The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

บทความวิจัย

บทความวิจัย

1 การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา ภูมินทร์ชินค า นักศึกษาระดับปริญญาตรี, สาขาสาขาวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา, คณะครุศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี บทคัดย่อ การวิจัยในครั้งนี้มีความมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และเปรียบเทียบทักษะเซปักตะกร้อก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และดัชนีประสิทธิผล(E1/E2, E.I.)ของแผนการจัดการเรียนในรู้ทักษะเซปักตะกร้อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 จ านวน 32 คนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาเซปักตะกร้อ จ านวน 5 แผน 1 ภาค เรียน 2)การทดสอบทักษะปฏิบัติการเตะตะกร้อในทักษะต่างๆได้แก่ การเล่นตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน การ เล่นตะกร้อด้วยหลังเท้า การเล่นตะกร้อด้วยเข่า การเล่นตะกร้อด้วยศีรษะ ทักษะการเสิร์ฟลูกตะกร้อด้วยข้าง เท้าด้านในสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยปรากฏดังนี้1.คะแนนการทดสอบของนักเรียนก่อนเรียน มีคะแนนค่าเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ 16.41 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 3.27 และคะแนน การทดสอบของนักเรียนหลังเรียน มีคะแนน เฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ 32.78 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 2.85 ตามล าดับ 2.ผลการทดสอบทักษะ กีฬาเซปักตะกร้อ พบว่า คะแนนเฉลี่ยมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม แผนการจัดการเรียนรู้วิชาพล การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 3.ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ ทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีประสิทธิภาพ ตามกระบวนการเรียนรู้ (E1) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 57.62 คิดเป็นร้อยละ 82.32 และมีประสิทธิภาพของ แบบทดสอบวัดความรู้(สอบข้อเขียน) (E2) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.31 คิดเป็นร้อยละ 71.04 การพัฒนา ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1ช่วยให้นักเรียนปฏิบัติได้จริงมีการใช้ ร่างกายในการเคลื่อนไหว ท าให้นักเรียนเกิดความสนุกสนาน และได้รับค าชมเชยหลังจากที่สามารถเตะตะกร้อ ในทักษะนั้นๆได้ดีดังนั้น จึงควรน าไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาในชั้นอื่น ๆ ต่อไป ค าส าคัญ : ทักษะการเตะตะกร้อ Abstract The purpose of this research is To develop achievement Learning Sepak Takraw course of Mathayom 1 students and compare Sepak Takraw skills before and after learning. To develop the efficiency and effectiveness index (E1/E2, EI) of the learning plan for learning Sepak Takraw skills of Mathayomsuksa 2 students. 1 sample group includes 32 Mathayomsuksa 1/4 students, semester 1, academic year 2023. The research tools include:


2 1) learning activity plan Sepak Takraw course, 5 plans, 1 semester 2) Takraw practice skills test in various skills, including Playing Takraw with the inside of the foot Playing Takraw with the back of the foot Playing Takraw with knees Playing Takraw with the head Skills in serving takraw balls with the inside of the foot. Statistics used in data analysis include percentage, mean, and standard deviation. The research results appear as follows. 1.Student test scores before studying There was an overall mean score of 16.41 points, a standard deviation of 3.27 and a test score of students after studying. There was an overall mean score of 32.78 points, standard deviation of 2.85, respectively. 2. The results of the Sepak Takraw sports skill test found that the mean score after studying was higher than before studying. By organizing learning activities according to the physical learning plan. achievement development Learning Sepak Takraw course of students in Mathayom 1/4 of Thetsaban 5 Siharakwittaya School, Mueang District, Udon Thani Province Statistically significant at the .05 level. 3. Efficiency of organizing activities according to the learning management plan. Sepak Takraw skills of students in Mathayom 1/4 of Thetsaban 5 Siharakwittaya School, Mueang District, Udon Thani Province Efficiency according to the learning process (E1) has an average of 57.62, calculated as 82.32 percent, and efficiency of the knowledge test (written test) (E2) has an average of 21.31, calculated as 71.04 percent. Development of achievement Learn the Sepak Takraw course for Mathayom 1 students. It helps students to actually practice using their bodies to move. Make students have fun and received praise after being able to kick takraw in that skill well. Therefore, it should be used in organizing physical education teaching activities in other classes in the future. Keywords: Takraw kicking skills บทน า ปัจจุบันการออกก าลังเป็นสิ่งที่ส าคัญต่อการด ารงชีวิตของมนุษย์ มีการออกก าลังกายหลายรูปแบบที่ ท าให้มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ เช่น การวิ่ง การเดิน รวมถึงการเล่นกีฬาต่างๆ เช่น กีฬาฟุตบอล กีฬาฟุตซอล กีฬาเซปักตะกร้อ กีฬาวอลเลย์บอล เป็นต้น ส่งผลให้มนุษย์มีค่าเฉลี่ยผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นจ านวนมากขึ้น จึงเป็น เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ท าให้มนุษย์ชอบที่จะหันมาใส่ใจกับออกก าลังกาย ดังนั้น หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) เป็นการต่อยอดจากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นก าลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตส านึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐานรวมทั้ง เจตคติที่จ าเป็นต่อการศึกษาต่อการ ประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ บนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถ เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551: 1) ซึ่ง หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้ เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพจึงก าหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิด


3 กับผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1) มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์เห็นคุณค่าของ ตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 2) มีความรู้ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมี ทักษะชีวิต 3) มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกก าลังกาย 4) มีความรักชาติ มี จิตส านึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิต และการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 5) มีจิตส านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และ พัฒนา สิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งท าประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมี ความสุข (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551, กระทรวงศึกษาธิการ) จากที่กล่าวมาข้างต้น กีฬาต่าง ๆ มีผมต่อการดด าเนินชีวิตอย่างมาก กระทรวงศึกษาธิการ ได้เล็งเห็น ถึงความส าคัญของการพัฒนาบุคคลให้มีคุณภาพ จึงได้ก าหนดการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตร แกนกลาง ของกีฬาเซปักตะกร้อ ต่อการจัดการเรียนการสอนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 2544 สาระที่ 3 เข้าใจการเคลื่อนไหว การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากล และมาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการ เคลื่อนไหวในกิจกรรมทางกาย การเล่นเกมและกีฬา เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีท าให้เกิด การวิจัยในเรื่องนี้ขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามหลักสูตรสถานศึกษา ซึ่งได้ก าหนดกีฬาเซปักตะกร้อ กลุ่มสาระการ เรียนรู้สุขศึกษา และพลศึกษาในหลักสูตรสถานศึกษา ซึ่งกีฬาเซปักตะกร้อที่มีอยู่ในปัจจุบัน ผู้สอนส่วนใหญ่จะ ใช้แบบฝึกและแบบทดสอนที่สร้างขึ้นเอง ซึ่งเป็นแบบทดสอบที่ไม่ได้สร้างขึ้นบนพื้นฐานของทฤษฎี หลักการ และวิธีการที่ถูกต้อง ได้มีการหาคุณภาพของเครื่องมือตลอดทั้งวิธีการสร้างเครื่องมือ ด้วยทั้งนี้ ผู้วิจัยที่เป็นนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอ เมือง จังหวัดอุดรธานีได้รับมอบหมายให้จัดการเรียนการสอนในรายวิชาเซปักตะกร้อ เรื่องที่ใช้ในการจัดการ เรียนการสอน คือศึกษาเกี่ยวกับ ทักษะการเล่นลูกตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน ทักษะการเล่นลูกด้วยหลังเท้า ทักษะการเล่นลูกตะกร้อด้วยเข่า ทักษะการเล่นลูกตะกร้อด้วยศีรษะ ทักษะการเสิร์ฟลูกตะกร้อด้วยข้างเท้า ด้านใน ผู้วิจัยมีความต้องการที่จะพัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตร การศึกษาแกนกลาง พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการพัฒนา ผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถน าทักษะไปใช้เรียนต่อในระดับทักษะที่สูงขึ้นหรือเพื่อน าไปใช้จริง ในการแข่งขันต่อไป วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน เทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะเซปักตะกร้อก่อนเรียนและ หลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี3. เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและดัชนีประสิทธิผล (E1/E2, E.I.) ของแผนการจัดการเรียนในรู้ทักษะเซปักตะกร้อ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี สมมติฐานของการวิจัย


4 ผลคะแนนทักษะการเรียนเซปักตะกร้อ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการจัดการ เรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีมีคะแนนหลังการจัดการเรียนการสอนเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย ตัวแปรอิสระ ได้แก่ วิธีสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี วิธีด าเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีผู้วิจัยได้ด าเนินการวิจัย ตามล าดับดังนี้ 1. กลุ่มประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. ขอบเขตของการวิจัย 3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 4. การสร้างและการตรวจสอบเครื่องมือ 5. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 6. สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล 7. ขั้นตอนการท าวิจัยในชั้นเรียน ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง การวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้จ ากัดขอบเขต ไว้ดังนี้ 1. ประชากรประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2566 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีจ านวน 4 ห้อง รวมนักเรียน ทั้งหมด 141 คน (อ้างอิงจากฝ่ายทะเบียนโรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา,2566) 2. กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีจ านวน 1 ห้อง รวมนักเรียนทั้งหมด 32 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ขอบเขตการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ก าหนดขอบเขตการวิจัยไว้ดังนี้


5 1. ขอบเขตด้านเนื้อหาเป็นเนื้อหาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา สาระที่ 3 การ เคลื่อนไหวร่างกาย การออกก าลังกายการเล่นเกมกีฬาไทยและกีฬาสากล ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียน เทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา โดยการจัดท าแผนการเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 2. ขอบเขตด้านระยะเวลา ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ตั้งแต่เดือน 30 มิถุนายน ถึง 22 กันยายน 2566 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล มี 3 ชนิด ได้แก่ 1.แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาเซปักตะกร้อ ที่ผู้วิจัยศึกษาและสร้างขึ้น ประกอบด้วย 1.1 ทักษะการเล่นลูกตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน 1.2 ทักษะการเล่นลูกด้วยหลังเท้า 1.3 ทักษะการเล่นลูกตะกร้อด้วยเข่า 1.4 ทักษะการเล่นลูกตะกร้อด้วยศีรษะ 1.5 ทักษะการเสิร์ฟลูกตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน 2.แบบทดสอบวัดความรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ - ข้อสอบวัดความรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ 3. แบบทดสอบทักษะเซปักตะกร้อ 3.1 แบบทดสอบทักษะการเล่นลูกตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน 3.2 แบบทดสอบทักษะการเล่นลูกด้วยหลังเท้า 3.3 แบบทดสอบทักษะการเล่นลูกตะกร้อด้วยเข่า 3.4 แบบทดสอบทักษะการเล่นลูกตะกร้อด้วยศีรษะ 3.5 แบบทดสอบทักษะการเสิร์ฟลูกตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน การสร้างและการตรวจสอบเครื่องมือ ในการสร้างเครื่องมือและตรวจสอบเครื่องมือผู้วิจัยได้ด าเนินการ ดังนี้1. ศึกษาหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกศึกษาและพลศึกษา2. ผู้วิจัยสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาเซปัก ตะกร้อ ในแต่ละทักษะตามที่ก าหนดไว้ แล้วน าแผนการจัดการเรียนรู้ไปให้ครูพี่เลี้ยงหรืออาจารย์นิเทศก์ ตรวจสอบ ความถูกต้อง ความเหมาะสม แล้วน าไปปรับปรุงแก้ไข3. จัดท าแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับสมบูรณ์ แล้วน าไปเสนอฝ่ายวิชาการ และผู้บริหารของโรงเรียน เพื่ออนุญาตน าไปสอนในชั้นเรียนต่อไป วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ก าหนดไว้ดังนี้


6 1. รูปแบบการทดลองที่ใช้ในการวิจัยเป็นการทดลองโดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนกับ กลุ่มเดียว (One group Pretest-Posttest Design) (ล้วน สายยศ, 2538) 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามรายวิชาพลศึกษา (เซปักตะกร้อ) ที่ก าหนดกิจกรรมการเรียนรู้ขึ้น ตามแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 3. ระยะเวลาในการด าเนินการ ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม ถึง เดือนกันยายน 2565 การวิเคราะห์ข้อมูล 1. สถิติพื้นฐาน ได้แก่ 1.1 ร้อยละ (Percentage) โดยค านวณจากสูตร X100 N f P เมื่อ P แทน ร้อยละ f แทน ตัวเลขที่ต้องการแปลงเป็นร้อยละ N แทน จ านวนนักเรียนทั้งหมด 1.2 ค่าเฉลี่ย (mean) โดยค านวณจากสูตร (ภาควิชาวิจัยและพัฒนาการศึกษา.2548:30, 45) N fx x เมื่อ x แทน ค่าเฉลี่ยของคะแนน f แทน ค่าความถี่ของคะแนนแต่ละตัว X แทน คะแนนแต่ละตัว fx แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด N แทน จ านวนนักเรียนทั้งหมด 1.3 การหาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยค านวณจากสูตร S.D = ( 1) ( ) 2 2 N N N x x เมื่อ S.D แทน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด 2 x แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกก าลังสอง


7 N แทน จ านวนนักเรียนทั้งหมด 2. สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน การทดสอบเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนและหลังเรียน สถิติที่ใช้ คือ Dependent Sample t-test โดยค านวณจากสูตร (ทรงศักดิ์ ภูสีอ่อน. 2554 : 145-162) t = 1 2 2 N N D D D ; df = n-1 เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่ใช้ในการพิจารณาใน t-distribution D แทน ความแตกต่างของคะแนนแต่ละคู่ N แทน จ านวนคู่ของคะแนนหรือจ านวนนักเรียน D แทน ผลรวมทั้งหมดของผลต่างของคะแนนก่อนและหลังการ ทดลอง 2 D แทน ผลรวมของก าลังสองของผลต่างของคะแนนก่อนและหลัง การทดลอง 3. การใช้เกณฑ์มาตรฐาน E1/E2 และ E.I. (เผชิญ กิจระการ, 2546: 1–6) เกณฑ์มาตรฐาน E1/E2 ใช้ในการเปรียบเทียบคะแนนที่ได้จากการประเมินตลอดภาคการศึกษา กับคะแนนที่ได้จากการสอบครั้งสุดท้าย (Final) โดยใช้เกณฑ์ 75/75 ดังนี้ E1 เป็นร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของคะแนนทั้งหมดในห้อง ที่เก็บจากกิจกรรมการเรียนการ สอนตามแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ สูตรที่ใช้ คือ E1 = 100 1 1 N x E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการจัดการเรียนรู้ 1 x คือ คะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียนของนักเรียนทั้งหมด N1 คือ คะแนนเต็มที่เก็บระหว่างเรียน E2 เป็นร้อยละของคะแนนเฉลี่ยจากการสอบหลังเรียน หรือสอบครั้ง สุดท้ายของผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง หรือจุดประสงค์นั้น ๆ โดย สูตรที่ใช้ คือ E2 = 100 2 2 N x E2 คือ ประสิทธิภาพของการเรียนรู้หลังจากเรียนจบ


8 2 x คือ คะแนนเฉลี่ยสอบครั้งสุดท้ายของนักเรียนทั้งหมด N2 คือ คะแนนเต็มของการสอบครั้งสุดท้าย E.I. เป็นการหาค่าดัชนีประสิทธิผล คะแนนความก้าวหน้าของนักเรียนที่เรียนตามแผนการ จัดการเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ค านวณได้จากสูตร E.I. = ผลรวมของคะแนนหลังเรียนทุกคน – ผลรวมของคะแนนก่อนเรียนทุกคน (จ านวนนักเรียนXคะแนนเต็มหลังเรียน) – ผลรวมของคะแนนก่อนเรียนทุกคน E.I. คือ ค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลและแปลความหมายของข้อมูลเพื่อให้เข้าใจตรงกัน ผู้วิจัยได้ก าหนด ความหมายของสัญลักษณ์ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ x แทน ค่าเฉลี่ย (Mean) SD แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน N แทน จ านวนคนทั้งหมด t-test แทน สถิติการทดสอบสมมุติฐาน P value แทน เส้นก าหนด หรือจุดแบ่งระหว่างการยอมรับ หรือปฏิเสธสมมติฐาน หลัก E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการจัดการเรียนรู้ 1 x คือ คะแนนเฉลี่ยคะแนนระหว่างเรียน ของนักเรียนทั้งหมด N1 คือ คะแนนเต็มที่เก็บระหว่างเรียน E2 คือ ประสิทธิภาพของการเรียนรู้หลังจากเรียนจบ 2 x คือ คะแนนเฉลี่ยสอบครั้งสุดท้าย ของนักเรียนทั้งหมด N2 คือ คะแนนเต็มของการสอบครั้งสุดท้าย E.I. คือ ค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ การวิเคราะห์ข้อมูล จากการวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ ผู้วิจัยได้น าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลได้ 4 ขั้นตอน น าเสนอตามล าดับ ดังนี้ ตอนที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จ านวน 1 ห้อง รวมนักเรียนทั้งหมด 32 คน โดยการแจกแจง ความถี่และร้อยละ ตอนที่ 2 วิเคราะห์ผลคะแนนการทดสอบทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ก่อนเรียน และหลังเรียน


9 โดยหาค่าคะแนน เฉลี่ย ( x ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD.) ตอนที่ 3 เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยการทดสอบทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้สถิติทดสอบที แบบกลุ่มไม่อิสระ (Dependent Samples t-test) ตอนที่ 4 การหาประสิทธิภาพและดัชนีประสิทธิผลจากคะแนนการทดสอบทักษะระหว่างเรียนกับ คะแนนที่ได้จากการสอบครั้งสุดท้าย (Final) โดยการตรวจสอบประสิทธิภาพ E1/E2 (75/75), E.I. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 1. พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัด อุดรธานี มีเพศชาย 17 คน คิดเป็นร้อยละ 53.1 มีเพศหญิง จ านวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 46.9 2.คะแนน การทดสอบของนักเรียนก่อนเรียน มีคะแนนค่าเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ 16.41 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 3.27 และคะแนน การทดสอบของนักเรียนหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ 32.78 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 2.85 ตามล าดับ 3.ผลการทดสอบทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ พบว่า คะแนนเฉลี่ย มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้วิชาพล การ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีห รักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4.ประสิทธิภาพของการจัด กิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ ทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียน เทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีประสิทธิภาพตามกระบวนการเรียนรู้ (E1) มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 57.62 คิดเป็นร้อยละ 82.32 และมีประสิทธิภาพของแบบทดสอบข้อเขียน (E2) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.31 คิดเป็นร้อยละ 71.04 ดังนั้นจากการจัดการเรียนรู้ตามแผนการเรียนวิชาทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้ มีค่าเท่ากับ 82.32/71.04 มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.7554 ซึ่งสูงกว่า เกณฑ์ดรรชนีประสิทธิผลที่ก าหนดไว้คือ 0.60 จึงยอมรับว่าแผนการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษา (เซปักตะกร้อ) พัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ที่พัฒนาขึ้นมีผลประสิทธิภาพระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน 5. การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการเรียนรายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียน เทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จ านวน 32 คน ได้ E1/E2 เท่ากับ 82.32/71.04 ซึ่ง เกณฑ์ที่ตั้งไว้ 75/75 ปรากฏว่าประสิทธิภาพ E1 และ E2 สูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ การหาค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาเซปักตะกร้อ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอ เมือง จังหวัดอุดรธานี จากการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น จ านวน 32 คน ผู้วิจัยได้ท าการ ทดสอบก่อนเรียน ได้คะแนนทดสอบก่อนเรียนรวม 621 คะแนน และได้ท าการทดสอบหลังเรียนได้คะแนน ทดสอบหลังเรียนรวม 1245 คะแนน โดยมีคะแนนเต็มของแบบทดสอบทั้งหมดเท่ากับจ านวนนักเรียน 32 คน คูณด้วยจ านวนคะแนนเต็ม 70 คะแนน ได้คะแนนเต็มทั้งหมดเท่ากับ 2240 คะแนน สรุปผลได้ดังนี้


10 E.I. = 1844 - 621 2240 - 621 = 0.7554 จากผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ เซปักตะกร้อ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชาเซปัก ตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี พบว่า ค่าดัชนีประสิทธิผล ของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาเซปักตะกร้อ มีค่าเท่ากับ 0.7554 หรือคิดเป็นร้อยละ 75.54 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ดัชนีประสิทธิผลที่ก าหนดไว้คือ 0.60 จึงยอมรับว่าแผนการจัดการเรียนรู้วิชาเซปัก ตะกร้อ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน เทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ที่พัฒนาขึ้น มีผลประสิทธิภาพระหว่างก่อนเรียนและ หลังเรียน วิธีด าเนินการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้มีขั้นตอนการวิจัยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน แนวคิด ทฤษฎี จากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อน ามาสร้างเครื่องมือและใช้ในการพัฒนาผู้เรียน ขั้นตอนที่ 2 สร้างเครื่องมือจากแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้วิจัยได้น าหลักการต่างๆ มาสังเคราะห์ เพื่อสร้างแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ให้เกิดแก่ผู้เรียน ได้แก่ แผนการ สอน ประกอบด้วย 18 แผน และแบบทดสอบทักษะเซปักตะกร้อ ขั้นตอนที่ 3 น าเครื่องมือที่สร้างขึ้นไปใช้กับนักเรียน ชั้นปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์ วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีรายวิชาเซปักตะกร้อ จ านวน 1 หน่วยกิต 18 ชั่วโมง 18 สัปดาห์ จ านวน 32 คน ที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้น และใช้เกณฑ์ในการประเมินผลคะแนนการทดสอบทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ดังต่อไปนี้ โรงเรียนมัธยมเทศบาล 5 นครอุดรธานี อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีโรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอ เมือง จังหวัดอุดรธานี 1.1 การทดสอบเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน สถิติที่ใช้ คือ Dependent Sample t-test 1.2 การใช้เกณฑ์มาตรฐาน E1/E2 ใช้ในการเปรียบเทียบคะแนนที่ได้จากการประเมิน ทักษะระหว่างเรียนกับคะแนนที่ได้จากการสอบครั้งสุดท้าย (Final) โดยใช้เกณฑ์ 75/75 และ E.I. ในการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผลคะแนนการทดสอบทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ สรุปผล การวิจัยในชั้นเรียน ครั้งนี้ผู้วิจัยสามารถสรุปผลการวิจัยที่ส าคัญได้ดังต่อไปนี้


11 1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 มีทั้งหมด 32 คน แบ่งเป็น ชาย 17 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 53.1 ของนักเรียนทั้งหมด และนักเรียนหญิงทั้งหมด 15 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 46.9 2. คะแนนการทดสอบของนักเรียนก่อนเรียน มีคะแนนค่าเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ 16.41 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 3.27 และคะแนน การทดสอบของนักเรียนหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ย โดยรวมเท่ากับ 32.78 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 2.85 ตามล าดับ 3. ผลการทดสอบทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ พบว่า คะแนนเฉลี่ยมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียน โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้วิชาพล การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้ รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ ทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีประสิทธิภาพ ตามกระบวนการเรียนรู้ (E1) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 57.62 คิดเป็นร้อยละ 82.32 และมีประสิทธิภาพของ แบบทดสอบวัดความรู้(สอบข้อเขียน) (E2) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.31 คิดเป็นร้อยละ 71.04 5. จากตารางที่ 4.5 การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการเรียนรายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จ านวน 32 คน ได้ E1/E2 เท่ากับ 82.32/71.04 ซึ่งเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 75/75 ปรากฏว่าประสิทธิภาพ E1 และ E2 สูงกว่าเกณฑ์ที่ ก าหนดไว้ 6. ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ เซปักตะกร้อ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชา เซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี พบว่า ค่าดัชนีประสิทธิผล ของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาเซปักตะกร้อ มีค่าเท่ากับ 0.7554 หรือคิดเป็นร้อยละ 75.54 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ดัชนีประสิทธิผลที่ก าหนดไว้คือ 0.60 จึงยอมรับว่าแผนการจัดการเรียนรู้วิชาเซปัก ตะกร้อ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้รายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน เทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ที่พัฒนาขึ้น มีผลประสิทธิภาพระหว่างก่อนเรียนและ หลังเรียน อภิปรายผล แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาเซปักตะกร้อของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี สามารถอภิปรายผลได้ ดังนี้ 1. ผลการทดสอบทักษะเซปักตะกร้อ เพื่อพัฒนาผลคะแนนการทดสอบทักษะการเรียนรายวิชาเซปัก ตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี พบว่า หลังจากการสร้างทักษะเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์ วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นักเรียนมีผลคะแนนการทดสอบทักษะเซปักตะกร้อ มีการพัฒนาทักษะ เพิ่มขึ้น ซึ่งตรงกับค ากล่าวของ วินัย ประทุมวัน (2555:บทคัดย่อ) รายงานผลการใช้ ชุดพัฒนาทักษะพื้นฐาน กีฬาตะกร้อซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิชาพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เพื่อต้องการให้ ผู้เรียนมีการพัฒนาบุคลิกภาพสมรรถภาพ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา การวิจัยครั้งนี้ผู้รายงานได้ทราบถึง


12 ปัญหาของผู้เรียนที่เล่นกีฬาเซปักตะกร้อไม่ประสบผลส าเร็จในการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อ เพราะผู้เรียนยัง ขาดทักษะพื้นฐานในการเล่นลูกตะกร้อ และบังคับลูกตะกร้อให้ไปในทิศทางที่ต้องการต้องการ 2. ประสิทธิภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาเซปักตะกร้อ จากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จ านวน 32 คน ได้ E1/E2 (เกณฑ์ที่ตั้ง ไว้ 75/75) เท่ากับ 82.32/71.04 กล่าวคือ ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ จึงท า ให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามที่ก าหนด กล่าวคือ ผลคะแนนการทดสอบทักษะการเรียนรายวิชาเซปัก ตะกร้อ บรรลุตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่พึงปรารถนาหรือเป็นไปตามที่คาดหวัง 3. การหาดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ (E.I.) พบว่า จากผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะทางการเรียนรายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี พบว่า ค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ มีค่าเท่ากับ 0.7554 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ดัชนีประสิทธิผลที่ก าหนดไว้คือ 0.60 จึงยอมรับว่าแผนการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษา เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาเซปักตะกร้อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ที่พัฒนาขึ้นมีผลประสิทธิภาพระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน จากการวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ การพัฒนาทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ท าให้ นักเรียนมีคะแนนการทดสอบทักษะการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ จึงเป็นการพัฒนาการ เรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และสามารถน าไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้บรรลุตามความมุ่ง หมายได้ ข้อเสนอแนะ ผลการวิจัยดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยขอเสนอแนะแนวทางที่พึงปฏิบัติดังต่อไปนี้ 1. ข้อเสนอแนะในการน าผลการวิจัยไปใช้ 1.1 การฝึกทักษะต่างๆ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการเรียนรายวิชาเซปักตะกร้อ จึงเป็นผล ท าให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาเซปักตะกร้อ ของนักเรียนพัฒนาเพิ่มขึ้นด้วย 1.2 การมีทักษะที่ดี เป็นการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และระบบต่างๆ ของร่างกายได้ดี ขึ้น 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยต่อไป 2.1 การฝึกทักษะของนักเรียนที่เกี่ยวกับร่างกาย การเคลื่อนไหว ควรมีให้ครบทุกแบบฝึก เพื่อเตรียมความพร้อมทางการเรียนให้เกิดประสิทธิภาพกับนักเรียนได้ดีขึ้น 2.2 ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านพลศึกษา ควรเห็นความส าคัญของการสร้างทักษะ ให้มากยิ่งขึ้น ได้แก่ สนับสนุนสถานที่ อุปกรณ์ และเล่นกีฬาให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ จากการวิจัยครั้งนี้ จึงควรเป็นการน าร่องกับการสอนในรายวิชาภาคปฏิบัติเพิ่มขึ้น เกี่ยวกับการสร้าง ทักษะทางกายให้ครบทุกส่วนของร่างกาย เพื่อเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกายของนักเรียน โรงเรียน เทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี


13 บรรณานุกรม กรรวี บุญชัย และสุดจิต เขียวอุไร. กายบริหาร. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, 2540. จรัญ ธานีรัตน์. ตะกร้อและเซปักตะกร้อ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามค าแหง, 2537. จุไรรัตน์ สมสุข. เอกสารประกอบการสอนวอลเลย์บอล 1. อุดรธานี: วิทยาลัยพลศึกษา จังหวัด อุดรธานี: อัดส าเนา, 2540.ฐิติกร ศิริสุขเจริญพร. วิทยาศาสตร์การกีฬา. กรุงเทพฯ: สถาบันราชภัฏสวนดุสิต, 2540. รังสฤษฎิ์ บุญชะลอ. เซปักตะกร้อและตะกร้อลอดบ่วง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์บริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จ ากัด, 2543. สุนทร แสงรุ่ง. ตะกร้อและเซปักตะกร้อ. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยพลศึกษา จังหวัดมหาสารคาม, 2539. สุพจน์ ปราณี. การฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ (ขั้นก้าวหน้า). กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์, 2539.


Click to View FlipBook Version