๑. พัฒนาการของมนษุ ย์ยุคก่อน
ประวตั ศิ าสตรใ์ นดินแดนไทย
๑.๑ การตงั้ ถ่นิ ฐานและการดาเนินชีวิตของมนษุ ย์
สมยั กอ่ นประวัตศิ าสตร์
เม่ือประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว ดินแดนไทยมีมนุษย์
อาศัยอยู่แล้ว ทั้งนี้จะเห็นได้จากการขุดพบเคร่ืองมือและช้ินส่วน
จากโครงกระดูกของมนุษย์ในยุคน้ัน ทาให้สันนิษฐานได้ว่า
ในระยะแรกมนุษย์อยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ มีชีวิตแบบเร่ร่อน
เคล่ือนย้ายไปตามแหล่งอาหารต่าง ๆ และอาศัยอยู่ตามถ้าหรือ
เพงิ ผา เพ่ือปอ้ งกนั อันตรายจากสัตว์รา้ ย
๑.๑ การต้ังถ่นิ ฐานและการดาเนินชวี ติ ของมนษุ ย์
สมัยก่อนประวตั ศิ าสตร์
ความเป็นอยขู่ องมนษุ ยส์ มยั กอ่ นประวัติศาสตร์
๑.๒ หลกั ฐานทางโบราณคดที ี่แสดงพัฒนาการ
ของมนษุ ยท์ ีพ่ บในทอ้ งถ่นิ
เร่ืองราวของมนษุ ย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์สามารถศึกษา
ได้จากหลักฐานต่าง ๆ เช่น เคร่ืองป้ ันดินเผา เคร่ืองประดับ
ภาพเขียนสีตามผนังถ้า โครงกระดูกที่ขุดพบในท้องถ่ินต่าง ๆ
ทั่วดินแดนไทย หลักฐานของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์น้ี
สามารถแบ่งตามลักษณะของเคร่ืองมือเคร่ืองใช้ ดังน้ี
๑.๒.๑ ยคุ หิน
ยุคหิน คือ การจาแนกสมัยก่อน
ประวัติศาสตร์จากเคร่ืองมือเคร่ืองใช้
ข อ ง ม นุ ษ ย์ ใ น ยุ ค น้ี ก า ร ศึ ก ษ า
พ ั ฒ น า ก า ร ข อ ง ม นุ ษ ย์ ใ น ยุ ค หิ น จึ ง
ศึ ก ษ า ไ ด้ จ า ก ล ั ก ษ ณ ะ ท่ี พ ั ก อ า ศ ั ย
เ ค ร่ื อ ง มื อ หิ น แ ล ะ เ ค ร่ื อ ง ใ ช้
เ ช่ น เ ค ร่ื อ ง ป ร ะ ด ั บ โ ค ร ง ก ร ะ ดู ก ภาพวาดเคร่ืองมือหินกะเทาะ
รปู แบบต่าง ๆ
เมล็ดพืช ซากสัตว์ รวมทั้งศิลปะถ้าที่
หลงเหลอื เป็นหลกั ฐานมาถึงปัจจุบนั
ร่อ งร อ ยกา ร ต ้ั งห ล ั กแ หล่ งข อ งม นุษ ย์ ใ น ส ม ั ยก่อ น
ประวัตศิ าสตรพ์ บอยทู่ ัว่ ทุกแหง่ ในดินแดนไทย เช่น
• ภาคเหนือ พบเคร่ืองมือหินกะเทาะ ท่ีบ้านแม่ทะ จังหวัด
ลาปาง
• ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบเคร่ืองมือหิน ที่บริเวณฝ่ ัง
แมน่ ้าโขง อาเภอเชยี งคาน จังหวดั เลย
• ภาคตะวันตก พบเคร่ืองมือหินและเศษภาชนะดินเผา
โครงกระดูกมนุษย์และกระดูกสัตว์ ท่ีบริเวณแม่น้ าแควนอ้ ย
จงั หวดั กาญจนบุรี
• ภาคใต้ พบเคร่ืองมือหินกะเทาะ บริเวณถ้าหลังโรงเรียน
ทับปริก อาเภอเมือง จังหวดั กระบ่ี
• ภาคกลาง พบเคร่ืองมือหินกะเทาะ เช่น ขวานหินกะเทาะ
กาไลหิน ทีบ่ า้ นหนองเปลา้ จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
แผนที่แสดงตัวอย่างแหล่งขุดพบ
เคร่ืองมอื เคร่อื งใช้ของมนษุ ย์ยุคหนิ
ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย
ตารางแสดงเคร่ืองมอื เคร่ืองใชข้ องมนษุ ยย์ คุ หนิ
๑.๒.๒ ยคุ โลหะ
ยุ ค โ ล ห ะ คื อ ก า ร จ า แ น ก
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ท่ีมนษุ ย์รู้จัก
นาโลหะบางชนิด ได้แก่ ทองแดง
สาริด และเหล็กมาทาเป็นเคร่ืองมือ
เ ค ร่ื อ ง ใ ช้ แ ล ะ เ ค ร่ื อ ง ป ร ะ ด ั บ
การศึกษาเร่ืองราวของมนุษย์ยุคนี้
จึ ง ศึ ก ษ า จ า ก เ ค ร่ื อ ง มื อ เ ค ร่ื อ ง ใ ช้
และเคร่ืองประดบั ทท่ี าด้วยโลหะ
ภาชนะดินเผาลายเขียนสี
พบทบ่ี ้านเชียง จังหวดั อดุ รธานี
แผนที่แสดงตวั อยา่ งแหล่งท่ีขุดพบ
เคร่ืองมือเคร่อื งใช้ของมนษุ ย์ยุคโลหะ
ในประเทศไทย
ตารางแสดงเคร่ืองมอื เคร่ืองใช้ของมนษุ ยย์ คุ โลหะ
๒. พฒั นาการของมนษุ ย์สมยั
ประวัติศาสตรใ์ นดินแดนไทย
การศกึ ษาเก่ยี วกับพัฒนาการของมนษุ ย์สมยั ประวัตศิ าสตร์
ในดินแดนไทย คือ การศึกษาเร่ืองราวของมนุษย์ยุคต่อจาก
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่ผู้คนได้พัฒนาจากชุมชน
ข้ึนมาเป็นบ้านเมอื ง เป็นแคว้น และเป็นอาณาจักร
๒.๑ การต้ังถ่ินฐานและการดาเนินชวี ติ ของมนษุ ย์
สมยั ประวัติศาสตร์
การต้ังถ่ินฐานเป็นชุมชนในท้องถ่ินต่าง ๆ ในดินแดนไทย
น ้ั น พ บ ว่ า ชุ ม ช น เ ห ล่ า นี้ ไ ม่ ไ ด้ ต ั้ ง อ ยู่ อ ย่ า ง โ ด ด เ ด่ี ย ว
แต่มีการ ติดต่อสัมพันธ์ ระหว่างชุมชน หลาย ๆ แห่ง เพ่ือ
แลกเปลี่ยนสินค้า ทาให้เกิดศูนย์กลางความเจริญจนพัฒนาข้ึน
เป็นบา้ นเมอื งและแคว้นต่าง ๆ
๒.๒ เมอื งและแควน้ โบราณในดินแดนไทย
ในดินแดนไทยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๑ เป็นต้นมา
มีชุมชนต่าง ๆ ได้พัฒนาเป็นเมือง และเมืองบางเมืองพัฒนาข้ึน
เป็นแควน้
๒.๒.๑ เมอื งโบราณในดนิ แดนไทย
เ มื อ ง โ บ ร า ณ ใ น ดิ น แ ด น ไ ท ย
ประกอบด้วยเมืองสาคัญในภาคต่าง ๆ
ดังนี้ เมืองโบราณทางภาคตะวัน -
ออกเฉี ยงเหนือ มีเมืองสาคัญ ได้แก่
เมืองฟ้าแดดสงยาง เมืองจัมปาศรี
เมอื งเสมาและเมอื งพิมาย
เ มื อ ง โ บ ร า ณ ท า ง ภ า ค ก ล า ง มี เ มื อ ง ที่ ส า ค ั ญ ไ ด้ แ ก่
เมอื งนครชัยศรี เมอื งอทู่ อง เมืองคูบวั เมอื งละโว้ และเมอื งศรเี ทพ
แผนที่แสดงตัวอย่างท่ีตัง้
เมอื งโบราณท่สี าคัญในบริเวณ
ภาคกลางของประเทศไทย
เ มื อ ง โ บ ร า ณ ท า ง ภ า ค เ ห นื อ มี เ มื อ ง ที่ ส า ค ั ญ ไ ด้ แ ก่
เมอื งหริภญุ ชยั เมอื งเชียงแสน และเมืองเวียงทา่ กาน
แผนทีแ่ สดงตวั อยา่ งท่ตี ัง้
เมืองโบราณท่สี าคญั ในบริเวณ
ภาคเหนือของประเทศไทย
เ มื อ ง โ บ ร า ณ ท า ง ภ า ค ใ ต้ มี เ มื อ ง ท่ี ส า ค ั ญ ไ ด้ แ ก่
เมืองเวียงสระ สุราษฎร์ธานี เมืองยะรัง ปัตตานี เมืองนครศรี-
ธรรมราช ท่งุ ตกึ พังงา และคลองท่อม กระบ่ี
แผนที่แสดงตวั อย่างทตี่ ง้ั
เมอื งโบราณท่สี าคัญในบริเวณ
ภาคใตข้ องประเทศไทย
เมืองโบราณในดินแดนไทยในภาคต่าง ๆ พัฒนาเป็น
เมืองตั้งแต่ช่วงก่อนพุทธศตวรรษท่ี ๑๑ แต่บางเมืองพัฒนา
ข้ึนมาในภายหลัง อย่างไรก็ตามในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๑
เมืองโบราณเหล่าน้ี ได้พัฒนาข้ึนมาเป็นแคว้นที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค
ต่าง ๆ ดังนี้
๒.๒.๒ แควน้ โบราณในดินแดนไทย
๑. แควน้ ทวารวดี (ประมาณพทุ ธศตวรรษท่ี ๑๑-๑๖)
แคว้นทวารวดีเกิดจากการรวมกลุ่มของเมืองที่ตั้งอยู่ในบริเวณ
ลุ่มน้ าเจ้าพระยาตอนล่างทางด้านตะวันตก ได้แก่ เมืองอู่ทอง
เมืองคูบัว เมืองนครชัยศรี และเมืองศรีเทพ เมืองเหล่าน้ีต่างมี
แมน่ ้าไหลผ่านทาใหส้ ามารถตดิ ต่อกบั เมืองตา่ ง ๆ ได้สะดวก
๒.๒.๒ แคว้นโบราณในดินแดนไทย
พระธรรมจกั รศิลากบั กวางหมอบพบที่จงั หวดั นครปฐม
๒. แควน้ ละโว้ (ประมาณพทุ ธศตวรรษที่ ๑๑-๑๘)
แควน้ ละโว้ เกิดจากการรวมกลุม่ ของเมอื งในบริเวณลุ่มน้า
ลพบุรี ป่าสัก และบางปะกง โดยมีเมืองละโว้เป็นศูนย์กลางของ
แควน้
พระปรางคส์ ามยอด จังหวัดลพบุรี เป็นสถาปัตยกรรมทแ่ี สดงให้เห็น
ความเจริญรุ่งเรืองด้านพระพทุ ธศาสนาของแคว้นละโว้ในอดีต
๓. แคว้นลังกาสกุ ะ (ประมาณพทุ ธศตวรรษที่ ๑๑-๑๔)
แคว้นลังกาสุกะ เกิดจากการรวมตัวในบริเวณลุ่มน้ าปัตตานี
ครอบคลุมพ้ืนที่ตอนล่างของอ่าวไทยด้านตะวันออก โดยมี
ศูนย์กลางอยู่ท่ีปัตตานี แคว้นลังกาสุกะ มีท่ีต้ังอยู่บนเส้นทาง
การค้าตลอดจนเป็นเมืองทอี่ ดุ มสมบูรณ์ รวมทั้งมีพ่อคา้ จากจีน
และอนิ เดยี เดินทางเขา้ มาตดิ ตอ่ คา้ ขาย
รอ่ งรอยความย่ิงใหญใ่ นอดีตของปัตตานีพบเห็นได้ท่เี มอื งโบราณ
บ้านจาเละ อาเภอยะรงั จังหวัดปัตตานี
๔. แควน้ ศรวี ิชยั (ประมาณพุทธศตวรรษท่ี ๑๒-๑๗)
แคว้นศรีวิชัยเกิดจากการรวมตัวของ เมืองทางตอนใต้
มี อ า ณ า เ ข ต ค ร อ บ ค ลุ ม บ ริ เ ว ณ ท า ง ต อ น ใ ต้ ข อ ง ไ ท ย ไ ป จ น ถึ ง
สุมาตราและชวา ท้ังนี้ เน่ื องจากมีการขุดพบโบราณสถาน
และโบราณวัตถุในสมัยศรีวิชัยมากมาย
รปู หลอ่ สารดิ พระโพธสิ ตั วอ์ วโลกเิ ตศวร
๕. แควน้ ตามพรลิงค์ (ประมาณพทุ ธศตวรรษท่ี ๑๔-๑๘)
ท่ี มี ศู น ย์ ก ล า ง อ ยู่ บ ริ เ ว ณ จ ั ง ห ว ั ด น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ปั จ จุ บ ั น
แคว้นตามพรลิงค์เป็นแหล่งรวมศิลปวัฒนธรรมของอินเดียและ
ลังกา และเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนานิ กาย
เถรวาท
พระบรมธาตุเจดยี ์ จังหวดั นครศรธี รรมราช
๖. แคว้นโคตรบรู ณ์ (ประมาณพทุ ธศตวรรษที่ ๑๑-๑๕)
แคว้นโคตรบูรณ์เกิดจากการรวมตัวของเมืองบริเวณสองฝ่ ัง
แม่น้ าโขงตอนกลาง ศูนย์กลางของแคว้นโคตรบูรณ์เช่ือว่า
ต้ังอยู่ท่ีจังหวัดนครพนมในปัจจุบัน เพราะปรากฏหลักฐานทาง
โบราณคดีท่ีสาคัญ ได้แก่ พระธาตุพนมที่มีอายุเก่าแก่นับพันปี
ซ่งึ เป็นท่เี คารพบูชาของคนสองฝ่ ังแม่น้าโขงจนถึงปัจจุบัน
พระธาตพุ นม จังหวดั นครพนม
๗. แคว้นหรภิ ุญชยั (ประมาณพทุ ธศตวรรษท่ี ๑๓-๑๙)
แคว้นหริภุญชัยเป็นแคว้นที่เกิดจากการรวมกลุ่มของเมืองใน
ลุ่ ม น้ า ปิ ง ต อ น บ น โ ด ย มี ศู น ย์ ก ล า ง อ ยู่ บ ริ เ ว ณ ท่ี ต ั้ ง ข อ ง
จังหวัดลาพูนในปัจจุบัน แคว้นหริภุญชัยได้พัฒนากลายเป็น
ศูนย์กลางพระพุทธศาสนา และศิลปะ ในดินแดนทางตอน เหนื อ
ซ่งึ จะเหน็ ไดจ้ ากวัดท่ีสาคัญ ๆ
พระธาตุหรภิ ญุ ชัย จงั หวัดลาพนู
พ ั ฒ น า ก า ร ท า ง ป ร ะ ว ั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง แ ค ว้ น โ บ ร า ณ ใ น
ดินแดนไทยที่ยกตัวอย่างมา เป็นการพัฒนาท่ีต่อเน่ืองมาเป็น
เวลานาน ซ่ึงก่อให้เกิดการผสมผสานและเปล่ียนแปลง
จนกลายเป็นพ้นื ฐานวัฒนธรรมไทยในปัจจบุ ัน
๒.๓ การตัง้ ถ่นิ ฐานและการดาเนินชีวิต
ของคนสมัยสโุ ขทยั
อาณาจักรสุโขทัย ก่อต้ังในปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๘
(ประมาณ พ.ศ. ๑๗๙๒) บริเวณตอนเหนือของลุ่มน้ าเจ้าพระยา
โดยพ่อขุนบางกลางหาวได้รับการสถาปนาเป็นพระมหากษัตริย์
พระองค์แรกทรงพระนามว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ อาณาจักร
สุโขทยั มพี ระมหากษตั รยิ ์ปกครองทง้ั ส้นิ ๙ พระองค์
๒.๓ การตง้ั ถ่ินฐานและการดาเนินชวี ิต
ของคนสมยั สุโขทัย
พระบรมราชานสุ าวรีย์พ่อขนุ รามคาแหงมหาราช
พระมหากษัตรยิ ์องคส์ าคญั ในสมัยสุโขทยั
อาชีพหลักของชาวสุโขทัย คือ เกษตรกรรม ซ่ึงจาเป็นต้องใช้น้ า
ในการเพาะปลูก ดังน้ัน เพ่ือให้มีน้ าเพียงพอ ชาวสุโขทัยจึงสร้าง
ทานบกั้นน้า ที่เรียกว่า สรีดภงส์ (อ่านว่า สะ-หรีด-พง) นอกจากน้ี
ชาวสุโขทยั ยังร้จู ักทาหตั ถกรรม เชน่ เคร่อื งสงั คโลก ท่เี ป็นสินคา้
สาคญั ของสโุ ขทยั
เคร่อื งสังคโลกเป็นสินค้าส่งออกทสี่ าคัญในสมัยสโุ ขทยั
สรีดภงส์ ทานบกกั เกบ็ น้าท่แี สดงถึง
ภมู ปิ ัญญาไทยในด้านการจัดระบบชลประทานในสมยั สุโขทยั
๒.๔ การต้ังถ่ินฐานและการดาเนินชวี ติ
ของคนสมัยอยุธยา
กรุงศรีอยุธยาเป็นอาณาจักรที่มีศูนยก์ ลางอยู่บริเวณลุ่มน้า
เจ้าพระยาตอนล่าง ใน พ.ศ. ๑๘๙๓ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑
(พระเจ้าอู่ทอง ) ทรงสถาปนากรุง ศรีอยุธยาเป็ นราชธานี
อาณาจักรน้ีสืบทอดต่อมาเป็นเวลา ๔๑๗ ปี มีพระมหากษัตริย์
ปกครอง ๓๓ พระองค์ ในช่วงเวลาดังกล่าวคนไทยได้สร้างสรรค์
ความเจริญท้ังทางด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม
และวฒั นธรรม ซ่งึ เป็นพ้นื ฐานวฒั นธรรมไทยในเวลาตอ่ มา
พระบรมราชานสุ าวรยี ์พระเจา้ อู่ทอง ปฐมกษัตรยิ ์
แห่งกรุงศรอี ยธุ ยา อยู่ทจี่ งั หวดั พระนครศรอี ยุธยา
หลกั ฐานท่ีสาคัญในสมยั อยุธยา เช่น วัดไชยวัฒนาราม ซ่ึง
ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมเขมร พระราชวังนารายณ์ราช-
นิ เวศน์ ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย รวมท้ัง
ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง ซ่ึงนอกจากจะงดงามแล้ว ยังเป็น
หลักฐานให้ทราบถึงความเช่ือและวิถีชีวิตของคนไทยในสมัย
กรงุ ศรีอยธุ ยา
วดั ไชยวฒั นาราม จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา
ไดร้ ับอทิ ธพิ ลจากสถาปัตยกรรมเขมร
๒.๕ การตั้งถ่ินฐานและการดาเนินชวี ติ ของคนสมยั ธนบรุ ี
หลังจากกรุงศรีอยุธยาล่มสลายลง สมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราชได้ทรงสถาปนากรุงธนบุรีข้ึนเป็นราชธานี แห่งใหม่เม่ือ
พ.ศ. ๒๓๑๐ กรุงธนบุรีตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ าเจ้าพระยาทางตอนใต้
ของกรงุ ศรีอยุธยาและอยใู่ กลก้ บั ทะเลทาใหส้ ามารถตดิ ตอ่ คา้ ขาย
กบั ต่างชาติได้สะดวก
๒.๕ การตั้งถ่ินฐานและการดาเนินชีวติ ของคนสมัยธนบุรี
พระบรมราชานสุ าวรยี ์สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชอยู่ที่จงั หวัดจันทบรุ ี