42 1.1.2 ค่าเฉลี่ย (Mean) โดยใช้สูตรดังนี้ สูตร x̅= ∑ fx n เมื่อ x̅ แทน ค่าเฉลี่ย f แทน ความถี่ของข้อมูล x แทน ค่าของข้อมูล n แทน จำนวนข้อมูลทั้งหมด 1.1.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้สูตร ดังนี้ S.D. = ( 1) ( ) 2 2 − − N N X X X เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน X แทน คะแนนของนักเรียนทั้งหมด N แทน ผลรวมคะแนนของนักเรียนทั้งหมด 2. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือ 2.1 การหาค่าเที่ยงตรง (validity) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับผลการเรียนรู้ โดยใช้สูตรดัชนีค่าความสอดคล้อง IOC (index of Item objective congruence) IOC = N R เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับผลการเรียนรู้ R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด
43 2.2 การหาค่าความยากรายข้อของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (p) โดย ใช้สูตร p p = N R เมื่อ p แทน ค่าความยากของข้อสอบ R แทน จำนวนคนตอบถูก N แทน จำนวนคนทั้งหมด 2.3 การหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยวิธีของโลเวท (Lovett Method) โดยใช้สูตรดังนี้ rcc = 1 - 2 2 (k 1) (x c) k x x i i i − − − เมื่อ rcc แทน ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ k แทน จำนวนข้อของแบบทดสอบทั้งฉบับ Xi แทน คะแนนสอบของนักเรียนแต่ละคน C แทน คะแนนเกณฑ์หรือคะแนนจุดตัดของแบบทดสอบ แทน ผลรวม 2.4 การหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามความพึงพอใจ โดยวิธีหาสัมประสิทธิ์ แอลฟา (Alpha Coefficient) โดยใช้สูตรดังนี้ − − = 2 2 1 1 t i s s k k เมื่อ แทน ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น k แทน จำนวนข้อของเครื่องมือ 2 i s แทน คะแนนความแปรปรวนรายข้อ 2 t s แทน คะแนนความแปรปรวนของเครื่องมือทั้งฉบับ 3. สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบสมมติฐาน 3.1 การทดสอบค่าที(t-test) ชนิดกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระต่อกัน (dependent sample) เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สูตร
44 3.1.1 t-test (Dependent Samples) โดยใช้สูตร ดังนี้ t= ∑ D √ n ∑ D 2 -( ∑ D) 2 n-1 เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่จะใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤติเพื่อทราบความ มีนัยสำคัญ แทน ผลรวมของผลต่างระหว่างคะแนนที่สอบก่อนและหลังเรียน D แทน ค่าผลต่างระหว่างคะแนนที่สอบก่อนและหลังเรียน n แทน จำนวนนักเรียนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 3.2 ค่าเฉลี่ยของระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) แล้วนำมาแปลความหมายตามเกณฑ์ ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อยที่สุด
บทที่ 4 ผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือด และระบบน้ำเหลือง โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5E) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง ระบบหมุนเวียน เลือดและระบบน้ำเหลือง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5E) (2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพญารามวิทยา ที่มีต่อกิจกรรม การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5E) เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง ทั้งนี้ผู้วิจัยได้ ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบวัตถุประสงค์ดังกล่าว และนำเสนอผลการวิเคราะห์ตามลำดับ ดังต่อไปนี้ 1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อความสะดวกในการวิเคราะห์ข้อมูลและการสื่อความหมาย ผู้วิจัยขอใช้สูตร t-test Dependent Samples) สัญลักษณ์ต่างๆ ทางสถิติต่อไปนี้ t= ∑ D √ n ∑ D 2 -( ∑ D) 2 n-1 เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่จะใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤติเพื่อทราบความมีนัยสำคัญ แทน ผลรวมของผลต่างระหว่างคะแนนที่สอบก่อนและหลังเรียน D แทน ค่าผลต่างระหว่างคะแนนที่สอบก่อนและหลังเรียน n แทน จำนวนนักเรียนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ** แทน การมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ α = 0.01 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิเคราะห์การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบ น้ำเหลือง โดยใช้การการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
46 โรงเรียนพญารามวิทยา ตำบลเพี้ยราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล แล้วนำเสนอผลการวิเคราะห์เป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบ น้ำเหลือง จำนวน 20 ข้อ ในกลุ่มตัวอย่าง 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 เป็นการทดสอบก่อนเรียนและครั้งที่ 2 เป็นการทดสอบหลังเรียน ผลปรากฏค่าสถิติพื้นฐาน และสถิติที่ใช้ในการตรวจสอบสมมติฐาน โดยมีผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังต่อไปนี้ ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เลขที่ ก่อนเรียน หลังเรียน ผลต่าง 20 ร้อยละ 20 ร้อยละ D D 2 1 6 30 14 70 8 64 2 6 30 10 50 4 16 3 7 35 13 65 6 36 4 7 35 15 75 8 64 5 8 40 16 80 8 64 6 6 30 10 50 4 16 7 11 55 16 80 5 25 8 9 45 15 75 6 36 9 9 45 15 75 6 36 10 8 40 14 70 6 36 11 11 55 17 85 6 36 12 12 60 17 85 5 25 13 7 35 15 75 8 64 14 10 50 16 80 6 36 15 7 35 15 75 8 64 16 10 50 17 85 7 49 17 7 35 16 80 9 81 รวม 141 705 251 1255 110 748 เฉลี่ย 8.29 41.47 14.76 73.82 6.47 44.00 S.D. 1.93 9.64 2.11 10.54 1.50 19.47 ร้อยละ 41.47 73.82 44.00
47 จากตารางที่ 2 พบว่า นักเรียนทำการทดสอบก่อนเรียนได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.29 คิดเป็นร้อยละ 41.47 ของคะแนนทั้งหมด และเมื่อทดสอบภายหลังเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 14.76 คิดเป็นร้อยละ 73.82 ของคะแนนทั้งหมด และพบว่าผลต่างจากคะแนนที่ได้จากการทดสอบทั้งสองครั้งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.47 คิดเป็นร้อยละ 44.00 ของคะแนนทั้งหมด ตอนที่ 2 จากสมมติฐานทางการวิจัย นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ได้รับจากการ จัดการเรียนการสอน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน เมื่อทดสอบโดยใช้สถิติทดสอบที (One-sample T-test) สำหรับ 1 กลุ่ม ที่มีความสัมพันธ์ พบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญที่ .01 ดังตารางที่ 3 ตารางที่ 3 ผลการเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน การทดสอบ n ̅ S.D. df t-test p-value ก่อนเรียน 17 8.29 1.93 16 17.72** .000 หลังเรียน 17 14.76 2.11 ** มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จากตารางที่ 3 แสดงให้เห็นว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาชีววิทยา ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ที่รับจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบ เสาะหาความรู้ (5E) ก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.29 จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานเท่ากับ 1.93 และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 14.76 จากคะแนนเต็ม 20 แนน ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.11 เมื่อเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ที่รับจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบ เสาะหาความรู้ (5E) พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาชีววิทยา หลังการจัดการเรียนรู้สูงกว่า ก่อนการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ตอนที่ 3 ผู้วิจัยได้ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ที่มีต่อการจัด กิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เรื่อง ระบบหมุนเวียน เลือดและระบบน้ำเหลือง โดยใช้แบบสอบถามความพึงพอใจ ปรากฏผล ดังต่อไปนี้
48 ตารางที่ 4 แสดงผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ที่มีต่อการ จัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5E) เรื่อง ระบบ หมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบน มาตรฐาน ระดับความ พึงพอใจ 1. มีความรู้ในเนื้อหาที่สอนและจัดเนื้อหาวิชาเป็นลำดับ เหมาะสมกับผู้เรียน 4.41 0.47 มาก 2. สร้างบรรยากาศในการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมี ความสุข 4.65 0.22 มากที่สุด 3 ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ตามศักยภาพผู้เรียน 4.24 0.65 มาก 4. ครูเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ 4.71 0.32 มากที่สุด 5. สรุปบทเรียน เนื้อหาได้ถูกต้อง และง่ายต่อการเข้าใจ 4.53 0.24 มากที่สุด 6. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างหลากหลายมีความ เหมาะสมกับเวลา 4.24 0.53 มาก 7. วิธีสอน/กิจกรรม สอดคล้องกับเนื้อหา จุดประสงค์ และความสนใจของผู้เรียน 4.53 0.48 มากที่สุด 8. นักเรียนมีทักษะกระบวนการคิดและการทำงานที่ดีขึ้น 4.47 0.36 มาก 9. ใช้สื่อการสอนที่เหมาะสมกับเนื้อหาและช่วยให้เกิด การเรียนรู้ 4.65 0.34 มากที่สุด 10. นักเรียนนำความรู้จากวิชานี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 4.18 0.49 มาก รวม 4.46 0.47 มาก จากตารางที่ 4 พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรม การเรียนการสอน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือด และระบบน้ำเหลือง โดยรวมค่าเฉลี่ยความพึงพอใจเท่ากับ 4.46 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานมีค่า เท่ากับ 0.47 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่มีระดับความพึงพอใจมาก ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน
บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5E) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์เพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและ ระบบน้ำเหลือง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) และศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เรื่อง ระบบ หมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง ซึ่งผู้วิจัยสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยได้มาจากวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก ค่าดัชนีความ สอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ ค่าความเชื่อมั่น ค่าสัมประสิทธิ์ของแอลฟา และค่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ สถิติสรุปอ้างอิงที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย สถิติทดสอบที (t-test) ซึ่งสามารถสรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ สรุปผล การวิจัยการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง จากการใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5E) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 สามารถสรุป ผลได้ ดังนี้ ผลการวิเคราะห์การจัดการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีววิทยา เรื่อง ระบบ หมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพญารามวิทยา หลังเรียนโดยใช้ การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) พบว่าการจัดการเรียนรู้และผลการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบ เสาะหาความรู้ (5E) พบว่า ลักษณะสำคัญที่ทำให้การจัดการเรียนรู้เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและ ระบบน้ำเหลืองประสบความสำเร็จ ได้แก่ ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัด การเรียนรู้ มีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมจริง สืบค้น ค้นคว้าข้อมูลด้วยวิธีต่าง ๆ รู้จักคิด แก้ปัญหา ในการทำกิจกรรมด้วยตนเอง จนทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และสามารถสร้างเป็นองค์
50 ความรู้ของนักเรียนเอง ซึ่งสังเกตได้จากการปฏิบัติกิจกรรม และคำตอบจากการสืบค้นข้อมูลของ นักเรียนนั้น เป็นคำตอบที่ถูกต้อง จะเห็นได้ว่าในแต่ละขั้นตอนของการเรียนรู้ มีปัจจัยที่ทำให้ การเรียนรู้ของนักเรียนประสบผลสำเร็จ คือ การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ลักษณะ สำคัญของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบ น้ำเหลือง คือ การจัดการเรียนรู้ที่น่าสนใจ เนื้อหาเหมาะสมกับผู้เรียน รวมทั้งให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ กิจกรรมด้วยตนเอง โดยผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวก จึงทำให้การจัดการเรียนรู้ประสบผลสำเร็จ ผลการวิเคราะห์คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพบว่า การทดสอบก่อนเรียนได้คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 8.29 คิดเป็นร้อยละ 41.47 ของคะแนนทั้งหมด และเมื่อทดสอบภายหลังเรียนโดยใช้การ จัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 14.76 คิดเป็นร้อยละ 73.82 ของ คะแนนทั้งหมด และพบว่าผลต่างจากคะแนนที่ได้จากการทดสอบทั้งสองครั้งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.47 คิดเป็นร้อยละ 44.00 ของคะแนนทั้งหมด และเมื่อทดสอบสมมติฐานพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มี คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งสอดคล้องกับ สมมติฐานการวิจัยข้อที่หนึ่ง ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบ เสาะหาความรู้ (5E) เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพญารามวิทยา พบว่า มีระดับความพึงพอใจมาก (X̅= 4.46) ซึ่งนักเรียนมีระดับ ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากขึ้นไป อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐาน การวิจัยข้อที่สอง อภิปรายผล การวิจัยการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5E) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผลการศึกษาพบว่า การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ส่งผลให้ผู้เรียนประสบผลสำเร็จในการเรียน เนื่องจาก การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ผู้วิจัยได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็น สำคัญ ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมจริงด้วยตนเอง สืบค้นข้อมูลเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง เลือกใช้ สื่อในการจัดการเรียนรู้น่าสนใจ รวมทั้งจัดทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่เกี่ยวข้องกับ เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ วิรัตน์ ขันเขต (2560) ศึกษาการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับกลวิธีแก้โจทย์ปัญหาทาง ฟิสิกส์เชิงตรรกะของเฮลเลอร์และเฮลเลอร์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถใน การแก้โจทย์ปัญหาทางฟิสิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า การจัดการเรียนรู้ด้วย กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับกลวิธีแก้โจทย์ปัญหาทางฟิสิกส์เชิงตรรกะของเฮลเลอร์
51 และเฮลเลอร์เรื่องการเคลื่อนที่แบบหมุน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นร้อยละ 51.58 ซึ่งมีพัฒนาการอยู่ในระดับสูง และส่งผลให้นักเรียนมีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทาง ฟิสิกส์สูงขึ้นร้อยละ 71.04 ซึ่งมีพัฒนาการอยู่ในระดับสูง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนจากการจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .01 นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.29 คิดเป็นร้อยละ 41.47 ของคะแนนทั้งหมด และเมื่อทดสอบหลังเรียน โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ได้ คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 14.76 คิดเป็นร้อยละ 73.82 ของคะแนนทั้งหมด และพบว่าผลต่างจากคะแนนที่ ได้จากการทดสอบทั้งสองครั้งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.47 คิดเป็นร้อยละ 44.00 ของคะแนนทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้วิจัยจัดการเรียนรู้ที่น่าสนใจ และเกี่ยวข้องกับเรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบ น้ำเหลือง โดยจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และสร้างองค์ ความรู้ด้วยตนเอง ส่งผลให้ผลการเรียนของผู้เรียนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และนำไปสู่การมีผลการเรียนรู้ที่ สูงขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากคะแนนการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน ที่สามารถทำคะแนนได้ดีกว่า แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน ผลการเรียนรู้หลังเรียนมีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ อับดุลเลาะ อูมาร์ (2560 : 71 - 90) ได้ศึกษาเรื่องผลของการ จัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) เรื่องสมดุลเคมีที่มีต่อแบบจำลองทางความคิด ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเดชะปัตตนียานุกูล จังหวัดปัตตานี พบว่า 1) คะแนนเฉลี่ย แบบจำลองทางความคิดในแต่ละครั้งแตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเคมีและแบบวัดความพึงพอใจของ นักเรียน พบว่านักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) มีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนเคมีหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และนักเรียนมีความพึง พอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน พบว่านักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้โดยใช้การจัด การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจในระดับมาก (X̅= 4.46) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ดาราวดี ชูแก้ว และ จิณัฐตา สอนสังข์ (2563 : 20 - 24) ได้ศึกษาเรื่องการพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สื่อมัลติมีเดีย ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้เรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติและการ ระวังภัย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานีพบว่า 1) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มัลติมีเดียมีประสิทธิภาพ 85.89/83.87 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด และค่าดัชนี ความสอดคล้องระหว่างผู้ประเมิน (RAI) มีค่าเท่ากับ 0.84 ซึ่งถือได้ว่าตัวค่าดัชนีมีความสอดคล้อง
52 ระหว่างผู้ประเมิน 2) นักเรียนมีคะแนนทดสอบหลังเรียน จากการเรียนด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ มัลติมีเดียร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้สูงกว่าคะแนนสอบก่อน เรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์มัลติมีเดียร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง ภัยพิบัติ ทางธรรมชาติและการระวังภัยอยู่ในระดับมากที่สุด จากผลการศึกษาดังกล่าว สรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบ น้ำเหลือง โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพญารามวิทยา ส่งผลให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติกิจกรรมจริง ด้วยตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่ม และเกิดการพัฒนา ศักยภาพทางสมอง ได้แก่ การคิด การแก้ปัญหา และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ รวมทั้งส่งผล ให้บรรยากาศภายในห้องเรียนเต็มไปด้วยคความท้าทาย ความอิสระ ความสนุกสนาน และความสุข ของนักเรียน ข้อเสนอแนะ การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียน และหลังเรียน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพญารามวิทยา ตำบลเพี้ยราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ที่มีต่อ การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง จากการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนและการวิจัยครั้ง ต่อไป ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 ควรส่งเสริมให้นำการสอนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5E) ไปใช้ สอนวิชาชีววิทยาในเรื่องอื่นๆ ด้วย เพราะการสอนโดยการใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) จะทำให้นักเรียนมีความสนใจที่จะสำรวจและค้นหาจากเรื่องที่สงสัย นำความรู้ที่ได้มาวิเคราะห์ และสรุปผล เพื่อนำความรู้ไปใช้อธิบายหรือประยุกต์ใช้กับเหตุการณ์หรือเรื่องอื่น ๆ 1.2ก่อนทำการสอนโดยการใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5E) ในวิชาชีววิทยา เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ควรมีการ แนะนำให้นักเรียนเข้าใจวิธีการสอนก่อน เพราะถ้านักเรียนเกิดความสับสน หรือไม่เข้าใจอาจส่งผลให้ นักเรียนไม่ประสบผลสำเร็จในการเรียนได้
53 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรทำการวิจัยเพื่อศึกษาผลการสอนโดยการใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหา ความรู้ (5E) โดยออกแบบการวิจัยที่มีการทดสอบก่อนเรียน (Pre–test) และการทดสอบหลังเรียน (Post-test) เพื่อเปรียบเทียบผลการทดลองระหว่างการสอนโดยการใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบ เสาะหาความรู้(5E) กับการสอนวิธีอื่น 2.2 ควรทำการวิจัยเพื่อศึกษาผลการสอน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เพื่อเปรียบเทียบระหว่างโรงเรียน 2.3 ควรมีการศึกษาค้นคว้าการจัดการเรียนรู้โดยการใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบ เสาะหาความรู้(5E) กับเนื้อหาอื่น ระดับชั้นอื่น และวิชาอื่นๆ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ เป็นต้น
บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. จิราพร กำจัดทุกข์. (2552). ความพึงพอใจหลังการตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมในเขต กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์. ชลสีต์ จันทาสี. (2543). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และ ความสามารถการตัดสินใจอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับ การสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมการตัดสินใจทางวิทยาศาสตร์และการสอนตาม คู่มือครู. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การมัธยมศึกษา). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. เชิดศักดิ์ โฆวาสินทร์ (2525). การวัดผลการศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักทดสอบทางการศึกษาและ จิตวิทยา มหาวิทยาศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. ดาราวดี ชูแก้ว และจิณัฐตา สอนสังข์. (2563). การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สื่อมัลติมีเดีย ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้เรื่องภัยพิบัติทาง ธรรมชาติและการระวังภัย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วิจัยชั้นเรียน. จังหวัดสุราษฎร์ธานี: โรงเรียนบ้านนาสาร. ธีรกิติ นวรัตน์ ณ อยุธยา. (2547). การตลาดสำหรับการบริการ : แนวคิดและกลยุทธ์. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิติมา รุจิเรขาสุวรรณ. (2556). การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียแบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่องสารชีว โมเลกุล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต. (เทคโนโลยีการศึกษา) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา. ประกายดาว ดำรงพันธ์. (2536). ความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อการให้บริการด้านสินเชื่อ : กรณีศึกษาศูนย์ธุรกิจสะพานขาว ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน). วิทยานิพนธ์ ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2553). การบริหารงานวิชาการ. กรุงเทพมหานคร : บริษัทพิมพ์ดี จำกัด. พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2544). หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา. กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎพระนคร.
55 บรรณานุกรม (ต่อ) พิทักษ์ ตรุษทิบ. (2538). ความพึงพอใจของประชาชนต่อระบบและกระบวนการให้บริการของ กรุงเทพมหานคร : ศึกษากรณีสำนักงานเขตยานนาวา. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท สถาบัน บัณฑิตพัฒนศาสตร์. ไพโรจน์ คะเชนทร์. (2556). การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก : http:// www.wattoongpel.com. สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2565. มนมนัส สุดสิ้น. (2543). “การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางวิทยาศาสตร์และความสามารถด้านการคิด วิเคราะห์วิจารณ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้ ประกอบการเขียนแผนผังมโนมิติ”. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต วิชาเอกการมัธยมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (2535). เอกสารการสอนชุดวิชาองค์การและการจัดการงาน บุคคล. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ________. (2546). เอกสารการสอนชุดวิชา 22305 พฤติกรรมวัยรุ่น (Adolescent Behavior) สาขาวิชาศึกษาศาสตร์. หน่วยที่ 1 - 8. พิมพ์ครั้งที่ 3. นนทบุรี : โรงพิมพ์ชวนพิมพ์. รวีวรรณ โชคชัยชีวากร. (2556). ระบบหมุนเวียนเลือด. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก : http://www.na.ac.th/science/Binder2.pdf. สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์2566 รักพงษ์ วงษ์ธานี. (2546). เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความคงทนในการเรียนและ ความพึงพอใจในการเรียน โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาวิทยาศาสตร์ขั้น พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิธีเรียน ต่างกัน. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. รัชนีย์ ดวงประทุม. (2548). การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ ความคงทน ความพึงพอใจ และทักษะ ชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องน้ำฟ้าและดวงดาว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์กับการเรียนแบบร่วมมือ (STAD). วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. วิชัย เหลืองธรรมชาติ. (2554). ความพึงพอใจในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหม่ของประชากร หมู่บ้านอพยพ โครงการเขื่อนรัชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
56 บรรณานุกรม (ต่อ) วิมลสิทธิ์ หรยางกูร. (2549). พฤติกรรมมนุษย์กับสภาพแวดล้อม (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิรัตน์ ขันเขต (2560). ศึกษาการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับ กลวิธีแก้โจทย์ปัญหาทางฟิสิกส์เชิงตรรกะของเฮลเลอร์และเฮลเลอร์เพื่อพัฒนาผลสัม ฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางฟิสิกส์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอน วิทยาศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. ศิริชัย กาญจนวาสี. (2544). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2546). การจัดสาระการเรียนรู้กลุ่ม วิทยาศาสตร์หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). หนังสือเรียนราย วิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชีววิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 4 ตามผล การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุเทพ พานิชพันธุ์. (2541). ความพึงพอใจของเกษตรกรในการเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้าง และระบบการผลิตการเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยแม่โจ้. สุวัฒน์ นิยมค้า. (2531). ทฤษฎีและทางปฏิบัติในการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ เล่ม 1-2. กรุงเทพฯ : เจเนอรัลบุ๊คส์ เซนเตอร์. เสาวลักษณ์ หล้าสิงห์. (2558). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ โดย ใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ด้วยสื่อประสม เรื่อง ระบบประสาทและอวัยวะ รับความรู้สึกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. (หลักสูตรและการสอน) บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยสยาม. อนันต์ จันทร์กวี. (2523). ผลการใช้คำถามของครูที่มีต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผลสัมฤทธิ์และทัศนคติของนักเรียนชั้น มศ. 2 และ ม. 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎี บัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
57 บรรณานุกรม (ต่อ) สมจิต สวธนไพบูลย์. (2541). เอกสารคำสอนวิชา กว 571 ประชุมการสอนวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. สมบูรณ์ ตันยะ. (2545). การประเมินการศึกษา. กรุงเทพฯ : สุวีริยสาสน์. สมบัตร บารมี. (2551). ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของพนักงาน บริษัทมหพันธ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ จำกัด (มหาชน). รายงานการวิจัยคณะรัฐประศาสน ศาสตร์. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. อับดุลเลาะ อูมาร์. (2560). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) เรื่องสมดุลเคมี ที่มีต่อแบบจำลองทางความคิด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจของนักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเดชะปัตตนียานุกูล จังหวัดปัตตานี. วิทยานิพนธ์ปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. (เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา) บัณฑิตวิทยาลัย. อารี พันธ์มณี. (2540). หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติมชีววิทยาเล่ม 2. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว.
ภาคผนวก
59 ภาคผนวก ก ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
60 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 รายวิชาชีววิทยา 4 รหัสวิชา ว32244 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนพญารามวิทยา ระดับชั้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 หน่วยการจัดการเรียนรู้ที่ 3 ระบบหมุนเวียนเลือดฯ จำนวน 17 ชั่วโมง เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดของสัตว์1 จำนวน 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาววสิกา หาวงค์ 1. สาระการเรียนรู้ชีววิทยา สาระที่ 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ การหายใจและการแลกเปลี่ยนแก๊ส การลำเลียงสารและ การหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้และการตอบสนอง การเคลื่อนที่ การ สืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ฮอร์โมนกับการรักษาดุลยภาพ และพฤติกรรมของสัตว์ รวมทั้งนำความรู้ ไปใช้ประโยชน์ 2. ผลการเรียนรู้ สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดและระบบหมุนเวียนเลือด แบบปิด 3. สาระสำคัญ ระบบหมุนเวียนเลือดแบบวงจรเปิด (open circulatory system) เป็นระบบเลือดที่เลือดไหลออก จากหัวใจแล้วไม่ได้ไหลเวียนอยู่เฉพาะภายในเส้นเลือด แต่จะไหลผ่านช่องว่างของลำตัวและที่ว่าง ระหว่างอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย แล้วไหลกลับเข้าสู่เส้นเลือดและเข้าสู่หัวใจต่อไปเลือดและ น้ำเหลืองจะปะปนกันและมีส่วนประกอบเหมือนกัน เรียกว่า ฮีโมลิมฟ์ (hemolymph) และเรียก ช่องว่างระหว่างเนื้อเยื่อที่เป็นทางผ่านของฮีโมลิมผ์ว่า ฮีโมซิล (hemocoel) พบในสัตว์ พวกอาร์โทร พอดและสัตว์พวกมอลลัสก์บางชนิด 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 4.1 ด้านความรู้ (K) 1. อธิบายระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดได้ 4.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 1. นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูล และเขียนแผนผังการหมุนเวียนเลือดของสัตว์ต่าง ๆ ได้
61 4.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. ซื่อสัตย์สุจริต 2. มีระเบียบวินัย 3. ใฝ่รู้ใฝ่เรียน 4. อยู่อย่างพอเพียง 5. มุ่งมั่นในการทำงาน 5. สาระการเรียนรู้ ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 6.1 ความสามารถในการสื่อสาร 6.2 ความสามารถในการคิดและแก้ปัญหา 6.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน 7.1 ใบงาน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด 8. กิจกรรมการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ดังนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement Phase) 1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยการให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่องระบบหมุนเวียน เลือดและระบบน้ำเหลือง จำนวน 20 ข้อ 2. นักเรียนตอบคำถามที่ครูถามเพื่อกระตุ้นความสนใจ โดยมีแนวคำถาม ดังนี้ ครู : ระบบหมุนเวียนเลือด และระบบน้ำเหลือง มีความสำคัญต่อการรักษาดุลยภาพ ของร่างกายอย่างไร นักเรียน : ระบบหมุนเวียนเลือดเป็นระบบลำเลียงสารอาหาร แก๊สออกซิเจน แก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ และของเสียไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อให้ร่างกายได้รับและกำจัดสารต่าง ๆ อย่างสมดุล ระบบน้ำเหลืองเป็นระบบลำเลียงสารเช่นเดียวกับระบบหมุนเวียนเลือดซึ่งจะมีการ
62 ทำงานที่สัมพันธ์กัน ส่วนระบบภูมิคุ้มกันเป็นระบบต่อต้านหรือทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่ เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งทั้ง 3 ระบบมีความสำคัญต่อการรักษาดุลยภาพของร่างกายให้เป็นปกติ ครู : หัวใจมีการทำงานอย่างไร จึงสามารถสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของ ร่างกายได้อย่างมี ประสิทธิภาพ นักเรียน : หัวใจมีการบีบและคลายตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงเซลล์ ต่าง ๆ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration Phase) 1. นักเรียนฟังครูอธิบาย โดยใช้สื่อการสอนผ่านโปรแกรม Microsoft PowerPoint ประกอบการอธิบาย “สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีการลำเลียงสารเข้าและออกจากร่างกายเพื่อรักษาดุลยภาพ ของร่างกาย สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและสัตว์ชั้นต่ำ เช่น ไฮดรา (Hydra) ฟองน้ำ (Sponge) พลานาเรีย (Planarian) มีร่างกายสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมโดยตรงจึงลำเลียงสารผ่านเซลล์โดย ตรง ส่วนสัตว์ที่มี โครงสร้างซับซ้อนลำเลียงสารผ่านระบบหมุนเวียนเลือด แบ่งออกเป็น 2 ระบบ ได้แก่ ระบบหมุนเวียน เลือดแบบปิด (Closed circulatory system) และระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด (Open circulatory system)” ภาพที่ 1 การลำเลียงสารของสัตว์ที่มีโครงสร้างร่างกายไม่ซับซ้อน ที่มา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ (2562) 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็น 2 กลุ่ม โดยสมาชิกในกลุ่มประกอบด้วยกลุ่มเก่ง กลุ่มปาน กลาง และกลุ่มอ่อน ศึกษาระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดและการหมุนเวียนเลือดของแมลงและหอย จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต หรือ หนังสือเรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 4 ลงใน กระดาษบรู๊ฟเขียนเป็นแสดงแผนผังสรุป
63 ภาพที่ 2 ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด ที่มา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ (2562) ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation Phase) 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการศึกษา 2. นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมโดยใช้ Power Point เกี่ยวกับ ระบบการไหลเวียนแบบ เปิด (open circulatory system) พบในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังโดยเฉพาะไฟลัมอาร์โทรโพดา และ ไฟลัมมอลลัสกา ระบบนี้เลือดจะไม่ได้อยู่ในเส้นเลือดตลอดเวลา แต่จะออกจากเส้นเลือดเข้าสู่ช่องว่าง ภายในลำตัวที่เรียกว่าฮีโมซีล (hemocoel) อาจมีหัวใจหนึ่งดวงหรือมากกว่า ทิศทางการไหลของ เลือดเริ่มจากหัวใจสูบฉีดเลือดไปตามหลอดเลือดเข้าสู่ฮีโมซีล เนื้อเยื่อและเซลล์จะได้รับอาหารและ ก๊าซจากเลือดที่อยู่ในช่องว่างนี้ เมื่อหัวใจคลายตัว เลือดส่วนหนึ่งจะไหลจากฮีโมซีลเข้าเส้นเลือดกลับ หัวใจ ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration Phase) 1. นักเรียนตอบคำถามครู โดยมีแนวคำถามดังนี้ ครู : สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวมีการลำเลียงสารอย่างไร นักเรียน : สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวมีการลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์โดยตรง ครู : ไฮดราและฟองน้ำมีระบบหมุนเวียนเลือดหรือไม่ อย่างไร นักเรียน : ไม่มี เนื่องจากฟองน้ำไม่มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง ส่วนไฮดรามีเนื้อเยื่อเพียง 2 ชั้น จึงมีการลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์โดยตรง ครู : แมลงได้รับแก๊สออกซิเจนจากระบบหมุนเวียนเลือดหรือไม่ อย่างไร นักเรียน : ไม่ได้รับ เนื่องจากแมลงได้รับแก๊สออกซิเจนจากระบบท่อลม ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase) 1. ครูสุ่มนักเรียนตอบคำถามจากบทเรียนที่เรียนมารายบุคคล 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาสำคัญ และสรุปประเด็นความรู้ที่ได้เรียนรู้ 3. ครูประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมการทำงานของนักเรียน 4. ครูสะท้อนการเรียนรู้ไปปรับใช้ในกระบวนการเรียนรู้ครั้งต่อ ๆ ไป
64 9. สื่อ/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม ชีววิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 4 2. สื่อประกอบการสอน โปรแกรม Microsoft PowerPoint เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือด 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียน/ห้องปฏิบัติการชีววิทยา 2. อินเทอร์เน็ต 10. การวัดและประเมินผล รายการวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - อธิบายระบบหมุนเวียนเลือด แบบเปิดได้ - ตรวจใบงานระบบ หมุนเวียนเลือดแบบ เปิด - แบบประเมินใบงาน ผ่านเกณฑ์ระดับดี ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - สามารถสืบค้นข้อมูล และ เขียนแผนผังการหมุนเวียนเลือด ของสัตว์ต่าง ๆ ได้ - ตรวจแผนผังระบบ หมุนเวียนเลือดแบบ เปิด - แบบประเมินการ ทำงานเป็นกลุ่ม ผ่านเกณฑ์ระดับดี ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) - ซื่อสัตย์สุจริต - มีระเบียบวินัย - ใฝ่รู้ใฝ่เรียน - อยู่อย่างพอเพียง - มุ่งมั่นในการทำงาน - การสังเกตพฤติกรรม - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ระดับดี ขึ้นไป 11. เอกสารประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ที่15 เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดของสัตว์ 1. แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง 2. ใบงาน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด 3. แบบประเมินใบงาน
65 4. แบบประเมินการทำงานเป็นกลุ่ม 5. แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ กิจกรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………
66 บันทึกผลหลังการสอน 1. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1.1 ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน 1.1.1 ด้านความรู้ (K) ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 1.1.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) ......................................................................................................... ....................................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... 1.1.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... 1.2 ปัญหา/อุปสรรค ......................................................................................................................................... ....................... ............................................................................................................ .................................................... ............................................................................................................................. ................................... 1.3 ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................................ .................... ............................................................................................................... ................................................. ............................................................................................................................. ................................... ลงชื่อ…..…………………………….………ครูผู้สอน (นางสาววสิกา หาวงค์) วันที่.........เดือน.........................พ.ศ.............
67 บันทึกความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................ ................................ ลงชื่อ..............................................ครูพี่เลี้ยง (นายบัวชิต อุทธารัมย์)
68 แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ระบบหมุนเรียนเลือดและระบบน้ำเหลือง คำชี้แจง : ข้อสอบจำนวน 20 ข้อให้นักเรียนทำเครื่องหมาย × เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดที่สุดเพียงข้อเดียว 1. 2. 3. ตัวชี้วัด : สืบค้นข้อมูล อธิบาย และ เปรียบเทียบระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด และระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด สัตว์ชนิดใดมีระบบหมุนเวียนเลือดแบบ เปิด ก. หมึก ข. ผีเสื้อ ค. จิ้งจก ง.ไส้เดือนดิน ข้อใดกล่าวถึงระบบหมุนเวียนเลือดแบบ ปิดได้ถูกต้อง ก. ปลามีระบบหมุนเวียนเลือดแบบ 2 วงจร ข. สัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดมีหัวใจ4 ห้อง ไม่สมบูรณ์ ค. จระเข้เป็นสัตว์ที่มีจำนวนห้องหัวใจ เท่ากับมนุษย์ ง. เลือดที่ผ่านหัวใจห้องบนและห้อง ล่างของปลาจะมีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูง ข้อใดกล่าวถึงระบบหมุนเวียนเลือดแบบ เปิดได้ถูกต้อง ก. เลือดไม่ได้ไหลเวียนอยู่ในหลอด เลือดตลอดเวลา ข. เซลล์บริเวณผิวสัมผัสกับสิ่งแวดล้อม โดยตรง ค. เลือดไหลเวียนอยู่ในหลอดเลือด ตลอดเวลา ง. เลือดไหลไปในทิศทางเดียว 4. 5. ตัวชี้วัด : สังเกตและอธิบายทิศทางการไหล ของเลือดและการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ด เลือดในหางปลา และสรุปความสัมพันธ์ ระหว่างขนาดของหลอดเลือดกับความเร็ว ในการไหลของเลือด ในหลอดเลือดชนิดเดียวกันความเร็วใน การเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดงเป็น อย่างไร ก. การเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง ในหลอดเลือดที่มีขนาดใหญ่จะเคลื่อนที่ได้ ช้ากว่าในหลอดเลือดขนาดเล็ก ข. การเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง ในหลอดเลือดที่มีขนาดใหญ่จะเคลื่อนที่ได้ เร็วกว่าในหลอดเลือดขนาดเล็ก ค. การเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง ในหลอดเลือดที่มีขนาดใหญ่จะเคลื่อนที่ได้ เร็วเท่ากันกับในหลอดเลือดขนาดเล็ก ง. การเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง ในหลอดเลือดที่มีขนาดเล็กจะเคลื่อนที่ได้ ช้ากว่าในหลอดเลือดขนาดใหญ่ ตัวชี้วัด : อธิบายโครงสร้างและการทำงาน ของหัวใจและหลอดเลือดในมนุษย์ ลิ้นหัวใจใดกั้นระหว่างหัวใจห้องบนซ้าย และล่างซ้าย ก. ลิ้นไมทรัล ข. ลิ้นไบคัสปิด ค. ลิ้นไตรคัสปิด ง. ลิ้นเอออร์ติกเซมิลูนาร์
69 6. 7. 8. 9. ในคนลิ้นเอออร์ติกเซมิลูนาร์ จะเปิด เมื่อใด ก. เอออร์ตา บีบตัว ข. เอเทรียม บีบตัว ค. เวนทริเคิล บีบตัว ง. เวนทริเคิล คลายตัว ลิ้นไบคัสปิด ทำหน้าที่กั้นระหว่างช่อง เปิดของอะไร ก. เอออร์ตา และ เวนทริเคิลซ้าย ข. เอเทรียมซ้าย และ เวนทริเคิลซ้าย ค. เอเทรียมขวา และ เวนทริเคิลขวา ง. เวนทริเคิลซ้ายและ เวนทริเคิลขวา เลือดออกจาก เวนทริเคิลซ้ายของหัวใจ หมูจะผ่านลิ้นหัวใจใดเป็นลิ้นแรก ก. ลิ้นพัลโมนารีเซมิลูนาร์ ข. ลิ้นไบคัสปิด ค. ลิ้นเอออร์ติกเซมิลูนาร์ ง. ลิ้นไตรคัสปิด ตัวชี้วัด : สังเกตและอธิบายโครงสร้าง หัวใจของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ทิศ ทางการไหลของเลือดผ่านหัวใจของมนุษย์ และเขียนแผนผังสรุปการหมุนเวียนเลือด ของมนุษย์ เลือดที่ออกจากหัวใจไปยังปอดและไปยัง ไตมีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างกัน อย่างไร ก. เหมือนกัน ซึ่งเป็นเลือดที่มีปริมาณ O2 ต่ำ 10. 11. ข. เหมือนกัน ซึ่งเป็นเลือดที่มี ปริมาณ O2 สูง ค. ต่างกัน ซึ่งเลือดที่ไปยังปอดมี ปริมาณ O2 สูง แต่เลือดทีไปยังไตมี ปริมาณ O2 ต่ำ ง. ต่างกัน ซึ่งเลือดที่ไปยังปอดมี ปริมาณ O2 ต่ำ แต่เลือดที่ไปยังไตมี ปริมาณ O2 สูง จากแผนภาพหัวใจของสัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนมชนิดหนึ่ง ข้อใดเป็นตำแหน่งที่พบได้เฉพาะ เลือดที่มีออกซิเจนสูง ก. 1,2,3 ข. 2,3,4 ค. 4,5,6 ง. 5,6,7 ภาพโครงสร้างหัวใจคนจากข้อมูล ในภาพข้อใดถูกต้อง
70 12. 13. 1. เลือดในหลอดเลือดหมายเลข 1 เป็น เลือดที่มีออกซิเจนมาก 2. หลอดเลือดหมายเลข 2 นำเลือดไป ปอด 3. ลิ้นไตรคัสปิดเป็นลิ้นที่กั้นระหว่าง หัวใจห้องหมายเลข 3 กับหมายเลข 4 4. หลอดเลือดหมายเลข 5 นำเลือด จากหัวและแขนเข้าสู่หัวใจ ก. 1,2,3 ข. 1,2,4 ค. 1,2,3,4 ง. 3,4 ตัวชี้วัด : สืบค้นข้อมูล ระบุความแตกต่าง ของเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว เพลตเลต และพลาสมา ข้อใดกล่าวถึงลักษณะและหน้าที่ของ เซลล์เม็ดเลือดแดงได้ถูกต้อง ก. ถูกสร้างจากม้ามและถูกทำลายที่ตับ ข. มีลักษณะกลมแบนและกลางเซลล์ พอง ค. ภายในเซลล์ประกอบด้วยสารฮีโมไซ ยานิน ง. ในระยะแรกมีนิวเคลียส แต่จะสลาย เมื่ออายุมากขึ้น ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการแข็งตัว ของเลือด 1. เปลี่ยน โพรทรอมบิน เป็น ทรอมบิน 2. เปลี่ยน ไฟบริน เป็น ไฟบิโนเจน 3.ใช้แคลเซียมช่วยในการแข็งตัวของ เลือด 14. 15. 16. 4. เนื้อเยื่อฉีกขาดกระตุ้นปัจจัยใน การแข็งตัวของเลือด ก. 1,3 ข. 1,2,3 ค. 1,3,4 ง. ถูกทุกข้อ ซีรัม ต่างจากพลาสมา ในข้อใด ก. พลาสมามีเม็ดเลือด ซีรัมไม่มี ข. พลาสมามีไฟบริโนเจน ซีรัมไม่ มี ค. พลาสมามีแอนติบอดีน้อยกว่า ซีรัม ง. ก. และ ข. ถูก เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใดทำลาย เชื้อโรคได้อย่างจำเพาะ ก. เบโซฟิล ข. โมโนไซต์ ค. นิวโทรฟิล ง. ลิมโฟไซต์ ตัวชี้วัด : อธิบายหมู่เลือดและ หลักการให้และรับเลือดในหมู่เลือด ระบบ ABO และหมู่เลือดระบบ Rh หลักการสำคัญของการให้เลือดใน ระบบ ABO คืออะไร ก. แอนติเจนของผู้ให้ต้องแตกต่าง กับแอนติบอดีของผู้รับ ข. ผู้ให้และผู้รับต้องมีเลือดหมู่ เดียวกันเท่านั้น ค. ผู้ที่มีเลือดหมู่ O ให้เลือดได้ เฉพาะหมู่ O เท่านั้น
71 17. 18. ง. แอนติเจนของผู้ให้ต้องเหมือนกับ แอนติบอดีของผู้รับ ถ้าพ่อแม่มีหมู่เลือดเอทั้งคู่ มีลูกเกิด ประสบอุบัติเหตุต้องการรับบริจาคเลือด ด่วนเลือดที่รับบริจาคเป็นหมู่เลือดใด ก. A, O ข. B ค. AB ง. O, AB ตัวชี้วัด : อธิบายและสรุปเกี่ยวกับ ส่วนประกอบและหน้าที่ของน้ำเหลือง รวมทั้งโครงสร้างและหน้าที่ของหลอด น้ำเหลือง และต่อมน้ำเหลือง อวัยวะใดไม่จัดเป็นอวัยวะน้ำเหลือง ก. ม้าม ข. ต่อมไทมัส ค. ต่อมไทรอยด์ ง. ต่อมทอนซิล 19. 20. หากถูกสุนัขจรจัดกัดควรเลือดฉีด สารชนิดใดเข้าสู่ร่างกายเพราะเหตุ ใด ก. วัคซีน เพราะสามารถกระตุ้นให้ ร่างกายสร้างแอนติบอดี ข. ซีรัม เพราะเป็นแอนติบอดีที่ เข้าทำลายเชื้อพิษสุนัขบ้าได้ทันที ค. ซีรัม เพราะประกอบด้วยเชื้อ โรคที่ทำลายเชื้อพิษสุนัขบ้า ง. วัคซีน เพราะประกอบด้วยเชื้อ โรคที่ทำลายเชื้อพิษสุนัขบ้า เซลล์เป้าหมายของเชื้อไวรัส HIV คือเซลล์ชนิดใด ก. เซลล์บี ข. เซลล์ทีผู้ช่วย ค. เซลล์เมมอรี ง. เซลล์พลาสมา เฉลย 1. ข 2. ค 3. ก 4. ข 5. ค 6. ค 7. ข 8. ค 9. ง 10. ง 11. ข 12. ง 13. ค 14. ข 15. ง 16. ก 17. ก 18. ค 19. ข 20. ข
72 ใบงาน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด ชื่อ-สกุล…………………………………………………………………………………….ชั้น.............................เลขที่................. 1. ระบบหมุนเวียนเลือด มีความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตอย่างไร ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... 2. ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด มีลักษณะเป็นอย่างไร ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ........................................................................................................................................... ..................... 3. จงอธิบายระบบหมุนเวียนเลือดของแมลง มาพอสังเขป ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... 4. แมลงจำเป็นต้องใช้ระบบหมุนเวียนเลือดเพื่อลำเลียงแก๊สออกซิเจนหรือไม่ เพราะเหตุใด ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................
73 เฉลยใบงาน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด ชื่อ-สกุล…………………………………………………………………………………….ชั้น.............................เลขที่................. 1. ระบบหมุนเวียนเลือด มีความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตอย่างไร เป็นระบบที่นำสารอาหาร แก๊สที่มีประโยชน์หมุนเวียนไปให้กับเนื้อเยื่อที่อยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ และ นำของเสียต่าง ๆ ออกจากเนื้อเยื่อ 2. ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด มีลักษณะเป็นอย่างไร ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด คือ เลือดไม่ได้ไหลเวียนในหลอดเลือดตลอดเวลา 3. จงอธิบายระบบหมุนเวียนเลือดของแมลง มาพอสังเขป แมลง มีหลอดเลือดใหญ่อยู่ทางด้านหลังของลำตัว หลอดเลือดบางส่วนขยายขนาดขึ้น เรียกว่า หัวใจ ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปตามหลอดเลือด บางช่วงเลือดจะออกจากหลอดเลือดแทรกไปตาม ช่องว่างระหว่างเนื้อเยื่อ ดังนั้นเลือดจึงสัมผัสกับเนื้อเยื่อและมีการแลกเปลี่ยนสารโดยตรง จัดเป็น ระบบ หมุนเวียนเลือดแบบเปิด 4. แมลงจำเป็นต้องใช้ระบบหมุนเวียนเลือดเพื่อลำเลียงแก๊สออกซิเจนหรือไม่ เพราะเหตุใด ไม่จำเป็น เพราะแมลงมีการลำเลียงแก๊สออกซิเจนผ่านระบบท่อลมซึ่งแตกแขนงเป็นท่อลมฝอยนำ แก๊สออกซิเจนไปยังเซลล์โดยตรง
74 แบบประเมินงาน คำชี้แจง ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องที่ตรงกับระดับพฤติกรรมของนักเรียนตามเกณฑ์การประเมินที่ กำหนด ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล ความถูกต้อง ความสะอาด สวยงาม ตรงต่อเวลา รวม 12 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 คะแนน 1 นายจักรินทร์ ยืงยง / / / 10 2 นายณัฐภัทร เรียบร้อย / / / 9 3 นายธีรภัทร จิตรไมตรี / / / 10 4 นายวชิรวิทย์ ก่อแก้ว / / / 11 5 นายวัชรินทร์ ยืงยง / / / 11 6 นายสุรศักดิ์ ยืนยง / / / 9 7 นางสาวจิราพร ถวิลรัมย์ / / / 12 8 นางสาวชาลิสา หอมขจร / / / 12 9 นางสาวนิดา ยืนยง / / / 12 10 นางสาวพัชราภา สำรวมจิต / / / 12 11 นางสาวพิกุล ยืนยง / / / 12 12 นางสาวรภัสดา ไชยมงคล / / / 12 13 นางสาววรรณิกา กระแสโสม / / / 12 14 นางสาวสานิตย์ ถะเกิงสุข / / / 11 15 นางสาวสุปราณี ฤทธิ์แสง / / / 12 16 นางสาวหทัยรัตน์ ช่อจันทร์ / / / 12 17 นางสาวหทัยรัตน์ หมี่นยืน / / / 12 ลงชื่อ........................................ผู้ประเมิน (นางสาววสิกา หาวงค์) วันที่.......เดือน.......................พ.ศ.............
75 เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ (ผ่านเกณฑ์ในระดับดีขึ้นไป) ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 10-12 ดีมาก 9-7 ดี 6-4 พอใช้ 3-0 ปรับปรุง เกณฑ์การประเมินการตรวจใบกิจกรรม รายการ การประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) 1. ความถูกต้อง ข้อมูลถูกต้อง ชัดเจนสมบูรณ์ ครบถ้วน ข้อมูลส่วนใหญ่ ถูกต้องครบถ้วน ข้อมูลมีความ ถูกต้องเป็นบางส่วน ข้อมูลมีความ ถูกต้อง เป็นส่วนน้อย 2. ความสะอาด สวยงาม ใบงานสะอาด เรียบร้อยสวยงาม ไม่มีรอยขีดลบ ใบงานสะอาด เรียบร้อยมีรอย ขีดลบน้อย ใบงานบางส่วน ไม่สะอาด ไม่เรียบร้อย ใบงานส่วนใหญ่ ไม่สะอาด ไม่ เรียบร้อย 3. ตรงต่อเวลา ส่งงานตรงเวลา ที่กำหนด ส่งงานช้ากว่า กำหนด 1 วัน ส่งงานช้ากว่า กำหนด 2 วัน ส่งงานช้ากว่า กำหนดเกิน 2 วัน
76 แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม กลุ่ม .......................................................................................................... สมาชิกในกลุ่ม 1. ............................................................ 2. ...................................................... 3. ............................................................ 4. ...................................................... 5. ............................................................ 6. ...................................................... คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย ✓ ในช่องที่ตรงกับความเป็นจริง พฤติกรรมที่สังเกต คะแนน 3 2 1 1. มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น 2. มีความกระตือรือร้นในการทำงาน 3. รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย 4. มีขั้นตอนในการทำงานอย่างเป็นระบบ 5. ใช้เวลาในการทำงานอย่างเหมาะสม รวม คะแนนเฉลี่ย............คะแนน เกณฑ์การผ่าน ได้ระดับคุณภาพดีขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ทำเป็นบางครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ทำน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 13-15 ดีมาก 8-12 ดี 5-7 1-4 พอใช้ ปรับปรุง สรุป ผ่าน ไม่ผ่าน ลงชื่อ........................................ผู้ประเมิน (นางสาววสิกา หาวงค์) วันที่.......เดือน.......................พ.ศ.............
77 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียนแล้วขีด √ ลงใน ช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ – สกุล ของผู้รับการประเมิน รายการประเมิน/ระดับคะแนน รวม 20 สรุปผล ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบ วินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่น ในการ ทำงาน มีจิต สาธารณะ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 นายจักรินทร์ ยืงยง / / / / / 18 ดีมาก 2 นายณัฐภัทร เรียบร้อย / / / / / 18 ดีมาก 3 นายธีรภัทร จิตรไมตรี / / / / / 18 ดีมาก 4 นายวชิรวิทย์ ก่อแก้ว / / / / / 18 ดีมาก 5 นายวัชรินทร์ ยืงยง / / / / / 18 ดีมาก 6 นายสุรศักดิ์ ยืนยง / / / / / 18 ดีมาก 7 นางสาวจิราพร ถวิลรัมย์ / / / / / 18 ดีมาก 8 นางสาวชาลิสา หอมขจร / / / / / 18 ดีมาก 9 นางสาวนิดา ยืนยง / / / / / 18 ดีมาก 10 นางสาวพัชราภา สำรวมจิต / / / / / 18 ดีมาก 11 นางสาวพิกุล ยืนยง / / / / / 18 ดีมาก 12 นางสาวรภัสดา ไชยมงคล / / / / / 18 ดีมาก 13 นางสาววรรณิกา กระแสโสม / / / / / 18 ดีมาก 14 นางสาวสานิตย์ ถะเกิงสุข / / / / / 18 ดีมาก 15 นางสาวสุปราณี ฤทธิ์แสง / / / / / 18 ดีมาก 16 นางสาวหทัยรัตน์ ช่อจันทร์ / / / / / 18 ดีมาก 17 นางสาวหทัยรัตน์ หมี่นยืน / / / / / 18 ดีมาก ลงชื่อ........................................ผู้ประเมิน (นางสาววสิกา หาวงค์) วันที่.......เดือน.......................พ.ศ.............
78 เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ (ผ่านเกณฑ์ในระดับดีขึ้นไป) ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 16-20 ดีมาก 15-11 ดี 10-6 พอใช้ 5-1 ปรับปรุง เกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) 1. ซื่อสัตย์ สุจริต มีความซื่อสัตย์ พูด ความจริง มีความ จริงใจต่อตนเอง และผู้อื่น ประพฤติ ปฏิบัติถูกต้องตรง ต่อความเป็นจริง มีความซื่อสัตย์ พูด ความจริง มีความ จริงใจต่อตนเอง และผู้อื่น ประพฤติ ปฏิบัติถูกต้องตรง ต่อความเป็นจริง บางกริยา มีความซื่อสัตย์ พูดความจริง มี ความจริงใจต่อ ตนเองและผู้อื่น น้อย ไม่มีความซื่อสัตย์ พูดความเท็จ ไม่มี ความจริงใจต่อ ตนเองและผู้อื่น ประพฤติปฏิบัติไม่ ถูกต้องขัดต่อความ เป็นจริง 2. มีระเบียบวินัย ประพฤติปฏิบัติ ตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ กติกา และข้อตกลงต่าง ๆ ของชั้นเรียนได้ อย่างถูกต้อง ประพฤติปฏิบัติ ตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ กติกา และข้อตกลงต่าง ๆ ของชั้นเรียนได้เป็น ส่วนใหญ่ ประพฤติปฏิบัติ ตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ กติกา และข้อตกลง ต่าง ๆ ของชั้น เรียนได้เพียง เล็กน้อย ไม่ประพฤติปฏิบัติ ตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ กติกา และข้อตกลงต่าง ๆ ของชั้นเรียน
79 รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) 3. ใฝ่เรียนรู้ มีนิสัยรักการอ่าน ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน แสวงหาความรู้จาก แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ที่หลากหลายด้วย ตนเอง มีนิสัยรักการอ่าน ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน พอใช้ แสวงหา ความรู้จากแหล่ง เรียนรู้ต่าง ๆ ที่ หลากหลาย มีนิสัยรักการ อ่าน ตั้งใจศึกษา เล่าเรียนน้อย ไม่ค่อยแสวงหา ความรู้จาก แหล่งเรียนรู้ ต่าง ๆ ไม่มีนิสัยรักการอ่าน ไม่ตั้งใจศึกษาเล่า เรียน ไม่แสวงหา ความรู้จากแหล่ง เรียนรู้ต่าง ๆ 4. มุ่งมั่นในการ ทำงาน มุ่งมั่นทำงานให้ บรรลุผลด้วย ความสามารถ ตนเอง เพียร พยายามทำหน้าที่ การงานอย่าง สม่ำเสมอด้วยความ อดทน มุ่งมั่นทำงานให้ บรรลุผลด้วย ความสามารถ ตนเอง เพียร พยายาม บางช่วงที่ ทำหน้าที่การงาน มุ่งมั่นทำงานให้ บรรลุผล ด้วย การต้องพึ่งผู้อื่น เพียรพยายาม ทำหน้าที่การ งานน้อย ไม่มุ่งมั่นทำงานให้ บรรลุผลด้วย ความสามารถ ตนเอง และไม่มี ความเพียรพยายาม ทำหน้าที่การงาน ด้วยความอดทน 5. มีจิตสาธารณะ มีส่วนร่วม รับผิดชอบและ ช่วยเหลือในการ ทำงาน ด้วยความ ตระหนัก สมัครใจ กระตือรือร้น และ พึงพอใจ มีส่วนร่วม รับผิดชอบและ ช่วยเหลือในการ ทำงาน ส่วนใหญ่ ด้วยความตระหนัก สมัครใจ และพึง พอใจ มีส่วนร่วม รับผิดชอบและ ช่วยเหลือในการ ทำงานน้อย ไม่มีส่วนร่วม รับผิดชอบและ ช่วยเหลือในการ ทำงาน
80 ภาคผนวก ข แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบ น้ำเหลือง
81 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบหมุนเรียนเลือดและระบบน้ำเหลือง คำชี้แจง : ข้อสอบจำนวน 20 ข้อให้นักเรียนทำเครื่องหมาย × เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดที่สุดเพียงข้อเดียว 1. 2. 3. ตัวชี้วัด : สืบค้นข้อมูล อธิบาย และ เปรียบเทียบระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด และระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด สัตว์ชนิดใดมีระบบหมุนเวียนเลือดแบบ เปิด ก. หมึก ข. ผีเสื้อ ค. จิ้งจก ง.ไส้เดือนดิน ข้อใดกล่าวถึงระบบหมุนเวียนเลือดแบบ ปิดได้ถูกต้อง ก. ปลามีระบบหมุนเวียนเลือดแบบ 2 วงจร ข. สัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดมีหัวใจ4 ห้อง ไม่สมบูรณ์ ค. จระเข้เป็นสัตว์ที่มีจำนวนห้องหัวใจ เท่ากับมนุษย์ ง. เลือดที่ผ่านหัวใจห้องบนและห้อง ล่างของปลาจะมีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูง ข้อใดกล่าวถึงระบบหมุนเวียนเลือดแบบ เปิดได้ถูกต้อง ก. เลือดไม่ได้ไหลเวียนอยู่ในหลอด เลือดตลอดเวลา ข. เซลล์บริเวณผิวสัมผัสกับสิ่งแวดล้อม โดยตรง ค. เลือดไหลเวียนอยู่ในหลอดเลือด ตลอดเวลา ง. เลือดไหลไปในทิศทางเดียว 4. 5. ตัวชี้วัด : สังเกตและอธิบายทิศทางการไหล ของเลือดและการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ด เลือดในหางปลา และสรุปความสัมพันธ์ ระหว่างขนาดของหลอดเลือดกับความเร็ว ในการไหลของเลือด ในหลอดเลือดชนิดเดียวกันความเร็วใน การเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดงเป็น อย่างไร ก. การเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง ในหลอดเลือดที่มีขนาดใหญ่จะเคลื่อนที่ได้ ช้ากว่าในหลอดเลือดขนาดเล็ก ข. การเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง ในหลอดเลือดที่มีขนาดใหญ่จะเคลื่อนที่ได้ เร็วกว่าในหลอดเลือดขนาดเล็ก ค. การเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง ในหลอดเลือดที่มีขนาดใหญ่จะเคลื่อนที่ได้ เร็วเท่ากันกับในหลอดเลือดขนาดเล็ก ง. การเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง ในหลอดเลือดที่มีขนาดเล็กจะเคลื่อนที่ได้ ช้ากว่าในหลอดเลือดขนาดใหญ่ ตัวชี้วัด : อธิบายโครงสร้างและการทำงาน ของหัวใจและหลอดเลือดในมนุษย์ ลิ้นหัวใจใดกั้นระหว่างหัวใจห้องบนซ้าย และล่างซ้าย ก. ลิ้นไมทรัล ข. ลิ้นไบคัสปิด ค. ลิ้นไตรคัสปิด ง. ลิ้นเอออร์ติกเซมิลูนาร์
82 6. 7. 8. 9. ในคนลิ้นเอออร์ติกเซมิลูนาร์ จะเปิด เมื่อใด ก. เอออร์ตา บีบตัว ข. เอเทรียม บีบตัว ค. เวนทริเคิล บีบตัว ง. เวนทริเคิล คลายตัว ลิ้นไบคัสปิด ทำหน้าที่กั้นระหว่างช่อง เปิดของอะไร ก. เอออร์ตา และ เวนทริเคิลซ้าย ข. เอเทรียมซ้าย และ เวนทริเคิลซ้าย ค. เอเทรียมขวา และ เวนทริเคิลขวา ง. เวนทริเคิลซ้ายและ เวนทริเคิลขวา เลือดออกจาก เวนทริเคิลซ้ายของหัวใจ หมูจะผ่านลิ้นหัวใจใดเป็นลิ้นแรก ก. ลิ้นพัลโมนารีเซมิลูนาร์ ข. ลิ้นไบคัสปิด ค. ลิ้นเอออร์ติกเซมิลูนาร์ ง. ลิ้นไตรคัสปิด ตัวชี้วัด : สังเกตและอธิบายโครงสร้าง หัวใจของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ทิศ ทางการไหลของเลือดผ่านหัวใจของมนุษย์ และเขียนแผนผังสรุปการหมุนเวียนเลือด ของมนุษย์ เลือดที่ออกจากหัวใจไปยังปอดและไปยัง ไตมีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างกัน อย่างไร ก. เหมือนกัน ซึ่งเป็นเลือดที่มีปริมาณ O2 ต่ำ 10. 11. ข. เหมือนกัน ซึ่งเป็นเลือดที่มี ปริมาณ O2 สูง ค. ต่างกัน ซึ่งเลือดที่ไปยังปอดมี ปริมาณ O2 สูง แต่เลือดทีไปยังไตมี ปริมาณ O2 ต่ำ ง. ต่างกัน ซึ่งเลือดที่ไปยังปอดมี ปริมาณ O2 ต่ำ แต่เลือดที่ไปยังไตมี ปริมาณ O2 สูง จากแผนภาพหัวใจของสัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนมชนิดหนึ่ง ข้อใดเป็นตำแหน่งที่พบได้เฉพาะ เลือดที่มีออกซิเจนสูง ก. 1,2,3 ข. 2,3,4 ค. 4,5,6 ง. 5,6,7 ภาพโครงสร้างหัวใจคนจากข้อมูล ในภาพข้อใดถูกต้อง
83 12. 13. 1. เลือดในหลอดเลือดหมายเลข 1 เป็น เลือดที่มีออกซิเจนมาก 2. หลอดเลือดหมายเลข 2 นำเลือดไป ปอด 3. ลิ้นไตรคัสปิดเป็นลิ้นที่กั้นระหว่าง หัวใจห้องหมายเลข 3 กับหมายเลข 4 4. หลอดเลือดหมายเลข 5 นำเลือด จากหัวและแขนเข้าสู่หัวใจ ก. 1,2,3 ข. 1,2,4 ค. 1,2,3,4 ง. 3,4 ตัวชี้วัด : สืบค้นข้อมูล ระบุความแตกต่าง ของเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว เพลตเลต และพลาสมา ข้อใดกล่าวถึงลักษณะและหน้าที่ของ เซลล์เม็ดเลือดแดงได้ถูกต้อง ก. ถูกสร้างจากม้ามและถูกทำลายที่ตับ ข. มีลักษณะกลมแบนและกลางเซลล์ พอง ค. ภายในเซลล์ประกอบด้วยสารฮีโมไซ ยานิน ง. ในระยะแรกมีนิวเคลียส แต่จะสลาย เมื่ออายุมากขึ้น ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการแข็งตัว ของเลือด 1. เปลี่ยน โพรทรอมบิน เป็น ทรอมบิน 2. เปลี่ยน ไฟบริน เป็น ไฟบิโนเจน 3.ใช้แคลเซียมช่วยในการแข็งตัวของ เลือด 14. 15. 16. 4. เนื้อเยื่อฉีกขาดกระตุ้นปัจจัยใน การแข็งตัวของเลือด ก. 1,3 ข. 1,2,3 ค. 1,3,4 ง. ถูกทุกข้อ ซีรัม ต่างจากพลาสมา ในข้อใด ก. พลาสมามีเม็ดเลือด ซีรัมไม่มี ข. พลาสมามีไฟบริโนเจน ซีรัมไม่ มี ค. พลาสมามีแอนติบอดีน้อยกว่า ซีรัม ง. ก. และ ข. ถูก เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใดทำลาย เชื้อโรคได้อย่างจำเพาะ ก. เบโซฟิล ข. โมโนไซต์ ค. นิวโทรฟิล ง. ลิมโฟไซต์ ตัวชี้วัด : อธิบายหมู่เลือดและ หลักการให้และรับเลือดในหมู่เลือด ระบบ ABO และหมู่เลือดระบบ Rh หลักการสำคัญของการให้เลือดใน ระบบ ABO คืออะไร ก. แอนติเจนของผู้ให้ต้องแตกต่าง กับแอนติบอดีของผู้รับ ข. ผู้ให้และผู้รับต้องมีเลือดหมู่ เดียวกันเท่านั้น ค. ผู้ที่มีเลือดหมู่ O ให้เลือดได้ เฉพาะหมู่ O เท่านั้น
84 17. 18. ง. แอนติเจนของผู้ให้ต้องเหมือนกับ แอนติบอดีของผู้รับ ถ้าพ่อแม่มีหมู่เลือดเอทั้งคู่ มีลูกเกิด ประสบอุบัติเหตุต้องการรับบริจาคเลือด ด่วนเลือดที่รับบริจาคเป็นหมู่เลือดใด ก. A, O ข. B ค. AB ง. O, AB ตัวชี้วัด : อธิบายและสรุปเกี่ยวกับ ส่วนประกอบและหน้าที่ของน้ำเหลือง รวมทั้งโครงสร้างและหน้าที่ของหลอด น้ำเหลือง และต่อมน้ำเหลือง อวัยวะใดไม่จัดเป็นอวัยวะน้ำเหลือง ก. ม้าม ข. ต่อมไทมัส ค. ต่อมไทรอยด์ ง. ต่อมทอนซิล 19. 20. หากถูกสุนัขจรจัดกัดควรเลือดฉีด สารชนิดใดเข้าสู่ร่างกายเพราะเหตุ ใด ก. วัคซีน เพราะสามารถกระตุ้นให้ ร่างกายสร้างแอนติบอดี ข. ซีรัม เพราะเป็นแอนติบอดีที่ เข้าทำลายเชื้อพิษสุนัขบ้าได้ทันที ค. ซีรัม เพราะประกอบด้วยเชื้อ โรคที่ทำลายเชื้อพิษสุนัขบ้า ง. วัคซีน เพราะประกอบด้วยเชื้อ โรคที่ทำลายเชื้อพิษสุนัขบ้า เซลล์เป้าหมายของเชื้อไวรัส HIV คือเซลล์ชนิดใด ก. เซลล์บี ข. เซลล์ทีผู้ช่วย ค. เซลล์เมมอรี ง. เซลล์พลาสมา เฉลย 1. ข 2. ค 3. ก 4. ข 5. ค 6. ค 7. ข 8. ค 9. ง 10. ง 11. ข 12. ง 13. ค 14. ข 15. ง 16. ก 17. ก 18. ค 19. ข 20. ข
85 ภาคผนวก ค แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
86 แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพญารามวิทยา ตำบลเพี้ยราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ …………………………………………………………………………………………………………… คำชี้แจง แบบประเมินฉบัยนี้มีทั้งหมด 3 ตอน ให้ตอบแบบประเมินให้ครบ 3 ตอนเพื่อเป็น ประโยชน์ในการนำไปใช้ต่อไป ตอนที่ 1 ข้อมูลโดยทั่วไป เพศ ชาย หญิง ตอนที่ 2 ระดับความพึงพอใจ คำชี้แจง : ให้ทำเครื่องหมาย ✓ลงในช่องที่ตรงกับระดับความพึงพอใจดังนี้ 5 = มากที่สุด 4 = มาก 3 = ปานกลา 2 = น้อย 1 = น้อยที่สุด ข้อที่ รายการ ความพึงพอใจ 5 4 3 2 1 1 มีความรู้ในเนื้อหาที่สอนและจัดเนื้อหาวิชาเป็นลำดับเหมาะสมกับผู้เรียน 2 สร้างบรรยากาศในการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีความสุข 3 ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ตามศักยภาพผู้เรียน 4 ครูเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ 5 สรุปบทเรียน เนื้อหาได้ถูกต้อง และง่ายต่อการเข้าใจ 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย มีความเหมาะสมกับเวลา 7 วิธีสอน/กิจกรรม สอดคล้องกับเนื้อหา จุดประสงค์ และความสนใจของผู้เรียน 8 นักเรียนมีทักษะกระบวนการคิดและการทำงานที่ดีขึ้น 9 ใช้สื่อการสอนที่เหมาะสมกับเนื้อหาและช่วยให้เกิดการเรียนรู้ 10 นักเรียนนำความรู้จากวิชานี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ..............................………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………..............…...................................................................................................... ...........
87 ภาคผนวก ง ภาพประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
88 ภาพที่ 11 นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ภาพที่ 12 การจัดการเรียนการสอน ขั้นที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement Phase)
89 ภาพที่ 13 การจัดการเรียนการสอน ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration Phase) ภาพที่ 14 การจัดการเรียนการสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation Phase)
90 ภาพที่ 15 นักเรียนทำกิจกรรมถามปุ๊บ-ชี้ปั๊บ เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือด ภาพที่ 16 การจัดการเรียนการสอน ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration Phase)
91 ภาพที่ 17 การจัดการเรียนการสอน ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase) ภาพที่ 18 นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน