โรงเรยี นสาธิต
มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ
ปทุมวนั
การผสมวง
และลักษณะเสยี งของวงดนตรีไทย
เอกสารประกอบการเรยี นรู้
รหสั วชิ า ศ 22101 รายวชิ าพน้ื ศลิ ปศกึ ษา ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
อาจารย์ ดร.ณัฐพงศ์ แก้วสวุ รรณ์
และอาจารย์นสิ ิตนรศิ รา สนธิ
เอกสารประกอบการเรียนรู้รายวิชาพนื้ ศลิ ปศกึ ษา ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ∞ หนา้ 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่อื ง บริบทของวงดนตรีไทย
รหสั วชิ า ศ 22101 รายวชิ าพน้ื ศลิ ปศึกษา 3 (ดนตรไี ทย) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
หัวข้อ การผสมวงและลกั ษณะเสียงของวงดนตรไี ทย จำนวน 1 คาบ
ใบความร้ทู ่ี 1
บรรพบุรุษของเรามีความสามารถอย่างยอดเยีย่ มทางศลิ ปะดนตรี คือ ได้นําเครื่องดนตรมี าประกอบขน้ึ
เป็นวง เรียกว่า “การเล่นผสมวง” หมายถึง การเล่นร่วมกันหลายคน และหลายเครื่อง ซึ่งต้องปรับเสียงของ
เคร่อื งดนตรีแตล่ ะช้นิ ใหเ้ ทา่ กัน เพ่อื ใหเ้ กิดความกลมกลืนและความไพเราะ
1. ความหมายของการผสมวง
การผสมวง หมายถึง การนําเครื่องดนตรีประเภทต่าง ๆ ทั้งเครื่องดําเนินทํานอง และเครื่องประกอบ
จงั หวะ มาบรรเลงรว่ มกนั ตามหลกั การปรบั วงและหลักการผสมวงดนตรีไทย
2. ลกั ษณะของเครื่องดนตรี ประกอบดว้ ย 2 ลักษณะ ดงั น้ี
1. เครื่องดําเนินทํานอง หมายถึง เครื่องดนตรที ีม่ ีเสียง สูง ต่ำ สั้น ยาว ประกอบกันเป็นทํานอง
และแสดงออกซึ่งความรู้สึก อารมณ์ จิตใจ สำหรับบทบาท
เครื่องดนตรีในวงดนตรไี ทยมหี ลากหลายลักษณะ เช่น มีหน้าท่ี
เป็นผู้นําวง ผทู้ ําเสยี งโหยหวน ผดู้ าํ เนนิ ทํานองหลัก กลุ่มเคร่ือง
นํา กลุ่มเครื่องตาม ผู้ดําเนินทำนองแบบเก็บ แบบแทรกแซง
ทํานอง เปน็ ต้น
2. เคร่ืองประกอบจังหวะ หมายถงึ เครื่องดนตรีทไี่ มส่ ามารถ
สร้างทาํ นองจากระดบั เสยี งได้ แตท่ ําหน้าที่ ควบคุมจงั หวะใน
ลักษณะต่าง ๆ เชน่ จังหวะหนัก จงั หวะเบา จงั หวะชา้ ปาน -
กลาง เรว็ ควบคุมและตรวจสอบ ความสมบรู ณข์ องทํานอง
เพลง3. ลกั ษณะการจดั วงดนตรไี ทย
เอกสารประกอบการเรยี นการสอน รายวิชาพ้ืนฐานศิลปศึกษา 3 (ดนตรีไทย) อาจารย์ ดร.ณัฐพงศ์ แก้วสวุ รรณ์
อาจารย์นสิ ิตนริศรา สนธิ
เอกสารประกอบการเรยี นรู้รายวิชาพนื้ ศลิ ปศกึ ษา ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ∞ หนา้ 2
ลักษณะการจดั วงดนตรีไทย หมายถงึ การผสมวงโดยคํานึงถึง “ตาํ แหนง่ ” และ “หน้าท”่ี ของเครื่อง
ดนตรีแต่ละชนิด และจะต้องพิจารณา เรื่องของ “เสียง” ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญที่จะทําให้การบรรเลงเกิดความ
ไพเราะกลมกลืน โดยการจัดวาง เครื่องดนตรีไทย นิยมจัดวางเครื่องดนตรีที่มี “เสียงแหลมสูง” อยู่บริเวณ
ด้านซ้ายของผู้ชมหรือด้านขวาของวงดนตรี ขณะเดียวกัน เครื่องดนตรีที่มีเสียงทุ้มนุ่มนวล อยู่บริเวณด้านขวา
ของผู้ชมหรือด้านซ้ายของวงดนตรี เพื่อให้เกิดทิศทางของเสียงที่น่าฟัง สอดคล้องตามทิศทางของเสียงที่เกิด
จากการบรรเลงดนตรี เชน่ การไล่เสียงของจะเข้หรือระนาด เปน็ ต้น
ตัวอย่างการไล่เสยี งของจะเข้
ระดับเสยี งของนมจะเข้จากมือซ้ายไปมอื ขวา (ของผู้บรรเลง)
ีม ูสง
เรสูง
โด ูสง
ีท
ลา
ซอล
ฟา
ีม
เร
โด
ขวา ซา้ ย
เอกสารประกอบการเรียนการสอน รายวชิ าพ้นื ฐานศลิ ปศึกษา 3 (ดนตรไี ทย) อาจารย์ ดร.ณัฐพงศ์ แกว้ สุวรรณ์
อาจารย์นสิ ิตนริศรา สนธิ
เอกสารประกอบการเรียนร้รู ายวิชาพ้ืนศิลปศึกษา ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ∞ หนา้ 3
ตวั อยา่ งการจดั ผังวง
เครื่องประกอบจังหวะ
เครือ่ งดนตรที ีม่ ี เครือ่ งดนตรที ่มี ี เคร่ืองดนตรีท่มี ี
เสยี งแหลมสงู ความหลากหลายเสียง เสยี งทุ้มนุม่ นวล
ซ้ายของผู้ชม เช่น กังวาน ขวาของผู้ชม
แหลมสูง – นุ่มนวล
ผชู้ ม (หันหน้าเข้าวงดนตรไี ทย)
แผนผังการจดั วงดนตรีไทย
หลักการผสมวงท่ีสำคัญประการหนึ่งคือ ควรมีเครื่องดนตรีที่มีเสียงสูงและเสียงต่ำผสมอยู่ร่วมกันอยู่
ภายในวง เพอ่ื ให้เกิดความไพเราะและสมดลุ ของเสียงทเ่ี กิดจากการบรรเลง
4. ทฤษฎีทางดรุ ิยางคศลิ ป์ ว่าด้วยเรือ่ งเสยี งทเ่ี กีย่ วข้องกบั การผสมวง มีดังน้ี
1. เสียง (Tone) คือ เสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ สั้น ยาว หนัก เบา ที่เกิดขึ้นจากเครื่องดนตรหี รือเสยี ง
ทเ่ี กดิ จากการขบั ร้องของมนุษย์ ประกอบกนั เป็นทำนองท่ีไพเราะ
2. คุณภาพและความเข้มของเสียง (Quality and Tone Intensity) คือ ความสั้น ความ
ยาว ความหนกั ความเบาของเสยี งทป่ี ระกอบกนั เป็นทำนอง
3. สีสันของเสียง (Ton Color) คือ คุณสมบัติของเสียงเฉพาะเครือ่ งดนตรี เช่น ทุ้ม นุ่มนวล
แหลม สงู กังวาน
เสียงแหลมสูง เสียงทุ้มนุ่มนวล
เอกสารประกอบการเรียนการสอน รายวชิ าพื้นฐานศิลปศึกษา 3 (ดนตรไี ทย) อาจารย์ ดร.ณัฐพงศ์ แกว้ สุวรรณ์
อาจารย์นสิ ิตนรศิ รา สนธิ
เอกสารประกอบการเรยี นรรู้ ายวิชาพนื้ ศลิ ปศึกษา ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ∞ หน้า 4
4. ทำนอง (Melody) คือ การเคลื่อนที่ของเสียงประกอบรวมกันเป็นทำนอง โดยทำนองคือ
องคป์ ระกอบของบทเพลง
5. เสียงประสาน (Harmony) คือ การใช้เสียงและระดับเสียงต่าง ๆ มากกว่าหนึ่งพร้อมกัน
โดยนำมาปรุงแตง่ ทำนองใหเ้ กิดความสมบรู ณ์และไพเราะมากขึ้น
กรณที ่ีมีการนำเคร่ืองดนตรีชาติอนื่ ๆ มาบรรเลงรว่ มกับดนตรีไทย จะต้องคำนงึ ถึงความกลมกลืนของ
เสียงที่เกิดจากการบรรเลงเป็นสำคัญ ดังนั้น เครื่องดนตรีที่มีเสียงตายตัว หมายถึง เครื่องดนตรีที่ไม่สามารถ
แก้ไขความถห่ี ่างของระดับเสยี งได้ (เครอื่ งตี เคร่อื งเป่าและเคร่ืองดีด) จึงควรพิจารณาความถห่ี ่างของการเรียง
เสียงเป็นสำคัญ ควรปรับเรื่องระดับเสียงของเครื่องดนตรีหรือบทเพลงตามแต่ เป้าประสงค์ของผู้
ปรบั วงดนตรนี น้ั ๆ
5. ลักษณะทางวัฒนธรรมการบรรเลงดนตรไี ทย จำแนกได้ 2 ลกั ษณะ ดังนี้
1. ดนตรีราชสำนัก หมายถึง ดนตรีตามขนบแบบแผนวัฒนธรรมเฉพาะของชาติ โดยมี
ความสมั พันธก์ ับระบบของพระมหากษตั ริยแ์ ละราษฎร์
2. ดนตรีพื้นบ้าน หมายถึง ดนตรีที่มีลักษณะการบรรเลงและขับร้องที่เรียบง่าย และมี
ความสัมพนั ธ์เชือ่ มโยงกบั สภาพแวดล้อม ความเช่ือ วัฒนธรรม วถิ ชี วี ติ และสำเนียงภาษา แตล่ ะทอ้ งถ่ินน้ัน ๆ
เอกสารประกอบการเรียนการสอน รายวชิ าพื้นฐานศิลปศกึ ษา 3 (ดนตรีไทย) อาจารย์ ดร.ณฐั พงศ์ แกว้ สวุ รรณ์
อาจารย์นสิ ติ นริศรา สนธิ
เอกสารประกอบการเรยี นรรู้ ายวิชาพน้ื ศิลปศึกษา ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ∞ หนา้ 5
6. บทบาททางสังคม
บทบาททางสังคม หมายถึง โอกาสท่ใี ช้ในการแสดง หรอื กจิ กรรมทางวัฒนธรรมดนตรีไทยในรูปแบบ
ของดนตรีราชสำนักและดนตรีพื้นบ้าน บทบาทที่มีต่อสังคมเป็นการสะท้อนความสัมพันธ์เชิงคติธรรม ความ
เชื่อ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม แนวคิดที่มีต่อการดำรงชีวิตคนไทยในสังคมหรือท้องถิ่นนั้น ๆ วัตถุประสงค์เพื่อ
ประโยชน์ต่อคนและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์ 2 ประการ ดังน้ี
1. ความบันเทิง หมายถึง ลักษณะของดนตรีที่ทำให้เกิดความจรรโลงใจ มีผลต่อสภาพจิตใจ
ของมนุษย์ในเชิงบวก บ้างเรียกว่า ดนตรีบำบัด บ้างสะท้อนความหมายนัยต่าง ๆ เพื่อให้มนุษย์เกิดความคิด
คติ คำสอน เพื่อปรับใชใ้ นการดำรงชีวิต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อตัวบุคคลไม่ทางตรงกท็ างออ้ ม
2. พิธีกรรม คติ ความเชือ่ หมายถึง ลักษณะการแสดงดนตรที ี่มีความสัมพนั ธต์ ่อการดำรงชีวิต
ของมนษุ ย์ในบริบทของ บ้าน วดั วงั เป็นการใชด้ นตรีตามคติความเชอื่ เพื่อความสริ ิมงคลและอำนวยพรต่อสิ่ง
ใดสิ่งหนึง่ ในกิจกรรมนั้น ๆ เช่น งานมงคล และงานอวมงคล ซึ่งดนตรีพิธีเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สะท้อน
ความคดิ ความเช่อื ในระดบั สังคม
รูปแบบกิจกรรมทางวัฒนธรรมดังกล่าวจึงปรากฏขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ เพื่อ
ความบนั เทิง และ เพอ่ื ประกอบพิธีต่างๆ (งานมงคลและงานอวมงคล) สามารถจำแนกลกั ษณะโอกาสตา่ ง ๆ
ตามประเภทวงดนตรีไทย 3 ประเภท ได้แก่ วงปีพ่ าทย์ วงเคร่ืองสาย และวงมโหรี
ตวั อยา่ งประเภทวงดนตรไี ทย
วงปี่พาทย์
วงเครอ่ื งสายป่ชี วา วงมโหรีเคร่ืองเด่ียว
เอกสารประกอบการเรยี นการสอน รายวชิ าพืน้ ฐานศลิ ปศึกษา 3 (ดนตรีไทย)
อาจารย์ ดร.ณัฐพงศ์ แกว้ สุวรรณ์
อาจารย์นสิ ิตนรศิ รา สนธิ
เอกสารประกอบการเรยี นร้รู ายวิชาพ้นื ศลิ ปศึกษา ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ∞ หน้า 6
7. ลกั ษณะเสียงของวงดนตรีไทย
วงดนตรที มี่ ลี กั ษณะเสยี งเบาแหลมสงู
1. วงเครือ่ งสายเครื่องเด่ียว
เบา 2. วงเคร่อื งสายเครอ่ื งคู่
3. วงเครื่องสายผสม
4. วงมโหรี (เลก็ คู่ ใหญ่)
แหลมสงู วงดนตรีทม่ี ลี กั ษณะเสยี งดงั แหลมสงู
ดงั 1. วงปพี่ าทยเ์ ครอ่ื งห้าอย่างเบา
2. วงป่ีพาทย์เครอื่ งห้าอยา่ งหนกั
3. วงปี่พาทย์เคร่อื งคู่
4. วงปี่พาทยเ์ สภา
5. วงปพี่ าทยไ์ ม้แขง็
6. วงปพ่ี าทยเ์ สภา
ลกั ษณะเสียง โหยหวน วงดนตรที ีม่ ลี กั ษณะเสียงโหยหวน
แหลมสงู
1. วงเคร่ืองสายปช่ี วา
2. วงปพ่ี าทยน์ างหงส์
3. วงปี่พาทย์มอญ
เบา วงดนตรีทีม่ ลี ักษณะเสยี งทุ้มนมุ่ นวล
1. วงปีพ่ าทยไ์ ม้นวม
ทุ้มน่มุ นวล
วงดนตรที ่ีมลี กั ษณะเสียงดังกงั วาน
ดงั กงั วาน 1. วงป่ีพาทยด์ กึ ดำบรรพ์
2. วงป่ีพาทย์เครื่องใหญ่
3. วงมหาดุรยิ างคไ์ ทย
เอกสารประกอบการเรียนการสอน รายวชิ าพน้ื ฐานศิลปศกึ ษา 3 (ดนตรไี ทย) อาจารย์ ดร.ณฐั พงศ์ แก้วสวุ รรณ์
อาจารยน์ สิ ติ นรศิ รา สนธิ
เอกสารประกอบการเรียนรู้รายวิชาพน้ื ศลิ ปศึกษา ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ∞ หน้า 7
กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่อง บริบทของวงดนตรีไทย
รหสั วิชา ศ 22101 รายวชิ าพนื้ ศลิ ปศกึ ษา 3 (ดนตรีไทย) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
หวั ข้อ การผสมวงและลักษณะเสียงของวงดนตรีไทย จำนวน 1 คาบ
คำชี้แจง : ให้นักเรียนศึกษาเรื่องการผสมวงและลักษณะเสียงของวงดนตรีไทย แล้ววาดแผนผังวงดนตรีไทย
ตามจินตนาการ พรอ้ มทงั้ ต้งั ชื่อวงข้นึ ใหม่ 1 วง (เครอื่ งดำเนินทำนอง และเคร่อื งประกอบจงั หวะ)
วธิ ีการสง่ : ถา่ ยภาพส่งใน Google Classroom
เอกสารประกอบการเรยี นการสอน รายวชิ าพ้นื ฐานศลิ ปศึกษา 3 (ดนตรไี ทย) อาจารย์ ดร.ณฐั พงศ์ แกว้ สวุ รรณ์
อาจารย์นสิ ิตนรศิ รา สนธิ