The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เครื่องประดับเงิน_สุริท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เครื่องประดับเงิน

เครื่องประดับเงิน_สุริท

ภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ นางสาวชลลดา เด่นกิริยากุล ม.6/6เลขที่30 ผลิตภัณฑ์ เครื่องประดับเงิน เสนอ คุณครูสุภัทรกุล มั่นหมาย


"เครื่องประดับเงิน" เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ที่มีจุดประสงค์เพื่อให้คณะผู้จัดทำ ได้มีการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับ ภูมิปัญญาไทย โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบถูกต้องและการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ปัญญาไทยและ วัฒนธรรมไทยเกี่ยวกับเครืื่องประดับเป็นการประกอบกับฝีมือของช่างที่มีความชำ นาญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชางานประดิษฐ์(ง33102) ทั้งนี้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์นี้มีเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับเครื่องประดับเงิน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความรู้และความสามารถของคนไทยอันเกิดจาก การสั่งสมสติปัญญาความรู้ที่หลากหลาย จนกลายป็นภูมิปัญญาเเละวัฒนธรรมที่สืบทอดรุ่นสู่รุ่น คณะผู้จัดทำ หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะให้ความรู้และประสบการณ์ แก่ผู้อ่านเพื่อเป็นประโยชน์ในการอนุรักษ์สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเรื่องผ้าไหมไทยและ หากมีข้อผิดพลาดประการใดคณะผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คำ นำ นางสาวชลดา เด่นกิริยากุล ผู้จัดทำ 1


สารบัญ เรื่อง ประวัติส่วนตัว การเชิดชูเกียรติ/รางวัลที่ได้รับ ประวัติชีวิตและการทำ งาน ประวัติความเป็นมาของเครื่องประดับเงิน ขั้นตอนและวิธีการทำ ตะเกาลายไข่แมงดา ขั้นตอนการทำ ดอกพริก ขั้นตอนการทำ ไข่ปลา การทำ ประเกือม (ลายกลีบวัว) ชิ้นงานที่ภูมิใจที่สุด เทคนิค บรรณานุกรม สรุป หน้า คำ นำ 1 2 3 4 5-6-7 8-9 10 11 12 13-14-15 16 ภาพการทำ งาน 17 สถานที่ตั้ง 18 19 20


ป่วน เจียวทอง ครูเครื่องเงินโบราณ จังหวัด สุรินทร์ ชื่อ - สกุล นายป่วน เจียวทอง วัน/เดือน/ปีเกิด วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ การศึกษา ประถมศึกษา และ เรียนทำ เครื่องเงินโบราณ กับครูทองโฮม ผจญกล้า ที่อยู่ บ้านเลขที่ ๖๘ หมู่ ๓ บ้านโชค ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์จ.สุรินทร์ โทรศัพท์ o๘๑-๓o๙ ๔๓๕๒ อาชีพ ทำ เครื่องเงิน ลวดลายโบราณ ๑๓ ลายที่สืบทอดกันมากว่า ๕๐๐ ปี ชื่อบิดา นายเปา เจียวทอง อาชีพบิดา ชาวนา ชื่อมารดา นางพอง เจียวทอง อาชีพมารดา ชาวนา ครอบครัว ชื่อภรรยา นางสุเพียบ เจียวทอง อาชีพ ชาวนาและแม่บ้าน บุตรรวม ๓ คน ชื่อบุตร นายขันทิพย์ เจียวทอง น.ส. จุติพร เจียวทอง นางเพชรัตน์ ชาวนา 2


๑. สภาวัฒนธรรม จังหวัดสุรินทร์ ได้รับรางวัลเกียรติยศคนดีศรีเมืองช้าง จังหวัดสุรินทร์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ๒. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ในงานกาชาดจังหวัดสุรินทร์ พ.ศ. ๒๕๔๕ ประเภทตุ้มหูเงิน ลายโบราณของ OTOP จังหวัดสุรินทร์ ๓. สภาวัฒนธรรมกิ่งอ.เขวาสินรินทร์ มอบรางวัลผู้มีผลงานทางวัฒนธรรมสาขาภูมิปัญญา ท้องถิ่น ประเภทผู้ผลิตเครื่องประดับเงิน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๔.รางวัล OTOP ผลิตภัณฑ์ดีเด่น ระดับ ๓ ดาว ภาคอีสาน พ.ศ. ๒๕๔๖ ประเภทผ้าและ เครื่องแต่งกาย .๕. สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรวมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มอบรางวัลผลงาน ดีเด่นด้านศิลปะและวัฒนธรรม สาชาทัศนศิลป์ (หัตถกรรมเครื่องเงิน) พ.ศ. ๒๕๘๗ ๖. จังหวัดสุรินทร์มอบรางวัลสร้างชื่อเสียงและเกียรติประวัติให้กับจังหวัดสุรินทร์ ในการถ่ายทอดภูมิปัญญาทำ เครื่องเงินโบราณ พ.ศ. ๒๕๔๘ ๗. สำ นักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม มอบรางวัลผู้ถ่ายทอด องค์ความรู้อันเป็นประโบชน์ยิ่งต่อการอนุรักษ์ และสืบสานงานช่างฝีมือพื้นบ้าน ตามโครงการภูมิบ้าน ภูมิเมือง ภูมิปัญญางานช่างฝีมือพื้นบ้าน พ.ศ. ๒๕๘๙ ๘.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เชิญให้ร่วมเดินทางไปสาธิตงานช่างและ งานแสดง ในงาน เทศกาลวิถีชีวิตชาวบ้าน ของสถาบันสมิธโซเนียน เรื่องแม่น้ำ โขง: เชื่อมสายใยวัฒนธรรม ประเทศสหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๕๐ ศ. รางวัล Smithsonian Folklife Festival ๒00๗ การได้รับรางวัล/การเชิดชูเกียรติ 3


การทำ เครื่องเงิน ตะเกา หรือ ประเกือมของ หมู่บ้าน สันนิษฐานว่าราว ๒๗๐ ปีเศษ ประชาชนชาวเขมรกลุ่มหนึ่งได้อพยพหนีสงคราม ออกมาจากกรุงพนมเปญ ข้ามภูเขาบรรทัดมาตั้ง ภูมิลำ เนาที่ "โคกเมือง" หรือเรียกว่า "ผไทสมันท์" ซึ่งเป็นเมืองร้างแต่มีภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ อีกส่วนหนึ่งเดินทางไปรับจ้างในจังหวัดใกล้เคียง เช่น บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ เป็นต้น ชาวเขมรเหล่านั้น มีความสามารถในการตีทองรูปพรรณเป็นเครื่อง ประดับ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับคอ เรียกกันใน ภาษาถิ่นว่า "จารี " "ตะกรุด" หรือ "ปะคำ " ครูป่วน เจียวทอง เกิดในครอบครัวที่มีฐานะ ยากจน เมื่ออายุ ๑๓ ปี ขณะกำ ลังเรียนอยู่ชั้น ป.๒ ตอนนั้นพ่อแม่ไม่มีเงิน อยากมีเงิน จึงบอก พ่อว่าอยากเรียนทำ ทอง ซึ่งขณะนั้นพี่เขยของครูก็ มีอาชีพทำ ทองอยู่ พ่อแม่ก็ไปขอเรียนกับพี่เขยชื่อ ว่าครูทองโฮม ผจญกล้า พี่เขยก็ขอค่ายกครูเป็น เงิน ๖ สลึง ผ้าขาว ๑ ผืน เหล้าขวดเล็ก ๑ ขวด ให้เรียนเฉพาะวันอาทิตย์ เรียนอยู่ถึง ๓ ปิ๊ จึงได้ รับจ้างทำ ทองอยู่กับครูต่อมาอีก ๔ ปี. จากนั้นก็ ย้ายมาทำ เองซื้อเครื่องมือมาทำ ที่บ้าน ตอนที่ครูป่วน เรียนนั้นมีคนที่เรียนรุ่นเดียวกันอยู่ ๓ คน คือ พี่ชาย ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง กับคนอื่นอีกคนหนึ่ง และครู รวมเป็น ๓ คน ซึ่งปัจจุบันเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน ไม่มีผู้ใดยึดเป็นอาชีพ เหลือครูทำ อยู่คนเดียว ประวัติเครื่องเงิน ประวัติชีวิต และการทำ งาน ดอกเขวา ฝีมือครูป่วน 4


คำ ว่าประเกือม เป็นภาษาเขมร ซึ่งใกล้เคียงกับภาษาไทยว่า ประคำ ใช้เรียกเม็ดเงิน เม็ดทอง ชนิดกลม ที่นำ มาร้อยเป็นเครื่องประดับ ประเกือม สุรินทร์ เป็นลูกกลมทำ ด้วยเงิน เช่นเดียวกับที่อื่นๆ แต่สิ่ง ที่แตกต่างคือ มีหลากหลายรูปแบบและลวดลาย เนื่องจากทำ ด้วยแผ่นเงินบางๆ ที่ตีเป็นรูปต่างๆ พร้อมกับ อัดครั่งไว้ภายใน ทำ ให้สามารถแกะลายได้สะดวก ประเกือมมีตั้งแต่ขนาดเล็กที่สุดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ครึ่งเซ็นติเมตร ไปจนถึงขนาดใหญ่ประมาณ 2.5 – 3 เซ็นติเมตร มีหลายลวดลาย ได้แก่ ถุงเงิน หมอน แปด เหลี่ยม หกเหลี่ยม กรวย แมงดา กระดุม โอ่ง มะเฟือง ตะโพน ฟักทอง จารย์(ตะกรุด)หมู่บ้านทำ เครื่องเงิน บ้านเขวาสินรินทร์ บ้านโชค บ้านสะดอ ตั้งอยู่ที่กิ่งอำ เภอเขวาสินรินทร์ ห่างจากจังหวัดประมาณ 18 กิโลเมตร ทั้ง 3 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้าน ที่มีการผลิตลูกประคำ เงิน (ลูกประเกือม) นำ ไปทำ เป็นเครื่อง ประดับ สุภาพสตรี เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ตุ้มหู เข็มขัด มีเพียงแห่งเดียว ในประเทศไทย มีการทำ สืบทอดกันมา หลายร้อยปี โดยผู้นำ มาเป็นชาวเขมร ที่อพยพมาจาก ประเทศกัมพูชามาอยู่ที่หมู่บ้านดังกล่าวส่วนใหญ่ จำ ลองมาจากธรรมชาติ เช่น ลายตาราง ลายกลีบบัว ลายดอกพิกุล ลายดอกจันทร์ ลายพระอาทิตย์ ลาย ดอกทานตะวัน ลายตากบ ประเกือมส่วนใหญ่จะรมดำ เพื่อให้ลายเด่นชัด ความสวยงามของประเกือมจึงอยู่ ที่ลายที่แกะด้านนอก และความแวววาวของเนื้อโลหะเงิน เส้นทางสู่หมู่บ้านเครื่องเงิน หมู่บ้านโชค ต.เขวาสินรินทร์ อำ เภอเขวาสินรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ นับเป็นหมู่บ้านแรกที่ทำ ประเกือมขึ้น เมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว ประวัติความเป็นมาของเครื่องประดับเงิน 5


เชื่อว่าสืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่อพยพมาจากเขมร โดยสมัยก่อนมีการทำ ทั้งเครื่องเงิน และเครื่อง ทองด้วย ต่อมาความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น การผลิตก็ขยายตัวเกือบทั่ว ทั้งตำ บลเขวาสินรินทร์ แต่บริเวณที่ยังคงเป็นสถานที่หลักที่มีผู้ประกอบการมากที่สุดคือ หมู่ที่ 3 บ้านโชค และหมู่ที่ 4 บ้านโชคหัวแรด ถ้าหากเราเดินทางจากเทศบาลเมืองสุรินทร์ข้ามทางรถไฟไป ตามถนนสายสุรินทร์ – ร้อยเอ็ด ถึงหลัก กม. 14 ก็มีทางลาดยางเลี้ยวขวาจะมีป้ายบอกบ้านเข วาสินรินทร์ ” หมู่บ้านทอผ้าไหม ” อีกป้ายหนึ่ง ” หมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องเงิน ” พอเข้าไปได้ 2 กม. จึงถึงบ้านนาโพธิ์ เลยไปอีกประมาณ 2 กม. จะถึงบ้านเขวาสินรินทร์ ไปอีก 1 กม. จะถึงบ้าน โชค และอีก 2 กม. จะถึงบ้านสดอทั้งหมดนี้ คือหมู่บ้านเครื่องเงินของจังหวัดสุรินทร์ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชมและเลือกซื้อเครื่องเงินโบราณ ที่ อ.เขวาสินรินทร์ ดินแดนวัฒนธรรมที่เก่าแก่ของสุรินทร์ 6


สมัยที่เรียนทำ ทองอยู่นั้น ครูทองโฮม ผจญกล้า สอนให้ทำ ตะเกา หมายถึง ต่างหู เป็นเครื่อง ประดับที่ทำ จากทอง และเงิน ทำ ลวดลายเลียนแบบลายดอกไม้ เมื่อเรียนจบก็ออกมาหาประสบการณ์ เพิ่มจากครูวุ่นเก่า และเรียนรู้จากชาวบ้านด้วยกันเอง จนครบ ๑๓ ลายดังนี้ ๑. ลายรำ หอก ๒. ลายตั้งโอ๋ ๓. ดอกระเวียง ๔. รำ หอกปิด ๕. รังผึ้ง ๖. ดอกปลึก ๗.ดอกปลึก 3 ชั้น ๘.ตั้งโอ๋ 3 ชั้น ๙. ดอกขจร ๑๐. ดอกไข่แมงดา ๑๑. ดอกรังแตน ๑๒. ดอกทานตะวัน ๑๓. ดอกมะลิ ขณะที่ออกจากครูทองโฮมมาทำ ทองเองที่บ้านภายใน แล้วแต่งเติมลวดลายที่หลากหลาย ใช้ ใหม่ ๆ ครูป่วน มักจะทำ ต่างหูขายเพราะความ สำ หรับร้อยเรียงกันเป็นสร้อยก็ได้ เช่น ถุงเงิน เคยชิน แต่พอเวลาผ่านไปครูก็ด้ดแปลงเป็นสร้อย, หมอนแปดเหลี่ยม กรวย แมงดา มะเฟือง ซึ่งสร้อยข้อมือ. เข็มขัด ที่มีลวดลายแบบโบราณ ทำ จำ ลองมาจากธรรมชาติ อาทิ ลายกลีบบัว ดอกออกมาขายมากขึ้น ๆ จนมีชื่อเสียง ซึ่งขณะนั้นมีพิกุล ลายพระอาทิตย์ แล้วนำ มารมดำ เพื่อให้ลายเพียง ๒-๓ คนที่ทำ เข็มขัดลายโบราณขายเด่นชัด สามารถนำ ไปประกอบเป็นสร้อย ข้อมือปัจจุบันเหลือครูป่วนคนเดียวเพราะคนอื่น ๆ เสียสร้อยคอ และเครื่องประดับอื่น ๆ ได้ ชีวิตแล้ว งานของครูป่วนจะมีความละเอียดมากครูป่วนได้หยุดการทำ ทองไปประมาณ ๑๐ ปี กว่าที่อื่น มีอยู่ครั้งหนึ่งครูเคยไปเห็นลายเข็มชัดที่ เนื่องจากทองมีราคาแพง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๒คล้ายกันนี้ที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.น่าน ทำ ให้ รู้สึก จึงได้เปลี่ยนมาทำ เครื่องเงินแทน เนื่องจากมี เชี่ยนหมากพึงพอใจในงานของตนเอง เพราะละเอียดและ กระบวนทำ แบบเดียวกันและครูป่วนก็เริ่มการทำ สวยกว่าที่อื่น ช่างทำ เครื่องเงินในหมู่บ้านที่มาเครื่องเงินตั้งแต่นั้นมา เรียนกับครูมีหลายคน เป็นคนในหมู่บ้านนี้ก็มีและ "เป็นช่างทองมาตั้งแต่นานแล้ว พอมาทำ เข็มขัดก็ มี ส่งไปขายที่จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ที่บ้านลำ พึง ต.ตระกรูด จ.สุรินทร์ ก็มีอีก ๑ คน เครื่องเงินมันสบายมากเลย จะหายนิดหน่อยก็ไม่ กรุงเทพ ภาคใต้ ทุกวันนี้ครูป่วนก็ยังคงทำ อยู่ ซึ่งลูกศิษย์ที่กล่าวมานี้ ทำ ได้ ๒-๓ ลายแล้ว แต่ถ้า เสียดายเท่าไหร่เพราะราคามันถูก แต่ทองนี้ไม่ได้ เรื่อย ๆ ถ้าวันไหนต้องไปดูแลนาข้าวที่ปลูกไว้ จะหาช่างที่ทำ ลวดลายเครื่องเงินโบราณได้ครบทั้ง ละเอียดยิบเลย เวลาจะออกต้องล้างมีอล้างอะไร วันนั้นก็จะไม่ค่อยได้งานเท่าไร แต่จำ ได้ว่าเคยทำ๑๓ ลาย ก็มีเพียงครูป่วน เจียวทองคนเดียว ไม่งั้นขาดของเขา ทุกวันนี้ก็มีคนจะให้ทำ ทอง แต่ ลวดลาย "ไข่แมงดา" คนเดียวทำ ๓ คู่ ใช้เวลา นอกจากตะเกาแล้ว ครูยังทำ ประเกือม มีว่าไม่รับ" วันเสร็จ บางลายก็คู่เดียวใช้เวลา ๒ วัน เพราะ ลักษณะเป็น เม็ดเงินชนิดกลม ประเกือมเป็น ลายทองโบราณของครูป่วนทุกลาย แม้จะมี ยากตรงดัดดอก ไข่ปลา เพราะต้องเอามาประกบ ภาษาเขมร ซึ่งใกล้เคียงกับคำ ว่า "ประคำ " ราคาแพงแต่ก็สวยงามคุ้มคำ า ในบรรดาลวดลาย กัน แล้วก็มาเชื่อมอีก จึงใช้เวลาพอสมควร ทำ ด้วยแผ่นเงินบาง ๆ ตีเป็นรูปต่าง ๆ อัดครั่งไว้ ต่าง ๆ นี้ ลายไข่แมงดาจะขายดีที่สุด ที่ทำ เป็น เซี่ยนหมาก 7


๑.ตะเกียงเป้าแล่น ๒. เบ้าหลอม ๓. รางเท ๔. ค้อนเหล็ก ๕. ทั่งเหล็ก ๖. เครื่องรีด ๗. ม้าดึงลวดพร้อมอุปกรณ์ ๘. ตะไบ ๙. ไม้ดัดดอก ๑๐. กล้าทองเหลือง ๑๑. คีม ๑๒. ไม้ม้วนลวด ๑๓. หลุมโอ ๑๔.ตุ๊ดตู่ ๑๕.เหล็กทุบ ๑๖. เหล็กกด ๑๗.เขาควาย การถ่ายทอด * สอนที่ศูนย์ศิลปาชีพพัฒนาฝีมือแรงงานอีสาน ครั้งที่ -๒-ต ที่อำ เภอเขาสินรินทร์ * สอนที่ศูนย์ศิลปาชีพพัฒนาฝีมือแรงงานอีสานครั้งที่ ๔ ที่ศูนย์อบต.เขวาสินรินทร์ * เป็นวิทยากรฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น โครงการพัฒนาความรู้และทักษะช่างเครื่องเงิน จ.สุรินทร์ พ.ศ. ๒๕๔๙ ของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ กาญจนาภิเษก วิทยาลัยช่างทองหลวง ขั้นตอนและวิธีการทำ ตะเกาลายไข่แมงดา เครื่องรีดเงิน ตุ๊ดตู่ และปากคืบ เครื่องชั่งน้ำ หนักเงิน มีดแกะลาย แป้นชักลวด คีม 8


ขั้นตอนการหลอมและรีด ชั่งน้ำ หนักเงิน ตามต้องการแล้วนำ มาหลอม ในเบ้า จากนั้นเทลงบนรางเทจะไดแท่งเงินที่ พร้อมนำ ไปรีดเป็นแผ่น ทิ้งไว้ให้เย็น นำ แท่งเงิน มารีด กับเครื่องรีดให้ได้ขนาดเป็นแผ่น และ นำ ส่วนหนึ่งไปดึงให้เป็นเส้นลวด ขั้นตอนการดึงลวด นำ แท่งเงินที่รีดไว้มาตะไบปลายให้แหลมเรียว เพื่อให้สามารถสอดปลายเส้นเงินผ่านรูของแป้น ดึงลวดได้ เมื่อนำ มาดึง ลวดเงินจะถูกดึงผ่านช่อง รูขนาดใหญ่ไปหาขนาดเล็ก เมื่อดึงไปเรื่อย ๆ ลวดเงินจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ จนให้ได้ขนาดของเส้น ลวด ๐.๕๐ มิลลิเมตร ขั้นตอนการดัดดอกส่วนฐานของ ลายไข่แมงดา นำ ลวดขนาด 0 .๕- มิลลิเมตร มาดัดกับไม้ดัด คดไปคดมา เมื่อนำ มาบรรจบกันจะได้กลีบดอกที่ สวยงามได้ระยะที่เท่ากันเผาให้ความร้อนใช้แหนบ จัดแต่งให้มีลักษณะคล้ายกลีบดอกไม้ที่เท่ากัน นำ ดอกที่ดัดม้วนกลมแล้ว มาวางบนแท่นรองเผา แต้มน้ำ ประสานเงินเล็กน้อย เพื่อเชื่อมรอยต่อ ของชิ้นงานให้ติดกัน พ่นไฟให้ติดกันเผา ให้ความร้อนดอกเมื่อดัดกลีบเรียบร้อย แล้วเพื่อให้โลหะอ่อนตัวลงและสามารถ ดัดดอกได้ง่ายใช้เหล็กกด กดดอกกับพื้นเพื่อ แต่งให้เรียบเสมอกันนำ แผ่นเงิน ที่รีดไว้แล้ว มาเจาะด้วยตุ๊ดตู่ตามขนาด ที่ต้องการ เพื่อตัดแผ่นเงินให้หลุดออกเป็น แผ่นวงกลม เจาะแผ่นกลมจำ นวน ๒ วง แต้มน้ำ ประสานเงินบนแผ่นเงินกลมเผาให้ละลาย นำ แผ่นเงินกลมมาเชื่อมปิดตรงศูนย์กลางของดอก หลังจากที่วางแผ่นเงินวงกลมบนโครงดอกเรียบร้อยแล้ว เผาโดยใช้ขนาดของไฟให้มีขนาด ใหญ่วนให้รอบตัวดอก จนน้ำ ประสานเงินละลายติดกับแผ่นเงินและตัวดอก พลิกกลับอีกด้านหนึ่ง เผาให้ความร้อนอีกครั้ง ใช้แหนบ กดลงบนแผ่นเงินและกลีบดอกให้ติดกันอีกครั้งให้เรียบร้อย นำ ชิ้นเงินอีกแผ่นมาโอในหลุมโอ ให้นูนเล็กน้อย แล้วนำ มาวางอีกด้านของดอก บัดกรีให้ติดกัน นำ ลวดเกลียวมาพันให้ได้ขนาดต่าง ๆ กันโดยวัดจากเขาควายให้ได้ ๓ ชั้น เชื่อมให้ห่วงติดกัน แล้วนำ มาวางบนดอก 9


ขั้นตอนการทำ ดอกพริก นำ ลวดที่เผาให้อ่อนตัวมาพันกับกล้าทองเหลือง โดยพันวนเป็นวงไปเรื่อย ๆ จาก นั้นนำ ออกจากกล้าทองเหลืองแล้วนำ ไปพันรอบกล้าทองเหลืองอีกครั้ง จะได้เป็น "ตัวหนอน"ใช้กรรไกรตัด "ตัวหนอน" ออกเป็นวง แล้วติดปลายห้แน่น แต่ละวงที่ ได้เรียกว่า ดอกพริกนำ ดอกพริกที่ได้ไปติดรอบดอกไข่แมงดา ทำ ลวดเส้นเล็กเป็นวงกลมขนาดเท่าด้านในของดอก แล้ววางรองลงข้างดอกพริก ทำ ดอกพริกขนาดใหญ่กว่าวางลงตรงกลางของวงลวด จากนั้นทำ แบบนี้อีกครั้งที บนยอดของดอก รวมเป็น ๒ ชั้นชิ้นงานที่ได้ในชั้นตอนนี้ จะพร้อมที่จะทำ ไข่ปลามาวางลง ๘.นำ ลวดที่พันเป็นเกลียวแล้วมาพันกับกล้าทอง เหลืองอีกครั้ง ๙.ตัดลวดที่พันแล้ว มาตัดเป็นวงจะได้เป็นตัวหนอน ๑๐.เชื่อมตัวหนอนให้ติดกันแล้วนำ ไปวางบนดอกไข่แมงดา ๑๑. ทำ ดอกพริกขนาดใหญ่กว่า แล้ววางตรงกลาง 10


ขั้นตอนการทำ ไข่ปลา พันลวดกับแกนแท่งทองเหลือง นำ ลวดที่พัน ออกมาจากแกน แล้วตัดแนวขวางจะได้เป็นห่วงกลม วางห่วงที่ได้บนแท่งรองเผา เผาให้ความร้อน ห่วงที่เป็นวงกลมบนแท่น จะละลายและหดเข้าหากันเป็นเม็ดไข่ปลาทีละเม็ด ๆ นำ ออกมาใส่ในถาดเก็บไว้ วางไข่ปลาและเชื่อมโดยรอบกลีบดอกทุกกลีบ และบนดอกพริกทุกดอก ทำ ห่วงสำ หรับห้อยกับเครื่องประดับเช่นสร้อยคอ เผาให้ชิ้นงานร้อน แล้วนำ มาแช่น้ำ รดเพื่อทำ ความสะอาด ๑. การทำ ไข่ปลาโดยนำ ห่วงมาเผาให้ร้อน ๒. ห่วงจะหดตัวกลายเป็นไข่ปลาเม็ดเล็ก ๆ 11


การทำ ประเกือม (ลายกลีบบัว) เครื่องมือและอุปกรณ์ เครื่องมือหลอม รีด ๑ ตะเกียงเป่าแล่น ๒.เบ้าหลอม ๓ รางเท ๔ เครื่องรีด ๕ แป้นดึง ๖ ม้าดึงลวด เครื่องมือขึ้นรูป ๑ ค้อนเขาควาย ๒ เหล็กตุ๊ดตู่ ๓ ท่อนไม้ ๔ เหล็กเคาะ ๕ ค้อนเหล็ก เครื่องมือและอุปกรณ์อื่นๆ ๑เหล็กกดลาย ๒ สิ่ว วัสดุ ๑ เม็ดเงิน 100 % ๒ ชัน 12


นอกจากมีผู้มาดูงานและ ซื้อเครื่องเงินถึงบ้านแล้วก็ มีการสั่งทำ ไปจำ หน่ายยัง ต่างประเทศ เช่น สเปน อิตาลี่ ญี่ปุ่น ถ้าเป็นงานที่ เป็นแบบอื่น ๆ ที่มาสั่งให้ ทำ ที่บ้านก็มี เช่น ปลอกมีด เชี่ยนหมาก ตลับ ชฎา ด้ามหอก เป็นต้น อนาคตถ้าเลิกทำ เครื่องเงินลายโบราณ ถามว่าเสียดายไหม? “ก็ต้องเป็นไปตามสังขารถ้าทำ ไม่ได้ก็ต้องเลิก เพราะว่าสายตาก็ไม่ดีกำ ลังก็หมด อายุก็แก่ ลง ถึงเราเสียดายแต่จะทำ อย่างไรได้ถ้าไม่มีคนสืบทอดต่อจะรู้สึกเสียดายมากเลย เพราะว่า ครูเองก็ไม่ได้จดลิขสิทธิ์ แล้วท่านผู้ว่าฯ ก็ไม่อยากให้สอนคนต่างจังหวัด เพราะอยากให้เป็นงานฝีมือของคนจังหวัดสุรินทร์” ชิ้นงานที่ยากที่สุด? “ชิ้นที่ครูบาอาจารย์ให้เรียนก่อนท่านก็บอกว่า เอายากที่สุดก่อน ลายรำ หอก เพราะถ้าดัด ไม่เสมอทั้งล่างทั้งบน แล้วเอาไข่ปลาสามเหลี่ยมวางจะวางไม่ได้ ทับไม่ได้ต้องทำ ให้เรียบ ต้องดัดให้เข้าล็อคไม่งั้นใช้ไม่ได้” 13


"สร้อยทับทรวงที่ชุบเป็นทอง ตั้งแต่ทำ มาก็ทำ เส้นนี้เส้นเดียวเอง ทำ เก็บไว้ และทำ เข็มขัดทำ ได้ 2 เส้นเพื่อถวายสมเด็จ พระเทพร้ตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเป็นเข็มขัดที่มี 0ต ลายโบราณ ในเส้น เดียวกัน โดยทางราชการให้เงินมา ㆍ0กิโลกว่าๆ ใช้เวลา ๔-๕ เดือน ตอนไป ถวายท่านสมเด็จพระเทพฯ ㆍ เส้น ท่านบอกว่า อย่าขี้เหนียวนะ ความรู้อย่าขี้เหนียว ผมก็รับปาก ความจริง ตั้งใจจะให้เด็กแถวนี้มาเรียนนานแล้ว ผมไม่เคยปิดเลยแต่เวลาเค้าจะเรียนเค้า ก็มาถามว่า ให้วันละเท่าไร ผมมีเงินที่ไหนจะให้เค้า ทั้งที่ยังไม่ได้ เรียนอะไรเลย มาถามแล้ว ผมก็ไม่รู้จะทำ ยังไง ไม่เอาก็แล้วไป.." งานชิ้นที่ภูมิใจที่สุด ความภูมิใจที่ทำ งานลายเครื่องเงินโบราณมายาวนานและทำ ลวดลาย ได้มากกว่าคนอื่น ซึ่งครูป่วน บอกว่ายังไม่จบ สมองยังคิด สร้างสรรค์อยู่ ขึ้นอยู่กับทุนเพราะเม็ดเงินก็แพง โดยมีความตั้งใจมานานที่ อยากจะทำ ต้นเขวา มีทำ กิ่งกับดอกไว้แล้ว อยากทำ ต้นใหญ่หน่อย กิ่งประมาณ ทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมชมผลงานของครูป่วนอยู่เสมอ มาจากหลาย ๆ แห่ง เป็นทั้งนักเรียน ๓-๔ กิ่ง เอาไว้ที่บ้านหรือไม่ก็ที่อำ เภอ แม่บ้านจากกรุงเทพฯ มาดูงานแล้วก็ซื้อกลับบ้านไป ทำ ให้ครูป่วนมีรายได้อยู่เสมอ นับเป็นความภูมิใจที่มีคน เห็นความสวยงามของเครื่องเงินที่ครูปวนได้สรรค์สร้างขึ้น เคยมีวันหนึ่งเป็นคณะบุคคลมาเยี่ยมที่บ้าน ทราบภายหลังว่าเป็นรัฐมนตรี ๓ คนของประเทศกัมพูชา มาเห็นงานของครูป่วน ก็พูดว่า "อันนี่มันลายของ ผมที่เขมร" ทำ ให้ครูยิ่งรู้สึกว่า ศิลปะที่ครูทำ อยู่นี้น่าจะมีรากเง้ามาจากโบราณจริง ๆ 14


ตลอดระยะเวลา กว่า ๕o ปี ที่ครูป่วน เจียวทอง ครูช่างผู้มีความคิดสร้างสรรค์ ได้รังสรรค์ผลงาน เครื่องเงินโบราณให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของ ผู้คน แม้ว่าตลอดเวลา ๕0 กว่าปี ครูป่วนจะใช้ชีวิต ในชนบทที่ห่างไกล มีความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากชีวิต ในเมืองที่มีความเจริญอย่างสิ้นเชิง โอกาสที่จะ ได้เห็น ได้พบ ได้สัมผัสกับงานศิลป์อื่น ๆ แทบไม่มี และแรงบันดาลใจที่สร้างงานออกมาได้นั้น ก็มีเพียง พลังที่มาจากใจ มาจากความรักในงานนี้เท่านั้น แม้วันนี้ครูป่วนจะยังคงใช้ชีวิตอยู่ในชนบทเช่นเดิม แต่นั่นก็ไม่ใด้ทำ ให้งานเชิงสร้างสรรค์ของครูลดความ สวยงามลง ครูยังคงเป็นผู้ที่ทุ่มเทให้กับผลงานขึ้น แล้วขึ้นเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย งานหลายขึ้น สร้างสรรค์จากความคิด ความรู้ และภูมิปัญญาของ ครูเพียงคนเดียวครูจึงเปรียบเสมือนช้างเผือก ที่ได้ถูก พบและสมควรที่จะได้รับการเชิดชูว่าเป็น ครูศิลป็ ของแผ่นดิน ครูที่เป็นแบบอย่างของบุคคลที่ สร้างสรรค์งานศิลปะให้กับแผ่นดินได้อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ใดในโลก 15


16


รูปภาพ การทำ งาน 17


สถานที่ ตำ บลเขวาสินรินทร์ อำ เภอเขวาสินรินทร์ จังหวัด สุรินทร์ 32000. 18


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำ นักงานสุรินทร์. (2554). เส้นทางท่องเที่ยว มหัศจรรย์อีสานใต้ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีษะเกษ. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำ นักงานสุรินทร์. (2554). สุรินทร์. คู่มือท่องเที่ยว. (2552). คู่มือท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์. ธีระชัย สุขสด (2544). การออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม.กรุงเทพฯ ถนิมพิมพาภรณ์ (2535). เครื่องประดับร่างกาย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. บุญขาน โทขันธ์ (2553). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตามรอยอารยธรรมไผทสมันต์ (เมืองสุรินทร์). สุรินทร์ : โชคสมทรัพย์. มัณฑนา ทองสุพล.(2554). การศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมเครื่องประดับ อำ เภอ เขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์.สถาบันเทคโนโลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. ศิริ ผาสุกและคณะ.(2536). สุรินทร์ มรดกโลกทางวัฒนธรรมในประเทศไทย ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ ชมรมหัตถกรรมพื้นบ้านไทย อุดมศักดิ์ สาริบุตร.(2555). โครงการทำ นุบำ รุงศิลปะและวัฒนธรรม.โครงการตำ รา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. สืบค้นข้อมูล วันที่ 8 ตุลาคม 2556 htlp:/www.isan.clubs.chula.ac.th สืบค้นข้อมูล วันที่ 30 กรกฎาคม 2556 htlp:/www.pantip.com :BP_PANTIP สืบคันข้อมูล วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 http:// hltp://www.dip.go.th บรรณานุกรม 19


องค์ความรู้ นอกจากความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในตัวครูป่วนแล้ว ยังมี องค์ประกอบอื่นที่ชี้ให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญ ได้แก่ คุณลักษณะเฉพาะของเงิน ส่วนประกอบ การบำ รุงรักษา การออกแบบประยุกต์ลายโบราณ การพัฒนาตนเองจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากการเป็นวิทยากร การแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ ตลอดจนความเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่น ใจดี ร่าเริง มีอารมณ์สุนทรีย์ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของความเป็นช่าง ลูกศิษย์รักและเคารพดังคำ เชื้อ เชิญว่า “อยากดูโรงงานให้ไปพระประแดง อยากดูของแพงไปสยามพาราก้อน ของแท้แน่นอน มาดูที่นี่ เป็นของดีประจำ ท้องถิ่น” ผลงานที่ผลิตออกมาจึงมีความประณีตและมีคุณค่าแก่ การนำ ไปใช้โดยฝีมือครูที่มีภูมิรู้อย่างแท้จริง ผลงานโดดเด่น ครูป่วน เจียวทอง เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านหัตถกรรมเครื่องเงิน นำ ลายพื้นเมืองโบราณมาประยุกต์ใช้กับเครื่อง ประดับเงิน ประเภทสร้อยคอ เข็มขัด และต่างหู เคยทำ เครื่องเงินถวายสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดา เป็นผู้มีความสามารถในการออกแบบผลิตภัณฑ์และถ่ายทอด มีผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสุรินทร์ จนเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับทั้งภายในและต่าง ประเทศ ได้นำ ความรู้ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ที่ตนเองได้ศึกษาค้นคว้า ค้นพบ ฝึกฝน จนประสบความสำ เร็จเป็นประโยชน์โดยรวมแก่สังคม สรุป 20


Click to View FlipBook Version