เมฆ หมอก น้าคา้ ง และน้าคา้ งแขง็
โดย คุณครูนิสารัตน์ พานสง่า
ขอ้ หวั เน้ือหา
ข้อที่ 1 เมฆ
ข้อที่ 2 หมอก
ข้อท่ี 3 นา้ ค้าง
ข้อท่ี 4 นา้ ค้างแข็ง
เมฆ
• เมฆ คอื ละอองนา้ และเกลด็ นา้ แขง็ ทร่ี วมตวั กนั เป็ นกล่มุ ก้อน
ลอยตวั อยู่ในช้ันบรรยากาศทเ่ี ราสามารถมองเห็นได้ไอนา้ ท่ี
ควบแน่นเป็ นละอองนา้ (โดยปกติแลว้ จะมีขนาด 0.01 มม) หรือ
เป็นเกลด็ น้าแขง็ ซ่ึงเม่ือเกาะตวั กนั เป็นกลุ่มจะเห็นเป็นกอ้ นเมฆ
กอ้ นเมฆน้ี จะสะทอ้ นคล่ืนแสงในแต่ละความยาวคล่ืนในช่วงท่ี
ตามองเห็นได้ ในระดบั ที่เท่าๆ กนั จึงทาใหเ้ รามองเห็นกอ้ นเมฆ
น้นั เป็นสีขาว แต่กส็ ามารถมองเห็นเป็ นสีเทาหรือสีดาถ้าหากเมฆ
น้ันมีความหนาแน่นสูงมากจนแสงผ่านไม่ได้
เมฆคิวมลู สั (Cumulus) เมฆคิวมโู ลนิมบสั (Cumulonimbus)
การแบ่งประเภทและ ชนิดของเมฆ
• แบ่งตามรูปร่าง
เมฆน้ันแบ่งเป็ น 2 ประเภทใหญ่ๆ คอื แบบเป็นช้นั ใน
แนวนอน และ แบบลอยตวั สูงข้ึนในแนวต้งั โดยจะมีชื่อเรียกวา่
สเตรตสั ซ่ึงหมายถึงลกั ษณะเป็นช้นั ) และคิวมูลสั ซ่ึงหมายถึงทบั ถม
กนั เป็นกอง) ตามลาดบั นอกจากน้ีแลว้ ยงั มีคาท่ีใชใ้ นการบอกลกั ษณะ
ของเมฆอีกดว้ ย
- สเตรตสั (stratus) หมายถึง ลกั ษณะเป็นช้นั
- คิวมูลสั (cumulus) หมายถึง ลกั ษณะเป็นกองสุม
- เซอร์รัส (cirrus) หมายถึง ลกั ษณะเป็นลอนผม
- นิมบสั (nimbus) หมายถึง ฝน
หมอก
หมอก (Fog) หมอก เกิดจากไอน้าเปล่ียนสถานะควบแน่นเป็นหยดน้าเลก็ ๆ
เช่นเดียวกบั เมฆ เพยี งแต่เมฆเกิดจากการเปล่ียนแปลงอณุ หภูมิ เนื่องจากการยกตวั
ของกลุ่มอากาศ แต่หมอกเกิดข้ึนจากความเยน็ ของพ้ืนผิว หรือการเพ่ิมปริมาณไอน้าใน
อากาศ
น้าคา้ ง
นำ้ ค้ำง (Dew)
นา้ ค้าง เกิดจากการควบแน่นของไอนา้ บนพืน้ ผิวของวตั ถุ ซ่ึงมีการแผ่รังสีออก
จนกระทงั่ อณุ หภูมิลดต่าลงกว่าจดุ นา้ ค้างของอากาศซงึ่ อย่รู อบๆ เน่ืองจากพืน้ ผิวแต่ละ
ชนิดมีการแผ่รังสีท่ีแตกต่างกัน ดงั นนั้ ในบริเวณเดียวกนั ปริมาณของนา้ ค้างที่ปกคลมุ
พืน้ ผิวแต่ละชนิดจึงไม่เท่ากนั เช่น ในตอนหวั ค่า อาจมีนา้ ค้างปกคลมุ พืน้ หญ้า แต่ไม่มี
นา้ ค้างปกคลมุ พืน้ คอนกรีต เหตผุ ลอีกประการหนึง่ ซงึ่ ทาให้นา้ ค้างมกั เกิดขนึ ้ บนใบไม้ใบ
หญ้าก็คอื ใบของพชื คายไอนา้ ออกมา ทาให้อากาศบริเวณนนั้ มคี วามชืน้ สงู
น้าคา้ งแขง็
นา้ ค้างแขง็ (frost) หรือ แม่คะนิ้ง เป็นปรากฎการทางธรรมชาติเมื่อมีอากาศหนาวจดั
จะทาให้น้าคา้ งท่ีอยบู่ นยอดหญา้ เกิดแขง็ ตวั เป็ นเก็ดน้าแข็ง(ส่วนมากเกิดบนยอดดอยใน
ฤดูหนาว)
นา้ ค้างแขง็ : ปรากฏการณ์ของการเปลย่ี นแปลงบรรยากาศโลก
น้าคา้ งแข็ง เป็ นปรากฏการณ์ทางภูมิศาสตร์ที่เก่ียวขอ้ งกบั การเปลี่ยนแปลงของ
บรรยากาศซ่ึงจะไม่ปรากฏข้ึนในทุกภาคของประเทศไทย แต่มกั จะพบมากในช่วงฤดู
หนาวบนยอดดอยในภาคเหนือและภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ภาษาถิ่นเหนือเรียกน้าคา้ ง
แขง็ วา่ เหมยขาบ ส่วนภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือเรียกวา่ แม่คะนิง้
น้าคา้ งแขง็
1. ลกั ษณะทว่ั ไป : จะมีลกั ษณะเป็นเกลด็ น้าแขง็ ขาวๆ จบั ตวั ตามใบไม้ ยอดหญา้ หรือ
วตั ถุต่างๆใกลๆ้ กบั พ้นื ดิน
2. กระบวนการเกดิ ปรากฏการณ์การเกดิ นา้ ค้างแข็ง มี 2 แบบดว้ ยกนั คือ
2.1 การเกิดน้าคา้ งแขง็ โดยตรง จะเกิดในช่วงท่ีอณุ หภมู ิของอากาศใกลผ้ วิ โลกลด
ต่ากวา่ จุดเยอื กแขง็
2.2 การเกิดน้าคา้ งแขง็ โดยออ้ ม เกิดเม่ืออุณหภูมิอากาศลดต่าลงโดยมีปริมาณ
ความช้ืนใกลพ้ ้นื ดินสูง
3 .สถานทปี่ รากฏการณ์ของการเกดิ นา้ ค้างแขง็ ในประเทศไทย : มกั จะเกิดบนดอย
หรือภูเขาสูงในภาคเหนือและ
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และเลย
แบบฝึกหดั ทา้ ยบท
1. เมฆและหมอกเหมือนและแตกต่างกนั อยา่ งไร
2. น้าคา้ งและน้าคา้ งแขง็ เหมือนและแตกต่างกนั อยา่ งไร
3. ใหน้ กั เรียนต้งั คาถามที่ฉนั อยากรู้เพม่ิ เติมเก่ียวกบั เมฆ หมอก น้าคา้ ง และน้าคา้ งแขง็
มาอยา่ งนอ้ ย 2 คาถาม (มากกวา่ 2 คาถามกไ็ ด)้
**** ทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบทลงในสมุดวทิ ยาศาสตร์ ป.5 นะคะ ********