หอ้ งสมุดประชำชนอำเภอหนองแค
วนั กำนัน
ผู้ใหญบ่ ำ้ น
วนั กำนนั ผใู้ หญบ่ ำ้ น
10 สงิ หำคม
พระยำรัตนกลุ อดลุ ยภักดี (จำรัส รตั นกลุ ) ผู้ใหญบ่ ้ำนกำนันคนแรกของไทย
วันท่ี 10 สิงหาคม เป็นวันกานันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเป็นการน้อมราลึกในพระมหา
กรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่ีทรงจัดระเบียบการการ
ปกครองท้องที่ ในระดับตาบลหมู่บ้านข้ึนใหม่ โดยให้ราษฎรทาการเลือกผู้ใหญ่บ้าน
เป็นคร้ังแรกท่ีบ้านเกาะ อาเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เม่ือวันที่ 10
สงิ หาคม 2435
โดยกานนั ผูใ้ หญ่บา้ นคนแรกคอื พระยารัตนกลุ อดลุ ยภักดี (จารัส รัตนกุล)
“ต่อมาถึง พ.ศ. 2437 ทรงพระกรุณาโปรดฯ ใหจัดต้ังมณฑลเทศาภิบาล กรม
ขนุ มรพุ งศศ์ ริ ิพฒั น์ ไดท้ รงเปนสมหุ เทศภิบาลมณฑลอยุธยา เมอ่ื ลงมือจัดการปกครอง
ท้องที่ พวกราษฎณชาวบางปะอินเลือพระยารัตนกุลฯ เปนผู้ใหญ่บ้าน แล้วเลือกเป็น
กานนั ดว้ ยอกี ช้ัน…” (พระยารตั นกลุ อดยุ ภักดี (จารัส รตั นกลุ ) ใน“คานา โดยสมเด็จฯ
กรมพระยาดารางราชานภุ าพ” หนังสอื ลาดบั สกลุ เกา่ บางสกลุ ภาคท่ี 2, พ.ศ. 2465)
ส่วนประวัติของ พระยารัตนกุลอดุลยภักดี หรือ นายจารัส รัตนกุล (พ.ศ.
2402-65)) ผู้ใหญ่บ้านและกานันคนแรกของประเทศไทย เกิดในรัชกาลท่ี 4 ตรงกับ
วนั อังคารที่ 22 พ.ศ. 2402 ปีมะแม เป็นบุตรหลวงพิเศษสุวรรณกิจ (ช่ืน) รับราชการ
ตาแหน่งสุดท้ายเป็นสมุหเทศาภิบาล จนเม่ือ พ.ศ. 2452 ก็กราบถวายบังคมลาออก
จากตาแหนง่ เนือ่ งจากสขุ ภาพไมแ่ ข็งแรง
ในอดีตท่ีผ่านมา ระบบการปกครองบ้านเมืองของประเทศไทย มีลักษณะ
ค่อนข้างกระจายอานาจ กลา่ วคอื มีการแบง่ เขตการปกครอง และกาหนดวิธีปกครอง
หวั เมอื งต่างๆ ไวช้ ดั เจนเพอ่ื ควบคุมเจ้าเมอื งโดยมศี ูนย์อานาจอยู่ที่ส่วนกลางแต่ในทาง
ปฏิบัติ ส่วนกลางหรือพระมหากษัตริย์กลับมีอานาจจากัด ในขณะท่ีเจ้าเมืองต่างๆ มี
อานาจมากข้ึน นอกจากน้ีแล้วระบบการปกครองเช่นน้ียังก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ อีก
เช่นปญั หาทางด้านการคมนาคมสื่อสาร การร่ัวไหลในการเก็บภาษีอากร อิทธิพลของ
ผู้เป็นใหญ่ในท้องถ่ิน ตลอดจนความทุกข์ยากของประชาชน และยังต้องเผชิญกับ
อิทธิพลของต่างประเทศในยุคล่าอาณานิคม ทาให้การบริหารประเทศขาด
ประสทิ ธภิ าพ และขาดความเปน็ เอกภาพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
จึงได้มีพระราชดาริท่ีจะปฎิรูประบบการบริหารราชการจากรูปแบบการปกครองที่มี
เมืองแม่และเมืองประเทศราชอยู่ในปกครอง ซึ่งนับว่ามีจุดอ่อนตรงที่ขาดความเป็น
เอกราช อันอาจนาไปสู่ความแตกแยก ขาดความสามัคคีและขาดความจงรักภักดีได้
โดยง่าย มาเป็นรูปแบบการปกครองและการบริหารราชการ ท่ีแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
คือ ส่วนกลางและสว่ นภูมิภาค
การปฎริ ปู ระบบการบริหารราชการส่วนกลาง พระองค์ได้ทรงประกาศพระบรม
ราชโองการตั้งกระทรวงใหม่ข้ึน 12 กระทรวง โดยทรงเลียนแบบมาจากประเทศทาง
ตะวันตก มีการแบ่งสรรอานาจหน้าที่และ ความรับผิดชอบ แยกตามลักษณะความ
ชานาญเฉพาะอย่าง และพระมหากษัตริย์สามารถควบคุมบังคับบัญชาเหล่าเสนาบดี
ได้อย่างทั่วถึง การปฎิรูปการบริหารราชการส่วนภูมิภาค พระองค์ทรงรวบรวมหัว
เมอื งตามชายแดนท่ีสาคญั ๆ รวมเป็นเขตการปกครอง
เรยี กวา่ ” มณฑล “โดยมุ่งม่ันท่ีจะปกป้องประเทศจากการคุกคามจากภายนอก
โดยจัด ระบบท่เี รยี กวา่ ระบบเทศาภิบาล มหี ัวเมืองตา่ งๆ มารวมกันเป็นมณฑลและมี
จังหวัด อาเภอ ตาบล หมู่บ้าน ลดหล่ันกันไป โดยมีข้าหลวงมณฑลเป็นผู้รับผิดชอบ
และปกครองโดย รับคาส่งั และนโยบายจากส่วนกลาง
ในการปฎิรูประบบการปกครองส่วนภูมิภาค โดยการจัดต้ังมณฑลเทศาภิบาลน้ี
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทาการโดย
เร่ิมจากโครงการเล็กก่อน เม่ือสาเร็จและจัดระบบดีแล้วจึงค่อยขยายผล และมีการ
ทดลองเลอื กตัง้ กานัน ผ้ใู หญบ่ ้าน ขึ้นเป็นคร้ังแรกที่แขวงบางปะอินเมืองกรุงเก่า หรือ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน เมื่อวันท่ี 10 สิงหาคม พ.ศ. 2435 ซ่ึงนับว่าเป็น
จุดเร่ิมแรกของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ลักษณะการปกครองเช่นน้ี
ปรากฏเด่นชัดขึ้น เม่ือได้มีการตราพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องท่ี พ.ศ.
2457 ข้ึนใช้ ซึ่งมีการแบ่งการบริหารราชการของอาเภอออกเป็นตาบลและหมู่บ้าน
กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศ ให้วันท่ี 10 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันกานัน
ผใู้ หญบ่ ้าน
ภารกิจท่ีสาคัญประการหนึ่งของฝ่ายปกครอง คือ ภารกิจเก่ียวกับการรักษา
ความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีความม่ันคง
ปลอดภยั ในชวี ิตและทรัพย์สิน และเพ่ือให้เกิดความสงบสุขในสังคมอย่างยั่งยืน กลไก
ที่สาคัญซึ่งจะทาให้ภารกิจนี้ประสพความสาเร็จได้หรือไม่นั้น อยู่ที่บุคลากรท่ี
เปรยี บเสมือนขุนพลทัพหนา้ ทอ่ี ยใู่ นภมู ภิ าค คืออาเภอ ตาบล และหม่บู ้าน โดยมี
นายอาเภอเป็นแม่ทัพใหญ่ กานัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นนายกองท้ังหลาย ในการทา
สงครามเพ่อื ต่อสกู้ บั ปญั หาดา้ นตา่ งๆ ในพน้ื ทต่ี ามภารกจิ รับผิดชอบ
กานัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นบุคคลท่ีสาคัญอย่างยิ่งในการทาหน้าท่ีช่วยเหลือ
นายอาเภอในการปฏบิ ตั ิหนา้ ทด่ี แู ลรักษาความสงบเรยี บรอ้ ยและความปลอดภัยให้แก่
ราษฎรในพ้ืนที่รับผิดชอบของตนมาอย่างยาวนานนับร้อยปีในการปกค รองส่วน
ภูมิภาค ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 ซึ่งปรากฏอยู่ใน
มาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘
มาตรา ๒๗ เป็นอานาจหนา้ ทท่ี ว่ั ๆ ไปของกานัน ผู้ใหญ่บ้าน มที ัง้ ส้ิน 19 ข้อ ใน
19 ข้อ เกย่ี วขอ้ งกับอานาจหน้าท่ีการรักษาความสงบเรียบร้อยของกานัน ผู้ใหญ่บ้าน
มี 8 ข้อ
1. การรกั ษาความสงบและความสขุ สาราญ ช่วยป้องกนั ความทุกข์ภัยของลูกบ้านตาม
สมควร และทีส่ ามารถจะทาได้
2. ถ้าความทุกข์ภัยเกิดแก่ลูกบ้าน ซ่ึงจะต้องขอความป้องกันจากรัฐบาล เป็นหน้าที่
ของผู้ใหญบ่ ้านทจี่ ะนาความแจง้ ต่อเจ้าพนกั งานปกครองต้ังแต่กานัน นายอาเภอ เป็น
ตน้ ขึ้นไปโดยลาดับ
3. เม่ือเหน็ เหตุการณ์แปลกประหลาดมีผคู้ นล้มตายและมีโรคภัยไข้เจ็บก็ให้รายงานไป
ยงั กานันและอาเภอต่อไป
4. เม่ือมีคนจรแปลกหน้านอกสามะโนครัวหมู่บ้านน้ันเข้ามาอาศัย เป็นหน้าท่ีของ
ผู้ใหญ่บา้ นจะต้องไตถ่ าม
5. เมอื่ มเี หตจุ ลาจล ฆ่ากันตาย ตีชิงวิ่งราว ปล้นทรัพย์ ไฟไหม้ก็ดี หรือเหตุร้ายสาคัญ
อยา่ งใด ๆ ในหมูบ่ า้ นของตน
6. ใครทแ่ี สดงอาฆาตมาดร้าย ซ่ึงกันและกันก็ควรเรียกลูกบ้านมาไต่ถามและว่ากล่าว
สง่ั สอน
7. ควบคมุ ดูแลลกู บา้ น ใหป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ทซ่ี ่งึ จะตอ้ งพึงกระทาตามกฎหมายหรือระเบียบ
แบบแผนของทางราชการ
8. ฝึกอบรมให้คนไทยรู้จกั หนา้ ทใ่ี นเวลามีเหตุศึกสงคราม
สาหรับมาตรา 28 อานาจหนา้ ที่ของกานนั ผู้ใหญ่บา้ น ที่เกย่ี วดว้ ยคดีอาญา มี 6 ข้อ
1. เมื่อทราบข่าววา่ มีการกระทาผิดกฎหมาย เกิดขึ้นหรือสงสัยว่าได้เกิดข้ึนในหมู่บ้าน
ของตนตอ้ งแจง้ ความต่อกานันนายตาบลให้ทราบ
2. เมอ่ื ทราบข่าววา่ มีการกระทาผิดกฎหมายเกิดข้ึน หรือสงสัยว่าได้เกิดข้ึนในหมู่บ้าน
ทใี่ กลเ้ คียง ตอ้ งแจ้งความตอ่ ผ้ใู หญบ่ ้านหมู่บา้ นนน้ั ใหท้ ราบ
3. เมอ่ื ตรวจพบของกลางที่ผู้ท่ีกระทาผิดกฎหมายมีอยู่ก็ดี หรือส่ิงของท่ีสงสัยว่าได้มา
โดยการกระทาผิดกฎหมาย หรือเป็นสิ่งของสาหรับใช้ในการกระทาผิดกฎหมายก็ดี
ใหจ้ ับสงิ่ ของนัน้ ไวแ้ ละรบี นาส่งตอ่ กานนั นายตาบล
4. เมื่อปรากฏว่าผู้ใดกาลังกระทาผิดกฎหมายก็ดี หรือมีเหตุควรสงสัยว่า เป็นผู้ท่ีได้
กระทาผดิ กฎหมายก็ดี ให้จบั ตวั ผ้นู ้ันไว้และรีบนาสง่ ตอ่ กานันนายตาบล
5. ถ้ามีหมายหรือมีคาส่ังตามหน้าที่ราชการ ให้จับผู้ใดในหมู่บ้านน้ัน เป็นหน้าที่ของ
ผู้ใหญบ่ ้านทจี่ ะจับผ้นู ัน้ และรีบส่งต่อกานัน หรอื กรรมการอาเภอตามสมควร
6. เม่ือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าท่ีออกหมายสั่งให้ค้น หรือให้ยึด ผู้ใหญ่บ้านต้องจัดการให้
เปน็ ไปตามหมาย
จากหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าว เม่ือพิจารณาแล้วจะเห็นว่าหน้าที่ดังกล่าวคือ
หน้าที่ตารวจน่นั เอง ฝา่ ยปกครองจงึ เป็นตารวจประเภทหนึ่งตามกฎหมายนี้ หากฝ่าย
ปกครองไม่มอี านาจจับกุม ปราบปรามผู้กระทาผิดอาญา ก็เปรียบเสมือนกับยักษ์ไม่มี
กระบองน้ันเอง ทาอะไรไม่ได้มาก อานาจจับกุมจึงเป็นเคร่ืองมือหนึ่งในการปกครอง
เพอ่ื ให้สงั คมเกดิ ความสงบสขุ
หอ้ งสมุดประชำชนอำเภอหนองแค
กศน.อำเภอหนองแค
สำนกั งำนกศน. จงั หวัดสระบรุ ี
ขอขอบคุณ
ขอ้ มูล : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_19270
http://www.todayth.com/วันกานันผ้ใู หญ่บ้าน.html
รูป : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_19270