The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนกฎหมายแรงงาน20001_1004 2_2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by supatcharkt, 2022-04-20 23:31:35

แผนกฎหมายแรงงาน20001_1004 2_2564

แผนกฎหมายแรงงาน20001_1004 2_2564

~ 10 ~

แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการท่ี 1 หนว่ ยที่ 1

รหัสวชิ า 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนคร้งั ที่ 1
ช่ือหนว่ ย สัญญาจา้ งแรงงาน จานวนช่ัวโมง 3 ชวั่ โมง

แนวคิด
การจ้างแรงงาน เป็นสญั ญาชนิดหนงึ่ และเปน็ เอกเทศสัญญาลักษณะจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพง่ และ

พาณชิ ย์ เปน็ สัญญาทีน่ ายจ้างและลูกจ้างต่างตอบแทนให้กันและกนั โดยลกู จา้ งตอบแทนให้นายจ้างด้วยการทางานใหน้ ายจา้ ง
และนายจ้างตอบแทนทว้ ยการใหค้ า่ จ้าง ซ่งึ เรยี กวา่ สนิ จ้างนน้ั แกล่ กู จ้าง สัญญาจา้ งแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชยใ์ ช้บังคบั แก่นายจ้างและลกู จา้ งทุกประเภท ยกเว้นลูกจา้ งของทางราชการท่ีมกี ฎหมายของราชการสว่ นนั้นๆ ใช้บังคบั
ไวโ้ ดยเฉพาะอยูแ่ ลว้
ผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวงั

1. อธบิ ายลกั ษณะสาคญั ของสัญญาจา้ งแรงงานได้
2. อธิบายไดว้ า่ สญั ญาจา้ งแรงงานต้องทาตามแบบเสมอหรือไม่
3. อธบิ ายสิทธแิ ละหน้าที่ของนายจา้ งและลูกจ้างได้
4. อธิบายถงึ ความระงับและเลิกสัญญาจ้างแรงงานได้
5. สามารถทาสญั ญาจ้างแรงงานและนาความร้ทู ศี่ ึกษาเก่ียวกบั สญั ญาจ้างแรงงานไปแก้ปัญหาในการดารงชวี ิต
ประจาวันและในงานอาชพี ธุรกิจได้
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ กี่ยวกับกฎหมายท่ีเก่ียวข้องกบั แรงงาน การคมุ้ ครองแรงงาน แรงงานสัมพนั ธ์ และการประกนสงั คม
2. ปฏบิ ัตติ ามวิธีการ และขน้ั ตอนของกฎหมายท่เี กี่ยวข้องกับแรงงานดา้ นอุตสาหกรรมการผลติ และบริการ
สาระการเรียนรู้
1. ลักษณะสาคัญของสญั ญาจา้ งแรงงาน
2. แบบของสัญญาจ้างแรงงาน
3. สทิ ธแิ ละหนา้ ทข่ี องนายจ้างและลูกจ้าง
4. ความระงบั แห่งสญั ญาจา้ งแรงงาน
กิจกรรมการเรยี นรู้
(ปฐมนเิ ทศ)
1. ครแู นะนาตัวเอง และใหผ้ ู้เรยี นแนะนาตัว
2. ครชู แ้ี จงจดุ ประสงคร์ ายวิชา มาตรฐานรายวิชา และสมรรถนะรายวชิ า แนวทางการวดั ผลและการ ประเมินผล
การเรียนรู้ ตลอดจนกฎกติกาในการเรยี น
ข้ันนาเข้าสู่การเรยี น
1.ครเู ขยี นคาวา่ “ลกู จ้าง” ไว้บนกระดาน
2.ครูสุ่มถามนักเรยี นวา่ เมื่อเหน็ คาว่าลกู จา้ งนักเรียนนกึ ถึงสิ่งใด จากนนั้ ใหน้ กั เรียนยกตวั อยา่ งอาชพี ที่นักเรียนคิดว่า
เปน็ “ลูกจ้าง” จากน้ันครูใหน้ กั เรยี นดภู าพตา่ งๆแล้วถามวา่ เป็นลูกจ้างหรอื ไม่ (ใช้ภาพลขิ สทิ ธ)์ิ


~ 11 ~

ข้นั สอน
3.ครูอธิบายลักษณะสาคญั ของสัญญาจ้างแรงงาน
4.ครูสนทนากับนกั เรียนเร่ืององคป์ ระกอบของสญั ญาจา้ งแรงงานและเขียนองคป์ ระกอบของสัญญาจ้างแรงงานไว้บน
กระดาน
5.ครูเขียนคาวา่ “ผวู้ ่าจ้าง” กบั “นายจ้าง” ไวบ้ นกระดาน จากน้นั ถามนักเรียนถงึ ความแตกต่างของสัญญาจ้าง
แรงงานและจา้ งทาของ
6.ครยู กตวั อยา่ งเหตุการณ์แลว้ ใหน้ ักเรยี นลองทายวา่ เป็นการจ้างแรงงานหรือจา้ งทาของ จากน้ันครูเลา่ ประสบการณ์
การจา้ งทาของใหน้ ักเรียนฟัง เชน่ การว่าจา้ งมาสร้างบ้าน ซอ่ มรถ เปน็ ตน้
7.ครูอธิบายเรื่องแบบของสัญญาจา้ งแรงงาน และช้ใี หเ้ หน็ ว่าสญั ญาจา้ งแรงงานงานเป็นสัญญาท่ีไม่มีแบบ
8.ครูอธิบายเรอ่ื งสิทธิ หน้าท่ีของนายจ้างและลกู จ้าง จากน้ันครูแบ่งกลุ่มนกั เรียนกลมุ่ ละ 4 คนให้ช่วยกันอภิปราย
เร่อื งสิทธิหน้าท่ขี องนายจ้างและลูกจ้าง และครูเขียนตารางไว้บนกระดาน ส่มุ เลือกนักเรยี นแต่ละกลมุ่ ตอบ และครูเขียนลงบน
กระดาน ใหน้ ักเรียนลอกตาม

สิทธิ หน้าท่ี

นายจา้ ง 1. ออกคาส่ังใหล้ ูกจ้างทางานตามท่ตี กลงหรือมี 1. ต้องจ่ายสนิ จ้างใหแ้ กล่ ูกจ้างตามระยะเวลาท่ีตก
สัญญาตอ่ กัน ลงกนั หรือตามจารีตประเพณที พี่ งึ จะจ่ายต่อกนั
2. มีสิทธโิ อนสทิ ธิการเปน็ นายจา้ งของตนใหแ้ ก่ 2. ต้องออกใบสาคัญแสดงวา่ ลูกจา้ งมาทางาน
บุคคลอ่ืนไดเ้ มอ่ื ลกู จา้ งยินยอม นานเทา่ ไร งานท่ีทาเป็นอยา่ งไร เพื่อให้ลูกจ้าง
3. มสี ิทธิบอกเลกิ สญั ญาจา้ งได้ ยดึ ถือไวเ้ มือ่ การจา้ งงานสิน้ สุดลง
4. เมือ่ ไมไ่ ด้กาหนดระยะเวลาการจา้ งไว้ นายจา้ งมี 3. ต้องออกคา่ เดินทางใหล้ กู จ้าง ถ้าเป็นกรณีที่
สทิ ธบิ อกเลิกสัญญาได้ แตต่ อ้ งบอกกลา่ วใหล้ กู จ้าง นายจ้างได้นาลกู จ้างนัน้ มาจากต่างถน่ิ หรือ
ทราบล่วงหน้า เมอื่ ถึงเดือนกอ่ นกาหนดจา่ ยค่า ต่างจังหวดั เม่ือการจา้ งสนิ้ สุดลง เพอ่ื ให้ลกู จ้าง
สินจ้างคราวใดคราวหนึ่งเพ่ือใหเ้ ปน็ ผลการเลกิ เดนิ ทางกลับภูมิลาเนาเดิม


~ 12 ~

สญั ญาเม่ือถึงกาหนดจ่ายสนิ จา้ งคราวตอ่ ไป 4. รบั ผดิ รว่ มกับลกู จา้ ง กรณีไดก้ ระทาละเมิดและ

ขา้ งหนา้ ก็ได้ เกดิ ความเสียหาแกบ่ ุคคลภายนอก ซ่ึงลกู จ้างได้

5. มีสทิ ธิไลล่ กู จ้างออกจากงานโดยมิต้องบอก กระทาไปในทางการที่จ้าง

กล่าวลว่ งหน้าได้ ถ้าลูกจา้ งจงใจขดั คาส่ัง, ละเลย

ไม่นาพาตอ่ คาสัง่ อันชอบด้วยกฎหมาย,กระทา

ความผิดอนั รา้ ยแรง,ละทง้ิ หน้าทก่ี ารงานท่มี อบให้

เปน็ ประจา หรอื ทาให้เกิดความเสียหาย หรอื ขาด

งานเปน็ ประจา,ไม่สจุ ริตตอ่ หนา้ ทอี่ นั เปน็ ความผิด

รา้ ยแรง

1. ได้รบั สินจา้ งตลอดเวลาที่ทางานใหน้ ายจ้าง 1. ต้องทางานทีร่ ับจา้ งดว้ ยตนเอง เพราะการจ้าง

2. ใหบ้ ุคคลภายนอกทางานแทนตนได้ เม่ือนายจ้าง นั้นนายจา้ งจะต้องพิจารณาคุณสมบตั ิของลูกจา้ ง

ยนิ ยอม เปน็ สาคญั ว่าเหมาะสมกบั งาน

3. ได้รับใบสาคัญจากนายจ้าง หลังจากการจา้ ง 2. ตอ้ งมีความสามารถตามที่รับรองวา่ มีคุณสมบัติ

แรงงานสนิ้ สุดลง เพ่ือแสดงวา่ ลูกจ้างทางานมา และฝีมอื จนนายจ้างตกลงใจจ้างหากปฏิบัตงิ าน

ลกู จา้ ง นานเท่าไร และงานท่ที าเป็นงานอยา่ งไร เพื่อ แล้วไม่เปน็ ดังทร่ี บั รองหรอื ไรฝ้ มี ือ อาจถกู นายจา้ ง
สะดวกในการท่ีลกู จา้ งไปสมัครงานใหม่ แต่ไมม่ ี บอกเลิกจ้างได้

สทิ ธริ ะบวุ ่าได้เลิกจ้างด้วยวิธีใดและสาเหตุใด 3. ตอ้ งทาตามคาสั่งและปฏิบตั หิ นา้ ท่ีใหน้ ายจ้าง

4. หากลูกจ้างเปน็ บคุ คลที่นายจ้างได้จา้ งมาจาก ดว้ ยความสจุ ิรต

ตา่ งถ่ิน และออกค่าเดินทางให้ เมอื่ มีการเลิกจ้าง

อนั มิใช่เพราะความผิดของลูกจา้ งแล้ว ลกู จา้ งมี

สทิ ธิได้ค่าเดินทางขากลับไปยงั ถิ่นท่ไี ดจ้ ้างมา

5. บอกเลิกสัญญาได้ ถา้ สัญญาจา้ งแรงงานไม่ได้

กาหนดเวลาไว้ แตต่ ้องบอกกล่าวลว่ งหนา้

9. ครูเขียนคาว่า “ตกงาน” ไว้บนกระดาน แลว้ ถามวา่ คาว่าตกงาน หมายถงึ กรณใี ดบา้ ง จากน้นั ครอู ธบิ ายเร่ือง
ความระงบั แห่งสญั ญาจ้างแรงงาน

ขน้ั สรปุ และประยุกต์
10.ครูให้นกั เรยี นจับกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน อภิปรายกิจกรรมสง่ เสริมคณุ ธรรมนาความรู้ จากนัน้ ครสู ุม่ ถามใหน้ กั เรยี น
แสดงความคดิ เห็น
11.ครใู หน้ กั เรียนทาแบบประเมินผลการเรียนรู้หนว่ ยที่ 1
12.ครูให้นกั เรียนจบั คูก่ นั เปรียบเทียบคาตอบ
13.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทัง้ ช้นั
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนังสอื เรยี นวชิ ากฎหมายแรงงาน
2.กจิ กรรมการเรียนการสอน
3.ป้ายภาพ
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู


~ 13 ~

2.ใบเชค็ รายชื่อ
3.แผนการจัดการเรยี นรู้
4.เน้ืองานในหนังสือเรียน

การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2.ประเมินความเรยี บร้อยของ กิจกรรมและแบบฝึกหัด
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5.ประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ
6.การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอ่ื งมือวดั ผล
1.แบบประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2.กิจกรรมและแบบฝึกหัดในหนงั สือเรียน
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5.ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
6.การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขึน้ ไป
2.กจิ กรรมและแบบฝกึ หัดในหนังสือเรยี น เกณฑ์ผา่ น 50% ขึน้ ไป
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑ์ผ่าน 50% ขน้ึ ไป
4.เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ีช่องปรบั ปรงุ
5.เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
6.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนน

ขึ้นอยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ
1.ใหน้ ักเรียนทาโปสเตอร์ “ออฟฟิศสรา้ งสุข”


~ 14 ~

บนั ทึกหลงั การสอน
ข้อสรปุ หลงั การสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาที่พบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแก้ปัญหา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………


~ 15 ~

แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการท่ี 2 หน่วยที่ 2

รหสั วชิ า 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนครั้งที่ 2

ชื่อหนว่ ย หลักกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จานวนช่ัวโมง 1 ชว่ั โมง

แนวคดิ

ผลการเรียนรูท้ ค่ี าดหวงั
1.อธิบายความหมายของคาวา่ แรงงานและหลักกฎหมายคุม้ ครองแรงงานได้
2.อธบิ ายวัตถปุ ระสงค์กฎหมายค้มุ ครองแรงงานได้
3.อธบิ ายความหมายของคาวา่ นายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานนี้ได้
4.เขา้ ใจและอธิบายขอ้ หา้ มและข้อปฏบิ ัติของนายจา้ งที่มีต่อลูกจ้าง การใชแ้ รงงานทว่ั ไปและการจัดให้มีสวัสดกิ ารแรงงานได้
5.สามารถนาความรทู้ ่ีได้ศกึ ษาไปแกป้ ัญหาในการดารงชพี ประจาวันและในงานธุรกจิ อาชีพได้
สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรเู้ ก่ยี วกบั กฎหมายทเี่ ก่ียวขอ้ งกับแรงงาน การคุ้มครองแรงงาน แรงงานสมั พนั ธ์ และการประกนสังคม

2. ปฏิบัติตามวธิ กี าร และขน้ั ตอนของกฎหมายทเ่ี ก่ียวข้องกับแรงงานด้านอตุ สาหกรรมการผลิตและบริการ
สาระการเรยี นรู้
1.บทนา
2.หลักกฎหมายและวตั ถุประสงคก์ ารค้มุ ครองแรงงาน
3.ความหมายของนายจา้ งและลูกจ้าง
กจิ กรรมการเรียนรู้

ข้นั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น
1.ครูส่มุ ถามนักเรยี นวา่ ในอนาคต นักเรยี นสนใจจะประกอบอาชพี ใด ครูเขยี นไว้บนกระดาน ครูให้นักเรียนช่วยกนั
จัดกล่มุ อาชพี บนกระดานออกเปน็ 3 กลุ่ม ไดแ้ ก่ กจิ การส่วนตวั ข้าราชการ รบั จ้าง
2.ครใู ห้นกั เรยี นลองคับคูก่ ัน ฝ่ายหน่ึงเป็นนายจ้าง อีกฝ่ายหน่ึงเปน็ ลกู จา้ ง จากนนั้ ให้นกั เรียนสนทนากันตอ่ รอง
เงินเดอื น
3.ครูใหน้ กั เรยี นทเี่ ปน็ ลกู จา้ งวา่ ในการต่อรองเงนิ เดือน ลูกจ้างตอ้ งการอะไร ในขณะเดียวกันก็ถามนายจา้ งว่า
นายจา้ งตอ้ งการอะไร ใหน้ ักเรยี นแสดงความคดิ เหน็ จากน้นั ครเู สริมว่า เปน็ ปกติทใี่ นการทางาน อานาจต่อรองจะอยทู่ น่ี ายจา้ ง
ลกู จ้างมกั จะยอมดาเนนิ การต่างๆท่ีนายจา้ งวางกรอบไว้ ด้วยเพราะตอ้ งการงาน ฉะนั้น เพือ่ ป้องกันการเอารดั เอาเปรยี บ จึง
จาเป็นตอ้ งมีกฎหมายมาคมุ้ ครองแรงงาน

ขั้นสอน
4.ครอู ธิบายหลกั กฎหมายและวตั ถุประสงคก์ ารค้มุ ครองแรงงาน จากนั้นครูให้นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายรว่ มกนั

เก่ยี วกับความสาคญั ของการคุ้มครองแรงงาน โดยชี้ใหเ้ ห็นสาระสาคัญเรื่องการป้องกันการเอารดั เอาเปรียบจากนายจา้ งทม่ี ี
อานาจต่อรองสูงกวา่

5.ครอู ธิบายความหมายของคาว่านายจ้างท่เี ป็นบคุ คลธรรมดา และนิตบิ คุ คล จากน้นั ใหน้ ักเรยี นยกตวั อยา่ งประกอบ


~ 16 ~

6.ครอู ธบิ ายความหมายของคาว่าลกู จ้างและยกตวั อย่างประกอบ จากนัน้ อธบิ ายเก่ยี วกับสัญญาจา้ งแรงงาน ที่ตกลง
จา้ งบคุ คลเปน็ ลกู จ้างท้งั แบบลายลกั ษณอ์ กั ษร และโดยปริยาย

ขนั้ สรุปและประยุกต์
7.ครแู ละนักเรยี นอภิปรายร่วมกนั เกยี่ วกบั ความเปน็ นายจา้ งและลกู จ้าง และคณุ ธรรมของนายจา้ งและลูกจ้าง
ส่ือและแหลง่ เรียนรู้
1.หนังสอื เรยี นวชิ ากฎหมายแรงงาน ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.กิจกรรมการเรยี นการสอน
หลักฐาน
1.บันทกึ การสอนของครู
2.ใบเชค็ รายช่ือ
3.แผนการจดั การเรียนรู้
4.เน้อื งานในหนังสือเรยี น
การวัดผลและการประเมินผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรียบรอ้ ยของ กิจกรรมและแบบฝกึ หัด
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5.ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
6.การสงั เกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
เคร่ืองมือวดั ผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2.กจิ กรรมและแบบฝึกหดั ในหนังสอื เรยี น
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
6.การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เกณฑก์ ารประเมินผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขึน้ ไป
2.กจิ กรรมและแบบฝกึ หดั ในหนังสือเรยี น เกณฑ์ผา่ น 50% ข้นึ ไป
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑ์ผา่ น 50% ขึน้ ไป
4.เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี อ่ งปรับปรุง
5.เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
6.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนน
ขนึ้ อยู่กับการประเมินตามสภาพจริง

กิจกรรมเสนอแนะ


~ 17 ~

1.ครูมอบหมายให้นักเรยี นสืบค้นกฎหมายทเี่ กี่ยวกบั การคมุ้ ครองแรงงานฉบับอนื่ ๆ จากนนั้ ใหม้ าอภปิ รายสรปุ วา่
กฎหมายฉบบั ตา่ งๆ มีสาระเกีย่ วกบั การค้มุ ครองแรงงานไวอ้ ยา่ งไร

บันทึกหลงั การสอน
ข้อสรุปหลังการสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหาที่พบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………


~ 18 ~

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแก้ปญั หา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณาการท่ี 3 หนว่ ยท่ี 2

รหสั วชิ า 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนครั้งที่ 3

ชอ่ื หนว่ ย หลกั กฎหมายคุ้มครองแรงงาน จานวนช่ัวโมง 1 ช่วั โมง

แนวคดิ
แนวคิดตามหนงั สือ)

ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั
1.อธิบายความหมายของคาวา่ แรงงานและหลักกฎหมายคมุ้ ครองแรงงานได้
2.อธิบายวัตถปุ ระสงค์กฎหมายค้มุ ครองแรงงานได้
3.อธิบายความหมายของคาวา่ นายจา้ งและลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานนี้ได้
4.เขา้ ใจและอธิบายข้อห้ามและขอ้ ปฏบิ ัตขิ องนายจา้ งท่มี ีต่อลูกจา้ ง การใช้แรงงานท่ัวไปและการจัดใหม้ ีสวัสดิการแรงงานได้
5.สามารถนาความรู้ทีไ่ ดศ้ กึ ษาไปแกป้ ญั หาในการดารงชพี ประจาวันและในงานธรุ กิจอาชพี ได้
สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรเู้ กยี่ วกบั กฎหมายทเี่ ก่ียวข้องกับแรงงาน การคุ้มครองแรงงาน แรงงานสมั พนั ธ์ และการประกนสงั คม

2. ปฏิบัตติ ามวิธีการ และขั้นตอนของกฎหมายทีเ่ ก่ียวข้องกับแรงงานด้านอุตสาหกรรมการผลติ และบรกิ าร
สาระการเรยี นรู้
1.ขอบเขตการใชก้ ฎหมายคุ้มครองแรงงาน
2.ข้อห้ามและขอ้ ปฏบิ ตั ิของนายจา้ งทมี่ ตี ่อลกู จา้ ง


~ 19 ~

3.การใชแ้ รงงานท่วั ไป
4.สวัสดกิ ารแรงงาน
กิจกรรมการเรียนรู้

ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น
1.ครูสุ่มถามนักเรยี นว่าเพราะเหตุใดต้องมีการคมุ้ ครองแรงงาน
ขนั้ สอน
2.ครูอธบิ ายหลักกฎหมายและวัตถุประสงคก์ ารคุ้มครองแรงงาน จากนัน้ ครูให้นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายรว่ มกนั
เกยี่ วกบั ความสาคัญของการค้มุ ครองแรงงาน โดยชใี้ หเ้ ห็นสาระสาคญั เร่ืองการปอ้ งกันการเอารัดเอาเปรียบจากนายจา้ งทมี่ ี
อานาจต่อรองสูงกวา่
3.ครอู ธิบายความหมายของคาวา่ นายจ้างทเี่ ปน็ บคุ คลธรรมดา และนติ บิ ุคคล จากนน้ั ให้นกั เรียนยกตัวอยา่ งประกอบ
4.ครอู ธิบายความหมายของคาวา่ ลกู จา้ งและยกตัวอย่างประกอบ
5.ครถู ามนักเรียนว่า โดยปกติในวันหน่ึงๆ เวลาเขา้ -ออกงานนา่ จะเปน็ เวลาใด ให้นกั เรียนชว่ ยกนั แสดงความคดิ เห็น
จากนัน้ ครอู ธบิ ายเรอ่ื งเวลาทางาน
6.ครเู ขียนคาว่า O.T. ไว้บนกระดาน แล้วถามนกั เรียนว่า คาว่า ทางานโอที หมายถึงอะไร (ทางานล่วงเวลา) จากนั้น
ครอู ธบิ ายเร่ืองการทางานล่วงเวลา
7.ครถู ามนักเรียนวา่ ปัจจัยใดบา้ งทีท่ าให้เราตัดสนิ ใจเลือกเขา้ ทางานในท่ใี ดทห่ี นึง่ ครูเขียนคาว่า “สวัสดิการ” ไว้บน
กระดาน จากน้นั ครูอธบิ ายแลว้ ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั ยกตวั อย่าง
ข้ันสรุปและประยุกต์
8.ครูให้นักเรียนอภิปรายเร่ือง “การค้มุ ครองแรงงาน” ว่ามีอะไรบ้าง จากนัน้ ใหเ้ ขียนเปน็ ผังมโนทัศน์
9.ครใู ห้นักเรียนจบั กลมุ่ กลุ่มละ 4 คน อภปิ รายกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้ จากนัน้ ครูสุม่ ถามใหน้ ักเรยี น
แสดงความคดิ เหน็
10.ครใู หน้ กั เรียนทาแบบประเมนิ ผลการเรียนร้หู นว่ ยที่ 2
11.ครูให้นกั เรยี นจบั คู่กันเปรียบเทียบคาตอบ
12.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรียนทั้งชั้น
ส่อื และแหล่งเรียนรู้
1.หนงั สอื เรียนวิชากฎหมายแรงงาน ของสานกั พมิ พเ์ อมพันธ์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
หลักฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเชค็ รายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.เนอื้ งานในหนังสือเรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2.ประเมินความเรยี บรอ้ ยของ กิจกรรมและแบบฝึกหดั
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล


~ 20 ~

5.ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
6.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เคร่ืองมอื วดั ผล
1.แบบประเมินผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนังสอื เรียน
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5.ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่
6.การสงั เกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมินผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขึน้ ไป
2.กิจกรรมและแบบฝึกหดั ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผ่าน 50% ขึน้ ไป
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑผ์ า่ น 50% ขน้ึ ไป
4.เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
5.เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
6.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนน
ขนึ้ อยกู่ ับการประเมินตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นสมั ภาษณน์ ายจา้ งและลกู จา้ งเกยี่ วกับความตอ้ งการของตน จากน้ันมาอภปิ รายรว่ มกัน


~ 21 ~

บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหาท่ีพบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ัญหา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………


~ 22 ~

แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการที่ 4 หนว่ ยที่ 3

รหัสวิชา 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนคร้ังท่ี 4
ช่ือหน่วย การคุม้ ครองแรงงานหญงิ และแรงงานเดก็ จานวนชัว่ โมง 1 ชั่วโมง

แนวคิด

แนวคดิ ตามหนงั สือ)
ผลการเรยี นรู้ทีค่ าดหวงั
1.อธิบายสภาพทว่ั ไปการใชแ้ รงงานหญิงได้
2.อธิบายแรงงานทอี่ าจเปน็ อันตรายตอ่ แรงงานหญงิ และแรงงานเดก็ ได้
3.อธิบายสิทธิของหญงิ มีครรภ์และสิทธขิ องแรงงานเดก็ ได้
4.สามารถนาความรู้ท่ศี ึกษาไปแกป้ ัญหาในการดารงชีพประจาวันและในงานอาชีพธุรกิจได้
สมรรถนะรายวชิ า

1. แสดงความรเู้ กยี่ วกับกฎหมายทเ่ี กี่ยวข้องกบั แรงงาน การค้มุ ครองแรงงาน แรงงานสัมพนั ธ์ และการประกนสังคม
2. ปฏบิ ตั ิตามวธิ ีการ และขนั้ ตอนของกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกบั แรงงานดา้ นอตุ สาหกรรมการผลติ และบริการ
สาระการเรยี นรู้
1.การค้มุ ครองการใชแ้ รงงานหญิง
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนาเขา้ สกู่ ารเรยี น
1.ครเู ขียนคาวา่ “ลูกจ้างหญงิ ” ไวบ้ นกระดาน
2.ครสู มุ่ ถามนกั เรียนว่าลกั ษณะของลูกจา้ งหญงิ ต่างจากลูกจา้ งชายอย่างไร

ขั้นสอน
3.ครูให้นกั เรยี นดูภาพหญิงตง้ั ครรภ์ (ใชภ้ าพลขิ สทิ ธ)์ิ จากน้ันอภปิ รายร่วมกนั วา่ หญงิ ตง้ั ครรภ์มคี วามเปราะบางกวา่
หญงิ ปกติอยา่ งไรบ้าง เชน่ สภาพร่างกาย อารมณ์ เรี่ยวแรง ครูเขียนไว้บนกระดาน

จากน้ันครูถามนกั เรียนวา่ เพราะเหตุใด“หญิงตั้งครรภ์” จงึ ต้องได้รบั การดแู ลเปน็ พิเศษ จากน้นั เขียนเป็นผังมโนทัศน์
4.ครอู ธิบายการคุม้ ครองการใชแ้ รงงานหญงิ
5.ครอู ธิบายเร่อื งงานทีเ่ ป็นอันตรายต่อแรงงานหญิง จากนนั้ ให้นักเรียนร่วมกนั อภิปรายและยกตวั อยา่ งงานที่เปน็

อนั ตรายตอ่ แรงงานหญิง
6.ครูอธบิ ายเร่อื งการคมุ้ ครองแรงงานหญงิ มีครรภ์
ข้ันสรปุ และประยุกต์


~ 23 ~

8.ครูเขยี นคาวา่ “ลูกจ้างหญิง” ไวบ้ นกระดาน จากน้ันครูสมุ่ ถามนักเรียนถึงการคมุ้ ครองแรงงานหญิง และเขียนผัง
มโนทัศน์ไวบ้ นกระดาน
สื่อและแหลง่ เรียนรู้

1.หนังสอื เรียนวชิ ากฎหมายแรงงาน ของสานักพิมพ์เอมพนั ธ์
2.กจิ กรรมการเรียนการสอน
3.ป้ายภาพ
หลกั ฐาน
1.บนั ทึกการสอนของครู
2.ใบเช็ครายชอ่ื
3.แผนการจดั การเรียนรู้
4.เนื้องานในหนงั สือเรียน
การวัดผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1.ประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของ กิจกรรมและแบบฝกึ หัด
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5.ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
6.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
เคร่อื งมือวดั ผล
1.แบบประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2.กจิ กรรมและแบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรียน
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน
4.สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่
6.การสงั เกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผ่าน 50% ขึ้นไป
2.กิจกรรมและแบบฝึกหัดในหนังสือเรียน เกณฑผ์ ่าน 50% ขน้ึ ไป
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน เกณฑผ์ า่ น 50% ขน้ึ ไป
4.เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไม่มีชอ่ งปรับปรุง
5.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
6.การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนน
ขึ้นอย่กู บั การประเมนิ ตามสภาพจริง

กิจกรรมเสนอแนะ
1.ครูให้นักเรยี นแสดงบทบาทสมมติเกีย่ วกบั การใช้แรงงานหญิง


~ 24 ~

บนั ทึกหลงั การสอน
ข้อสรุปหลงั การสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหาที่พบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………


~ 25 ~

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแก้ปัญหา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรียนรู้แบบบูรณาการท่ี 5 หนว่ ยที่ 3

รหัสวชิ า 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนคร้งั ที่ 5
ชื่อหน่วย การคมุ้ ครองแรงงานหญงิ และแรงงานเดก็ จานวนชวั่ โมง 1 ชัว่ โมง

แนวคิด

(ตามหนังสอื )
ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวัง
1.อธิบายคาวา่ แรงงานเด็กและข้อจากดั ในการใชแ้ รงงานเด็กได้
2.อธบิ ายแรงงานท่ีอาจเปน็ อันตรายต่อแรงงานหญิงและแรงงานเดก็ ได้
3.อธิบายสทิ ธิของหญงิ มคี รรภแ์ ละสทิ ธิของแรงงานเด็กได้
4.สามารถนาความรทู้ ศี่ กึ ษาไปแก้ปญั หาในการดารงชีพประจาวันและในงานอาชพี ธุรกจิ ได้
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเ้ กีย่ วกับกฎหมายที่เก่ียวข้องกับแรงงาน การค้มุ ครองแรงงาน แรงงานสัมพนั ธ์ และการประกนสังคม

2. ปฏบิ ตั ิตามวธิ ีการ และขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานด้านอตุ สาหกรรมการผลติ และบริการ
สาระการเรยี นรู้
1.การคุม้ ครองการใช้แรงงานเด็ก


~ 26 ~

2.ข้อหา้ มจ้างหรอื ใชแ้ รงงานเดก็ โดยเดด็ ขาด
3.ขอ้ จากัดในการจา้ งแรงงานเดก็
4.สทิ ธแิ รงงานเดก็
กจิ กรรมการเรียนรู้

ข้นั นาเข้าสู่การเรยี น
1.ครูเขยี นคาวา่ “ลกู จ้างหญงิ ” ไว้บนกระดาน
2.ครูสุม่ ถามนักเรยี นวา่ ชัว่ โมงเรยี นทแี่ ลว้ ไดเ้ รียนเร่ืองลกู จ้างหญงิ อย่างไรบ้าง ครูเขยี นเปน็ ผังมโนทศั น์และถาม
นกั เรียนเพมิ่ เติมจนครบองค์ความรู้
3.ครเู ขียนคาวา่ “แรงงานเด็ก” ไว้บนกระดาน จากนน้ั เปิดคลปิ วิดีโอ สกู๊ป ปัญหาแรงงานเด็ก
https://www.youtube.com/watch?v=Wv0c4qwtmow จากนั้นถามนักเรยี นเกี่ยวกับสภาพปญั หาและสาเหตุ ครเู ขียนเปน็ ผงั มโน
ทศั น์
4.ครสู ุม่ ถามนกั เรยี นว่าช่ัวโมงเรียนท่ีแลว้ ไดเ้ รยี นเร่ืองแรงงานเดก็ อยา่ งไรบา้ ง ครูเขียนเปน็ ผังมโนทศั น์และถาม
นกั เรยี นเพิม่ เติมจนครบองค์ความรู้
ข้ันสอน
5.ครูอธิบายเรือ่ งการคุ้มครองการใชแ้ รงงานเดก็ จากนั้นให้นกั เรยี นอภิปรายถึงความสาคญั ของการคุม้ ครองแรงงาน
เด็ก
6.ขอ้ หา้ มจ้างหรือใช้แรงงานเด็กโดยเด็ดขาด
7.ครูอธบิ ายเร่ืองขอ้ จากดั ในการจา้ งแรงงานเด็ก

-สิ่งทน่ี ายจา้ งต้องปฏิบัติ
-ข้อจากัดของงานทใี่ หเ้ ดก็ อายตุ ่ากว่า 18 ปที างาน
8.ครูให้นักเรียนแบง่ ออกเปน็ 4 กลุ่มอภปิ รายรว่ มกนั เก่ียวกับสิทธิของแรงงานเดก็ จากนนั้ ใหอ้ อกมาเขียนสรุปเปน็ ผงั
มโนทัศน์

ขัน้ สรุปและประยกุ ต์
9.ครูให้นกั เรยี นอภปิ รายเรอ่ื ง “การคมุ้ ครองแรงงานหญิงและแรงงานเด็ก” วา่ มอี ะไรบา้ ง จากนน้ั ใหเ้ ขียนเปน็ ผงั มโน
ทัศน์
10.ครใู หน้ ักเรยี นจบั กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน อภิปรายกิจกรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้ จากนัน้ ครสู ่มุ ถามใหน้ กั เรียน
แสดงความคดิ เหน็
11.ครใู หน้ กั เรียนทาแบบประเมินผลการเรียนรหู้ นว่ ยท่ี 3
12.ครใู หน้ กั เรียนจบั คู่กันเปรียบเทียบคาตอบ
13.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรียนทงั้ ช้ัน
สื่อและแหล่งเรียนรู้
1.หนงั สือเรยี นวชิ ากฎหมายแรงงาน ของสานกั พมิ พ์เอมพันธ์
2.กิจกรรมการเรียนการสอน
3.คลปิ วิดโิ อ
หลกั ฐาน
1.บันทกึ การสอนของครู
2.ใบเชค็ รายชื่อ


~ 27 ~

3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.เนือ้ งานในหนังสอื เรียน
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2.ประเมินความเรยี บร้อยของ กจิ กรรมและแบบฝึกหัด
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน
4.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
6.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
เครอ่ื งมือวดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.กจิ กรรมและแบบฝึกหดั ในหนงั สอื เรียน
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5.ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
6.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1.แบบประเมินผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑผ์ า่ น 50% ข้ึนไป
2.กิจกรรมและแบบฝึกหดั ในหนังสอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ข้นึ ไป
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน เกณฑผ์ า่ น 50% ขึ้นไป
4.เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
5.เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
6.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนน
ขนึ้ อยกู่ ับการประเมินตามสภาพจริง

กิจกรรมเสนอแนะ
1.ครใู ห้นกั เรยี นแสดงบทบาทสมมติเรือ่ งการใชแ้ รงงานเดก็
2.ครใู หน้ กั เรยี นทาโปสเตอร์รณรงค์เกีย่ วกบั การใช้แรงงานลกู จ้างหญงิ และการใช้แรงงานเด็ก


~ 28 ~

บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลังการสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาท่ีพบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ัญหา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..


~ 29 ~

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรยี นร้แู บบบูรณาการท่ี 6 หนว่ ยท่ี 4

รหัสวิชา 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนครัง้ ที่ 6
ชื่อหน่วย วนั หยดุ และวันลาของลกู จา้ ง จานวนชว่ั โมง 1 ชั่วโมง

แนวคดิ

(ตามหนังสอื )
ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวงั
1.เข้าใจและอธิบายเรื่องวันหยุดของลกู จา้ งได้ว่ามกี ีป่ ระเภท แต่ละประเภทมีหลักเกณฑ์อยา่ งไรบ้าง
2.สามารถนาความร้ทู ศ่ี ึกษาไปแกป้ ญั หาการดารงชีวิตประจาวนั และใช้ในงานอาชีพธรุ กิจได้
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกย่ี วกับกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับแรงงาน การคุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพนั ธ์ และการประกนสงั คม

2. ปฏบิ ตั ิตามวิธกี าร และขัน้ ตอนของกฎหมายที่เก่ียวข้องกับแรงงานดา้ นอุตสาหกรรมการผลติ และบรกิ าร
สาระการเรยี นรู้
1.วนั หยดุ ของลกู จา้ ง
กิจกรรมการเรยี นรู้

ขัน้ นาเขา้ สู่การเรียน
1.ครูเขยี นคาวา่ “วันหยุด” ไวบ้ นกระดาน
2.ครใู ห้นกั เรียนยกตัวอยา่ งวันหยุดทนี่ ักเรยี นรจู้ ัก จากนั้นเขยี นไวบ้ นกระดาน
3.ครูสนทนากับนักเรยี นเกย่ี วกบั วันหยุด พร้อมสอดแทรกคณุ ธรรมเร่อื งการใช้เวลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์
ขนั้ สอน
4.ครอู ธิบายว่านายจ้างควรตอ้ งมกี ารกาหนดวันหยุดใหล้ กู จา้ งเพ่อื ป้องกันการทางานทีเ่ หนอ่ื ยลา้ สะสม
5.ครูอธบิ ายวันหยดุ ประจาสัปดาห์ จากนั้นให้นกั เรียนบอกเล่าประสบการณ์วันหยุดประจาสัปดาหข์ องผู้ปกครองที่
เปน็ ลกู จา้ ง
6.ครอู ธิบายข้อยกเว้นของงานทม่ี ีวันหยดุ ประจาสปั ดาห์บางประเภททแี่ ตกต่างจากประเภทอน่ื ๆ เชน่ โรงแรม
สถานพยาบาล
7.ครูอธิบายเรื่องวนั หยดุ ตามประเพณี
8.ครใู ห้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างวนั หยุดตามประเพณี
9.ครเู ขียนคาว่า “ลาพกั รอ้ น” ไวบ้ นกระดาน จากนนั้ ถามนักเรียนวา่ มใี ครรจู้ กั คานีบ้ ้าง จากนัน้ อธบิ ายเร่ืองวันหยุด
พักผ่อนประจาปี
10.ครใู หน้ กั เรยี นจับกลมุ่ กนั อภิปรายเกยี่ วกบั ความแตกตา่ งของวนั หยดุ ประจาสัปดาห์ วนั หยุดตามประเพณี และ
วนั หยดุ พกั ผอ่ นประจาปี
ขั้นสรปุ และประยุกต์
10.ครูให้นกั เรียนจับกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน เขียนประโยชน์ของการจัดให้มวี นั หยุดสาหรับลกู จ้าง
11.ครใู ห้นักเรยี นออกมานาเสนอหนา้ ชนั้


~ 30 ~

12.ครใู ห้เพ่อื นนกั เรยี นช่วยกันให้ข้อคดิ เหน็
สื่อและแหลง่ เรยี นรู้

1.หนงั สอื เรียนวชิ ากฎหมายแรงงาน ของสานกั พิมพ์เอมพันธ์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
หลักฐาน
1.บันทึกการสอนของครู
2.ใบเช็ครายชอื่
3.แผนการจัดการเรยี นรู้
4.เนือ้ งานในหนังสอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บร้อยของ กิจกรรมและแบบฝกึ หดั
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5.ประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
6.การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
เครอ่ื งมือวดั ผล
1.แบบประเมินผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5.ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
6.การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1.แบบประเมินผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑ์ผ่าน 50% ข้ึนไป
2.กิจกรรมและแบบฝึกหัดในหนังสอื เรียน เกณฑ์ผ่าน 50% ขน้ึ ไป
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน เกณฑ์ผ่าน 50% ข้ึนไป
4.เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไม่มชี อ่ งปรบั ปรุง
5.เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
6.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนน
ขึ้นอยู่กบั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นเตรยี มปฏทิ ินตั้งโตะ๊ หรือครูนามาให้ ใหน้ ักเรยี นระบายสีวันหยุดประเภทต่างๆลงไป ดังน้ี
วนั หยุดประจาสปั ดาห์-สเี ขียว
วนั หยุดตามประเพณี-สีแดง
วนั หยดุ พกั ผ่อนประจาปี-สีเหลอื ง


~ 31 ~

บันทึกหลงั การสอน
ขอ้ สรุปหลังการสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………


~ 32 ~

ปญั หาท่ีพบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ญั หา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่ 7 หน่วยท่ี 4

รหสั วิชา 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนคร้งั ที่ 7
ชือ่ หน่วย วนั หยุดและวนั ลาของลกู จ้าง จานวนชวั่ โมง 1 ช่วั โมง

แนวคดิ

ตามหนังสือ
1.เข้าใจและอธิบายเรื่องวนั หยุดของลูกจา้ งไดว้ ่ามกี ปี่ ระเภท แต่ละประเภทมหี ลักเกณฑอ์ ย่างไรบ้าง
2.สามารถนาความรทู้ ศ่ี กึ ษาไปแก้ปญั หาการดารงชวี ิตประจาวนั และใชใ้ นงานอาชพี ธุรกจิ ได้
สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรู้เกยี่ วกับกฎหมายทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับแรงงาน การคมุ้ ครองแรงงาน แรงงานสัมพนั ธ์ และการประกนสังคม

2. ปฏบิ ตั ิตามวธิ ีการ และขั้นตอนของกฎหมายทเ่ี ก่ียวข้องกับแรงงานดา้ นอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ
สาระการเรียนรู้

1.วันลาของลกู จ้าง


~ 33 ~

กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนาเขา้ สู่การเรียน
1.ครเู ขยี นคาว่า “วนั หยุด” ไว้บนกระดาน
2.ครูให้นกั เรียนช่วยกนั สรปุ อกี ครั้งว่าวันหยดุ มกี ่ปี ระเภทอะไรบา้ ง
3.ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรยี นฟงั วา่ ลูกจ้างมีสิทธทิ ่ีจะไมเ่ ขา้ ทางานอีกลักษณะหนงึ่ เรียกวา่ “วนั ลา”
ข้ันสอน
4.ครอู ธบิ ายเรอ่ื งการลาป่วย และทาผังความคิดท่ีสาคัญไว้บนกระดาน
5.ครูอธบิ ายเรื่องการลาทาหมนั
6.ครูอธบิ ายเร่อื งการลาเพอ่ื กจิ ธุระอนั จาเปน็ ครูให้นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายและยกตัวอยา่ งการลากิจธุระอันจาเป็น
7.ครอู ธิบายแบง่ นกั เรียนออกเป็น 3 กลมุ่ อภิปรายในประเดน็ ต่อไปนี้
-การลาเพอ่ื รับราชการทหารในการเรยี กพล
-การลาเพ่อื ฝกึ อบรมหรือพัฒนาความรูค้ วามสามารถ
-การลาเพอื่ คลอดบตุ รของหญิงมคี รรภ์
8.ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอ
9.ครใู หเ้ พ่ือนกลุ่มอืน่ ๆให้ข้อคดิ เห็น และครสู รุป
10.ครแู บง่ กลุ่มนักเรยี นออกเป็น 6 กลมุ่ ทาโปสเตอรใ์ ห้ความรู้เกีย่ วกบั การลาทัง้ 6 ประเภทและตดิ ไว้รอบหอ้ งหรอื

ท่ีบอร์ดหลังหอ้ ง
ข้นั สรปุ และประยกุ ต์
11.ครใู หน้ ักเรียนจับกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน อภิปรายกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้ จากนนั้ ครูสุ่มถามให้นกั เรียน

แสดงความคดิ เหน็
12.ครใู หน้ ักเรยี นทาแบบประเมินผลการเรยี นรหู้ นว่ ยที่ 4
13.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คู่กนั เปรียบเทียบคาตอบ
14.ครเู ฉลยพร้อมนกั เรียนทั้งชนั้

ส่ือและแหล่งเรียนรู้
1.หนงั สอื เรียนวิชากฎหมายแรงงาน ของสานกั พิมพ์เอมพนั ธ์
2.กิจกรรมการเรียนการสอน

หลักฐาน
1.บันทึกการสอนของครู
2.ใบเชค็ รายชอ่ื
3.แผนการจัดการเรยี นรู้
4.เน้อื งานในหนังสอื เรียน

การวดั ผลและการประเมินผล
วิธวี ัดผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2.ประเมินความเรยี บร้อยของ กิจกรรมและแบบฝึกหัด
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ


~ 34 ~

6.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เครอ่ื งมอื วัดผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.กจิ กรรมและแบบฝึกหดั ในหนังสอื เรียน
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน
4.สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5.ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
6.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑ์ผ่าน 50% ขน้ึ ไป
2.กิจกรรมและแบบฝึกหัดในหนังสอื เรยี น เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน เกณฑ์ผา่ น 50% ข้ึนไป
4.เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มชี ่องปรบั ปรุง
5.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
6.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนน
ขึ้นอยู่กับการประเมินตามสภาพจริง

กิจกรรมเสนอแนะ
1.ครูให้นักเรยี นนาเสนอผลการอภิปรายกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรหู้ นา้ ชนั้ เรียน และเพือ่ นๆใหข้ อ้ คิดเหน็


~ 35 ~

บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหาที่พบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแก้ปญั หา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………


~ 36 ~

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 8 หนว่ ยท่ี 5

รหสั วิชา 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนครง้ั ที่ 8
ชือ่ หนว่ ย ค่าจา้ ง คา่ ลว่ งเวลา คา่ ชดเชย จานวนชัว่ โมง 1 ชั่วโมง

แนวคดิ

ตามหนงั สอื
ผลการเรยี นรทู้ ี่คาดหวัง
1.เข้าใจและสามารถอธิบายความหมายคาว่า ค่าจา้ ง ค่าล่วงเวลาและค่าชดเชยได้
2.อธิบายคา่ จ้างทางานปกติ คา่ จ้างทางานวนั หยดุ ค่าจ้างทางานล่วงเวลาได้
3.นาความร้ทู ไ่ี ดศ้ กึ ษาไปแก้ปัญหาการดารงชพี และอาชีพธุรกจิ ได้
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเ้ กยี่ วกับกฎหมายทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั แรงงาน การคุ้มครองแรงงาน แรงงานสมั พันธ์ และการประกนสงั คม

2. ปฏิบัตติ ามวธิ ีการ และขัน้ ตอนของกฎหมายทเ่ี กี่ยวข้องกบั แรงงานด้านอุตสาหกรรมการผลติ และบริการ
สาระการเรยี นรู้
1.คา่ จา้ ง
2.อตั ราค่าจ้างขั้นตา่
3.คา่ จ้างทางานวันหยดุ
กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขั้นนาเข้าสู่การเรียน
1.ครถู ามนักเรียนวา่ มีใครเคยทางานเพือ่ หารายไดพ้ เิ ศษบ้าง และไดค้ า่ ตอบแทนเท่าไร
2.ครูสมุ่ ใหน้ ักเรียนบอกเล่าประสบการณ์ จากนั้นสอดแทรกคุณธรรมเรอ่ื งการใช้เวลาว่างให้เกดิ ประโยชน์
ขน้ั สอน
3.ครอู ธิบายเรื่องคา่ จ้าง จากนนั้ ครยู กกรณีเงินท่นี ายจ้างจา่ ยใหแ้ ก่ลูกจ้างทลี ะกรณแี ลว้ ใหร้ ่วมกันพิจาณาวา่ เปน็
ค่าจา้ งหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
4.ครอู ธิบายเรอ่ื งอัตราค่าจ้างขั้นตา่ และใหน้ กั เรยี นร่วมกนั อภปิ ราย จากน้นั ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนไปสืบคน้ อตั รา
ค่าจา้ งขน้ั ตา่ ในพน้ื ท่ตี า่ งๆ
5.ครถู ามนกั เรียนถงึ อาชพี ท่ีมักไม่ค่อยมีวนั หยุดงานเหมือนอาชพี อ่นื ๆ เช่น พนกั งานรักษาความปลอดภัย แมบ่ ้านใน
โรงแรม เปน็ ตน้ ให้นักเรียนยกตัวอย่างอื่นๆประกอบ
6.ครูอธบิ ายเรื่องค่าจ้างทางานวันหยุดทงั้ 2 ประเภท

-สาหรบั ลูกจ้างทม่ี ีสิทธิได้รับเงนิ วนั หยุด


~ 37 ~

-สาหรับลูกจ้างท่ไี มม่ สี ิทธไิ ดร้ ับเงนิ วันหยุด
7.ครยู กตวั อย่างวธิ ีการคิดคานวณให้นกั เรยี นดู
ข้นั สรปุ และประยุกต์
8.ครูตั้งสถานการณส์ มมติ จากน้ันใหน้ กั เรียนลองคดิ คานวณคา่ จ้างการทางานวันหยุด
สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ ากฎหมายแรงงาน ของสานกั พมิ พเ์ อมพันธ์
2.กิจกรรมการเรยี นการสอน
หลักฐาน
1.บนั ทึกการสอนของครู
2.ใบเช็ครายชอ่ื
3.แผนการจัดการเรยี นรู้
4.เนือ้ งานในหนังสอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธวี ัดผล
1.ประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2.ประเมินความเรียบรอ้ ยของ กจิ กรรมและแบบฝกึ หดั
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5.ประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
เครอื่ งมือวัดผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2.กจิ กรรมและแบบฝกึ หัดในหนงั สอื เรยี น
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
6.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑผ์ า่ น 50% ข้ึนไป
2.กจิ กรรมและแบบฝึกหัดในหนงั สือเรียน เกณฑผ์ า่ น 50% ขึน้ ไป
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ีชอ่ งปรบั ปรุง
5.เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขนึ้ ไป)
6.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนน
ขน้ึ อยู่กับการประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ


~ 38 ~

1.ครูแจกกระดาษตัดเป็นช้นิ แจกใหน้ กั เรยี น คดิ โจทยป์ ัญหาเกยี่ วกบั ค่าจา้ งทางานวันหยุด ครทู าเป็นสลากและให้
เพ่อื นนักเรียนจบั และตอบปัญหา

2.ครใู ห้นกั เรียนจดั บอร์เรอ่ื งอตั ราค่าจางข้นั ตา่ ในพืน้ ที่ต่างๆ

บันทกึ หลังการสอน
ขอ้ สรุปหลงั การสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………


~ 39 ~

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหาท่ีพบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ัญหา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรียนร้แู บบบูรณาการท่ี 9 หน่วยที่ 5

รหสั วชิ า 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนครง้ั ที่ 9
ช่ือหน่วย ค่าจ้าง คา่ ลว่ งเวลา คา่ ชดเชย จานวนช่วั โมง 1 ชั่วโมง

แนวคดิ

(ตามหนงั สือ)
ผลการเรยี นรู้ทคี่ าดหวงั
1.เขา้ ใจและสามารถอธบิ ายความหมายคาวา่ ค่าจา้ ง คา่ ล่วงเวลาและค่าชดเชยได้


~ 40 ~

2.อธิบายคา่ จา้ งทางานปกติ ค่าจา้ งทางานวันหยุด คา่ จ้างทางานล่วงเวลาได้
3.อธิบายการจา่ ยค่าชดเชย การจา่ ยค่าชดเชยพิเศษและสาเหตทุ น่ี ายจ้างไมต่ อ้ งจา่ ยคา่ ชดเชยได้
4.นาความรู้ท่ไี ด้ศกึ ษาไปแก้ปญั หาการดารงชพี และอาชีพธรุ กิจได้
สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรเู้ ก่ียวกับกฎหมายท่ีเก่ียวข้องกบั แรงงาน การคมุ้ ครองแรงงาน แรงงานสมั พนั ธ์ และการประกนสังคม

2. ปฏบิ ตั ิตามวิธกี าร และข้นั ตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานด้านอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ
สาระการเรียนรู้

1.การทางานล่วงเวลา
2.คา่ ชดเชย
กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น
1.ครูเขยี นคาวา่ O.T. ไว้บนกระดานแล้วถามนักเรยี นวา่ มาจากคาใดและแปลว่าอะไร
ขั้นสอน
2.ครอู ธิบายเรอ่ื งการทางานล่วงเวลา จากนั้นลองยกตัวอย่างแลว้ ให้นักเรยี นช่วยกนั คานวณจานวนช่ัวโมงการทางาน
ล่วงเวลา
3.ครยู กตวั อย่างการคิดคานวณคา่ ทางานลว่ งเวลาในวันปกติ
4.ครยู กตวั อย่างการคิดคานวณค่าทางานล่วงเวลาในวันหยดุ
5.ครอู ธิบายเรื่องคา่ ชดเชย และใหน้ กั เรยี นร่วมกนั อภิปราย ควาสาคัญและแนวคิดของคา่ ชดเชย
6. ครลู องยกตวั อย่างกรณที ่ลี ูกจา้ งประพฤติชว่ั แลว้ นายจ้างไล่ออก จากนั้นครถู ามวา่ กรณดี ังกลา่ วนายจ้างต้องจ่าย
ค่าชดเชยหรอื ไม่ เพราะเหตุใด ใหน้ ักเรยี นแสดงความคดิ เห็น
7.ครอู ธิบายกรณีทน่ี ายจ้างไม่ต้องจา่ ยคา่ ชดเชย
8.ครใู ห้นกั เรยี นช่วยกันอภิปราย
9.ครูอธิบายเรอ่ื งการจ่ายคา่ ชดเชยพเิ ศษ
10.ครอู ธบิ ายการคิดคานวณกรณนี ายจา้ งจะย้ายสถานประกอบการไปตั้งยังท่ีอื่นๆและกรณีนายจ้างจะปรบั ปรงุ
กระบวนการผลิตและใชเ้ คร่ืองจักรแทนแรงงานคน
11.ครใู หส้ ถานการณแ์ ล้วใหน้ ักเรยี นลองคิดคานวณ
ขน้ั สรปุ และประยุกต์
12.ครูให้นักเรยี นทากิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ และจับคู่กันเปรียบเทียบคาตอบ
13.ครูใหน้ ักเรยี นจับกล่มุ กลมุ่ ละ 4 คน อภปิ รายกิจกรรมส่งเสรมิ คุณธรรมนาความรู้
14.ครใู ห้นกั เรียนทาแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้หน่วยที่ 5
15.ครใู หน้ กั เรยี นจับคูก่ นั เปรียบเทียบคาตอบ
16.ครเู ฉลยพรอ้ มนักเรียนทั้งชน้ั
สื่อและแหลง่ เรียนรู้
1.หนังสอื เรยี นวชิ ากฎหมายแรงงาน ของสานกั พมิ พ์เอมพันธ์
2.กิจกรรมการเรียนการสอน
หลกั ฐาน
1.บนั ทึกการสอนของครู
2.ใบเชค็ รายชอื่


~ 41 ~

3.แผนการจัดการเรียนรู้
4.เน้อื งานในหนงั สือเรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ัดผล
1.ประเมินผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของ กจิ กรรมและแบบฝกึ หัด
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5.ประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่
6.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เครอ่ื งมือวดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2.กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรียน
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน
4.สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5.ประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
6.การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขึน้ ไป
2.กิจกรรมและแบบฝึกหดั ในหนังสือเรียน เกณฑ์ผ่าน 50% ขนึ้ ไป
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน เกณฑ์ผา่ น 50% ข้นึ ไป
4.เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มีช่องปรับปรุง
5.เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
6.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนน
ข้ึนอยู่กับการประเมนิ ตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู ห้นักเรียนนาเสนอผลการอภปิ รายกจิ กรรมสง่ เสริมคณุ ธรรมนาความรู้หนา้ ช้นั เรียน และเพื่อนๆใหข้ อ้ คดิ เหน็


~ 42 ~

บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาที่พบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ัญหา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..


~ 43 ~

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 10 หนว่ ยที่ -

รหัสวิชา 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนคร้งั ที่ 10
ชอ่ื หนว่ ย สอบกลางภาค จานวนชว่ั โมง 2 ช่ัวโมง

แนวคดิ
การสอบกลางภาคเป็นการวัดความรู้และความเขา้ ใจในหน่วยการเรยี นรู้ที่ 1-5


~ 44 ~

บนั ทึกหลงั การสอบ
ขอ้ สรุปหลังการสอบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหาท่ีพบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ัญหา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..


~ 45 ~

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 11 หน่วยท่ี 6

รหัสวชิ า 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนครั้งที่ 11
ชอื่ หนว่ ย หลักกฎหมายแรงงานสมั พันธ์ จานวนช่ัวโมง 1 ช่วั โมง

แนวคดิ
ตามหนงั สือ

ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวงั
1.อธิบายหลักกฎหมายและวัตถปุ ระสงคก์ ารใชก้ ฎหมายแรงงานสัมพนั ธ์ได้
2.เข้าใจสภาพการจา้ งและอธบิ ายสภาพการจ้างได้
3.อธบิ ายเหตผุ ลและความจาเปน็ ในการจัดตัง้ องคก์ ารฝา่ ยนายจ้างและลูกจ้างได้
4.สามารถนาเอาความรู้ท่ไี ด้จาการศึกษาไปแก้ปัญหาการดารงชีวิตประจาวันและงานอาชพี ได้
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกีย่ วกบั กฎหมายที่เก่ียวขอ้ งกบั แรงงาน การคุม้ ครองแรงงาน แรงงานสัมพนั ธ์ และการประกนสังคม

2. ปฏิบตั ติ ามวธิ ีการ และขัน้ ตอนของกฎหมายทีเ่ ก่ียวข้องกบั แรงงานด้านอุตสาหกรรมการผลติ และบริการ
สาระการเรยี นรู้
1.ลกั ษณะทั่วไปของกฎหมายแรงงานสมั พนั ธ์
2.วัตถุประสงค์ของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์
3.สภาพการจ้าง
4.องค์การฝา่ ยนายจ้าง
5.องค์การฝา่ ยลูกจ้าง
กจิ กรรมการเรียนรู้

ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น
1.ครูสุ่มเลือกนักเรียน 2 คนออกมาทีห่ นา้ ชั้นเรียน และมอบบทบาทให้คนหน่งึ เป็นนายจา้ งและอีกคนหนง่ึ เป็น
ลูกจ้าง
2.ครถู ามนกั เรียนคนทเ่ี ปน็ นายจา้ งวา่ การประกอบธุรกิจของนกั เรยี น นกั เรียนตอ้ งการอะไรมากท่ีสดุ
3.ครถู ามนกั เรยี นที่เปน็ ลกู จ้างว่า ในการเป็นลูกจ้างของนักเรียน นกั เรียนต้องการอะไรมากท่สี ดุ
4.ครเู กร่ินนาให้เหน็ วา่ ความต้องการของทัง้ 2 ฝา่ ยน้นั สวนทางกัน นายจา้ งต้องการจ่ายใหน้ ้อยทส่ี ุด ส่วนลกู จา้ ง
ตอ้ งการคา่ จ้างให้มากทส่ี ดุ จงึ การมกี ารหาขอ้ ยตุ ิรว่ มกัน
ข้ันสอน
5.ครอู ธบิ ายลกั ษณะทัว่ ไปของกฎหมายแรงงานสมั พันธ์
6.ครูอธบิ ายของเขตการใช้พระราชบัญญตั แิ รงงานสมั พันธ์
7.ครูอธบิ ายคาว่าสภาพการจ้าง และเขยี นรายละเอียดท่ีสาคัญเป็นผังมโนทศั นไ์ ว้
8.ครูแบง่ นักเรยี นออกเปน็ 6 กลุ่ม
9.ครูใหน้ ักเรียน 3 กล่มุ ให้อภิปรายเกีย่ วกบั องคก์ รฝ่ายนายจา้ ง จากน้ันออกมานาเสนอหน้าช้นั เรียน

-สมาคมนายจ้าง


~ 46 ~

-สหพันธ์นายจา้ ง
-สภาองคก์ ารนายจา้ ง
9.ครใู ห้นกั เรียน 3 กลุม่ ให้อภปิ รายเกย่ี วกบั องค์การฝ่ายลูกจา้ ง จากน้ันออกมานาเสนอหนา้ ชนั้ เรียน
-สหภาพแรงงาน
-สหพนั ธแ์ รงงาน
-สภาองคก์ รลูกจา้ ง
ขั้นสรปุ และประยกุ ต์
10.ครูใหน้ ักเรยี นร่วมกันสรปุ เกย่ี วกับองคก์ รฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลกู จ้าง
ส่ือและแหล่งเรยี นรู้
1.หนงั สือเรยี นวิชากฎหมายแรงงาน ของสานักพมิ พเ์ อมพันธ์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
หลักฐาน
1.บนั ทึกการสอนของครู
2.ใบเชค็ รายชื่อ
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.เนอ้ื งานในหนังสอื เรียน
การวัดผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2.ประเมินความเรยี บร้อยของ กิจกรรมและแบบฝึกหัด
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน
4.สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5.ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
6.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2.กจิ กรรมและแบบฝกึ หดั ในหนังสอื เรยี น
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5.ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
6.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
2.กจิ กรรมและแบบฝกึ หดั ในหนงั สือเรียน เกณฑผ์ า่ น 50% ขนึ้ ไป
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน เกณฑผ์ ่าน 50% ข้นึ ไป
4.เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ีช่องปรบั ปรงุ
5.เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)


~ 47 ~

6.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนน
ขน้ึ อยกู่ ับการประเมนิ ตามสภาพจริง
กิจกรรมเสนอแนะ

1.แสดงบทบาทสมมตเิ ก่ียวกับองค์กรฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง

บันทกึ หลังการสอน
ขอ้ สรปุ หลังการสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหาท่ีพบ


~ 48 ~

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ัญหา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการที่ 12 หน่วยท่ี 6

รหัสวชิ า 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนครง้ั ท่ี 12
ช่ือหน่วย หลักกฎหมายแรงงานสัมพนั ธ์ จานวนช่วั โมง 1 ช่วั โมง

แนวคิด

(ตามหนังสอื )
ผลการเรียนรูท้ ี่คาดหวัง
1.เขา้ ใจและอธบิ ายข้นั ตอนและวธิ ีการแจง้ ขอ้ เรียกร้องเก่ียวกบั สภาพการจ้างได้
2.อธบิ ายองคก์ ารเก่ยี วข้องกับการระงบั ขอ้ พพิ าทวา่ มอี งค์การใดบ้าง
3.อธิบายลกั ษณะของพนกั งานประนอมขอ้ พพิ าทและหนา้ ทีแ่ ตล่ ะระดบั ได้
4.อธิบายการตั้งผ้ชู ้ขี าดข้อพิพาทแรงงานไดว้ า่ เปน็ หน้าท่ขี องฝ่ายใดได้
5.อธบิ ายข้นั ตอนการระงบั ขอ้ พิพาทแรงงานวา่ มกี ่ีขนั้ ตอนและจะต้องดาเนินการอย่างไรได้
6.การใช้มาตรการทางแรงงานสัมพนั ธ์เป็นมาตรการหน่ึงท่ลี กู จ้างและนายจ้างสามารถนามาใช้ในกรณีใดบา้ ง
7.สามารถนาความรทู้ ่ีไดศ้ กึ ษาไปแก้ไขปญั หาการดารงชีพประจาวันและงานอาชีพธุรกิจได้
สมรรถนะรายวชิ า


~ 49 ~

1. แสดงความรู้เก่ยี วกับกฎหมายทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั แรงงาน การคุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพนั ธ์ และการประกนสงั คม
2. ปฏิบตั ิตามวธิ ีการ และขัน้ ตอนของกฎหมายที่เก่ียวข้องกบั แรงงานดา้ นอุตสาหกรรมการผลติ และบริการ

สาระการเรยี นรู้
1.การแจง้ ข้อเรยี กรอ้ งเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
2.องค์กรเก่ียวข้องกับการระงบั ข้อพพิ าท
3.คณะกรรมการลูกจา้ ง
4.พนักงานประนอมข้อพพิ าทแรงงาน
5.ผชู้ ้ขี าดขอ้ พพิ าทแรงงาน
6.คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
6.ข้ันตอนการระงบั ข้อพพิ าทแรงงาน
กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขัน้ นาเขา้ สูก่ ารเรียน
1.ครูแบง่ นกั เรียนออกเปน็ 2 กลุ่ม ใหก้ ลุ่มหนึง่ เปน็ ลูกจา้ งในโรงงานและอกี กลมุ่ หนง่ึ เป็นผู้บรกิ ารโรงงาน
2.ครูมอบสถานการณใ์ หน้ กั เรยี นวา่ ลกู จ้างขอขน้ึ คา่ แรงจากวนั ละ 300 บาท เปน็ วันละ 350 บาท แตภ่ าวะเศรษฐกจิ
แบบนน้ี ายจา้ งไม่สามารถหายอมตามลกู จากได้
3.ครูให้นกั เรยี นเล่นสถานการณ์การตอ่ รอง
4.ครอู ธิบายวา่ เมื่อไมส่ ามารถตกลงกันได้ หากลูกจ้างลาออกหรือนายจ้างปิดงานก็จะเกดิ ความเสียหายกนั หลายฝ่าย
รวมถงึ เศรษฐกจิ โดยรวม จึงต้องมกี ารกาหนดเรื่องการระงบั ข้อพพิ าทไว้
ขั้นสอน
5.ครูอธบิ ายเรือ่ งการแจง้ ขอ้ เรียกรอ้ งเกย่ี วกับสภาพการจา้ ง
6.ครูอธิบายวธี ีการแจ้งขอ้ เรียกร้องและผลตกลงเก่ียวกบั ข้อเรยี กรอ้ ง

-ฝา่ ยนายจ้าง
-ฝ่ายลกู จา้ ง
7.ครูอธิบายเก่ยี วกับองคก์ รเก่ยี วข้องกับการระงบั ข้อพพิ าท
8.ครแู บ่งนักเรียนออกเปน็ 4 กลมุ่ ใหอ้ ภิปรายบทบาทหน้าทีข่ ององคก์ รตอ่ ไปนี้
-คณะกรรมการลกู จา้ ง
-พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน
-ผชู้ ข้ี าดข้อพพิ าทแรงงาน
-คณะกรรมการแรงงานสมั พันธ์
9.ครูใหน้ ักเรียนออกมาอธิบายบทบาทหน้าที่
10.ครอู ธิบายขั้นตอนการระงบั ขอ้ พพิ าท
-การเจรจา
-การไกล่เกลยี่
-การชขี้ าดขอ้ พิพาทแรงงาน
11.ครูใหน้ กั เรียนช่วยกันอภิปรายความแตกตา่ งของท้งั 3 วธิ ี จากนัน้ ครูเขียนคาวา่ “Win-Win” ไว้บนกระดาน และ
คามนักเรยี นว่า การระงับข้อพพิ าทแบบใด ทไี่ ดผ้ ลแบบ “Win-Win” ท้งั สองฝา่ ย (เจรจา เนอ่ื งจาก เปน็ การได้ขอ้ สรุปที่ทง้ั สอง
ฝ่ายยอมรบั ได)้
12.ครอู ธบิ ายเรือ่ งการใช้มาตรการทางแรงงานสัมพนั ธ์


~ 50 ~

ข้นั สรุปและประยกุ ต์
13.ครเู ขยี นสรปุ ขนั้ ตอนการเรียกรอ้ งและการระงบั ขอ้ พิพาทบนกระดาน
14.ครูให้นกั เรยี นทากจิ กรรมเสริมประสบการณ์ และจบั คู่กันเปรยี บเทียบคาตอบ
15.ครใู หน้ กั เรยี นจบั กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน อภปิ รายกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมนาความรู้
16.ครใู ห้นกั เรียนทาแบบประเมินผลการเรยี นร้หู น่วยท่ี 6
17.ครใู หน้ ักเรยี นจบั คกู่ ันเปรียบเทียบคาตอบ
18.ครเู ฉลยพร้อมนักเรียนทงั้ ช้ัน
ส่ือและแหล่งเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรียนวชิ ากฎหมายแรงงาน ของสานักพิมพ์เอมพนั ธ์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
หลกั ฐาน
1.บันทึกการสอนของครู
2.ใบเชค็ รายชอื่
3.แผนการจดั การเรียนรู้
4.เน้อื งานในหนงั สือเรียน
การวัดผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1.ประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2.ประเมินความเรยี บร้อยของ กิจกรรมและแบบฝกึ หัด
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5.ประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เครื่องมือวดั ผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนงั สือเรยี น
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5.ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
6.การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1.แบบประเมินผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑผ์ ่าน 50% ข้นึ ไป
2.กจิ กรรมและแบบฝึกหดั ในหนังสือเรียน เกณฑ์ผ่าน 50% ขึ้นไป
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑผ์ า่ น 50% ขึน้ ไป
4.เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ีช่องปรับปรุง
5.เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
6.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนน
ขึ้นอย่กู ับการประเมนิ ตามสภาพจริง


~ 51 ~

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นนาเสนอผลการอภิปรายกจิ กรรมสง่ เสริมคณุ ธรรมนาความรู้หนา้ ชนั้ เรียน และเพื่อนๆใหข้ อ้ คดิ เหน็
2.เลน่ บทบาทสมมติขัน้ ตอนการเรยี กร้องและการระงับข้อพพิ าท

บนั ทกึ หลงั การสอน


~ 52 ~

ข้อสรุปหลงั การสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาท่ีพบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ญั หา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการท่ี 13 หน่วยที่ 7

รหสั วชิ า 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนครัง้ ท่ี 13
ชอ่ื หนว่ ย หลักกฎหมายประกันสงั คม จานวนชวั่ โมง 1 ชั่วโมง


~ 53 ~

แนวคิด
ตามหนังสอื

ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวัง
1.อธบิ ายวตั ถุประสงคข์ องกฎหมายประกนั สังคม ขอบเขตการใช้พระราชบัญญัติประกนั สังคมได้
2.อธิบายสานักงานประกันสังคมและกองทุนประกันสังคมได้
3.อธบิ ายคาว่าผปู้ ระกนั ตน ประเภทผปู้ ระกนั ตน และการนาเงนิ สมทบเข้ากองทุนได้
4.สามารถนาความรทู้ ่ีไดศ้ กึ ษาไปแกไ้ ขปัญหาการดารงชพี ประจาวนั และงานอาชีพธรุ กิจได้
สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความร้เู ก่ียวกบั กฎหมายทเี่ กี่ยวข้องกบั แรงงาน การคมุ้ ครองแรงงาน แรงงานสมั พันธ์ และการประกนสงั คม

2. ปฏบิ ัติตามวธิ กี าร และขนั้ ตอนของกฎหมายทีเ่ กี่ยวข้องกับแรงงานด้านอุตสาหกรรมการผลติ และบรกิ าร
สาระการเรยี นรู้
1.วตั ถปุ ระสงคแ์ ละขอบเขตการใชพ้ ระราชบญั ญัติประกนั สังคม
2.สานักประกนั สงั คมและกองทนุ ประกนั สงั คม
3.ผู้ประกันตน
4.การข้นึ ทะเบียนประกันตน
กิจกรรมการเรยี นรู้

ขั้นนาเข้าสกู่ ารเรียน
1.ครเู ขียนคาวา่ “ประกันสังคม” ไวบ้ นกระดาน และถามนกั เรียนวา่ มีใครเคยไดย้ ินคาน้ีบา้ ง คอื อะไร
2.ครูสุ่มถามนกั เรยี นใหอ้ ธบิ าย จากนัน้ ครูเปดิ คลิปวิดิโอ สทิ ธปิ ระกนั สงั คมท่ผี ู้ประกนั ตนตอ้ งรู้ : รเู้ ท่ารู้ทนั
https://www.youtube.com/watch?v=g-cQtxBsXXU ใหน้ ักเรยี นดู
ขั้นสอน
3.ครอู ธบิ ายลักษณะของประกันสงั คม และวตั ถปุ ระสงคข์ องพระราชบัญญตั ปิ ระกันสังคม จากน้นั ใหน้ ักเรียน
อภปิ รายรว่ มกนั เก่ียวกับความสาคัญของประกนั สังคม
4. ครูอธิบายเรอ่ื งขอบเขตการใชพ้ ระราชบัญญัตปิ ระกนั สงั คม
5.ครอู ธบิ ายเร่อื งสานักงานประกันสงั คมและกองทนุ ประกันสงั คม
6.ครเู ขยี นคาว่า “ผูป้ ระกนั ตน”ไวบ้ นกระดานและถามนกั เรยี นวา่ หมายถึงใคร จากน้ันครอู ธบิ ายเกี่ยวกบั ผปู้ ระกันตน
7.ครอู ธิบายเรอ่ื งการขน้ึ ทะเบียนประกนั ตน
ข้ันสรปุ และประยุกต์
8.ครเู ขียนสรปุ ขัน้ ตอนการประกนั ตนไวบ้ นกระดาน
ส่อื และแหล่งเรยี นรู้
1.หนังสือเรียนวชิ ากฎหมายแรงงาน ของสานกั พิมพ์เอมพันธ์
2.กิจกรรมการเรียนการสอน
3.คลปิ วดิ ิโอ
หลักฐาน
1.บนั ทึกการสอนของครู
2.ใบเช็ครายชอ่ื
3.แผนการจดั การเรยี นรู้


~ 54 ~

4.เนอื้ งานในหนงั สอื เรยี น
การวัดผลและการประเมินผล

วธิ วี ัดผล
1.ประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของ กจิ กรรมและแบบฝึกหดั
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน
4.สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5.ประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
เครอื่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2.กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนงั สือเรียน
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
6.การสงั เกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑผ์ ่าน 50% ขนึ้ ไป
2.กจิ กรรมและแบบฝกึ หัดในหนังสือเรียน เกณฑ์ผ่าน 50% ขนึ้ ไป
3.แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑ์ผ่าน 50% ขึน้ ไป
4.เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี อ่ งปรับปรุง
5.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขนึ้ ไป)
6.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนน
ขนึ้ อยู่กบั การประเมนิ ตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ ักเรียนจดั บอรด์ หรือทารายงานเกี่ยวกับขน้ั ตอนการประกนั ตน ตามพระราชบัญญตั ิประกนั สังคม พ.ศ.2533
2.เชญิ วทิ ยากรจากสานักงานประกนั สังคมมาบรรยายให้ความรู้


~ 55 ~

บนั ทึกหลงั การสอน
ข้อสรปุ หลงั การสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาท่ีพบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………


~ 56 ~

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ัญหา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรยี นร้แู บบบูรณาการท่ี 14 หนว่ ยที่ 7

รหัสวิชา 20001-1004 กฎหมายแรงงาน สอนครง้ั ที่ 14
ช่อื หนว่ ย หลกั กฎหมายประกนั สงั คม จานวนช่ัวโมง 1 ชั่วโมง

แนวคิด
ตามหนังสือ
ผลการเรยี นรู้ท่ีคาดหวงั
1.อธิบายคาว่าผู้ประกนั ตน ประเภทผูป้ ระกันตน และการนาเงนิ สมทบเข้ากองทุนได้
2.อธบิ ายประโยชน์ทดแทนท่ีผู้ประกันตนจะได้รับ มกี ่กี รณี อะไรบา้ ง
3.อธบิ ายสทิ ธิของผูป้ ระกันตนในระบบหลงั ส้ินสภาพการเปน็ ผปู้ ระกันตนได้
4.สามารถนาความรทู้ ไี่ ด้ศกึ ษาไปแก้ไขปัญหาการดารงชีพประจาวันและงานอาชีพธรุ กิจได้
สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรู้เกยี่ วกับกฎหมายท่ีเก่ียวข้องกับแรงงาน การคุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์ และการประกนสังคม

2. ปฏบิ ตั ติ ามวธิ กี าร และขนั้ ตอนของกฎหมายทีเ่ ก่ียวข้องกบั แรงงานด้านอตุ สาหกรรมการผลิตและบรกิ าร
สาระการเรียนรู้
1.เงินสมทบ
2.ประโยชนท์ ดแทน
3.สิทธขิ องผู้ประกันตนในระบบหลังส้ินสภาพการเป็นผปู้ ระกันตน
กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเขา้ ส่กู ารเรียน
1.ครสู มุ่ เลอื กนกั เรียนและถามเรอ่ื งประโยชน์จากการประกนั สงั คม


~ 57 ~

ข้นั สอน
2.ครูอธบิ ายเรือ่ งเงนิ สมทบ
3.ครเู ขียน รูปสามเหล่ียมไว้บนกระดาน และเขยี น นายจา้ ง รัฐบาล และผปู้ ระกนั ตน ไว้ที่ยอดของสามเหลี่ยม

รัฐบาล

กองทนุ
ประกนั สงั คม

นายจ้าง ผ้ปู ระกนั ตน

4.ครูอธบิ ายเก่ยี วกับกระบวนการจ่ายเงนิ สมทบ
5.ครูแบ่งนักเรียนออกเปน็ 7 กลมุ่ ดังนี้ จากน้ันอภปิ รายรว่ มกนั และนาเสนอเกี่ยวกับประโยชนท์ ดแทนตอ่ ไปนี้

-กรณปี ระสบอันตรายหรอื เจ็บปว่ ย อนั มิใชเ่ น่ืองจากการทางาน
-กรณีทุพพลภาพอนั มใิ ชเ่ นือ่ งจากการทางาน
-กรณีตายอนั มใิ ชเ่ นือ่ งจากการทางาน
-กรณคี ลอดบุตร
-กรณสี งเคราะหบ์ ตุ ร
-กรณีชราภาพ
-กรณีว่างงาน
6.ครอู ธิบายเรือ่ งสทิ ธิของผปู้ ระกนั ตนในระบบหลงั สน้ิ สภาพการเป็นผู้ประกนั ตน
ขน้ั สรุปและประยกุ ต์
7.ครใู หน้ กั เรียนทากิจกรรมเสริมประสบการณ์ และจบั คู่กนั เปรยี บเทียบคาตอบ
8.ครใู ห้นักเรียนจบั กลุ่ม กลุม่ ละ 4 คน อภิปรายกิจกรรมสง่ เสรมิ คุณธรรมนาความรู้
9.ครูใหน้ ักเรียนทาแบบประเมินผลการเรียนรหู้ น่วยที่ 7
10.ครใู หน้ กั เรียนจบั คกู่ นั เปรยี บเทียบคาตอบ
11.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรียนท้ังชั้น
สอ่ื และแหล่งเรียนรู้
1.หนงั สอื เรียนวชิ ากฎหมายแรงงาน ของสานกั พิมพเ์ อมพันธ์
2.กจิ กรรมการเรียนการสอน
หลักฐาน
1.บันทึกการสอนของครู
2.ใบเชค็ รายชื่อ


~ 58 ~

3.แผนการจัดการเรียนรู้
4.เน้อื งานในหนงั สอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1.ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บร้อยของ กจิ กรรมและแบบฝึกหดั
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5.ประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุม่
6.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
เครอ่ื งมอื วัดผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.กจิ กรรมและแบบฝึกหดั ในหนังสือเรยี น
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน
4.สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
6.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
เกณฑก์ ารประเมินผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑผ์ ่าน 50% ข้นึ ไป
2.กิจกรรมและแบบฝกึ หัดในหนังสอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
3.แบบทดสอบเกบ็ คะแนน เกณฑผ์ า่ น 50% ข้ึนไป
4.เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มีชอ่ งปรับปรงุ
5.เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
6.การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนน
ข้ึนอยกู่ บั การประเมินตามสภาพจริง
กิจกรรมเสนอแนะ
1.ครูให้นกั เรียนนาเสนอผลการอภิปรายกจิ กรรมส่งเสริมคณุ ธรรมนาความรู้หนา้ ชั้นเรียน และเพ่อื นๆใหข้ ้อคิดเหน็


~ 59 ~

บนั ทึกหลงั การสอน
ข้อสรปุ หลงั การสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาที่พบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแก้ปัญหา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………


Click to View FlipBook Version
Previous Book
แนะนำรายวิชาวิเคราะห์วงจรไฟฟ้า
Next Book
หน่วยที่ 1ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเครื่องจักรกล CNC (ใบเนื้