The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การปฏิวัติวิทยาศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การปฏิวัติวิทยาศาสตร์

การปฏิวัติวิทยาศาสตร์

การปฏิวัติ
วิทยาศาสตร์

คำนำ



Electronic Book รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ เรื่องการปฏิวัติ
วิทยาศาสตร์ เล่มนี้ เรียบเรียบขึ้นเพื่อเป็นความรู้ให้ทุกคนที่สนใจ เกี่ยว
กับการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ ในแต่ละหัวข้อได้มีการนำเสนอข้อมูล พร้อม
ภาพประกอบ

ดิฉันหวังว่า Electronic Book รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์
เรื่องการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนที่สนใจ
ศึกษา พร้อมทั้งควรนำข้อมูลต่างๆที่ได้จากการศึกษามาวิเคราะห์
สังเคราะห์ และคิดไตร่ตรองอย่างมีวิจารณญาณ เพื่อสร้างมิติและมุ
มอื่นๆในการศึกษา จะช่วยให้การศึกษาข้อมูลเป็นไปอย่างหลากหลายและ
น่าสนใจยิ่งขึ้น

ผู้จัดทำ

สารบัญ 1
2
ความหมายของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ 4
ปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิดการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ 5
ความสำคัญของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ 6
การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ในยุคเริ่มต้น 7
การเสนอวิธีสร้างความรู้แบบวิทยาศาสตร์ 8
การจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 11
ผลจากการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ 13
นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญ
บรรณานุกรม

1

ความหมายของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์

ความหมายของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์
2 มกกราาคมร2ป56ฏ8ิวัติทางวิทยาศาสตร์ คือ การพัฒนาความเจริญ

ก้าวโนหอาหน์้ชูามัคใเนกอรว์ ิทยาการของโลกตะวันตก ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 มี
การSผู้cเคชhี่้ยuนวeชsาtคeญrด้วDา้iนgากitาaแรlสMสรeรหdวาiaบุงGคลroหาuกpราข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธรรมชาติโลกและจักรวาล
ทำใ1ห2้3คถนวนซาีไซมด์ กรูรุ้งทเทพาง123ว4ิ5ทยาศาสตร์เจริญรุ่งเรือง เป็นผลให้ชาติตะวันตก
พัฒนาความเจริญก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว

เรียนคุณชูมัคเกอร์

การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์
ควางจคุาดณมนหปในััมนรู้นญาก้แยาๆปรลเเะนญข้ีหนะยนคนค้าวจาชาด่วชวมหยสามนใำหามเ้ยรคช็ุจปณเะาจทสัหกวานรษม้ิาตาะญครวปถะรรแวกกะนัรส้ะนะบานตุก้ำวนตาตใัรวหหณก้เน์อนางแใ้ยอหลาจย้ะ้่าากใคงงนาอมร่ืวาอฝศึนอกาปาอามชรบีะสพรวสัมกตัติบทียน่่นเอกรีา่ขยใ์ยอแวจจง้ขา้คขศอุงณึงทีน่กกแคับลางตดษะำพวต่ิแาจา่หจาคาะนร่้สณงงนนทีา่ใคๆคุจคุณณไดต้สว้โอำ้เดปงหา้การจัหายบรมตนไาเำด้ยฉแรเัขบหกอพนิ่งงดาะ
วิทยอย่างศไรกา็ตสามตหลรี์กเลีด่ยงาการรทาำศซ้ำาข้สอมูตลที่รคุ์ณรแวมลไว้ะใคนปณระิวัตติย่อศขอางคสุณตปรัรบ์แต่แงจลดหะมจายาปกะหกน้าาขอรงคปุณรให้ะดิษฐ์
แท่นเหพมาิะมสมพกั์บนขาอยจ้งางแต่โลยะรฮาัยนและตกำูแเหตน่งนงานเบแต่อละรต์ำกแหน่ชงเนืา่อวงจเายกคุอณกรำลมังัสนมัครทตำำแหในห่้งเวฉิพทาะยใหา้ยกก าร
ควาตตัำวมแอหยรู่าน้่งแงแนัพล้นะใเชหร่่ตคุหุกณาลครณว์ารทีรย่ัเกฉษพอาาคยะวเ่จาามาะงเปจ็นงรซมึ่ืวงอแอสดาดชีงเพใรหต็้ลเวหอ็นดถทึั้งงคฉวบัาบมสอาย่มาางรไรถกข็ตอางมคุณน้ทำี่เจสีะยทงำทีง่เาป็นนไทด้าดีงหกาากรไมด้ารักบเกินไป

อาจทำให้ผู้อ่านหมดความสนใจ อย่าลืมแสดงความกระตือรือร้นอย่างแท้จริงต่องานนี้ด้วยคุณสามารถคิดแบบ

ช่วงนี้ไเด้ว: ไมล่ใชา่งานสูทผูกไท แต่เป็นการรวมตัวกันแบบสบาย ๆ มีสไตล์หลีกเลี่ยงข้อมูลส่วนตัวมากและคำถามเกี่ยว
กับปตำแรหะน่มงงาานณซึ่งรปวมลถึงกาายรพูคดคุรยิเสกี่ยตว์กับศคตวามวคารดรหวษังเกที่ีย่วกั1บ5เงินเ–ดือนปแลละผลาปยระศโยชตน์ขวอรงบรริษษัทแทีต่่ให้17

(ปรมรืะออมถอาอามนคณไำลถน์ามมาคเกหมล.่าาศยนีท้ีใ.่นสาก1มา5ารสรั0ถมชภ่0วายษค-ณุณ์1จต7ริรง0วแจทจ0นับอข)ย้่อาผลโืิมดดพตรลยวาจดเททกาาินงดจไวดยขหึา้มกนารยณค์ปหะรรหืัอ้นง้กาาขแรอพิงรมคุพกณ์เลกใ็่กอนนน้อทยี่ยจุนะโสอร่งกจปมีาเกคตนรืี่้อะงวันตก

ตรวจให้แน่ใจว่าจดหมายปะหน้าของคุณอ่านง่ายใช้รูปแบบตัวอักษรเรียบง่ายอย่างที่เห็นใช้ตรงนี้หลีกเลี่ยง
ข้อความเรียงกันเยอะเกินไปการแบ่งจดหมายของคุณออกเป็นย่อหน้าทำให้ง่ายต่อการมองเห็นและจัดระเบียบ
ข้อมูลที่คุณให้ขอแสดงความนับถือ เอริอาดนี สไนเดอร์

2

ปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิดการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์

1. การฟื้นฟู ศิลปวิทยาการ (เรอเนสซองส์) ด้วยสิ่งนี้
ทำให้มนุษย์มีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองมากยิ่ง
ขึ้น โดยเรียกแนวคิดนี้ว่า แนวคิดมนุษยนิยม (Humanism)
ทำให้อิสระทางความคิดหลุดพ้ นจากอิทธิพลครอบงำของคริ
สตจักร (ศาสนจักร)และพยายามที่จะเอาชนะธรรมชาติและสิ่ง
แวดล้อมรอบ ๆ ตัว เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็น
อยู่ของตนเองให้ดีขึ้น

2. การพัฒนาเทคโนโลยีในดินแดนเยอรมันทางตอนใต้
โดยการประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ แบบใช้วิธีเรียงตัวอักษรของ
โยฮัน กูเตนเบิร์ก (Johann Gutenberg) นักประดิษฐ์ชาว
เยอรมัน ในปี ค.ศ. 1448ทำให้ในยุคปัจจุบันนี้สามารถพิมพ์
หนังสือเผยแพร่ได้อย่างกว้างขวาง

3. การสำรวจทางทะเลและการติดต่อกับโลกตะวัน
ออก ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมานั้น ได้รับ
อารยาธรรมความรู้ต่าง ๆ จากจีน อินเดีย อาหรับ และ
เปอร์เซียเผยแพร่เข้ามาในสังคมโลกตะวันตกมากยิ่งขึ้น

3

4. แนวคิดมนุษย์นิยม ( Humanism ) ซึ่งได้รับมาจาก
หลักปรัชญาของชาวกรีกโดยสอนให้มนุษย์มีความเชื่อมั่นใน
สติปัญญาและความสามารถของตนเอง เชื่อมั่นในความมี
เหตุผล และนำไปสู่การค้นหาความจริงของสรรพสิ่งต่างๆ
ในโลกโดยไม่มีที่สิ้นสุด

5. แนวคิดในปรัชญาธรรมชาตินิยม ( Naturalism )
สอนให้เชื่อว่าสิ่งต่างๆ ล้วนดำเนินไปตามกฎเกณฑ์
ธรรมชาติ ธรรมชาติที่อยู่รอบๆตัวมนุษย์นั้นมีอิทธิพลต่อ
ชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ และทำให้วิทยาศาสตร์กลายมา
เป็นศาสตร์ที่มีความสำคัญ โดยเน้นศึกษาเรื่องรวมทาง
ธรรมชาติ จึงเริ่มศึกษาค้นคว้าและทดลองจนเกิดองค์ความ
รู้ใหม่เรียกว่าเป็น ยุคแห่งภูมิธรรม หรือ ยุคแห่งการรู้แจ้ง
(The Enlightenment)

4

ความสำคัญของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์

1. ทำให้มนุษย์เชื่อมั่นในสติปัญญาและความสามารถ
ของตน เชื่อมั่นในความมีเหตุผล และนำไปสู่การแสวงหา
ความรู้โดยไม่มีสิ้นสุด

2. ก่อให้เกิดความรู้และความเจริญก้าวหน้าใน
วิทยาการด้านต่าง ๆ และทำให้วิทยาศาสตร์กลายเป็น
ศาสตร์ที่มีความสำคัญ โดยเน้นศึกษาเรื่องราวของ
ธรรมชาติ

3. ทำให้เกิดการค้นคว้าทดลองและแสวงหาความรู้
ด้านต่าง ๆ ซึ่งนำไปสู่การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ อย่าง
ต่อเนื่อง และเป็นพื้นฐานของการปฏิวัติอุตสาหกรรมใน
สมัยต่อมา

4. ทำให้ชาวตะวันตกมีทัศนคติเป็นนักคิด ชอบ
สังเกต ชอบซักถาม ชอบค้นคว้าทดลอง เพื่อหาคำตอบ
และนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการ
ดำเนินชีวิต

5

การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ในยุคเริ่มต้น

การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ในยุคเริ่มต้น
เป็นการค้นพบความรู้ทางดาราศาสตร์ ทำให้เกิดคำ

อธิบายเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่าง ๆ ซึ่ง
เป็นการท้าทายความเชื่อดั้งเดิมของคริสต์ศาสนา สรุปได้
ดังนี้

1. การค้นพบทฤษฎีระบบสุริยะจักรวาลของนิโคลัส ชาว
โปแลนด์ ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 สาระสำคัญ คือ ดวง
อาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล โดยมีโลกและดาว
เคราะห์ดวงอื่น ๆ โคจรโดยรอบ ทฤษฎีของโคเปอร์นิคัสขัด
แย้งกับหลักความเชื่อของคริสต์จักรอย่างมากที่เชื่อว่าโลก
เป็นศูนย์กลางของจักรวาล แม้จะถูกประณามอย่างรุนแรง
แต่ถือว่าความคิดของโคเปอร์นิคัสเป็นจุดเริ่มต้นของการ
ปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ชาวตะวันตกให้ความสนใน
เรื่องราวลี้ลับของธรรมชาติ

2. การประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ ของกาลิเลโอ ชาว
อิตาลีในปี ค . ศ . 1609 ทำให้ความรู้เรื่องระบบสุริย
จักรวาลชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ได้เห็นจุดดับในดวงอาทิตย์ได้
สังเกตการเคลื่อนไหวของดวงดาว และได้เห็นพื้นขรุขระ
ของดวงจันทร์ เป็นต้น

3. การค้นพบทฤษฎีการโคจรของดาวเคราะห์ ของโจ
ฮันเนส เคปเลอร์ ชาวเยอรมัน ในช่างต้นคริสต์ศตวรรษที่
17 สรุปได้ว่า เส้นทางโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์
เป็นรูปไข่หรือรูปวงรี มิใช่เป็นวงกลมตามทฤษฎีขอโคเปอร์นิ
คัส

6

การเสนอวิธีสร้างความรู้แบบวิทยาศาสตร์

การเสนอวิธีสร้างความรู้แบบวิทยาศาสตร์
ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 17 มีนักคณิตศาสตร์

2 คน ได้เสนอแนวความคิดเกี่ยวกับวิธีสร้างความรู้เพื่อ
การศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ สรุปได้ดังนี้

1. เรอเนส์ เดส์การ์ตส์ ( Rene Descartes ) ชาว
ฝรั่งเศส และเซอร์ ฟรานซิส เบคอน (Sir Francis
Bacon) ชาวอังกฤษ ได้ร่วมกันเสนอหลักการใช้เหตุผล
วิธีการทางคณิตศาสตร์ และการค้นคว้าวิจัยมาใช้ตรวจ
สอบข้อเท็จจริงและการแสวงหาความรู้ทางด้าน
วิทยาศาสตร์

2. ความคิดของเดส์การ์ตส์ เสนอว่าวิชาเรขาคณิต
เป็นหลักความจริงสามารถนำไปใช้สืบค้นข้อเท็จจริงทาง
วิทยาศาสตร์ได้ ซึ่งได้รับความเชื่อถือจากนัก
วิทยาศาสตร์ในสมัยต่อมาเป็นอย่างมาก

3. ความคิดของเบคอน เสนอแนวทางการค้นคว้า
วิจัยทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้“วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ”
เป็นเครื่องมือศึกษา ทำให้วิทยาศาสตร์ได้รับความสนใจ
อย่างกว้างขวาง

7

การจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

1. การเสนอทฤษฏีการศึกษาค้นคว้าด้วย “วิธีการ
ทางวิทยาศาสตร์ ” ทำให้เกิดความตื่นตัวในหมู่ปัญญา
ชนของยุโรป มีการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
ขึ้นในประเทศต่าง ๆ หลายแห่ง ในช่วงปลายคริสต์
ศตวรรษที่ 17เพื่อสนับสนุนงานวิจัย การประดิษฐ์
อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ และแลกเปลี่ยนความ
รู้ซึ่งกันและกัน ทำให้วิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าโดย
ลำดับ

2. ความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์กับนัก
ประดิษฐ์นำไปสู่การพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ มากมาย
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จึงเป็นรากฐานของความเจริญ
ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ จึงมีผู้กล่าวว่ากร
ปฏิวัติวิทยาศาสตร์ในคริสต์ ศตวรรษที่ 17 เป็นยุคแห่ง
อัจฉริยะ ( The Age of Genius ) เพราะมีการค้นพบ
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย

8

ผลจากการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์
ในคริสต์ศตวรรษที่ 16-17

1.ทำให้ เกิ ดความรู้ใหม่แตกแยกออกไป
หลายสาขา ทั้ง คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์
ฟิสิ กส์ พฤกษศาสตร์ และ การแพทย์ ความรู้
ทางวิ ทยาศาสตร์ได้ถูกนำมา ประยุกต์ใช้ในงาน
ต่างๆ เช่ น การประดิษฐ์นาฬิ กา การคำนวณ
การยิ งปืนใหญ่ มีการจัดตั้ง
ราชบั ณฑิ ตยสถานทาง วิทยาศาสตร์ที่อังกฤษ
ใน ค.ศ. 1662

2.มี อิ ทธิ พลต่อความคิดและความเชื่อของ
ชาวยุ โรป ทำให้ชาวยุโรปเชื่อมั่นตนเอง และ
เชื่อมั่ นในอนาคตว่าจะสามารถนำความสำเร็จมา
สู่ชีวิ ตได้ ทำให้เกิดความ ปรารถนาที่จะเรียนรู้
และประดิ ษฐ์สิ่งต่างๆ

9

3.นำไปสู่ การปฏิวัติทางภูมิปัญญา
(INTELLECTUAL REVOLUTION ) ในคริสต์
ศตวรรษที่ 18 อีกด้วย ซึ่ง หมายถึงยุคที่ชาวยุ โ รป
กล้ าใช้ เหตุ ผลแสดงความเห็น เกี่ยวกับการเมือง
การปกครอง ตลอดจนเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และ
ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน เกิดนัก ปรัชญา
ทางการเมื องที่สำคัญ เช่น วอลแตร์(VOLTAI RE)
และมองเตสกิเออร์(MONTESQIEU) ซึ่งเป็น พื้ น
ฐาน สำคั ญทำให้ตะวันตกเข้าสู่ความเจริญในยุ คใ หม่
คริสต์ ศตวรรษที่ 18 จึงได้รับสมญาว่าเป็น ยุคแห่ ง
ความรู้ แจ้ งหรือยุคภูมิธรรม (AGE OF
ENLIGHTENMENT) อันเป็นความคิดพื้ นฐานของ
การปกครองระบอบ ประชาธิปไตยในเวลาต่อมา

10

4.การปฏิ วั ติวิทยาศาสตร์เป็นสาเหตุผลักดันให้
เกิดการปฏิ วัติอุตสาหกรรม ใน คริสต์ศตวรรษที่ 18
ทำให้ ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปพั ฒนาความเจริญ
ก้าวหน้ าใน ด้านการผลิตจนกลายเป็นประเทศ
อุตสาหกรรมชั้นนำของโลก และเป็นประเทศ
ม ห า อำ น า จ ข อ ง โ ล ก ใ น เ ว ล า ต่ อ ม า

5.การปฏิ วั ติทางวิทยาศาสตร์ทำให้เกิด “ยุค
ภูมิ ธรรม” หรือ “ยุคแห่งการรู้แจ้ง”
(ENLIGHTENMENT) ทำให้ชาวตะวันตกเชื่อมั่นใ น
เหตุ ผล ความสามารถ และภูมิปัญญาของตน เชื่ อ
มั่นว่ าโลกจะก้าวหน้าพั ฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ งมี
ความ มั่ นในว่าจะสามารถแสวงหาความรู้ต่อไปไ ม่ มี
วันสิ้ นสุ ด โดยอาศัยเหตุผลและ สติปัญญาของตน

11

นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญ ในการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์

ในคริสต์ศตวรรษที่ 16-18 มีการเปลี่ยนแปลงด้านวิทยาศาสตร์
ครั้งใหญ่มีการค้นคว้าทดลองพิสูจน์ทฤษฎีต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์
ในยุคนี้มีนักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ ๆ ได้แก่

1.นิโคลัส โคเปอร์นิคัส (NICOLUS
COPERNICUS : ค.ศ. 1473-1543) ชาวโปแลนด์
เสนอทฤษฎีว่าดวงอาทิตย์เป็น ศูนย์กลางของ
จักรวาล โดยมีดาวเคราะห์รวมทั้งโลกหมุนรอบ
ดวงอาทิตย์ ทฤษฎีของเขาล้มล้างความเชื่อของ
คนในสมัย โบราณและสมัยกลางที่ยึดถือข้อ
สมมติฐานของอริสโตเติล (ARISTOTLE) และ
งานเขียนของโตเลมี (PTOLEMY) ที่อธิบายว่า
โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

2.กาลิเลโอ กาลิเลอิ (GALILEO GALILEI :
ค.ศ. 1564- 1642) ชาวอิตาลีได้ประดิษฐ์กล้อง
โทรทัศน์ เพื่อสังเกตการโคจรรอบ ดวงดาว
ทำให้นักดาราศาสตร์ได้รับความรู้เกี่ยวกับ
จักรวาลและการ เคลื่อนที่ในระบบสุริยจักรวาล
ตามทฤษฎีของโคเปอร์นิคัส ทฤษฎีของ กาลิเลโอ
ขัดแย้งกับคริสต์ศาสนา ทำให้ถูกลงโทษจากคริ
สตจักร

12

3. เซอร์ ฟรานซิส เบคอน (SIR FRANCIS
BACON : ค.ศ. 1561-1626) ชาวอังกฤษได้วาง
รากฐานการศึกษางานด้าน วิทยาศาสตร์ จนใน
ที่สุดทำให้มีการจัดตั้งราชบัณฑิตยสมาคม ที่
เรียกว่า THE ROYAL SOCIETY OF
LONDON FOR THE PROMOTION OF
NATURAL KNOWLEDGE ขึ้นเพื่อส่งเสริมการ
ค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์

4. เรอเน เดส์การ์ส (RENE DESCARTES :
ค.ศ. 1596- 1650) ชาวฝรั่งเศสได้เสนอหลักการ
ใช้เหตุผล และการศึกษาค้นคว้า วิจัยในการ
แสวงหาความรู้และการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์
ว่า สามารถนำมาพิสูจน์และตรวจสอบข้อเท็จจริง
ได้

5. เซอร์ ไอแซก นิวตัน (SIR ISAAC
NEWTON : ค.ศ. 1642- 1727) ชาวอังกฤษค้น
พบกฎแรงดึงดูด (LAW OF UNIVERSAL
ATTRACTION) และกฎแห่งความโน้มถ่วง
(LAW OF GRAVITY) ซึ่งเป็นผลให้นัก
วิทยาศาสตร์อธิบายการโคจรของโลกและดาว
เคราะห์ต่างๆ ที่หมุนรอบ ดวงอาทิตย์ได้

13

บรรณานุกรม

การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ - HISTORY - Google Sites.
ค้นวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564
จาก https://sites.google.com/site/benchanmum/kar-
ptiwati-withyasastr

ปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิดการปฏิวิติทางวิทยาศาสตร์ - มาทำความ
รู้จักกับการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ - SciMath.
ค้นวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564
จาก https://www.scimath.org/article-
science/item/11479-2020-04-21-07-25-03

แบบทดสอบ

https://forms.gle/xPGsc4gtudgTnCdn9

จัดทำโดย

นางสาวมัลลิกา เศียรอินทร์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/4 เลขที่ 11

โรงเรียนเบญจมราชูทิศจังหวัดปัตตานี

FB : Malika Sien in
Line ID : namwarn.ioi
IG : _namwarnnnn


Click to View FlipBook Version