โครงการแลกเปลยี่ นเรยี นรู ้
ของบุคลากร กลุ่มงานวชิ าการทดี่ นิ
สานกั งานทดี่ นิ จงั หวดั สระบุรี
ประจำปงี บประมำณ 2565
(เลม่ 4)
คำนำ
ด้วยงานของกลุ่มงานวิชาการที่ดิน มีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกภารกิจของสานักงานท่ีดินและ
เป็นการปฏิบัติงานภายใต้กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องจานวนมาก บางเรื่องมีขั้นตอนการดาเนินการที่ซับซ้อนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงา น
จึงจาเปน็ ต้องมีความชัดเจน ในเรื่องของกฎหมาย และระเบยี บทีเ่ กี่ยวข้องในแต่ละเรื่อง แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานยังมีประสบการณ์
และองค์ความรู้ที่ไม่เพียงพอ ซ่ึงแต่ละคนต่างมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการทางานที่แตกต่างกันไป ไม่มีประสบการณ์
และความชานาญในการทางานท่ีได้รับมอบหมาย ทาให้เกิดปัญหาในการพิจารณาเรื่องราวต่างๆดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและ
พัฒนาศักยภาพ เสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ในกลุ่มงานวิชาการที่ดิน และเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เกิดผลสัมฤทธ์ิสูงสุด กลุ่มงานวิชาการที่ดินจึงได้จัดทา “โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคลากร” ขึ้น เพื่อระดมความคิด แลกเปลี่ยน
เรียนรู้ ระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่ กลุ่มงานวิชาการที่ดิน เพื่อให้เกิดการโต้แย้ง การสรุปแนวความคิด สังเคราะห์ จนเกิดแนวทาง
การดาเนินการท่ีชัดเจนในการปฏิบัติงาน ลดความผิดพลาดอันอาจเกิดจากการทางานท่ีขาดความรู้และประสบการณ์ของเจ้าหน้าท่ี
รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่และได้รวบรวมองค์ความรู้ จากโครงการดังกล่าวมาจัดทาเป็นรูปเล่มเพื่อเผยแพร่ให้กับ
บคุ ลากรของสานักงานที่ดินจังหวัดสระบุรี และสาขา โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าองค์ความรู้นี้จะเป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ไม่มาก
กน็ ้อย กลุ่มงานวชิ าการทดี่ นิ สานกั งานทดี่ นิ จงั หวัดสระบรุ ี
ตุลาคม 2565
เร่อื งท่ี 1 ผลกำรแลกเปลยี่ นเรียนรู้
ประเดน็ ปัญหำ ให้เจา้ พนกั งานทด่ี ินสง่ เร่อื งใหค้ ณะกรรมการตรวจสอบการออกโฉนดท่ีดนิ
หรือหนังสอื รับรองการทาประโยชนเ์ ปน็ การเฉพาะราย ตามคาส่ังกรมท่ีดนิ
การออกโฉนดทีด่ ินจากหนงั สือรับรอง ท่ี 4829/2555 ลงวนั ที่ 28 ธนั วาคม 2555 เรอ่ื ง แต่งต้งั คณะกรรมการ
การทาประโยชน์ (น.ส. 3 ก.)
ตรวจสอบการออกโฉนดทด่ี ินหรือหนังสอื รับรองการทาประโยชน์
เปน็ การเฉพาะรายกรณีได้เน้ือทเี่ กิน เปน็ การเฉพาะราย กรณไี ด้เนือ้ ที่เกินจากหลกั ฐานที่ดินเดิม
จากหลักฐานทดี่ ินเดมิ ต้ังแต่ 10 เปอร์เซ็นต์ขนึ้ ไป พจิ ารณาทกุ เรอื่ ง
จะตอ้ งดำเนนิ กำรอยำ่ งไร ตำมแนวทำงปฏบิ ตั ติ ำมนัยหนงั สือกรมท่ีดิน
ที่ มท 0516.5/ว 36772 ลงวนั ท่ี 28 ธันวำคม 2555
เร่อื งที่ 2 ประเดน็ ปญั หำ
การจดทะเบยี นเช่าทม่ี ไิ ด้เป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าธรรมดาคกู่ รณีตกลงให้สิทธิการเชา่ ตกทอดทางมรดก
จะสามารถดาเนนิ การจดทะเบียนโอนมรดกสทิ ธิการเชา่ ไดห้ รอื ไม่
ผลกำรแลกเปลย่ี นเรยี นรู้
การเช่าเปน็ บคุ คลสทิ ธิ ตามปกติสัญญาเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตวั ของผู้เช่า เมื่อผ้เู ช่าตายสิทธกิ ารเชา่ ยอ่ มเปน็ อนั ระงับไป
ดังน้ัน หลักการเร่อื งเช่าจึงถอื คณุ สมบตั ขิ องผู้เชา่ เปน็ สาระสาคญั กล่าวคอื ถา้ ผู้เชา่ ตาย สัญญาเช่าเปน็ อนั ระงับ แต่ในการทาสัญญาเช่าธรรมดา
คกู่ รณีอาจตกลงต่อกันไว้ในสัญญาเช่าให้สทิ ธกิ ารเชา่ น้ันตกเปน็ มรดกของผู้เช่าได้ เมือ่ ผเู้ ช่าตาย พนกั งานเจ้าหนา้ ทจ่ี งึ สามารถรับจดทะเบยี น
โอนมรดก สิทธิการเชา่ ให้แกท่ ายาทของผเู้ ช่าได้ แต่อยา่ งไรก็ดี ในกรณเี ช่นนพ้ี นกั งานเจา้ หน้าที่จะต้องสอบสวนให้ได้ความชดั แจ้งวา่ สญั ญาเชา่
ดงั กล่าวมใิ ชน่ ติ ิกรรมอาพรางสัญญา ซื้อขายทด่ี ิน ที่มีการหลบเลีย่ งกฎหมายดว้ ย
ทม่ี ำของคำตอบ ระเบียบกรมทด่ี นิ วา่ ด้วยการจดทะเบียนสทิ ธิและนติ กิ รรมเกยี่ วกบั การเช่าที่ดินและอสังหาริมทรพั ยอ์ ย่างอ่นื
ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
เร่ืองที่ 3 ประเด็นปัญหำ
การออกโฉนดท่ดี นิ เฉพาะราย ทีด่ นิ ที่ขอออกโฉนดท่ีดนิ ตงั้ อยใู่ นตาบลที่มปี า่ ไม้ถาวรยังมไิ ด้ขดี เขตปา่ ไมห้ ากเจ้าหน้าทีจ่ ากสานกั จดั การทรัพยากรปา่ ไม้
ไม่ได้เข้ารว่ มตรวจพิสจู น์ท่ดี ิน จะมผี ลอย่างไรต่อการตรวจพิสจู น์ท่ีดินของคณะกรรมการ ตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ.๒๕๓๗)
ออกตามความในพระราชบัญญตั ิใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายท่ดี ิน พ.ศ. ๒๔๙๗
ผลกำรแลกเปลยี่ นเรียนรู้
หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๕/๒๒๒๑๘ ลงวันท่ี ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ เร่ือง ขอหารือแนวทางปฏิบัติตอบข้อหารือจังหวัดเชียงใหม่ กรณีการออกโฉนดท่ีดิน
เฉพาะราย ที่ดินท่ีขอออกโฉนดที่ดินตั้งอยู่ในตาบลท่ีมีเขตป่าไม้ถาวรและระวางแผนท่ีท่ีใช้ออกโฉนดที่ดิน มาตรา ๑: ๔๐๐๐ ยังมิได้ขีดเขตป่าไม้
จึงอยู่ในหลักเกณฑ์ท่ีจะต้องผ่านการตรวจพิสูจน์ท่ีดินของคณะกรรมการ ตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ.๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้
ประมวลกฎหมายทีด่ นิ พ.ศ.๒๔๙๗คณะกรรมการฯสว่ นใหญ่รว่ มตรวจพสิ จู นแ์ ละพจิ ารณาวา่ เปน็ ท่ีดนิ อยู่นอกเขตป่าไม้และมีความเห็นให้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา
โดยทก่ี รรมการจากสานกั จัดการทรพั ยากรป่าไมไ้ มไ่ ด้เขา้ ร่วมตรวจสอบและมไิ ด้คัดค้านแตอ่ ย่างใด จะดาเนินการต่อไปได้หรือไม่ กรมที่ดินพิจารณาแล้วเห็นว่า
ตามข้อ ๑๐ (๓) แหง่ กฎกระทรวงฉบบั ที่ ๔๓ (พ.ศ.๒๕๓๗) ไดก้ าหนดว่า “...เม่ือคณะกรรมการได้ทาการตรวจพิสูจน์เสร็จแล้ว ให้เสนอความเห็นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
ว่าสมควรออกหนังสือรับรองการทาประโยชน์ให้ได้หรือไม่เพียงใด ...” และข้อ ๑๑ กาหนดว่า “เม่ือผู้ว่าราชการจังหวัดได้พิจารณาผลการตรวจพิสูจน์ท่ีดิน
ของคณะกรรมการได้ทาการตรวจพิสูจน์ท่ีดินแล้วให้เสนอความเห็นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดว่าสมควรออกหนังสือรับรองการทาประโยชน์ให้ได้หรือไม่ เพียงใด
เทา่ นั้น ไม่ไดก้ าหนดวา่ จะตอ้ งใหค้ ณะกรรมการโดยเสยี งเอกฉนั ท์ หรอื เสียงข้างมาก หรือต้องมีกรรมการครบทุกคนตามที่แต่งตั้ง จึงจะมีอานาจเสนอความเห็น
ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแต่อย่างใด ดังนั้น แม้เจ้าหน้าท่ีสานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ท่ี ๑ (เชียงใหม่) ไม่ได้เข้าร่วมตรวจพิสูจน์ที่ดิน คณะกรรมการอื่นย่อมมีอานาจ
ท่ีจะเสนอความเห็นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ.๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ้ ๑๐ (๓) ได้
เร่อื งที่ 4
ประเด็นปญั หำ
ซอ้ื น.ส. ๓ ก จากการขายทอดตลาด โดยปลอดจานอง แลว้ ผซู้ ้อื ทรัพย์ฯ
นา น.ส. ๓ ก. มาขายแกบ่ คุ คลอ่ืน ซง่ึ สุจริต เสียคา่ ตอบแทนและจดทะเบยี น
ตอ่ พนกั งานเจา้ หน้าท่ีแล้วไดจ้ ดทะเบียนเช่า ตอ่ มาผซู้ ้ือ นา น.ส. ๓ ก.
ไปขอออกโฉนดท่ดี ิน ศาลมีคาสงั่ เพกิ ถอนการขายทอดตลาดแตไมได้
มคี าสง่ั ใหเ้ พกิ ถอนรายการจดทะเบยี นประเภทขายและประเภทเชา
มีกาหนดสามสิบปี ผลเป็นอย่ำงไร
ผลกำรแลกเปลยี่ นเรยี นรู้
เจาพนักงานบังคับคดีไดขายทอดตลาดท่ีดิน น.ส.๓ ก. ที่ไดจานองไวกับธนาคาร ไปโดยปลอดจานอง และเจาพนักงานท่ีดิน
ไดจดทะเบียนประเภทระงับจานอง (ศาลขายบังคับจานอง) และประเภทขาย (ตามหนังสือสานักงานบังคับคดีฯ) ตอมาผู้ซื้อทรัพย์ฯ
ไดจดทะเบียนขายที่ดิน น.ส.๓ ก. แปลงดังกล่าวใหแกบุคคลอื่น และในวันเดียวกันผู้ซื้อ ไดจดทะเบียนเชามีกาหนดสามสิบปกับผูเช่า
จากน้ันผซู้ ือ้ /ผู้ให้เช่าไดนา น.ส.๓ ก. มาเปน็ หลกั ฐานขอออกโฉนดทีด่ นิ ตามมาตรา ๕๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดนิ เจาพนกั งานทดี่ ินไดออก
โฉนดท่ีดิน โดยไดยกรายการจดทะเบียนเช่ามีกาหนดสามสิบปีมาจดแจงไวในสารบัญจดทะเบียนดวยเม่ือศาลมีคาสั่งเพิกถอน การขาย
ทอดตลาดแตไมไดมคี าสั่งให้เพกิ ถอนรายการจดทะเบียนประเภทขาย และประเภทเชามีกาหนดสามสิบป ซึ่งเปน รายการจดทะเบียน
ในลาดับตอมาดวย จงึ เป็นกรณกี ารขายทอดตลาดถูกเพกิ ถอนในภายหลัง ผูซื้อทรัพยจากการขายทอดตลาดจึงไมไดรับความคุมครอง
ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๓๓๐ ผู้ซื้อทรัพย์ฯ จึงไมมีสิทธิครอบครองในท่ีดินและไมมีอานาจโอนขายที่ดิน
ตาม น.ส.๓ ก. ใหแก่บุคคลอื่น (เทียบเคียง คาพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๗๔๖/๒๕๔๔) ดังน้ัน ผูรับโอนไว้แม้จะสุจริตและจดทะเบียน
ตอ่ พนกั งานเจ้าหนา้ ท่ี กไ็ มไดไปซึง่ สทิ ธใิ นทดี่ ิน เมอื่ ไมมสี ทิ ธิในทดี่ ิน ก็ยอมไมมสี ทิ ธินาที่ดนิ ไปจดทะเบยี นเชามีกาหนดสามสิบปตามหลัก
“ผรู ับโอนไมมีสิทธิ ดีกวาผูโอน” และไม่มีสิทธินาไปเปนหลักฐานในการออกโฉนดท่ีดิน โฉนดท่ีดินท่ีออกไป จึงเปนโฉนดท่ีดินที่ออกไป
โดยไมชอบดวยกฎหมาย ตองดาเนินการเพกิ ถอนตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายทีด่ ิน และเมอ่ื เพกิ ถอนโฉนดทีด่ นิ แลว
ต่อหน้ำถดั ไป
ตอ่ หนำ้ 2
มีผลให น.ส.๓ ก. ซ่ึงไดยกเลิกไปแลว ตามนัยมาตรา ๕๙ เบญจ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน กลับมาเปนหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน
มผี ลตามกฎหมายอีกครง้ั สาหรับรายการจดทะเบียนระงับจานอง (ศาลขายบงั คับจานอง) และรายการจดทะเบียนขาย (ตามหนังสือบังคับคดีฯ)
ใน น.ส.๓ ก. เม่ือศาลมีคาสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดแลว เจาพนักงานที่ดินก็ชอบท่ีจะดาเนินการ เพิกถอนรายการจดทะเบียนดังกล่าว
ตามนัยมาตรา ๖๑ วรรคแปด แหงประมวลกฎหมายที่ดินได และรายการจดทะเบียนขาย รายการจดทะเบียนเชามีกาหนดสามสิบป
ในลาดับตอมา เม่ือศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดแลว ผูซื้อทรัพยจากการขายทอดตลาดไมไดรับความคุมครองตามประมวลกฎหมายแพง
และพาณิชย มาตรา ๑๓๓๐ ผูซ้ือทรัพยจากการขายทอดตลาด จึงไมไดไปซ่ึงสิทธิในท่ีดิน แม้บุคคลอ่ืนจะซ้ือที่ดินตอจากผู้ซ้ือทรัพย์ฯ
โดยสจุ ริตและจดทะเบยี นตอพนักงานเจาหนาท่ีแลว ก็ไมไดไปซึ่งสิทธิในที่ดิน เมื่อไมมีสิทธิ ในที่ดิน ก็ยอมไมมีสิทธินาที่ดินไปจดทะเบียนเชา
มีกาหนดสามสิบปได และมีผลใหรายการจดทะเบียนประเภทขาย และรายการจดทะเบียนประเภทเชามีกาหนดสามสิบปี ถูกเพิกถอนดวย
เจาพนักงานที่ดินชอบท่ีจะดาเนินการเพิกถอนรายการจดทะเบียนประเภทขาย และรายการจดทะเบียนประเภทเชามีกาหนดสามสิบป
ท้ังสองรายการตามนัย มาตรา ๖๑ วรรคแปด แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน โดยถือวาเปนกระบวนการเดียวกันกับการเพิกถอนรายการ
จดทะเบียนประเภทระงบั จานอง (ศาลขายบงั คับจานอง) และประเภทขาย (ตามหนงั สือสานกั งานบงั คับคดฯี ) ได
เร่อื งท่ี 5 ผลกำรแลกเปล่ยี นเรยี นรู้
ประเดน็ ปญั หำ การถอนสภาพ หมายถึง การถอนสภาพตามมาตรา 8 วรรคสอง (1)
แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ ที่มผี ลทาให้ทีด่ ินสาหรับพลเมอื งใช้รว่ มกัน
การถอนสภาพที่ดินสาธารณสมบัติ หรอื ทดี่ นิ ที่ได้มกี ารหวงห้ามหรอื สงวนไว้ตามความตอ้ งการของทบวง
ของแผน่ ดิน เพื่อให้ทบวงการเมือง การเมอื งซ่งึ มิไดต้ กเปน็ ทรี่ าชพสั ดุ เปล่ียนสถานะหรือพน้ สภาพจากการ
เปน็ ที่ดนิ น้ัน ๆ เพอ่ื นาไปใช้ประโยชนอ์ ยา่ งอน่ื ท่ีดนิ ท่จี ะถอนสภาพจะตอ้ ง
ใช้ประโยชนใ์ นราชการ เป็นสาธารณสมบตั ิของแผน่ ดินสาหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน การถอนสภาพ
หมายถึงการถอนสภาพทด่ี นิ มีวตั ถปุ ระสงค์เพ่อื ให้ทบวงการเมืองใชป้ ระโยชน์ในราชการ ทด่ี ินทถี่ อนสภาพ
ประเภทใด แลว้ ดังกลา่ วจะตกเป็นทีร่ าชพัสดุ ตามพระราชบัญญตั ิที่ราชพสั ดุ
พ.ศ. 2518 โดยมติ ้องนาขนึ้ ทะเบยี นตามมาตรา 8 ทวิ แห่งประมวล
กฎหมายทด่ี ิน การถอนสภาพท่ีมวี ัตถุประสงค์เพื่อจดั หาผลประโยชน์
ตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ ที่ดินดังกลา่ วจะตกเปน็ ทร่ี กร้างวา่ งเปลา่ เพอ่ื ให้
อธิบดีหรอื ทบวงการเมอื งทไ่ี ด้รบั มอบหมายนาไปจัดหาผลประโยชน์
ตามมาตรา 10, 11 แหง่ ประมวลกฎหมายท่ดี ินตอ่ ไป
เร่อื งที่ 6 ประเด็นปญั หำ
เจา้ มรดกเป็นผูม้ ชี ่ือในทด่ี นิ ส.ค.1
หากทายาทจะโอนมรดกจะสามารถทาได้
หรอื ไม่ อย่ำงไร
ผลกำรแลกเปลยี่ นเรียนรู้
ส.ค.1 เปน็ เพียงแบบแจ้งการครอบครองที่ดนิ ซ่งึ ผู้แจ้งการครอบครอง (ผู้มชี ่อื ตาม ส.ค.1) จะมีเพยี งสิทธิครอบครอง
และเขา้ ทาประโยชน์ในท่ีดินเทา่ น้ัน มิได้มกี รรมสิทธิ์ในท่ีดนิ แต่อยา่ งใด การโอนสทิ ธคิ รอบครองในทด่ี นิ ส.ค.1
จึงกระทาไดโ้ ดยส่งมอบการครอบครอง ให้แก่ผู้รับโอน ดงั นั้นกรณีตามคาถาม หากเจ้ามรดกผู้มชี ื่อตาม ส.ค.1 ถงึ แก่ความตาย
ท่ดี ินดังกลา่ วย่อมตกทอดแก่ทายาทผสู้ ทิ ธิรับมรดกทกุ คน และเมื่อทายาทของเจ้ามรดก ได้เข้าไปครอบครองและทาประโยชน์
ในทด่ี นิ ตอ่ เนือ่ งกันมา ทายาทดงั กล่าวก็ย่อมได้ไป ซ่ึงสทิ ธคิ รอบครองในทีด่ นิ นั้น และสามารถนา ส.ค.1 มาย่นื คาขอ
เพื่อออกเอกสารสิทธใิ นท่ดี นิ ไดต้ ามกฎหมาย เว้นแตใ่ นการครอบครองของทายาทนนั้ ครอบครองแทนทายาทคนอน่ื ด้วย
เชน่ นี้ ทายาทคนนั้นกจ็ ะไมไ่ ด้สิทธิครอบครองแตเ่ พยี งผูเ้ ดยี ว ฉะนั้น การขอออกเอกสารสทิ ธใิ นท่ีดิน
ต้องขอออกรวมกับทายาทอ่นื ดว้ ย
เร่อื งท่ี 7 ผลกำรแลกเปลยี่ นเรยี นรู้
ประเด็นปัญหำ ระเบียบของคณะกรรมการจัดทดี่ นิ แห่งชาติ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ.2532) ขอ้ 10
ได้กาหนดแนวทางปฏิบัติ เกี่ยวกบั การออกโฉนดทีด่ นิ และหนังสือรับรอง
การออก น.ส.3 ก. เฉพาะราย
ตามมาตรา 59 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน การทาประโยชน์ตามมาตรา 59 ตรี แห่งประมวลกฎหมายท่ดี ินวา่ ในกรณีท่ี
โดยอาศัย ส.ค.1 มีระยะข้างเคียงแตกต่างไป ทด่ี ินนัน้ มดี ้านหนง่ึ ดา้ นใดหรอื หลายด้านจดปา่ หรือที่รกรา้ งว่างเปล่า และระยะ
ท่ีวดั ได้เกินกวา่ ระยะที่ปรากฏในหลกั ฐานการแจง้ การครอบครอง ให้ถอื ระยะ
จากหลักฐาน ส.ค.1 ซึ่งมขี ้างเคยี ง ท่ปี รากฏในหลักฐานการแจง้ การครอบครองเป็นหลัก ในการออกโฉนดทดี่ นิ หรอื
ดา้ นทศิ ตะวนั ตกจดเขา เป็นการออก
หนังสอื รับรองการทาประโยชน์ ดงั นน้ั การออกหนังสอื แสดงสทิ ธใิ นท่ีดนิ
โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ อยำ่ งไร โดยอาศยั หลกั ฐาน ส.ค.1 ทีม่ ดี า้ นใด ด้านหน่ึงหรือหลายด้านจดทภ่ี ูเขา มไิ ดร้ ะบุ
ว่าจดทีป่ า่ หรือทีร่ กรา้ งว่างเปล่า จึงไมต่ ้องถือเอาระยะท่ปี รากฏในหลกั ฐาน ส.ค.1
เปน็ หลกั การออก น.ส.3 ก. ดงั กล่าว เปน็ ไปโดยชอบแลว้
หมำยเหตุ
1. ระเบียบของคณะกรรมการจัดทีด่ ินแหง่ ชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2532) ขอ้ 10
2. คาสงั่ กระทรวงมหาดไทย ที่ 12/2543 ลงวนั ที่ 18 มกราคม 2543 เรื่อง มอบหมายให้ ทบวงการเมืองอื่นมีอานาจหนา้ ทด่ี ูแลรกั ษาและดาเนินการคุม้ ครอง
ป้องกันทดี่ นิ อันเปน็ สาธารณสมบตั ิของแผน่ ดนิ หรอื ทรัพย์สนิ ของแผ่นดิน
3. หนังสือกรมท่ีดนิ ที่ มท 0719/ว 55478 ลงวนั ท่ี 22 กนั ยายน 2541 เรอ่ื ง การออกโฉนดท่ีดินโดย อาศยั หลกั ฐานหนงั สอื รบั รองการทาประโยชน์
เรื่องท่ี 8 ผลกำรแลกเปลยี่ นเรยี นรู้
ประเดน็ ปัญหำ การรังวดั ซ้าใบไต่สวนเกิดจากกรณที เ่ี จา้ ของท่ีดนิ ไดน้ าเดนิ สารวจไว้แต่ไม่มา
ขอรบั ใบไต่สวนเกนิ 10 ปี นบั ต้ังแต่วนั ทท่ี าการรงั วดั ท่ีปรากฏในใบไต่สวน
การรังวัดซา้ ใบไตส่ วนเกิดขน้ึ ได้ ตอ่ มาผู้ขอรังวัด ซึ่งจะเป็นเจ้าของเดมิ หรือคนใหมก่ ็ตาม มคี วามประสงค์
จะรบั โฉนดที่ดนิ ก็ใหย้ น่ื คาขอ (ตามคาสงั่ กรมทด่ี ิน ท่ี 1/2515 ลงวนั ท่ี
ในกรณีใด 12 มกราคม 2515 เร่อื ง การออกโฉนดทดี่ นิ ซึ่งมชี ่ือไมต่ รงตามใบไตส่ วน)
ออกโฉนดทด่ี นิ ประเภท รังวัดซา้ ใบไต่สวน โดยดาเนนิ การเหมอื นการ
ออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายทกุ ประการ โดยสรา้ งใบไต่สวนข้นึ ใหม่ ส่วนเลขท่ดี ิน
หน้าสารวจ ใหใ้ ช้ตามใบไตส่ วนเดิม สว่ นผขู้ อรงั วดั หากมีช่อื แตกต่างจากเดิม
ให้บันทกึ ถอ้ ยคาแสดงหลักฐานอา้ งองิ การไดม้ าซง่ึ ท่ดี ินไวด้ ว้ ย
เร่อื งท่ี 9 ผลกำรแลกเปล่ยี นเรยี นรู้
ประเด็นปญั หำ หนงั สือแสดงสิทธิในที่ดนิ ซ่ึงออกในเขตปา่ ไม้ โดยไมไ่ ดต้ ้งั คณะกรรมการ
ตรวจพสิ จู นท์ ด่ี นิ ตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี 43 (พ.ศ. 2537)ฯ ข้อ10 (3)
หนังสือรบั รองการทาประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ถอื ได้วา่ เปน็ คาสง่ั ทางปกครองท่ีออกโดยฝ่าฝนื หรอื ไมป่ ฏบิ ตั ิตามหลักเกณฑ์ท่ีตอ้ ง
ซ่ึงออกในเขตปา่ ไม้ โดยไม่ได้ตัง้ ใหเ้ จา้ หนา้ ทอ่ี ่นื ใหค้ วามเห็นชอบก่อนซ่งึ สามารถดาเนินการให้เปน็ การสมบูรณไ์ ด้
คณะกรรมการตรวจพสิ จู น์ท่ีดิน ตามนัยมาตรา 41(4) แห่งพระราชบัญญตั วิ ิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
ตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี 43 พ.ศ. 2539 โดยผู้ว่าราชการจงั หวัดตงั้ คณะกรรมการเพอ่ื ดาเนินการตรวจพิสจู น์ที่ดนิ
(พ.ศ. 2537) ข้อ 10 (3) ตามกฎกระทรวง ฉบบั ที่ 43 (พ.ศ. 2537) หากผู้วา่ ราชการจงั หวัดเห็นชอบให้ออก
เปน็ หนังสือรับรองการทาประโยชน์ น.ส. 3 ก. ไดก้ ด็ าเนินการตามมาตรา 41 แหง่ พระราชบญั ญตั ิดงั กลา่ วตอ่ ไป
ท่อี อกไปโดยไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย แต่หากไม่เห็นชอบให้ออก น.ส. 3 ก. หรือเห็นว่าไม่อยู่ในหลกั เกณฑ์ทจี่ ะออก
ซึ่งจะตอ้ งพิจารณาดาเนินการ น.ส. 3 ก. ไดก้ ถ็ ือว่าเป็น น.ส. 3 ก. ท่ีไม่ชอบดว้ ยกฎหมายต้องดาเนนิ การตาม
ตามมาตรา 61 แหง่ ประมวลกฎหมายท่ดี ิน มาตรา 61 แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
หรอื ไม่ หมำยเหตุ
1. มาตรา 41(4) แหง่ พระราชบัญญตั วิ ธิ ปี ฏิบตั ริ าชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
2. มาตรา 61 แหง่ ประมวลกฎหมายทดี่ ิน
เร่อื งที่ 10
ประเดน็ ปญั หำ
การนาพ้ืนทสี่ ่วนกลางของอาคารชดุ ออกให้เชา่ สามารถกระทาได้หรอื ไม่
หำกได้ ตอ้ งดำเนนิ กำรอย่ำงไร
ผลกำรแลกเปลยี่ นเรยี นรู้
การนาพน้ื ท่สี ่วนกลางออกใหเ้ ชา่ เปน็ การจดั หาผลประโยชน์ในทรพั ยส์ ว่ นกลางตอ้ งได้รับมติจากเจ้าของร่วม
โดยต้องไดร้ ับคะแนนเสยี งไมน่ ้อยกว่ากึ่งหนง่ึ ของจานวนคะแนนเสยี งเจา้ ของรวมท้ังหมด
ในกรณที เี่ จ้าของรวมเข้าประชุมมีคะแนนเสียงไมครบตามท่ีกาหนดไว้ ให้เรยี กประชุมใหมภายในสิบห้าวัน
นับแตวนั เรียกประชุมครัง้ กอน และมตเิ กย่ี วกับเร่อื งที่บญั ญตั ิไว ในการประชุมครัง้ ใหมน้ีตอ้ งไดรบั คะแนนเสยี ง
ไมน้อยกวาหนง่ึ ในสามของจานวนคะแนนเสียง ของเจ้าของรวมท้ังหมด
หมำยเหตุ
ตามนยั มาตรา 48 (7) แหง่ พระราชบัญญตั ิอาคารชดุ พ.ศ. 2522 แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติอาคารชดุ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551
เร่ืองที่ 11
ประเด็นปัญหำ ผลกำรแลกเปลยี่ นเรยี นรู้
นาย ส.ขอออกโฉนดท่ีดินตามหลักฐาน ส.ค. 1 ซึ่งผู้แจ้งการครอบครองได้แจ้งว่า พิจารณาแล้วเห็นว่า บริเวณที่มีการขอออกโฉนดท่ีดินได้มี
ได้มาโดยการจับจองเม่ือวันที่ 29 มิถุนายน 2493 แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า พระราชกฤษฎีกากาหนดให้เป็นป่าคุ้มครองตั้งแต่ พ.ศ. 2491
บริเวณที่ขอออกโฉนดที่ดินได้มีพระราชกฤษฎีกากาหนดให้เป็นป่าคุ้มครอง ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ส.ค. 1 ได้แจ้งการครอบครองที่ดินในเขต
ต้ังแต่ พ.ศ. 2491 แต่ปัจจุบัน บริเวณดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตป่าคุ้มครองและ ป่าคุ้มครองดังกล่าวโดยการจับจองเม่ือวันท่ี 29 มิถุนายน 2493
ปา่ สงวนแหง่ ชาติแล้ว สานักงานทด่ี ินสามารถออกโฉนดท่ดี ินใหน้ าย ส. เป็นการแจ้งการครอบครองที่ดินในเขตป่าคุ้มครอง การแจ้ง
การครอบครองจึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้แจ้งแต่อย่าง ใด
ได้หรอื ไม่ แม้ต่อมาจะได้มีกฎกระทรวง ฉบับท่ี 164 (พ.ศ. 2509)
ประกาศกาหนดให้ป่าคุ้มครองดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติ
ตามนัยความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาตามหนังสือ
คณะกรรมการกฤษฎีกา ท่ี นร 0601/591 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2542
ตอบข้อหารือกรมป่าไม้แล้วก็ตาม ส.ค. 1 ดังกล่าวก็ไม่อาจ
นามาใช้เป็นหลักฐานในการขอออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 59
แหง่ ประมวลกฎหมายทดี่ นิ ได้
เร่อื งท่ี 12
ประเด็นปัญหำ
โฉนดท่ีดินมีชือ่ ผถู้ อื กรรมสทิ ธ์ิ 3 คน สูญหาย ผถู้ อื กรรมสิทธิ์ร่วมเพียงบางคนสามารถยื่นคาขอออกใบแทนโฉนดทีด่ ิน
ไดห้ รือไม่
ผลกำรแลกเปลย่ี นเรยี นรู้
สามารถดาเนนิ การได้ แตเ่ จ้าพนักงานท่ีดนิ จะออกใบแทนให้แก่ผู้ขอไดก้ ต็ ่อเมื่อสอบสวนพยานหลกั ฐานต่างๆ
จนเปน็ ท่ีเช่อื ถือได้วา่ โฉนดท่ดี ินเปน็ อันตราย ชารดุ หรือสญู หายไปจริง
หมำยเหตุ
มตทิ ปี่ ระชุมคณะกรรมการพิจารณาปญั หาขอ้ กฎหมาย ของกรมที่ดิน ในการประชุมครั้งท่ี 6/2539 เมอ่ื วันท่ี 1 สงิ หาคม 2539
ดว้ ยควำมปรำรถนำดจี ำก
กลมุ่ งำนวิชำกำรทดี่ นิ
สำนักงำนทด่ี ินจงั หวดั สระบรุ ี
หมำยเลขโทรศพั ท์
036-223054
036-211032
Facebook สานักงานท่ีดนิ จงั หวัดสระบุรี
Youtube ‘ Saraburiland ’
Line @ ‘’ ที่ดินสระบุรี ’’