ก นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัด กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ให้กับประชาชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 นครชัยบุรินทร์ มีพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัด ประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์และสุรินทร์ โดยมีกระบวนการส่งมอบผลผลิตการป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพตามพันธกิจของหน่วยงาน ขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ ดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติฉบับที่ 12 แผนความมั่นคง แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ของประเทศระยะ 20 ปี(พ.ศ.2561-2580) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ “ประชาชนในเขตสุขภาพที่ 9 ได้รับการป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ระดับมาตรฐานสากล ภายในปี พ.ศ.2580” สำหรับรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัด นครราชสีมา เนื้อหารายงานประกอบด้วยข้อมูลภาพรวมหน่วยงาน สถานการณ์โรคและ ภัยสุขภาพ ผลการปฏิบัติราชการ รวมถึงสรุปโครงการและงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ทั้งนี้ในภาพรวมผลการดำเนินงานเป็นที่ยอมรับ ผลิตภัณฑ์ทางวิชาการนำไปใช้ ประโยชน์ในการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนในเขตสุขภาพที่ 9 ได้รับการป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ โอกาสนี้ ขอขอบคุณผู้บริหาร นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ทุกท่าน รวมถึงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่มุ่งมั่นปฏิบัติงาน จนประสบ ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ นำมาซึ่งสุขภาพดีของประชาชนต่อไป
ข รายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัด นครราชสีมา (สคร.9) จัดทำขึ้นเพื่อใช้เผยแพร่ผลการดำเนินงานของหน่วยงานตามประเด็นจุดเน้น ของกรมควบคุมโรค นำเสนอสถานการณ์ปัญหาโรคและภัยสุขภาพในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ผลการปฏิบัติราชการ รวมถึง สรุปโครงการและงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ปัจจัยความสำเร็จ ผลงานเด่น ปัญหา/อุปสรรค และแนวทางแก้ไขปัญหา ในการจัดทำรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ฉบับนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง จากคณะผู้บริหารของหน่วยงาน และผู้รับผิดชอบทุกกลุ่มงานเป็นอย่างดียิ่ง จนส่งผลให้การจัดทำ รายงานฉบับนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้ และหวังเป็น อย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจ และนำไปใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้กระบวนการ ดำเนินงาน การอ้างอิง การวางแผน และการศึกษาค้นคว้าต่อไปได้หากพบว่ามีข้อบกพร่อง ประการใด กรุณาให้ข้อมูลแก่ผู้จัดทำเพื่อการแก้ไขปรับปรุงต่อไปด้วย จะเป็นพระคุณอย่างสูง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา
หน้า สารจาก ผอ. ก คำนำ ข สารบัญ ค สารบัญรูปภาพ ง สารบัญตาราง จ ส่วนที่ 1 ข้อมูลภาพรวมหน่วยงาน 1-8 ส่วนที่ 2 สถานการณ์โรคและภัยสุขภาพ ปีพ.ศ.2565 9-15 ส่วนที่ 3 ผลการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 16-66 ส่วนที่ 4 สรุปโครงการและงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 67-68 ส่วนที่ 5 ภาคผนวก 69-72 สารบัญ ค
หน้า รูปที่ 1 ผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานตามเป้าหมาย 95-95-95 เขตสุขภาพที่ 9 ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 12 รูปที่ 2 สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 7 โรคที่ต้องรายงาน เขตสุขภาพที่ 9 ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 13 รูปที่ 3 - 4 การดำเนินงานการเร่งรัดกำจัดโรคไข้มาลาเรีย ตามมาตรฐานสากล 28 รูปที่ 5 - 6 การดำเนินงานป้องกัน ควบคุมและดูแลรักษาวัณโรค 30 รูปที่ 7 - 8 การดำเนินงานการป้องกันควบคุมโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เขตสุขภาพที่ 9 31 รูปที่ 9 – 12 การดำเนินงานการสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคหนอนพยาธิ ในนักเรียนและ เยาวชนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ 32-33 รูปที่ 13 – 14 การดำเนินงานการสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคภายใต้โครงการราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 35 รูปที่ 15 – 20 การดำเนินงานการพัฒนาสมรรถนะช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศและจังหวัดชายแดน 37 สารบัญรูปภาพ ง
หน้า รูปที่ 21 – 24 การดำเนินงานการพัฒนาจังหวัดสุขภาพชายแดนให้ได้สมรรถนะ ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR 2005) 39 รูปที่ 25 – 28 การดำเนินงานการพัฒนาระบบการจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขอย่างครบวงจร และบูรณาการ 41 รูปที่ 29 – 32 การดำเนินงานการพัฒนาการดำเนินงานป้องกันการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน 44 รูปที่ 33 – 34 การดำเนินงานการบูรณาการการเฝ้าระวังและควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบผ่านเครือข่ายโรคไม่ติดต่อ 46 รูปที่ 35 – 38 การดำเนินงานการพัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ และปัจจัยเสี่ยง 48 รูปที่ 39 – 42 การดำเนินงานการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ 50 รูปที่ 43 – 46 การดำเนินงานการส่งเสริมและสนับสนุนการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เขตสุขภาพที่ 9 52-53 รูปที่ 47 – 49 ผลงานเด่นนวัตกรรมเต็นท์ความดันบวกเก็บตัวอย่างเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 58 รูปที่ 50 – 53 ผลงานเด่นรางวัลบริการภาครัฐ ระดับดี ประเภทนวัตกรรมการบริการนวัตกรรม การประเมินและจัดการความเสี่ยงจากการทำงานในที่อับอากาศ 59 ง
หน้า รูปที่ 54 – 56 ผลงานเด่นระบบการให้คำปรึกษาด้านการเก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในกรณีพบการระบาดของโรค ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 (Lab Outbreak R9) 60 รูปที่ 57 – 58 ผลงานเด่นรางวัล Prime Minister Road Safety Awards ประเภทองค์กรภาครัฐ 62 รูปที่ 59 ผลงานเด่นรางวัลการดำเนินงานป้องกันการจมน้ำภายใต้ยุทธศาสตร์ผู้ก่อการดีประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ประเภทโล่รางวัลหนึ่งทศวรรษของการดำเนินงานป้องกันการจมน้ำ (A Decade of Action for Drowning Prevention Award: DADPA) สำหรับบุคลากร ที่มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 ปี 64 รูปที่ 60-61 ผลงานเด่นห้องปฏิบัติการกีฏวิทยาศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 9.2 จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรองความสามารถตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025:2017 และข้อกำหนดและเงื่อนไขการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการ ด้านการทดสอบด้านการแพทย์และสาธารณสุขของสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 65 รูปที่ 62 – 63 ผลงานเด่นห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ด้านควบคุมโรค สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ผ่านการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐานงานเทคนิค การแพทย์ พ.ศ.2560 สำหรับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (Laboratory Accreditation : LA) 66 ง
หน้า ตารางที่ 1 อัตราความชุก/อัตราการติดเชื้อของโรคพยาธิใบไม้ตับในภาพรวมของเขตสุขภาพที่ 9 ย้อนหลังตั้งแต่เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ.2559 – พ.ศ.2565 15 ตารางที่ 2 สรุปผลการปฏิบัติราชการตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการ สำนักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 16-17 ตารางที่ 3 สรุปผลการปฏิบัติราชการตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการ สำนักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ย้อนหลัง 5 ปี 18 ตารางที่ 4 สรุปผลการปฏิบัติราชการตามตัวชี้วัดที่ไม่ใช่คำรับรองการปฏิบัติราชการ สำนักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 20-24 ตารางที่ 5 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการเร่งรัดกำจัดโรคไข้มาลาเรีย ตามมาตรฐานสากล 25-26 ตารางที่ 6 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานป้องกัน ควบคุม และดูแลรักษาวัณโรค 28 ตารางที่ 7 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการป้องกันควบคุมโรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เขตสุขภาพที่ 9 30 ตารางที่ 8 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคหนอนพยาธิ ในนักเรียนและเยาวชนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ 31 ตารางที่ 9 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคภายใต้ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 33 สารบัญตาราง รูปภาพ จ
หน้า ตารางที่ 10 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการพัฒนาสมรรถนะช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศและ จังหวัดชายแดน 35 ตารางที่ 11 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการพัฒนาจังหวัดสุขภาพชายแดนให้ได้สมรรถนะ ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR 2005) 38 ตารางที่ 12 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการพัฒนาระบบการจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขอย่าง ครบวงจรและบูรณาการ 39 ตารางที่ 13 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการพัฒนาการดำเนินงานป้องกันการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ทางถนน 41-42 ตารางที่ 14 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการบูรณาการการเฝ้าระวังและควบคุมการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์และยาสูบผ่านเครือข่ายโรคไม่ติดต่อ 44 ตารางที่ 15 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการพัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคไม่ติดต่อและปัจจัยเสี่ยง 46-47 ตารางที่ 16 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ 49 ตารางที่ 17 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการส่งเสริมและสนับสนุนการให้บริการวัคซีนป้องกัน โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เขตสุขภาพที่ 9 51 ตารางที่ 18 ตารางแสดงการจัดสรรงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา งบดำเนินงาน (โครงการ) 67-68 จ
ส่วนที่ 1 ข้อมูลภาพรวมหน่วยงาน
1 1) ใช้มาตรการสาธารณสุข ขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจ นำพาประเทศกลับสู่ภาวะปกติ ประชาชน กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับภาวะปกติยิ่งขึ้น 2) พัฒนาศักยภาพสถานพยาบาลของรัฐให้สาธารณสุขไทย เป็นเรื่องง่าย สะดวก เข้าถึงได้ อย่างรวดเร็ว 3) พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการแพทย์ปฐมภูมิด้วย 3 หมอ คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมู่บ้าน (หมอประจำบ้าน) หมออนามัย หมอครอบครัว 4) พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ รพ.สต. เป็นศูนย์การสาธารณสุขประจำตำบล “ชุมชนสุขภาพดี พึ่งตนเองได้” 5) พัฒนาและบูรณาการสำหรับผู้ป่วยสูงอายุ ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี 6) พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพงานบริการต่อยอด 30 บาท รักษาทุกที่ ไม่ต้องมีใบส่งตัว ลดความ ยุ่งยาก ลดรายจ่ายของประชาชน 7) พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการรักษามะเร็งรักษาทุกที่ ทั้งผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีรักษา ที่รวดเร็ว ครอบคลุม ทุกพื้นที่ 8) พัฒนาพืชสมุนไพร กัญชา กัญชง กระท่อม และภูมิปัญญาไทย สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ 9) พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นศูนย์ข้อมูลกลางสุขภาพประชาชน รูปแบบใหม่ ทันสมัย มีมาตรฐาน ประกาศ ณ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2564 นโยบายของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล 1
2 1) ระบบสุขภาพปฐมภูมิเข้มแข็ง - ประชาชนคนไทย มีหมอประจำตัว 3 คน - พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ รพ.สต. 2) เศรษฐกิจสุขภาพ เพิ่มมูลค่านวัตกรรมผลิตภัณฑ์/บริการทางสุขภาพ มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง สุขภาพนานาชาติ 3) สมุนไพร กัญชา กัญชง พัฒนาพืชสมุนไพร กัญชา กัญชง กระท่อม และภูมิปัญญาไทย 4) สุขภาพดีวิถีใหม่ Living with COVID-19 5) COVID-19 - Smart Control - Vaccine Coverage 6) ระบบบริการก้าวหน้า - ผลักดัน 30 บาทรักษาทุกที่ ให้ผู้ป่วยมะเร็ง รักษาได้ทุกที่ - พัฒนาศักยภาพรองรับผู้ป่วยโควิด และโรคทางเดินหายใจ - Innovative Healthcare Management: EMS (Environment Modernize Smart Service) 7) ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม - บูรณาการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุครบด้าน BMTEC (Brain-Mental-Teeth-Eye&Ear-cardio) - พัฒนาระบบการดูแลสุขภาพจิต 8) ธรรมาภิบาล - ยึดหลักธรรมาภิบาล สุจริต โปร่งใส ประโยชน์ของประชาชน - พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) เป็นศูนย์ข้อมูลกลางสุขภาพประชาชน 9) องค์กรแห่งความสุข พัฒนาสู่องค์กรแห่งความสุขที่มีคุณภาพ งานได้ผล คนเป็นสุข ปลอดภัย สร้างผู้นำรุ่นใหม่ ประกาศ ณ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2564 นโยบายของปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต 2
3 ส่วนที่ 1 งานตามนโยบาย สัดส่วนร้อยละ 50 ซึ่งเป็น The must ที่ต้องดำเนินการ ประกอบด้วย 1) โครงการตามแนวพระราชดำริโครงการเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งโครงการที่เกี่ยวข้องกับ พระบรมวงศานุวงศ์ ได้แก่ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดีเพื่อชาติศาสน์ กษัตริย์และการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคสำคัญ โรคพิษสุนัขบ้า พยาธิใบไม้ตับ โรคหนอนพยาธิ โรคไข้มาลาเรีย กรมควบคุมโรคให้ ความสำคัญสูงสุดและดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายแผนงานโรคและภัยสุขภาพ 2) ขับเคลื่อนแผนระดับประเทศ ที่กรมควบคุมโรคเป็นหน่วยงานหลักและร่วมดำเนินการ ได้แก่ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทเฉพาะกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติอันเป็นผลมาจากสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564-2565 แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ด้านสาธารณสุข ซึ่งได้ ขับเคลื่อนในระดับประเทศแล้ว โดยขับเคลื่อนในรูปแบบกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) คือ การปฏิรูปการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข รวมถึงโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่ เพื่อความมั่นคงแห่งชาติด้านสุขภาพ และการปฏิรูปเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการสร้างเสริมสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ การป้องกันและดูแลรักษา โรคไม่ติดต่อสำหรับประชาชนและผู้ป่วย รวมทั้ง การสนับสนุนการปฏิรูปเขตสุขภาพให้มีระบบบริหารจัดการ แบบบูรณาการ คล่องตัวและการร่วมรับผิดชอบด้านสุขภาพระหว่างหน่วยงานและท้องถิ่นและการบูรณาการ แผนงานระดับชาติที่สำคัญคือ แผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกและแผนงานบูรณาการ รัฐบาลดิจิทัล 3) เสริมสร้างความเชื่อมั่นของระบบสุขภาพ (Post-COVID-19) ภายหลังภาวะวิกฤติการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรมควบคุมโรคมีภารกิจที่ต้องเร่งรัดดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยการฉีดวัคซีนให้กับทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประเทศ (Herd immunity) ซึ่งต้องครอบคลุมอย่างน้อยร้อยละ 70 ของประชากรและเป็นการเตรียมความพร้อมตามยุทธศาสตร์ การเปิดบ้าน เปิดเมือง เปิดใจ เปิดประเทศ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสุขภาพ รวมทั้ง การบังคับใช้ กฎหมายที่อยู่ในการรับผิดชอบของกรมควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ นโยบายของอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ 3
4 4) สร้างความเข้มแข็งระบบรับมือโรคอุบัติใหม่ (EID) โดยการนำระบบดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการ เฝ้าระวัง/เตือนภัย รวมทั้ง การพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านห้องปฏิบัติการ (Public Health Lab) เพื่อสนับสนุน การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ เช่น ในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ต้องอาศัยผลทางห้องปฏิบัติการที่รวดเร็วและแม่นยำ สำหรับการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนา Public Health Lab เพื่อตอบสนองต่อปัญหาโรคและภัยสุขภาพทั้ง โรคติดต่ออื่นๆ โรคไม่ติดต่อ และโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม อีกด้วย ส่วนที่ 2 เพิ่มขีดความสามารถของกรมควบคุมโรค สัดส่วนร้อยละ 20 ประกอบด้วย 1) Digital Transformation โดยยกระดับการใช้ดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการควบคุมโรคเช่น การพัฒนาระบบเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังการได้รับวัคซีน (AEFI) ให้สามารถตอบโต้ สถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งกรมควบคุมโรคเป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และการพัฒนา ระบบฐานข้อมูลการบริหารจัดการวัคซีนตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงประชาชนได้รับวัคซีน ซึ่งแสดงผลข้อมูลได้เป็น ปัจจุบัน (Real time Dashboard COVID-19 Vaccine) เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการพัฒนาทุกหน่วยงานให้เป็น “กรมควบคุมโรคดิจิทัล” 2) พัฒนาขีดความสามารถด้านการป้องกันควบคุมโรค ภายในกรมควบคุมโรค โดยยกระดับสมรรถนะ ของบุคลากรให้มีทักษะในด้านการจัดการโรคติดต่ออุบัติใหม่และด้านดิจิทัล ส่วนกำลังคนเครือข่ายให้ ความสำคัญกับการพัฒนาทั้งในด้านสมรรถนะการทำงานและการบังคับใช้กฎหมาย เช่น CDCU, Env-OccCU, ATCU ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน 3) วิจัยและนวัตกรรม ถอดบทเรียนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (AAR COVID-19) ในระดับประเทศและพื้นที่ รวมทั้ง การศึกษาวิจัยด้านโรค ภัยสุขภาพ และเชิงระบบอื่นๆ เพื่อให้ได้ต้นแบบหรือนวัตกรรมการทำงานวิถีใหม่ (New normal) ส่วนที่ 3 งานตามภารกิจพื้นฐาน (Maintain) สัดส่วนร้อยละ 30 เร่งรัดการทำงานตามข้อกำหนดหรือพันธะสัญญาระหว่างประเทศ ด้วยแผนงานลดโรคและภัยสุขภาพ ต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนานาชาติ ซึ่งภายในปี พ.ศ.2568 จะต้องดำเนินการตาม 9 เป้าหมายเพื่อควบคุม ปัญหาโรคไม่ติดต่อ (NCDs) รวมทั้ง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่ต้องบรรลุภายในปี พ.ศ.2573 ไม่ว่าจะเป็นการลดอุบัติการณ์วัณโรค การลดผู้ติดเชื้อ HIVs รวมถึงการกำจัดกวาดล้างโรคโปลิโอ โรคหัดและ หัดเยอรมัน เป็นต้น โดยอาศัยการพัฒนาระบบราชการ 4.0 เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินงานให้เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ประกาศ ณ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2564
5 4. แผนยุทธศาสตร์ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา
6 5. ค่านิยม ค่านิยมองค์กร MOPH คือ M: Mastery เป็นนายตัวเอง O: Originality เร่งสร้างสิ่งใหม่ P: People-centered approach ใส่ใจประชาชน H: Humility อ่อนน้อมถ่อมตน ค่านิยมร่วม (Shared Value) I S M A R T I: Integrity: การยึดมั่น ยืนหยัด ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ S: Service Mind: การมีจิตใจบริการ ไม่เลือกปฏิบัติ M: Mastery: การทำงานอย่างมืออาชีพ โดยประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง A: Achievement Motivation: การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน R: Relationship: การมีน้ำใจเปิดกว้าง เป็นพี่เป็นน้อง T: Teamwork: การทำงานเป็นทีม อัตลักษณ์องค์กร: ซื่อสัตย์ เสียสละ รับผิดชอบ
7 6. โครงสร้างองค์กร และอัตรากำลัง โครงสร้างการบริหารงานสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ปีงบประมาณ พ.ศ.2565
8 อัตรากำลังของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา 7. พื้นที่รับผิดชอบ
ส่วนที่ 2 สถานการณ์โรคและภัยสุขภาพ ปีพ.ศ.2565
9 1. โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของประเทศไทย ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2565 - วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสม 2,483,809 ราย อัตราป่วย 3,753.59 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต (Died From COVID-19) 11,482 ราย อัตราป่วยตายร้อยละ 0.46 โดยลักษณะการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในเขตสุขภาพที่ 9 และ ระดับประเทศมีลักษณะไปในทิศทางเดียวกัน คือ มีการระบาดต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ.2564 ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ.2565 ซึ่งการระบาดในปีพ.ศ.2565 มีแนวโน้มมากกว่าปี พ.ศ.2563 และปี พ.ศ.2564 เนื่องจากการระบาดในปีพ.ศ.2564 เป็นการระบาดของสายพันธุ์ B.1.1.7 (Alpha), B.1617.2 (Delta) และ B.1.351 (Beta) เป็นสายพันธุ์ที่แพร่ได้รวดเร็ว และมีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์อู่ฮั่นที่ระบาด ในปี พ.ศ.2563 ต่อมาในช่วงปลายปีพ.ศ.2564 ถึงปีพ.ศ.2565 พบการระบาดของสายพันธุ์ Omicron เป็น สายพันธุ์ที่แพร่ได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์ที่ผ่านมา แต่มีความรุนแรงน้อยกว่า ปีพ.ศ.2565 เขตสุขภาพที่ 9 พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ประเทศแถลงสะสม 154,305 ราย อัตราป่วย 2,298.78 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต (Died From COVID-19) 675 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.44 อัตราส่วนผู้ป่วยเพศชายต่อเพศหญิง 1:1.52 กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยมากที่สุดคือ กลุ่มอายุ 70 ปี ขึ้นไป 1,933.77 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 20-29 ปี 1,723.22 ต่อประชากรแสนคน กลุ่มอายุ 0-9 ปี 1,645.35 ต่อประชากรแสนคน กลุ่มอายุ 60-69 ปี 1,625.66 ต่อประชากรแสนคน กลุ่มอายุ 30-39 ปี 1,580.94 ต่อประชากรแสนคน กลุ่มอายุ 10-19 ปี 1,474.60 ต่อประชากรแสนคน กลุ่มอายุ 40-29 ปี 1,431.40 ต่อประชากรแสนคน และกลุ่มอายุ 50-59 ปี 1,342.73 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ การกระจายของโรคตามเวลา พบว่า การระบาดใน 4 จังหวัดมีลักษณะคล้ายกัน มีการระบาด ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ.2564 ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ.2565 จำนวนผู้ป่วยแยกรายจังหวัด เขตสุขภาพที่ 9 1) จังหวัดนครราชสีมา ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ประเทศแถลงสะสม 49,119 ราย อัตราป่วย 1,864.70 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต (Died From COVID-19) 383 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.78 2) จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ประเทศแถลงสะสม 50,913 ราย อัตราป่วย 3,222.74 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต (Died From COVID-19) 95 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.17 3) จังหวัดสุรินทร์ ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ประเทศแถลงสะสม 33,567 ราย อัตราป่วย 2,439.05 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต (Died From COVID-19) 118 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.35
10 4) จังหวัดชัยภูมิ ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ประเทศแถลงสะสม 20,706 ราย อัตราป่วย 1,845.02 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต (Died From COVID-19) 79 ราย อัตราป่วยตายร้อยละ 0.38 (แหล่งที่มา: ฐานข้อมูลการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2565) 2. โรคไข้มาลาเรีย สถานการณ์โรคไข้มาลาเรียภาพรวมประเทศ (ตั้งแต่วันที่ 1มกราคมพ.ศ.2565-16พฤศจิกายนพ.ศ.2565) พบผู้ป่วยสะสม 8,646 ราย จังหวัดที่พบผู้ป่วยมากที่สุดได้แก่ จังหวัดตาก 5,364 ราย รองลงมาคือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 1,404 ราย และจังหวัดกาญจนบุรี 636 ราย ปี พ.ศ.2565 พบผู้ป่วยเพิ่มเพิ่ม 3 เท่า เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ป่วยในปี พ.ศ.2564 ผู้ป่วยที่พบเป็นคนไทย 3,840 ราย (ร้อยละ 44.4) และต่างชาติ 4,806 ราย (ร้อยละ 55.6) ชนิดเชื้อส่วนใหญ่ คือ Plasmodium vivax 8,210 ราย (ร้อยละ 94.9) Plasmodium falciparum 262 ราย (ร้อยละ 3) และอื่นๆ 183 ราย (ร้อยละ 2.1) พบผู้เสียชีวิต 2 ราย กลุ่มบ้านที่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อในหมู่บ้านพื้นที่ปีปัจจุบัน (พื้นที่ A1) จำนวน 647 กลุ่มบ้านเพิ่มขึ้น ร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี พ.ศ.2564 (462 กลุ่มบ้าน) สถานการณ์เขตสุขภาพที่ 9 มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรีย 5 ราย เป็นคนไทย 4 ราย (อาชีพรับจ้าง 2 ราย รับราชการป่าไม้ และ นักเรียน อาชีพละ 1 ราย) และชาวต่างชาติ (แคมเมอรูน) 1 ราย (อาชีพครูสอน ภาษา) ติดเชื้อชนิด P.vivax 4 ราย และ P.falciparum 1 ราย แยกเป็นจังหวัดสุรินทร์ 2 ราย และ จังหวัดนครราชสีมา 2 รายและจังหวัดชัยภูมิ 1 ราย ปีพ.ศ.2565 มีกลุ่มบ้านที่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อในหมู่บ้านพื้นที่ปีปัจจุบัน (พื้นที่ A1) จำนวน 1 กลุ่ม บ้าน (หมู่ 4 ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา) ลดลงร้อยละ 50 เมื่อเทียบช่วงเวลา เดียวกันของปี พ.ศ.2564 มีจำนวน 2 กลุ่มบ้าน และผลการดำเนินงานตามมาตรการเฝ้าระวังโรคและการตอบโต้ (มาตรการ 1-3-7) มาตรการที่ 1 รายงานโรคเข้าในระบบมาลาเรียออนไลน์ ภายใน 1 วัน สามารถดำเนินการ ได้ทันเวลา มาตรการที่ 2 สอบสวนแหล่งแพร่เชื้อและลงรายงานสอบสวนโรค ภายใน 3 วัน ผลการดำเนินงาน สามารถดำเนินการได้ทันเวลา มาตรการที่ 3 ดำเนินการตอบโต้ภายใน 7 วัน และมาตรการติดตาม ผลการรักษา (FU) และสามารถติดตามครบถ้วนทุกราย (แหล่งที่มา: ระบบ Malaria Online ณ วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2565)
11 3. โรควัณโรค สถานการณ์วัณโรคในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 ข้อมูลจากรายงานวัณโรคตามแผนงานวัณโรค ปี พ.ศ.2565 ในระดับเขตพบผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ทุกประเภทขึ้นทะเบียนรักษา จำนวน 6,716 คน คิดเป็น TB Treatment Coverage ในภาพรวมปี พ.ศ.2565 ร้อยละ 66.65 แยกรายจังหวัดพบว่า จังหวัดนครราชสีมา พบผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ทุกประเภทขึ้นทะเบียนรักษา จำนวน 2,282 คน คิดเป็น TB Treatment Coverage ร้อยละ 57.77 จังหวัดชัยภูมิ พบผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ทุกประเภทขึ้นทะเบียนรักษา จำนวน 886 คน คิดเป็น TB Treatment Coverage ร้อยละ 52.51 จังหวัดบุรีรัมย์ พบผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ทุกประเภทขึ้นทะเบียน รักษา จำนวน 1,647 คน คิดเป็น TB Treatment Coverage ร้อยละ 69.44 จังหวัดสุรินทร์ พบผู้ป่วยวัณโรค รายใหม่ทุกประเภทขึ้นทะเบียนรักษา จำนวน 1,901 คน คิดเป็น TB Treatment Coverage ร้อยละ 91.95 ด้านวัณโรคดื้อยาในระดับเขต พบผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาที่ได้รับการตรวจยืนยัน วินิจฉัยและขึ้นทะเบียน รักษาในปี พ.ศ.2565 ประเภท RR-TB จำนวน 18 คน โดยตรวจพบในจังหวัดนครราชสีมา 6 คน จังหวัดชัยภูมิ 1 คน จังหวัดบุรีรัมย์7 คน จังหวัดสุรินทร์ 4 คน MDR-TB จำนวน 51 คน จังหวัดนครราชสีมา 17 คน จังหวัด ชัยภูมิ 8 คน จังหวัดบุรีรัมย์ 18 คน จังหวัดสุรินทร์ 8 คน Pre-XDR-TB จำนวน 5 คน จังหวัดบุรีรัมย์ 1 คน จังหวัดสุรินทร์ 4 คน ผลการดำเนินงานวัณโรคตามนิยามตัวชี้วัด (PA TB ปีงบประมาณ พ.ศ.2565) มีอัตรา ความสำเร็จของการรักษา ร้อยละ 87.9 อัตราตาย ร้อยละ 7.82 และอัตราการขาดยา ร้อยละ 3.46 (แหล่งที่มา: www.https://ntip-ddc.moph.go.th ณ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2566 เวลา 12.00 น) 4. โรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 4.1 โรคเอดส์ สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์ภาพรวมประเทศ ข้อมูลจากระบบบริการข้อมูลสารสนเทศ การให้บริการผู้ติดเชื้อเอชไอวี(NAP Web Report) พบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 มีผู้ที่ได้รับการตรวจ เอชไอวีและรู้ผลการตรวจเลือด จำนวน 1,202,534 ราย ผลเลือดพบการติดเชื้อเอชไอวี (Positive) จำนวน 24,473 ราย คิดเป็นร้อยละ 2 พบในเพศชาย จำนวน 17,660 ราย เพศหญิง จำนวน 6,813 ราย ช่วงอายุที่มี การติดเชื้อมากที่สุด คือ อายุ 25 - 49 ปี จำนวน 15,176 ราย มีผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิต จำนวน 11,934 ราย ปัจจุบัน มีผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสสะสม จำนวน 416,963 ราย และมีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาด้วย ยาต้านไวรัสที่สามารถกดปริมาณไวรัสลงได้ (≤1,000 copies/ml.) จำนวน 352,836 ราย สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์ในเขตสุขภาพที่ 9 พบว่า มีผู้ที่ได้รับการตรวจเอชไอวีและ รู้ผลการตรวจเลือด จำนวน 124,862 ราย ผลเลือดพบการติดเชื้อเอชไอวี (Positive) จำนวน 2,066 ราย
12 คิดเป็นร้อยละ 1.65 พบในเพศชาย จำนวน 1,482 ราย เพศหญิง จำนวน 584 ราย ช่วงอายุที่มีการติดเชื้อ มากที่สุด คือ อายุ 25 - 49 ปี จำนวน 1,248 ราย มีผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิต จำนวน 955 ราย ปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับ การรักษาด้วยยาต้านไวรัสสะสม จำนวน 28,915 ราย และมีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ที่สามารถกดปริมาณไวรัสลงได้ (≤1,000 copies/ml.) จำนวน 24,678 ราย ผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานตามเป้าหมาย 95-95-95 ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ของเขตสุขภาพที่ 9 เป็นดังนี้ ร้อยละ 122-84-85 กล่าวคือ เป้าหมาย 95 ที่ 1 ผู้ติดเชื้อได้รับการวินิจฉัยและรู้สถานะการติดเชื้อ ตนเอง ดำเนินการได้ร้อยละ 122 เป้าหมาย 95 ที่ 2 ผู้ติดเชื้อที่รู้ว่าติดเชื้อแล้วได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ดำเนินการได้ร้อยละ 84 และเป้าหมาย 95 ที่ 3 ผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส สามารถกดปริมาณ ไวรัสในกระแสเลือดได้ (≤1,000 copies/ml.) ร้อยละ 85 ดังรูปที่ 1 (แหล่งที่มา: ระบบศูนย์รวมข้อมูล สารสนเทศด้านเอชไอวีของประเทศไทย (HIV Info Hub) ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2565) รูปที่ 1 ผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานตามเป้าหมาย 95-95-95 เขตสุขภาพที่ 9 ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 4.2 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ภาพรวมประเทศ ข้อมูลจากระบบรายงานการเฝ้าระวังโรค 506 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2565 - 31 ตุลาคม พ.ศ.2565 พบว่าอัตราป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 3 โรคหลัก ได้แก่ โรคหนองใน เท่ากับ 9.20 ต่อประชากรแสนคน โรคซิฟิลิสในทุกกลุ่มอายุ เท่ากับ 16.4 และ โรคซิฟิลิสในเด็กอายุ 0 - 2 ปี เท่ากับ 51.9 สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในเขตสุขภาพที่ 9 ข้อมูลระหว่าง มกราคม พ.ศ.2565 - ตุลาคม พ.ศ.2565 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ได้รับรายงานผู้ป่วยด้วยโรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์ ดังนี้ 122 132 115 114 115 84 82 85 87 85 85 86 86 82 86 0 20 40 60 80 100 120 140 เขต 9 นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ชัยภูมิ ร้อยละ 95 ที่ 1 95 ที่ 2 95 ที่ 3
13 1. โรคหนองใน ในทุกกลุ่มอายุ ได้รับรายงานจำนวน 422 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 6.29 ต่อประชากร แสนคน ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต พบในเพศชาย จำนวน 373 ราย เพศหญิง จำนวน 49 ราย อัตราส่วน เพศชายต่อเพศหญิง เท่ากับ 7.61 : 1 2. โรคซิฟิลิส ในทุกกลุ่มอายุ ได้รับรายงาน จำนวน 779 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 11.61 ต่อประชากร แสนคน ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต พบในเพศชาย จำนวน 405 ราย เพศหญิง จำนวน 374 ราย อัตราส่วน เพศชายต่อเพศหญิง เท่ากับ 1 : 1 3. โรคซิฟิลิสในเด็กอายุ 0 - 2 ปี ได้รับรายงาน จำนวน 75 ราย ไม่มีรายงานผู้ป่วยเด็กเสียชีวิตพบใน เด็กเพศชาย จำนวน 40 ราย เพศหญิง จำนวน 35 ราย คิดเป็นอัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิง เท่ากับ 1.43 : 1 ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลที่ได้รับการรายงานมาเท่านั้น ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ ความถูกต้อง ความครบถ้วนของข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญ เขตสุขภาพที่ 9 มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ 4 ข้อ อันได้แก่ 1. การเร่งรัด การป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 2. การพัฒนาคุณภาพระบบบริการด้านโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ที่ครอบคลุม ทั่วถึง เท่าเทียมและเป็นมิตร 3. การพัฒนาศักยภาพและสร้างการมีส่วนร่วมของ ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนและ 4. การสนับสนุนการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย การใช้ข้อมูล เชิงยุทธศาสตร์และการติดตามประเมินผล ซึ่งเป้าหมาย Small success คือ มีการขับเคลื่อนการจัดบริการ ให้หน่วยบริการในพื้นที่ได้ประเมินตนเอง ผ่าน Web program ร่วมกับการรับรองผลการประเมินคุณภาพ การจัดบริการด้าน STIs ให้หน่วยบริการที่ผ่านเกณฑ์การประเมินตนเองฯ อย่างน้อยจังหวัดเร่งรัด (บุรีรัมย์) และดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลาของระบบรายงาน 506 และแบบสอบสวนโรคซิฟิลิส แต่กำเนิดต่อไป ดังรูปที่ 2 (แหล่งที่มา: โปรแกรมเฝ้าระวังโรค รง.506 ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2565) รูปที่ 2 สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 7 โรคที่ต้องรายงาน เขตสุขภาพที่ 9 ปีงบประมาณ พ.ศ.2565
14 5. โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี การดำเนินงานกำจัดปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ภายใต้โครงการปลอดพยาธิใบไม้ ตับและมะเร็งท่อน้ำดีเพื่อคนไทยสุขภาพดีในปี พ.ศ.2568 ตามยุทธศาสตร์ทศวรรษกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับ และมะเร็งท่อน้ำดี ปี พ.ศ.2559-พ.ศ.2568 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา โรคพยาธิใบไม้ตับซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นมะเร็งท่อน้ำดี ที่ยังเป็นปัญหาสำคัญใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากการดำเนินงานแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 พบว่า สถานการณ์การติดเชื้อโรคพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 พบอัตราความชุก/อัตราการติดเชื้อของ โรคพยาธิใบไม้ตับในภาพรวมของเขตสุขภาพที่ 9 ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ.2559, พ.ศ.2560, พ.ศ.2561, พ.ศ.2562, พ.ศ.2563 และพ.ศ.2564 พบความชุกฯ เฉลี่ยร้อยละ 16.3, 7.71, 4.41, 3.0, 3.6 และ 2.74 ตามลำดับ ในปี พ.ศ.2565 พบอัตราความชุกฯ ร้อยละ 1.83 (ภาพรวมทั้งประเทศ ร้อยละ 3.22) จำแนก รายจังหวัดได้ดังนี้ จังหวัดนครราชสีมา (ร้อยละ 1.24) จังหวัดชัยภูมิ (ร้อยละ 4.65) จังหวัดบุรีรัมย์ (ร้อยละ 1.27) และจังหวัดสุรินทร์ (ร้อยละ 1.27) แม้ว่าอัตราการตรวจพบพยาธิในภาพรวมรายจังหวัดของเขต จะต่ำกว่าค่าเป้าหมาย (อัตราการตรวจพบไม่เกิน ร้อยละ 5) แต่สถานการณ์รายตำบลบางแห่งยังสูงอยู่ ซึ่งปัจจัยและสาเหตุหลักของการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับและการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับซ้ำ เนื่องจากประชาชนยัง มีพฤติกรรมในการบริโภคปลาร้าดิบ ปลาส้มดิบ ลาบหรือก้อยปลาดิบหรือสุกๆ ดิบๆ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยง ที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคและถือเป็นปัญหาอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ดังนั้นในปี พ.ศ.2565 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการเก็บตัวอย่างปลาน้ำจืด ปลาร้าและปลาส้ม ในพื้นที่เสี่ยงส่งตรวจเพื่อค้นหาตัวอ่อนระยะเมตาเซอร์คาเรียในปลาตัวอย่าง โดยศูนย์วิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างปลาน้ำจืดเกล็ดขาวตระกูล ปลาตะเพียน จำนวน 11 แหล่งตัวอย่าง ผลการตรวจวิเคราะห์พบ Metacercaria O.viverrini จำนวน 1 แห่ง (ร้อยละ 9.09) พบ Unknow Metacercaria จำนวน 4 แห่ง (ร้อยละ 36.36) ผลการวิเคราะห์ปลาร้า จำนวน 22 ตัวอย่าง พบ Unknow Metacercaria จำนวน 4 ตัวอย่าง (ร้อยละ 18.18) และไม่พบ Metacercaria O.viverrini และผลการวิเคราะห์ปลาส้มจำนวน 18 ตัวอย่าง พบ Unknow Metacercaria จำนวน 5 ตัวอย่าง (ร้อยละ 27.78) และพบ Metacercaria O.viverrini จำนวน 2 ตัวอย่าง (ร้อยละ 11.11) พร้อมทั้งสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคหนอนพยาธิในนักเรียนและเยาวชนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร ในโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริฯ ของจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 5 แห่ง และจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 7 แห่ง ผลการตรวจคัดกรอง พบว่า อัตราการตรวจพบพยาธิทุกชนิดของเขตสุขภาพที่ 9 ร้อยละ 1.39 จำแนก รายจังหวัด จังหวัดบุรีรัมย์ (ร้อยละ 1.15) และจังหวัดสุรินทร์ (ร้อยละ 1.60)
15 เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ และลดอัตราความชุกฯ สำนักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา จึงได้ดำเนินงานมุ่งเน้นสร้างความรอบรู้ ปลูกฝังค่านิยม สร้างวัฒนธรรม ให้กับประชาชนทุกกลุ่มวัยในการรับประทานอาหารปรุงสุก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรม การขับถ่ายอุจจาระให้ถูกสุขลักษณะ กำจัดสิ่งปฏิกูลที่เหมาะสม การเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคโดยใช้ชุมชน และโรงเรียนเป็นฐาน บูรณาการความร่วมมือภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนา ความเข้มแข็งของระบบสุขภาพที่ครอบคลุมตั้งแต่การคัดกรอง รักษา การดูแลในชุมชนตลอดจน ระบบข้อมูลสุขภาพ ที่มีประสิทธิภาพ ตามอัตราความชุก/อัตราการติดเชื้อของโรคพยาธิใบไม้ตับในภาพรวม ของเขตสุขภาพที่ 9 ย้อนหลังตั้งแต่เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ.2559-2565 รายละเอียดตามตารางที่ 1 ตารางที่ 1 อัตราความชุก/อัตราการติดเชื้อของโรคพยาธิใบไม้ตับในภาพรวมของเขตสุขภาพที่ 9 ย้อนหลัง ตั้งแต่เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ.2559 – พ.ศ.2565 ปี พ.ศ. นครราชสีมา (ร้อยละ) ชัยภูมิ (ร้อยละ) บุรีรัมย์ (ร้อยละ) สุรินทร์ (ร้อยละ) เขตสุขภาพที่ 9 (ร้อยละ) 2559 10.8 12.9 26.8 14.3 16.3 2560 9.4 5.5 8.6 10.8 7.7 2561 4.9 8.1 0.3 1.2 4.4 2562 1.8 4.5 3.9 1.4 3 2563 1.3 3.5 1.6 2.1 3.6 2564 1.2 5.9 1.2 1.1 2.8 2565 1.2 4.7 1.3 0.3 1.28 แหล่งที่มา: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ณ วันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2565
ส่วนที่ 3 ผลการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565
16 1. ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการและไม่ใช่คำรับรองการปฏิบัติราชการ 1.1 สรุปผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของหน่วยงานประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2565 การดำเนินงานกำกับ ติดตามและสรุปผลการปฏิบัติราชการตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 รวมทั้งสิ้น 5 องค์ประกอบ 11 ตัวชี้วัด แบ่งเป็นองค์ประกอบที่ 1 Functional Base จำนวน 2 ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ 2 Agenda Base จำนวน 4 ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ 3 Area Base จำนวน 3 ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ 4 Innovation Base จำนวน 1 ตัวชี้วัด และองค์ประกอบที่ 5 Potential Base จำนวน 1 ตัวชี้วัด รายละเอียดตามตารางที่ 2 ตารางที่ 2 สรุปผลการปฏิบัติราชการตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการ สำนักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ หน่วยวัด น้ำหนัก (ร้อยละ) ผลการ ดำเนินงาน คะแนน ที่ได้ องค์ประกอบที่ 1 Functional Base 1.1 ร้อยละเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักการดำเนินงานตามตัวชี้วัดการบรรลุ ความสำเร็จของระบบป้องกันควบคุมโรคให้ได้มาตรฐาน 20 5.0000 1.1.1 ระดับความสำเร็จในการจัดการภาวะฉุกเฉินทาง สาธารณสุขของหน่วยงาน ระดับ 10 5 5.0000 1.1.2_1 ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานผลิตภัณฑ์เพื่อ การเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ (งานวิจัย ทั่วไป: Regular research) ระดับ 10 5 5.0000 องค์ประกอบที่ 2 Agenda Base 35 4.7971 2.1 ระดับความสำเร็จของความครอบคลุมการขึ้นทะเบียน ของผู้ป่วยวัณโรครายใหม่และกลับเป็นซ้ำ ระดับ 10 5 4.6000 2.2 ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานตรวจติดตามยืนยัน วินิจฉัยกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน และ/หรือความดันโลหิต สูง ระดับ 10 5 4.6900
17 ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ หน่วยวัด น้ำหนัก (ร้อยละ) ผลการ ดำเนินงาน คะแนน ที่ได้ 2.3 ระดับความสำเร็จของการสนับสนุนให้จังหวัดผ่านการ ประเมินระบบเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพจากการประกอบ อาชีพและสิ่งแวดล้อม ระดับ 10 5 5.0000 2.4 ระดับความสำเร็จการขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ อำเภอ/เขตและระบบสุขภาพปฐมภูมิ ระดับ 5 5 5.0000 องค์ประกอบที่ 3 Area Base 25 4.8000 3.1 ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานป้องกันการบาดเจ็บ และเสียชีวิตในกลุ่มเด็กและเยาวชน ระดับ 10 5 5.0000 3.2 ระดับความสำเร็จการเร่งรัดกำจัดโรคไข้มาลาเรียตาม มาตรฐานสากล ระดับ 10 5 5.0000 3.4 ระดับความสำเร็จในการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบ (Alcohol and Tobacco Control Operation Unit: ATCU) ระดับ 5 5 4.0000 องค์ประกอบที่ 4 Innovation Base 10 5.0000 4.1 ระดับความสำเร็จของหน่วยงานที่ดำเนินการบริหาร จัดการภาครัฐเข้าสู่ระบบราชการ 4.0 ได้ตามเกณฑ์ที่ กรมควบคุมโรคกำหนด ระดับ 10 5 5.0000 องค์ประกอบที่ 5 Potential Base 10 5.0000 5.1 ระดับความสำเร็จของการพัฒนาระบบบัญชีข้อมูล (Data Catalog) เพื่อนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) ระดับ 10 5 5.0000 น้ำหนักรวม 100 ค่าคะแนนที่ได้4.8790 แหล่งที่มา: ข้อมูลจากกลุ่มพัฒนาระบบริหาร กรมควบคุมโรค ณ วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2565
18 ตารางที่ 3 สรุปผลการปฏิบัติราชการตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการ สำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ย้อนหลัง 5 ปี ตัวชี้วัดผลสำเร็จ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 2562 2563 2564 2565 การประเมินคำรับรองการปฏิบัติ ราชการหน่วยงาน สำนักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา (คะแนน) เป้าหมาย 5 5 5 5 5 ผลงาน 4.919 (ร้อยละ 98.380) อันดับที่ 2 4.9178 (ร้อยละ 98.356) อันดับที่ 2 4.8433 (ร้อยละ 96.666) 4.8885 (ร้อยละ 97.770) 4.8790 (ร้อยละ 97.580) แหล่งที่มา: ข้อมูลจากกลุ่มพัฒนาระบบริหาร กรมควบคุมโรค ณ วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2565 กิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการ 1. ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ลงนามคำรับรองปฏิบัติราชการ กับอธิบดีกรมควบคุมโรค 2. ถ่ายระดับตัวชี้วัดคำรับรองปฏิบัติราชการหน่วยงาน สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 เพื่อแจ้งกรอบคำรับรองปฏิบัติราชการหน่วยงาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 พิจารณาเห็นชอบร่าง OS-Matrix ของหน่วยงาน พิจารณาเห็นชอบร่างตัวชี้วัด ผู้สนับสนุน (Supporter Template) พิจารณาเห็นชอบร่างตัวชี้วัดภารกิจ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 3. พิจารณาข้อตกลงปฏิบัติราชการหน่วยงาน (MOU) ของกลุ่มงาน สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 4. จัดพิธีลงนามคำรับรองปฏิบัติราชการหน่วยงานและข้อตกลงปฏิบัติราชการ (MOU) ของกลุ่มงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างผู้อำนวยการ หน่วยงาน รองผู้อำนวยการและหัวหน้ากลุ่ม/ศูนย์/งาน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 5. การประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองปฏิบัติราชการหน่วยงาน โดยตรวจติดตาม ประเมินผลตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการของหน่วยงานและข้อตกลงการปฏิบัติราชการ (MOU) ของกลุ่มงาน รอบ 6 เดือน ในวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2565 และรอบ 12 เดือน ในวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2565 ปัจจัยความสำเร็จ/ผลงานเด่น 1. ผู้บริหารให้ความสำคัญเห็นชอบและให้การสนับสนุน 2. มีการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ของกรมควบคุมโรค 3. มีแผนงานปฏิบัติการที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระหว่าง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมาและกรมควบคุมโรค 4. มีระบบการถ่ายตัวชี้วัดระดับหน่วยงาน กลุ่มงานและลงสู่บุคคลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน
19 5. ความเพียงพอ ความยืดหยุ่นและคล่องตัวของการบริหารงบประมาณ ข้อดีจุดเด่นของการ ดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2565 มีดังนี้ 5.1 มีกระบวนการถ่ายทอดตัวชี้วัด ค่าเป้าหมายระดับหน่วยงาน ระดับกลุ่มงาน ลงสู่บุคคลได้ อย่างครบถ้วน ชัดเจนและระบบการถ่ายทอดตัวชี้วัดลงสู่ตัวบุคคล ทำให้หน่วยงานสามารถดำเนินงานได้ ครบถ้วน ตามภารกิจที่กำหนดไว้ 5.2 มีการวางแผนและจัดทำแผนติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามตัวชี้วัดคำรับรองปฏิบัติราชการ ของหน่วยงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 5.3 จัดทำเครื่องมือรายละเอียดการดำเนินงานตามตัวชี้วัด เป้าหมายและมีผู้รับผิดชอบตัวชี้วัด ที่ชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการติดตาม ควบคุมกำกับการดำเนินงานให้เป็นไปตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ 5.4 มีคณะกรรมการประเมินผลข้อตกลงการปฏิบัติราชการหน่วยงานเพื่อตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้องของการถ่ายระดับ พร้อมทั้งเป็นทีมตรวจประเมินภายในของหน่วยงานในการคัดกรอง ตรวจสอบผล การดำเนินงานตามคำรับรองปฏิบัติราชการและ MOU กลุ่ม รอบ 6,12 เดือน โดยจัดทำเครื่องมือ (Check Sheet) การตรวจประเมินผลการดำเนินงาน พร้อมให้ข้อเสนอแนะในการจัดเก็บเอกสารหลักฐานในรอบการ ประเมิน 6,12 เดือน 5.5 มีระบบการตรวจประเมินการรายงานความก้าวหน้า SAR รอบ 6,9,12 เดือน เพื่อประเมินผล ความสำเร็จตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย ในระบบ EstimatesSM ทั้งคุณภาพการรายงาน เนื้อหาการแนบเอกสาร หลักฐานที่สอดคล้องกับตัวชี้วัด โดยสรุปผลและให้ข้อเสนอแนะรายตัวชี้วัดกับผู้จัดเก็บตัวชี้วัดรายไตรมาส 5.6 ผู้กำกับ ผู้จัดเก็บตัวชี้วัด ให้ความสำคัญการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ศึกษารายละเอียด Templateและวางแผนงานการดำเนินงานที่ชัดเจน และตรงตามแผนที่กำหนดไว้ ส่งผลให้ได้รับรางวัลหน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติราชการหน่วยงานกรมควบคุมโรคระดับดีมาก ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 (ปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ระดับดีเด่น ปีงบประมาณ พ.ศ.2559 ระดับดีมาก ปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ระดับดีเด่น ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ระดับดีมาก)และมีผลการตรวจประเมินตัวชี้วัด คำรับรองการปฏิบัติราชการปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ร้อยละ 97.770 ปัญหา/อุปสรรค 1. ตัวชี้วัดบางตัวยังไม่ผ่านเกณฑ์เป้าหมาย เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลต่อการดำเนินงานในพื้นที่ 2. ตัวชี้วัดที่ออกมาหลังการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีแล้ว ลำดับ กิจกรรมมีความไม่สอดคล้อง ไม่ครบถ้วน ต้องดำเนินการปรับกิจกรรมและการดำเนินงานเป็นปัญหาทั้งเรื่องงบประมาณและเวลา 3. ตัวชี้วัดและรายละเอียดTemplate ของคำรับรองปฏิบัติราชการหน่วยงานมีการปรับแก้ Template ค่าเป้าหมาย ทำให้การวางแผนต้องปรับแก้ให้สอดคล้องกับTemplate
20 4. การรายงานผลการปฏิบัติราชการตามตัวชี้วัด การจัดเก็บหลักฐานและแนบเอกสารหลักฐาน ในระบบ EstimatesSM ยังไม่เป็นแนวทางเดียวกันทุกตัวชี้วัด 5. เอกสารคู่มือ แนวทางการปฏิบัติงานจากกรมควบคุมโรคค่อนข้างล่าช้า แนวทางแก้ไขปัญหา 1. การสนับสนุนแบบฟอร์มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 2. คู่มือแนวทางในการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและทันต่อการนำใช้ในการปฏิบัติงาน 3. กำหนดแนวทางการรายงานผลการปฏิบัติราชการตามตัวชี้วัด การจัดเก็บหลักฐานและแนบ เอกสารหลักฐานในระบบ EstimatesSM ของหน่วยงานเพื่อให้ดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกัน 1.2 สรุปผลการปฏิบัติราชการตามตัวชี้วัดที่ไม่ใช่คำรับรองการปฏิบัติราชการ สำนักงานป้องกันควบคุม โรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 การดำเนินงานกำกับ ติดตามและสรุปผลการปฏิบัติราชการตามตัวชี้วัดที่ไม่ใช่คำรับรอง การปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 รวมทั้งสิ้น 30 ตัวชี้วัด แบ่งเป็นตัวชี้วัดภายใต้ยุทธศาสตร์ จำนวน 3 ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดจุดเน้นจำนวน 5 ตัวชี้วัดและตัวชี้วัดตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2565 จำนวน 22 ตัวชี้วัด รายละเอียดตามตารางที่ 4 ตารางที่4 สรุปผลการปฏิบัติราชการตามตัวชี้วัดที่ไม่ใช่คำรับรองการปฏิบัติราชการ สำนักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ลำดับ ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ หน่วยวัด เป้าหมาย ผลการ ดำเนินงาน ค่า คะแนน ที่ได้ ตัวชี้วัดภายใต้ยุทธศาสตร์ของแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 1 SM202_26 ระดับความสำเร็จของการพัฒนา ระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดต่อ โรคติดต่อ อันตราย โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังและ ภัยสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ ระดับ ระดับ 5 ระดับ 5 5.0000 2 SM203_26 ระดับความสำเร็จในการพัฒนา ระบบสื่อสารความเสี่ยงเพื่อสร้างเสริม ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันควบคุม โรคและภัยสุขภาพระดับหน่วยงานตามเกณฑ์ มาตรฐานสากล (JEE/IHR2005) ระดับ ระดับ 5 ระดับ 5 5.0000
21 ลำดับ ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ หน่วยวัด เป้าหมาย ผลการ ดำเนินงาน ค่า คะแนน ที่ได้ 3 SM302_26 ระดับความสำเร็จของการดำเนินงาน ห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุขด้านการป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ (Public Health Laboratory) ระดับ ระดับ 5 ระดับ 5 5.0000 ตัวชี้วัดจุดเน้นการดำเนินงานด้านการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 4 HL102_26 ร้อยละของจังหวัดมีการดำเนินงาน ควบคุมการบริโภคยาสูบที่สอดคล้องตามบริบท ของพื้นที่ ร้อยละ ร้อยละ 80 ร้อยละ 100 5.0000 5 HL103_26 ร้อยละประชากรอายุ15 ปีขึ้นไป ที่เข้ารับบริการได้รับการคัดกรองการดื่มสุรา ในสถานพยาบาล ร้อยละ ร้อยละ 45 ร้อยละ 41.16 3.0000 6 HL202_26 จำนวนจังหวัดเป้าหมายมีข้อมูล เฝ้าระวังและนำไปใช้วางแผนการดำเนินงาน จำนวน 1 จังหวัด 1 จังหวัด 5.0000 7 HL203_26 ร้อยละของกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับ การคัดกรอง HCV ร้อยละ ร้อยละ 90 ร้อยละ 80.79 4.0000 8 HL402_26 ระดับความสำเร็จของการเฝ้าระวัง สถานการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ระดับ ระดับ 5 ระดับ 5 5.0000 ตัวชี้วัดตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 9 SDA101_26 จำนวนผลิตภัณฑ์ด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ จำนวน 8 เรื่อง 8 เรื่อง 5.0000 10 SDA102_26 ร้อยละของผลิตภัณฑ์ด้านการ เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพได้ มาตรฐานทางวิชาการ ร้อยละ ร้อยละ 95 ร้อยละ 100 5.0000 11 SDA103_26 ร้อยละของผลิตภัณฑ์ที่ดำเนินการ แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด ร้อยละ ร้อยละ 98 ร้อยละ 100 5.0000
22 ลำดับ ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ หน่วยวัด เป้าหมาย ผลการ ดำเนินงาน ค่า คะแนน ที่ได้ 12 SDA201_26 จำนวนเครือข่ายเป้าหมายที่ได้รับ การสนับสนุน เสริมสร้างศักยภาพ ด้านการ ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ จำนวน 384 หน่วยงาน 405 หน่วยงาน 5.0000 13 SDA202_26 ร้อยละของเครือข่ายมีความพึง พอใจต่อการสนับสนุนเสริมสร้างศักยภาพ ด้านการป้องกัน ควบคุมโรค และภัยสุขภาพ ร้อยละ ร้อยละ 95 ร้อยละ 98.32 5.0000 14 SDA301_26 จำนวนประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ได้รับบริการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคที่เป็น ปัญหาสำคัญ จำนวน 90,000 ราย 1,434,568 ราย 5.0000 15 SDA302_26 ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย มีความพึงพอใจต่อการบริการเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคที่เป็นปัญหาสำคัญ ร้อยละ ร้อยละ 95 ร้อยละ 98.40 4.0000 16 SDA603_26 ร้อยละความพึงพอใจในการ นำมาตรฐานสถานที่ทำงานไปใช้เพื่อสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการป้องกันโรคและภัย สุขภาพ และการมีสุขภาวะที่ดี ร้อยละ ร้อยละ 80 ร้อยละ 93 5.0000 17 SDA604_26 ร้อยละของโครงการพัฒนา จัดระบบบริการอาชีวอนามัยและอนามัย สิ่งแวดล้อมดำเนินการแล้วเสร็จตามเวลา ที่กำหนด ร้อยละ ร้อยละ 95 ร้อยละ 100 5.0000 18 ACT611_26 จำนวนจังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงปัญหา มลพิษสิ่งแวดล้อมมีข้อมูลด้านสุขภาพและ สิ่งแวดล้อม ในการเฝ้าระวังผลกระทบต่อ สุขภาพประเด็นสำคัญ จำนวน 1 จังหวัด 2 จังหวัด 5.0000 19 ACT612_26 ร้อยละของหน่วยบริการสุขภาพ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (รพศ./รพท.รพช.m2) มีการจัดบริการ อาชีวอนามัยและเวชกรรมสิ่งแวดล้อมได้ตาม มาตรฐานที่กรมควบคุมโรคกำหนด ร้อยละ ร้อยละ 30 ร้อยละ 66.7 5.0000
23 ลำดับ ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ หน่วยวัด เป้าหมาย ผลการ ดำเนินงาน ค่า คะแนน ที่ได้ 20 ACT613_26 ร้อยละของหน่วยบริการสุขภาพ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (รพ.สต.) มีการจัดบริการอาชีวอนามัยและ เวชกรรมสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กรม ควบคุมโรคกำหนด ร้อยละ ร้อยละ 10 ร้อยละ 66.3 5.0000 21 SDA701_26 ร้อยละของอำเภอเสี่ยงที่ดำเนิน การตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค พิษสุนัขบ้าในคน ร้อยละ ร้อยละ 80 ของอำเภอ เสี่ยง ร้อยละ 100 5.0000 22 SDA702_26 ร้อยละของผู้สัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า ที่ได้รับวัคซีนตามแนวทางเวชปฏิบัติ ร้อยละ ร้อยละ 100 ร้อยละ 100 5.0000 23 ACT732_26 อัตราป่วยด้วยโรคไข้มาลาเรีย ต่อพันประชากรนักเรียน อัตรา ต่ำกว่า 0.24 ต่อ พัน ประชากร นักเรียน 0 ต่อพัน ประชากร นักเรียน 5.0000 24 ACT704_26 จำนวนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับ บริการเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรค ภายใต้ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จำนวน 4,477 ราย 6,442 ราย 5.0000 25 ACT831_26 จำนวนช่องทางเข้าออกระหว่าง ประเทศได้รับการพัฒนาตามแนวทางกฎอนามัย ระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 (International Health Regulations - Joint External Evaluation Tool: IHR – JEE) จำนวน 1 แห่ง 1 แห่ง 5.0000 26 ACT833_26 ร้อยละของช่องทางเข้าออก ระหว่างประเทศที่มีการพัฒนาสมรรถนะได้ตาม กฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 (International Health Regulations - Joint External Evaluation Tool: IHR – JEE) ร้อยละ ร้อยละ 95 ร้อยละ 100 5.0000
24 ลำดับ ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ หน่วยวัด เป้าหมาย ผลการ ดำเนินงาน ค่า คะแนน ที่ได้ 27 SDA901_26 จำนวนชุมชนเป้าหมายที่ดำเนินงาน ชุมชน “ชุมชนวิถีใหม่ ห่างไกล NCDs” จำนวน 8 ชุมชน 63 ชุมชน 5.0000 28 SDA902_26 ร้อยละชุมชนผ่านเกณฑ์การดำเนินงาน “ชุมชนวิถีใหม่ ห่างไกล NCDs” ร้อยละ ร้อยละ 50 ร้อยละ 100 5.0000 29 SDA903_26 ร้อยละของการดำเนินงานโครงการ ชุมชนวิถีใหม่ ห่างไกล NCDs แล้วเสร็จตามเวลา ที่กำหนด ร้อยละ ร้อยละ 95 ร้อยละ 100 5.0000 30 SDA1101_26 จำนวนบุคลากรเป้าหมายผ่าน การอบรมตามหลักสูตรดิจิทัลสำคัญ จำนวน 35 คน 57 คน 5.0000 แหล่งที่มา: ข้อมูลจากระบบ EstimatesSM ณ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2565 กิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการ 1. ถ่ายระดับตัวชี้วัดที่ไม่ใช่คำรับรองปฏิบัติราชการ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัด นครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 เพื่อแจ้งรายละเอียดตัวชี้วัดและเพื่อให้แต่ละกลุ่มงานพิจารณา การถ่ายระดับตัวชี้วัด พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบและผู้จัดเก็บตัวชี้วัด 2. กำกับติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่ไม่ใช่คำรับรองปฏิบัติราชการ สำนักงาน ป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ทุกไตรมาส ไตรมาสที่ 1 ภายในวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2564 ไตรมาสที่ 2 ภายในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2565 ไตรมาสที่ 3 ภายในวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2565 ไตรมาสที่ 4 ภายในวันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2565 ปัจจัยความสำเร็จ/ผลงานเด่น 1. ประชาชนและเครือข่ายในพื้นที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานเป็นอย่างดี 2. ทุกกลุ่มงานในหน่วยงาน ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่ไม่ใช่คำรับรองปฏิบัติราชการ 3. ผู้บริหารให้ความสำคัญและกำกับ ติดตามการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่ไม่ใช่คำรับรองปฏิบัติราชการ อย่างสม่ำเสมอ
25 ปัญหา/อุปสรรค การจัดสรรงบประมาณรายงวดของกรมควบคุมโรค ไม่สอดคล้องกับแผนงานโครงการส่งผลต่อ การปฏิบัติงานตามตัวชี้วัดที่ได้รับการถ่ายทอดจากกรมควบคุมโรค ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนที่ตั้งไว้ แนวทางแก้ไขปัญหา สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา จึงได้ให้กลุ่มงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับจัดสรร เพื่อให้การปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติ ราชการและการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่ไม่ใช่คำรับรองปฏิบัติราชการหน่วยงาน สามารถปฏิบัติงานให้บรรลุ ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 2. ผลการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของกรมควบคุมโรค 2.1 โครงการเร่งรัดกำจัดโรคไข้มาลาเรีย วัณโรค และยุติปัญหาเอดส์ 2.1.1 การเร่งรัดกำจัดโรคไข้มาลาเรีย ตามมาตรฐานสากล ตารางที่ 5 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการเร่งรัดกำจัดโรคไข้มาลาเรีย ตามมาตรฐานสากล ตัวชี้วัดผลสำเร็จ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 2562 2563 2564 2565 1. จำนวนอำเภอเป้าหมายในเขตสุขภาพที่ 9 ไม่มี การแพร่เชื้อมาลาเรีย เป้าหมาย - - 88 88 88 ผลงาน - - 82 86 87 2. ร้อยละของผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียได้รับการสอบ ประวัติภายใน 3 วัน เป้าหมาย - - 95 95 95 ผลงาน - - 100 100 100 3. ร้อยละของผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยงของพื้นที่แพร่เชื้อ ได้รับการเจาะเลือดค้นหา เป้าหมาย 85 85 85 85 85 ผลงาน 100 100 100 100 100 4. ร้อยละของหลังคาเรือนในพื้นที่แพร่เชื้อมาลาเรีย (A1และA2) มีมุ้งชุบสารเคมี/มุ้งชุบสารเคมีชนิดออก ฤทธิ์ยาวนาน เป้าหมาย 90 90 90 90 90 ผลงาน 100 100 100 83 97 5. จำนวนโรงเรียนในโครงการพระราชดำริได้รับการ ดำเนินการเพื่อป้องกันโรคไข้มาลาเรีย เป้าหมาย 12 12 12 12 12 ผลงาน 15 15 15 15 12 6. ร้อยละของผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ได้รับการติดตามผลการรักษาครบถ้วน (Follow Up: FU) เป้าหมาย 55 55 55 60 55 ผลงาน 30 61 68 100 100
26 ตัวชี้วัดผลสำเร็จ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 2562 2563 2564 2565 7. ร้อยละของพื้นที่เสี่ยงแพร่เชื้อโรคไข้มาลาเรีย ได้รับการศึกษาทางกีฏวิทยา เป้าหมาย 80 80 80 80 80 ผลงาน 100 100 100 100 100 แหล่งที่มา: แนวทางการดำเนินงานการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม โรคไข้มาลาเรียในโครงการพัฒนาเด็กและ เยาวชนในถิ่นทุรกันดาร(กพด.) ตามพระราชดำริสมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 และแผนเร่งรัดการกำจัดโรคไข้มาลาเรีย เขตสุขภาพที่ 9 ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 กิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการ 1. เฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคไข้มาลาเรียในสถานศึกษาในพื้นที่โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร(กพด.) ตามพระราชดำริสมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี(เน้น เรื่องการประสานโครงการกับเครือข่ายจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมเรียนรู้ใน โรงเรียนและการประเมินผลกิจกรรม) เป้าหมายดำเนินการ 2 จังหวัด คือ จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งสิ้น 12 โรงเรียน 2. เร่งรัดการค้นหาผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ เช่น เจ้าหน้าที่ป่าไม้ แรงงานที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง 3. ติดตามการรักษาให้ครบทุกราย 4. ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในหมู่บ้านแพร่เชื้อ การสำรวจมุ้งและการชุบมุ้งในพื้นที่แพร่เชื้อ (พื้นที่ A1-A2) 5. สำรวจ ศึกษาพฤติกรรมและชีวนิสัยยุงพาหะนำโรคไข้มาลาเรียในพื้นที่เสี่ยงแพร่เชื้อ 6. ควบคุมยุงพาหะในพื้นที่แพร่เชื้อมาลาเรีย 7. การติดตามประเมินผลในพื้นที่เสี่ยงตามมาตรการ 1-3-7 8. การดำเนินการป้องกันการกลับมาแพร่เชื้อซ้ำ/แพร่เชื้อใหม่ ปัจจัยความสำเร็จ/ผลงานเด่น 1. บุคลากรในพื้นที่มีความเชี่ยวชาญและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานเครือข่าย ทำให้เกิด การประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ 2. การปรับแผนอย่างรวดเร็วเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน 3. การดำเนินกิจกรรมตามโครงการฯ ส่งผลให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันควบคุม โรคไข้มาลาเรียและตระหนักถึงผลเสียหากมีผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียในพื้นที่ เกิดการปฏิบัติตัวให้ปลอดภัย จากโรค ส่งผลให้จังหวัดบุรีรัมย์ไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรีย 4. ผู้บริหารให้ความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินงาน
27 5. หน่วยงานเครือข่ายให้ความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรม เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ เห็นความสำคัญของปัญหาโรคไข้มาลาเรีย จึงร่วมดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไข้มาลาเรียร่วมกับศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง รวมถึงหน่วยงานทหาร ตำรวจตระเวน ชายแดน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ความสำคัญในการป้องกันบุคลากรของตนเองให้ห่างจาก โรคไข้มาลาเรียและสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเต็มที่ ปัญหา/อุปสรรค 1. ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามแผนที่กำหนดไว้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่มีความรุนแรง 2. การดำเนินงานกิจกรรมเฝ้าระวังทางกีฏวิทยาในช่วงฤดูฝนไม่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงาน เนื่องจากมีฝนตกเป็นระยะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการเข้าหาเหยื่อของยุงก้นปล่อง 3. พบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียติดเชื้อในพื้นที่ ในช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณ ทำให้ไม่ได้เตรียมความพร้อม ของการรับมือการระบาด แนวทางแก้ไขปัญหา 1. ปรับรูปแบบการดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เช่น การจัดประชุม/อบรม Online 2. ให้ข้อมูลความรู้และสุขศึกษาแก่เจ้าหน้าที่และประชาชน ในพื้นที่ที่สำรวจพบยุงก้นปล่อง พาหะหลัก ให้มีการระวังและป้องกันตนเอง 3. แจ้งของบประมาณดำเนินงานตามแผนกิจกรรมที่จำเป็นจากกรมควบคุมโรคโดยประสานงาน ผ่านผู้จัดการแผนงานโรค Malaria 4. ดำเนินการนัดหมาย อสม. ในพื้นที่ เพื่อลงปฏิบัติงานช่วงเวลาเช้า ก่อนประชาชนไปประกอบอาชีพ และแจ้งผู้ดูแลระบบแอพพลิเคชั่น M-Health เมื่อระบบใช้งานได้ปกติ หน่วยควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง จะดำเนินการลงระบบภายหลัง 5. รายงานปัญหาให้ผู้บังคับบัญชารับทราบและ/หรือเลื่อนกำหนดการปฏิบัติงานเดิม พร้อมทั้ง วางแผนการปฏิบัติงานใหม่โดยประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ 6. ควรมีการพัฒนา/ฟื้นฟูความรู้ให้กับบุคลากรที่ปฏิบัติงานให้มีความเชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อ นำโดยแมลงและโรคอื่นๆ 7. ควรมีการวางแผน/เตรียมความพร้อม/เตรียมงบประมาณสำรองจากแหล่งอื่น เพื่อรองรับ สถานการณ์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน 8. การบูรณาการร่วมกับโรคติดต่อนำโดยแมลงอื่นๆ เช่น โรคไข้เลือดออก เพื่อให้การดำเนินงาน ราบรื่นบรรลุตามวัตถุประสงค์
28 รูปที่ 3 - 4 การดำเนินงานการเร่งรัดกำจัดโรคไข้มาลาเรีย ตามมาตรฐานสากล 2.1.2 การดำเนินงานป้องกัน ควบคุม และดูแลรักษาวัณโรค ตารางที่ 6 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานป้องกัน ควบคุม และดูแลรักษาวัณโรค ตัวชี้วัดผลสำเร็จ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 2562 2563 2564 2565 1. จำนวนจังหวัดเครือข่าย บุคลากรผู้รับผิดชอบ งานวัณโรคและสหวิชาชีพในสถานบริการ สาธารณสุข ทั้งภาครัฐ รัฐนอกสังกัดและเอกชน เรือนจำ ในเขตสุขภาพที่9ได้รับการพัฒนาในด้าน การบริหารจัดการวัณโรค เป้าหมาย 4 4 4 4 4 ผลงาน 4 4 4 4 4 2. อัตราความสำเร็จการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอด รายใหม่ (ร้อยละ) เป้าหมาย 85 85 85 85 88 ผลงาน 88.2 88.9 85 87.4 85.3 3. ร้อยละความครอบคลุมการรักษาผู้ป่วยวัณโรค รายใหม่และกลับเป็นซ้ำ (TB Treatment Coverage) เป้าหมาย 85 85 85 85 88 ผลงาน 72.9 70.8 69.5 65.5 65.1 แหล่งที่มา: http://tbcmthailand.ddc.moph.go.th/ ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์พ.ศ.2566 กิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการ 1. สนับสนุนการดำเนินงานวัณโรคในพื้นที่และพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการดูแลรักษาวัณโรค ในสถานบริการและเรือนจำ 1.1 ลงพื้นที่ นิเทศ ติดตาม กำกับ ประเมินผลการดำเนินงานวัณโรค ในสถานบริการและเรือนจำใน พื้นที่4 จังหวัด 1.2 ประสาน แจ้งแนวทางการดำเนินงานตามมาตรฐานวัณโรคแห่งชาติและสนับสนุนข้อมูลวิชาการ
29 1.3 พัฒนาศักยภาพบุคลากรในด้านการบริหารจัดการวัณโรคและการจัดทำข้อมูลรายงานและ การใช้ประโยชน์ของข้อมูล ในระบบฐานข้อมูลวัณโรคโปรแกรม (National Tuberculosis Information Program: NTIP) สำหรับบุคลากรผู้รับผิดชอบงานวัณโรคและสหวิชาชีพในเขตสุขภาพที่ 9 2. เร่งรัดค้นหา ตรวจคัดกรองวัณโรคในกลุ่มเสี่ยง (case finding) และการค้นหาวัณโรคระยะแฝง โดยดำเนินการตรวจคัดกรองวัณโรคในกลุ่มเสี่ยงด้วยการตรวจ X-RAY ส่งเสมหะตรวจเพิ่มเติมในกรณีผล X-RAY ผิดปกติ และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ถูกต้อง ในระบบฐานข้อมูลวัณโรค (National Tuberculosis Information Program: NTIP) เมื่อได้รับการวินิจฉัยวัณโรค 3. ติดตาม ตรวจสอบ ข้อมูลในระบบฐานข้อมูล (National Tuberculosis InformationProgram: NTIP) 4. ติดตามการรักษาผู้ป่วยวัณโรคให้เป็นไปตามมาตรฐานและประสานการส่งต่อกรณีโอนออก โดยดำเนินการติดตามผู้ป่วยวัณโรค กรณี Case Difficult to treat MDR-TB, Pre-XDR-TB และ XDR-TB เพื่อวิเคราะห์ปัญหาศึกษาปัจจัยการเกิดวัณโรคดื้อยาและพัฒนารูปแบบในการดำเนินงาน เพื่อปิด GAP ร่วมกับ พื้นที่ 5. ขับเคลื่อนและสนับสนุนกลไกผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรคระดับจังหวัด ระดับเขต โดยจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรค ระดับจังหวัด ระดับเขต และดำเนินการสนับสนุนกลไกผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรค กรณี Case Difficult to treat MDR-TB, Pre-XDR-TB และ XDR-TB ปัจจัยความสำเร็จ/ผลงานเด่น 1. มีการบริหารจัดการด้านวัณโรคเชิงนโยบายอย่างชัดเจน ผู้บริหารทุกระดับให้การสนับสนุนและ ติดตามผลการดำเนินงานโดยทีมผู้บริหารทุกเดือน 2. มีภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้ป่วยวัณโรคและการมีส่วนร่วมของเครือข่าย รพช. ที่เชื่อมโยงกับ รพ.สต. 3. มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาในรายที่มีปัญหาในการรักษาและมีทีมสหวิชาชีพให้การดูแล แบบ Case management 4. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานวัณโรค ระดับเขต ระดับจังหวัด ระดับอำเภอและกำหนด บทบาทไว้อย่างชัดเจน ปัญหา/อุปสรรค 1. TB Treatment Coverage ยังต่ำกว่าค่าเป้าหมาย 2. ประชากรย้ายถิ่น แรงงานข้ามชาติที่เข้าถึงยาก ส่งผลต่อการควบคุมป้องกันโรควัณโรคในพื้นที่ โดยเฉพาะการติดตามส่งต่อและส่งผลต่อการขาดยาระหว่างรักษา
30 แนวทางแก้ไขปัญหา 1. เร่งรัดค้นหาโดยคัดกรองวัณโรคทั้งเชิงรุกและเชิงรับในกลุ่มเสี่ยง ทั้ง TB, MDR-TBและบันทึกข้อมูล ให้ครบถ้วน ถูกต้อง ในระบบฐานข้อมูลวัณโรค (NTIP) หลังได้รับการวินิจฉัยและรักษาภายใน 1 สัปดาห์ 2. สื่อสารความรู้เรื่องโรควัณโรคแก่กลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไป ให้เห็นความสำคัญของการตรวจ คัดกรองวัณโรคและเข้าสู่ระบบการรักษาที่รวดเร็ว เพื่อเพิ่ม TB Treatment Coverage และลดการเสียชีวิต รูปที่ 5 - 6 การดำเนินงานป้องกัน ควบคุมและดูแลรักษาวัณโรค 2.1.3 การป้องกันควบคุมโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เขตสุขภาพที่ 9 ตารางที่ 7 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการป้องกันควบคุมโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เขตสุขภาพที่ 9 ตัวชี้วัดผลสำเร็จ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 2562 2563 2564 2565 1. ร้อยละของผู้ติดเชื้อได้รับการวินิจฉัย และรู้สถานะการติดเชื้อตนเอง เป้าหมาย 90 90 90 90 95 ผลงาน 99 105 111 115 122 2. ร้อยละของผู้ติดเชื้อที่รู้ว่าติดเชื้อแล้ว ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส เป้าหมาย 90 90 90 90 95 ผลงาน 79 80 80 85 85 3. ร้อยละของผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษา ด้วยยาต้านไวรัสสามารถกดปริมาณไวรัส ในกระแสเลือดได้ <=1,000 copies/ml. เป้าหมาย 90 90 90 90 95 ผลงาน 86 88 86 82 86 แหล่งที่มา: ศูนย์รวบรวมข้อมูลสารสนเทศด้านเอชไอวีของประเทศไทย ณ วันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2566 กิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการ 1. วิเคราะห์สถานการณ์โรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ระดับเขตและรายจังหวัด 2. ติดตาม พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการดำเนินงานของโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 3. ส่งเสริมการดำเนินงานด้านการตีตราและเลือกปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับเอชไอวีในสถานบริการสุขภาพ ปัจจัยความสำเร็จ/ผลงานเด่น 1. ปัจจัยความสำเร็จ: ภาคีเครือข่ายได้เห็นความสำคัญและร่วมสนับสนุนการดำเนินงานเป็นอย่างดี
31 2. ผลงานเด่น: รายงานผลการสำรวจการตีตราและเลือกปฏิบัติด้านเอชไอวีในกลุ่มผู้ที่มารับบริการ คลินิกยาต้านไวรัส โรงพยาบาลหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ปัญหา/อุปสรรค 1. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ไม่สามารถดำเนินงาน ตามแผนงานได้ 2. ไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในบางกิจกรรม ทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ตามแผนงาน แนวทางแก้ไขปัญหา 1. ปรับแผนการดำเนินงานโดยขยายเวลาการดำเนินงาน 2. บูรณาการการดำเนินงานกับงบที่ได้รับสนับสนุนจากแหล่งทุนอื่น รูปที่ 7 - 8 การดำเนินงานการป้องกันควบคุมโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เขตสุขภาพที่ 9 2.2 โครงการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคหนอนพยาธิในนักเรียนและเยาวชนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ 2.2.1 การสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคหนอนพยาธิในนักเรียนและเยาวชนในพื้นที่ ถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ ตารางที่ 8 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคหนอนพยาธิใน นักเรียนและเยาวชนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ ตัวชี้วัดผลสำเร็จ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 2562 2563 2564 2565 จำนวนโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ (แห่ง) เป้าหมาย 12 12 12 12 12 ผลงาน 12 12 12 12 12 แหล่งที่มา: ข้อมูลตามผลการตรวจคัดกรองโรคหนอนพยาธิของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์และ จังหวัดสุรินทร์ณ วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2565
32 กิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการ 1. ประชุมราชการขับเคลื่อนการป้องกัน ควบคุมโรคหนอนพยาธิตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีฉบับที่ 5 (พ.ศ.2560 - พ.ศ.2569)แก่เครือข่ายประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สุรินทร์สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่รับผิดชอบโรงเรียน ตามพระราชดำริของจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์ 2. สนับสนุนการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อหนอนพยาธิในโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริของจังหวัด บุรีรัมย์ จำนวน 5 แห่งและจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 7 แห่ง ผลการตรวจคัดกรองพบว่าอัตราการตรวจพบพยาธิ ทุกชนิดของจังหวัดบุรีรัมย์ ร้อยละ 1.15 และจังหวัดสุรินทร์ ร้อยละ 1.60 อัตราการตรวจพบพยาธิทุกชนิดของ เขตสุขภาพที่ 9 ร้อยละ 1.39 3. การประสาน/ติดตามและสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคหนอนพยาธิในนักเรียน เยาวชนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ ประสานการดำเนินงานกับภาคีเครือข่าย จังหวัดบุรีรัมย์และ จังหวัดสุรินทร์ประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่รับผิดชอบโรงเรียนตาม พระราชดำริประสานกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 จังหวัดสุรินทร์และครูโรงเรียนใน โครงการพระราชดำริ ปัจจัยความสำเร็จ / ผลงานเด่น ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานจากผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้รับความร่วมมือ จากภาคีเครือข่าย ปัญหา/อุปสรรค เนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้การดำเนินงานล่าช้า แนวทางแก้ไขปัญหา ประสานการดำเนินงานกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้น ทางโทรศัพท์และทาง Line
33 รูปที่ 9 – 12 การดำเนินงานการสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคหนอนพยาธิในนักเรียนและ เยาวชนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ 2.3 โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์กษัตริย์ 2.3.1 การสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตารางที่ 9 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคภายใต้โครงการ ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตัวชี้วัดผลสำเร็จ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 2562 2563 2564 2565 1. จำนวนเครือข่ายเป้าหมายได้รับการพัฒนา ศักยภาพการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค (แห่ง) เป้าหมาย - 2 4 6 8 ผลงาน - 2 4 6 8 2. จำนวนรายงานประเมินมาตรการการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคในเรือนจำ (เรื่อง) เป้าหมาย - 1 1 1 1 ผลงาน - 1 1 1 1 แหล่งที่มา: สรุปรายงานโครงการสนับสนุนเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2565 กิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการ 1. จัดทำแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 2. ดำเนินการจัดประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการ ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
34 3. ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินงานโครงการพระราชดำริ โครงการ เฉลิมพระเกียรติและโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับพระบรมวงศานุวงศ์กรมควบคุมโรค พร้อมทั้งเยี่ยมเสริมพลัง หน่วยงานในระดับพื้นที่ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการ โครงการพระราชดำริและโครงการที่เกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์ กรมควบคุมโรค 4. ติดตามความก้าวหน้าและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบและจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน ประจำเดือน เสนอผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง ปัจจัยความสำเร็จ/ผลงานเด่น 1. เนื่องจากเป็นโครงการพระราชดำริ ผู้บริหารและภาคีเครือข่ายให้ความสำคัญในการดำเนินงาน ทำให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 2. ผู้รับผิดชอบงานในระดับพื้นที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานเป็นอย่างดี ปัญหา/อุปสรรค 1. การจัดส่งชุดตรวจจากกรมควบคุมโรคมีความล่าช้าและชุดตรวจ Hepatitis B, C มาไม่พร้อมกัน ทำให้พื้นที่ไม่สามารถดำเนินการได้ทันในช่วงเวลาที่กำหนด 2. งบประมาณในการดำเนินงานถูกตัดและโอนมาไม่ตรงไตรมาสที่จัดสรรไว้ทำให้ต้องปรับแผน การดำเนินงานและตัดกิจกรรมการดำเนินงานบางส่วนออก 3. การเปลี่ยนผู้รับผิดชอบงานในระดับจังหวัดและระดับเขต ส่งผลให้การประสานกำกับติดตามงาน มีความไม่ต่อเนื่องและอาจเกิดข้อผิดพลาดในการดำเนินงานได้ 4. สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในเรือนจำทำให้มีข้อจำกัดใน การดำเนินงานและทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมายในระยะเวลาที่กำหนด แนวทางแก้ไขปัญหา 1. กรมควบคุมโรคควรจัดสรรและดำเนินการจัดส่งชุดตรวจในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งจะทำให้พื้นที่ สามารถตรวจคัดกรองกลุ่มเป้าหมายได้ตามระยะเวลาที่กำหนด 2. ใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการประสานงานและกำกับติดตามการดำเนินงานกับหน่วยงานเครือข่าย ในพื้นที่ผ่านทางกลุ่ม Line โปรแกรม Zoom เนื่องจากข้อจำกัดของงบประมาณในการดำเนินงาน 3. วางแผนการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ร่วมกับพื้นที่เป้าหมาย ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ เพื่อลดปัญหาในการดำเนินงาน
35 รูปที่ 13 – 14 การดำเนินงานการสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค ภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2.4 โครงการเร่งรัดพัฒนาระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ให้ได้ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ 2.4.1 การพัฒนาสมรรถนะช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศและจังหวัดชายแดน ตารางที่ 10 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการพัฒนาสมรรถนะช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศและ จังหวัดชายแดน ตัวชี้วัดผลสำเร็จ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 2562 2563 2564 2565 1. จำนวนช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ ได้รับการพัฒนาตามแนวทางกฎอนามัย ระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 (International Health Regulations - Joint External Evaluation Tool: IHR - JEE) เป้าหมาย 1 1 1 1 1 ผลงาน 1 1 1 1 1 2. ร้อยละของช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ ที่มีการพัฒนาสมรรถนะได้ตามกฎอนามัย ระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 (International Health Regulations - Joint External Evaluation Tool: IHR - JEE) ไม่น้อยกว่า ระดับ 4 เป้าหมาย 100 (ระดับ 4) 100 (ระดับ 4) 100 (ระดับ 4) 100 (ระดับ 4) 100 (ระดับ 4) ผลงาน 100 (ระดับ 5) 100 (ระดับ 5) 100 (ระดับ 5) 100 (ระดับ 5) 100 (ระดับ 5) แหล่งที่มา: ข้อมูลจากระบบ EstimatesSM ณ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2565
36 กิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการ 1. ประชุมคณะทำงานประจำช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ เพื่อให้บุคลากรที่ปฏิบัติงาน ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและหน่วยงานภายในช่องทางที่เกี่ยวข้องทราบเกี่ยวกับการดำเนินงาน พัฒนาสรรถนะหลักของช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ตามแนวทางกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 และพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 2. การประเมินการพัฒนาสมรรถนะหลักช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ ด้วยตนเอง (Self-Assessment) โดยใช้คู่มือการประเมินสมรรถนะหลักช่องทางเข้าออกประเทศ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ และพรมแดนทางบก (Core Capacities Assessment Tool: CCAT) ได้คะแนนการประเมินตนเองใน ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 อยู่ที่ 92 คะแนน (ร้อยละ 92) (เกณฑ์ปีพ.ศ.2565 CCAT ≥75 คะแนน) 3. การฝึกซ้อมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุข ชนิดบนโต๊ะ กรณีการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และการส่งต่อผู้ป่วย 4. การประเมินการพัฒนาสมรรถนะหลักของช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ (Internal Audit) โดยสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา เพื่อนิเทศ ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน การพัฒนาสมรรถนะหลักของช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ 5. การตรวจคัดกรอง เฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค โรคติดต่อในผู้เดินทางผ่านช่องทางเข้า ราชอาณาจักรไทย 6. การตรวจสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมภายในช่องทางเข้าออก เพื่อกำจัดแหล่งโรค พาหะนำโรค 7. การตรวจสุขาภิบาลยานพาหนะ ที่เดินทางผ่านช่องทางเข้าออก เข้ามาในราชอาณาจักรไทย 8. การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ไปรับการรักษาในราชอาณาจักรไทย ปัจจัยความสำเร็จ/ผลงานเด่น การประสานงาน การสนับสนุน การสื่อสารและความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในช่องทางเข้าออก ระหว่างประเทศและจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้หลายหน่วยงาน มีความเข้าใจให้ความสำคัญและตระหนักถึงการมีระบบการตรวจคัดกรอง เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อ ในช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจในกฎอนามัยระหว่างประเทศ พระราชบัญญัติ โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มากขึ้นและมีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในช่องทางอย่างเป็นรูปธรรม ปัญหา/อุปสรรค 1. ความหลากหลายของหน่วยงานเครือข่ายในช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศแต่ละหน่วยงาน มีเป้าหมายที่แตกต่างกัน กฎหมายข้อบังคับ มีความหลากหลาย ความซับซ้อนเชิงโครงสร้าง พื้นที่ตั้งของช่อง ทางเข้าออกตั้งอยู่ในพื้นที่ทับซ้อน 2. การดำเนินงานพัฒนาสมรรถนะหลักของช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ ตามกฎอนามัยระหว่าง ประเทศ พ.ศ.2548 เป็นการดำเนินงานทุกกระทรวง แต่บริบทระดับพื้นที่ช่องทางเข้าออกยังต้องมีการสื่อสาร
37 ทำความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาสมรรถนะหลักกับหน่วยงานภายใน ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ แนวทางแก้ไขปัญหา 1. ประชุมคณะทำงานประจำช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ ในการดำเนินงานพัฒนาสมรรถนะหลัก การจัดทำแผนงาน มอบหมายงาน ประสานงาน ติดตามการดำเนินงาน 2. ดำเนินการพัฒนางานแบบมีส่วนร่วม ให้ทุกหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆกิจกรรม ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบและดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป รูปที่ 15 – 20 การดำเนินงานการพัฒนาสมรรถนะช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศและ จังหวัดชายแดน
38 2.4.2 การพัฒนาจังหวัดสุขภาพชายแดนให้ได้สมรรถนะตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR 2005) ตารางที่ 11 เป้าหมาย/ผลการดำเนินงานการพัฒนาจังหวัดสุขภาพชายแดนให้ได้สมรรถนะตามกฎอนามัย ระหว่างประเทศ (IHR 2005) ตัวชี้วัดผลสำเร็จ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 2562 2563 2564 2565 1. จำนวนจังหวัดชายแดนได้รับการพัฒนา สมรรถนะการปฏิบัติตามกฎอนามัยระหว่าง ประเทศ พ.ศ.2548 (International Health Regulations – Joint External Evaluation Tool: IHR-JEE) ไม่น้อยกว่าระดับ 4 เป้าหมาย 2 2 2 2 2 ผลงาน 2 (จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์) 2. จำนวนจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัดชายแดนได้รับ การพัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติตามกฎอนามัย ระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 (International Health Regulations – Joint External Evaluation Tool: IHR-JEE) ไม่น้อยกว่า ระดับ 4 เป้าหมาย 2 2 2 2 2 ผลงาน 2 (จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดชัยภูมิ) แหล่งที่มา: ข้อมูลจากระบบ EstimatesSM ณ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2565 กิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการ 1. ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานและให้จังหวัดชายแดนประเมินตนเองร่วมกันผ่านระบบ ออนไลน์ 2. ลงพื้นที่ร่วมกันวิเคราะห์กิจกรรมในแต่ละประเด็นที่พื้นที่ได้ดำเนินการไปแล้วหรือประเด็นที่ ควรมีการดำเนินการเพิ่มเติมตามที่จังหวัดได้ประเมินตนเองไว้ ปัจจัยความสำเร็จ/ผลงานเด่น ความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ มีความชัดเจนในหลายๆประเด็น เช่น ศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข การพัฒนาระบบห้องปฏิบัติการ การประสานงาน การเตรียมความพร้อม กฎหมายนโยบายการพัฒนาช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ เป็นต้น ปัญหา/อุปสรรค 1. ความต่อเนื่องของการดำเนินงาน เนื่องจากมีการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบงานจังหวัดชายแดน (เกษียณอายุราชการ/ปรับเปลี่ยนภารกิจงาน) ผู้รับผิดชอบงานใหม่ต้องเรียนรู้งานจังหวัดชายแดนใหม่อีกครั้ง