วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาลพบรุ ี
ชือ่ วิชา
หลกั การใชส้ ี
วงจรสี และแม่สี
รายวิชา การสรา้ งสรรคง์ านการ์ตูน
รหัสวชิ า 20308 - 2102
สี (Color)
ประวัติความเปน็ มาของสี
สี (COLOUR) หมายถึง ลักษณะกระทบต่อสายตาให้เห็นเป็นสีมีผลถึง
จิตวิทยา คือมีอานาจให้เกิดความเข้มของแสง ท่ีแสดงอารมณ์และ
ความรู้สึก การที่ได้เห็นสีจากสายตา สายตาจะส่งความรู้สึกไปยังสมอง
ทาให้เกิดความรู้สึก ต่างๆ ตามอิทธิพลของสี เช่น สดช่ืน เย็น ร้อน
ต่ืนเต้น เศร้า ฯลฯ สีมีความหมายอย่างมากเพราะศิลปินต้องการใช้สีเป็น
ส่ือสร้างความประทับใจในผลงานของศิลปะ และสะท้อนความประทับใจแก่
ผ้มู อง
ยุคหิน
ม นุ ษ ย์ เ ร่ิ ม มี ก า ร ใ ช้ สี ตั้ ง แ ต่
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีท้ังการ
เขียนสีลงบนผนังถ้า ผนังหิน
บนพ้ื นผิวเครื่องป้ ันดินเผา และท่ี
อื่ น ๆ ภ า พ เ ขี ย น สี บ น ผ นั ง ถ้ า
(ROCK PAINTING)
ประวตั คิ วามเป็นมาของสี
สี (COLOUR) เริ่มทาต้ังแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในทวีปยุโรป โดย
คนก่อนสมัยประวัติศาสตร์ในสมัยหินเก่าตอนปลาย ภาพเขียนสีท่ีมี
ชื่อเสียงในยุคน้ีพบที่ประเทศฝร่ังเศษ และประเทศสเปน ในประเทศไทย
กรมศิลปากรได้สารวจพบภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์บนผนังถ้า
และ เพิ งหินในที่ต่างๆ จะมีอายุระหว่าง 1,500-4,000 ปี เป็นยุคสมัย
หินใหม่ และยุคโลหะ ได้ค้นพบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2465 คร้ังแรกพบบนผนัง
ถ้าในอ่าวพั งงา ต่อมาก็ค้นพบอีกซึ่งมีอยู่ทั่วไป เช่น จังหวัดกาญจนบุรี
อทุ ยั ธานี เปน็ ตน้
ประวัตคิ วามเปน็ มาของสี
สี ที่เขียนบนผนังถ้าส่วนใหญ่เป็นสีแดง นอกนั้นจะมีสีส้ม สีเลือดหมู
สีเหลือง สีน้าตาล และสีดาสีบนเครื่องป้ ันดินเผา ได้ค้นพบการเขียนลาย
คร้ังแรกท่ีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานีเมื่อปี พ.ศ.2510 สีท่ีเขียนเป็นสีแดง
เป็นรูปลายก้านขด จิตกรรมฝาผนังตามวัดต่างๆ สมัยสุโขทัยและอยุธยา
มีหลักฐานว่า ใช้สีในการเขียนภาพหลายสี แต่ก็อยู่ในวงจากัดเพี ยง 4 สี
คือ สดี า สีขาว สีดินแดง และสเี หลอื ง
ประวัติความเปน็ มาของสี
สี ในสมัยโบราณน้ัน ช่างเขียนจะเอาวัตถุต่างๆ ในธรรมชาติมาใช้เป็น
สีสาหรับเขียนภาพ เช่น ดินหรือหินขาวใช้ทาสีขาว สีดาก็เอามาจากเขม่า
ไ ฟ ห รือจ าก ตั วห มึ ก จี น ถื อ เ ป็ น ช า ติ แ รก ที่ พ ย า ยา ม ค้ น คว้ า เ ร่ื อ ง
สีธรรมชาติได้มากกว่าชาติอื่นๆ คือ ใช้หินนามาบดเป็นสีต่างๆ สีเหลือง
นามาจากยางไม้ รงหรือรงทอง สีครามก็นามาจากต้นไม้ส่วนใหญ่
แล้วการค้นคว้าเร่ืองสีก็เพื่ อท่ีจะนามาใช้ ย้อมผ้าต่างๆ ไม่นิยมเขียนภาพ
เพราะจีนมคี ตใิ นการเขียนภาพเพียงสเี ดียว คอื สดี าโดยใช้หมกึ จีนเขียน
สีสามารถแยกออกเป็น
2 ประเภทคือ
สีธรรมชาติ
เป็นสีที่เกิดขึ้นเองธรรมชาติ เช่น สีของแสงอาทิตย์ สีของท้องฟา้
ยามเช้า เย็น สีของรุ้งกินน้า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเองธรรมชาติ
ตลอดจนสีของ ดอกไม้ ตน้ ไม้ พื้นดนิ ท้องฟา้ นา้ ทะเล
สีที่มนุษยส์ รา้ งขน้ึ
สที ่ีมนุษย์สร้างขน้ึ หรอื ได้สงั เคราะหข์ ึ้น เช่น สีวทิ ยาศาสตร์ มนุษย์ได้ทดลอง
จากแสงต่างๆ เช่น ไฟฟา้ นามาผสมโดยการทอแสงประสานกัน นามาใช้
ประโยชน์ในดา้ นการละคร การจัดฉากเวทโี ทรทศั น์ การตกแต่งสถานท่ี
คุณลกั ษณะของสี
(Characteristics of Colours)
คุณลกั ษณะของสี
ในงานศิลปะ สี นับเป็นองค์ประกอบพื้ นฐานท่ีมีความสาคัญมาก
โดยเฉพาะในงานจิตรกรรม สีถือเป็นปัจจัยสาคัญ ที่ช่วยให้ศิลปิน
สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ตามเจตนารมณ์ ซ่ึงคุณลักษณะของสี
ในงานศลิ ปะทตี่ อ้ งนามาพิจารณามอี ยู่ 3 ประการ คือ
สีแท้ (Hue)
หมายถึง ความเป็นสีนั้นๆ
ท่ี มิ ไ ด้ มี ก า ร ผ ส ม ใ ห้ เ ข้ ม ข้ึ น
หรือจางลง
สี แ ท้ เ ป็ น สี ใ น ว ง จ ร สี เ ช่ น
สีแดง น้าเงิน เหลือง ส้ม เขียว
มว่ ง ฯลฯ
น้าหนักของสี
(Value)
หมายถึง ค่าความอ่อนแก่
หรือ ความสว่างและความมืด
ของสี โดยแบ่งเป็น 2 ลักษณะ
คอื
1 สีแท้ถูกทาให้อ่อนลงโดยผสมสีขาว
เรยี กว่า สีนวล (Tint)
2 สีแท้ถูกทาให้เข้มข้ึนโดยผสมสีดา
เรยี กวา่ สีคล้า (Shade)
ความจดั หรือความเข้มของสี
หมายถึง ความสดหรือความบริสุทธ์ิของสีๆหนึ่ง ท่ีมิได้ถูกผสม
ให้สีหม่นหรืออ่อนลง หากสีน้ันอยู่ท่ามกลางสีที่มีน้าหนักต่างค่ากัน
จะเห็นสภาพสีแท้สดใสมากขึ้น เช่น วงกลมสีแดง บนพื้ นสีน้าเงิน
อมเทา
คา่ นา้ หนกั สีสูง คา่ น้าหนกั สีต่า
คา่ ความเป็นสีกลาง
หมายถึง การทาให้สีแท้ท่ีมีความเข้มของสีน้ันหม่นลง โดยการ
ผสมสีตรงข้าม เรียกว่า การเบรกสี เช่น สีแดงผสมกับสีเขียว หรือ
ผสมด้วยสีท่ีเป็นกลาง เช่น สีเทา สีน้าตาลอ่อน สีครีม และขาว เพื่ อ
ลดความสดของสีแท้ลง
แมส่ ี
แม่สี
สีท่ีนามาผสมกันแล้ว
ทาใ ห้เกิ ดสี ใหม่ ที่ มี
ลั ก ษ ณ ะ แ ต ก ต่ า ง ไ ป
จากสีเดิม
แมส่ ี
มีอยู่ 2 ชนดิ
1.แม่สีของแสง
เกิดจากการหักเหของแสง
ผา่ นแท่งแกว้ ปรซิ ึม มี 3 สี คอื
- สีแดง
- สเี หลอื ง
- สีน้าเงนิ
อยู่ในรูปของแสงรังสี ซ่ึง
เ ป็ น พ ลั ง ง า น ช นิ ด เ ดี ย ว ที่ มี สี
คุ ณ ส ม บั ติ ข อ ง แ ส ง ส า ม า ร ถ
นามาใช้ ในการถ่ายภาพ ภาพ
โทรทัศน์ การจัดแสงสี ในการ
แสดงตา่ ง ๆ เป็นต้น
2.แมส่ ีวตั ถุธาตุ
เป็นสีท่ีได้มาจากธรรมชาติ และจากการสังเคราะห์
โดยกระบวน ทางเคมี มี 3 สี คอื
- สแี ดง - สเี หลอื ง
- สนี า้ เงนิ
แม่สวี ัตถุธาตุเปน็ แมส่ ที ีน่ ามาใช้ งานกันอยา่ งกว้างขวาง ใน
วงการศิลปะ วงการอุตสาหกรรม ฯลฯ แม่สีวัตถุธาตุ เม่ือ
นามาผสมกันตามหลักเกณฑ จะทาให้เกิดวงจรสีซึ่งเป็นวง
สีธรรมชาติ เกิดจากการผสมกันของแม่สีวัตถุธาตุ เป็นสี
หลักที่ใช้งานกันทั่วไป ใน วงจรสี จะแสดงสิ่งต่าง ๆ
ดังต่อไปน้ี
วงจรสี
สีขนั้ ท่ี 1 1
11
แม่สี ได้แก่
1
- สีแดง 11
- สีเหลือง
- สีนา้ เงนิ
สีขนั้ ที่ 2 22
2
คือ สีที่เกิดจากสีข้ันท่ี 1 หรือแม่สีผสม
2
กันในอัตราส่วนท่ีเท่ากัน จะทาให้เกิดสีใหม่
2
3 สี ได้แก่ 2
- สีแดง ผสมกบั สีเหลือง ไดส้ ี ส้ม
- สีแดง ผสมกับสีน้าเงิน ไดส้ ี มว่ ง
- สีเหลือง ผสมกบั สีนา้ เงนิ ได้สี เขยี ว
สีข้ันท่ี 3
คือ สีท่ีเกิดจากสีขั้นที่ 1 ผสมกับสีข้ันท่ี 2
ในอัตราส่วนท่ีเท่ากัน จะได้สีอ่ืน ๆอีก 6 สี
คอื
- สีแดง ผสมกบั สีส้ม ไดส้ ี ส้มแดง
- สีแดง ผสมกบั สีม่วง ได้สี ม่วงแดง
- สีเหลอื ง ผสมกบั สีเขียว ได้สี เขียวเหลอื ง
- สีน้าเงนิ ผสมกับสีเขยี ว ไดส้ ี เขียวนา้ เงนิ
- สีนา้ เงิน ผสมกับสีมว่ ง ไดส้ ี ม่วงน้าเงนิ
- สีเหลือง ผสมกบั สีส้ม ไดส้ ี ส้มเหลือง
วรรณะของสี
แม่สี
คือสี ที่ใ ห้ ควา มรู้ สึ ก
ร้อน-เย็น ในวงจรสี
จะมีสีร้อน 7 สี และ
สีเย็น 7 สี ซึ่งแบ่งที่
สีกลาง 2 สี สีม่วง
กับสีเหลืองซ่ึงเป็นได้
ท้ังสองวรรณะ
วรรณะเยน็
วรรณะสีเย็น ประกอบด้วย สีเหลือง สีเขียว
เหลือง สีเขียว สีเขียวน้าเงิน สีน้าเงิน สีม่วงน้า
เงิน และสีม่วง ส่วนสีอ่ืนๆ ถ้าหนักไปทางสีน้า
เงินและสีเขียวก็เป็นสีวรรณะเย็นดังเช่น สีเทา
สีดา สีเขยี วแก่ เป็นตน้
สีเหล่านีด้ ู เย็นตา ใหค้ วามรู้สึก สงบ สดชืน่
ฉีชซี าน
ภาพงานเทศกาลแข่ง
เรือของจีน : ศิลปิน
ว า ด ภ า พ ตั ว เ อ ง กั บ
น้องชายขณะพายเรือ
เก็บฝักบัว ใช้เทคนิค
สีโทนเย็น
TOTORO
โทโทโร่เพ่ือนรัก : เป็นเรื่องราว
ท่ีสอนให้เด็กมีความรับผิดชอบ
ขยันขันแข็ง และรักธรรมชาติ
โดยผู้กากับฮายาโอะ มิยาซากิ
ภายใต้การผลิตของสตูดโิ อจิบลิ
วรรณะรอ้ น
วรรณะสีร้อน ประกอบด้วยสีเหลือง สีส้มเหลือง
สีสม้ สสี ้มแดง สมี ่วงแดงและสมี ว่ ง
สีในวรรณะร้อนนี้จะไม่ใช่สีสดๆ ดังที่เห็นใน
ว ง จ ร สี เ ส ม อ ไ ป เ พ ร า ะ สี ใ น ธ ร ร ม ช า ติ ย่ อ ม มี
สีแตกต่างไปกว่าสีในวงจรสีธรรมชาติอีกมาก
ถ้าหากว่าสีใด ค่อนข้างไปทางสีแดงหรือสีส้ม
เช่น สีน้าตาลหรือสีเทาอมทอง ก็ถือว่าเป็นสี
วรรณะร้อน สีเหล่าน้ีให้อิทธิพล ต่อความรู้สึก
ต่ืนเต้น เร้าใจ กระฉับกระเฉง
มติ วิ ญิ ญาณ
มหศั จรรย์
เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันจากประเทศ
ญ่ีปุ่น แนวแฟนตาซี/ผจญภัย เป็น
เร่ืองราวของเด็กผู้หญิงและครอบครัว
ทเี่ ข้าไปในโลกภูตวิ ญิ ญาณโดยบงั เอญิ
โดยผู้กากับฮายาโอะ มิยาซากิ ภายใต้
การผลิตของสตดู โิ อจบิ ลิ
Puss in Boots
พุ ซ อิ น บู๊ ท ส์ เ ป็ น ภ า พ ย น ต ร์
คอมพิ วเตอร์แอนิเมชันผจญภัย
ท่ีผลิตโดยดรีมเวิร์กสแอนิเมชัน
กากบั โดย ครสิ มิลเลอร์
จะสังเกตได้ว่า!!
สีเหลอื ง และ สีม่วง
อยู่ทั้งวรรณะรอ้ นและวรรณะเย็น ถ้าอยใู่ นกลมุ่ สีวรรณะ
ร้อนก็ใหค้ วามรูสกึ ร้อนและถา้ อยใู่ นกล่มุ สีวรรณะเย็นกใ็ ห้
ความรู้สกึ เย็นไปด้วย สเี หลืองและสีมว่ งจึงเป็นสไี ดท้ ง้ั
วรรณะรอ้ นและวรรณะเยน็
สตี รงขา้ ม
สีตรงขา้ ม
หรือสีตัดกัน หรือสีคู่ปฏิปักษ์ เป็นสีท่ีมี
ค่าความเข้มของสี ตัดกันอย่างรุนแรง
ในทางปฏิบัติไม่นิยมนามาใช้ร่วมกัน เพราะ
จะทาให้แต่ละสีไม่สดใสเท่าท่ีควร การนาสี
ตรงขา้ มกันมาใช้รว่ มกัน อาจกระทาได้ดงั นี้
1. มพี ้ืนทข่ี องสีหนง่ึ มาก อกี สหี น่ึงนอ้ ย
2. ผสมสอี น่ื ๆ ลงไปสสี ใี ดสีหน่ึง หรือท้งั สองสี
3. ผสมสีตรงขา้ มลงไปในสีท้ังสองสี
สีตรงขา้ ม
สตี รงข้าม หรือสคี ู่ หมายถึง สสี องสที ี่อยู่ตรงข้ามกันบนวงจรสี ให้ความรู้สึก
ท่ขี ดั แย้งกันอยา่ งรนุ แรง มี 6 คู่คือ
1. เหลอื ง กบั ม่วง
2. แดง กบั เขยี ว
3. นา้ เงิน กับ ส้ม
4. ส้มเหลือง กับ ม่วงน้าเงนิ
5. ส้มแดง กบั เขยี วนา้ เงนิ
6. เขยี วเหลือง กบั มว่ งแดง
แบบทดสอบ
หลังเรียน
แบบทดสอบ
หลังเรียน
ให้นักเรียนลงสี วงจรสีข้ันพื้ นฐาน ชุดท่ี 1
และเลือกวรรณะสีท่ีนักเรียนชอบมาคนละ 1
วรรณะ (ร้อน, เย็น) แล้วลงสีวรรณะที่
เลือกในภาพชดุ ที่ 2 ให้สมบรู ณ์