21 ใบความรู หนวยที่2 โครงสราง หลักการทํางานอุปกรณอิเล็กทรอนิกสเบื้องตน เรื่องที่ 2 ตัวเก็บประจุ(Capacitor) บทนํา ในวงจรอิเล็กทรอนิกสที่ใชควบคุมการทํางานระบบตางๆในรถยนตนั้น ประกอบดวยอุปกรณ อิเล็กทรอนิกสมากมายหลายชิ้นดวยกัน ในแตละชิ้นก็จะมีโครงสราง หนาที่การทํางานแตกตางกันไป อิเล็กทรอนิกสอีกตัวหนึ่งที่มีความสําคัญ และพบไดแทบทุกวงจร 1. ตัวเก็บประจุ (capacitor) ตัวเก็บประจุหรือเรียกชื่อวา คอนเดนเซอร(condenser) หรือเรียกสั้นๆ คาปา(Capa) แคป หรือตัว C คือ อุปกรณอิเล็กทรอนิกสอยางหนึ่ง ที่ทําหนาที่เก็บประจุไฟฟา คลายแบตเตอรี่ แตเก็บ ไฟไดนอยกวาหมื่นเทา ตัวเก็บประจุ มีหนวยวัดเปน ฟารัด (Farad) สัญลักษณ : F ตัวเก็บประจุ เปน อุปกรณพื้นฐานสําคัญในงานอิเล็กทรอนิกส และพบไดแทบทุกวงจร โครงสรางทํามาจาก 2 แผนตัวนํา(parallel conductive plates) คั้นกลางดวย Dielectric ซึ่งเปนวัสดุที่เปนฉนวน ประกอบเขาดวยกัน และมีขั้วไฟฟา 2 ขั้วตอออกจากแผนตัวนํา ภาพที่2-1 โครงสรางของตัวเก็บประจุ ที่มา : http:// reprap.org/wiki/Electrolytic_capacitor
22 2. การทํางานของตัวเก็บประจุ มีอยู 2 ลักษณะ ไดแก การเก็บประจุ และการคายประจุ การเก็บประจุในเพลตของตัวเก็บประจุจะมีอิเล็กตรอนอยูภายใน เมื่อนําแบตเตอรี่ตอกับตัว เก็บประจุ อิเล็กตรอนจากขั้วลบของแบตเตอรี่ จะเขาไปรวมกันที่แผนเพลต ทําใหเกิดประจุลบขึ้นและ ยังสงสนามไฟฟาไป ผลักอิเล็กตรอนของแผนเพลตตรงขาม ซึ่งโดยปกติในแผนเพลตจะมี ประจุเปน บวก และลบ ปะปนกันอยู เมื่ออิเล็กตรอนจากแผนเพลตนี้ถูก ผลักใหหลุดออกไปแลวจึงเหลือประจุ บวกมากกวาประจุลบ ยิ่งอิเล็กตรอนถูกผลักออกไปมากเทาไร แผนเพลตนั้นก็จะเปนบวกมากขึ้น เทานั้น การคายประจุถาเรายังไมนําขั้วตัวเก็บประจุมาตอกัน อิเล็กตรอนก็ยังคงอยูที่แผนเพลต แต ถามีการครบวงจร ระหวางแผนเพลตทั้งสองเมื่อไร อิเล็กตรอนก็จะวิ่งจากแผนเพลตทางดานลบ ไป ครบวงจรที่แผนเพลตบวกทันที แบบไมมีขั้ว แบบมีขั้ว สัญลักษณ ตัวเก็บประจุชนิดคาคงที่ตัวเก็บประจุ ภาพที่2-2 การประจุไฟฟาและคายประจุไฟฟาของตัวเก็บประจุ ที่มา : http:// reprap.org/wiki/Electrolytic_capacitor
23 3. ชนิดของตัวเก็บประจุ ตัวเก็บประจุที่ผลิตออกมาในปจจุบันมีมากมาย เราสามารถแบงชนิดของตัวเก็บประจุตาม ลักษณะทางโครงสรางออกเปน 2 ชนิดดวยกันคือ 1. ตัวเก็บประจุ ชนิดคาคงที่ (Fixed Capacitor) 2. ตัวเก็บประจุ ชนิดเปลี่ยนคาได( Variable Capacitor) 3.1 ตัวเก็บประจุ ชนิดคาคงที่ (Fixed Capacitor) เปนตัวเก็บประจุที่มีคาความจุภายในตัว คงที่ตายตัว ไมสามารถเปลี่ยนแปลงคาได ถูกผลิต ออกมาใชงานมากมายหลายขนาด หลายชนิด แตละชนิดผลิตขึ้นมาจากวัสดุที่ใชเปนฉนวนแตกตาง กันออกไป ทําใหชื่อที่ใชเรียกแตกตางกัน 3.1.1 ตัวเก็บประจุชนิดกระดาษ เปนตัวเก็บประจุที่ใชฉนวนคันกลาง แผนโลหะทั้งสองทําจากกระดาษแผนบางทีเคลือบ ดวยน้ํายาฉนวน น้ํายาที่ใชเคลือบกระดาษ เชน น้ํามัน หรือขี้ผึ้ง นิยมนําไปใชงานในดานแรงดันไฟสูง และแรงดันไฟสลับที่ความถี่ต่ํา (ก) ชนิดกระดาษเคลือบขี้ผึ้ง (ข) ชนิดกระดาษเคลือบน้ํามัน รูปที่ 2.3 แสดงตัวเก็บประจุชนิดกระดาษ ที่มา : พันธศักดิ์ พุฒิมานิตพงศ, 2557 : 221 3.1.2 ตัวเก็บประจุชนิดเซรามิก เปนตัวเก็บประจุที่ใชฉนวนคันกลาง แผนโลหะทั้งสองทําจากเซรามิก ผิวนอกหุมดวย พลาสติก หรือซิลิโคน นิยมนําไปใชงานในวงจรกําจัดสัญญาณรบกวนความถี่สูงลงกราวด ตัวเก็บประจุชนิดเซรามิก มีทั้งแบบชั้นเดี่ยว และหลายชั้น แบบหลายชั้นมีทั้ง มีขา และแบะติด SMD
24 แบบขา แบบแปะติด SMD (ก) ชั้นเดียว (ข) หลายชั้น รูปที่ 2.4 แสดงตัวเก็บประจุชนิดเซรามิก ที่มา : พันธศักดิ์ พุฒิมานิตพงศ, 2557 : 222 3.1.3 ตัวเก็บประจุชนิดไมกา เปนตัวเก็บประจุที่ใชฉนวนคันกลาง แผนโลหะทั้งสอง ทําจากไมกา ไมกาเปนแร ธรรมชาติเปนผลึกหิน ทนความรอนและไมนําไฟฟา ตัวเก็บประจุชนิดไมกานี้นิยมนําไปใชงานใน แรงดันไฟสูง วงจรกรองความถี่สูง รูปที่ 2.5 แสดงตัวเก็บประจุชนิดไมกา ที่มา : พันธศักดิ์ พุฒิมานิตพงศ, 2557 : 222
25 (ก) ชนิดฟลมโพลีเอสเตอร (ข) ชนิดเมตัลไลซโพลีเอสเตอร (ค) ชนิดฟลมโพลีโพรพิลีน (ง) ชนิดเมตัลไลซโพลีโพรพิลีน รูปที่ 2.6 แสดงตัวเก็บประจุชนิดฟลมพลาสติก ที่มา : พันธศักดิ์ พุฒิมานิตพงศ, 2557 : 223-224 3.1.4 ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโตรไลติก เปนตัวเก็บประจุที่ที่โครงสราง ประกอบดวยแผนอะลูมิเนียมบางทําเปนแผนโลหะเก็บ ประจุไฟฟา มีขั้วไฟฟาบวก (+) ลบ (–) กํากับไวที่ตัวเก็บประจุคงที่ตายตัว ใชกระดาษจุมอยูในสาร อิเล็กโตรไลต (Electrolyte) ใหเปยกชุม ทําเปนฉนวนคันกลาง นําทั้งหมดมวนเขาดวยกันใหเปน ทรงกระบอก และบรรจุลงในกระปอง อะลูมิเนียม หรือกระปองโลหะที่มีสารละลายอิเล็กโตรไลต บรรจุอยู ถูกนําไปใชงานในวงจร ตางๆ มากมาย เนื่องจากตัวเก็บประจุชนิดนี้มีขั้วกํากับไวการ นําไปใชงานกับแรงดันไฟตรง จําเปนตองตอตามขั้วตัวเก็บประจุ หากตอผิดขั้วตัวเก็บ ประจุชนิดนี้จะ หมดคาความจุทันที่ ยังทําใหเกิดความรอนสูง ตัวเก็บประจุอาจเกิดการระเบิด นอกจากนนตัวเก็บ ประจุชนิดนี้ยังมีคากระแสรั่วไหล (Leakage Current) สูง การใชงานจะตองใชดวยความระมัดระวัง ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโตรไลติก มีทั้งแบบมีขา และแบบแบะติด SMD
26 (ก) แบบมีขา (ข) แบบแบะติด SMD รูปที่ 2.7 แสดงตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโตรไลติก ที่มา : พันธศักดิ์ พุฒิมานิตพงศ, 2557 : 225 3.1.5 ตัวเก็บประจุชนิดแทนทาลัม เปนตัวเก็บประจุที่ชนิดอิเล็กโตรไลติก ถูกพัฒนาขึ้นมาใชงานเพื่อแกขอเสียของตัวเก็บ ประจุชนิดอิเล็กโตรไลติกที่ใชสารอิเล็กโตรไลต เปนชนิดนํามาใชสารอิเล็กโตรไลตเปนของแข็งแทน ทําใหมีขนาดที่เล็กลงแตมีคาความจุสูงมากขึ้น ไมเกิดกระแสรั้วไหล ทนตออุณหภูมิและความชื้นได ดีมีความทนทาน ขอเสียคือ อัตราทนแรงดันต่ํา นิยมนําไปใชงานประเภทวงจรกรองความถี่ต่ํา วงจร สงผานสัญญาณ ตัวเก็บประจุชนิดนี้มีขั้วกํากับไว การนําไปใชงานกับแรงดันไฟตรง จําเปนตองตอ ตามขั้วตัวเก็บประจุตัวเก็บประจุชนิดแทนทาลัมมีทั้งแบบมีขา และแบบแบะติด SMD (ก) แบบมีขา (ข) แบบแบะติด SMD รูปที่ 2.8 แสดงตัวเก็บประจุชนิดแทนทาลัม ที่มา : พันธศักดิ์ พุฒิมานิตพงศ, 2557 : 226
27 3.2 ตัวเก็บประจุแบบเปลี่ยนคาได (Variable Capacitor) เปนตัวเก็บประจุที่สามารถ เปลี่ยนแปลงคาได ซึ่งมักจะใชในวงจรที่เกี่ยวของกับการเปลี่ยน ความถี่ เชน วาริเอเบิลคาปาซิเตอร ที่ใชสําหรับจูนหาคลื่นในเครื่องรับวิทยุ ตัวเก็บประจุแบบ เปลี่ยนคาไดมี 2 แบบคือ แบบแกนอากาศ และแบบแกนพลาสติก แบบแกนอากาศ แบบแกนพลาสติก สัญลักษณ ตัวเก็บประจุเปลี่ยนคาได รูปที่ 2.9 แสดงการตอตัวเก็บประจุแบบอนุกรม ที่มา : ทรงศักดิ์ ครื้นน้ําใจ, 2559 4. หนวยของตัวเก็บประจุ คาความจุของตัวเก็บประจุ มีหนวยเปนฟารัด (Farad) ยอดวยตัว เอฟ (F) อยางไรก็ตาม คาฟารัดเปนคาคอนขางมาก ดังนั้นจึงตองมีหนวยยอยลงมา โดยคา 1 ฟารัดไดมาจากการรับ กระแสไฟฟา 1 แอมแปรในเวลา 1 นาที เกิดความตางศักยทางไฟฟาระหวางอีเล็กโทรดเทากับ 1 โวลต และมีประจุอยู 1 คลอมป สําหรับคาความจุหนวยยอยสามารถแยกไดดังนี้ 1 µF อานวา 1 ไมโครฟารัด เทากับ 106 = 1,000,000 ฟารัด (F) 1 mF อานวา 1 มิลิฟารัด เทากับ 103 = 1,000 ฟารัด (F) 1 nF อานวา 1 นาโนฟารัด เทากับ 109 = 1,000,000,000 ฟารัด (F) 5. การตอตัวเก็บประจุ การตอตัวเก็บประจุ คือการนําตัวเก็บประจุมาตอรวมกัน เพื่อปรับเปลี่ยนคาความจุใหได ตามตองการ การตอตัวเก็บประจุแบงออกไดเปน 3 แบบ คือ แบบอนุกรม แบบขนานและแบบผสม 5.1 การตอตัวเก็บประจุแบบอนุกรม การที่เอาตัวเก็บประจุมาตอกันแบบอนุกรม หรือตออันดับกันไป ลักษณะเชนนี้จะมีผล ทําให ไดอิเล็กตริกหนาขึ้น ระยะหางระหวางแผนตัวนํากวางมากขึ้น สงผลใหคาความจุนอยลง
28 รูปที่ 2.10 แสดงการตอตัวเก็บประจุแบบอนุกรม ที่มา : ทรงศักดิ์ ครื้นน้ําใจ, 2559 รูปที่ 2.10 แสดงการตอตัวเก็บประจุแบบอนุกรม เปนการตอตัวเก็บประจุเขาดวยกัน แบบ เรียงลําดับตอเนื่องกันไปในลักษณะ ทายของตัวเก็บประจุตัวแรกตอเขาหัวตัวเก็บประจุตัวที่สอง และ ทายของตัวเก็บประจุตัวที่สองตอเขาหัวตัวเก็บประจุตัวที่สาม ตอเชนนี้เรื่อยไป สามารถหาคาความจุของวงจรอนุกรม จากสูตร CT = + +…. + 5.2 การตอตัวเก็บประจุแบบขนาน การตอตัวเก็บประจุแบบขนาน เปนวิธีการเอาตัวเก็บ ประจุมาตอขนานหรือครอมกันไป ทําใหคาความจุมากขึ้น รูปที่ 2.11 แสดงการตอตัวเก็บประจุแบบขนาน ที่มา : ทรงศักดิ์ ครื้นน้ําใจ, 2559 1 C1 1 C2 1 Cn
29 รูปที่ 2.11 แสดงการตอตัวเก็บประจุแบบขนาน ลักษณะเชนนี้มีผลทําใหพื้นที่ของ แผนตัวนํา มากขึ้น คาความจุจึงเพิ่มตามขึ้นมา สามารถหาคาความจุของวงจรขนานจากสูตร CT = C1 + C2 +…. + Cn 5.3 การตอตัวเก็บประจุแบบผสม การตอตัวเก็บประจุแบบผสม เปนการเอาลักษณะของ วงจรอนุกรมกับวงจรขนาน มาตอรวมกัน รูปที่ 2.12 แสดงการตอตัวเก็บประจุแบบผสม ที่มา : ทรงศักดิ์ ครื้นน้ําใจ, 2559 รูปที่ 2.11 แสดงการตอตัวเก็บประจุแบบผสม จากวงจรจะเห็นวา C1 และ C2 ตออนุกรม กันชุดหนึ่ง C3 และ C4 ตออนุกรมกันอีกชุดหนึ่ง แลวนําเอาตัวเก็บประจุแตละชุด มาตอขนานกันอีก ทีหนึ่ง สรุป ตัวเก็บประจุบางที่เราอาจจะเรียกวา “ตัวคาปาซิเตอร” (Capacitor) หรือ “ตัว คอนเดนเซอร” (Condenser) หรือ เรียกยอๆ วา “ซี” (C) ก็ได ตัวเก็บประจุเปนอุปกรณที่ถูกนําไปใช งานทางดาน ไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสอยางกวางขวาง โครงสรางตัวเก็บประจุทํามาจากแผนตัวนํา (Conductive Plate) 2 แผนวางขนานอยูใกลกัน มีฉนวนเรียกวา “ไดอิเล็กตริก” (Dielectric) กันอยู ตรงกลาง ฉนวนไดอิเล็กตริกที่ใชอาจจะเปน ชนิดอากาศ กระดาษ น้ํามัน ไมกา เซรามิค น้ํายาอิเล็ก โตรไลท หรือชนิดใดๆ ก็ได คาความจุของตัวเก็บประจุ มีหนวยเปนฟารัด (Farad) ยอดวยตัว เอฟ (F) อยางไรก็ตาม คาฟารัดเปนคาคอนขางมาก ดังนั้นจงตองมีหนวยยอยลงมา โดยคา 1 ฟารัดไดมาจากการ รับ กระแสไฟฟา 1 แอมแปรในเวลา 1 นาที เกิดความตางศักยทางไฟฟาระหวางอีเล็กโทรดเทากับ 1 โวลต และมีประจุอยู 1 คูลอมป
30 การตอตัวเก็บประจุ คือการนําตัวเก็บประจุมาตอรวมกัน เพื่อปรับเปลี่ยนคาความจุใหได ตามตองการ การตอตัวเก็บประจุแบงออกไดเปน 3 แบบ คือ แบบอนุกรม แบบขนาน และแบบผสม การตอตัวเก็บประจุแตละแบบ มีผลทําใหคาความจุผลรวมที่ไดออกมาเกิดการเปลี่ยนแปลงไป การตอตัวเก็บประจุแบบอนุกรม หรือตออันดับกันไป ลักษณะเชนนี้จะมีผลทําให ไดอิเล็ก ตริกหนาขึ้น ระยะหางระหวางแผนตัวนํา 2 ชิ้นกวางมากขึ้น ยังผลทําใหคาความจุนอยลงได การตอตัวเก็บประจุแบบขนาน เปนวิธีการเอาตัวเก็บประจุมาตอขนานหรือครอมกันไป ทํา ใหคาความจุมากขึ้น การตอตัวเก็บประจุแบบผสม เปนการเอาลักษณะของวงจรอนุกรมกับวงจร ขนานมาตอ รวมกัน
31 การวัดและตรวจสอบ คาปาซิเตอรดวยมัลติมิเตอรแบบดิจิตอล กอนวัดคาปาซิเตอรทุกครั้ง 1. ปดสวิตชและถอดคาปาซิเตอรออกนอกวงจร เพราะการวัดคาปาซิเตอรตองวัดขณะไมมีไฟ ถาไมทําตามนี้มิเตอรจะพังและผูวัดอาจไดรับอันตรายจากการวัด 2. ใหดิสชารจหรือคายประจุกอนทําการวัดทุกครั้ง ถาไมทําตามมิเตอรจะพังและผูวัดอาจ ไดรับอันตรายจากการวัด การวัดคาปาซิเตอรดวยมัลติมิเตอรแบบดิจิตอล 1. ปรับสวิตชเลือกยานวัดไปที่การวัด C 2. ตอสายวัดเขากับ Capacitor จะตอสายวัดสีอะไรเขากับขาไหนหรือสลับสายก็ได 3. ดูผลการวัด คาที่ไดตองเทากับคาระบุไวที่ตัว C หรือใกลเคียงที่สุดและไมเกินคา ±% คลาดเคลื่อน ยกตัวอยางการวัดดานลาง
32 1. C คา 5µF ±5% C ดีคาที่ไดควรอยูในชวง 4.75µF - 5.25µF ( 5-5% และ 5+5%) 2. C คา 100µF ±20% C ดีคาที่ไดควรอยูในชวง 80µF-120µF(100-20% และ 100+20%) 3. C คา 1500pF ±5% ( 152 = 1500pF หรือ 1.5nF) C ดีคาที่ไดควรอยูในชวง 1.425nF - 1.575nF ( 1.5-5% และ 1.5+5%) วัดคา C 5µF ได 4.94µF คาปาซิเตอรดี วัดคา C 100µF ได 101.5µF คาปาซิเตอรนี้ดี 2 1 3
33 วัด C ไมมีขั้วคา 1500pF หรือ 1.5nF ได 1.458nF คาปาซิเตอรนี้ดี คาปาซิเตอรเสียจะวัดแลวขึ้นแบบนี้ 1. C ขาด จะไมขึ้นคาความจุใดๆ ตามสเปคของ C ที่ระบุไว 2. C ชอต ขึ้น OL และไมขึ้นคาความจุใดๆ 3. C คาเสื่อม ไดคาความจุนอยมาก หรือ เกินสเปค ±% คลาดเคลื่อน C ขาด จะไมขึ้นคาความจุใดๆ ตามสเปคของ C ที่ระบุไว C ซอต ขึ้น OL และไมขึ้นคาความจุใดๆ