การปฏิวัติ
วิทยาศาสตร์
คำนำ
Electronic Book รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ เรื่องการปฏิวัติ
วิทยาศาสตร์ เล่มนี้ เรียบเรียบขึ้นเพื่อเป็นความรู้ให้ทุกคนที่สนใจ เกี่ยว
กับการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ ในแต่ละหัวข้อได้มีการนำเสนอข้อมูล พร้อม
ภาพประกอบ
ดิฉันหวังว่า Electronic Book รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์
เรื่องการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนที่สนใจ
ศึกษา พร้อมทั้งควรนำข้อมูลต่างๆที่ได้จากการศึกษามาวิเคราะห์
สังเคราะห์ และคิดไตร่ตรองอย่างมีวิจารณญาณ เพื่อสร้างมิติและมุ
มอื่นๆในการศึกษา จะช่วยให้การศึกษาข้อมูลเป็นไปอย่างหลากหลายและ
น่าสนใจยิ่งขึ้น
ผู้จัดทำ
สารบัญ 1
2
ความหมายของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ 4
ปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิดการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ 5
ความสำคัญของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ 6
การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ในยุคเริ่มต้น 7
การเสนอวิธีสร้างความรู้แบบวิทยาศาสตร์ 8
การจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 11
ผลจากการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ 13
นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญ
บรรณานุกรม
1
ความหมายของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์
ความหมายของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์
2 มกกราาคมร2ป56ฏ8ิวัติทางวิทยาศาสตร์ คือ การพัฒนาความเจริญ
ก้าวโนหอาหน์้ชูามัคใเนกอรว์ ิทยาการของโลกตะวันตก ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 มี
การSผู้cเคชhี่้ยuนวeชsาtคeญrด้วDา้iนgากitาaแรlสMสรeรหdวาiaบุงGคลroหาuกpราข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธรรมชาติโลกและจักรวาล
ทำใ1ห2้3คถนวนซาีไซมด์ กรูรุ้งทเทพาง123ว4ิ5ทยาศาสตร์เจริญรุ่งเรือง เป็นผลให้ชาติตะวันตก
พัฒนาความเจริญก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว
เรียนคุณชูมัคเกอร์
การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์
ควางจคุาดณมนหปในััมนรู้นญาก้แยาๆปรลเเะนญข้ีหนะยนคนค้าวจาชาด่วชวมหยสามนใำหามเ้ยรคช็ุจปณเะาจทสัหกวานรษม้ิาตาะญครวปถะรรแวกกะนัรส้ะนะบานตุก้ำวนตาตใัรวหหณก้เน์อนางแใ้ยอหลาจย้ะ้่าากใคงงนาอมร่ืวาอฝศึนอกาปาอามชรบีะสพรวสัมกตัติบทียน่่นเอกรีา่ขยใ์ยอแวจจง้ขา้คขศอุงณึงทีน่กกแคับลางตดษะำพวต่ิแาจา่หจาคาะนร่้สณงงนนทีา่ใคๆคุจคุณณไดต้สว้โอำ้เดปงหา้การจัหายบรมตนไาเำด้ยฉแรเัขบหกอพนิ่งงดาะ
วิทยอย่างศไรกา็ตสามตหลรี์กเลีด่ยงาการรทาำศซ้ำาข้สอมูตลที่รคุ์ณรแวมลไว้ะใคนปณระิวัตติย่อศขอางคสุณตปรัรบ์แต่แงจลดหะมจายาปกะหกน้าาขอรงคปุณรให้ะดิษฐ์
แท่นเหพมาิะมสมพกั์บนขาอยจ้งางแต่โลยะรฮาัยนและตกำูแเหตน่งนงานเบแต่อละรต์ำกแหน่ชงเนืา่อวงจเายกคุอณกรำลมังัสนมัครทตำำแหในห่้งเวฉิพทาะยใหา้ยกก าร
ควาตตัำวมแอหยรู่าน้่งแงแนัพล้นะใเชหร่่ตคุหุกณาลครณว์ารทีรย่ัเกฉษพอาาคยะวเ่จาามาะงเปจ็นงรซมึ่ืวงอแอสดาดชีงเพใรหต็้ลเวหอ็นดถทึั้งงคฉวบัาบมสอาย่มาางรไรถกข็ตอางมคุณน้ทำี่เจสีะยทงำทีง่เาป็นนไทด้าดีงหกาากรไมด้ารักบเกินไป
อาจทำให้ผู้อ่านหมดความสนใจ อย่าลืมแสดงความกระตือรือร้นอย่างแท้จริงต่องานนี้ด้วยคุณสามารถคิดแบบ
ช่วงนี้ไเด้ว: ไมล่ใชา่งานสูทผูกไท แต่เป็นการรวมตัวกันแบบสบาย ๆ มีสไตล์หลีกเลี่ยงข้อมูลส่วนตัวมากและคำถามเกี่ยว
กับปตำแรหะน่มงงาานณซึ่งรปวมลถึงกาายรพูคดคุรยิเสกี่ยตว์กับศคตวามวคารดรหวษังเกที่ีย่วกั1บ5เงินเ–ดือนปแลละผลาปยระศโยชตน์ขวอรงบรริษษัทแทีต่่ให้17
(ปรมรืะออมถอาอามนคณไำลถน์ามมาคเกหมล.่าาศยนีท้ีใ.่นสาก1มา5ารสรั0ถมชภ่0วายษค-ณุณ์1จต7ริรง0วแจทจ0นับอข)ย้่อาผลโืิมดดพตรลยวาจดเททกาาินงดจไวดยขหึา้มกนารยณค์ปหะรรหืัอ้นง้กาาขแรอพิงรมคุพกณ์เลกใ็่กอนนน้อทยี่ยจุนะโสอร่งกจปมีาเกคตนรืี่้อะงวันตก
ตรวจให้แน่ใจว่าจดหมายปะหน้าของคุณอ่านง่ายใช้รูปแบบตัวอักษรเรียบง่ายอย่างที่เห็นใช้ตรงนี้หลีกเลี่ยง
ข้อความเรียงกันเยอะเกินไปการแบ่งจดหมายของคุณออกเป็นย่อหน้าทำให้ง่ายต่อการมองเห็นและจัดระเบียบ
ข้อมูลที่คุณให้ขอแสดงความนับถือ เอริอาดนี สไนเดอร์
2
ปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิดการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์
1. การฟื้นฟู ศิลปวิทยาการ (เรอเนสซองส์) ด้วยสิ่งนี้
ทำให้มนุษย์มีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองมากยิ่ง
ขึ้น โดยเรียกแนวคิดนี้ว่า แนวคิดมนุษยนิยม (Humanism)
ทำให้อิสระทางความคิดหลุดพ้ นจากอิทธิพลครอบงำของคริ
สตจักร (ศาสนจักร)และพยายามที่จะเอาชนะธรรมชาติและสิ่ง
แวดล้อมรอบ ๆ ตัว เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็น
อยู่ของตนเองให้ดีขึ้น
2. การพัฒนาเทคโนโลยีในดินแดนเยอรมันทางตอนใต้
โดยการประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ แบบใช้วิธีเรียงตัวอักษรของ
โยฮัน กูเตนเบิร์ก (Johann Gutenberg) นักประดิษฐ์ชาว
เยอรมัน ในปี ค.ศ. 1448ทำให้ในยุคปัจจุบันนี้สามารถพิมพ์
หนังสือเผยแพร่ได้อย่างกว้างขวาง
3. การสำรวจทางทะเลและการติดต่อกับโลกตะวัน
ออก ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมานั้น ได้รับ
อารยาธรรมความรู้ต่าง ๆ จากจีน อินเดีย อาหรับ และ
เปอร์เซียเผยแพร่เข้ามาในสังคมโลกตะวันตกมากยิ่งขึ้น
3
4. แนวคิดมนุษย์นิยม ( Humanism ) ซึ่งได้รับมาจาก
หลักปรัชญาของชาวกรีกโดยสอนให้มนุษย์มีความเชื่อมั่นใน
สติปัญญาและความสามารถของตนเอง เชื่อมั่นในความมี
เหตุผล และนำไปสู่การค้นหาความจริงของสรรพสิ่งต่างๆ
ในโลกโดยไม่มีที่สิ้นสุด
5. แนวคิดในปรัชญาธรรมชาตินิยม ( Naturalism )
สอนให้เชื่อว่าสิ่งต่างๆ ล้วนดำเนินไปตามกฎเกณฑ์
ธรรมชาติ ธรรมชาติที่อยู่รอบๆตัวมนุษย์นั้นมีอิทธิพลต่อ
ชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ และทำให้วิทยาศาสตร์กลายมา
เป็นศาสตร์ที่มีความสำคัญ โดยเน้นศึกษาเรื่องรวมทาง
ธรรมชาติ จึงเริ่มศึกษาค้นคว้าและทดลองจนเกิดองค์ความ
รู้ใหม่เรียกว่าเป็น ยุคแห่งภูมิธรรม หรือ ยุคแห่งการรู้แจ้ง
(The Enlightenment)
4
ความสำคัญของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์
1. ทำให้มนุษย์เชื่อมั่นในสติปัญญาและความสามารถ
ของตน เชื่อมั่นในความมีเหตุผล และนำไปสู่การแสวงหา
ความรู้โดยไม่มีสิ้นสุด
2. ก่อให้เกิดความรู้และความเจริญก้าวหน้าใน
วิทยาการด้านต่าง ๆ และทำให้วิทยาศาสตร์กลายเป็น
ศาสตร์ที่มีความสำคัญ โดยเน้นศึกษาเรื่องราวของ
ธรรมชาติ
3. ทำให้เกิดการค้นคว้าทดลองและแสวงหาความรู้
ด้านต่าง ๆ ซึ่งนำไปสู่การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ อย่าง
ต่อเนื่อง และเป็นพื้นฐานของการปฏิวัติอุตสาหกรรมใน
สมัยต่อมา
4. ทำให้ชาวตะวันตกมีทัศนคติเป็นนักคิด ชอบ
สังเกต ชอบซักถาม ชอบค้นคว้าทดลอง เพื่อหาคำตอบ
และนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการ
ดำเนินชีวิต
5
การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ในยุคเริ่มต้น
การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ในยุคเริ่มต้น
เป็นการค้นพบความรู้ทางดาราศาสตร์ ทำให้เกิดคำ
อธิบายเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่าง ๆ ซึ่ง
เป็นการท้าทายความเชื่อดั้งเดิมของคริสต์ศาสนา สรุปได้
ดังนี้
1. การค้นพบทฤษฎีระบบสุริยะจักรวาลของนิโคลัส ชาว
โปแลนด์ ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 สาระสำคัญ คือ ดวง
อาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล โดยมีโลกและดาว
เคราะห์ดวงอื่น ๆ โคจรโดยรอบ ทฤษฎีของโคเปอร์นิคัสขัด
แย้งกับหลักความเชื่อของคริสต์จักรอย่างมากที่เชื่อว่าโลก
เป็นศูนย์กลางของจักรวาล แม้จะถูกประณามอย่างรุนแรง
แต่ถือว่าความคิดของโคเปอร์นิคัสเป็นจุดเริ่มต้นของการ
ปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ชาวตะวันตกให้ความสนใน
เรื่องราวลี้ลับของธรรมชาติ
2. การประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ ของกาลิเลโอ ชาว
อิตาลีในปี ค . ศ . 1609 ทำให้ความรู้เรื่องระบบสุริย
จักรวาลชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ได้เห็นจุดดับในดวงอาทิตย์ได้
สังเกตการเคลื่อนไหวของดวงดาว และได้เห็นพื้นขรุขระ
ของดวงจันทร์ เป็นต้น
3. การค้นพบทฤษฎีการโคจรของดาวเคราะห์ ของโจ
ฮันเนส เคปเลอร์ ชาวเยอรมัน ในช่างต้นคริสต์ศตวรรษที่
17 สรุปได้ว่า เส้นทางโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์
เป็นรูปไข่หรือรูปวงรี มิใช่เป็นวงกลมตามทฤษฎีขอโคเปอร์นิ
คัส
6
การเสนอวิธีสร้างความรู้แบบวิทยาศาสตร์
การเสนอวิธีสร้างความรู้แบบวิทยาศาสตร์
ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 17 มีนักคณิตศาสตร์
2 คน ได้เสนอแนวความคิดเกี่ยวกับวิธีสร้างความรู้เพื่อ
การศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ สรุปได้ดังนี้
1. เรอเนส์ เดส์การ์ตส์ ( Rene Descartes ) ชาว
ฝรั่งเศส และเซอร์ ฟรานซิส เบคอน (Sir Francis
Bacon) ชาวอังกฤษ ได้ร่วมกันเสนอหลักการใช้เหตุผล
วิธีการทางคณิตศาสตร์ และการค้นคว้าวิจัยมาใช้ตรวจ
สอบข้อเท็จจริงและการแสวงหาความรู้ทางด้าน
วิทยาศาสตร์
2. ความคิดของเดส์การ์ตส์ เสนอว่าวิชาเรขาคณิต
เป็นหลักความจริงสามารถนำไปใช้สืบค้นข้อเท็จจริงทาง
วิทยาศาสตร์ได้ ซึ่งได้รับความเชื่อถือจากนัก
วิทยาศาสตร์ในสมัยต่อมาเป็นอย่างมาก
3. ความคิดของเบคอน เสนอแนวทางการค้นคว้า
วิจัยทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้“วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ”
เป็นเครื่องมือศึกษา ทำให้วิทยาศาสตร์ได้รับความสนใจ
อย่างกว้างขวาง
7
การจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
1. การเสนอทฤษฏีการศึกษาค้นคว้าด้วย “วิธีการ
ทางวิทยาศาสตร์ ” ทำให้เกิดความตื่นตัวในหมู่ปัญญา
ชนของยุโรป มีการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
ขึ้นในประเทศต่าง ๆ หลายแห่ง ในช่วงปลายคริสต์
ศตวรรษที่ 17เพื่อสนับสนุนงานวิจัย การประดิษฐ์
อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ และแลกเปลี่ยนความ
รู้ซึ่งกันและกัน ทำให้วิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าโดย
ลำดับ
2. ความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์กับนัก
ประดิษฐ์นำไปสู่การพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ มากมาย
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จึงเป็นรากฐานของความเจริญ
ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ จึงมีผู้กล่าวว่ากร
ปฏิวัติวิทยาศาสตร์ในคริสต์ ศตวรรษที่ 17 เป็นยุคแห่ง
อัจฉริยะ ( The Age of Genius ) เพราะมีการค้นพบ
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย
8
ผลจากการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์
ในคริสต์ศตวรรษที่ 16-17
1.ทำให้ เกิ ดความรู้ใหม่แตกแยกออกไป
หลายสาขา ทั้ง คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์
ฟิสิ กส์ พฤกษศาสตร์ และ การแพทย์ ความรู้
ทางวิ ทยาศาสตร์ได้ถูกนำมา ประยุกต์ใช้ในงาน
ต่างๆ เช่ น การประดิษฐ์นาฬิ กา การคำนวณ
การยิ งปืนใหญ่ มีการจัดตั้ง
ราชบั ณฑิ ตยสถานทาง วิทยาศาสตร์ที่อังกฤษ
ใน ค.ศ. 1662
2.มี อิ ทธิ พลต่อความคิดและความเชื่อของ
ชาวยุ โรป ทำให้ชาวยุโรปเชื่อมั่นตนเอง และ
เชื่อมั่ นในอนาคตว่าจะสามารถนำความสำเร็จมา
สู่ชีวิ ตได้ ทำให้เกิดความ ปรารถนาที่จะเรียนรู้
และประดิ ษฐ์สิ่งต่างๆ
9
3.นำไปสู่ การปฏิวัติทางภูมิปัญญา
(INTELLECTUAL REVOLUTION ) ในคริสต์
ศตวรรษที่ 18 อีกด้วย ซึ่ง หมายถึงยุคที่ชาวยุ โ รป
กล้ าใช้ เหตุ ผลแสดงความเห็น เกี่ยวกับการเมือง
การปกครอง ตลอดจนเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และ
ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน เกิดนัก ปรัชญา
ทางการเมื องที่สำคัญ เช่น วอลแตร์(VOLTAI RE)
และมองเตสกิเออร์(MONTESQIEU) ซึ่งเป็น พื้ น
ฐาน สำคั ญทำให้ตะวันตกเข้าสู่ความเจริญในยุ คใ หม่
คริสต์ ศตวรรษที่ 18 จึงได้รับสมญาว่าเป็น ยุคแห่ ง
ความรู้ แจ้ งหรือยุคภูมิธรรม (AGE OF
ENLIGHTENMENT) อันเป็นความคิดพื้ นฐานของ
การปกครองระบอบ ประชาธิปไตยในเวลาต่อมา
10
4.การปฏิ วั ติวิทยาศาสตร์เป็นสาเหตุผลักดันให้
เกิดการปฏิ วัติอุตสาหกรรม ใน คริสต์ศตวรรษที่ 18
ทำให้ ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปพั ฒนาความเจริญ
ก้าวหน้ าใน ด้านการผลิตจนกลายเป็นประเทศ
อุตสาหกรรมชั้นนำของโลก และเป็นประเทศ
ม ห า อำ น า จ ข อ ง โ ล ก ใ น เ ว ล า ต่ อ ม า
5.การปฏิ วั ติทางวิทยาศาสตร์ทำให้เกิด “ยุค
ภูมิ ธรรม” หรือ “ยุคแห่งการรู้แจ้ง”
(ENLIGHTENMENT) ทำให้ชาวตะวันตกเชื่อมั่นใ น
เหตุ ผล ความสามารถ และภูมิปัญญาของตน เชื่ อ
มั่นว่ าโลกจะก้าวหน้าพั ฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ งมี
ความ มั่ นในว่าจะสามารถแสวงหาความรู้ต่อไปไ ม่ มี
วันสิ้ นสุ ด โดยอาศัยเหตุผลและ สติปัญญาของตน
11
นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญ ในการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์
ในคริสต์ศตวรรษที่ 16-18 มีการเปลี่ยนแปลงด้านวิทยาศาสตร์
ครั้งใหญ่มีการค้นคว้าทดลองพิสูจน์ทฤษฎีต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์
ในยุคนี้มีนักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ ๆ ได้แก่
1.นิโคลัส โคเปอร์นิคัส (NICOLUS
COPERNICUS : ค.ศ. 1473-1543) ชาวโปแลนด์
เสนอทฤษฎีว่าดวงอาทิตย์เป็น ศูนย์กลางของ
จักรวาล โดยมีดาวเคราะห์รวมทั้งโลกหมุนรอบ
ดวงอาทิตย์ ทฤษฎีของเขาล้มล้างความเชื่อของ
คนในสมัย โบราณและสมัยกลางที่ยึดถือข้อ
สมมติฐานของอริสโตเติล (ARISTOTLE) และ
งานเขียนของโตเลมี (PTOLEMY) ที่อธิบายว่า
โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
2.กาลิเลโอ กาลิเลอิ (GALILEO GALILEI :
ค.ศ. 1564- 1642) ชาวอิตาลีได้ประดิษฐ์กล้อง
โทรทัศน์ เพื่อสังเกตการโคจรรอบ ดวงดาว
ทำให้นักดาราศาสตร์ได้รับความรู้เกี่ยวกับ
จักรวาลและการ เคลื่อนที่ในระบบสุริยจักรวาล
ตามทฤษฎีของโคเปอร์นิคัส ทฤษฎีของ กาลิเลโอ
ขัดแย้งกับคริสต์ศาสนา ทำให้ถูกลงโทษจากคริ
สตจักร
12
3. เซอร์ ฟรานซิส เบคอน (SIR FRANCIS
BACON : ค.ศ. 1561-1626) ชาวอังกฤษได้วาง
รากฐานการศึกษางานด้าน วิทยาศาสตร์ จนใน
ที่สุดทำให้มีการจัดตั้งราชบัณฑิตยสมาคม ที่
เรียกว่า THE ROYAL SOCIETY OF
LONDON FOR THE PROMOTION OF
NATURAL KNOWLEDGE ขึ้นเพื่อส่งเสริมการ
ค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์
4. เรอเน เดส์การ์ส (RENE DESCARTES :
ค.ศ. 1596- 1650) ชาวฝรั่งเศสได้เสนอหลักการ
ใช้เหตุผล และการศึกษาค้นคว้า วิจัยในการ
แสวงหาความรู้และการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์
ว่า สามารถนำมาพิสูจน์และตรวจสอบข้อเท็จจริง
ได้
5. เซอร์ ไอแซก นิวตัน (SIR ISAAC
NEWTON : ค.ศ. 1642- 1727) ชาวอังกฤษค้น
พบกฎแรงดึงดูด (LAW OF UNIVERSAL
ATTRACTION) และกฎแห่งความโน้มถ่วง
(LAW OF GRAVITY) ซึ่งเป็นผลให้นัก
วิทยาศาสตร์อธิบายการโคจรของโลกและดาว
เคราะห์ต่างๆ ที่หมุนรอบ ดวงอาทิตย์ได้
13
บรรณานุกรม
การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ - HISTORY - Google Sites.
ค้นวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564
จาก https://sites.google.com/site/benchanmum/kar-
ptiwati-withyasastr
ปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิดการปฏิวิติทางวิทยาศาสตร์ - มาทำความ
รู้จักกับการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ - SciMath.
ค้นวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564
จาก https://www.scimath.org/article-
science/item/11479-2020-04-21-07-25-03
แบบทดสอบ
https://forms.gle/xPGsc4gtudgTnCdn9
จัดทำโดย
นางสาวมัลลิกา เศียรอินทร์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/4 เลขที่ 11
โรงเรียนเบญจมราชูทิศจังหวัดปัตตานี
FB : Malika Sien in
Line ID : namwarn.ioi
IG : _namwarnnnn