The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สุขศึกษาและพลศึกษา ป.5 หน่วยที่ 4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kru.science01, 2021-07-25 05:57:41

สุขศึกษาและพลศึกษา ป.5 หน่วยที่ 4

สุขศึกษาและพลศึกษา ป.5 หน่วยที่ 4

สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป.๕

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๔

การแก้ไขปญั หา
ความขัดแยง้
ในครอบครวั
และกล่มุ เพ่อื น

ตวั ชวี้ ัด

• ระบุพฤตกิ รรมทพ่ี ึงประสงค์และไมพ่ งึ ประสงคใ์ นการแกไ้ ขปัญหาความขัดแยง้
ในครอบครัว และกลมุ่ เพอ่ื น (พ ๒.๑ ป.๕/๓)

สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป.๕

ผังสาระการเรียนรู้

สาเหตขุ อง สาเหตขุ อง
ความขัดแย้งในครอบครวั ความขดั แยง้ ในกล่มุ เพ่ือน

การแก้ไขปญั หา
ความขัดแย้งในครอบครัว

และกลุม่ เพ่อื น

พฤติกรรมทไี่ มพ่ ึงประสงค์ พฤตกิ รรมท่พี ึงประสงค์
ในการแกไ้ ขปัญหาความขดั แย้ง ในการแกไ้ ขปญั หาความขดั แยง้

ในครอบครวั และกลุ่มเพ่ือน ในครอบครวั และกลุม่ เพื่อน

สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป.๕

การแก้ไขปญั หาความขดั แยง้
ในครอบครวั และกลุ่มเพือ่ น

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.๕

ความขดั แย้ง หมายถงึ การมคี วามรูส้ ึก ความคิดเห็น

หรอื ความเขา้ ใจในเร่อื งใดเร่ืองหน่งึ ไมส่ อดคลอ้ งหรือ
ไม่ตรงกนั กบั อีกฝ่ายหนึ่ง ทาให้เกดิ ความรู้สกึ ไม่สบายใจ
ไม่พอใจกัน ซึ่งนาไปสู่การทะเลาะวิวาทได้

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.๕

๑. สาเหตขุ องความขดั แย้งในครอบครัว

๑) การใช้คาพูดทไ่ี ม่เหมาะสม ก้าวรา้ วหรือ

หยาบคายต่อกนั

๒) สมาชกิ ในครอบครัวไม่พูดคุยกัน ต่างคนตา่ งอยู่

ทาให้เกิดความรู้สึกห่างเหนิ

สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.๕

๓) การทะเลาะเบาะแวง้ ในครอบครวั

การใชค้ าพดู หรอื ความรนุ แรงกันเปน็ ประจา

ครอบครวั ท่ีพดู คยุ กนั อยู่เสมอทาให้ไม่เกิดปญั หาความขดั แย้ง

สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป.๕

๒. สาเหตขุ องความขดั แยง้ ในกล่มุ เพอื่ น

๑) มกี ารเข้าใจผดิ กนั แลว้ ไม่ทาความเข้าใจกัน

หรอื ไม่พดู คุยกันใหร้ ้เู ร่ือง

๒) มีความคดิ เห็นไม่ตรงกันและไมย่ อมรบั

ความคิดเหน็ ของเพอื่ น

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๕

๓) เลน่ กนั โดยใชก้ าลังความรนุ แรง หรือทาให้

อีกฝา่ ยเจบ็ แล้วไมข่ อโทษ

๔) ถูกเพอ่ื นรงั แกหรือแกล้งใหไ้ ดร้ บั

ความอบั อาย

สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๕

พฤตกิ รรมทีพ่ งึ ประสงคใ์ นการแกไ้ ข
ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครวั

๓. และกล่มุ เพื่อน

๓.๑ การแกไ้ ขปัญหาความขดั แย้ง
โดยไมใ่ ชค้ วามรนุ แรง

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๕

๑) มเี หตุผลและรู้จัก ๒) ไมใ่ ชก้ าลังหรือ
ยอมรับฟังเหตผุ ลของ ความรุนแรงตดั สนิ
ผอู้ ่ืน ไม่เอาอารมณ์ ปัญหา และร้จู กั
ของตนเป็นใหญ่ ใหอ้ ภัยผู้อนื่

๓) มีความอดทนอดกลน้ั และรจู้ กั ควบคมุ อารมณ์ตนเอง

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.๕

๓.๒ การส่ือสารทส่ี รา้ งสรรค์

๒) ไม่พูดยั่ว

๑) ใช้คาพูดท่ีสุภาพ ใหอ้ กี ฝ่ายโกรธ

ไม่หยาบคายและไม่ และไมล่ อ้ เลียน

กา้ วร้าวในการใหเ้ หตุผล หรอื ทาร้ายจติ ใจ

หรอื ชี้แจงความจริง อีกฝา่ ยใหเ้ กิดความ

อับอาย หรอื เสียใจ

๓) กลา่ วคา ขอโทษ เม่ือตนเองเปน็ คนผิด

สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๕

๓.๓ การแสดงออกในการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น

๑) ผนู้ ากลุ่มไม่ใช้อานาจในการตดั สินปัญหา เปดิ โอกาส
ใหผ้ ู้อื่นได้แสดงความคิดเหน็ หรอื ชแ้ี จงเหตุผล
อย่างเทา่ เทยี มกนั

๒) ใช้หลกั ประชาธิปไตยในการตัดสินปัญหา
เพอ่ื ความยุติธรรมและยอมรับผลการตัดสินนัน้

๓) ไม่แสดงท่าทางไมพ่ อใจเม่อื ผอู้ น่ื มคี วามคิดเห็น
ไม่ตรงกับตนเอง

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.๕

๔) ให้อภยั กันและรู้จักขอโทษเพอ่ื ลดปญั หาความขดั แย้ง

“ตอนแรกพอ่ กบั แมว่ ่าจะไปทะเล
แล้วลกู ๆ ทาไมจึงอยากไปนา้ ตกล่ะ”

“เพราะเราเพ่ิงไปเท่ียว
ทะเลเมือ่ เดือนท่แี ล้ว
เลยอยากไปนา้ ตกบา้ งคะ่ ”

การให้เหตผุ ลเพอื่ แกไ้ ขปญั หาความขัดแยง้

สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๕

พฤติกรรมท่ไี มพ่ ึงประสงค์
ในการแก้ไขปัญหาความขัดแยง้

๔. ในครอบครวั และกลุม่ เพอ่ื น

ทาแกว้ แตกอกี แล้ว

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.๕

๑) ใชอ้ านาจแก้ไขปญั หาโดยไมย่ อมรบั ฟงั

ความคดิ เหน็ ของผอู้ ่ืน

๒) ใชก้ าลงั ในการตัดสินปัญหา เชน่ พน่ี อ้ งชกตอ่ ยกนั

พอ่ แมต่ ลี ูก

๓) หลบหน้าหรอื ไม่พดู คุยกนั ทาใหไ้ มไ่ ด้ปรบั

ความเขา้ ใจจนเกดิ ความบาดหมางกนั ไป

๔) ใช้คาพูดทีห่ ยาบคาย รุนแรง ทาร้ายจติ ใจฝา่ ยตรงขา้ ม
และไมก่ ลา่ วคาขอโทษ เมื่อตนเองเป็นฝา่ ยผิด

สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.๕

แบบพัฒนาทกั ษะ
ในการทาขอ้ สอบปรนัย
เพื่อประเมินผลตวั ชี้วดั

ตัวช้ีวัด

• ระบพุ ฤติกรรมทพี่ งึ ประสงคแ์ ละไมพ่ งึ ประสงคใ์ นการแกไ้ ขปญั หาความขัดแยง้
ในครอบครวั และกลุม่ เพื่อน (พ ๒.๑ ป.๕/๓)

สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๕

๑. ข้อใดไมใ่ ชก่ ารแก้ไขปัญหาความขัดแยง้ ที่ถกู ตอ้ ง
๑ ใช้กาลงั แกไ้ ขปัญหา
๒ ใชส้ ติแกไ้ ขปญั หา
๓ ใช้วาจาสุภาพแก้ไขปัญหา
๔ ใชป้ ญั ญาแก้ไขปญั หา

เฉลย

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๕

๒. ขอ้ ใดทาใหเ้ กดิ ปัญหาความขดั แยง้ ในครอบครวั
๑ ลกู ตง้ั ใจเรยี นหนงั สือ
๒ เพอ่ื นขา้ งบ้านมาขอยืมสง่ิ ของ
๓ พีก่ บั น้องโตเ้ ถียงกันเป็นประจา
๔ มลี ูกคนโตอายหุ ่างจากคนเลก็ หลายปี

เฉลย

สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๕

๓. การกระทาในข้อใดชว่ ยปอ้ งกันปัญหา
ความขดั แยง้ ในครอบครัว
๑ พดู จาโดยใช้ถอ้ ยคาท่ไี ม่สุภาพ
๒ ใช้อารมณเ์ ปน็ ใหญ่ในการแกป้ ัญหา
๓ ไมย่ อมรับฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ ื่น
๔ เวลามปี ญั หาเกิดขน้ึ พูดคยุ กันดว้ ยเหตุผล

เฉลย

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.๕

๔. ข้อใดเปน็ แนวทางป้องกนั ปัญหาความขดั แย้ง

ในครอบครวั ได้ดีที่สุด

๑ พตี่ ามใจน้องทกุ เรื่อง

๒ ต่างคนตา่ งอยูไ่ มส่ นใจกนั

๓ ทุกคนในครอบครัวมีความเข้าใจและสามัคคกี นั

๔ พ่อแม่ ผ้ปู กครองบงั คบั ลูกให้เรียนในสงิ่ ที่

พ่อแม่ ผูป้ กครองชอบ เฉลย

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๕

๕. ถ้าเพ่ือนทะเลาะววิ าทกนั แลว้ นักเรียน
อยใู่ นเหตุการณน์ ้ันควรทาอย่างไร
๑ พดู ให้เพอื่ นปรบั ความเขา้ ใจกนั
๒ เดินเลี่ยงออกไปโดยไมพ่ ดู อะไร
๓ พดู ยุยงให้เพ่ือนทะเลาะกันยิ่งขนึ้
๔ พดู ตักเตือนเพื่อนด้วยวาจารุนแรง

เฉลย

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๕

๖. ข้อใดเปน็ วธิ กี ารแก้ไขปัญหาความขัดแยง้
๑ เวรย่อมระงบั ดว้ ยการไม่จองเวร
๒ ตาต่อตาฟนั ตอ่ ฟนั
๓ ขิงก็ราข่าก็แรง
๔ แรงมาแรงไป

เฉลย

สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.๕

๗. ถา้ นักเรยี นเป็นหวั หน้างานกลมุ่ และมีความคดิ เหน็
ไม่ตรงกับเพื่อน ควรปฏบิ ัตอิ ย่างไร
๑ ทาตามเพอื่ นท่ีเรียนเก่งทสี่ ดุ ในกลมุ่
๒ ทาตามเหตุผลทีด่ ีของคนในกลุ่ม
๓ ทาตามเพ่ือนท่เี ราสนิท
๔ ทาตามใจตนเอง

เฉลย

สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๕

๘. ถ้าเพือ่ นเดินชนนกั เรียนโดยไมต่ ัง้ ใจแลว้ ไมข่ อโทษ
นักเรยี นควรปฏิบตั อิ ยา่ งไร
๑ วง่ิ เข้าไปตอ่ ว่าเพื่อน
๒ ไม่พดู กับเพอื่ นคนนัน้ อีก
๓ ไม่โกรธเพราะเพอ่ื นไม่ไดต้ ัง้ ใจ
๔ ร้องโวยวายเสียงดงั ใหค้ นอน่ื ได้ยิน

เฉลย

สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๕

๙. พฤติกรรมในข้อใดชว่ ยแก้ไขปัญหาความขดั แยง้
๑ ใชก้ าลังเมื่อมคี วามจาเปน็
๒ ใชค้ าพดู ดุดันใหเ้ พ่ือนกลัว
๓ ใชค้ วามรนุ แรงตอบโต้เพอ่ื น
๔ พูดกับเพือ่ นโดยใช้ถ้อยคาสุภาพ

เฉลย

สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป.๕

๑๐. การแกไ้ ขปัญหาความขัดแย้งดว้ ยพฤติกรรม
ทีเ่ หมาะสมจะสง่ ผลอย่างไร
๑ ทกุ คนอยู่รว่ มกนั ด้วยความเบอ่ื หน่าย
๒ ทุกคนในสังคมรกั ใครป่ รองดองกนั
๓ คนในสังคมพูดคุยกนั น้อยลง
๔ มปี ญั หาสงั คมเกิดขนึ้

เฉลย

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๕

๑. ขอ้ ใดไม่ใชก่ ารแก้ไขปญั หาความขัดแยง้ ทถี่ กู ตอ้ ง

๑ ใช้กาลงั แก้ไขปญั หา ๑. เฉลย ๑ เพราะจะทาใหป้ ัญหา
รุนแรงขึ้นและรา่ งกายไดร้ ับบาดเจบ็
๒ ใชส้ ติแกไ้ ขปัญหา

๓ ใช้วาจาสุภาพแกไ้ ขปญั หา

๔ ใชป้ ญั ญาแกไ้ ขปัญหา

ตอ่ ข้อ ๒

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.๕

๒. ข้อใดทาให้เกิดปญั หาความขัดแยง้ ในครอบครวั
๑ ลกู ต้ังใจเรยี นหนงั สือ
๒ เพื่อนขา้ งบา้ นมาขอยืมสงิ่ ของ
๓ พี่กบั น้องโต้เถยี งกนั เปน็ ประจา
๔ มีลกู คนโตอายุหา่ งจากคนเล็กหลายปี

๒. เฉลย ๓ เพราะเปน็ การใชอ้ ารมณ์ ไมพ่ ดู กัน
ด้วยเหตผุ ล ซง่ึ จะทาใหเ้ กดิ ปญั หาความขดั แย้งตามมา

ตอ่ ข้อ ๓

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.๕

๓. การกระทาในขอ้ ใดชว่ ยปอ้ งกนั ปญั หา
ความขัดแยง้ ในครอบครวั
๑ พูดจาโดยใชถ้ ้อยคาท่ีไม่สภุ าพ
๒ ใช้อารมณเ์ ปน็ ใหญ่ในการแก้ปัญหา
๓ ไมย่ อมรับฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ น่ื
๔ เวลามีปญั หาเกิดขน้ึ พูดคุยกนั ดว้ ยเหตผุ ล

๓. เฉลย ๔ เพราะการพดู คยุ กันโดยใชเ้ หตุผลไมใ่ ชอ้ ารมณ์ ต่อข้อ ๔
จะทาใหป้ รบั ความเขา้ ใจกนั ได้งา่ ย ไมท่ าใหอ้ กี ฝา่ ยโกรธ
กลายเปน็ ความขดั แย้ง

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.๕

๔. ข้อใดเป็นแนวทางป้องกันปัญหาความขดั แยง้
ในครอบครัวได้ดีที่สดุ
๑ พี่ตามใจน้องทุกเรอื่ ง
๒ ตา่ งคนต่างอยไู่ ม่สนใจกนั
๓ ทกุ คนในครอบครวั มคี วามเข้าใจและสามัคคกี นั
๔ พอ่ แม่ ผปู้ กครองบงั คบั ลกู ใหเ้ รยี นในสง่ิ ที่
พ่อแม่ ผ้ปู กครองชอบ

๔. เฉลย ๓ เพราะการมีความเขา้ ใจและสามคั คีแสดงถงึ ความรัก

ความเข้มแขง็ ของครอบครวั ซึ่งชว่ ยปอ้ งกันปัญหาความขัดแย้ง ตอ่ ขอ้ ๕

สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๕

๕. ถ้าเพอ่ื นทะเลาะววิ าทกนั แลว้ นกั เรียน
อยใู่ นเหตุการณน์ น้ั ควรทาอยา่ งไร
๑ พดู ให้เพอ่ื นปรบั ความเขา้ ใจกัน
๒ เดินเลยี่ งออกไปโดยไม่พดู อะไร
๓ พูดยุยงให้เพื่อนทะเลาะกันยงิ่ ขน้ึ
๔ พดู ตกั เตอื นเพอื่ นด้วยวาจารนุ แรง

๕. เฉลย ๑ เพราะเป็นการกระทาที่ช่วยยุติปัญหาอยา่ งสันติ

ต่อข้อ ๖

สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๕

๖. ขอ้ ใดเป็นวิธีการแกไ้ ขปญั หาความขดั แย้ง
๑ เวรยอ่ มระงับด้วยการไมจ่ องเวร
๒ ตาต่อตาฟนั ต่อฟัน
๓ ขงิ ก็ราขา่ ก็แรง ๖. เฉลย ๑ เพราะเปน็ การไม่คิดพยาบาท
๔ แรงมาแรงไป แกแ้ คน้ กัน

ตอ่ ขอ้ ๗

สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป.๕

๗. ถ้านักเรียนเปน็ หัวหนา้ งานกล่มุ และมคี วามคดิ เห็น
ไมต่ รงกับเพื่อน ควรปฏิบตั อิ ย่างไร
๑ ทาตามเพอ่ื นท่เี รียนเก่งทส่ี ุดในกลุม่
๒ ทาตามเหตผุ ลที่ดขี องคนในกลุ่ม
๓ ทาตามเพ่ือนท่ีเราสนทิ
๔ ทาตามใจตนเอง

๗. เฉลย ๓ เพราะจะชว่ ยให้งานประสบความสาเรจ็ และ ต่อขอ้ ๘
ไมย่ ดึ เอาเหตุผลของคนเป็นใหญ่ ทาใหไ้ ม่เกดิ ความขัดแย้ง
ภายในกลุม่

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๕

๘. ถา้ เพอ่ื นเดนิ ชนนักเรยี นโดยไม่ตง้ั ใจแล้วไม่ขอโทษ
นกั เรียนควรปฏบิ ัติอย่างไร
๑ วิ่งเขา้ ไปตอ่ วา่ เพ่อื น
๒ ไม่พูดกับเพื่อนคนนัน้ อกี

๓ ไม่โกรธเพราะเพือ่ นไมไ่ ด้ตง้ั ใจ
๔ รอ้ งโวยวายเสยี งดังใหค้ นอน่ื ไดย้ ิน

๘. เฉลย ๓ เพราะเปน็ การร้จู กั ให้อภยั ผ้อู ่ืน ตอ่ ข้อ ๙
ช่วยปอ้ งกันปัญหาความขดั แย้ง

สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๕

๙. พฤติกรรมในข้อใดชว่ ยแกไ้ ขปัญหาความขดั แย้ง
๑ ใช้กาลังเม่อื มคี วามจาเป็น
๒ ใช้คาพดู ดดุ นั ใหเ้ พ่อื นกลัว
๓ ใชค้ วามรุนแรงตอบโตเ้ พือ่ น
๔ พูดกับเพื่อนโดยใช้ถอ้ ยคาสภุ าพ

๙. เฉลย ๔ เพราะการพูดดว้ ยถอ้ ยคาสุภาพจะทาให้อารมณ์
สงบลง ไม่โมโห ทาใหป้ ญั หาความขัดแยง้ ยตุ ิได้งา่ ย

ต่อข้อ ๑๐

สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.๕

๑๐. การแกไ้ ขปัญหาความขัดแย้งดว้ ยพฤติกรรม

ทเ่ี หมาะสมจะสง่ ผลอย่างไร

๑ ทกุ คนอยรู่ ว่ มกันดว้ ยความเบ่อื หน่าย

๒ ทกุ คนในสงั คมรกั ใครป่ รองดองกัน

๓ คนในสังคมพูดคุยกันนอ้ ยลง

๔ มีปญั หาสังคมเกิดข้ึน

๑๐. เฉลย ๒ เพราะการไมม่ ีความขดั แย้งกนั จะทาใหท้ ุกคน ไปหนา้ แรก
อยูร่ ว่ มกนั อย่างสงบสุข มคี วามสามคั คปี รองดองกัน


Click to View FlipBook Version