The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Bannongmaetang School, 2023-03-27 23:28:47

เอกสารประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ วิชาการงานอาชีพ หน่วยที่ 7 การปลูกพืช ชุดการเรียนรู้จากมะนาวในวงบ่อซีเมนต์

นวัตกรรม

ค ำน ำ นวัตกรรมเอกสารประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ วิชาการงานอาชีพ หน่วยที่7 การปลูกพืช ชุดการ เรียนรู้จากมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่ม สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยที่7 การปลูกพืช ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจการท างาน มีความคิด สร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการท างาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการท างาน ร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการท างาน มีจิตส านึกในการใช้ พลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อการด ารงชีวิตและครอบครัว การพัฒนานวัตกรรมครูผู้สอนได้ศึกษาเพิ่มเติมโดยยึด รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็น ฐาน (Activity-Based Learning) ซึ่งประเภทของการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐานคือน ากิจกรรมผ่าน การท างาน (Work-based Learning) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมผู้เรียนให้เกิดพัฒนาการทุก ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรูปเนื้อหาสาระ การฝึกปฏิบัติจริง ฝึกฝนทักษะทางสังคม ทักษะชีวิต ทักษะวิชาชีพ การพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง สถานศึกษาร่วมมือกับ แหล่งงานในชุมชนรับผิดชอบการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน ตั้งแต่การก าหนดวัตถุประสงค์การก าหนดเนื้อหา กิจกรรมและวิธีการประเมินผล เนื่องจากเกิดปัญหาภาระ งานการเรียน การจดจ าเนื้อหาในสาระการเรียนรู้ และความเบื่อหน่ายที่ไม่สนุกกับการเรียน จุดประสงค์หลักของนวัตกรรมชุดนี้ เพื่อใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาการงาน อาชีพ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้จริง และสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ในแต่ละเนื้อหาที่ สามารถปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง อีกทั้งเป็นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีความตื่นตัว ทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์สังคม สามารถส่งเสริมปลูกฝังนิสัยรักการท างานอย่างมีความสุข เป็นไปตามเป้าส าคัญของ การจัดการศึกษาตามแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปใช้ ในชีวิตประจ าวันได้ อย่างยั่งยืน โดยมีเปรียบเทียบการผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการงาน อาชีพ หน่วยที่7 การปลูกพืช มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียน และศึกษาความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้ โดยใช่สื่อการ สอนเอกสารประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือวิชาการงานอาชีพ หน่วยที่7 การปลูกพืช ชุดการเรียนรู้จาก มะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้การพัฒนานวัตกรรมชุดนี้ได้สอดแทรกกิจกรรมเสริมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนา ทักษะชีวิตกระบวนการทางทักษะการท างานร่วมกันด้านต่างๆ นวัตกรรมชุดนี้จัดเป็นสื่อการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ที่ ช่วยแบ่งเบาภาระของผู้สอน และเป็นนวัตกรรมส าหรับครูผู้สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ น าไปใช้ ขยาย ผลต่อไปได้อย่างหลากหลาย ผู้สอนหวังเป็นอย่างยิ่งว่านวัตกรรมชุดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน ผู้สอน ตลอดจนวงการศึกษาต่อไป กรกนก เตชะชัย


สารบัญ หน้า ค าน า สารบัญ จุดประสงค์ของนวัตกรรม 4 ทฤษฎี หลักการ หรือแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรม 5 ค าชี้แจงเกี่ยวกับการใช้นวัตกรรม 9 ขั้นตอนการใช้นวัตกรรม 10 บทบาทของครูผู้สอน 1 2 บทบาทของผู้เรียน 1 3 การประเมินประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1 4 ข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน 15 แบบวัดเจตคติต่อวิชาการงานอาชีพ 1 8


จุดประสงค์ของนวัตกรรม เอกสารประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือวิชาการงานอาชีพ หน่วยที่7 การปลูกพืช ชุดการเรียนรู้จาก มะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชุดนี้จัดท าขึ้นเพื่อใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนวิชาการงานอาชีพ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้จริง และสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ ในแต่ละเนื้อหาที่สามารถปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง อีกทั้งเป็นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีความตื่นตัว ทั้ง ทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์สังคม สามารถส่งเสริมปลูกฝังนิสัยรักการท างานอย่างมีความสุข เป็นไป ตามเป้าส าคัญของการจัดการศึกษาตามแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยสามารถน า ความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ อย่างยั่งยืน ดังนี้ 1. เพื่อใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือวิชาการงานอาชีพ หน่วยที่7 การปลูกพืช ชุดการ เรียนรู้จากมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาการ งานอาชีพ หน่วยที่7 การปลูกพืช ชั้นระดับประถมศึกษาปีที่ 5 2. เพื่อใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือวิชาการงานอาชีพ หน่วยที่7 การปลูกพืช ชุดการ เรียนรู้จากมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เชื่อมโยงความส าคัญของเนื้อหาในหน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ เรื่องที่1 : การปลูกพืชลงกระถาง (ต้นมะนาวในวงบ่อซีเมนต์) เรื่องที่ 2 : การท าปุ๋ยน้ า(เพื่อรักษาดูแล ต้นมะนาว, ผักกาดขาวปลี) เรื่องที่ 3 : การปลูกผักกาดกวางตุ้ง(เพื่อรักษาดูแลบริเวณสวนมะนาว) 2. มีเปรียบเทียบการผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการงานอาชีพ หน่วยที่7 การปลูกพืช มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียน และศึกษาความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้ โดยใช่สื่อการสอนเอกสาร ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือวิชาการงานอาชีพ หน่วยที่7 การปลูกพืช ชุดการเรียนรู้จากมะนาวในวงบ่อ ซีเมนต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เกิดขึ้น


ทฤษฎี หลักกำร หรือแนวคิดในกำรพัฒนำนวัตกรรม ในการออกแบบนวัตกรรมครูผู้สอนได้ยึด รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (ActivityBased Learning) ซึ่งประเภทของการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐานคือน ากิจกรรมผ่านการท างาน (Work-based Learning) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมผู้เรียนให้เกิดพัฒนาการทุกด้าน ไม่ว่าจะ เป็นการเรียนรูปเนื้อหาสาระ การฝึกปฏิบัติจริง ฝึกฝนทักษะทางสังคม ทักษะชีวิต ทักษะวิชาชีพการพัฒนา ทักษะการคิดขั้นสูง สถานศึกษาร่วมมือกับ แหล่งงานในชุมชนรับผิดชอบการจัดการเรียนรู้ร่วมกันตั้งแต่การ ก าหนดวัตถุประสงค์การก าหนดเนื้อหา กิจกรรมและวิธีการประเมินผล (ส านักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน, 2562, หน้า 8-25) สิ่งที่ค านึงถึงเมื่อน านวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษาการน า นวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษาและใช้ในการเรียนการสอน ต้องค านึงถึงความส าคัญ 3 ประการ 1. ประสิทธิภาพ(Efficiency)ในการเรียนการสอนต้องให้ผู้เรียนผู้สอนได้เรียนและได้สอนเต็ม ความสามารถเต็มหลักสูตรเต็มเวลาด้วยความพึงพอใจ เกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์เต็มความสามารถ (Full Energy) และเกิดความพอใจ (Satisfaction) เป็นที่ได้ใช้สื่อนั้น 2.ประสิทธิผล(Productivity)ในการจัดการเรียนการสอนให้บรรลุจุดประสงค์ตามที่ ก าหนด จุดประสงค์ไว้ซึ่งนักเรียนเกิดการเรียนรู้บรรลุจุดประสงค์ได้ดีกว่า สูงกว่าไม่ใช้สื่อนั้น 3. ประหยัด (Economy) ในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการเรียนการสอน ต้องค านึงถึงสภาพความเหมาะสมตามฐานะแล้ว จะต้องประหยัด นั่นคือ ประหยัดทั้งเงินประหยัดเวลา และ ประหยัดแรงงาน ธอร์นไดค์ นักการศึกษาและจิตวิทยาชาวเยอรมัน ผู้ให้ก าเนินทฤษฎีแห่งการเรียนรู้ ได้เสนอหลักการ ภารกิจของการสอนของครูไว้ 2 ประการ และเสนอหลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการศึกษาไว้ 5 ประการ ภารกิจการสอนของครู ควรจะด าเนินไปตามแนวของกฎ 2 ประการ 1. ควรจัดเรื่องหรือสิ่งที่จะสอนต่าง ๆ ที่ควรจะไปด้วยกัน ให้ได้ด าเนินไปด้วยกัน 2. ควรให้รางวัลการสัมพันธ์เชื่อมโยงที่เหมาะสม และไม่ควรให้ความสะดวกใด ๆ ถ้าไม่สามารถสร้าง ความสัมพันธ์เชื่อมโยงที่เหมาะสมขึ้นมาได้ นอกจากนั้น ธอร์นไดค์ ยังได้ก าหนดหลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการศึกษาและการสอนของเขาไว้ 5 ประการคือ 1. การกระท ากิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง (Self – Activity) 2. การท าให้เกิดความสนใจด้วยการจูงใจ (Interest Motivation) 3. การเตรียมสภาพที่เหมาะสมทางจิตภาพ (Preparation and Mentalset) 4. ค านึงถึงเรื่องเอกัตบุคคล (Individualization) 5. ค านึงถึงเรื่องการถ่ายทอดทางสังคม (Socialization) บรุนเนอร์นักจิตวิทยาชาวอเมริกันผู้มีความสนใจในพัฒนาการของมนุษย์เกี่ยวกับความสามารถในการใช้ วัฒนธรรมของตนเองเป็นเครื่องมือในการขยายความสามารถเพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่มีความ หยุดยั้งท่านผู้ นี้เป็นผู้เสนอวิธีการเรียนรู้ด้วยการค้นพบด้วยตนเอง (DiscoveryLearning) เทคนิคส าคัญในการ จัดการศึกษาและการเรียนการสอนของบรุนเนอร์ ที่ถือว่าเป็นหลักการพื้นฐานของเทคโนโลยีทางการศึกษา และการสอน พอสรุปได้ 4 ประการ


1.ในการจัดการศึกษาและการเรียนการสอนนักการศึกษาและครูผู้สอนทั้งหลายจะต้อง ยอมรับว่าการ จูงใจผู้เรียนหรือการสร้างความพอใจแก่ผู้เรียนให้เกิดความ รู้สึกอยากเรียนในสถานการณ์นั้น ๆ เป็นสิ่งส าคัญ 2. จะต้องมีการจัดโครงสร้างของเนื้อหาวิชาให้เป็นล าดับขั้นตอน มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันในอันที่ จะท าให้ผู้เรียนเกิดมโนคติได้ดีที่สุด 3.การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนควรให้สอดคล้องกับหลักพัฒนาการทางสติปัญหา เช่นควรจะ ได้รับการสอนในสิ่งที่เป็นรูปธรรมแล้วจึงค่อยขยายมโนคตินั้นให้ เกี่ยวกับนามธรรมมากขึ้น 4. การเสริมแรงในระหว่างการสอนเป็นสิ่งจ าเป็น เพราะว่าการเสริมแรงนั้นจะมีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการเรียนรู้ของนักเรียนผู้เรียนมาก การประยุกต์ใช้ทฤษฏีการสร้างความรู้ด้วยตนเองในการเรียนการสอน การน าทฤษฎีการสร้างความรู้ ด้วยตนเองไปใช้ในการเรียนการสอน ทิศนา แขมมณี (2553 : 94-96) สามารถท าได้หลายประการดังนี้ 1. ตามทฤษฏีการสร้างความรู้ ผลของการเรียนรู้จะมุ่งเน้นไปที่กระบวนการสร้างความรู้ (Processof Knowledge Construction) และการตระหนักรู้ในกระบวนการนั้น (Reflexive Awareness of That Process) เป้าหมายการเรียนรู้ต้องมาจากการปฏิบัติงานจริง (Authentic Tasks) ครูจะต้องเป็นตัวอย่าง และฝึกฝนกระบวนการเรียนรู้ให้นักเรียนเห็น นักเรียนจะต้องฝึกฝนการสร้าง ความรู้ด้วยตนเอง 2. เป้าหมายของการสอนจะเปลี่ยนจากการถ่ายทอดให้นักเรียนได้รับสาระความรู้ที่ แน่นอนตายตัว ไปสู่การสาธิตกระบวนการแปลและสร้างความหมายที่หลากหลาย การเรียนรู้ ทักษะต่าง ๆ จะต้องให้มี ประสิทธิภาพถึงขยันท าได้และแก้ปัญหาจริงได้ 3. ในการเรียนการสอน นักเรียนจะต้องเป็นผู้มีบทบาทในการเรียนรู้อย่างตื่นตัว (Active) นักเรียน จะต้องเป็นผู้จัดกระท ากับข้อมูลหรือประสบการณ์ต่าง ๆ และจะต้องสร้างความหมายให้กับสิ่งนั้นด้วยตนเอง โดยการให้นักเรียนอยู่ในบริบทจริง ซึ่งไม่ได้หมายความว่า นักเรียนจะต้องไปสถานที่จริงเสมอไป แต่อาจจัด กิจกรรมที่เรียกว่า “Physical knowledge activities” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์ กับสื่อวัสดุ อุปกรณ์สิ่งของหรือข้อมูลต่าง ๆ ที่ เป็นของจริงและมีความสอดคล้องกับความสนใจของนักเรียน โดยนักเรียนสามารถจัดกระท า ศึกษา ส ารวจ วิเคราะห์ ทดลอง ลองผิดลองถูกกับสิ่งนั้น ๆ จนเกิดเป็นความรู้ ความเข้าใจขึ้นจาก กระบวนการคิด การจัดกระท ากับข้อมูล มิใช่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ จากการได้รับข้อมูลเพียงนั้น 4. ในการจัดการเรียนการสอนครูจะต้องพยายามสร้างบรรยากาศทางสังคม จริยธรรม (Sociomoral) ให้เกิดขึ้นกล่าวคือ นักเรียนจะต้องมีโอกาสเรียนรู้ในบรรยากาศที่เอื้อต่อ การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งทาง สังคมถือว่าเป็นปัจจัยส าคัญของการสร้างความรู้ เพราะล าพัง กิจกรรมและวัสดุอุปกรณ์ทั้งหลายที่ครูจัดให้หรือ นักเรียนแสวงหามาเพื่อการเรียนรู้ไม่เป็นการเพียงพอปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การร่วมมือและการแลกเปลี่ยน ความรู้ ความคิดและ ประสบการณ์ระหว่างนักเรียนกับนักเรียนและบุคคลอื่น ๆ จะช่วยให้การเรียนรู้กว้าง ซับซ้อนขึ้น และหลากหลายขึ้น 5. ในการเรียนการสอน นักเรียนมีบทบาทในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ (Devries. 1992: 1-2) โดย นักเรียนจะน าตนเองและควบคุมตนเองในการเรียนรู้ เช่น นักเรียนจะเป็นผู้เลือกในสิ่งที่ต้องการ เรียนเอง ตั้ง กฎระเบียบเอง แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเอง ตกลงกันเองเมื่อเกิดความขัดแย้งหรือมีความคิดเห็นแตกต่างกัน เลือก ผู้ร่วมงานได้เองและรับผิดชอบในการดูแลรักษาห้องเรียนร่วมกัน 6. ในการเรียนการสอนแบบสร้างความรู้ ครูจะมีบทบาทแตกต่างไปจากเดิม (Devries. 1992: 3-6) คือการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และควบคุมการเรียนรู้ เปลี่ยนไปเป็นการให้ความร่วมมือ อ านวยความสะดวกและ


ช่วยเหลือนักเรียนในการเรียนรู้ คือการเรียนการสอนจะต้องเปลี่ยนจาก “Instruction”ไปเป็น “Construction”คือ เปลี่ยนจาก “การให้ความรู้” ไปเป็น “การให้นักเรียนสร้างความรู้” บทบาทของครูก็คือ จะต้องท าหน้าที่ช่วยสร้างแรงจูงใจภายในให้เกิดแก่นักเรียน จัดเตรียมกิจกรรมการเรียนรู้ที่ตรงกับความสนใจ ของนักเรียน ด าเนินกิจกรรมให้เป็นไปในทางที่ส่งเสริม พัฒนาการของนักเรียนให้ค าปรึกษาแนะน าทั้งทางด้าน วิชาการและด้านสังคมแก่นักเรียน ดูแลให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหาและประเมินการเรียนรู้ของ นักเรียน นอกจากนั้นครูยังต้องมีความเป็นประชาธิปไตยและมีเหตุผลในการสัมพันธ์กับนักเรียนด้วย 7. ในด้านการประเมินผลการเรียนการสอน (Jonassen.1992 : 137-147) เนื่องจากการเรียนรู้ตาม ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองนี้ขึ้นกับความสนใจและการสร้างความหมายที่แตกต่างกันของบุคคล ผลการ เรียนรู้ที่เกิดขึ้นจึงมีลักษณะหลากหลาย ดังนั้นการประเมินผลจึงจ าเป็นต้องมีลักษณะเป็น “Goal Free Evaluation” ซึ่งก็หมายถึงการประเมินตามจุดมุ่งหมายในลักษณะที่ยืดหยุ่นกันไปในแต่ละบุคคลหรืออาจใช้ วิธีการที่เรียกว่า “Socially Negotiated Goal” และการประเมินควรใช้วิธีการหลากหลาย ซึ่งอาจเป็นการ ประเมินจากเพื่อน แฟ้มผลงาน (Portfolio) รวมทั้งการประเมินตนเองด้วย นอกจากนั้นการวัดผลจ าเป็นต้อง อาศัยบริบทจริงที่มีความซับซ้อน เช่นเดียวกับการจัดการหรืองานในบริบทจริงด้วย ซึ่งในกรณีที่จ าเป็นต้อง จ าลองของจริงมาก็สามารถท าได้ แต่เกณฑ์ที่ใช้ควรเป็นเกณฑ์ที่ใช้ในโลกของความเป็นจริง (Real World Criteria) ด้วยสรุปได้ว่าจากแนวคิดของทฤษฏีการสร้างความรู้ด้วยตนเองที่เน้นให้นักเรียนสร้างความรู้ได้ด้วย ตนเองโดยการให้นักเรียนเข้าถึงประสบการณ์ด้วยตนเองและใช้กระบวนการกลุ่มในลักษณะของการเรียนรู้ ร่วมกัน รวมทั้งใช้กระบวนการคิดสร้างความหมายในสิ่งที่เรียนรู้จนเกิดความรู้ความเข้าใจขึ้น สามารถเชื่อมโยง ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ครูผู้สอนเป็นเพียงผู้ชี้แนะ จัดเตรียมกิจกรรมการ เรียนให้ตรงกับความสนใจของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนจัดระบบความรู้ในสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ได ภูมิปัญญำท องถิ่น ควำมหมำยของภูมิปัญญำท องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นความรู้ของชาวบ้านในท้องถิ่นที่ มีประสบการณ์ ความสามารถและความเฉลียวฉลาดของชาวบา้น เป็นการสั่งสมความรู้ของบรรพบุรุษ ซึ่งมีผู้รู้ให้ความหมายไว้ ดังนี้ อังกูล สมคะเนย์ (2545, 45) จดักลุ่มภูมิปัญญาออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่1 เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคติความคิด ความเชื่อและหลักการที่เป็นพื้นฐานของ องคค์วามรู้ที่เกิดขึ้น จากการสั่งสมถ่ายทอดกันมา กลุ่มที่2 เป็นเรื่องของศิลปะ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี กลุ่มที่3 เป็นเรื่องของการประกอบอาชีพในแต่ละท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับวัย กลุ่มที่4 เป็นเรื่องของแนวความคิด หลักปฏิบัติและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ชาวบา้นน ามาใช้ในชุมชน ซึ่ง เป็นอิทธิพลของความกา้วหน้าทางวทิยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภูมิปัญญาชาวบา้นทั้ง 4 กลุ่มนี้จะปรากฏให้เห็นในเรื่องของการประกอบอาชีพศิลปะ วัฒนธรรมและ ประเพณีต่าง ๆ และทางด้านการอบรมสั่งสอนถ่ายทอดให้ชนรุ่นหลังยังปรากฏ อยู่จนทุกวันนี้ เสรี พงศ์พิศ (2548, 74) ให้ความหมายของภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ พื้นเพรากฐานของ ความรู้ของ ชาวบ้านหรือความรอบรู้ของชาวบา้นที่เรียนรู้และมีประสบการณ์สืบต่อกันมาทั้งทางตรง คือ ประสบการณ์ ด้วยตนเอง หรือทางอ้อม ซึ่งเรียนรู้จากผู้ใหญ่หรือความรู้ที่สะสมสืบต่อกันมา กรมวิชาการ(2546, 1) ให้ความหมายของภูมิปัญญาท้องถิ่นว่า เป็นองค์ความรู้ความสามารถของชาว


บา้นที่สั่งสมสืบทอดกันมาอันเป็นศกัยภาพหรือความสามารถที่จะใช้แก้ปัญหา จัดการ ปรับตัวเรียนรู้ และมี การสืบทอดไปสู่คนรุ่นใหม่ หรือคือแกนของชุมชนที่จรรโลงชุมชน ให้อยู่รอดจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น ความหมายของภูมิปัญญาท้องถิ่น สรุปได้ว่า เป็นความรู้ของชาวบา้นในท้องถิ่น ที่สั่งสมมาจาก บรรพบุรุษ สืบทอดต่อกันมาจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง และความรู้ที่เป็น ภูมิปัญญา เป็นความรู้ที่สอน ให้เป็นคนดีรู้จักพึ่งพาอาศัยธรรมชาติโดยไม่ท าลายรู้จักรักและหวงแหนภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเอง


ค ำชี้แจงเกี่ยวกับกำรใช นวัตกรรม นวัตกรรมเอกสารประกอบการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ หน่วยที่7 การปลูกพืช ชุดการเรียนรู้ จากมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ได้แสดงโครงสร้างและขั้นตอนการใช้ดังนี้ โครงสร้างของนวัตกรรม ประกอบด้วย 1. คู่มือการใช้นวัตกรรม 2. แผนการเรียนรู้ 3 . หนังสือเรียน 4. เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5. power point ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 6. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 7. แบบประเมินความพึงพอใจ


ขั้นตอนกำรใช นวัตกรรม การใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือวิชาการงานอาชีพ หน่วยที่7 การปลูกพืช ชุดการเรียนรู้จาก มะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ครูผู้สอนได้ใช้แผนการเรียนรู้เป็นแนวทาง ใช้หนังสือเรียน เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ power point ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ สื่อประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามความเหมาะสมของเนื้อหา และ จุดประสงค์การเรียนรู้ของแต่ละ หัวข้อย่อย ซึ่งแสดงค าอธิบายรายละเอียดในการจัดกิจกรรมตามล าดับ ขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมการ ขั้น ด าเนินการสอน(ขั้นน า ขั้นสอน และขั้นสรุป) และขั้นกิจกรรมหลังการ สอน ค าแนะน าต่างๆในการใช้ นวัตกรรมทั้งนี้ผู้สอนได้แสดงรายละเอียดในคู่มือการใช้นวัตกรรมแบ่งเป็น ชั่วโมงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เป็นชุดย่อยเพื่อให้สะดวกในการใช้ ดังนี้ แผนที่ จ ำนวนชั่วโมง เนื้อหำ จุดประสงค์ 1 3 ชั่วโมง ผักเป็นพืชที่มีความส าคัญทาง เศรษฐกิจอย่างหนึ่งของ ประเทศ ในแต่ละพื้นที่อาจมี การปลูกผักหรือ ปลูกพืชที่แตกต่างกันตาม ท้องถิ่นเพื่อน าไปประกอบเป็น อาหาร พืชผักแต่ละชนิดมี คุณค่าทางอาหารต่างกัน บางชนิดให้คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ซึ่งให้พลังงานและให้ ความอบอุ่นร่างกาย บางชนิด ให้โปรตีนช่วยเสริมสร้าง การเจริญเติบโตของร่างกาย ให้วิตามิน เกลือแร่ที่ช่วยท าให้ ร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทาน ต่อโรคภัยไข้เจ็บ ท าให้ผู้ที่ บริโภคพืชผักอย่างสม่ าเสมอมี ร่างกายที่แข็งแรง เราจึงควร ช่วยกันปลูกพืชผักภายใน ครัวเรือน เพื่อจะได้ บริโภคพืชผักที่สะอาดและ ปลอดภัย 1. อธิบายวิธีการปลูกพืช ตามกระบวนการท างาน ที่ถูกต้องได้(K) 2. ปลูกพืชได้ตาม ขั้นตอน เป็นระบบ และ มีความคิดสร้างสรรค์(P) 3. ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการปลูกพืช ร่วมกันกับสมาชิกใน ครอบครัว(P) 4. มีจิตส านึกในการ ใช้พลังงานและ ทรัพยากรในการปลูกพืช อย่างประหยัดและคุ้มค่า (A)


แผนที่ จ ำนวนชั่วโมง เนื้อหำ จุดประสงค์ 2 2 ชั่วโมง มะนาวเป็นพืชชอบแดดเป็น พิเศษ ปลูกง่ายเมื่อต้นกล้า แข็งแรงน าไปปลูกในที่ แสงแดด ส่องถึง จะท าให้ผลออกมา สวยงาม มีสรรพคุณเป็นยา บ ารุงร่างกาย ชะลอวัย ลด ความอ้วน ป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง การปลูกต้น มะนาวในวงบ่อซีเมนต์ควร วางแผนตามกระบวนการ ท างานเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ มีคุณภาพและยังเป็นไม้ ระดับท าให้บริเวณบ้าน สวยงามอีกด้วย 1. อธิบายวิธีการปลูกต้น มะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ตามกระบวนการท างาน ที่ถูกต้องได้ ( K ) 2. วางแผนและปลูก ต้นมะนาวในวงบ่อ ซีเมนต์ได้ตามขั้นตอน เป็นระบบ และมี ความคิด สร้างสรรค์ ( P ) 3. เห็นประโยชน์ของ การปลูกต้นมะนาวในวง บ่อซีเมนต์ลงบ่อซีเมนต์ และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ตามความ รับผิดชอบของ ตนเองได้เป็นอย่างดี ( A ) 3 เวลำ 1 ชั่วโมง ปุ๋ยเป็นอาหารของพืช โดยพืช จะน าเอาอาหารไปสังเคราะห์ เป็นธาตุอาหารที่จ าเป็นต่อ การเจริญเติบโต บ ารุงต้น ใบ ดอก ปุ๋ยน้ า หรือน้ าหมักชีวภาพถือว่าเป็น ปุ๋ยชนิดหนึ่ง ที่ได้จากการ หมักเศษซากพืช หรือสารอาหารชนิดต่างๆ ที่หาได้ในท้องถิ่น ซึ่งอาจหมัก ร่วมกับกากน้ าตาลหรือ น้ าตาลทรายแดง ปุ๋ยน้ าหรือน้ าหมักชีวภาพ มีประโยชน์หลายด้านทั้งด้าน การเกษตร ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการประมง และ ด้านปศุสัตว์ 1. อธิบายวิธีการท าปุ๋ย น้ าตามกระบวนการ ท างานที่ถูกต้องได้ ( K ) 2. อธิบายวิธีการใช้ และประโยชน์ของการ ท าปุ๋ยน้ า ( K ) 3. ท าปุ๋ยน้ าตามกระ บวนการที่ถูกต้องได้ ( P ) 4. เห็นความส าคัญ ของการท าปุ๋ยน้ าในการ น าไปดูแลต้นพืชเพื่อ ความปลอดภัยและไร้ สารเคมีเจือปน ( A ) 5. มีจิตส านึกในการ ใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างประหยัด และคุ้มค่า ( A )


บทบำทของครูผู สอน 1. เตรียมเอกสาร และสื่อประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ได้แก่ กิจกรรมส ารวจตรวจ ค้น เอกสาร แนะแนวทาง เอกสารแบบฝึกหัด เกม ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และpower point ในแต่ละแผนให้ พร้อมและครบถ้วน 2. แจ้งมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ 3. ด าเนินการสอนตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้ 4. แจกเอกสารประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พร้อมกับแนะน าวิธีการใช้เอกสารชนิดต่างๆ 5. ให้นักเรียนท าแบบทดสอบจากเอกสารแบบฝึกแบบฝึกหัดในแต่ละแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อ ประเมินพัฒนาการของนักเรียนในแต่ละคาบที่สอน 6. ให้นักเรียนท าแบบทดสอบวัดความรู้ก่อนเรียน เพื่อประเมินความก้าวหน้าของนักเรียนหลังเรียน จบหน่วย 7. หากมีนักเรียนคนใดท าแบบทดสอบวัดความรู้ก่อนเรียน เพื่อประเมินความก้าวหน้าของนักเรียนหลังเรียน ไม่ผ่านเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ ควรจัดสอนซ่อมเสริม และให้นักเรียนท าแบบทดสอบใหม่อีกครั้ง 8. ประเมินผลการเรียนตามหัวข้อการประเมินในแต่ละแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนต้องท า แบบฝึกหัดถูกต้องร้อยละ 80 ขึ้นไป จึงจะผ่านเกณฑ์


บทบำทของผู เรียนรู 1. ศึกษามาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ และสาระส าคัญของเอกสารแนะแนวทาง แต่ละชุด 2. ศึกษาเนื้อหา ค าอธิบาย และตัวอย่างจากเอกสารแนะแนวทางให้เข้าใจ 3. ให้ความร่วมมือในกิจกรรมส ารวจตรวจค้น และกิจกรรมเกมต่างๆ 4. ทบทวนความรู้ต่างๆจากใบงาน และส่งการบ้าน อย่างครบถ้วน 5. แบบฝึกหัดและข้อสอบ นักเรียนควรท า อย่างตั้งใจ ซื่อสัตย์ต่อตนเอง และท าภายในเวลาที่ก าหนด 6. นักเรียนควรท าการบ้านในแต่ละวันอย่างสม ่าเสมอ และท าด้วยตนเอง หากมีประเด็นที่สงสัยสามารถซักถาม ครูผู้สอน


กำรประเมินประกอบกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู ผู้เรียนที่ได้ใช้นวัตกรรมเอกสารประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือวิชาการงานอาชีพ หน่วยที่7 การปลูกพืช ชุดการเรียนรู้จากมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จะได้รับการประเมินระหว่างเรียนและหลัง เรียน ในด้านต่างๆดังนี้ 1. การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางเรียน 2. ความคิดสร้างสรรค์ในการท างานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการท างาน 3. ความสามารถในใช้ทักษะการจัดการในการท างานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ 4. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5. คุณลักษะอันพึงประสงค์ 6. เจตคติต่อการเรียนวิชาการงานอาชีพ ทั้งนี้แบบประเมินต่างๆผู้สอนได้แทรกในแผนการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้รายแผนเพื่อให้สะดวกใน การใช้นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ในการท างานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตาม กระบวนการท างาน ความสามารถในใช้ทักษะการจัดการในการท างานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมี ความคิดสร้างสรรค์ ผู้สอนใช้การวิจัยประเมินซึ่งรายละเอียดข้อสอบทั้งสองฉบับแสดงในเอกสารข้อสอบและ รายงานการวิจัย ส าหรับการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางเรียน และแบบประเมินเจตคติต่อการเรียนวิชาการงาน อาชีพ ใช้ประเมินหลังการใช้นวัตกรรมครบทั้ง 3 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้สอนได้แนบไว้ดังนี้


แบบทดสอบก่อนเรียน ข อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน ค ำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. เมล็ดพันธุ์พืชลักษณะใดที่นักเรียนควรเลือกไปปลูก ก. เมล็ดที่อ่อนนุ่ม ข. เมล็ดที่แก่จัด ค. เมล็ดที่มีลักษณะเบา ง. เมล็ดที่ยังไม่แก่เต็มที่จึงจะดี 2. พืชชนิดใดควรเพาะกล้าก่อนที่จะน าไปปลูก ก. ผักบุ้ง ข. อ้อย ค. ข้าวโพด ง. มะม่วงหาวมะนาวโห่ 3. ถ้านักเรียนท างานตามกระบวนการท างาน หลังจากที่นักเรียนปฏิบัติงานเสร็จแล้วขั้นตอน ต่อไปคือข้อใด ก. การวางแผน ข. การตรวจสอบผล ค. การปรับปรุงแก้ไขผลงาน ง. การก าหนดขอบเขตงาน 4. ดินที่เหมาะสมกับการปลูกพืช มีลักษณะอย่างไร ก. เนื้อดินร่วนซุย ข. เนื้อดินหยาบ น้ าซึมผ่านรวดเร็ว ค. ดินที่กักเก็บน้ าได้ดี ง. ดินที่มีหน้าดินตื้นมีสารอินทรีย์ 5. พืชชนิดใดเหมาะสมส าหรับการท าปุ๋ยพืชสด ก. อ้อย ข. ถั่วเขียว ค. ข้าวโพด ง. มันส าปะหลัง 6. พืชชนิดใดเหมาะกับการปลูกด้วยวิธีการหยอด เมล็ดลงหลุม ก. มะนาว ข. คะน้า ค. ข้าวโพด ง. โหระพา 7. พืชผักชนิดใดที่ปลูกได้ทุกฤดูกาล ก. หอมหัวใหญ่ ข. สตรอว์เบอร์รี ค. มะนาว ง. กะหล่ าปลี 8. ในการเตรียมดินปลูกพืชขั้นตอนแรกควรท า อย่างไร ก. ใส่ปุ๋ยคอก ข. ตากดินฆ่าเชื้อโรค ค. ขุดดินและเก็บวัชพืช ง. ย่อยดินให้ร่วมซุย 9. ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก.มะนาวในวงบ่อซีเมนต์ การให้น้ าพอเปียกชุ่ม ประมาณ 1 เดือน เริ่มแตกยอด ให้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ย หมัก ประมาณ 1 ช้อนแกง เดือนละ 1 ครั้ง จะใช้ ฮอร์โมนหรือปุ๋ยทางใบด้วยยิ่งดีมาก ก าจัดแมลงและ หนอนกินใบอ่อน เดือนละ 2 ครั้ง ข. การเก็บมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ เมื่อมีอายุได้ 50- 60 วัน ค. เมื่อดินแห้งแล้วให้โรยปูนขาวเพื่อแก้ดินเป็นด่าง ง. ควรตากดินให้แห้งเสียก่อนที่จะท าการปลูก มะนาวในวงบ่อซีเมนต์ 10. ในการเตรียมดินเพื่อปลูกพืชนักเรียนควรใช้ปุ๋ย ชนิดใด ก. ปุ๋ยยูเรีย ข. ปุ๋ยเคมี ค. ปุ๋ยพืชสด ง. ปุ๋ยคอก


แบบทดสอบหลังเรียน ค ำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. การตรวจสอบผลควรจะปฏิบัติในช่วงใดของ กระบวนการท างาน ก. ก่อนปฏิบัติงาน ข. ระหว่างปฏิบัติงาน ค. ระหว่างปฏิบัติงาน ง. หลังปฏิบัติงานเสร็จแล้ว 2. ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก.มะนาวในวงบ่อซีเมนต์ การให้น้ าพอเปียกชุ่ม ประมาณ 1 เดือน เริ่มแตกยอด ให้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ย หมัก ประมาณ 1 ช้อนแกง เดือนละ 1 ครั้ง จะใช้ ฮอร์โมนหรือปุ๋ยทางใบด้วยยิ่งดีมาก ก าจัดแมลงและ หนอนกินใบอ่อน เดือนละ 2 ครั้ง ข. การเก็บมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ เมื่อมีอายุได้ 50- 60 วัน ค. เมื่อดินแห้งแล้วให้โรยปูนขาวเพื่อแก้ดินเป็นด่าง ง. ควรตากดินให้แห้งเสียก่อนที่จะท าการปลูก มะนาวในวงบ่อซีเมนต์ 3. เมล็ดพันธุ์พืชที่ดีจะมีลักษณะภายนอกอย่างไร ก. เมล็ดดี สีสันสดใส ไม่ลีบ เมล็ดไม่อ่อนหรือแก่ จนเกินไป ข. เมื่อน าไปปลูกไม่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม ค. มีลักษณะตรงตามพันธุ์และมีสายพันธุ์ที่ดี ง. ไม่มีเมล็ดของวัชพืชอื่นเจือปน 4. ต้นมะนาวควรใช้วิธีการปลูกแบบใด ก. การตอนกิ่ง ข. การปักช ากิ่ง ค. การน าเมล็ดของผลมาตากให้แห้งแล้วน าไปปลูก ง. การเพาะกล้าก่อนน าไปปลูก 5. วิธีใดเหมาะสมที่สุดส าหรับการปลูกผักกาดขาวปลี ก. การหยอดเมล็ดลงหลุม ข. การย้ายต้นกล้า ค. การตัดแต่งพันธุ์ ง. การปักช าด้วยต้นและหัว 6. พืชชนิดใดไม่เหมาะสมในการน ามาท าปุ๋ยพืชสด ก. ปอเทือง ข. ทานตะวัน ค. ถั่วลิสง ง. แหนแดง 7. ดินที่มีลักษณะร่วนซุยมีส่วนผสมธาตุอาหารต่าง ๆ ที่เหมาะสมคือดินอะไร ก. ดินทราย ข. ดินเหนียว ค. ดินร่วน ง. ดินปนทราย 8. พืชชนิดใดไม่สามารถปลูกได้ทุกฤดู ก. ผักชีฝรั่ง ข. ข้าวโพดหวาน ค. พืชตระกูลถั่ว ง. ใบบัวบก 9. การขุดดินและเก็บวัชพืชเป็นขั้นตอนเกี่ยวกับอะไร ในการปลูกพืช ก. การย้ายต้นกล้า ข. การหว่านเมล็ด ค. การเปลี่ยนหน้าดิน ง. การเตรียมดิน 10. เพราะเหตุใดปุ๋ยคอกจึงเหมาะสมเป็นปุ๋ยที่ใช้ใน การเตรียมดินเพื่อปลูกพืช ก. ท าให้ดินเปลี่ยนสภาพเป็นเปื่อยยุ่ยหรือสีดิน เปลี่ยนไป ข. ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและปริมาณไนโตรเจน ให้กับดินและยังช่วยเพิ่มผลผลิตของพืช ค. ช่วยปรับปรุงสภาพดินท าให้ดินมีการระบายน้ า และอากาศดีขึ้น ช่วยสร้างความคงทน ให้แก่เม็ดดินและรักษาหน้าดินได้ดีอีกด้วย ง. เพราะมีธาตุอาหารที่ส าคัญต่อพืช มีกรด อะมิโน กรดอินทรีย์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ จุลินทรีย์ที่อยู่ในดินท าให้ดินมีชีวิตมากขึ้น


แบบวัดเจตคติต่อวิชำกำรงำนอำชีพ วิชำกำรงำนอำชีพ ชั้นปประถมศึกษำปีที่5 ค าชี้แจง ให้นักเรียนขีดเครื่องหมาย / ในช่องที่สอดคล้องกับความคิดเห็นของนักเรียน ที่มีต่อวิชาการงาน อาชีพ แบบวัดเจตคติฉบับนี้เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า แบบ 5 ระดับ เห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นด้วย ไม่ แน่ใจ ไม่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ข้อความ ความคิดเห็น เห็นด้วย อย่างยิ่ง เห็นด้วย ไม่แน่ใจ ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย อย่างยิ่ง 1. นักเรียนเรียนวิชาการงานฯ แล้วมี ความสุข 2. นักเรียนทุกคนควรเรียนวิชาการ งานอาชีพ 3. วิชาการงานฯ เป็นวิชาที่น่าสนใจ 4. ท าให้เห็นคุณค่าของชีวิต 5. เรียนวิชาการงานฯ แล้วรู้สึก เครียด 6. วิชาการงานอาชีพ ไร้สาระ 7. วิชาการงานฯ ท าให้ยุ่งยาก 8. ไม่จ าเป็นต้องเรียนวิชาการงาน อาชีพ 9. เรียนแล้วสามารถใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจ าวัน 10. เรียนแล้วเห็นช่องทางในการ ประกอบอาชีพ 11. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………


Click to View FlipBook Version