The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สื่อการสอน E - BOOK เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค )

( สังคมศึกษา )

โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ส านักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษานนทบุรีเขต 1 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 (อริยสัจ 4 : มรรค )วิชาสังคมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6นางพัชราภรณ์ จะยันรัมย์ต าแหน่ง ครูวิทยฐานะครูช านาญการพิเศษโดย


1สื่อการสอน E-BOOKหน่วยการเรียนรู้ที่ 2หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4เรื่อง อริยสัจ 4 : มรรค


2คำนำสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) รายวิชา สังคมศึกษา 6 รหัสวิชา ส33102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกอบเนื้อหาที่สำคัญดังนี้1.สัทธรรม 32..วุฒิธรรม 43.พละ 54.อุบาสกธรรม 55.ปาปณีกธรรม 3 6.ทิฎฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม 4 7..โภคอาทิยะ 58.อริยวัฑฒิ 5 9.วิปัสสนาญาณ 9 10.มงคล 38 สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 เล่มนี้สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนใช้ประกอบกิจกรรมการเรียน การสอน และสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือนำไปใช้ในการสอนซ่อมเสริมได้ หรือใช้ในการสอนแทนได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) อย่างคงทน และนำไปสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ดียิ่งขึ้นครูผู้สอนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 เล่มนี้จะทำให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่อง เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) ได้เป็นอย่างดี และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น สามารถใช้เพื่อศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพ สามารถอำนวยประโยชน์ต่อการเรียนการสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตรได้ พัชราภรณ์ จะยันรัมย์


3สารบัญเรื่อง หน้าคำแนะนำการใช้สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) สำหรับครู 3คำแนะนำการใช้สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) สำหรับนักเรียน 4แผนผังลำดับการใช้สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) 5สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 6แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง หลักธรรมในกรอลอริยสัจ 4 ( มรรค ) 9บัตรคำสั่ง 12บัตรเนื้อหา 13บัตรกิจกรรม 42บัตรเฉลยกิจกรรม 45แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) 90เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 92บรรณานุกรม 93


4สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) รายวิชา สังคมศึกษา 6 รหัสวิชา ส33102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ครูผู้สอน ควรปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนดังนี้1.ศึกษาส่วนประกอบของสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) อย่างละเอียด2.ครูแนะนำการใช้งานสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) กับนักเรียน3.ศึกษาสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) ให้เข้าใจก่อน4.ครูจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียนทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนตามที่กำหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยการดูคลิปวีดิโอ สนทนา ซักถาม ร้องเพลง เล่นเกมหรือยกตัวอย่าง5.ครูใช้สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4( มรรค ) ประกอบการเรียน ครูสังเกตนักเรียนเข้าระบบการศึกษา และการเข้าใช้งานของนักเรียนเป็นรายบุคคล6.ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนของสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค )7.ให้นักเรียนศึกษาและสืบค้นความรู้จากสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค )8.ให้นักเรียนสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาจากสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค )9.ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน10. ครูประเมินผลนักเรียนพร้อมกับให้คำแนะนำในการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องและอธิบายเพิ่มเติมความรู้ให้กับนักเรียนทุกครั้งที่เรียนรู้โดยใช้ สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค )คำแนะนำการใช้สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) สำหรับครูเรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) สำหรับครู


5ในการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) รายวิชา สังคมศึกษา 6 รหัสวิชา ส33102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้เรียนปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้1.นักเรียนศึกษาสาระ / มาตรฐานะการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ของเรื่องที่เรียนให้เข้าใจ2.ฟังครูแนะนำการใช้งานสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) 3.นักเรียนศึกษาและสืบค้นความรู้จากสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค )4.นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน5.นักเรียนศึกษาและทำกิจกรรมร่วมกับครูหรือร่วมกับกลุ่มตามที่กำหนดไว้ในบัตรเนื้อหาและบัตรกิจกรรม6.นักเรียนควรมีความซื่อสัตย์และวินัยในการทำกิจกรรมการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) 7.นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) ในท้ายของแต่ละกิจกรรมตามแบบฝึก และบัตรกิจกรรมตามที่กำหนดไว้8.นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน9.นักเรียนตรวจสอบและประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเองว่ามีความรู้และทักษะตามจุดประสงค์หรือไม่ และควรต้องแก้ไขอย่างไรคำแนะนำการใช้สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) สำหรับนักเรียนเรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค )


6 ต่ำกว่าร้อยละ 60ศึกษาสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 เล่มต่อไปแผนผังลำดับการใช้สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-book)หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค ) ศึกษาจุดประสงค์เชิงสมรรถนะทำแบบทดสอบก่อนเรียนศึกษาเนื้อหาจากบัตรความรู้ทำกิจกรรม/บัตรกิจกรรมตรวจคำตอบ/เฉลยบัตรกิจกรรมทำแบบทดสอบหลังเรียนตรวจคำตอบหลังเรียนตรวจแบบทดสอบก่อนเรียนไม่ผ่าน


7มาตรฐานการเรียนรู้ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของ พระพุทธศาสนาหรือศาสนา ที่ตน นับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรมเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขตัวชี้วัดระหว่างทางส 1.1 ม.4-6/9 วิเคราะห์พระพุทธศาสนาว่าเป็นศาสตร์แห่งการศึกษา ซึ่งเน้นความสัมพันธ์ของเหตุปัจจัยกับวิธีการหรือแนวคิดของศาสนาที่ตนนับถือ ตามที่กำหนดตัวชี้วัดปลายทางส 1.1 ม.4-6/13 วิเคราะห์หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือส 1.1 ม.4-6/16 เชื่อมั่นต่อผลการทำความดี ความชั่ว และสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ที่ต้อง เผชิญ และตัดสินใจเลือกดำเนินการหรือปฏิบัติตนได้อย่างมีเหตุผลถูกต้องตามหลักธรรม จริยธรรม และกำหนดเป้าหมาย บทบาทการดำเนินชีวิต เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและอยู่ร่วมกันเป็นชาติอย่างสมานฉันท์ จุดประสงค์เชิงสมรรถนะ หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือโดยใช้วิธีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ผ่านกิจกรรมกลุ่ม โดยการสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์ การสรุปและการนำเสนอผลงานสืบค้นร่วมกัน ซึ่งนักเรียนสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ตัวอย่างหรือสถานการณ์ที่ต้องเผชิญและตัดสินใจเลือกดำเนินการหรือปฏิบัติตนได้อย่างมีเหตุผลถูกต้องตามหลักธรรม จริยธรรม และรู้จักการบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการทำกิจกรรมร่วมกัน ( เงื่อนไขความรู้ : ศึกษา ค้นคว้า สืบค้น ข้อมูลด้วยความตั้งใจ ) ( ความพอประมาณ : วางแผนการทำงานอย่างรอบครอบเป็นระบบและมีขั้นตอน/ ทำกิจกรรมได้ตามกำหนดเวลาและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างเหมาะสม ) ( ความมีเหตุผล : รู้จักปรับตัวและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้) ( เงื่อนไขคุณธรรม : มีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย และร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยความกระตือรือร้น สนใจ ตั้งใจและใฝ่เรียนรู้ ) พร้อมทั้งมีทักษะภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาสำคัญในบทเรียนสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ขอบข่ายเนื้อหาที่สำคัญหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค )


8สาระสำคัญพระพุทธศาสนาว่าเป็นศาสตร์แห่งการศึกษา และอริยสัจเป็นหลักความจริงอันประเสริฐ เป็นหลักแห่งเหตุและผล มี 4 ประการ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค อริยสัจจึงเป็นหลักคำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา หลักธรรมคำสอนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นขันธ์ 5 (นามรูป) อกุศลวิตก 3 ภาวนา 4 สัทธรรม 3 วุฒิธรรม 4 พละ 5 อุบาสกธรรม 5 และมงคล 38 ล้วนสรุปลงในอริยสัจ 4 การศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน สามารถนำไปแก้ปัญหาของตนเอง ครอบครัว สังคม และสิ่งแวดล้อมได้สาระการเรียนรู้  หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา - อริยสัจ 4: สรุปหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาลงในอริยสัจ 4 : มรรค ( สัทธรรม 3 , วุฒิธรรม 4, พละ 5, อุบาสกธรรม 5, ปาปณีกธรรม 3 ) ( ทิฎฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม 4 , โภคอาทิยะ 5, อริยวัฑฒิ5 , วิปัสสนาญาณ 9 , มงคล 38 )สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ขอบข่ายเนื้อหาที่สำคัญหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ( มรรค )


9สาระที่1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรมเรื่อง อริยสัจ 4 : มรรคหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4วิชา สังคมศึกษา 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เวลา 20 นาที คะแนนเต็ม 20 คะแนนคำชี้แจง : นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว1.ข้อใดเป็นการปฏิบัติตามปริยัติสัทธรรม ก. ฝึกสมาธิ ข. ทำใจให้สงบค. ศึกษาหลักธรรม ง. ไม่ทำความชั่ว2. การปฏิบัติตามปริยัติสัทธรรมเกิดผลดีอย่างไรก. มีความรู้ในธรรมคำสอน ข. ได้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้า ค. จิตใจสงบแน่วแน่ ง. หมดสิ้นความอยากได้ทั้งมวล3.สมพรและครอบครัวจะเดินทางไปพักผ่อนที่น้ำตกไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรีขั้นตอนใดเป็นขั้นปฏิบัติ ที่สอดคล้องหลักสัทธรรมก. เดินทางไปถึงน้ำตกไทรโยคโดยสวัสดิภาพข. เดินทางไปน้ำตกไทรโยคตามเส้นทางใน แผนที่ค. ศึกษาเส้นทางลัดเพื่อประหยัดน้ำมันและ เวลาในการเดินทางง. สืบค้นข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับน้ำตกไทรโยค และจังหวัดกาญจนบุรี4.“แห่ไหว้ต้นตะเคียนยักษ์อายุ100 ปีขอเลขเด็ดหวังรวยทางลัด” แสดงว่าขาดพลังอะไรตามหลักพละ 5ก. สติข. สมาธิค. ปัญญาง. ศรัทธา5.เมาแล้วขับ ถูกจับ ปรับแน่” โครงการนี้ต้องการรณรงค์ให้คนขับรถมีสติซึ่งตรงกับหลักปฏิบัติในหลักธรรมข้อใดก. พละ 5ข. ภาวนา 4ค. วุฒิธรรม 4ง. อุบาสกธรรม 56.คู่สมรสที่จะมีชีวิตคู่ยืนยาว เป็นคู่สร้างคู่สม ต้องยึดหลักธรรมข้อใดเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนก. มีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขาข. ซื่อสัตย์ รู้จักข่มใจ อดทน และเสียสละค. มีความรักใคร่ ขยัน เอาใจใส่ และ คิดใคร่ครวญง. มีความเชื่อ ความประพฤติ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความรู้เสมอกัน7.สำนวนว่า “กิ่งทองใบหยก” น่าจะสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในการเลือกคู่ครองตามหลักพระพุทธศาสนาในข้อใดก. อิทธิบาท 4ข. สมชีวิธรรม 4ค. พรหมวิหาร 4ง. ฆราวาสธรรม 48.หัวใจเศรษฐี คือ อุ. อา. ก. ส. เป็นความหมายของหลักธรรมข้อใดก. อริยวัฑฒิ 5ข. โภคอาทิยะ 5ค. ปาปณิกธรรม 3ง. ทิฏฐธัมมิกัตถะ 4แบบทดสอบก่อนเรียน


109. “มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน” คำกลอนนี้ต้องการสอนให้เราเป็นคนเช่นไรก. ขยันข. อดทนค. รู้จักประหยัดง. มีระเบียบวินัย10.ใจความสำคัญของคำกลอนในข้อ 9. สอดคล้องกับทิฏฐธัมมิกัตถะข้อใดก. สมชีวิตาข. กัลยาณมิตตตาค. อารักขสัมปทาง. อุฏฐานสัมปทา11.อริยวัฑฒิ 5 หมายความว่าอย่างไรก. ประโยชน์ที่ควรยึดถือข. ความเจริญอันประเสริฐค. หนทางไปสู่ความหลุดพ้นง. การมีประโยชน์ในปัจจุบัน12..เพราะเหตุใด จึงกล่าวว่า “ความเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก”ก. เกิดความวิตกกังวล กลัวถูกยึดทรัพย์และถูก ฟ้องร้องเรียกเงินคืนข. ขาดอิสระในการใช้เงินเพราะต้องนำเงินไปใช้ หนี้ค. ต้องประหยัดมัธยัสถ์ ป่วยไข้ไม่มีเงินรักษาง. ไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนเพราะกลัวถูกยืมเงิน13.ถึงแม้ว่าโชคจะมีฐานะมั่นคงจากการประกอบธุรกิจ แต่เขาก็ใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดเหมือนเดิม ข้อความนี้สอดคล้องกับข้อใดก. สมชีวิตาข. อุฏฐานสัมปทาค. อารักขสัมปทาง. กัลยาณมิตตตา14.ชุมชนไม้งามได้รับการยกย่องว่าเป็นชุมชนที่พัฒนาทั้งด้านการประกอบอาชีพและด้านคุณธรรม แสดงว่าสอดคล้องกับการปฏิบัติตามหลักธรรมใดก. โภคอาทิยะ 5ข. อริยวัฑฒิ 5ค. อปริหานิยธรรม 7ง. ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม 415. การกู้หนี้ชนิดใด ไม่เข้าข่ายพุทธสุภาษิตที่ว่า “การเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก”ก. การกู้หนี้มาซื้อมือถือข. การกู้หนี้มาซื้อรถค. การกู้หนี้มาลงทุนทำกิจการง. การกู้หนี้มาซื้อเครื่องแต่งตัว16. คุณค่าที่ได้จากการประพฤติปฏิบัติธรรม ที่แท้จริงคืออะไรก. มีผู้กราบไหว้บูชาข. สังคมยกย่องนับถือค. เป็นผู้มีเกียรติในสังคมง. มีชีวิตที่ดีงามมีความสงบสุข17. คำว่า “สมชีวิตา” มีความหมายว่าอย่างไรก. การถึงพร้อมด้วยความขยันหมั่นเพียรข. การถึงพร้อมด้วยการรักษาทรัพย์สมบัติค. การรู้จักคบคนดีง. ความเป็นอยู่พอดี18. เราจะดำเนินชีวิตเช่นไรให้มีความสุขมากกว่าความทุกข์ก. ใช้ปัญญาพิจารณาถึงความดับทุกข์ข. อยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลยค. พยายามหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่ก่อให้เกิด ความทุกข์ง. ทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ


1119. คำว่า “หัวใจเศรษฐี” ตรงกับหลักธรรมใดก. อปริยานิยธรรมข. ปาปณิกธรรมค. ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรมง. โภคาอาทิยะ20. หลักการเป็นพ่อค้าข้อหนึ่งคือ “ตาดี” หรือ จักขุมา หมายความว่าอย่างไรก. รู้จักสินค้าข. มองเห็นอนาคตด้านธุรกิจค. รู้แหล่งซื้อขายง. รู้ความเคลื่อนไหวของตลาด


12 ภิกษุทั้งหลาย ในกรณีนี้ผู้เป็นบัณฑิตมีปัญญามากย่อมไม่คิด....ไปในทางทำตนเองให้ลำบากเลยไม่คิด...ไปในทางทำผู้อื่นให้ลำบากไม่คิด...ไปในทางทำทั้งสองฝ่ายให้ลำบากเมื่อจำคิด ย่อมคิด อย่างเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนเอง เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ผู้อื่นเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ทั้งสองฝ่าย คือ...เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่โลกทั้งปวงนั้นเองภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ชื่อว่าผู้เป็นบัณฑิต มีปัญญามาก.พุทธวจนจตุกฺก. อํ21/241/186.เรื่อง อริยสัจ 4 : มรรคหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4


13สัทธรรม เป็นพระพุทธพจน์หรือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ทรงได้ทรงเทศนา และได้บัญญัติไว้ในพระธรรม และพระวินัย เพื่อให้เป็นแนวทาง และหลักปฏิบัติของภิกษุ ภิกษุณี และคฤหัสถ์ทั้งหลาย อันเพื่อให้สาวกทั้งหลายเข้าใจในหลักแก่นแท้ของพระธรรม อันนำไปสู่การปฏิบัติ และยังผลให้เกิดขึ้นด้วยความสุข และการพ้นทุกข์สัทธรรม 3 ประการ คือ ธรรมอันเที่ยงแท้, ธรรมของสัตบุรุษ, ธรรมของคนดี, ธรรมที่ดีเลิศ ธรรมเหล่านี้ เป็นคำสอนที่เที่ยงแท้ ที่ถูกต้อง และถือเป็นแก่นพุทธศาสนา 3 ประการสาระสำคัญสัทธรรม 3 ประการ 1. ปริยัตติสัทธรรม คือ พอจำเริญรู้ธรรมคำคาถา หมายถึง การได้ศึกษาเล่าเรียน ทั้งในหลักทฤษฎีหรือหลักการต่างๆในพระธรรมคำสอนจนเข้าใจ เพื่อเป็นพื้นฐานต่อไปแห่งการปฏิบัติ อันเป็นพระปริยัติสัทธรรมสัทธรรม 3บัตรเนื้อหา เรื่อง มรรค : สัทธรรม 3


14 2. ปฏิปัตติสัทธรรม คือ ถือที่ข้ออรหัตวิปัสสนา หมายถึง การลงมือปฏิบัติ โดยการนำพื้นฐานที่ได้จากการศึกษาเล่าเรียนนั้น มาใช้กับการปฏิบัติจริงตามแนวทางหลักสำคัญที่เรียกว่า หัวใจพุทธศาสนา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา 3. ปฏิเวธสัทธรรม คือ ประโยชน์แห่งโพธิญาณเป็นการเนิ่น หมายถึง ผลแห่งการปฏิบัติอันเป็นเป้าหมายปลายทางแห่งการปฏิบัติที่ทำให้เกิดความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง หรือ การบรรลุ อันประกอบด้วยขั้นต่างๆ คือ มรรค ผล และนิพพาน ซึ่งขึ้นอยู่กับสติปัญญาของผู้นั้นที่จะรู้แจ้งในขั้นใด ทั้งนี้ ผลที่เกิดขึ้นอาจเกิดผลปรากฏในระยะสั้น เช่น ภพนี้บรรลุได้เพียงมรรค หรือผลระยะยาว เช่น เมื่อบรรลุมรรคสะสมในหลายภพชาติจนสามารถบรรลุผล และนิพพานในภพนี้ เป็นต้น สรุปได้ว่า การปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดผลที่เป็นการเข้าถึงหรือบรรลุฌานในขั้นต่างๆ เริ่มแรกจำเป็นต้องศึกษาเล่าเรียนจนมีความรู้เป็นพื้นฐานเสียก่อน ทั้งจากตำราคำสอนในพระธรรม และพระวินัย รวมถึงเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง จากนั้น นำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้จริงในการปฏิบัติ พร้อมมับฝึกฝน และปรับปรุง ซึ่งซึ่งที่ตามมาก็คือ ผล อันเป็นการเข้าถึง การบรรลุ หรือ เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งในมรรค ผล และนิพพาน


15วุฒิธรรม แปลว่า ธรรมเป็นเครื่องเจริญ หรือธรรมที่ก่อให้เกิดความเจริญงอกงาม เป็นหลักธรรมที่เกื้อกูลต่อการศึกษาเพื่อพัฒนาปัญญาให้เจริญขึ้นวุฒิธรรม 4 ประการ คือขุมทรัพย์ทางปัญญาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมอบไว้ให้ เพื่อเป็นหลักในการเรียนรู้วิชาทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นทั้งทางโลกและทางธรรม วุฒิธรรมประกอบด้วยธรรม 4 ประการ คือ1. สัปปุริสสังเสวะ (คบสัตบุรุษ) หมายถึง “หาครูดีให้พบ”การเลือกครูดีนั้น ต้องพิจารณา 2 เรื่องใหญ่เป็นสำคัญ คือ ต้องพิจารณาจากการมีความรู้จริงและการมีนิสัยดีจริง เราจึงจะแน่ใจได้ว่าท่านจะสามารถสอนได้จริงทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพราะครูคือต้นแบบ และต้นแบบเป็นสิ่งสำคัญ2. สัทธัมมัสสวนะ (ฟังธรรม) หมายถึง “ฟังคำครูให้ชัด”เมื่อเราได้พบครูดีแล้ว สิ่งสำคัญอันดับที่สองก็คือ ต้องฟังคำครูให้เข้าใจ อย่าให้ผิดพลาดคลาดเคลื่อนเพี้ยนความหมาย ฟังแล้วต้องได้ “คำจำกัดความ” ของเรื่องนั้นๆ ออกมาอย่างชัดเจนการให้คำจำกัดความ คือ การกำหนดความหมายที่ถูกต้องและชัดเจน ทั้งในทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ เพื่อให้ครูและนักเรียน เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน วิธีการหาคำจำกัดความแบบง่ายๆ ก็คือ การตั้งคำถามในเรื่องที่เรียนด้วยคำว่า “อะไร”3. โยนิโสมนสิการะ (ตริตรองธรรม) หมายถึง “ตรองคำครูให้ลึก”เมื่อเราได้พบครูดีแล้ว ได้ฟังคำครูชัดเจนแล้ว แต่จะเข้าใจความรู้ของครูได้ลึกซึ้งมากน้อยแค่ไหน ก็อยู่ที่การนำความรู้กลับมาไตร่ตรองให้ลึกซึ้ง การตรองคำครูให้ลึก คือ การไตร่ตรองให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องถึงวัตถุประสงค์ของธรรมะในเรื่องนั้นๆ วิธีการหาวัตถุประสงค์ก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการตั้งคำถามว่า “ทำไม” 4. ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ(ปฏิบัติสมควรแก่ธรรม) หมายถึง “ทำตามครูให้ครบ”เมื่อเราหาครูดีพบแล้ว ฟังคำครูชัดเจนแล้ว ตรองคำครูอย่างลึกซึ้งแล้ว สิ่งที่ต้องทำให้ได้ก็คือ ต้องปฏิบัติจริงให้ได้เหมือนครู คนที่ได้ครูดีแล้วเอาดีไม่ได้ก็เป็นเพราะ “ทำตามคำครูไม่ครบ” เพราะถ้าทำครบ ผลงานก็ต้องออกมาดีเหมือนที่ครูทำ วิธีการที่จะทำตามคำครูได้ครบนั้น มีทางเดียว ก็คือ ต้องรับเอานิสัยที่ดีของครูมาเป็นนิสัยของตนให้ได้วุฒิธรรม 4บัตรเนื้อหา เรื่อง มรรค : วุฒิธรรม 4


16พละ 5 คือ กำลังห้าประการ ประกอบด้วย ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา 1.ศรัทธากำลังข้อแรก ศรัทธา คือ ความเชื่อ เชื่อในการกระทำ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว คนที่ศรัทธา ต้องเห็น ต้องมีแนวทาง ศรัทธาพละ ศรัทธาในความเชื่อ มีลักษณะ 2 ประการ หนึ่งคือ แจ่มใส เวลาเราศรัทธาเราเชื่ออะไร เราจะแจ่มใสต่อสิ่งนั้น มีความอิ่มเอิบ อีกตัวหนึ่งคืออยากทำ มีความแจ่มใสและอยากลงมือทำ สิ่งเหล่านี้ที่เรียกว่า ศรัทธาก็จะเกิดขึ้นกับตัวเราตลอดเวลา เราเห็นใครพูดเรื่องนี้ก็อยากไปทำ ถ้าเมื่อไปแล้ว จิตเราแจ่มใส ผ่องใส และอยากลงมือปฏิบัติหรือไม่ นี่คือศรัทธา นี่เป็นข้อแรกแห่งกำลัง2.วิริยะกำลังข้อที่สอง วิริยะ คือ ความเพียร เพียรพยายามที่จะทำการงานทั้งหลาย ต้องมีความเพียร ความเพียรนี้ต้องมีความสม่ำเสมอ ถึงจะเป็นกำลัง ลักษณะแห่งความเพียรคือ การค้ำและชู สิ่งที่กำลังจะล้มทั้งหลาย เช่น บ้านเรือน ก็ค้ำไว้ ชูไว้ ประคอง กิจการการงานด้วยความเพียรเพื่อให้ไปสู่ความสำเร็จ แต่ไม่ได้ลดละความเพียร ต้องทำอยู่ตลอดเวลา หากขาดความเพียร ย่อหย่อนความเพียร ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง ย่อมไม่ประสบความสำเร็จหรือไม่มีกำลังแน่นอนพละ 5บัตรเนื้อหา เรื่อง มรรค : พละ 5


173.สติกำลังข้อที่สาม สติ คือ ความระลึกได้ ผู้คนทั้งหลายต้องมีสติ ต้องประคองสติตลอดเวลา จะมากจะน้อยสุดแต่บุคคลนั้นจะมีสติมาก สติน้อย ลักษณะของสติมี 2 ประการ คือ การเตือน และการถือเอา เตือนเพื่อให้ระลึกได้ การถือเอาเราจะเห็นสิ่งใดที่เป็นคุณสิ่งใดเป็นโทษ เมื่อเรามีสติแล้วเราจะเห็นภาพแห่งกำลังของเราชัดเจนขึ้น4.สมาธิกำลังข้อที่สี่ สมาธิ คือ ความตั้งมั่น มุ่งมั่นให้เป็นไปตามประสงค์ ลักษณะของสมาธิมีลักษณะเป็นประธาน เป็นยอด หรือหัวหน้าในการทำงาน อุปมาเป็นพระราชานำทัพไปรบ หรือลักษณะเหมือนปลายลูกศรพุ่งไปสู่จุดหมายที่เป็นเป้า ยิ่งดิ่งเท่าไหร่ยิ่งเป็นอัปปนาสมาธิ มีกำลังมาก จะทำสิ่งใดย่อมสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้


185.ปัญญากำลังข้อที่ห้า ปัญญา คือ ความรอบรู้ในกองสังขาร ความรอบรู้ตามความเป็นจริง มีลักษณะ 2 อย่าง คือ ตัด และอีกข้อคือสว่าง การตัดนี้อุปมาดังการเกี่ยวข้าว เวลาที่จะเกี่ยวข้าวนั้น เราจะใช้มือขวาถือเคียว ส่วนมือซ้ายจะรวบกอข้าวเอามาอยู่ในกำมือ การรวบกอข้าวเหมือนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ พิจารณาโดยแยบคาย เมื่อรวบแล้ว ใช้มือขวาที่ถือเคียวตัดสิ่งที่วิเคราะห์สังเคราะห์แล้ว การตัดสิ่งที่วิเคราะห์ สังเคราะห์แล้ว เกิดเป็นปัญญา ส่วนความสว่าง ก็ชัดเจนว่า เปรียบเหมือนการถือเทียนเข้าห้องมืด เมื่อนำแสงเทียน แสงสว่างเข้าไปแล้วเห็นสิ่งต่างๆ ชัดเจนขึ้น นั่นคือปัญญา


19อุบาสกธรรม หมายถึง ธรรมของอุบาสก อุบาสิกา ที่ดี คุณสมบัติหรือองค์คุณของอุบาสกอุบาสิกา อย่างเยี่ยม คือ การเป็นอุบาสก,อุบาสิกา จะต้องปฏิบัติธรรม 5 ประการ จัดว่าเป็นอุบาสกอุบาสิกา ที่ดีประกอบด้วย1. มีศรัทธา มีความเชื่อตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา มีความมั่นคงต่อพระรัตนตรัยว่าเป็นที่พึ่งอันสูงสุด ที่พึ่งอื่นไม่มี และประพฤติปฏิบัติตนตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เท่านั้น2. มีศีล คือ การปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมอันดีตามหลักพระพุทธศาสนา เช่น การปฏิบัติตามหลักศีล 5 เป็นต้นอุบาสกธรรม 5บัตรเนื้อหา เรื่อง มรรค : อุบาสกธรรม 5


203. ไม่ถือมงคล ตื่นข่าว เชื่อกฎแห่งกรรม ไม่เชื่อมงคลตื่นข่าว คือ ต้องมุ่งหวังผลจากการกระทำและการงานที่ทำที่เป็นไปตามหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มิใช่หวังผลจาก หมอดู โชคลางและตื่นข่าวเชื่อถือต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของขลังทั้งหลาย ไม่นับถือการทรงเจ้าเข้าผี ไม่นับถือเทพเจ้าว่าเป็นที่พึ่งอันสูงสุด เป็นต้น4. ไม่แสวงหาทักขิไณย์( ค่าตอบแทน ) ภายนอก หลักคำสอนนี้ คือ ไม่แสวงหาเขตบุญนอกหลักพระพุทธศาสนา ให้หมั่นสร้างบุญในพระพุทธศาสนาเป็นหลัก ในหมั่นสั่งสมบุญในเนื้อนาบุญในพระพุทธศาสนาเป็นหลักเท่านั้น


215. กระทำความสนับสนุนในพระพุทธศาสนานี้เป็นเบื้องต้น คือ ขวนขวายในการอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา เช่น ตักบาตรทุกเช้า ไปวัดทำบุญ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรมทุกวันพระ หรือวัดหยุด สนับสนุนการสร้างวัด ซ่อมแซมบำรุงวัด การพิมพ์หนังสือธรรมแจกเป็นธรรมทาน เป็นต้น.


22ปาปณิกธรรม 3 ( หลักพ่อค้า, องค์คุณของพ่อค้า )1. จักขุมา ตาดี รู้จักสินค้า ดูของเป็น สามารถคำนวณราคา กะทุนเก็งกำไร แม่นยำ 2. วิธูโร จัดเจนธุรกิจ รู้แหล่งซื้อแหล่งขาย รู้ความเคลื่อนไหวความต้องการของตลาด สามารถในการจัดซื้อจัดจำหน่าย รู้ใจและรู้จักเอาใจลูกค้า 3. นิสสยสัมปันโน พร้อมด้วยแหล่งทุนเป็นที่อาศัย (เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจในหมู่แหล่งทุนใหญ่ๆ หาเงินมาลงทุนหรือดำเนินกิจการโดยง่าย ปาปณีกธรรม 3บัตรเนื้อหา เรื่อง มรรค : อุบาสกธรรม 5


23ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์เป็นหลักธรรมในพุทธศาสนา คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน 4 อย่าง บ้างเรียกว่า หัวใจเศรษฐี \"อุ อา กะ สะ\" อาจเรียกสั้น ๆ ว่า ทิฏฐธัมมิกัตถะทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม 4 หมายถึง ธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในปัจจุบัน หลักธรรมอันอำนวยประโยชน์สุขขั้นต้น เพื่อประโยชน์สุขสามัญที่มองเห็นกันในชาตินี้ ที่คนทั่วไปปรารถนา มี ทรัพย์ ยศ เกียรติ ไมตรี เป็นต้น อันจะสำเร็จด้วยธรรม 4 ประการ คือ 1.อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่น เช่นขยันหมั่นเพียร เลี้ยงชีพด้วยการหมั่นประกอบการงาน เป็นผู้ขยันไม่เกียจคร้านในการงานนั้น ประกอบด้วยปัญญาเครื่องสอดส่อง อันเป็นอุบายในการงานนั้น ให้สามารถทำได้สำเร็จ1. 2.อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษาโภคทรัพย์ (ที่หามาได้ด้วยความขยันหมั่นเพียร โดยชอบธรรม) เขารักษาคุ้มครองโภคทรัพย์เหล่านั้นไว้ได้พร้อมมูล ไม่ให้ถูกลัก หรือทำลายไปโดยภัยต่างๆ 3.กัลยาณมิตตตา คบคนดี ไม่คบคบชั่ว อยู่อาศัยในบ้านหรือนิคมใด ย่อมดำรงตน เจรจา สนทนากับบุคคลในบ้านหรือนิคมนั้น ซึ่งเป็นผู้มีสมาจารบริสุทธิ์ ผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา 4.สมชีวิตา อยู่อย่างพอเพียง รู้ทางเจริญทรัพย์และทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ แล้วเลี้ยงชีพพอเหมาะ ไม่ให้สุรุ่ยสุร่ายฟูมฟายนัก ไม่ให้ฝืดเคืองนัก ด้วยคิดว่า รายได้ของเราจักต้องเหนือรายจ่าย และรายจ่ายของเราจักต้องไม่เหนือรายได้ทิฏฐธัมมิกัตถะ 4บัตรเนื้อหา เรื่อง มรรค : ทิฏฐธัมมิกัตถะ 4


24 โภคอาทิยะ หรือ โภคาทิยะ 5 (ประโยชน์ที่ควรถือเอาจากโภคทรัพย์ หรือ เหตุผลที่อริยสาวกควรยึดถือ ในการที่จะมีหรือครอบครองโภคทรัพย์) อริยสาวกแสวงหาโภคทรัพย์มาได้ ด้วยน้ำพักน้ำแรงความขยันหมั่นเพียรของตน และโดยทางสุจริตชอบธรรมแล้ว ควรนำมาใช้ประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต ประกอบด้วย 1. ใช้จ่ายทรัพย์นั้นเลี้ยงตนเองเลี้ยงดูครอบครัว มารดาบิดา ให้เป็นสุข 2. ใช้ทรัพย์นั้นบำรุงเลี้ยงมิตรสหายผู้ร่วมกิจการงานให้เป็นสุข 3. ใช้ป้องกันภยันตรายต่าง ๆ 4. ทำพลี คือ การสละบำรุงสงเคราะห์5 อย่างได้แก่ ก. อติถิพลีใช้ต้อนรับแขก คนที่ไปมาหาสู่เป็นเรื่องของการปฏิสันถาร ข. ญาติพลีใช้สงเคราะห์ญาติ ค. ราชพลีใช้บำรุงราชการด้วยการเสียภาษีอากร เป็นต้น ง. เทวตาพลี บำรุงเทวดาคือสิ่งที่เคารพนับถือตามลัทธิความเชื่อหรือตามขนมธรรมเนียม ของสังคม จ. ปุพพเปตพลีทำบุญอุทิศให้แก่บุพการี ท่านที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการแสดง ความกตัญญูรู้คุณ 5. บำรุงสมณพราหมณ์ คือ พระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบผู้ฝึกฝนพัฒนาตนเอง ไม่ประมาทมัวเมาผู้ที่จะดำรงธรรมไว้ให้แก่สังคมโภคอาทิยะ 5บัตรเนื้อหา เรื่อง มรรค : โภคอาทิยะ 5


25อริยวัฑฒิ 5บัตรเนื้อหา เรื่อง มรรค : อริยวัฑฒิ 5อริยวัฑฒิหมายถึง หลักปฏิบัติที่นำไปสู่ความเจริญงอกงาม หรือความเป็นอารยชน หรือความเป็นคนดีในอุดมคติ ซึ่งจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ 5 ประการ ดังนี้ ศรัทธา (งอกงามด้วยศรัทธา) หมายถึง มีความเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ เชื่อด้วยปัญญาและเหตุผล ศีล (งอกงามด้วยศีล) หมายถึง รักษากายและวาจาให้เรียบร้อยเป็นปกติ ในทางปฏิบัติคือการรักษาศีล 5 หรือ ศีล 8 ของชาวพุทธทั่วไป สุตะ (งอกงามด้วยสุตะ) หมายถึงความรู้ที่ได้ยินได้ฟัง หรือการศึกษาหาความรู้ด้วยการฟังซึ่งรวมถึงการอ่านหนังสือและใช้สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการแสดงหาความรู้ จาคะ (งอกงามด้วยจาคะ) หมายถึง รู้จักเสียสละ แบ่งปันสิ่งของให้แก่ผู้อื่น ปัญญา (งอกงามด้วยปัญญา) หมายถึง มีความรู้อย่างกว้างขวาง รู้ชัดเจน และรู้จริง เป็นความรู้ทั้งในวิชาชีพ วิชาสามัญ หรือรู้เท่าทันโลก


26วิปัสสนาญาณ หมายถึง ญาณในวิปัสสนา หรือญาณที่จัดเป็นวิปัสสนา คือ เป็นความรู้ที่ทำให้เกิดความเห็นแจ้งเข้าใจสภาวะของสิ่งทั้งหลายตามเป็นจริง แบ่งออกเป็น 9 ประการคือ1. อุทยัพพยานุปัสสนาญาณ หมายถึง ญาณอันตามเห็นความเกิดและความดับ คือ พิจารณาความเกิดขึ้น และความดับไปแห่งเบญจขันธ์จนเห็นชัดว่า สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ครั้นแล้วก็ดับไปในที่สุด (เกิด-ดับ)2. ภังคานุปัสสนาญาณ หมายถึง ญาณอันตามเห็นความสลาย คือ เมื่อเห็นความเกิด-ดับ เช่นนั้นแล้ว เข้าใจความดับอันเป็นจุดจบสิ้นก็เห็นว่าสังขารทั้งปวงล้วนจะต้องสลายไปในที่สุด3. ภยตูปัฏฐานญาณ หมายถึง ญาณอันมองเห็นสังขารปรากฏเป็นของน่ากลัวคือ เมื่อพิจารณาเห็นความแตกสลายของสังขารแล้วก็ปรากฏเป็นของน่ากลัว เพราะล้วนต้องสลายไป ไม่ปลอดภัยทั้งสิ้น4. อาทีนวานุปัสสนาญาณ หมายถึง ญาณอันคำนึงเห็นโทษ คือ เมื่อพิจารณาเห็นสังขารทั้งปวงซึ่งล้วนต้องแตกสลายไป เป็นของน่ากลัวแล้วย่อมคำนึงเห็นสังขารทั้งปวงนั้นว่าเป็นโทษ เป็นสิ่งที่มีความบกพร่อง จะต้องประกอบไปด้วยความทุกข์5. นิพพิทานุปัสสนาญาณ หมายถึง ญาณอันคำนึงเห็นความหน่าย คือ เมื่อพิจารณาเห็นว่าสังขารทั้งปวงเป็นโทษแล้ว ย่อมเกิดความหน่ายไม่เพลิดเพลินติดใจในสังขารนั้น6. มุญจิตุกัมยตาญาณ หมายถึง ญาณอันคำนึงด้วยใคร่จะพ้นไปเสีย คือ เมื่อหน่วยสังขารทั้งหลายแล้วย่อมปรารถนาที่จะพ้นไปเสียจากสังขารเหล่านั้น7. ปฏิสังขานุปัสสนาญาณ หมายถึง ญาณอันคำนึงพิจารณาหาทางหลุดพ้น คือ เมื่อต้องการจะพ้นไปเสียจากสังขารจึงกลับหันไปยกเอาสังขารทั้งหลายขึ้นมาพิจารณากำหนดด้วยไตรลักษณ์เพื่อมองหาอุบายที่จะปลดเปลื้องหรือหาทางหลุดพ้น วิปัสสนาญาณ 9บัตรเนื้อหา เรื่อง มรรค : วิปัสสนาญาณ 9


278. สังขารุเปกขาญาณ หมายถึง ญาณอันเป็นไปโดยความเป็นกลางต่อสังขาร คือ เมื่อพิจารณาสังขารต่อไปย่อมเกิดความรู้เห็นสภาวะของสังขารตามความเป็นจริง ว่ามีความเป็นอยู่เป็นไปของมันอย่างนั้นเป็นธรรมดา จึงวางใจเป็นกลางได้ไม่ยินดียินร้ายในสังขารทั้งหลาย ญาณจึงมุ่งสู่นิพพาน โดยเลิกละความเกี่ยวพันกับสังขารอีก9. สัจจานุโลมิกญาณ หรือ อนุโลมญาณ หมายถึง ญาณอันเป็นไปโดยอนุโลมแก่การหยั่งรู้อริยสัจ คือ เมื่อวางใจเป็นกลางต่อสังขารทั้งหลายและญาณมุ่งสู่นิพพานแล้ว ญาณก็จะส่งผลต่อการตรัสรู้อริยสัจ ย่อมเกิดขึ้นในลำดับต่อไป เป็นขั้นสุดท้ายของวิปัสสนาญาณต่อจากนั้นก็จะทำให้สำเร็จเป็นอริยบุคคลต่อไป


28มรรคในหลักมงคล 38 เรื่อง สงเคราะห์ภรรยามงคล คือเหตุแห่งความสุข ความก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้พึงปฏิบัติ นำมาจากบทมงคลสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบปัญหาเทวดาที่ถามว่า คุณธรรมอันใดที่ทำให้ชีวิตประสบความเจริญหรือมี \"มงคลชีวิต\" ซึ่งมี 38 ประการได้แก่1. การไม่คบคนพาล 2. การคบบัณฑิต3. การบูชาบุคคลที่ควรบูชา 4. การอยู่ในถิ่นอันสมควร5. เคยทำบุญมาก่อน 6. การตั้งตนชอบ7. ความเป็นพหูสูต 8. การรอบรู้ในศิลปะ9. มีวินัยที่ดี 10.กล่าววาจาอันเป็นสุภาษิต11.การบำรุงบิดามารดา 12.การสงเคราะห์บุตร13.การสงเคราะห์ภรรยา 14.ทำงานไม่ให้คั่งค้าง15.การให้ทาน 16.การประพฤติธรรม17.การสงเคราะห์ญาติ 18.ทำงานที่ไม่มีโทษ19.ละเว้นจากบาป 20.สำรวมจากการดื่มน้ำเมา21.ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย 22.มีความเคารพ23.มีความถ่อมตน 24.มีความสันโดษ25.มีความกตัญญู 26.การฟังธรรมตามกาล27.มีความอดทน 28.เป็นผู้ว่าง่าย29.การได้เห็นสมณะ 30.การสนทนาธรรมตามกาล31.การบำเพ็ญตบะ 32.การประพฤติพรหมจรรย์33.การเห็นอริยสัจ 34.การทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน35.มีจิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม 36.มีจิตไม่เศร้าโศก37.มีจิตปราศจากกิเลส 38.มีจิตเกษม มงคล 38 ( สงเคราะห์ภรรยา )บัตรเนื้อหา เรื่อง มรรค : มงคล 38 ( สงเคราะห์ภรรยา )


29 ซึ่งในรายวิชาสังคมศึกษา 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จะเรียนมงคล 38 ข้อที่ 13 การสงเคราะห์ภรรยา และ ข้อที่ 24 มีความสันโดษ โดยมีรายละเอียดดังนี้สงเคราะห์ภรรยาคู่ครองที่ดี จะเป็นคู่ร่วมชีวิตกันได้ นอกจากกามคุณแล้ว ควรมีคุณสมบัติ และประพฤติตามข้อปฏิบัติ ดังนี้ ก. คู่สร้างคู่สม มีหลักธรรมของคู่ชีวิต ที่จะทำให้คู่สมรสมีชีวิตที่สอดคล้องกลมกลืนกัน เป็นพื้นฐานอันมั่นคงที่จะทำให้อยู่ครองกันได้ยืดยาว เรียกว่า สมชีวิธรรม 4 ประการ คือ 1. สมสัทธา คือมีศรัทธาสมกัน หมายถึง เคารพนับถือในลัทธิศาสนา สิ่งเคารพบูชา แนวความคิดความเชื่อถือ หรือหลักการต่าง ๆ ตลอดจนแนวความสนใจอย่างเดียวกัน หนักแน่นเสมอกัน หรือปรับเข้าหากัน ลงกันได้2. สมสีลา คือมีศีลสมกัน หมายถึง มีความประพฤติ ศีลธรรม จรรยา มารยาท พื้นฐานการอบรม พอเหมาะสอดคล้อง ไปกันได้


30 3. สมจาคา คือมีจาคะสมกัน หมายถึง มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความโอบอ้อมอารี ความมีใจกว้าง ความเสียสละ ความพร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น พอกลมกลืนกัน ไม่ขัดแย้งบีบคั้นกัน 4. สมปัญญา คือมีปัญญาเสมอกัน หมายถึง รู้เหตุรู้ผล เข้าใจกัน อย่างน้อยพูดกันรู้เรื่อง ข. คู่ชื่นชมคู่ระกำ หรือ คู่บุญคู่กรรม คือ คู่ครองที่มีคุณธรรม ลักษณะนิสัยความประพฤติปฏิบัติการแสดงออกต่อกัน ที่ทำให้เกื้อกูลกันหรือถูกกันก็มี ต้องยอมทนกันหรืออยู่กันอย่างขมขื่น ก็มีในกรณีนี้ท่านแสดง สามีและภรรยาประเภทต่าง ๆ ไว้ 7 ประการคือ1. วธกภัสดา และ วธกาภริยา คือ สามีและภรรยาเหมือนเพชฌฆาต หมายถึง คู่ครองที่มิได้อยู่กินด้วยความพอใจ ดูหมิ่น และคิดทำลายซึ่งกันและกัน 2. โจรภัสดา และ โจรีภริยา คือ สามีและภรรยาเหมือนโจร หมายถึง คู่ครองชนิดที่ล้างผลาญทรัพย์สมบัติ 3. อัยยภัสดา และ อัยยาภริยา คือ สามีและภรรยาเหมือนนาย หมายถึง คู่ครองที่เกียจคร้าน ไม่ใส่ใจการงาน ปากร้าย หยาบคาย ชอบข่มขู่ซึ่งกันและกัน 4. ปิตาภัสดา และ มาตาภริยา คือ สามีเหมือนบิดาและภรรยาเหมือนมารดา หมายถึง การให้ความเคารพ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีความหวังดี คอยห่วงใย เอาใจใส่ต่อกัน ช่วยกันหาทรัพย์และรู้จักประหยัดอดออม 5. ภาตาภัสดา และ ภคินีภริยา คือ สามีเหมือนพี่ชาย และภรรยาเหมือนน้องสาว หมายถึง สามีให้ความรักความเอ็นดู ให้การปกป้องดูแล คอยระมัดระวังภัยให้ ส่วนภรรยาให้ความเคารพรักสามีดุจดังน้องรักพี่ มีใจอ่อนโยน รู้จักเกรงใจ มักคล้อยตามสามี 6. สขาภัสดา และ สขีภริยา คือ สามีและภรรยาเหมือนเพื่อน หมายถึง การปฏิบัติต่อกันเหมือนเพื่อน มีจิตใจภักดีซื่อตรงต่อกัน ร่วมสุขร่วมทุกข์กัน รู้จักการวางตัวให้เหมาะสม มีความประพฤติดี มีกิริยามารยาทที่ดีงาม และเป็นคู่คิดคู่ใจ 7. ทาสภัสดา และทาสีภริยา คือ สามีและภรรยาเหมือนคนใช้ หมายถึง การให้ความช่วยเหลือหน้าที่การงานซึ่งกันและกัน ไม่เกี่ยงว่าเป็นงานผู้หญิงหรืองานผู้ชาย มีความอดทน อดกลั้นต่อกัน ไม่แสดงความโกรธก้าวร้าวรุนแรงต่อกัน


31 ค. คู่ศีลธรรมคู่ความดีโดยยึดเอาหลักธรรมสำหรับการครองเรือน คือ ฆราวาสธรรม 4 ประการมาใช้ต่อกันในบ้านด้วย ดังนี้ 1. สัจจะ คือ ความจริง หมายถึง ความซื่อสัตย์ต่อกัน มีความจริงใจต่อกัน 2. ทมะ คือ การฝึกตน หมายถึง รู้จักควบคุมจิตใจ ฝึกหัดดัดนิสัย แก้ไขข้อบกพร่องข้อขัดแย้ง ปรับตัวปรับใจเข้าหากัน และปรับปรุงตนให้ดีงามยิ่งขึ้นไป 3. ขันติคือ ความอดทน หมายถึง มีจิตใจที่เข้มแข็งหนักแน่น ไม่วู่วาม ทนต่อความล่วงล้ำก้ำเกินกัน และร่วมกันอดทนต่อความเหนื่อยยากลำบากตรากตรำ ฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน 4. จาคะ คือ ความเสียสละ หมายถึง ความมีน้ำใจ สามารถเสียสละความสุขสำราญ ความพอใจส่วนตนเพื่อคู่ครองได้ เช่น อดหลับอดนอนพยาบาลกันในยามเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นต้น ตลอดจนมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อญาติมิตรสหายของคู่ครอง ไม่ใจแคบ ง. คู่สงเคราะห์กัน คือการสงเคราะห์ อนุเคราะห์กัน ตามหลักปฏิบัติในทิศ 6 ข้อที่ว่าด้วย “ทิศเบื้องหลัง” คือ สามีปฏิบัติต่อภรรยา ดังนี้ 1. ยกย่องให้เกียรติสมฐานะที่เป็นภรรยา หมายถึง การให้การยกย่องนับถือ มีความเท่าเทียมกัน ไม่กดขี่ข่มเหงน้ำใจภรรยา 2. ไม่ดูหมิ่นภรรยา หมายถึง การไม่ดูถูกภรรยาของตนเองไม่ว่าจะเป็นชาติตระกูลที่ต่ำกว่า ระดับการศึกษาที่ต่ำกว่า เป็นต้น 3. ไม่นอกใจภรรยา หมายถึง การไม่คบชู้ การไม่คิดหรือกระทำการนอกใจภรรยาของตนเอง จะนำมาซึ่งความเดือดร้อน และเสียทรัพย์ในที่สุด 4. มอบความเป็นใหญ่ในบ้านให้ภรรยา หมายถึง มอบหน้าที่การงานในบ้านให้ภรรยาคอยควบคุมดูแล ให้เป็นไปด้วยดีและเป็นระเบียบเรียบร้อย หากมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจภายในบ้าน ก็คอยบอกสามีให้ความช่วยเหลือเกื้อกูล 5. หาเครื่องแต่งตัวให้กับภรรยา หมายถึง การบำรุงน้ำใจภรรยา โดยให้ของขวัญแก่ภรรยาตามแต่โอกาสจะอำนวย เช่น วันครบรอบวันเกิด วันครบรอบวันแต่งงาน เป็นต้น


32ภรรยาพึงสงเคราะห์สามี ดังนี้ 1. จัดงานบ้านให้เรียบร้อย หมายถึง การปฏิบัติงานบ้านตามหน้าที่ของภรรยาที่ดี โดยเอาใจใส่จัดการงานให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยไม่ขาดตกบกพร่อง 2. สงเคราะห์ญาติมิตรของทั้งสองฝ่ายด้วยดี หมายถึงการให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลญาติมิตรสหายของทั้งสองฝ่ายด้วยความจริงใจ และสม่ำเสมอกันไม่ลำเอียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 3. ไม่นอกใจสามี หมายถึง ไม่คบชู้สู่ชายอื่น มีความซื่อสัตย์ต่อสามีตน ไม่ประพฤตินอกใจ 4. รักษาทรัพย์สมบัติที่หามาได้ หมายถึงการรู้จักดูแลรักษา และการรู้จักการใช้ทรัพย์สมบัติที่หามาได้อย่างระมัดระวัง และใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น รู้จัดการอดออมเพื่อใช้ในยามที่จำเป็น เป็นต้น 5. ขยันไม่เกียจคร้านในกิจการงานทั้งปวง หมายถึง การขยัน ช่างจัดช่างทำ เอาการเอางานทุกอย่าง โดยไม่เกี่ยงงอน ปฏิบัติตนเป็นแม่บ้านที่ดี จ. สามีเห็นใจภรรยา ผู้หญิงมีความทุกข์เฉพาะตัวอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งต่างจากผู้ชาย ซึ่งสามีพึงเข้าใจและพึงปฏิบัติด้วยความเอาใจใส่เห็นอกเห็นใจ ดังนี้คือ 1. ผู้หญิงต้องจากหมู่ญาติมาอยู่กับตระกูลของสามี ทั้งที่ยังเป็นเด็กสาว สามีควรให้ความอบอุ่นใจ 2. ผู้หญิงมีระดู (ประจำเดือน) ซึ่งบางครั้งก่อปัญหาให้เกิดความแปรปรวนทั้งทางใจและทางกาย สามีควรเข้าใจและคอยให้ความช่วยเหลือ 3. ผู้หญิงมีครรภ์ ซึ่งในขณะที่ตั้งครรภ์สามีต้องคอยเอาใจใส่บำรุงทั้งทางกายและทางใจเป็นพิเศษ 4. ผู้หญิงคลอดบุตร ซึ่งเป็นครั้งที่เจ็บปวดทุกข์แสนสาหัส และเสี่ยงต่อชีวิตมาก สามีคอยเป็นกำลังใจและใส่ใจเหมือนเป็นทุกข์ของตนเอง 5. ผู้หญิงต้องคอยดูแลเอาใจใส่ฝ่ายชาย ไม่ควรเอาแต่ใจตัวเอง พึงซาบซึ้งในความเอื้อเฟื้อและมีน้ำใจอบแทน


33น้ำแม้เพียงน้อย ก็สามารถทำให้แก้วน้ำเต็มบริบูรณ์ได้ตรงข้าม แม้มีน้ำมากมหาศาลก็ไม่สามารถทำให้มหาสมุทรเต็มบริบูรณ์ในทำนองเดียวกัน ทรัพย์สินเงินทองแม้เพียงน้อยก็สามารถยังใจของผู้มีความสันโดษให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขความพอใจตรงข้าม แม้มีทรัพย์สินเงินทองมากมายมหาศาลเพียงใดใจของผู้ที่ไม่มีความสันโดษก็ยังเร่าร้อน กระวนกระวาย กระหายอยากได้อยู่นั่นเอง สันโดษ มาจากภาษาบาลีว่า สันโตสะ สัน แปลว่า ตน โตสะ แปลว่า ยินดีสันโดษจึงแปลว่า ยินดี ชอบใจ พอใจ อิ่มใจ จุใจ สุขใจ กับของของตน ความหมายโดยย่อคือ ให้รู้จักพอ รู้จักประมาณ ความสันโดษ มีลักษณะ 3 อย่าง คือ 1. ยถาลาภสันโดษ คือ ยินดีตามที่ได้ ยินดีตามพึงได้อันหมายถึง ตนได้สิ่งใดมา หรือเพียรหาสิ่งใดมาได้ เมื่อเป็นสิ่งที่ตนพึงได้ ไม่ว่าจะหยาบหรือประณีตแค่ไหน ก็ยินดีพอใจด้วยสิ่งนั้น ไม่ติดใจอยากได้สิ่งอื่น ไม่เดือดร้อนกระวนกระวายเพราะสิ่งที่ตนไม่ได้ไม่ปรารถนาสิ่งที่ตนไม่พึงได้ หรือเกินกว่าที่ตนพึงได้ โดยถูกต้องชอบธรรม ไม่เพ่งเล็งปรารถนาของที่คนอื่นได้ ไม่ริษยาเขา 2. ยถาพลสันโดษ ยินดีตามกำลัง คือยินดีแต่พอแก่กำลัง ร่างกายสุขภาพ และวิสัยแห่งการใช้สอยไม่ยินดีอยากได้เกินกำลัง ตนมีหรือได้สิ่งใด อันไม่ถูกกับกำลังกายหรือสุขภาพ ก็ไม่ควรหวงแหนเสียดายเก็บไว้ให้เสียเปล่า หรือฝืนใช้ให้เป็นโทษแก่ตน ยอมสละให้แก่ผู้อื่นที่จะใช้ได้ และยอมรับหรือแลกเอาสิ่งที่ถูกกับตน แต่เพียงพอแก่กำลังการใช้สอยของตน 3. ยถาสารุปปสันโดษ ยินดีตามสมควรคือยินดีตามที่เหมาะสมกับตน อันสมควรแก่ภาวะฐานะแนวทางแห่งชีวิต และจุดหมายแห่งการบำเพ็ญกิจของตน เช่น ภิกษุไม่ปรารถนาสิ่งของอันไม่สมควรแก่สมณภาวะ หรือภิกษุบางรูปได้ปัจจัยที่มีค่ามาก เห็นว่าเป็นสิ่งสมควรแก่ท่านผู้ทรงคุณสมบัติน่านับถือ ก็นำไปมอบให้ท่านผู้นั้น เป็นต้นมงคล 38 ( มีความสันโดษ )บัตรเนื้อหา เรื่อง มรรค : มงคล 38 ( มีความสันโดษ )


34ลักษณะของผู้มีสันโดษ (1) เป็นผู้แสวงหาเครื่องเลี้ยงชีพด้วยความเพียรและปัญญาตามความเหมาะสมกับภาวะของตนและเท่าที่เป็นความชอบธรรม (2) เป็นผู้ที่ไม่อยากได้ของผู้อื่น หรือของที่ได้มาด้วยความฉ้อฉลไม่ทำการทุจริตเพราะปากท้องและผลประโยชน์ส่วนตัว (3) เมื่อหามาได้และใช้สอยสิ่งเหล่านั้น ก็ไม่ติด ไม่หมกมุ่นมัวเมา (4) เมื่อทำสุดกำลังแล้วไม่ได้ ไม่สำเร็จ ก็ไม่เดือดร้อนกระวนกระวาย ไม่ยอมให้ความผิดหวังครอบงำ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อไปได้ (5) ไม่ถือเอาสิ่งที่ตนหามาได้ทั้งสมบัติหรือผลสำเร็จในงานมายกตนข่มผู้อื่น (6) หาความสุขได้จากสิ่งที่เป็นของตน ตามสิทธิที่จะพึงได้ที่ตนเข้าถึงในขณะนั้น ๆ (7) มีความภูมิใจในความสำเร็จที่เกิดจากกำลังงานของตนมีความอดทนยินดีรอคอยผลสำเร็จแม้น้อยที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตน ไม่ยินดีผลแม้มากที่เกิดจากความไม่ชอบธรรม (8) มีความรักและภักดีในหน้าที่การงานของตน มุ่งหน้าปฏิบัติหน้าที่การงานให้ก้าวหน้าคุณประโยชน์ของสันโดษความสันโดษมีคุณประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติเป็นอันมากเพราะความสันโดษช่วยให้คนยินดีกับสิ่งของที่ตนได้โดยสุจริต เป็นผลให้มีความพอใจในผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ขจัดเสียซึ่งความตระหนี่ มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จิตใจสงบเยือกเย็น พ้นจากความวุ่นวายทะเยอทะยานอยากได้จนเกินควร ย่อมเป็นคนที่สงบสุข มีความเจริญในชีวิต เพราะรู้คิดหมั่นทำงานตามประมาณของตน


35จบเนื้อหาในเรื่อง อริยสัจ 4 : มรรค แล้ว......นะครับเรามาทบทวนความรู้โดยการทำบัตรกิจกรรมกันนะครับ


36นักเรียนเลือกหลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ที่กำหนดให้มา 1 หลักธรรม แล้วเสนอการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมบอกผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติลงในแผนภาพความคิด สัทธรรม 3 วุฒิธรรม 4 พละ 5 อุบาสกธรรม 5ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม 4 โภคอาทิยะ 5หลักธรรมที่เลือก แนวทางการนำหลักธรรมไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวันผลจากการปฏิบัติบัตรกิจกรรม ที่ 1 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 : มรรค


37นักเรียนเลือกหลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 ที่กำหนดให้มา 1 หลักธรรม แล้วเสนอการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมบอกผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติลงในแผนภาพความคิด(ตัวอย่างคำตอบ) บัตรเฉลยกิจกรรม ที่ 1 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 : มรรค(ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม 4 หลักธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขในปัจจุบัน 4 ประการ1. อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่น2. อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษาโภคทรัพย์3. กัลยาณมิตตตา คบคนดีเป็นมิตร4. สมชีวิตา มีความเป็นอยู่อย่างเหมาะสม)สัทธรรม 3 วุฒิธรรม 4 พละ 5 อุบาสกธรรม 5ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม 4 โภคอาทิยะ 5หลักธรรมที่เลือก(เพื่อเกิดความมั่นคงในการดำเนินชีวิต ควรปฏิบัติดังนี้- มีความขยันหมั่นเพียรในการประกอบอาชีพ ในการประกอบการงาน- รู้จักประหยัดอดออม เก็บรักษาทรัพย์สมบัติ ที่หามาได้- การรู้จักเลือกคบคนดีเป็นเพื่อน- การดำเนินชีวิตด้วยความพอเพียง พอประมาณ มีความไม่ประมาท)แนวทางการนำหลักธรรมไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวันผลจากการปฏิบัติ (ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจทั้งในระดับครอบครัวและสังคม มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความสุขความเจริญและก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ อย่างยั่งยืน)


38คำชี้แจง ให้นักเรียนวิเคราะห์ข้อความหรือการกระทำของบุคคลในตาราง แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่มีความสอดคล้องกันลำดับที่ ข้อความ/การกระทำ ปริยัติสัทธรรมปฏิบัติสัทธรรมปฏิเวธสัทธรรม1นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/10 ได้รับการยกย่องจากทางโรงเรียนว่าเป็นผู้ประพฤติดี2 พระพุทธวจนะที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎก3ชะเอมไปเรียนในหลักสูตรนักธรรมตรีและสามารถสอบผ่านได้คะแนนสูงสุด4นักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคนต้องเรียนหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ5เกสรประสบความสำเร็จในการสอบเข้าเรียนในระดับ อุดมศึกษา เพราะเธอปฏิบัติตนตามหลักอิทธิบาท 46นิดบอกกับหน่อยว่าเธอพยายามปฏิบัติตนตามหลักอุบาสกธรรม 57นิยมเป็นมัคทายกของวัด เขาเป็นบุคคลที่คนทั่วไปชื่นชมความประพฤติของเขา8คุณครูสุภาบอกกับนักเรียนอยู่เสมอว่า เป็นชาวพุทธจะต้องศึกษาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า9แม่ของกานต์มักชวนกานต์ไปทำบุญและฟังธรรมที่วัด เป็นประจำ10กำนันแพนิมนต์พระสงฆ์มาเทศนาสั่งสอนชาวบ้านเป็นประจำทุกเดือนเพื่อให้ชาวบ้านต่างก็มีความพึงพอใจและเลื่อมใสศรัทธาบัตรกิจกรรม ที่ 2 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 : พระสัทธรรม 3


39คำชี้แจง ให้นักเรียนวิเคราะห์ข้อความหรือการกระทำของบุคคลในตาราง แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่มีความสอดคล้องกัน( เฉลย )ลำดับที่ ข้อความ/การกระทำ ปริยัติสัทธรรมปฏิบัติสัทธรรมปฏิเวธสัทธรรม1นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/10 ได้รับการยกย่องจากทางโรงเรียนว่าเป็นผู้ประพฤติดี ✓ ✓ ✓2 พระพุทธวจนะที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎก ✓3ชะเอมไปเรียนในหลักสูตรนักธรรมตรีและสามารถสอบผ่านได้คะแนนสูงสุด ✓4นักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคนต้องเรียนหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ✓5เกสรประสบความสำเร็จในการสอบเข้าเรียนในระดับ อุดมศึกษา เพราะเธอปฏิบัติตนตามหลักอิทธิบาท 4✓ ✓ ✓6นิดบอกกับหน่อยว่าเธอพยายามปฏิบัติตนตามหลักอุบาสกธรรม 5✓ ✓7นิยมเป็นมัคทายกของวัด เขาเป็นบุคคลที่คนทั่วไปชื่นชมความประพฤติของเขา✓ ✓ ✓8คุณครูสุภาบอกกับนักเรียนอยู่เสมอว่า เป็นชาวพุทธจะต้องศึกษาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ✓9แม่ของกานต์มักชวนกานต์ไปทำบุญและฟังธรรมที่วัด เป็นประจำ ✓10กำนันแพนิมนต์พระสงฆ์มาเทศนาสั่งสอนชาวบ้านเป็นประจำทุกเดือนเพื่อให้ชาวบ้านต่างก็มีความพึงพอใจและเลื่อมใสศรัทธา✓บัตรเฉลยกิจกรรม ที่ 2 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 : พระสัทธรรม 3


40ค ำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านกรณีศึกษา แล้วตอบค าถาม  ใครเป็นผู้ที่น าหลักธรรมปัญญาวุฒิธรรม 4 ไปปฏิบัติ จงยกตัวอย่างประกอบ พร้อมผลที่ได้รับ บัตรกิจกรรม ที่ 3 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 : ปัญญาวุฒิธรรม 4กรณีศึกษำ เรื่อง ผู้มีปัญญำชุมชนบ่อฝ้ายเป็นชุมชนที่สมาชิกส่วนใหญ่มีฐานะปานกลาง มีบางครอบครัวที่ค่อนข้างยากจนแต่สมาชิกทุกคนในชุมชนต่างก็เอื้อเฟื้อช่วยเหลือกัน ทุกเช้าของวันอาทิตย์จะมีสมาชิกบางคนมานั่งที่ร้านกาแฟเป็นการพบปะกันในกลุ่มย่อย และต่างก็จะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเม่น : ผมเพิ่งไปงานรับปริญญาของหนูสร้อยสุดาหลานสาวของผม เมื่อสัปดาห์ที่แล้วอยากจะเล่าเพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่เด็กหนุ่มเด็กสาวสมัยนี้ คือ เด็กคนนี้พ่อแม่มีลูกหลายคนและฐานะยากจน แต่เด็กคนนี้ขยันหมั่นเพียรเรียนหนังสือ เวลาว่างก็ช่วยแม่ท างานบ้าน ใครชวนไปเที่ยวเตร่ก็ไม่ไปเฟื อง : ผมก็เคยคุยกับเด็กคนนี้อยู่บ่อยๆ เหมือนกัน แกพูดจามีเหตุผลนะ และเพื่อนที่หนูสร้อยสุดาคบอยู่นั้นมีอยู่ไม่กี่คนก็จริง แต่ละคนก็ขยันเรียนและเห็นเขาชวนกันไปห้องสมุดอยู่เสมอชัย : ลูกสาวของผมเคยเอางานไปให้หนูสร้อยสุดาพิมพ์เหมือนกัน เป็นรายได้พิเศษนอกเหนือจากการเรียนชอบ : เด็กในชุมชนของเราส่วนใหญ่จะมีความประพฤติดีและประสบความส าเร็จในการเรียนและการท างานด้วย เช่น อเนกที่อยู่ข้างบ้านผม เขาเรียนจบแค่มัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่เขาได้เพื่อนดีพาไปฝึกงานตกแต่งสวน เดี๋ยวนี้เขากลายเป็นผู้รับเหมาจัดสวนสวยงาม มีรายได้มั่นคงและเป็นที่รู้จักกันในวงการจัดสวนสวยงาม นอกจากนั้นเขายังเป็นคนดีซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ถึงแม้จะมีโอกาสเอาเปรียบ ใช้วัสดุที่ไม่ดีมาตกแต่งสวนเขาก็ไม่ท า


41ค ำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านกรณีศึกษา แล้วตอบค าถาม ( เฉลย )  ใครเป็นผู้ที่น าหลักธรรมปัญญาวุฒิธรรม 4 ไปปฏิบัติ จงยกตัวอย่างประกอบ พร้อมผลที่ได้รับ 1. สร้อยสุดา ปฏิบัติตามหลักธรรมปัญญาวุฒิธรรม 4 คือ 1) ตั้งใจเรียนหนังสือ เอาใจใส่ในการเรียน 2) คบเพื่อนที่ดี ชวนกันศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ 3) ใช้เหตุผลไตร่ตรอง ถึงแม้ว่าจะมีเพื่อนมาชวนไปเที่ยวเตร่ แต่ก็ใช้เหตุผลไตร่ตรองแล้วปฏิเสธ 4) ปฏิบัติตนตามคลองธรรม น าความรู้มาใช้ในทางสุจริต เช่น รับพิมพ์หนังสือเป็นรายได้พิเศษ 2. เอนก ปฏิบัติตามหลักธรรมปัญญาวุฒิธรรม 4 คือ 1) เอาใจใส่ในการเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม เรื่อง การจัดสวนสวยงาม 2) คบเพื่อนดี ชักชวนเขาไปท างานที่สุจริต คือ งานตกแต่งสวนสวยงาม 3) ใช้เหตุผลไตร่ตรอง เขาใช้ความคิดในการพัฒนาการตกแต่งสวนสวยงามอย่างถูกวิธี 4) ปฏิบัติตนตามคลองธรรมเขามีความซื่อสัตย์ไม่เบียดเบียนหรือเอาเปรียบลูกค้าเกี่ยวกับการใช้วัสดุที่ไม่ดีมาตกแต่งสวนบัตรเฉลยกิจกรรม ที่ 3 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 : ปัญญาวุฒิธรรม 4กรณีศึกษำ เรื่อง ผู้มีปัญญำชุมชนบ่อฝ้ายเป็นชุมชนที่สมาชิกส่วนใหญ่มีฐานะปานกลาง มีบางครอบครัวที่ค่อนข้างยากจนแต่สมาชิกทุกคนในชุมชนต่างก็เอื้อเฟื้อช่วยเหลือกัน ทุกเช้าของวันอาทิตย์จะมีสมาชิกบางคนมานั่งที่ร้านกาแฟเป็นการพบปะกันในกลุ่มย่อย และต่างก็จะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเม่น : ผมเพิ่งไปงานรับปริญญาของหนูสร้อยสุดาหลานสาวของผม เมื่อสัปดาห์ที่แล้วอยากจะเล่าเพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่เด็กหนุ่มเด็กสาวสมัยนี้ คือ เด็กคนนี้พ่อแม่มีลูกหลายคนและฐานะยากจน แต่เด็กคนนี้ขยันหมั่นเพียรเรียนหนังสือ เวลาว่างก็ช่วยแม่ท างานบ้าน ใครชวนไปเที่ยวเตร่ก็ไม่ไปเฟื อง : ผมก็เคยคุยกับเด็กคนนี้อยู่บ่อยๆ เหมือนกัน แกพูดจามีเหตุผลนะ และเพื่อนที่หนูสร้อยสุดาคบอยู่นั้นมีอยู่ไม่กี่คนก็จริง แต่ละคนก็ขยันเรียนและเห็นเขาชวนกันไปห้องสมุดอยู่เสมอชัย : ลูกสาวของผมเคยเอางานไปให้หนูสร้อยสุดาพิมพ์เหมือนกัน เป็นรายได้พิเศษนอกเหนือจากการเรียนชอบ : เด็กในชุมชนของเราส่วนใหญ่จะมีความประพฤติดีและประสบความส าเร็จในการเรียนและการท างานด้วย เช่น อเนกที่อยู่ข้างบ้านผม เขาเรียนจบแค่มัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่เขาได้เพื่อนดีพาไปฝึกงานตกแต่งสวน เดี๋ยวนี้เขากลายเป็นผู้รับเหมาจัดสวนสวยงาม มีรายได้มั่นคงและเป็นที่รู้จักกันในวงการจัดสวนสวยงาม นอกจากนั้นเขายังเป็นคนดีซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ถึงแม้จะมีโอกาสเอาเปรียบ ใช้วัสดุที่ไม่ดีมาตกแต่งสวนเขาก็ไม่ท า


42คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านกรณีศึกษา แล้วตอบคำถาม  โชติเป็นบุคคลที่นำหลักธรรมพละ 5 มาใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างไร และผลที่เขาได้รับคืออะไร.......................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................บัตรกิจกรรม ที่ 4 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 : พละ 5กรณีศึกษา เรื่อง ครรลองของชีวิตโชติ ได้รับเลือกให้เป็นบุคคลตัวอย่างของจังหวัด เขาได้รับเชิญให้ไปเล่าประสบการณ์ชีวิตให้บุคคลกลุ่มต่างๆ ฟังอยู่เสมอ ชีวิตของโชติ เมื่อครั้งเป็นเด็กนั้นค่อนข้างลำบากเพราะพ่อแม่มีลูกหลายคน นอกจากจะเรียนหนังสือแล้วยังต้องช่วยพ่อเลี้ยงไก่ เก็บไข่ไก่ไปขายในตอนเย็นและในวันหยุดราชการ บางครั้งโชติจะมีความท้อแท้ เวลาในการอ่านหนังสือและทำการบ้านก็มีน้อย ทำการบ้านส่งครูไม่ทัน แต่จากการที่โชติได้เรียนธรรมะทำให้เขาพอรู้คุณค่าและประโยชน์ของหลักธรรม ทำให้เขาเชื่อมั่นว่าถ้าทำความดีและขยันหมั่นเพียรอย่างสม่ำเสมอชีวิตย่อมมีความสุขและประสบแต่สิ่งที่ดีงามในชีวิต ถึงแม้ว่าโชติจะเหนื่อยยากต่อการเรียนและการทำงานช่วยพ่อแม่ แต่เขาก็มีพลังที่จะต่อสู้ด้วยความอดทน เมื่อเขาเรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เขาคิดจะสอบเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของรัฐ แต่เมื่อมาคิดทบทวนแล้วคงไม่มีเงินทุนเรียนจนจบได้แน่นอน เขาจึงใช้วิธีทำงานเป็นลูกจ้างในสวนผลไม้ แล้วเรียนในมหาวิทยาลัยเปิดที่ไม่ต้องไปเรียนทุกวัน เขามีความตั้งใจอย่างสูงในการเรียนและคอยเตือนตนเองไม่ให้เกียจคร้าน ไม่คบเพื่อนที่ติดอบายมุข ในที่สุดเขาก็เรียนจบระดับปริญญาตรีด้านการเกษตร และนำความรู้มาพัฒนางานที่เขาทำอยู่ จากประสบการณ์ที่เขามีอยู่เดิม และความรู้จากการศึกษาทำให้เขาสามารถลงทุนทำสวนผลไม้จนประสบความสำเร็จ มีอาชีพที่มีรายได้มั่นคง และเขาก็ขยายผลเผยแพร่ความรู้ให้แก่คนทั่วไป ไม่หวงวิชาความรู้ไว้ที่ตนแต่ผู้เดียว


43คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านกรณีศึกษา แล้วตอบคำถาม ( เฉลย )  โชติเป็นบุคคลที่นำหลักธรรมพละ 5 มาใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างไร และผลที่เขาได้รับคืออะไร โชติเป็นบุคคลที่นำหลักธรรมพละ 5 มาใช้ในการดำเนินชีวิต คือ 1) ศรัทธา ความเชื่อมั่นในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา โดยเชื่อว่า การทำความดีและขยันหมั่นเพียรอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ชีวิตมีความสุขและประสบแต่สิ่งดีงาม 2) วิริยะ โชติมีความขยันทั้งในด้านการเรียนและการทำงานควบคู่กันไป อดทนไม่ท้อถอย 3) สติ โชติจะเตือนตนเองเสมอว่าไม่ให้ท้อถอย คบเพื่อนที่ดี ไม่คบเพื่อนติดอบายมุข ไม่เกียจคร้าน 4) สมาธิ โชติบังคับจิตใจให้มุ่งมั่นอยู่กับการเรียนจนเรียนจบ มุ่งมั่นในการทำงานเพื่อหาประสบการณ์ความรู้5) ปัญญา โชติใช้ปัญญาในการเข้าถึงความเป็นจริงของชีวิตในด้านการทำงาน ถึงแม้จะประสบความสำเร็จแล้ว แต่ก็ควรเผื่อแผ่ให้บุคคลอื่นด้วย โชติสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาได้จนในที่สุดก็หมดปัญหา ผลที่โชติได้รับ คือ การดำเนินชีวิตที่เป็นสุขพอสมควรกับอัตภาพ และได้รับการยกย่องเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้อื่นบัตรเฉลยกิจกรรม ที่ 4 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 : พละ 5กรณีศึกษา เรื่อง ครรลองของชีวิตโชติ ได้รับเลือกให้เป็นบุคคลตัวอย่างของจังหวัด เขาได้รับเชิญให้ไปเล่าประสบการณ์ชีวิตให้บุคคลกลุ่มต่างๆ ฟังอยู่เสมอ ชีวิตของโชติ เมื่อครั้งเป็นเด็กนั้นค่อนข้างลำบากเพราะพ่อแม่มีลูกหลายคน นอกจากจะเรียนหนังสือแล้วยังต้องช่วยพ่อเลี้ยงไก่ เก็บไข่ไก่ไปขายในตอนเย็นและในวันหยุดราชการ บางครั้งโชติจะมีความท้อแท้ เวลาในการอ่านหนังสือและทำการบ้านก็มีน้อย ทำการบ้านส่งครูไม่ทัน แต่จากการที่โชติได้เรียนธรรมะทำให้เขาพอรู้คุณค่าและประโยชน์ของหลักธรรม ทำให้เขาเชื่อมั่นว่าถ้าทำความดีและขยันหมั่นเพียรอย่างสม่ำเสมอชีวิตย่อมมีความสุขและประสบแต่สิ่งที่ดีงามในชีวิต ถึงแม้ว่าโชติจะเหนื่อยยากต่อการเรียนและการทำงานช่วยพ่อแม่ แต่เขาก็มีพลังที่จะต่อสู้ด้วยความอดทน เมื่อเขาเรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เขาคิดจะสอบเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของรัฐ แต่เมื่อมาคิดทบทวนแล้วคงไม่มีเงินทุนเรียนจนจบได้แน่นอน เขาจึงใช้วิธีทำงานเป็นลูกจ้างในสวนผลไม้ แล้วเรียนในมหาวิทยาลัยเปิดที่ไม่ต้องไปเรียนทุกวัน เขามีความตั้งใจอย่างสูงในการเรียนและคอยเตือนตนเองไม่ให้เกียจคร้าน ไม่คบเพื่อนที่ติดอบายมุข ในที่สุดเขาก็เรียนจบระดับปริญญาตรีด้านการเกษตร และนำความรู้มาพัฒนางานที่เขาทำอยู่ จากประสบการณ์ที่เขามีอยู่เดิม และความรู้จากการศึกษาทำให้เขาสามารถลงทุนทำสวนผลไม้จนประสบความสำเร็จ มีอาชีพที่มีรายได้มั่นคง และเขาก็ขยายผลเผยแพร่ความรู้ให้แก่คนทั่วไป ไม่หวงวิชาความรู้ไว้ที่ตนแต่ผู้เดียว


44คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านกรณีศึกษา แล้วตอบคำถามบัตรกิจกรรม ที่ 5 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 : อุบาสกธรรม 5กรณีศึกษา เรื่อง ชีวิตที่เป็นสุขพ่อของกานต์มีอาชีพเป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง ส่วนแม่ของกานต์มีอาชีพขายของเบ็ดเตล็ด ถึงแม้ว่าครอบครัวของกานต์จะไม่ร่ำรวย มีฐานะปานกลางแต่สมาชิกในครอบครัวทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข พ่อและแม่ชอบฟังธรรมมะจากเทปหรือซีดีอยู่เสมอ และจะไปวัดเพื่อทำบุญและฟังเทศน์เมื่อมีโอกาส ส่วนกานต์นั้นจะหาโอกาสชวนเพื่อนๆ ไปวัดถ้ามีเวลาว่าง บางครั้งก็ไปกับทางโรงเรียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา บางครั้งก็ได้ไปอยู่ค่ายนักธรรม ค่ายพุทธบุตร หรือค่ายพุทธธรรม ทุกเย็นหลังรับประทานอาหารแล้ว พ่อแม่ลูกจะสนทนากันเสมอกานต์ : พ่อครับ วันนี้คุณครูที่สอนวิชาพระพุทธศาสนาได้สอนหลักธรรมของอุบาสก คือ อุบาสกธรรม 5 ซึ่งเป็นหลักธรรมประจำใจของผู้นับถือพระพุทธศาสนา และคุณครูให้นักเรียนช่วยกันหาบุคคลตัวอย่างที่ปฏิบัติตนตามอุบาสกธรรม 5 ด้วยครับพ่อ : ตัวอย่างผู้ที่ปฏิบัติตนตามอุบาสกธรรม 5 นั้นหาไม่ยากหรอก เพราะคนไทยส่วนใหญ่จะประพฤติปฏิบัติตามอยู่แล้วแม่ : แม่คิดว่าคนส่วนใหญ่ประพฤติตามอุบาสกธรรม 5 ก็จริง แต่บางคนปฏิบัติไม่ครบ 5 ข้อหรอกพ่อ : แต่ถ้าเรามีศรัทธา มีความเชื่อในปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และเลื่อมใสว่าคำสอนของพระพุทธเจ้า ดีจริง จะเป็นแรงจูงใจให้พิจารณาคำสอน ใช้ปัญญาและเหตุผลไตร่ตรองด้วยตนเองแล้วยอมรับและเชื่อ แล้วนำไปปฏิบัติ เช่น การรักษาศีล เราก็จะปฏิบัติตนให้เป็นคนดีทั้งกาย วาจา และใจ ทำจิตใจให้เป็นปกติ ไม่ถูกครอบงำด้วยความโลภ ความโกรธ และความหลงแม่ : ถ้าทุกคนทำได้ รักษาศีล ควบคุมกาย วาจา ใจ ได้จริง ก็แสดงว่าจะไม่มีอาชญากรรมประเภทฉก ชิง วิ่งราว การทำความผิดต่อทรัพย์ ชีวิตและร่างกายกันกานต์ : ผมรู้แล้วล่ะว่า พวกมิจฉาชีพหรือพวกกระทำผิดอย่างที่แม่ว่านั้น ก็ไม่ใช่อุบาสก อุบาสิกา หรือเป็นพวกที่ไม่มีหลักธรรมอุบาสกธรรม 5 นั่นเองพ่อ : ผู้ที่มีหลักธรรมอุบาสก 5 นั้นจะต้องไม่เชื่อโชคลาง แต่ควรเชื่อเรื่องหลักกรรม เชื่อในกฎแห่งกรรมว่าทำอย่างไรได้ผลอย่างนั้น และจะต้องยึดมั่นในการทำบุญตามหลักพระพุทธศาสนา ที่เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ 10 ด้วยแม่ : ถูกต้องจ้ะ แล้วอุบาสก อุบาสิกา จะต้องเอาใจใส่ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา คือ เข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา หมั่นรักษาศีล ทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรม บูรณะปฏิสังขรณ์ศาสนา อุปถัมภ์พระภิกษุสงฆ์สามเณรให้ปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างสะดวกกานต์ : ผมเข้าใจหลักธรรมอุบาสกธรรม 5 แล้วล่ะครับ และผมคิดว่า พ่อและแม่ของผมปฏิบัติตามหลักธรรมอุบาสกธรรม 5 ครบถ้วนด้วยครับ สามารถนำไปยกตัวอย่างได้เลย


451.พ่อของกานต์ได้กล่าวถึง อุบาสกธรรม 5 ในข้อใดบ้าง จงอธิบายขยายความข้อธรรมนั้น………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………2.แม่ของกานต์ได้กล่าวถึงอุบาสกธรรม 5 อย่างไรบ้าง จงอธิบาย………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


46คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านกรณีศึกษา แล้วตอบคำถาม ( เฉลย )บัตรเฉลยกิจกรรม ที่ 5 เรื่อง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 : อุบาสกธรรม 5กรณีศึกษา เรื่อง ชีวิตที่เป็นสุขพ่อของกานต์มีอาชีพเป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง ส่วนแม่ของกานต์มีอาชีพขายของเบ็ดเตล็ด ถึงแม้ว่าครอบครัวของกานต์จะไม่ร่ำรวย มีฐานะปานกลางแต่สมาชิกในครอบครัวทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข พ่อและแม่ชอบฟังธรรมมะจากเทปหรือซีดีอยู่เสมอ และจะไปวัดเพื่อทำบุญและฟังเทศน์เมื่อมีโอกาส ส่วนกานต์นั้นจะหาโอกาสชวนเพื่อนๆ ไปวัดถ้ามีเวลาว่าง บางครั้งก็ไปกับทางโรงเรียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา บางครั้งก็ได้ไปอยู่ค่ายนักธรรม ค่ายพุทธบุตร หรือค่ายพุทธธรรม ทุกเย็นหลังรับประทานอาหารแล้ว พ่อแม่ลูกจะสนทนากันเสมอกานต์ : พ่อครับ วันนี้คุณครูที่สอนวิชาพระพุทธศาสนาได้สอนหลักธรรมของอุบาสก คือ อุบาสกธรรม 5 ซึ่งเป็นหลักธรรมประจำใจของผู้นับถือพระพุทธศาสนา และคุณครูให้นักเรียนช่วยกันหาบุคคลตัวอย่างที่ปฏิบัติตนตามอุบาสกธรรม 5 ด้วยครับพ่อ : ตัวอย่างผู้ที่ปฏิบัติตนตามอุบาสกธรรม 5 นั้นหาไม่ยากหรอก เพราะคนไทยส่วนใหญ่จะประพฤติปฏิบัติตามอยู่แล้วแม่ : แม่คิดว่าคนส่วนใหญ่ประพฤติตามอุบาสกธรรม 5 ก็จริง แต่บางคนปฏิบัติไม่ครบ 5 ข้อหรอกพ่อ : แต่ถ้าเรามีศรัทธา มีความเชื่อในปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และเลื่อมใสว่าคำสอนของพระพุทธเจ้า ดีจริง จะเป็นแรงจูงใจให้พิจารณาคำสอน ใช้ปัญญาและเหตุผลไตร่ตรองด้วยตนเองแล้วยอมรับและเชื่อ แล้วนำไปปฏิบัติ เช่น การรักษาศีล เราก็จะปฏิบัติตนให้เป็นคนดีทั้งกาย วาจา และใจ ทำจิตใจให้เป็นปกติ ไม่ถูกครอบงำด้วยความโลภ ความโกรธ และความหลงแม่ : ถ้าทุกคนทำได้ รักษาศีล ควบคุมกาย วาจา ใจ ได้จริง ก็แสดงว่าจะไม่มีอาชญากรรมประเภทฉก ชิง วิ่งราว การทำความผิดต่อทรัพย์ ชีวิตและร่างกายกันกานต์ : ผมรู้แล้วล่ะว่า พวกมิจฉาชีพหรือพวกกระทำผิดอย่างที่แม่ว่านั้น ก็ไม่ใช่อุบาสก อุบาสิกา หรือเป็นพวกที่ไม่มีหลักธรรมอุบาสกธรรม 5 นั่นเองพ่อ : ผู้ที่มีหลักธรรมอุบาสก 5 นั้นจะต้องไม่เชื่อโชคลาง แต่ควรเชื่อเรื่องหลักกรรม เชื่อในกฎแห่งกรรมว่าทำอย่างไรได้ผลอย่างนั้น และจะต้องยึดมั่นในการทำบุญตามหลักพระพุทธศาสนา ที่เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ 10 ด้วยแม่ : ถูกต้องจ้ะ แล้วอุบาสก อุบาสิกา จะต้องเอาใจใส่ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา คือ เข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา หมั่นรักษาศีล ทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรม บูรณะปฏิสังขรณ์ศาสนา อุปถัมภ์พระภิกษุสงฆ์สามเณรให้ปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างสะดวกกานต์ : ผมเข้าใจหลักธรรมอุบาสกธรรม 5 แล้วล่ะครับ และผมคิดว่า พ่อและแม่ของผมปฏิบัติตามหลักธรรมอุบาสกธรรม 5 ครบถ้วนด้วยครับ สามารถนำไปยกตัวอย่างได้เลย


471. พ่อของกานต์ได้กล่าวถึง อุบาสกธรรม 5 ในข้อใดบ้าง จงอธิบายขยายความข้อธรรมนั้น 1) มีศรัทธา คือ มีความเชื่อในปัญญาของพระพุทธเจ้า เลื่อมใสว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าดีจริงจะเป็นแรงจูงใจ ให้พิจารณาคำสอน ใช้ปัญญาและเหตุผลไตร่ตรองด้วยตนเอง แล้วยอมรับและเชื่อ แล้วนำไปปฏิบัติ 2) รักษาศีล ปฏิบัติตนให้เป็นคนดีทั้งกาย วาจา ใจ ทำจิตใจให้เป็นปกติ ไม่ถูกครอบงำด้วยความโลภ ความโกรธ ความหลง 3) ไม่เชื่อโชคลาง แต่ควรเชื่อเรื่องหลักกรรม เชื่อในกฎแห่งกรรมว่า ทำอย่างไรได้ผลอย่างนั้น 4) ยึดมั่นในการทำบุญตามหลักพระพุทธศาสนา ที่เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ 102. แม่ของกานต์ได้กล่าวถึงอุบาสกธรรม 5 อย่างไรบ้าง จงอธิบาย 1) ถ้าทุกคนรักษาศีล ควบคุมกาย วาจา ใจ ได้จริง ก็ย่อมไม่ทำผิด ไม่มีอาชญากรรมประเภทฉกชิงวิ่งราว การทำความผิดต่อทรัพย์ ชีวิต และร่างกาย 2) อุบาสก อุบาสิกา จะต้องเอาใจใส่ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา คือ เข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา หมั่นรักษาศีล ทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรม บูรณปฏิสังขรณ์ศาสนา อุปถัมภ์พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ให้ปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างสะดวก


48จบเนื้อหาในเรื่อง อริยสัจ 4 : มรรค แล้ว......นะครับเรามาทบทวนความรู้โดยการทำแบบทดสอบกันนะครับ


49สาระที่1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรมเรื่อง อริยสัจ 4 : มรรคหน่วยการเรียนรู้ที่ หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4วิชา สังคมศึกษา 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เวลา 20 นาที คะแนนเต็ม 20 คะแนนคำชี้แจง : นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำต2อบเดียว1.ข้อใดเป็นการปฏิบัติตามปริยัติสัทธรรม ก. ฝึกสมาธิ ข. ทำใจให้สงบค. ศึกษาหลักธรรม ง. ไม่ทำความชั่ว2. การปฏิบัติตามปริยัติสัทธรรมเกิดผลดีอย่างไรก. มีความรู้ในธรรมคำสอน ข. ได้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้า ค. จิตใจสงบแน่วแน่ ง. หมดสิ้นความอยากได้ทั้งมวล3.สมพรและครอบครัวจะเดินทางไปพักผ่อนที่น้ำตกไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรีขั้นตอนใดเป็นขั้นปฏิบัติ ที่สอดคล้องหลักสัทธรรมจ.เดินทางไปถึงน้ำตกไทรโยคโดยสวัสดิภาพฉ. เดินทางไปน้ำตกไทรโยคตามเส้นทางใน แผนที่ช.ศึกษาเส้นทางลัดเพื่อประหยัดน้ำมันและ เวลาในการเดินทางซ. สืบค้นข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับน้ำตกไทรโยค และจังหวัดกาญจนบุรี4.“แห่ไหว้ต้นตะเคียนยักษ์อายุ100 ปีขอเลขเด็ดหวังรวยทางลัด” แสดงว่าขาดพลังอะไรตามหลักพละ 5จ. สติฉ. สมาธิช. ปัญญาซ. ศรัทธา5.เมาแล้วขับ ถูกจับ ปรับแน่” โครงการนี้ต้องการรณรงค์ให้คนขับรถมีสติซึ่งตรงกับหลักปฏิบัติในหลักธรรมข้อใดก. พละ 5ข. ภาวนา 4ค. วุฒิธรรม 4ง. อุบาสกธรรม 56.คู่สมรสที่จะมีชีวิตคู่ยืนยาว เป็นคู่สร้างคู่สม ต้องยึดหลักธรรมข้อใดเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนก. มีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขาข. ซื่อสัตย์ รู้จักข่มใจ อดทน และเสียสละค. มีความรักใคร่ ขยัน เอาใจใส่ และ คิดใคร่ครวญง. มีความเชื่อ ความประพฤติ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความรู้เสมอกัน7.สำนวนว่า “กิ่งทองใบหยก” น่าจะสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในการเลือกคู่ครองตามหลักพระพุทธศาสนาในข้อใดก. อิทธิบาท 4ข. สมชีวิธรรม 4ค. พรหมวิหาร 4ง. ฆราวาสธรรม 48.หัวใจเศรษฐี คือ อุ. อา. ก. ส. เป็นความหมายของหลักธรรมข้อใดก. อริยวัฑฒิ 5ข. โภคอาทิยะ 5ค. ปาปณิกธรรม 3ง. ทิฏฐธัมมิกัตถะ 4เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน


Click to View FlipBook Version