The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการสุขนิสัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kan5052, 2022-05-24 02:45:15

โครงการสุขนิสัย

โครงการสุขนิสัย

- วัดท้ายน้า
- วดั เขาลูกชา้ ง
- ศนู ยช์ ัยพัฒนาอาเภอบางมลู นาก
- สถานีรถไฟบางมลู นาก
- บึงบรเพ็ด จงั หวัดนครสวรรค์
- วดั โพธ์ปิ ระทับชา้ ง
- อุทยานเมอื งเกา่

การประเมนิ พฒั นาการ
การประเมนิ พัฒนาการเดก็ อายุ 3 – 6 ปี เป็นการประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์

จิตใจ สังคม และสตปิ ญั ญาของเด็ก โดยถือเป็นกระบวนการต่อตนเอง และเป็น สว่ นหน่งึ ของกิจกรรมปกตทิ จ่ี ดั
ใหเ้ ด็กในแตล่ ะวัน ผลทไ่ี ด้จากการสังเกตพัฒนาการเดก็ ตอ้ งนามาจัดทาสารนทิ ศั น์หรือจดั ทาข้อมลู หลกั ฐานหรือ
เอกสารอยา่ งเป็นระบบ ด้วยการวบรวมผลงานสาหรับเดก็ เป็นรายบคุ คลที่สามารถบอกเรื่องราวหรือ
ประสบการณ์ท่ีเด็กไดร้ บั วา่ เดก็ เกดิ การเรียนร้แู ละมีความก้าวหน้าเพียงใด ทั้งน้ี ให้นาขอ้ มลู ผลการประเมิน
พฒั นาการเด็กมาพิจารณา ปรบั ปรุงวางแผล การจัดกิจกรรม และสง่ เสริมให้เด็กแต่ละคนไดร้ บั การพฒั นาตาม
จดุ หมายของหลักสตู รอย่างตอ่ เนือ่ ง การประเมนิ พัฒนาการควรยดึ หลกั ดังน้ี

๑. วางแผนการประเมินพฒั นาการอย่างเป็นระบบ

๒. ประเมินพฒั นาการเดก็ ครบทุกด้าน

๓. ประเมนิ พัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคลอย่างสม่าเสมอตอ่ เน่อื งตลอดปี

๔. ประเมนิ พัฒนาการตามสภาพจริงจากกจิ กรรมประจาวนั ดว้ ยเคร่ืองมอื และวธิ กี ารที่หลากหลาย ไม่

ควรใชแ้ บบทดสอบ

๕. สรุปผลการประเมนิ จัดทาขอ้ มูลและนาผลการประเมินไปใช้พฒั นาเด็ก

สาหรับวิธกี ารประเมนิ ทเี่ หมาะสมและควรใชก้ ับเดก็ อายุ 3 – 6 ปี ไดแ้ ก่การสงั เกต การบนั ทกึ

พฤติกรรม การสนทนากบั เด็ก การสมั ภาษณ์ การวิเคราะหข์ ้อมลู จากผลงานเดก็ ท่ีเกบ็ อยา่ งมรี ะบบ

ประเภทของการประเมนิ พฒั นาการ

47 |

การพฒั นาคณุ ภาพการเรียนรู้ของเดก็ ประกอบดว้ ย 1) วัตถปุ ระสงค์ (Obejetive)ซ่งึ ตามหลักสตู ร
การศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช....หมายถึง จดุ หมายซ่งึ เป็นมาตรฐานคณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ ตัวบ่งช้แี ละสภาพ
ท่พี ึงประสงค์ 2) การจัดประสบการณการเรียนรู้(Leanning)ซ่งึ เป็นกระบวนการได้มาของความร้หู รือทกั ษะ
ผา่ นการกระทาส่งิ ตา่ งๆทส่ี าคญั ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัยกาหนดให้หรือท่เี รียกว่า ประสบการณ์สาคัญใน
การชว่ ยอธิบายให้ครูเข้าใจถงึ ประสบการณ์ที่เดก็ ปฐมวัยตอ้ งทาเพือ่ เรียนรูส้ งิ่ ตา่ งๆรอบตัวและช่วยแนะผู้สอน
ในการสังเกต สนบั สนนุ และวางแผนการจดั กจิ กรรมใหเ้ ด็กและ 3) การประเมนิ ผล(Evaluation)เพ่อื ตรวจสอบ
พฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยท่ีคาดหวังใหเ้ ดก็ เกดิ ข้ึนบนพ้ืนฐานพัฒนาการตามวยั หรือความสามารถตาม
ธรรมชาติในแต่ละระดับอายุเรียกว่า สภาพที่พึงประสงค์ ท่ีใช้เป็นเกณฑส์ าคัญสาหรับการประเมนิ พฒั นาการ
เดก็ เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพเดก็ ทงั้ น้ปี ระเภทของการประเมินพฒั นาการ อาจแบ่ง
ได้เป็น 2 ลกั ษณะคอื

๑) แบง่ ตามวัตถปุ ระสงคข์ องการประเมิน
การแบง่ ตามวัตถุประสงค์ของการประเมนิ แบ่งได้ 2 ประเภท ดงั น้ี

1.1) การประเมนิ ความก้าวหนา้ ของเด็ก (Formative Evaluation) หรือการประเมินเพอื่ พฒั นา (Formative
Assessment) หรือการประเมินเพ่ือเรียน (Assessment for Learning) เป็นการประเมนิ ระหวา่ งการจดั ระสบการณ์
โดยเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เกีย่ วกับผลพัฒนาการและการเรียนรูข้ องเด็กในระหว่างทากิจกรรมประจาวัน/กจิ วตั ร
ประจาวนั ปกติอย่างต่อเน่ือง บนั ทกึ วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมลู แลว้ นามาใช้ในการส่งเสริมหรือปรบั ปรุง
แกไ้ ขการเรียนรขู้ องเดก็ และการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้สอนการประเมนิ พัฒนาการกบั การจดั
ประสบการณ์การเรียนรขู้ องผสู้ อนจึงเป็นเรื่องทส่ี มั พันธก์ ันหากขาดสงิ่ หน่งึ ส่ิงใดการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้
กข็ าดประสทิ ธภิ าพ เป็นการประเมินผลเพอื่ ให้รูจ้ ุดเดน่ จุดทค่ี วรสง่ เสริม ผู้สอนต้องใช้วธิ กี ารและเครื่องมือ
ประเมนิ พัฒนาการท่ีหลากหลาย เชน่ การสังเกต การสมั ภาษณ์ การรวบรวมผลงานท่แี สดงออกถงึ ความก้าวหนา้
แต่ละดา้ นของเดก็ เป็นรายบุคคล การใช้แฟ้มสะสมงาน เพ่ือให้ไดข้ ้อสรปุ ของประเด็นท่กี าหยด สง่ิ ทส่ี าคญั ทส่ี ุด
ในการประเมินความกา้ วหนา้ คอื การจดั ประสบการณใ์ ห้กบั เดก็ ในลักษณะการเชอ่ื มโยงประสบการณเ์ ดิมกับ
ประสบการณ์ใหม่ทาใหก้ ารเรียนรขู้ องเดก็ เพ่มิ พนู ปรับเปลีย่ นความคิด ความเข้าใจเดมิ ทไี่ มถ่ กู ตอ้ ง ตลอดจน
การใหเ้ ด็กสามารถพฒั นาการเรียนรู้ของตนเองได้

1.2) การประเมินผลสรุป (Summatie Evaluation) หรือ การประเมินเพือ่ ตัดสินผลพฒั นาการ (Summatie
Assessment) หรือการประเมนิ สรปุ ผลของการเรียนรู้ (Assessment of Learning) เป็นการประเมินสรปุ พฒั นาการ
เพ่ือตดั สนิ พฒั นาการของเด็กว่ามีความพร้อมตามมาตรฐานคุณลักษณะท่พี ึงประสงคข์ องหลกั สูตรการศึกษา
ปฐมวยั หรือไม่ เพอ่ื เป็นการเชือ่ มต่อของการศึกษาระดับปฐมวยั กบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1

48 |

ดงั นั้น ผสู้ อนจึงควรให้ความสาคัญกบั การประเมนิ ความก้าวหน้าของเดก็ ในระดบั หอ้ งเรียนมากกวา่ การ
ประเมนิ เพอื่ ตัดสินผลพฒั นาการของเด็กเมื่อส้ินภาคเรียนหรือสิน้ ปีการศึกษา

๒) แบ่งตามระดบั ของการประเมิน
การแบ่งตามระดบั ของการประเมิน แบง่ ไดเ้ ป็น 2 ประเภท
2.1) การประเมินพัฒนาการระดบั ช้นั เรียน เป็นการประเมนิ พฒั นาการทอ่ี ยู่ในกระบวนการจัด
ประสบการณ์การเรียนรู้ผู้สอนดาเนนิ การเพื่อพัฒนาเดก็ และตดั สนิ ผลการพัฒนาการดา้ นร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ
สงั คม และสติปญั ญา จากกจิ กรรมหลกั /หนว่ ยการเรียนรู้(Unit)ที่ผู้สอนจดั ประสบการณใ์ ห้กับเดก็ ผสู้ อน
ประเมนิ ผลพฒั นาการตามสภาพทีพ่ ึงประสงคแ์ ละตัวบ่งช้ที กี่ าหนดเป็นเป้าหมายในแต่ละแผนการจดั
ประสบการณ์ของหนว่ ยการเรียนรูด้ ว้ ยวธิ ตี ่างๆ เช่น การสังเกต การสนทนา การสมั ภาษณ์ การรวบรวมผลงานที่
แสดงออกถงึ ความกา้ วหน้า แตล่ ะด้านของเด็กเป็นรายบคุ คล การแสดงกริยาอาการตา่ งๆของเด็กตลอดเวลาทจี่ ัด
ประสบการณเ์ รียนรู้เพอ่ื ตรวจสอบและประเมนิ ว่าเดก็ บรรลตุ ามสภาพท่พี งึ ประสงคล์ ะตวั บ่งช้ี หรือมแี นวโนม้
ว่าจะบรรลุสภาพท่ีพงึ ประสงคแ์ ละตัวบ่งช้เี พยี งใด แล้วแกไ้ ขข้อบกพร่องเป็นระยะๆอยา่ งตอ่ เน่ืองทง้ั น้ี ผู้สอน
ควรสรปุ ผลการประเมนิ พัฒนาการว่า เด็กมผี ลอนั เกดิ จากการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรหู้ รือไม่และมากนอ้ ย
เพยี งใด โดยมวี ตั ถุประสงคเ์ พือ่ รวบรวมหรือสะสมผลการประเมินพัฒนาการในกจิ กรรมประจาวนั /กจิ วตั ร
ประจาวนั /หนว่ ยการเรียนรู้ หรืผลตามรูปแบบการประเมินพัฒนาการทีส่ ถานศึกษากาหนดเพ่อื นามาเป็นข้อมูล
ใชป้ รังปรงุ การจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้และเป็นข้อมลู ในการสรุปผลการประเมินพฒั นาในระดบั สถานศึกษา
ตอ่ ไปอีกดว้ ย
2.2) การประเมินพัฒนาการระดับสถานศึกษา เป็นการตรวจสอบผลการประเมินพัฒนาการของเดก็ เป็น
รายบคุ คลเป็นรายภาค/รายปี เพ่ือใหไ้ ด้ข้อมูลเกี่ยวกบั การจัดการศกึ ษาของเด็กในระดบั ปฐมวัยของสถานศกึ ษา
ว่าสง่ ผลตาการเรียนรู้ของเด็กตามเป้าหมายหรือไม่ เดก็ มีส่งิ ท่ตี ้องการไดร้ บั การพัฒนาในด้านใด รวมทงั้ สามารถ
นาผลการประเมินพฒั นาการของเดก็ ในระดับสถานศึกษาไปเป็นขอ้ มลู และสารสนเทศในการปรบั ปรงุ หลกั สูตร
สถานศึกษาปฐมวยั โครงการหรือวิธกี ารจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตลอดจนการจัดแผนพฒั นาคณุ ภาพ
การศกึ ษาปฐมวยั ของสถานศกึ ษาตามแผนการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการพัฒนาคณุ ภาพ
เดก็ ตอ่ ผู้ปกครอง นาเสนอคณะกรรมการถานศึกษาขน้ั พนื้ ฐานรบั ทราบตลอดจนเผยแพร่ต่อสาธรณชนชุมชน
หรือหนว่ ยงานต้นสังกัดหรือหนว่ ยงานต้นสงั กดั หน่วยงานทเ่ี ก่ียวขอ้ งตอ่ ไป
อน่งึ สาหรบั การประเมนิ พฒั นาการเด็กปฐมวยั ในระดบั เขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาหรือระดบั ประเทศนั้นหาก
เขตพนื้ ท่กี ารศึกษาใดมคี วามพรอ้ ม อาจมกี ารดาเนนิ งานในลักษณะของการสมุ่ กลมุ่ ตวั อยา่ งเดก็ ปฐมวัยเขา้ รับ

49 |

การประเมินก็ได้ ทงั้ น้ี การประเมนิ พฒั นาการเด็กปฐมวยั ขอใหถ้ ือปฏบิ ตั ติ ามหลักการการประเมินพัฒนาการ
ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560

บทบาทหนา้ ท่ีของผู้เกย่ี วขอ้ งในการดาเนินงานประเมนิ พฒั นาการ

การดาเนนิ งานประเมนิ พฒั นาการของสถานศึกษานัน้ ต้องเปิดโอกาสใหผ้ ูเ้ กยี่ วขอ้ งเขา้ มามสี ว่ นรว่ มใน

การประเมินพัฒนาการและรว่ มรับผดิ ชอบอย่างเหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษาแต่ละขนาด ดังน้ี

ผปู้ ฏิบัติ บทบาทหนา้ ทีใ่ นการประเมนิ พฒั นาการ

ผ้สู อน 1. ศกึ ษาหลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั และแนวการปฏิบัติการประเมินพัฒนาการตาม

หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย

2. วเิ คราะหแ์ ละวางแผนการประเมินพฒั นาการทส่ี อดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้/กิจกรรม

ประจาวัน/กจิ วัตรประจาวนั

3. จดั ประสบการณ์ตามหน่วยการเรียนรู้ ประเมนิ พัฒนาการ และบันทกึ ผลการ

ประจาวนั /กิจวัตรประจาวนั

4. รวบรวมผลการประเมนิ พฒั นาการ แปลผลและสรปุ ผลการประเมนิ เมื่อสิน้ ภาคเรียน

และส้ินปี การศึกษา

5. สรปุ ผลการประเมนิ พัฒนาการระดับช้ันเรียนลงในสมุดบนั ทึกผลการประเมนิ

พฒั นาการประจาชนั้

6. จัดทาสมดุ รายงานประจาตวั นกั เรียน

7. เสนอผลการประเมินพัฒนาการต่อผบู้ ริหารสถานศึกษาลงนามอนุมตั ิ

ผบู้ ริหารสถานศึกษา 1.กาหนดผู้รบั ผดิ ชอบงานประเมนิ พัฒนาการตามหลักสตู ร และวางแนวทางปฏิบัติการ

ประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามหลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย

2. นเิ ทศ กากบั ติดตามใหก้ ารดาเนินการประเมินพัฒนาการใหบ้ รรลุเป้าหมาย

3. นาผลการประเมินพฒั นาการไปจดั ทารายงานผลการดาเนนิ งานกาหนดนโยบายและ

วางแผนพฒั นาการจดั การศกึ ษาปฐมวยั

พอ่ แม่ ผู้ปกครอง 1. ใหค้ วามรว่ มมือกบั ผสู้ อนในการประเมินพฤตกิ รรมของเดก็ ทส่ี งั เกตไดจ้ ากทีบ่ ้านเพอ่ื

เป็นข้อมูลประกอบการแปลผลทีเ่ ทยี่ งตรงของผ้สู อน

2. รับทราบผลการประเมินของเดก็ และสะทอ้ นให้ข้อมูลย้อนกลบั ทีเ่ ป็นประโยชนใ์ นการ

สง่ เสริมและพัฒนาเด็กในปกครองของตนเอง

50 |

คณะกรรมการ 3. รว่ มกับผูส้ อนในการจดั ประสบการณ์หรือเป็นวทิ ยากรท้องถ่นิ
สถานศึกษาข้นั 1. ใหค้ วามเห็นชอบและประกาศใช้หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัยและแนวปฏบิ ัตใิ นการ
พนื้ ฐาน ประเมนิ พัฒนาการตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั
2. รับทราบผลการประเมินพัฒนาการของเดก็ เพ่ือการประกันคณุ ภาพภายใน

ผู้ปฏิบัติ บทบาทหนา้ ท่ใี นการประเมนิ พฒั นาการ
สานักงานเขตพ้นื ท่ี 1. ส่งเสริมการจดั ทาเอกสารหลักฐานว่าด้วยการประเมินพฒั นาการของเด็กปฐมวัยของ
การศึกษา สถานศึกษา
2. สง่ เสริมใหผ้ ู้สอนในสถานศึกษามคี วามรู้ ความเข้าใจในแนวปฏบิ ัตกิ ารประเมิน
พัฒนาการตามมาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงคต์ ามหลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั
ตลอดจนความเขา้ ใจในเทคนคิ วิธีการประเมินพฒั นาการในรูปแบบต่างๆโดยเน้นการ
ประเมนิ ตามสภาพจริง
3. สง่ เสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาพัฒนาเครื่องมือพัฒนาการตามมาตรฐาน
คุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั และการจัดเก็บเอกสารหลกั ฐาน
การศกึ ษาอยา่ งเป็นระบบ
4. ให้คาปรึกษา แนะนาเกยี่ วกบั การประเมินพฒั นาการและการจดั ทาเอกสารหลักฐาน
5. จัดใหม้ กี ารประเมินพฒั นาการเด็กทด่ี าเนินการโดยเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาหรือหน่วยงาน
ต้นสงั กัดและให้ความร่วมมอื ในการประเมนิ พัฒนาการระดับประเทศ

แนวปฏบิ ตั ิการประเมนิ พฒั นาการ
การประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวยั เป็นกจิ กรรมทสี่ อดแทรกอยูใ่ นการจัดประสบการณ์ทุกขั้นตอนโดย

เริ่มตง้ั แต่การประเมนิ พฤตกิ รรมของเดก็ ก่อนการจัดประสบการณ์ การประเมนิ พฤตกิ รรมเด็กขณะปฏบิ ตั กิ ิจรรม
และการประเมินพฤติกรรมเด็กเมื่อสิน้ สดุ การปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ทงั้ น้ี พฤติกรรมการเรียนรแู้ ละพัฒนาการดา้ นตา่ งๆ
ของเดก็ ท่ีไดร้ บั การประเมินนนั้ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานคณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ ตวั บ่งช้ี และสภาพทพ่ี ึง
ประสงค์ของหลักสตู รสถานศึกษาระดบั ปฐมวยั ท่ผี ้สู อนวางแผนและออกแบบไว้การประเมนิ พฒั นาการจึงเป็น
เครื่องมอื สาคญั ที่จะช่วยใหก้ ารเรียนรู้ของเดก็ บรรลตุ ามเปา้ หมายเพอื่ นาผลการประเมนิ ไปปรับปรงุ พัฒนาการ
จัดประสบการณก์ ารเรียนรู้และใช้เป็นข้อมูลสาหรับการพฒั นาเด็กตอ่ ไป สถานศึกษาควรมีกระบวนการ
ประเมนิ พัฒนาการและการจัดการอยา่ งเป็นระบบสรปุ ผลการประเมินพัฒนาการทีต่ รงตามความรู้ ความสามารถ
ทกั ษะและพฤติกรรมที่แทจ้ ริงของเดก็ สอดคลอ้ งตามหลักการประเมินพัฒนาการ รวมทง้ั สะท้อนการดาเนนิ งาน

51 |

การประกันคุณภาพภายในของสถานศกึ ษาอย่างเป็นระบบและต่อเนือ่ งแนวปฏบิ ตั กิ ารประเมนิ พฒั นาการเด็ก
ปฐมวยั ของสถานศกึ ษา มดี งั น้ี

1. หลกั การสาคญั ของการดาเนนิ การประเมินพฒั นาการตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั
พทุ ธศักราช 2560

สถานศกึ ษาทจี่ ัดการศกึ ษาปฐมวยั ควรคานึงถงึ หลกั สาคัญของการดาเนนิ งานการประเมนิ พฒั นาการตาม
หลักสตู รการศึกษาปฐมวยั สาหรบั เด็กปฐมวยั อายุ 3-6 ปี ดังน้ี

1.1 ผสู้ อนเป็นผรู้ ับผิดชอบการประเมนิ พฒั นาการเด็กปฐมวยั โดยเปิดโอกาสใหผ้ ูท้ ีเ่ กย่ี วข้องมีสว่ นรว่ ม
1.2 การประเมนิ พฒั นาการ มีจดุ มงุ่ หมายของการประเมินเพ่อื พัฒนาความกา้ วหน้าของเด็กและสรปุ ผล
การประเมนิ พัฒนาการของเดก็
1.3 การประเมินพัฒนาการต้องมคี วามสอดคล้องและครอบคลมุ มาตรฐานคณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ ตัว
บ่งช้ี สภาพที่พงึ ประสงคแ์ ตล่ ะวยั ซ่งึ กาหนดไว้ในหลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั
1.4 การประเมินพัฒนาการเป็นส่วนหน่งึ ของกระบวนการจัดประสบการณ์การเรียนร้ตู อ้ งดาเนินการ
ดว้ ยเทคนคิ วธิ ีการที่หลากหลาย เพอื่ ให้สามารถประเมนิ พฒั นาการเด็กได้อย่างรอบด้านสมดลุ ทง้ั ด้านร่างกาย
อารมณ์ จิตใจ สังคม และสตปิ ัญญา รวมทัง้ ระดับอายุของเดก็ โดยตง้ั อยูบ่ นพื้นฐานของความเทยี่ งตรง ยตุ ธิ รรม
และเช่ือถือได้
1.5 การประเมินพัฒนาการพจิ ารณาจากพัฒนาการตามวัยของเด็ก การสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้และ
การรว่ มกจิ กรรม ควบคไู่ ปในกระบวนการจัดประสบการณ์การเรียนรูต้ ามความเหมาะสมของแตล่ ะระดับอายุ
และรปู แบบการจัดการศกึ ษา และตอ้ งดาเนินการประเมนิ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง
1.6 การประเมนิ พัฒนาการตอ้ งเปิดโอกาสใหผ้ ้มู ีสว่ นเก่ียวขอ้ งทุกฝ่ายไดส้ ะท้อนและตรวจสอบผลการ
ประเมนิ พัฒนาการ
1.7 สถานศึกษาควรจดั ทาเอกสารบันทกึ ผลการประเมนิ พฒั นาการของเด็กปฐมวัยในระดับช้ันเรียนและ
ระดับสถานศกึ ษา เชน่ แบบบนั ทึกการประเมนิ พฒั นาการตามหนว่ ยการจดั ประสบการณ์ สมุดบนั ทึกผลการ
ประเมนพฒั นาการประจาช้ัน เพื่อเป็นหลักฐานการประเมินและรายงานผลพฒั นาการและสมุดรายงานประจาตวั
นกั เรียน เพ่ือเป็นการสื่อสารข้อมูลการพัฒนาการเด็กระหว่างสถานศกึ ษากบั บา้ น
2. ขอบเขตของการประเมินพัฒนาการ
หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศักราช 2560ไดก้ าหนดเป้าหมายคณุ ภาพของเด็กปฐมวัยเป็นมาตรฐาน
คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ ซ่งึ ถอื เป็นคุณภาพลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ทีต่ ้องการใหเ้ กิดข้ึนตวั เด็กเมื่อจบหลกั สูตร
การศึกษาปฐมวยั คุณลักษณะทีร่ ะบไุ ว้ในมาตรฐานคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ถือเป็นสง่ิ จาเป็นสาหรับเด็กทุกคน

52 |

ดังนัน้ สถานศึกษาและหนว่ ยงานทเี่ กีย่ วข้องมีหนา้ ทีแ่ ละความรบั ผิดชอบในการจัดการศกึ ษาเพ่อื พฒั นาเด็กใหม้ ี
คุณภาพมาตรฐานที่พึงประสงค์กาหนด ถือเป็นเคร่ืองมือสาคัญในการขับเคลอื่ นและพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
ปฐมวยั แนวคดิ ดงั กลา่ วอยู่บนฐานความเชอ่ื ทว่ี ่าเด็กทกุ คนสามารถพฒั นาอยา่ งมีคุณภาพและเทา่ เทียมได้
ขอบเขตของการประเมินพฒั นาการประกอบดว้ ย

2.1 ส่ิงทจ่ี ะประเมิน
2.2 วธิ แี ละเครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ
2.3 เกณฑ์การประเมนิ พฒั นาการ
2.1 ส่ิงท่ีจะประเมิน
การประเมนิ พฒั นาการสาหรบั เดก็ อายุ 3-6 ปี มีเป้าหมายสาคัญคือ มาตรฐานคณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์
จานวน 12 ข้อ ดงั น้ี

1. พัฒนาการดา้ นร่างกาย ประกอบดว้ ย 2 มาตรฐานคือ
มาตรฐานที่ 1 ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมสี ุขนิสยั ท่ดี ี
มาตรฐานท่ี 2 กล้ามเนือ้ ใหญแ่ ละกลา้ มเนอ้ื เล็กแขง็ แรงใช้ได้อยา่ งคลอ่ งแคล่วและประสาน

สมั พนั ธก์ ัน
2. พัฒนาการด้านอารมณ์ จติ ใจ ประกอบดว้ ย 3 มาตรฐานคือ
มาตรฐานที่ 3 มสี ุขภาพจติ ดแี ละมีความสขุ
มาตรฐานที่ 4 ช่นื ชมและแสดงออกทางศิลปะดนตรี และการเคลอ่ื นไหว
มาตรฐานที่ 5 มีคณุ ธรรม จริยธรรมและมจี ติ ใจท่ีดีงาม
3. พฒั นาการดา้ นสังคม ประกอบดว้ ย 3 มาตรฐาน คือ
มาตรฐานที่ 6 มที ักษะชวี ติ และปฏบิ ัตติ นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
มาตรฐานท่ี 7 รักธรรมชาติสง่ิ แวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย
มาตรฐานท่ี 8 อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ และปฏิบัตติ นเป็นสมาชกิ ที่ดขี องสังคมใน

ระบอบประชาธิปไตย อันมพี ระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ
4. พัฒนาการดา้ นสตปิ ัญญา ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน คอื
มาตรฐานท่ี 9 ใชภ้ าษาส่อื สารไดเ้ หมาะสมกับวัย
มาตรฐานที่ 10 มีความสามารถในการคดิ ท่ีเป็นพ้นื ฐานในการเรียนรู้
มาตรฐานที่ 11 มจี ินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์
มาตรฐานที่ 12 มีเจตคตทิ ี่ดตี อ่ การเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรูไ้ ด้

เหมาะสมกับวยั

53 |

สง่ิ ที่จะประเมนิ พฒั นาการของเด็กปฐมวยั แต่ละดา้ น มดี ังน้ี
ด้านร่างกาย ประกอบดว้ ย การประเมนิ การมนี ้าหนักและสว่ นสูงตามเกณฑ์ สุขภาพอนามัย สขุ นิสัยทด่ี ี
การร้จู กั รักษาความปลอดภัย การเคลื่อนไหวและการทรงตวั การเล่นและการออกกาลงั กาย และการใช้มอื อย่าง
คลอ่ งแคล่วประสานสัมพันธ์กนั
ด้านอารมณ์จิตใจ ประกอบดว้ ย การประเมนิ ความสามารถในการแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสม
กบั วัยและสถานการณ์ความรู้สกึ ทดี่ ีต่อตนเองและผอู้ ่ืน มคี วามรูส้ ึกเห็นอกเหน็ ใจผอู้ ่นื ความสนใจ/
ความสามารถ/และมคี วามสขุ ในการทางานศิลปะดนตรี และการเคล่อื นไหว ความรบั ผดิ ชอบในการทางาน
ความซอ่ื สตั ย์สุจริตและรู้สกึ ถูกผดิ ความเมตตากรณุ า มีน้าใจและชว่ ยเหลือแบ่งปนั ตลอดจนการประหยดั อด
ออม และพอเพียง
ดา้ นสังคม ประกอบด้วย การประเมนิ ความมีวนิ ัยในตนเอง การช่วยเหลอื ตนเองในการปฏิบัตกิ จิ วัตร
ประจาวัน การระวงั ภัยจากคนแปลกหน้า และสถานการณท์ ีเ่ สย่ี งอนั ตราย การดูแลรักษาธรรมชาตแิ ละ
สิง่ แวดล้อม การมีสัมมาคารวะและมารยาทตามวฒั นธรรมไทย รกั ษาความเป็นไทย การยอมรบั ความเหมอื นและ
ความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล การมสี มั พนั ธท์ ดี่ ีกบั ผูอ้ ่ืน การปฏบิ ตั ิตนเบือ้ งตน้ ในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมใน
ระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข
ดา้ นสตปิ ัญญา ประกอบด้วย การประเมินความสามารถในการสนทนาโตต้ อบและเลา่ เรื่องให้ผูอ้ ื่น
เขา้ ใจ ความสามารถในการอา่ นเขยี นภาพและสญั ลกั ษณ์ ความสามารถในการคดิ แก้ปัญหา คดิ เชงิ เหตผุ ล คิด
รวบยอด การเลน่ /การทางานศิลปะ/การแสดงท่าทาง/เคลอ่ื นไหวตามจินตนาการและความคิดสรา้ งสรรคข์ อง
ตนเอง การมีเจตคติที่ดีตอ่ การเรียนร้แู ละความสามารถในการแสวงหาความรู้
2.2 วธิ กี ารและเคร่อื งมอื ท่ใี ช้ในการประเมนิ พัฒนาการ
การประเมนิ พัฒนาการเด็กแตล่ ะคร้งั ควรใชว้ ธิ กี ารประเมินอย่างหลากหลายเพ่ือใหไ้ ด้ข้อมูลทสี่ มบูรณ์
ทสี่ ุด วธิ ีการทเ่ี หมาะสมและนยิ มใชใ้ นการประเมินเด็กปฐมวยั มดี ว้ ยกนั หลายวิธี ดังตอ่ ไปน้ี
1. การสังเกตและการบันทึก การสังเกตมีอยู่ 2 แบบคือ การสงั เกตอย่างมีระบบ ได้แก่ การสงั เกตอย่างม
จุดมุ่งหมายทแี่ นน่ อนตามแผนท่วี างไว้ และอกี แบบหน่งึ คือ การสงั เกตแบบไมเ่ ป็นทางการ เป็นการสงั เกตใน
ขณะที่เดก็ ทากิจกรรมประจาวนั และเกิดพฤติกรรมท่ีไม่คาดคิดวา่ จะเกิดข้ึนและผสู้ อนจดบนั ทกึ ไว้การสังเกต
เป็นวิธีการทีผ่ ้สู อนใชใ้ นการศึกษาพัฒนาการของเด็ก เมอื่ มีการสังเกตก็ต้องมกี ารบันทกึ ผู้สอนควรทราบวา่ จะ
บนั ทกึ อะไรการบันทึกพฤติกรรมมคี วามสาคญั อย่างยิง่ ทีต่ ้องทาอยา่ งสม่าเสมอ เนอ่ื งจากเด็กเจริญเติบโตและ
เปลย่ี นแปลงอย่างรวดเร็ว จงึ ตอ้ งนามาบนั ทกึ เป็นหลกั ฐานไว้อยา่ งชดั เจน การสงั เกตและการบนั ทกึ พัฒนาการ
เด็กสามารถใช้แบบงา่ ยๆคือ

54 |

1.1 แบบบนั ทึกพฤตกิ รรม ใชบ้ ันทึกเหตกุ ารณเ์ ฉพาะอยา่ งโดยบรรยายพฤติกรรมเดก็ ผู้บันทกึ ต้อง
บนั ทกึ วัน เดือน ปีเกดิ ของเด็ก และวนั เดอื น ปี ทที่ าการบนั ทกึ แต่ละคร้งั

1.2 การบนั ทกึ รายวนั เป็นการบนั ทึกเหตกุ ารณห์ รือประสบการณ์หรือประสบการณท์ ่ีเกิดข้ึนในชน้ั
เรียนทกุ วัน ถา้ หากบันทกึ ในรปู แบบของการบรรยายกม็ ักจะเนน้ เฉพาะเด็กรายทีต่ อ้ งการศึกษา ข้อดีของการ
บนั ทกึ รายวนั คือ การช้ใี ห้เห็นความสามารถเฉพาะอยา่ งของเด็ก จะชว่ ยกระตุ้นใหผ้ ู้สอนไดพ้ ิจารณาปัญหาของ
เดก็ เป็นรายบคุ คลชว่ ยใหผ้ เู้ ชียวชาญมขี ้อมลู มากข้ึนสาหรับวินจิ ฉยั เด็กว่าสมควรจะได้รบั คาปรึกษาเพ่อื ลด
ปัญหาและสง่ เสริมพฒั นาการของเด็กได้อย่างถูกต้อง นอกจากนั้นยงั ช่วยช้ใี ห้เห็นขอ้ เสยี ของการจัดกจิ กรรมและ
ประสบการณ์ไก้เป็นอย่างดี

1.3 แบบสารวจรายการ ชว่ ยใหส้ ามารถวเิ คราะหเ์ ดก็ แตล่ ะคนไดค้ ่อนขา้ งละเอียด
2. การสนทนา สามารถใชก้ ารสนทนาได้ทงั้ เป็นกล่มุ หรือรายบุคคล เพอ่ื ประเมินความสามารถในการ
แสดงความคิดเห็น และพัฒนาการดา้ นภาษาของเด็กและบันทึกผลการสนทนาลงในแบบบันทึกพฤตกิ รรมหรือ
บนั ทึกรายวนั
3. การสัมภาษณ์ ด้วยวธิ ีพดู คุยกับเด็กเป็นรายบุคคลและควรจัดในสภาวะแวดลอ้ มเหมาะสมเพื่อไมใ่ ห้
เกดิ ความเครียดและวิตกกงั วล ผู้สอนควรใช้คาถามทเี่ หมาะสมเปิดโอกาสให้เดก็ ไดค้ ิดและตอบอยา่ งอิสระจะทา
ใหผ้ ู้สอนสามารถประเมินความสามารถทางสตปิ ญั ญาของเด็กแตล่ ะคนและค้นพบศักยภาพในตัวเด็กได้โดย
บนั ทกึ ข้อมูลลงในแบบสมั ภาษณ์
การเตรียมการก่อนการสมั ภาษณ์ผสู้ อนควรปฏบิ ตั ิดงั น้ี
- กาหนดวัตถปุ ระสงคข์ องการสมั ภาษณ์
- กาหนดคาพูด/คาถามทจ่ี ะพดู กบั เด็ก ควรเป็นคาถามทเ่ี ด็กสามารถตอบโตห้ ลากหลาย ไมผ่ ิด/ถูก
การปฏบิ ตั ิขณะสัมภาษณ์
- ผ้สู อนควรสร้างความคนุ้ เคยเป็นกันเอง
- ผู้สอนควรสรา้ งสภาพแวดลอ้ มทีอ่ บอนุ่ ไม่เคร่งเครียด
- ผ้สู อนควรเปิดโอกาสเวลาให้เดก็ มีโอกาสคิดและตอบคาถามอย่างอสิ ระ
- ระยะเวลาสมั ภาษณไ์ มค่ วรเกนิ 10-20 นาที
4. การรวบรวมผลงานที่แสดงออกถงึ ความก้าวหนา้ แตล่ ะดา้ นของเดก็ เป็นรายบคุ คล โดยจดั เกบ็
รวบรวมไวใ้ นแฟม้ ผลงาน (portfolio)ซ่งึ เป็นวิธรี วบรวมและจัดระบบขอ้ มลู ตา่ งๆท่เี กี่ยวกบั ตัวเด็กโดยใช้
เครื่องมือต่างๆรวบรวมเอาไว้อย่างมีจุดมุ่งหมายท่ชี ดั เจน แสดงการเปล่ียนแปลงของพฒั นาการแต่ละด้าน
นอกจากน้ยี งั รวมเครื่องมอื อ่ืนๆ เชน่ แบบสอบถามผปู้ กครองแบบสงั เกตพฤตกิ รรม แบบบนั ทกึ สขุ ภาพอนามัย
ฯลฯ เอาไวใ้ นแฟม้ ผลงาน เพอ่ื ผูส้ อนจะไดข้ ้อมลู เก่ยี วกบั ตัวเด็กอย่างชัดเจนและถกู ต้อง การเกบ็ ผลงานของเดก็

55 |

จะไม่ถือว่าเป็นการประเมนิ ผลถ้างานแตล่ ะช้นิ ถกู รวบรวมไว้โดยไมไ่ ดร้ บั การประเมนิ จากผ้สู อนและไม่มกี าร
นาผลมาปรับปรงุ พฒั นาเดก็ หรือปรับปรุงการสอนของผสู้ อน ดังน้นั จงึ เป็นแต่การสะสมผลงานเท่านน้ั เช่นแฟ้ม
ผลงานขีดเขยี น งานศลิ ปะ จะเป็นเพียงแค่แฟ้มผลงานทีไ่ มม่ กี ารประเมิน แฟ้มผลงานน้จี ะเป็นเคร่ืองมือการ
ประเมินต่อเนอ่ื งเมอื่ งานทสี่ ะสมแตล่ ะชิน้ ถกู ใช้ในการบง่ บอกความกา้ วหน้า ความตอ้ งการของเดก็ และเป็นการ
เกบ็ สะสมอย่างต่อเน่อื งท่ีสรา้ งสรรค์โดยผูส้ อนและเด็ก

ผู้สอนสามารถใช้แฟ้มผลงานอย่างมคี ณุ ค่าสื่อสารกับผ้ปู กครองเพราะการเกบ็ ผลงานเดก็ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
และสมา่ เสมอในแฟม้ ผลงานเป็นขอ้ มูลให้ผ้ปู กครองสามารถเปรียบเทียบความกา้ วหน้าที่ลูกของตนมเี พมิ่ ข้ึน
จากผลงานชิ้นแรกกับชิ้นตอ่ ๆมาขอ้ มลู ในแฟ้มผลงานประกอบด้วย ตัวอย่างผลงานการเขียดเขยี น การอา่ นและ
ขอ้ มูลบางประการของเดก็ ที่ผสู้ อนเป็นผู้บนั ทกึ เช่นจานวนเล่มของหนังสอื ทเ่ี ดก็ อ่าน ความถี่ของการเลอื กอา่ นท่ี
มุมหนงั สือในช่วงเวลาเลอื กเสรี การเปลย่ี นแปลงอารมณ์ทัศนคติ เป็นต้น ขอ้ มลู เหล่าน้จี ะสะทอ้ นภาพของความ
งอกงามในเด็กแต่ละคนได้ชัดเจนกว่าการประเมินโดยการให้เกรด ผ้สู อนจะตอ้ งช้แี จงใหผ้ ปู้ กครองทราบถงึ ที่มา
ของการเลอื กช้นิ งานแต่ละชิน้ งานที่สะสมในแฟ้มผลงาน เช่น เป็นชิ้นงานทด่ี ีที่สดุ ในชว่ งระยะเวลาทีเ่ ลือก
ชิ้นงานนั้น เป็นชน้ิ งานท่แี สดงความตอ่ เนือ่ งของงานโครงการ ฯลฯ ผ้สู อนควรเชญิ ผู้ปกครองมามีส่วนรว่ มใน
การคดั สรรชน้ิ งานทีบ่ รรจุลงในแฟม้ ผลงานของเดก็
5. การประเมินการเจรญิ เติบโตของเด็ก ตวั ช้ีของการเจริญเติบโตในเด็กทใ่ี ชท้ ัว่ ๆไป ได้แก่น้าหนัก ส่วนสงู เสน้
รอบศรี ษะ ฟัน และการเจริญเตบิ โตของกระดูก แนวทางประเมินการเจริญเติบโต มีดังน้ี

5.1 การประเมนิ การเจริญเติบโต โดยการช่ังน้าหนกั และวัดส่วนสูงเด็กแล้วนาไปเปรียบเทียบกบั เกณฑ์
ปกติในกราฟแสดงน้าหนกั ตามเกณฑอ์ ายุกระทรวงสาธารณสุข ซ่ึงใชส้ าหรับตดิ ตามการเจริญเติบโตโดยรวม
วิธกี ารใชก้ ราฟมีข้ันตอน ดงั น้ี

เม่อื ชง่ั น้าหนกั เด็กแลว้ นาน้าหนักมาจดุ เคร่ืองหมายกากบาทลงบนกราฟ และอา่ นการเจริญเตบิ โตของ
เดก็ โดยดูเครื่องหมายกากบาทวา่ อยใู่ นแถบสใี ดอ่านข้อความบนแถบสนี ้ัน ซ่งึ แบง่ ภาวะโภชนาการเป็น 3 กลมุ่
คือ น้าหนกั ทีอ่ ยู่ในเกณฑ์ปกติ น้าหนกั มากเกนเกณฑ์ น้าหนักนอ้ ยกว่าเกณฑ์ ขอ้ ควรระวงั สาหรบั ผ้ปู กครองและ
ผู้สอนคือ ควรดแู ลน้าหนกั เดก็ อย่างใหแ้ บ่งเบนออกจากเสน้ ประเมินมเิ ช่นนัน้ เด็กมโี อกาสน้าหนักมากเกนิ เกณฑ์
หรือน้าหนักน้อยกวา่ เกณฑ์ได้

ข้อควรคานงึ ในการประเมินการเจริญเตบิ โตของเด็ก
-เดก็ แต่ละคนมคี วามแตกต่างกันในดา้ นการเจริญเตบิ โต บางคนรปู ร่างอ้วน บางคนชว่ งคร่ึง

หลังของขวบปีแรก น้าหนักเด็กจะข้ึนช้า เนอ่ื งจากห่วงเลน่ มากข้นึ และความอยากอาหารลดลง
ร่างใหญ่ บางคนรา่ งเล็ก

56 |

-ภาวะโภชนาการเป็นตัวสาคัญท่ีเก่ียวข้องกบั ขนาดของรูปร่าง แต่ไมใ่ ชส่ าเหตุเดียว
-กรรมพันธุ์ เด็กอาจมรี ูปร่างเหมือนพ่อแมค่ นใดคนหน่งึ ถา้ พอ่ หรือแม่เต้ยี ลูกอาจเต้ยี และพวก
น้อี าจมนี ้าหนักตา่ กวา่ เกณฑเ์ ฉลี่ยได้และมักจะเป็นเด็กท่ีทานอาหารไดน้ อ้ ย
5.2 การตรวจสขุ ภาพอนามัย เป็นตวั ช้วี ดั คณุ ภาพของเด็ก โดยพจิ ารณาความสะอาดส่งิ ปกตขิ อรา่ งกายท่ี
จะส่งผลต่อการดาเนนิ ชีวติ และการเจริญเตบิ โตของเดก็ ซ่งึ จะประเมินสขุ ภาพอนามยั 9 รายการคือ ผมและศีรษะ
หูและใบหู มือและเลบ็ มอื เทา้ และเลบ็ เทา้ ปาก ลน้ิ และฟัน จมูก ตา ผวิ หนังและใบหน้า และเส้อื ผา้

2.3 เกณฑ์การประเมนิ พฒั นาการ
การสรา้ งเกณฑห์ รือพฒั นาเกณฑ์หรือกาหนดเกณฑ์การประเมนิ พัฒนาการของเด็กปฐมวัย ผสู้ อนควร

ใหค้ วามสนใจในสว่ นท่ีเก่ยี วข้อ ดังน้ี
1. การวางแผนการสังเกตพฤติกรรมของเดก็ อยา่ งเป็นระบบ เช่น จะสงั เกตเดก็ คนใดบา้ งในแตล่ ะวนั

กาหนดพฤตกิ รรมทีส่ ังเกตให้ชัดเจน จัดทาตารางกาหนดการสังเกตเดก็ เป็นรายบคุ คล รายกลมุ่ ผู้สอนต้อง
เลือกสรรพฤติกรรมท่ตี รงกบั ระดับพฒั นาการของเด็กคนน้นั จริงๆ

2. ในกรณีที่ห้องเรียนมนี กั เรียนจานวนมาก ผสู้ อนอาจเลือกสังเกตเฉพาะเดก็ ที่ทาไดด้ แี ล้วและเดก็ ท่ียงั
ทาไมไ่ ด้ สว่ นเดก็ ปานกลางใหถ้ ือว่าทาไดไ้ ปตามกจิ กรรม

3. ผสู้ อนตอ้ งสังเกตจากพฤติกรรม คาพูด การปฏบิ ัติตามขั้นตอนในระหวา่ งทางาน/กจิ กรรม และ
คณุ ภาพของผลงาน/ชิน้ งาน ร่องรอยท่ีนามาใชพ้ จิ ารณาตดั สนิ ผลของการทางานหรือการปฏบิ ัติตวั อยา่ งเชน่

1) เวลาท่ใี ชใ้ นการทากิจกรรม/ทางาน ถ้าเดก็ ไม่ชอบ ไมช่ านาญจะใชเ้ วลามาก มที า่ ทางอิดออด
ไม่กล้า ไม่เต็มใจทางาน

2) ความตอ่ เนื่อง ถ้าเดก็ ยงั มีการหยุดชะงกั ลังเล ทางานไมต่ อ่ เน่ือง แสดงวา่ เดก็ ยังไมช่ านาญ
หรือยงั ไม่พร้อม

3) ความสัมพันธ์ ถ้าการทางาน/ปฏิบัตนิ ั้นๆมีความสัมพนั ธต์ ่อเน่ือง ไม่ราบร่ืน ทา่ ทางมือและ
เทา้ ไม่สัมพันธก์ นั แสดงวา่ เดก็ ยงั ไม่ชานาญหรือยงั ไมพ่ ร้อม ทา่ ท่แี สดงออกจึงไม่สงา่ งาม

4) ความภมู ใิ จ ถ้าเด็กยงั ไมช่ ื่นชม ก็จะทางานเพียงใหแ้ ลว้ เสรจ็ อย่างรวดเร็ว ไม่มีความภูมิใจใน
การทางาน ผลงานจึงไมป่ ระณีต

2.3.1 ระดับคุณภาพผลการประเมนิ พฒั นาการเดก็
การให้ระดบั คณุ ภาพผลการประเมินพัฒนาการของเด็กทั้งในระดบั ชัน้ เรียนและระดบั สถานศกึ ษาควร
กาหนดในทศิ ทางหรือรปู แบบเดยี วกนั สถานศึกษาสามารถใหร้ ะดับคุณภาพผลการประเมินพัฒนาการของเด็กที่
สะท้อนมาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ ตัวบ่งช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์ หรือพฤติกรรมทีจ่ ะประเมนิ

57 |

เป็นระบบตัวเลข เช่น 1 หรือ 2 หรอื 3 หรือเป็นระบบท่ีใช้คาสาคญั เช่น ดี พอดี หรือ ควรส่งเสริม ตามที่
สถานศกึ ษากาหนดตัวอยา่ งเชน่

ระบบตัวเลข ระบบทีใ่ ชค้ าสาคัญ

3 ดี

2 พอใช้

1 ควรสง่ เสริม

สถานศกึ ษาอาจกาหนดระดับคณุ ภาพของการแสดงออกในพฤติกรรมเป็น 3 ระดับ ดงั น้ี

ระดับคุณภาพ ระบบท่ใี ชค้ าสาคัญ

1 หรือ ควรส่งเสริม เด็กมีความลังเล ไมแ่ น่ใจ ไม่ยอมปฏิบัตกิ จิ กรรม ทัง้ น้ี เนอื่ งจากเด็กยงั ไมพ่ ร้อม ยงั

ม่ันใจ และกลวั ไม่ปลอดภัย ผูส้ อนต้องยวั่ ยหุ รือแสดงให้เหน็ เป็นตัวอยา่ งหรือตอ้ ง

คอยอยู่ใกล้ๆ ค่อยๆให้เดก็ ทาทีละข้ันตอน พรอ้ มตอ้ งใหก้ าลงั ใจ

2 หรือ พอใช้ เดก็ แสดงไดเ้ อง แตย่ งั ไม่คลอ่ ง เด็กกล้าทามากข้นึ ผู้สอนกระตุ้นน้อยลง ผู้สอน

ต้องคอยแก้ไขในบางคร้งั หรือคอยใหก้ าลงั ใจใหเ้ ดก็ ฝึกปฏบิ ัตมิ ากข้ึน

3 หรือ ดี เดก็ แสดงไดอ้ ย่างชานาญ คล่องแคลว่ และภมู ใิ จ เดก็ จะแสดงได้เองโดยไม่ต้อง

กระต้นุ มคี วามสมั พนั ธท์ ่ดี ี

ตวั อย่างคาอธิบายคุณภาพ

พฒั นาการดา้ นรา่ งกาย : สขุ ภาพอนามยั พัฒนาการดา้ นร่างกาย : กระโดดเท้าเดยี ว

ระดับคณุ ภาพ คาอธบิ ายคุณภาพ ระดบั คณุ ภาพ คาอธิบายคุณภาพ

1หรือ ควรสง่ เสริม ส่งเสริมความสะอาด 1หรือ ควรสง่ เสริม ทาได้แตไ่ ม่ถกู ตอ้ ง

2 หรือ พอใช้ สะอาดพอใช้ 2 หรือ พอใช้ ทาได้ถกู ต้อง แตไ่ ม่คลอ่ งแคลว่

3 หรือ ดี สะอาด 3 หรือ ดี ทาได้ถูกตอ้ ง และคลอ่ งแคล่ว

พฒั นาการด้านอารมณ์ : ประหยดั

ระดบั คณุ ภาพ คาอธิบายคุณภาพ

1หรือ ควรสง่ เสริม ใช้ส่ิงของเคร่ืองใชเ้ กินความจาเป็น

2 หรือ พอใช้ ใช้สิง่ ของเครื่องใชอ้ ย่างประหยดั เป็นบางคร้งั

3 หรือ ดี ใช้ส่งิ ของเครื่องใช้อยา่ งประหยดั ตามความจาเป็นทุกคร้งั

58 |

พฒั นาการดา้ นสงั คม : ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง

ระดบั คุณภาพ คาอธิบายคุณภาพ

1หรือ ควรส่งเสริม ไม่ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลง

2 หรือ พอใช้ ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง โดยมีผชู้ ้นี าหรือกระตุน้

3 หรือ ดี ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงได้ด้วยตนเอง

พฒั นาการด้านสติปญั ญา : เขียนช่อื ตนเองตามแบบ

ระดับคณุ ภาพ คาอธิบายคุณภาพ

1หรือ ควรสง่ เสริม เขยี นชื่อตนเองไมไ่ ด้ หรือเขียนเป็นสัญลักษณท์ ่ไี มเ่ ป็นตวั อักษร

2 หรือ พอใช้ เขียนชอื่ ตนเองได้ มอี กั ษรบางตวั กลับหัว กลับดา้ นหรือสลับที่

3 หรือ ดี เขียนช่อื เองได้ ตวั อกั ษรไม่กลับหัว ไม่กลับดา้ นไมส่ ลบั ที่

2.3.2 การสรปุ ผลการประเมนิ พฒั นาการเด็ก
หลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช... กาหนดเวลาเรียนสาหรับเดก็ ปฐมวยั ต่อปีการศกึ ษาไม่นอ้ ย
กวา่ 180 วนั สถานศกึ ษาจงึ ควรบริหารจดั การเวลาทีไ่ ด้รับน้ใี ห้เกิดประโยชน์สูงสุดตอ่ การพัฒนาเด็กอยา่ งรอบ
ด้านและสมดุล ผู้สอนควรมีเวลาในการพฒั นาเดก็ และเตมิ เตม็ ศักยภาพของแดก็ เพื่อให้การจัดประสบการณ์การ
เรียนรู้มปี ระสิทธิภาพ ผสู้ อนตอ้ งตรวจสอบพฤตกิ รรมทีแ่ สดงพัฒนาการของเด็กตอ่ เนือ่ งมกี ารประเมนิ ซ้า
พฤติกรรมนั้นๆอย่างน้อย 1 คร้งั ต่อภาคเรียน เพอ่ื ยืนยนั ความเชอ่ื มั่นของผลการประเมนิ พฤตกิ รรมน้ันๆ และนา
ผลไปเป็นขอ้ มลู ในการสรปุ การประเมินสภาพที่พงึ ประสงค์ของเดก็ ในแต่ละสภาพทพ่ี ึงประสงค์ นาไปสรุปการ
ประเมนิ ตัวบ่งช้แี ละมาตรฐานคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ตามลาดบั
อน่งึ การสรุประดบั คุณภาพของการประเมนิ พัฒนาการเด็ก วิธีการทางสถิติที่เหมาะสมและสะดวกไม่
ยงุ่ ยากสาหรับผ้สู อนคือการใช้ฐานนิยม (Mode) ในบางคร้งั พฤตกิ รรม หรือสภาพทีพ่ ึงประสงค์หรือตัวบง่ ช้นี ิยม
มากวา่ 1 ฐานนยิ ม ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศกึ ษา กล่าวคอื เม่อื มรี ะดับคณุ ภาพซ้ามากกวา่ 1 ระดับ
สถานศกึ ษาอาจตดั สนิ สรปุ ผลการประเมนิ พฒั นาการบนพน้ื ฐานหลกั พฒั นาการและการเตรียมความพร้อม หาก
เป็นภาคเรียนท่ี 1 สถานศึกษาควรเลือกตดั สนิ ใจใช้ฐานนิยมทมี่ ีระดับคุณภาพต่ากว่าเพอ่ื ใชเ้ ป็นขอ้ มลู ในการ
พฒั นาเด็กใหพ้ รอ้ มมากข้นึ หากเป็นภาคเรียนที่ 2 สถานศึกษาควรเลือกตัดสนิ ใจใชฐ้ านนยิ มที่มีระดับคณุ ภาพสงู
กวา่ เพ่อื ตัดสินและการสง่ ตอ่ เดก็ ในระดบั ช้ันทส่ี งู ข้นึ
2.3.3 การเล่อื นช้นั อนบุ าลและเกณฑ์การจบการศึกษาระดบั ปฐมวัย
เม่ือสน้ิ ปีการศกึ ษา เดก็ จะได้รบั การเลื่อนช้นั โดยเดก็ ตอ้ งได้รบั การประเมินมาตรฐานคณุ ลักษณะท่พี งึ
ประสงค์ทง้ั 12 ขอ้ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย เพ่อื เป็นขอ้ มลู ในการส่งต่อยอดการพฒั นาให้กบั เด็กใน

59 |

ระดับสูงข้นึ ตอ่ ไป และเนอ่ื งจากการศึกษาระดับอนุบาลเป็นการจัดการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานที่ไมน่ บั เป็นการศึกษา
ภาคบงั คบั จงึ ไม่มกี ารกาหนดเกณฑก์ ารจบช้ันอนบุ าล การเทียบโนการเรียน และเกณฑ์การเรียนซ้าชั้น และหาก
เด็กมีแนวโนม้ วา่ จะมีปัญหาต่อการเรียนรใู้ นระดับที่สงู ข้นึ สถานศกึ ษาอาจตง้ั คณะกรรมการเพอื่ พจิ ารณาปัญหา
และประสานกบั หน่วยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ งในการใหค้ วามช่วยเหลอื เชน่ เจ้าหน้าทส่ี าธารณสขุ ส่งเสริมตาบล
นักจติ วิทยา ฯลฯ เขา้ รว่ มดาเนนิ งานแกป้ ญั หาได้

อยา่ งไรก็ตาม ทกั ษะทน่ี าไปสคู่ วามพรอ้ มในการเรียนรทู้ ่ีสามารถใชเ้ ป็นรอยเช่ือมต่อระหว่างช้ันอนุบาล
กบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 ทค่ี วรพิจารณามีทกั ษะดงั น้ี

1. ทักษะการช่วยเหลอื ตนเอง ไดแ้ ก่ ใช้ห้องน้า ห้องส้วมไดด้ ว้ ยตนเอง แตง่ กายได้เอง เก็บของเข้าที่เม่อื
เล่นเสร็จและชว่ ยทาความสะอาด รจู้ ักรอ้ งขอใหช้ ่วยเม่ือจาเป็น

2. ทักษะการใชก้ ลา้ มเน้อื ใหญ่ ได้แก่ วง่ิ ไดอ้ ย่างราบร่ืน วิ่งก้าวกระโดดได้ กระด้วยสองขาพน้ จากพ้นื
ถอื จับ ขวา้ ง กระดอนลูกบอลได้

3. ทกั ษะการใช้กลา้ มเนื้อเลก็ ไดแ้ ก่ใช้มือหยิบจับอุปกรณ์วาดภาพและเขียน วาดภาพคนมีแขน ขา และ
สว่ นตา่ งๆของรา่ งกาย ตัดตามรอยเส้นและรปู ต่างๆ เขียนตามแบบอย่างได้

4. ทักษะภาษาการรู้หนงั สือ ไดแ้ ก่พดู ให้ผู้อื่นเขา้ ใจได้ ฟงั และปฏิบตั ิตามคาช้แี จงงง่ายๆ ฟงั เรื่องราว
และคาคล้องจองตา่ งๆอยา่ งสนใจเข้ารว่ มฟงั สนทนาอภิปรายในเรื่องต่างๆ รู้จักผลดั กันพดู โตต้ อบ เล่าเรื่องและ
ทบทวนเรื่องราวหรือประสบการณต์ า่ งๆ ตามลาดบั เหตุการณเ์ ล่าเร่ืองจากหนงั สือภาพอย่างเป็นเหตุเป็นผล อา่ น
หรือจดจาคาบางคาท่ีมคี วามหมายต่อตนเอง เขียนช่ือตนเองได้ เขยี นคาท่มี คี วามหมายต่อตนเอง

5. ทักษะการคิด ได้แก่แลกเปลี่ยนความคิดและใหเ้ หตผุ ลได้ จดจาภาพและวัสดทุ ี่เหมือนและต่างกนั ได้
ใช้คาใหมๆ่ ในการแสดงความคิด ความรสู้ ึก ถามและตอบคาถามเกีย่ วกับเรื่องทีฟ่ ังเปรียบเทียบจานวนของวตั ถุ 2
กล่มุ โดยใช้คา “มากกว่า” “น้อยกว่า” “เท่ากนั ” อธบิ ายเหตกุ ารณ์/เวลา ตามลาดบั อยา่ งถูกตอ้ ง รจู้ กั เช่ือมโยงเวลา
กับกจิ วตั รประจาวัน

6. ทักษะทางสงั คมและอารมณ์ ได้แก่ ปรับตวั ตามสภาพการณ์ใชค้ าพูดเพอ่ื แก้ไขข้อขดั แย้งนั่งไดน้ าน
5-10 นาที เพอ่ื ฟังเร่ืองราวหรือทากจิ กรรม ทางานจนสาเรจ็ รว่ มมือกับคนอ่นื และร้จู กั ผลัดกนั เลน่ ควบคุม
อารมณ์ตนเองได้เม่ือกงั วลหรือต่นื เต้น หยดุ เลน่ และทาในสิ่งทผ่ี ู้ใหญต่ อ้ งการให้ทาได้ ภูมิใจในความสาเร็จของ
ตนเอง

60 |

3. การายงานผลการประเมินพัฒนาการ
การรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการเป็นการส่ือสารใหพ้ ่อแม่ผู้ปกครองได้รบั ทราบความก้าวหน้าใน

การเรียนรู้ของเด็ก ซ่งึ สถานศกึ ษาต้องสรุปผลการประเมนิ พฒั นาการ และจดั ทาเอกสารรายงานให้ผปู้ กครอง
ทราบเป็นระยะๆ หรืออยา่ งนอ้ ยภาคเรียนละ 1 คร้งั

การรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการสามารถรายงานเป็นระดบั คณุ ภาพท่ีแตกต่างไปตามพฤติกรรมท่ี
แสดงออกถงึ พัฒนาการแตล่ ะดา้ นทีส่ ะท้อนมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคท์ ั้ง 12 ขอ้ ตามหลกั สูตร
การศกึ ษาปฐมวัย

3.1 จดุ มุ่งหมายการรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการ
1) เพือ่ ใหผ้ ูเ้ กี่ยวข้อง พ่อ แม่ และผู้ปกครองใช้เป็นขอ้ มลู ในการปรบั ปรุงแก้ไข ส่งเสริม และ

พฒั นาการเรียนรูข้ องเดก็
2) เพอ่ื ให้ผสู้ อนใช้เป็นขอ้ มลู ในการวางแผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
3) เพอื่ เป็นขอ้ มลู สาหรับสถานศกึ ษา เขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษา และหน่วยงานตน้ สงั กดั ใชป้ ระกอบ

ในการกาหนดนโยบายวางแผนในการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
3.2 ขอ้ มลู ในการรายงานผลการประเมนิ พฒั นาการ

3.2.1 ข้อมลู ระดับช้นั เรียน ประกอบด้วย เวลาเรียนแบบบันทกึ การประเมนิ พัฒนาการตาม
หนว่ ยการจดั ประสบการณ์ สมุดบันทึกผลการประเมินพัฒนาการประจาช้ัน และสมุดรายงานประจาตัวนักเรียน
และสารนิทัศนท์ ่สี ะท้อนการเรียนร้ขู องเด็ก เป็นขอ้ มูลสาหรับรายงานให้ผ้มู สี ว่ นเกีย่ วขอ้ ง ได้แก่ผู้บริหาร
สถานศกึ ษา ผูส้ อน และผ้ปู กครอง ไดร้ ับทราบความกา้ วหนา้ ความสาเร็จในการเรียนร้ขู องเด็กเพอื่ นาไปในการ
วางแผนกาหนดเป้าหมายและวิธกี ารในการพฒั นาเดก็

3.2.2 ขอ้ มลู ระดบั สถานศึกษา ประกอบด้วย ผลการประเมนิ มาตรฐานคณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
ทัง้ 12 ข้อตามหลักสตู ร เพอื่ ใชเ้ ป็นขอ้ มูลและสารสนเทศในการพฒั นาการจัดประสบการณก์ ารเรียนการสอน
และคณุ ภาพของเดก็ ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานคุณลักษณะทพี่ งึ ประสงคแ์ ละแจง้ ให้ผปู้ กครอง และผูเ้ กี่ยวขอ้ ง
ไดร้ ับทราบข้อมูล โดยผ้มู ีหน้าทีร่ ับผดิ ชอบแตล่ ะฝ่ายนาไปปรบั ปรงุ แก้ไขและพัฒนาเดก็ ให้เกิดพฒั นาการอย่าง
ถกู ต้อง เหมาะสม รวมท้งั นาไปจัดทาเอกสารหลกั ฐานแสดงพฒั นาการของผู้เรียน

3.2.3 ข้อมลู ระดบั เขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา ไดแ้ ก่ ผลการประเมนิ มาตรฐานคณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์
ท้ัง 12 ข้อ ตามหลกั สูตรเป็นรายสถานศึกษา เพ่อื เป็นขอ้ มลู ท่ีศึกษานิเทศก์/ผ้เู กย่ี วข้องใชว้ างแผนและดาเนินการ

61 |

พัฒนาคณุ ภาพการศึกษาปฐมวยั ของสถานศกึ ษาในเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษา เพือ่ ให้เกิดการยกระดับคณุ ภาพเดก็ และ

มาตรฐานการศึกษา

3.3 ลกั ษณะข้อมลู สาหรบั การรายงานผลการประเมินพฒั นาการ

การรายงานผลการประเมินพัฒนาการ สถานศกึ ษาสามารถเลือกลักษณะขอ้ มลู สาหรบั การรายงานได้

หลายรปู แบบให้เหมาะสมกับวธิ กี ารรายงานและสอดคล้องกบั การให้ระดบั ผลการประเมนิ พัฒนาการโดย

คานึงถงึ ประสทิ ธภิ าพของการรายงานและการนาขอ้ มลู ไปใช้ประโยชนข์ องผ้รู ายงานแต่ละฝ่ายลักษณะขอ้ มลู มี

รปู แบบ ดังน้ี

3.3.1 รายงานเป็นตวั เลข หรือคาท่ีเป็นตัวแทนระดับคุณภาพพัฒนาการของเดก็ ทีเ่ กิดจากการ

ประมวลผล สรปุ ตดั สนิ ขอ้ มูลผลการประเมนิ พฒั นาการของเดก็ ไดแ้ ก่

- ระดับผลการประเมินพฒั นาการมี 3 ระดบั คอื 3 2 1

- ผลการประเมนิ คุณภาพ “ดี” “พอใช้” และ “ควรส่งเสริม”

3.3.2 รายงานโดยใชส้ ถติ ิเป็นรายงานจากข้อมลู ที่เป็นตวั เลข หรือข้อความใหเ้ ป็นภาพแผนภมู ิ

หรือเสน้ พฒั นาการ ซ่งึ จะแสดงใหเ้ ห็นพัฒนาการความก้าวหนา้ ของเด็กวา่ ดีข้ึน หรือควรไดร้ ับการพัฒนาอยา่ งไร

เมอื่ เวลาเปลี่ยนแปลงไป

3.3.3 รายงานเป็นขอ้ ความ เป็นการบรรยายพฤตกิ รรมหรือคณุ ภาพท่ีผสู้ อนสังเกตพบ เพือ่

รายงานใหท้ ราบว่าผเู้ ก่ยี วข้อง พอ่ แม่ และผปู้ กครองทราบว่าเด็กมคี วามสามารถ มพี ฤตกิ รรมตามคุณลกั ษณะที่

พงึ ประสงคต์ ามหลกั สูตรอยา่ งไร เชน่

- เดก็ รับลกู บอลทกี่ ระดอนจากพื้นดว้ ยมือทง้ั 2 ขา้ งได้โดยไมใ่ ชล้ าตวั ช่วยและลูกบอลไม่ตกพ้ืน

- เดก็ แสดงสีหน้า ท่าทางสนใจ และมคี วามสุขขณะทางานทกุ ชว่ งกจิ กรรม

- เด็กเลน่ และทางานคนเดียวเป็นสว่ นใหญ่

- เดก็ จบั หนังสอื ไม่กลบั หวั เปิด และทาท่าทางอ่านหนังสือและเล่าเร่ืองได้

3.4 เปา้ หมายของการรายงาน

การดาเนนิ การจัดการศกึ ษาปฐมวยั ประกอบด้วย บคุ ลากรหลายฝ่ายรว่ มมอื ประสานงานกัน

พฒั นาเด็กทางตรงและทางออ้ ม ให้มีพัฒนาการ ทักษะ ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและ

คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงคโ์ ดยผมู้ ีสว่ นร่วมเกยี่ วขอ้ งควรได้รับการายงานผลการประเมนิ พฒั นาการของเด็กเพ่ือใช้

เป็นขอ้ มูลในการดาเนนิ งาน ดงั น้ี

กลมุ่ เป้าหมาย การใชข้ อ้ มลู

ผสู้ อน -วางแผนและดาเนินการปรับปรุงแกไ้ ขและพัฒนาเดก็

-ปรับปรงุ แกไ้ ขและพฒั นาการจดั การเรียนรู้

62 |

ผบู้ ริหารสถานศึกษา -สง่ เสริมพฒั นากระบวนการจัดการเรียนรู้ระดับปฐมวัยของสถานศกึ ษา

พอ่ แม่ และผปู้ กครอง -รบั ทราบผลการประเมนิ พัฒนาการของเด็ก

-ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการเรียนร้ขู องเด็ก รวมท้ังการดแู ลสขุ ภาพอนามัยรา่ งกาย

อารมณ์ จิตใจ สังคม และพฤติกรรมตา่ งๆของเด็ก

คณะกรรมการ -พฒั นาแนวทางการจดั การศกึ ษาปฐมวัยสถานศึกษา

สถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน

สานักงานเขตพ้นื ท่ี -ยกระดับและพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาปฐมวยั ของสถานศกึ ษาในเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา

การศึกษา/หน่วยงานตน้ นิเทศ กากับติดตาม ประเมนิ ผลและใหค้ วามชว่ ยเหลือการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

สงั กัด ปฐมวยั ของสถานศึกษาในสงั กดั

3.5 วธิ กี ารรายงานผลการประเมนิ พฒั นาการ

การรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการใหผ้ เู้ กยี่ วข้องรับทราบ สามารถดาเนนิ การ ได้ดงั น้ี

3.5.1 การรายงานผลการประเมนิ พฒั นาการในดอกสารหลักฐานการศึกษา ขอ้ มูลจากแบบ

รายงาน สามารถใช้อ้างองิ ตรวจสอบ และรับรองผลพัฒนาการของเด็ก เชน่

- แบบบนั ทึกผลการประเมนิ พัฒนาการประจาชั้น

- แฟ้มสะสมงานของเดก็ รายบุคคล

-สมดุ รายงานประจาตัวนักเรียน

-สมุดบนั ทกึ สุขภาพเดก็

ฯลฯ

3.5.2 การรายงานคุณภาพการศึกษาปฐมวยั ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ สามารถรายงานไดห้ ลายวธิ ี เช่

- รายงานคุณภาพการศกึ ษาปฐมวยั ประจาปี

- วารสาร/จุลสารของสถานศกึ ษา

-จดหมายส่วนตัว

-การใหค้ าปรึกษา

-การใหพ้ บครูทปี่ รึกษาหรือการประชุมเครือขา่ ยผปู้ กครอง

- การใหข้ อ้ มลู ทางอนิ เตอรเ์ นต็ ผ่านเว็ปไซตข์ องสถานศกึ ษา

ภารกิจของผู้สอนในการประเมินพัฒนาการ

การประเมนิ พัฒนาการตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั ทีม่ ีคุณภาพและประสิทธภิ าพนั้นเกิดข้ึนใน

หอ้ งเรียนและระหวา่ งการจัดกจิ กรรมประจาวันและกจิ วัตรประจาวัน ผ้สู อนต้องไมแ่ ยกการประเมินพฒั นาการ

ออกจากการจดั ประสบการณ์ตามตารางประจาวนั ควรมลี กั ษณะการประเมินพฒั นาการในชัน้ เรียน (Classroom

63 |

Assessment) ซ่งึ หมายถึง กระบวนการและการสงั เกตการบันทึกและรวบรวมขอ้ มูลจากการปฏบิ ัติกจิ วตั ร
ประจาวนั /กจิ กรรมประจาวนั ตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ผสู้ อนควรจดั ทาขอ้ มูลหลักฐานหรือ
เอกสารอย่างเป็นระบบ เพ่ือเป็นหลักฐานแสดงใหเ้ ห็นรอ่ งรอยของการเจริญเติบโตพัฒนาการและการเรียนรู้ของ
เดก็ ปฐมวัย แลว้ นามาวเิ คราะห์ ตคี วาม บันทกึ ขอ้ มลู ทไี่ ด้จากการประเมนิ พฒั นาการวา่ เด็กรู้อะไร สามารถทา
อะไรได้ และจะทาตอ่ ไปอย่างไร ดว้ ยวธิ ีการและเครื่องมอื ทห่ี ลากหลายทั้งทเี่ ป็นทางการและไมเ่ ป็นทางการ
ท้งั นั้นการดาเนินการดังกลา่ วเกิดข้นึ ตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติกจิ วตั รประจาวนั /กิจกรรมประจาวันและการ
จดั ประสบการณ์เรียนรู้

ดังนั้น ขอ้ มูลทีเ่ กิดจากการประเมินทม่ี คี ณุ ภาพเท่านั้น จึงสามารถนาไปใช้ประโยชน์ ตรงตามเปา้ หมาย
ผู้สอนจาเป็นตอ้ งมีความร้คู วามเข้าใจอย่างถ่องแท้ในหลักการ แนวคดิ วิธีดาเนนิ งานในส่วนตา่ งๆทเี่ กยี่ วขอ้ งกับ
หลักสตู รการจัดประสบการเรียนรู้เพ่ือสามารถนาไปใชใ้ นการวางแผนและออกแบบการประเมินพฒั นาการได้
อย่างมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานการประเมินพฒั นาการในช้ันเรียนทมี่ คี วามถกู ต้อง ยุติธรรม เชอ่ื ถอื ได้ มคี วาม
สมบรู ณ์ ครอบคลุมตามจดุ หมายของหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย สะทอ้ นผลและสภาพความสาเรจ็ เม่อื
เปรียบเทียบกับเปา้ หมายของการดาเนนิ การจัดการศกึ ษาปฐมวยั ทั้งในระดับนโยบาย ระดบั ปฏบิ ตั ิการ และผู้มี
สว่ นเกย่ี วขอ้ งต่อไป
1. ขัน้ ตอนการประเมินพฒั นาการเด็กปฐมวัย

การประเมนิ พฒั นาการเดก็ ของผ้สู อนระดับปฐมวัยจะมขี น้ั ตอนสาคญั ๆคล้ายคลึงกบั การประเมนิ
การศกึ ษาทั่วไปขั้นตอนต่างๆอาจปรับลดหรือเพ่มิ ได้ตามความเหมาะสมกบั บริบทของสถานศกึ ษาและ
สอดคล้องกับการจัดประสบการณ์หรืออาจสลบั ลาดับก่อนหลงั ได้บ้างข้นั การประเมินพฒั นาการเด็กปฐมวัย
โดยสรุปควรมี 6 ขั้นตอน ดังน้ี

ขั้นตอนท่ี 1 การวิเคราะหม์ าตรฐานคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ ตัวบง่ ช้ี และสภาพท่ีพงึ ประสงค์ ตวั บ่งช้ี
และสภาพท่ีพงึ ประสงค์ท่ีสมั พันธก์ บั หนว่ ยการจดั ประสบการณ์ต่างๆ อนั จะเป็นประโยชนใ์ นการดาเนินงาน
การประเมนิ พัฒนาการอย่างเป็นระบบและครอบคลมุ ทัว่ ถึง

ขนั้ ตอนท่ี 2 การกาหนดส่ิงที่จะประเมนิ และวธิ ีการประเมิน ในขั้นตอนน้สี ่ิงท่ีผูส้ อนตอ้ งทาคือ การ
กาหนดการประเดน็ การประเมนิ ได้แก่ สภาพที่พึงประสงคใ์ นแตล่ ะวัยของเด็กที่เกดิ จากกาจัดประสบการณ์ใน
แต่ การจดั ประสบการณ์ มากาหนดเป็นจุดประสงคก์ ารเรียนร้ขู องหน่วยการเรียนรู้ จุดประสงค์ย่อยของกิจกรรม
ตามตารางประจาวัน 6กจิ กรรมหลัก หรือตามรูปแบบการจัดประสบการณท์ ่ีกาหนดผสู้ อนตอ้ งวางแผนและ
ออกแบบวิธีการประเมนิ ให้เหมาะสมกับกจิ กรรม บางคร้งั อาจใช้การสงั เกตพฤติกรรม การประเมนิ ผลงาน/
ชิน้ งาน การพดู คุยหรือสมั ภาษณเ์ ดก็ เป็นต้น ทัง้ น้วี ิธีการท่ีผสู้ อนเลอื กใชต้ ้องมคี วามหมายหลากหลาย หรือมาก
ว่า 2 วธิ กี าร

64 |

ขน้ั ตอนท่ี 3 การสร้างเคร่ืองมือและเกณฑ์การประเมิน ในขั้นตอนน้ี ผ้สู อนจะตอ้ งกาหนดเกณฑ์การ
ประเมนิ พัฒนาการใหส้ อดคลอ้ งกบั พฤตกิ รรมทจี่ ะประเมินในข้ันตอนท่ี 2 อาจใช้แนวทางการกาหนดเกณฑท์ ่ี
กลา่ วมาแลว้ ขา้ งต้นในส่วนที่ 2 เป็นเกณฑ์การประเมินแยกสว่ นของแต่ละพฤตกิ รรมและเกณฑส์ รุปผลการ
ประเมนิ พร้อมกบั จดั ทาแบบบันทกึ ผลการสงั เกตพฤตกิ รรมตามสภาพทพ่ี งึ ประสงค์ของแตล่ ะหน่วยการจัด
ประสบการณน์ ้นั ๆ

ขัน้ ตอนที่ 4 การดาเนนิ การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นข้นั ตอนท่ผี สู้ อนออกแบบ/วางแผนและทาการสงั เกต
พฤตกิ รรมของเด็กเป็นรายบุคคล รายกลมุ่ การพูดคยุ หรือการสมั ภาษณเ์ ดก็ หรือการประเมนิ ผลงาน/ชน้ิ งานของ
เดก็ อยา่ งเป็นระบบ เพ่ือรวบรวมข้อมูลพฒั นาการของเด็กใหท้ ว่ั ถงึ ครบทกุ คน สอดคล้องและตรงประเด็นการ
ประเมนิ ทว่ี างแผนไวใ้ นขนั้ ตอนที่ 4 บนั ทึกลงในเคร่ืองมือทผี่ สู้ อนพัฒนาหรือจัดเตรียมไว้

การบันทกึ ผลการประเมนิ พัฒนาการตามสภาพทพี่ ึงประสงค์ของแต่ละหน่วยการจัดประสบการณ์นน้ั
ผสู้ อนเป็นผ้ปู ระเมินเด็กเป็นรายบคุ คลหรือรายกลุ่ม อาจให้ระดบั คณุ ภาพ 3 หรือ 2 หรือ 1 หรือใหค้ าสาคญั
ท่ีเป็นคุณภาพ เช่น ดี พอใช้ ควรสง่ เสริม ก็ได้ ทัง้ น้คี วรเป็นระบบเดยี วกนั เพ่ือสะดวกในการวเิ คราะหข์ อ้ มูลและ
แปลผลการประเมนิ พัฒนาการเดก็ ในระยะต้นควรเป็นการประเมนิ เพื่อความกา้ วหน้าไม่ควรเป็นการประเมิน
เพื่อตัดส้ินพฒั นาการเด็ก หากผลการประเมินพบวา่ เด็กอยู่ในระดบั 1 พฤตกิ รรมหน่งึ พฤติกรรมใดผสู้ อนต้องทา
ความเขา้ ใจว่าเดก็ คนนั้นมีพัฒนาการเร็วหรือชา้ ผสู้ อนจะตอ้ งจัดประสบการณส์ ่งเสริมในหนว่ ยการจัด
ประสบการณ์ตอ่ ไปอย่างไร ดงั น้ัน การเก็บรวบรวมขอ้ มลู ผลการประเมินพฒั นาการในแต่ละหนว่ ยการจัด
ประสบการณข์ องผสู้ อนจงึ เป็น การสะสมหรอื รวบรวมข้อมลู ผลการประเมินพฒั นาการของเด็กรายบุคคล หรือ
รายกล่มุ น่นั เอง เมอื่ ผูส้ อนจัดประสบการณค์ รบทกุ หนว่ ยการจดั ประสบการณต์ ามทว่ี ิเคราะหส์ าระการเรียนรู้ราย
ปีของแตล่ ะภาคเรียน

ขน้ั ตอนที่ 5 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู และแปลผล ในข้นั ตอนน้ี ผู้สอนท่ีเป็นผ้ปู ระเมนิ ควรดาเนินดาร ดังน้ี
1) การวิเคราะห์และแปลผลการประเมินพัฒนาการเมอ่ื ส้ินสดุ หนว่ ยการจัดประสบการณ์

ผสู้ อนจะบันทกึ ผลการประเมินพัฒนาการของเดก็ ลงในแบบบนั ทึกผลการสังเกตพฤติกรรมตามสภาพท่พี งึ
ประสงคข์ องหน่วยการจดั ประสบการณ์หนว่ ยที 1 จนถึงหน่วยสุดทา้ ยของภาคเรียน

2) การวิเคราะหแ์ ละแปลผลการประเมินประจาภาคเรียนหรือภาคเรียนที่ 2 เม่อื สิ้นปีการศกึ ษา
ผสู้ อนจะนาผลการประเมินพฒั นาการสะสมทรี่ วบรวมไว้จากทกุ หน่วยการเรียนรสู้ รุปลงในสมุดบนั ทึกผล
ประเมินพัฒนาการประจาช้ัน และสรุปผลพัฒนาการรายดา้ นท้ังชน้ั เรียน

ขน้ั ตอนท่ี 6 การสรุปรายงานผลและการนาข้อมลู ไปใช้เป็นขั้นตอนที่ผ้สู อนซ่งึ เป็นครปู ระจาชน้ั จะ
สรุปผลเพอื่ ตดั สินพฒั นาการของเดก็ ปฐมวยั เป็นรายตัวบง่ ช้รี ายมาตรฐานและพัฒนาการท้ัง 4 ด้าน เพอ่ื นาเสนอ
ผบู้ ริหารสถานศึกษาอนมุ ตั กิ ารตดั สินและแจง้ คณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พืน้ ฐานพรอ้ มกับครปู ระจาชัน้ จะ

65 |

จัดทารายงานผลการประเมินประจาตัวนักเรียน นาขอ้ มลู ไปใช้สรุปผลการประเมินคณุ ภาพเดก็ ของระบบ
ประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาเม่ือสน้ิ ภาคเรียนที่ 2 หรือเม่ือสิน้ ปีการศึกษา

รายละเอียดการดาเนินงานแต่ละข้ันตอน มดี งั น้ี
ขนั้ ตอนท่ี 1 การวเิ คราะห์มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี และสภาพที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรสถานศึกษา โดยนาข้อมลู จาก
การวเิ คราะหก์ ารเรียนรู้รายปีในหลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัยมาตรวจสอบความถ่ขี องตวั บ่งช้ีและสภาพท่พี ึง
ประสงคว์ า่ เกดิ ข้ึนกับเด็กตามหน่วยการจดั ประสบการณ์เรียนรใู้ ดบา้ ง

ขนั้ ตอนท่ี 1.1 การวเิ คราะห์สาระการเรียนรรู้ ายปีของโรงเรียน
ขั้นตอนท่ี 1.2 ตรวจสอบความถเี่ พอื่ ตรวจสอบจานวนคร้งั ของตัวบ่งช้ี สภาพท่พี งึ ประสงคว์ ่าวางแผนให้
เกดิ พฒั นาการในหนว่ ยการจดั ประสบการณก์ ารเรียนร้ใู ดบา้ งจากหลักสูตรสถานศึกษา
ขัน้ ตอนท่ี 2 กาหนดสง่ิ ทปี่ ระเมนิ และวิธีการประเมิน โดยกาหนดสภาพท่พี งึ ประสงคท์ ว่ี ิเคราะห์ไว้ใน
ข้นั ตอนที่ 1.2 มากาหนดจุดประสงค์การเรียนร้ใู น 6 กจิ กรรมหลัก

2.1 การเขียนหรือกาหนดจุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยการจัดประสบการณ์
2.2 การวางแผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู
ขน้ั ตอนที่ 3 การสรา้ งเคร่ืองมอื และเกณฑก์ ารประเมิน ผสู้ อนจะต้องกาหนดเกณฑก์ ารประเมิน
พัฒนาการเดก็ ให้สอดคลอ้ งกับพฤติกรรมที่จะประเมนิ ตามแผนการจดั กจิ กรรม พร้อมทาเกณฑ์การประเมินและ
สรุปผลการประเมนิ พรอ้ มจัดทาแบบบันทึกผลหลังสอนประจาหน่วยการจดั ประสบการณ์
ขน้ั ตอนที่ 4 การดาเนินการเป็นการรวบรวมขอ้ มูล ขน้ั ตอนน้ี ผู้สอนท่ีทาหนา้ ทเี่ ป็นผูป้ ระเมนิ โดยการ
สังเกตพฤตกิ รรมของเด็กรายบคุ คล รายกลุ่มการพดู คุยหรือสัมภาษณเ์ ดก็ หรือการประเมินผลงานช้นิ งานของ
เด็กอย่างเป็นระบบ ไปพร้อมๆกับกิจกรรมให้เด็ก เพ่อื รวบรวมขอ้ มลู พฒั นาการของเด็กทกุ คน และบนั ทกึ ลง
แบบบนั ทกึ ผลหลังสอนประจาหน่วยการจัดประสบการณ์ที่จัดเตรียมไว้
ขนั้ ตอนท่ี 5 การวิเคราะหข์ อ้ มลู และแปลผลเมอ่ื ส้ินสดุ หนว่ ยการจดั ประสบการณ์ผู้สอนจะตรวจสอบ
ความครบถว้ น สมบรู ณข์ องผลการประเมินในแบบบนั ทึกผลการประเมนิ พฒั นาการของเด็กหลงั การจัด
ประสบการณล์ งในแบบบันทกึ ผลหลังการจัดประสบการณ์ประจาหน่วยการจดั ประสบการณ์และเก็บสะสมเพอื่
นาได้สรุปผลในการตัดสนิ พฒั นาการเด็กในภาพรวมเม่ือสน้ิ ปีการศึกษา โดยผู้สอนจะนาผลการประเมินพัฒนา
สะสมทีร่ วบรวมไวท้ กุ หน่วยการเรียนรู้ มาสรปุ ลงในสมดุ บันทกึ ผลการประเมินพัฒนาการประจาชัน้ และ
สรปุ ผลพัฒนาการรายดา้ นทั้งช้ันเรียน ทงั้ น้กี ารสรุปผลการประเมินพฒั นาการ ผู้สอนควรใช้ ฐานนิยม (Mode)
จึงเหมาะสมและสอดคล้องกับการประเมนิ มากที่สุดตามทกี่ ลา่ วมาแลว้ ข้างตน้

66 |

ข้ันตอนท่ี 6 การสรปุ รายงานผลและการนาขอ้ มลู ไปใช้ครปู ระจาชั้นจะสรปุ ผลเพือ่ พฒั นาการของเด็ก
ปฐมวยั เป็นรายตวั บ่งช้ี รายมาตรฐานและพฒั นาการทงั้ 4 ดา้ น และรายงานต่อผูบ้ ริหารสถานศึกษาอนมุ ัตผิ ลการ
ตดั สินและแจ้งคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พื้นฐานพร้อมกบั ครูประจาช้นั จะจดั ทารายงานผลการประเมิน
พฒั นาการของเด็กรายบคุ คล รายภาค และรายปีต่อผปู้ กครองในสมดุ รายงานปราตัวเด็กนักเรียน
การบริหารจัดการหลกั สูตร

การนาหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั สกู่ ารปฏิบัตใิ หเ้ กิดประสทิ ธภิ าพตามจดุ หมายของหลกั สูตร ผเู้ กี่ยวข้อง
กบั การบริหารจัดการหลักสูตรในระบบสถานศกึ ษา ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้สอน พอ่ แม่ หรือผูป้ กครอง และชมุ ชน
มีบทบาทสาคัญยิ่งตอ่ การพัฒนาคณุ ภาพของเดก็

1. บทบาทผบู้ ริหารสถานศึกษาปฐมวยั
การจัดการศกึ ษาแกเ่ ด็กปฐมวัยในระบบสถานศกึ ษาให้เกดิ ประสทิ ธิผลสงู สดุ

ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีบทบาท ดงั น้ี
1.1 ศกึ ษาทาความเขา้ ใจหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัยและมีวิสยั ทศั น์ด้านการจัดการศกึ ษาปฐมวยั
1.2 คดั เลือกบุคลากรทีท่ างานกับเด็ก เชน่ ผูส้ อน พ่เี ล้ยี ง อย่างเหมาะสม โดยคานงึ ถึงคุณสมบตั ิ

หลกั ของบคุ ลากร ดงั น้ี
1.2.1 มีวุฒิทางการศึกษาด้านการอนุบาลศึกษา การศกึ ษาปฐมวัย หรือผ่านการอบรม

เก่ียวกับการจดั การศกึ ษาปฐมวยั
1.2.2 มคี วามรักเดก็ จติ ใจดี มอี ารมณข์ ันและใจเย็นให้ ความเป็นกนั เองกับเดก็ อย่าง

เสมอภาค
1.2.3 มบี คุ ลิกของความเป็นผสู้ อน เข้าใจและยอมรับธรรมชาตขิ องเด็กตามวัย

1.2.4พดู จาสภุ าพเรียบรอ้ ย ชดั เจนเป็นแบบอย่างได้
1.2.5 มีความเป็นระเบยี บ สะอาด และรจู้ กั ประหยดั
1.2.6 มคี วามอดทน ขยนั ซอ่ื สัตย์ในการปฏบิ ตั ิงานในหน้าทแ่ี ละ การปฏบิ ัตติ อ่ เด็ก
1.2.7 มอี ารมณร์ ่วมกับเด็ก รู้จกั รบั ฟัง พิจารณาเร่ืองราวปญั หาต่างๆ ของเด็กและตัดสิน
ปัญหาตา่ งๆอย่างมีเหตุผลด้วยความ เป็นธรรม
1.2.8 มีสขุ ภาพกายและสุขภาพจติ สมบูรณ์
1.3 ส่งเสริมการจดั บริการทางการศึกษาใหเ้ ดก็ ได้เขา้ เรียนอย่างทั่วถึงและเสมอภาค และ
ปฏบิ ตั กิ ารรบั เด็กตามเกณฑ์ทกี่ าหนด
1.4 ส่งเสริมใหผ้ ู้สอนและผู้ทีป่ ฏบิ ตั ิงานกบั เดก็ พัฒนาตนเองมีความรู้กา้ วหนา้ อยู่เสมอ

67 |

1.5 เป็นผู้นาในการจัดทาหลกั สตู รสถานศึกษาโดยร่วมใหค้ วามเห็นชอบ กาหนดวิสยั ทศั น์
และคุณลักษณะที่พงึ ประสงคข์ องเดก็ ทกุ ชว่ งอายุ

1.6 สรา้ งความรว่ มมอื และประสานกับบุคลากรทกุ ฝ่ายในการจดั ทาหลักสตู รสถานศกึ ษา
1.7 จัดให้มีขอ้ มลู สารสนเทศเกี่ยวกบั ตัวเดก็ งานวชิ าการหลักสูตร อย่างเป็นระบบและมีการ
ประชาสมั พันธห์ ลกั สตู รสถานศึกษา
1.8 สนบั สนนุ การจดั สภาพแวดล้อมตลอดจนส่ือ วสั ดุ อปุ กรณ์ท่เี อื้ออานวยตอ่
การเรียนรู้
1.9 นเิ ทศ กากับ ติดตามการใช้หลกั สตู ร โดยจดั ให้มรี ะบบนิเทศภายในอย่างมีระบบ
1.10 กากับตดิ ตามให้มีการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาและนาผลจากการประเมนิ ไปใช้
ในการพฒั นาคณุ ภาพเด็ก
1.11 กากับ ติดตาม ให้มีการประเมนิ การนาหลกั สตู รไปใช้ เพอื่ นาผลจากการประเมินมา
ปรบั ปรุงและพัฒนาสาระของหลกั สูตรของสถานศึกษาให้สอดคล้องกบั ความต้องการของเดก็ บริบทสงั คมและ
ให้มีความทนั สมยั
2. บทบาทผู้สอนปฐมวัย
การพฒั นาคุณภาพเดก็ โดยถือว่าเด็กมีความสาคญั ที่สดุ กระบวนการจัดการศกึ ษาต้องสง่ เสริม
ให้เด็กสามารถพัฒนาตนตามธรรมชาติ สอดคล้องกบั พัฒนาการและเต็มตามศักยภาพ ดังนั้น ผ้สู อนจงึ มีบทบาท
สาคัญยงิ่ ที่จะทาให้กระบวนการจดั การเรียนรู้ดังกลา่ วบรรลผุ ลอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ผสู้ อนจึงควรมบี ทบาท /
หนา้ ที่ ดงั น้ี
2.1 บทบาทในฐานะผู้เสรมิ สร้างการเรียนรู้

2.1.1 จัดประสบการณก์ ารเรียนรูส้ าหรับเด็กที่เด็กกาหนดข้นึ ด้วยตวั เดก็ เองและผู้สอน
กบั เด็กร่วมกนั กาหนด โดยเสริมสร้างพัฒนาการเด็กใหค้ รอบคลุมทุกด้าน

2.1.2 ส่งเสริมใหเ้ ด็กใชข้ อ้ มูลแวดลอ้ ม ศักยภาพของตวั เดก็ และหลักทางวิชาการใน
การผลิตกระทา หรือหาคาตอบในส่ิงที่เด็กเรียนร้อู ยา่ งมเี หตุผล

2.1.3 กระต้นุ ใหเ้ ดก็ ร่วมคิด แกป้ ัญหา คน้ คว้าหาคาตอบด้วยตนเองดว้ ยวิธกี ารศกึ ษาท่ี
นาไปสกู่ ารใฝ่รู้ และพัฒนาตนเอง

2.1.4 จดั สภาพแวดล้อมและสรา้ งบรรยากาศการเรียนท่ีสร้างเสริมให้เด็กทากิจกรรม
ได้เต็มศักยภาพและความแตกตา่ งของเด็กแตล่ ะบคุ คล

2.1.5 สอดแทรกการอบรมดา้ นจริยธรรมและค่านิยมทพ่ี ึงประสงค์ในการจัดการเรียนรู้
และกจิ กรรมตา่ งๆอยา่ งสมา่ เสมอ

68 |

2.1.6 ใชก้ จิ กรรมการเล่นเป็นส่ือการเรียนร้สู าหรบั เด็กใหเ้ ป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
2.1.7 ใช้ปฏิสัมพนั ธ์ท่ีดรี ะหว่างผ้สู อนและเด็กในการดาเนนิ กจิ กรรมการเรียนการสอน
อย่างสมา่ เสมอ
2.1.8 จดั การประเมินผลการเรียนรู้ทสี่ อดคล้องกบั สภาพจริงและนาผลการประเมินมา
ปรับปรงุ พฒั นาคณุ ภาพเดก็ เตม็ ศักยภาพ
2.2 บทบาทในฐานะผ้ดู ูแลเดก็
2.2.1 สังเกตและส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุกดา้ นท้งั ทางดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ
สงั คม และ สตปิ ัญญา
2.2.2 ฝึกให้เด็กช่วยเหลอื ตนเองในชีวิตประจาวัน
2.2.3 ฝึกให้เดก็ มคี วามเช่อื มนั่ มีความภูมิใจในตนเองและกล้าแสดงออก
2.2.4 ฝึกการเรียนร้หู น้าที่ ความมีวนิ ัย และการมีนสิ ยั ทด่ี ี
2.2.5 จาแนกพฤตกิ รรมเดก็ และสรา้ งเสริมลกั ษณะนสิ ัยและแก้ปัญหาเฉพาะบคุ คล
2.2.6 ประสานความรว่ มมือระหว่างสถานศกึ ษา บา้ น และชุมชน เพอ่ื ให้เด็กไดพ้ ัฒนา
เต็มตามศักยภาพและมีมาตรฐานคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์
2.3 บทบาทในฐานะนกั พฒั นาเทคโนโลยีการสอน
2.3.1 นานวัตกรรม เทคโนโลยที างการสอนมาประยกุ ต์ใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั สภาพ
บริบทสังคม ชุมชน และท้องถิน่
2.3.2 ใชเ้ ทคโนโลยีและแหล่งเรียนรใู้ นชมุ ชนในการเสริมสรา้ งการเรียนรู้ใหแ้ กเ่ ด็ก
2.3.3 จดั ทาวิจยั ในช้นั เรียน เพอ่ื นาไปปรับปรงุ พฒั นาหลักสูตร / กระบวนการเรียนรู้
และพัฒนาสือ่ การเรียนรู้
2.3.4 พัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลแหง่ การเรียนรู้ มีคุณลักษณะของผู้ใฝ่รูม้ ีวิสยั ทัศนแ์ ละ
ทนั สมัยทนั เหตุการณ์ในยคุ ของข้อมลู ข่าวสาร
2.4 บทบาทในฐานะผ้บู ริหารหลักสูตร
2.4.1 ทาหน้าทีว่ างแผนกาหนดหลกั สตู ร หน่วยการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
การประเมนิ ผลการเรียนรู้
2.4.2 จดั ทาแผนการจัดประสบการณ์ทเ่ี น้นเด็กเป็นสาคญั ใหเ้ ดก็ มีอสิ ระในการเรียนรู้
ทัง้ กายและใจ เปิดโอกาสให้เด็กเลน่ /ทางาน และเรียนรทู้ ้งั รายบุคคลและเป็นกลมุ่
2.4.3 ประเมินผลการใช้หลักสูตร เพือ่ นาผลการประเมนิ มาปรับปรุงพฒั นาหลักสูตร
ให้ทนั สมัย สอดคล้องกบั ความต้องการของ ผู้เรียน ชมุ ชน และท้องถิ่น

69 |

3. บทบาทของพ่อแม่หรือผู้ปกครองเดก็ ปฐมวยั
การศกึ ษาระดบั ปฐมวัยเป็นการศึกษาทจ่ี ัดให้แก่เดก็ ทผี่ สู้ อนและพอ่ แมห่ รือผู้ปกครองตอ้ ง

สื่อสารกันตลอดเวลา เพ่ือความเข้าใจตรงกนั และพรอ้ มรว่ มมือกันในการจัดการศึกษาใหก้ ับเด็ก ดงั นั้น พอ่ แม่
หรือผู้ปกครองควรมบี ทบาทหน้าที่ ดงั น้ี

3.1 มสี ว่ นร่วมในการกาหนดแผนพฒั นาสถานศกึ ษาและใหค้ วามเห็นชอบ กาหนด
แผนการเรียนรขู้ องเดก็ ร่วมกับผสู้ อนและเด็ก

3.2 ส่งเสริมสนบั สนุนกจิ กรรมของสถานศึกษา และกจิ กรรมการเรียนรูเ้ พื่อพัฒนาเด็กตาม
ศกั ยภาพ

3.3 เป็นเครือข่ายการเรียนรู้ จัดบรรยากาศภายในบา้ นใหเ้ อ้ือตอ่ การเรียนรู้
3.4 สนบั สนนุ ทรพั ยากรเพอื่ การศึกษาตามความเหมาะสมและจาเป็น
3.5 อบรมเล้ยี งดู เอาใจใสใ่ ห้ความรกั ความอบอนุ่ สง่ เสริมการเรียนร้แู ละพัฒนาการดา้ นตา่ ง ๆ
ของเดก็
3.6 ปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หาพฤตกิ รรมทีไ่ ม่พงึ ประสงค์ตลอดจนส่งเสริมคุณลกั ษณะทพี่ ึง
ประสงค์ โดยประสานความร่วมมือกับผสู้ อน ผ้เู กีย่ วขอ้ ง
3.7 เป็นแบบอย่างท่ดี ที ้งั ในด้านการปฏบิ ตั ิตนใหเ้ ป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และมี คณุ ธรรม
นาไปส่กู ารพัฒนาให้เป็นสถาบนั แหง่ การเรียนรู้
3.8 มสี ่วนร่วมในการประเมนิ ผลการเรียนรู้ของเดก็ และในการประเมินการจัดการศกึ ษาของ
สถานศกึ ษา
4. บทบาทของชุมชน
การปฏริ ูปการศึกษา ตามพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้กาหนดให้ชุมชนมีบทบาท
ในการมีส่วนรว่ มในการจดั การศกึ ษา โดยใหม้ ีการประสานความร่วมมอื เพื่อ รว่ มกนั พัฒนาผเู้ รียนตามศักยภาพ
ดงั นนั้ ชมุ ชนจงึ มีบทบาทในการจัดการศกึ ษาปฐมวัย ดังน้ี
4.1 มสี ว่ นร่วมในการบริหารสถานศึกษา ในบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษา สมาคม /
ชมรมผปู้ กครอง
4.2 มีส่วนรว่ มในการจัดทาแผนพฒั นาสถานศกึ ษาเพ่ือเป็นแนวทางในการดาเนินการของ
สถานศกึ ษา
4.3 เป็นศูนยก์ ารเรียนรู้ เครือข่ายการเรียนรู้ ให้เด็กไดเ้ รียนรู้และมีประสบการณจ์ าก
สถานการณจ์ ริง

70 |

4.4 ใหก้ ารสนับสนนุ การจัดกิจกรรมการเรียนรขู้ องสถานศกึ ษา
4.5 ส่งเสริมให้มีการระดมทรัพยากรเพอ่ื การศกึ ษา ตลอดจนวิทยากรภายนอก และภมู ิปัญญา
ท้องถ่นิ เพ่ือเสริมสร้างพฒั นาการของเด็กทกุ ดา้ น รวมท้ังสืบสานจารีตประเพณี ศิลปวัฒนธรรมของทอ้ งถิ่นและ
ของชาติ
4.6 ประสานงานกับองค์กรท้ังภาครัฐและเอกชน เพอ่ื ใหส้ ถานศึกษาเป็นแหล่งวิทยาการ
ของชุมชน และมสี ว่ นในการพฒั นาชุมชนและทอ้ งถน่ิ
4.7 มีสว่ นร่วมในการตรวจสอบ และประเมนิ ผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
ทาหนา้ ท่ีเสนอแนะในการพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศกึ ษา
การจัดการศกึ ษาระดับปฐมวยั ( เดก็ อายุ 3 – 6 ปี )
สาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
การจดั การศึกษาสาหรับกลุ่มเปา้ หมายเฉพาะสามารถนาหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัยไปปรับใช้ได้ท้ังใน
สว่ นของโคตรสร้างหลักสูตร สาระการเรียนรู้ การจดั ประสบการณ์และการประเมนิ พัฒนาการใหเ้ หมาะสมกับ
สภาพ บริบท ความต้องการ และศักยภาพของเด็กแตล่ ะประเภทเพ่ือพัฒนาให้เด็กมีคุณภาพตามมาตรฐาน
คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ที่หลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัยกาหนดโดยดาเนินการดังน้ี
1. เป้าหมายคุณภาพเด็ก หลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั ได้กาหนดมาตรฐานคุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ และ
สาระการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทศิ ทางเพ่อื ให้ทกุ ฝ่ายท่ีเก่ียวขอ้ งใชใ้ นการพัฒนาเด็ก สถานศึกษาหรือ
ผจู้ ดั การศกึ ษาสาหรับกลุ่มเปา้ หมายเฉพาะสามารถเลอื กหรือปรบั ใช้ ตวั บ่งช้แี ละสภาพท่ีพึงประสงคใ์ นการ
พัฒนาเดก็ เพ่ือนาไปทาแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบคุ คลแตย่ งั คงไว้ซ่งึ คุณภาพพฒั นาการของเดก็ ทง้ั ด้าน
ร่างกาย อารมณ์จติ ใจ สังคม และสตปิ ัญญา
2. การประเมนิ พัฒนาการ จะตอ้ งคานงึ ถงึ ปจั จัยความแตกตา่ งของเด็ก อาทิ เด็กที่พกิ ารอาจตอ้ งมกี าร
ปรับการประเมนิ พฒั นาการท่เี อ้อื ต่อสภาพเดก็ ทัง้ วธิ ีการเคร่ืองมือทีใ่ ช้ หรือกลมุ่ เดก็ ทม่ี ีจุดเนน้ เฉพาะดา้ น
การเชื่อมตอ่ ของการศึกษาระดบั ปฐมวยั กบั ระดับประถมศกึ ษาปีท่ี 1
การเชื่อมตอ่ ของการศึกษาระดับปฐมวัยกบั ระดบั ประถมศึกษาปีที่ 1 มีความสาคัญอย่างยง่ิ บุคลากรทกุ
ฝ่ายจะตอ้ งให้ความสนใจตอ่ การช่วยลดช่องวา่ งของความไมเ่ ขา้ ใจในการจดั การศึกษาท้งั สองระดับ ซ่งึ จะส่งผล
ต่อการจัดการเรียนการสอนตัวเด็ก ครู พอ่ แม่ ผปู้ กครอง และบคุ ลากรทางการศกึ ษาอื่นๆทง้ั ระบบการเชื่อมต่อ
ของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดบั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จะประสบผลสาเรจ็ ได้ต้องดาเนินการดงั ต่อไปน้ี

71 |

1. ผู้บริหารสถานศึกษา
ผ้บู ริหารสถานศึกษาเป็นบคุ คลสาคญั ท่มี บี ทบาทเป็นผ้นู าในการเชอ่ื มตอ่ โดยเฉพาะระหวา่ งหลกั สูตร

การศึกษาปฐมวยั ในช่วงอายุ 3 – 6 ปี กบั หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐานในชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 1 โดย

ตอ้ งศกึ ษาหลกั สตู รทั้งสองระดับ เพื่อทาความเข้าใจ จัดระบบการบริหารงานดา้ นวิชาการทจ่ี ะเอื้อต่อการ

เชื่อมโยงการศึกษาโดยการจัดกจิ กรรมเพอ่ื เชือ่ มต่อการศึกษา ดงั ตวั อยา่ งกิจกรรมต่อไปน้ี

1.1 จดั ประชมครรู ะดับปฐมวยั และครูระดบั ประถมศกึ ษาร่วมกนั สรา้ งรอยเชื่อมตอ่ ของหลักสตู รท้ัง

สองระดับให้เป็นแนวปฏบิ ตั ิของสถานศึกษาเพ่ือครูท้ังสองระดบั จะไดเ้ ตรียมการสอนให้สอดคล้องกบั เด็กวัยน้ี

1.2 จดั หารเอกสารดา้ นหลกั สูตรและเอกสารทางวิชาการของทั้งสองระดับมาไวใ้ หค้ รูและบุคลากร

อืน่ ๆได้ศกึ ษาทาความเขา้ ใจอยา่ งสะดวกและเพียงพอ

1.3 จดั กจิ กรรมใหค้ รทู งั้ สองระดบั มีโอกาสแลกเปลย่ี นเผยแพรค่ วามรใู้ หมๆ่ ที่ได้รบั จากการอบรม
ดูงาน ซ่งึ ไม่ควรจัดใหเ้ ฉพาะครใู นระดับเดียวกนั เท่านน้ั

1.4 จัดเอกสารเผยแพรต่ ลอดจนกิจกรรมสมั พนั ธใ์ นรูปแบบตา่ งๆ ระหวา่ งสถานศกึ ษา พอ่ แม่
ผู้ปกครองและบุคลากรทางการศึกษาอย่างสม่าเสมอ

1.5 จัดให้มกี ารพบปะ หรือการทากิจกรรมร่วมกับพ่อแม่ ผู้ปกครองอยา่ งสม่าเสมอตอ่ เน่อื ง ใน
ระหว่างท่เี ด็กอยใู่ นระดับปฐมวยั เพ่ือพอ่ แม่ ผปู้ กครอง จะไดส้ รา้ งความเข้าใจและสนับสนุนการเรียน การสอน
ของบุตรหลานตนได้อย่างถูกตอ้ ง

1.6 จัดกิจกรรมให้ครทู ้งั สองระดับได้ทากิจกรรมรว่ มกนั กับพ่อแม่ ผปู้ กครองและเด็กในบาง
โอกาส

1.7 จัดกิจกรรมปฐมนเิ ทศพอ่ แม่ ผ้ปู กครองอย่างน้อย 2 คร้งั คือ กอ่ นเดก็ เข้าเรียนระดับปฐมวยั
ศึกษาและกอ่ นเดก็ จะเลอื่ นข้ึนช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 เพ่ือให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเขา้ ใจ การศึกษาท้ังสองระดับและ
ใหค้ วามร่วมมือในการชว่ ยเด็กใหส้ ามารถปรับตัวเขา้ กับสภาพแวดลอ้ มใหมไ่ ด้ดี

2. ครูระดับปฐมวัย
ครรู ะดับปฐมวยั นอกจากจะต้องศกึ ษาทาความเข้าใจหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย และจดั กจิ กรรมพฒั นา
เด็กของตนแล้ว ควรศกึ ษาหลกั สตู รการศึกษาขน้ั พนื้ ฐานการจดั การเรียนการสอนในช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 1 และ
สรา้ งความเข้าใจให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองและบุคลากรอื่นๆ รวมทง้ั ชว่ ยเหลือเด็กในการปรับตวั กอ่ นเล่ือนข้นึ ชนั้
ประถมศกึ ษาปีที่ 1 โดยครอู าจจดั กจิ กรรมดังตวั อยา่ งต่อไปน้ี

2.1 เก็บรวบรวมขอ้ มูลเกยี่ วกบั ตวั เด็กเป็นรายบุคคลเพือ่ ส่งตอ่ ครชู นั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ซ่งึ จะทาให้
ครรู ะดับประถมศกึ ษาสามารถใช้ขอ้ มูลนั้นช่วยเหลือเดก็ ในการปรับตวั เข้ากบั การเรียนรใู้ หมต่ อ่ ไป

72 |

2.2 พดู คยุ กบั เด็กถงึ ประสบการณท์ ีด่ ีๆ เกยี่ วกบั การจัดการเรียนรู้ในระดบั ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1
เพื่อให้เดก็ เกิดเจตคติทดี่ ีตอ่ การเรียนรู้

2.3 จดั ใหเ้ ดก็ ไดม้ ีโอกาสทาความรจู้ ักกับครตู ลอดจนสภาพแวดล้อม บรรยากาศของห้องเรียนชน้ั
ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ทั้งท่อี ย่ใู นสถานศกึ ษาเดยี วกันหรือสถานศึกษาอนื่

3. ครรู ะดบั ประถมศึกษา
ครูระดบั ประถมศกึ ษาต้องมีความรู้ ความเข้าใจในพัฒนาการเดก็ ปฐมวัยและมเี จตคติทดี่ ตี ่อการจัด
ประสบการณ์ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัยเพื่อนามาเป็นข้อมลู ในการพัฒนาจัดการเรียนรใู้ นระดบั ช้นั
ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ของตนให้ต่อเนอื่ งกบั การพัฒนาเดก็ ในระดบั ปฐมวยั ดังตัวอย่าง ต่อไปน้ี

3.1 จัดกิจกรรมใหเ้ ดก็ พ่อแม่ และผ้ปู กครอง มโี อกาสไดท้ าความรู้จักคุน้ เคยกบั ครูและห้องเรียน
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 ก่อนเปิดภาคเรียน

3.2 จดั สภาพห้องเรียนใหใ้ กล้เคยี งกับห้องเรียนระดับปฐมวยั โดยจัดให้มมี ุมประสบการณภ์ ายใน
หอ้ งเพือ่ ใหเ้ ด็กไดม้ โี อกาสทากจิ กรรมได้อย่างอสิ ระเช่น มมุ หนงั สือ มมุ ของเล่น มมุ เกมการศกึ ษา เพอ่ื ช่วยให้
เดก็ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 ไดป้ รับตัวและเรียนรู้จากการปฏิบตั ิจริง

3.3 จดั กิจกรรมร่วมกันกับเด็กในการสร้างข้อตกลงเก่ียวกับการปฏิบตั ติ น
3.4 เผยแพรข่ า่ วสารดา้ นการเรียนรแู้ ละสรา้ งความสัมพันธ์ท่ดี กี บั เด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง และชมุ ชน
4. พอ่ แม่ ผู้ปกครองและบคุ ลากรทางการศึกษา
พ่อแม่ ผู้ปกครอง และบคุ ลากรทางการศกึ ษาตอ้ งทาความเข้าใจหลกั สตู รของการศกึ ษาทงั้ สองระดบั
และเขา้ ใจวา่ ถงึ แมเ้ ดก็ จะอย่ใู นระดบั ประถมศึกษาแล้วแต่เด็กยงั ต้องการความรกั ความเอาใจใส่การดแู ลและการ
ปฏิสัมพันธ์ทไ่ี ม่ไดแ้ ตกต่างไปจากระดบั ปฐมวัย และควรให้ความร่วมมือกับครแู ละสถานศกึ ษาในการชว่ ย
เตรียมตวั เดก็ เพือ่ ใหเ้ ดก็ สามารถปรับตัวได้เร็วยิง่ ข้ึน

การกากับ ติดตาม ประเมิน และรายงาน
การจดั สถานศึกษาปฐมวัยมีลกั การสาคัญในการใหส้ ังคมชมุ ชน มีสว่ นรว่ มในการจดั การศกึ ษาและ

กระจายอานาจการศกึ ษาลงไปยงั ท้องถ่ินโดยตรงโดยเฉพาะสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ซ่งึ เป็น
ผูจ้ ัดการศกึ ษาในระดบั น้ีดงั นน้ั เพ่อื ให้ผลผลิตทางการศึกษาปฐมวัยมคี ุณภาพตามมาตรฐานคุณลกั ษณะทีพ่ งึ
ประสงคแ์ ละสอดคล้องกบั ความตอ้ งการของชมุ ชนและสงั คมจาเป็นตอ้ งมีระบบการกากบั ติดตาม ประเมนิ และ
รายงานทมี่ ีประสิทธิภาพ เพ่ือใหท้ กุ กลมุ่ ทกุ ฝ่ายท่ีมสี ่วนรว่ มรบั ผดิ ชอบในการจดั การศึกษา เหน็ ความก้าวหนา้

73 |

ปัญหา อปุ สรรค ตลอดจนการใหค้ วามรว่ มมือชว่ ยเหลือ ส่งเสริม สนับสนนุ การวางแผน และดาเนนิ งานการจดั
การศกึ ษาปฐมวัยให้มคี ณุ ภาพอย่างแท้จริง

การกากับติดตาม ประเมินและรายงานผลการจัดการศกึ ษาปฐมวัยเป็นส่วนหน่งึ ของกระบวนการ
บริหารการศกึ ษาและระบบการประกันคุณภาพทีต่ อ้ งดาเนินการอย่างตอ่ เน่ืองเพื่อนาไปสกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพและ
มาตรฐานการศกึ ษาปฐมวัย สร้างความมั่นใจให้ผเู้ กี่ยวขอ้ ง โดยตอ้ งมกี ารดาเนนิ การท่ีเป็นระบบเครือข่าย
ครอบคลมุ ทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกตง้ั แตร่ ะดับชาติ เขตพนื้ ท่ที กุ ระดับละทกุ อาชีพ การกากบั ดแู ล
ประเมนิ ผลตอ้ งมกี ารรายงานผลจากทุกระดับใหท้ ุกฝ่ายรวมทง้ั ประชาชนทั่วไปทราบ เพือ่ นาขอ้ มูลจากรายงาน
ผลมาจัดทาแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาของสถานศกึ ษาหรือสถานพฒั นาเด็กปฐมวัยต่อไป

74 |

บทท่ี 3
วิธดี ำเนนิ กำร

การดาเนินการโครงการส่งเสริมการสร้างสุขนสิ ัยที่ดี นกั เรียนช้ันอนุบาลปีท่ี 1 -3 ของโรงเรียนบารุง
ราษฎร์ไดด้ าเนินการตามลาดับขั้นตอนดังน้ี

1. กลมุ่ เปา้ หมาย
2. วธิ กี ารและเครื่องมือท่ีใช้ในการประเมนิ พมั นาการ
3. เกณฑก์ ารประเมินพฒั นาการ
4. การวิเคราะหข์ ้อมูลและสถิติท่ีใช้

กล่มุ เป้ำหมำย
นกั เรียนระดบั ปฐมวยั ช้ันอนุบาลปีท่ี 1 -3 จานวน 33 คน ร้อยละ 80 มีสขุ นิสยั สขุ ภาพกาย ตาม

ประเด็นการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาปฐมวัยทีด่ แี ละเหมาะสมตามวัย

วิธกี ำรและเครื่องมือทใี่ ช้ในกำรประเมินพฒั นำกำร
การประเมนิ พัฒนาการเด็กแตล่ ะคร้งั ใช้วิธกี ารประเมนิ อย่างหลากหลายเพอ่ื ให้ได้ข้อมูลท่สี มบูรณท์ ่สี ุด

วธิ กี ารที่เหมาะสมและนยิ มใชใ้ นการประเมนิ เดก็ ปฐมวัยมดี ว้ ยกนั หลายวิธี ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. การสงั เกตและการบนั ทกึ การสังเกตมอี ยู่ 2 แบบคือ การสงั เกตอย่างมรี ะบบ ได้แก่การสังเกตอย่างม

จุดม่งุ หมายทีแ่ นน่ อนตามแผนท่ีวางไว้ และอกี แบบหน่งึ คือ การสังเกตแบบไม่เป็นทางการ เป็นการสงั เกตใน
ขณะทเ่ี ด็กทากิจกรรมประจาวันและเกิดพฤติกรรมทไ่ี มค่ าดคดิ ว่าจะเกิดข้นึ และผ้สู อนจดบนั ทึกไวก้ ารสงั เกต
เป็นวธิ กี ารทีผ่ ้สู อนใช้ในการศกึ ษาพฒั นาการของเดก็ เมื่อมีการสังเกตกต็ อ้ งมีการบันทกึ ผูส้ อนควรทราบวา่ จะ
บนั ทกึ อะไรการบนั ทึกพฤติกรรมมีความสาคญั อย่างยิง่ ทต่ี อ้ งทาอย่างสม่าเสมอ เนอ่ื งจากเดก็ เจริญเติบโตและ
เปล่ยี นแปลงอย่างรวดเรว็ จงึ ตอ้ งนามาบันทึกเป็นหลักฐานไว้อยา่ งชัดเจน การสังเกตและการบันทึกพฒั นาการ
เด็กสามารถใชแ้ บบงา่ ยๆคอื

1.1 แบบบนั ทกึ พฤติกรรม ใชบ้ นั ทกึ เหตกุ ารณ์เฉพาะอยา่ งโดยบรรยายพฤตกิ รรมเด็ก ผู้บนั ทึกตอ้ ง
บันทกึ วนั เดือน ปีเกดิ ของเดก็ และวนั เดอื น ปี ทีท่ าการบนั ทึกแต่ละคร้งั

1.2 การบนั ทึกรายวันเป็นการบนั ทึกเหตุการณ์หรือประสบการณห์ รือประสบการณ์ที่เกิดข้นึ ในชน้ั
เรียนทกุ วัน ถา้ หากบันทกึ ในรูปแบบของการบรรยายกม็ กั จะเน้นเฉพาะเด็กรายท่ตี อ้ งการศกึ ษา ข้อดขี องการ
บนั ทกึ รายวันคอื การช้ใี ห้เห็นความสามารถเฉพาะอย่างของเด็ก จะชว่ ยกระตุน้ ให้ผสู้ อนได้พิจารณาปัญหาของ
เด็กเป็นรายบุคคลชว่ ยให้ผูเ้ ชยี วชาญมีข้อมลู มากข้ึนสาหรับวนิ จิ ฉัยเด็กวา่ สมควรจะไดร้ ับคาปรึกษาเพอื่ ลด

75 |

ปญั หาและส่งเสริมพัฒนาการของเดก็ ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง นอกจากน้นั ยงั ช่วยช้ใี หเ้ ห็นข้อเสยี ของการจดั กิจกรรมและ
ประสบการณ์ไก้เป็นอย่างดี

1.3 แบบสารวจรายการ ช่วยให้สามารถวิเคราะห์เดก็ แต่ละคนได้คอ่ นขา้ งละเอยี ด
2. กำรสนทนำ สามารถใช้การสนทนาได้ทั้งเป็นกลมุ่ หรือรายบุคคล เพอื่ ประเมินความสามารถในการ
แสดงความคดิ เหน็ และพฒั นาการดา้ นภาษาของเด็กและบันทึกผลการสนทนาลงในแบบบนั ทึกพฤตกิ รรมหรือ
บันทึกรายวนั
3. กำรสมั ภำษณ์ ด้วยวิธพี ูดคุยกบั เดก็ เป็นรายบุคคลและควรจัดในสภาวะแวดล้อมเหมาะสมเพ่ือไมใ่ ห้
เกดิ ความเครียดและวติ กกังวล ผสู้ อนควรใช้คาถามที่เหมาะสมเปิดโอกาสให้เดก็ ไดค้ ดิ และตอบอย่างอิสระจะทา
ให้ผู้สอนสามารถประเมินความสามารถทางสติปญั ญาของเด็กแตล่ ะคนและค้นพบศักยภาพในตัวเดก็ ได้โดย
บนั ทึกขอ้ มูลลงในแบบสมั ภาษณ์
การเตรียมการก่อนการสมั ภาษณ์ผูส้ อนควรปฏิบัติดงั น้ี
- กาหนดวตั ถุประสงคข์ องการสมั ภาษณ์
- กาหนดคาพดู /คาถามท่ีจะพดู กับเด็ก ควรเป็นคาถามทเี่ ดก็ สามารถตอบโต้หลากหลาย ไม่ผิด/ถูก
การปฏบิ ตั ขิ ณะสมั ภาษณ์
- ผสู้ อนควรสรา้ งความค้นุ เคยเป็นกันเอง
- ผ้สู อนควรสร้างสภาพแวดล้อมทีอ่ บอ่นุ ไมเ่ คร่งเครียด
- ผูส้ อนควรเปิดโอกาสเวลาให้เดก็ มโี อกาสคดิ และตอบคาถามอย่างอิสระ
- ระยะเวลาสัมภาษณ์ไม่ควรเกนิ 10-20 นาที
4. กำรรวบรวมผลงำนที่แสดงออกถึงควำมกำ้ วหนำ้ แต่ละดำ้ นของเด็กเป็นรำยบคุ คล โดยจดั เกบ็
รวบรวมไว้ในแฟม้ ผลงาน (portfolio)ซ่งึ เป็นวิธีรวบรวมและจดั ระบบข้อมลู ต่างๆทเี่ กยี่ วกบั ตัวเดก็ โดยใช้
เครื่องมือต่างๆรวบรวมเอาไว้อยา่ งมจี ดุ มุ่งหมายทีช่ ดั เจน แสดงการเปล่ยี นแปลงของพฒั นาการแต่ละดา้ น
นอกจากน้ยี งั รวมเครื่องมืออนื่ ๆ เชน่ แบบสอบถามผ้ปู กครองแบบสงั เกตพฤตกิ รรม แบบบันทกึ สขุ ภาพอนามัย
ฯลฯ เอาไว้ในแฟ้มผลงาน เพือ่ ผสู้ อนจะได้ข้อมลู เก่ยี วกับตัวเด็กอยา่ งชดั เจนและถกู ตอ้ ง การเกบ็ ผลงานของเด็ก
จะไม่ถือวา่ เป็นการประเมนิ ผลถา้ งานแต่ละชน้ิ ถกู รวบรวมไวโ้ ดยไมไ่ ดร้ ับการประเมินจากผู้สอนและไมม่ ีการ
นาผลมาปรบั ปรงุ พัฒนาเด็กหรือปรบั ปรงุ การสอนของผสู้ อน ดงั นั้นจงึ เป็นแตก่ ารสะสมผลงานเท่านนั้ เชน่ แฟ้ม
ผลงานขดี เขยี น งานศิลปะ จะเป็นเพยี งแค่แฟ้มผลงานท่ไี มม่ ีการประเมนิ แฟม้ ผลงานน้จี ะเป็นเครื่องมือการ
ประเมินต่อเนือ่ งเมอื่ งานท่ีสะสมแต่ละชิ้นถูกใชใ้ นการบง่ บอกความก้าวหนา้ ความตอ้ งการของเด็ก และเป็นการ
เก็บสะสมอยา่ งต่อเนอื่ งทีส่ รา้ งสรรค์โดยผู้สอนและเดก็

76 |

ผสู้ อนสามารถใชแ้ ฟ้มผลงานอยา่ งมคี ุณค่าสอ่ื สารกบั ผูป้ กครองเพราะการเกบ็ ผลงานเด็กอย่างต่อเนอื่ ง
และสมา่ เสมอในแฟ้มผลงานเป็นขอ้ มูลให้ผู้ปกครองสามารถเปรียบเทียบความก้าวหนา้ ทลี่ ูกของตนมีเพมิ่ ข้ึน
จากผลงานชิน้ แรกกับชน้ิ ต่อๆมาขอ้ มลู ในแฟ้มผลงานประกอบด้วย ตัวอยา่ งผลงานการเขียดเขยี น การอ่านและ
ขอ้ มูลบางประการของเดก็ ทผ่ี ู้สอนเป็นผ้บู นั ทกึ เช่นจานวนเล่มของหนังสอื ที่เด็กอ่าน ความถข่ี องการเลือกอ่านที่
มุมหนังสอื ในช่วงเวลาเลอื กเสรี การเปลยี่ นแปลงอารมณ์ทัศนคติ เป็นต้น ขอ้ มลู เหลา่ น้จี ะสะทอ้ นภาพของความ
งอกงามในเดก็ แตล่ ะคนได้ชดั เจนกวา่ การประเมินโดยการให้เกรด ผู้สอนจะต้องช้แี จงให้ผู้ปกครองทราบถงึ ที่มา
ของการเลอื กชนิ้ งานแตล่ ะชิ้นงานที่สะสมในแฟ้มผลงาน เช่น เป็นชิ้นงานท่ีดที ี่สดุ ในช่วงระยะเวลาที่เลอื ก
ชิ้นงานน้นั เป็นชน้ิ งานที่แสดงความต่อเนอื่ งของงานโครงการ ฯลฯ ผ้สู อนควรเชิญผปู้ กครองมามสี ่วนรว่ มใน
การคัดสรรช้ินงานที่บรรจุลงในแฟ้มผลงานของเดก็

5. กำรประเมินกำรเจรญิ เติบโตของเด็ก ตัวช้ขี องการเจริญเตบิ โตในเด็กทใ่ี ชท้ วั่ ๆไป ไดแ้ ก่น้าหนัก
สว่ นสูง เสน้ รอบศีรษะ ฟัน และการเจริญเติบโตของกระดูก แนวทางประเมนิ การเจริญเตบิ โต มดี งั น้ี

5.1 การประเมินการเจริญเตบิ โต โดยการช่ังน้าหนักและวัดสว่ นสูงเดก็ แลว้ นาไปเปรียบเทียบกบั เกณฑ์
ปกตใิ นกราฟแสดงน้าหนักตามเกณฑ์อายกุ ระทรวงสาธารณสุข ซ่งึ ใชส้ าหรับติดตามการเจริญเติบโตโดยรวม
วธิ ีการใชก้ ราฟมขี นั้ ตอน ดงั น้ี

เมือ่ ช่ังน้าหนกั เดก็ แลว้ นาน้าหนกั มาจดุ เครื่องหมายกากบาทลงบนกราฟ และอ่านการเจริญเติบโตของ
เด็ก โดยดูเครื่องหมายกากบาทวา่ อยใู่ นแถบสใี ดอ่านข้อความบนแถบสีน้นั ซ่งึ แบง่ ภาวะโภชนาการเป็น 3 กลมุ่
คอื น้าหนักทอ่ี ยู่ในเกณฑป์ กติ น้าหนกั มากเกนเกณฑ์ น้าหนักน้อยกวา่ เกณฑ์ ขอ้ ควรระวงั สาหรับผูป้ กครองและ
ผ้สู อนคือ ควรดแู ลน้าหนักเดก็ อย่างให้แบง่ เบนออกจากเสน้ ประเมนิ มเิ ชน่ นน้ั เด็กมโี อกาสน้าหนักมากเกินเกณฑ์
หรือน้าหนกั นอ้ ยกวา่ เกณฑไ์ ด้

5.2 การตรวจสุขภาพอนามยั เป็นตัวช้วี ดั คุณภาพของเดก็ โดยพจิ ารณาความสะอาดส่ิงปกติขอร่างกายที่
จะสง่ ผลต่อการดาเนินชีวติ และการเจริญเติบโตของเด็ก ซ่งึ จะประเมินสุขภาพอนามยั 9 รายการคือ ผมและศีรษะ
หูและใบหู มอื และเลบ็ มือ เทา้ และเล็บเท้า ปาก ลน้ิ และฟัน จมกู ตา ผวิ หนังและใบหน้า และเส้อื ผ้า

3. เกณฑ์กำรประเมินพัฒนำกำร
การสรา้ งเกณฑห์ รือพัฒนาเกณฑ์หรือกาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ พัฒนาการของเดก็ ปฐมวัย ผู้สอนควร

ให้ความสนใจในสว่ นทีเ่ ก่ยี วขอ้ ดังน้ี
1. การวางแผนการสังเกตพฤตกิ รรมของเด็กอย่างเป็นระบบ เช่น จะสงั เกตเดก็ คนใดบ้างในแต่ละวนั

กาหนดพฤตกิ รรมท่สี ังเกตใหช้ ัดเจน จัดทาตารางกาหนดการสังเกตเดก็ เป็นรายบคุ คล รายกลุ่ม ผู้สอนต้อง
เลือกสรรพฤตกิ รรมที่ตรงกับระดบั พฒั นาการของเดก็ คนน้ันจริงๆ

77 |

2. ในกรณีที่ห้องเรียนมีนกั เรียนจานวนมาก ผู้สอนอาจเลือกสงั เกตเฉพาะเด็กท่ีทาได้ดแี ลว้ และเด็กท่ียงั
ทาไมไ่ ด้ สว่ นเดก็ ปานกลางให้ถอื วา่ ทาไดไ้ ปตามกจิ กรรม

3. ผู้สอนตอ้ งสังเกตจากพฤติกรรม คาพูด การปฏิบตั ติ ามขน้ั ตอนในระหว่างทางาน/กจิ กรรม และ
คุณภาพของผลงาน/ช้ินงาน รอ่ งรอยท่ีนามาใช้พิจารณาตัดสนิ ผลของการทางานหรือการปฏิบัติตวั อยา่ งเชน่

1) เวลาทใี่ ชใ้ นการทากิจกรรม/ทางาน ถ้าเด็กไมช่ อบ ไมช่ านาญจะใชเ้ วลามาก มีท่าทางอดิ ออด
ไม่กล้า ไม่เต็มใจทางาน

2) ความต่อเน่อื ง ถา้ เด็กยงั มีการหยดุ ชะงกั ลังเล ทางานไม่ตอ่ เน่ือง แสดงวา่ เดก็ ยงั ไม่ชานาญ
หรือยงั ไม่พร้อม

3) ความสมั พนั ธ์ ถ้าการทางาน/ปฏบิ ัตนิ นั้ ๆมคี วามสัมพันธ์ตอ่ เน่ือง ไมร่ าบร่ืน ท่าทางมือและ
เทา้ ไม่สัมพันธก์ นั แสดงว่าเดก็ ยงั ไม่ชานาญหรือยงั ไมพ่ รอ้ ม ท่าท่แี สดงออกจึงไมส่ ง่างาม

4) ความภมู ใิ จ ถา้ เดก็ ยงั ไมช่ น่ื ชม ก็จะทางานเพียงใหแ้ ลว้ เสรจ็ อย่างรวดเรว็ ไม่มคี วามภูมใิ จใน
การทางาน ผลงานจงึ ไมป่ ระณตี

2.3.1 ระดบั คุณภำพผลกำรประเมินพัฒนำกำรเด็ก
การให้ระดบั คณุ ภาพผลการประเมนิ พัฒนาการของเด็กท้ังในระดับช้ันเรียนและระดับสถานศกึ ษาควร
กาหนดในทิศทางหรือรูปแบบเดียวกัน สถานศึกษาสามารถใหร้ ะดับคุณภาพผลการประเมนิ พฒั นาการของเดก็ ท่ี
สะท้อนมาตรฐานคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ ตัวบ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ หรือพฤติกรรมทีจ่ ะประเมิน
เป็นระบบตัวเลข ตามทสี่ ถานศกึ ษากาหนด

ระดบั คณุ ภาพ คาอธิบายระดับคณุ ภาพ
5 เดก็ ปฏิบตั ติ นตามขอ้ ตกลงเกยี่ วกบั ความปลอดภัย บอกโทษของสงิ่ เสพติดและ
สิ่งมอมเมาได้ ปฏเิ สธสง่ิ เสพติดและส่งิ มอมเมา และหลกี เลี่ยงต่อสภาวะท่เี สี่ยง
4 ต่อโรค อุบตั เิ หตุ ภยั และสงิ่ เสพติดได้ด้วยตนเอง และปฏบิ ัตอิ ยา่ งสม่าเสมอ
3 จนเป็นนสิ ยั

เดก็ ปฏบิ ัตติ นตามข้อตกลงเกี่ยวกบั ความปลอดภัย บอกโทษของส่ิงเสพตดิ และ
สง่ิ มอมเมาได้ ปฏิเสธสง่ิ เสพติดและส่ิงมอมเมา และหลกี เลยี่ งตอ่ สภาวะท่ีเสยี่ ง
ต่อโรค อบุ ัติเหตุ ภยั และส่งิ เสพตดิ ได้ด้วยตนเอง และปฏบิ ัติอย่างสมา่ เสมอ

เด็กปฏิบัติตนตามข้อตกลงเกยี่ วกบั ความปลอดภยั บอกโทษของส่ิงเสพติดและ
ส่ิงมอมเมาได้ ปฏิเสธสง่ิ เสพตดิ และสง่ิ มอมเมา และหลีกเลี่ยงตอ่ สภาวะท่เี สีย่ ง
ต่อโรค อบุ ัติเหตุ ภยั และสง่ิ เสพตดิ ได้ด้วยตนเอง

78 |

ระดับคณุ ภาพ คาอธิบายระดบั คุณภาพ

2 เด็กปฏบิ ัตติ นตามข้อตกลงเกย่ี วกับความปลอดภัย บอกโทษของส่งิ เสพตดิ และ

สงิ่ มอมเมาได้ ปฏเิ สธสิง่ เสพติดและสิง่ มอมเมา และหลกี เลี่ยงตอ่ สภาวะท่เี สีย่ ง

ต่อโรค อบุ ัตเิ หตุ ภยั และสงิ่ เสพติดได้ โดยมีครชู ้แี นะ

1 เดก็ ไมส่ ามารถปฏิบตั ติ นตามข้อตกลงเกยี่ วกบั ความปลอดภัย หรือไมส่ ามารถ

บอกโทษของสงิ่ เสพตดิ หรือไม่สามารถหลีกเลีย่ งตอ่ สภาวะท่เี สย่ี งตอ่ โรค

อุบัติเหตุ ภยั และสง่ิ เสพตดิ ได้

กำรสรุปผลกำรประเมินพัฒนำกำรเดก็

ครูตรวจสอบพฤติกรรมทแ่ี สดงพัฒนาการของเดก็ ต่อเนอื่ งมีการประเมนิ ซ้าพฤตกิ รรมนนั้ ๆอย่างนอ้ ย 1

คร้งั ต่อภาคเรียน เพ่ือยืนยนั ความเชอ่ื มัน่ ของผลการประเมนิ พฤติกรรมน้ันๆ และนาผลไปเป็นขอ้ มูลในการสรปุ

การประเมินสภาพทพ่ี งึ ประสงค์ของเด็กในแตล่ ะสภาพทพ่ี ึงประสงค์ นาไปสรปุ การประเมนิ ตัวบง่ ช้แี ละ

มาตรฐานคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ตามลาดบั

วเิ ครำะหข์ ้อมลู และสถติ ทิ ใี่ ช้
1. ฐำนนิยม
2. คา่ เฉล่ยี
3. คะแนนรอ้ ยละ

79 |

บทที่ 4
ผลดำเนนิ งำนโครงงำน

มำตรฐำนที่ 1 เด็กมพี ฒั นำกำรด้ำนร่ำงกำย
ตัวบ่งช้ที ่ี 1.1 มีน้าหนักสว่ นสูงเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน

เลขที่ ช่ือ – นามสกุล ระดับคณุ ภาพ เกณฑก์ ารประเมนิ (ระบุ)

1 อนบุ ำล 1 (3 ขวบ) 1 2 3 4 5 คุณระดับ 5
✓ เด็กมีน้าหนัก สว่ นสงู ตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามยั
เด็กชายกติ ติพง บูรณะพนั ธ์ กระทรวงสาธารณสุขสามารถเล่นออกกาลงั กายได้
✓ ประมาณ 5 นาที (3 ขวบ)สามารถเล่นออกกาลงั กายได้
2 เด็กชายณฐั พร นยั แสน ✓ ประมาณ 5 นาที โดยไมเ่ หนื่อยงา่ ย (4 ขวบ)และเล่น ออก
3 เด็กหญงิ ฐติ กิ านต์ แหวนจีน ✓ กาลงั กายไดป้ ระมาณ 10 นาที โดยไมเ่ หน่ือยงา่ ย (5 ขวบ)
4 เดก็ หญิงกนกวรรณ วงค์จ้ยุ
5 เดก็ หญิงสุชญา ขวญั ยืน ✓ คณุ ระดบั 4
6 อนบุ ำล 2 (4 ขวบ)
✓ เด็กมนี ้าหนัก ส่วนสูงตามเกณฑม์ าตรฐานของกรมอนามยั
เดก็ ชายรถั ฐภาคต์ ดเี ลศิ กระทรวงสาธารณสุขสามารถเลน่ ออกกาลงั กายได้

7 เด็กชายชัยรตั น์ คงสขุ ✓ คุณระดับ 3
8 เด็กชายชนนะมน บวั โพธ์ิ ✓ เด็กมีน้าหนัก สว่ นสงู ตามเกณฑม์ าตรฐานของกรมอนามยั
9 เด็กชายกติ ตภิ ูมิ สุขสาราญ ✓ กระทรวงสาธารณสขุ
10 เดก็ ชายธนภทั ร ปาสิทธา ✓ คณุ ระดบั 2
11 เดก็ ชายธิติวุฒิ เพชรคง ✓ เด็กมนี ้าหนกั หรอื สว่ นสงู ไม่เป็นตามเกณฑม์ าตรฐานของ
12 เดก็ ชายวชิรวิทย์ สงทอง ✓ กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสขุ
13 เดก็ ชายธีระยุทธ วเิ ศษสมบัติ ✓ คุณระดบั 1
14 เด็กชายธราธร พนั ธเ์ ทศ ✓ เดก็ มนี ้าหนัก และสว่ นสงู ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
15 เดก็ หญิงกมลพรรณ หอมส่มุ ✓ ของกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข
16 เดก็ หญงิ ฐติ ารีย์ สกุ ทัต

17 เดก็ หญิงปภาวรินทร์ อาจคงหาญ
18 เดก็ หญิงปภาวรินทร์ เฉลมิ พงษ์ ✓
19 เดก็ หญงิ เพ็ญนภา เรอื งศรี ✓


80 |

เลขที่ ชอ่ื – นามสกุล ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก์ ารประเมนิ (ระบุ)

อนุบาล 3 1 2 3 4 5 คุณระดบั 5
เดก็ มีน้าหนัก สว่ นสูงตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามยั
20 เด็กชายวรรณธชั บุญสวัสด์ิ
21 เด็กชายกฤตภาส คุ้มเปรม ✓ กระทรวงสาธารณสุขสามารถเล่นออกกาลงั กายได้
22 เด็กชายณัฏฐนนท์ อา่ ทอง ✓ ประมาณ 5 นาที (3 ขวบ)สามารถเล่นออกกาลังกายได้
23 เดก็ ชายรพีภทั ร แย้มยงชล ✓ ประมาณ 5 นาที โดยไมเ่ หน่ือยงา่ ย (4 ขวบ)และเลน่ ออก
24 เดก็ หญงิ สาวติ รี ธนโรจนวิทย์ ✓ กาลังกายได้ประมาณ 10 นาที โดยไม่เหนือ่ ยงา่ ย (5 ขวบ)
25 เดก็ หญงิ รินรดา สม้ มศี รี
26 เด็กหญงิ กนั ธิดา กองกมล ✓ คณุ ระดบั 4
27 เด็กหญงิ อ้อมจนั ทร์ ทบั ทิมทอง
28 เดก็ หญิงกนิษฐญาดา หอมสมุ่ ✓ เด็กมนี ้าหนัก สว่ นสงู ตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามยั
29 เด็กหญงิ กิตตกิ าร จันทรเ์ พ็ญ ✓ กระทรวงสาธารณสขุ สามารถเลน่ ออกกาลงั กายได้
30 เด็กหญงิ นัฐทชา เอี่ยมนาม
31 เด็กหญิงวรพา ปาสิทธา ✓ คุณระดับ 3
32 เดก็ หญงิ ณิชนนั ท์ สมพนั ธ์ ✓ เด็กมนี ้าหนัก สว่ นสงู ตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามยั
33 เดก็ หญิงเบญญภา ภู่สาเภา ✓ กระทรวงสาธารณสุข
✓ คุณระดบั 2
รวม ✓ เด็กมนี ้าหนัก หรอื สว่ นสูงไมเ่ ป็นตามเกณฑม์ าตรฐานของ
✓ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข
✓ คณุ ระดับ 1

เด็กมีน้าหนกั และสว่ นสูงไม่เป็นไปตามเกณฑม์ าตรฐาน
ของกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข

81 |

แบบประเมนิ คุณภำพภำยในสถำนศกึ ษำตำมมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
ระดบั กำรศึกษำปฐมวยั

มำตรฐำนที่ 1 เดก็ มีพัฒนำกำรด้ำนร่ำงกำย

ตัวบ่งช้ที ี่ 1.2 มที ักษะการเคลือ่ นไหวตามวัย

เลขท่ี ชือ่ – นามสกลุ ระดบั คุณภาพ เกณฑก์ ารประเมนิ (ระบ)ุ

1 อนุบำล 1 (3 ขวบ) 1 2 3 4 5 คุณระดบั 5
✓ เด็กเคลอ่ื นไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคลว่ มกี ารประสาน
เดก็ ชายกิตติพง บรู ณะพนั ธ์ สมั พันธข์ องกลา้ มเนอื้ ใหญก่ ล้ามเน้อื เลก็ และมี
✓ ความสามารถในการใชก้ ล้ามเนอื้ เล็กประสานสมั พันธ์
2 เด็กชายณฐั พร นยั แสน

3 เด็กหญงิ ฐติ ิกานต์ แหวนจีน ✓ ระหวา่ งมือกบั ตาไดต้ ามวัย และปฏิบตั อิ ย่างสม่าเสมอ จน

4 เดก็ หญงิ กนกวรรณ วงค์จยุ้ ✓ เป็นนิสัย

5 เดก็ หญิงสชุ ญา ขวัญยืน ✓ คณุ ระดับ 4

6 อนุบำล 2 (4 ขวบ) ✓ เด็กเคลอ่ื นไหวร่างกายไดอ้ ยา่ งคล่องแคล่ว มีการประสาน
สมั พนั ธ์ของกลา้ มเนือ้ ใหญ่กล้ามเนื้อเลก็ และมี
เด็กชายรัถฐภาคต์ ดเี ลิศ
✓ ความสามารถในการใช้กลา้ มเนอื้ เลก็ ประสานสมั พันธ์
7 เดก็ ชายชัยรตั น์ คงสุข ✓ ระหวา่ งมือกับตาได้ตามวัยและปฏบิ ัตอิ ย่างสมา่ เสมอ
✓ คณุ ระดับ 3
8 เด็กชายชนนะมน บัวโพธ์ิ ✓ เดก็ เคลื่อนไหวร่างกายไดอ้ ย่างคล่องแคล่ว มกี ารประสาน
9 เดก็ ชายกติ ติภมู ิ สุขสาราญ ✓ สัมพนั ธข์ องกล้ามเนอื้ ใหญก่ ล้ามเน้ือเล็ก และมคี วาม
10 เดก็ ชายธนภัทร ปาสิทธา ✓ สามารถในการใชก้ ลา้ มเนื้อเล็กประสานสมั พันธร์ ะหว่าง
11 เดก็ ชายธิติวฒุ ิ เพชรคง ✓ มอื กับตาไดต้ ามวยั
✓ คุณระดบั 2
12 เดก็ ชายวชริ วิทย์ สงทอง
13 เดก็ ชายธีระยทุ ธ วิเศษสมบัติ
14 เดก็ ชายธราธร พนั ธ์เทศ

15 เด็กหญิงกมลพรรณ หอมสุ่ม ✓ เด็กเคล่ือนไหวร่างกายได้ มีการประสานสมั พนั ธข์ อง

16 เด็กหญิงฐิตารยี ์ สกุ ทัต ✓ กลา้ มเน้ือใหญ่ กลา้ มเนอ้ื เล็กและมคี วามสามารถในการใช้

17 เดก็ หญิงปภาวรนิ ทร์ อาจคงหาญ ✓ กล้ามเนอื้ เลก็ ประสานสมั พันธ์ระหวา่ งมือกับตาได้
18 เด็กหญิงปภาวรนิ ทร์ เฉลมิ พงษ์ ✓ ตามวยั โดยมคี รชู ้แี นะ
19 เดก็ หญงิ เพญ็ นภา เรืองศรี
✓ คุณระดบั 1
เด็กเคลอื่ นไหวรา่ งกายได้ แต่การประสานสัมพันธข์ อง

กล้ามเนื้อใหญ่ กลา้ มเน้ือเล็กและการใชก้ ลา้ มเนอ้ื เลก็ ไม่

ประสานสมั พนั ธ์กนั ระหว่างมอื กับตา

82 |

เลขที่ ชอื่ – นามสกุล ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก์ ารประเมนิ (ระบุ)

อนบุ าล 3 1 2 3 4 5 คุณระดบั 5
✓ เด็กเคล่ือนไหวร่างกายได้อยา่ งคลอ่ งแคลว่ มีการประสาน
20 เด็กชายวรรณธัช บญุ สวัสด์ิ สัมพันธข์ องกลา้ มเนื้อใหญ่กล้ามเนือ้ เลก็ และมี
21 เดก็ ชายกฤตภาส คุ้มเปรม
22 เด็กชายณัฏฐนนท์ อ่าทอง ✓ ความสามารถในการใช้กล้ามเนอ้ื เลก็ ประสานสมั พนั ธ์
23 เด็กชายรพภี ัทร แยม้ ยงชล
24 เดก็ หญงิ สาวิตรี ธนโรจนวิทย์ ✓ ระหว่างมอื กบั ตาได้ตามวัย และปฏิบัตอิ ย่างสม่าเสมอ จน
25 เดก็ หญิงรนิ รดา สม้ มีศรี ✓ เป็นนิสัย
26 เด็กหญิงกันธดิ า กองกมล
27 เด็กหญงิ อ้อมจนั ทร์ ทบั ทิมทอง ✓ คุณระดับ 4
28 เดก็ หญิงกนิษฐญาดา หอมส่มุ
29 เด็กหญงิ กิตตกิ าร จันทรเ์ พ็ญ ✓ เด็กเคลอื่ นไหวรา่ งกายไดอ้ ยา่ งคล่องแคล่ว มีการประสาน
30 เดก็ หญิงนัฐทชา เอ่ียมนาม
31 เดก็ หญงิ วรพา ปาสิทธา ✓ สัมพนั ธข์ องกลา้ มเนื้อใหญ่กลา้ มเนื้อเล็ก และมี
32 เด็กหญิงณชิ นนั ท์ สมพันธ์ ✓ ความสามารถในการใชก้ ล้ามเนือ้ เล็กประสานสัมพันธ์
33 เดก็ หญงิ เบญญภา ภ่สู าเภา ✓ ระหว่างมอื กบั ตาไดต้ ามวยั และปฏิบตั ิอยา่ งสมา่ เสมอ
✓ คณุ ระดบั 3
รวม ✓ เด็กเคลอ่ื นไหวรา่ งกายไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคลว่ มีการประสาน
✓ สมั พนั ธข์ องกลา้ มเน้อื ใหญ่กลา้ มเนอ้ื เล็ก และมีความ
✓ สามารถในการใชก้ ล้ามเน้ือเลก็ ประสานสมั พนั ธร์ ะหว่าง
✓ มือกบั ตาไดต้ ามวัย

คุณระดบั 2

เดก็ เคลอ่ื นไหวร่างกายได้ มกี ารประสานสมั พันธข์ อง
กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนอ้ื เล็กและมคี วามสามารถในการใช้

กล้ามเนือ้ เลก็ ประสานสมั พันธร์ ะหวา่ งมอื กับตาได้

ตามวยั โดยมคี รชู ้แี นะ

คณุ ระดบั 1

เด็กเคล่อื นไหวรา่ งกายได้ แต่การประสานสมั พนั ธข์ อง
กลา้ มเนอ้ื ใหญ่ กลา้ มเนอื้ เล็กและการใชก้ ลา้ มเนือ้ เลก็ ไม่

ประสานสมั พันธก์ นั ระหว่างมอื กบั ตา

83 |

ดำ้ นคุณภำพผ้เู รียน มำตรฐำนท่ี 1 เดก็ มีพฒั นำกำรดำ้ นร่ำงกำย น้ำหนกั คะแนนของมำตรฐำน 5 คะแนน

ตัวบง่ ช้ที ี่ 1.3 มีสขุ นสิ ยั ในการดูแลสขุ ภาพของตน

เลขท่ี ชอื่ – นามสกลุ ระดับคุณภาพ เกณฑก์ ารประเมนิ (ระบ)ุ

1 อนบุ ำล 1 (3 ขวบ) 1 2 3 4 5 คุณระดบั 5
✓ เด็กล้างมอื ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเขา้ หอ้ งน้า
เด็กชายกิตติพง บูรณะพันธ์ แปรงฟนั หลงั รบั ประทานอาหาร รู้จักดูแลรักษาสุขอนามยั
✓ ส่วนตน และรบั ประทานอาหารที่มปี ระโยชน์ได้ครบ ทุก
2 เด็กชายณฐั พร นัยแสน ✓ รายการดว้ ยตนเอง และปฏิบัติอยา่ งสม่าเสมอ จนเป็นนสิ ัย
3 เดก็ หญงิ ฐติ ิกานต์ แหวนจนี

4 เด็กหญงิ กนกวรรณ วงคจ์ ุ้ย ✓ คณุ ระดบั 4
5 เด็กหญงิ สุชญา ขวัญยนื
6 อนุบำล 2 (4 ขวบ) ✓ เดก็ ลา้ งมอื กอ่ นรบั ประทานอาหาร และหลังเขา้ ห้องน้า
✓ แปรงฟันหลงั รับประทานอาหาร รู้จักดูแลรักษาสขุ อนามยั
เดก็ ชายรัถฐภาคต์ ดเี ลิศ
ส่วนตน และรบั ประทานอาหารทมี่ ปี ระโยชนไ์ ดค้ รบทุก
7 เด็กชายชยั รัตน์ คงสุข ✓ รายการ ดว้ ยตนเอง และปฏิบัติอยา่ งสมา่ เสมอ
8 เดก็ ชายชนนะมน บัวโพธ์ิ ✓ คณุ ระดับ 3
9 เดก็ ชายกติ ตภิ ูมิ สุขสาราญ ✓ เด็กล้างมอื ก่อนรับประทานอาหาร และหลงั เข้าห้องน้า
10 เด็กชายธนภัทร ปาสิทธา ✓ แปรงฟนั หลงั รับประทานอาหาร ร้จู กั ดูแลรกั ษาสุขอนามยั
11 เดก็ ชายธิติวุฒิ เพชรคง ✓ สว่ นตน และรบั ประทานอาหารท่มี ปี ระโยชน์ได้ครบ ทุก
12 เดก็ ชายวชริ วิทย์ สงทอง ✓ รายการ ดว้ ยตนเอง
13 เด็กชายธีระยุทธ วเิ ศษสมบตั ิ ✓ คุณระดบั 2
14 เดก็ ชายธราธร พนั ธ์เทศ ✓ เดก็ ลา้ งมือก่อนรับประทานอาหาร และหลังเขา้ ห้องน้า
15 เดก็ หญงิ กมลพรรณ หอมสุ่ม ✓ แปรงฟนั หลงั รับประทานอาหาร รูจ้ กั ดูแลรกั ษาสุขอนามยั
16 เดก็ หญิงฐิตารีย์ สุกทตั
✓ ส่วนตน และรับประทานอาหารทีม่ ปี ระโยชน์ไดค้ รบ ทกุ
17 เดก็ หญิงปภาวรนิ ทร์ อาจคงหาญ
18 เดก็ หญงิ ปภาวรินทร์ เฉลมิ พงษ์ ✓ รายการ โดยมคี รูช้แี นะ
19 เดก็ หญงิ เพ็ญนภา เรอื งศรี
✓ คุณระดบั 1
✓ เด็กล้างมือก่อนรับประทานอาหาร และหลังเขา้ หอ้ งน้า

แปรงฟนั หลังรับประทานอาหาร รู้จกั ดูแลรักษาสุขอนามยั

ส่วนตน และรับประทานอาหารที่มปี ระโยชนไ์ ดไ้ ม่ ครบ
ทุกรายการ

84 |

เลขที่ ช่ือ – นามสกุล ระดบั คุณภาพ เกณฑก์ ารประเมนิ (ระบ)ุ

อนบุ าล 3 1 2 3 4 5 คุณระดับ 5
✓ เดก็ ลา้ งมือก่อนรบั ประทานอาหาร และหลังเข้าหอ้ งน้า
20 เด็กชายวรรณธัช บญุ สวัสด์ิ แปรงฟันหลงั รับประทานอาหาร รู้จักดแู ลรักษาสขุ อนามยั
21 เดก็ ชายกฤตภาส ค้มุ เปรม
22 เดก็ ชายณัฏฐนนท์ อ่าทอง ✓ ส่วนตน และรบั ประทานอาหารทมี่ ีประโยชน์ได้ครบ ทุก
23 เด็กชายรพภี ัทร แย้มยงชล
24 เด็กหญงิ สาวิตรี ธนโรจนวทิ ย์ ✓ รายการด้วยตนเอง และปฏิบตั อิ ย่างสม่าเสมอ จนเป็นนิสัย
25 เดก็ หญิงรินรดา สม้ มศี รี
26 เด็กหญิงกนั ธิดา กองกมล ✓ คุณระดบั 4
27 เด็กหญงิ อ้อมจันทร์ ทบั ทมิ ทอง
28 เดก็ หญิงกนิษฐญาดา หอมสุ่ม ✓ เดก็ ลา้ งมือกอ่ นรับประทานอาหาร และหลงั เขา้ ห้องน้า
29 เดก็ หญิงกติ ตกิ าร จนั ทร์เพญ็ ✓ แปรงฟนั หลังรบั ประทานอาหาร รจู้ กั ดูแลรกั ษาสขุ อนามยั
30 เด็กหญงิ นฐั ทชา เอ่ียมนาม
31 เด็กหญงิ วรพา ปาสทิ ธา ✓ ส่วนตน และรบั ประทานอาหารทม่ี ีประโยชน์ไดค้ รบ ทุก
32 เด็กหญงิ ณชิ นนั ท์ สมพนั ธ์ ✓ รายการ ดว้ ยตนเอง และปฏบิ ัติอยา่ งสมา่ เสมอ
33 เดก็ หญิงเบญญภา ภสู่ าเภา
✓ คณุ ระดับ 3
รวม ✓ เด็กล้างมอื ก่อนรบั ประทานอาหาร และหลงั เขา้ หอ้ งน้า
✓ แปรงฟนั หลงั รับประทานอาหาร ร้จู กั ดแู ลรกั ษาสขุ อนามยั
✓ สว่ นตน และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ได้ครบ ทกุ
✓ รายการ ด้วยตนเอง
✓ คุณระดับ 2

เด็กลา้ งมือกอ่ นรบั ประทานอาหาร และหลงั เข้าหอ้ งน้า
แปรงฟนั หลงั รบั ประทานอาหาร รู้จักดแู ลรักษาสุขอนามยั
ส่วนตน และรบั ประทานอาหารทีม่ ีประโยชน์ได้ครบทกุ

รายการ โดยมีครูช้แี นะ

คุณระดบั 1

เดก็ ลา้ งมือก่อนรบั ประทานอาหาร และหลงั เข้าห้องน้า
แปรงฟนั หลังรับประทานอาหาร รู้จักดแู ลรกั ษาสขุ อนามยั
ส่วนตน และรบั ประทานอาหารทมี่ ีประโยชนไ์ ด้ไม่ ครบ

ทกุ รายการ

85 |

ด้ำนคณุ ภำพผู้เรยี น มำตรฐำนที่ 1 เด็กมีพฒั นำกำรดำ้ นร่ำงกำย น้ำหนักคะแนนของมำตรฐำน 5 คะแนน

ตัวบ่งช้ที ี่ 1.4 หลีกเลย่ี งต่อสภาวะทีเ่ สีย่ งต่อโรค อบุ ตั ิเหตุ ภยั และสง่ิ เสพตดิ

เลขท่ี ชอื่ – นามสกุล ระดบั คุณภาพ เกณฑ์การประเมิน(ระบุ)

1 อนบุ ำล 1 (3 ขวบ) 1 2 3 4 5 คณุ ระดบั 5
✓ เดก็ ปฏบิ ัตติ นตามขอ้ ตกลงเกี่ยวกับความปลอดภัย บอก
เด็กชายกิตตพิ ง บรู ณะพันธ์
โทษของสงิ่ เสพตดิ และสิง่ มอมเมาได้ ปฏิเสธสิ่งเสพติด
2 เดก็ ชายณฐั พร นัยแสน ✓ และสิ่งมอมเมา และหลีกเลีย่ งต่อสภาวะที่เสี่ยงตอ่ โรค
3 เด็กหญิงฐิติกานต์ แหวนจีน ✓ อบุ ตั ิเหตุ ภัย และสิ่งเสพติดไดด้ ้วยตนเอง และปฏบิ ัตอิ ยา่ ง

4 เดก็ หญิงกนกวรรณ วงค์จยุ้ ✓ สมา่ เสมอจนเป็นนิสัย

5 เด็กหญงิ สชุ ญา ขวัญยนื ✓ คุณระดับ 4

6 อนบุ ำล 2 (4 ขวบ) ✓ เด็กปฏบิ ตั ิตนตามข้อตกลงเกย่ี วกบั ความปลอดภัย บอก
โทษของสงิ่ เสพติดและสิ่งมอมเมาได้ ปฏเิ สธสง่ิ เสพตดิ
เดก็ ชายรถั ฐภาคต์ ดเี ลศิ
✓ และส่งิ มอมเมา และหลีกเลย่ี งตอ่ สภาวะท่เี สย่ี งตอ่ โรค
7 เดก็ ชายชัยรัตน์ คงสขุ ✓ อบุ ัติเหตุ ภยั และสิ่งเสพติดได้ด้วยตนเอง และปฏบิ ัตอิ ย่าง
8 เดก็ ชายชนนะมน บวั โพธ์ิ ✓ สมา่ เสมอ
9 เด็กชายกติ ติภูมิ สุขสาราญ ✓ คณุ ระดบั 3
✓ เด็กปฏบิ ัตติ นตามขอ้ ตกลงเกี่ยวกบั ความปลอดภัย บอก
10 เด็กชายธนภทั ร ปาสิทธา ✓ โทษของสง่ิ เสพตดิ และสง่ิ มอมเมาได้ ปฏิเสธสงิ่ เสพติด
11 เด็กชายธิตวิ ฒุ ิ เพชรคง ✓ และสิ่งมอมเมา และหลีกเลี่ยงต่อสภาวะท่เี ส่ียงตอ่ โรค
12 เด็กชายวชิรวิทย์ สงทอง ✓ อุบตั ิเหตุ ภัย และสง่ิ เสพตดิ ไดด้ ว้ ยตนเอง
✓ คุณระดับ 2
13 เดก็ ชายธีระยุทธ วเิ ศษสมบตั ิ
14 เด็กชายธราธร พันธ์เทศ
15 เด็กหญิงกมลพรรณ หอมสุ่ม

16 เดก็ หญงิ ฐิตารยี ์ สกุ ทัต ✓ เด็กปฏิบตั ิตนตามขอ้ ตกลงเก่ยี วกับความปลอดภยั บอก

17 เด็กหญิงปภาวรินทร์ อาจคงหาญ ✓ โทษของสิ่งเสพติดและสง่ิ มอมเมาได้ ปฏเิ สธสิง่ เสพติด
18 เด็กหญงิ ปภาวรนิ ทร์ เฉลิมพงษ์ ✓ และส่งิ มอมเมา และหลีกเลยี่ งตอ่ สภาวะทีเ่ ส่ยี ง
19 เดก็ หญิงเพ็ญนภา เรืองศรี ✓ ต่อโรค อุบัตเิ หตุ ภยั และสงิ่ เสพติดได้ โดยมีครูช้แี นะ

คุณระดบั 1

เดก็ ไม่สามารถปฏิบตั ติ นตามข้อตกลงเกยี่ วกบั ความ
ปลอดภัย หรือไมส่ ามารถบอกโทษของส่งิ เสพตดิ หรอื ไม่

สามารถหลกี เลย่ี งตอ่ สภาวะทเ่ี ส่ยี งต่อโรคอุบตั เิ หตุ ภัย

และสงิ่ เสพติดได้

86 |

เลขที่ ชอ่ื – นามสกุล ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก์ ารประเมนิ (ระบุ)

อนุบาล 3 1 2 3 4 5 คณุ ระดับ 5
✓ เด็กปฏบิ ัติตนตามข้อตกลงเกยี่ วกบั ความปลอดภัย บอก
20 เดก็ ชายวรรณธชั บุญสวสั ด์ิ โทษของสงิ่ เสพติดและส่ิงมอมเมาได้ ปฏิเสธสิ่งเสพตดิ
21 เดก็ ชายกฤตภาส คุ้มเปรม
22 เด็กชายณัฏฐนนท์ อ่าทอง ✓ และสิง่ มอมเมา และหลีกเล่ียงต่อสภาวะทเี่ สย่ี งต่อโรค
23 เดก็ ชายรพีภทั ร แยม้ ยงชล
24 เด็กหญิงสาวิตรี ธนโรจนวิทย์ ✓ อุบัตเิ หตุ ภยั และสิ่งเสพติดไดด้ ้วยตนเอง และปฏบิ ัติอย่าง
25 เด็กหญิงรินรดา ส้มมศี รี ✓ สม่าเสมอจนเป็นนสิ ัย
26 เดก็ หญิงกันธดิ า กองกมล
27 เดก็ หญิงออ้ มจนั ทร์ ทบั ทมิ ทอง ✓ คณุ ระดบั 4
28 เด็กหญิงกนษิ ฐญาดา หอมสุ่ม
29 เด็กหญิงกิตตกิ าร จนั ทรเ์ พ็ญ ✓ เด็กปฏิบตั ติ นตามข้อตกลงเก่ียวกบั ความปลอดภยั บอก
30 เดก็ หญงิ นฐั ทชา เอีย่ มนาม
31 เดก็ หญงิ วรพา ปาสิทธา ✓ โทษของสิ่งเสพตดิ และส่ิงมอมเมาได้ ปฏิเสธสงิ่ เสพติด
32 เดก็ หญงิ ณิชนันท์ สมพันธ์ ✓ และสง่ิ มอมเมา และหลีกเลย่ี งตอ่ สภาวะท่ีเส่ียงต่อโรค
33 เด็กหญงิ เบญญภา ภู่สาเภา ✓ อุบตั ิเหตุ ภัย และสิง่ เสพติดไดด้ ว้ ยตนเอง และปฏบิ ัตอิ ยา่ ง
✓ สม่าเสมอ
รวม ✓ คุณระดับ 3
✓ เด็กปฏบิ ตั ติ นตามข้อตกลงเกยี่ วกับความปลอดภัย บอก
✓ โทษของส่ิงเสพตดิ และสิ่งมอมเมาได้ ปฏิเสธสงิ่ เสพตดิ
✓ และสิ่งมอมเมา และหลกี เลี่ยงตอ่ สภาวะท่ีเสย่ี งตอ่ โรค

อุบัติเหตุ ภยั และส่งิ เสพติดไดด้ ว้ ยตนเอง

คณุ ระดบั 2
เด็กปฏิบตั ติ นตามขอ้ ตกลงเกี่ยวกบั ความปลอดภัย บอก

โทษของส่ิงเสพตดิ และสิ่งมอมเมาได้ ปฏเิ สธส่งิ เสพติด

และสง่ิ มอมเมา และหลีกเลี่ยงต่อสภาวะท่เี ส่ยี ง
ต่อโรค อบุ ัติเหตุ ภยั และสง่ิ เสพตดิ ได้ โดยมีครูช้แี นะ

คุณระดบั 1

เด็กไม่สามารถปฏิบตั ิตนตามข้อตกลงเก่ียวกับความ

ปลอดภัย หรือไมส่ ามารถบอกโทษของสิ่งเสพติด หรือไม่

สามารถหลกี เลี่ยงต่อสภาวะท่ีเสยี่ งตอ่ โรคอบุ ัตเิ หตุ ภัย
และสิ่งเสพตดิ ได้

87 |

ตาราง รายงาน การประเมนิ ผลพฒั นาการดา้ นรา่ งกาย

ระดบั คณุ ภำพมำตรฐำน ผลกำรประเมิน
และตวั บง่ ชี้
ที่ ชอ่ื - สกุล มำตรฐำน/รำยบคุ คล
1.1 1.2 1.3 1.4
คำ่ เฉลีย่ ระดับคุณภำพ
5 55 5
1 อนบุ ำล 1 (3 ขวบ) 4 44 5 5 ดเี ยย่ี ม
เด็กชายกิตติพง บรู ณะพนั ธ์ 5 55 5 4.25 ดมี าก
5 54 5 5 ดเี ยย่ี ม
2 เด็กชายณัฐพร นยั แสน 5 44 4 4.75 ดีเยย่ี ม
4.25 ดีมาก
3 เดก็ หญิงฐิตกิ านต์ แหวนจนี 4 45 5
1 11 1 4.5 ดเี ยี่ยม
4 เดก็ หญงิ กนกวรรณ วงคจ์ ุ้ย 5 34 5 1 ปรบั ปรุง
5 34 5 4.25 ดีมาก
5 เดก็ หญิงสุชญา ขวญั ยืน 5 35 5 4.25 ดมี าก
4 55 5 5 ดเี ยี่ยม
6 อนบุ ำล 2 (4 ขวบ) 5 54 5 4.25 ดีมาก
5 54 5
เดก็ ชายรัถฐภาคต์ ดเี ลศิ 5 54 4 4.75 ดีเยี่ยม
5 54 5 4.75 ดีเยย่ี ม
7 เดก็ ชายชยั รัตน์ คงสขุ 5 54 5 4.5 ดีเยี่ยม
5 54 5 4.75 ดีเยี่ยม
8 เดก็ ชายชนนะมน บวั โพธิ์ 4 55 5 4.75 ดเี ยี่ยม
5 55 5 4.75 ดีเยย่ี ม
9 เด็กชายกิตติภูมิ สขุ สาราญ
10 เด็กชายธนภทั ร ปาสทิ ธา 4 55 5 4.75 ดเี ยี่ยม
11 เด็กชายธติ ิวุฒิ เพชรคง 4 55 5 5 ดีเยีย่ ม
12 เด็กชายวชิรวิทย์ สงทอง 1 42 4
1 42 4 4.75 ดเี ยี่ยม
13 เดก็ ชายธรี ะยุทธ วเิ ศษสมบัติ 1 11 1 4.75 ดีเยย่ี ม
14 เด็กชายธราธร พันธเ์ ทศ 4 55 5 2.75 พอใช้
15 เด็กหญงิ กมลพรรณ หอมสมุ่ 4 55 5 2.75 พอใช้
16 เด็กหญิงฐติ ารยี ์ สกุ ทัต 1 11 1 1 ปรบั ปรงุ
17 เดก็ หญิงปภาวรนิ ทร์ อาจคงหาญ 1 42 4 4.75 ดเี ยย่ี ม
4 55 5 4.25 ดมี าก
18 เดก็ หญิงปภาวรินทร์ เฉลิมพงษ์ 4 55 5 1 ปรบั ปรงุ
4 55 5 2.75 พอใช้
19 เด็กหญิงเพ็ญนภา เรืองศรี 4 55 5 4.75 ดีเยย่ี ม
20 อนุบำล 2 (5 ขวบ) 4 55 5 4.75 ดีเยย่ี ม
4.50 4.41 4.23 4.82 4.75 ดเี ยี่ยม
เด็กชายวรรณธสั บญุ สวสั ด์ิ 4.25 ดมี าก
21 เด็กชายกฤตภาส คมุ้ เปรม 4.75 ดีเยี่ยม
4.49 ดีมาก
22 เด็กชายณฏั ฐนนท์ อา่ ทอง
23 เดก็ ชายรพีภัทร แย้มยงชล
24 เด็กหญิงสาวติ รี ธนโรจนวิทย์
25 เด็กหญงิ รนิ รดา สม้ มีศรี
26 เดก็ หญงิ กนั ธิดา กองกมล
27 เด็กหญิงอ้อมจนั ทร์ ทบั ทิมทอง
28 เดก็ หญิงกนิษฐญาดา หอมสุม่
29 เดก็ หญิงกิตติการ จนั ทร์เพญ็

30 เด็กหญงิ นฐั ทชา เอยี่ มนาม
31 เด็กหญงิ วรพา ปาสทิ ธา
32 เด็กหญงิ ณิชนันท์ สมพนั ธ์
33 เด็กหญิงเบญญภา ภูส่ าเภา

ผลกำรประเมนิ ระดบั ห้องเรียน

เกณฑร์ ะดับคุณภาพ

4.50 – 5.00 หมายถึง ดีเย่ียม 3.75 – 4.49 หมายถึง ดีมาก
หมายถึง
3.00 – 3.74 หมายถึง ดี 2.50 – 2.99 พอใช้

0.00 – 2.49 หมายถงึ ปรับปรุง

88 |

บทที่ 5
สรปุ ผลดำเนินงำนโครงงำน

วัตถุประสงค์
1. เพ่ือใหน้ ักเรียนมีน้าหนกั ส่วนสูงและมีสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์
2. เพอื่ ให้นักเรียนมมี ีสขุ นสิ ัยท่ดี ี ปฏบิ ตั ติ นจนเป็นนสิ ยั และช่วยเหลอื ตนเองได้
3. เพ่ือให้นกั เรียนปฏิบัติตามขอ้ ตกลง รกั ษาความปลอดภยั ของตนเองและผอู้ นื่ ได้
4. เพื่อใหน้ กั เรียนเคลอื่ นไหวรา่ งกายอยา่ งคล่องแคลว่ และทรงตวั ได้ดี
5. เพอ่ื ใหน้ ักเรียนใชม้ ือและตาประสานสัมพันธก์ ัน
6. เพ่ือใหน้ กั เรียนรจู้ ักโทษของส่งิ เสพตดิ ใหโ้ ทษและสง่ิ มอมเมาและหลีกเลยี่ งจากสภาวะที่เสี่ยง
อนั ตรายได้

กลุ่มเปำ้ หมำย
นักเรียนระดบั ปฐมวัยชนั้ อนบุ าลปีที่ 1 -3 ปีการศกึ ษา 2564 จานวน 33 คน รอ้ ยละ 80 มีสขุ นสิ ยั

สุขภาพกาย ตามประเดน็ การพฒั นาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาปฐมวัยทด่ี ีและเหมาะสมตามวยั

วธิ กี ำรที่ใช้ในกำรประเมินพฒั นำกำร
การประเมินพัฒนาการเดก็ แตล่ ะคร้งั ใชห้ ลายวิธี ดังตอ่ ไปน้ี
1. การสังเกตและการบนั ทกึ
2. การสนทนา
3. การสัมภาษณ์
4. การรวบรวมผลงานท่ีแสดงออกถงึ ความกา้ วหน้าแตล่ ะด้านของเดก็ เป็นรายบคุ คล
5. การประเมนิ การเจริญเติบโตของเดก็

89 |

ผลที่คำดวำ่ จะได้รบั
1. นกั เรียนมีน้าหนัก ส่วนสงู และมสี มรรถภาพทางกายตามเกณฑ์
2. นักเรียนมสี ขุ นิสยั ทีด่ ี ปฏิบตั ติ นจนเป็นนสิ ัยและชว่ ยเหลอื ตนเองได้
3. นักเรียนปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง รกั ษาความปลอดภัยของตนเองและผ้อู ่นื ได้
4. นักเรียนเคลอ่ื นไหวรา่ งกายอย่างคลอ่ งแคล่ว และทรงตวั ได้ดี
5. นกั เรียนใช้มือและตาประสานสัมพนั ธก์ ันไดด้ ี
6. นกั เรียนรู้จกั โทษของสงิ่ เสพติดและสงิ่ มอมเมาและหลีกเล่ยี งจากสภาวะเสีย่ งอันตรายได้

วเิ ครำะห์ข้อมูลและสถติ ทิ ่ีใช้
1. ฐำนนยิ ม
2. คา่ เฉลยี่
3. คะแนนร้อยละ

สรุปผลกำรประเมิน
ตารางสรุปมาตรฐานท่ี1 เดก็ มพี ฒั นาการดา้ นร่างกาย

จำนวนนักเรียน
ทีไ่ ด้ระดับคุณภำพ
ตำมประเดน็ กำรพฒั นำ
และกำรตรวจสอบ
กำรศึกษำปฐมวัย จำนวน ันกเ ีรยน (คน) ระดับ
ตัวบง่ ชี้ ไ ้ดระ ัดบ ุคณภำพ 3 ึ้ขนไป คณุ ภำพ

ิคดเ ็ปน ้รอยละ
1234 5

1.1 มีน้าหนักสว่ นสูงเป็นไปตามเกณฑ์ 33 3 - - 7 23 30 90.90 ดีเยีย่ ม
80.85 ดีมาก
1.2 มีทกั ษะการเคล่อื นไหวตามวัย 33 3 2 3 13 12 28 80.85 ดมี าก
90.90 ดเี ยย่ี ม
1.3 มสี ขุ นสิ ัยในการดูแลสุขภาพของตน 33 3 2 1 9 18 28
85.87 ดมี ำก
1.4 หลีกเลี่ยงต่อสภาวะทเี่ สยี่ งต่อโรค 33 1 2 - 12 18 30 4

อบุ ตั เิ หตุ ภยั และสง่ิ เสพตดิ

ร้อยละเฉล่ยี

สรปุ ผลกำรประเมินมำตรฐำนท่ี 1

90 |

น้าหนักคะแนนเต็ม 100 คะแนน (ภาพรวมของสถานศกึ ษา)

คะแนนที่คำนวณได้ (เตม็ 100 คะแนน) ระดบั คณุ ภำพ แปลคณุ ภำพ
ดเี ยีย่ ม
90.00 – 100.00 5 ดีมาก
ดี
75.00 – 89.99 4 พอใช้
ปรบั ปรุง
60.00 – 74.99 3
คณุ ภาพระดบั 1
50.00 – 59.99 2 คณุ ภาพระดบั 2
คณุ ภาพระดบั 3
0.00 – 49.99 1 คณุ ภาพระดบั 4
Sคeุณrภieาsพ5ระดบั 5
แผนภูมิแสดงเด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย

จานวนนักเรยี น
25

20

15

10

5

0 ตวั บ่งชที้ ่ี 1.2 ตัวบ่งชีท้ ่ี 1. 3 ตัวบ่งชี้ 1.4
ตัวบค่งณชุ ้ี ภ1า.1พระดบั 5

เน่อื งจากนกั เรียนได้คะแนนประเมนิ พัฒนาการด้านร่างกาย ระดบั 3 ข้นึ ไป รอ้ ยละ 85.87 เพราะ
โรงเรียนได้จดั กิจกรรมเพื่อส่งเสริมพฒั นาการทางดา้ นรา่ งกายด้วยตา่ งๆ เชน่

กิจกรรมส่งเสริมกล้ามเน้ือมดั ใหญ่ ได้แก่ กจิ กรรมเคลือ่ นไหวและจงั หวะ กิจกรรมกลางแจง้ กิจกรรม
เล่นตามมมุ ประสบการณ์ ฯลฯ

กจิ กรรมสง่ เสริมกลา้ มเน้ือมดั เลก็ ได้แก่ กิจกรรมสรา้ งสรรค์ กิจกรรมกลางแจ้ง กจิ กรรมเลน่ ตามมมุ
ประสบการณ์ กิจกรรมเกมการศกึ ษา ฯลฯ

91 |

กจิ กรรมส่งเสริมสขุ ลักษณะ ได้แก่ การตรวจสุขภาพ การแปรงฟัน การล้างมอื กอ่ นรับประทานอาหาร
และทากจิ กรรมต่างๆ การดื่มนม การรบั ประทานอาหารกลางวนั อาหารเสริมที่มีประโยชน์ ใหค้ วามรนู้ กั เรียน
ในการดแู ลตนเองให้ปลอดภัย ฯลฯ
ข้อเสนอแนะ

ควรให้เด็กได้รว่ มกาหนดกจิ กรรมเกณฑ์การประเมินและสง่ เสริมเด็กเก่ง พัฒนาเดก็ ท่ีดอ้ ย
จัดกิจกรรมส่งเสริมกลา้ มเนื้อมดั ใหญ่ มดั เล็กใหม้ ากย่ิงข้ึน ควรมีการนาการละเล่นแบบไทยๆ มาช่วยในการ
พัฒนาทางดา้ นรา่ งกายของผู้เรียนให้มากยิง่ ข้ึน เคร่ืองเล่นสาหรบั เลน่ ภาคสนามมีนอ้ ยเกนิ ไป ควรจัดหามา
เพม่ิ เติมให้เพียงพอตอ่ จานวนนักเรียน สถานท่แี ปรงฟนั ยงั ไมเ่ หมาะสมเท่าท่คี วรควรหาสถานที่เหมาะสมเพ่ือ
สง่ เสริมให้นักเรียนมีสุขอนามัยทางชอ่ งปากท่ีดีข้นึ

92 |

วนั คริตส์มาส

1. นกั เรียนได้เต้นประกอบเพลงในงานกิจกรรม ฝึกกลา้ มเน้อื มัดใหญ่ มดั เลก็
2. นักเรียนไดเ้ ล่นเกมร่วมกบั เพื่อนๆ ออกกาลงั กายอย่างสนกุ สนาน

เก็บขยะบญุ

1. นกั เรียนได้เตน้ ประกอบเพลงในงานกิจกรรม ฝึกกลา้ มเนอื้ มดั ใหญ่ มดั เลก็
2. นกั เรียนได้เล่นเกม และรว่ มกิจกรรมต่างๆกับเพอ่ื นๆ ออกกาลังกายอยา่ ง
สนกุ สนาน

กิจกรรมวนั ไหวค้ รู

นกั เรียนใช้กล้ามเน้อื มัดเลก็ ในการประดิษฐพ์ านไหวค้ รู

กิจกรรมวนั เขา้ พรรษา

1.นกั เรยี นได้ร่วมกจิ กรรมวนั เขา้ พรรษา
2.รูจ้ กั เรยี นรู้ทีจ่ ะดูแลตนเองให้ปลอดภยั เมือ่ ออกนอกสถานที่

ลงชอื่ ( นางสาว


Click to View FlipBook Version