นิตยสารดอกกล้วยไม้
จัดทำโดย
นางสาวฐิติพร เข็มทองเจริญ
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ห้อง 341 เลขที่ 4
แผนการเรียน วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
นำเสนอ
คุณครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์
ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ (คศ.2) สาขาชีววิทยา
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ประกอบการเรียนรายวิชาชีววิทยา 4 (ว30244)
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
คำนำ
นิ ตยสารดอกกล้วยไม้เป็นหนึ่ งในกิจกรรมการจัดการเรียนรู้
ของรายวิชาชีววิทยา 4 (ว30244) เรื่อง การสืบพันธ์ุของพืชดอก
เป็นการฝึกเสมือนว่านักเรียนได้ทดลองใช้ห้องปฏิบัติการ
วิทยาศาสตร์ในชีวิตจริง ทั้งการทดลองผ่าดอกไม้ การศึกษาและระบุ
ส่วนประกอบต่างๆของพืชดอก เพื่อให้เห็นตัวอย่างของจริง ไม่เพียง
แต่การเรียนในหนังสือเรียนเท่านั้น และนำมานำเสนอในรูปแบบ
ของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ซึ่งพกพาง่าย สะดวก สามารถ
ให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจศึกษาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีคลิปวิดีโอ
ประกอบการศึกษาอีกด้วย
ผู้จัดทำขอขอบพระคุณ คุณครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ ตำแหน่งครู
วิทยฐานะ ครูชำนาญการ (คศ.2) สาขาชีววิทยา กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เป็นอย่าง
ยิ่งที่คอยให้คำแนะนำในการจัดทำ ทั้งวิธีการทำและข้อมูลความรู้
อื่นๆที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาทำงาน
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นิตยสารดอกกล้วยไม้ฉบับนี้จะให้
ความรู้และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ที่สนใจศึกษาได้ไม่มากก็
น้อย และหากนิตยสารดอกกล้วยไม้ฉบับนี้มีข้อผิดพลาดประการใด
ผู้จัดทำต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ผู้จัดทำ
นางสาวฐิติพร เข็มทองเจริญ
26 พฤศจิกายน 2565
สารบัญ หน้า
หัวข้อนำเสนอ
1-3
การจัดกลุ่มโครงสร้างดอกตามลักษณะสำคัญ 4
1.ข้อมูลทั่วไปของกล้วยไม้ 5-6
2.ข้อมูลเบื้องต้นของโครงสร้างกล้วยไม้ 7-8
3.ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ของดอกกล้วยไม้ 9
4.ลักษณะทางสัณฐานภายนอกและกายวิภาคภายใน 10
5.โครงสร้างโดยรวมทั้งหมดของสัณฐานภายนอก 11
6.โครงสร้างโดยรวมทั้งหมดของกายวิภาคภายใน
7.บรรณานุกรมและเอกสารอ้างอิง
8.ภาคผนวก 12
13
8.1. ลิ้งค์ QR code คลิปวิดีโอ 14
8.2. รูปภาพขณะทำการศึกษาโครงสร้างดอก
8.3. ชื่อ เลขที่ ห้องผู้จัดทำ และชื่อครูผู้สอน
หน้า 1
ข้อมูลทั่วไปของกล้วยไม้
ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Orchid
ชื่อวงศ์ : Orchidaceae
ชื่อสามัญ : Orchid
ชื่อพื้นเมือง : เอื้อง (ภาคเหนื อ)
กล้วยไม้เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
1.ประเภท โมโนโพเดียล (monopodial)
2.ประเภท ซิมโพเดียล (sympodial)
สามารถพบได้ทั่วโลก ยกเว้นภูมิภาคทะเลทรายและธารนํ้าแข็ง
โดยส่วนมากพบในเขตร้อนของโลก
ลำต้น (Stem)
พืชวงศ์กล้วยไม้สามารถแบ่งได้ 4 ประเภท ได้แก่
ลำต้นชนิดเหง้า (rhizome)เป็นลำต้นใต้ดินซึ่งแผ่ทอดไปตามแนวระดับมีข้อ
ปล้อง หรือตาเห็นได้ชัดเจน
ลำต้นชนิดคอร์ม (corm) เป็นลำต้นใต้ดินแบบหนึ่ง ลักษณะเป็นหัวมีข้อ
ปล้องเห็นได้ชัดเจน เป็นหัวอยู่ใต้ดินเป็นที่ เก็บสะสมอาหารมีลักษณะบวมพอง
มากเป็นพิเศษ
ลำต้นชนิด ลำลูกกล้วย (pseudobulb) เป็นลำต้นเหนือดินที่เจริญ ขึ้นในแนว
ดิ่งของกล้วยไม้ประเภทแตกกอ ที่มีรากอากาศ มีลักษณะสั้น หนา และอวบ
ลำต้นชนิดต้นเดี่ยว เป็น ลำต้นที่เจริญขึ้นในแนวตั้ง แต่ไม่มีการ สะสมอาหาร
อยู่ภายใน อาหารสะสมอยู่ ในส่วนอื่น
ราก(Root)
รากของกล้วยไม้มีลักษณะอวบนํ้า ส่วนใหญ่ที่เป็นรากอากาศนั้นจะไม่มีรากฝอย แต่
มักมีเนื้อเยื่อหุ้มด้านนอกหนาคล้ายเป็นนวม เรียกว่า เวลาเมน (velamen) ซึ่ง
ประกอบด้วยส่วนเนื้อเยื่อของเซลล์ที่ตายแล้ว มีลักษณะคล้ายฟองนํ้า จึงสามารถดูด
ซับนํ้ าและแร่ธาตุเข้าไปยังภายในเซลล์ของรากกล้วยไม้ได้สามารถช่วยป้องกันการ
ระเหยของนํ้ าในรากและการผ่านเข้าออกของจุลินทรีย์ซึ่งลักษณะของรากแบบนี้ จะ
พบได้ ทั้งในกล้วยไม้อิงอาศัยและกล้วยไม้ดิน นอกจากนี้ รากของกล้วยไม้ยัง
สามารถพัฒนา ไปทำหน้าที่อื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น การยึดเกาะ
หน้า 2
ใบ(leaf)
ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวมีลักษณะต่างกันออกไป เช่น รูปแถบ รูปกลมยาว หรือ
ลดรูปเป็นเพียงเกล็ด แผ่นใบบางคล้ายใบหมาก หนาอวบน้ำ หรือเป็นแท่ง
กลม ส่วนมากแล้วไม่มีส่วนที่เป็นก้านใบชัดเจน สีของใบเป็นสีเขียวสด บาง
ชนิดเป็นสีม่วงคล้ำ บางชนิดก็มีลวดลาย
ดอก(Flower)
เป็นดอกสมบูรณ์เพศ สมมาตรด้านข้าง ดอกออกที่ปลาย
ลำต้น ซอกใบหรือข้างลำต้น ดอกเป็นเป็นช่อ แต่ละดอกมี
กลีบเลี้ยง 3 กลีบเรียงสลับกันกับกลีบดอก 3 กลีบ กลีบดอก
อันล่างมีลักษณะต่างออกไปเรียกว่ากลีบปากหรือกลีบกระเป๋า
ไว้สำหรับ ล่อแมลง ก้านเกสรตัวเมียและยอดเกสรตัวเมีย
เชื่อมติดกันกับเกสรตัวผู้เป็นเส้า เกสรอยู่กลางดอก เกสรตัวผู้
อยู่รวมกันเป็นก้อนเป็นกลุ่มเรณู แต่ละอับเรณูมีฝาปิด มี 2, 4
หรือ 8 ก้อนแล้วแต่ชนิดกล้วยไม้ ยอดเกสรตัวเมียอยู่ใต้อับ
เรณู มีลักษณะเป็นเมือกเหนียว รังไข่อยู่ตรงส่วนของก้านดอก
เมื่อได้รับการผสมจะเจริญไปเป็นเมล็ดต่อไป
หน้า 3
ผลหรือฝัก(Fruit)
ฝักกล้วยไม้มีอายุตั้งแต่ผสมเกสรไปจนถึงฝักแก่จะแตกต่างกันไปตามชนิด
ของกล้วยไม้ร่วมกับสภาพแวดล้อมและความสมบูรณ์ขององค์ประกอบในการ
เจริญงอกงาม กล้วยไม้บางชนิดฝักอาจจะแก่ได้ในระยะเวลาเพียงเดือนกว่า
เท่านั้น บางชนิดฝักจะอยู่กับต้นถึงปีครึ่งถึงจะแก่ ฝักกล้วยไม้ประเภทไม่แตก
กอมักจะห้อยปลายลงเป็นส่วนมาก เช่น ฝักของกล้วยไม้สกุลหวาย เป็นต้น
และแต่ละฝักมีเมล็ดเป็นจำนวนมาก
เมล็ด(Seed)
เมล็ดมีลักษณะเรียวยาวหรือป่องกลางคล้าย
ลูกรักบี้ เมล็ดมีขนาดเล็กมาก มีแต่คัพภะ แต่
ไม่มีอาหารสะสม มีเปลือกบางๆ หุ้มเมล็ดอยู่
มีสีแตกต่างกันไป เช่น น้ำตาล เทา เหลือง
หรือขาว และด้วยเหตุที่เมล็ดกล้วยไม้มีขนาด
เล็กมาก จึงอาจปลิวกระจายไปตามลมได้ง่าย
และเป็นระยะทางไกลได้
ประโยชน์ ของกล้วยไม้
1.กล้วยไม้กับชีวิตประจำวัน
ใช้ประดับตกแต่ง อาคาร สถานที่ ให้สวยงาม หรูหรา
ใช้ไหว้พระ หรือใช้ในการทำบุญตักบาตร เพื่อแสดงความเคารพ
ศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนา
ใช้เป็นสารปรุงแต่งรส และกลิ่นอาหาร ของหวาน เครื่องดื่ม
ใช้ทำสารสกัดเป็นส่วนผสมของยา
ใช้ทำสารสกัดทำเครื่องหอม
2.กล้วยไม้กับศาสตร์ความเชื่อ ความศรัทธา ที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ใช้ในงานพิธี งานเทศกาล งานประเพณีต่างๆ
3.กล้วยไม้กับศาสตร์ฮวงจุ้ย
ใช้เป็นพันธุ์ไม้ตามหลักฮวงจุ้ย ซึ่งเชื่อว่า กล้วยไม้เป็นสัญลักษณ์ของ
ความเข้มแข็ง อดทน และแข็งแกร่ง
หน้า 4
ข้อมูลเบื้องต้นของโครงสร้างกล้วยไม้
ดอกกล้วยไม้ เกสร เกสร
ประกอบด้วย เพศผู้ เพศเมีย
กลีบเลี้ยง มี มี
กลีบดอก มี มี
ดอกกล้วยไม้ เป็นดอกครบ
ส่วน(Complete flower)
ประกอบด้วย กลีบเลี้ยง
กลีบดอก เกสรเพศผู้และ
เกสรเพศเมีย
เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ออกดอกเป็นช่อดอก
(Perfect flower) มีทั้ง (inflorescence flower)
เกสรเพศผู้และเกสรเพศ
เมียอยู่ในดอกเดียวกัน
ดอกสมมาตรแบบด้าน รังไข่อยู่ตํ่าจากชั้นวงกลีบ
ข้าง (Bilateral เลี้ยง วงกลีบดอก วงเกสร
symmetry) เพศผู้ (inferior ovary)
หน้า 5
ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ ของดอกกล้วยไม้
กลีบเลี้ยง (Sepal) กลีบดอก (Petal)
มีจำนวน 3 กลีบ รูปร่างและสีสันค่อนข้างคล้าย ขนาดใหญ่กว่ากลีบเลี้ยง มีสีสันสวยงาม
กลีบดอก (Petaloid calyx) แบ่งเป็น กลีบเลี้ยง มีจำนวน 3 กลีบ ประกอบด้วยกลีบดอก
ชั้นนอกกลีบบน (Dorsal sepal) และกลีบเลี้ยง ที่อยู่ด้านข้าง 2 กลีบ และอีกหนึ่งกลีบ
ชั้นนอกคู่ล่าง (Lateral sepal) ทำหน้าที่ห่อหุ้ม แปรรูปไปเป็นส่วนที่เรียกว่า ปากหรือ
ส่วนประกอบอื่นของดอกไว้ขณะที่ดอกตูม และ กลีบปาก (Labelum/lip)
ช่วยล่อแมลงในการผสมเกสร
ก้านดอกย่อย (Pedicels) ก้านดอก (Peduncle)
เป็นก้านของดอกย่อยที่อยู่ในช่อดอก เป็นก้านของดอกย่อยที่อยู่ในช่อดอก
หรือเป็นส่วนของก้านดอก หรือเป็น หรือเป็นส่วนของก้านดอกที่อยู่ต่อจาก
ส่วนของก้านดอกที่อยู่ต่อจากฐานดอก ฐานดอกในดอกเดี่ยว
ในดอกเดี่ยว
หน้า 6
ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ ของดอกกล้วยไม้
เกสรเพศเมีย (Pistil) เส้าเกสร (Colunm)
ประกอบด้วยยอดเกสรเพศเมียและรังไข่ เป็นส่วนประกอบที่อยู่ตรง
ยอดเกสรเพศเมีย(Stigma) เป็นแอ่ง กลางดอก เกิดจากการหลอม
ขนาดเล็กโดยทั่วไปมีลักษณะฉาบบางๆ รวมกันของก้านเกสรเพศผู้
ด้วยนํ้าหวานที่มีลักษณะใสเหนียว อยู่ และก้านเกสรเพสมีย
บริเวณด้านหน้าของเส้าเกสร
รังไข่(Ovary)
อยู่ในตำแหน่งที่ตํ่ากว่าส่วนของกลีบดอก
(Inferior ovary) ส่วนใหญ่มีลักษณะ
แคบยาวโดยฝังตัวอยู่ในก้านดอกใกล้กับ
โคนดอก
เกสรเพปศระผูก้(อSบtaดm้วยen)
กลุ่มเรณู (Pollinium) คือลักษณะละอองเรณูของ
เกสรเพศผู้ที่อยู่ร่วมกันคล้ายก้อนขี้ผึ้ง รูปร่างอาจ
เป็นรูปกลม รูปรีคล้ายถุงบางใสหรือขาวขุ่น หรือ
เป็นเกล็ดเล็กๆ จำนวนมาก ติดอยู่บนก้านรอง
กลุ่มเรณูเส้นๆ (Stipe) หรือบางชนิดไม่มีก้าน เช่น
สกุลหวาย ส่วนใหญ่ที่ปลายก้านจะมีติ่งเหนียวติด
อยู่ ทำหน้าที่คล้ายกาว ช่วยยึดกลุ่มเรณูให้สามารถ
ติดเกาะ กับพาหะถ่ายเรณูได้โดยง่าย กลุ่มเรณู
โดยทั่วไปจะอยู่ร่วมกัน เป็นกลุ่มบนก้านรองสั้นๆ
เรียกรวมว่า ชุดกลุ่มเรณู(Pollinria)
ฝาครอบกลุ่มเรณู (Anther cap,operculum) คือ
ส่วนประกอบที่อยู่บนสุดของเส้าเกสรทำหน้าที่บัง
หรือห่อหุ้มกลุ่มเรณู ทำให้เกิดการผสมได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ โดยสามารถปิดได้เมื่อมีสิ่งแปลก
ปลอมหรือแรงจากภายนอกมากระทบ
หน้า 7
ลักษณะทางสัณฐานภายนอกและ
กายวิภาคภายใน
กลีบเลี้ยงชั้นนอก กลีบดอก(Petal)
กลีบบน
(Dorsal sepal)
กลีบปาก(Labelum/lip)
กลีบเลี้ยงชั้นนอกคู่ล่าง
(Lateral sepal)
ก้านดอกย่อย
(Pedicels)
ก้านดอก
(Peduncle)
หน้า 8
ลักษณะทางสัณฐานภายนอกและ
กายวิภาคภายใน
เส้าเกสร เกสรเพศผู้(Stamen)
(Column) ก้อนเรณู(Pollinia)
ฝาครอบกลุ่มเรณู
(Anther cap,operculum)
เกสรเพศเมีย (Pistil)
รังไข่(Ovary)
ยอดเกสรเพศเมีย
(Stigma)
หน้า 9
โครงสร้างโดยรวมทั้งหมดของสัณฐาน
ภายนอกดอกกล้วยไม้
กลีบดอก(Petal) กลีบเลี้ยงชั้นนอก
เกสรเพศผู้(Stamen) กลีบบน
(Dorsal sepal)
กลีบปาก(Labelum/lip)
เส้าเกสร ก้านดอกย่อย
(Column) (Pedicels)
เกสรเพศเมีย(Pestil)
กลีบเลี้ยงชั้นนอกคู่ล่าง
(Lateral sepal)
หน้า10
โครงสร้างโดยรวมทั้งหมดของกายวิภาค
ภายในของดอกกล้วยไม้
กลีบดอก(Petal)
กลีบปาก(Labelum/lip)
ก้านดอกย่อย กลีบเลี้ยงสวยงาม(Petaloid)
(Pedicels) กลีบเลี้ยงชั้นนอก
ก้านดอก กลีบบน
(Peduncle) (Dorsal sepal)
กลีบเลี้ยงชั้นนอกคู่ล่าง
(Lateral sepal)
ยอดเกสรเพศเมีย เส้าเกสร ก้อนเรณู(Pollinia)
(Stigma) (Column) เกสรเพศผู้ (Stamen)
เกสรเพศเมีย (Pistil)
รังไข่(Ovary) ฝาครอบกลุ่มเรณู
(Anther cap,operculum)
ภายในมีก้อนเรณู(Pollinia)
หน้า11
บรรณานุกรมและเอกสารอ้างอิง
M-Group. (2563). ประโยชน์ของกล้วยไม้. [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้จาก :
https://shorturl.asia/6hQyF. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 4 พฤศจิกายน
2565).
ทัศนั ย ปัญจันทร์สิงห์. (2559). ความหลากหลายของกล้วยไม้ในศูนย์การศึ กษา
สามพร้าวมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี. อุดรธานี : ศักดิ์ศรีอักษรการพิมพ์.
มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่. (ม.ป.ป.). รายงานวิจัยกล้วยไม้. [ออนไลน์ ]. เข้าถึง
ได้จาก : https://shorturl.asia/9eVa5. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 5
พฤศจิกายน 2565).
สถาบันวิจัยและพัฒนาชายแดนภาคใต้มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา. (2563). กล้วยไม้.
[ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้จาก : https://shorturl.asia/tuM52. (วันที่สืบค้น
ข้อมูล : 4 พฤศจิกายน 2565).
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2560). พืชวงศ์ กล้วยไม้.
[ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้จาก : http://biology.ipst.ac.th/?p=3350. (วันที่
สืบค้นข้อมูล : 9 พฤศจิกายน 2565).
หน้า12
ภาคผนวก
คลิปวิดีโอขณะที่กำลังทำการศึกษาดอกกล้วยไม้
URL : https://youtu.be/OlNAqqAUROU
หน้า13
ภาคผนวก
จากภาพเป็นภาพขณะ จากภาพเป็นภาพขณะที่
แนะนำตัว กำลังเด็ดกลีบเลี้ยง
จากภาพเป็นภาพขณะชี้ จากภาพเป็นภาพขณะที่
กลีบปาก บรรยายเกสรเพศผู้
จากภาพเป็นภาพขณะที่ผ่า จากภาพเป็นภาพขณะที่
เส้าเกสร บรรยายเกสรเพศเมีย
หน้า14
ภาคผนวก
ครูผู้สอน :
นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์
ตำแหน่งครู วิทยฐานะ
ครูชำนาญการ (คศ.2)
สาขาชีววิทยา
กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
ผู้จัดทำ :
นางสาวฐิติพร เข็มทองเจริญ
ชั้น ม.5 ห้อง 341 เลขที่ 4
กล้วยไม้แต่ละช่อจะผลิตดอกออกผลต้อง
ดูแลเอาใจใส่และใช้เวลานาน
เปรียบเสมือนชีวิตครู
ที่กว่าจะสั่ งสอนเคี่ยวเข็ญลูกศิษย์คนแล้วคนเล่า
ให้มีความเจริญก้าวหน้ าในชีวิตได้
ก็ต้องใช้เวลาอบรมสั่ งสอนไม่ น้ อยเช่นกัน