แบบข้อตกลงในการพฒั นางาน (PA)
สาหรบั ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ตาแหนง่ ครู (ยังไมม่ วี ิทยฐานะ)
ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
ระหว่างวนั ที่ 1 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2564 ถึงวนั ท่ี 30 เดือน กันยายน พ.ศ. 2565
วPA
นาย สิริวฒุ ิ ชูสุวรรณ
ตาแหน่ง ครผู ชู้ ่วย
โรงเรียนสิเกาประชาผดุงวทิ ย์
สังกดั สำนกั งำนเขตพ้นื ทกี่ ำรศึกษำมธั ยมศกึ ษำตรัง กระบ่ี
สังกัดสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขน้ั พ้นื ฐำน
กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร
ก
คำนำ
แบบบันทึกข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA) จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอ
ข้อตกลงในการพัฒนางาน สำหรับข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผ้ชู ว่ ย (ไม่มีวิทยฐานะ)
ประจำปีงบประมาณ 2565 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 แบบบันทึกข้อตกลง ฉบับนี้
นำเสนอต่อผ้อู ำนวยการโรงเรยี นสิเกาประชาผดุงวิทย์ เพื่อเปน็ ขอ้ ตกลงในการพัฒนาตนเอง ประกอบไปด้วย 2
ส่วน ดงั น้ี
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง ประกอบด้วย 1. ภาระงานตามที่ ก.ค.ศ.
กำหนด และ 2. งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งครู โดยระบุรายละเอียดของงานที่จะปฏิบัติ ในแต่ละ
ดา้ น
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานทเี่ ป็นประเด็นทา้ ทายเรื่อง การจดั การเรียนการสอนโดยใช้ชุดการ
เรียนรายวชิ าภาษาจนี เพ่อื การส่ือสารของผ้เู รยี น ขา้ พเจา้ ขอขอบพระคุณผู้อำนวยการโรงเรียนสิเกาประชาผดุง
วทิ ย์ท่ไี ดอ้ นเุ คราะห์คำปรกึ ษา แนะนำ ตรวจสอบจนเสรจ็ สมบรู ณ์ในการจดั ทำบันทกึ ขอ้ ตกลงในการพฒั นางาน
(PA) ฉบับน้ี และขา้ พเจา้ จะนำข้อตกลงไปพฒั นาผู้เรยี นและพฒั นาตนเอง ให้บรรลตุ ามเป้าหมายทีต่ ัง้ ไว้
นายสิรวิ ฒุ ิ ชสู วุ รรณ
ตำแหนง่ ครูผูช้ ่วย (ไม่มีวทิ ยฐานะ)
โรงเรยี นสิเกาประชาผดุงวิทย์
สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบ่ี
1 ตุลาคม พ.ศ. 2564
ข
สารบญั
คำนำ .................................................................................................................................................................ก
สารบญั ..............................................................................................................................................................ข
แบบขอ้ ตกลงในการพฒั นางาน (PA)……………………………………………………………………………….……………………1
ขอ้ มูลผจู้ ัดทำข้อตกลง .......................................................................................................................................1
ส่วนท่ี 1 ข้อตกลงในการพฒั นางานตามมาตรฐานตำแหนง่ ..............................................................................1
ภาระงานตามท่ี ก.ค.ศ. กำหนด .........................................................................................................................1
งานท่จี ะปฏบิ ตั ิตามมาตรฐานตำแหนง่ ครู ..........................................................................................................2
ด้านการจดั การเรยี นรู้ ........................................................................................................................................2
ดา้ นการสง่ เสรมิ สนับสนุนการจดั การเรยี นรู้ ......................................................................................................6
ด้านการพัฒนาตนเองและวชิ าชพี .....................................................................................................................7
ส่วนท่ี 2 ข้อตกลงในการพฒั นางานท่เี ปน็ ประเดน็ ทา้ ทาย ................................................................................9
ประเดน็ ทา้ ทาย เรอ่ื ง การพฒั นาโปรแกรมการฝึกเพ่ือลดปัญหาเกย่ี วกับภาวะน้ำหนักเกินของนักเรยี นระดับชนั้
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย.......................................................................................................................................9
1 PA 1/ส
แบบขอ้ ตกลงในการพัฒนางาน (PA)
สำหรบั ข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครู (ยังไมม่ ีวิทยฐานะ)
(ทกุ สังกัด)
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
ระหว่างวันที่ 1 เดอื นตุลาคม พ.ศ. 2564 ถงึ วันท่ี 30 เดือนกนั ยายน พ.ศ. 2565
ผูจ้ ดั ทำข้อตกลง
ชอ่ื นายสิริวฒุ ิ นามสกุล ชสู วุ รรณ ตำแหนง่ ครผู ้ชู ว่ ย
สถานศึกษา โรงเรียนสิเกาประชาผดงุ วทิ ย์ สงั กดั สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษาตรัง กระบ่ี
รับเงนิ เดือนในอันดบั - อตั ราเงินเดอื น 16,340 บาท
ประเภทหอ้ งเรียนที่จัดการเรยี นรู้ (สามารถระบไุ ด้มากกว่า 1 ประเภทหอ้ งเรียน ตามสภาพการจดั
การเรยี นรจู้ รงิ )
ห้องเรียนวชิ าสามัญหรือวิชาพน้ื ฐาน
ห้องเรียนปฐมวยั
ห้องเรียนการศึกษาพเิ ศษ
หอ้ งเรียนสายวิชาชพี
หอ้ งเรียนการศึกษานอกระบบ / ตามอัธยาศยั
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจดั ทำข้อตกลงในการพฒั นางาน ตำแหนง่ ครผู ู้ช่วย ซงึ่ เป็นตำแหน่งที่
ดำรงอยูใ่ นปัจจุบนั กบั ผู้อำนวยการสถานศึกษา ไวด้ ังต่อไปนี้
ส่วนที่ 1 ขอ้ ตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหนง่
1. ภาระงาน จะมภี าระงานเปน็ ไปตามท่ี ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชวั่ โมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 26.79 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ ดงั น้ี
กล่มุ สาระการเรยี นรูส้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา
รายวชิ า พลศกึ ษา (พ22104) ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 จำนวน 4.17 ชว่ั โมง/สัปดาห์
รายวิชา พลศึกษา (พ23104) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 2.50 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
รายวชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา (พ33102) ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 จำนวน 3.33 ช่วั โมง/
สัปดาห์
รายวิชา พลศึกษา เพ่ิมเติม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 จำนวน 3.33 ชว่ั โมง/สัปดาห์
รายวชิ า พลศึกษา เพ่มิ เติม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 3.33 ช่ัวโมง/สัปดาห์
รายวิชา พลศึกษา เพิ่มเติม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 จำนวน 3.33 ชว่ั โมง/สัปดาห์
2
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
กิจกรรม ลกู เสอื -เนตรนารี จำนวน 0.83 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
กจิ กรรม ชมุ นมุ จำนวน 0.83 ช่ัวโมง/สัปดาห์
กจิ กรรม อบรมคุณธรรมจริยธรรม จำนวน 0.83 ชั่วโมง/สปั ดาห์
กจิ กรรม โฮมรูม ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4/2 จำนวน 0.96 ชั่วโมง/สปั ดาห์
กิจกรรม สาธารณประโยชน์ จำนวน 0.83 ชั่วโมง/สปั ดาห์
กจิ กรรม PLC จำนวน 1.67 ชวั่ โมง/สปั ดาห์
กจิ กรรม ประชุมระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที 4 จำนวน 0.83 ช่วั โมง/สปั ดาห์
1.2 งานสง่ เสริมและสนับสนุนการจดั การเรยี นรู้ จำนวน 5 ช่วั โมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษาของสถานศกึ ษา จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 2.50 ชั่วโมง/สัปดาห์
2. งานที่จะปฏิบัตติ ามมาตรฐานตำแหนง่ ครู (ให้ระบุรายละเอียดของงานทจี่ ะปฏบิ ัติในแต่ละด้าน
วา่ จะดำเนนิ การอยา่ งไร โดยอาจระบุระยะเวลาท่ใี ชใ้ นการดำเนินการดว้ ยก็ได้)
งาน (Tasks) ผลลัพธ์ (Outcomes) ตัวชว้ี ดั (Indicators)
ลักษณะงานท่ีปฏิบัติ ท่ีจะดำเนนิ การพฒั นาตาม ของงานตามขอ้ ตกลง ทจี่ ะเกิดขึ้นกับผู้เรยี น
ตามมาตรฐานตำแหนง่ ข้อตกลงใน 1 รอบการประเมิน ที่คาดหวังใหเ้ กิดขึ้น ที่แสดงใหเ้ ห็นถึงการ
(โปรดระบุ) กบั ผู้เรยี น เปล่ยี นแปลงไปในทาง
(โปรดระบุ) ทด่ี ีขึน้ หรือมกี ารพัฒนา
มากขนึ้ หรือผลสมั ฤทธิ์
สงู ขึ้น (โปรดระบ)ุ
1. ดา้ นการจดั การเรยี นรู้ 1. การสร้างและพัฒนา 1. ผเู้ รยี นสามารถอธิบาย 1. ผู้เรียนร้อยละ 70 มี
ลกั ษณะงานท่เี สนอให้ หลักสตู ร และการออกแบบ เรือ่ งทเ่ี รียนรู้ได้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ครอบคลุมถึง การสร้างและหรือ การจัดการเรียนรู้ 2. ผเู้ รียนมคี ณุ ลกั ษณะ สงู กวา่ ทโี่ รงเรียนกำหนด
พฒั นาหลักสตู ร การออกแบบการ วเิ คราะห์หลกั สตู ร มาตรฐาน อันพงึ ประสงค์ 2. ผูเ้ รียนร้อยละ 70 มี
จัดการเรียนรู้ การจดั กจิ กรรมการ การเรียนรู้ นำไปจดั ทำรายวิชา 3. ผเู้ รียนสามารถอา่ น คุณลกั ษณะอนั พงึ
เรยี นรู้ การสร้างและหรือพฒั นาสอื่ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ออกแบบ คิด วิเคราะห์ เขยี นสื่อ ประสงค์สูงกวา่ ที่
นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่ง หน่วยการเรียนรู้ใหส้ อดคล้อง ความจากเรื่องท่เี รียนรู้ โรงเรียนกำหนด
เรยี นรู้ การวัดและประเมนิ ผลการ กับหลกั สตู รสถานศึกษาและ ได้ 3. ผู้เรียนรอ้ ยละ 70
จัดการเรยี นรู้ การศึกษา วเิ คราะห์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษา 4. ผเู้ รยี นมคี วามพงึ สามารถอา่ น คิด
สังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาหรือ ข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 พอใจต่อการจดั วิเคราะห์ เขียนสื่อความ
พัฒนาการเรียนรู้ การจดั (ฉบบั ปรับปรงุ 2561) ใน บรรยากาศการเรียนรู้ จากเรื่องทีเ่ รียนรูส้ งู กว่า
บรรยากาศท่ีส่งเสริมและพฒั นา รูปแบบแผนการจัดการเรยี นรู้ ที่โรงเรียนกำหนด
ผ้เู รียน และการอบรมและพัฒนา 2. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ 3
คณุ ลกั ษณะทด่ี ขี องผเู้ รียน จดั กจิ กรรมการเรยี นตาม
4. ผู้เรยี นรอ้ ยละ 70 มี
แนวทาง active learning ความพงึ พอใจต่อการจดั
อย่างหลากหลาย โดยเน้นการมี บรรยากาศการเรียนรูใ้ น
ส่วนรว่ มของผ้เู รียน ตาม ระดับมาก ข้ึนไป
แผนการจดั การเรียนรู้ทส่ี รา้ งขึน้
แบบอย่างให้ครใู นกลมุ่ สาระ
การเรยี นรทู้ ีม่ ารว่ มนิเทศการ
จดั การเรียนรู้
3. การสรา้ งและหรือพฒั นาสือ่
นวัตกรรม เทคโนโลยี และ
แหล่งเรียนรู้
พฒั นาสื่อ นวัตกรรม
เทคโนโลยี เพ่อื การเรียนรใู้ น
รปู แบบที่หลากหลาย เช่น ชุด
กจิ กรรม เกมสง่ เสริมการเรยี นรู้
PowerPoint เพอ่ื การเรยี นรู้
เปน็ ตน้ โดยนำเทคโนโลยีเพือ่
การเรยี นรูม้ าใชส้ รา้ งแหล่ง
เรยี นรใู้ ห้แก่ผู้เรียน ในรปู แบบ
google classroom จดั ทำ
เปน็ แบบอยา่ งให้ครใู นกลุ่ม
สาระการเรยี นรู้ จัดอบรม
วิธกี ารสร้างสือ่ นวตั กรรม
เทคโนโลยี ด้วย Canva ใหแ้ ก่
ครูในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
4.การวัดและประเมินผลการ
จดั การเรียนรู้
พฒั นาเครอื่ งมือวัดและ
ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลาย
ประกอบด้วย แบบทดสอบ
แบบประเมิน แบบสังเกต
4
จดั ทำเปน็ แบบอย่างให้ครใู น
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
5.การศกึ ษา วเิ คราะห์
สงั เคราะห์ เพ่อื แก้ปัญหาหรือ
พฒั นาการเรยี นรู้
นำผลการจัดการเรยี นรมู้ า
ศกึ ษา วเิ คราะห์ เพื่อแกป้ ญั หา
ท่ีเกดิ ขน้ึ จากการจดั การเรียนรู้
ในรปู แบบวจิ ยั ในชั้นเรียน
แบบอยา่ งให้ครูในกล่มุ สาระ
การเรยี นรูท้ มี่ าร่วมนเิ ทศการ
จดั การเรียนรู้
6.การจดั บรรยากาศทส่ี ่งเสริม
และพัฒนาผ้เู รยี น และการ
อบรมและพัฒนาคุณลักษณะท่ี
ดขี องผู้เรียน
จดั กิจกรรมการเรยี นรู้
สอดแทรกเทคนิคเกมโชว์
กจิ กรรมกลุ่มส่งเสรมิ การทำงาน
ร่วมกนั กิจกรรมเพื่อนชว่ ย
เพื่อน ความรบั ผิดชอบในการ
ส่งภาระงาน และมคี วาม
ซอ่ื สัตย์ต่อตนเอง และเป็น
แบบอย่างให้กับคณุ ครูที่เข้ามา
นเิ ทศการจัดการเรยี นการสอน
เกย่ี วกบั การจดั บรรยากาศที่
ส่งเสรมิ การเรียนรู้ของผ้เู รยี น
2. ด้านการส่งเสริมและสนบั สนุน 1. การจัดทำข้อมูลสารสนเทศ 1. ผู้เรียนได้รับการดูแล 1. ผู้เรียนรอ้ ยละ 70
ลักษณะงานทเ่ี สนอให้ ไดร้ บั การดูแลชว่ ยเหลือ
ของผู้เรียนและรายวิชา ชว่ ยเหลอื ตามข้อมูล ตามข้อมูลสารสนเทศที่
ครอบคลุมถึงการจัดทำขอ้ มูล ครจู ัดทำขึ้น
สารสนเทศของผเู้ รียนและรายวิชา - จดั ทำขอ้ มลู สารสนเทศ สารสนเทศได้อย่าง
การดำเนนิ การตามระบบดูแล
ช่วยเหลอื ผู้เรยี น การปฏบิ ตั ิงาน ของผู้เรยี นท่ีไดร้ บั มอบหมาย รวดเร็ว
เป็นปรกึ ษา ในรปู แบบการ 2. ผู้เรียนมีแหล่ง
วิเคราะหผ์ ู้เรียนผ่านการ สารสนเทศรายวชิ า
5
วิชาการ และงานอ่ืน ๆ ของ ประเมนิ SDQ การเยีย่ มบ้าน 3. ผู้เรยี นไดร้ บั การ 2. ผู้เรียนรอ้ ยละ 70
เข้าถงึ ข้อมลู สารสนเทศ
สถานศกึ ษา และการประสานความ ผลการเรียนแตล่ ะภาคเรยี น จดั การเรยี นการสอน รายวิชา
3. ผู้เรยี นร้อยละ 100
รว่ มมอื กบั ผปู้ กครองภาคเี ครือขา่ ย - จดั ทำข้อมูลสารสนเทศ แบบเน้นผูเ้ รยี นเปน็ ได้รับการจดั การเรียน
การสอนแบบเน้นผู้เรยี น
และหรือสถานประกอบการ ของผู้เรียนท่ีรับผดิ ชอบการ สำคัญ เปน็ สำคัญ
4. ผูเ้ รยี นรอ้ ยละ 70
จัดการเรียนรู้ในผลการเรียน 4. ผเู้ รยี นมแี หล่งการ สามารถเขา้ ถึงแหล่ง
เรียนรู้ทีเ่ กดิ จากการ
ตลอดภาคเรยี นและมกี ารแจ้ง เรียนร้ทู ่เี กดิ จากการ ประสานความรว่ มมือ
เตอื นเพื่อใหผ้ ู้เรียนได้มีสว่ นรว่ ม ประสานความรว่ มมือ
ในการตรวจสอบข้อมูลอย่าง เพิ่มขนึ้
สม่ำเสมอโดยดำเนนิ การ
เผยแพร่เปน็ แบบอย่างให้ครูใน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ และครูใน
ระดับช้ันเดยี วกัน
2. การดำเนินการตามระบบ
ดแู ลชว่ ยเหลือผเู้ รียน
จัดทำข้อมลู การดำเนนิ งาน
ดูแลช่วยเหลอื ผู้เรียนด้านการ
เรยี น ดา้ นความประพฤติ ดา้ น
ทนุ การศึกษา และด้านอนื่ ๆ
ตามทีส่ ถานศกึ ษามอบหมาย
โดยดำเนินการเผยแพรเ่ ปน็
แบบอย่างใหค้ รูในกลมุ่ สาระ
การเรยี นรู้ และครูในระดบั ช้นั
เดยี วกัน
3. การปฏิบัติงานวชิ าการ
และงานอ่นื ๆ ของ
สถานศกึ ษา
- ปฏิบัตหิ น้าที่หวั หนา้ กลมุ่
สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและ
พลศึกษา เป็นผู้นำในการ
ปฏบิ ตั ิงานด้านวชิ าการ และ
ประสานความร่วมมือกับกลุม่
บริหารงานวิชาการ
มีการกำหนดโครงสรา้ งการ
6
บรหิ าร และพรรณนางานท่ี
ชัดเจน ในการดำเนินกจิ กรรม
ต่าง ๆ รวมทง้ั การวางแนวทาง
จัดการเรยี นรแู้ บบเนน้ ผู้เรียน
เปน็ สำคัญ รว่ มกบั ครูในกลุ่ม
สาระ
- ปฏิบัตหิ นา้ ท่ีหวั หนา้ งาน
นโยบายและแผน เปน็ ผนู้ ำและ
เปน็ แบบอย่างในการเขียน
โครงการตามแผนปฏบิ ตั ิการ
และการดำเนินงานตาม
แผนปฏบิ ัตกิ าร การติดตาม
ตรวจสอบควบคมุ ภายใน การ
ตดิ ตามการใช้งบประมาณ โดย
ใช้ Google sheets เขา้ มา
ชว่ ยในการตรวจสอบยอดการ
ใชง้ บประมาณอย่างเปน็ ปัจจุบนั
เพอื่ ความโปร่งใส ตรวจสอบได้
4. การประสานความร่วมมอื
กบั ผ้ปู กครองภาคเี ครือข่าย
และหรอื สถานประกอบการ
จดั ทำเว็บไซต์ “หอ้ งเรยี น
พลศึกษา” เพื่อเผยแพร่
ประชาสัมพันธก์ จิ กรรมต่างๆ ที่
เกย่ี วขอ้ งกบั กลุ่มสาระการ
เรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา
และเพื่อประสานความร่วมมือ
กับผู้ปกครองภาคเี ครอื ขา่ ย ใน
ฐานะหัวหน้ากลมุ่ สาระการ
เรยี นรู้
7
3. ด้านการพัฒนาตนเองและ 1. การพัฒนาตนเองอยา่ งเป็น 1. ผเู้ รยี นมีความพึง ผูเ้ รียนมีความพึงพอใจใน
วิชาชพี ระบบและต่อเนอื่ ง พอใจในการไดร้ บั การ การจัดการเรยี นการรู้
ลกั ษณะงานท่เี สนอให้ เข้ารว่ มการประชุม/อบรม/ บริการดา้ นความรู้และ ของครโู ดยรวม ผ่าน
ครอบคลุมถงึ การพฒั นาตนเอง สัมมนา ในส่วนท่ีเกยี่ วข้องกับ ดา้ นอื่นๆ ในรูปแบบท่ี กจิ กรรม “การประเมนิ
อย่างเปน็ ระบบและตอ่ เน่ือง การมี ภาระหน้าทแี่ ละความ ทนั สมัยขนึ้ คุณภาพการจดั การเรยี น
สว่ นรว่ มในการแลกเปล่ียนเรียนรู้ รบั ผิดชอบ และรายงานผลการ 2. ผเู้ รียนมีความพึง การสอนของครูตาม
ทางวิชาชพี เพ่ือพฒั นาการจดั การ ประชมุ /อบรม/สัมมนา อยา่ ง พอใจในการไดร้ ับ ความคดิ เหน็ ของ
เรียนรู้ และการนำความรู้ เป็นระบบ ไมน่ ้อยกวา่ 20 บรรยากาศและ นกั เรยี น” อยใู่ นระดบั
ความสามารถ ทักษะท่ีได้จากการ ชัว่ โมง และเผยแพรค่ วามรทู้ ่ีได้ ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ มาก ขึ้นไป
พฒั นาตนเองและวิชาชพี มาใช้ใน จากการประชมุ /อบรม/สมั มนา เกิดข้นึ จากกจิ กรรม
การพัฒนาการจดั การเรยี นรู้ การ ไปยงั ครทู ี่มสี ่วนเกี่ยวข้อง นิเทศการสอน
พฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน และการ 2. การมีส่วนร่วมในการ 3. ผเู้ รียนมคี วามพงึ
พัฒนานวตั กรรมการจัดการเรียนรู้ แลกเปลยี่ นเรียนรู้ทางวิชาชีพ พอใจในการไดร้ ับการจดั
เพ่ือพัฒนาการจดั การเรยี นรู้ ประสบการณ์การเรยี นรู้
เข้ารว่ มกิจกรรมนิเทศการ ใหมๆ่ ดว้ ยนวตั กรรมท่ี
สอนในบทบาทของผรู้ ับการ ครสู ร้างขึ้น
นเิ ทศและผ้นู ิเทศรวมกัน ไม่
นอ้ ยกวา่ 5 ครงั้
3. การนำความรู้
ความสามารถ ทักษะทีไ่ ด้จาก
การพฒั นาตนเองและวิชาชีพ
มาใช้ในการพัฒนาการจดั การ
เรยี นรู้ การพัฒนาคณุ ภาพ
ผ้เู รียน และการพฒั นา
นวตั กรรมการจัดการเรียนรู้
จัดทำนวตั กรรมเพ่ือการ
เรียนรู้จากการเข้าร่วมประชุม/
อบรม/สมั มนา อย่างน้อย 2
รายการ และเผยแพร่ตัวอยา่ ง
ผลงานที่ได้จากการพฒั นาให้ครู
ในกลุ่มสาระการเรียนรไู้ ดน้ ำไป
เปน็ แนวทาง
8
หมายเหตุ
1. รูปแบบการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน.ตามแบบ.PA.1.ให้เป็นไปตามบริบทและสภาพการ
จดั การเรยี นรูข้ องแตล่ ะสถานศึกษา โดยความเห็นชอบรว่ มกันระหว่างผู้อำนวยการสถานศึกษาและข้าราชการ
ครูผ้จู ดั ทำขอ้ ตกลง
2. งาน (Tasks) ที่เสนอเป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน ต้องเป็นงานในหน้าที่ความรับผิดชอบหลักท่ี
ส่งผลโดยตรงตอ่ ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผูเ้ รียน และให้นำเสนอรายวิชาหลักท่ีทำการสอน โดยเสนอในภาพรวม
ของรายวิชาหลักที่ทำการสอนทุกระดับชั้น ในกรณีที่สอนหลายรายวิชา สามารถเลือกรายวิชาใดวิชาหนึ่งได้
โดยจะต้องแสดงให้เห็นถงึ การปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่ง และคณะกรรมการประเมนิ ผลการพัฒนางาน
ตามข้อตกลงสามารถประเมินได้ตามแบบการประเมิน PA 2
3. การพัฒนางานตามข้อตกลง ตามแบบ PA 1 ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
(Outcomes)และตัวชี้วัด (Indicators) ที่เป็นรูปธรรม และการประเมินของคณะกรรมการประเมินผลการ
พัฒนางานตามข้อตกลง ให้คณะกรรมการดำเนินการประเมิน ตามแบบ PA 2 จากการปฏิบัติงานจริงสภาพ
การจัดการเรียนรู้ในบริบทของแต่ละสถานศึกษา และผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนที่เกิดจากการพัฒนางาน
ตามขอ้ ตกลงเป็นสำคัญ โดยไมเ่ น้นการประเมินจากเอกสาร
9
ส่วนที่ 2 ขอ้ ตกลงในการพฒั นางานท่เี ปน็ ประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรขู้ องผูเ้ รียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรง
ตำแหน่งครู (ไม่มีวิทยฐานะ) ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ ปรับประยุกต์ การจัดการ
เรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนา
มากข้ึน (ท้งั น้ี ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงใหเ้ หน็ ถึงระดบั การปฏบิ ัติที่คาดหวังในวทิ ยฐานะทีส่ ูงกวา่ ได)้
ประเด็นทา้ ทาย เรื่อง การพัฒนาโปรแกรมการฝึกเพื่อลดปญั หาเก่ยี วกับภาวะนำ้ หนักเกนิ ของนกั เรยี น
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
1. สภาพปญั หาการจดั การเรียนรแู้ ละและคุณภาพการเรียนรขู้ องผเู้ รยี น
การจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ซึ่ง
เน้นกระบวนการเรียนการสอนให้นักเรียนฝึกปฏิบัติ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ให้นักเรียนมีสุขภาพ
แข็งแรง แต่ด้วยจำนวนคาบการฝึกการเรียนการสอนมีเวลาจำกัดเฉพาะในคาบ และจำนวนชั่วโมงคาบต่อ
สัปดาห์มีแค่ 1 คาบต่อสัปดาห์เท่านั้น ซึ่งปัญหาที่พบคือ 1. นักเรียนส่วนใหญ่ได้ออกกำลังกายแค่ครั้งเดียวใน
รายคาบวิชาท่ที ำการเรียนการสอน 2. นกั เรียนบางสว่ นมีภาวะน้ำหนักเกนิ มาตฐานหรือโรคอว้ น ทำให้สุขภาพ
ไม่แข็งแรง จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ผู้วิจัยในฐานะที่เป็นผู้สอน มีความสนใจในการปรับแก้ไขปัญหาโดยการ
วางโปรแกรมฝึกให้นักเรียนสามารถนำไปปฏิบัติด้วยตนเองในเวลาว่างของทุกวัน โดยครูผู้สอนจะจัดทำ
โปรแกรมการออกกำลังกาย โปรแกรมการรับประทานอาหาร และส่อื วิดีโอการออกกำลงั กายใหน้ ักเรยี นปฏิบัติ
ตามโดยที่ใช้อุปกรณ์จากสิ่งรอบตัว ซึ่งผู้เรียนสามารถเข้าไปศึกษาและปฏิบัติได้ด้วยตนเองที่บ้าน อีกทั้ง
นักเรียนยังสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคิดเห็นของตนเองผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยการจัดต้ังกลุ่ม
ติดต่อสื่อสารระหว่างผู้เรียนและผู้สอนได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งอัพเดทโปรแกรมการฝึกต่างๆ การส่งการบ้าน
การปฏิบัติกิจกรรมของนกั เรียนรายบุคคล เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของตนเอง ทำให้นักเรียนกระตือรือรน้
และปลกู ฝงั คา่ นิยมการออกกำลงั กาย รักษาสุขภาพของตนเอง
2. วิธกี ารดำเนินการใหบ้ รรลุผล
ออกแบบและสร้างโปรแกรมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย พร้อมทัง้ จัดทำคลิป
วิดีโอการออกกำลังกาย ประกอบไปด้วยโปรแกรม HITT , Cardio , Bodyweight โดยใช้กลุ่มสื่อโซเชียลใน
การติดต่อสื่อสารระหว่างครูและผู้เรียน ให้นักเรียนปฏิบัติตามพร้อมทั้งส่งคลิปการปฏิบัติตามกลับมาเพื่อให้
ครผู ู้สอนทราบถงึ ปญั หาของการปฏบิ ัติพรอ้ มท้ังเสนอแนะ ปรบั ปรงุ แกไ้ ขนักเรียนเป็นรายบุคคล
10
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชงิ ปริมาณ
ประชากรนกั เรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4-6 ในรายวิชา พลศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 396 คน
โรงเรยี นสิเกาประชาผดุงวทิ ย์ ผา่ นเกณฑ์ประเมินมาตฐานน้ำหนักและส่วนสงู ของกรมอนามยั ร้อยละ 80 ข้นึ
ไป
3.2 เชงิ คณุ ภาพ
ประชากรนกั เรียนชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4-6 ในรายวิชา พลศึกษา หลังจากฝึกปฏบิ ัตโิ ปรแกรม
การรบั ประทานอาหารและออกกำลังกาย พบว่านกั เรยี นมีน้ำหนกั เปน็ ไปตามเกณฑ์มาตฐานที่กรมอนามยั
กำหนด
ลงช่ือ..............................................................
(นายสริ วิ ฒุ ิ ชสู วุ รรณ)
ตำแหนง่ ครผู ู้ชว่ ย
ผูจ้ ัดทำข้อตกลงในการพฒั นางาน
วนั ที่ 1 เดือนตุลาคม พศ. 2564
ความเหน็ ของผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
เห็นชอบใหเ้ ป็นขอ้ ตกลงในการพฒั นางาน
ไม่เหน็ ชอบให้เป็นข้อตกลงในการพฒั นางาน โดยมีข้อเสนอแนะเพื่อนำไปแก้ไข และ
เสนอ
เพื่อพิจารณาอีกครง้ั ดังน้ี
................................................................................................................... ...........................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่ือ.........................................................................
(นายสมชาย อนิ ทรโชติ)
ตำแหนง่ ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนสเิ กาประชาผดุงวิทย์
................/.............../...............
วPA
โรงเรยี นสิเกาประชาผดุงวทิ ย์
สงั กัดสำนักงำนเขตพน้ื ท่กี ำรศึกษำมัธยมศกึ ษำตรัง กระบ่ี
สงั กัดสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พื้นฐำน
กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร