The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือแนวทางการดำเนินงานจัดการเรียนรวม สพป พิษณุโลก เขต 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือแนวทางการดำเนินงานจัดการเรียนรวม

คู่มือแนวทางการดำเนินงานจัดการเรียนรวม สพป พิษณุโลก เขต 1

Keywords: การจัดการเรียนรวม,แนวทางการดำเนินงาน,สพป.พิษณุุโลก เขต 1,การศึกษาพิเศษ

คูปองบัญชี ค. ( คูปองทเ่ี ปน็ รหสั ที่ขนึ้ ต้นดว้ ยตัวอกั ษร C )

สถานศกึ ษารับคูปองบัญชี ค. จากศูนยก์ ารศึกษาพิเศษฯ จะมี 2 กรณี ดังน้ี

คปู องบญั ชี ค. ขึน้ ต้นดว้ ยรหสั CS 01 ดำเนนิ กำรดังน้ี
สถานศกึ ษาใหผ้ ปู้ กครองลงนามในคูปองทง้ั ดา้ นหน้าและดา้ นหลงั คูปอง

ผู้บรหิ ารลงนามในคูปองด้านหน้า
ครผู ูม้ ีรหัสสอนเสริมดาเนนิ การสอนเสรมิ และบนั ทกึ เนอ้ื หาการสอนด้านหลงั คูปองพรอ้ มลงนาม

คปู องบญั ชี ค. ขึ้นตน้ ด้วยรหสั CS 04 ดำเนนิ กำรดงั น้ี
สถานศึกษารวบรวมคูปอง บัญชี ค. (CS 04...) ส่งทรี่ า้ นค้าเพือ่ แลกวัสดนุ าไปผลิตสื่อ

ให้ร้านคา้ ถา่ ยสาเนาคูปองเก็บไวเ้ พ่ือเปน็ หลักฐานขอเบกิ เงนิ จากศูนย์ฯ
สถานศกึ ษาขอใบสง่ ของหรอื ใบยืมส่ือจากร้านค้าพร้อมนาคูปองฉบับจริงกลบั
ครูท่ีมีรหัสผู้ผลิตสื่อ ดาเนนิ การผลิตสื่อและบนั ทึกเนอื้ หารายละเอียดด้านหลังคูปองพร้อมลงนาม

สถานศึกษารวบรวมคูปอง บัญชี ค. ท้งั CS01 และ CS04
พรอ้ มเอกสาร (รายละเอียดตามคูม่ ือในภาคผนวก)

สง่ ศูนยก์ ารศึกษาพิเศษฯ ตามกาหนดเวลาท่ีศูนย์ฯ กาหนด

ศนู ย์การศึกษาพิเศษฯ ตรวจสอบความถกู ต้อง
โอนเงินให้สถานศึกษา

คปู องบัญชี ค. ข้ึนตน้ ด้วยรหัส CS 01 คูปองบัญชี ค. ขนึ้ ตน้ ดว้ ยรหัส CS 04
สถานศึกษานาเงนิ ที่ไดร้ บั ไปใช้ สถานศกึ ษานาเงนิ ท่ีไดร้ ับไปจ่ายใหร้ ้านค้า
และนาใบเสร็จสง่ ศนู ยก์ ารศกึ ษาพิเศษฯ
สาหรับการสอนเสริมใหก้ ับนกั เรยี น
ตามความเหมาะสม

คู่มอื การดาเนินงานจัดการเรียนรวม สพป.พษิ ณุโลก เขต 1 48

6) กำรจัดกำรเรยี นกำรสอน
การนาแผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบุคคล (IEP) และแผนการสอนเฉพาะบคุ คล (IIP) มาใชใ้ นการจัดการ

เรียนการสอน ต้องคานึงถึงการจัดสภาพแวดล้อมของการเรียนให้มีอุปสรรคน้อยท่ีสุด ตามความต้องการจาเป็น
พิเศษของนักเรียนแต่ละคน เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ และต้องแน่ใจว่าสภาพแวดล้อมในการเรียน
จะช่วยให้นักเรียนบรรลุจุดประสงค์ในการเรียนตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และแผนการสอน
เฉพาะบุคคล (IIP) ครมู ีการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ปรับเปลีย่ นวธิ ีสอนให้ยืดหยุ่น เพื่อใหเ้ ดก็ สามารถ
มีส่วนรว่ มพร้อมกบั เด็กอน่ื ๆ ในชัน้ เรยี น

1. การเตรียมการสอนของครู
ก่อนจะจัดการเรียนการสอนครูต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้เอ้ือต่อการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความ
ตอ้ งการจาเปน็ พิเศษแต่ละคน ดงั นี้

1.1 การศึกษาแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และแผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP)
ก่อนการจดั การเรยี นการสอน

1.2 การวเิ คราะห์สภาพแวดล้อมทางกายภาพของห้องเรยี นและโรงเรียน
1.3 การวิเคราะห์กจิ กรรมการเรียนการสอนที่สอดคล้องวถิ กี ารเรียนร้ขู องเด็กแตล่ ะคน
1.4 การศกึ ษาวธิ ีการจดั ห้องเรียนที่ลดอุปสรรคในการเรยี น
1.5 การวเิ คราะห์ปฏสิ ัมพันธ์ระหวา่ งครูกบั นักเรยี น
1.6 การวิเคราะห์ปฏิสัมพันธร์ ะหว่างเด็กในห้องเรียนกบั นกั เรยี นท่มี คี วามตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษ
1.7 การปรบั ส่อื การเรยี นการสอนท่ีสอดคล้องกบั นกั เรยี นที่มีความตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษท้งั ระดบั
ภาษา ทักษะการส่ือสาร ทักษะทางสังคม ความสามารถทางกายภาพ และหรือประสาทสัมผัส สะดวกในการ
นาไปใชข้ องนกั เรยี นอยา่ งพอเพยี ง
2. การสอนของครู ครูต้องจดั การเรียนการสอนตามแผนการสอนเฉพาะบคุ คล (IIP) ดังน้ี
2.1 คานงึ ถงึ เป้าหมายทกี่ าหนดในแผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบคุ คล (IEP) และจดุ ประสงค์
เชิงพฤตกิ รรมในแผนการสอนเฉพาะบคุ คล (IIP)
2.2 เทคนคิ การชว่ ยเหลอื แบบสมเหตสุ มผล (Reasonable Accommodation) ตอ้ งพิจารณา
ตามความเหมาะสม สอดคล้องกบั ความต้องการจาเปน็ พิเศษของนักเรยี นแต่ละคน แต่เนน้ การทางานแบบร่วมมือ
ร่วมใจ ระหว่างนักเรยี นท่วั ไปและนกั เรยี นท่มี คี วามต้องการจาเป็นพิเศษ
2.3 ครูต้องเช่อื มโยงความรู้เก่าไปสคู่ วามร้ใู หมแ่ ละเชื่อมโยงระหวา่ งสาระวิชา
2.4 ครูตอ้ งสร้างแรงจงู ใจในการเรียน ด้วยการเสริมแรงทางบวก
2.5 ครใู หโ้ อกาสนกั เรียนทีม่ ีความตอ้ งการจาเป็นพิเศษได้เรียนตามศกั ยภาพ ความถนดั และ
ความสนใจอย่างมคี วามสขุ
2.6 ครูปรับวธิ ีการประเมิน เกณฑ์การประเมินให้สอดคล้องกบั ศักยภาพของนักเรียนที่มี
ความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษ
3. ตัวอยา่ งเทคนิคการสอนสาหรับนักเรียนทีม่ คี วามตอ้ งการจาเปน็ พิเศษ
3.1 เทคนิค 3 R

- การสอนซ้ายา้ เตือน (Repetition) ตอ้ งสอนจนนกั เรียนทม่ี ีความตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษบรรลุ
พฤติกรรมท่พี งึ ประสงคแ์ ล้วจงึ เปลีย่ นจุดประสงค์การเรยี นร้ใู หม่

- การสอนแบบไม่ตงึ เครยี ด (Relaxation) เปล่ยี นกจิ กรรมวชิ าการเปน็ กิจกรรมนันทนาการ
- การสอนแบบสมา่ เสมอ (Routine) การสอนแบบกาหนดกจิ กรรมให้เปน็ กจิ วัตรประจาวัน

คู่มือการดาเนินงานจัดการเรยี นรวม สพป.พิษณโุ ลก เขต 1 49

3.2 หลักการสอนแบบเชงิ พฤตกิ รรม (Teaching Behavior Techniques) เปน็ องคค์ วามรทู้ ่ี
เทคนคิ การสร้างเสริมพฤตกิ รรมพงึ ประสงค์ใช้ในการสร้างฝกึ พฤตกิ รรมทางสงั คมยอมรับ จาเป็นในการอยู่ร่วมกับ
สังคมกับบุคคลท่วั ไป โดยมเี ทคนคิ ท่แี นะนาดงั นี้

- เทคนิคการวิเคราะห์งาน (Task analysis) ครูจาแนกเนอ้ื หาและทกั ษะท่ีจะสอนเป็นขัน้ ตอน
ย่อย ๆ หลาย ๆ ขั้นตอน และเรียงลาดับจากงานที่งา่ ยไปส่วนงานท่ยี าก

- เทคนคิ การแนะ (Prompting) ครูจะตอ้ งใช้การแนะจากมากท่ีสดุ ต้ังแต่สัมผสั วาจา ท่าทาง
สายตา นา้ เสียงค่อย ๆ ลดการแนะจากมากทีส่ ุดไปนอ้ ยท่สี ดุ จนกระทั่งไมม่ ีการแนะ

- เทคนิคการให้รางวัลและการลงโทษ (Reinforcement and Punishments) เพื่อสรา้ ง
แรงจูงใจ โดยเริ่มจากแรงจงู ใจภายนอกไปสูแ่ รงจงู ใจภายใน

- เทคนคิ การตะล่อมกล่อมเกลาทางทกั ษะหรือพฤติกรรมใหม่ (Shaping Procedure) เป็น
การกล่อมเกลาการตอบสนองนักเรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษให้ไปสู่พฤติกรรมหรือ ทักษะเป้าหมาย
ท่ีต้องการได้

- เทคนิคการสานต่อพฤตกิ รรม (Chaining Procedure) คือกระบวนการที่นาทกั ษะแตกย่อย
จากขั้นวิเคราะหง์ านและนกั เรียนทม่ี คี วามตอ้ งการจาเปน็ พเิ ศษสามารถตอบสนองไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งจนคลอ่ ง โดยไม่มี
การแนะมาสานตอ่ ให้เปน็ ทกั ษะหรอื พฤตกิ รรมท่ีผู้สอนต้องการอยา่ งครบถ้วนสมบูรณ์

- เทคนคิ การขยายผลพฤติกรรม (Generalization Procedure) เปน็ การส่งเสริมนกั เรียนท่มี ี
ความต้องการจาเป็นพิเศษนาทักษะท่ีได้เรยี นรู้ไปใช้ไดท้ ุกสถานการณ์และทุกบคุ คล

- เทคนคิ การคงสภาพซึ่งทักษะทท่ี าไดแ้ ลว้ (Maintaining Previously Learned Skill
Procedure) เป็นการทบทวนทักษะที่นักเรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษทาได้แล้วเป็นช่วง ๆ สลับกับทักษะ
ใหม่ ๆ หรือหลอมหลวมทักษะเกา่ กับทักษะใหม่

3.3 การสอนแบบตวั ต่อตวั (Direct Instruction) ครสู อนใหท้ าตาม ใหค้ าชี้แนะ การใหผ้ ลย้อนกลบั
และการเสรมิ แรงแบบทันทีทนั ใด

3.4 การสอนเป็นกลุ่มเลก็ (Group Instruction) เปน็ การส่งเสริมให้นกั เรียนที่มีความต้องการจาเป็น
พิเศษมปี ฏิสัมพนั ธ์กบั เพอื่ นร่วมชน้ั เรยี น

3.5 สอบแบบเพอื่ นช่วยเพ่อื น (Peer Assistance Instruction) การจดั กลมุ่ จิตอาสาชว่ ยเหลอื
นักเรียนทม่ี คี วามต้องการจาเปน็ พิเศษ โดยครูสอนเทคนิควธิ ีการช่วยเหลือทักษะให้แก่กลุ่มจิตอาสา เปดิ โอกาสให้
นักเรยี นทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ให้แก่นกั เรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษเป็นการสง่ เสริมให้
นักเรยี นท่ัวไปมีเจตคตทิ ด่ี ตี อ่ นกั เรยี นทม่ี ีความต้องการจาเปน็ พิเศษ

3.6 การเรียนแบบร่วมมอื (Cooperative Learning) การจัดกลุม่ เรยี นในกลมุ่ ทีม่ คี วามสามารถ
แตกตา่ งกัน โดยสมาชกิ ทุกคนชว่ ยกนั เรียนรูเ้ พื่อให้บรรลเุ ปา้ หมาย เป็นการสรา้ งปฏิสมั พันธ์ระหว่างผ้เู รยี นทกุ คน

3.7 การเรียนแบบนาตนเอง (Self Directed Learning) ให้นักเรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษ
สามารถวางแผนการเรียนรู้ กาหนดเป้าหมาย วิธีการเรียน และการประเมินตนเองเหมาะสมกับความสามารถ
รปู แบบการเรียนรูข้ องตนเอง เพอ่ื เป็นการฝกึ ฝนใหน้ ักเรยี นไดพ้ ง่ึ พาตนเอง

4. เทคนคิ การจดั การพฤติกรรมไม่พงึ ประสงค์
4.1 ผสู้ อนให้ความสนใจในพฤตกิ รรมท่ีดี และมองหาพฤตกิ รรมท่ีไม่ดี
4.2 ผู้สอนบอกชีแ้ จงพฤตกิ รรมท่ีไมพ่ ึงประสงค์ และบอกแนวทางพฤติกรรมทถ่ี ูกตอ้ ง
4.3 ผู้สอนทบทวนใหน้ กั เรยี นทีม่ ีความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษเข้าใจกฎ กติกา ได้ถูกต้อง
4.4 ผสู้ อนเพิกเฉยตอ่ พฤติกรรมท่ไี มพ่ ึงประสงค์ และใหก้ ารยกยอ่ งชมเชยนกั เรยี นท่ีมีความ

คู่มือการดาเนินงานจัดการเรยี นรวม สพป.พิษณุโลก เขต 1 50

ตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษมพี ฤติกรรมท่ีพึงประสงค์
4.5 ผสู้ อนอาจใช้เวลานอก (Time Out) เป็นการยตุ พิ ฤติกรรมท่ไี ม่พงึ ประสงคบ์ างประการสว่ นมาก

ใช้เวลานอกเท่ากับอายุของนักเรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษและอยู่ในสายตาของครูตลอดเวลาทาให้เด็ก
มีช่วงความสนใจมากข้นึ และยกย่องชมเชยเม่อื เขามพี ฤติกรรมท่พี งึ ประสงค์

4.6 เทคนคิ การจัดการปัญหาเฉพาะหนา้
- นักเรยี นท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษมพี ฤติกรรมอาละวาด หยดุ พฤตกิ รรมโดยถอยหา่ ง เข้า

ดา้ นหลังแล้วใช้มอื ปิดตาทง้ั สองข้าง และระมดั ระวงั ไมใ่ หน้ ักเรยี นที่มคี วามตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษทาร้ายตนเอง
- แบบกระตนุ้ ตนเอง ห้ามดว้ ยคาพูด ทา่ ทาง หรอื หยดุ กระตุ้นตนเอง
- พฤติกรรมเศรา้ การสมั ผสั การกอด ปลอบ พูดคยุ พร้อมทง้ั เบีย่ งเบนความสนใจ
- แบบตอ่ ตา้ น ผ้สู อนยืนยนั ใหน้ ักเรียนทม่ี คี วามตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษทากิจกรรมท่ีผสู้ อน

มอบหมายใหจ้ นเสร็จไมค่ านงึ ถึงการต่อต้านเพอื่ ใหน้ ักเรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษตระหนักว่าพฤติกรรมน้ัน
ไม่ส่งผลใหห้ ยดุ ทากิจกรรม

- แบบร่าเริงสดุ ขดี เบยี่ งเบนให้ไปทากิจกรรมอื่น ๆ โดยไมส่ นใจพฤติกรรมทหี่ ัวเราะอย่โู ดยสงั่ ให้
ทากิจกรรมง่าย ๆ หลายกิจกรรมต่อ ๆ กัน จนนกั เรยี นท่มี ีความต้องการจาเป็นพิเศษเหน่ือย

- แบบหลกี เลย่ี ง เพิกเฉย ไม่สนใจ ตอ่ พฤติกรรมทีห่ ลีกเล่ยี งการทากจิ กรรมของนกั เรียนท่ีมีความ
ต้องการจาเป็นพิเศษหรือเทคนิคอ่ืน ๆ ตามความเหมาะสมที่จะช่วยพฒั นานกั เรียนที่มคี วามต้องการจาเป็นพิเศษ
ใหบ้ รรลตุ ามจุดประสงค์ของการเรยี นท่กี าหนดไว้

☞ ระยะเวลำดำเนนิ กำร : ตลอดปีการศกึ ษา

☞ เครือ่ งมือทใี่ ช้ในกำรดำเนินกำร :
- แผนการสอนเฉพาะบคุ คล (IIP)
- แผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล (IEP)
- เทคนิคการสอนสาหรบั คนพกิ ารทางการศึกษาแตล่ ะประเภทความพกิ าร
- ข้อมูล ผลงาน และเอกสารประจาตวั ของนักเรยี นทม่ี ีความต้องการจาเปน็ พิเศษ เป็นรายบคุ คล

เช่น ระเบียนสะสม เอกสารแสดงผลการเรยี น แบบบันทึกพฤติกรรม แบบเย่ียมบ้าน เอกสารระบบดูแลชว่ ยเหลือ
นักเรียน ผลการทดสอบ ผลการเรียนรู้ ชนิ้ งาน ฯลฯ

- เอกสารท่ีเก่ียวข้องกบั การจดั การเรียนการสอนเช่น บนั ทกึ หลงั สอน แบบบันทกึ พฤติกรรม ฯลฯ

☞ ผู้ทเี่ กี่ยวข้อง :
- ผู้บริหารสถานศึกษา
- ครูประจาช้ัน
- ครผู ้สู อนรายวิชา
- ครูการศึกษาพเิ ศษ
- ผู้ปกครอง

7) กำรจดั บรกิ ำรเสรมิ ศักยภำพและควำมสำมำรถพเิ ศษสำหรับนักเรียนทม่ี คี วำมต้องกำรจำเปน็ พิเศษ
การจัดบริการเสริมศักยภาพสาหรับนักเรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษนอกจากการจัดการเรียนรู้

ตามแผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบคุ คล (IEP) สถานศึกษา ยงั สามารถจัดบริการหรือประสานงานกบั หนว่ ยงานอ่นื ท่ี
เก่ียวขอ้ ง เพอ่ื ขอรบั การสนับสนุนบริการให้แก่ นักเรยี นท่ีมคี วามตอ้ งการจาเป็นพิเศษได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ

คู่มอื การดาเนินงานจัดการเรียนรวม สพป.พษิ ณโุ ลก เขต 1 51

บริการท่ีจาเป็นน้ีควรจัดให้ตรงกับความต้องการจาเป็นพิเศษ เพื่อบาบัดฟื้นฟู ส่งเสริมให้เกิดพัฒนาการให้เปน็ ไป
ตามวยั และสามารถ ปรบั ตวั เรียนรรู้ ว่ มกบั เพือ่ นในช้นั เรียนทัว่ ไปไดย้ กตัวอยา่ ง เชน่

1. บรกิ ารแนะแนว คือ กระบวนการทจี่ ะช่วยใหน้ ักเรยี นทมี่ คี วามตอ้ งการจาเปน็ พิเศษรจู้ ักเขา้ ใจตนเอง
ยอมรับและเห็นคุณค่าของตนเอง สามารถปรับตัวเข้ากับส่ิงแวดล้อมและแก้ปัญหารวมทั้งการตัดสินใจได้ด้วย
ตนเอง เพ่อื ให้ดารงชวี ติ อยู่ได้อยา่ งมคี วามสุข โดยรบั บริการจากครูแนะแนวประจาโรงเรยี น

2. บรกิ ารแกไ้ ขการพูด เปน็ การแก้ไขความบกพร่องที่เกิดจากการใช้อวยั วะในการพดู หรือความบกพร่อง
ทางสมองในบางด้านทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ การพดู การได้ยิน และการออกเสียงที่ทาให้ไมส่ ามารถพดู ได้ตามพฒั นาการ
ปกตขิ องวัย โดยรับบริการจากนักแก้ไขการพดู ในโรงพยาบาล

3. บริการดา้ นจติ วิทยา คือ บริการให้คาปรกึ ษาแก่นกั เรียนท่มี ีความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษ ใหม้ ีพฤติกรรม
ท่เี หมาะสมและใช้ชีวติ อย่างมคี วามสุข โดยรบั บริการจากนักจิตวิทยาในโรงพยาบาลหรือศนู ยก์ ารศกึ ษาพิเศษ

4 บรกิ ารกายภาพบาบัด คือ การกระทาต่อมนุษย์เกย่ี วกับการตรวจประเมิน การวินจิ ฉยั และ การบาบดั
ความบกพร่องของร่างกาย ซ่ึงเกิดเน่ืองจากภาวะของโรคหรือการเคลื่อนไหวท่ีไม่ปกติ การส่งเสริม สุขภาพการ
ป้องกัน การแก้ไขและการฟนื้ ฟูความเสื่อมสภาพความพิการของร่างกายและจิตใจด้วยวิธีการ ทางกายภาพบาบัด
การใช้เครอ่ื งมอื หรืออุปกรณ์กายภาพบาบัด เชน่ ธาราบาบัด เป็นตน้ โดยรับบริการจากนกั จติ วทิ ยาในโรงพยาบาล
หรือศนู ย์การศกึ ษาพิเศษ

5. บรกิ ารกิจกรรมบาบัด คือ การนากิจกรรมทม่ี ีจุดม่งุ หมายรวมท้ังวธิ กี ารและอปุ กรณท์ เ่ี หมาะสมมาเป็น
วิธีการในการบาบัดเกี่ยวกับความสามารถของบุคคลที่มีความบกพร่องด้านต่าง ๆ การเรียนรู้และการพัฒนา
เก่ียวกับเด็กโดยกระบวนการตรวจ ประเมิน ป้องกัน ส่งเสริมและฟ้ืนฟู สมรรถภาพให้สามารถทากิจกรรมต่าง ๆ
และดาเนินชีวิตได้ตามศักยภาพ ป้องกนั การไร้ความสามารถและการมีสุขภาพที่ดี เช่น ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก
การบูรณาการประสาทสัมผัสการใช้อุปกรณ์ช่วยในการดาเนินชีวิตประจาวัน เป็นต้น โดยรับบริการจากนัก
กจิ กรรมบาบัดในโรงพยาบาลหรอื ศนู ย์การศึกษาพเิ ศษ

6. บริการสอนเสริม คือ การเพ่ิมพูนความรู้ ทักษะ สาหรับนักเรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษใน
รปู แบบรายบุคคลหรือกลุ่มเล็ก ทัง้ ในเวลาและนอกเวลา โดยรบั บริการจากครูการศึกษาพิเศษ หรือครูทใ่ี ห้บริการ
สอนเสรมิ ตามกลมุ่ สาระการเรียนรทู้ ่ีข้นึ ทะเบียนจากศนู ยก์ ารศกึ ษาพิเศษ

7. บริการปรบั พฤติกรรม คือ การเปล่ยี นแปลงพฤติกรรมของนกั เรยี นท่ีมีความตอ้ งการจาเป็นพิเศษให้ดี
ขึ้น โดยลดพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์ให้เข้าสู่พฤติกรรมที่ใกล้เคียงปกติหรือปกติ โดยรับบริการจากครูการศึกษา
พเิ ศษ ครูแนะแนว นักจติ วทิ ยา ในโรงพยาบาลหรือศนู ยก์ ารศึกษาพิเศษ

8. บรกิ ารส่งตอ่ คือ การส่งต่อนกั เรียนทม่ี คี วามต้องการจาเปน็ พิเศษที่จบการศึกษาแตล่ ะระดบั ชน้ั หรอื
การสง่ ตอ่ เพ่ือรบั บรกิ ารตา่ ง ๆ จากหนว่ ยงานภายนอก โดยให้สถานศกึ ษานาส่งเอกสารขอ้ มูลทม่ี ีความเกยี่ วข้องกับ
นักเรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษ เพ่ือเป็นข้อมูลในการจัดการศึกษาและวางแผนการรับบริการต่าง ๆ ให้
เหมาะสมกับความต้องการจาเป็นพิเศษในระดับช้ันท่ีสูงข้ึนหรอื บริการตา่ ง ๆ เช่น การส่งต่อจากชั้นประถมศกึ ษา
ปีท่ี 1 ขึ้นระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ในสถานศึกษาเดียวกัน การส่งต่อ การรับบริการกิจกรรมบาบัด
ท่โี รงพยาบาล เปน็ ต้น

9. บริการศิลปะบาบัด คือ การนากิจกรรมศิลปะหรือผลงานศิลปะเพ่ือหาข้อบกพร่องของบุคคลท่ีมี
สาเหตุจากกระบวนการทางจิตใจ และเพื่อใช้กิจกรรมทางศิลปะที่เหมาะสมช่วยในการบาบัด รักษาและฟ้ืนฟู
สมรรถภาพให้ดีข้ึน โดยรับบริการจากครูการศึกษาพิเศษครูประจาชั้น ครูรายวิชาศิลปะ หรือนักศิลปะบาบัดใน
หนว่ ยงานต่าง ๆ เช่น ศนู ย์การศกึ ษาพเิ ศษ มูลนิธติ า่ ง ๆ เป็นต้น

คูม่ อื การดาเนนิ งานจดั การเรียนรวม สพป.พษิ ณุโลก เขต 1 52

10. บริการดนตรีบาบัด คือ เป็นวิธีการใช้ดนตรีเพ่ือช่วยเหลือผู้มีปัญหาด้านจิตใจ อารมณ์ และการ
ปรับตัวเข้ากับผู้อ่ืน ตลอดจนผู้มีปัญหาความบกพร่องทางร่างกาย เกี่ยวกับระบบประสาทการรับรู้ และการ
เคลื่อนไหว โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อผลทางการฟน้ื ฟสู มรรถภาพ นันทนาการและ/หรอื ทางการศึกษา โคยรับบริการ
จากครกู ารศกึ ษาพิเศษ ครปู ระจาชน้ั ครรู ายวิชาดนตรี หรอื นกั ดนตรีบาบดั ในหนว่ ยงานต่าง ๆ เชน่ ศนู ยก์ ารศึกษา
พิเศษ มูลนิธติ ่าง ๆ เป็นตน้

11. บรกิ ารบาบดั ดว้ ยสตั ว์ คือ ในปจั จบุ ันมกี ารนาสตั ว์มาร่วมในโปรแกรมการบาบดั รักษาผู้ปว่ ยอยู่หลาย
แบบ สัตว์ที่นิยมนามาใชก้ ันมาก ได้แก่ โลมา ม้า สุนัข และแมว เป็นตน้ โดยมีการคัดเลือกฝกึ ฝนสตั วม์ าเป็นอย่างดี
การนาสัตว์มาใช้ร่วมในการบาบัดเด็กพิเศษ หรือเด็กท่ีเจ็บป่วยเรื้อรังยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบาบัดรักษาใน
แนวทางหลักได้ดียิ่งข้ึนสามารถรับบริการจากครูการศึกษาพิเศษ ครูประจาช้ัน นักกิจกรรมบาบัด นัก
กายภาพบาบดั ในหน่วยงานตา่ ง ๆ เชน่ ศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษ มลู นิธิ ต่าง ๆ เป็นต้น

12. บริการสวนบาบัด คือ การใช้กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับพืชและสวน ได้แก่ การทาสวน การปลูกผัก
และไม้ดอก การดูแลพืช การขยายพันธ์ุพืช การเย่ียมชมสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ เช่น สวน สวนสาธารณะ ป่า
อทุ ยาน เป็นต้น เพ่อื พฒั นาแตล่ ะบุคคลใหเ้ กิดความรู้สึกมีสขุ ภาวะ ปรับปรุง สขุ ภาพทางกาย จิต และส่งเสริมการ
ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เพ่ือการกระตุ้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์กับพลังแห่งการเยียวยาจากธรรมชาติ การปฏิสัมพันธ์
เปน็ ไปได้ท้ังการเป็นผูก้ ระทา (Active) และผ้ถู กู กระทา (Passive)

☞ ระยะเวลำดำเนนิ กำร : ตลอดปกี ารศึกษา

☞ เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นกำรดำเนินกำร :
- แผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP)
- แผนการจดั การศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
- เทคนคิ การสอนสาหรับนักเรยี นที่มคี วามตอ้ งการจาเปน็ พเิ ศษแตล่ ะประเภทความพกิ าร
- ข้อมลู ผลงาน และเอกสารประจาตวั ของนกั เรยี นทีม่ คี วามต้องการจาเปน็ พิเศษ เปน็ รายบคุ คล

เช่น ระเบียนสะสม เอกสารแสดงผลการเรยี น แบบบันทึกพฤติกรรม แบบเย่ียมบ้าน เอกสารระบบดูแลชว่ ยเหลือ
นกั เรยี น ผลการทดสอบ ผลการเรียนรู้ ชิ้นงาน ฯลฯ

- เอกสารทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั การเรยี นการสอน เช่น บันทกึ หลังสอน แบบบันทึกพฤติกรรม เปน็ ตน้

☞ ผทู้ ี่เกยี่ วขอ้ ง :
- ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
- ครูประจาชัน้
- ครูผู้สอนรายวิชา
- ครูการศกึ ษาพิเศษ
- ผู้ปกครอง

กำรส่งเสรมิ ควำมสำมำรถพเิ ศษสำหรบั นกั เรยี นทมี่ ีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษ
การส่งเสริมความสามารถพิเศษสาหรับนกั เรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษโดยการสนบั สนุนการจดั

สถานการณ์ ส่ิงแวดล้อมเพื่อให้นักเรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษได้แสดงความสามารถท่ีตอบสนองความ
แตกตา่ งระหว่างบุคคล ใหแ้ สดงศกั ยภาพตามทีต่ นเองถนัดอย่างเต็มทีใ่ นดา้ นตา่ ง ๆ ดังนี้

คมู่ ือการดาเนินงานจดั การเรยี นรวม สพป.พิษณโุ ลก เขต 1 53

1. ความสามารถด้านความเป็นผู้นา เป็นเด็กชอบขบคิด ไม่ยอมจานนต่อปญั หาอุปสรรคใด ๆ ชอบเป็น
ผู้นากลุ่ม มีอารมณ์ขัน ชอบทางานกับคนกลุ่มมาก ทางานร่วมกับคนอ่ืนได้ดี มีมนุษยสัมพันธ์ และควบคุมการ
ทางานให้บรรลเุ ป้าหมาย

2. ความสามารถด้านนักคิด เป็นเด็กช่างสังเกต มองเห็นรายละเอียดได้มากกว่าเด็กวัยเดียวกัน จดจา
แมน่ ยา รวดเร็ว สนใจสิง่ แปลก ๆ ท่ีทาให้ผู้ใหญ่ประหลาดใจ ใชภ้ าษาได้ดี ไม่ชอบคบเพอ่ื น ๆ ในวยั เดยี วกนั ชอบ
ทางานคนเดียว คิดสงิ่ ทเ่ี ป็นนามธรรมได้อย่างลึกซง้ึ กว่าเด็กวัยเดียวกัน

3 ความสามารถด้านการสร้างสรรค์ เป็นเด็กไม่ยอมทากิจกรรมท่ีไม่ชอบ ไม่ยอมร่วมมือถ้าไม่เห็นด้วย
ชอบทางานคนเดียว สนใจสิ่งประดิษฐ์และความคิดใหม่ ๆ ไม่หงุดหงิดกับการไร้ระเบียบ หรือสภาพที่ทนไม่ได้
สังเกตรายละเอยี ดตา่ ง ๆ ไดด้ ี มคี วามคดิ อสิ ระ มีความยดื หยนุ่ คิดได้หลายอย่าง และมคี วามคดิ แปลกใหม่

4. ความสามารถด้านวิชาการ เป็นเด็กมีสมาธิดี เรียนรู้ได้รวดเร็ว ภาษาดี อ่านหนังสือยากและเร็วกว่า
เด็กวัยเดียวกัน ชอบการเรียนรู้แบบถึงแก่น ชอบซักถาม ชอบเรียนวิชายาก ๆ สนุกกับการเรียน ชอบทางานเปน็
คาสง่ั ในส่งิ ทส่ี นใจ ชอบวเิ คราะห์ตนเอง ประเมนิ ขอ้ มูล และแก้ไขสถานการณ์

5. ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ เป็นเด็กสนใจศึกษาเก่ียวกับตัวเลข ปฏิทินเวลา แผนภูมิ มิติเวลา
หมกมุ่นครุ่นคิดมีวิธีแปลกใหม่ในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ มีจินตนาการ ชอบต้ังคาถามที่เป็นเหตุเป็นผล
มีความสามารถในการแก้ปัญหาได้หลายวิธีทางคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ เข้ามา เกี่ยวข้องกับเรื่อง
คณติ ศาสตรไ์ ด้

6. ความสามารถด้านนักวิทยาศาสตร์ เป็นเด็กกระหายใคร่รู้ในสิ่งต่าง ๆ ว่าทาได้อย่างไร ชอบอ่าน
หนังสือเก่ียวกับสิ่งประดิษฐ์ ชอบเฝ้าดู จับต้อง ดม มองเห็นความเช่ือมโยงของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ชอบทางาน
ท่ีตอ้ งลงมอื ปฏิบตั ิ ทดลอง ชอบวเิ คราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์เรอื่ งต่าง ๆ อย่างมเี หตุผล

7. ความสามารถด้านภาษา เป็นเด็กพูดอ่านเขียนเร็ว มีภาษาก้าวหน้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน ชอบท่องจา
อ่านโคลงกลอน พกหนังสือติดตัวไปทุกท่ี ชอบแต่งเร่ืองเขียนเร่อื ง มีภาษาพูด เขียน สละสลวย งดงามกวา่ เดก็ วยั
เดยี วกนั เข้าใจเรือ่ งทอี่ ่านอยา่ งถ่องแท้ วิจารณเ์ ชงิ สรา้ งสรรค์จากเร่อื งทีอ่ า่ นได้ ใชภ้ าษาสรา้ งจนิ ตนาการได้

8. ความสามารถด้านนกั กฬี า เปน็ เดก็ สนกุ สนานกบั การเคลื่อนไหว ออกกาลงั ปนี ปา่ ย ใชเ้ วลาว่าง เล่น
กีฬา มีสมาธใิ นการเล่นกีฬาไดแ้ มม้ ีเสียงรบกวน ชอบคดิ วิธใี หม่ ๆ มาใช้เลน่ กีฬา สามารถควบคุม ความสมดุลของ
รา่ งกายได้อยา่ งโดดเดน่ และมีสภาพรา่ งกายทเ่ี หมาะสม เช่น ชว่ งขาแขง็ แรง

9. ความสามารถด้านดนตรี เป็นเด็กใช้เวลาว่างกบั กิจกรรมด้านดนตรี อยากมีอาชีพเก่ียวกับดนตรี เชน่
เป็นนักดนตรี นักแต่งเพลง มีความไวต่อเสียง แยกแยะความแตกต่างของเสียงได้ ชอบการวิเคราะห์เพลงว่าดี
หรือไม่ดี เป็นตน้

10. ความสามารถด้านศิลปิน เป็นเด็กสนใจศิลปะ ใช้เวลาว่างวาดภาพ ขีดเขียน มีสมาธินานกับ ศิลปะ
มีความสุขกับงานศิลปะ อยากมีอาชีพทางศิลปะ มีประสาทสัมผัส มือ ตา ดี มีทักษะสามารถใช้กริยา ท่าทางส่ือ
อารมณ์ได้ดี

☞ ระยะเวลำดำเนินกำร : ตลอดปีการศึกษา

☞ เคร่ืองมือที่ใช้ในกำรดำเนนิ กำร :
- คมู่ ือการจัดกิจกรรมส่งเสรมิ ความสามารถพเิ ศษของนักเรียนท่ีมคี วามต้องการจาเปน็ พเิ ศษ
- เทคนคิ การสอนสาหรบั นักเรยี นท่มี ีความตอ้ งการจาเป็นพิเศษแตล่ ะประเภทความพิการ
- แผนการจดั การศึกษาเฉพาะบคุ คล (IEP)
- ข้อมูล ผลงาน และเอกสารประจาตัวของนักเรียนทม่ี ีความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษ เปน็ รายบคุ คล

คมู่ อื การดาเนินงานจัดการเรยี นรวม สพป.พษิ ณุโลก เขต 1 54

เช่น ระเบียนสะสม เอกสารแสดงผลการเรยี น แบบบันทึกพฤติกรรม แบบเย่ียมบ้าน เอกสารระบบดูแลช่วยเหลือ
นักเรยี น ผลการทดสอบ ผลการเรียนรู้ ชน้ิ งาน ฯลฯ

☞ ผทู้ ีเ่ ก่ียวขอ้ ง :
- ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
- ครปู ระจาชั้น
- ครูผ้สู อนรายวิชา
- ครูการศึกษาพิเศษ
- ผู้ปกครอง

8) กำรทบทวนและปรบั ปรงุ แผนกำรจัดกำรศกึ ษำเฉพำะบุคคล (IEP)

การทบทวนและปรับปรุงแผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล (IEP) มวี ัตถปุ ระสงคท์ ่ีสาคญั ดงั นี้
1. รายงานผลความก้าวหน้าของนักเรียนตามที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
แผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP) และให้นารายงานดังกล่าวแนบผลการเรียนในแต่ละภาคเรียน เพ่ือให้ผู้ปกครอง

และผูท้ ่ีเกีย่ วขอ้ งรับทราบด้วย
2. ให้สถานศึกษานาผลการประเมนิ ผลนักเรยี นทม่ี ีความต้องการจาเป็นพิเศษไปปรบั ปรงุ การจัดการเรียน

การสอนและปรับแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล(IEP) อยา่ งนอ้ ยปกี ารศกึ ษาละ 2 คร้งั เพอื่ ใหต้ รงตามศกั ยภาพ
ของนักเรียนและมีผลการพัฒนาดีขน้ึ ในกรณที ่ี นกั เรยี นมีพฒั นาการหรอื ผลการเรยี นรู้ต่ากว่าหรอื สงู กว่าเป้าหมาย
ทก่ี าหนดไว้ คณะกรรมการจดั ทาแผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล (IEP) จะประชมุ เพื่อประเมนิ ทบทวนและปรบั

จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (เปา้ หมายระยะส้ัน) เปา้ หมายระยะยาว 1 ปี ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
และแผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP)

(ตวั อยำ่ ง)
แบบปรบั ทบทวนแผนกำรจัดกำรศึกษำเฉพำะบคุ คล (IEP) คร้ังที่ 1 ปกี ำรศึกษำ 2564

เด็กหญิงฟ้ำใส ใจดี ประเภทควำมพิกำรบกพร่องทำงกำรเรยี นรู้
กลมุ่ สำระกำรเรียนรูภ้ ำษำไทย

เป้ำหมำยระยะยำว 1 ปี เปำ้ หมำยระยะสั้น/ จดุ ประสงค์เชงิ ผลกำรประเมิน รำยละเอยี ด
ตำมแผนกำรจัด พฤตกิ รรม
ผำ่ น ไมผ่ ำ่ น กำรปรับและแกไ้ ข
กำรศกึ ษำเฉพำะบุคคล (IEP)

ภายในวนั ท่ี 31 มีนาคม 2565 1. ภายในเดอื นสิงหาคม 2564  - พัฒนาในหัวข้อถดั ไป

เดก็ หญงิ ฟ้าใส ใจดี สามารถอา่ นคา เมือ่ ครกู าหนดคาท่มี ตี วั สะกดตรง

พนื้ ฐานในระดับช้นั ป.1 ที่มีตวั สะกด มาตรา แมก่ บ ให้ นกั เรยี นสามารถ

ตรงตามมาตราในแมก่ บ กด กก กม อ่านคาท่ีกาหนดให้ได้ถกู ต้อง อย่าง

กน ได้ 100 คา น้อยร้อยละ 80 ของคาทีก่ าหนด

2. ภายในเดือนกันยายน 2564  - ปรับเกณฑ์การผ่าน

เมอื่ ครกู าหนดคาท่ีมตี วั สะกดตรง จากร้อยละ 80 เป็น

มาตรา แมก่ ด ให้ นักเรียนสามารถ ร้อยละ 70

อา่ นคาทกี่ าหนดใหไ้ ด้ถกู ตอ้ งอย่าง - ปรับคาอ่านใหง้ ่ายขนึ้

นอ้ ยรอ้ ยละ 80 ของคาที่กาหนด

ค่มู อื การดาเนนิ งานจัดการเรียนรวม สพป.พิษณุโลก เขต 1 55

☞ ระยะเวลำดำเนินกำร : ภาคเรยี นที่หน่งึ ภายในวนั ท่ี 30 ตุลาคม และภาคเรียนท่ีสอง ภายในวนั ที่
31 มนี าคม ของทุกปี โดยปรบั ทบทวนแผนอย่างน้อย ภาคเรยี นละ 1 ครง้ั

☞ เครื่องมอื ทีใ่ ช้ในกำรดำเนนิ กำร :
- แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบคุ คล (IEP)
- ขอ้ มลู ผลงาน และเอกสารประจาตวั ของนักเรยี นทมี่ ีความต้องการจาเป็นพิเศษ เป็นรายบคุ คล

เช่น ระเบียนสะสม เอกสารแสดงผลการเรยี น แบบบันทึกพฤติกรรม แบบเยี่ยมบ้าน เอกสารระบบดูแลช่วยเหลือ
นกั เรยี น ผลการทดสอบ ผลการเรียนรู้ ช้นิ งาน ฯลฯ

- แบบปรบั ทบทวนแผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล (IEP)

☞ ผู้ท่เี กย่ี วขอ้ ง :
- ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
- ครปู ระจาชั้น
- ครูผู้สอนรายวิชา
- ครกู ารศกึ ษาพิเศษ
- ผ้ปู กครอง

9) กำรวัดและประเมนิ ผลกำรจัดกำรเรยี นรู้สำหรบั นกั เรียนทีม่ คี วำมต้องกำรจำเปน็ พิเศษ
ควำมสำคัญกำรวัดและประเมนิ ผลกำรจัดกำรเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้นักเรียนท่มี คี วามต้องการจาเปน็ พเิ ศษซ่งึ เรยี นรวมอยใู่ นสถานศกึ ษา

ทุกสังกดั เพ่อื ให้ครูผ้สู อน สถานศกึ ษา และหน่วยงานท่เี กีย่ วข้องกับการวดั และประเมนิ ผลผู้เรียน ท้ังในระดับเขต
พ้นื ทกี่ ารศกึ ษา และในระดับชาติ ได้มแี นวทางในการวดั และประเมินผลนักเรียนพิการหรือบกพรอ่ งได้อย่าง
เหมาะสม โดยคานึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน โอกาส ความเท่าเทียมและไม่มกี ารเลอื กปฏบิ ตั ิ นาไปสู่การพฒั นาตนเอง
ได้เต็มตามศักยภาพ รวมท้งั สามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ เชน่ เดยี วกับนกั เรียนท่วั ไป

จุดมงุ่ หมำยกำรวัดและประเมินผลกำรจัดกำรเรียนรู้
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้สาหรบั นักเรียนที่มีความตอ้ งการจาเป็นพิเศษ จะตอ้ งดาเนนิ การควบคู่

กบั การจัดกระบวนการเรยี นการสอน เพ่ือนาผลการประเมนิ มาพฒั นานกั เรียนใหบ้ รรลุถงึ ความรู้ ความสามารถ
ตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรสู้ าหรบั นักเรียนท่มี คี วามต้องการจาเปน็ พเิ ศษมี
จดุ มุ่งหมาย ดงั น้ี

1. เพอ่ื ประเมนิ ความรู้ ความสามารถพน้ื ฐานและความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษสาหรับนาไปใช้วางแผน
การจัดการเรียนรู้

2. เพ่ือประเมินพฒั นาการและผลการเรยี นรู้ของนกั เรียนระหวา่ งการจัดกจิ กรรมการเรยี นรอู้ ย่าง
ต่อเนื่อง

3. เพ่ือตัดสนิ ผลการเรียน เมื่อจบหน่วยการเรยี นรหู้ รือจบรายวชิ าตามมาตรฐานและตวั ชว้ี ัดในหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 และแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) โดยวดั และ
ประเมินผลความรคู้ วามสามารถด้วยวิธกี ารทหี่ ลากหลายตามศกั ยภาพของนกั เรียนท่มี คี วามตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษ

หลกั กำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้
เพื่อให้สถานศึกษามีการดาเนนิ การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้สาหรบั นกั เรียนท่ีมีความต้องการจาเป็น

พิเศษอยา่ งมคี ณุ ภาพและประสทิ ธิภาพมผี ลการประเมนิ ตรงตามสภาพความรู้ ความสามารถทแ่ี ทจ้ รงิ ตามศักยภาพ

คูม่ ือการดาเนินงานจัดการเรียนรวม สพป.พษิ ณุโลก เขต 1 56

ของนักเรียนรายบุคคลสอดคล้องกับแนวปฏิบัติในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) สถานศึกษาจึงควรกาหนด
หลกั เกณฑก์ ารวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ เพือ่ เป็นแนวทางในการตดั สินใจการวดั และประเมนิ ผล ดังน้ี

1. สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความต้องการ
จาเปน็ พิเศษ โดยเปิดโอกาสให้ผูท้ ีเ่ กีย่ วขอ้ งมสี ่วนร่วมในการวัดและประเมินผล

2. การวัดและการประเมินผลการเรียนรสู้ าหรับนักเรยี นทม่ี คี วามต้องการจาเป็นพเิ ศษมีจุดม่งุ หมาย
เพ่ือประเมนิ ความรู้ ความสามารถ และพัฒนาการแล้วจะนาผลไปปรับปรงุ พฒั นาตัดสนิ ผลการเรยี น

3. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรสู้ าหรบั นกั เรียนท่ีมีความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษ ควรอยู่บนพืน้ ฐาน
ท่ีสอดคล้องและตอบสนองกับความต้องการจาเป็นพิเศษของนักเรียน โดยใช้แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
(IEP) เป็นเครื่องมอื ในการดาเนนิ การเชอ่ื มโยงกับมาตรฐานและตัวชว้ี ัดตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2551

4 การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้เปน็ ส่วนหน่ึงของกระบวนการจัดการเรยี นการสอน ต้องดาเนินการ
ด้วยวิธีการท่ีหลากหลายเหมาะสมกับสภาพปัญหาความต้องการจาเป็นพิเศษทางการศึกษา และศักยภาพของ
นกั เรยี นโดยใช้รูปแบบวิธีการวดั และประเมินผล ดังนี้

4.1. ดา้ นการนาเสนอ การวดั และประเมนิ ผลนักเรยี นท่ีมคี วามต้องการจาเปน็ พเิ ศษ สามารถ
ชว่ ยเหลือใหน้ กั เรยี นได้นาเสนอเน้อื หาและทกั ษะตา่ ง ๆ ดว้ ยวิธีการที่เหมาะสมกับศักยภาพของนักเรียน เชน่
การนาเสนอด้วยชิ้นงาน โครงงาน แฟม้ สะสมผลงาน การนาเสนอด้วยภาพ เปน็ ตน้

4.2. ดา้ นการตอบสนอง การวัดและประเมินผลนกั เรยี นท่ีมีความต้องการจาเปน็ พิเศษ สามารถ
ช่วยเหลือให้นักเรียนได้ตอบสนองหรือแสดงออกในรูปแบบวิธกี ารท่ีเหมาะสม เช่น การใช้ท่าทาง การช้ี การหยิบ
การใช้สญั ลกั ษณ์ การตอบด้วยวาจา การถาม-ตอบ เปน็ ต้น

4.3. ด้านการจดั สภาพแวดล้อม เป็นการปรับสภาพแวดลอ้ ม สถานท่ี รวมทั้งรูปแบบของการสอบ
หรือการทางานที่ได้รับมอบหมายท่ีเหมาะสมกับศักยภาพของนักเรียน เช่น การแยกห้องสอบ การจัดอุปกรณ์
ช่วยเหลือในการสอบ เป็นตน้

4.4. ด้านการจัดเวลาและตาราง เป็นการปรับเปลี่ยนเก่ียวกับเวลาหรือตารางเวลาในการเรียนหรือ
การทดสอบตามศกั ยภาพของนักเรียน เชน่ ขยายเวลาในการทดสอบ กาหนดตารางสอบแบบยดื หย่นุ เปน็ ตน้

5. การประเมินนกั เรียนโดยพจิ ารณาจากพัฒนาการของนกั เรียน ความประพฤติ สงั เกตพฤติกรรม
การเรียนรู้ การรว่ มกิจกรรมและการทดสอบ ประเมินควบคูไ่ ปกบั กระบวนการเรยี นการสอนที่เหมาะสม
ตามศักยภาพของนกั เรียนเป็นรายบุคคล

6. ใหม้ ีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษา
7. ใหส้ ถานศึกษาจัดทาเอกสารหลักฐานการศึกษา เพ่อื เปน็ หลักฐานการประเมินผลการเรยี นรู้ รายงาน
ผลการเรียน แสดงวุฒิการศกึ ษาและรบั รองผลการเรยี นของนกั เรียน

แนวทำงกำรวดั และประเมินผลกำรเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้สาหรับนักเรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษ ควรอยู่บนพื้นฐานที่

สอดคล้อง และตอบสนองกับความต้องการจาเป็นพิเศษทางการศึกษาของนักเรียน โดยใช้แผนการจัดการศึกษา
เฉพาะบุคคล (IEP) เป็นเคร่ืองมือในการดาเนินการเช่ือมโยงกับมาตรฐานและตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีองคป์ ระกอบ

คมู่ ือการดาเนนิ งานจดั การเรยี นรวม สพป.พษิ ณโุ ลก เขต 1 57

1. กำรวดั และประเมินผลกำรเรียนรตู้ ำมกลุ่มสำระกำรเรียนรู้
ครูผู้สอนดาเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นรายวิชาตามตัวช้ีวัดในรายวิชา

พ้นื ฐานตามผลการเรยี นรู้ในรายวชิ าเพ่มิ เติม โดยการปรับใช้ให้เหมาะกบั สภาพความพกิ ารหรือความบกพรอ่ งของ
นักเรียนเพ่ือเอื้ออานวยให้นักเรียนได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ ตามท่ีกาหนดไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะ
บุคคล (IEP) นักเรียนได้รับการพฒั นาความรทู้ ักษะและคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ที่จาเป็นพ้นื ฐานตามมาตรฐาน
การเรยี นรู้ของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ครูผู้สอนดาเนินการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ตามกลมุ่ สาระการเรยี นรโู้ ดยใช้วิธกี ารที่หลากหลาย
จากแหล่งข้อมูลหลาย ๆ แหลง่ เพื่อให้ได้ผลการประเมินทส่ี ะท้อนความรคู้ วามสามารถ ที่แท้จรงิ ของนกั เรยี น โดย
วดั และประเมินการเรยี นรอู้ ยา่ งตอ่ เน่อื ง ไปพรอ้ มกบั การจดั การเรยี นการสอน สงั เกตพัฒนาการและความประพฤติ
ของนักเรียน สังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมผู้สอนควรเน้นการประเมินตามสภาพจริง เช่น การ
ประเมิน การปฏบิ ัติงาน การประเมนิ จากโครงงาน หรอื การประเมนิ จากแฟ้มสะสมงาน เป็นตน้ ควบคูไ่ ปกบั การใช้
การทดสอบแบบต่าง ๆ อยา่ งสมดุล ต้องใหค้ วามสาคัญกบั การประเมินระหวา่ งเรยี นมากกว่าการประเมนิ ปลายปี/
ปลายภาค และใช้เป็นข้อมูลเพอื่ ประเมินการเลอ่ื นชน้ั เรยี นและการจบการศกึ ษาระดบั ต่าง ๆ

2. กำรประเมนิ กำรอ่ำน คิดวิเครำะห์และเขยี น
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของนักเรียนในการอ่าน

หนังสือเอกสารและสื่อต่าง ๆ เพ่ือหาความรู้เพ่ิมพูนประสบการณ์ ความสุนทรีย์และประยุกต์ใช้ แล้วนาเน้ือหา
สาระที่อ่านมาคิดวิเคราะห์นาไปสู่การแสดงความคิดเห็น การสังเคราะห์สร้างสรรค์ การแก้ปัญหา ในเร่ืองต่าง ๆ
และถ่ายทอดความคิดน้ัน ด้วยการเขียนท่ีมีสานวนภาษาถูกต้อง มีเหตุผลและลาดับขั้นตอนในการนาเสนอ
สามารถสรา้ งความเขา้ ใจแก่ผูอ้ ่านได้อยา่ งชดั เจนตามระดับความสามารถในแต่ละระดบั ชัน้

การประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะหแ์ ละเขยี น สาหรับนักเรยี นท่ีมคี วามต้องการจาเป็นพิเศษ
สถานศึกษาควรคานึงถงึ สิ่งทเ่ี ป็นข้อจากัดทเ่ี กย่ี วข้องและเปน็ อุปสรรคต่อการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านคิด
วเิ คราะห์และเขียน เชน่ ความบกพร่องทางการเห็น ความบกพร่องทางการเรียนรู้ สถานศกึ ษาสามารถปรับวิธีการ
และเคร่ืองมือในการประเมินให้เหมาะสมกับนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ให้เหมาะสมกับสภาพความพิการและความ
บกพรอ่ งแต่ละบุคคล และสอดคล้องกับแผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบุคคล (IEP) โดยต้องดาเนนิ การอย่างต่อเน่ือง
และสรุปผลเป็นรายปี/รายภาค เพ่ือวินิจฉัยและใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนานักเรียนและประเมินการ เล่ือนชั้น
ตลอดจนการจบการศกึ ษาระดบั ตา่ ง ๆ

3. กำรประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
การประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์เป็นการประเมินคุณลักษณะท่ีต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน

อันเป็นคุณลักษณะที่สังคมต้องการในด้านคุณธรรมจริยธรรมค่านิยมจิตสานึก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้
อย่างมีความสุข ท้ังในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์สาหรับนักเรียนที่มี
ความต้องการจาเป็นพิเศษ ให้สถานศึกษาดาเนินการตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานพุทธศักราช
2551 กาหนดโดยการปรับกระบวนการวิธีการประเมนิ และเครอื่ งมอื ที่ ใช้ให้เหมาะกับสภาพความพิการและความ
บกพร่องแต่ละบุคคล สอดคล้องตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และให้ประเมินแต่ละคุณลักษณะ
แลว้ รวบรวมผลจากผู้ประเมนิ ทกุ ฝา่ ยและแหลง่ ขอ้ มลู หลายแหลง่ เพอื่ ใหไ้ ด้ขอ้ มูลนามาสู่การสรุปผลเป็นรายปี
รายภาคใช้เป็นข้อมลู เพ่อื ประเมินการเล่ือนชั้น และการจบการศึกษาระดบั ต่าง ๆ

4. กำรประเมินกิจกรรมพฒั นำผ้เู รียน
การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน เป็นการประเมินการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมและผลงานของนักเรียนและ

เวลาในการเข้าร่วมกิจกรรมตามเกณฑ์ที่กาหนดไว้ในแต่ละกิจกรรม โดยปรับวิธีการประเมินผลให้สอดคล้องกับ

คู่มอื การดาเนนิ งานจัดการเรียนรวม สพป.พิษณุโลก เขต 1 58

ศักยภาพ ความสนใจ ความถนัดและความต้องการจาเป็นพิเศษของนักเรียน ผลการประเมินจะใช้เป็นข้อมูล
ประเมินการเลื่อนชน้ั เรยี น และการจบการศกึ ษาระดับตา่ ง ๆ

จากหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารปรบั ใชห้ ลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาหรับ
กลุ่มเปา้ หมายเฉพาะ ไดก้ าหนดคุณภาพทต่ี ้องการใหเ้ กิดข้นึ แก่นักเรียนในระดับการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานทกุ คน
ครอบคลุมมาตรฐานและตวั ชีว้ ัด 8 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ การอ่านคดิ วิเคราะหแ์ ละเขยี น คุณลักษณะที่พึงประสงค์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นในระดบั การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานสาหรับนักเรยี นท่ีเป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ การวดั และ
ประเมินผลจะตอ้ งคานึงถงึ ปัจจัยความแตกต่างของนกั เรียน อาทิ อาจต้องมกี ารปรบั การประเมนิ ผลทีเ่ ออ้ื ตอ่ สภาพ
ความบกพรอ่ งของนักเรยี นแตล่ ะบคุ คล รวมทัง้ ใช้วิธีการและเคร่อื งมอื ทม่ี จี ดุ เนน้ เฉพาะด้าน อาจกาหนดสัดส่วน
นา้ หนักคะแนนและวธิ ีการประเมินท่ีใหค้ วามสาคัญแกท่ ักษะด้านการปฏิบตั ิการวัดผลและประเมนิ ผลการเรียนรู้
ควรอยู่บนหลักการพื้นฐานเพื่อพฒั นาการเรยี นรแู้ ละตดั สินผลการเรียน นอกจากนี้ควรประเมนิ เปน็ ระยะสม่าเสมอ
เพอื่ ให้ได้ข้อมลู ท่ีเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงการเรียนการสอนและแกไ้ ขข้อบกพร่องต่าง ๆ สิ่งสาคัญอกี ประการ
ทมี่ ีผลตอ่ ประสิทธภิ าพและความน่าเช่อื ถอื ของการวดั และประเมินผล ได้แก่ วิธกี ารและเครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นการ
ประเมนิ ครูผูส้ อนควรให้ความสาคัญในการประเมนิ ตามสภาพจริงด้วยวธิ กี ารท่ีหลากหลาย เช่น การพูดคุยและใช้
คาถาม การสงั เกต การสะท้อนการเรยี นรู้ การประเมินจากการปฏบิ ตั ิ การตรวจการบ้าน การแสดงออกในการ
ปฏิบัติงาน การประเมินดว้ ยแฟ้มสะสมงาน แบบทดสอบ เป็นตน้ เพื่อให้ทราบว่านกั เรยี นบรรลุมาตรฐานการ
เรียนรู้และตัวช้วี ดั หรือมีแนวโนม้ ว่าจะบรรลตุ ัวชว้ี ัดเพียงใด และส่งิ เหลา่ น้ีควรพจิ ารณาให้การวดั และประเมินผล
เกิดประสทิ ธภิ าพสงู สุดเหมาะสมกับนักเรยี นทม่ี คี วามบกพรอ่ งแตล่ ะประเภท

ขั้นที่ 3 ข้ันสรปุ และประเมินผลกำรจดั กำรเรียนรวม

ขนั้ สรุปและประเมนิ ผลการจดั การเรียนรวม เป็นขนั้ ตอนสุดทา้ ยหลงั การจัดการเรยี นรวมในขัน้ ที่ 1
การเตรยี มความพร้อมกอ่ นการจดั การเรยี นรวม และขั้นท่ี 2 การดาเนนิ การจัดการเรียนรวมเสรจ็ สนิ้ แล้ว โดยผู้ท่ี
เกย่ี วขอ้ งกบั การจัดการเรยี นรวม ประกอบด้วย ผ้บู ริหารสถานศกึ ษา ครูประจาชัน้ ครผู ู้สอนรายวชิ า ครูการศกึ ษา
พิเศษ ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน ดาเนนิ การประชมุ เพื่อสรปุ ผลการจัดการเรียนรวม
และดาเนินการปรับปรุง แก้ไข พฒั นานกั เรยี นท่ีมคี วามตอ้ งการจาเปน็ พเิ ศษตามความตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษท่ี
เหมาะสมและมคี ุณภาพมากยิ่งข้ึน รวมไปถึงการเปลย่ี นผา่ น (Transition) เพอื่ พฒั นาความสามารถของนักเรียน
โดยมขี น้ั ตอนทีส่ าคญั ดังน้ี

1. การประเมินผลการจัดการเรียนรวม
2. การเปลย่ี นผ่าน
1. กำรประเมนิ ผลกำรจัดกำรเรียนรวม
การประเมินผลการจดั การเรยี นรวม ใหน้ าผลการประเมนิ การผ่านจดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ในแผนการ
จดั การศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) มาประกอบการใหร้ ะดับผลการเรยี นและการตัดสนิ ผลการเรยี น ในแตล่ ะรายวิชา
ตามเกณฑท์ ่ีครูผู้สอนไดก้ าหนดไว้ โดยคานึงถึงความเหมาะสมตามศักยภาพ พฒั นาการความรู้ความสามารถ และ
ความบกพร่องของนักเรยี นท่ีมคี วามตอ้ งการจาเป็นพิเศษ

คูม่ อื การดาเนินงานจดั การเรียนรวม สพป.พษิ ณุโลก เขต 1 59

(ตัวอย่ำง)

แบบสรุปกำรประเมินผลตำมแผนกำรจัดกำรศกึ ษำเฉพำะบุคคล (IEP)

ช่ือเด็กหญงิ ฟ้ำใส ใจดี ประเภทควำมพกิ ำรบกพรอ่ งทำงกำรเรยี นรู้ ปกี ำรศึกษำ 2564

กลุ่มสำระ เปำ้ หมำยระยะยำว 1 ปี สรุปผลกำรจดั กำรศกึ ษำ

กำรเรียนรู้ ตำมแผนกำรจดั กำรศึกษำ จำนวนจดุ ประสงค์ จำนวนจุดประสงคเ์ ชิง จำนวนจดุ ประสงค์
เฉพำะบุคคล(IEP)
เชิงพฤติกรรมท้ังหมด พฤติกรรมที่ผำ่ น(ข้อ) เชงิ พฤติกรรมทไี่ ม่

(ขอ้ ) ผำ่ น(ข้อ)

ภำษำไทย ภายในวนั ที่ 31 มีนาคม 2565 5 5-

เดก็ หญิงฟา้ ใส ใจดี สามารถเขียน

คาพน้ื ฐานในระดบั ชัน้ ป.1 ท่ีมี

ตัวสะกดตรงตามมาตราในแม่

กบ กด กก กม กน ได้ 100 คา

ภายในวันท่ี 31 มีนาคม 2565 5 41

เด็กหญงิ ฟ้าใส ใจดีสามารถอา่ น

คาพื้นฐานในระดบั ชั้น ป. 1 ทมี่ ี

ตัวสะกดตรงตามมาตราในแม่

กบ กด กก กม กน ได้ 100 คา

คณิตศำสตร์ ภายในวนั ที่ 31 มีนาคม 2565 2 2-

เด็กหญงิ ฟ้าใส ใจดีสามารถบวก

เลขทีม่ กี ารทดและมีผลลัพธ์

ไมเ่ กิน 100 ได้

รวมจดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรมท่ีผำ่ น 11 1

จำนวนจุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมท่ผี ่ำนคิดเปน็ รอ้ ยละ 91.67 8.33

ระดบั คณุ ภำพมำตรฐำนด้ำนผูเ้ รียน 5

ระดับคณุ ภำพกำรเรยี นรู้
 1 หมายถึง ผเู้ รยี นทาไดถ้ กู ต้องรอ้ ยละ 0-49 การแปลความหมาย ไมผ่ ่าน
 2 หมายถึง ผู้เรยี นทาไดถ้ กู ตอ้ งร้อยละ 50-59 การแปลความหมาย ปรับปรุง
 3 หมายถงึ ผเู้ รยี นทาไดถ้ ูกตอ้ งรอ้ ยละ 60-69 การแปลความหมาย พอใช้
 4 หมายถึง ผู้เรยี นทาได้ถกู ต้องรอ้ ยละ 70-79 การแปลความหมาย ดี
 5 หมายถึง ผ้เู รยี นทาไดถ้ กู ตอ้ งร้อยละ 80 ขึน้ ไป การแปลความหมาย ดเี ยยี่ ม

☞ ระยะเวลำดำเนินกำร : ภาคเรียนท่ีหน่ึง ภายในวันที่ 30 ตุลาคม และภาคเรียนที่สอง ภายในวนั ท่ี
31 มีนาคม ของทกุ ปี หรอื สรุปผลปลายปีการศึกษา ภายในวนั ท่ี 31 มนี าคม ของทกุ ปี

☞ เคร่อื งมอื ทีใ่ ช้ในกำรดำเนินกำร :
- แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
- ข้อมลู ผลงาน และเอกสารประจาตวั ของนักเรียนท่ีมีความต้องการจาเปน็ พิเศษเป็นรายบุคคล

เช่น ระเบียนสะสม เอกสารแสดงผลการเรยี น แบบบันทึกพฤติกรรม แบบเยี่ยมบ้าน เอกสารระบบดูแลชว่ ยเหลอื
นักเรยี น ผลการทดสอบ ผลการเรียนรู้ ช้ินงาน แบบบนั ทึกสุขภาพ ฯลฯ

- แบบปรบั ทบทวนแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)

คู่มือการดาเนินงานจดั การเรียนรวม สพป.พิษณโุ ลก เขต 1 60

- เอกสารหลักฐานการศึกษาที่เอกสารหลักฐานการศึกษาท่ีกระทรวงศึกษาธิการกาหนด ได้แก่
ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) ประกาศนียบัตร (ปพ.2) และแบบรายงานผู้สาเร็จการศึกษา (ปพ.3) แบบ
แสดงผลการแสดงลกั ษระอันพึงประสงค์ (ปพ.4) แบบบันทกึ ผลการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี น (ปพ.5) แบบรายงานการ
พฒั นาคุณภาพผเู้ รียนรายบุคคล (ปพ.6) ระเบยี นสะสม (ปพ.8)

- เอกสารระดบั ชนั้ การศึกษาปฐมวัย ได้แก่ สมดุ รายงานประจาตวั นกั เรยี น (อบ.1/1, อบ.1/2,
อบ. 1/3) สมุดบญั ชีเรยี กชอ่ื และสมดบันทึกพัฒนาการเด็ก (อบ.2/1, อบ.2/2, อบ.2/3)

- แบบสรปุ การประเมินผลตามแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)

☞ ผูท้ ่ีเกยี่ วขอ้ ง :
- ผ้บู รหิ ารสถานศึกษา
- ครปู ระจาชัน้
- ครูผูส้ อนรายวิชา/ครูการศึกษาพิเศษ
- ผู้ปกครองคณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานและผทู้ ี่เกย่ี วขอ้ ง

2. กำรเปลีย่ นผ่ำนนกั เรียนทีม่ ีควำมต้องกำรจำเป็นพเิ ศษ
การเปล่ียนผ่าน (Transition) คือ การเปลี่ยนผ่านผู้เรียนจากระดับหน่ึงไปสู่อีกระดับหน่ึงอย่างมี

เปา้ หมาย หรือเป็นกระบวนการในการวางแผนเชอ่ื มต่อผลความสาเร็จหรอื พัฒนาการความก้าวหนา้ ของผู้เรยี นจาก
การรับบริการหนึง่ สอู่ ีกความสาเรจ็ ของระบบการใหบ้ รกิ ารหนงึ่ โดยท่วั ไปนักเรียนท่มี ีความต้องการจาเปน็ พเิ ศษมัก
มคี วามยากลาบากในการดาเนนิ ชีวติ และตอ้ งการความช่วยเหลืออย่างหลากหลายแตกตา่ งกันตามแต่ละรายบุคคล
การเปล่ียนผ่านจึงเป็นการบริการหน่ึงท่ีรองรับการเช่ือมโยง จากการศึกษาไปสู่การดาเนินชีวิตของนักเรียนพกิ าร
หรือบกพร่องทุกประเภทแตกต่างกันตามระดับความต้องการจาเป็นพิเศษของนักเรียนรายบุคคล เช่น นักเรียน
ออทิสตกิ อาจมีความยากลาบากในการปรับตวั เมอื่ มีการเปลีย่ นแปลงสงิ่ แวดลอ้ มใหม่ทั้งระหว่างชน้ั เรยี น ระหวา่ ง
สถานศึกษาและในสภาพแวดล้อมท่ีแตกต่างไปจากเดิม หากไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมแก่นักเรียนอาจเกิด
ปัญหาด้านพฤติกรรมการต่อต้าน สง่ ผลให้การจดั การกบั พฤตกิ รรมตา่ ง ๆ ของนกั เรียนจะยากขึ้น ดงั นน้ั เพ่อื ให้การ
เปล่ียนแปลงในแต่ละช่วงวัยของนกั เรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพเิ ศษเป็นไปอย่างราบรืน่ จึงจาเป็น ต้องเตรียม
บุคคลท่ีเก่ียวข้อง และตัวของนกั เรยี นให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในช่วงวยั นั้นรวมไปถึงการจัดสรรทรัพยากรให้
พรอ้ ม เพือ่ ตอบสนองต่อความต้องการจาเป็นของนักเรยี นเฉพาะบุคคล

การเปล่ยี นผ่านผ้เู รียนที่มคี วามต้องการจาเป็นพเิ ศษแบ่งไดเ้ ปน็ 2 ลักษณะ คือ
1. การเปลีย่ นผ่านภายในสถานศึกษา เปน็ การเปลยี่ นผ่านผเู้ รียนที่มคี วามตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษ

ระหว่างครูกบั ครู หรอื ระหวา่ งครกู ับบุคลากรท่ีเกย่ี วขอ้ ง หรอื เปน็ การเปลยี่ นผ่านระหว่างชน้ั เรยี น และเลอื่ นช้ันใน
ระดบั ท่ีสูงขน้ึ

2. การเปลี่ยนผ่านภายนอกสถานศึกษา เป็นการเปล่ียนผ่านผู้เรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษ
ระหว่างสถานศึกษากับสถานศึกษา และสถานศึกษากับหน่วยงานอื่น ๆ เช่น โรงเรียนจัดการเรียนรวม
สถาบันอุดมศึกษา และศูนยฝ์ กึ อาชพี เปน็ ต้น

ขั้นตอนกำรดำเนนิ งำนกำรเปลย่ี นผำ่ น
1. กำรเปลี่ยนผำ่ นภำยในสถำนศึกษำ
เม่ือผู้เรยี นมีความพร้อมในบางรายวิชาหรือจบการศึกษาในแต่ละระดบั ช้นั และตอ้ งเข้าสู่

การศึกษาในช้ันที่สูงข้ึน จาเป็นต้องเตรียมความพร้อมผู้เรียนและครผู ู้รับการเปล่ียนผ่านในวิชาท่ีเก่ยี วข้องหรอื ชั้น
ถัดไป โดยให้ครูรับทราบข้อมลู และความต้องการจาเป็นของผู้เรียน เพื่อให้การช่วยเหลือได้อย่างต่อเน่ือง ครูผู้รับ

คมู่ ือการดาเนินงานจดั การเรียนรวม สพป.พิษณุโลก เขต 1 61

การเปล่ียนผ่านจึงควรศึกษาข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับผู้เรยี น เช่น การสังเกตพฤติกรรม สภาพแวดล้อม และนาข้อมูล
มาเตรยี มความพร้อมในการจดั ช้นั เรียนให้ผู้เรยี นได้อยา่ งเหมาะสม มขี น้ั ตอนการดาเนินงาน ดงั นี้

1.1 ขั้นเตรยี มการ
1.1.1 รวบรวมขอ้ มูล
1.1.2 วางแผนการดาเนินงานเปล่ียนผ่านระหว่างช้นั เรยี น
1.1.3 แต่งตงั้ คณะกรรมการจัดทาแผนการเปลี่ยนผา่ นเฉพาะบุคคล (ITP) สาหรบั ผูเ้ รยี น
1.1.4 เตรียมข้อมูลชนั้ เรยี นใหม่ เพื่อสร้างความเขา้ ใจให้กับผูป้ กครองและผู้เรียน

1.2 ขนั้ ดาเนนิ การ
1.2.1 จดั ทาแผนการเปลี่ยนผ่านเฉพาะบุคคล (ITP) สาหรบั ผเู้ รียน
1.2.2 นาแผนสกู่ ารปฏิบัติ
1.2.3 การถ่ายโอนข้อมลู /การเปลยี่ นผา่ น

1.3 ขั้นตดิ ตามผลการเปลี่ยนผ่าน
1.3.1 ครูผู้เปล่ยี นผ่านติดตามผลการเปล่ยี นผา่ น และให้คาปรึกษาครผู ู้รบั การเปลี่ยนผ่าน
1.3.2 สรุปและรายงานผล

2. กำรเปล่ยี นผ่ำนภำยนอกสถำนศึกษำ
เมื่อผู้เรียนจบการศึกษาจากสถานศึกษาหนงึ่ หรือมกี ารยา้ ยสถานศึกษาจาเป็นตอ้ งมีการเชื่อมตอ่

ข้อมูลจากสถานศึกษาเดิม ให้สถานศึกษาแห่งใหม่รับการเปลี่ยนผ่านต้องแต่งตั้งผู้ประสานงานที่สามารถติดต่อ
สอบถามได้ ให้ข้อมูลแก่ผู้ปกครองและผู้เรียน และเตรียมพร้อมความรู้ทักษะที่จาเป็นในการดาเนินชีวิตใน
สถานศึกษาแหง่ ใหม่แกผ่ เู้ รยี น เพือ่ ใหป้ ระสบความสาเรจ็ ในการจดั การศึกษา มขี น้ั ตอนการดาเนนิ งาน ดังน้ี

2.1 ขั้นเตรยี มการสถานศกึ ษาที่เปลี่ยนผา่ น
2.1.1 กาหนดงานเปล่ียนผ่านสาหรับผู้เรียนให้อยู่ในโครงสร้างบริหารงานของสถานศึกษา
2.1.2 แตง่ ต้ังคณะกรรมการดาเนินงานเปล่ยี นผา่ นของสถานศกึ ษา
2.1.3 ประชมุ คณะกรรมการดาเนินงานเปลี่ยนผา่ นของสถานศกึ ษา
2.1.4 เตรียมขอ้ มูลสถานศกึ ษาแห่งใหมเ่ พ่ือสร้างความเขา้ ใจให้กับผปู้ กครองและผูเ้ รยี น
2.1.5 ประชมุ ร่วมกันระหว่างผู้ท่มี ีส่วนเกี่ยวข้องของสถานศกึ ษาเดิม สถานศึกษาแห่งใหม่ ครู

และผปู้ กครองผู้เรียนท่มี ีความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษ
2.2 ขนั้ ดาเนนิ การ
2.2.1 ครูผูร้ ับผิดชอบเตรยี มความพร้อมผู้เรียนก่อนการเปลีย่ นผา่ นไปยังสถานศกึ ษาแห่งใหม่
2.2.2 ครูผรู้ ับผิดชอบรวบรวมข้อมลู ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ผู้เรยี นเพือ่ การเปล่ียนผ่านไปยงั สถานศึกษา

แห่งใหม่
2.2.3 นาผู้เรยี นและครอบครัวเยยี มชมในสถานศึกษาแห่งใหมท่ ี่จะเปลีย่ นผ่าน
2.2.4 ดาเนนิ การเปลีย่ นผ่านพร้อมส่งต่อขอ้ มูลผูเ้ รยี นให้กบั สถานศึกษาแหง่ ใหม่
2.3 ขั้นตดิ ตามผลการเปล่ียนผ่าน
2.3.1 ครผรู้ บั ผดิ ชอบการเปลย่ี นผ่านจากสถานศกึ ษาเดิม ติดตามผลการเปล่ียนผา่ น และให้

คาปรกึ ษาครผู ้รู บั การเปล่ยี นผา่ นในสถานศกึ ษาแห่งใหม่
2.3.2 สรุปและรายงานผล

ค่มู อื การดาเนนิ งานจดั การเรียนรวม สพป.พิษณุโลก เขต 1 62

3. เอกสำรที่ใช้ในกำรถำ่ ยโอนขอ้ มูลกำรเปลี่ยนผ่ำน
เอกสารทที่ างสถานศกึ ษาควรจดั เตรยี มสาหรับการเปลีย่ นผ่าน ผ้เู รียนทีจ่ บการศกึ ษาแตล่ ะระดับ

หรอื ยา้ ยสถานศกึ ษา จะมีทง้ั เอกสารท่ีแสดงถึงความสาเร็จ พัฒนาการหรือความก้าวหน้าความสามารถของผู้เรียน
และเอกสารขอ้ มูลอน่ื ๆ ทจ่ี ะเปน็ ประโยชน์ในการวางแผนการศึกษาตอ่ การฝึกอบรมเฉพาะดา้ นหรือการประกอบ
อาชีพต่อไปในอนาคต โดยเอกสารเหลา่ นค้ี วรประกอบดว้ ย

3.1 แผนการจดั การศึกษาเฉพาะบคุ คล (IEP) /แผนการเปล่ยี นผา่ นเฉพาะบคุ คล (ITP)
3.2 รายงานผลการประเมนิ การดาเนนิ การตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
3.3 แบบบนั ทกึ ผลการเรียน รวมทงั้ รายงานผลการสอบซ่อมเสริม (ถา้ มี)
3.4 ใบรบั รองผลการเรยี น
3.5 แฟ้มสะสมผลงานของผูเ้ รยี น
3.6 แฟม้ ประวตั ิ
3.7 ขอ้ มูลเก่ยี วกับเทคโนโลยสี ิ่งอานวยความสะดวก (Assistive Technology) ที่สอดคลอ้ งกับ
ความต้องการทีจ่ าเปน็ ของผ้เู รียน
3.8 เอกสารอืน่ ๆ ทส่ี ถานศึกษาพิจารณาแลว้ เหน็ วา่ จะเป็นประโยชนต์ อ่ ผู้เรยี น
☞ ระยะเวลำดำเนนิ กำร : สรปุ ผลปลายปกี ารศกึ ษา ภายในวนั ที่ 31 มีนาคม ของทุกปี หรือกรณี
นักเรียนยา้ ยสถานศกึ ษา หรอื ด้านอืน่ ๆ
☞ เครือ่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นกำรดำเนินกำร :
- แผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบคุ คล (IEP)
- ข้อมลู ผลงาน และเอกสารประจาตวั ของนกั เรยี นที่มคี วามตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษเปน็ รายบุคคล
เช่น ระเบียนสะสม เอกสารแสดงผลการเรยี น แบบบันทึกพฤติกรรม แบบเยี่ยมบ้าน เอกสารระบบดูแลชว่ ยเหลอื
นกั เรยี น ผลการทดสอบ ผลการเรียนรู้ ชิ้นงาน แบบบนั ทึกสุขภาพ ฯลฯ
- เอกสารหลักฐานการศึกษาท่ีเอกสารหลักฐานการศึกษาท่ีกระทรวงศึกษาธิการกาหนด ได้แก่
ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) ประกาศนยี บัตร (ปพ.2) แบบรายงานการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียนรายบคุ คล
(ปพ.6) ระเบียนสะสม (ปพ.8)
- เอกสารระดบั ช้ันการศึกษาปฐมวัย ไดแ้ ก่ สมุดรายงานประจาตัวนกั เรยี น (อบ.1/1, อบ.1/2,
อบ. 1/3) สมุดบญั ชีเรยี กช่ือและสมุดบันทกึ พัฒนาการเด็ก (อบ.2/1, อบ.2/2, อบ.2/3)
- แผนการเปลยี่ นผ่านเฉพาะบคุ คล (ITP)
☞ ผทู้ ่เี กี่ยวขอ้ ง :
- ผ้บู ริหารสถานศึกษา
- ครปู ระจาชั้น
- ครูผู้สอนรายวิชา/ครูการศึกษาพเิ ศษ
- ผู้ปกครองคณะกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน
- ผทู้ ี่เก่ยี วขอ้ งกับโรงเรียนหรือหน่วยงานทีจ่ ะเปลีย่ นผ่าน

คู่มอื การดาเนนิ งานจดั การเรยี นรวม สพป.พษิ ณุโลก เขต 1 63

ตอนที่ 6
บทบำทหน้ำที่ของผู้มีสว่ นเกี่ยวข้องกับกำรจัดกำรเรียนรวม

บทบาทหน้าท่ีของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรวม เพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียนท่ีมี
ความต้องการจาเป็นพิเศษในการปฏิบัติงานการเรียนรวม การจัดการเรียนการสอนจะบรรลุผลสาเร็จมากน้อย
เพียงใดนั้นข้ึนอยู่กับปัจจัยท่ีสาคัญคือการมีส่วนร่วมจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง แพทย์ พยาบาล ผู้นาชุมชนองค์กร
ท้องถิ่น หน่วยงานทางการศึกษาระดับพื้นที่ ซ่ึงได้แก่ ศูนย์การศึกษาพิเศษ สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
นักสหวิชาชีพ ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทุกคนในสถานศึกษา มีส่วนร่วมและช่วยกนั พัฒนา
นักเรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพเิ ศษ ในการน้ีขอกล่าวถึงบทบาทหน้าท่ีของหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่
ศูนย์การศึกษาพิเศษประจาจังหวัด สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 และสถานศึกษา
เรียนรวม ดงั น้ี
บทบำทหน้ำทขี่ องศนู ยก์ ำรศึกษำพิเศษ เขตกำรศกึ ษำ 7 จงั หวดั พษิ ณโุ ลก

1) จัดระบบสนับสนุนการจัดการเรียนรวมและประสานงานการจัดการศึกษาสาหรับคนพกิ ารในจงั หวัด
อาทิ เชน่ บุคลากร สื่อ ส่ิงอานวยความสะดวกที่จาเป็นในการเรยี นการสอนใหส้ ถานศกึ ษา

2) นิเทศ ติดตามและรายงานอย่างต่อเนือ่ งและเป็นระบบ ประกอบด้วยการนเิ ทศภายในและการนิเทศ
ภายนอก ซึ่งจะสามารถทาให้ผู้บริหารสถานศึกษาตลอดท้ังครูมีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะกรณีท่ีมีปัญหาเก่ียวกับ
การเรื่องการจัดการเรียนการสอนให้กับคนพิการรุนแรงซ่ึงมีความหลากหลายและไม่มีรูปแบบเฉพาะ จึงมีความ
จาเป็นตอ้ งรว่ มมือกนั แกไ้ ขปัญหาในทันที นอกจากนีก้ ารนเิ ทศ ติดตามยงั มีประโยชน์ในการไดข้ ้อมูลยอ้ นกลับเพ่ือ
ปรับปรุงพฒั นางานให้มีประสิทธิภาพ และเพื่อให้ทราบผลการดาเนนิ งานให้เป็นปัจจุบันเพอื่ เป็นประโยชนใ์ นด้าน
การบริหารจัดการ เช่น การสนบั สนนุ งบประมาณ ต่าง ๆ ได้แก่ งบประมาณในการนิเทศ ตดิ ตาม วสั ดุ สอ่ื ครภุ ณั ฑ์
ประจาห้องเรียน การพัฒนาบุคลากรในโครงการ เป็นต้น ดังนั้นศูนย์การศึกษาพิเศษประจาจังหวัดจาเป็นต้อง
รายงานความก้าวหน้าของการดาเนินงานโครงการทุกคร้ังท่ีมีการเปล่ียนแปลงครูผู้สอน การยุบ ขยายห้องเรียน
และสถานศึกษา ทจี่ ัดการเรยี นรวม

บทบำทหนำ้ ท่ขี องสำนกั งำนเขตพ้นื ทีก่ ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำพิษณโุ ลก เขต 1
1. ผอู้ ำนวยกำรสำนักงำนเขตพน้ื ที่กำรศึกษำ
1) กาหนดนโยบายการจัดการศึกษาเรียนรวมให้สถานศึกษาทุกแห่งในสังกัด จัดการศึกษาครอบคลุม

นักเรยี นท่ีมีความต้องการจาเปน็ พิเศษทง้ั ในและนอกเขตบริการทส่ี ามารถเรยี นได้ ใหเ้ ข้าเรียนในสถานศกึ ษา
2) สรา้ งความเขา้ ใจให้กับผูบ้ ริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกสถานศกึ ษาในสงั กัดให้เขา้ ใจ

ถงึ นโยบายของสานกั งานเขตพนื้ ทด่ี ้านการจดั การเรยี นรวม
3) จัดให้มีการดาเนินการจัดทาระบบข้อมูลสนเทศเก่ียวกับนักเรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษใน

ระบบบรหิ ารจดั การขอ้ มลู โรงเรียนเรยี นรวม (SET)
4) วางแผนพัฒนาการจัดการเรยี นรวมสาหรับนกั เรยี นทมี่ คี วามตอ้ งการจาเป็นพิเศษในระดับเขตพน้ื ท่ี
5) ดาเนินการพฒั นาคุณภาพการจดั การเรียนรวมในสถานศกึ ษาท่จี ัดการเรยี นรวม
5.1 จดั ทาแผนปฏบิ ตั กิ าร โครงสรา้ งการบรหิ ารจัดการศึกษาเรยี นรวมในเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษา เพือ่ การ

พัฒนานักเรยี นทม่ี คี วามตอ้ งการจาเปน็ พิเศษในสถานศกึ ษาทจ่ี ัดการเรียนรวม
5.2) พัฒนาผบู้ รหิ าร ครูผูส้ อน และพ่เี ล้ียงเด็กพกิ ารให้มีความรู้ ความสามารถในการจดั การเรียน

คู่มือการดาเนนิ งานจัดการเรยี นรวม สพป.พิษณุโลก เขต 1 64

การสอนให้แกน่ กั เรียนทมี่ คี วามต้องการจาเปน็ พิเศษ
5.3) เกล่ียอัตรากาลังพี่เล้ียงให้กับสถานศึกษาที่จัดการเรียนรวมท่ีมีนักเรยี นที่มคี วามต้องการจาเป็น

พเิ ศษตามเกณฑ์จัดสรรของสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน ด้วยความโปรง่ ใสและเป็นธรรม
5.4) จัดสรรงบประมาณ ส่ือ เทคโนโลยี สิ่งอานวยความสะดวกและบริการ สาหรับสถานศึกษา

ทีจ่ ัดการเรียนรวม
5.5) ส่งเสริมสถานศึกษาที่จัดการเรียนรวมให้สามารถจัดการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับศักยภาพของ

นกั เรยี นทม่ี คี วามตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษ
5.6) ส่งเสรมิ การวดั และประเมนิ ผลตามสภาพจริงที่สอดคลอ้ งกบั ศกั ยภาพการเรยี นรู้ของสถานศึกษา

ท่ีจดั การเรยี นรวม
5.7) ส่งเสริมสถานศึกษาที่จัดการเรียนรวม ให้จัดการศึกษาให้แก่นักเรียนที่มีความต้องการจาเป็น

พิเศษโดยความร่วมมอื ของผปู้ กครองและผ้เู กีย่ วขอ้ งทุกฝา่ ย
6. กากับตดิ ตาม ประเมินผลการดาเนินการจดั การศกึ ษาของสถานศกึ ษาท่ีจดั การเรยี นรวม
7. ส่งเสรมิ การวจิ ัย และสรา้ งนวตั กรรมการศกึ ษาของสถานศึกษาทจี่ ดั การเรียนรวม
8. การสรุปรายงานผล แก้ไขและพฒั นา
9. เสริมสรา้ งขวัญกาลงั ใจให้ผู้บรหิ าร ครู พี่เล้ยี งเดก็ พิการ ในสถานศึกษาที่จดั การเรยี นรวม

2. ศกึ ษำนเิ ทศก์
ศึกษานิเทศก์มีหน้าที่หลัก คือ ช่วยเหลือ แนะนา ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาคุณภาพการศึกษา และ

คุณภาพการสอน ซึ่งตอ้ งเกีย่ วกบั งานหลายด้านและบุคลากรหลายฝา่ ย ศึกษานเิ ทศก์จงึ ควรมีบทบาท หนา้ ที่ ดังน้ี
1. ประสานงาน (Coordinate) โดย ประสานผบู้ ริหาร ครู และบคุ ลากรทางการศึกษา รวมถึงหน่วยงาน

ที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์การศึกษาพิเศษ โรงพยาบาล สานักงานสาธารณสุขจังหวัด สานักพัฒนาสังคมและความ
ม่นั คงของมนษุ ย์ สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ สถาบนั การศึกษา เปน็ ตน้

2. ท่ีปรึกษา (Consultant) ให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา เกี่ยวกับองค์
ความรทู้ ีจ่ าเป็นท่ใี ช้ในการปฏบิ ัตงิ าน

3. นเิ ทศ (Supervisory) ให้ข้อแนะนาองคค์ วามรู้ทจ่ี าเป็นอย่างกลั ยาณมิตร เชน่ ด้านหลกั สตู ร ดา้ น
การเรียนการสอน ดา้ นการวดั และประเมินผล การจดั ทาสอื่ คู่มอื วจิ ยั ปฏิบัตกิ าร การจัดอบรม ประชุมชแ้ี จง

4. ประเมิน (Evaluate) กากบั ติดตาม และประเมินผลการดาเนินงาน
5. วจิ ัย (Research) ดาเนินการจดั ทาวจิ ัยเพ่ือสง่ เสริมและพัฒนางานในรูปแบบของงานวิจัย ปฏบิ ตั กิ าร
หรอื วจิ ยั เชงิ ประเมนิ
6. ผนู้ าทางวิชาการ (Academic Leader) ศกึ ษาค้นควา้ หาความรู้ใหม่ ๆ แลว้ นามาสรุปเผยแพร่ให้กับ
ผู้บริหาร ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา
7. สร้างขวัญกาลังใจ ต่อผูบ้ รหิ าร ครู และบุคลากรทางการศึกษา

บทบำทหนำ้ ทีข่ องสถำนศกึ ษำ
1. ผ้อู ำนวยกำรสถำนศกึ ษำ
1) นานโยบายลงสกู่ ารปฏบิ ัตโิ ดยจดั ทาแผนปฏบิ ัติการดา้ นการเรียนรวมไว้ในแผนปฏบิ ัตกิ าร

สถานศกึ ษา
2) ทาความเข้าใจถงึ ความจาเป็นท่ีตอ้ งจัดการศกึ ษาเรียนรวมในสถานศกึ ษาให้กับคณะกรรมการของ

สถานศึกษา ครบู ุคลากรทางการศกึ ษา ผปู้ กครองนกั เรยี นและชมุ ชน

คมู่ อื การดาเนินงานจัดการเรียนรวม สพป.พษิ ณโุ ลก เขต 1 65

3) ดาเนนิ การพัฒนาคุณภาพการจัดการเรยี นรวม
3.1 พฒั นาครูผสู้ อนและพเี่ ลีย้ งเดก็ พกิ ารใหม้ ีความรู้ ความสามารถในการ การสอนให้แก่

นักเรยี นทีม่ ีความต้องการจาเปน็ พเิ ศษ
3.2 วางแผนการบรหิ ารงานบคุ คลในการจัดการเรยี นรวม
3.3 จดั สรรงบประมาณ สื่อ เทคโนโลยี ส่งิ อานวยความสะดวกและบริการสาหรับนกั เรียนที่มี

ความตอ้ งการจาเป็นพิเศษ
3.4 ส่งเสริมครผู ้สู อนในการจดั การเรียนรใู้ ห้เหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพความตอ้ งการ

จาเป็นพเิ ศษ
3.5 ส่งเสริมการวัด และประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ ที่เหมาะสมสอดคล้องกับศกั ยภาพการเรียนรู้

ของนกั เรียนทมี่ ีความต้องการจาเป็นพเิ ศษ
3.6 สง่ เสรมิ ความรว่ มมือของ ครู ผู้ปกครองและผ้เู กย่ี วข้องทกุ ฝ่าย

4) ประสานความรว่ มมอื กบั หน่วยงานอื่น เชน่ สานกั งานพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย์
จังหวัด ศูนย์การศึกษาพิเศษ หน่วยงานสาธารณสุข สมาคมผู้พิการ เป็นต้น เพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือ
สนบั สนุนการจัดการเรียนรวม

5) นเิ ทศ กากับ ตดิ ตาม ประเมินผลการจัดการศกึ ษาเรียนรวมภายในสถานศึกษา
6) เสริมสรา้ งขวัญกาลังใจครู บคุ ลากรทางการศกึ ษา พเ่ี ลยี้ งเด็กพกิ าร ในการจดั การเรียนรวม

2. บทบำทหน้ำทข่ี องครู
แนวปฏิบตั ิสาหรับครูในดา้ นต่างๆ ซงึ่ เปน็ ปัจจยั สาคญั ท่ีสง่ ผลต่อการดาเนนิ งานจดั การเรียนรวม

จะส่งผลให้การดาเนนิ งานจดั การเรียนรวมนัน้ เกิดประสิทธภิ าพสงู สดุ มดี งั น้ี
1) ค้นหำเดก็ ที่สงสยั ว่ำอำจมคี วำมต้องกำรจำเปน็ พเิ ศษหรือมคี วำมบกพร่อง
นอกจากพ่อแม่ ผู้ปกครองแลว้ ครูประจาชน้ั และครผู ู้สอนนับเปน็ อกี ผหู้ นงึ่ ทม่ี ีความใกล้ชดิ

กับเด็กมากที่สุด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติท่ีครูผู้สอนและครูประจาชั้นจะสังเกตเห็นพฤติกรรม อาการ หรือ ความ
บกพร่องของเด็กได้โดยง่าย แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้ครูมีองค์ความรู้และข้อมูลประกอบการตัดสินใจเก่ียวกับเด็ก
ของตนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ครูควรได้รับการอบรมและพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะและ
ประเภทของความพิการทางการศกึ ษาประเภทต่าง ๆ รวมท้ังความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการคัดกรอง

2) เตรียมควำมพรอ้ ม
การจัดการศกึ ษาแบบเรยี นรวมให้เปน็ ไปอย่างมีประสิทธิภาพนนั้ การเตรียมความพรอ้ มของ

นักเรียนนับเป็นสิ่งสาคัญย่ิงอีกประการหนึ่งที่โรงเรียนและผู้ท่ีเก่ียวข้องต้องดาเนินการสาหรับการเตรียมความ
พร้อมของนักเรียนน้ันจะเป็นการเตรียมความพร้อมท้ังของนักเรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษและนักเรียน
ทว่ั ไป

3) ดำเนนิ กำรบริหำรจัดกำรเรยี นรวม
4) จดั ทำแผนกำรจดั กำรศกึ ษำเฉพำะบคุ คล (IEP) ให้กบั เดก็ ในกรณที พี่ บว่ำมีควำมพกิ ำรทำง
กำรศกึ ษำ
5) จดั กำรเรียนกำรสอน

การจดั การศึกษาแบบเรียนรวม ซ่งึ มีทง้ั นกั เรียนทมี่ คี วามตอ้ งการจาเป็นพิเศษและนักเรยี น
ทั่วไปเรียนรวมในห้องเดียวกนั นัน้ มีความจาเป็นอย่างย่ิงที่ครูผู้สอนและผู้ท่ีเก่ียวข้องต้องวางแผนการดาเนินงาน
รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนร่วมกัน ครูผู้สอนและผู้ท่ีเก่ียวข้องต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ถึงสภาพปัญหา

ค่มู ือการดาเนนิ งานจดั การเรยี นรวม สพป.พิษณโุ ลก เขต 1 66

ข้อบกพร่องต่าง ๆ ของเด็กที่อาจเป็นอุปสรรคหรือข้อจากัดในการเรียนรู้ เพ่ือท่ีจะได้วางแผนการจัดการเรียน
การสอนให้เหมาะสมสอดคล้องกบั สภาพปญั หาและข้อจากัดของเด็ก

6) กำรวัดผลประเมินผล
การวัดประเมินผลสาหรบั นักเรียนทมี่ ีความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษ ควรใช้วิธกี ารวดั และ

ประเมินผลท่ีเอ้ือตามสภาพความบกพร่องของเด็ก เพ่ือช่วยให้การวัดและประเมินผลทั้งในระดับช้ันเรียนและ
การประเมินผลภายนอกมคี วามเหมาะสมสอดคลอ้ งกบั สภาพของนักเรยี นทมี่ ีความตอ้ งการจาเปน็ พเิ ศษ

7) กำรบริหำรจดั กำรห้องเรียน
การบริหารจัดการหอ้ งเรยี นจะหมายรวมถึงกจิ กรรมต่าง ๆ ทีค่ รูใชใ้ นการสง่ เสริมสนบั สนุนให้

การดาเนินการในห้องเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเสรมิ สรา้ งบรรยากาศในการเรียนรู้
8) กำรสอื่ สำรกับผปู้ กครอง
ในการจัดการศึกษาแบบเรยี นรวมนนั้ ความรว่ มมือของพอ่ แม่ ผปู้ กครองมีสว่ นสาคัญยง่ิ ท่ีจะ

ช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้การดาเนินงานดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามการท่ีจะได้รับความ
ร่วมมือจากผู้ปกครองนัน้ การปฏิสัมพันธแ์ ละสื่อสารกับผู้ปกครองในเชิงบวกมีส่วนสาคัญย่ิงท่ีจะทาให้ได้รับความ
ร่วมมอื ดังกล่าว

9) กำรประสำนควำมร่วมมือ
ในการจดั การศึกษาแบบเรียนรวมนน้ั ความร่วมมอื จากบุคลากรและหน่วยงานทีเ่ ก่ยี วขอ้ งใน

ทุกฝ่ายมีส่วนสาคัญท่ีจะช่วยให้การดาเนินงานดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังน้ันครูผู้สอนซึ่งเป็นผู้ที่มี
บทบาทสาคัญในการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมให้กับนักเรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษควรได้มีส่วนใน
การประสานความรว่ มมอื จากบคุ ลากรและหนว่ ยงานท่ีเก่ยี วข้องทกุ ฝ่าย

10) กำรเปล่ียนผ่ำน
การเปล่ยี นผ่าน (Transition) นักเรยี นท่ีมคี วามตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษ อาจแบง่ ไดเ้ ปน็ 2

ลักษณะ คือ การเปลี่ยนผ่านภายในโรงเรียนและการเปลี่ยนผ่านภายนอกโรงเรียน โดยในการดาเนินการควรมี
ข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับตัวนักเรียน เช่น ประวัติครอบครัว ประวัติส่วนตัว ประวัติการ เจ็บไข้
จดุ เดน่ และจุดอ่อนของเดก็ ผลการเรียนและการพัฒนาของนักเรียน เป็นต้น

3. บทบำทหน้ำทข่ี องพ่เี ลีย้ งเดก็ พกิ ำร
ปฏิบตั งิ านในการให้ความชว่ ยเหลือเด็กพกิ ารหรือนกั เรยี นท่มี ีความตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษ สถานศึกษา

ทีจ่ ัดการศึกษาสาหรับคนพิการ และสถานศึกษาท่ีจดั การเรยี นรวม ใหบ้ ริการทางการศกึ ษาเบ้ืองต้นแกน่ ักเรียนที่มี
ความต้องการจาเป็นพิเศษและช่วยเหลือครูในการจัดการศึกษา การจัดการเรียนการสอน พัฒนาตามคาแนะนา
ของครูประจาการ รวมท้ังจัดกิจกรรมอ่ืน ๆ ท่ีเป็นการพัฒนาศักยภาพภายใต้การกากบั แนะนา ตรวจสอบของครู
และผู้บริหารสถานศึกษา และปฏบิ ัติงานหน้าที่อนื่ ทีเ่ กยี่ วข้องกับเดก็ พิการ

หนำ้ ทค่ี วำมรบั ผดิ ชอบ
ปฏิบัตงิ านในฐานะพ่เี ล้ยี งเด็กพกิ ารที่ตอ้ งใช้ความรู้ ความสามารถ ทักษะ และเจตคตทิ ีด่ ี ในการ

ปฏิบัติงานร่วมกับครูในการจัดการศึกษาสาหรับเด็กพิการการภายใต้การควบคุม กากับ ตรวจสอบของ ผู้บริหาร
สถานศกึ ษา ในเรื่องดังตอ่ ไปนี้

(1) ใหบ้ ริการช่วยเหลอื ดแู ลเด็กพกิ าร จดั เตรยี มเสือ่ อปุ กรณ์ สาหรบั การจัดการเรียนรใู้ หเ้ ดก็ พิการ
ตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

(2) ปฏบิ ตั ิหน้าท่ี ดแู ล ชว่ ยเหลอื เด็กพิการตามที่ไดร้ ับมอบหมายจากครู ผบู้ ริหาร เช่น การนา
นักเรยี นไปหอ้ งน้า การช่วยเหลอื ในการรบั ประทานอาหาร การเขา้ ร่วมกิจกรรม เปน็ ต้น

ค่มู อื การดาเนินงานจัดการเรยี นรวม สพป.พิษณุโลก เขต 1 67

(3) บันทกึ ขอ้ มูล ปญั หาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน และรายงานผลการพฒั นาเด็กพิการตามท่ี
ได้รบั มอบหมายจากครู

(4) ประสานการทางานร่วมกับครู ผ้บู รหิ าร ผู้ปกครองด้านการจัดการศึกษา การฟนื้ ฟูสมรรถภาพ
สาหรับเดก็ พกิ ารเพือ่ ใหเ้ ป็นไปตามแผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบคุ คล

(5) ให้ความช่วยเหลือครูในการผลิต ดูแล บารุงรักษา อุปกรณ์ ส่ือ เครื่องใช้ในการจัดการเรียน
สาหรบั เด็กพิการ

(6) รว่ มกิจกรรมเพื่อพฒั นาศักยภาพของเดก็ พิการ เช่น กจิ กรรมหนา้ เสาธง กิจกรรมวนั สาคัญ
ทางศาสนา กจิ กรรมวนั ไหวค้ รู หรือกจิ กรรมอ่นื ๆ ทีโ่ รงเรียนจดั ขึน้

(7) ใหค้ าปรึกษา แนะนาเก่ยี วกับการเรยี นแก่เด็กพกิ าร เช่น การทาการบา้ น การเรียนซอ่ มเสรมิ
ทกั ษะการใช้ชวี ติ ประจาวนั

(8) งานอื่น ๆ ท่เี กยี่ วขอ้ งกบั การพฒั นาเด็กพกิ าร
4. บทบำทหนำ้ ท่ขี องผู้ปกครอง

1) เจตคตทิ ีด่ ตี ่อความพิการหรอื ความบกพรอ่ งของเด็กทอ่ี ยใู่ นความปกครอง
2) หมน่ั สงั เกตพฤติกรรม การแสดงออกของเดก็ ในปกครองเพอื่ ใช้เป็นขอ้ มลู ให้กบั สถานศึกษา
3) ใหข้ อ้ มูลทแี่ ท้จริงกับสาหรบั สถานศึกษา เพอ่ื ร่วมกันวางแผนใหก้ ารชว่ ยเหลอื
4) ให้ความรว่ มมอื กบั ครใู นกระบวนการคดั กรองทางการศกึ ษาและสง่ ต่อแพทย์
5) ศกึ ษาค้นควา้ หาองค์ความรู้และนามาใชใ้ นการฝกึ สง่ เสริม ช่วยเหลอื บาบดั ฟืน้ ฟสู มรรถภาพ
และพฒั นาเด็กได้ถกู ตอ้ งเหมาะสมตามศกั ยภาพ
6) ร่วมกาหนดเปา้ หมาย รวมทั้งจัดทาแผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล (IEP)
7) ใหค้ วามร่วมมือกับครใู นการขอรับ ส่งิ อานวยความสะดวก สื่อ บรกิ ารและความชว่ ยเหลืออืน่
ใดทางการศกึ ษาที่สอดคล้องกบั ความต้องการจาเป็นท่กี าหนดในกฎกระทรวง
8) ใหค้ วามร่วมมือกับสถานศึกษาเพ่อื แกไ้ ขพฤติกรรมทไี่ มพ่ งึ ประสงค์ เชน่ ทะเลาะวิวาท
หนีเรยี น ไม่ส่งงาน เป็นตน้
9) สนบั สนุนทรพั ยากรท่ีจาเปน็ เพ่อื จัดการศกึ ษาสาหรับนกั เรียนท่ีมคี วามตอ้ งการจาเปน็ พเิ ศษ
10) ร่วมกจิ กรรมแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ระหว่างผ้ปู กครอง ชมุ ชน ผทู้ ่เี กีย่ วขอ้ ง ฯ

คมู่ อื การดาเนินงานจดั การเรยี นรวม สพป.พษิ ณโุ ลก เขต 1 68

บรรณำนุกรม

กรมสขุ ภาพจติ . (2545). คูม่ ือความฉลาดทางอารมณฉ์ บับปรบั ปรุง. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พอ์ งคก์ ร
สงเคราะหท์ หารผ่านศกึ .

กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เร่ือง หลักเกณฑ์และวิธีการผ่อนผันให้เดก็ เขา้
เรียน กอ่ นหรือหลงั อายุตามเกณฑก์ ารศกึ ษาภาคบังคับ พ.ศ. 2546. [ออนไลน]์ . แหลง่ ทมี่ า :
http://www.moe.go.th/moe/nipa/ed law/pr.g.edu3.pdf. [4 สงิ หาคม 2562].

กลั ย์ธีรา อันขวัญเมอื ง. (2560). ปรัชญาแนวคดิ ของการจดั การศึกษาแบบเรียนรวม. [ออนไลน]์ .
แหลง่ ทม่ี าhttp://www.eledu.ssru.ac.th/kunchira_on/pluginfile.php/120/course/summan.

ชูชาติ ช่วงสมจติ ร์. (2560). การสรา้ งความสมั พันธร์ ะหวา่ งโรงเรียนกบั ชมุ ชน. Veridian E-Journal Silpakorn
University, 10(2), 1342-1354.

บพติ ร โสมณวฒั น.์ (2548). การพฒั นาบคุ ลากรในการจัดกจิ กรรมการเรียนรูส้ าหรับเด็กพิเศษเรียนร่วม
โรงเรยี นบ้านทงุ่ นางโอก (อ่อนอานวยศิลป์) อาเภอเมอื ง จงั หวดั ยโสธร. วทิ ยานิพนธศ์ กึ ษาศาสตร
มหาบณั ฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลยั ราชธานี.

พระราชบัญญตั ิการศึกษาภาคบงั คบั พ.ศ. 2545. (2545, 31 ธนั วาคม). ราชกิจจานุเบกษา (เลม่ 119 ตอน
ที่ 128 ก, น.12-13).

พัชรา เชอื้ ประดิษฐ์ (2556). แนวทางการสง่ เสริมการมสี ่วนรว่ มของบุคลากรทเ่ี กยี่ วขอ้ งในการจดั การศกึ ษา
แบบเรียนร่วมในโรงเรียนแกนนาจัดการเรยี นรว่ ม สานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษา ประถมศกึ ษาสโุ ขทัย
เขต 1. วิทยานพิ นธค์ รุศาสตรมหาบัณฑิต การศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลยั ราชภฏั พิบูลสงคราม.

พัชริดา นลิ สุข (2558). การบริหารโรงเรยี นแกนนาจดั การเรียนร่วม. ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑติ
บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลัยศิลปากร.

มลู นิธเิ พือ่ เดก็ พิการ. (2015). Garden Therapy/Horticulture Therapy. [ออนไลน]์ . แหลง่ ทีม่ า:
https://fcdthailand.org/content-type/garden-therapyhorticulture-therapy/ [4 มกราคม
2563].

รดา ธรรมพูนพิสัย. (2556). สภาพปญั หาและแนวทางการจัดการเรียนร่วมในโรงเรยี นแกนนาจดั การเรยี นร่วม
สงั กัดสานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา นราธวิ าส. วทิ ยานพิ นธต์ ามหลักสูตร
ปริญญาครศุ าสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการศกึ ษาพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภฏั สงขลา.

สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาชัยภมู ิ เขต 3. (2561). ค่มู อื การดาเนนิ งานเสริมสร้างความเขม้ แขง็ และ
พฒั นาระบบดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี น. [ออนไลน]์ . แหล่งทมี่ า
http://e-news.chaiyaphum3.go.th/File/20180404140659.pdf [4 สงิ หาคม 2562]

สานกั บริหารงานการศึกษาพิเศษ. (2558). แนวทางการพฒั นาสถานศึกษาตน้ แบบการเรยี นรวม
(Inclusive Schools). กรงุ เทพมหานคร.

สานักบรหิ ารงานการศึกษาพเิ ศษ. (2558). แนวทางการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ สาหรบั นักเรยี นทีม่ ีความ
ตอ้ งการจาเปน็ พเิ ศษทางการศกึ ษา (ฉบบั ทดลอง). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์สานักงาน
พระพทุ ธศาสนาแห่งชาติ.

สานกั บริหารงานการศึกษาพเิ ศษ. (2561). แนวทางการดาเนนิ งานการเปลีย่ นผ่านให้แกบ่ ุคคลพกิ ารสาหรับ
สถานศกึ ษา.

ค่มู ือการดาเนินงานจดั การเรียนรวม สพป.พษิ ณุโลก เขต 1 69

สานักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (2551). หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551.
[ออนไลน์]. แหล่งทม่ี า: http://academic.obec.go.th/newsdetail.php?id=75.

สภุ าพร ชินชัย. (2551). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรวมสาหรับเด็กทม่ี ีความตอ้ งการพิเศษ กรณศี กึ ษา
โรงเรยี นเรยี นรวมในจงั หวดั เชยี งใหม่. ปรญิ ญาวทิ ยาศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต สาขาการวิจัยพฤติกรรม
ศาสตร์ประยุกต์ บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ.

สุรยิ ว์ ภิ า ไชยพนั ธ์ุ และ พสิ ทุ ธิ์ พรรคอนันต.์ (2560). การจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพของโรงเรียน สาหรับเดก็
พิเศษ โรงเรยี นระดบั ประถมศกึ ษา จังหวดั ปทุมธานี, วารสารรชั ต์ภาคย์. ฉบับพิเศษ, 348-359.

คู่มอื การดาเนนิ งานจัดการเรียนรวม สพป.พิษณุโลก เขต 1 70

ภำคผนวก

ค่มู อื การดาเนินงานจัดการเรียนรวม สพป.พษิ ณโุ ลก เขต 1 71

เอกสำรรำยละเอียดเพิม่ เติม

เวบ็ ไซตง์ านการศึกษาพเิ ศษ กลมุ่ ไลนง์ านการศึกษาพเิ ศษ พล.1

คมู่ อื การจดั ทาแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบุคคล กลุ่มไลน์งานคปู องการศกึ ษา อ.เมือง

คู่มือการจดั ทาขอ้ มูลโปรแกรมระบบ SET กลมุ่ ไลนง์ านคูปองการศกึ ษา อ.บางระกา

คมู่ อื การขอรบั ส่ิงอานวยความสะดวก ส่อื บริการ ค่มู ือรายการสิ่งอานวยความสะดวก ส่อื บรกิ าร
และความช่วยเหลอื อ่ืนใดทางการศกึ ษา และความชว่ ยเหลืออน่ื ใดทางการศกึ ษา

แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการจัดการเรยี นรู้ แบบคัดกรองคนพกิ าร 9 ประเภท
สาหรบั นกั เรียนที่มคี วามต้องการจาเปน็ พิเศษ กระทรวงศกึ ษาธิการ

คมู่ ือการดาเนนิ งานจดั การเรยี นรวม สพป.พิษณโุ ลก เขต 1 72


Click to View FlipBook Version