The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 4-การเลือกซื้อสินค้าและบริการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

บทที่ 4-การเลือกซื้อสินค้าและบริการ

บทที่ 4-การเลือกซื้อสินค้าและบริการ

การเลือกซื้อสินค้าและบริการ


พระราชด ารัสของ "ในหลวง" เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 31 ธ.ค. 2502 “การใช้จ่ายโดยประหยัดนั้นจะเป็นหลักประกันความ สมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเองและครอบครัว ช่วยป้องกัน ความขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้ จะมี ผลดีไม่เฉพาะแก่ผู้ประหยัดเท่านั้น ยังจะเป็นประโยชน์แก่ ประเทศชาติด้วย” (พระราชด ารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 31 ธันวาคม 2502)


4.1 รายจ่ายค่าอาหาร สิ่งที่เป็นตัวก าหนดรายจ่ายค่าอาหาร 1. รายได้รวมของครอบครัว 2. จ านวนสมาชิกและอายุของสมาชิกในครอบครัว 3. ชนิดของอาหารที่แต่ละครอบครัวชอบรับประทาน 4. การวางแผนการในการซื้อจะสามารถช่วยประหยัดเวลา และจ านวนเงินในการจ่ายซื้ออาหารได้ 5. ความถี่ในการจ่ายซื้ออาหาร 6. การจัดงานเลี้ยงเพื่อสังสรรค์


หลักการเลือกซื้ออาหารที่ถูกสุขลักษณะ อาหาร หมายถึงอาหารสด อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง อาหารปรุงส าเร็จ เครื่องดื่ม น้ าดื่ม น้ าแข็ง นมและผลิตภัณฑ์นม สารปรุงแต่งอาหาร ซึ่งมีหลักการในการเลือกซื้อ อาหารที่ถูกสุขลักษณะ โดยค านึงถึง หลัก 3 ป. คือ ปลอดภัย ประโยชน์ ประหยัด ปลอดภัย คือ ต้องเลือกซื้ออาหารที่ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย ผลิตจากแหล่งที่ เชื่อถือได้ โดยมีลักษณะ สีสัน กลิ่น รสชาติ ตามธรรมชาติ ในกรณีที่เป็นอาหารที่มี การควบคุมตามกฎหมาย จะต้องมีเครื่องหมาย/สัญลักษณ์แสดงให้เห็น เช่น เครื่องหมาย อย. เครื่องหมาย มอก. ที่ส าคัญคือ จะต้องเลือกซื้ออาหารที่ใหม่ สดโดย ดูจากวันที่ผลิต หรือ วันหมดอายุบนฉลากบรรจุอาหารเป็นส าคัญ ประโยชน์คือ ต้องเลือกซื้ออาหารที่มีคุณค่า คุณประโยชน์ทางโภชนาการ การเลือก ซื้ออาหารบริโภคต้องค านึงถึงคุณค่าอาหารให้ครบถ้วน เหมาะสมกับความต้องการ ประหยัด คือ ต้องเลือกซื้ออาหารตามฤดูกาลที่ผลิตในท้องถิ่น เพื่อจะได้อาหารที่มี คุณภาพดี ราคาถูก หาซื้อได้สะดวก


หลักการเลือกซื้อผัก


หลักการเลือกซื้อผัก การเลือกซื้อผัก การเลือกซื้อผักสดบางชนิด - เผือก มัน เลือกหัวที่มีน้ าหนักมาก เนื้อแน่น ผิวเรียบ ไม่มีต าหนิ - หัวไชเท้า เลือกหัวที่ไม่งอ ขนาดกลางยังอ่อนๆ มีผิวเรียบ - กะหล่ าปลีเลือกหัวแน่นๆ จะมีน้ าหนักมาก - ผักที่เป็นฝัก เช่น ถั่วฝักยาว ถั่วลันเตา เลือกฝักอ่อนๆ สีเขียว เนื้อแน่นไม่ฝ่อ ฝักแก่จะมีสีขาวนวล - ผักที่เป็นใบ เช่น ผักคะน้า ผักกาดหอม ฯลฯ เลือกต้นที่มีสีเขียวสด ไม่เหี่ยว ไม่มีรอยช้ า ต้นใหญ่ ใบติดโคนแน่น


หลักการเลือกซื้อผัก การเลือกซื้อผัก การเลือกซื้อผักสดบางชนิด - มะเขือเปราะ มะเขือยาว เลือกขั้วติดแน่น สีสด น้ าหนักมาก ไม่เหี่ยว - แตงร้าน เลือกลูกที่มีน้ าหนักมาก ลูกยาว สีเขียวอ่อน ไม่มีรอยช้ า ผิวนวล - แตงกวา แตงกวาผิวเขียว ดีกว่าผิวขาวนวล ผิวเขียวเนื้อหนาเมล็ดเล็ก เนื้อจะกรอบ กว่าผิวขาวนวล ซึ่งมีเนื้อน้อยและเหนียว - มะนาว เลือกที่มีเปลือกบาง ผิวเรียบไม่เหี่ยว - ฟักทอง เลือกลูกที่มีน้ าหนักมาก ผิวเปลือกขรุขระ เนื้อจะแน่น


การเลือกซื้อเนื้อสัตว์ (เนื้อ/หมู) การเลือกซื้อเนื้อสัตว์ (เนื้อ/หมู) การเลือกซื้อเนื้อหมู ควรเลือกเนื้อหมูที่มีสีชมพู มันสีขาว หนังเกลี้ยง และ ขาว ถ้าเป็นหมูแช่เย็นค้างคืนเนื้อจะมีสีซีด ส าหรับหมูสามชั้น ควรเลือกที่ มีมันบาง มีเนื้อหลายชั้น หนังขาว ไม่มีพังผืด ระหว่างชั้นหนังหมูสะอาด เนื้อหมูสามารถน ามาปรุงอาหารหลายชนิด แต่ต้องเลือกเนื้อหมูให้ เหมาะสมกับอาหารชนิดนั้น ๆ ด้วย เช่น การท าแกงจืดชนิดต่างๆ ควรใช้ หมูสามชั้นมาสับให้ละเอียดใช้ใส่แกงจืด หมูสับจะมีความนุ่ม รสชาติดี หรือถ้าจะท าหมูแดง ควรใช้เนื้อหมูสันใน เพราะจะมีความนุ่มมากกว่าการ ใช้เนื้อส่วนอื่น ๆ


การเลือกซื้อเนื้อวัว การเลือกซื้อเนื้อวัว ควรเลือกเนื้อที่มีสีแดง มันมีสีเหลือง ถ้าเนื้อ ไม่สดจะมีสีเขียวคล้ าๆ แต่ถ้าเป็นเนื้อควายจะต่างจากเนื้อวัว โดยสังเกตดู จากมันของเนื้อควายจะมีสีขาวและเนื้อหยาบมากกว่า การเลือกซื้อเนื้อวัว ก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับอาหารชนิดนั้นๆ ด้วย เช่น ถ้าเป็นการผัด ควรต้องเลือกเนื้อสะโพก เพราะมีความนุ่มปานกลาง


การเลือกซื้อเนื้อสัตว์ (เป็ด/ไก่) การเลือกซื้อเนื้อสัตว์ (เป็ด/ไก่) การเลือกซื้อเนื้อไก่ นอกจากจะดูความสดแล้ว ต้องดูว่าเป็นไก่แก่หรือ ไก่อ่อน เพราะจะเหมาะกับการปรุงอาหารแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นไก่ ทั้งตัวก็จะมีข้อสังเกตคือ - ไก่แก่ ปลายเล็บมน หนังใต้อุ้งเท้าจะหนาแข็ง เดือยจะยาว - ไก่อ่อน เล็บจะแหลม หนังใต้อุ้งเท้าจะบาง เดือยจะสั้น ถ้าเป็นสาวจะไม่เห็น เดือยไก่ที่สมบูรณ์ เนื้ออกจะหนาและนุ่ม การเลือกซื้อเนื้อเป็ด ควรเลือกซื้อเป็ดที่อ้วน และให้สังเกตดูว่าเป็ด แก่หรือเป็ดอ่อน สังเกตจากปากและตีนเป็ด ถ้าปากและตีนเป็นสีเหลือง แสดง ว่าเป็นเป็ดอ่อน ถ้าเป็นเป็ดแต่ตีนจะมีสีด า เนื้อจะเหนียวและมีกลิ่นสาบมาก


การเลือกซื้อไข่ การเลือกซื้อไข่ (เป็ด/ไก่) ไข่เป็ด วิธีเลือกไข่เป็ดก็ไม่ยากเลยค่ะ เพราะไข่เป็ดมีเปลือกสีขาว เราจึงสามารถมองทะลุไปด้านในได้ ให้ลองสังเกตที่ฟองอากาศซึ่งอยู่ด้าน ปลายแหลม ถ้ามองแล้วไม่เห็นฟองอากาศก็จะเป็นไข่ใหม่เลยค่ะ ถ้าเห็น ฟองอากาศเพียงเล็กน้อยก็ยังถือว่าค่อนข้างใหม่อยู่ แต่ถ้ามีส่วนของ ฟองอากาศที่เห็นได้ชัดเจนแปลาว่าไข่เริ่มจะเก่าแล้ว รู้วิธีแล้วคราวหน้าก็ลอง หยิบไข่เป็ดขึ้นมาดูก่อนซื้อนะคะ


การเลือกซื้อไข่ การเลือกซื้อไข่ (เป็ด/ไก่) ไข่ไก่ วิธีเลือกซื้อไข่ไก่ให้ได้ไข่ที่มีคุณภาพดี 1. ดูที่เปลือกไข่ไก่ ถ้าเป็นไข่ใหม่จะเหมือนมีผงแป้งติดอยู่ เปลือกมีสีนวล เวลา จับจะสากมือไม่ลื่น ถ้าเป็นไข่เก่าหรือไข่ที่ใกล้จะเน่าแล้วจะมีจุดเป็นสีเทาๆ ด าๆ ที่เปลือกไข่ 2. ไข่ไก่ที่เป็นไข่ใหม่เปลือกจะมีลักษณะไม่เรียบ แต่ถ้าเป็นไข่เก่าเปลือกจะบางลง เรื่อยๆ 3. ควรเลือกไข่ไก่ที่มีเปลือกสะอาด ไม่แตกร้าว เพราะถ้าเปลือกสกปรกหรือ แตกร้าว เวลาน ามาประกอบอาหารอาจจะมีเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกปะปนใน อาหารได้


การเลือกซื้ออาหารสด ปลา/กุ้ง/หอย/ปู/ปลาหมึก การเลือกซื้อปลา ควรจะเลือกปลาที่ตาใส เกล็ดและหนังไม่ขุ่น เนื้อแน่น เมื่อกดดูไม่บุ๋มตามรอยนิ้วมือ เนื้อไม่แข็งทื่อ ไม่มีกลิ่นเหม็น มีกลิ่นตามลักษณะ ของปลาแต่ละชนิด เหงือกมีสีสด การเลือกซื้อกุ้ง ควรซื้อกุ้งที่มีหัวติดแน่งกับตัวไม่หลุดง่ายเนื้อแข็ง ตาใส เปลือกใส ตัวโต - กุ้งทะเล เปลือกแข็งใส หัวติดแน่นกับตัว - กุ้งน้ าจืด ตาใส ล าตัวสีน้ าเงินปนเขียว เนื้อใส แข็ง


การเลือกซื้ออาหารสด ปลา/กุ้ง/หอย/ปู/ปลาหมึก การเลือกซื้อปู การเลือกซื้อปู โดยเฉพาะปูที่ยังไม่ตาย โดยเฉพาะปูทะเลดู น้ าหนักตัว และความแน่น โดยการกดดูตรงส่วนอก ถ้าเนื้อแน่นกดไม่บุ๋ม แสดงว่า เป็นปูใหม่ - ปูม้า ตัวหนัก เนื้อแน่น ไม่มีกลิ่นเน่า เลือกที่สด เคลื่อนไหวได้ เลือกตัวที่หนัก - ปูตัวเมีย (ปูไข่) ดูที่ฝาปิดหน้าอกจะใหญ่กว่าปูตัวผู้ - ปูตัวผู้ (ปูเนื้อ) มีฝาปิดหน้าอกเล็ก เนื้อแน่นเวลากดจะไม่ยุบลง - ปูทะเล ปูที่ยังเป็นๆอยู่ สีเขียวเข้ม เนื้อหน้าอกแน่น กดไม่ยุบ ตัวหนัก ตาใส วิธีเลือกให้ทดลองแหย่ไปที่ตาปูดู ถ้ายังกระดุกกระดิกได้ก็แสดงว่า ปูยังไม่ตาย ถ้าปูตาย เนื้อจะน้อย


การเลือกซื้ออาหารสด ปลา/กุ้ง/หอย/ปู/ปลาหมึก การเลือกซื้อหอย ควรเลือกซื้อหอยที่หุบปากแน่น เคาะเป็น เสียงทึบ เมื่อวางไว้จะด า และหุบอย่างรวดเร็วเมื่อเอามือไปแตะไม่มี กลิ่นเหม็น บางชนิดต้องซื้อทั้งเปลือกที่ยังเป็นๆ อยู่ เช่น หอยลาย หอยแครง หอยกะพง พอตายแล้วจะเน่า หอยที่แกะเปลือกแล้ว เช่น หอยแมลงภู่ ต้องมีสีสดใส ตัวหอยอยู่ในสภาพที่ดี ไม่ขาดรุ่งริ่ง น้ าแช่หอยไม่มีเมือกมาก และไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า


การเลือกซื้อผลไม้


การเลือกซื้อผลไม้ การเลือกซื้อผลไม้บางชนิด - ส้มเขียวหวาน เลือกที่มีเปลือกบาง มีสีเขียวเหลือง น้ าหนักพอสมควร เช่น 1 กิโลกรัม มีส้มอยู่ 7 ลูก - สับปะรด เลือกตาใหญ่ เปลือกสีเขียวอมเหลือง - มังคุด เลือกขนาดเล็ก ผิวเรียบ - ลางสาด เลือกผลยาวรี ผิวสีเหลืองนวล จับดูเนื้อนุ่ม ใกล้ขั้วมีสีเหลือง ออกน้ าตาล - เงาะ เลือกเงาะสดไม่เหี่ยว - ชมพู่ ผิวเรียบไม่มีแมลงกัดกิน ลูกใหญ่ - องุ่น เลือกที่เป็นพวง ลูกใหญ่


ผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง


ผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง การถนอมอาหารนั้น เป็นการช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหารไว้ บริโภคได้เป็นเวลานาน โดยที่อาหารนั้นไม่สูญเสียคุณภาพ รวมทั้งยังช่วยลด ปัญหาการขาดแคลนอาหาร และท าให้มีอาหารบริโภคนอกฤดูกาล หนึ่งใน วิธีการถนอมอาหาร คือ การท าแห้ง (Dehydration) เพื่อให้ได้ ‘อาหารแห้ง’ ซึ่งเป็น อาหารที่ผ่านกระบวนการอบแห้งหรือการตากแห้ง เพื่อลดปริมาณน้ าใน อาหาร เพราะการลดปริมาณน้ าเป็นการยับยั้งการท างานของเอนไซม์ และชะลอ การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของการเสื่อมเสียอาหาร และจุลินทรีย์ ก่อโรค ทั้งรา ยีสต์ และแบคทีเรีย เช่น ผัก ผลไม้แห้ง เห็ดหอมแห้ง กุ้งแห้ง ถั่ว ลิสง หอม กระเทียม และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ซื้อมาปรุงเป็นอาหาร


ผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง อาหารแห้งที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจ าวัน ได้แก่ เครื่องดื่มผงส าเร็จรูป เช่น ชา กาแฟ นมผง กาแฟผง เครื่องดื่มจากธัญพืช น้ าสมุนไพรพร้อมดื่ม เครื่องเทศ (spice) อาหารแห้งจาก เนื้อสัตว์และสัตว์น้ า แป้ง (flour) สตาร์ซ (starch) ลูกกวาด (confection) วัตถุเจือปนอาหาร (food additive) เมล็ดธัญพืช (cereal grain) น้ าตาล ถั่วเมล็ดแห้ง (legume) ผักแห้ง อาหารสัตว์ ผลไม้แห้ง


การเก็บรักษาอาหารแห้ง 1. เก็บในที่แห้ง ไม่อับชื้น มีอากาศถ่ายเท และเก็บใส่ภาชนะที่ปิดสนิท 2. ควรเก็บไว้ในตู้เย็นเสมอ หากเป็นอาหารแห้งที่สามารถแช่เย็นได้ วิธีรับประทานอาหารแห้งอย่างปลอดภัย 1. ล้างน้ าหลายๆ ครั้ง โดยการแช่น้ านานๆ หรือลวกน้ าร้อน ก่อนน ามาปรุงอาหาร เพื่อลดปริมาณสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารแห้ง 2. ไม่น าน้ าที่แช่อาหารแห้ง อย่างเช่น น้ าแช่เห็ดหอม มาปรุงอาหาร 3. ไม่ควรรับประทานอาหารแห้งซ้ าๆ กัน เพื่อให้ร่างกายมีเวลาในการก าจัดสาร ปนเปื้อนตกค้างจากอาหารแห้งประเภทนั้นออกจากร่างกายบ้าง 4. หากสังเกตเห็นว่าอาหารแห้งมีกลิ่น สี เปลี่ยนแปลง ถึงแม้จะมองไม่เห็นว่ามีเชื้อรา ก็ตาม ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยไม่ควรน ามาปรุงอาหาร แต่ควรน าไปทิ้ง เพราะความ ร้อนจากการประกอบอาหารไม่สามารถท าลายเชื้อราได้


วิธีเลือกซื้ออาหารแห้ง เลือกซื้ออาหารที่เก็บในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิด ซองบรรจุไม่มีรูรั่ว และอ่านฉลากให้ครบถ้วน ถึงชนิด ส่วนประกอบ วันเดือนปีที่ผลิต หรือวันเดือน ปีที่หมดคุณภาพ เลือกซื้ออาหารแห้งที่สะอาดไม่อับชื้น ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน เปลือก แห้งสนิท เมล็ดสมบูรณ์ เนื้อแน่น ไม่ลีบ ไม่ฝ่อ ไม่แตกหัก รวมทั้งไม่ซื้อ อาหารแห้งในปริมาณมาก เพราะหากใช้ไม่หมดอาจเกิดเชื้อราได้ และที่ส าคัญ ต้องเลือกซื้ออาหารแห้งที่มีสีใกล้เคียงกับสีธรรมชาติของอาหารชนิดนั้น สีไม่เข้ม ผิดปกติหรือเป็นสีด า เพราะอาจมีเชื้อราบางชนิดสร้างสารพิษที่ทนความร้อนได้ สารพิษจากรา คือ "อะฟลาท็อกซิน" พบบ่อยในถั่วลิสงที่ไม่แห้งสนิท พริกแห้ง ธัญพืชต่างๆ หากสะสมในร่างกายอาจท าให้เกิดโรคมะเร็งที่ตับ


การเลือกซื้อ “อาหารกระป๋อง”


การเลือกซื้อ “อาหารกระป๋อง” ปัจจุบันอาหารกระป๋องเป็นที่แพร่หลายในท้องตลาด และ ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ซึ่งมีหลายคนและหลายครอบครัวให้ความนิยมใน การบริโภค แต่คุณทราบหรือไม่ว่าอาหารที่คุณบริโภคอยู่นั้นมีความ ปลอดภัยแค่ไหน ฉะนั้นการเลือกซื้ออาหารกระป๋องในแต่ละครั้งจึงมี ความจ าเป็นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการเลือกซื้ออาหารอื่น ๆ


หลักการเลือกซื้ออาหารกระป๋องมีดังนี้ 1. ดูลักษณะกระป๋อง โลหะของกระป๋องต้องสุกใสเป็นเงางาม ต้องไม่บุบบี้หรือโป่งพอง ตะเข็บหรือรอยต่อต้องเรียบร้อยและแน่นหนา ขอบกระป๋องต้องอยู่ในรูปเดิม ไม่นูนหรือโป่งออกมา และกระป๋องต้องไม่ เป็นสนิม 2. เมื่อกดนิ้วลงไปบนฝากระป๋อง ถ้าฝากระป๋องบุบหรือยุบลงไป หรือส่วนอื่นของฝากระป๋อง หรือตัวกระป๋องโป่งหรือพองออก ไม่ควร เลือกอาหารกระป๋องนั้น 3. เมื่อเขย่ากระป๋อง ถ้ามีเสียงกระฉอกของน้ ากับอากาศ ไม่ควร ซื้อหรือกินอาหารในกระป๋องนั้น หรือแม้จะเป็นกระป๋องอื่นชนิดเดียวกัน ถ้าไม่มีเสียงเช่นนั้นก็ไม่ควรกินเช่นกัน


หลักการเลือกซื้ออาหารกระป๋องมีดังนี้ 4. เมื่อเปิดกระป๋อง ถ้ามีอากาศ(ลม)พุ่งออกมาจากภายในกระป๋อง ห้ามกินอาหารในกระป๋องนั้น 5. เมื่อเปิดกระป๋องแล้วได้กลิ่นบูดเน่า หรือกลิ่นผิดแปลกไปจากที่ เคยใช้หรือเคยกิน ห้ามชิม และห้ามกินอาหารในกระป๋องนั้นเป็นอันขาด 6. เมื่อเทอาหารออกจากกระป๋องแล้ว ถ้าภายในกระป๋องมีสนิม หรือมีรอยถลอก หรือรอยด่างของโลหะ ไม่ควรกินอาหารในกระป๋องนั้น 7. ควรดูที่ฉลาก ศึกษาวันเดือนปีที่ผลิตอาหารกระป๋องนั้น ไม่ควร ซื้อหรือกินอาหารกระป๋องที่เก็บไว้นาน เพราะการเก็บไว้นานจะท าให้ คุณค่าทางอาหารลดลงไปเรื่อย ๆ


การเก็บรักษาอาหารกระป๋องที่ถูกต้อง 1. เปิดแล้วและเหลือ ควรถ่ายใส่ภาชนะอื่นๆ เช่น ภาชนะแก้ว มีฝาปิดแล้วเก็บไว้ในตู้เย็น 2. ไม่ควรเก็บอาหารกระป๋องไว้นาน ควรเลือกบริโภคอาหาร กระป๋องที่ยังอยู่ในสภาพดี สังเกต วัน เดือน ปี ที่หมดอายุด้วย 3. ควรเก็บอาหารกระป๋องไว้ในที่แห้งและเย็น แต่ไม่อับชื้นและ ไม่ถูกแสงแดด ป้องกันการเสียและเป็นสนิมเร็วกว่าปกติ 4. เก็บอาหารกระป๋องไว้ในที่สูง มากกว่า 60 เซนติเมตร เพื่อป้องกันความสกปรกจากพื้นและสัตว์น าโรค


4.2 วิธีการประหยัดเงินในการจ่ายซื้ออาหาร 1. การท าบัญชีรายการอาหาร 2. หลีกเลี่ยงการซื้ออาหารส าเร็จรูป 3. การซื้อสินค้ายี่ห้อที่มีราคาต่ ากว่า 4. การซื้อสินค้าในช่วงลดราคา 5. การเป็นสมาชิกห้างสรรพสินค้าที่ได้มาตรฐานและ ใกล้บ้าน 6. การปลูกพืชสวนครัวไว้กินเองในบริเวณบ้าน


4.3 วิธีการประหยัดเงินในการจ่ายซื้อเสื้อผ้า 1. เลือกซื้อเสื้อผ้าที่ไม่ล้ าสมัยนิยมมากนัก 2. เลือกซื้อเสื้อผ้าส าเร็จรูปในขนาด สีสัน และรูปแบบ มาตรฐาน 3. ซื้อในจ านวนมากเพื่อให้มีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยลดลง 4. มีความรอบคอบในการซื้อ 5. ควรมีตัวอย่างของสี 6. เลือกขนาดให้พอดีกับผู้สวมใส่ 7. เลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพค่อนข้างพอใช้ได้มากที่สุด


4.4 รายจ่ายค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 1. ตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านตามความจ าเป็น ในการใช้ 2. ค านึงถึงว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นจะก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากการใช้งานอีกเท่าใด 3. พิจารณาค่าใช้จ่ายในการบริการ 4.5 การประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ต้องซื้อตามความจ าเป็นในการใช้ และไม่ท าให้ตนเองเดือดร้อน


4.6 การประหยัดรายจ่ายค่าไฟฟ้า 1. ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเฉพาะกรณีที่จ าเป็นเท่านั้น 2. การออกแบบบ้านหรือจัดบ้านให้มีแสงสว่างผ่านได้สะดวกในเวลากลางวัน 3. ศึกษาคู่มือการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดให้ละเอียด หลักเกณฑ์ในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า 1. ควรทราบว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พบเห็นนั้น กินไฟมากน้อยเพียงไร 2. มีความเหมาะสมในการใช้งานหรือไม่ 3. สะดวกในการใช้สอย คงทน ปลอดภัยหรือไม่ 4. ภาระการติดตั้ง และค่าบ ารุงรักษา 5. พิจารณาคุณภาพ ค่าใช้จ่าย อายุใช้งาน มาประเมินออกมาเป็นตัวเงินด้วย


4.7 การเลือกที่อยู่อาศัย เลือกให้เหมาะสมกับตนเอง และไม่ท าให้ประสบปัญหา ทางการเงินในระยะยาว


4.8 เงินที่ต้องใช้ในการซื้อบ้าน 1. ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน 2. เงินดาวน์ ประมาณร้อยละ 20-30 ของมูลค่าที่อยู่อาศัย 3. ค่าใช้จ่ายในการกู้ 4. ค่าผ่อนงวดช าระรายเดือน 4.9 การค านวณค่างวดผ่อนช าระรายเดือน ธนาคารที่ให้สินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์จะคิดดอกเบี้ย จากผู้กู้โดยวิธี “ต้นลดดอกลด”


4.10 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อบ้าน 1. ความสามารถทางการเงิน เกณฑ์ในการพิจารณาความสามารถทางการเงินเพื่อซื้อบ้าน - ราคาบ้านที่ซื้อไม่ควรเกิน 30 เท่าของรายได้ต่อเดือนของ ครอบครัว - ค่างวดผ่อนช าระรายเดือนไม่ควรเกิน 1 ใน 4 ของรายได้ต่อ เดือนของครอบครัว 2. ท าเลที่ตั้ง 3. สภาพแวดล้อม 4. การดูแลรักษาและซ่อมแซม


4.11 การใช้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย แบ่งได้ 2 แบบ ดังนี้ 1. แบบลอยตัว คือ การกู้ยืมที่อัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตาม อัตราดอกเบี้ยตลาด 2. แบบคงที่ มี 3 รูปแบบ ได้แก่ - อัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลากู้ยืม - อัตราดอกเบี้ยคงที่ในระยะสั้นแล้วหลังจากนั้นจะเป็นอัตรา ดอกเบี้ยลอยตัว - อัตราดอกเบี้ยคงที่แบบขั้นบันไดในระยะหนึ่งแล้วหลังจาก นั้นเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว


4.12 การก่อหนี้ใหม่ การกู้ยืมเงินก้อนใหม่เพื่อมาช าระคืนหนี้ก้อนเก่า 4.13 การเช่าบ้าน 1. ค่าใช้จ่ายในการเช่าบ้าน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ - ค่าเช่ารายเดือน - เงินมัดจ าล่วงหน้า ประมาณ 2-3 เท่าของค่าเช่าราย เดือนก่อนที่จะเข้าอยู่อาศัย


2. ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเช่าบ้าน - ท าเลที่ตั้ง - ค่าเช่าและการวางเงินมัดจ าล่วงหน้า ผู้ให้เช่าจะเรียก เก็บค่าเช่าล่วงหน้าประมาณ 1-3 เดือนเพื่อป้องกันการบอก เลิกเช่ากะทันหัน - สิ่งอ านวยความสะดวก


4.14 ข้อดีและข้อเสียของการซื้อบ้านและการเช่าบ้าน 1. การซื้อบ้าน ข้อดี - ได้เป็นเจ้าของบ้าน - บ้านจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ผ่านไป โดยเฉพาะราคาที่ดิน - การกู้ยืนเพื่อซื้อบ้านสามารถน ามาหักลดหย่อนภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาได้


4.14 ข้อดีและข้อเสียของการซื้อบ้านและการเช่าบ้าน (ต่อ) 1. การซื้อบ้าน (ต่อ) ข้อเสีย - การซื้อบ้านด้วยการกู้ยืมจะต้องวางเงินดาวน์ ส าหรับผู้ที่ไม่มี เงินออมสะสมก็ต้องหยิบยืมจากญาติ เพื่อน หรือกู้นอกระบบ - การขายบ้านอาจต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่านายหน้า - ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและบ ารุงรักษา


4.14 ข้อดีและข้อเสียของการซื้อบ้านและการเช่าบ้าน (ต่อ) 2. การเช่าบ้าน ข้อดี - ไม่ต้องมีเงินดาวน์ และไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใน การซ่อมแซมและบ ารุงรักษา - การย้ายที่อยู่สามารถท าได้ง่าย - ตั้งอยู่ในท าเลที่ดี


4.14 ข้อดีและข้อเสียของการซื้อบ้านและการเช่าบ้าน (ต่อ) 2. การเช่าบ้าน (ต่อ) ข้อเสีย - ไม่สามารถน ามาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ - ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ผู้ให้เช่าก าหนด - มีความเสี่ยงจากการที่ผู้ให้เช่าขึ้นค่าเช่า หรือไม่ให้เช่าต่อ 3. การประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย


4.15 ความจ าเป็นในการมีรถยนต์ส่วนตัว 4.16 การซื้อรถยนต์ใหม่ 1. ปัจจัยในการพิจารณาซื้อรถยนต์ - ความสามารถทางการเงิน (หนี้สินที่มีไม่ควรเกินกว่าร้อยละ 20 ของรายได้สุทธิต่อเดือน - ประเภทรถยนต์ที่ต้องการใช้งาน - ยี่ห้อรถยนต์ - เลือกตัวแทนบริษัทจ าหน่ายรถยนต์ที่น่าเชื่อถือ - เลือกซื้อรถยนต์ที่สามารถใช้พลังงานเชื้อเพลิงอื่นแทน น้ ามันได้


2. ข้อดีและข้อเสียของการซื้อและการเช่ารถยนต์ ข้อดี - ได้รถยนต์ที่มีคุณภาพ - ช่วง 4-5 ปีแรก จะเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและ บ ารุงรักษาเล็กน้อย - มีความภูมิใจว่าได้ขับรถรุ่นใหม่ป้ายแดง ข้อเสีย - ราคาค่อนข้างสูง - ค่าเสื่อมราคาค่อนข้างสูงกว่ารถยนต์ใช้แล้ว


4.17 การซื้อรถยนต์ใช้แล้ว รถยนต์ใช้แล้วประมาณ 1-3 ปี ควรพิจารณาตรวจสอบ ดังนี้ 1. ตรวจสภาพรถอย่างถี่ถ้วนก่อน 2. ต่อรองราคา


Click to View FlipBook Version