The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัย - การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราห์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kan5052, 2021-09-29 07:33:07

วิจัย - การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราห์

วิจัย - การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราห์

การพฒั นาการคดิ วิเคราะห์ของเดก็ ช้ันอนุบาลปี ที่ 2 โดยใช้หนังสือนิทาน

ชอื่ เรอ่ื ง การพฒั นาการคดิ วิเคราะหข์ องเดก็ ชน้ั อนบุ าลปีที่ 2 โดยใชห้ นงั สือนิทาน
ชอื่ ผวู้ จิ ยั นางกนั ยารตั น์ วลั ลภิ ากร ตาแหน่ง ครูชานาญการ
สถานทวี่ จิ ัย โรงเรียนบารุงราษฎรว์ ทิ ยาคม
ปี การศึกษา 2554

สภาพปัญหา
ในการสอนเดก็ ชนั้ อนบุ าลปีท่ี 2 ประจาปีการศกึ ษา 2554 จานวน 17 คน ครูสงั เกตเหน็

วา่ เดก็ คิดวเิ คราะหไ์ มเ่ ป็น ทาใหไ้ มก่ ลา้ แสดงความคดิ เหน็ แกป้ ัญหาง่ายๆดว้ ยตนเองไมไ่ ดป้ ัญหาการ
วิจยั จะทาอย่างไรใหเ้ ดก็ ระดบั ชนั้ อนบุ าลปีท่ี 2 สามารถคิดวเิ คราะห์ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั วยั

เป้าหมายการวจิ ยั
เพ่ือศกึ ษาวิธีการสง่ เสริมใหเ้ ดก็ ระดบั ชนั้ อนบุ าลปีท่ี 2 สามารถคิดวิเคราะหไ์ ดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั วยั

วธิ กี ารวจิ ยั 1. กาหนดเลอื กหนงั สือนิทานสาหรบั เดก็ ปฐมวยั มา 4 เรอื่ ง คือ
เรื่องที่ 1 ความรกั ของแม่
เร่ืองท่ี 2 เพ่ือนแท้
เรื่องท่ี 3 เจา้ ป่ าพาสขุ
เรอื่ งที่ 4 เรอ่ื งของลิง

2. วธิ ีการ ดงั นี้

ขนั้ ที่ 1 วนั ท่ี 1 ครูเลา่ นิทานประกอบภาพใหเ้ ดก็ ฟังทีละหนา้ จนจบโดย
ไมบ่ อกช่ือเร่ือง

ขนั้ ที่ 2 วนั ที่ 2 ครูและเดก็ รว่ มกนั เลา่ นิทานทีละหนา้ จนจบ
ขนั้ ที่ 3 วนั ที่ 3 เดก็ ช่วยกนั เลา่ นิทานประกอบภาพทีละหนา้ จนจบ
ขน้ั ที่ 4 วนั ที่ 4 เดก็ ชว่ ยกนั ตอบคาถาม ตงั้ ชื่อเรอ่ื งอย่างหลากหลาย
และหาขอ้ คิดหรือคติเตือนใจที่ไดจ้ ากเร่ือง
ขนั้ ท่ี 5 วนั ท่ี 5 ครู เดก็ และผปู้ กครองรว่ มกนั ทากิจกรรมเสริม

3. กาหนดเวลา คอื ทากจิ กรรมทกุ วนั หลงั เสรจ็ การจดั กิจกรรมการเรียน การสอนตาม
ตารางกิจกรรมประจาวนั คือชว่ งเวลา 15.00 น.-15.30 น.

4. จดั กิจกรรมตามกาหนด

5. สงั เกตผลที่เกิดขนึ้ และบนั ทกึ ผล

6. สรุปผลการทดลอง

ช่วงเวลาทดลอง

- ทดลองในช่วงเวลา 4 สปั ดาห์ โดยใชน้ ิทาน 4 เลม่
สปั ดาหท์ ่ี 1 เร่ืองที่ 1 ความรกั ของแม่
สปั ดาหท์ ี่ 2 เรือ่ งท่ี 2 เพื่อนแท้
สปั ดาหท์ ่ี 3 เร่ืองที่ 3 เจา้ ป่ าพาสขุ
สปั ดาหท์ ี่ 4 เร่ืองที่ 4 เร่ืองของลงิ

- ช่วงวนั ท่ีทดลอง วนั ท่ี 1 กนั ยายน 2554 - วนั ที่ 29 กนั ยายน 2554

เร่ืองที่ 1 ความรกั ของแม่ ชว่ งทดลอง 1-8 กนั ยายน 2554
เร่อื งที่ 2 เพ่ือนแท้ ชว่ งทดลอง 11-15 กนั ยายน 2554
เรอื่ งท่ี 3 เจา้ ป่ าพาสขุ ชว่ งทดลอง 18-22 กนั ยายน 2554
เร่ืองท่ี 4 เร่ืองของลิง ชว่ งทดลอง 25-29 กนั ยายน 2549

การวเิ คราะหแ์ ละสรุปผลการวจิ ัย

หวั ขอ้ การคิดวิเคราะห์
1. วเิ คราะหน์ ิสยั ตวั ละคร
2. วเิ คราะหส์ ถานการณ์
3. การตง้ั ช่ือเร่ือง
4. การหาคติเตือนใจหรือขอ้ คดิ ที่ไดจ้ ากเรื่อง

จากการนาขอ้ มลู บนั ทกึ ผลการสงั เกตการทดลองมาพิจารณา
- กอ่ นการทดลองเดก็ คดิ วิเคราะหไ์ มเ่ ป็นเลย ไมก่ ลา้ แสดงความคดิ เหน็ เวลาถามเงียบ

หรอื พดู ไมต่ รงประเดน็
- สปั ดาหท์ ี่ 1 เดก็ มคี วามสนกุ สนานในการฟังและเลา่ นิทาน ผปู้ กครองใหค้ วามรว่ มมอื ใน

กิจกรรมดีมาก เดก็ สว่ นมาก( 15 คน)ยงั ไมส่ ามารถวิเคราะหเ์ รอ่ื งราวจากคาถามงา่ ยๆได้ แตก่ ม็ เี ดก็ 2 คน

คือ ด.ช. ธีรภทั ร มหาดไทย และ ด.ญ.สรุ รี ตั น์ แตงเสง็ กลา้ พดู แสดงความคดิ เหน็ ในลกั ษณะลองผดิ
ลองถกู

- สปั ดาหท์ ่ี 2 เดก็ หลายคน เริม่ มคี วามม่นั ใจมากขนึ้ กลา้ คดิ กลา้ พดู พดู เสยี งดงั ฟังชดั
จนเพื่อนๆพากนั ปรบมือให้ แตก่ ารวเิ คราะหอ์ อกมายงั ไมต่ รงประเดน็ แตก่ แ็ สดงความคดิ เห็นอย่าง
หลากหลาย

- สปั ดาหท์ ี่ 3 เดก็ เริม่ เหน็ เป็นเรอ่ื งปกติ เรียนรูอ้ ย่างสนกุ สนาน แยง่ กนั พดู แสดงความ
คดิ เหน็ อยา่ งหลาย วเิ คราะหไ์ ดต้ รงประเดน็ มากขนึ้

- สปั ดาหท์ ่ี 4 เดก็ สว่ นมากสามารถคดิ วิเคราะหไ์ ด้ กลา้ พดู พดู เสียงดงั ฟังชดั เหลอื 2 คน
ที่ยงั พดู ไมช่ ดั เจน คอื พดู เสียงเบา ตอ้ งใหพ้ ดู ซา้ คือ เดก็ ชายอคั รชยั เอ่ยี มน่มุ และเดก็ หญิงปวีณา หงษท์ อง
สว่ นอกี 1 คนท่ีเป็นเดก็ พิเศษ คอื เดก็ ชายภารตั น์ อภยั พรม ไมพ่ ดู

สรุปผลการทดลอง
เดก็ ระดบั ชน้ั อนบุ าลปีที่ 2 ปีการศกึ ษา 2554 จานวน 14 คน สามารถคิดวิเคราะหไ์ ดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั วยั มคี วามพรอ้ มท่ีจะเรียนรูใ้ นระดบั ท่ีสงู ขนึ้ ตอ่ ไป

ข้อเสนอแนะ
การสง่ เสรมิ ความสามารถในการคดิ วเิ คราะหข์ องเดก็ มหี ลายวิธี เราสามารถนามาใชไ้ ด้ ที่สาคญั

คือตอ้ งใหเ้ ดก็ เห็นเป็นเรอื่ งปกติ เป็นสว่ นหน่งึ ของกจิ กรรมการเรียน การสอน

แนวทางการพฒั นา

1. พฒั นารูปแบบการนาเสนอกจิ กรรมใหห้ ลากหลายมากย่ิงขนึ้ ใหเ้ หมาะสมกบั ความ
แตกตา่ งของเดก็ แตล่ ะคน

2. มรี ูปแบบหรอื เกณฑก์ ารวดั ผล ประเมนิ ผลที่ชดั เจน
3. การเผยแพรเ่ อกสารหรอื ผลงาน

รายงานผลการพฒั นางาน

เรอ่ื ง การพฒั นาการคิดวเิ คราะหข์ องนกั เรยี นชนั้ อนบุ าลปีที่ 2 โดยใชน้ ิทาน

ผวู้ จิ ยั นางกนั ยารตั น์ วลั ลภิ ากร

วนั ท่ี 30 เดอื น กนั ยายน พ.ศ. 2554

บันทกึ รายงานการวจิ ยั

จากการที่ผรู้ ายงานพบวา่ เดก็ ชน้ั อนบุ าลปีท่ี 2 ทกุ คนคิดวเิ คราะหไ์ มเ่ ป็น ไมส่ ามารถหาความคิด
รวบยอดจากเรอื่ งงา่ ยๆที่ฟัง ซ่งึ เป็นสาเหตหุ นง่ึ ท่ที าใหไ้ มก่ ลา้ แสดงความคิดเหน็ แกป้ ัญหาง่ายๆดว้ ย
ตนเองไมไ่ ด้ ตอ้ งคอยใหค้ รูบอกตลอด และกเ็ ป็นมาตรฐานที่ตอ้ งหาแนวทางพฒั นาใหด้ ีขนึ้ จากการ
ประเมนิ ของ สมศ.รอบแรก ดงั นนั้ ผรู้ ายงานจึงไดพ้ ฒั นาการคดิ วเิ คราะหข์ องเดก็ ชนั้ อนบุ าลปีท่ี 2 โดยใช้
นิทาน ไดผ้ ลปรากฏดงั นี้

ในชว่ งแรกๆเดก็ จะสนกุ กบั การฟังนิทานมากกวา่ อย่างอืน่ เวลาครูใหแ้ สดงความคิดเหน็ จะเงียบ
สนิท เมือ่ ครูใชค้ าถามนา จะมเี ดก็ 2 คน คือเดก็ ชายธีรภทั ร มหาดไทย และเดก็ หญิงสรุ ีรตั น์ แตงเสง็
พยามตอบแตก่ จ็ ะเป็นการถามคาตอบคา และตอบไมต่ รงประเดน็ ในชว่ งทเ่ี ป็นความรว่ มมอื ของ
ผปู้ กครอง เรอื่ งแรกเกี่ยวกบั การปฏิบตั ิตวั ตอ่ แมท่ ่ีจะทาใหแ้ มม่ คี วามสขุ ไดร้ บั ความรว่ มมอื อยา่ งดมี าก
แมใ่ หค้ าแนะนากบั ลกู อยา่ งหลากหลาย ซงึ่ เป็นจดุ หนึ่งที่ทาใหเ้ ดก็ กลา้ แสดงความคดิ อยา่ งหลากหลาย
จากที่แมข่ องตนเองบอก จากนนั้ ตอ่ มาเดก็ ก็จะกลา้ แสดงออกมากขนึ้ กลา้ พดู กลา้ แสดงความคดิ เหน็
อย่างกลากหลาย แย่งกนั พดู ไมก่ ลวั ผิดเหมอื นแตก่ อ่ น มีความคดิ รวบยอดจากเรือ่ งท่ีฟังและสามารถ
พดู แสดงความคดิ เหน็ ออกมาได้ เช่น คตเิ ตือนใจ ขอ้ ที่ควรนาไปปฏิบตั ิ การตงั้ ช่ือเร่อื งอย่างหลากหลาย
การแสดงบทบาทสมมตเิ รื่องใหมท่ ี่คลา้ ยๆกนั เป็นตน้ ผปู้ กครองใหค้ วามสนใจ บางครง้ั ก็ออกมาถาม
ครูที่โรงเรยี นเมื่อไมเ่ ขา้ ใจท่ีลกู พดู

การทดลองครง้ั นบี้ รรลเุ ป้าหมายที่ผรู้ ายงานตอ้ งการ เดก็ สามารถคดิ วเิ คราะหเ์ ร่อื งงา่ ยๆได้ มี
ความคดิ รวบยอดในการทางาน สามารถแกป้ ัญหาไดด้ ว้ ยตนเองอย่างเหมาะสมกบั วยั และเหมาะสมกบั
ความแตกตา่ งของแตล่ ะบคุ คล และมคี วามคดิ ริเรม่ิ สรา้ งสรรคต์ ามมา ทาใหก้ ารเรียนการสอนขณะนีม้ ี
ประสิทธิภาพมากขนึ้ แตผ่ รู้ ายงานจะตอ้ งพฒั นาตอ่ ไปเรอ่ื ยๆเพ่ือใหเ้ ดก็ สามารถคิดวเิ คราะหไ์ ดอ้ ย่างลกึ ซงึ้
มากขนึ้

สาหรบั เดก็ บางสว่ นมี เดก็ ชายอคั รชยั เอ่ยี มน่มุ และเดก็ หญิงปวณี า หงษท์ อง ตอ้ งสง่ เสรมิ ความ
ม่นั ใจในการพดู มากขนึ้ เป็นพิเศษ


Click to View FlipBook Version