สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2005 งาน : การตรวจสอบประสิทธิภาพ (ค่า CCA) แบตเตอรี่ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 2 CCA (Cool Cranking Ampere) เป็นค่าที่บอกถึงก าลังไฟส าหรับการติดหรือการสตาร์ทเครื่องยนต์ นั้น ถ้าค่านี้ลดลงไปอาจท าให้มีก าลังไฟไม่พอส าหรับการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้(แต่การสตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ติดก็ อาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆประกอบด้วยเช่นกัน) ซึ่งค่า CCA จะไม่เท่ากันแตกต่างกันไปตามแต่ขนาดของแบตเตอรี่ และรุ่นที่มีก าลังไฟแอมป์ที่ต่างกัน นอกจากนั้นระหว่างแบตเตอรี่ชนิดเติมน้ ากลั่น (แบตน้ า) กับแบตเตอรี่พร้อมใช้ กึ่งแห้งกึ่งน้ า (แบตแห้ง) ก็อาจมีค่า CCA ที่ต่างกันได้ เราจึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของเรา รูปที่1 แสดงเครื่องมือวัดค่า CCA แบตเตอรี่
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2005 งาน : การประจุไฟแบตเตอรี่ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 3 การประจุไฟแบตเตอรี่ เครื่องประจุไฟแบตเตอรี่จะใช้กระแสไฟฟ้ากระแสตรงผ่านเข้าไปในแบตเตอรี่ในทิศทางที่ปกติ ในการ คีบสายไฟจากเครื่องประจุไฟโดยสายไฟบวกหรือสายสีแดงเข้าขั้วบวกของแบตเตอรี่และสายไฟลบหรือสายสีด า เข้าที่ขั้วลบของแบตเตอรี่ โดยปกติจะท าการประจุไฟแบตเตอรี่เมื่อแบตเตอรี่มีกระแสไฟฟ้าต่ าหรือประมาณ 9 โวลต์ 1. การประจุแบบเร็ว คือการประจุไฟเพื่อใช้อย่างเร่งด่วนในระยะเวลาอันสั้นใช้เวลาประจุไม่กิน 1 ชั่วโมงด้วย เครื่องประจุที่เรียกว่า ( Quick Chargers) โดยสามารถ 1.1. ประจุขณะแบตอยู่บนรถได้ 1.2. ปรับเลือกแรงดัน 12 โวลท์ 1.3. ประจุด้วยกระแสประมาณ ½ ของความจุแบตเตอรี่เช่น แบตเตอรี่ขนาด 40 Ah ให้ประจุด้วย กระแส 20A 1.4. ถ้าประจุหลายๆลูกให้ต่อแบบขนาน รูปที่2 แสดงการประจุแบตเตอรี่แบบเร็ว ข้อควรระวังและข้อปฏิบัติในการประจุไฟแบตเตอรี่ มีดังนี้ 1. ท าความสะอาดแบตเตอรี่ 2. เปิดฝาจุกของแบตเตอรี่ออกทั้งหมด ตรวจระดับน้ ากรดถ้ามีไม่เพียงพอให้เติมน้ ากลั่นเท่านั้น 3. ต้องระมัดระวังอย่าปล่อยให้แบตเตอรี่ร้อนเกินไป (อุณหภูมิขณะประจุไฟสูงเกิน 50องศาเซลเซียส) 4. ห้ามประจุไฟแบตเตอรี่ด้วยกระแสไฟแรงสูง 5. ระวังอย่าให้เกิดประกายไฟใกล้กับแบตเตอรี่ขณะท าการประจุไฟ 6. อย่าปลดสายเครื่องประจุไฟออกจากขั้วแบตเตอรี่ที่ได้รับการประจุอยู่ ให้ท าการปิดสวิตช์เครื่องประจุเสียก่อนที่ จะปลดสายไฟออก 7. ระวังอย่าให้น้ ากรดถูกร่างกาย 8. ถ้าประจุแบตเตอรี่ขณะติดตั้งอยู่ในรถยนต์ให้ถอดขั้วลบและขั้วบวกออกก่อน
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2005 งาน : การประจุไฟแบตเตอรี่ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 4 2. การประจุแบบช้า คือการประจุไฟที่ไม่ต้องการความเร่งด่วนในการใช้งานหรือประจุตามปกติระยะเวลาการ ประจุไฟแบตเตอรี่ประมาณ 3 ถึง 15 ชั่วโมง หรือเรียกว่า การประจุไฟแบบช้า ถ้าไม่ทราบค่าความจุของแบตเตอรี่ ให้ตั้งค่าความจุในการประจุไฟของเครื่องประจุไฟที่ 5 แอมแปร์โดย 2.1. ต้องยกแบตเตอรี่ออกจากรถ 2.2. ปรับเลือกแรงดันไฟฟ้า 12 X จ านวนลูก 2.3. ประด้วยกระแสประมาณ 1/10 ของความจุแบตเตอรี่ 2.4. ถ้าประจุหลายลูกให้ต่อแบบอนุกรม รูปที่3 แสดงการประจุแบตเตอรี่แบบช้า ข้อควรระวังและข้อปฏิบัติในการประจุไฟแบตเตอรี่ มีดังนี้ 1. ท าความสะอาดแบตเตอรี่ 2. เปิดฝาจุกของแบตเตอรี่ออกทั้งหมด ตรวจระดับน้ ากรดถ้ามีไม่เพียงพอให้เติมน้ ากลั่นเท่านั้น 3. ต้องระมัดระวังอย่าปล่อยให้แบตเตอรี่ร้อนเกินไป (อุณหภูมิขณะประจุไฟสูงเกิน 50องศาเซลเซียส) 4. ห้ามประจุไฟแบตเตอรี่ด้วยกระแสไฟแรงสูง 5. ระวังอย่าให้เกิดประกายไฟใกล้กับแบตเตอรี่ขณะท าการประจุไฟ 6. อย่าปลดสายเครื่องประจุไฟออกจากขั้วแบตเตอรี่ที่ได้รับการประจุอยู่ ให้ท าการปิดสวิตช์เครื่องประจุเสียก่อนที่ จะปลดสายไฟออก 7. ระวังอย่าให้น้ ากรดถูกร่างกาย 8. ถ้าประจุแบตเตอรี่ขณะติดตั้งอยู่ในรถยนต์ให้ถอดขั้วลบและขั้วบวกออกก่อน
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2005 งาน : การพ่วงแบตเตอรี่ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 5 แบตเตอรี่บรรจุแรงดันไฟฟ้าที่ต้องการโดยการเชื่อมต่อเซลล์หลายเซลล์แบบอนุกรม เซลล์แต่ละเซลล์ จะเพิ่มศักย์ไฟฟ้าเพื่อให้ได้มาซึ่งแรงดันไฟฟ้าทั้งหมดที่ขั้วต่อ การเชื่อมต่อแบบขนานจะมีความจุที่สูงขึ้นโดยการ เพิ่มแอมแปร์- ชั่วโมง (Ah) ทั้งหมด บางแบตเตอรี่แพ็คอาจประกอบด้วยการเชื่อมต่อกันแบบอนุกรมและการ เชื่อมต่อแบบขนาน ในการต่อเชื่อมนั้นสิ่งส าคัญคือต้องใช้เซลล์แบตเตอรี่ชนิดเดียวกันที่มีแรงดันไฟฟ้าและความจุเท่ากัน (Ah) ห้ามผสมต่างต่างขนาดกัน เซลล์ที่อ่อนแออาจท าให้เกิดความไม่สมดุลขึ้น สิ่งนี้มีความส าคัญอย่างยิ่งในการ เชื่อมต่อแบบอนุกรมเนื่องจากแบตเตอรี่จะมีความแข็งแรงแค่พอ ๆ กับลิงค์ที่อ่อนที่สุดในสายโซ่เท่านั้น เซลล์ที่อ่อนแออาจไม่ล้มเหลวในทันทีแต่จะหมดเร็วกว่าเซลล์ที่แข็งแรงเมื่ออยู่ในโหลด ขณะชาร์จเซลล์ที่อ่อนแอ จะเต็มก่อนเซลล์ที่แข็งแรงเพราะว่าบรรจุไฟฟ้าได้น้อยกว่า และมันจะเกิดการ over charge นานกว่าเซลล์อื่นๆ เมื่อคายประจุตอนใช้งาน เซลล์ที่อ่อนแอจะหมดประจุก่อนในขณะเซลล์ที่แข็งแรงยังมีประจุเหลือ เซลล์ที่อ่อนแอ อาจเกิด reverse polarity ได้และเสียหายถาวร เซลล์ในชุดแบตเตอรี่ต้องถูกจับคู่กันอย่างเหมาะสมโดยเฉพาะ อย่างยิ่งเมื่ออยู่ภายใต้โหลดสูง การพ่วงแบตเตอรี่แบบขนาน ต่อแบบขนาน เป็นการต่อเพื่อเพิ่มความจุ กระแส(A)จะมากขึ้น แต่แรงดันเท่าเดิม ในภาพด้านล่าง แรงดันจะเป็น 12V เท่าเดิม แต่กระแสจะเพิ่มขึ้น ลักษณะการใช้งาน 1. ส าหรับรถยนต์ที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าจานวนมาก เช่น รถยนต์ที่แต่ง เครื่องเสียง 2. ส าหรับการต่อพ่วงเพื่อช่วยสตาร์ท รูปที่4 แสดงการพ่วงแบตเตอรี่แบบขนาน
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2005 งาน : การพ่วงแบตเตอรี่ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 6 การพ่วงแบตเตอรี่แบบอนุกรม ต่อแบบอนุกรม เป็นการต่อเพื่อเพิ่มแรงดัน (V)แต่กระแส (A) เท่าเดิม โดยการน าแบตเตอรี่ที่มีแรงดัน เท่ากันมาต่อแบบอนุกรม จะได้แรงดันไฟฟ้าเพิ่มมากกขึ้น แต่กระแสไฟเท่าเดิม ลักษณะการใช้งาน 1. ส าหรับรถยนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้ระบบไฟ DC 24 V 2. ส าหรับการชาร์จประจุแบตเตอรี่พร้อมกันทีละหลายๆ ลูก รูปที่5 แสดงการพ่วงแบตเตอรี่แบบอนุกรม
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานเครื่องล่างรถยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2003 งาน : การพ่วงแบตเตอรี่ช่วยสตาร์ทรถยนต์ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 7 ความส าคัญของการพ่วงแบตเตอรี่ช่วยสตาร์ทรถยนต์ ผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวคงจะต้องเคยพบกับอาการรถสตาร์ทไม่ติดโดยสาเหตุส่วนมากมักจะมาจาก แบตเตอรี่เสื่อมสภาพการใช้งาน และวิธีแก้ไขอย่างง่ายก็คงจะไม่ต่างกันซึ่งก็คือการ ต่อพ่วงแบตเตอรี่ โดยการใช้ รถอีกคันที่มีสภาพแบตเตอรี่ที่สมบูรณ์กว่า น ามาต่อสายพ่วงเพื่อถ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านขั้วแบตเตอรี่ เพื่อให้มีการ กระตุ้นไฟฟ้าเข้าไปสู่แบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ ด้วยวิธีนี้ก็จะท าให้รถที่สตาร์ทไม่ติด กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ขั้นตอนที่ถูกต้องในการพ่วงแบตเตอรี่ โดยในขั้นตอนแรกควรมีการตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ให้ดี เสียก่อนว่า แบตเตอรี่ทั้งของรถที่เกิดปัญหา และรถที่ให้การช่วยเหลือนั้นมีรอยแตกหรือมีการรั่วซึมของน้ ากรด ภายในแบตเตอรี่หรือไม่ หากตรวจสอบและไม่มีอาการรั่วซึมหรือรอยแตก นอกเหนือไปจากนี้ควรตรวจดูให้ดี ก่อนการต่อสายพ่วงว่า มีการต่อถูกขั้วแบตหรือไม่ และขั้นตอนของการพ่วงแบตเตอรี่นั้นจะต้องดับเครื่องยนต์ ก่อนและต้องไม่มีการใช้ไฟฟ้าในรถแต่อย่างใด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาของการพ่วงแบตเตอรี่ในระหว่างการพ่วงแบต การพ่วงแบตเตอรี่นั้นจะช่วยให้รถกลับมาใช้งานได้อีกครั้งหนึ่ง และที่ส าคัญการพ่วงแบตนั้นไม่ได้ถือเป็นการท าให้ แบตเตอรี่ของรถยนต์นั้นกลับมาใช้งานได้สมบูรณ์แบบ แต่เป็นเพียงการท าให้แบตเตอรี่กลับมาใช้งานได้ชั่วคราว เท่านั้น ทางที่ดีเมื่อแบตเตอรี่เริ่มมีปัญหาจากการเสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่น่าจะเป็นผลดีกับรถยนต์ ซึ่งขั้นตอนการพ่วงแบตมีดังนี้ การพ่วงแบตเตอรี่เพื่อช่วยสตาร์ทรถยนต์มีขั้นตอนดังนี้ 1. ต่อสายพ่วงสายบวก (สายสีแดง) เข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่รถยนต์คันที่แบตเตอรี่มีไฟ (สาย ขั้วบวกจะเป็นสีแดงหรือสีเหลือง) 2. น าปลายสายพ่วงสายบวก (สายสีแดง) อีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่รถยนต์คันที่ แบตเตอรี่ไม่มีไฟ 3. ต่อสายพ่วงขั้วลบ (สายสีด า) เข้ากับแบตเตอรี่ขั้วลบของรถยนต์คันที่แบตเตอรี่มีไฟ (สายขั้วลบ จะเป็นสีด าหรือสีเขียว) 4. ต่อสายพ่วงขั้วลบ (สายสีด า) อีกด้านเข้ากับกราวด์หรือส่วนของรถยนต์คันที่แบตเตอรี่ไม่มีไฟ โดย ต่อเข้ากับส่วนที่แข็งแรงและไม่มีสีซึ่งส่วนมากจะเป็นน็อตของบล็อกเครื่องยนต์หรือหูยกเครื่อง 5. เมื่อต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ตามขั้วบวก-ขั้วลบเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมา ให้ท าการสตาร์ท เครื่องยนต์ของรถยนต์คันที่มีไฟ สตาร์ททิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาที และเร่งคันเร่งเบาๆ เพื่อให้เกิดการถ่ายเทประจุ ไฟฟ้า จากนั้นดับเครื่อง แล้วให้สตาร์ทเครื่องยนต์ของรถยนต์คันที่แบตหมด ท าการเร่งเครื่องเบาๆ โดยครั้งนี้ให้ สตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 1-2 นาที ดูว่ามีประจุไฟฟ้าเข้ามาที่แบตเตอรี่เพียงพอแล้วหรือยัง (ข้อควรระวัง ห้าม สตาร์ทรถสองคันพร้อมกัน เพราะอาจเกิดอันตรายได้)
รูปที่ 6 แสดงการพ่วงแบตเตอรี่ที่ถูกต้อง การถอดสายพ่วงแบตเตอรี่มีขั้นตอนดังนี้ เมื่อรถคันที่แบตเตอรี่ไฟหมดสามารถติดเครื่องได้แล้ว ก็สามารถถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ออกได้โดยให้ท า ตรงข้ามกับการต่อสายแบตเตอรี่ (ระวัง อย่าให้ปากคีบของสายแบตเตอรี่ไปสัมผัสกัน) โดยมีขั้นขอนการปฏิบัติ ดังนี้ 1. ถอดสายพ่วงขั้วลบ (สายสีด า) ออกจากบล็อกเครื่องยนต์ของรถยนต์ คันที่แบตเตอรี่ไม่มีไฟ (ขั้นตอนนี้ จะเป็นการตัดวงจรไฟ) 2. ถอดสายพ่วงขั้วลบ (สายสีด า) จากแบตเตอรี่ของรถยนต์คันที่แบตเตอรี่มีไฟ 3. ถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วบวก (สายสีแดง) ออกจากขั้วบวกของแบตเตอรี่รถยนต์คันที่ไม่มีไฟ 1. ถอดสายขั้วบวก (สายสีแดง) จากแบตเตอรี่ของรถยนต์คันที่แบตเตอรี่มีไฟ ข้อควรระวัง 1. ระวังไม่ให้สายพ่วงต่างขั้วมาสัมผัสหรือโดนกัน อาจเกิดการลัดวงจรได้ 2. ห้ามสตาร์ทรถสองคันพร้อมกัน 3. ห้ามพ่วงสายพ่วงแบตสีด ากับขั้วลบแบตเตอรี่ของรถคันที่แบตหมด 4. ห้ามท าอะไรที่ก่อให้เกิดประกายไฟ เช่น สูบบุหรี่ และจุดไฟแช็ก
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การทดสอบประสิทธิภาพ (ค่า CCA) ของแบตเตอรี่ จุดประสงค์การเรียนรู้ เข้าใจวิธีการทดสอบประสิทธิภาพ (ค่าCCA) ของแบตเตอรี่ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. ปฏิบัติงาน การทดสอบประสิทธิภาพ (ค่าCCA) ของแบตเตอรี่ ได้ถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานตามหลักความปลอดภัย เครื่องมือและอุปกรณ์ 1. เครื่องมือทดสอบประสิทธิภาพ (ค่าCCA) ของแบตเตอรี่ 2. แบตเตอรี่ ขั้นตอนในการปฏิบัติงาน 1. การวัดประสิทธิภาพแบตเตอรี่โดยใช้เครื่องมือทดสอบประสิทธิภาพ (ค่าCCA) แบตเตอรี่ 2. ทุกขั้นตอนปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและค านึงถึงความปลอดภัย เครื่องมือ ลักษณะการใช้งาน 1. เตรียมเครื่องมือทดสอบประสิทธิภาพ (ค่าCCA) แบตเตอรี่ 2. น าสายสีแดง คีบขั้วบวกของแบตเตอรี่
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การทดสอบประสิทธิภาพ(ค่า CCA)ของแบตเตอรี่ เครื่องมือ ลักษณะการใช้งาน 3. น าสายสีด า คีบขั้วบวกของแบตเตอรี่ 4. เครื่องมือทดสอบประสิทธิภาพ (ค่าCCA) แบตเตอรี่ หน้าจอจะแสดงผล 5. กดลูกศรเพื่อเลือกประเภทของแบตเตอรี่ (ประเภทของแบตจะอยู่ด้านซ้ายของเครื่องมือวัด)
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การทดสอบประสิทธิภาพ (ค่าCCA) ของแบตเตอรี่ เครื่องมือ ลักษณะการใช้งาน 6. กด ENTER เพื่อเปลี่ยนโหมดเป็น P2 7. กดลูกศรเลือกค่าในการวัด (ให้เลือกค่าCCA) อยู่ด้านล่างของหน้าจอ 8. กด ENTER เพื่อเปลี่ยนโหมดเป็น P3
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การทดสอบประสิทธิภาพ (ค่าCCA) ของแบตเตอรี่ เครื่องมือ ลักษณะการใช้งาน 9. กดลูกศรเพื่อเลือกค่า CCA ของแบตเตอรี่ โดยค่า CCA ของแบตเตอรี่สามารถดูได้จาก แอมป์ของ แบตเตอรี่ เช่น แบตเตอรี่ 40 Ah มีค่า CCA คือ 380A ( สามารถดูได้จากคู่มือ) 10. คู่มือการดูค่า CCA ของแบตเตอรี่ 11. กด ENTER เพื่อเปลี่ยนโหมดเป็น P4
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การทดสอบประสิทธิภาพ (ค่า CCA) ของแบตเตอรี่ เครื่องมือ ลักษณะการใช้งาน 12. อ่านค่า SOH:State Of Health คือ ค่าประสิทธิ- ภาพของแบตฯ จะบอกเป็น เปอร์เซ็นต์สามารถดูได้ที่ หน้าจอและเทียบกับคู่มือ 13. ค่า I.R. คือค่าความต้านทานภายในแบตเตอรี่ ไม่ ควรเกิน 10 mΩ 14. คู่มือการดูค่า SOH ของแบตเตอรี่ 15. กดลูกศรเพื่ออ่านค่า SOC: State Of Charge คือ ค่าการชาร์จของแบตเตอรี่ จะแสดงออกมาเป็น เปอร์เซนต์ 16. ดูค่าแรงดันไฟฟ้า มีหน่วยเป็นโวล์ท
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การทดสอบประสิทธิภาพ (ค่าCCA) ของแบตเตอรี่ เครื่องมือ ลักษณะการใช้งาน 17. อ่านค่า EDC/CCA คือ ค่าการปล่อยกระแสไฟ ของแบตเตอรี่ มีหน่วยเป็น A (น าค่าที่ได้ไปเที่ยบกับ สเป็คของแบตเตอรี่รุ่นนั้นๆ) 18. ถอดสายขั้วลบ 19. ถอดสายขั้วบวก 20. ท าความสะอาดและเก็บเครื่องมือ หมายเหตุ ทุกขั้นตอนปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและค านึงถึงความปลอดภัย
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การประจุไฟแบตเตอรี่รถยนต์ จุดประสงค์การเรียนรู้ เข้าใจวิธีการประจุไฟแบตเตอรี่แบบเร็ว จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. ปฏิบัติงาน การประจุไฟแบตเตอรี่ ได้ถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานตามหลักความปลอดภัย เครื่องมือและอุปกรณ์ 1. เครื่องประจุไฟ 2. แบตเตอรี่ ขั้นตอนในการปฏิบัติงาน 1. การประจุไฟแบตเตอรี่แบบเร็ว 2. ทุกขั้นตอนปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและค านึงถึงความปลอดภัย เครื่องมือ การปฏิบัติงาน 1. เตรียมเครื่องประจุไฟแบตเตอรี่แบบช้า 2. ท าความสะอาดแบตเตอรี่
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การประจุไฟแบตเตอรี่รถยนต์ เครื่องมือ ลักษณะการใช้งาน 3. เปิดฝาจุกแบตเตอรี่ออก (ระวังอย่าให้น้ ากรดโดน) 4. น าสายชาร์จสีแดงคีบเข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่ 5. น าสายชาร์จสีด าคีบเข้ากับขั้วลบของแบตเตอรี่
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การประจุไฟแบตเตอรี่รถยนต์ เครื่องมือ ลักษณะการใช้งาน 6. ปรับแรงดันของเครื่องชาร์จ (แบตเตอรี่รถยนต์จะมี แรงดัน12 โวล์ท) 7. เปิดสวิตซ์ไปต าแหน่ง MIN หรือ MAX 8. สัญญาณไฟแสดงการท างานของเครื่องประจุไฟ 9. ปรับสวิตซ์เลือกปริมมาณกระแสที่จะชาร์จ(เลือก กระแสประมาณ ½ ของความจุแบตฯ เช่น แบตฯ 40Ah ให้ประจุด้วยกระแส 20A
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การประจุไฟแบตเตอรี่รถยนต์ เครื่องมือ ลักษณะการใช้งาน 10. แสดงการชาร์จแบบเร็ว 11. ถ้าประจุหลายลูกให้ต่อแบบขนาน *** ข้อควรระวัง อย่าถอดสายไฟขณะเครื่องชาร์จ ท างาน ควรปิดเครื่องประจุไฟเสียก่อน หมายเหตุทุกขั้นตอนปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและค านึงถึงความปลอดภัย
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การประจุไฟแบตเตอรี่รถยนต์ จุดประสงค์การเรียนรู้ เข้าใจวิธีการประจุไฟแบตเตอรี่แบบช้า จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. ปฏิบัติงาน การประจุไฟแบตเตอรี่ ได้ถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานตามหลักความปลอดภัย เครื่องมือและอุปกรณ์ 1. เครื่องประจุไฟ 2. แบตเตอรี่ 3. สายพ่วงแบตเตอรี่ ขั้นตอนในการปฏิบัติงาน 1. การประจุไฟแบตเตอรี่แบบช้า 2. ทุกขั้นตอนปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและค านึงถึงความปลอดภัย เครื่องมือ การปฏิบัติงาน 1. เตรียมเครื่องประจุไฟแบตเตอรี่แบบเร็ว 2. ท าความสะอาดแบตเตอรี่ (การชาร์จช้าจะเป็นการ ชาร์จแบบอนุกรม) ใช้แบตเตอรี่ตั้งแต่ 2 ลูกขึ้นไป
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การประจุไฟแบตเตอรี่รถยนต์ เครื่องมือ ลักษณะการใช้งาน 3. เปิดฝาจุกแบตเตอรี่ออก (ระวังอย่าให้น้ ากรดโดน) 4. น าสายไฟมาพ่วงแบตเตอรี่แบบอนุกรม (ขั้วบวกลูก ที่ 1 ต่อกับ ขั้วลบ ลูกที่ 2) 5. น าสายชาร์จสีแดงคีบเข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่ 6. น าสายชาร์จสีด าคีบเข้ากับขั้วลบของแบตเตอรี่
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การประจุไฟแบตเตอรี่รถยนต์ เครื่องมือ ลักษณะการใช้งาน 7. ปรับแรงดันของเครื่องชาร์จ (ปรับแรงดันเป็น 24 โวล์ท) 8. เปิดสวิตซ์ไปต าแหน่ง MIN 9. สัญญาณไฟแสดงการท างานของเครื่องประจุไฟ 10. ปรับสวิตซ์เลือกปริมมาณกระแสที่จะชาร์จด้วย กระแสประมาณ 1/10 ของความจุ เช่น แบตเตอรี่ ขนาด 40Ah ให้ประจุด้วยกระแส 4A
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การประจุไฟแบตเตอรี่รถยนต์ เครื่องมือ ลักษณะการใช้งาน 11. แสดงการชาร์จแบบช้า ใช้เวลาในการชาร์จ 8-10 ชั่วโมง 12. ถ้าประจุหลายลูกให้ต่อแบบอนุกรม *** ข้อควรระวัง อย่าถอดสายไฟขณะเครื่องชาร์จ ท างาน ควรปิดเครื่องประจุไฟเสียก่อน หมายเหตุทุกขั้นตอนปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและค านึงถึงความปลอดภัย
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การพ่วงแบตเตอรี่แบบขนาน เครื่องมือ การปฏิบัติงาน 1.ศึกษาวิธิการพ่วงแบบขนาน 2. เตรียมแบตเตอรี่ 3. ท าความสะอาดแบตเตอรี่ 4. น าสายพ่วงแบตเตอรี่มาพ่วงแบตเตอรี่โดย สีแดง พ่วงขั้วบวก สีด าพ่วงขั้วลบ (ตามจ านวนแบตเตอรี่) หมายเหตุทุกขั้นตอนปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและค านึงถึงความปลอดภัย
ใบปฏิบัติงาน ชื่อวิชา งานไฟฟ้ารถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2005 หน่วยที่ 3 เวลา 10 นาที ชื่อเรื่อง การพ่วงแบตเตอรีแบบอนุกรม เครื่องมือ การปฏิบัติงาน 1.ศึกษาวิธิการพ่วงแบบอนุกรม 2. เตรียมแบตเตอรี่ 3. ท าความสะอาดแบตเตอรี่ 4. น าสายพ่วงแบตเตอรี่มาพ่วงแบตเตอรี่โดย พ่วง ขั้วบวกของแบตฯลูกที่ 1 กับขั้วลบ ของลูกที่ 2 (ตามจ านวนแบตเตอรี่) หมายเหตุทุกขั้นตอนปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและค านึงถึงความปลอดภัย