียน
สว่ นท่ี ๓ ประกอบด้วย
๓.๑ บรรณานกุ รม
๓.๒ ภาคผนวก
๓.๒.๑ เฉลยกิจกรรมฝึกทกั ษะ
๓.๒.๒ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น และหลังเรียน
คำแนะนำสำหรับครูผูส้ อน
แบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อการคิดวิเคราะห์ โดยการจัดการเรียนรู้รูปแบบ TBRR Model
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เล่มที่ ๓ วิเคราะห์สื่อโฆษณาน่าเชื่อถือ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำ
ดงั ต่อไปน้ี
๑. แบบฝึกทักษะการอ่าน คิดวเิ คราะหน์ ี้ ใชเ้ วลา ๒ คาบเรยี น
๒. ครผู ู้สอนเตรียมและสำรวจความพร้อมของแบบฝึกทักษะให้เขา้ ใจชัดเจน
๓. ครผู ้สู อนศกึ ษาเน้ือหาและลำดับขนั้ ตอนของแบบฝกึ ทกั ษะใหเ้ ข้าใจชดั เจน
๔. กอ่ นลงมือสอนหรือปฏิบตั กิ จิ กรรม ครูผู้สอนควรอธิบายให้นกั เรยี นทราบถึงจดุ ประสงค์
ในการทำแบบฝกึ ทักษะแตล่ ะครั้ง และให้นักเรยี นเหน็ ประโยชน์ และคุณค่าของการทำแบบฝกึ ทกั ษะ
๕. ให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียนรายบุคคล ก่อนทจี่ ะศึกษาแบบฝึกทกั ษะแต่ละเล่ม
ซง่ึ ในแตล่ ะเล่มจะมีแบบทดสอบย่อยก่อนเรียนและหลงั เรยี น
๖. การทำแบบฝึกทักษะใช้กระบวนการกล่มุ ๆ ละ ๕ - ๘ คน ตามความเหมาะสม
นักเรียนควรมีสว่ นร่วม เช่น ร่วมคดิ ร่วมแสดงความคิดเห็น อภิปราย และสรุปองคค์ วามรูด้ ว้ ยตนเอง
๗. ขณะที่นักเรียนศกึ ษาแบบฝึกทักษะและปฏิบัติกิจกรรม ครูผสู้ อนควรกำกับดแู ลอยา่ ง
ใกลช้ ิด หากนักเรียนคนใดสงสัยใหแ้ นะนำเปน็ รายบุคคลหรอื รายกล่มุ
๘. การทำแบบฝึกทักษะทุกครง้ั ให้ครูผสู้ อนบันทึกผลหลงั สอน เพอื่ ดูพฒั นาการของนกั เรยี น
๙. นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี นอีกครั้งหน่ึง
๑๐. ครบู นั ทึกผลคะแนนทุกคร้งั ท่ีนกั เรยี นทำแบบฝึกทักษะ เพ่ือสังเกตพฒั นาการของ
นกั เรียน
คำแนะนำสำหรบั นักเรยี น
แบบฝึกทักษะการอา่ นเพื่อการคดิ วเิ คราะห์ โดยการจดั การเรียนรู้รูปแบบ TBRR Model
สำหรบั นกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๖ เลม่ ท่ี ๓ วเิ คราะหส์ ่อื โฆษณานา่ เชื่อถือ ท่ีนักเรียนจะได้ศกึ ษา ตอ่ ไปนี้
เปน็ แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการอา่ น คิดวิเคราะหท์ ่ีเหมาะสมกับวัยของนกั เรียน สามารถศึกษาได้ด้วย
ความเข้าใจ และประสบความสำเรจ็ ในการเรยี นดว้ ยการปฏบิ ัติตามคำแนะนำ ต่อไปน้ี
๑. แบบฝึกทักษะการอ่านเพ่ือการคดิ วิเคราะห์ เลม่ ท่ี ๓ วิเคราะห์สอื่ โฆษณานา่ เชือ่ ถือ
ใช้เวลาในการศึกษา ๒ คาบเรียน
๒. แบง่ กลุ่ม ๆ ละ ๕-๘ คน โดยคละความสามารถนักเรยี นในกลุ่มเปน็ เกง่ ปานกลาง และ
ออ่ น ตงั้ ชื่อกลุ่ม เลือกประธาน เลขานกุ าร และกำหนดบทบาทของสมาชิกภายในกลุม่
๓. อ่านคำแนะนำ ตวั ช้ีวดั และจุดประสงค์การเรยี นรู้ให้เขา้ ใจก่อนลงมือศึกษาการใช้
แบบฝกึ ทกั ษะเพื่อการอา่ นคิดวิเคราะห์ ตามขั้นตอนท่กี ำหนดไว้
๔. นกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นรายบุคคล จำนวน ๑๐ ขอ้ โดยใชเ้ วลา ๑๕ นาที
เพื่อประเมนิ ความรู้เดิมของนักเรียน
๕. ให้สมาชิกทกุ คนภายในกลุ่ม ศึกษาใบความรแู้ ละเร่ิมดำเนินกจิ กรรมตามลำดบั ข้ัน
ในแบบฝกึ ทักษะ ทั้งเปน็ รายบคุ คล และระดมความคดิ เปน็ ระบบกลมุ่ เพื่อใหน้ ักเรียนได้ร่วมคิด ร่วมแสดง
ความคดิ เห็น อภปิ ราย และสรุปองค์ความรดู้ ว้ ยตนเอง
๖. ขณะท่ีนกั เรยี นปฏิบตั กิ ิจกรรมในแบบฝึกทกั ษะ ให้นักเรยี นทุกคนต้ังใจปฏิบตั ิ
ให้ความร่วมมือทกุ ครั้งเมื่อปฏิบตั ิกจิ กรรมกล่มุ มนี ้ำใจซ่ึงกนั และกัน มีความซื่อสัตยต์ อ่ ตนเอง และมี
ความรับผดิ ชอบในการฝกึ ทักษะ
๗. กิจกรรมสดุ ท้ายของแบบฝึกทักษะเป็นกจิ กรรมพัฒนาการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์
โดยการรวบรวมความคดิ ของสมาชิกทกุ คนภายในกลมุ่ นำมาสรุปเป็นความคิดของกลุม่ และสามารถแสดง
ผลงานด้วยวิธกี ารต่าง ๆ เชน่ แผนภาพความคิด การอภปิ ราย ทำปา้ ยประกาศ บทบาทสมมติ การนำเสนอ
ด้วยเทคโนโลยสี ารสนเทศ ตามความเหมาะสม
๘. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี นรายบุคคล จำนวน ๑๐ ข้อ โดยใช้เวลา ๑๕ นาที
๙. ตรวจคำตอบจากเฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี นพร้อมบนั ทึกผลคะแนนท่ีได้ เพอื่
ตรวจสอบความก้าวหนา้ ทางการเรยี นซง่ี นกั เรยี นตอ้ งทำแบบทดสอบหลังเรียนให้ไดร้ ้อยละ ๘๐ ขนึ้ ไป จึงจะ
ผ่านเกณฑ์ ถ้านกั เรยี นไมฝ่ า่ นเกณฑ์ตามที่กำหนดให้ทบทวนเน้อื หาแลว้ ให้ทำแบบทดสอบหลงั เรยี นอกี คร้ัง
หากผ่านเกณฑ์ให้ศกึ ษาแบบฝึกทกั ษะการอ่านเพื่อการคิดวเิ คราะห์ เล่มที่ ๔ ต่อไป
คำแนะนำในการวางแผน และการบริหารการจดั การเรียนรู้
รปู แบบ TBRR Model
การจัดการเรียนรรู้ ูปแบบ TBRR Model มีองค์ประกอบท่ีสำคัญ ๔ ประการ ดังนี้
T : Teamwork คือ การทำงานเป็นทีม สมาชิกในกลุ่มมีเป้าหมายเดียวกัน มุ่งมั่น มีระบบการ
ทำงานที่ชัดเจน ทุกคนรู้หน้าที่ ปฏิบัติภารกิจให้ดีที่สุด สามัคคี ให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือเกื้อกูล
ร่วมภาคภูมใิ จดว้ ยกัน
B : Brainstorming คือ การระดมความคิด เพื่อการแก้ไขปัญหาจากหลายมุมมองโดยไม่มีการ
ตดั สนิ ถกู ผิด ของสมาชิกในกลมุ่ เพื่อหาทางเลอื กในการตัดสนิ ใจ ความคดิ ใหม่ ๆ และใชใ้ นการวางแผน
R : Reading Literacy & Creative คือ ความรู้และทักษะที่จะเข้าใจเรื่องราวและสาระของสิ่งท่ี
ได้อา่ น ตคี วาม หรือแปลความหมายของขอ้ ความท่ีได้อา่ น และประเมนิ คดิ วิเคราะห์ จากประสบการณ์เดิมที่
จะเช่ือมโยงกับความรูใ้ หม่หรือสิ่งใหม่ นำไปส่กู ารสังเคราะห์ สร้างสรรค์ และสามารถแก้ปญั หาได้ นำมาปรับ
ประยุกต์ใชไ้ ด้ในชวี ิตจริง
R : Reporting คือ การท่ผี ูเ้ รียนสื่อสารและนำเสนอผลการเรยี นรดู้ ้วยภาษา วธิ กี ารและเทคโนโลยี
สารสนเทศทีเ่ หมาะสม
แนวการจัดการเรยี นร้รู ปู แบบ TBRR Model
การจดั การเรยี นรรู้ ูปแบบ TBRR Model แบง่ เป็น ๔ ขนั้ ตอน โดยแตล่ ะข้นั ตอนมีแนวทาง ดงั นี้
๑. ขั้นการทำงานเป็นทีม (Teamwork) แบ่งกลุ่มนักเรียน ๕ – ๘ คน ตามจำนวนที่เหมาะสม
ให้ใช้วธิ ีการแบ่งกลุ่มทนี่ ่าสนใจ ให้แตล่ ะกลุ่มแบ่งหน้าท่โี ดยการเลือกประธาน เลขานุการ สมาชิกภายในกลุ่ม
ต้องรู้บทบาทหนา้ ท่ีของตน เช่น เปน็ ผู้อา่ นคำถาม ผูต้ รวจสอบ ผู้กระตุ้นให้สมาชิกช่วยกันคิดหาคำตอบ และ
ผู้จดบันทึก ต้องมีความรับผิดชอบ มีการวางแผนการทำงานร่วมกันให้ความร่วมมือช่วยกันแก้ปัญหาเพื่อให้
บรรลผุ ลสำเรจ็ ตามเปา้ หมาย
๒. ขั้นการระดมความคิด (Brainstorming) ให้แต่ละกลุ่มศึกษาแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อการคิด
วเิ คราะห์ ปฏบิ ัตติ ามกจิ กรรมทกี่ ำหนดไว้ ให้ทุกคนไดม้ ีสว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งอสิ ระ ไม่มีการ
ตั้งกรอบ หรอื ประเมินถกู ผิดขณะระดมความคดิ โดยกำหนดเวลาที่เหมาะสมกับการทำกิจกรรม ให้เลขานุการ
เปน็ ผ้บู นั ทกึ ทุกความคดิ จากนัน้ นำความคิดท่ีไดม้ าประมวลผล
๓. ข้ันการอา่ นเพื่อพัฒนาการคดิ วเิ คราะห์ และคดิ สร้างสรรค์ (Reading Literacy & Creative)
เป็นการประเมินการอ่านเพื่อการปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งความสามารถ
อย่างเต็มศักยภาพ โดยการกำหนดภาระงานให้สมาชิกภายในกลุ่มแสดงความสามารถในการแก้ปัญหา
รวมท้ังการแสดงความคิดสร้างสรรคใ์ นการแกป้ ญั หา และสามารถนำไปปรบั ใช้ในชีวิตประจำวันได้
๔. ขั้นรายงานและนำเสนอ (Reporting) ขัน้ แสดงผลงานการสรา้ งความรู้ของกลุ่มใหผ้ อู้ ืน่ รบั รู้
เป็นการช่วยให้ผู้เรียนได้ตรวจสอบความเข้าใจของตนเอง และช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้ความคิดสร้างสรรค์
ผ้เู รียนสามารถแสดงผลงานดว้ ยวธิ ีการต่าง ๆ เช่น การอภปิ ราย ทำป้ายประกาศ บทบาทสมมติ การนำเสนอ
ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามความเหมาะสม
ความสำคญั ของ TBRR Model
๑. การเรียนรู้ด้วยตนเอง ตามแนวคดิ การจดั การเรียนรโู้ ดยเนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั เปน็ การสอนให้
สามารถลงมือปฏบิ ัติ กล้าคิด กลา้ แสดงออก เปลย่ี นจากการเรยี นแบบรบั ฟงั อยา่ งเดยี ว (passive) เป็นการ
เรยี นร้ดู ้วยตนเอง (active) ยั่วยใุ ห้เด็กสนใจใฝ่ร้เู ปน็ การเรียนรู้เพอ่ื แกป้ ญั หา
๒. การทำงานเป็นทีม เปน็ การเรียนรู้เพอ่ื ส่งเสริมความสามัคคี การทำงานร่วมกนั การชว่ ยเหลอื
เกื้อกลู กนั การยอมรบั ความคิดเห็นซึ่งกันและกนั ตามวิถชี ีวิตระบอบประชาธิปไตย ฝกึ ความเป็นผู้นำ ผู้ตาม
ท่ีดี ส่งเสรมิ คุณธรรมจริยธรรม
๓. การฝกึ ทักษะเพ่ือพัฒนาการคิดวเิ คราะห์ ความคดิ สร้างสรรค์ และการแก้ไขปญั หา สามารถที่
จะพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพพรอ้ มรองรับสถานการณ์ในอนาคต อนั จะส่งผลใหป้ ระเทศมคี วามม่ันคง ย่ังยืน
พัฒนาต่อไป
๔. การสอ่ื สารและนำเสนอ เป็นสมรรถนะสำคัญในระดับสากลทำให้ผู้เรยี นไดม้ ีพฒั นาการทางด้าน
ภาษา และมีความสามารถในการนำเสนอ มีทักษะการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
สาระ / มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชว้ี ัด
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิด เพ่อื นำไปใช้ตดั สินใจแก้ปัญหา
ในการดำเนินชวี ิตและมีนิสยั รกั การอ่าน
ตวั ช้วี ดั
ม.๔-๖/๓ วิเคราะหแ์ ละวิจารณเ์ รอื่ งท่ีอ่านในทุก ๆ ดา้ นอยา่ งมเี หตผุ ล
ม.๔-๖/๔ คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเรื่องท่อี ่านและประเมนิ คุณค่าเพอ่ื นำความรู้
ความคดิ ไปใช้ตัดสินใจ แก้ปญั หาในการดำเนินชีวติ
ม.๔-๖/๕ วเิ คราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเหน็ โตแ้ ย้งกับเร่อื งท่ีอ่าน และเสนอความคดิ ใหม่
อยา่ งมีเหตผุ ล
ม.๔-๖/๖ ตอบคำถามจากการอา่ นงานเขยี นประเภทตา่ ง ๆ ภายในเวลาท่กี ำหนด
ม.๔-๖/๗ อ่านเรื่องตา่ ง ๆ แล้วเขยี นกรอบแนวคิดผงั ความคดิ บันทกึ ย่อความ และรายงาน
ม.๔-๖/๘ สงั เคราะห์ความรู้จากการอา่ นส่อื ส่งิ พิมพ์ สอื่ อิเล็กทรอนิกส์ และแหลง่ เรียนรู้ต่าง ๆ
มาพัฒนาตน พฒั นาการเรยี น และพัฒนาความร้ทู างอาชีพ
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. ด้านความรู้ (K)
นักเรียนอา่ น คดิ วิเคราะห์เน้ือหาสื่อโฆษณาที่กำหนดให้
๒. ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
๒.๑ นกั เรยี นสามารถ คัดสรรสอ่ื โฆษณาได้ตามวัตถุประสงค์
๒.๒ นักเรยี นสามารถจับประเดน็ สำคญั ประเดน็ สนบั สนนุ และโต้แยง้
๒.๓ นกั เรยี นสามารถวิเคราะห์ วิจารณ์ ความสมเหตสุ มผล ความนา่ เชือ่ ถอื
ลำดบั ความและ ความเปน็ ไปได้ของส่ือโฆษณา
๒.๔ นักเรียนสามารถสรุปคุณคา่ แนวคิด แง่คดิ ท่ีได้จากการอ่านส่อื โฆษณา นำไปประยุกต์ใช้
ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
๓. สาระการเรยี นรู้
ข้อความจากสื่อโฆษณา
๔. ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
๔.๑ ตระหนกั ในคุณคา่ ของการอ่าน คดิ วิเคราะห์ส่ือโฆษณา
๔..๒ ใฝร่ ู้ ใฝ่เรยี น
๔.๓ มีวนิ ัย
๔.๔ ซือ่ สัตยส์ ุจริต
แบบทดสอบก่อนเรยี น
เรอ่ื ง วเิ คราะห์สอื่ โฆษณาน่าเชือ่ ถือ
คำชีแ้ จง
๑. ให้นักเรยี นทำแบบทดสอบเป็นรายบุคคล
๒. แบบทดสอบฉบบั นีเ้ ป็นแบบเลอื กตอบ มีทั้งหมด ๑๐ ข้อ ข้อละ ๑ คะแนน
๓. เลือกคำตอบทถี่ ูกตอ้ งท่ีสดุ เพียงคำตอบเดยี ว
๔. ให้นกั เรียนทำเครือ่ งหมายกากบาท (X) ลงในช่องท่ีตรงกบั อักษร ก ข ค ง
ในกระดาษคำตอบทแี่ จกให้
๕. หา้ มขีดเขียนข้อความใด ๆ ลงในแบบทดสอบ
********
๑. สอ่ื โฆษณาแฝง ส่งผลต่อผู้บรโิ ภคอยา่ งไร
ก. ทำใหร้ ู้จักสนิ คา้ มากข้ึน
ข. ทำใหต้ อ้ งการสินค้ามากขนึ้
ค. ทำใหม้ รี ะดบั ของการปฏเิ สธน้อยลง
ง. ทำใหม้ แี รงจงู ใจในสินค้าน้นั ๆ น้อยลง
๒. โฆษณาสนิ คา้ ประเภทใด ทีม่ ีกลมุ่ เป้าหมายสำหรบั วยั รุน่
ก. เฟอร์นเิ จอร์ ข. เครอ่ื งสำอาง
ค. อาหารเสริม ง. ศลั ยกรรมความงาม
๓. บคุ คลใดเลือกซื้อผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพไดป้ ลอดภัยที่สุด
ก. แนน เลอื กใชผ้ ลิตภัณฑ์สุขภาพทนี่ ำเข้าจากต่างประเทศ
ข. ออ้ ม เลือกใชผ้ ลิตภัณฑ์สขุ ภาพที่มีการรวี ิวในอนิ เทอรเ์ น็ต
ค. โอ๋ เลือกใช้ผลิตภณั ฑ์สุขภาพที่เหมาะสมกับสภาพผวิ ของตนเอง และมีเครือ่ งหมายรับรอง
ง. เจ๊ียบ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สขุ ภาพตามคำแนะนำของเพ่ือน เพราะเพ่ือนใช้แล้วได้ผลดมี าก
๔. บคุ คลใดรู้เทา่ ทนั สอื่ ดที ่ีสุด
ก. โดมดูโฆษณาอาหารเสรมิ แลว้ บอกให้เพ่ือนซอื้
ข. ดาวเลือกซื้อเครื่องสำอางจากการท่เี พ่ือนแนะนำ
ค. ดวงวิเคราะห์ไดว้ ่าโฆษณานำ้ อัดลมทไ่ี ม่มีน้ำตาลไม่เปน็ ประโยชนต์ ่อร่างกาย
ง. เดยี วซ้ือโทรศัพทใ์ หมเ่ พราะดจู ากโฆษณาที่บอกวา่ ถ่ายรูปได้สวยมาก
๕. ข้อใดคืออิทธิพลของสื่อโฆษณาที่มตี อ่ ผูบ้ รโิ ภคมากทสี่ ดุ
ก. สรา้ งแรงจงู ใจต่อผ้บู ริโภคในการซ้ือสนิ คา้
ข. แนะนำสินคา้ ใหผ้ ้บู รโิ ภคได้รู้จักทั้งด้านดแี ละไมด่ ี
ค. ใหผ้ ู้บรโิ ภคมที างเลือกซ้ือสนิ ค้าท่ีตอ้ งการได้หลากหลาย
ง. ช่วยยกระดบั มาตรฐานการครองชพี ของผู้บริโภค
๖. หากนักเรยี นจะรู้เทา่ ทันส่ือโฆษณาควรฝึกฝนในดา้ นใด
ก. ดา้ นสง่ เสรมิ ทักษะการคดิ วิเคราะห์
ข. ดา้ นความรวดเรว็ ในการรบั สือ่
ค. ดา้ นสง่ เสริมการประชาสมั พนั ธ์
ง. ดา้ นสง่ เสริมวธิ กี ารสอื่ สารกับผ้บู ริโภค
๗. ข้อความจากอินเทอร์เนต็ “ผวิ ขาวขึน้ แนน่ อนภายใน ๓ - ๗ วนั เปลีย่ นผวิ ดำดา้ นเป็นผวิ ขาว
ย่งิ ใช้หลายขวดย่งิ ขาวมากข้ึน ไม่มีสารปรอท ไมพ่ บความเป็นกรด และไม่มีสารไฮโรควิโนน
ในหวั เชอ้ื ผิวขาว มีเลขท่จี ดแจ้งของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุ และ
ตวั หัวเช้ือผิวขาวมีสว่ นประกอบของ คอลลาเจน กรดน้ำนม วิตามินซี แตงกวา มลั เบอรี่ อัลฟา่
อาบตู นิ และมสี ่วนผสมหลักเป็น ทองคำ ขายในราคาขวดละ ๙๐ บาท” จากข้อความนีน้ ักเรียน
คดิ วา่ เปน็ การโฆษณาเกนิ จริงหรอื ไม่ เพราะอะไร
ก. ไมเ่ กินจริง เพราะจากส่วนประกอบของสินค้าเปน็ สารทใี่ หค้ วามขาวท้ังส้ิน
ข. ไมเ่ กินจรงิ เพราะมีเลขทจ่ี ดแจง้ ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ค. เกินจรงิ เพราะปกติแล้วไม่สามารถยับย้ังการผลติ เม็ดสีเมลานนิ ในรา่ งกายได้
ง. เกินจรงิ เพราะการเปลี่ยนสีผวิ ไมส่ ามารถทำใหผ้ วิ ขาวข้นึ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็วภายใน ๓ - ๗ วันได้
๘. จากโฆษณาขา้ งต้นนักเรียนคดิ ว่าเปน็ โฆษณาที่น่าเชือ่ ถือหรือไม่ เพราะเหตุใด
ก. นา่ เช่อื ถอื เพราะทำจากสมนุ ไพรธรรมชาติ
ข. น่าเช่ือถือ เพราะมีเครื่องหมายการนั ตีและห่นุ ของนางแบบท่ีอยูข่ า้ งกลอ่ ง
ค. ไมน่ า่ เช่ือถอื เพราะไม่มีสนิ คา้ ใดท่ีจะทำใหผ้ อมได้ภายใน ๗ วนั จงึ เปน็ การกล่าวเกินจรงิ
ง. ไมน่ ่าเชอื่ ถอื เพราะในความเป็นจรงิ คนท่ี “หนุ่ พงั ”ไปแล้วจะเปน็ “หนุ่ ปงั ” เป็นไปไม่ได้
๙. ข้อใดเปน็ วธิ กี ารเลอื กซื้อเครอ่ื งสำอางทด่ี ีท่ีสุด
ก. เลอื กซือ้ เพราะเพ่ือนใชด้ ีและบอกต่อ
ข. เลอื กซ้อื ทม่ี าจากตา่ งประเทศเพราะม่ันใจในคุณภาพ
ค. เลือกซอ้ื เพราะบริการขายตรงบรรจุภัณฑ์สวยงามดดู ีมีราคาถูก
ง. เลอื กซื้อท่ีมีฉลากภาษาไทย รายละเอียดครบ มกี ารรับรองมาตรฐาน
๑๐. ขอ้ ความจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย “น้ำปัสสาวะใช้ลา้ งตา ช่วยตาใสมอง
เหน็ ชดั ” วธิ กี ารใดเหมาะสมที่สุดในการวิเคราะห์ข้อมูล ข้างต้นนี้
ก. ตรวจสอบขอ้ มลู ขา่ วสารจากทางกระทรวงสาธารณสขุ
ข. ตรวจสอบข้อมลู จากคนที่เคยลองใช้มาแล้ว
ค. นำนำ้ ปสั สาวะของเราไปพสิ ูจน์
ง. โทรศพั ท์ไปถามผทู้ ่ีอยใู่ นข่าว
กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น
ช่อื - สกุล.......................................................................ระดับชนั้ ม...../..... เลขท่ี..............
ขอ้ ก ข ค ง
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
รวม
ใบความรู้
เร่ือง การอ่านคดิ วิเคราะหส์ ่อื โฆษณานา่ เชอ่ื ถอื
การโฆษณา หมายถงึ เครื่องมือทางการตลาดที่ผู้ประกอบธรุ กิจเพ่อื การประชาสมั พันธ์ข่าวสาร
หรอื แจง้ ขา่ วสารให้บุคคลท่เี ป็นกลุม่ เปา้ หมายทราบเกย่ี วกับสนิ ค้า บริการ หรือแนวความคดิ โดยเจ้าของ
สนิ คา้ หรอื ผ้อู ปุ ถัมภท์ ีเ่ ปดิ เผยตวั เองอย่างชดั แจ้งมีการจา่ ยเงินเปน็ คา่ ใชส้ ่ือ และเปน็ การนำเสนอข้อมูล
ขา่ วสารทไ่ี ม่ไดใ้ ชบ้ ุคคลเขา้ ไปติดต่อ โดยตรง
ในโลกของการสือ่ สารพบวา่ ส่ือโฆษณา เข้ามามีบทบาทและมีอิทธิพลต่อการดำรงชวี ติ ประจำวัน
ของคนในสงั คมเป็นอย่างมาก โดยเฉพราะการจงู ใจต่อผบู้ ริโภค
ความสำคัญของการโฆษณา
๑. เป็นเคร่ืองมือในการติดต่อสือ่ สาร
๒. ชว่ ยพัฒนาระบบเศรษฐกิจในประเทศ
๓. ชว่ ยยกระดบั มาตรฐานการครองชพี ของคนในสังคม
๔. เกิดการแข่งขันระหว่างธุรกิจต่าง ๆ
วตั ถุประสงค์ของการโฆษณา
การโฆษณามวี ัตถุประสงค์ ดังนี้
๑. แนะนำสนิ คา้ บริการ ให้เปน็ ท่ีรูจ้ ัก เป็นการเผยแพรแ่ ละส่งเสริมการขายสินคา้ น้นั
๒. เพอื่ ใหท้ ราบขอ้ มูลขา่ วสารเก่ยี วกับสนิ ค้าหรือบริการว่ามีการพฒั นาอยา่ งไร
๓. สร้างแรงจงู ใจให้เกดิ ความต้องการใช้สนิ คา้ น้ัน ๆ
๔. เพื่อเพ่ิมโอกาสทางธุรกิจ มกี ารซอื้ ขายเพิ่มยอด
สิ่งสำคัญคอื ควรยดึ หลักพจิ ารณาข้อความโฆษณาสนิ คา้ และบริการทกุ ประเภทให้มีความเป็นจริง
มากท่ีสดุ ไม่หลอกลวงผ้บู รโิ ภค อีกทง้ั ควรมีความสอดคลอ้ งและเป็นไปตามพระราชบัญญัตคิ มุ้ ครองผูบ้ รโิ ภค
ดา้ นการโฆษณา พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๒๒ ดังนี้ คือ การโฆษณาจะตอ้ งไม่มขี ้อความทเ่ี ป็นการไมเ่ ปน็ ธรรม
ต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจก่อใหเ้ กิดผลเสยี ต่อสงั คมโดยสว่ นรวม ทั้งน้ไี มว่ า่ ข้อความดังกลา่ วนั้น
จะเป็นข้อความท่ีเกี่ยวกับแหลง่ กำเนดิ สภาพคุณภาพ หรอื ลกั ษณะของสนิ คา้ หรือบรกิ าร ตลอดจนการสง่
มอบการจัดหา หรอื การใชส้ นิ ค้าหรอื บริการ
ประเภท สือ่ โฆษณา
ในปัจจบุ นั ผู้ประกอบการผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพใช้กลยทุ ธ์ทางการตลาดในรปู แบบทหี่ ลากหลายในการ
จูงใจให้ผบู้ รโิ ภคซอ้ื สินคา้ และบริการของตน การโฆษณาประชาสมั พันธ์ ดังน้ี
๑. การโฆษณาผ่านสือ่ อิเล็กทรอนกิ ส์
๒. การโฆษณาผ่านหนังสือพิมพ์
๓. โฆษณาโดยปา้ ยประกาศ
๔. โฆษณาโดยใช้จดหมายตรง
๕. โฆษณาโดยใชส้ มุดโทรศัพท์
๖. จัดแสดงสินคา้
สอ่ื โฆษณามีอทิ ธิพลตอ่ ผู้บริโภค ดังนี้
๑. สรา้ งความเข้าใจในคุณสมบตั ิของสินค้าและบรกิ ารทต่ี ้องใหผ้ ้บู รโิ ภคตอ้ งการทราบ เพราะเม่ือ
สือ่ โฆษณาใดให้ข้อมลู ของสินคา้ ไดต้ รงกบั ความสนใจของผู้บริโภคที่มีอยู่แลว้ ยอ่ มให้เกิดแรงจูงใจการซ้ือสนิ ค้า
งา่ ย
๒. สรา้ งแรงกระตุ้นให้ผ้บู รโิ ภคเกิดการอยากทดลองใช้ เช่น การโฆษณาโดยใช้กลยุทธ์ การลดแลก
แจก หรือแถม จากท่ีผบู้ รโิ ภคไมเ่ คยทดลองใช้ เพราะสินคา้ ดงั กล่าวนั้นมรี าคาถูก หรือเป็นของแถมท่ไี ด้มาฟรี
๓. สรา้ งความภมู ใิ จในสินคา้ และบริการ โฆษณาของผู้ผลิตมกั นำบุคคลสำคญั และเป็นที่ยอมรบั
ในสงั คมมาเป็นแบบในโฆษณา เช่น นกั แสดง นกั รอ้ ง เพ่ือใหผ้ บู้ ริโภคเกิดความภาคภูมิใจ เมอ่ื ได้ใชส้ นิ ค้าและ
บรกิ ารชนดิ เดียวกบั ทบ่ี ุคคลสำคญั ใช้
๔. สรา้ งความตอกย้ำความทรงจำของผูบ้ รโิ ภค ทำใหเ้ กิดการซอื้ สินค้าซ้ำอีกครง้ั ซง่ึ การโฆษณา
บอ่ ย ๆ ครง้ั ทำให้ผูบ้ รโิ ภคท่เี คยใช้สินคา้ ของตนเองแลว้ ได้กลบั มาซอื้ สนิ คา้ น้ันอีกรอบ
๕. สร้างแรงจงู ใจให้เกดิ ความสนใจท่ีจะซื้อสนิ ค้าและบริการ โดยโฆษณาจะชีแ้ จงให้ผบู้ ริโภค
เกิดความเข้าใจวา่ เมื่อใชส้ นิ ค้าและบริการแล้วจะทำให้ผูบ้ ริโภคไดร้ ับผลดี เกดิ ความสวยงามเกดิ ความ
สะดวกสบาย หรอื แกไ้ ขปัญหาให้กบั ผู้บรโิ ภคได้อยา่ งไร
หลักการพจิ ารณาสอ่ื โฆษณาเพอ่ื การเลือกบรโิ ภค
เพ่ือประโยชนข์ องผู้บริโภคในการรบั ข้อมูลจากสื่อโฆษณาที่ถกู ต้อง ควรยึดหลกั พจิ ารณาข้อความ
โฆษณาสนิ คา้ และบรกิ ารทกุ ประเภท ว่าตอ้ งมีลักษณะสอดคล้องและเปน็ ไป ตามพระราชบญั ญตั คิ ุ้มครอง
ผบู้ รโิ ภคดา้ นการโฆษณา พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๒๒ ดงั น้ี คือ
๑. ข้อความทีเ่ ปน็ เท็จหรือเกนิ จริง
๒. ข้อความท่กี ่อใหเ้ กิดความเขา้ ใจผิด
๓. ข้อความท่ีสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม และวัฒนธรรม
๔. ข้อความที่ทำใหเ้ กดิ ความแตกแยก
๕. ข้อความทผ่ี ดิ กฎกระทรวงเก่ียวกับผปู้ ระกอบธุรกิจ
การโฆษณาจะต้องไมม่ ีข้อความทเ่ี ป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บรโิ ภค หรือใชข้ อ้ ความทอ่ี าจก่อใหเ้ กิด
ผลเสียต่อสงั คมโดยส่วนรวม ทั้งน้ไี มว่ ่าข้อความดังกลา่ วน้นั จะเป็นข้อความทเ่ี กยี่ วกับแหลง่ กำเนิดสภาพ
คุณภาพ หรือลักษณะของสินค้าหรือบรกิ าร ตลอดจนการส่งมอบ การจัดหา หรอื การใชส้ ินคา้ หรอื บรกิ าร
รเู้ ท่าทันสอ่ื
การรู้เทา่ ทนั สื่อ คือ การทเี่ ราไมห่ ลงเชื่อเน้ือหาท่ไี ด้อา่ น ได้ยิน ไดฟ้ งั แต่สามารถคิด วเิ คราะห์ สงสยั
และรู้จกั ต้งั คำถามว่า สงิ่ น้นั จรงิ หรอื ไม่จริง ใครเป็นคนใหข้ ้อมูลเขาต้องการส่ืออะไร หรือมจี ดุ มงุ่ หมาย
แอบแฝงหรือไม่
องค์ประกอบของการรู้เทา่ ทันส่ือท่เี ราตอ้ งมี ได้แก่
๑. การเปดิ รบั สื่อการเปดิ รับการเข้าใจการวิเคราะห์สื่อ คือ การรเู้ ทา่ ทนั การเปิดรบั ส่ือของประสาท
สมั ผัส หู ตา จมูก ลน้ิ สัมผสั ของเราซ่ึงเมอ่ื เปิดรบั แลว้ สมองจะสั่งการให้คิด และปรุงแตง่ ให้เกดิ อารมณต์ ่าง ๆ
ตามมา การรูเ้ ทา่ ทนั สื่อในขั้นของการรับรอู้ ารมณ์ตนเองจึงเปน็ สงิ่ สำคัญทตี่ ้องแยกความคดิ และอารมณอ์ อก
จากกัน และความคิดจะทำให้เรารับรูค้ วามจรงิ วา่ “อะไรเป็นสิ่งที่ส่อื สรา้ งขน้ึ ”เปน็ ต้น
๒. การวิเคราะห์สื่อ คือ การแยกแยะองคป์ ระกอบในการนำเสนอของสอ่ื ว่ามีวตั ถุประสงค์อะไร
๓. การเข้าใจสื่อ คือ การตีความสอ่ื หลงั จากเปดิ รบั ส่ือไปแลว้ เพ่อื ทำความเขา้ ใจในสงิ่ ท่ีสอ่ื นำเสนอ
ซึง่ ผู้รับสารแตล่ ะคนกจ็ ะมคี วามเข้าใจสื่อได้ไมเ่ หมือนกนั ตีความไปคนละแบบ ขึน้ อยู่กบั ประสบการณ์ พ้นื ฐาน
การศกึ ษาคุณสมบัติในการเรียนรู้ ตลอดจนการรับรู้ข้อมลู ของแตล่ ะบคุ คลท่ีไม่เท่ากันมากอ่ น
๔. การประเมนิ ค่า หลงั การวเิ คราะหแ์ ละทำความเข้าใจส่ือแล้ว เราควรประเมนิ คา่ ส่ิงท่ีสื่อนำสนอ
ว่ามคี ุณภาพและคุณค่ามากน้อยเพยี งใด ไมว่ ่าจะเปน็ ด้านเนอ้ื หา วิธีนำเสนอเทคนิคท่ใี ช้ เปน็ ตน้
๕. การใช้สือ่ ให้เกดิ ประโยชน์ แม้เราจะสามารถวิเคราะห์ เข้าใจ และประเมินค่าสอื่ ได้ แต่เราไม่
สามารถออกไปจากโลกของสื่อได้ ดงั นนั้ เราจึงจำเปน็ ต้องปฏิบัตดิ งั น้ี คอื
- นำส่งิ ทีเ่ ราวิเคราะห์ไปใชป้ ระโยชน์
- เลอื กรับสื่อเป็น
- สามารถสง่ สารต่อได้
- มีปฏกิ ริ ยิ าตอบกลบั สอื่ ได้
***************************
ตวั อยา่ งท่ี ๑ การวเิ คราะห์สื่อโฆษณา
วเิ คราะหส์ ื่อโฆษณามหาวิทยาลยั รังสติ
“วันๆ คดิ แต่จะออกนอกโรงพยาบาล หมออย่างนีค้ นไข้คงสรรเสรญิ ล่ะ”
ลักษณะท่ัวไป
โฆษณาทใ่ี ชอ้ ารมณภ์ าษาพูดท่ชี ว่ ยในการดงึ ดูดความนา่ สนใจ ภาพท่สี ื่อความหมาย ตอ้ งการนำเสนอ
เรื่องราวของนกั ศกึ ษาแพทยท์ มี่ หาวทิ ยาลยั แหง่ น้ี ลักษณะของนกั ศึกษาแพทย์ทที่ ำตวั เป็นแบบอยา่ งทดี่ ีให้กับ
สงั คม ภาพของคณุ หมอทด่ี แู ลชาวเขาทุกข์ยากหา่ งไกล Mood & Tone สีคลำ้ คลมุ เคลือ ความทกุ ข์
ยากลำบาก ยังมคี วามรูส้ กึ สดใสมสี ีสันบา้ งไมม่ าก
ประกอบสรา้ งอารมณใ์ หก้ ับผรู้ ับสาร เหน็ ถึงความยากลำบาก ความเหน็ดเหนอ่ื ย ความห่างไกล แต่ใช้
อารมณ์รูปท่สี ือ่ ออกมาถงึ ความสุข ความใสใ่ จ การทำอะไรใหก้ ับสังคม
การสรา้ งการสอ่ื ความหมายบวกอารมณภ์ าพ มอื ของหมอทป่ี ระสานจับกบั คุณยายและเดก็ ๆ เป็น
ภาพท่สี ะท้อนใหค้ วามหมายการยำ้ เตอื นอารมณ์ความรู้สึกอย่างดี พร้อมใชค้ ำพูดในการดงึ ดดู ความนา่ สนใจ
“วนั ๆ คดิ แต่จะออกนอกโรงพยาบาล หมออย่างนคี้ นไข้คงสรรเสรญิ ละ่ ”
ความหมายนัยตรง
นักศกึ ษาแพทย์คนหนง่ึ (เป็นโฆษณาของมหาวิทยาลยั จงึ ตคี วามว่า เปน็ นักศึกษาทก่ี ำลงั ศึกษา
ทางดา้ นแพทย์) ออกตรวจสขุ ภาพแก่พนี่ อ้ งชาวเขาท่ีอย่หู ่างไกล ในท้องถ่นิ ธรุ ะกนั ดาร จติ วิญญาณของแพทย์
คอื การชว่ ยเหลอื ผู้ปว่ ยในทุกทอ้ งถิ่นไม่ว่าหนทางจะยาวไกลลำบากแค่ไหน แต่เมื่อได้ทำแลว้ มันกส็ ขุ ใจที่ไดท้ ำ
คำโปรยยกย่องในอาชีพแพทย์
ความหมายโดยนยั ประวัติ
จากการวิเคราะห์ ผอู้ อกแบบส่ือโฆษณาชดุ น้ตี ้องการสรา้ งอคตใิ นการทำงานของนกั ศกึ ษาแพทย์
คนนี้ว่า “วนั ๆ คดิ แตจ่ ะออกนอกโรงพยาบาล”
การตคี วามโดยทว่ั ไปทำให้คดิ ไปได้วา่ วัน ๆ เขาเปน็ แพทยท์ ไี มท่ ำอะไร คิดแตจ่ ะหนอี อกไปนอก
โรงพยาบาล เปน็ การสรา้ งทศั นะคติแกผ่ ู้รบั สารทางลบ แต่เม่ืออ่านคำต่อไปเร่อื ย ๆ
“หมออย่างนคี้ นไข้คงสรรเสริญละ่ ”
จรงิ ๆ ถา้ อา่ นแตค่ ำพดู โดยไมม่ องการรบั รภู้ าพท่จี ะทำเสนอ อาจเกดิ คำถามใหก้ ับผรู้ บั สารได้ไม่นอ้ ย
เลยทีเดยี วว่า ทำไมคนตอ้ งสรรเสริญแพทย์พวกทไ่ี ม่ทำงานอยูโ่ รงพยาบาล เปน็ การเลน่ คำในการใชภ้ าษาพูด
ทีใ่ ห้อารมณต์ รงกันข้าม เมื่อปริศนาท่คี ลายออกมาจากภาพ ก็จะทราบความหมายของแพทย์คนหนึ่ง
ท่ีออกตรวจสขุ ภาพ สร้างความสุขใหก้ ับพนี่ ้องชาวเขาท่อี ยหู่ ่างไกล ทา่ มกลางปา่ เขา การเดินทางทีล่ ำบาก
ต้องบากบั่นของความเปน็ วชิ าชพี ประกอบกบั โทนสภี าพใหอ้ ารมณ์ความรสู้ ึกสะทอ้ นใจ ความร้สู ึกหดหู่ แต่ก็
ยังมีรอยยม้ิ ทแ่ี สดงออกมาเชือ่ มความสัมพนั ธ์กัน
โฆษณาชดุ น้ีประกอบสร้างสารต่าง ๆ มากมายท่ตี ้องการนำเสนอ การเรียนการสอน ในทางดา้ น
แพทยศ์ าสตร์ แหง่ มหาวิทยาลยั รังสิตทตี่ ้องการฉีกแนวมาจากโฆษณาทว่ั ไปตามมหาวิทยาลยั อืน่ ๆ ผู้รบั สาร
จงึ เกดิ ทศั นะคตทิ างบวกแม้จะเปน็ การสัมผสั จากอารมณข์ องคำโปรยในทางตรงกันข้ามทตี่ ดิ มากบั ภาพที่แสดง
ออกมาการเป็นแพทย์ท่ีคนื อะไรใหก้ ับสงั คม ทส่ี ะท้อนการเรยี นในการปลกู ฝงั วชิ าชีพของเดก็ แพทย์ทีน่ ่ี ทำให้
ผรู้ บั ชมรสู้ กึ ถงึ ความโดดเดน่ ในการสะท้อนเรื่องราวของสังคมออกมาทหี่ ่างไกล
ความหมายของผู้ชมในการรับสารชน้ิ นสี้ รา้ งทัศนคตไิ ด้เชิงบวก มคี ุณค่าตอ่ สังคม เป็นประโยชน์
ต่อคนอนื่ สร้างภาพลักษณ์ทีด่ ตี ่อการกระตุน้ ใหผ้ สู้ นใจเข้าศกึ ษาตอ่ (กล่มุ เป้าหมายหลัก) หันมามองโฆษณาน้ี
เปน็ ทางเลือก ภาพโฆษณาชุดนีเ้ ปน็ การสรา้ งสรรค์ ใหค้ นดูเปลยี่ นทศั นคตเิ รอ่ื งลบ กลายเปน็ เรือ่ งบวก
(มหาวิทยาลยั รงั สิต, ๒๕๕๙: ออนไลน์)
ตัวอย่างที่ ๒ วิเคราะหส์ อื่ โฆษณา
ช่อื เรอ่ื ง (Title) Pepsi ดนตรีเต็มท่ีดว้ ยกนั ได้
ขอ้ มูลเบ้อื งตน้ (Background) / S W O T
เป๊ปซี่ คือ เครื่องดื่มอัดลมที่ผลิตโดยบริษัทเป๊ปซี่ ซึ่งประกอบไปด้วย ๑. น้ำตาล ๒. น้ำตาลไหม้
๓. กาเฟอนี (ไร้กาเฟอนี ) ๔. กรดฟอสฟอรกิ ๕. สารสกัดจากใบโคคา (สกัดเอาโคเคนออกแลว้ ) และสารสกัด
จากเมลด็ โคลาปรมิ าณเล็กน้อย ๖.กรดนำ้ สม้ และโซเดยี มไซเทรต ๗. มะนาวฝรงั่ ส้ม มะนาว แคสเซีย
(cassia คอื อบเชยชนดิ หน่งึ ) นำ้ มันลูกจนั ทร์เทศ และสารอื่น ๆ ๘. กลีเซอรนี ๙. วานิลลา ซึง่ ใหค้ วามสดชน่ื
ลดอาการกระหายน้ำ
จดุ แข็ง :
- เป๊ปซี่ ใช้ กลยุทธ์ Emotional Marketing และ Lifestyle ท่เี น้นถึงความเป็นคนรนุ่ ใหม่
คนทันสมัย กลา้ คิด กลา้ แสดงออก
จดุ อ่อน :
- เป็นเครอ่ื งดมื่ ท่ีไม่มคี ุณค่าทางโภชนาการ ไม่มปี ระโยชน์ตอ่ รา่ งกาย
- ค่านิยมของผูบ้ รโิ ภคมกี ารเปลย่ี นแปลง คือให้ความสำคัญเรอื่ งสุขภาพมากขึ้นทำให้ผบู้ รโิ ภคลด
การบริโภคเครื่องดม่ื โค ล่าลง เนอื่ งจากไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และให้ความสนใจกบั สนิ คา้ ที่ให้ผลดกี ับ
สขุ ภาพมากข้ึน
วตั ถปุ ระสงค์ (Objective)
เพือ่ ดบั กระหาย ใหค้ วามสดช่ืนแก่กลมุ่ เปา้ หมาย
กล่มุ เปา้ หมายหลัก (Main Target)
วยั รนุ่ อายุ ๑๒ ปี ขึ้นไป และผู้ที่ไมด่ ื่มเครื่องด่ืมแอลกอฮอล์
แนวความคดิ (Concept)
ดนตรคี อื เครื่องมือเช่อื มโยงความสมั พนั ธ์
เหตุผลสนับสนุนแนวคดิ (Support)
การผสมผสานดนตรหี ลายแนวในเพลงเดยี วกนั
อารมณ์และความรู้สกึ (Mood & Tone)
มนั ส์ ซา่ มาก
ผลตอบสนอง (Desired response)
เกดิ การเปลยี่ นแปลงพฤติกรรม เพราะมีแรงบนั ดาลใจ
(มติชนสดุ สปั ดาห,์ ๒๕๖๑: ออนไลน)์
แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๑
คดิ วิเคราะหส์ ื่อโฆษณานา่ เช่อื ถอื
ช่อื กลมุ่ .......................................................................... มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ......../........
สมาชกิ คนที่ ๑.................................................. เลขท.่ี ...................
สมาชกิ คนที่ ๒.................................................. เลขท.่ี ...................
สมาชกิ คนท่ี ๓.................................................. เลขที.่ ...................
สมาชกิ คนท่ี ๔.................................................. เลขที่....................
สมาชิกคนท่ี ๕.................................................. เลขท่ี....................
คำช้แี จง ให้สมาชกิ ในกลุ่มพจิ ารณาโฆษณาต่อไปน้ีแล้วตอบคำถามที่กำหนดให้ (๕ คะแนน)
ที่มา : https://www.brighttv.co.th/news/social/
๑. โฆษณา เร่อื ง
ตอบ............................................................................................................. ...........................
๒. จุดมุ่งหมายของโฆษณา
ตอบ.............................................................................................................. ...........................
...................................................................................................................... ...........................
๓. นักเรียนคดิ วา่ โฆษณานี้กล่าวเกนิ จริงหรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ............................................................................................................... ...........................
.................................................................................................... ..............................................
...................................................................................................................... ...........................
๔. นักเรียนคิดวา่ วิธใี ดลดน้ำหนักไดด้ ที ส่ี ดุ จงอธบิ าย
ตอบ.............................................................................................................. ............................
.................................................................................................... ..............................................
๕. หากนกั เรียนจะเลือกซ้ือผลติ ภณั ฑน์ ักเรียนมีวธิ ีใดในการตัดสนิ ใจ
ตอบ............................................................................................................... ...........................
...................................................................................................................... ............................
แบบฝกึ ทักษะที่ ๒
คิดวิเคราะหส์ อื่ โฆษณานา่ เชือ่ ถอื
คำช้แี จง ให้สมาชกิ ภายในกลมุ่ พจิ ารณาส่ือโฆษณาตอ่ ไปน้ีแลว้ ตอบคำถามท่ีกำหนดให้ (๕ คะแนน)
ทีม่ า : https://www.facebook.com/ Thai media study
๑. โฆษณาน้ีกลา่ วถงึ ส่ิงใด
ตอบ............................................................................................................................. ............
๒. สาระสำคญั ของโฆษณานี้ คอื อะไร
ตอบ............................................................................................................................. .............
............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................ .....................................
............................................................................................................................. ....................
๓. ผูแ้ ตง่ มเี จตนาตอ้ งการนำเสนอ อะไร
ตอบ............................................................................................................................. ............
.................................................................................. ...............................................................
๔. นกั เรียนคิดวา่ โฆษณาน้ีมคี วามน่าเชอื่ ถือหรือไม่ เพราะอะไร
ตอบ............................................................................................................................. ............
...................................................................................................................... ...........................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................. ...............................................................
๕. นักเรยี นคิดวา่ โฆษณานีผ้ ดิ กฎหมายหรอื ไม่ อย่างไร
ตอบ............................................................................................................................. ............
...................................................................................................................... ...........................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................. ...............................................................
แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๓
คดิ วเิ คราะหส์ อื่ โฆษณานา่ เชอ่ื ถือ
คำชี้แจง ให้สมาชกิ ภายในกลุ่มพจิ ารณาสื่อโฆษณาตอ่ ไปนี้แล้วตอบคำถามที่กำหนดให้ (๕ คะแนน)
สูตรเฉพาะทีม่ ีสารตา้ นอนุมลู อสิ ระ
บริษัท แดรี่ พลสั จำกัด ในเครือกลมุ่ บริษัท ดชั มิลล์ ผ้ผู ลติ และจดั จำหนา่ ยผลติ ภัณฑ์นมพร้อม
ดม่ื อันดบั ๑ นำเสนอผลติ ภัณฑ์นมถว่ั เหลอื งยูเอชที “ดีนา่ งาดำ ๒ เทา่ มริ าแคลเธอทีน” สูตรเฉพาะท่มี ี
สารตา้ นอนุมูลอิสระเท่ามะเขือเทศ ๖ ลกู ด้วยคุณคา่ งาดำ และวติ ามนิ อี แคลเซียมสงู อุดมด้วยวิตามินรวม
๑๓ ชนดิ เพื่อสขุ ภาพที่ดดู จี ากภายในส่ภู ายนอก มีใหเ้ ลือก ๓ ขนาด ไดแ้ ก่ ขนาด ๒๓๐ มล. ราคา ๑๒ บาท
ขนาด ๑๘๐ มล. ราคา ๑๐ บาท และขนาด ๑๑๐ มล. ราคา ๗ บาท นอกจากนสี้ ำหรับผูท้ ีใ่ สใ่ จรปู ร่างยังมี
สตู รน้ำตาลนอ้ ยเพียง ๑ % เรม่ิ สะสมความอ่อนเยาว์ของรา่ งกาย และผิว ดื่มนมถว่ั เหลืองผสมงาดำที่มสี าร
ตา้ นอนมุ ลู อสิ ระสูง ตงั้ แต่วันน้ี ทหี่ า้ งสรรพสินคา้ และรา้ นคา้ ชั้นนำท่ัวประเทศ สอบถามขอ้ มลู ผลติ ภณั ฑ์
โทร ๐๒ - ๘๘๑ - ๐๐๐
ทีม่ า : https://www.thailandexhibition.com/PR-News/3703
๑. โฆษณานี้ กล่าวถึงสิ่งใด
ตอบ............................................................................................................................. .............
๒. สาระสำคญั ของโฆษณานี้ คอื อะไร
ตอบ............................................................................................................................. .............
.................................................................................................................... .............................
............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................................. ....................
๓. โฆษณานี้ ต้องการนำเสนอ อะไร
ตอบ..........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
๔. นักเรียนคดิ วา่ โฆษณาน้ีมีประโยชน์หรือไม่ อย่างไร
ตอบ............................................................................................................................. .............
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
๕. นกั เรียนคดิ ว่าข้อความใดท่ีทำให้ผู้บริโภคสนใจสินคา้ ในโฆษณา
ตอบ............................................................................................................................. ...........
....................................................................................................................... ..........................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
แบบฝกึ ทักษะท่ี ๔
คดิ วเิ คราะหส์ อ่ื โฆษณานา่ เชอื่ ถือ
คำชี้แจง ให้สมาชกิ ภายในกลมุ่ พจิ ารณาส่ือโฆษณาต่อไปน้ีแล้วตอบคำถามที่กำหนดให้ (๕ คะแนน)
ทีม่ า : https://en.pallysocks.com/post/
๑. ใครเส่ียงตดิ เชือ้ ดังกลา่ วมากท่สี ดุ
ก. แมส่ วมหนา้ กากอนามัยไปตลาด
ข. พไี่ ปเท่ยี วกบั เพื่อนในสถานบันเทิง
ค. ฉนั ล้างมอื กับสบู่หลงั จากหยบิ สิ่งของ
ง. น้องอยู่โรงเรียนต้องนั่งห่างกบั เพ่ือน ๆ
๒. ข้อใดไมถ่ กู ต้องเกยี่ วกบั การป้องกันกายจากเชื้อไวรัส
ก. สวมมาสก์ ตลอดเวลาเม่ือออกจากบ้าน
ข. ลา้ งมอื ด้วยสบูท่ ุก ๕ นาที
ค. เว้นระยะห่างทางสังคม
ง. ไมใ่ ช้มือจับตาและจมูก
๓. ข้อใดถูกต้องเก่ยี วกบั การดแู ลสุขภาพใจสู้ภยั โควิด
ก. เลือกรับขา่ วสารจากทวิตเตอร์
ข. เลน่ เกมออนไลน์ทุกครง้ั ทีว่ ่าง
ค. หางานอดิเรกทำคลายเครียด
ง. ควรสือ่ สารดว้ ยโซเชียลมีเดียเทา่ นัน้
๔. การเว้นระยะหา่ งทางสงั คม (Social Distancing) ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. หลกี เลี่ยงสถานท่มี ีคนอยหู่ นาแน่น
ข. หลีกเล่ยี งกจิ กรรมที่มีคนจำนวนมากมารวมตวั กัน
ค. เวน้ ระยะหา่ งจากผอู้ นื่ ประมาณ ๑ - ๒ เมตร
ง. สวมถุงมอื หากต้องสมั ผัสผอู้ ื่น เช่น จับมอื กอด เป็นตน้
๕. ถ้ามอี าการไม่สบายและสงสัยว่าตดิ เช้อื โควิด ควรทำอย่างไร
ก. ซ้อื ชดุ ตรวจที่รา้ นขายยามาตรวจเบื้องตน้ ก่อน
ข. ซื้อยามารับประทานกักตัวเองท่ีบา้ น
ค. สงั เกตอาการถ้าไข้สงู ไปพบแพทย์
ง. แจ้งคนในครอบครวั จะได้ระวังตวั
แบบฝึกทักษะท่ี ๕
คิดวิเคราะหส์ อื่ โฆษณาน่าเชอื่ ถอื
คำชแ้ี จง ใหส้ มาชกิ ในกล่มุ แสดงความคดิ เรื่อง “การบรหิ ารเวลา” ในชวี ติ ประจำวนั รวบรวมคำตอบสรปุ
เป็นผลงานของกลุ่ม แลว้ ใหน้ ำเสนอผลงานภาพรวมของกลมุ่ ด้วยวธิ ีการท่เี หมาะสม เชน่ แผนภาพความคิด
บทบาทสมมติ ป้ายประกาศ เทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ (๕ คะแนน)
ทม่ี า : https://www.brandbuffet.in.th/2019/03/crystal-sermsuk-nai-naphatr-presenter/
๑. โฆษณาน้ี ตอ้ งการแนะนำสนิ คา้ ชนิดใด
ตอบ............................................................................................................................. .............
๒. สาระสำคัญของโฆษณานี้ คอื อะไร
ตอบ..........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
๓. กลุ่มเป้าหมายของโฆษณานค้ี ือใคร
ตอบ............................................................................................................................. .............
..................................................................................................................... ............................
๔. โฆษณานใี้ ช้ Presenter (ผูน้ ำเสนอ) แบบใดมาเปน็ ผ้นู ำเสนอสินค้า
ตอบ............................................................................................................................. ............
...................................................................................................... ...........................................
๕. โฆษณานีน้ ่าเชอ่ื ถอื หรอื มปี ระโยชน์หรอื ไม่ เพราะอะไร
ตอบ............................................................................................................................. ............
.............................................................................................................................. ...................
แบบทดสอบหลงั เรียน
เร่ือง วเิ คราะหส์ ่อื โฆษณาน่าเช่ือถือ
คำชแ้ี จง
๑. ใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบเป็นรายบคุ คล
๒. แบบทดสอบฉบบั นี้เปน็ แบบเลือกตอบ มีทั้งหมด ๑๐ ขอ้ ข้อละ ๑ คะแนน
๓. เลือกคำตอบที่ถกู ต้องทสี่ ุดเพียงคำตอบเดยี ว
๔. ใหน้ ักเรียนทำเครอื่ งหมายกากบาท (X) ลงในช่องท่ีตรงกบั อกั ษร ก ข ค ง
ในกระดาษคำตอบที่แจกให้
๕. ห้ามขดี เขียนขอ้ ความใด ๆ ลงในแบบทดสอบ
********
๑. สอ่ื โฆษณาแฝง สง่ ผลตอ่ ผู้บริโภคอยา่ งไร
ก. ทำให้มีแรงจูงใจในสินค้านัน้ ๆ นอ้ ยลง
ข. ทำให้มีระดบั ของการปฏิเสธน้อยลง
ค. ทำใหต้ ้องการสินค้ามากขึ้น
ง. ทำให้รู้จักสนิ คา้ มากขนึ้
๒. โฆษณาสนิ ค้าประเภทใด ท่มี ีกลมุ่ เป้าหมายสำหรับวยั รุ่น
ก. อาหารเสรมิ ข. ศลั ยกรรมความงาม
ค. เฟอรน์ เิ จอร์ ง. เครอ่ื งสำอาง
๓. บุคคลใดเลอื กซื้อผลติ ภัณฑส์ ุขภาพไดป้ ลอดภยั ท่สี ดุ
ก. แนน เลือกใชผ้ ลติ ภัณฑ์สขุ ภาพที่นำเขา้ จากตา่ งประเทศ
ข. ออ้ ม เลอื กใช้ผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพท่ีมีการรีวิวในอนิ เทอรเ์ นต็
ค. โอ๋ เลือกใช้ผลติ ภัณฑ์สุขภาพที่เหมาะสมกับสภาพผิวของตนเอง และมีเครื่องหมายรบั รอง
ง. เจยี๊ บ เลอื กใชผ้ ลิตภณั ฑส์ ุขภาพตามคำแนะนำของเพ่ือน เพราะเพ่ือนใช้แล้วไดผ้ ลดีมาก
๔. บคุ คลใดร้เู ทา่ ทนั สอื่ ดีท่ีสุด
ก. โดมดูโฆษณาอาหารเสรมิ แลว้ บอกให้เพื่อนซือ้
ข. ดาวเลือกซ้ือเคร่ืองสำอางจากการทเี่ พ่ือนแนะนำ
ค. เดียวซอื้ โทรศัพท์ใหม่เพราะดูจากโฆษณาที่บอกวา่ ถ่ายรปู ไดส้ วยมาก
ง. ดวงวเิ คราะห์ไดว้ ่าโฆษณานำ้ อดั ลมทไี่ ม่มีนำ้ ตาลไมเ่ ป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
๕. ขอ้ ใดคืออิทธิพลของสอื่ โฆษณาท่ีมตี ่อผบู้ ริโภคมากทีส่ ดุ
ก. สร้างแรงจงู ใจต่อผู้บรโิ ภคในการซ้ือสนิ คา้
ข. แนะนำสินค้าให้ผ้บู ริโภคได้รู้จกั ท้ังด้านดแี ละไม่ดี
ค. ใหผ้ ู้บรโิ ภคมที างเลอื กซื้อสนิ ค้าท่ีตอ้ งการได้หลากหลาย
ง. ช่วยยกระดบั มาตรฐานการครองชพี ของผู้บริโภค
๖. หากนกั เรยี นจะร้เู ทา่ ทนั ส่อื โฆษณาควรฝกึ ฝนในดา้ นใด
ก. ดา้ นความรวดเร็วในการรบั สือ่
ข. ดา้ นสง่ เสรมิ ทักษะการคดิ วิเคราะห์
ค. ดา้ นสง่ เสรมิ การประชาสัมพันธ์
ง. ดา้ นส่งเสริมวธิ กี ารส่อื สารกับผู้บรโิ ภค
๗. ขอ้ ความจากอินเทอรเ์ นต็ “ผวิ ขาวข้นึ แน่นอนภายใน ๓ - ๗ วัน เปลย่ี นผิวดำด้านเปน็ ผวิ ขาว
ยิ่งใช้ หลายขวดยง่ิ ขาวมากขึ้น ไมม่ ีสารปรอท ไม่พบความเปน็ กรด และไมม่ ีสารไฮโรควิโนน
ในหัวเชื้อผิวขาว มเี ลขทีจ่ ดแจ้งของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุ และ
ตวั หวั เชอื้ ผิวขาวมสี ว่ นประกอบของ คอลลาเจน กรดนำ้ นม วติ ามินซี แตงกวา มลั เบอรี่ อัลฟา่
อาบูตนิ และมสี ว่ นผสมหลกั เป็น ทองคำ ขายในราคาขวดละ ๙๐ บาท” จากข้อความนน้ี ักเรียน
คดิ วา่ เป็นการโฆษณาเกินจริงหรอื ไม่ เพราะอะไร
ก. ไมเ่ กินจรงิ เพราะจากสว่ นประกอบของสินค้าเปน็ สารทีใ่ หค้ วามขาวทง้ั ส้ิน
ข. ไม่เกนิ จรงิ เพราะมเี ลขท่จี ดแจ้งของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ค. เกนิ จริง เพราะปกติแล้วไมส่ ามารถยบั ยั้งการผลิตเม็ดสเี มลานินในรา่ งกายได้
ง. เกินจริง เพราะการเปลี่ยนสีผวิ ไมส่ ามารถทำใหผ้ วิ ขาวข้ึนได้อย่างรวดเรว็ ภายใน ๓ - ๗ วัน
๘. จากโฆษณาข้างต้นนกั เรยี นคดิ วา่ เป็นโฆษณาทีน่ ่าเช่ือถือหรือไม่ เพราะเหตุใด
ก. น่าเช่ือถือ เพราะทำจากสมุนไพรธรรมชาติ
ข. นา่ เชือ่ ถือ เพราะมเี ครื่องหมายการนั ตีและหุ่นของนางแบบท่ีอยูข่ า้ งกล่อง
ค. ไมน่ ่าเช่อื ถอื เพราะไม่มีสินคา้ ใดทจี่ ะทำใหผ้ อมได้ภายใน ๗ วันจึงเปน็ การกลา่ วเกนิ จรงิ
ง. ไม่น่าเชือ่ ถือ เพราะในความเป็นจริงคนที่ “หุน่ พัง”ไปแล้วจะเป็น “หนุ่ ปงั ” เป็นไปไม่ได้
๙. ขอ้ ใดเป็นวิธีการเลอื กซ้ือเครอ่ื งสำอางทดี่ ีทีส่ ดุ
ก. เลอื กซอื้ ที่มีฉลากภาษาไทย รายละเอียดครบ มกี ารรับรองมาตรฐาน
ข. เลือกซือ้ เพราะบริการขายตรงบรรจุภณั ฑ์สวยงามดดู ีมีราคาถูก
ค. เลือกซือ้ ทม่ี าจากต่างประเทศเพราะมน่ั ใจในคณุ ภาพ
ง. เลอื กซื้อเพราะเพ่ือนใช้ดแี ละบอกต่อ
๑๐. ข้อความจากศนู ยต์ ่อตา้ นข่าวปลอมประเทศไทย “นำ้ ปสั สาวะใช้ล้างตา ช่วยตาใสมอง
เห็นชดั ” วธิ กี ารใดเหมาะสมทส่ี ุดในการวิเคราะหข์ ้อมลู ขา้ งต้นน้ี
ก. โทรศัพท์ไปถามผู้ที่อย่ใู นขา่ ว
ข. นำนำ้ ปัสสาวะของเราไปพิสจู น์
ค. ตรวจสอบขอ้ มลู จากคนทีเ่ คยลองใชม้ าแลว้
ง. ตรวจสอบขอ้ มูลขา่ วสารจากทางกระทรวงสาธารณสุข
กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลงั เรียน
ช่อื - สกุล.......................................................................ระดับชน้ั ม...../..... เลขท่.ี .............
ข้อ ก ข ค ง
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
รวม
ภาคผนวก
เฉลย แบบทดสอบก่อนเรียน
เร่อื ง วเิ คราะหค์ วามหมายของคำและข้อความ
๑. ข
๒. ข
๓. ค
๔. ค
๕. ก
๖. ก
๗. ค
๘. ค
๙. ง
๑๐. ก
เฉลย แบบฝึกทกั ษะท่ี ๑
เรอ่ื ง คิดวเิ คราะหส์ ่อื โฆษณาน่าเช่อื ถอื
๑. โฆษณา เรื่อง
ตอบ การขายสินค้าอาหารเสริมลดความอว้ น บี เคิร์ฟว
๒. จดุ มุ่งหมายของโฆษณา
ตอบ ให้ผบู้ รโิ ภคที่มปี ญั หาน้ำหนักเกนิ หรอื คนอว้ นซอื้ ผลิตภัณฑ์น้ีไปใช้
๓. นกั เรียนคิดวา่ โฆษณาน้กี ลา่ วเกินจรงิ หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ โฆษณาน้กี ล่าวเกนิ จริง เพราะอาหารเสริมไม่ใชย่ าท่ีจะล้างสารพิษได้หรอื ไปกด
ความรู้สกึ ความต้องการทานอาหารได้ องค์การอาหารและยามีหน้าท่ีรับรองการผลิต
แตไ่ มไ่ ดร้ บั รองสรรพคุณท่กี ลา่ วอ้าง
๔. นักเรียนคิดวา่ วธิ ีใดลดน้ำหนักได้ดีท่ีสุด จงอธบิ าย
ตอบ วธิ ลี ดน้ำหนกั ท่ีดที ่ีสุดคือ การออกกำลังกาย และทานอาหารท่มี ปี ระโยชน์
๕. หากนกั เรียนจะเลือกซ้ือผลติ ภัณฑน์ กั เรยี นมีวิธีใดในการตดั สนิ ใจ
ตอบ ดูเคร่ืองหมายรบั รองจากองค์การอาหารและยา และสรรพคุณทไี่ ม่กลา่ วเกินจรงิ
เฉลย แบบฝึกทกั ษะที่ ๒
เรอ่ื ง คดิ วเิ คราะหส์ อื่ โฆษณาน่าเชื่อถือ
๑. โฆษณานก้ี ล่าวถงึ สงิ่ ใด
ตอบ สินค้า โลชัน่ เช็ดหนา้ ขาว ยี่ห้อ SC ll
๒. สาระสำคัญของโฆษณานี้ คืออะไร
ตอบ ในข้อความโฆษณาระบวุ ่า "หนา้ ดำจากแสงแดด หรอื ดำมาจากกำเนิด เพียงใช้ SC ll
หน้าเห่ียวยน่ ดูแก่กว่าวัยอยา่ ตกใจ ใช้ SC ll ชุบสำลที าใหท้ ว่ั หน้าและลำคอใช้
ประจำกอ่ นอาบนำ้ หรอื ก่อนนอนหนา้ จะขาวใส ผลติ ภัณฑน์ ี้ขายดีทส่ี ดุ ในหม่ดู ารา
ยอดนยิ ม ชาย - หญงิ "
๓. ผ้แู ต่งมเี จตนาต้องการนำเสนอ อะไร
ตอบ นำเสนอขายสินคา้ โลชน่ั เช็ดหน้าขาว ยหี่ ้อ SC ll
๔. นักเรียนคดิ วา่ โฆษณาน้มี คี วามน่าเชอ่ื ถือหรือไม่ เพราะอะไร
ตอบ ไมน่ า่ เชือ่ ถือ เพราะมีการระบุขอ้ ความ กลา่ วถึงการสามารถแกไ้ ขพนั ธุกรรมสีผิว
แต่กำเนิด ซึ่งถือวา่ เปน็ คำโอ้อวดเกนิ จริง และเครื่องหมายการค้ารวมถงึ ช่ือผลติ ภณั ฑ์
กระทำการลอกเลียนแบบผลติ ภณั ฑ์เคาท์เตอร์แบรนด์ยี่ห้อ "SK ll"
๕. นักเรียนคดิ ว่าโฆษณานผ้ี ดิ กฎหมายหรอื ไม่ อยา่ งไร
ตอบ คิดวา่ ผิดกฎหมาย เร่ืองการโฆษณาขอ้ ความเทจ็ หรือเกนิ ความจริง
มาตรา ๒๘ ในกรณีท่ีคณะกรรมการวา่ ด้วยการโฆษณามีเหตุอันควรสงสยั วา่
ขอ้ ความใด ที่ใชใ้ นการโฆษณาเปน็ เท็จหรอื เกินความจริงตามมาตรา ๒๒
เฉลย แบบฝึกทักษะที่ ๓
เรอ่ื ง คดิ วเิ คราะหส์ อื่ โฆษณาน่าเชอ่ื ถอื
๑. โฆษณานี้ กล่าวถงึ สิ่งใด
ตอบ นมถ่ัวเหลอื ง ตราดีนา่ งาดำ
๒. สาระสำคัญของโฆษณานี้ คอื อะไร
ตอบ บริษัท แดร่ี พลัส จำกัด ในเครือกลุม่ บริษทั ดชั มิลล์ ผลิตนำ้ นมถ่ัวเหลอื งดีนา่ งาดำ สตู ร
สารต้านอนมุ ูลอิสระซ่ึงมีคณุ ภาพเทียบเท่ามะเขือเทศ ๖ ลูก ดว้ ยคุณคา่ งาดำ และ
วิตามินอี แคลเซยี มสงู อดุ มด้วยวิตามนิ รวม ๑๓ ชนดิ และมสี ตู รน้ำตาลนอ้ ย รวมท้ังมี
ขนาดใหเ้ ลือกถงึ ๓ ขนาดด้วยกัน
๓. โฆษณานี้ ต้องการนำเสนอ อะไร
ตอบ เสนอขายน้ำนมถ่วั เหลืองผสมงาดำ สูตรใหม่
๔. ดนี ่า งาดำ มีจุดเดน่ อย่างไร
ตอบ เป็นสตู รเฉพาะที่มีสารตา้ นอนมุ ูลอสิ ระดว้ ยคุณค่าของงาดำเทยี บเท่ามะเขือเทศ ๖ ลกู
๕. นกั เรยี นคดิ วา่ โฆษณาน้มี ีประโยชนห์ รือไม่ อยา่ งไร
ตอบ มีประโยชน์ เพราะน้ำนมมีคณุ ค่าทางอาหาร และมงี าดำเป็นสว่ นผสมซ่ึงมีคณุ คา่ มี
วติ ามนิ อี แคลเซยี มสูง
เฉลย แบบฝึกทักษะท่ี ๔
เร่ือง คดิ วเิ คราะหส์ อ่ื โฆษณาน่าเชื่อถอื
๑. ข
๒. ข
๓. ค
๔. ง
๕. ค
เฉลย แบบฝึกทกั ษะที่ ๕
เรอื่ ง คดิ วเิ คราะห์สอื่ โฆษณาน่าเชอื่ ถือ
๑. โฆษณาน้ี ต้องการแนะนำสินคา้ ชนิดใด
ตอบ น้ำดืม่ ตรา คริสตัล
๒. สาระสำคัญของโฆษณาน้ี คอื อะไร
ตอบ น้ำดม่ื คริสตลั มคี วามพิถีพิถนั ในการผลิตทุกขัน้ ตอนก่อนทจ่ี ะถึงมือผบู้ ริโภค
๓. กลุ่มเปา้ หมายของโฆษณานี้คอื ใคร
ตอบ ผู้บรโิ ภคท่เี ปน็ กลมุ่ คนรุ่นใหมท่ พ่ี ิถพี ิถันในการดำเนนิ ชีวติ ท่มี คี ณุ ภาพ
๔. โฆษณานใี้ ช้ Presenter (ผ้นู ำเสนอ) คือใคร เพราะอะไรเปน็ ผนู้ ำเสนอสนิ คา้
ตอบ Presenter (ผ้นู ำเสนอ) คือ “นาย นภัทร” ดาราทเี่ ปน็ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ทม่ี ีคณุ ภาพ
และพิถีพิถนั ในการใชช้ ีวติ
๕. โฆษณานีน้ า่ เช่อื ถอื หรือมีประโยชน์หรอื ไม่ เพราะอะไร
ตอบ น้ำด่มื ครสิ ตลั เปน็ ประโยชนต์ อ่ ผบู้ ริโภคแน่นอน เพราะนำ้ ด่มื มีประโยชน์ตอ่ รา่ งกาย
รวมทงั้ การผลิตกย็ งั พิถีพิถนั ไดร้ ับรางวัลเป็นการประกนั คณุ ภาพมาตรฐานสนิ คา้ ถึง
๖ รางวัล
เฉลย แบบทดสอบหลงั เรียน
เร่อื ง วเิ คราะหส์ ่อื โฆษณาน่าเช่ือถอื
๑. ง
๒. ง
๓. ค
๔. ง
๕. ก
๖. ข
๗. ค
๘. ค
๙. ก
๑๐. ง
บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๔๓). หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑.
พิมพ์คร้งั ที่ ๒. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณเ์ พื่อการเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด
เกรยี งศักดิ์ เจรญิ วงศศ์ ักด.์ิ (๒๕๕๓). การคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking). พิมพ์ครั้งที่ ๖.
กรงุ เทพ: ซคั เซสมเี ดีย.
กานตร์ วี บุษยานนท.์ (๒๕๕๙ กรกฎาคม - ธันวาคม). รปู แบบการสอนทสี่ อดคล้องกับการเรียนรู้
ของสมอง (Brain – Targetd Model). วารสารศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
๑๒ (๒): ๑๕๙ - ๑๗๖.
ขณั ธ์ชยั อธิเกยี รติ และธนารักษ์ สารเถ่ือนแก้ว. (๒๕๖๑). การสอนแบบทันสมยั และเทคนคิ
วธิ ีสอนแนวใหม่. วนั ทคี่ ้นข้อมลู ๑๒ มกราคม ๒๕๖๑, เข้าถึงได้จาก
https://regis.skru.ac.th/RegisWeb/webpage/addnews/
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน, สำนกั งาน กระทรวงศึกษาธกิ าร. (๒๕๕๘). คมู่ อื การเรยี น
การสอนภาษาไทย คิดและเขียนเชิงสร้างสรรค์: เรยี งความ ย่อความ และสรุปความ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔–ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๖. กรงุ เทพฯ: สกสค.
เฉลมิ ลาภ ทองอาจ. (๒๕๖๑ มกราคม - มนี าคม). การจดั การเรียนร้ภู าษาไทยโดยใช้สมรรถนะ
ในศตวรรษที่ ๒๑ เป็นฐาน: ทฤษฎสี ูก่ ารปฏิบตั .ิ วารสารครุศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
๔๖ (๑): ๑๗๑ - ๑๘๔.
ชัยวัฒน์ สุทธวิ ฒั น.์ (๒๕๕๗). ๘๐ นวตั กรรมการจัดการเรยี นรู้ท่ีเนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ. พิมพค์ รัง้ ที่ ๕.
กรุงเทพฯ: แดเน็กซ์ อนิ เตอร์คอปอเรช่นั .
ทิศนา แขมมณี. (๒๕๕๑). รูปแบบการเรยี นการสอน. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
ทศิ นา แขมมณ.ี (๒๕๕๔). ศาสตรก์ ารสอนองค์ความรูเ้ พื่อการจัดการกระบวนการเรียนรู้ทีม่ ี
ประสทิ ธภิ าพ. กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
พิมพ์นารา บรรจง. (๒๕๕๒). พฒั นาการ หน้าที่ และผลกระทบของหนา้ โฆษณาบนอนิ เทอร์เน็ต,
วิทยานิพนธ์ปรญิ ญานเิ ทศศาสตรมหบัณฑิต ภาควิชาการสอ่ื สารมวลชน จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั .
โพสต์ทเู ดย์. (๒๕๖๐). จบั ผดิ โฆษณาผลติ ภัณฑส์ ุขภาพ. วนั ที่คน้ ข้อมลู ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๑, เข้าถึง
ไดจ้ าก https://www.posttoday.com/social/general/285033
มตชิ นสดุ สปั ดาห.์ (๒๕๖๐). Pepsi ดนตรีเตม็ ท่ดี ว้ ยกันได้. วันท่คี น้ ข้อมลู ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๑,
เข้าถึงได้จาก https://www.matichonweekly.com/
มหาวทิ ยาลยั รงั สิต. (๒๕๖๐). วเิ คราะหส์ ่ือโฆษณามหาวทิ ยาลัยรงั สิต. วนั ท่คี น้ ข้อมูล ๑๒ มกราคม
๒๕๖๑, เข้าถงึ ได้จาก https://medium.com/@athpolgraphy/
นซุ ซี่ อสิ แฮพพ่ี. (๒๕๖๑). จริยธรรมส่อื มวลชนกับการนำเสนอโฆษณา. วันท่คี น้ ข้อมลู ๑๑
มกราคม ๒๕๖๑, เขา้ ถงึ ไดจ้ าก https://www.facebook.com/
สันติวัฒน์ จันทรใ์ ด. (๒๕๖๒). แบบฝึกหัดการรูเ้ ร่ืองการอา่ น. กรงุ เทพฯ: สำนกั พิมพแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั .
สุวทิ ย์ มลู คำ. (๒๕๔๗). กลยุทธก์ ารสอนคดิ วิเคราะห์. กรุงเทพฯ: บริษัทดวงกมลสมยั จำกัด.
สุวทิ ย์ มลู คำ. (๒๕๔๗). ครบเคร่อื งเร่ืองการคิด. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.
วิจารณ์ พานชิ . (๒๕๕๖). การจัดการเรียนรสู้ ศู่ ตวรรษที่ ๒๑. กรุงเทพฯ: ส.เจรญิ การพิมพ์.