คํานํา
หนงั สืออิเล็กทรอนกิ ส (e-Book) จัดทาํ ข้นึ เพื่อเปนสวนหน่ึงของการเรียนการสอนวิชา (Innovation
and Technology for Learning) นวัตกรรมและเทคโนโลยเี พื่อการเรยี นรู รหสั วชิ า 100103 นักศึกษา
สาขาพลศึกษา ช้นั ปท ี่ 1 กลมุ P3 เพือ่ ใหสามารถสรางนวัตกรรมการศึกษา ส่ือการสอนที่ทันสมยั ได โดยใน
หนังสืออิเล็กทรอนกิ ส (e-Book) จะนําเสนอเกย่ี วกบั ประวัตคิ วามเปน มา กฎกติกา ประเภท เทคนคิ และทักษะ
ตา ง ๆ ของกีฬาแบดมินตัน
ผจู ดั ทําหวังเปน อยางยง่ิ วา หนังสืออิเล็กทรอนิกส (e-Book) เลมน้ีจะเปนประโยชนกบั ผูอา น หรือ
นักเรียน นักศึกษาท่ีกาํ ลังหาขอมูลเก่ียวกับกฬี าแบดมนิ ตนั หากมีขอผิดพลาดประการใด ผจู ัดทาํ ขอนอมรบั ไว
และขออภยั มา ณ ทนี่ ี้ดว ย
ผจู ัดทํา
นายศรทอง พระศรี
และคณะ
สารบัญ
หนา
ประวัตคิ วามเปนมา………………………………………………………………………………………………………………………1-3
ประวตั กิ ีฬาแบดมินตันแหง ประเทศไทย.......................................................................................................4
กฎและกตกิ า………………………………………………………………………………………………………………………………..5-6
ประเภทการแขงขัน………………………………………………………………………………………………………………………..7
ทักษะพื้นฐานและเทคนิคตาง ๆ..................................................................................................................8-13
ผูจัดทาํ …………………………………………………………………………………………………………………………………………14
อา งองิ ...........................................................................................................................................................15
ประวตั ิกฬี าแบดมินตนั
แบดมนิ ตัน (Badminton) เปน กีฬาท่ีไดรับการวิจารณเ ปนอยา งมาก เพราะไมมีหลกั ฐานท่ีแนชดั ถึง
ทีม่ าของกฬี าประเภทน้ี คงมแี ตห ลักฐานบางอยา งทที่ าํ ใหท ราบวา กฬี าแบดมนิ ตันมีเลนกันในยุโรป โดยเฉพาะ
ในประเทศอังกฤษ ตอนปลายศตวรรษท่ี 17 และจากภาพสนี ํา้ มนั หลายภาพไดยืนยันวา กีฬาแบดมินตันเลน
กันอยางแพรห ลายในพระราชวงศข องราชสาํ นักตาง ๆ ในทวีปยุโรป แมวาจะเรียกกนั ภายใตช ่อื อน่ื ก็ตาม
โดยกีฬาแบดมินตนั ไดรับการบันทึกแบบเปนลายลกั ษณอักษรในป พ.ศ. 2413 ซง่ึ พบวา มีการเลน
กีฬาลูกขนไกเกิดข้นึ ที่เมืองปูนา (Poona) ในประเทศอินเดีย เปนเมืองเล็ก ๆ หางจากเมอื งบอมเบยป ระมาณ
50 ไมล โดยไดรวมการเลน สองอยางเขาดวยกันคอื การเลน ปูนาของประเทศอนิ เดยี และการเลน ไมตีกบั ลกู ขน
ไก (Battledore Shuttle Cock) ของยุโรป
ในระยะแรก การเลน แบดมนิ ตันจะเลนกนั เพียงแตในหมูนายทหารของกองทพั และสมาชิกชนชั้นสูง
ของอินเดียเทา น้ัน จนกระทง่ั มนี ายทหารอังกฤษท่ีไปประจําการอยทู ี่เมืองปนู า นาํ การเลนตลี กู ขนไกน้ีกลบั ไป
องั กฤษ และเลนกันอยางกวา งขวาง ณ คฤหาสนแ บดมินตัน (Badminton House) ของดยคุ แหง บิวฟอรด ท่ี
กลอสเตอรเชยี ร ดังน้นั ในป พ.ศ. 2416 เกมกีฬาตลี กู ขนไกเลยถูกเรียกวา แบดมินตนั ตามชือ่ คฤหาสนข องด
ยุคแหง บิวฟอรด ต้งั แตนน้ั เปนตน มา
ท้งั นี้ กฬี าแบดมนิ ตนั ก็เร่ิมแพรหลายในประเทศแถบภาคพ้นื ยุโรป เนอ่ื งจากเปน เกมทค่ี ลา ยเทนนสิ แต
สามารถเลน ไดภายในตวั ตึก โดยไมต องกังวลตอลมหรือหิมะในฤดหู นาว นอกจากนี้ ชาวยโุ รปทอี่ พยพไปสูทวปี
อเมริกา ยงั ไดน าํ กีฬาแบดมนิ ตนั ไปเผยแพร รวมท้ังประเทศตา ง ๆ ในทวีปเอเชยี และออสเตรเลยี ท่อี ยภู ายใต
อาณานิคมของอังกฤษ เนเธอรแ ลนด ตา งนาํ เกมแบดมนิ ตันไปเลน ยงั ประเทศของตนเองอยางแพรหลาย
เกมกีฬาแบดมินตันจึงกระจายไปสสู วนตา ง ๆ ของโลก รวมทัง้ ประเทศไทยดว ย
สาํ หรบั การเลนแบดมินตนั ในระยะแรกไมไ ดมีกฎเกณฑตายตัว เพยี งแตเ ปนการตีโตลูกกันไปมาไมให
ลกู ตกพนื้ เทา น้ัน สวนเสนแบงแดนก็ใชตาขา ยผูกโยงระหวางตน ไมสองตน ไมไ ดคาํ นงึ ถงึ เร่ืองต่ําสูง เลนกนั ขาง
ละไมนอ ยกวา 4 คน สวนมาจะเลนทมี ละ 6 ถึง 9 คน ผูเลนสามารถแตงตวั ไดตามสบาย
จนกระทัง่ ป พ.ศ.2436 ไดม กี ารจดั ตัง้ สมาคมแบดมินตันแหง ประเทศองั กฤษขึ้น ซง่ึ นบั เปน สมาคม
แบดมนิ ตนั แหงแรกของโลก หลงั จากท่มี ีการจดั แขงขันแบดมนิ ตันชงิ ชนะเลศิ แหง ประเทศอังกฤษ หรือที่เรียก
กันวา ออลอิงแลนด ต้ังแตป พ.ศ.2432 ทางสมาคมแบดมินตันแหงประเทศองั กฤษจงึ ไดตัง้ กฎเกณฑข องสนาม
มาตรฐานขึน้ คือ ขนาดกวาง 22 ฟุต ยาว 45 ฟตุ (22 x 45) เปน สนามขนาดมาตรฐานประเภทคูท่ีใชใน
ปจจุบนั จากน้นั จงึ มีการปรบั ปรงุ ดดั แปลงในเรื่องอปุ กรณการเลน ใหดขี ึน้ เปน ลาํ ดับ ตอมาไดร บั ความนิยม
แพรห ลายไปท่วั โลก โดยประเทศในเอเชียอาคเนยท ่มี ีการเลน กฬี าแบดมินตันและไดร ับความนิยมสงู สดุ คอื
อินโดนีเซยี มาเลเซยี และประเทศไทย
สวนการแขงขนั ระหวา งประเทศไดเร่ิมจัดใหมีขนึ้ ในป พ.ศ. 2445 และตลอดเวลาหลายปที่ผา นมา
จาํ นวนประเทศที่เขารวมแขงขันกฬี าแบดมินตันระหวางประเทศมีมากวา 31 ประเทศ แบดมนิ ตนั ไดกลายเปน
เกมกีฬาทเ่ี ลนกันระหวา งชาติ โดยมีการยกทมี ขามประเทศเพื่อแขงขันระหวา งชาตใิ นทวปี ยโุ รป ในป พ.ศ.
2468 กลุมนักกีฬาของประเทศอังกฤษไดแ ขง ขนั กบั กลุมนักกีฬาประเทศแคนาดา หาปหลงั จากนน้ั พบวา
ประเทศแคนาดามสี โมสรสาํ หรับฝก แบดมินตนั มาตรฐานแทบทกุ เมอื ง
ในป พ.ศ.2477 สมาคมแบดมินตันของประเทศองั กฤษเปนผูนาํ ในการกอ ตง้ั สหพันธแบดมินตัน
ระหวา งประเทศ โดยมีชาติตา ง ๆ อีก 8 ชาติคือ แคนาดา เดนมารก อังกฤษ ฝรั่งเศส ไอรแ ลนด เนเธอรแ ลนด
นิวซีแลนด สกอตแลนด และเวลล โดยมีศนู ยกลางอยูท ่ีกรุงลอนดอน ปจจบุ ันมปี ระเทศท่ีอยูในเครอื สมาชกิ
กวา 60 ประเทศ ท่ขี ึน้ ตอสหพันธแบดมนิ ตนั ระหวางประเทศ (I.B.F.) สหพนั ธม ีบทบาทสําคัญในการกาํ หนด
และควบคุมกติการะเบียบขอบังคบั ตาง ๆ ของการแขงขันกีฬาแบดมนิ ตันท่ัวโลก
ในป พ.ศ.2482 เซอร จอรจ โทมัส นักแบดมินตันอาวุโสชาวอังกฤษเปนผมู อบถว ยทองราคา 5,000
ปอนด เพอื่ มอบเปน รางวัลใหแกผูช นะเลิศประเภทชาย ในการแขง ขันแบดมินตันระหวางประเทศ ซ่ึงสหพันธ
แบดมนิ ตันไดรับไวแ ละดําเนนิ การตามประสงคน ี้ แมวาตามทางการจะเรยี กวา การแขง ขันชงิ ถว ยชนะเลิศ
แบดมินตันระหวา งประเทศ แตน ยิ มเรียกกันวา โธมสั คัพ (Thomas Cup) การแขง ขนั จะจดั ขนึ้ ทกุ ๆ 3 ป โดย
สหพันธไ ดแ บง เขตการแขงขันของชาติสมาชิกออกเปน 4 โซน คือ
1. โซนยุโรป
2. โซนอเมรกิ า
3. โซนเอเชีย
4. โซนออสเตรเลเซีย (เดมิ เรียกวาโซนออสเตรเลยี )
วธิ ีการแขง ขันจะแขงขันชิงชนะเลิศภายในแตละโซนขน้ึ กอน แลว ใหผูชนะเลิศแตละโซนไปแขง ขนั รอบ
อนิ เตอรโซนเพื่อใหผ ชู นะเลิศทัง้ 4 โซน ไปแขง ขันชงิ ชนะเลศิ กบั ทีมของชาติทค่ี รอบครองดถว ยโธมัสคัพอยู ซึ่ง
ไดรบั เกยี รติไมตองแขง ขนั ในรอบแรกและรอบอินเตอรโซน ชดุ ท่เี ขาแขงขนั ประกอบดว ยผเู ลนอยางนอย 4 คน
การที่จะชนะเลิศน้นั จะตดั สินโดยการรวมผลการแขงขันของประเภทชายเดย่ี ว 5 คู และประเภทชายคู 4 คู
รวม 9 คู และใชเวลาการแขงขัน 2 วัน การแขงขนั ชิงถว ยโธมัสคพั ครั้งแรกจัดใหม ีขน้ึ ระหวางป พ.ศ. 2491-
2492
ตอมาในการแขงขนั แบดมินตันโธมัสคัพ ครั้งท่ี 8 ป พ.ศ. 2512-2513 สหพนั ธไดเปล่ียนแปลงวิธกี าร
แขง ขนั เลก็ นอ ย โดยใหช าติที่ครอบครองถวยอยูนัน้ เขารวมแขงขนั ในรอบอินเตอรโซนดว ย โดยวิธกี ารจบั สลาก
แลวแบง ออกเปน 2 สาย ผชู นะเลศิ แตล ะสายจะไดเขา แขงขนั ชงิ ชนะเลศิ โธมสั คัพรอบสดุ ทา ยตอ ไป สาเหตุที่
สหพันธเปลี่ยนแปลงการแขง ขันใหมน ี้ เน่ืองจากมบี างประเทศที่ชนะเลิศไดครอบครองถวยโธมัสคัพไมรักษา
เกยี รติท่ไี ดรับจากสหพันธไว โดยพยายามใชช้นั เชิงทไ่ี มขาวสะอาดรกั ษาถวยโธมสั คัพไวครงั้ แลวครงั้ เลา
สหพนั ธจึงตองเปลี่ยนขอบงั คับใหช าติท่ีครอบครองถว ยอยูนั้นลงแขง ขนั ในรอบอนิ เตอรโซนดังกลาวดวย
กีฬาแบดมินตนั ไดแพรหลายขนึ้ แมกระทัง่ ในกลุม ประเทศสังคมนยิ มก็ไดมีการเลนเบดมนิ ตันอยาง
กวา งขวาง มีการบรรจุแบดมนิ ตันเขา ไวในการแขง ขันเอเชยี นเกมส และซเี กมส การแขง ขันกฬี าของประเทศใน
เครือจักภพสหราชอาณาจักร รวมทัง้ การพิจารณาแบดมนิ ตันเขา สกู ารแขงขนั กีฬาโอลมิ ปก ลวนแตเปน เครื่อง
ยนื ยันวา แบดมินตนั ไดกลายเปน กีฬาสากลแลว อยางแทจริง
ประวตั ิกีฬาแบดมินตันแหงประเทศไทย
การเลนแบดมนิ ตันไดเขามาสูประเทศไทยในราวป พ.ศ. 2456 โดยเริ่มเลนกีฬาแบดมินตันแบบมี ตา
ขา ย โดยพระยานิพทั ยกุลพงษ ไดส รา งสนามขนึ้ ท่บี า น ซง่ึ ต้งั อยูริมคลองสมเด็จเจา พระยาธนบุรี แลวนยิ มเลน
กันอยางแพรห ลายออกไป สว นมากเลนกันตามบา นผูดีมตี ระกูล วังเจานาย และในราชสาํ นัก การเลน
แบดมนิ ตันครัง้ นั้น นยิ มเลนขางละ 3 คน ตอมาประมาณป พ.ศ. 2462 สโมสรกลาโหมไดเปน ผูจัดแขงขนั
แบดมนิ ตันทัว่ ไปขึน้ เปน ครงั้ แรก โดยจัดการแขง ขนั 3 ประเภทไดแ ก ประเภทเดีย่ ว ประเภทคู และประเภท
สามคน ปรากฏวา ทมี แบดมนิ ตนั บางขวางนนทบุรี (โรงเรยี นราชวทิ ยาลัยบางขวางนนทบรุ ี) ชนะเลศิ ทุก
ประเภท นอกจากนี้ มนี ักกีฬาแบดมนิ ตันฝมอื ดีเดนิ ทางไปแขงขันยังประเทศใกลเคียงอยูบอ ยๆ
ในป พ.ศ. 2494 พระยาจนิ ดารักษไดกอต้ังสมาคมชื่อวา “สมาคมแบดมินตนั แหงประเทศไทย" เม่ือ
แรกตงั้ มีอยู 7 สโมสร คือ สโมสรสมานมิตร สโมสรบางกอก สโมสรนิวบอย สโมสรยูนิต้ี สโมสร ส.ธรรมภักดี
สโมสรสงิ หอุดม และสโมสรศิรบิ าํ เพ็ญบญุ ซึ่งในปจจบุ ันนี้เหลอื เปน สโมสรสมาชิกของสมาคมอยเู พยี ง 2 สโมสร
คือ สโมสรนิวบอย และสโมสรยูนิต้ีเทา น้นั และในปเดยี วกัน สมาคมแบดมินตันแหงประเทศไทยกไ็ ดส มคั รเขา
เปน สมาชกิ ของสหพันธแบดมินตนั นานาชาติดว ย สมาคมแบดมนิ ตันแหง ประเทศไทยมนี ักกีฬาแบดมนิ ตันท่ีมี
ฝม อื ดีอยมู าก ซงึ่ ไดสรา งช่อื เสยี งใหก บั ประเทศไทยจากการลงแขงขันใน รายการตา ง ๆ ของโลกเปน อยา งมาก
ท้ังโธมัสคพั อูเบอรค พั และการแขงขันออลองิ แลนด โดยวงการแบดมนิ ตันของไทยยกยอง นายประวัติ ปตต
พงศ (หลวงธรรมนญู วฒุ ิกร) เปนบดิ าแหง วงการแบดมนิ ตันของประเทศไทย
กฎกติกาของแบดมินตนั
กฎกติกาเบ้ืองตน
1. การออกนอกเสน มกี ารกําหนดเสนออกแตง ตา งกนั ในกรณีเลนเด่ยี วและเลนคู
2. การเสิรฟ ลกู ตามกติกา ทถ่ี กู ตอ ง คือ
2.1. หวั ไมข ณะสัมผัสลูกตองตาํ่ กวา ขอมืออยา งเห็นไดชดั
2.2. หวั ไมขณะสมั ผสั ลูกตองตํ่ากวา เอวอยางเห็นไดช ดั
2.3. ผูเลน ตอ งไมถวงเวลา หรอื เสริฟชา หรือเสริฟ 2 จังหวะ การเสรฟิ ตอ งเสริฟไปดวยจังหวะเดยี ว
2.4. ขณะเสิรฟ สวนใดสวนหน่งึ ของเทา ท้งั 2 ขางตองสมั ผสั พื้นตลอดเวลา
2.5. เสิรฟลกู ทีถ่ กู ตอง ตองใหแรก็ เก็ตสัมผัสกบั หวั ลกู กอน หากโดนขนกอ นถือวา ผิดกตกิ า
3. ขณะตลี กู โตกนั หามนําสว นหน่ึงสว นใดของรางกายหรือไมแ บดไปสัมผสั กบั เนท็
4. หา มตลี ูกทีฝ่ ง ตรงขา มโตกลบั มาในขณะทีล่ กู ยังไมขา มเน็ทมายังแดนเรา (Over net) สหพนั ธ แบดมนิ ตนั
นานาชาติ (IBF) ไดกาํ หนดให ทดลองใชระบบการนับคะแนนการแขง ขันกฬี าแบดมินตนั ใหม ในระบบ 3 x 21
คะแนน ตง้ั แต วันท่ี 1 มกราคม 2549 เปน ตนไป
รายละเอียดของกติกาการนับคะแนนมีดังน้ี
1. แมทชหนง่ึ ตองชนะใหไดมากทส่ี ุดใน 3 เกม
2. ทกุ ประเภทของการแขงขัน ฝายทีไ่ ด 21 คะแนนกอนเปนฝายชนะในเกมนน้ั ยกเวน เมอื่ ได 20 คะแนน
เทากันตองนบั ตอใหม ีคะแนนหางกนั 2 คะแนน ฝายใดไดค ะแนนนาํ คะแนนกอนเปน ผชู นะ แตไมเกนิ 30
คะแนน หมายความวาหากการเลนดําเนินมาจนถึง 29 คะแนนเทากนั ฝายใดได 30 คะแนนกอ น เปนผูช นะ
3. ฝายชนะเปนฝา ยสง ลูกตอในเกมตอ ไป
4. ฝายชนะการเสีย่ งสิทธเ์ิ ปนฝายสงลกู ไดกอ น หากฝา ยตรงขามทําลูก "เสยี " หรือลูกไมไดอ ยูใ นการเลน ผู
เลือกสง ลกู กอนจะไดค ะแนนนาํ 1-0 และไดสงลกู ตอ แตห ากผูสง ลูกทําลูก "เสีย" หรอื ลกู ไมอยูในการเลน ฝาย
ตรงขา มจะไดค ะแนนตามมาทันทเี ปน 1-1 และฝายตรงขามจะไดสิทธ์สิ ง ลกู แทน ดาํ เนินเชน นีต้ อ ไปจนจบเกม
5. ประเภทคูใหส งลกู ฝายละ 1 ครัง้ ตามคะแนนท่ีได ขณะท่ีเปลย่ี นฝายสง ลูก หากคะแนนเปนจาํ นวนค่ี ผอู ยู
คอรด ดานซา ยเปนผูสง ลูก หากคะแนนเปนจํานวนคผู ูอยคู อรดดานขวาเปนฝายสงลกู
การดวิ ส
หาก ผูเลนท้งั สองฝายทําคะแนนไดเทากันในคะแนนท่ี 20 จะมกี ารเลนตอ จนกวาวาจะมีคะแนนมากกวาฝา ย
ตรงขาม 2 คะแนน แตถ ายังไมส ามารถทําคะแนนหางกัน 2 แตม ได จะเลน ตอ ไปเร่ือย ๆ แต เม่ือแตม ได 29
เทากนั ใครที่ทําไดแตม 30 กอนจะเปน ฝายชนะ
ลักษณะความกวา ง – ความยาวของสนามแบดมินตนั ท่ีไดมาตรฐาน
- ขนาดสนาม : ความกวาง 610 ซม. และความยาว 1340 ซม. (ภายในเสน )
- ความสูงของสนามไมค วรต่ํากวา 10 เมตร (โดยวัดจากจุดตํา่ สดุ ของคานหลงั คา)
- ความหางของแตละสนามข้ันต่าํ 100 ซม. (วัดจากเสนขา งสนามทง้ั สอง)
- ดานหลังสนามควรมพี น้ื ที่ปลอดภยั จากเสนหลงั สนามขน้ั ตํา่ 80 ซม.
- เสนมีขนาด 4 ซม. เปน สขี าวหรือสเี หลอื ง(ตองไมสะทอนแสง)
- ไฟสนาม (แบบแผงขาง) วัดจากใตโ ครงแผงไฟ ถึงพ้ืนสนาม ข้ันต่าํ 3 เมตร (1 สนาม ใชประมาณ 22-30
หลอด ตอ สนาม)
- ไฟสนาม (High-Bay) หรอื โคมโรงงาน ควรอยบู รเิ วณเสน ขางสนาม ขา งละประมาณ 4-5 ตัว (1สนามควรใช
ประมาณ 8-10ตัว)
ประเภทของแบดมนิ ตัน
ถา เปนการเลน หรือการแขงขนั ทั่วไป จะเปนการเลน ประเภทบุคคล
โดยเปนการเลน แบบเด่ยี ว และการเลนแบบคู
การเลนแบบเด่ยี ว มี 2 อยาง คอื ชายเดี่ยว และ หญิงเดย่ี ว
การเลนแบบคูมี 3 อยาง คือ
ชายคู หญิงคู และคูผ สม
นอกจากนี้ในรายการแขง ขนั ท่ีเปนตัวแทนระดับชาติ มักจะเพิม่ การแขงขนั ประเภททีม เขาไป ไดแ ก ทีมชาย
และทีมหญิง
เทคนิคการเลนแบดมนิ ตัน
การเลือกอุปกรณแบดมินตัน
การเลือกอุปกรณแบดมนิ ตนั ใหเหมาะกับตนเองเปน ส่ิงสําคัญ ดังเชน การเลอื กไมแบดควรใสใ จเลือกโดยใช
ปจจยั หลายๆ อยาง เชน พวกนํา้ หนักไมและความบาลานซ คนท่ชี อบตบลูกแบดมนิ ตันควรเลอื กไมทหี่ ัวหนัก
หนอ ย สวนคนท่ชี อบเลน ทางเนนรับ ก็ควรจะเลือกไมเบา เพ่อื จะใหส ะดวกรวดเร็วในการเปลีย่ นหนา ไม
แบดมินตนั ยงั ไงกต็ ามกอนซ้ือกล็ องหยิบจับไมแ บดมนิ ตนั มาลองเหวีย่ งตดี วู า พอดกี ับเราหรอื เปลา เหมาะมอื
หรอื ไม
ฝกซอ มเทคนคิ แบดมินตันในการตีลูกขนไก
เทคนิคการเลนแบดมินตนั มีหลายเทคนคิ ดวยกัน สวนหน่ึงกค็ อื การเร่มิ ตนฝกความชาํ นาญพนื้ ฐานของตัวเรา
เองกอน เชน การฝกตตี รงกลางลูกขนไกอยูเสมอและการตีลูกขนไกในจุดสูงสดุ ของวิถีโคง จะชว ยเปลี่ยนความ
สูงของลกู ขนไกในแตล ะขณะ การฝกฝนการตลี ูกหยอดเพอ่ื เอาชนะคูตอสู การตลี ูกขนไกใหถึงเสน หลงั และการ
ฝกฝนการเคลือ่ นไหวเทา ซง่ึ เทคนิคเหลา นจ้ี ะชวยใหเรามี
กลยทุ ธตางๆ ในการโจมตีคูตอสู ทาํ ใหเรามีโอกาสในการไดรบั ชยั ชนะทีส่ งู ข้นึ หากเราฝก ฝนชํานาญ
เทคนคิ แบดมินตันในการประเมินคูตอสู
เทคนคิ หน่ึงท่ีจะทําใหเราสามารถเอาชนะคูตอ สูได หลงั จากที่เราไดก าวเขา สูส นามแบดมนิ ตันแลวก็คือ การ
ประเมนิ จดุ แขง็ และจดุ ออนของคตู อสูวามีจดุ แข็งจุดออนอะไรบาง ซึ่งจะทาํ ใหเรารไู ดเลยวาคูตอสเู ปน ผเู ลน
ประเภทแบบตั้งรบั หรอื แบบรุก ชอบตีดวยหนา มือหรือหลงั มือ เราควรจะตีลูกแบบไหนที่ทําใหคูตอ สเู สยี หลัก
การโตลูกหยอดแบบสน้ั หรือยาวท่ที าํ ใหคตู อสเู สยี คะแนน สิ่งเหลาน้ีเปน การประเมินคแู ขงเพอื่ ท่เี ราจะไดวางกล
ยทุ ธในการเลนใหเหมาะกบั ตัวเองวาจะเดนิ เกมอยางไรตอ ไป เขาทํานองทีว่ า “รเู ขารูเรา รบรอ ยครัง้ ชนะรอ ย
ครง้ั ” นัน่ เอง
เทคนิคแบดมินตันดวยการสรางกําลังใจ
เทคนิคแบดมินตันอีกหนง่ึ สง่ิ ท่ีสําคญั มากก็คือ การตัง้ สติใหมั่นดว ยกาํ ลงั ใจทีด่ ี ไมว าจะเจอกบั สถานการณที่
ยากลาํ บากหรอื ความกดดนั รอบสนามแบดมนิ ตันอยางไรก็ตาม ก็จะมสี ติและประเมินสถานการณไดดีอยู
ตลอดเวลา เวลาที่เปนฝายตามก็ใหว ิเคราะหเกมใหม คอยๆ จับวธิ กี ารแกเกมดว ยกาํ ลังใจท่ีพรอ มสูไมถอย
กําลังใจท่ีเขม แขง็ จะเปน เทคนิคหนง่ึ ที่จะทําใหเราสามารถแขงขันในสถานการณทกุ สถานการณไ ดอยา งมั่นใจ
หากเรากลวั คตู อ สูของเรา เราก็จะสูญเสยี ความม่ันใจซ่ึงอาจจะทาํ ใหเราพายแพต อการแขงขันได
ทักษะท่ีใชใ นการตีแบดมนิ ตัน
การจบั ไมแบดมินตัน
กอนที่จะเรยี นรถู งึ ทักษะการเลน กีฬาแบดมนิ ตนั ใด ๆ ผูเรียนจะตอ งจับไมแ บดมินตนั ใหถูกวิธีเสียกอน
วิธีการคือ ผูทถ่ี นดั มือขวาก็ใชม ือขวาจับโดยยนื่ มอื ขวาออกไปขา งหนา เหมอื นกับการจับมือกับบคุ คลอน่ื ท่ีถูก
แนะนาํ ใหรูจักโดยใหนวิ้ ท้ัง 4 กํารอบดามไมแบดมินตนั น้วิ หัวแมม ือกบั นิ้วชี้จะอยตู รงดานสนั ของดา มไม
แบดมินตันเปน รูปตัว วี โดยตาํ แหนงนิ้วหัวแมมือจะทาบอยูทางดา นแบนของดา มไมแ บดมินตนั
การจบั ลกู แบดมินตัน
เมื่อรูถ ึงวิธีการจับไมแลว ตอไปก็ตอ งรถู ึงการจับลูกขนไกซ ่ึงเปนอปุ กรณป ระกอบการเลน กีฬาแบดมินตนั การ
จับลกู ขนไกมีความสําคญั อยา งมากในการเสิรฟ ลูกการจับลูกขนไกท ่ีนิยมกันมี3วิธคี อื
1. จบั ที่หัวไมคอรกของลกู โดยใชน้ิวหัวแมม อื นิ้วช้ี และน้ิวกลางจับลูก
2. จบั ที่ปลายขนไกดานในของลกู โดยใชนิ้วหัวแมม ือกบั นิ้วช้ี
3. จับโดยการวางลูกอยบู นฝามอื
ฟตุ เวริ คกบั จังหวะของการตีลกู
กฬี าแบดมินตนั เปน เกมสท ี่ผูเลนท้งั สองฝา ยตองมีการเคลอื่ นยา ยตัววิ่งไลต ีลูกตลอดเวลาผูเลนจึงตอ งรูจักการ
ว่ิงเขา ออก การประชดิ ลูกในจังหวะท่ีถกู ตอง เคลือ่ นยายตวั เองไปอยูในจุดทีถ่ ูกตอง ตลี ูกไดถ นัด ตดี วยความ
สะดวก ตีลกู ดว ยความงา ยดาย และสนิ้ เปลอื งพลงั งานใหน อยที่สดุ ฟุตเวิรค หรอื จงั หวะเทาสําหรับการเลน
แบดมินตันมีความสําคญั มากทส่ี ุด ฟตุ เวริ คท่ดี ีจะทําใหการออกตัวสืบเทา พาตัวพุงไปสทู ิศทางตาง ๆ รอบ
สนามกระทาํ ไดดวยความคลองแคลวและฉบั ไวเพราะหลักการสําคัญทสี่ ุดในกฬี าแบดมนิ ตันสําหรบั ผูเ ลน
ทุกคนที่เลนเพ่ือความเปนเลิศในระดบั แขงขนั จะตอ งจําไวใหแมนกค็ ือ
- จะตอ งว่ิงเขาไปหาลูกเสมอ อยาทงิ้ ชว งปลอยใหลกู วิ่งมาหา
- จะตองพงุ ตัวเขาตลี ูกใหเร็วทส่ี ุด และตลี กู ขณะท่อี ยูในระดับท่สี งู ท่สี ดุ
เพราะฉะนัน้ ในเกมการเลน แบดมินตันการคาดคะเน(Anticipation)เปาหมายการตี กบั วิธที างตลี ูก
ของฝา ยตรงขาม จึงจําเปนตอ งพถิ พี ิถันเปน พิเศษ บางครง้ั ยังตอ งใชเทคนิคการ “ดักลูก”เขา มาชวยอีกดวย
โดยเฉพาะอยา งยิง่ การเลน ประเภทคูจะตองอาศัยการจับทางของคตู อสใู หไดมากทส่ี ุด เพ่ือการพุงเขาประชดิ ตี
ลกู ในระดับบนใหเร็วที่สุดเทา ที่จะทําไดก ารตีลกู ในระดับที่สูง จะทาํ ใหผ เู ลน มีโอกาส “กดลกู ” บีบเกมเลนให
ฝา ยตรงขามตองตกเปนฝายตั้งรบั อีกทง้ั ยังมี “มุมลึก” กับ“เปาหมาย” สาํ หรับการตลี กู ไดม ากขนึ้ ย่ิงตีลูกจาก
ระดับสูงไดม ากเทา ใดยอมจะมี “มุมลกึ ” ของเปาหมายไดมากเทา น้นั เชน การกระโดดตบพรอมทั้งใชข อมือ
ตวัดตลี ูกจิก จะทาํ ใหลูกสามารถขา มไปในมมุ ทลี่ ึกกวาการตบลูกจากระดับธรรมดา ถา ทาํ อยางน้ไี ด จะทาํ ใหลกู
ท่ตี ขี ามไปนน้ั เกิดวิถลี ูกทข่ี า มไปหลากหลาย ทําใหคูตอสูเดาการเลนของเราไมถ กู หรอื คาด การณออกวา เราจะ
สงลกู ไปในลกั ษณะใด
ฟตุ เวิรค จังหวะเทา ท่ดี ี เร่มิ ตน ทีผ่ เู ลน ทิง้ นํา้ หนกั ตัวบนปลายเทาท้ังสอง หรืออีกนยั หนึ่ง คอื ไมควรยนื ดวยการ
ทิง้ นา้ํ หนักตัวบนแผน เทา ท้ังสอง ในขณะที่ยนื ปลายเทา ควรวางเทาทงั้ สองแยกจากกันเล็กนอยตามถนดั การ
ยนื ในลกั ษณะนที้ าํ ใหผูเลน พรอมที่จะพุงตวั ออกจากจดุ ศูนยกลางอยางฉับไว การพงุ ออกไปไมวาจะไปทาง
ดา นหนา ดานหนา ซา ยขวา ดานขา งซา ยขวาหรอื ดา นหลัง หรอื หลังซา ยขวา ผูเลน สามารถเคลอ่ื นยายตัวไป
ครอบคลมุ พน้ื ทสี่ นามไดท ง้ั หมดจงั หวะเทา อาจจะซอยถ่ี เปนชว งสั้น หรือยาวตามแตส ถานการณ ในกรณที ่ีตอ ง
วง่ิ ในระยะทางไกลควรสาวเทาเกา ยาว เม่ือถึงจงั หวะท่จี ะเขาประชิดลกู กอ็ าจจะซอยฟุตเวิรคสน้ั ลงเพ่ือเสาะหา
จังหวะการตีลกู ใหกับตัวตามถนัด
การสืบเทาเขาประชิดลกู ไมว า เปนกาวสนั้ หรือกา วยาว ควรจะพาตวั เขา ใกลล ูกในระยะใด ผเู ลน ควรคํานึงถึง
ความจรงิ วา ถาลกู หา งไกลจากตวั มาก ผูเลนจะเอ้ือมตีลกู ดว ยความลําบาก แรงทีส่ งมาจากแหลงตาง ๆ ของ
การตีลูกไมม ีโอกาสไดรวมพลงั ใชอยางเต็มที่ในทาํ นองเดยี วกัน ถาลูกประชดิ ในระยะใกลเกนิ ไป วงสะวิงของ
การเหวี่ยงตลี ูกแคบแขนตดิ ที่ชว งไหล ก็จะทําใหแรงตลี กู ไมส ามารถนาํ ออกใชไดอ ยางมปี ระสทิ ธิภาพเชนกัน
ระยะหา งจากตวั ผูเลนในขณะทเี่ ลน ควรจะอยูในระหวา ง 2-3 ฟตุ จากลําตัวเปน ระยะท่กี วางพอสําหรับการตลี ูก
ไดอยา งถนัดและเตม็ เหน่ียว
ฟตุ เวิรค หรอื จังหวะเทา จะวางอยางไรกแ็ ลวแต ตองไมลืมการตีลูกเบสคิ พ้นื ฐาน ลกู หนามือ เทา ซายอยหู นา
เทาขวาอยูห ลัง และลูกหลังมือ เทา ขวาจะอูหนา เทาซา ยจะอยูหลงั (สาํ หรบั ผูเลนที่ถนดั ขวาถาถนัดซายก็
สลบั กนั ) ฝก ฟตุ เวิรคจงั หวะเทา ไปสักพักใหญ ๆ ทุกอยา งจะดําเนินไปโดยธรรมชาติ ผูเลนจะไมค ํานึงหรือกงั วล
เร่อื งของฟุตเวิรคอีกเลย
รจู กั แหลง ที่มาของแรงตลี ูก
นกั เลน หดั เลน ใหมตลี ูกไปสกั พกั หนึ่ง ก็จะเร่ิมฉุกคิดขนึ้ มาวาทําไมการตลี กู ของตนจงึ ไมมีแรงสง อยา งใจนกึ
เหว่ียงแรก็ เก็ตหวดตีลกู เตม็ แรงแลว ลูกยงั ไปไมถ ึงหลังใหเรามาชว ยกนั คดิ ดูวา ทําไมจงึ เปนเชน นั้น คําตอบกค็ ือ
การตีลกู ในกีฬาแบดมินตนั ไมเหมือนการตีลูกเทนนิสหรอื สควอชเพราะลกู ขนไกม นี ้าํ หนักเบาการตลี ูกขนไกให
พงุ ไปขา งหนา อยางแรง จึงตอ งอาศยั จังหวะทส่ี มบูรณผสมผสานกนั ของแรงเหวย่ี งทมี่ าจากแหลง ตาง ๆ ของ
แรงตลี ูกแหลง ท่มี าของแรงตลี กู จําแนกออกไดจาก
3 แหลงใหญ คอื
1. แรงทเ่ี กดิ จากการถายเปลีย่ นน้ําหนักตัวจากเทาหลังไปสูเทาหนา
2. แรงท่ีเกิดจากการเหวียงของลําแขน
3. แรงท่ีเกิดจากการตวัดและการสะบัดอยางแรงของขอมอื
จัดทําโดย
1. นายกรณิช แกวกัญญา รหสั นักศกึ ษา 6340106112
2. นายดิตถการ แกประโคน รหสั นักศกึ ษา 6340106116
3. นายธนกฤษ ทศภกั ดิ์ รหัสนกั ศกึ ษา 6340106117
4. นายธนวฒั น ปลัดครบุรี รหัสนักศกึ ษา 6340106118
5. นายศรทอง พระศรี รหัสนกั ศกึ ษา 6340106129
6. นายศุภษติ สิงหช า รหสั นกั ศึกษา 6340106130
พลศึกษาช้ันปท่ี 1 หมูเรียนท่ี 1 กลมุ P3
อา งองิ
https://hilight.kapook.com/view/71895?fbclid=IwAR2UmYNLMYoIPcF_ZmrfPN0VPTEoHFjPxMHEbk0Ow
BHwh-gIe4sSphPOMiI
https://sites.google.com/site/wwwbaetmintancom/prawati-bae-tmin-tan/ktika-khxng-
baedmintan?fbclid=IwAR1lgNfDz9UdG1sJ8gzhiASdkbfN3nsalTkHqC6xegdwqOYUyfjjBUYpNlU
https://www.trumqbadminton.com/2020/01/29/standard-badminton-
court/?fbclid=IwAR0waNH78wdggnXChyxSX-nZxeiUbHlNgmM0k0c3uENm1tbLAztyEqU8QsI
https://sites.google.com/site/bmtjbp18/prapheth-khxng-
baedmintan?fbclid=IwAR2pdiVJbybSnqZ_pDok0zGBx4m-L0P1tgHMb9GrbaUCtT6NFXoN6UuKkhE
https://www.central.co.th/e-shopping/5-badminton-
techniques/?fbclid=IwAR10UFe5xNeeKzbZUPNcmgzBADvNZZi-PKvP98-w-BD73GQPdpXBUkVjHZo
https://sites.google.com/site/tubaedmintan/thaksa-thi-chi-ni-kar-ti-
baedmintan?fbclid=IwAR2XTblYnOxbRATHPrk1Z8_bw0pFC5MUuRf7jI92c6EDf_hvKPtsgij6Rcw