The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3 บทเรียน-การบันทึกบัญชีภาษีมูลค่าเพิ่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by S'am Simueanthong, 2022-08-15 12:01:18

3 บทเรียน-การบันทึกบัญชีภาษีมูลค่าเพิ่ม

3 บทเรียน-การบันทึกบัญชีภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภาษมี ูลค่าเพิ่ม

สาระการเรยี นรู้

1. ความหมายของภาษมี ลู ค่าเพิม่ ภาษซี ื้อและภาษขี าย
2. การจดทะเบียนภาษมี ูลคา่ เพมิ่
3. การบันทกึ บัญชเี ก่ยี วกับภาษมี ูลคา่ เพ่มิ
4. การบันทกึ บัญชเี ก่ยี วกับการซื้อสินค้า
5. การบันทกึ บัญชีเกย่ี วกบั การขายสินค้า
6. การบนั ทกึ บญั ชีเกยี่ วกับการซื้อสนิ ทรพั ย์และจ่ายค่าใช้จา่ ยในกรณีอื่น ๆ
7. การปดิ บัญชภี าษซี ื้อและภาษขี าย

สมรรถนะประจำหนว่ ย

21..บแสสันมดทรงกึ รคบนวญัาะมชปรเี รกเู้ กะยี่ ีย่ จววกำกับหับกนกาจิว่รกชยาอ้ื รขชาอื้ ยขสานิ ยคสา้ นิ สคำา้หทรี่ตบั อ้กงิจจกดาทรทะเ่จี บดยี ทนะภเบาษยี นีมูลภคาษ่าเีมพลู ม่ิ คา่ เพมิ่ ในสมุด

รายวนั ท่วั ไป

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1.บอกความหมายของภาษีมูลคา่ เพิ่ม ภาษชี ื้อและภาษขี ายได้
2.อธบิ ายลักษณะของกจิ การท่ีตอ้ งจดทะเบยี นภาษมี ูลค่าเพิม่ ได้
3.อธบิ ายหลักการบันทกึ บญั ชีเก่ียวกบั ภาษมี ูลค่าเพิ่มได้

แบบทดสอบก่อน

คำช้ีแจง : จงเลอื กคำตอบท่ีถกู ต้องทส่ี ุดเพียงข้อเดียว

1. ภาษมี ูลคา่ เพิ่ม หมายถงึ อะไร

ก. ภาษีทภี่ าครฐั จัดเก็บจากผู้บรโิ ภคเปน็ ภาษที ี่เปน็ การผลกั ภาระทั้งหมด
ข. ภาษีอากรประเภทหนึง่ ท่ีบัญญตั ิไวใ้ นประมวลรัษฎากรจดั เจ็บจากเงินได้ของบรษิ ัท
ค. เป็นการจัดเก็บภาษลี ่วงหนา้ กำหนดให้ผูจ้ า่ ยได้มหี น้าทหี่ กั ภาษจี ากเงนิ ท่จี ่ายใหแ้ กผ่ ู้รับ
ง. ภาษีทจี่ ดั เกบ็ จากการขายสินคา้ หรอื การให้บริการในแต่ละข้ันตอนการผลติ และจำหนา่ ยสินค้า
จ. เป็นภาษีตามประมวลรษั ฎากรประเภทท่ี 1 จัดเกบ็ จากการประกอบกิจการเฉพาะอย่างแทน
ภาษี การคา้ ที่ถูกยกเลิก

2. ภาษมี ูลค่าเพมิ่ แบ่งออกเปน็ กีป่ ระเภท

ก. 2 ประเภท
ข. 3 ประเภท
ค. 4 ประเภท
ง. 5 ประเภท
จ. 7 ประเภท

3. Value Added Tax หมายถึงขอ้ ใด

ก. ภาษีซ้ือ
ข. ภาษขี าย
ค. ภาษอี ากร
ง. ภาษนี ติ บิ ุคคล
จ. ภาษีมลู ค่าเพ่มิ

4. Output Tax หมายถึงข้อใด
ก. ภาษมี ูลคา่ เพิม่
ข. ภาษนี ติ บิ คุ คล
ค. ภาษอี ากร
ง. ภาษซี อ้ื
จ. ภาษขี าย

5. กจิ การตอ้ งนำส่งภาษมี ูลคา่ เพ่มิ อย่างไร
ก. ภายใน 15 วันของเดือนทหี่ ักภาษีไว้
ข. ภายใน 7 วันของเดือนท่ีหกั ภาษไี ว้
ค. ภายในวันท่ี 30 ของเดือนถัดไป
ง. ภายในวันที่ 15 ของเดือนถดั ไป
จ. ภายในวนั ท่ี 7 ของเดือนถัดไป

2. การจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพ่มิ

ภาษีมลู ค่าเพิ่ม

6. การบันทึกบัญชีเกีย่ วกบั
การ สนิ ทรพั ย์และจา่ ย

คา่ ใช้จ่าย
ในกรณอี นื่ ๆ

1.ความหมายของภาษมี ลู คา่ เพิ่ม

ภาษมี ูลค่าเพิ่ม หมายถงึ ภาษีทจ่ี ดั เกบ็ จากการขายสินค้า หรือการให้บรกิ ารในแตล่ ะ
ข้นั ตอนการผลติ และจำหนา่ ยสนิ คา้ หรอื บรกิ าร ทัง้ ท่ีผลิตภายในประเทศและนำเข้าจาก
ตา่ งประเทศประกอบภาษีซ้อื และภาษขี าย

ความหมายของภาษีซ้ือ

ภาษีซื้อ (input Tax) หมายถึง ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพิ่มถกู ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษมี ลู คา่ เพิ่มอื่นเรียกเก็บจากการซื้อสนิ ค้าหรือรับบริการ
เพื่อใชใ้ นการประกอบกจิ การของตนเอง และใหห้ มายความรวมถงึ

- ภาษมี ูลคา่ เพมิ่ ทผี่ ู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลคา่ เพมิ่ ได้เสยี เมื่อนำเข้าสนิ ค้า
- ภาษมี ูลค่าเพมิ่ ที่ผู้ประกอบการจดทะเบยี นภาษีมลู ค่าเพ่มิ ได้เสียเมอื่ รับโอนสินคา้ นำเขา้
ท่จี ำแนกประเภทไวใ้ นภาคว่าด้วยของทีไ่ ด้รบั ยกเวน้ อากรตามกฎหมายว่าดว้ ยพิกดั อตั ราศุลกากร

ความหมายของภาษีขาย

ภาษขี าย (Output Tax) หมายถึง ภาษมี ูลคา่ เพ่มิ ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน
มูลค่าเพม่ิ ไดเ้ รยี กเก็บหรอื พึงเรียกเก็บจากผู้ซอื้ สนิ ค้าหรือผู้รบั บรกิ าร เมื่อมกี ารขายสินค้าหรือ
รบั คา่ บริการ รวมถึงภาษีมูลค่าเพิม่ ทผี่ ูป้ ระกอบการจดทะเบียนภาษีมลู ค่าเพ่ิมมีหนา้ ทเ่ี สียภาษี
ในกรณที ี่เปน็ การขายสนิ ค้าทง้ั นี้ ใหร้ วมถงึ

- การนำสินค้าไปใชไ้ ม่ว่าประการใดๆ เวน้ แต่นำไปใช้เพอ่ื การประกอบกิจการของ
ตนเอง

- มีสินคา้ ขาดจากรายงานสินค้าและวัตถดุ ิบ
- มสี นิ คา้ คงเหลอื และ/หรือสนิ ทรพั ย์ท่ีผู้ประกอบการมไี วใ้ นการปรพกอบกิจการจาก
รายงานสินคา้

2. การจดทะเบยี นภาษมี ลู ค่าเพ่ิม

ประเทศไทยมีการนำระบบภาษมี ูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax : VAT) มาใช้เม่ือวนั ที่
1 มกราคม พ.ศ. 2535 การนำภาษมี ูลคา่ เพมิ่ มาใช้เป็นผลมาจากปัญหาเศรษฐกิจ กลา่ วคือ
จากการทเ่ี ศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตวั อย่างรวดเรว็ ฐานะทางเศรษฐกิจ การเงินการคลงั
ของประเทศม่นั คงขน้ึ มากในขณะทโ่ี ครงสร้างภาษีการค้าเดิมของประเทศไทยมีความซำ้ ซอ้ น
ซึง่ ไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต นอกจากนี้ ในภาครัฐตอ้ งการหารายได้ของ
รฐั ผา่ นเครื่องมือทางภาษีการค้าและภาษศี ุลกากรอกี ด้วย

ดว้ ยเหตุผลดังกลา่ ว กระทรวงการคลังจงึ ได้เสนอพจิ ารณายกเลกิ ภาษกี ารค้าและนำ
ภาษมี ลู คา่ เพิม่ มาใชแ้ ทนโดยภาษมี ูลค่าเพิ่มดงั กลา่ วจะมอี ตั ราเดยี วท่ีใช้กบั สินค้าและบริการ
ทุกชนดิ สำหรับสินค้าใดที่มีเหตผุ ลทางเศรษฐกิจทจ่ี ะเกบ็ สูงกว่าอัตราภาษีมูลค่าเพมิ่ ใหเ้ ก็บ
ภาษีสรรพสามิตเพ่มิ เตมิ จากภาษีมูลค่าเพม่ิ การนำภาษมี ลู ค่าเพิ่มมาใชน้ ี้นบั เป็นการ
เปลย่ี นแปลงครั้งสำคัญต่อระบบภาษีอากรของประเทศไทย เป็นการปฏริ ปู ภาษีการค้าคร้งั
ยิ่งใหญ่ ทำให้ระบบภาษีอากรของประเทศมีความสอดคลอ้ งกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบนั และ
เออื้ อำนวยตอ่ การลงทนุ การสง่ ออกและการขยายตวั อย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจเนือ่ งจาก
ภาษมี ูลคา่ เพมิ่ ไมม่ คี วามซับซอ้ น

2.1 ผ้ปู ระกอบการทจ่ี ดทะเบียนภาษมี ูลคา่ เพิ่ม

ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นผู้ประกอบการที่ขาย
สนิ ค้าหรือใหบ้ ริการในทางธรุ กจิ หรือวชิ าชีพเป็นปกตธิ ุระ ไมว่ า่ จะประกอบกิจการ
ในรูปของบุคคลธรรมดา คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มีใช่นิติบุคคล หรือ
นิติบุคคลใด ๆ หากมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า
1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็น
ผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยคำนวณภาษีท่ีต้องเสียจากภาษขี ายหักด้วยภาษซี อ้ื

2.2 ผู้ประกอบการท่ีไมต่ อ้ งจดทะเบยี นภาษีมูลคา่ เพิม่

- ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน
1.8 ลา้ นบาทตอ่ ปี

- ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพ่ิม
ตามกฎหมาย

- ผู้ประกอบการที่ให้บริการจากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นใน
ราชอาณาจกั ร

- ผ้ปู ระกอบการอนื่ ตามท่ีอธบิ ดีจะประกาศกำหนดเมือ่ มีเหตอุ นั สมควร
- ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรและเข้ามาประกอบกิจการขาย
สินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ
เง่อื นไขทก่ี ำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกีย่ วกบั ภาษีมลู คา่ เพ่ิม (ฉบบั ที่ 43) ลงวันท่ี 29
มกราคม พ.ศ. 2536

3. การบันทกึ บัญชีเก่ียวกบั ภาษีมลู ค่าเพ่ิม

กิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax) คือ ผู้ประกอบการที่มี
รายรับจากการขายสินค้าหรอื ให้บริการเกนิ 1.8 ลา้ นบาทตอ่ ปี ตอ้ งจดทะเบียนภาษมี ูลค่าเพิ่ม
ในอัตรา. 7% เมื่อขายสินค้าจะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อ เรียกว่า "ภาษีขาย"
(Sale Tax or Output Tax) เป็นบัญชีประเภทหนีส้ ินของกิจการเพราะจะตอ้ งนำภาษขี ายส่ง
กรมสรรพากร และเมื่อซื้อสินค้าจากผู้ขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิมจะต้องจ่าย
ภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ขาย เรียกว่า "ภาษีซื้อ" (Purchase Tax or Input Tax) เป็นบัญชี
ประเภท สินทรัพย์ของกิจการ ภาษีซื้อสามารถขอคืนจากกรมสรรพากรได้
การคำนวณภาษีมูลค่าเพ่ิมในแต่ละเดือนโดยนำภาษีขาย - ภาษีซื้อเดือนใดภาษีขายมากกว่า
ภาษีซื้อต้องชำระเพิ่มให้กรมสรรพากร หากเดือนใดภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายสามารถขอคืน
จากกรมสรรพากรได้เมื่อกิจการจดทะเบียนเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม การจัดทำบัญชียังคง
ต้องปฏิบัติตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป เช่น การใช้เกณฑ์สิทธิในการบันทึกบัญชีกรณีมี
การซื้อขายสินค้า เมื่อมีการส่งมอบสินค้าหรือการชำระราคาสินค้า รวมทั้งกรณีการเกิด
รายการอื่น ๆ ก็ใช้หลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปเช่นเดียวกัน ดังนั้น หลักการบัญชีที่รับรอง
ทว่ั ไปจึงไม่ได้เปลยี่ นแปลงไปเม่อื เข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพ่ิม แต่ต้องจัดทำเอกสารและรายงาน

4. การบันทึกบัญชีเก่ียวกบั การซ้อื สินคา้

การบนั ทึกบัญชีเกยี่ วกับการซ้ือสนิ คา้ และรายงานภาษีซ้อื มีรายการดังนี้
4.1 การซื้อสินคา้ เป็นเงินสด กิจการซอื้ สนิ ค้าจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียน

ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสดหรือเป็นเช็คธนาคาร ต้องบันทึกการจ่ายเงินสดหรือ
เงินฝากธนาคาร และบันทึกใน "บัญชีซื้อสินค้า" และ "บัญชี ภาษีซื้อ" การบันทึกบัญชี
ในสมุดรายวันทว่ั ไปจะเปน็ ดังนี้

เดบติ ซือ้ สนิ คา้ xx
ภาษีซื้อ xx
เครดิต เงินสดหรือธนาคาร
xx

4.2 การซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อ การซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียน
ภาษีมูลคา่ เพมิ่ เปน็ เงินเช่ือ ตอ้ งบันทกึ การซือ้ สนิ คา้ เป็นเงนิ เชอ่ื ใน "บญั ชเี จ้าหนี้การค้า" และบันทึก
การซื้อสินค้าใน "บัญชีซื้อสินค้า" และ "บัญชีภาษีซื้อ" การบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไปจะเป็น
ดังน้ี

เดบติ ซื้อสนิ คา้ xx
ภาษีซ้ือ xx
เครดติ เจ้าหนีก้ ารคา้
xx

4.3 การส่งคืนสินค้าที่ซื้อเป็นเงินสุด กรณีซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการ
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสดหากมีสินค้าชำรุดหรือคุณภาพ
ไมต่ รงคำสง่ั ซ้ือผู้ซ้อื จะส่งสนิ คา้ คนื ให้ผ้ขู ายและมกี ารคืนเงินให้สำหรับสินค้าส่วนท่ี
ส่งคืน โดยถือเป็นการลดยอดซื้อ จะบันทึกใน "บัญชีส่งคืนสินค้า" และลดยอด
"บัญชภี าษีซอ้ื " การบนั ทึกบญั ชใี นสมุดรายวันทั่วไปจะเป็นดังนี้

เดบิต เงินสด xx

เครดิต สง่ คืนสนิ ค้า xx
xx
ภาษซี ้ือ

4.4 การส่งคืนสินค้าที่ซื้อเป็นเงินเชื่อ กรณีซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจด
ทะเบียนภาษีมูลคา่ เพิ่มเป็นเงินเชื่อหากมีสินคา้ ชำรุดหรือคุณภาพไมต่ รงคำสั่งซื้อ ผู้ซื้อจะส่งสินคา้
คืนใหผ้ ขู้ ายลดยอดเจา้ หนี้การค้าสำหรบั สินคา้ ส่วนทส่ี ่งคนื และลดยอดซอื้ จะบันทึกใน "บญั ชสี ่งคืน
สนิ ค้า" และลดยอด "บญั ชีภาษซี ื้อ" การบันทกึ บญั ชีในสมดุ รายวันท่ัวไปจะเป็นดังน้ี

เดบติ เจ้าหนกี้ ารคา้ xx

เครดติ ส่งคืนสินคา้ xx
xx
ภาษซี ือ้

4.5 การจ่ายชำระหนี้กรณีซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อและได้รับส่วนลดเงินสด
การจา่ ยชำระหนี้สินค้าทซี่ ื้อเป็นเงินเชือ่ ภายในกำหนดเวลาทีไ่ ด้ส่วนลด หากผู้ซื้อจ่าย
ชำระหนี้ค่าสินค้าภายในระยะเวลาที่ได้ส่วนลด เรียกว่า "บัญชีส่วนลดรับ" ผู้ซื้อ
จะจ่ายชำระหนี้น้อยลงเท่ากับส่วนลดที่ได้รับ ส่วนลดถือเป็นการลดยอดซื้อสินค้า
การบันทึกบญั ชีในสมุดรายวันท่ัวไปจะเปน็ ดงั นี้

เดบติ เจา้ หนก้ี ารคา้ xx

เครดติ เงนิ สดหรือธนาคาร xx
xx
สว่ นลดรับ

5.1 การขายสินคา้ เปน็ เงนิ สด การบันทึกบัญชีในสมุดรายวนั ท่ัวไปจะเป็นดังน้ี

เดบติ เงินสด xx xx
เครดติ ขายสนิ คา้ xx
ภาษีขาย

5.2 การขายสินคา้ เป็นเงินเชอ่ื การบนั ทกึ บัญชีในสมุดรายวนั ท่วั ไปจะเปน็ ดังน้ี

เดบติ ลกู หน้ีการคา้ xx

เครดิต ขายสินคา้ xx

ภาษีขาย xx

5.3 การรบั คนื สินค้าทขี่ ายเปน็ เงนิ สด การบันทกึ บญั ชีในสมดุ รายวันทว่ั ไปจะเปน็ ดงั นี้

เดบติ รับคืนสินค้า xx
ภาษีขาย xx
เครดิต เงินสด
xx

5.4 การรับคนื สนิ ค้าทขี่ ายเป็นเงินเช่ือ การบันทึกบัญชใี นสมุดรายวันทัว่ ไปจะเป็นดงั นี้

เดบิต รบั คืนสนิ ค้า xx

ภาษีขาย xx

เครดิต ลกู หนกี้ ารค้า xx

5.5 การรับชำระหนี้จากลูกหนี้ที่ขายสินค้าเป็นเงินเชื่อและให้ส่วนลดเงินสด
การรับชำระหนี้ค่าสินค้าที่ขายเป็นเงินเชื่อและให้ส่วนลดแก่ลูกค้าที่ชำระหนี้ภายใน
กำหนดเวลาที่ให้ส่วนลด หากผู้ซื้อจ่ายชำระหนี้ค่าสินค้าภายในระยะเวลาที่ให้ส่วนลด เรียกว่า
"บัญชีส่วนลดจ่าย" ผู้ขายจะได้รับชำระหนี้น้อยลงเท่ากับส่วนลดที่ให้ส่วนลด ถือเป็นการลด
ยอดขายสนิ คา้ การบันทกึ บญั ชีในสมดุ รายวนั ทัว่ ไปจะเปน็ ดงั น้ี

เดบติ เงนิ สดหรอื ธนาคาร xx
สว่ นลดจ่าย xx
เครดิต ลูกหน้ีการค้า
xx

6. การบันทกึ บัญชีเก่ียวกบั การซอื้
สินทรพั ย์และจ่ายค่าใชจ้ า่ ยในกรณอี ืน่ ๆ

6.1 การซือ้ สนิ ทรพั ย์จากกจิ การท่ีจดทะเบยี นภาษมี ูลคา่ เพิม่
การซื้อสินทรัพย์ เช่น เครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์สำนักงาน วัสดุสำนักงาน ฯลฯ จาก

ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ซื้อจะต้องจ่ายชำระภาษีซื้อเพิ่มขึ้นอีก 7% ของราคาสินทรัพย์
เช่นเดียวกับการซอื้ สินคา้ มาเพ่อื ขาย การบันทึกบัญชีจะแสดงไดด้ ังนี้

เดบติ สนิ ทรัพย์ xx
ภาษีซอ้ื xx
เครดติ เงนิ สด
xx

6.2 การจ่ายคา่ ใชจ้ า่ ยที่ต้องเสียภาษมี ลู คา่ เพิ่ม
การจ่ายค่าใช้จ่ายบางรายการ เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ

การจ่ายค่าใชจ้ ่ายให้แก่กจิ การที่จดทะเบียนภาษมี ูลค่าเพม่ิ ตามกฎหมายนั้น ผู้ประกอบการจะต้อง
เสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ถือเป็นภาษีซื้อของกิจการค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องบันทึก
บญั ชีแสดงเป็นภาษซี อ้ื ดงั น้ี

เดบิต ค่าใช้จา่ ย xx
ภาษีซื้อ xx
เครดิต เงินสด
xx

6.3 ภาษีซือ้ ต้องห้าม
ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้า ซื้อสินทรัพย์ หรือการจ่ายค่าใช้จ่ายตามที่

กล่าวมาแล้ว กฎหมายประมวลรัษฎากรได้กำหนดเกี่ยวกับภาษีซื้อที่ต้องห้าม (Unclaimed Vat)
ไวห้ ลายรายการ

ดวงสมร อรพินท์ และคณะ (2552 : 188-189) ได้ให้ความหมายของ
ภาษีซื้อต้องห้ามไว้ว่า หมายถึง ภาที่ผู้ประกอบการไม่สามารถขอคืนเงนิ หรือนำไปเครดิตภาษีขาย
ได้ แต่สามารถนำไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางการบัญชีได้แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ
คา่ ใชจ้ า่ ยในแมบ่ ทการบัญชีดว้ ย

ภาษซี ้ือตอ้ งหา้ ม คือ ภาษซี อ้ื ตามกฎหมายภาษีมลู ค่าเพิ่มทีเ่ กดิ จากการซ้ือหรือจ่าย
ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการ แต่มีลักษณะท่ีกฎหมายห้ามไม่ให้นำไปหักกับภาษีขายเพื่อใช้ในการ
นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือเรียกว่า"ภาษีซื้อขอคืนไม่ได้" ซึ่งลักษณะของภาษีซื้อต้องห้าม
(มาตรา 82/5 แหง่ ประมวลรัษฎากร) มีดังน้ี

1) ไม่มีใบกำกับภาษีหรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้ เนื่องจากไม่ได้รับใบกำกับภาษีหรือ
ไดร้ ใู้ บกำกับภาษีทีร่ ะบุช่ือบคุ คลอื่น หรือแสดงต่อเจา้ พนักงานสรรพากรทีเ่ รยี กตรวจไม่ได้

2) ใบกำกับภาษมี ขี ้อความไมถ่ กู ตอ้ งตามที่กฎหมายกำหนด ใบกำกับภาษที ่นี ำมาหกั ได้ต้อง
เป็นใบกำกับภาษีเต็มรูป และต้องมีข้อมูลสำคัญตามที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 86/4 แห่ง
ประมวลรษั ฎากร)

3) ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ
การประกอบกิจการ เพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ แม้มีใบกำกับภาษีถูกต้อง สมบูรณ์ก็
นำไปหักจากภาษขี ายเพอื่ นำส่งภาษีมูลคา่ เพิ่มไมไ่ ด้

4) ภาษีซ้ือทเี่ กิดจากรายจ่ายเพือ่ การรับรองหรือทีม่ ลี กั ษณะทำนองเดยี วกัน ภาษีซือ้ ท่เี กดิ
ค่ารับรองหรือค่าบริการหรือค่าสิ่งของหรือประโยซน์อื่นใดที่ให้แก่บุคคลใด ๆ ไม่ว่าจะเพื่อ
ประโยชน์ตอ่ กจิ การหรือไม่เช่น ค่าท่พี กั ค่าอาหาร คา่ เครื่องด่มื คา่ มหรสพ ค่าใช้จ่ายเพื่อการกีฬา
แลค่าใช้จ่ายอนื่ ในทำนองเดียวกนั

5) ใบกำกบั ภาษอี อกโดยผู้ไมม่ สี ิทธิ ประกอบดว้ ย
(1) ผทู้ ่ไี มใ่ ช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษมี ูลค่าเพม่ิ
(2) ผปู้ ระกอบการจดทะเบียนภาษีมลู ค่าเพิม่ ทีอ่ ยนู่ อกราชอาณาจักรหรอื ตวั แทน
(3) ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ทรัพย์สินถูกขายทอดตลาดหรือ

ขายโดยวธิ ีอื่นหรอื โดยบคุ คลอน่ื
(4) ภาษีซื้อตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)

อาทิ ภาษซี ้ือจากรายการจ่ายทง้ั หมดที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ทีม่ ีทีน่ ่ังไม่เกิน 10 คน ภาษีซ้ือตาม
ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ภาษีซื้อที่เกิดจากซื้อสินทรัพย์หรือรายจ่าย สำหรับกิจการประเภทท่ี
ไมต่ อ้ งเสยี ภาษีมลู คา่ เพมิ่ ท้งั นี้ ในประกาศอธิบดกี รมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลคา่ เพม่ิ (ฉบบั ที่ 42)

7. การปดิ บัญชีภาษีซอื้ และภาษี
ขายในกรณอี ่นื ๆ

ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 7% จะต้องนำภาษีมูลค่าเพิ่มท่ี
เกิดจากรายได้และค่าใช้จ่ายมาคำนวณหาจำนวนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระเพิ่มเตมิ
หรอื ใช้สทิ ธใิ นการขอคืนภาษีทก่ี จิ การไดจ้ ่ายไปเปน็ รายเดอื นตามปปี ฏทิ ินเดือนละ 1 ครงั้
ทุก ๆ สิ้นเดือน ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องจัดทำรายงานภาษีซ้ือ
และรายงานภาษีขายที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน และจะต้องยื่นแบบแสดงรายการ
(แบบ ภ.พ.30) ส่งกรมสรรพากรเป็นรายเดือนไม่ว่าการขายสินค้าหรือบริการจะเกิดข้ึน
ในเดือนภาษีหรือไม่ เพื่อนำภาษีส่งหรือขอคืนโดยยื่นกรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของ
เดือนถัดไป การขอคืนภาษีจะขอคนื เป็นเงินสดหรือเครดิตยกจำนวนไปหักออกจากภาษี
ทตี่ ้องชำระในเดือนถดั ไปก็ได้ ในวันส้ินเดอื นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะ
บนั ทึกรายการปิดบญั ชภี าษีซ้อื และภาษขี าย แบง่ เปน็ 2 กรณี ดงั น้ี

7.1 กรณีภาษีขายมากกวา่ ภาษซี ื้อ
ในเดอื นท่ีภาษีขายมากกว่าภาษซี ้อื ผูป้ ระกอบการจดทะเบียนจะต้องชำระ

ภาษมี ูลค่าเพ่ิมแกก่ รมสรรพากร ดงั ตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี
เดือนมนี าคม 25X1 กิจการค้าขายสินค้าไปท้ังส้นิ 120,000 บาท และซอ้ื สนิ คา้ มาเพอื่
ขายจำนวน80,000 บาท การคำนวณภาษมี ูลค่าเพ่มิ จะเป็นดงั น้ี
ภาษขี าย = 120,000 x 7% = 8,400 บาท
ภาษีซ้อื = 80,000 x 7% = 5,600 บาท
ภาษมี ูลค่าเพิ่ม = ภาษขี าย - ภาษีช้อื
ดังนนั้ เดอื นมีนาคม 25X1 กจิ การต้องชำระภาษีมลู ค่าเพมิ่ ให้แกก่ รมสรรพากร
= 8,400 - 5,600 = 2,800 บาท และภายในวันท่ี 15 เมษายน 25X1 จะต้องนำเงนิ ภาษีมลู ค่าเพ่มิ
จำนวน 2,800 บาท ไปย่นื ชำระทกี่ รมสรรพากร

การบนั ทกึ รายการปิดบัญชีภาษีซอ้ื และภาษขี าย
1. โอนปิดบญั ชภี าษซี ื้อ ภาษขี ายไปบัญชีเจ้าหน้ี-กรมสรรพากร

เดบติ ภาษีขาย 8,400
เครดติ ภาษีซ้อื
5,600

2) ภายในวนั ที่ 15 ของเดือนถดั ไป จะต้องนำเงนิ ภาษมี ูลค่าเพิ่มไปชำระให้
กรมสรรพากร

เดบิต เจ้าหน้ี-กรมสรรพากร 2,800

เครดิต เงินสด 2,800

6.2 กรณีภาษซี ือ้ มากกว่าภาษขี าย
ในเดอื นท่ีภาษซี อ้ื มากกว่าภาษขี าย ผปู้ ระกอบการจดทะเบยี นสามารถขอคนื
ภาษีมลู คา่ เพม่ิ จากกรมสรรพากร ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี
เดือนพฤษภาคม 25X1 กิจการค้าขายสนิ ค้าไปท้ังสนิ้ 120,000 บาท และซอ้ื สนิ ค้ามา
เพอื่ ขายจำนวน 180,000 บาท การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจะเป็นดังน้ี
ภาษขี าย = 120,000 x 7% = 8,400 บาท
ภาษซี อ้ื = 180,000 x7% = 12,600 บาท
ภาษีมลู ค่าเพ่ิม = ภาษขี าย - ภาษีซ้อื
ดงั นั้น เตอื นพฤษภาคมกิจการมสี ทิ ธทิ จี่ ะยนื่ ขอคนื เงินภาษมี ลู คา่ เพิม่ จากกรมสรรพากร
= 8,400 - 12,600 = 4,200 บาท โดยจะสามารถไปขอคนื ภาษมี ลู ค่าเพ่มิ ภายในวนั ท่ี 15
มถิ นุ ายน 25X1

การบนั ทึกรายการปิดบญั ชีภาษีซื้อและภาษีขาย
1) การโอนปดิ บญั ชีภาษีซอื้ ภาษีขายไปบัญชลี กู หนี้ กรมสรรพากร

เดบิต ภาษีขาย 8,400
ลูกหนี้-กรมสรรพากร 4,200
เครดิต ภาษีซื้อ
12,600

2) ภายในวันท่ี 15 ของเดือนถัดไป สามารถขอคนื เงินภาษมี ูลค่าเพม่ิ
จากกรมสรรพากร

เดบติ เงินสด 4,200 4,200
เครดติ ลกู หน-้ี กรมสรรพากร

ตัวอยา่ ง
ระหวา่ งเดือนมกราคม 2561 มีรายการคา้ ของร้านขจรการค้า ดังตอ่ ไปนี้

ม.ค. 1 ชอื้ สินค้าเปน็ เงินสด 40,000 บาท ภาษมี ลู ค่าเพิ่ม 7%
5 ขายสนิ ค้าเปน็ เงนิ สด 12,000 บาท ภาษมี ลู คา่ เพ่ิม 7%
10 ช้ือเครือ่ งตกแตง่ เป็นเงนิ สดราคา 17,000 บาท ภาษมี ลู คา่ เพิม่ 7%
15 จ่าคา่ ไฟฟา้ 6,900 บาท มีภาษีมลู คา่ เพิ่มรวมอยู่ 7%
23 ชื้อรถยนต์ (เก๋ง) 1 คัน เปน็ เงินสดรวมภาษมี ูลค่าเพ่ิม 7%
เป็นเงิน 790,000 บาท
25 จ่ายเงินสดชอื้ อปุ กรณ์สำนักงาน 10,000 บาท ภาษมี ูลค่าเพม่ิ 7%
29 ขายสินค้าเปน็ เงินเชื่อใหร้ า้ นเจรญิ 50,000 บาท ภาษีมลู คา่ เพม่ิ 7%
เง่ือนไข 2/10 , n/30
30 ขายสนิ ค้าเปน็ เงินสดใหล้ กู ค้า 2,000 บาท

สมดุ รายวันทัว่ ไป หน้า 1
เครดิต
พ.ศ. 2561 รายการ เลขท่ี เดบิต
เดือน วนั ที่
บัญชี บาท สต บาท สต

ม.ค 1 ชื้อสนิ ค้า 40,000 -
ภาษีช้ือ (40,000x7%) 2,800 -
เงินสด
42,800 -

ชอ้ื สินค้าเป็นเงนิ สด

5 เงินสด 12,840 -
ขายสนิ ค้า
ภาษีขาย (12,000x7%) 12,000 -
840 -
ขายสนิ คา้ เป็นเงนิ สด

10 เคร่อื งตกแต่ง 17,000 -
ภาษีชอ้ื (17,000x7%) 1,190 -
เงินสด
ชอ้ื เครื่องตกแต่งเป็นเงินสด 18,190 -

สมดุ รายวนั ทัว่ ไป หน้า 2
เครดิต
พ.ศ. 2561 รายการ เลขท่ี เดบิต บาท สต
เดอื น วันท่ี บญั ชี บาท สต
6,900 -
ม.ค 15 คา่ ไฟฟ้า 6,449 -
451 -
ภาษีซ้ือ (6,900x7/107)

เงินสด

จ่ายคา่ ไฟฟ้าเปน็ เงินสด

23 รถยนต์ 790,000 -
เงินสด 790,000 -

ชื้อรถยนต์เป็นเงินสด (รวมภาษีมลู ค่าเพมิ่ แลว้ )

25 อปุ กรณ์สำนักงาน 10,000 -
ภาษีซื้อ (10,000x7%) 700 -
เงินสด
ช้ืออุปกรณ์สำนักงานเปน็ เงนิ สด 10,700 -

สมุดรายวนั ทวั่ ไป หนา้ 3

พ.ศ.2561 รายการ เลขที่ เดบติ เครดติ
เดือน วันที่ บัญชี บาท สต บาท สต

ม.ค 29 ลูกหนี้ - ร้านเจรญิ 53,500 - 50,000 -
ขายสนิ คา้ 3,500 -
ภาษขี าย (50,000x7%)

ขายสินค้าเป็นเงินเช่อื

30 เงนิ สด 2,140 -
ขายสินคา้
ภาษีขาย (2,000x7%) 2,000 -
140 -
ชายสินคา้ เป็นเงินสด

31 ภาษมี ูลคา่ เพม่ิ 5,141 - -
ภาษซี ื้อ (2,800+1,190+451+700) 5,141

ปิดบัญชภี าษขี าย

ภาษขี าย (840+3,500+140) 4,480 - -
ภาษมี ูลคา่ เพมิ่ 4,480

ปิดบัญชภี าษขี าย

ลกู หน้กี รมสรรพากร (5,141-4,480) 661 -
ภาษมี ูลค่าเพม่ิ
661 -
ปดิ บญั ชีภาษมี ลู คา่ เพ่ิม

คำชแี้ จง : จงเลอื กคำตอบที่ถูกตอ้ งที่สุดเพียงข้อเดยี ว

1. ข้อใดคอื ความหมายของเงอ่ื นไข 3/10,n/30

ก. ต้องชำระหนีภ้ ายใน 30 วนั หากชำระหน้ภี ายใน 10 วนั จะไดส้ ว่ นลด 3%
ข. ต้องชำระภายใน 10 วัน ต้องชำระหนภ้ี ายในสน้ิ เดือนท่ีซื้อสนิ คา้ จะให้สว่ นลด 10%
ค. เง่อื นไขการใหส้ ว่ นลดการค้า
ง. ตอ้ งชำระภายใน 10 วนั
จ. ตอ้ งชำระภายใน 30 วัน

2. ข้อใดกล่าว ไม่ถกู ต้อง
ก. การส่งคืนสินค้าต้องทำใบขอลดหนี้ขายสินค้าไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ไม่ต้องจด

ทะเบยี นภาษีมลู คา่ เพ่ิม
ข. บัญชภี าษซี ือ้ เปน็ บญั ชีประเภทสินทรพั ย์
ค. บญั ชภี าษขี ายเป็นบัญชปี ระเภทหนสี้ ิน
ง. บญั ชีภาษีมูลคา่ เพมิ่ เป็นบญั ชีประเภทสินทรัพย์
จ. ไมม่ ขี ้อใดถูก

3. กิจการซ้อื สนิ ค้าเปน็ เงนิ สด 6,000 บาท ภาษีมูลค่าเพ่มิ 7% ข้อใดบนั ทึกบญั ชีไดถ้ กู ตอ้ ง

ก. เดบติ ซอ้ื สนิ ค้า 6,000

ภาษซี อื้ 420

เครดิต เจ้าหนีก้ ารคา้ 6,420

ข. เดบิต เจา้ หนก้ี ารค้า 6,000

เครดิต ซื้อสินคา้ 6,000

ค. เดบิต เงนิ สด 6,000

เครดติ ซื้อสินคา้ 5,580

ภาษซี ้ือ 420

ง. เดบติ ซื้อสนิ ค้า 6,000

ภาษซี ้อื 420

เครดติ เงินสด 6,420

จ. เดบติ ซ้อื สินคา้ 6,420

เครดิต เงินสด 6,420

4. การชอ้ื สินคา้ เปน็ เงนิ เช่ือจะต้องบันทกึ บัญชีอย่างไร

ก. เดบติ ชือ้ สินค้า xx

ภาษชี ่ือ xx

เครดิต เจ้าหนก้ี ารค้า xx

ข. เดบติ ช้อื สนิ ค้า xx xx

ภาษีซื้อ xx xx
xx
เครดิต เงนิ สดหรอื ธนาคาร
xx
ค. เดบติ เงินสด xx xx

เครดติ ส่งคนื สินคา้ xx
xx
ภาษีชือ้

ง. เดบติ เจ้าหนี้การค้า xx

เครดิต สง่ คนื สนิ ค้า

ภาษีซื้อ

จ. เดบติ เงินสด xx

เครดิต ขายสนิ ค้า

ภาษีขาย

5.ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้เป็นอตั ราร้อยละของภาษมี ูลคา่ เพิ่ม

ก.อตั ราร้อยละ 7 รอ้ ยละ 0

ข.อัตราร้อยละ 6 ร้อยละ 0

ค.อตั รารอ้ ยละ 5 ร้อยละ 0

ง.อัตราร้อยละ 4 ร้อยละ 0

จ.อตั ราร้อยละ 3 ร้อยละ 0




Click to View FlipBook Version